All Activity

This stream auto-updates   

  1. yesterday
  2. Last week
  3. 555 งั้นเดี๋ยวไรท์อันบ็อก face ไปให้นะคะ
  4. แป่ววววววววววววว   ถ้าเป็นแบบนี้ไม่ทราบว่าผมขอช่องทางการติดต่อเป็นพวก Facebook หรือ Twitter ได้ไหมครับ    ถ้ามันเกิดเหตุอะไรขึ้นจะได้แจ้งให้ไรท์ทราบได้น่ะครับ พอดีว่านี่เจ้ารีดเดอร์คนนี้ชอบย้อนอ่านเรื่องเก่าๆอยู่บ่อยน่ะครับ แหะๆ
  5. แปลกจัง ไม่ขึ้นนะคะ  ขอตอบในนี้เลยนะคะ เดี๋ยวไรท์จะเอามาลงให้ใหม่นะคะ แต่คงอีกสักพักเพราะจริงๆช่วงที่ผ่านมา(แอบหายตัว) ไรท์เข้าไปรีไรท์เรื่องนี้ใหม่หมดทุกตอน รวมถึงตอนที่อยู่ในลิงค์ด้วย (ไรท์เป็นคนลบเองจ้า) เพื่อจะเอามาลงในเว็ปนี้(ลงไปแล้วด้วย) พูดแล้วน้ำตาจะไหลอีกรอบ ซึ่ง... อย่างที่ทราบดีค่ะว่าเรื่องไหนที่ไรท์แก้ในเว็ปนี้หรืออื่นๆ ที่ลงไปในช่วงที่ผ่าน ลอยหายไปกับสายน้ำ ขอไรท์เคลียร์ตอนล่าสุดของเรื่องนี้กับอีกเรื่องให้เสร็จก่อนนะคะ แล้วไรท์จะค่อยๆไปขุดลงมาให้อ่านใหม่
  6. ขอนอกเรื่องหน่อยนะครับไรท์ ไม่แน่ใจว่าไรท์ได้จากช่อง inbox ของผมไหมนะครับ   พอผมส่งไปในหัวข้อ Message มันไม่ขึ้นว่าส่งไปแล้วนะครับ   คือผมกลับไปอ่านเรื่อง ประธานตัวเล็กกับนางเอกสุดสวยแล้วพบว่า ตอนที่ 13 ทั้งตอนมันไม่สามารถอ่านได้แล้วน่ะครับ    
  7. 555 ไรท์กำลังนั่งปั่นนะคะ
  8. 555 ไรท์กำลังนั่งปั่นให้อยู่นะคะ รอๆวนไปค่ะ
  9. ใช่แล้วค่ะ แล้วเป็นตอนที่ไรท์ไม่ได้เซฟไวในเครื่องเลยต้องนั่งเขียนใหม่ T^T
  10. รอตอน SP 3.3 นะครับ อยากรู้ว่ามินามิจะทำยังไงกับจิ้งจอกเก้าหาง
  11. โอ้วววววว ลงตอน 6 แล้ว ขอบคุณมากครับไรท์ T_T   ถ้าจำไม่ผิดตอนที่ 7 น่าจะประมาณว่ายูโกะทะเลาะกับเนี้ยงนิดหน่อย แล้วก็นัดมากามินะให้มาคุยด้วยใช่รึเปล่าครับ ????
  12. Sp.3.2     ซาเอะรู้สึกน้อยใจเมื่อกลายเป็นคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องการฟื้นพลังของอัตสึโกะจนต้องเดินหน้าง้อหนีมาจนถึงโรงเรียนสอนเวทมนต์ ซึ่งจุดประสงค์ที่แท้จริง หลายคนก็น่าจะทราบกันอยู่    “อ้าว มิยาซาวะซัง ไม่ไปเตรียมงานเหรอคะ”   เสียงของคิตาฮาระ ริเอะเรียกให้เธอหันไปสนใจ ก่อนจะส่งยิ้มเป็นมิตรทักทายเพื่อไม่ให้ตัวเองดูมีพิรุธ   “เหลือแค่รอให้ฮิเมะมาตรวจดูงานค่ะ”   “พอดีเลยค่ะ”  เธอชักจะได้กลิ่นตุๆจากไอ้ประโยค ‘พอดีเลยค่ะ’เสียแล้วสิ    ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอชักจะเริ่มเกลียดประโยคนี้   “ไหนๆมิยาซาวะซังก็มาถึงนี้แล้ว ช่วยเข้าไปดูการฝึกต่อสู้จำลองของวันนี้ให้หน่อยนะคะ”   นั้นไง!! คิดไว้ไม่ผิด!   พอดีเลยค่ะทีไร มันต้องเป็นอย่างนี้ทุกที!   ทำไมต้องเป็นเธออีกแล้ว!                     “นะคะ มิยาซาวะซัง จริงๆก็มีทหารชำนาญการมาสอน แต่อยากขอความร่วมมือจากมิยาซาวะซังอีกแรง  นะคะ ยังไงๆก็เป็นนักเรียนชั้นท็อปคลาสปีสุดท้ายแล้วด้วย อยากให้มีประสบการณ์เยอะๆ”   เดี๋ยว!! ขอใหม่อีกรอบ ให้เธอไปดูคลาสไหนนะ!     “นะคะ มิยาซาวะซังเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนนะคะ มิยาซาวะซังช่วยเข้าไปดูให้หน่อยนะคะ” เอ่อ แล้วเธอจะปฏิเสธได้มั้ยเนี่ย เล่นพูดเองเสร็จสรรพอย่างนี้   คนที่นี่มันเป็นเหมือนกันหมดรึไงฟร๊ะ   จริงๆ เธอก็ไม่ได้จะไปหาใครนะ แค่ได้ยินว่าเป็นคลาสไหนหูมันก็ผึ่งท่านั้นเอง   “ก็ได้ค่ะ ฉันจะเข้าไปดูให้”   “ขอบคุณนะคะ มิยาซาวะซัง”   ใจจริงเธออยากขอบคุณมากกว่าที่เปิดโอกาสให้เธอไปยืนมองน้องง่ายๆ ฮ่าๆๆ             ไม่ถึงห้านาทีต่อมา คนที่ถูกขอร้องแกมเต็มใจก็พาตัวเองมาหยุดอยู่ข้างสนามประลองเวทย์ของโรงเรียนซึ่งกำลังมีการจำลองการต่อสู้ โดยมีผู้คุ้มการฝึกซ้อมเป็นทหารที่เธอค่อนข้างคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่มากเพราะนายทหารคนนี้เป็นหนึ่งในหัวกะทิของหน่วยรบภาคสนามและคุ้นๆด้วยว่า มีชื่อเสีย(ง)เกี่ยวกับเรื่องผู้หญิงบ่อยๆ     จะเรียกได้ว่าภาพที่ปรากฏแก่สายตากำลังทำให้ซาเอะไม่พอใจอย่างมากก็ถูก เพราะคู่ที่กำลังต่อสู้กันในสนามตอนนี้ เป็นเด็กในความดูแลของเธอ ที่ถูกแนบชิดเรือนร่างโดยนายทหารมากชื่อเสีย(ง)เรื่องผู้หญิง   มือหยาบกร้านของชายทหารรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะแล้วดันกระแทกร่างอ้อนแอ่นชนเข้ากับต้นไม้อย่างจัง ปลายมีดคมกริบถูกตวัดเข้าจ่อคอของสาวน้อยที่ไร้ทางสู้ พยายามจะดิ้นให้หลุดจากการคุกคาม   ก่อนที่ใบหน้าของชายหนุ่มทหารจะก้มลงเข้าใกล้สาวน้อยที่ไม่กี่นาทีก่อนได้ต่อว่าให้เขาอับอายขายขี้หน้านักเรียนในคลาส เพราะเขาได้แอบลวนลามเพื่อนสาวของเธอ   แต่ตอนนี้ซาเอะบอกเลยว่าจะไม่ทน!   ก่อนจะรู้ตัวว่าเผลอทำอะไรลงไป เสียงกรี๊ดของนักเรียนในคลาสก็ดังขึ้นพร้อมสายตาตะลึงปนตกใจของสาวน้อยที่ถูกดึงรวบไปอยู่ข้างหลังของคนที่เข้ามาใหม่   “ซาเอะซัง!”  คำว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ถูกกลืนหายลงไปในลำคอเมื่อถูกสายตาคาดโทษจากคนพี่ตวัดมาใส่    เธอยืนอ่ำอึ่งเหมือนรูปสลัก กำลังสงสัยอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเมื่อครู่นี้ร่างของชายที่พยายามปล้นจูบเธอก็กระเด็นออกไปนั่งจุกอยู่บนสนามไกลจากต้นไม้   “อย่าบังอาจมายุงกับคนของฉัน!” คำว่าคนของฉัน ทำให้เสียงกรี๊ดดังต่อเนื่องและดังขึ้นกว่าครั้งแรกมาก จนคนกรี๊ดคอแทบแตก แต่ไม่ใช่กับคนที่ยืนฟังอยู่ด้านหลังแน่ๆเพราะตอนนี้หน้าแดงปี๊ดไปถึงหู   เรียวฮะรีบก้มหน้าแดงๆหลบลงพื้น ทั้งที่อยากตะโกนออกมาด้วยความดีใจกับคำว่า คนของฉันที่มันก้องอยู่ในหู พี่เขาแสดงความรักด้วย! แสดงว่า หึงเธออยู่!!    “มะ ไม่ใช่นะครับ”  คนที่พึ่งรู้ว่าถูกหน้าแข้งของใครซัดกระเด็น รีบละล่ำละลักขอโทษ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาอีก    คำว่า ‘คนของฉัน’ เตือนให้เขารู้ว่า เล่นด้วยผิดคนเข้าให้แล้วไง   ใครจะไปรู้ว่า สาวน้อยปากกล้าคนนี้ เป็นคนของ มิยาซาวะ ซาเอะ!     “หรือต้องให้ฉันเรียกคนมาลากไปสอบวินัย” คำว่าสอบวินัย ทำให้เขาสะดุ้ง เมื่อรู้ถึงกิตติศักดิ์ความโหดของการโดนจับไปสอบวินัยดี    “ผะ ผมขอโทษครับ ผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ”   “แล้วฉันจะเชื่อได้อย่างไร” ซาเอะยิ้มเหยียดแบบที่คนอื่นไม่เคยเห็น เวลาโมโหมากๆใครก็ห้ามไม่อยู่ แม้แต่ยูโกะ เพื่อนสนิทยังไม่กล้ายุ่ง   พอเห็นคนของตัวเองกำลังจะถูกลวนลามต่อหน้าแล้วมัน!   หึ อย่างหวังว่าจะรอด!! แกต้องตาย ตายเท่านั้น   “ผมสาบานครับ ผมสาบานว่าจะไม่ทำตัวอย่างนี้อีก ปล่อยผมไปเถอะครับ”  หน้าหรือศักดิ์ศรีตอนนี้หรือ ชายหนุ่มคงไม่มีเหลือให้เชิดชูเสียแล้ว เมื่อถูกหลายสิบชีวิตที่อายุน้อยกว่าหัวเราะเยาะอย่างสมเพช     เป็นอันรู้กันดีในหมู่ทหารว่าองครักษ์ของเจ้าหญิง  ไม่ว่าใครคนใดก็ไม่ควรมีเรื่องด้วยเด็ดขาด เพราะมิเช่นนั้นแล้ว.. อาจตายโดยไม่รู้ตัว   ดูจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ขนาดเขาขึ้นชื่อว่าเป็นแนวหน้าในการออกภาคสนามยังไม่รู้ตัวเลยว่าฝ่ายที่แจกหน้าแข้งงามๆให้เข้ามาประชิดตัวได้ตั้งแต่เมื่อไหร่   “เอายังไงดี” ซาเอะหันไปถามความคิดของนักเรียนที่ดูจะถูกอกถูกกันมาก กระทั่งคนที่เกือบจะถูกลวนลามต้องเอ่ยปากขอกัน เพราะกลัวชายตรงหน้าจะได้ตายกันไปข้างจริงๆ   “ปล่อยเขาไปดีกว่านะคะซาเอะซัง แค่นี้ก็กลัวจนไม่กล้าจะทำอะไรแล้วค่ะ”   “แต่เขามายุ่งกับเธอ” น้ำเสียงของคนโตกว่าแฝงความหวงอย่างชัดเจนจนเกิดเสียงโหฮิ้วแซวคู่ที่ยืนแจกน้ำตาลโดยที่ไม่รู้ตัว       “กรี๊ดด ซาเอะซัง หล่อมากค่ะ”   “เรียวฮะ ฉันขอคนนี้ ฉันขอคนนี้”   “ซาเอะซังของหนู กรี๊ดด ”   ห๊ะ!!  ของใครนะ! คนนี้ของฉันนน!!   สายตาไม่พอใจของสาวน้อยเผลอตวัดมองเพื่อนจนเกิดความเงียบชั่วขณะ    “นะคะ ซาเอะซัง”   ‘นะคะ ซาเอะซัง’ มันจำเป็นที่ต้องมาเกี่ยวแขนเธอ เอาหน้ามาถูๆไถ่ๆกับหัวไหล่เธอมั้ย น้องมันไม่อาย แต่เธออายเว้ย!       “กรี๊ดด รถอ้อยคว่ำ”       เอาเข้าไปเด็กพวกนี้    นี่ ก็อีกคน อย่าคิดว่าจะยอมใจอ่อนให้ง่ายๆนะ   ดูสายตาสิ ดู..   “ก็ได้” อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยไว้นิหน่า   ไหนว่าจะไม่ยอมง่ายๆไงเล่า! นี่ มันยิ่งกว่าปอกกล้วยเขาปากอีก เพียงแค่น้องมันอ้อนเข้าหน่อย ก็ยอมง่ายๆเลย   นี่ มันอาการของคนหลงเด็กชัดๆ มิยาซาวะ ซาเอะ   “แต่.. หลังจากที่หมอนี้เป็นเป้านิ่งให้พวกเธอซ้อมนะ” พึ่งจะเคยเห็นรอยยิ้มน่ากลัวจากซาเอะซังคนนี้เป็นครั้งแรก แล้วอย่างนี้คนน้องหรือจะกล้าขัดใจคนเป็นพี่….       บึ๋ยยย น่ากลัวววว       ขอให้ตายอย่างสงบ       อาเมน             “ซาเอะซัง รอด้วย” เรียวฮะวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากกลุ่มเพื่อนเพื่อตามคนที่พึ่งจะแยกตัวออกมาหลังจากปล่อยให้นายทหารกลายเป็นเป้านิ่งให้เพื่อนของเธอซ้อมตั้งนานสองนาน   “คราวหลัง..ถ้าทำแบบนี้อีกฉันจะโกรธ”  แทนตัวว่าฉันเมื่อไหร่คนน้องรู้ได้ทันทีเลยว่าคนพี่อยู่ในอารมณ์ไหน   จะแปลกอะไรที่ถูกโมโห เมื่อเพื่อนตัวดีดันเล่าให้พี่เขาฟังว่า เธอไปทำอิท่าไหนถึงตกอยู่ในสถานการณ์นั้นได้   “แต่ซาเอะซังก็ตามมาช่วยนิคะ”   “ยังจะเถียงนะ”   “ก็อุสาขอโทษไปแล้วนะคะ สำนึกผิดแล้วด้วย” สาวน้อยของซาเอะทำหน้าตาน่ารักเป็นการอ้อนขอให้ยกโทษให้กัน ไม่พอยังทำตัวอ่อนตัวงอเลื่อยไปเกาะแขนเกาะขาคนโตกว่า   “ดีกันนะคะ ดีกันนะ นะคะซาเอะซัง”   ดูทำเข้า นึกว่าเธอมีหลานสาวอีกคน   “ทีหลัง ถ้ารู้ว่าเขาทำไม่ดีก็ไปแจ้งอาจารย์หรือไม่ก็รีบบอกพี่ ไม่ใช่บุ่มบ่ามทำอะไรเอง ก็รู้ว่าสู้เขาไม่ได้”  คำว่าพี่ถูกใช้แทนตัวเมื่อไหร่บอกได้ทันทีว่าอีกฝ่ายยอมอ่อนลงให้เกินครึ่ง   “ก็มัน…”   “ห้ามแก้ตัว” ซาเอะจ้องจะดุคนที่ไม่ยอมสำนึกผิดกับเธอ   “ขอโทษค่ะ คราวหลังจะบอกให้ซาเอะซังรู้ก่อนคนแรกเลยดีมั้ยคะ”   นั้นแหละ เธอที่เห็นคนดุขยับปากบอกว่าดีมาก   อะไรจะหวงกันขนาดนั้นคะ ก็ถ้า..    “จะหวงกันขนาดนี้ เมื่อไหร่ซาเอะจะรักสักทีล่ะคะ”   “แล้วใครบอกว่าไม่รักล่ะ…แค่นี้ก็..’รัก’จะบ้าตายอยู่แล้ว”    “อะไรนะคะ” เธอได้ยินไม่ถัดขออีกรอบได้ไหม พี่เขาพูดว่า อะไร พูดว่ารักเธอใช่รึเปล่า!   “ซาเอะซัง” คนน้องถามย้ำอีกครั้งเมื่อคนพี่ยังไม่ยอมพูดอีกรอบ ชักจะรู้สึกหน้าร้อนแผ่วไปถึงใบหู จู่ๆก็เกิดทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะเอาลูกตาซ่อนไว้ที่ไหน รู้แต่ว่าไม่กล้ามองสบตาพี่เขา ก่อนจะตัวอีกทีริมฝีปากก็ถูกปิดสนิทให้ต้องเบิกตาโพลง ตัวเอนตัวอ่อนยืนเองไม่อยู่ต้องพึ่งอ้อมกอดคนพี่ช่วยรับไว้    “รักมาก และหวงมาด้วย พอใจยังคะ  อยากให้ใครถูกตัวแบบวันนี้อีก เข้าใจรึเปล่า”   เข้าใจมากๆ เข้าใจมากๆเลยค่ะ แต่ตอนนี้มันหูอือตาลายจนพูดไม่ออกแล้ว   เล่นแกล้งเขาไว้เยอะ พอถูกเอาคืนเธอไปไม่เป็นเหมือนกันนะ!!!   เจอแบบนี้เป็นใครใครก็ละลาย ซาเอะซัง ได้ใจเกินไปแล้ว!   คนปากแข็ง พอบทจะหายปากแข็ง ทำไมมันง่ายยังงี้ เพราะความหึงใช่มั้ยย              ซาเอะแอบใช้อภิสิทธิ์พิเศษแอบพาสาวน้อยที่ตนพึ่งจะไปสวีทมา(หลักจากยืนเป็นตัวอิจฉาพวกมาริโกะอยู่นาน) โดดเรียนมาหาคนที่กำลังยืนคุยกันอย่างออกอรรถรสซึ่งคาดว่าการตรวจดูความเรียบร้อยคงเสร็จสิ้นไปแล้ว เนื่องจากคนที่มารวมตัวกัน ไม่ว่าจะมายุ ยูกิ หรือแม้แต่เจ้าของงานพรุ่งนี้   ทันทีที่เดินเข้ามาสายตาทุกคู่ก็มองมาเป็นเชิงถามว่าแอบไปพาน้องมาตอนไหน แล้วนี้ดูจากเวลา มันยังไม่ใช่เวลาเลิกคลาสของน้องด้วยซ้ำ!!   แทนที่จะช่วยอบรมน้อง แต่นี้อะไร คนเป็นพี่ดันพาน้องเสียซะอย่างนั้น แบบนี้มันใช่ได้ที่ไหนกัน    เรียวฮะโค้งศีรษะทักทายทุกคนแล้วยิ้มแหะๆให้ก่อนจะช่วยคนพี่แก้ตัวเมื่อถูกทั้งมาริโกะ ยูโกะ ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหญิงของอาณาจักรรุมถามเรื่องที่พาเธอมาปรากฏตัวที่นี่   ก่อนซาเอะจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นยาวเหยียดในคลาสวันนี้ให้ทุกคนฟังรวมถึงเหตุผลที่พาน้องกลับมาก่อนเวลาอันสมควร               “แหะๆ”   “ยูโกะ!” ฮารุนะสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก รีบเอามือลูบหลังคนที่จู่ๆก็พรวดออกจากอ้อมกอดนั่งหอบอยู่บนเตียง   “ฝันร้ายอีกแล้วเหรอคะ” ยูโกะไม่พูดเพียงหันหน้าไปซบไหล่หญิงสาวข้างกาย   เอาอีกแล้ว ฝันแบบเดิมอีกแล้ว   วันนี้… มันวันงานเสียด้วย มีอะไรบ้างอย่างที่เธอสังหรณ์ใจไม่ดีเลย             วันนี้เป็นวันที่ยูโกะตื่นเช้ากว่าปกติและ.. เป็นเช้าที่ค่อนข้างแปลกประหลาดสำหรับเธอที่ต้องถ่อสังขารมาปลุกคู่อริเก่า อย่างทาคาฮาชิ มินามิ ให้ลุกออกจากเตียงมาคุยกันถึงเรื่องที่ทำให้เธอตื่นกลางดึกอยู่บ่อยๆ   อาจจะเป็นเพราะส่วนหนึ่ง เธอไว้ใจและคิดว่าประสบการณ์ของคนตรงหน้าจะช่วยอะไรเธอได้  ถึงได้กล้ามารบกวนทั้งที่ไม่ค่อยถูกกัน     “ฉันไม่อ้อมค้อมนะ”   มินามิเลิกคิ้วข้างหนึ่ง ซึ่งดูกวนประสาทในสายตายูโกะ บอกว่า ก็ต้องการอย่างนั้น  ทำเอาคนพูดแอบหมั้นไส้ อยากลุกมาตะบันหน้าสักหมัด ถ้าไม่ติดว่ามาขอความช่วยเหลือ   “ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร ฉันฝันร้ายเรื่องของอัตสึโกะซ้ำๆ มันเป็นความฝันเกี่ยวกับเรื่องที่อัตสึโกะถูกทำร้ายเมื่อหลายปีก่อน”   เธอเห็นท่าทางกวนประสาทเมื่อครู่ขรึมลง  พอเป็นเรื่องอัตจังหน่อยแหละ ไม่ได้เลยนะ   “เมื่อนานมาแล้ว ตอนพวกฉันอายุประมาณ 15 ปี ฉันพาอัตสึโกะไปที่หมู่บ้านวิญญาณ.. และนั่นเป็นเหตุให้อัตสึโกะถูกแทงจนเกือบตาย”    มินามิครางเสียงต่ำพยักหน้ารับรู้   รอยแผลเป็นที่อัตสึโกะปิดปากเงียบ ไม่ยอมบอกที่ไปที่มากับเธอ    “รอยแผลเป็น..”    ยูโกะพยักหน้าให้เล็กน้อย “อัตสึโกะไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังบ้างเหรอ”   “ทำอย่างไม่รู้นิสัยเด็กนั่นไปได้” มินามิพูดด้วยท่าทางหงุดหงิด ถ้าเป็นเรื่องของคนอื่นล่ะ อย่าว่าแต่เอาครีมมาง้างเลย ต่อให้ใช้วิธีไหนก็ไม่ปริปากพูดหรอก       ยูโกะแอบหัวเราะกับนิสัยที่ไม่เคยเปลี่ยนของคนที่เปรียบเสมือนน้องสาวแท้ๆ       “ตอนนั้นฉันไม่แน่ใจหรอกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่พ่อของฉันเป็นคนแทงอัตสึโกะ และทำให้หมู่บ้านพังพินาศ ก่อนถูกฆ่าโดยราชสีห์สีเพลิงที่ถูกสะกดไว้ด้วยมือพ่อของฉันเอง”    แม้ยูโกะจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่ไม่ได้คิดอะไรมากแต่แววตาของคนพูดกลับสั่นระริกเมื่อหวนนึกถึงเรื่องในอดีตที่ยังตามมาหลอกหลอนกันอยู่ในปัจจุบัน   “เสียใจด้วยนะ เรื่องพ่อของเธอ”   “ฉันเริ่มจะเฉยๆกับมันแล้วล่ะ ที่อยากเล่าให้ฟังคือช่วงนี้ฉันแค่ฝันถึงมันเท่านั้นเอง ฉันกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นห่วงอัตสึโกะน่ะ”   เธอก็อยากบอกออกไปเหมือนกันว่า เธอก็เป็นห่วง เป็นห่วงมากๆ   เป็นห่วงกว่าคนที่พูดไม่รู้กี่เท่า ถ้ามันเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกเอ่ยถึง    “ฉันพอจะรู้จักคนที่ช่วยเธอได้นะ”   ยูโกะเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรก็ถูกมินามิสั่งให้ลุกตามออกไป   อยากจะส่ายหน้าให้นิสัยชอบทำอะไรลึกลับ ตามใจตัวเอง คิดอะไรได้ก็จะสรุปให้ทำอย่างนั้น ไม่ถามความคิดเห็นเธอเลยว่าอยากออกไปด้วยมั้ย   แต่ก็น่าแปลกที่คนอย่างนี้กับใจเย็นได้เมื่ออยู่กับอัตสึโกะ   หรือเป็นผู้ปกครองที่ดีมากๆให้อัตสึมิจัง       มีหลากหลายมุมจนเธอยังอดนับถือไม่ได้จริงๆ       จนกระทั้งเธอถูกพามาถึงบ้านไม้เล็กๆแห่งหนึ่งในแถบชานเมือง ที่ด้านหน้าปลูกกุหลาบหลายสีในกระถ่าง   บ้าน ‘มัตสึอิ’ มันมีที่แบบนี้อยู่ด้วยหรือไงเล่า   นี่ขนาดเธออยู่ อากิบะ มาตั้งแต่เด็กยันโตก็พึ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก   แล้วไอ้สถานที่แบบนี้มันจะช่วยเธอได้รึไง   ที่น่าสงสัยที่สุด คือ คนที่พาเธอมารู้จักกับสถานที่อย่างนี้ได้ยังไง   ทั้งที่ไม่ใช่คนชอบสุงสิงกับใคร   มีพิรุธชะมัด หรือจะเป็นที่กบดาน แอบทำอะไรลับหลังอัตสึโกะ!    “นี่เธอรู้จักที่แบบนี้ได้ยังไง แล้วอยู่ๆพาฉันมาที่นี่ทำไม”   “อย่าพึ่งพูดมากน่า”  มินามิรีบตัดบทพยายามจะเลิกสนใจคนที่กำลังจับพิรุธเธอ ไม่ต้องใช้ใจการอ่านใจเลยสักนิด เพราะแค่มองหน้ายูโกะ เธอก็รู้แล้วว่ายัยนี้มันคิดอกุศลอะไรอยู่   ‘ก๊อกๆ’   มินามิลงมือเคาะประตูไม้ด้านหน้าท่ามกลางสายตาที่ยังจ้องเธออย่างจับผิด   เธอมันไม่อะไรให้น่าจับผิดขนาดนั้นเลยรึไงเล่า แค่รู้จักเจ้าของบ้านหลังนี้มันแปลกตรงไหน    ไม่นานประตูที่ถูกปิดสนิทก็แง้มออก คนที่ออกมาเปิดประตูไม่ได้มีสีหน้าตกใจกับแขกที่มารบกวนในเวลาเช้าตรู่แม้นสักนิด ออกจะมีสีหน้ายิ้มแย้มตอนรับเป็นพิเศษ   ‘รู้อยู่แล้ว’ เป็นสิ่งที่ทำให้มินามิหน้าบึ่งไม่ชอบใจกับเจ้าของรอยยิ้มตรงหน้า   ชีวิตนี้ ทำไมเธอจะต้องมาเกี่ยวพันกับพวกภูติด้วยนะ ทั้งที่พยายามจะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยแล้วแท้ๆ   “เชิญด้านในเลยค่ะ”         “นี่ ฉันถามจริงเธอรู้จักที่แบบนี้ได้อย่างไร” ยูโกะอดจะกระซิบถามไม่ได้ เพราะดูมุมไหนมันก็หน้าสงสัยและคนอย่างมินามิก็ไม่มีทางจะรู้จักที่แบบนี้แน่ๆ ยิ่งเป็นคนไม่ชอบเรื่องดวง โชคชะตา การทำนาย ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่มีทางจะมาแน่ๆ ยกเว้นจะแอบซุกใครหรือซุกอะไรไว้   “อยากรู้มากก็ไปถาม ยัยตัวยุ่งโน้น ยัยนั้นก็เคยมา”   “ห๋า!! อัตสึโกะเคยมา! ตั้งแต่เมื่อไหร่”   “ก็บอกให้ไปถามเองไงเล่า” มินามิรีบบอกปัดอย่างเซ็งๆ จะไม่เคยมาได้อย่างไร เมื่อตอนนั้นก็เกือบจะเห็นเธอกลายร่างกลับเป็นมนุษย์อยู่ในบ้านหลังนี้เพราะไอ้คนที่พึ่งจะเชิญเธอเข้ามานี่ละ ตัวดี    “เชิญนั่งเลยค่ะ” ภูติในร่างมนุษย์ขยิบตาให้มินามิกับผู้หญิงด้านหลังที่มานั่งลงหน้าคนรักของเธอ ซึ่งเธอได้บอกไว้ตั้งแต่เมื่อคืนว่า เช้านี้จะมีแขกคนพิเศษมาขอความช่วยเหลือ     และก็เป็นดังน้ำคำ เมื่อแขกทั้งสองคนมาตรงเวลาแปะอย่างกับเธอได้นัดแนะไว้    ยอมรับว่า ตั้งแต่เหตุการณ์ที่ลินดาจากไป เธอแทบไม่ได้พบอดีตราชาอีก  แม้พบกัน..ในตอนนั้นอดีตราชาก็จำเธอไม่ได้ พลังเวทย์ที่เปลี่ยนแปลงทำให้การรับรู้ตัวตนของพวกเธอน้อยลงไปด้วย และไม่สามารถรับรู้ตัวตนของพวกได้อีกถ้าพวกเธอไม่จงใจปรากฏตัวออกมาให้เห็น กระทั่งครั้งที่ความทรงจำกลับมา อดีตราชาก็ยังคงเลี่ยงที่จะยุ่งเกี่ยวกับพวกเธอต่อไป         “พวกคุณมีอะไรให้ฉันช่วยค่ะ”     มินามิหันมองคนที่นั่งเก้าอี้ด้านข้างพยักหน้าบอกให้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ผู้หญิงคนนี้ฟัง เพราะดูท่าอีกฝ่ายจะไม่ค่อยไว้ใจที่จะเล่าเรื่องให้คนแปลกหน้าฟังเท่าไหร่     “ไว้ใจได้” มินามิขยับปากให้คนด้านข้างอ่าน เพราะพื้นที่ที่นั่งมีขนาดเล็กแม้ส่งเสียงเล็กๆออกมาก็ทำให้ได้ยินกันทั้งห้อง      “ฉันฝันร้ายติดกันหลายวันแล้วค่ะ มันเป็นฝันที่เกี่ยวกับเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว และฉันมักจะฝันซ้ำๆแบบนี้ประจำ ถึงเรื่องที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งเกือบตาย”   “ผู้หญิงคนนี้เป็นคนใกล้ชิดของคุณใช่มั้ยค่ะ”    ยูโกะขานรับเสียงเบาในลำคอก่อนผู้หญิงผิวขาวราวน้ำนมจะขอมือข้างหนึ่งของเธอไปวางไว้บนโต๊ะ     สัมผัสบนฝ่ามือทำให้ยูโกะสะดุ้งวาบ เพราะมือนุ่มของหญิงสาวคนนี้ลูบวนบนฝ่ามือของเธอ   ได้แต่ส่งสายตาขอร้องให้คนข้างๆ  ไม่เล่าเรื่องนี้ให้ฮารุนะ ฟัง   เพราะไม่งั้นเธอตาย! ที่ปล่อยให้ผู้หญิงที่ไหนไม่รู้จับไม้จับมือ   แม้จะเป็นไปเพื่อคำทำนายก็เถอะ   คิดหรือว่า ถ้าอีกคนได้ยินจะไม่ หึง!    สักพักเรนะก็ปล่อยมือของยูโกะให้เป็นอิสระ เม้มริมฝีปากนิดๆพยายามเรียบเรียงคำพูดที่ต้องการสื่อ   “หญิงจากแดนไกลจะนำเรื่องวุ่นวายมาสู่พวกท่านแล้วความจริงที่ถูกปิดบังในอดีตจะปรากฏ”    “ฉันไม่เข้าใจ” ยูโกะกดคิ้วลงกับคำพูดกำกวม เห็นหญิงสาวนักทำนายหันไปด้านหลัง กระซิบอะไรบางอย่างกับร่างสูงที่ยืนซ้อนอยู่ก็ยิ่งกดหัวคิ้วลงด้วยความมึนงง     “เรื่องเมื่อประมาณ 15 ปีก่อนที่เกิดขึ้นกับพวกท่าน จะถูกทำให้รู้ความจริงโดยหญิงที่พวกท่านจะพบในค่ำคืนนี้.. ทว่า.. ผู้หญิงคนนั้นมาพร้อมอันตราย พวกท่านพึ่งระวังตัวไว้ เจ้าของดวงตาสีฟ้า เด็กคนนั้นจะมีอันตราย”   ‘อัตสึมิ’ ทั้งสองหันมองหน้ากันทันทีที่ชื่อของเด็กสาวปรากฏในความคิด   มินามิพยักหน้าให้ยูโกะ   “เธอรีบกลับไปบอกพวกมาริโกะให้เพิ่มเวรยามในคืนนี้ก่อนเถอะ ส่วนเรื่องหญิงจากแดนไกลนั้น ฉันจะลองหาทางจัดการดู กลับไปเจอกันที่ปราสาท ฉันมีเรื่องสงสัยนิดหน่อย เดี๋ยวจะรีบตามกลีบไป”   ยูโกะไม่ได้มีท่าทางอิดออดไม่พอใจกับประโยคแกมสั่งของมินามิ เพราะรู้ดีทุกคำพูดที่ออกมาจากริมฝีปากคู่นั้นได้ผ่านการพิจารณาอย่างถีถ้วนแล้ว   “ฉันจะรออยู่นั่น ฝากด้วย”   มินามิผงกศีรษะรับรู้ครั้งส่งสายตาบอกให้แคโรลีนให้เล่าเรื่องทุกอย่างที่ยังไม่ถูกเล่าออกมาให้หมด เพราะเรื่องนี้มันหมายถึงชีวิตของคนใกล้ตัวเธอ   “เรนะ ฉันขอตัวสักเดี๋ยวนะ”       การที่มินามิถูกเชิญให้เคลื่อนตัวออกจากในบริเวณบ้านไปยังสวนหย่อมเล็กใกล้ๆ   เป็นการบอกเจ้าตัวรู้อยู่นัยๆว่าเรื่องที่ยังไม่ถูกเล่าออกมาเป็นเรื่องสำคัญมาก เกินกว่าจะปล่อยให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามายุ่งได้     “จิ้งจอกเก้าหาง”    “อะไรนะ”  หลังจากเหลือกันอยู่สองคนบทสนทนาเชิงลึกก็ถูกร่ายให้ฟัง    จูรินะยืนถ้วยชาให้มินามิที่นั่งตีหน้าเครียดบนม้านั่งไม้ ตั้งแต่ได้ยินชื่อของสิ่งมีชีวิตที่ไม่น่าจะปรากฏตัวอยู่ที่นี่   จิ้งจอกเก้าหาง ปีศาจทรงภูมิปัญญา ครั้งหนึ่งเคยเป็นบริวารของไมโกะ ก่อนที่เจ้าตัวจะยกเลิกสัญญาและสละตำแหน่งมหาเวทย์ออกมาจากสมาคม ก่อนมายังที่ดินแดนสีขาว เรื่องต่อจากนั้นเธอไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องที่ไมโกะไม่เคยเล่าให้ฟัง    “ไม่ผิดแน่ จากคำทำนายของเรนะ  สุภาพสตรีผู้มีดวงประทิปทั้งเก้า ทรงภูมิปัญญาและมาด้วยเวทย์กาย จะปรากฏขึ้นต่อหน้า ขัตติยะแห่งเมืองโบราณผู้มีดวงตาแห่งท้องนภาและผู้ถูกสลักในป่า จะถูกสังเวยโดยหนังสือดำ ”   “หมายความว่า…”   “จิ้งจอกเก้าหางมากำลังต้องการวิญญาณเพื่อเป็นเครื่องสังเวยให้ตนเองเพิ่มพลังบำเพ็ญตบะ.. ไม่ใช่แค่เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้า แต่ผู้ที่เคยถูกสลักด้วยคมดาบในป่าอาถรรพ์กำลังตกอยู่ในอันตราย”    มินามิเม้มปากแน่น ถ้าจะให้ยกเลิกงานตอนนี้ก็หาใช่เรื่อง  เพราะรู้ดีถึงความสำคัญของงานในครั้งนี้  แต่การที่จิ้งจอกเก้าหางปรากฏตัวขึ้นที่นี่นั่นย่อมหมายถึงชีวิต  เธอรู้จิ้งจอกเก้าหางไม่เคยยอมสยบให้ใคร   “ทั้งๆทีที่นี่ห่างไกลจากที่ที่นางน่าจะอยู่นะหรือ ทำไมถึงได้มา”   “ท่านน่าจะทราบ.. ด้วยวิทยาการโบราณที่ท่านมอบให้แด่ผู้เป็นเจ้าของปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ดึงดูดทุกชีวิต  มิใช่เพียงมนุษย์ที่แสวงหาพลัง สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาก็ต้องการพลัง และ..ดอกไม้ที่เริ่มบานสะพลั่งกำลังส่งกลิ่นแห่งความชั่วยวน”    ดอกไม้ที่เริ่มบานสะพลั่งหรือ ชั่งเปรียบเทียบนัก   เพราะพลังแท้ๆ ถึงได้นำเรื่องที่ไม่สมควรเข้ามาให้แก่เด็กคนนั้น   “ข้าควรจะรับมือกับนางอย่างไร”   “เพียงอย่าให้นางเข้าถึงตัวของทั้งสองคนน่าจะเพียงพอแล้วมิใช่หรือ”   “หากง่ายอย่างนั้นคงจะดี เจ้ารู้.. จิ้งจอกเก้าหางมากด้วยเล่ห์สารพัดวิธี ขนาดตัวข้านี้ยังยากจะรับมือ”   “ท่านมินามิ..”   “อย่างไรเสียเรื่องนี้ข้าจะลองจัดการ ฝากบอกนางด้วยว่า ขอบคุณสำหรับการทำนายครั้งนี้”   “ท่านมินามิ ยังมีอีกเรื่องที่ท่านควรรู้..” จูรินะรีบเรียกไว้ก่อนมินามิจะกลับออกไป   “เกี่ยวกับความทรงจำของเด็กคนนั้น ลินดามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย”    คำพูดของจูรินะทำให้ฝีเท้าทั้งสองชะงักงึก   “ลินดาเคยปรากฏตัวที่นั่นเพื่อช่วยชีวิตของผู้ถอนคำสาป”   กลายเป็นนามสมมุติที่ถูกตั้งขึ้นให้มินามิรับทราบก่อนจะหันหน้ากลับมามองคนที่เรียกเธอเอาไว้    “ยังมีเรื่องอะไรที่ข้าไม่รู้อีกรึเปล่า”    ลินดา.. รู้จักกับพวกเด็กนี้ก่อนที่เธอจะเจอ..   แสดงว่าเรื่องที่ผ่านมา เป็นฝีมือของภูติมาตั้งแต่เริ่มแล้วงั้นหรือ…           มินามิกลับมาที่อีกครั้งในช่วงสายของวันที่เริ่มเปิดตอนรับแขกจากต่างเมืองเข้ามาในตัวปราสาท เธอพยายามเลี่ยงการพบปะกับคนแปลกหน้าจนพาตัวเองมาอยู่ที่หน้าห้องนอน    เรื่องที่แคโรลีนบอกยังคาใจเธออยู่มาก เพราะการที่ลินดาเข้าไปเกี่ยวข้องกับอดีตของพวกยูโกะ มันต้องมีความลับอะไรซ่อนอยู่ในเหตุการณ์นั้น แต่มันเป็นความลับอะไรนั้น เธอเองก็ไม่สามารถบอกได้   เพราะความลับมันได้ถูกปิดตายไปพร้อมกับลินดาเสียแล้ว..   เธออยากจะรู้นักว่า เจ้าภูติตัวดีวิญญาณอีกเสี้ยวหนึ่งรู้อะไรกันแน่        เธอตัดสินใจแง้มประตูเข้ามาในห้องนอนที่ได้ทิ้งอัตสึโกะกับอัตสึมิไว้เมื่อเช้า ก็พบเพียงความว่างเปล่า   คาดว่าคนรักกับลูกสาวคงตื่นออกไปเตรียมตัวสำหรับงานในค่ำคืนนี้แล้วกระมัง   ถ้ายังไม่ตื่นกันคงจะแปลก ไม่รู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะงอแงรึเปล่าที่ตื่นมาแล้วหาเธอไม่เจอ เพราะเมื่อเช้าเธอก็ไม่ได้บอกเอาไว้ด้วยว่าจะออกไปไหน มีแต่อัตสึโกะที่พอรู้ตัวอยู่บ้างว่ายูโกะมาเรียกเธอให้ออกไปด้วยกัน   เฮ้อ พอนึกถึงหน้าคนสำคัญทั้งสองเธอก็กังวลใจ   เพราะเอาเข้าจริง เธอก็ยังรู้จะรับมือกับจิ้งจอกเก้าหางอย่างไร     ไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นถึงฤทธิ์เดชมากแค่ไหน และคนที่น่าจะรู้ดีที่สุดอย่างไมโกะ ก็ไม่มีตัวตนอีกต่อไป   แล้วเธอจะหาทางรับมือได้อย่างไร ทุกย่างก้าวที่เธอตัดสินใจมันหมายถึงชีวิตของคนสำคัญ         พอตกเย็นมา เริ่มเข้าสู่ช่วงของเวลางาน มินามิรีบพาตัวเองมาสมทบกับยูโกะที่ยืนอยู่ด้านข้างมาริโกะซึ่งเธอได้บอกเอาไว้ก่อนหน้าให้เตรียมกำลังคุ้มกันให้ดี แม้สองคนนี้จะอยู่ในชุดทักซิโด้สีดำใส่หน้ากากสีเงินครึ่งหน้า เธอก็จำได้เพราะรูปร่างอันโดดเด่นของทั้งคู่   “อัตสึโกะไปไหน” เธอถามออกไปเมื่อไม่เห็นคนที่ควรจะอยู่ในงาน ยิ่งอยู่ในเวลาหน้าซิวหน้าขวานความกังวลของเธอก็เพิ่มมากเป็นเท่าตัวจนรู้สึกถึงความเปียกชุมบนฝ่ามือ   “ยังไม่ออกมาเลย ตอนนี้อยู่กับพวกฮารุนะ อัตสึมิจังด้วย ไม่ต้องห่วง แล้วเกิดอะไรหลังจากที่ฉันกลับมา”      มินามิในชุดคล้ายกับยูโกะหันมองหน้าคนถาม “จิ้งจอกเก้าหางกำลังจะมาที่นี่”   “อะไรนะ!”   “เธอรู้ใช่มั้ยว่าสิ่งที่ฉันพูดถึงมันมีอันตรายขนาดไหน ขนาดฉันยังเป็นกังวลที่จะรับมือด้วย”   “แล้วทำไมไม่รีบบอกกันก่อน อย่างน้อยถ้าสั่งให้ทหารสกัดคนหน้าสงสัยไว้ก็อาจจะทันการ”   “ไม่มีประโยชน์เหรอ เวทย์ปลอมแปลงของจิ้งจอกเก่าหาง ถ้าไม่ใช่คนที่เคยสัมผัสมาก่อนจะไม่มีทางรู้เด็ดขาด มีทางเดียว คือเราต้องปล่อยให้มันเข้าใกล้เป้าหมาย เราถึงจัดการมันได้ พยายามจับตาดูคนที่จะเข้าใกล้อัตสึมิจังกับอัตสึโกะไว้”   “ทำไมต้องอัตสึโกะด้วย”   “เพราะเป้าหมายของมันไม่ใช่แค่อัตสึมิจังแต่มันยังหมายตาอัตสึโกะไว้อีกคน”   ยูโกะกัดปากอย่างหงุดหงิด ทั้งที่คนอื่นมีเยอะแยะแต่มันดันเลือกเจาะจงเฉพาะสองคนนี้ ไม่เข้าใจความคิดเลยสักนิด ถ้าต้องการพลังเวทย์จริง อย่างมินามิหรือแขกที่มาร่วมงานในวันนี้ไม่น่าจะสนใจมากกว่าอัตสึโกะหรืออย่างไร เพราะกับอัตสึมิเธอยังพอเข้าใจ     “มาริโกะฝากสังเกตการณ์ให้หน่อยได้ไหม”    “อื่อ ฉันไม่มีปัญหาหรอกนะ”   “ถ้าใครเข้าใกล้อัตสึโกะลงมือได้เลยนะคะ ฉันคิดว่าโอกาสที่เหมาะที่สุดคือตอนเต้นรำ”    มาริโกะขยับศีรษะเล็กๆเป็นการตอบรับ ก่อนไฟทุกดวงในสถานที่จัดงานจะดับลงทั้งสามคนได้ยินเสียงฮื่อฮาดังตามมาอีกเป็นระล่อ ก่อนหันมองไปสนใจยังจุดที่แสงไฟตกลงมากระทับกัน   อ่า สวย…   เสียงอื้ออึงดังมาต่อเนื่อง เพราะการปรากฏตัวของของผู้หญิงทั้งแปดคนที่กำลังเข้ามาทางประตูอีกฝั่งซึ่งถูกจัดเตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับเจ้าภาพของงาน    หญิงคนแรกเป็นหญิงสาวในชุดราตรีสีขาวยามลงมาถึงเข่าสวมหน้ากากสีทองตัดกับสีผิวขาวๆผมถูกเกล้าขึ้นไปอยู่บนศีรษะมีเกลียวลงมาเล็กน้อยบริเวณข้างแก้ม กำลังจับจูงมือเล็กๆของเด็กสาวที่อยู่ในชุดกระโปรงลูกไม้ยาวถึงข้อเท้าสีครีม สวมหน้ากากเป็นสีเดียวกันกับคนที่จับจูง และถัดมาด้านขวา หญิงสาวตัวเล็กร่างเพรียวอยู่ในชุดราตรีเปิดหลังสีดำสวมหน้ากากสีน้ำม่วงเข้มทำให้รดูเซ็กซี่น่าค้นหา แต่มันกำลังทำให้คนบางคนอกใกล้แตกตาย เมื่อดันไปเจอเข้ากับสายตาของคนในงานที่มองร่างเพรียวอย่างกับจะกินเข้าไปทั้งร่าง   ‘สัญญาไว้แล้วแท้ๆว่าจะไม่แต่งตัวโป้! แต่นี้อะไร’   มาริโกะพยายามข่มลงหายใจให้เป็นปกติ เพื่อที่จะไม่เข้าไปฉุดคนที่จงใจยั่วออกไปจากงานด้วยกันตอนนี้    มาต่อกันที่หญิงด้านซ้ายของคนที่เดินนำเข้ามา จากปกติที่ไว้ผมทรงทวินเทลวันนี้ถูกปล่อยและถักเปียกที่ด้านหลังเหมือนทรงผมแต่งงาน สวมเดชรสีดำแหวกข้างและหน้ากากสีเงิน ซึ่งช่วยทำให้บุคลิกโดยรวม ดูเป็นผู้ใหญ่จนคนที่เห็นหน้าอยู่ทุกวัน ยังอดตะลึงกันไม่ได้    ยูโกะคาดว่าคงมาในคอนเซ็ปที่คล้ายๆกับคนหน้าหลังเจ้าตัวที่ต่างกันแค่สีชุด เมื่อยูกิรินอยู่ในเดชรสีขาวสวมหน้ากากสีมรกต   และคนที่ยูโกะชื่นชมสุดๆเพราะเทใจให้คงไม่พ้นคนที่เดินคู่ขนานกับยูกิริน ซึ่งอยู่ในชุดราตรีสีดำแหวกข้างจนเห็นขาอ่อนกับหน้ากากสีน้ำเงินเข้ม   จะว่าหวงมันก็หวงอยู่หรอก แต่สำหรับเธอมันก็ถือว่าเป็นอาหารตามากกว่า   คนอื่นก็แค่ได้มอง แต่เธอไม่สัมผัส   เพราะฉะนั้นก็ไม่มีปัญหา   และสองคนสุดท้ายที่เดินรั้งท้ายมา อยู่ในชุดทักซิโด้สีขาว สวมหน้ากากสีดำครึ่งหน้าพร้อมอาวุธประจำตัวที่เรียกได้ว่าเป็นสองคนที่เสียงกรี๊ดของกลุ่มสาวๆได้เป็นอย่างดี โดนเฉพาะกลุ่มนักเรียนของโรงเรียนเวทย์ชั้นปีสุดท้ายที่ถูกเกณฑ์ให้มาช่วยงานในค่ำคืนนี้       มินามิยังคงช้อนตามองคนที่ส่งยิ้มให้ด้วยใบหน้าที่รู้สึกร้อนวูบวาบ   ยัยตัวร้ายของเธอสวยมากจริงๆ ยิ่งเห็นอยู่ในลุกนี้ยิ่งสวย   จะกี่ทีๆเธอก็ไม่ชิน เพราะมันทำให้หัวใจของเธอทำงานมากกว่าปกติ   และยากที่จะควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย   แต่เธอก็ชอบ ชอบจะเห็นอัตสึโกะแต่งตัวแบบนี้   “เอาล่ะค่ะทุกคน ในนามของเจ้าภาพวันนี้ ขอให้ทุกคนสนุกไปกับงานในค่ำคืนนี้นะคะ” มันเป็นคำกล่าวเปิดงานเล็กๆที่ดึงสติของทุกคนให้กลับมาพร้อมๆกับเสียงของดนตรีที่เริ่มบรรเลงดังกระหึ่ง เสียงตบมือจากผู้มารวมงานดังไม่ขาดสายและหลายคนก็เริ่มจะมองหาคู่เต้นรำของตัวเอง        มินามิทำท่าจะเดินเข้าไปหาคนที่อยู่กลางวงล้อมอย่างเป็นห่วงความปลอดภัยเพราะผู้คนมากมายเริ่มจะให้ความสนใจเข้าไปคุยกับเจ้าภาพของงาน เธอกลัวว่าหนึ่งในนั้นจะมีคนที่ประสงค์ร้ายอยู่  ถึงเธอจะไม่ได้เจาะจงว่าเป็นจิ้งจอกเก้าหางหรือใครก็ตาม   แต่ถ้าอยู่ในสภาพอย่างนี้ก็เสี่ยงจะถูกทำร้ายได้ง่าย แม้จะมีมาริโกะค่อยจับตาดูอยู่ หรือซาเอะ ซายากะไม่เว้นฮารุนะที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดให้แล้วก็ตามที   ก่อนจะถูกขัดจังหวะโดยร่างเล็กที่พุงเข้ามาหาให้ต้องหยุดเดินรีบรับร่างเล็กๆมาจับเอาไว้   “ป๊ะป๋าขา”    “ว่าไงค่ะ วันนี้ใครแต่งตัวให้หนูเอ่ย สวยจังคนเก่งของป๊ะป๋า”   “หม่าม๊าค่ะ วันนี้ป๊ะป๋าหายไปไหนมาคะ” มินามิยิ้มให้กับความขี้อ้อนชั่งถามของลูกสาว  นี่ สงสัยคงตื่นมาแล้วเดินหาเขาไม่เจอแน่เลย     ขนาดใกล้จะแปดขวบแล้วยังอ้อนเก่งไม่เลิกเลยเด็กคนนี้   “พาลุงยูของหนูไปทำธุระมาค่ะ”   “ ป๊ะป๋า หนูรู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้ค่ะ”   “รู้สึกไม่ดียังไงคะ” อัตสึมิกดหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยพยายามดึงชายเสื้อให้มินามิโน้มหน้าลงมาใกล้   “หนูบอกไม่ถูกค่ะป๊ะป๋า แต่หนูไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย”    มินามิใช้วงแขนดึงร่างเล็กเข้ามาแนบกับอกและยกมือลูบศีรษะเบาๆ   ลางสังหรณ์เธอกำลังบอกว่า ลูกสาวเธอเริ่มรู้ตัวแล้วและสัมผัสได้ถึงภัยที่เข้ามาคุกคาม แม้จะไม่ปรากฏชัด แต่ไม่อาจจะหลบสัญชาตญาณไปได้   มาแล้ว จริงๆสินะ    “ไม่ต้องกลัวนะคะ ป๊ะป๋าจะไม่ให้ใครมาทำอะไรหนู”   มินามิแอบส่งสัญญาณผ่านมือให้มาริโกะกับยูโกะที่คอยสังเกตการณ์ได้รับรู้ว่า มีสิ่งไม่ปกติอยู่ในงานเพื่อให้ทั้งสองคนเตรียมรับมือ       “คุณจะรังเกียจไหมคะ ถ้าฉันจะขอเต้นรำด้วย”     และเสียงเรียกจากด้านหลังทำให้อัตสึมิสะดุ้งวาบตวัดสายตาไปมองอย่างไม่ค่อยพอใจ ต่างกับมินามิที่ค่อยๆมองสำรวจผู้หญิงที่เดินเข้ามาหาช้าๆ เธอคนนี้สูงพอๆกับอัตสึโกะอยู่ในชุดราตรีสีขาวและหน้ากากสีม่วงเข้ม ไว้ผมสั้นประบ่า ดวงตาเป็นสีเงินเหมือนแร่บริสุทธิ์ ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะเป็นเจ้าหญิงที่มาจากอาณาจักรใหญ่ทางตอนเหนือซึ่งมาขอรวมงานด้วยและเป็นคนที่มีชื่อเสียงค่อนข้างมาก ในเรื่องปฏิภาณ ไหวพริบ เห็นว่ามาถึงอากิบะตั้งแต่วันก่อน   หากเธอปฏิเสธคงจะเสียมารยาทน่าดู        มินามิสัมผัสได้ถึงแรงรัดบริเวณแขนที่แน่นขึ้นก่อนจะค่อยๆเคลื่อนสายตามามองยังคนกระทำ เป็นลูกสาวตัวเล็กนั้นเองเกี่ยวเธอเอาไว้ และยังมองผู้หญิงที่เข้ามาใกล้เธอด้วยสายตาไม่เป็นมิตร    คงจะหวงสินะเนี่ย   มินามิแอบยิ้มขำเด็กในอ้อมกอด เพราะนอกจากอัตสึโกะ ก็เรียกว่ายากมากที่จะมีผู้หญิงคนอื่นเข้าถึงตัวเธอได้   “ป๊ะป๋าขอตัวสักเดี๋ยวนะคะ คนดี” เธอกดจมูกลงแก้มนุ่มทั้งสองข้างอย่างเอาใจ เพื่อจะให้เจ้าตัวเล็กยอมปล่อยเธอ   “ไม่อยากให้ป๊ะป๋ายุ่งกับคนนี้” มินามิพยายามไม่หลุดหัวเราะ อัตสึโกะจะเห็นรึเปล่าว่ามีคนตามหวงเธอแทนขนาดไหน ว่าแล้วก็ช้อนสายตามองไปหาคนที่กำลังแอบมองมาทางนี้หน่อยๆ และนั้นแหละที่เธอเห็นรอยยิ้มที่มุมปาก   ท่าทางอย่างนี้ นัดกับเจ้าตัวเล็กไว้แล้วแน่ๆ   ร้ายนักนะ ทั้งแม่ทั้งลูก    “แปบเดี๋ยวนะคะคนดี ป๊ะป๋า จะรีบกลับมาหาหนูกับหม่ามี้โอเคมั้ยค่ะ” เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทกับแขกที่รออยู่ มินามิจึงต้องขอความช่วยเหลือผ่านทางสายตาให้ยูโกะมารับลูกสาวสุดที่รักไป โดยไม่ลืมจะทำข้อตกลงบางอย่าง เพื่อไม่ให้เจ้าตัวเล็กงอน   ซึ่งคนที่มารับเจ้าตัวเล็กสุดแสบของมินามิก็พอจะเข้าใจความลำบากใจนั้นอยู่หรอก เล่นถูกลูกสาวตามหวงขนาดนี้ ไม่เป็นอันทำอะไรพอดี       “ขอโทษด้วยค่ะที่เสียมารยาท” มินามิเลือกจะไม่ใช่คำพูดที่ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็นและพยายามจะไม่โดนตัวคู่เต้นรำมาก เพื่อแสดงจุดยืนให้เห็น   ไม่ใช่แค่ลูกที่หวงเธอ แต่เธอก็เป็นคนที่หวงตัวมากเหมือนกัน   “ลูกสาวเหรอคะ น่ารักดีจัง” แล้วเสียงหวานก็ได้โอกาสเอ่ยถาม ไม่มีแววแปลกใจเลยว่าทำไมเด็กสาวคนเมื่อครู่ถึงเรียกมินามิว่าป๊ะป๋า เพราะก่อนหน้าก็ได้รับข้อมูลของอาณาจักรมาก่อนแล้วว่า มีการแต่งงานกันระหว่างผู้หญิงเกิดขึ้นและมีราชทายาทหนึ่งคน     มินามิพยักหน้าตอบคำถาม ไม่คอยอยากจะสนทนาพลางก้าวเท้าไปตามจังหวะเพลง เธอรับรู้ได้ถึงสายตาที่จับจ้องอยู่ คงไม่ต้องบอกว่าเป็นของใคร   และเธอก็ไม่ได้อยากทำให้ตัวเองถูกมองด้วยสายตาแบบนี้ด้วย ถ้าไม่ติดว่าต้องรักษามารยาท เธอจะไม่ยอมเต้นรำกับคนอื่นเด็ดขาด   “ไม่น่าเชื่อว่านะคะ ว่าจะมาขอฉันเต้นรำ”    “แปลกเหรอคะ” หญิงสาวส่งยิ้มผ่านหน้ากากที่ปิดบังใบหน้าเกือบครึ่ง จงใจกระซับมือของคนที่จับ ทำให้มินามิผงะเล็กน้อยแต่ยังคงเต้นรำต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น        และ ใช่ ผู้หญิงคนนี้จงใจยั่วโมโหคนของเธอ ที่ตอนนี้กำลังเต้นรำอยู่กับมาริโกะไม่ไกลนัก   อย่าอยากรู้เลยว่ามันได้ผลไหม เพราะดูจากสายตาเอาเรื่องที่ถูกส่งให้เธอรู้สึกร้อนๆหนาวๆ ก็พอจะเป็นคำตอบได้แล้ว   เธอไม่ได้อยากจะเข้ามายุ่งกับผู้หญิงคนนี้สักหน่อย   “ฉันคิดว่า คุณคงสนใจคนอื่นมากกว่า”   “คุณคิดไปเองรึเปล่าคะ”  มินามิยังคงมีใบหน้าเรียบเฉยก่อนตัดสินใจใช้มือข้างหนึ่งที่โอบเอวผู้หญิงคนนี้ไว้บีบบังคับให้คนที่อยู่ใต้วงแขนขยับตัวได้ยาก   “หรือว่าไม่จริงคะ คุณจิ้งจอกเก้าหาง”    รอยยิ้มเหนือความคาดหมายถูกยิ้มให้ หญิงสาวที่ถูกกล่าวหาสบตาของคู่เต้นรำเธออย่างมีเลศนัย    เธอแค่กำลังสนใจ เพราะไม่เคยมีใคร..   “ฉันไม่รู้หรอกค่ะว่า คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร”   “เลิกแสดงละครได้แล้วค่ะ คุณเลือกเข้าหาผิดคนแล้ว”    ไม่ทันไรนั้นมินามิก็กระดกฝ่ามือขึ้นซึ่งเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายของคู่เต้นรำอีกครั้งเพราะมีเล่มเล็กกำลังจ่ออยู่ที่เอว   “คุณเป็นคนชอบใช้ความรุนแรงเหรอคะ”   “เธอหนีไปไหนไม่ได้แล้วละ”     จังหวะนั้น มินามิส่งสัญญาณให้คนสังเกตการณ์รู้ตัว เริ่มตรงเข้ามาใกล้ทั้งคู่อย่างไม่ให้มีพิรุธ เพื่อจัดการจับเป้าหมายอย่างเงียบงัน    “คุณน่าสนใจนะ บอกฉันได้รึเปล่าว่าคุณเป็นใคร”  คนที่ถูกมีดจ่อเอวยังทำตัวไม่สะทกสะท้านส่งยิ้มพราวระยับ ขยับตัวเข้ามาใกล้มินามิ และหางตาของเธอเหลือบไปเห็นคนที่แอบมองมาทางนี้อยู่ก่อนแล้ว หยุดการเต้นรำเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางไม่พอใจ    “อย่าคิคหนีดีกว่า เข้ามาทำอะไรที่นี่” คนถูกถามที่ไปที่มาไม่ยอมตอบคำถาม กดปลายมีดเข้าใกล้คนที่ยังตัวติดกัน แต่นั้นไม่ได้เพิ่มความกลัวให้คนที่ถูกจับทางได้เลย    “นั้นสิค่ะ คิดว่าเรื่องมันคงง่ายกว่านี้เสียอีก” เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นมา ขนาดอดีตราชาระวังตัวทุกฝีก้าวยังพลาดท่าให้เล่ห์กลง่ายๆเมื่อจิ้งจอกเก้าหางโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนปากของทั้งสองเกือบชนกัน  วินาทีนั้นที่มินามิรีบผลักตัวถอยหาง ปล่อยให้คนที่เคยจับกุมสบโอกาสหนีรอด ในเวลาเดียวกันอัตสึโกะรู้สึกว่าเส้นความอดทนขาดผิง เธอสะบัดแขนให้ออกจากการจับกุม ตรงเข้าไปจะเอาเรื่องผู้หญิงที่กล้าเข้ามายุ่งกับคนของเธอ แต่ฮารุนะเข้ามาขวางได้ทันการเสียก่อน    “เข้าไปจับเร็ว” เกิดความวุ่นวายในงานเพราะทหารเคลื่อนกำลังพลเข้ามาล้อมคนที่พึ่งจะหลุดออกมาจากมินามิเอาไว้  ซายากะรับหน้าที่กันแขกที่ไม่เกี่ยวข้องให้ออกห่างจากบริเวณนี้ เพราะกลัวโดนลูกหลงหากเกิดการปะทะ แต่ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อความอยากรู้อยากเห็นเข้าครอบงำให้ผู้คนพากันมุ่งดูไม่ยอมขยับไปไหน    อีกทางฝั่งหนึ่งมาริโกะ ฮารุนะ โทโมจิน ฮารุนะ ไม่เว้น สองนักวิจัยได้พาอัตสึโกะกับอัตสึมิออกห่างจากบริเวณที่เกิดความวุ่นวายตามที่มินามิได้บอก โดยที่อัตสึกโกะยังไม่ทันจะรู้เรื่องอะไรด้วยซ้ำ    “คุณ รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่”   คำถามนี้ทุกคนก็อยากรู้เหมือนกัน ไม่ใช่แค่เพียงคนที่ถามเท่านั้น     มินามิเพียงยิ้มที่มุมปาก  บอกไปใครจะเชื่อว่ามันเป็นลางสังหรณ์ เพราะผู้หญิงคนนี้จงใจเข้าหาเธอมากเกินไปตั้งแต่เห็นตอนที่เธออยู่ใก้ลอัตสึจัง เธอเลยคิดว่าต้องมีจุดประสงค์อะไรบ้างอย่าง…รวมกับคำทำนายและท่าทางของอัตสึมิจังที่เห็นผู้หญิงคนนี้ครั้งแรก ซึ่งมันเหมาะเจาะมาก      แขนข้างหนึ่งของอดีตราชาถูกยกขึ้นร่ายเวทย์   หากจิ้งจอกเก้าหางคงไม่ยอมให้ถูกจับง่ายๆ ดีดตัวขึ้นบนฟ้าด้วยความเร็วขนาดมินามิสติควบถ้วนยังตกใจ ทหารโดยรอบใช้หอกกระทุ้งลงพื้นสร้างเป็นกรงขังล้อมเอาไว้แต่มันกลับแพ้ให้เวทย์ลำลายของจิ้งจอกเก้าหาง   “หากข้าถูกจับง่ายๆก็คงไม่สนุกพอดี”    และนั้นก่อนที่เวทย์ของอดีตราชาจะได้กักขังจิ้งจอกก้างหางเอาไว้ตามที่ใจนึกหนังสือสีดำในมือของจิ้งจอกเก้าหางก็ถูกเปิดก้างออก    ลมแรงจากภายนอกเข้ามาภายในอย่างไม่มีสาเหตุจนเหล่าทหารเสียรูปแบบการตั้งรับ จิ้งจอกเก้าหางใช้โอกาสนั้นเข้าใกล้ผู้ที่เป็นเป้าหมายตั้งแต่แรก แต่มีหรือที่ราชาจะไม่รู้และยูโกะเองก็รับรู้เช่นกันรีบเข้าไปคุ้มกันคนที่ตกเป็นเป้า    ซึ่งไม่ทันได้เอ๊ะใจเลยว่า ได้หลงกลติดกับเข้าให้แล้ว    “เอาละ มาสนุกกันหน่อยดีกว่า”       เป็นคำพูดสุดท้ายที่ดังก้องในหูมินามิ ก่อนที่จะถูกแสงสีดำกลืนกิน…        ..................................................................................................................................................................................................................... ไรท์นั่งปาดเหงื่อ เปิดมาตอนล่าสุดหาย คิดว่าจะต้องเขียนใหม่ทั้งหมด ดีนะไม่ลืมเซฟตอนนี้ลงเครื่องไว้ = =; ตอนใหม่รอก่อนนะคะ อยู่ในระหว่างเขียนที่ไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ // โดนรุมกระทืบ จริงๆไรท์กะจะเขียนลงต่อให้เสร็จ ติดอยู่ที่ต้องปั่นอีกเรื่องไปก่อน เพราะตอนล่าสุดไรท์ดันลืมเซฟลงเครื่อง T^T // ความโง่ตัวเองล้วนๆ
  13. Ch.6 คราบน้ำตา    ความรู้สึกแรกที่พบกันราวกับหัวใจฉันจะหยุดเต้น มันกำลังขาดสะบั่นลงช้าๆ ช้าๆ และช้าๆ   ไม่มีรอยแผล ไม่มีแม้แต่ร้องให้ได้ยิน   มีเพียงแต่น้ำตาที่ไหลอาบลงข้างแก้ม   สวรรค์กลั่นแกล้งกันเกินเหลือ ใยจึงต้องส่งกันมาเจอคนที่กลายเป็นอดีต ส่งมาตอกย้ำให้รู้ถึงความโง่ของตัวเองไปถึงไหน แค่นี้ไม่ยังไม่พออีกใช่ไหม    “มินามิ มินามิ เปิดประตูก่อน” ฮารุนะลงมือทุบกระจกรถด้านคนขับด้วยความร้อนรน เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเพื่อนสนิทมีอาการอย่างนี้และตนก็งงงวยเต็มทีว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เพราะภายในไม่กี่นาทีที่ผ่านมามินามิได้วิ่งหนีออกจากร้านทั้งที่ไม่มีแววครึมฟ้าครึมฝน    ความนิ่งเงียบเป็นปฏิกิริยาตอบกลับทำให้คนที่ยืนรอภายนอกรู้สึกว่าต้องทำอะไรบางอย่าง ไม่นานเธอก็เห็นคนรักวิ่งตามออกมาจากร้านอาหารด้วยสภาพเหงื่อท่วมตัว   ยูโกะหน้าซีดจัดจ้องตาฮารุนะอยู่สักพักก่อนแทรกตัวเข้าไปจัดการกับประตูคนขับ   “ฉันขอร้องเปิดประตูออกมาก่อน  คุณมีเรื่องที่ยังต้องรู้อีกมาก ออกมาฟังฉันอธิบายก่อน”    ไม่มีสิ่งใดตอบกลับมาเลยนอกจากความเงียบ   มินามิไม่แม้แต่จะเงยหน้าออกจากพวงมาลัยรถที่ซบใบหน้าไว้ เมื่อหัวใจมันราวเกินกว่าจะรับฟังอะไรนอกจากเสียงร้องแห่งความเสียใจ กระทั่งเสียงของเครื่องมือคู่ชีพแผดร้องออกมา อาจไม่ใช่อารมณ์ที่ควรจะสนใจถ้ามันไม่ใช่สายเรียกเข้าของลูกสาวเพียงคนเดียว   ความลังเลเริ่มเกิดขึ้นบวกกับเสียงของเพื่อนสนิทที่ดังอยู่ด้านนอกทำให้มินามิค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองออกไปภายนอกรถและไม่นานเสียงโทรศัพท์ก็เงียบลงไปอีกครั้ง มินามิได้ยินเสียงข้อความดังขึ้นมาแทน ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากในการตวัดสายตาอ่านข้อความสั้นๆนั้นรวดเดียวจนหมด   [หนูถึงแล้วนะคะ] ยุยฮัง   อ่า เธอควรทำอย่างไร เธอควรเข้มแข็งเพื่อลูกไม่ใช่หรืออย่างไร    “มินามิ ออกมาเดี๋ยวนี้!เธอยังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่ไหม มีอะไรก็บอกกันสิ ไม่ใช่เอาแต่ร้องไห้!” ฮารุนะทุบกระจกรถดัง ตึง หน้าตาของเธอบอกว่าจะไม่ทนอีกแล้วหากฉันยังปฏิเสธที่จะคุยกับเธอ    คนจำใจเจ็บต้องแบกเอาใจราวๆเปิดล็อคประตูรถเพื่อเชิญให้เพื่อนสนิทเข้ามานั่งด้านใน   “ยูจังกลับเข้าไปก่อนนะคะ ทางนี้เดี๋ยวฉันเคลียร์เอง” เจ้าของชื่อทำท่าอักอึก เมื่อเธอเองก็มีเรื่องอยากจะคุยกับคนที่นั่งแช่ตัวอยู่ในรถ จนกระทั่งได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่สั่นเตือน ซึ่งไม่ต้องหยิบจับก็พอจะรู้ว่าใครโทรเข้ามา   “ฝากทางนั้นหน่อยนะคะ ยูจัง” เธอจำใจถอยห่างออกมาช้าๆ หากยังเฝ้ารอสถานการณ์ว่าจะเกิดอะไรไม่คาดฝันขึ้นรึเปล่า       “อย่านั่งเงียบแบบนี้ มินามิ”   “แล้วเธอจะให้ฉันพูดอะไร! ฮารุนะ!” มินามิเผลอแผดอารมณ์ออกมาจนคนด้านข้างตกใจ เธอพึ่งเคยจะเห็นมินามิเป็นอย่างนี้ครั้งแรก เพราะอะไรเพื่อนเธอถึงได้ดูเสียใจมากขนาดนี้ มีเพียงเรื่องเดียวที่เธอพอจะนึกออกและก็เป็นเพียงเรื่องนั้น    “อัตสึโกะซัง คือผู้หญิงที่ทิ้งเธอไปใช่มั้ย” ฮารุนะโยนหินตามทาง เพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้เดาเรื่องทั้งหมดผิดและเหตุผลที่ว่าทำไมเธอถึงได้คุ้นหน้าคุ้นตาอัตสึโกะมากนัก อาจจะเพราะรูปสมัยก่อนที่อีกฝ่ายเอาให้เธอดูก็เป็นได้   และการอีกฝ่ายไม่ยอมตอบคำถามเพียงแค่แสยะยิ้มที่มุมปาก นั้นทำให้เธอรู้คำตอบให้เธอแล้วว่า  มันใช่!    “อะไรจะบังเอิญขนาดนี้” ฮารุนะยกมือทาบอกครางเสียงต่ำ มองมินามิด้วยแววตาเห็นใจ อยากจะบอกความจริงออกไป ว่าทำไมอัตสึโกะคนนี้ถึงได้ทิ้งเพื่อนของเธอ แต่ไม่ใช่เรื่องที่เธอควรเล่าด้วยตัวเอง แม้เธอพอรู้ละเอียดอยู่บางเพราะได้ฟังมาจากสามี   “มินามิ ฟังฉันนะ ทุกคนย่อมที่เหตุผลของตัวเอง บางทีอัตสึโกะซังก็ไม่ได้อยากทำให้เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้น”    มินามิตวัดสายตาแข็งกร้าวขึ้นมามอง และฮารุนะไม่คิดว่าเธอจะได้ยินคำพูดร้ายกาจแบบนี้จากปากของมินามิ   “เธอคงถูกผู้หญิงคนนั้นล้างสมองมาสินะ จ้างเธอเท่าไหร่ละ ถึงยอมพูดกับฉันแบบนี้ หรือผู้หญิงคนนั้นจะพูดเอาดีเข้าตัวจนตัวเองกลายเป็นคนน่าสงสาร!”    ราวกับมินามิคนนี้เป็นคนที่เธอไม่รู้จัก ความเกรี้ยวกาจในแววตาที่แสดงออกมานั้นทำให้ใจเธอเกิดความรู้สึกหวั่นไหว    มินามิเจ็บ เจ็บมากเกินไป จนไม่อยากจะฟังเธอพูดอะไร   “เธอลืมแล้วหรือว่าฉันเป็นคนอย่างไร ถ้าเขาไม่น่าสงสารฉันคงไม่พูดกับเธอแบบนี้ เปิดใจเธอฟังสักนิดสิ คนที่ทิ้งเธอไปเขาก็เจ็บอะไรไม่ต่างกับเธอนะ”   “คงจะเจ็บมากสินะที่ทิ้งฉันไปอยู่กับคนใหม่ เหอะ เธออย่ามาพูดตลกๆน่า ฮารุนะ เธอก็เห็นเด็กคนนั้น พยานรักของคนที่ผู้หญิงแพศยาคนนี้ตอนไปมีชู้”   “เพียะ!”   “มินามิ มีสติหน่อยได้มั้ย! ฉันไม่ได้อยากทะเลาะกับเธอ เธอจะพูดยังไงก็ได้แต่อย่าพูดถึงจูรี หรืออัตสึโกะแบบนี้ เขาอาจจะผิดที่ทิ้งเธอไป แต่เขาไม่เคยนอกใจเธอ!”    เป็นครั้งแรกที่มินามิถูกเพื่อนสนิทตบหน้า เธอทั้งโกรธและรู้สึกหน้าชา คำพูดของฮารุนะไม่ได้มีคำใดเข้าหัวเธอเลยด้วยซ้ำ   “เหอะ!! ไม่นอกใจเหรอ แล้วเรื่องที่ฉันเจอมามันคืออะไร! มันยังเจ็บไม่พออีกรึไง!อย่างเธอมันจะมาเข้าใจอะไร เธอไม่ได้มาเจ็บเหมือนฉัน ก็ดี ฉันจะได้รู้ว่าเธอถูกผู้หญิงแพศยาพรรค์นั้นล้างสมอง จริงสินะ สามีเธอก็สนิทกับผู้หญิงคนนั้น คงจะช่วยใสสีตีไข่จนทำให้ตัวเองดูดีขึ้นมาสิท่า”   “มินามิ!” ฮารุนะคิดไม่ถึง คิดไม่ถึงจริงๆว่าตอนมินามิร้ายจะเป็นอย่างนี้ ไม่เหลือเคาของมินิมที่เธอรู้จักเลย มินามิคนนี้เกี้ยวกาจและเย็นชาราวกับปีศาจ   ฮารุนะกัดริมฝีปากแน่น พยายามจัดการกับอารมณ์ก่อนลงมือเปิดประตูเพื่อออกไปข้างนอก   “ฉันจะบอกให้เธอรู้ไว้ว่า อัตสึโกะไม่ได้ทรยศเธอ! ไม่เคยเลยแม้กายหรือใจ”   “ปัง” เธอปิดประตูแล้วก้าวขาไวๆ ไม่ได้เหลียวมองคนที่ได้ก้มหน้าปล่อยน้ำตากับพวงมาลัยอีกครั้งอีกคราว    มินามิแค่พวกแสร้งทำเก่ง ปากร้าย ทั้งที่รู้ว่าใจมันราว เธอรู้ว่าเธอต้องการผู้หญิงใจร้าย เธอเฝ้าภาวนาขอให้เขากลับมา แม้จะสั่งให้ใจมันเกลียด ไม่คิดถึง ไม่รู้สึก ก็ยังทำไม่ได้ เธอไม่เคยปฏิเสธตัวเอง ว่าเธอไม่เคยลืม ไม่เคยลืมผู้หญิงใจร้าย    เจ็บปวดเกินกว่าจะทำใจยอมอภัยให้ได้จริงๆ แม้ไม่ได้อยากเกลียดเลย…   เพราะไม่เคยลืมว่ารักมากเพียงไร และไม่เคยลืมว่าต้องเจ็บปางตายอย่างไร..       ยุยฮังยังยืนกระวนกระวายอยู่หน้าร้านเนื่องจากต่อสายถึงผู้ให้กำเนิดไม่ติด   สงสัยว่าจะมีเรื่องอะไรหรือเปล่า หรือคุณพ่อร่างเล็กจะปิดเสียงไว้จนไม่ทันได้ยินเสียงสายเรียกเข้าของเธอ แล้วเธอจะทำอย่างไร ไม่รู้เสียด้วยว่าเพื่อนของพ่อและพ่อนั่งอยู่โต๊ะไหน ก่อนเหลือบมองคนด้านข้างที่พึ่งวางโทรศัพท์ไปเมื่อครู่    “ทำไม โทรหาพ่อไม่ติดหรือไง” ยุยส่ายหน้าให้อย่างจำใจ ปกติ ถ้าไม่ใช่เวลาทำงานพ่อจะเปิดโทรศัพท์ไว้ตลอดนิน่า แล้วทำไมถึงไม่ยอมรับสายนะ ที่แปลกเข้าไปใหญ่คือเธอส่งข้อความไปแล้วพ่อยังไม่ยอมตอบกลับมา   “เอางี้ เดี๋ยวฉันช่วยเดินหาหรือเธอจะเข้าไปนั่งโต๊ะที่เดียวกับฉันก่อน พ่อฉันกำลังเดินมา” พารุยังพูดไม่ทันขาดคำก็เห็นร่างของปะป๋าวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยความรีบร้อน    ยูโกะพยายามแสร้งยิ้มให้ลูกสาวทั้งที่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เลวร้ายขนาดไหน อย่าว่าแต่จะให้นั่งกินข้าวเลยไม่รู้ว่าคนที่อยู่ด้านในร้านจะหยุดร้องไห้แล้วหรือยัง นึกถึงแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้     “ป๊าคะ นี่เพื่อนหนูชื่อ…”   “สวัสดีค่ะ ทาคาฮาชิ ยุยค่ะ   “ทาคาฮาชิ!” ยูโกะไม่อยากเชื่อสายตาอะไรจะบังเอิญขนาดนี้ แสดงว่าเด็กคนนี้ก็…   “เออ ยินดีที่ได้รู้จักจ๊ะ หนูทาคาฮาชิ”   “เรียกยุยก็ได้ค่ะ คุณน้า”  แหมที่กับเธอละไม่ยอมให้เรียกนะ ไอ้แมวน้ำบ้า! ที่กับป๊าเธอทำเป็นสุภาพนอบน้อม ยอมให้เรียกชื่อต้น สร้างภาพชะมัด!   ยูโกะถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอจะต้องตัดสินใจว่าสมควรพาเด็กคนนี้เข้าไปในร้านด้วยรึไม่ เพราะถ้าพาเข้าไป.. ใช่ เพื่อนของเธออาจจะต้องเจ็บปวดซ้ำสองกับการพบเด็กคนนี้ พบกับลูกสาวตัวเอง   แต่ก่อนจะอะไรนั้นเธอก็เห็นฮารุนะเดินเข้ามา และส่งเสียงเรียกเธอกับลูกเอาไว้   “ยูจัง พารุ”   “ม๊า” ยุยหันมองคนที่ยัยนักเรียนใหม่เรียกว่าม๊าแล้วต้องตะลึงเพราะผู้หญิงที่เข้ามาสวยราวกับนางแบบ หุ่นดีจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานมีลูกมาแล้ว  หากมาเจอกันลำพังเธอคงคิดว่าเป็นไฮโซสาวสวยที่ไหนมานั่งกินข้าวคนเดียว    ครู่นั้นยูโกะสบตากับฮารุนะพยายามจะบอกว่าเด็กคนนี้เป็นลูกสาวของคนที่อยู่ด้านล่าง และไม่นานเสียงของโทรศัพท์ยุยก็ดังขึ้นให้เจ้าตัวหันไปสนใจ พอรู้ว่าใครโทรเขามายุยก็เลี่ยงขอตัวออกมารับโทรศัพท์ท่ามกลางสายตาหนักใจของสองสามีภรรยาตระกูลโอชิมะ   “ยูจัง เขาไปดูอัตสึโกะก่อนเถอะค่ะ ทางนี้เดี๋ยวฉันจัดการเอง”   “ฮารุนะ”   “ไปเถอะค่ะ ฉันรู้ว่ายูจังเป็นห่วงอัตสึโกะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง” ยูโกะพยักหน้าให้อย่างรวดเร็วและไม่รีรอที่จะกลับเข้าไปในร้านคงมีแต่ลูกสาวคนเดียวอย่างพารุที่ยืนงงว่าป๊ากับม๊าของตนกำลังคุยอะไรกันอยู่    “เกิดอะไรขึ้นคะม๊า”   ฮารุนะสบตาลูกสาวที่จ้องจะเอาคำตอบอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจที่จะไม่เล่าเรื่องใดออกมา   “วันนี้ม๊าขอโทษหนูด้วยนะคะ แต่อีกสักพักเราคงต้องกลับบ้านกัน”   “อ้าว ทำไม…”   “เออ ขอบใจมากนะที่อุสาพามา แต่ฉันต้องกลับแล้วละ พ่อบอกว่ารออยู่ที่รถ ลาก่อนนะคะคุณน้า”   “อ้าว นี่ เธอ เดี๋ยว..” พารุยิ่งุนงงหนักกว่าเดิมที่เห็นคนพึ่งคุยโทรศัพท์เสร็จรีบล่ำลาเธอกับแม่แล้วเดินตรงไปยังลานจอดรถของร้านอาหาร   สรุปว่ามันเกิดอะไรขึ้นละเนี่ย          กลับมาภายในห้องรับประทานอาหาร ยูโกะตรงกลับเข้ามาก็เห็นคนที่นั่งร้องไห้อยู่ก่อนหน้ากำลังจับกระดาษทิชชูบนโต๊ะซับน้ำตาตัวเองช้าๆ ข้างๆมีจูรีที่บีบมือของคุณแม่อย่างให้กำลังใจ เธอรู้สึกสะเทือกจับภาพที่เห็นจนทำได้แต่เงียบแล้วเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ว่างด้านข้าง   “ฉันขอโทษ”   “ไม่ใช่ความผิดของเธอจะขอโทษทำไมเล่า ยูโกะ”   อ่า อัตสึโกะพยายามยิ้มให้เธอ แต่เป็นรอยยิ้มที่ดูเศร้าเหลือเกิน    “อัตสึโกะ”   “ยูจัง ฉันน่ะ..”   “ฉันเข้าใจ” เธอจับมืออีกข้างของเพื่อนมาบีบไว้อย่างให้กำลังใจเช่นเดียวกับจูริ เธอเองก็สงสารจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ได้เพียงขอโทษที่ทำให้เพื่อนต้องมาเสียใจอย่างนี้   “เธอไม่ร้องนะ ต้องเข้มแข็งเพื่อจูริสิ”   ชื่อของลูกทำให้เธอฝืนกล่ำกลืนความขมขืนลงไปภายในหัวใจแล้วจับเอาเจ้าของร่างเล็กที่จ้องเธอด้วยสายตาน่าสงสารขึ้นมานั่งไว้บนตัก เธอกอดเด็กคนนี้แน่นราวกับกลัวว่าใครจะมาแย่งไป    “ถึงเวลาแล้วค่ะ จูริ ที่หนูต้องรู้ความจริง”   จังหวะนั้นเองที่ประตูห้องอาหารถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของผู้หญิงสองคนที่พากันเข้ามา ยูโกะกำลังจะบอกให้ภรรยาพาลูกสาวออกไปก่อน แต่อัตสึโกะกลับส่ายหน้าปฏิเสธ   “ไม่เป็นไรหรอกค่ะยูจัง”   “แต่มันเรื่องภายในครอบครัวเธอนะ”    อัตสึโกะส่วยหน้า เธอยืนกรานให้ทั้งสองคนมาใหม่เข้ามานั่งที่เดิมจนยูโกะไม่มีสิทธิ์ค้าน   พารุรู้สึกเกรงใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะเธอกำลังรู้สึกว่าตัวเองเสียมารยาทที่ได้เข้ามาฟังเรื่องส่วนตัวของคุณน้าอัตสึโกะแต่จะให้ออกไปตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว   “ก่อนอื่นฉันต้องขอโทษทั้งยูโกะแล้วก็ฮารุนะซังด้วยนะคะ หนูพารุด้วยนะ ที่ทำให้การมารับประทานอาหารในครั้งนี้ต้องกร่อย”   “อัตสึโกะ” ผู้ใหญ่สองคนมองหน้ากันอย่างเข้าใจ ไม่เคยคิดจะโทษเลย ทางเขาต่างหากที่ควรขอโทษเพราะทำให้เพื่อนต้องมาเจ็บปวดกับการพบกันอีก   “แล้วก็จูริค่ะ หนูเห็นผู้หญิงคนเมื่อกี้รึเปล่า”   “เขาทำให้มามี้ร้องไห้”  คำทักท้วงอย่างไม่ชอบใจจากปากของเด็กสาวที่ช้อนสายตามองหน้าของอัตสึโกะทำให้คนเป็นแม่ต้องกระซับกอดแน่นขึ้นอย่างสงบใจ   เธอไม่อยากให้ลูกว่าเขา ไม่อยากให้ลูกใจเขาผิด   “ไม่ใช่ค่ะ เขาไม่ได้ทำให้มามี้ร้องไห้แต่เป็นมามี้ต่างหากที่ทำให้เขาร้องไห้” มาตลอด ทำให้เขาทนทุกข์มาตลอด มินามิ ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ   “ไม่เห็นจริงเลยก็เมื่อกี้เขาเข้ามามามี้ของจูริก็ร้องไห้”   พารุยังไม่เข้าใจสถานการณ์ตั้งแต่เมื่อตอนที่อยู่หน้าร้าน ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แล้วใครอะไร ทำไมคุณน้าอัตสึโกะถึงร้องไห้ นี่หรือคือสาเหตุที่ทำให้การดินเนอร์ถูกยกเลิกไป แล้วตัวเธอเองควรอยู่ฟังเรื่องนี้จริงๆหรืออย่างไร เพราะดูท่าจะไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลย    “จูริฟังนะคะ คนที่หนูเจอเมื่อกี้นี่ เขาเป็นพ่อแท้ๆของหนู”        “จริงเหรอคะ มามี้” จูริดูจะช็อกมากกับสิ่งที่คุณแม่เล่าให้ฟังจนนั่งตัวแข็งราวกับรูปปั้น คนเมื่อกี้เป็นคุณพ่อแท้ๆของเธอ จริงใช่มั้ย พ่อของเธอไม่ใช่คนเดียวกับที่คุณตาบอก ไม่ใช่คนที่ชอบมาหาคุณแม่แล้วทำให้คนแม่เจ็บตัว    “ใช่ค่ะ จูริ มันเป็นความจริง แล้วหนูยังมีพี่สาวแท้ๆอีกหนึ่ง ชื่อ ทาคาฮาชิ ยุย หนูจำได้รึเปล่าค่ะว่าหนูเคยเจอพี่เขาตอนที่ไปซื้อของกับมามี้”   “พี่สาวคนนั้น” ด้วยความเป็นเด็กทำให้จูริไม่รู้จะพูดอะไรออกมากับความสับสนของตัวเองเมื่อมีข้อมูลใหม่ที่ผิดจากความเข้าใจเดิมถูกป้อนเข้ามา ซึ่งตรงกันข้ามกับพี่สาวอีกคนราวกับถูกหินถล่มใส่หัว   อะไรนะ!   ไม่สิ มันต้องเป็นคนละคนสิ  นาม สนุกทาคาฮาชิ มีคนใช้เยอะจะตาย แล้วทำไมเธอถึงต้องคิดว่าเป็นไอ้แมวน้ำงี้เง้านั้น   ‘เธอไม่มีน้องบ้างรึไง’   ‘ไม่มีหรอก’ เธอจำได้คำตอบที่เย็นชาของไอ้แมวน้ำที่บอกกับเธอได้ดี ว่าตัวเองไม่มีน้อง เพราะฉะนั้นต้องเป็นคนละคนสิ หรือถ้าไม่แล้ว ทำไมไอ้แมวน้ำถึงไม่ยอมรับว่าตัวเองมีน้อง หหรือแท้จริงเพราะไม่รู้ว่าตัวเองมีน้อง   “มามี้ขอโทษนะคะที่บิดบังหนู  มามี้มีความจำเป็นค่ะ เพื่อตัวหนูเอง มามี้ต้องปกป้องหนูจากคุณตา คุณตาเขาพยายามจะทำร้ายหนู  อย่าโกรธคุณพ่อหนูเลยนะคะที่เขาทำกับมามี้กับหนูอย่างนี้ เพราะเขาไม่รู้ว่าหนูเป็นลูก ไม่รู้ว่ามามี้ไม่ได้ทรยศเขา“ อยู่ๆเด็กสาวในอ้อมแขนของอัตสึโกะก็ร้องไห้เสียงดังซึ่งทำให้ผู้ใหญ่ที่กันบนโต๊ะอาหารตกใจพยายามจะเข้าไปช่วยอัตสึโกะที่แนบแก้มลงไปบนศีรษะของลูกสาวแล้วโยกตัวของคนในอ้อมกอดไปมาเบาๆเพื่อปลอบให้ลูกหยุดร้องไห้    อัตสึโกะเข้าใจว่าลูกอาจจะรับไม่ได้ที่จู่ๆเธอก็เล่าเรื่องอะไรอย่างนี้ให้ฟัง เพราะเธอปิดบังที่จะพูดถึงพ่อของเจ้าตัวมาตลอด สำหรับจูรีแล้วที่บ้านใหญ่ตระกูลมาเอดะก็คือบ้าน ซึ่งแตกต่างจากเธอที่คิดว่ามันคือนรก   “แล้วทำไมเขาถึงไม่อยู่กับมามี้ เขาปล่อยให้มามี้อยู่คนเดียวได้ยังไง”   “เพราะมามี้ผิดเองค่ะ มามี้โกหกเขาว่าจูรีไม่ใช่ลูกของเขา”   “มามี้” อัตสึโกะกัดฟันแน่นเมื่อเรื่องราวในอดีตกำลังฉายชัดขึ้นมาเป็นฉากๆ เธอแทบจะไม่มีแรงที่จะขยับปากต่ออีกเลย เธอทำผิดกับเขามากเหลือเกิน และทำผิดกับลูกมากเหลือเกิน   “มามี้ขอโทษค่ะจูริ ถ้าหนูจะโกรธอย่าโกรธคุณพ่อเลยนะคะ ให้หนูโกรธมามี้ เพราะมามี้เป็นคนสร้างเรื่องเอง” เด็กสาวผู้ร่ำร้องพยายามเก็บเสียงงอแงของตัวเองไม่ให้ออกมาอีกเมื่อเห็นดวงตาแสนเศร้าสร้อยของคนเป็นแม่ คุณแม่ตอนนี้ดูไม่มีความสุขอีกแล้ว   “มามี้ หนูอยากขอร้อง”   “คะ”   “กลับไปคืนดีกันได้มั้ยค่ะ” คำขอที่แสนใสซื้อของเด็กสาวเหมือนเป็นใบมีดที่ปักเข้าไปในใจของผู้ใหญ่ให้รู้สึกปวดราว ไม่ใช่ไม่อยากทำอย่างนั้นเลย แต่มันทำไมได้   “จูริ”   “เพราะคุณตาใช่ไหมคะ” อัตสึโกะพูดไม่ออก จูรีเป็นเด็กที่หัวไวและสิ่งที่ลูกพูดมันก็ถูกเกือบทุกอย่าง ใช่ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะพ่อของเธอแล้วผู้ชายที่แสนจะเลวร้ายคนนั้น   “มามี้ หนูอยากเห็นมามี้มีความสุข” ความปรารภนาของเด็กน้อยทำให้ผู้ใหญ่อีกครอบครัวสบตากัน พวกเธอสงสาร สงสารจูริเหลือเกิน ทั้งที่หนึ่งชีวิตเล็กๆนี้ควรมีความสุขกับชีวิตครอบครัวแท้ๆ แต่ทำไมผู้ใหญ่พวกนั้นถึงได้ใจร้าย กล้าใช้เด็กตัวเล็กแค่นี้เป็นเครื่องมือ   “จูริ มามี้ขอโทษ”   “หนูรู้นะคะ ว่ามามี้ไม่มีความสุขตอนอยู่บ้านกับคุณตา มามี้ไม่ยิ้มให้คนอื่นเลยนอกจากหนูกับคุณลุงพ่อบ้าน หนูอยากเห็นมามี้มีความสุข ฉะนั้นคืนดีกันได้มั้ยค่ะ”    ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่น้ำตาซึ่งเคยแห้งเหือดไปไหลออกมาอีกครั้งจนกระทั่งสัมผัสอบอุ่นของมือเล็กๆคู่นี้ เช็ดออกไปให้เธอ   จูริทำให้เธอยิ่งคิดถึงมินามิ เด็กคนนี้เหมือนมินามิมากจริงๆ นิสัย  การพูดการจา แล้วจะไม่ให้เธอคิดถึงได้อย่างไร      ไม่ใช่เธอไม่อยากทำ แต่เธอทำไมได้ต่างหาก เธอจะยอมให้สิ่งที่ทำมาสูญเปล่าไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด   “มามี้ขอโทษที่ทำให้หนูในตอนนี้ไม่ได้ สำหรับตอนนี้แค่หนูยังอยู่ยังเข้าใจมามี้ มามี้ก็มีความสุขแล้วค่ะ”     ยูโกะเผลอกำหมัดจนแน่น เธอต้องทำอะไรสักอย่างให้สองคนนี้หันหน้าเข้าหากัน อัตสึโกะเผชิญปัญหาคนเดียวมามากพอแล้ว เธอไม่อยากเห็นภาพของเพื่อนที่ต้องเจ็บปวดเพราะทนคิดถึงเจ้าของหัวใจซ้ำแล้วซ้ำอีก   เธอจะต้องจัดการอะไรบ้างอย่างกับบ้านตระกูลมาเอดะ             อีกทางด้านหนึ่งที่มีสภาพดูไม่จืดเช่นกัน ตลอดทางที่คุณพ่อร่างเล็กขับรถกลับบ้านคุณพ่อแทบจะไม่ยอมพูดอะไรกับเธอ ซึ่งค่อนข้างผิดปกติอย่างมาก และที่สำคัญกว่าคือรอยแดงบนใบหน้าของคุณพ่อ ซึ่งดูอย่างไรรอยนี่ก็เป็นรอยถูกตบ   ใครเป็นคนทำร้ายคุณพ่อแล้วมันเกิดอะไรขึ้นที่ร้านอาหารแห่งนั้น คุณพ่อถึงได้บอกเธอว่าตัวเองกับเพื่อนได้ยกเลิกนัดกันกะทันหันแล้วรอรับเธอกลับบ้านอยู่ที่ลานจอดรถ    ยุยพาตัวเองเดินเข้ามาจัดการเปิดไฟในตัวบ้านที่อยู่กันเพียงสองคนพ่อลูกก่อนเข้าไปในครัวเพื่อหยิบน้ำมาให้กับคนที่พึ่งจะจอดรถเสร็จ      มินามิทิ้งตัวลงบนโซฟาห้องรับแขกแล้วรับแก้วน้ำมาจากลูกสาวพลางส่งยิ้มบางๆแทนคำขอบคุณ ไม่มีทางที่ลูกจะไม่รู้ว่าเธอร้องไห้เพราะขนาดเธอยังรู้สึกปวดทั้งตา ปวดทั้งแก้ม แต่ลูกก็ยังเลือกที่จะไม่ถามเธอ และรอคอยคำฟังตอบจากเธอในยามที่เธอพร้อม     “เรื่องวันนี้พ่อขอโทษนะคะ”   “เกิดอะไรขึ้นค่ะคุณพ่อ”   “วันนี้ที่ร้านอาหาร..พ่อเจอ..ผู้หญิงคนนั้น”   “อะไรนะคะ!” ยุยตาโตแทบจะทันทีที่ได้ยินคำสารภาพของคุณพ่อร่างเล็ก เธอดึงมือของพ่อมากุมไว้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีใครบอกเธอกูรู้ว่าพ่อเจ็บปวดมากแค่ไหน ขนาดเธอเองยังทำใจไม่ได้ แล้วพ่อละ พ่อของเธอจะเป็นอย่างไร   อ่า เธอสงสารเหลือเกิน คุณพ่อไม่ควรมาเจอกับเรื่องอย่างนี้เลย   “พ่อขอโทษจริงๆนะคะ ที่ดึงเอาหนูออกมาทั้งที่หนูไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย”   “คุณพ่อ” ยุยส่ายหน้าให้คุณพ่อร่างเล็กแล้วเข้ากอดคุณพ่อของเธอเอาไว้ คุณพ่อไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ที่ไม่ได้ให้เธอเจอกับผู้หญิงคนนั้น คุณพ่อก็แค่ต้องการปกป้องเธอ เพราะคุณพ่อรู้ว่าเธอคงจะเสียใจไม่ต่างกันถ้าเธอได้เจอกับแม่   “ลูกอยากเจอเขารึเปล่า”  ยุยรีบส่ายหน้าด้วยความรวดเร็ว เธอไม่ได้มีความต้องการนั้นอยู่เลย ไม่อยากเจออีกแล้วคนที่ทำให้พ่อต้องเจ็บปวด    “ยุย”   “คุณพ่อขึ้นไปพักดีกว่านะคะ คืนนี้หนูขอนอนด้วย” เธอไม่อยากให้พ่อต้องเจ็บปวดมากกว่านี้หากยังพูดถึงเรื่องของแม่ต่อไป พ่อจะต้องเสียใจมากกว่าเดิมเพราะมียังมีอิทธิพลกับพ่ออยู่มาก แค่ตอนนี้พ่อก็เสียใจกับแม่มากพอแล้ว ทำไมทุกสิ่งทุกอย่างถึงได้บังเอิญอย่างนี้ ให้เธอได้เจอแม่ไม่พอ ยังให้พ่อของเธอได้เจอแม่อีก ไม่รู้หรืออย่างไรว่ามันเป็นการยื่นยาพิษให้พ่อของเธอ       หลังจากจัดการกับสภาพที่ดูไม่ได้ของตัวเองเสร็จสิ้น มินามิฝังร่างของตัวเองลงบนเตียงนอนขนาดใหญ่ที่วันนี้ดูจะแคบลงไปเพราะเตียงนอนอีกฝั่งถูกใช้งานโดยลูกสาวที่หลับไปก่อนแล้ว สงสัยเธอจะอยู่ในห้องน้ำนานเกินเพราะมัวแต่คิดเรื่องที่ยังคงคาราคาชังในหัว ความเจ็บปวดที่เกาะกินใจเธอไว้แน่นหนาทำให้เธอไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้     ไม่เคยทรยศเธองั้นหรือ แล้วภาพในวันนั้นมันคืออะไร   คำพูดของผู้หญิงคนนั้นเธอจำได้ขึ้นใจ   ‘เราหย่ากันเถอะค่ะ เพราะฉันท้องกับคนอื่น’   ผู้ชายแปลกหน้าที่ถูกผู้หญิงแพศยาควงเข้ามาพร้อมกับใบตรวจครรภ์ว่าผู้หญิงแพศยาท้องกับมัน ผู้หญิงหน้าด้านไม่รู้จักพอ เล่นชู้กับคนอื่นในขณะที่อาศัยอยู่กับเธอ   ทำไมถึงต้องฆ่าฉันให้ตายทั้งเป็นแบบนี้ด้วยอัตสึโกะ   หรือเพราะความจริง เธอไม่เคยรักฉันเลย     ................................................................................................................................................................................................... แอบเสียใจที่อันเก่าลงไว้หายไป ตอนล่าสุดไรท์ไม่ได้เซฟไว้ในเครื่องด้วย ขอทำใจนั่งแต่งใหม่ก่อน T^T
  14. ชอบค่ะ ดับเบิ้ลมัตสึอิ อยากให้แต่งเป็นเรื่องยาวจัง
  15. ทำไมอ่านได้ถึงแค่ตอน10เองอ่า  ฮือมาทีหลังอ่านไม่ทันTT อยากอ่านต่อจังค่ะ
  16. Earlier
  17. โอ้ยทำไมอาจารย์หืน555555555 สุดท้ายน้องจูก็ไม่รอด
  18. ภาษาสวยมากเลยค่ะ ชอบสุด อ่านแล้วนี่แอบหลอนเลย แต่ก็ยังฟินอยู่ดี5555
  19. เป็นจูมายุที่น่ารักมากเลยค่ะ ปล่อยแฟนเก่าไปนะจู สนคนข้างๆดีกว่า5555555555
  20. [One shot]148.5cm no Mita Yume Atsumina

    อ่านแล้วเห็นภาพเลยค่ะ เป็นความน่ารักที่ดูอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก นี่มันอัตสึมินะจริงๆ5555555555 เดี๋ยวคงต้องไปย้อนดูคอนจบการศึกษาของทาคามินะอีกรอบแล้วล่ะค่ะ
  21. พึ่งมาตามอ่านค่ะตั้งแต่แรกค่ะ อ่านจบแล้วถึงกับสตั้นไปพักนึงเลย จุกๆหน่อยๆด้วย รู้สึกอินไปกับเนื้อเรื่องที่เขียนขึ้นมาก แต่ยังไงก็สงสารจุนอยู่ดีค่ะฮื่อออออ สงสารตั้งแต่ต้นเรื่องยันตอนจบเลยค่ะ
  22. พึ่งเข้ามาอ่าน สนุกมากเลยค่ะ
  23. ไปตามอ่านมาตั้งแต่ตอนแรก สนุกมากเลยค่ะะ หวานจริงๆ555555555555
  24. อ่านแล้วแอบสับสนในตัวพี่กิริน55555555555 โดนไรท์ปั่นยับเลยค่ะ
  25. เพิ่งมาตามอ่านรวดเดียวจบ สนุกมากเลยค่ะ
  26. Load more activity