All Activity

This stream auto-updates   

  1. Last week
  2. ขายรูป netshop

    รูปเซ็ตจังเก้น มายุ ซากุระ ราคาเซ็ตละ 750 รวมส่งครับ
  3. stepmother [Natsu x Mado]   Madoka part:   ในที่สุดฤดูร้อนวันที่26กรกฎาคมของปีนี้ก็มาถึงไม่กล้าพูดเต็มปากว่าไม่ค่อยจะชอบวันนี้ซักเท่าไหร่ เพราะเป็นวันคล้ายวันเกิดของตัวเอง ทั้งที่ออกจะเป็นวันพิเศษขนาดนี้แท้ๆ แต่ฉันกับพ่อ เราต่างทะเลาะกันในช่วงเย็นที่ผ่านมา   ช่วงเวลาที่เข้าสู่วัยเริ่มต้นของการเป็นผู้ใหญ่หมาดๆ การเริ่มใช้ชีวิตที่ขึ้นเลข2ครั้งแรก ...   โชคไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่เพราะหลังจากจัดงานวันเกิดเสร็จ พ่อคิดว่าเรื่องที่บอกฉันคงเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับเราสองพ่อลูก แต่กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง   ตอนนั้นฉันไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองให้แสดงความยินดีได้เลย ความรู้สึกทั้งหมดตอนนี้มันตีกันจนบอกไม่ถูก รวมๆแล้วค่อนข้างจะออกมาในด้านลบซะส่วนมาก จะมีลูกสักกี่คนเชียวที่ดีใจเมื่อได้ยินคนเป็นพ่อพูดว่ากำลังตกหลุมรักผู้หญิงอีกคนที่นอกเหนือจากฉันและแม่…   จริงอยู่ที่ไม่ได้ผิดอะไร เพราะในเมื่อตอนนี้แม่ไม่ได้อยู่กับเราแล้ว แต่ฉันแค่รู้สึกไม่ดีกับการที่อยู่ๆ พ่อก็มาบอกเรื่องนี้กระทันหันแบบไม่ทันให้ตั้งตัว และที่เลวร้ายไปกว่านั้น ที่ทำให้ฉันถึงกับต้องโวยวายออกมาคือ ผู้หญิงคนนั้นจะย้ายเข้ามาอยู่กับเราในวันพรุ่งนี้   เซอร์ไพร์สไหมหล่ะ ! สาบานได้ว่าฉันจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นในวันสำคัญของฉันอีก   ในช่วงเวลานั้น เราต่างแข่งกันขึ้นเสียงกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ฉันว่าถ้ายังไม่มีใครคนใดยอม รับประกันได้ว่าบ้านแตกแน่ๆ จึงตัดสินใจเดินออกมา ตรงไปที่ MINI Cooper Countryman สีแดง ที่พึ่งเป็นเจ้าของมันได้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาจากคนที่พึ่งมีปากเสียงกัน ฉันขับรถออกไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดหมาย ตอนนี้ต้องการหาสถานที่หรืออะไรบางอย่างเพื่อสงบสติอารมณ์ เมื่อคิดเช่นนั้นก็เหยียบคันเร่งตรงเข้าไปในเมืองศรีวิไล สถานที่ที่มีความบันเทิงมากมายที่พวกผู้ใหญ่ชอบมาสังสรรค์พบปะกัน ฉันสงสัยมาตลอดว่าสิ่งเหล่านั้นมันทำให้คนเราคลายเครียดได้จริงหรอ ทั้งเรื่องน่ายินดีและเรื่องไม่น่ายินดี ก็ต่างไม่วายที่จะต้องมาดื่มไอน้ำที่มีรสชาติขมๆนี้เช่นกัน   บางทีคนเราอาจจะดื่มมันเพื่อให้ขาดสติ หนีโลกความจริงไปชั่วขณะก็ได้มั้ง  …   เมื่อความคิดในสมองเริ่มมีข้อสงสัยต่างๆนานาวนเวียนอยู่ในหัว ร่างสูงเลยไม่รอช้าตัดสินใจมาในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย   และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมหล่อนถึงมานั่งในร้านนี้ ที่นี่คนเดียว . . . . .   “รับอะไรดีครับคุณผู้หญิง” “อ….เอ่ออออ ….. ขอแบบนั้นที่นึงค่ะ” ร่างสูงที่พึ่งเคยมาสถานที่แบบนี้เป็นครั้งแรก ค่อยๆนั่งลงที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ยาว  เธอไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรกับสถานที่แบบนี้   รู้สึกเกร็งไปหมดซะทุกอย่าง แม้กระทั่งสั่งเครื่องดื่มก็ไม่รู้ว่าเขาดื่มแบบไหนกัน จะเหมือนดื่มน้ำอัดลมหรือเปล่านะ เลยหันไปชี้แบบที่คนตรงโต๊ะหัวมุมดื่มมาประเดิม   “เตกีล่า?”   “ค... ค่ะ” ฉันตอบรับไปอย่าง งงๆ กับชื่อเครื่องดื่มที่ไม่คุ้นหู   หลังจากที่สั่งเจ้าเครื่องดื่มที่ไม่ค่อยคุ้นเคยเสร็จแล้ว ร่างสูงก็ได้แต่นั่งมองสำรวจรอบ ๆ ร้าน บรรยากาศภายในร้านก็ดูคึกคักครื้นเครง เหมือนงานเลี้ยงฉลองอย่างไรอย่างนั้น หากแต่เพียงทุกคนในร้านไม่ได้รู้จักกันเสียหมด   ลูกค้าที่นี่ส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัทที่เพิ่งเลิกงานแล้วมาดื่มสังสรรค์กัน พนักงานในร้านต่างเดินกันให้ขวักไขว่ทั่วร้าน โดยมือทั้งสองถือแก้วเบียร์มากกว่า2แก้ว ไล่เดินเสิร์ฟตามโต๊ะของลูกค้าที่ทยอยสั่งออร์เดอร์เรื่อย ๆ บางทีอาจจะเพราะเป็นวันศุกร์ด้วย วันที่คนส่วนใหญ่เฝ้ารอเหมือนได้ปลดปล่อยความเครียดที่สะสมมาจาก4วันที่ผ่านมา เลยคึกคักเป็นพิเศษ   ระหว่างที่กำลังคิดอะไรไปเรื่อยอยู่นั้น ขณะเดียวกันพนักงานบาร์เทนเดอร์วัยกลางคนก็เอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้ เธอค่อยๆจิบเครื่องดื่มสีใสตรงหน้าทีละนิด รู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อบนใบหน้านั้นเกร็งมากเมื่อรสชาติของเหล้าไหลผ่านลงคอ มันมีกลิ่นที่ค่อนข้างแรงและบาดคอ เห็นสีใสๆแบบนี้แต่รสชาติแรงเป็นบ้าเลย แต่ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น มันทำให้ร่างกายข้างในของเธอเริ่มร้อนขึ้นมาบ้าง พอเริ่มชินกับมัน หญิงสาวร่างสูงก็กระดกแก้วในมือของเธอรวดเดียวหมด “ค่อยๆดื่มก็ได้ครับ ตัวนี้ค่อนข้างแรง ถ้าไม่เคยดื่มมาก่อน ผมเกรงว่าเดี๋ยวคุณสุภาพสตรีจะน็อคไปซะก่อนนะครับ” บาร์เทนเดอร์วัยกลางคนเดิมเอ่ยปากเตือนด้วยความเป็นห่วง เพราะเห็นว่าเป็นผู้หญิง แถมมาคนเดียว หญิงสาวได้แต่ยิ้มแห้งๆตอบกลับ พร้อมกับขอแบบเดิมเพิ่มอีกหนึ่งที่ คิดว่าคราวนี้จะค่อยๆจิบเพราะเริ่มรู้สึกว่าร่างกายของเธอมันเริ่มร้อนขึ้นมาแล้ว แถมยังรู้สึกมึนๆที่หัวเล็กน้อย นี่อาจจะเป็นสัญญาณว่าร่างกายของเธอเริ่มจะไม่ได้สติไปบ้างแล้ว   กริ๊ง…!!! เสียงกระดิ่งระฆังตัวน้อยคล้ายของเล่นซานตาคลอส ที่แขวนติดตรงประตูหน้าร้านดังขึ้น บ่งบอกว่ามีลูกค้ามาเยือน   “สวัสดีครับมัตสึโอกะซัง” บาร์เทนเดอร์วัยกลางคนเมื่อครู่นี้เอ่ยทักทายลูกค้าที่พึ่งทำให้ระฆังของเล่นซานตาคลอสดังด้วยความสนิทสนม “สวัสดีค่ะซาโต้ซัง วันนี้ขอแบบเดิมนะคะ” เธอสั่งด้วยความเคยชินแล้วนั่งตรงหน้าเคาน์เตอร์ ถัดจากฉันแค่2ช่วงโต๊ะ “ได้ครับ… แล้ววันนี้ คุณคนนั้นเขาไม่มาด้วยหรอครับ” หญิงสาวได้แต่ยิ้มรับบางๆพร้อมกับส่ายหัวเป็นการปฏิเสธ “ หลังจากวันนี้ไป ฉันคงอาจจะไม่ได้มาที่นี่บ่อยๆอีกแล้วหล่ะค่ะ” “เอ๊ะ!!!!! ทำไมหรอครับ? ” “กับคุณคนนั้น ฉันจะแต่งงานกับเขาค่ะ” “จริงหรอครับ ยินดีด้วยนะครับ งั้นวันนี้ลุงขอเลี้ยงเครื่องดื่มเป็นของขวัญแสดงความยินดีด้วยนะครับ” “อย่าลำบากเลยค่ะ” “ไม่เป็นไรครับแค่เบียร์สดแก้วเดียว  ร้านลุงไม่ขาดทุนหรอกครับ”   “ขอบคุณนะคะซาโต้ซัง” เธอยิ้มตอบรับ รอยยิ้มบนใบหน้าของสาวเจ้าช่างน่าหลงไหลอะไรเช่นนั้น มันทำให้เธอเผลอยิ้มตามออกมาโดยไม่รู้ตัว เป็นรอยยิ้มที่ไม่คิดว่าวันนี้จะมีอารมณ์ยิ้มแบบนี้ออกมาได้   ใช่..   เพราะวันนี้มีแต่เรื่องน่าปวดหัวทั้งนั้น แต่ทว่าฉันยิ้มออกมาเพราะเธอคนข้างหน้า ที่ทำให้วันนี้ทั้งวันของเธอก็ไม่ได้เป็นเรื่องแย่ซะทั้งหมดทีเดียว   หญิงสาวเจ้าของรอยยิ้มหวานนั้นได้แต่นั่งละเลียดเบียร์ในมือทีละนิด โดยไม่มีทีท่าสนใจสิ่งรอบข้างว่าตอนนี้กำลังมีคนมองเธออยู่ เธอหลับตาฮัมตามเสียงเพลงที่บรรเลงภายในร้าน ถึงแม้ว่าเสียงสนทนาจอแจของคนในร้านจะดังกว่าซักเท่าไหร่   แต่หญิงสาวก็ดูจะจับจังหวะเสียงดนตรีได้ถูกต้องพอสมควร   ฉันจ้องมองเธออยู่นานพอสมควร นานจนเธอเริ่มรู้สึกตัว เธอคนนั้นค่อยๆลืมตาแล้วหันมามอง และตอนนี้ก็กำลังเดินตรงมาที่ฉัน ร่างสูงได้แต่ฉีกยิ้มกลับไปให้อีกครั้ง เป็นรอยยิ้มของการทักทาย   “มีอะไรรึป่าวคะ เห็นมองตั้งนานแล้ว” เธอคนนั้นถาม “นึกว่าจะไม่รู้ตัวซะอีก ไม่มีอะไรค่ะ พี่สวยดีฉันเลยมอง” “จีบ?” เธอหัวเราะแห้งๆออกมาพร้อมกับทำหน้าสงสัยตอบกลับมาเหมือนเชิงถาม “แล้วแต่พี่จะคิดค่ะ” “งั้นให้จีบได้แค่วันนี้วันเดียวนะ” “ทำไม พี่จะแต่งงานหรอ” ฉันพูดเชิงทีเล่น เพื่อเป็นการหยอกล้อ แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่อย่างนั้น ไม่มีเสียงตอบรับจากคนตรงหน้า แต่ก็สัมผัสได้ว่านั่นคงจะเป็นคำตอบของหล่อน “จริง? ไม่อยากจะเชื่อ เมื่อกี้ฉันนึกว่าฉันหูฝาด” “แอบฟังคนอื่นคุยกัน มันไม่ดีเลยนะ” “ป่าวซะหน่อย ก็มันได้ยินเองหนิ” “ว่าแต่ทำไมถึงไม่มีใครเชื่อว่าฉันกำลังจะแต่งงาน แม้กระทั่งแม่ฉังเองก็ด้วย” “พี่ดูไม่เหมือนคนที่กำลังจะแต่งงาน ฉันคิดว่าพี่พูดเล่นด้วยซ้ำ” “ยังไง?” “ไม่รู้สิคะ ปกติคนเราจะมีออร่าแผ่ออกมาเวลามีความรักจนคนรอบข้างสัมผัสได้ แต่ตอนนี้พี่ไม่ได้เป็นแบบนั้น” “รู้ดีจังเลยนะเรา ว่าแต่ชื่ออะไร” “มาโดกะค่ะ” “ฉันนัตสึมิ ยินดีที่ได้รู้จักนะ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ขอนั่งด้วยคนแล้วกัน” “ยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ” ฉันรีบตอบรับทันที พร้อมกับผายมือไปที่เก้าอี้ว่างข้างๆ   ทั้งสองคนคุยกันถูกคอ เข้าขาเหมือนคนที่รู้จักกันมานาน อันที่จริงวันนี้มันก็ไม่ได้เป็นวันที่แย่สำหรับฉันซักเท่าไหร่ การได้พบมัตสึโอกะนั้น เหมือนทำให้ฉันลืมทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้ แล้วเอาแต่คิดถึงเรื่องเธอวนไปในหัวอยู่อย่างนั้นในขณะที่เราคุยกัน ฉันชอบดวงตาเธอ เวลายิ้ม ทุกครั้งที่มองรู้สึกว่าเหมือนฉันจะลืมหายใจไป3วิ เหมือนมีอะไรดึงดูดให้เราจดจ่ออยู่กับรอยยิ้มนั้นเพียงอย่างเดียว   ฉันน่าจะตกหลุกรักผู้หญิงคนนี้ คนที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่กี่ชั่วโมงเข้าแล้วแหละ ...   เมื่อใกล้ถึงเวลาร้านปิด แต่ทั้งสองยังคงมีเรื่องมากมายที่อยากคุยกันต่ออีก มัตสึโอกะเลยเอ่ยปากจะไปส่งเธอ  บางทีเธออาจจะชวนไปตามมารยาทก็ได้ แต่ฉันไม่อยากจะให้มันเป็นอย่างนั้น เมื่อได้โอกาสก็ไม่รอช้ารีบตอบตกลงทันที เพราะตอนนี้เธอเองกำลังสนุกกับการได้เจอเพื่อนใหม่ ที่นานๆทีจะเจอคนที่เข้ากันได้ดีขนาดนี้   . . . . . . .     ท้องถนนในยามดึกที่โล่งและเงียบสนิท นัตสึขับรถของมาโดกะอย่างระมัดระวังด้วยความไม่ค่อยชินเท้าซักเท่าไหร่ โดยมีเจ้าของรถนั่งให้กำลังใจอยู่ข้างๆ เพราะตอนนี้เธอเองคงไม่มีสติมากพอที่จะประคองพวงมาลัยไปตามท้องถนนได้ตรง จึงวานให้อีกคนที่ดูจะมีสติมากกว่าขับไป   “ฉันดีใจนะที่วันนี้เราได้คุยกัน ไม่งั้นวันนี้คงเป็นวันที่ฉันไม่มีความสุขสุดๆในชีวิตแน่ๆ” มาโดกะกล่าว “งั้นแวะไปที่คอนโดฉันก่อนมั๊ย ถ้าเธอมีเวลา” “คอนโด?” “ยังเองก็อยากมีเพื่อนคุยด้วยต่อคืนนี้ ก่อนที่พรุ่งนี้ความเปลี่ยนแปลงจะมาเยือน เธอว่าไง?” “ฉันคงดื่มไม่ไหวแล้วแหละค่ะ…. แต่ฉันยังอยากคุยกับพี่อยู่ เอาเป็นว่าตกลง” “ไม่คิดว่าฉันจะหลอกเธอบ้างหรอ” หญิงสาวที่อายุมากกว่าหันมาถามเธอ “บางทีฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน รู้สึกร่างกายเหมือนโดนสะกดจิตไม่ให้ปฏิเสธ ตอนนี้พี่อาจจะกำลังพาฉันไปที่ที่อันตรายก็ได้ แต่ฉันไม่สนใจหรอกค่ะ ฉันไม่มีอะไรติดตัวมาเลย ค่าเหล้ายังให้พี่ออกให้ พี่ต่างหาก ทำไมถึงชวนคนแปลกหน้าไปห้องง่ายจัง ทำแบบนี้กับทุกคนเลยหรือเปล่า” ฉันเผลอตอบคำถามคนข้างๆไปยาวเหยียด ออกแนวบ่นๆพูดไปเรื่อยเสียมากกว่า ทั้งที่ก็รู้ว่าเขาแค่ถามหยอกเล่นเหมือนที่คุยกันผ่านๆมา แต่ฉันก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องพูดออกไปหมดทุกอย่างขนาดนั้น อาจจะเพราะประหม่าหรือไม่ก็ควบคุมสติตัวเองไม่ค่อยจะได้แล้ว หลังจากดื่มไปพอสมควร “ถึงฉันจะดูง่ายแต่ฉันก็เลือกนะ เด็กอย่างเธอ ขับรถMINI Cooper Countryman แถมนาฬิกา เสื้อผ้า เครื่องประดับก็ไม่ใช่ของโนเนม เทียบกับค่าของในห้องฉันแล้ว ยังไม่ได้ค่าซ่อมนาฬิกาเธอด้วยซ้ำ พนันได้เลยว่าเธอก็เป็นแค่เด็กหัวรั้นคนนึงแค่นั้นเอง” “คงงั้นมั้งคะ พ่อก็ชอบพูดแบบนี้” ฉันเงียบไปพักนึง พร้อมกับถามคนข้างๆเบาๆ แต่ก็ได้ยินเสียงที่ค่อนข้างชัดเจน “ฉันดูเด็กมากเลยหรอคะ” “ถ้าพูดกันตามตรง ก็ดูไม่เด็กเท่าไหร่หรอกนะ ออกจะแก่แดดด้วยซ้ำ แต่การกระทำบางอย่างมันก็ทำให้รู้ว่ายังเด็กอยู่” “อย่างเช่น?” “หนีออกจากบ้านเพราะทะเลาะกับพ่อ” “ฉันไม่ได้หนีออกจากบ้านซะหน่อย ฉันแค่โกรธมากไม่อยากจะทะเลาะกันเพราะเรื่องคนอื่นเลยถอยมาตั้งหลักก่อน” “อีกอย่างคือ เธอดูเป็นคนไม่ยอมคนนะ” “ใช่แล้ว นั่นคือจุดแข็งฉันเลย” “เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า ...เคยมีคนบอกหรือเปล่าว่าเวลาเมาแล้วจมูกเธอแดงเหมือนกวางเรนเดียร์เลย ตลกดี” “ไม่เคยค่ะ รู้แต่ว่าเวลาฉันเมา ฉันใจง่ายค่ะ  ถ้าพี่จะปล้ำฉันตอนนี้ฉันก็อาจจะยอมก็ได้นะ” “คิดจะตอบแทนค่าเหล้าด้วยการเอาตัวเข้าแลกหรอ” “คงงั้นมั้ง” มาโดกะพูด ก่อนจะหันไปมองนัตสึที่ตอนนี้กำลังตั้งใจจดจ่อกับถนนอยู่ แล้วเอ่ยถามคำถามที่เธอคิดมาตลอดระหว่างทาง “พอหมดวันนี้เรายังจะได้เจอกันอีกมั๊ยคะ ฉันยังอยากเจอพี่อยู่ ไม่อยากให้ผ่านคืนนี้ไปแล้วกลายเป็นคนไม่รู้จักกัน” “พรุ่งนี้หายเมาเดี๋ยวก็ลืมแล้ว” เธอสายหัวปฎิเสธทันที “ฉันไม่ลืมคนที่ทำให้วันนี้ของฉันยิ้มได้หรอกค่ะ” หลังจากจบประโยค ต่างคนก็ไม่มีใครปริปากพูดอะไรออกมาเลย นัตสึค่อยๆลดความเร็วลงแล้วตีไฟเลี้ยวเข้าจอดข้างทางทันที แล้วหันมามองคนข้างๆ ที่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เธอต้องหยุดรถ เหมือนมีแรงดึงดูดให้หน้าทั้งคู่เข้าหากัน ยิ่งใกล้มันยิ่งยากจะควบคุม แต่ทว่าคนอายุมากกว่าก็ยื่นมือมาบีบแก้มเธออย่างแรง   “ขืนทำแบบนั้น พรุ่งนี้พ่อเธอคงเอาตำรวจมาลากฉันเข้าคุกแน่ๆ” จู่ๆนัตสึก็โผลงขัดขึ้นมาในจังหวะที่กำลังจะเข้าได้เข้าเข็มเอง พร้อมกับปลดเข็มขัดให้อีกฝ่าย เนื่องจากถึงที่พักเธอแล้ว   “ฉันบอกว่าฉันอายุ20แล้วจริงๆ อีกอย่าง ป่านนี้คงเตรียมตัวตอนรับเมียเด็กอยู่ เค้าไม่สนใจฉันหรอกค่ะ” “นี่แหละเด็กน้อย” “ฉันไม่ใช่เด็กๆนะ จะให้บอกอีกกี่ครั้งว่าปีนี้ฉันบรรลุนิติภาวะพอดี ฉันโตแล้ว” มาโดกะตอบด้วยเสียงหนักแน่น” “ยังไงก็เด็กน้อย”  นัตสึพูดก่อนจะหัวเราะออกมาเล็กน้อยด้วยความเอ็นดู แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้คิดแบบนั้นหน่ะสิ มาโดกะได้แต่ทำหน้าน้อยใจ ทำปากขมุบขมิบบ่นกับตัวเอง . . . . .   เวลาเกือบเที่ยงคืนบรรยากาศภายในคอนโดเงียบสงัด ลิฟท์ตัวใหญ่กว้างขวางที่มีเพียงแค่นัตสึกับมาโดกะแค่สองคนเท่านั้น ตอนนี้มาโดกะที่ยืนเซนิดหน่อยเพราะพยุงตัวให้ยืนตรงไม่ได้ นัตสึได้แต่ช่วยพยุงไม่ให้ล้มเอาไว้   ความเงียบเข้าปกคลุม รู้สึกเหมือนคนตัวสูงกำลังงอนกับคำพูดของเธอเมื่อซักครู่นี้ที่บอกว่าเธอเด็กน้อย   “งอนหรอ” นัตสึถามหลังจากที่เปิดประตูเข้าห้องมา แล้วตรงไปที่ห้องครัว เปิดตู้เย็น หยิบเครื่องดื่มมาต้อนรับแขกผู้มาเยือนห้อง “ก็ฉันไม่ใช่เด็กซะหน่อย” “ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ แต่ที่พูดเนี่ย แค่หมายถึง ไม่อยากให้หนีปัญหาแบบนี้ ดูเหมือนเด็กไม่รู้จักโต ฉันเองก็เคยเป็นแบบนั้นมาก่อน” เธอนั่งลงที่โซฟากลางห้องข้างๆฉันพร้อมกับยื่นน้ำเปล่ามาให้ “แล้วผู้ใหญ่เค้าทำยังไงกันหรอ ฉันไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ฉันไม่ชอบให้เราทะเลาะกัน ไม่ใช่ว่าฉันเองไม่ยินดีกับพ่อนะคะ ใจนึงฉันกลัวว่าพ่อจะรักฉันน้อยลง ปกติมีกันอยู่แค่สองคน พ่อเลยให้ความสำคัญกับฉันมากๆ ถ้าผู้หญิงคนนั้นย้ายเข้ามา ยังไงพ่อก็ต้องรักเธอมากกว่าฉันแน่ๆ ก็จริงอย่างที่พี่พูด คิดแล้วยังไงฉันมันก็เด็กเอาแต่ใจอยู่ดี” ความเศร้าปรากฎขึ้นบนใบหน้าเธอ “รู้อะไรมั๊ย ที่ฉันบอกว่าพรุ่งนี้ฉันจะแต่งงาน ฉันเองก็ต้องย้ายไปอยู่กับเขาและลูกของเขา ถ้าฉันรู้ว่า ฉันเป็นต้นเหตุที่ทำให้พ่อลูกทะเลาะกันเหมือนอย่างครอบครัวของเธอ  ตัวฉันเองก็ไม่สบายใจเหมือนกัน ฉันว่ามีอะไรก็บอกเขาไปเถอะ จะได้สบายใจทั้งสองฝ่าย  และอีกอย่าง โลกข้างนอกมันอันตรายกว่าที่คิดนะ หนีออกมาไม่บอกเขาแบบนี้ ถ้าฉันเป็นคนไม่ดี ตอนนี้ฉันอาจจะจับเธอทำมิดีมิร้ายก็ได้” “แล้วทำไมพี่ต้องเป็นคนดีหล่ะ จะทำอะไรกับฉันก็ได้ ทำได้หมดทุกอย่างที่พี่อยากทำเลย แลกกับขอฉันค้างที่นี่คืนนี้นะ” จากใบหน้าเศร้าๆเมื่อกี้ เปลี่ยนมาเป็นหน้ากวนๆอ้อนๆอย่างรวดเร็ว เจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว “ฉันเองก็ไม่ใช่คนดีอะไรมาก แต่ก็ไม่ถึงกับเลว และที่สำคัญฉันไม่นิยมล่วงเกินตอนขาดสติ มันไม่ได้อารมณ์หรอก จะนอนก็นอนไปเถอะ แต่สัญญานะว่าพรุ่งนี้จะกลับบ้าน แล้วอีกอย่าง” เธอเว้นจังหวะหายใจครู่นึง “ส่งข้อความบอกพ่อเธอซะ ว่าจะค้างบ้านเพื่อน ไม่งั้นฉันได้เข้าคุกจริงๆแน่ข้อหาลักพาตัว” “ค่าาาาาาาแม่!!” มาโดกะตอบรับอีกคน ที่บ่นยืดยาว เสมือนเป็นแม่ของเธอจริงๆ พร้อมกับหยิบมือถือออกมาพิมพ์ข้อความตามคำสั่งของอีกคน แล้วก็ทิ้งตัวล้มลงบนโซฟาเหมือนคนหมดแรง “ถ้าฉันเป็นแม่เธอจริงๆ ฉันจะจับตีก้นให้ลายเลย คนอะไรดื้อชะมัด” “ถ้าพี่เป็นแม่ฉันจริงๆนะหรอ อื้มมมมมมมมม ไม่มีทางหรอก ถ้าเป็นแบบนั้นนะ ฉันจะแย่งจากพ่อเลยคอยดู” มาโดกะพูดทีเล่นทีจริงหยอกเย้านัตสึ พร้อมกันหันหน้าไปมองด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ “มันอาจจะเร็วไป แต่ฉันชอบพี่จริงๆนะคะ” เสียงที่เปล่งออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะค่อยๆหลับตาเพราะความง่วง   นัตสึที่เห็นภาพของคนข้างหน้านั้น ช่างเหมือนเด็กที่พึ่งหย่าขวดนมออกมาผจญโลกสิ้นดี บางทีเธอก็ไม่ใช่คนดีอะไรหรอกนะ  แต่แค่รู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้ อย่างที่พูดไปจริงๆ ในหัวเธอตอนนี้กำลังคิดถึงเรื่องที่จะเกิดวันพรุ่งนี้ ค่อนข้างเป็นกังวลอยู่พอสมควร ไม่รู้ว่าเด็กคนนั้นจะรับเธอได้หรือเปล่า ถ้าลูกของเขาเป็นเด็กคนข้างหน้าเธอตอนนี้ ก็คงรู้สึกดีขึ้นมานิดนึง เพราะเราค่อนข้างมีไลฟ์สไตล์ที่คุยกันง่าย  แต่อีกใจถ้าสมมติเธอเป็นแม่ของเด็กคนนี้ขึ้นมาจริงๆหน่ะหรอ คงจะอกแตกตายแน่ๆ อันที่จริงก็น่าเอ็นดูอยู่หรอก แต่คิดไปคิดมาแล้วน่าปวดหัวซะมากกว่า ...   มาโดกะพลิกตัวกลับไปกลับมาหันมามองนัตสึที่ตอนนี้กำลังนั่งมองเธออยู่ “บรรลุนิติภาวะของฉัน จะไม่เปลี่ยนใจจริงๆหรอ พี่จะเป็นคนแรกของฉันเลยนะ ปกติฉันไม่ได้ใจง่ายแบบนี้บ่อยๆนะ” "บางทีอาจจะต้องคิดใหม่แล้ว เพราะดูเหมือนว่าเด็กแถวนี้จะต้องการให้ฉันล่วงเกินซะเหลือเกินนะ" ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เธอเริ่มสนใจเด็กคนนี้ขึ้นมา ทั้งที่จะเลิกนิสัยเต๊าะเด็กแล้วแท้ๆ แต่พอยิ่งรู้ว่าเด็กนี่ไม่เคยผ่านใครมาก่อนก็รู้สึกอยากครอบครองขึ้นมา นัตสึค่อยๆก้มตัวลงไป เลื่อนแขนลงไปโอบสะโพกเด็กที่เปิดโอกาสเชิญชวนเธอเมื่อซักครู่นี้ . . . . . . . . . . . . . . . . . . . กอด…   แค่นอนกอดกัน ที่เหลือก็ปล่อยไปตามอารมณ์ แต่ก็ไม่ได้มากไปกว่าการจูบและลูบไล้ เธอกลัวข้อหาพากผู้เยาว์ ถึงจะบอกว่าอายุ20แล้วก็เถอะ ใครจะรู้ว่าพูดความจริงหรือเปล่า เด็กสมัยนี้มันไว้ใจได้ซะที่ไหนกันเชียว ยิ่งเด็กคนนี้ยิ่งไว้ใจไม่ค่อยได้ . . . . .   มาโดกะตื่นเช้ามาไม่เจออีกคน … มีเพียงแต่กระดาษโน้ตแปะไว้ที่หน้าผากเธอพร้อมกับข้อความที่ทำให้เธอยิ้มรับสำหรับการเริ่มต้นของเช้าวันใหม่   ‘ขอโทษนะ อย่าหาว่าฟันแล้วทิ้ง แต่เช้านี้ฉันมีธุระสำคัญจริงๆ ถ้าจะไป ช่วยทิ้งกุญแจไว้ที่กล่องจดหมายหน้าประตูด้วย ขอบคุณมากเด็กน้อย รีบกลับบ้านได้แล้ว จากคุณแม่ขี้บ่นคนเมื่อวาน’   มาโดกะยิ้มกับข้อความของพี่สาวคนสวยได้ไม่นานก็ต้องรีบลุกจากเตียงขึ้นมาจัดการแต่งตัวแล้วรีบตรงกลับบ้านโดยเร็ว เพราะเช้านี้เธอก็มีธุระสำคัญเช่นกัน   ฉันต้องรีบกลับไปดูหน้ายัยแม่เลี้ยงคนใหม่ของพ่อ   . . . . .   ฉันรีบลงจากรถเพื่อมาดูหน้าผู้หญิงคนที่จะขึ้นชื่อว่าเป็นแม่เลี้ยงคนใหม่ของเธอ แต่ดูเหมือนเมื่อมาถึงบ้าน แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ทุกอย่างดูปกติเหมือนเดิม ไม่ได้มีอะไรหวือหว่าอย่างที่เธอคิดไว้ มีเพียงแค่รองเท้าคัทชูสีครีมตรงชั้นวางรองเท้าหน้าบ้านเพิ่มขึ้นมาเท่านั้นเอง   ร่างสูงเดินตรงไปยังห้องทำงานของผู้เป็นพ่อ ที่ตอนนี้ขมวดคิ้วอยู่หน้าคอมพิวเตอร์   เธอถอนหายใจก่อนจะเคาะประตูแล้วเดินเข้าไป “มาแล้วหรอ” เธอได้แต่ก้มหน้าไม่ยอมสบตา “ทีนี้เราจะคุยได้กันยัง” มาโดกะค่อยๆเลื่อนเก้าอี้ แล้วค่อยๆนั่งลงตรงข้าม พร้อมจะเผชิญกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ อย่างที่มัตสึโอกะได้พูดไว้เมื่อคืน เราเป็นผู้ใหญ่ เราโตแล้ว ต้องไม่หนีปัญหา เอาหล่ะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะผ่านมันไปให้ได้ “หนูขอโทษค่ะ ที่ทำให้พ่อลำบากใจ” “พ่อเองก็ขอโทษ ที่ทำอะไรไปโดยไม่ได้บอกหนูก่อน พ่อมีเหตุผลของพ่อที่ตอนนี้ยังบอกหนูไม่ได้จริงๆ แต่อยากให้รู้ไว้ว่า ไม่ว่ายังไง พ่อก็ไม่รักใครไปมากกว่าหนูหรอกนะ อยากได้ยินพ่อพูดแบบนี้ใช่ไหม?” ชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นพ่อของเธอพูดกับเธออย่างรู้ทัน มาโดกะผงกหัวรับอย่างเข้าใจ พร้อมกับยิ้มหน่อยๆ ไม่ว่ายังไง พ่อก็เข้าใจเธอตลอด มีแต่เธอเองที่ดื้อกับท่านและไม่ค่อยจะยอมฟังเขาพูดซักเท่าไหร่ นิสัยแบบนี้มันเด็กเอาแต่ใจอย่างที่มัตสึโอกะพูดจริงๆด้วย “แล้วไหน ผู้หญิงคนที่พ่อจดทะเบียนด้วยคะ ตั้งแต่มาถึงหนูยังไม่เห็นใครเลย”   ก๊อกๆๆ   “นั่นไง พูดถึงก็มา … เข้ามาสิ”พ่อกล่าว ฉันเริ่มรู้สึกประหม่าและตื่นเต้นเล็กน้อย กลัวว่าจะเข้ากับผู้หญิงของพ่อไม่ได้ “นี่โมริยาสุ มาโดกะ ลูกสาวที่ผมเคยเล่าให้คุณฟังครับ” “ส่วนนี่ มัตสึโอกะ นัตสึมิ คนที่พ่อจะจดทะเบียนสมรสด้วย” “...” “...” ความเงียบเข้าปกคลุม ทั้งสองต่างยืนนิ่งราวกับมีอะไรมายึดไว้ไม่ให้ขยับได้ ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ไม่รู้จะพูดอะไร สับสนไปหมด ในหัวตอนนี้มีแต่เรื่องเมื่อคืนตีสลับกับภาพผู้หญิงข้างหน้าเธอวนเวียนเต็มไปหมด ไม่อยากจะเชื่อตัวเอง ใครก็ได้บอกฉันทีว่ากำลังฝันค้างจากเมื่อคืนอยู่ พระเจ้ากำลังเล่นตลกอะไรกับพวกเราแน่ๆ มีคนตั้งมากมาย แต่ทำไมต้องเป็นพี่   พ่อแตะที่แขนฉันเบาๆเพื่อเป็นการดึงสติกลับมา “เป็นอะไรหรือเปล่า” “ไม่มีอะไรค่ะ เมื่อคืนแค่ไม่ค่อยได้นอน” “ยินดีที่ได้รู้จัก ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” เมื่อฉันไม่มีทีท่าว่าจะตอบโต้อะไร เธอจึงเป็นฝ่ายเริ่มแนะนำตัวก่อน พร้อมกับก้มหัวโค้งเล็กน้อย “เช่นกันค่ะ” ฉังโค้งตอบรับ เธอยิ้มให้กับฉัน และทำตัวตามปกติ เป็นไปได้ไหมว่าอาจจะเป็นคนละคนกันกับคนเมื่อคืน แต่ยิ่งคิดก็เหมือนยิ่งหลอกตัวเอง เป็นไปไม่ได้หรอก “งั้นวันนี้เราไปกินข้าวนอกบ้านกันไหม ว่าไง?” “แล้วแต่คุณเลยค่ะ” “ก...ก็ดีค่ะ” “งั้นพ่อไปทำงานก่อนนะ แล้วเย็นนี้จะมารับ” พ่อจูบที่กระหม่อมฉันเบาๆเหมือนที่ท่านชอบทำเป็นประจำก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้ฉันกับมัตสึโอกะอยู่ในห้องนี้แค่สองคน ….   อึดอัด!!!   ทั้งๆที่เมื่อวานพวกเราออกจะเข้าขากันดี แต่ทำไมตอนนี้กลับตรงกันข้าม รู้สึกอึดอัด เธอเองก็คงจะรู้สึกเหมือนกัน   “ฉันตกใจมากเลยเมื่อกี้” เธอเริ่มบทสนทนาก่อน หลังจากที่เงียบกันไปอยู่นาน “เช่นกันค่ะ ไม่อยากจะเชื่อ” “ไม่เชื่อว่าเราจะได้เจอกันอีก หรือไม่เชื่อว่าฉันจะมาเป็นแม่เธอจริงๆ” เดาว่าเธอกำลังถามทีเล่นทีจริงเหมือนที่ผ่านๆมา รวมถึงเพื่อลดอาการประหม่าของเราด้วยเช่นกัน “ทั้งสองอย่าง” “ตลกดีเนอะ” “นั่นสิ แต่เรื่องเมื่อคืนฉันพูดจริงๆนะคะ ฉันไม่ลืม” ฉันรู้ว่าเธอเองก็รู้ว่ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร ถึงแม้เมื่อคืนจะไม่ค่อยได้สติและมีเรื่องราวมากมายที่พูดออกไป แต่ก็จำได้ดีว่าตัวเองพูดอะไรไปบ้าง “ฉันบอกแล้วไม่ใช่หรอ ว่าให้จีบได้แค่เมื่อวานเท่านั้น” เธอรู้ “แต่ฉันก็ไม่ได้ให้สัญญากับพี่ซะหน่อย” ฉันเดินเข้าไปใกล้ๆอีกคน “ฉันไม่มีวันยอมเรียกพี่ว่าแม่เด็ดขาด เว้นแต่ว่าแม่ทูลหัว และฉันก็จะทำอย่างที่พูดจริงๆ ค่อยดู" "งั้นฉันก็จะจับเธอตีก้นจริงๆ อย่างที่พูด ถ้าเธอดื้อ" FIN Madoka Part...       .................................................................................................... Talk... สุขสันต์วันแม่ค่ะทุกโคนนนนนนนนนนนนนนนนนน  ขอสารภาพว่า จริงๆแล้วมันคือฟิคโปรเจควันเกิดนัตสึมาโด กะว่าจะลงวันเกิดแต่ละคน แต่อยู่ๆงานก็ถาโถมเข้ามามากมายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!!!!!! เลยไม่ได้ลง ก็มาลงวันแม่แทน ดันเข้าธีมพอดีไปอีก ถถถถถถถ   ที่ทุกคนกำลังอ่านอยู่ เป็น พาทของมาโดกะค่ะ ส่วนอีกพาทก็จะเป็นของนัตสึ เดี๋ยวถ้ามีโอกาสเรียบเรียงเสร็จเรียบร้อยแล้วจะเอามาต่อให้นะคะ   พาทของนัตจริงๆก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก ก็แค่จะพูดในส่วนของสตอรี่นัต มันก็จะมีเหตุและผลว่าทำไมเค้าถึงแต่งงานกับพ่อมาโดกะ     จะพยายามรีบแต่งให้จบไวๆนะคะ ...  
  4. ขายยกชุดจร้าสภาพดี
  5. กิริง ราคาตามรูปจร้า
  6. Earlier
  7. 8 Flowers Intor Love♡   เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดา ๆ ที่ไม่เคยมีความรัก เพราะหัวใจชาบู เอ้ย! บูชาให้เหล่าหนุ่ม 2D ไปจนหมดแล้ว คนอย่างวาตานาเบะ มายุ จึงไม่สนใจเรื่องความรักในโลกความเป็นจริงเลยแม้สักนิดเดียวก็ไม่เคยคิด แต่มีหรือที่เจ้ากามเทพตัวน้อยจะปล่อยให้รอดพ้นไป ถึงกับได้เล่นตลกด้วยการส่งผู้หญิงถึง 7 คนเข้ามากระตุ้นการเต้นของหัวใจ อ้ากกกก!!! ไม่ไหวหรอก มันต้องเลือกสักคนสินะ ต้องมีสักคนที่เกิดมาเพื่อเป็นคู่ที่แท้จริง แต่ว่า...แล้วใครล่ะ?     Talk Writer: กลับมากับเรื่องใหม่ที่ผุดเข้ามาในหัวอีกแล้วครับท่าน(เรื่องเก่ายังไม่จบเลย) เรื่องนี้ฮาเร็มลุ้นรักนะคะว่าใครคือเนื้อคู่ของย้วย เรื่องนี้จะมีคนรุมรักถึง 7 คน ไรท์ได้แรงบันดาลใจจากเรื่อง secrect seven แต่ตัวละครอาจจะไม่เหมือนกัน มาลุ้นกับเหล่าดอกไม้ทั้ง8กันดีกว่าว่าใครคือเนื้อคู่ที่แท้จริงมาย้วย ไว้ว่าง ๆ จะลองทำโปสเตอร์ ไม่ก็แนะนำตัวละครพอคร่าว ๆ ล่ะกันนะคะ ป.ล. ไรท์แอบไปทำใจเรื่องมายุซังแกรดน่ะ แต่ก็ยินดีในทางเลือกของคามิโอชิ มายุซังเหนื่อยมานานแล้วนี่นา ยังก็อยากรู้สึกขอบคุณมายุซังจริง ๆ ที่ทำให้เราถูกตกเข้ามาชอบAKBได้ 55555 อย่าลืมติดตามกันนะจ๊ะ จุ๊บ ๆ ♡♡
  8. หูยน่ารัก พารุรุกนิ่งอ่ะ ร้ายจริงๆ 555 แต่เค้าอยากได้คู่นี้แบบฟิคยาววววบ้างจังง //ทำตาปิ๊งๆ
  9. คู่นี้ดีมากจริงๆ ไปๆมาๆสงสารยุยดีกว่ามั้ย5555555
  10. ชอบคู่นี้มากกกกกกก อะไรประมาณนี้มันดีจริงๆ
  11. พอกันเลยอ่ะ สูสี อีกคนยั่วอีกคนก็ไม่คิดจะยั้งอะไร55555555
  12. มาริโกะซามะอบอุ่นมากค่ะ แต่เหตุผลที่เนี้ยงจะทำอาหารให้กินแล้วไม่ให้ทำนี่ไม่ใช่แล้วว ร้ายยยย
  13. Short Fic [เพราะหิว] // Sayamiiky

    ไม่ใช่แล้ว!! หิวแล้วต้องกินอะไร กินถูกอย่างหรอ...555555555555
  14. อ้าว อ้าววว ไม่เลือกซักคน แต่จบแบบนี้เนี่ยนะ 
  15. [SF] คนเมา (mariharu) 29/10/2016

    มาริโกะซามะรุก อื้อหือ มันดี มันเขิน
  16. ค้างไว้หน้วงมากเลยค่ะ 
  17. ขายรูป netshop

    ปฏิทินปี 2016 มายุกับซากุระ(กิรินขายแล้ว) มีรูปแถม เซ็ตละ 450  ค่าส่ง ems 50 ครับ
  18. One Shot - Some Where [Hirate x Neru]

    น่ารักเกินนน
  19. เนี้ยงอ่อยหนักมาก รุกเค้าก่อนด้วย555555 สองแสบนี่ฮาอ่ะ รู้กันแค่นั้นไม่ได้ต้องขยายต่อ
  20. งู้ยยยย ทำไมน่ารักอ่ะ
  21. เจนมีความหึงหวง รุกเค้าก่อนๆแท้โดนกลับถึงกับทำอะไรไม่ถูกเลย55555
  22. [OS-BNK48] Consoling Kiss [CherprangMusic]

    สิคฟอร์มเยอะนะ ทำมาเป็นถามแทนคนอื่น หวงก็บอก...
  23. [OS-BNK48] Accident Kiss  [OrnTarwaan]

    แค่พลาดเอง เออนะ แค่พลาดเอง เชื่ออรสิตาหวาน55555555
  24. Load more activity