เบ๊อะบ๊ะ

Members
  • Content count

    316
  • Joined

  • Last visited

About เบ๊อะบ๊ะ

  • Rank
    Undergirls

Contact Methods

  • Facebook https://www.facebook.com/iamBerBar

Profile Information

  • Gender Not Telling
  • Interest in Groups AKB48
  • Oshi-Members Okada nana | Watanabe Mayu | Kashiwagi yuki & Matsui Rena

Recent Profile Visitors

572 profile views
  1. บอกแล้วว่าเดี๋ยวมันก็มีงอกมาเรื่อยๆ  ตอนต่อของ สามตอนนี้ค่ะ  (1) - その時以来、気づかないの? - 柏木由紀 x 松井玲奈 (2) - ずっと知っているから、大丈夫 - 柏木由紀 x 松井玲奈 (3) - ゆめだったら どうする? - 柏木由紀 x 松井玲奈   ---------------------------   - ずっと勘違った? - 柏木由紀 x 松井玲奈 (1,943 words) ...   "ไม่ได้ ไม่ได้คุณมีงานนะ มัตสึอิซัง!!" ผู้จัดการสาว ดึงมือออกด้วยใบหน้าแดงก่ำ คาชิวากิ ยูกิยันตัวขึ้นจากเตียง ก้าวถอยไปจนติดกำแพง   ทั้งที่เมื่อครู่ยังเผลอตอบรับจูบ ทั้งที่มือก็เผลอเลื่อนไปปลดชุดชั้นในแล้วแท้ๆ   แต่ตอนนี้กลับหนีเตลิดเปิดเปิง ท่าทางสั่นระริกกับใบหน้านั้นช่างน่ารักเหลือทน   แต่บ่อยเข้า... ก็ทำให้มัตสึอิ เรนะ เกิดอาการเหนื่อยใจได้เหมือนกัน   เรนะถอนหายใจลุกนั่ง มองผู้จัดการที่พยายามปิดไปหน้านั้น เธอหลบสายตาด้วยความเนือยนายแล้วเอื้อมมือติดสายเสื้อชั้นในตน   เรนะลุกจากที่นอนเงียบๆ เปิดประตูตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อสีอ่อน กับกระโปรงยาวพริ้วมาสวมใส่ แล้วเดินสวนผู้จัดการออกจากห้อง โดยไร้คำพูดจา   ........   ปึง เสียงแก้วหนาของเบียร์สดที่เพิ่งหมดลง กระแทกโต๊ะไม้ดังลั่น ไอความเย็นยังลอยค้างอยู่จากตัวแก้ว บอกให้รู้ว่าผู้ถือมัน ดื่มรวดเดียวหมด   "ก็อย่างที่เล่าน่ะ อาคาเนะ คบกันมาจะครึ่งปีแล้วนะ ยังไม่เคยมีอะไรกันเลยเหอะ!"   "เธอจะเมามากไปแล้วนะ เรนะ พูดบ้าอะไรเนี่ย เกรงใจชาวบ้านเค้ามั่ง" เพื่อนสนิทสมัยเรียนที่ลากกันไปทำงานพิเศษที่สวนสัตว์ ทาคายานางิ อาคาเนะ เอามือกุมขมับ มองเพื่อนด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย   "ฉันยังไม่เมา และพอมีสติที่จะรู้ว่านี่ห้องกั้นส่วนตัวนะ" เรนะลดเสียงนิ่ง "ใครเขาจะมองทะลุฝ้ามาได้"   "จ้ะ แม่คนสติดี ...ว่าแต่คบกันจริงเหอะ เธอแค่เล่าว่าเธอจูบเขาก่อนแล้วเขาก็จูบกลับนี่?"   "...ก็จริง แต่ถึงไม่ได้ขอคบก็เหมือนคบกันแล้วมั้ยอ้ะ? ก็มารับมาส่ง หอมแก้มบ้าง จุ้บบ้างนานๆที ฉันเริ่มก่อนทั้งนั้นอ้ะ มีครั้งแรกครั้งเดียวเองที่เกือบบบบบบบ แต่รายนั้นพอสติกลับมาก็ป๊อดซะง่าาาา" เรนะเอาคางเกยกับโต๊ะ หมุนแก้วเปล่าในมือไปมา มือว่างอีกข้างก็ทุบโต๊ะเป็นจังหวะ   "โอ้ย งอแงซะจริง" อาคาเนะเอื้อมมือไปฉกแก้วจากมือเรนะมาวางห่างๆเพื่อความปลอดภัย เรนะจึงเปลี่ยนไปหยิบเครื่องสั่งอาหาร กดสั่งเบียร์สดเพิ่มอีกแก้วหนึ่ง "ยังจะซัดอีกนะ!"  คนที่ดึงห้ามไม่ทันก็ได้แต่ถอนหายใจ ครู่เดียวพนักงานก็เลื่อนฉากกั้น นำเบียร์เย็นเฉียบมาเสริฟให้ทันควัน   เรนะหยิบมากระดกทันที  อากาเนะก็ปล่อยให้เพื่อนสาวทำตามใจเหมือนทุกครั้ง ...แต่ก่อนคงด่าอยู่หรอก เพราะเป็นคนเก็บศพ เดี๋ยวนี้มีคนทำแทนให้แล้วก็ปล่อยเป็นหน้าที่เขาไป 'แค่เสี้ยมให้กรึ่มๆตามสภาพ ก่อนส่งให้แล้วกัน'   เนี่ยล่ะที่อากาเนะคิดในหัว   เห็นคนดื่มอึกๆ ก็เลยออกความเห็นพูดไป "แล้วมันจะไปยากอะไร เธอก็ปล้ำเขาซะก็สิ้นเรื่อง"   พรูดดดดดดดด   เครื่องดื่มสีอำพันพุ่งออกมาจากปากคนดื่ม เข้าเต็มหน้าอาคาเนะ "แต่ฉันสายรับนะ!!!!!"   ความเงียบ เกิดขึ้นชั่วขณะ ก่อนคนที่มีสติดีกว่า จะยกมือปาดน้ำเบียร์บนหน้าตัวเอง   อากาเนะเอื้อมมือข้ามฝั่งโต๊ะ ไปคว้าสิ่งของสองอย่าง หนึ่งคือโทรศัพท์ของเรนะ  เธอกดเบอร์ 1 แล้วโทรออกไปหาเบอร์ที่ตั้งบันทึกไว้เป็นพิเศษ พูดบอกชื่อร้านและสถานที่อย่างรวดเร็วแล้วกดวางสาง   อย่างที่สองคือแก้วเบียร์ที่ยังมีเหลือรอดจากการอาบใบหน้าเธอครึ่งแก้ว เรนะมีท่าทีดื้อดึง ฉุดแก้วไว้ ร้องงื้อ ไม่ยอมให้เอาไป   "ไอ้ที่เหลือเนี่ย ฉันกินเอง!" อากาเนะออกแรงดึง แล้วยดกรึ้บที่เหลือหมดในรวดเดียว   .......     "ขอบคุณมากนะคะ ทาคายานางิซังที่โทรมาบอก ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องรบกวนอยู่เสมอ" 'ตัวการ' ที่ทำให้เพื่อนของเธอเมามายไม่ได้สตินั้นก้มหัวปะหลก พลางรับประคอง'ตัวปัญหา'ไป   มองสภาพตอนนี้แล้ว มันเลยคำว่ากรึ่มๆไปมากโข   เรนะที่เมาเละ เอื้อมมือไปเกาะเกะคล้องคอ คาชิวากิ ผู้จัดการส่วนตัวของเธอพลางพึมพำไม่เป็นภาษา   "สู้รบกับเรนะมาตั้งกะสมัยเรียนจนฉันชินแล้วล่ะ ไม่เป็นไรหรอก คาชิวากิซังเถอะ ดึกดื่นป่านนี้ ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องรบกวน"   "ทางนี้ไม่เป็นไรเลยค่ะ" ยูกิยกมือปัด "กำลังกังวลด้วยว่าจะหาตัวได้อย่างไร มัตสึอิซังไม่รับสายฉันตั้งแต่เสร็จงานแล้ว ปิดกองเสร็จก็หายตัวไปเลย"   "ถ้าอย่างไรเก็บเบอร์มือถือฉันไว้แล้วกันนะ คาชิวากิซัง..." อากาเนะพูดพลางยื่นนามบัตรให้ ซึ่งยูกิทุลักทุเลรับไว้ แล้วขอบคุณ "เอ๊ะ? คาชิวากี่~ ยูกิซางเหรอ  ยูกิซังมาเหรอ? ฉันเกาะยูกิซังอยู่เหรอ" 'คนเมา' พูดพลาง ยกมือแปะหน้ายูกิไปมาเพื่อยืนยันว่าอยู่ตรงหน้าจริงๆ พอมั่นใจแล้ว ก็อ้าปาก งับเข้าไปที่คอ "@@!@%@#$!%%!$@%"   อากาเนะถอนหายใจ สงสารคาชิวากิจับใจ "...ช่วยยัดเข้ารถให้มั้ย?"     ....     "เอ่อ...ให้ฉันไปส่งไหมคะ?" ยูกิถามอาคาเนะ หลังช่วยกันหอบร่างไร้วิญญาณ(?) ของเรนะเข้าไปนอนเผละหลังรถได้   "ไม่เป็นไรหรอก อพาทเม้นท์ฉันอยู่ซอยถัดไปนี้เอง เดินไปก็ถึง" เพื่อนสาวปฏิเสธน้ำใจ ยกมือชี้ทางที่จะเดินไป   ยูกิมีสีหน้าเกรงใจ "จะดีเหรอคะ?"   "มีคนให้ดูแลก็ดูแลไปเถอะคุณนะ  คนโสดอย่างฉันดูแลตัวเองได้น่า" พูดจบอากาเนะก็แอบสังเกตหน้าแดงๆของคนฟัง "เอ่อ ฉันกับมัตสึอิซัง  เรา...เอ่อ..."   "หื้ม? ยังไม่ใช่เหรอ จะปฏิเสธเหรอคะ?" เสียงเข้มหน่อยๆของอากาเนะ ทำคาชิวากิสะดุ้ง "ปะ-เปล่าค่ะ..." นี่ก็อีกคน ใส...ซื่อ... แบบที่เพื่อนเธอเล่าเป๊ะ   "เอาน่า อย่าให้เพื่อนฉันรอนานแล้วกัน ไม่งั้นเดี๋ยวก็เรื้อนแบบนี้อีก ตอนนี้เป็นดาราดังแล้ว จะโดนข่าวว่าขี้เมาเข้าสักวันเถอะ..." อากาเนะพูดเตือน แล้วปรับเสียงเบาท่อนสุดท้าย "...เรื่องของพวกคุณก็ด้วยนะ"   "จะ... ระวังค่ะ"   คาชิวากิรับคำ มองส่งอากาเนะจนสุดตา แล้วขึ้นรถพาดาราสาวขี้เมาของเธอ กลับที่พัก   .... พอวางร่างบางลงเตียงได้ ก็เตรียมน้ำอุ่นชุบผ้ามาเช็ดตัวสาวที่เต็มไปด้วยกลิ่นเบียร์   ยูกิปลดกระดุมเม็ดบน และล่างของเสื้อ เพื่อเปิดทางให้มือ จรดผ้าชุบน้ำไปตามผิวขาวเนียนได้   "อือ..."   เสียงในลำคอของเรนะ ทำให้มือยูกิหยุดกึก เงยหน้ามองเจ้าของผิวขาว ในหน้ากลม มีแขนยกวางปิดตาไว้กันแสง ยูกิบิดผ้าชุบน้ำอีกครั้ง ยกแขนออก ลูบเช็ดใบหน้างามนั้น จังหวะที่เช็ดแก้ม คนถูกดูแลก็โยกใบหน้ารับ อ้อนมือ   '...น่ารัก' เสียงหัวใจของยูกิเต้นขึ้นมาขนาดเจ้าตัวยังรู้สึกได้   เช็ดตัวเสร็จ ยูกิก็เก็บผ้ากับน้ำอุ่นให้เข้าที่เข้าทาง แล้วมานั่งมองคนหลับไม่ได้สติข้างเตียง ยกมือลูบศีรษะเรนะเบาๆ มองไปรอบห้องที่เคยเข้ามาก็บ่อย แต่ส่วนมากแล้วมาในฐานะผู้จัดการมารับไปทำงานตามตาราง เธอยังไม่เคยค้างที่นี่ และคิดว่ายังไม่ควรหากเจ้าของห้องไม่อนุญาต เพราะอย่างนั้นถ้าเรนะหลับสบายดี ดูเวลาแล้วอีกสักครู่ก็ควรกลับที่พักตัวเอง   จังหวะที่จะลุกออก มือของเรนะก็เอื้อมมาคล้องเอวไว้ แล้วดึงลงไปกอด "เหวอ...มัต-มัตสึอิซัง" เหมือนจะยังไม่ตื่น... แขนเล็กๆนั่นกอดเธอไว้จนขยับไม่ได้ ไม่รู้ว่าเอาแรงมาจากไหนมากมายนัก   ช่วยไม่ได้ คาชิวากิจัดท่าตัวเองให้สบาย มองดาราขี้เมาแล้วก็รู้สึกอยากยกแขนไปกอดแบบเก้ๆกังๆ 'เขินชะมัด ทั้งๆที่อีกฝ่ายหลับอยู่ด้วยนะ' ไม่รู้ว่าเมื่อไร ที่เผลอมองใบหน้ายามหลับนั้น จนปลายจมูกแทบจะชนกัน 'ทำไมถึงได้น่ารักขนาดนี้น่ะ' คาชิวากิ คิดไปเรื่อยเปื่อย   'ที่ทาคายานางิซังบอกว่าอย่าให้รอนาน รึว่า...' พอนึกถึงคำพูดของอากาเนะขึ้นมาได้ก็หน้าร้อน เผลอมองจ้องไปยังริมฝีปากคนตรงหน้า   สายตาที่มอง อาจจะร้อนแรงเกินไป จนทำให้ มัตสึอิ เรนะ ลืมตาตื่นขึ้นมา "...ยู...กิซัง?" "คะ?" พอเห็นว่าเป็นใครเรนะก็กระชับอ้อมกอด ดึงเข้ามาจูบแบบไม่ให้ตั้งตัว   "อื๋ออื้อ เดี๋ยว -เดี๋ยวก่อน ม-มัตสึอิซัง" พอยูกิรวบรวมกำลังได้ ก็ผลักร่างอีกฝ่ายให้ถอยไป   อาจจะเพราะยังมึนเมา เรนะที่ยังมึนๆ ออกอาการดื้อดึง เธอทำหน้างอนแล้วดึงยูกิให้ขึ้นมาบนตัวเธอ จับหน้าไว้ไม่ให้หนีไปไหน   "ทำไมล่ะ? คุณจะหนีอีกแล้วเหรอ ใจคอจะใจร้ายกับฉันแบบนี้จริงๆเหรอ"   ใบหน้าอ้อนนั้น บอกตรงๆแทบตาย กว่าจะรู้ตัวว่าทำอะไรอยู่  ก็ตอนริมฝีปากก็สัมผัสกันไปแล้ว   ยูกิถอนจูบออกเมื่อร่างกายเรียกร้องลมหายใจ   ห้องตกอยู่ในความเงียบ ที่ได้ยินเสียงแต่ลมหายใจ   คาชิวากิ รวบรวมความกล้าตัวเอง เอ่ยถามสิ่งที่ติดอยู่ในใจออกไป "มัตสึอิ เรนะซัง ถ้าฉันจะ...เอ่อ...ถ้าฉันจะขอ..." คนเริ่มพูดหน้าแดง "ไม่เห็นจะต้องขอเลย" เรนะที่หน้าแดงแซงไปแต่แรกแล้ว หลบสายตาไปทางอื่น "ไม่ได้สิคะ ต้องขอก่อนสิ" ยูกิยืนยัน แต่ก็ยังอึกอัก ไม่กล้าพูดสักที   จนเรนะหงุดหงิด ถ้าปล่อยให้นานกว่านี้ ได้หมดความกล้าจนหนีเตลิดอีก "นี่จะขอก่อนจะมีอะไรกันจริงสิ!" “ขอให้คุณให้เป็นแฟนฉันได้ไหมคะ!"   "เอ๊ะ” // “ห๊ะ?" เสียงประสานพร้อมกัน ทำให้ใบหน้าทั้งคู่เต็มไปด้วยคำถาม   เรนะขมวดคิ้วงงงวย กับยูกิที่เหมือนจะ เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง ก็หน้าแดงไปถึงใบหู “เอ๊ะ? อ๋า... รึว่า ที่ทาคายานางิซังบอก.... ที่เรนะซังพูดถึง” "ก็ยังไม่ได้เป็นแฟนกันเลย! ฉันจะกล้าทำอะไรคุณได้ยังไงล่ะคะ เรนะซัง!"     สร่างเมาก็เพราะคำเนี้ยล่ะ   ถึงจะเขินที่โดนขอเป็นแฟน อย่างเป็นทางการก็เถอะ   แต่มัตสึอิ เรนะ อยากกระกดเบียร์ให้ล้มไปตายอีกรอบจัง   หลังจากรู้ใจกัน ผ่านมาครึ่งปี ฝั่งนั้นกลับคิดว่ายังไม่ใช่แฟน.. อีหรอบนี้ ผู้จัดการแสนซื่อของเธอ คงปล่อยให้เธอเก้อไปอีกนาน      
  2. คำเตือน   เรื่องนี้มีพล็อตหลักมาจากเรื่องที่ทุกท่านรู้จักกันดี คือ Battle Royal มีฉากที่คาดว่าจะสะเทือนใจมากมาย มีการใช้ถ้อยคำรุนแรงและมีการสูญเสียแน่นอน   อนึ่ง คู่ต่างๆมีตามที่ Tag จะได้ไม่ต้องลุ้นกัน   โปรดทำใจยอมรับก่อนอ่าน   -----------------   Till the last of us   -Prologue- | 01 | 02 | 03 | 04 | 05 | 06 |  | 07 | 08 | 09 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |  | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | .. | | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |   -----------------   -Prologue-   ----------------- "...ถ้าฉันยอมเสียตัวให้คุณ คุณจะยอมทำตามแผนของฉันรึเปล่าล่ะ"   หญิงสาวกัดฟันแน่น ข่มคำพูดกรอดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผงความเกลียดแค้นคนตรงหน้าจับใจ นัยน์ตาคลอน้ำตาใสจ้องเขม็ง เฝ้ารอคำตอบที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิต และสถานการณ์เป็นตายทั้งหมดนี่ "แน่นอน วาตานาเบะ มายุ"   หญิงสาวอีกคนผู้กุมอำนาจตัดสินชีวิตคนอื่นด้วยปืนมัจจุราชสีดำที่คร่าชีวิตใครมานักต่อนัก บัดนี้มัจจุราชนั้นกำลังชี้ตรงมาที่เธอ คาชิวากิ ยูกิ เหยียดยิ้มชั่วร้าย ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ฉันจะเล่นตามแผนของเธอ ถ้าเธอยอมเป็นของเล่นให้ฉันตลอดไป..." ----------------- "ขอโทษ... พี่ขอโทษนะ ...พี่ไม่น่าพาเธอมาในที่แบบนี้เลย" หญิงสาวผู้ที่ใบหน้ากลมขาว เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลนของผืนป่า พูดด้วยเสียงสั่นเครือ นัยน์ตาใสนั้นมีน้ำตาคลอเพราะความรู้สึกผิดเต็มหัวใจ "มะ... ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่เรนะ แค่กิ่งไม้เอง" เด็กสาวที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกันตอบกลับ เธอหอบหายใจ เรียกอากาศที่สูญเสียไปจากการวิ่งที่ยาวนาน ที่ขานั้นมีเลือดไหลออกมาจากแผลถลอกที่โดนกิ่งไม้บาด เรนะเอื้อมมือไปคว้าเอาดาบยาวคาตานะที่ร่วงหล่นอยู่ด้านข้างตัวจากการล้มกลิ้งตกเนินเมื่อครู่นี้ขึ้นมา เธอกำมันไว้ด้วยสายตาทีเจ็บปวด แต่ก็แน่วแน่ "พี่จะปกป้องน้องเอง ...น้องจะต้องได้กลับไป" -----------------   "อย่าเข้ามา!!" "เดี๋ยว ใจเย็นๆก่อน ชิมาซากิ" "ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่!" หญิงสาวกวัดแกว่งมีทำครัวในมือไปมาอย่างสะเปะสะปะ พยายามป้องกันตัวเองจากผู้หญิงผมดำอีกคนที่ตั้งใจเดินเข้ามา "นี่ฉันเอง โยโกยาม่า ไง... ที่เราเคยเล่นด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ จำได้มั้ย" "ไม่จริง! เธอมันไม่ใช่ ยุย ที่ฉันรู้จัก! อย่าเข้ามานะ!" ยุยค่อยๆก้าวเดินเข้าไปหาอีกคนที่มีท่าทางตื่นกลัว ก้าวแต่ล่ะก้าว ทำให้คนตรงหน้ายื่นมีดตรงมาด้วยมือที่สั่นเทา "พารุ... นี่ฉันเอง วางมีดลงเถอะนะ" ยุยยกมือซ้ายขึ้นตรงไป ทำท่าห้ามปราม พยายามสงบสติอารมณ์อีกคน "ไม่จริง... ไม่ใช่... เลิกโกหกกันสักที!!" "ถ้าเธอเป็นยุยจริงๆ แล้วในมือนั่นมันอะไร!" พารุตะโกนก้อง ความเงียบสงบยามราตรี ทำให้เสียงสะท้อนดังไปทั่วป่า สายตาที่หวาดกลัว จับจ้องไปยังมือขวาของหญิงสาวผมดำที่อ้างชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทเธอ ยุยมองสิ่งของที่อยู่ในมือตัวเอง หน้าไม้ขึ้นคันศรพร้อม กับของเหลวสีแดงที่เปรอะเปื้อนมันทำให้ดูน่ากลัว รอยเหยียดยิ้มพร้อมขมวดคิ้วถูกเผยออกมาจากคนที่พยายามสงบสถาณการณ์ เจ้าของหน้าไม้ ยกมือขึ้นมา ตั้งศูยน์เล็งไปยังผู้ที่ยืนสั่นอยู่ตรงหน้า "...ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้" "...แล้วเจอกันใหม่นะ พารุ ..."     -----------------   "ซายาเน่ รอด้วยสิ ลืมฉันไปแล้วรึยังเนี่ย" น้ำเสียงงอนๆ วิ่งตามมาด้วยท่าทีเหนื่อยล้า บนเนินชันตรงหน้าเธอนั้นมีผู้หญิงผมสั้น ท่าทางทะมัดทะแมง สายตาคมนั่นหันกลับมามองจ้องตามเสียงเรียก   "เราต้องรีบหาที่ปลอดภัยนะ มิยูกิ" ซายากะหยุดเดิน ย้อนกลับมาหิ้วปีกพยุงหญิงสาวผมยาวร่างบางที่ทำหน้าตาง้องอน   "จะหาที่ปลอดภัยทำไม ใครก็เข้ามาทำอันตรายเราไม่ได้หรอก..." "ซายาเน่มีไอ้นั่นอยู่นี่นา" มิยูกิเพยิดหน้าไปยังกระเป๋าข้างเอว ที่มีวัตถุโลหะดำแขวนอยู่ ปืนกลเบาขนาดเล็ก ที่บรรจุกระสุนพร้อมลั่นไกได้ทุกเมื่อ   "มันไม่ใช่สิ่งที่จะปกป้องเราได้ตลอดไปนะมิ้ลกี้" ซายากะพูดเสียงดุ พยายามเดินต่อพร้อมสอดส่องหาที่ที่พอจะสามารถหลบภัยให้พ้นคืนนี้ไปได้ "และฉันก็ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ฆ่าใครโดยไม่จำเป็น" "ทำมาพูด ทีเมื่อกี้ยังฆ่าไปแล้วเลย... ตั้งสามคน" มิยูกิพึมพำ แต่คำพูดเบาๆเพียงแค่นั้น ก็ทำให้สีหน้าของซายากะเปลี่ยนไป น้ำเสียงเศร้าสลดถูกข่มผ่านไรฟันออกมา   "...เรื่องนั้น ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ" "มันแค่การป้องกันตัวเอง..." -----------------
  3. Inside     กราบขอบพระคุณภาพประกอบ(ทวง)ฟิคจากคุณ taro015 さん อย่างสุดซึ้งค่ะ   Episode  | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 10.5 | 11 | 12 | 13 | - Epilogue -     Special Sweet Dreams Before the nightmare     --------------------------- Inside Episode 1 (2.2k words)     เสียงสายฝนเทกระหน่ำ ร่างของเด็กสาวทิ้งตัวลงนั่งพิงโซฟาอยู่กลางห้องพักของตน สาวชุดนักเรียนคอกะลาสีสีดำสนิท จ้องมองตรงไปยังชุดสูทโรงเรียนสตรีหรูที่แขวนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า เธอเอนคอพิงพนักโซฟา สองหูตั้งใจรับฟังเพลงที่ส่งผ่านมาจากโทรศัพท์มือถือในมือเข้ากับหูฟังแบบเฮดโฟนที่สวมอยู่   ฝนตกอีกแล้ว เกลียดวันฝนตกเหลือเกิน   ใช้ช่วงเวลาส่วนตัวได้เพียงครู่เดียว โทรศัพท์ในมือก็กระพริบไฟ เป็นสัญญาณว่ามีใครบางคนติดต่อเข้ามา   ครืด... 'หนึ่ง'   ครืด... 'สอง' ...   เด็กสาวทิ้งให้โทรศัพท์สั่นต่อไป เสมือนลองใจว่าความอดทนของฝ่ายไหนจะหมดก่อน และเมื่อถึงครั้งที่สิบสอง เธอก็กดรับมันโดยไม่มองว่าปลายสายเป็นใคร   "เมื่อไรจะรับโทรศัพท์ให้เร็วขึ้นสักที นี่มันเรื่องด่วนนะ วาตานาเบะ!" เสียงจากฝั่งตรงข้าม เริ่มบทสนทนาด้วยคำดุ คำพูดที่จริงจังและน้ำเสียงเครียด บอกให้รู้ได้ทันทีว่าผู้โทรมานั้นมีเรื่องใหญ่อยู่ในใจ   "...มีธุระอะไรก็ว่ามา ทาคามินะซัง" น้ำเสียงเรียบตอบกลับไป   เสียงถอนหายใจเบาๆลอยออกมาจากปลายสาย "... สวนสาธารณะข้างเมือง กำลังส่งรถไปรับ ลงมารอได้แล้ว"   สิ้นเสียงนั้น วาตานาเบะก็กดตัดสายไป   เธอลุกขึ้นยืน และเดินตรงออกไปที่หน้าประตูห้อง มือคว้าเอาเสื้อคลุมมีฮู้ดสีดำสนิทที่แขวนพักอยู่ตรงแท่นแขวนเสื้อหน้าห้องมาสวมคลุมไว้ ใส่รองเท้าบู้ทสีน้ำตาลเข้มคู่โปรด และไม่ลืมที่จะสวมถุงมือหนังสีดำที่วางไว้บนตู้เก็บรองเท้าด้วย กดเสียงเล่นเพลงให้ดังขึ้นก่อนจะยัดโทรศัพท์ลงไปในกระเป๋าเสื้อคลุม แล้วเดินออกจากห้องไป     ...   พื้นที่เหนอะหนะในสวนสาธารณะเพราะพิษฝน ไม่ทำให้บรรยากาศแย่เท่าสายเทปสีเหลืองสลับดำที่ถูกพันปิดทางเข้าไว้หน้ารั้ว สายเทปกันห้ามเข้าที่เกิดเหตุ ร่างบางในชุดฮู้ด ก้าวลงจากรถตำรวจสีดำสนิทไม่แพ้เสื้อคลุม นายตำรวจคนเดิมที่ขับรถไปรับและมาส่ง รีบลงจากรถ อ้อมมาถือร่มกางให้เด็กสาว แต่ก็ไม่ได้ทำตามที่หวัง เพราะคนที่ไปรับมานั้น ชิงเดินไปก่อนไกลแล้ว สองมือของเด็กสาว ล้วงกระเป๋าเสื้อคลุมและเดินตรงผ่านเข้าไปยังสถานที่ที่ถูกกั้นไว้แบบไม่หยี่ระ   ตำรวจนายหนึ่ง ก้าวปรี่เข้ามาหมายจะห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องตามหน้าที่ เธอปรายตามองตำรวจคนนั้นด้วยสายตาหงุดหงิด และดึงโทรศัพท์ที่มีตราพิเศษของแผนกสืบสวนระดับสูงขึ้นมา สิ่งนั้นทำให้นายตำรวจหน้าเสีย และหลีกทางให้กับเธอ   เดินเข้ามาถึงด้านใน ก็เห็นภาพแผนกสืบสวน กำลังเดินเก็บหลักฐานกันขวักไขว่ ตำรวจในชุดคลุมกันฝนหลายนาย ต่างตั้งใจทำหน้าที่ของตน ในจำนวนนั้น มีนักสืบหญิงร่างเล็กคนหนึ่ง สังเกตเห็นและเดินตรงมาที่เธอ   "มาแล้วเหรอ วาตานาเบะ" ท่าทางการพูดจาที่มีอำนาจประกอบกับมีตำรวจชั้นผู้น้อยกว่าเดินตามถือร่มให้ แม้คนที่ไม่รู้จัก เห็นครู่เดียวก็เดาได้ว่าผู้หญิงคนนี้ มีตำแหน่งใหญ่โตพอสมควร   "...ก็เห็นอยู่ตรงหน้าแล้วนี่ ทาคามินะซัง" คำตอบของเด็กสาว ทำให้ผู้ฟังถึงกับถอนหายใจ   "ช่างเถอะ ฉันก็ไม่อยากรบกวนเวลาเธอจนดึกดื่นหรอกนะ ...โทษที ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน" "ตามมาทางนี้" ผู้มีอำนาจออกคำสั่งแล้วเดินนำไป   สาวน้อยในชุดฮู้ดก้าวเท้าตาม   เดินลึกเข้าไปในสวนเท่าไร ก็ยิ่งเห็นความอึมครึ้มของบรรยากาศ   ฝนยังคงตกปรอยๆ รอบด้านของสวนที่เคยจำได้ว่า ตอนกลางวันจะมีความสดใส บัดนี้ฟ้าเริ่มมืดครึ้ม ถูกทดแทนด้วยความหดหู่   "เธอยังใส่ชุดนักเรียนนั่นอยู่อีกเหรอ... ย้ายเข้าโรงเรียนใหม่เป็นอาทิตย์แล้วนะ" ตำรวจหญิงเอ่ยถาม   "...ฉันไม่เหมาะกับที่นั่น ทาคามินะซัง" เด็กสาวยังคงตอบเสียงเรียบด้วยท่าทีไม่สนใจโลก   " อย่าบอกนะว่ายังโดดเรียนอยู่" เสียงผู้อายุมากกว่าเข้มขึ้น   "..." เด็กสาวร่างบางไม่ตอบใดๆ ทาคามินะ ถอนหายใจ เพราะรู้ดีว่านิสัยของเด็กข้างๆเป็นอย่างไรจึงเลือกที่จะเงียบไม่พูดต่อ   ...ทั้งคู่ พร้อมนายตำรวจถือร่มอีกหนึ่งนาย มาหยุดอยู่หน้าที่เกิดเหตุ เจ้าพนักงานแต่ล่ะคนที่เห็นนายตนเดินมา ต่างหยุดการกระทำของตน และหันมาทำความเคารพ "เชิญครับรองผู้กำกับทาคามินะ" นายตำรวจพูดทักทายเสร็จก็เบี่ยงตัวออก   เผยให้เห็นผู้โชคร้าย หญิงสาววัยรุ่น นอนแน่นิ่งไร้ซึ่งสัญญาณชีวิตอยู่ที่พื้นหญ้าหลังพุ่มไม้นั่น เลือดเจิงนองออกมาจากปาดแผลที่ข้อมือทั้งสองข้าง บัดนี้เริ่มแห้งกรังและจับตัวเป็นก้อน สภาพศพเสมือนหญิงสาวปาดข้อมือตนเองเพื่ออัตวินิบาตรรม อาวุธเป็นมีดคัตเตอร์ตกอยู่ข้างกาย   "ดูยังไงก็เป็นการฆ่าตัวตายนะครับท่านรอง" นักสืบจากหน่วยสืบสวนผู้หนึ่งเดินแทรกเข้ามาออกความเห็น   "ถ้าคิดอย่างนั้นไปแล้วจะเรียกฉันมาให้เสียเวลาทำไมล่ะ" เด็กสาวในชุดกะลาสีพูดขึ้นเสียงเรียบ แต่ทำเอานักสืบคนนั้น ถึงกับเขม่นคิ้วเพราะคำถาง   "นี่เธอ!" ตำรวจสืบสวนนายนั้นขึ้นเสียง แต่ก็ถูกหยุดด้วยสายตาปรามของผู้บังคับบัญชา   "เพราะชั้นรู้สึกแปลกๆ เลยเรียกเธอมายืนยัน" ทาคามินะพูดแทรก "ทำหน้าที่ของเธอไปเถอะ วาตานาเบะ"   "..." เด็กสาวชุดดำไม่ตอบอะไร เธอเดินตรงเข้าไปยังร่างไร้วิญญาณนั้น แล้วยืนพิจารณาสิ่งต่างๆ วาตานาเบะ ถอดถุงมือหนังของตนเองออกข้างหนึ่ง ดึงหูฟังที่สวมอยู่ให้ลงมาพักไว้ที่ต้นคอ แล้วใช้ปลายนิ้วสัมผัสไปยังร่างของผู้ตาย   แค่เด็กนักเรียนมัธยมปลายยืนมองสถานที่เกิดเหตุแบบนี้โดยไม่กรีดร้องเสียสติก็น่าแปลกแล้ว นี่กลับเดินเข้าไปใกล้อย่างไม่เกรงกลัวใดๆอีก เป็นภาพที่ทำให้ตำรวจหน้าใหม่หลายนายรู้สึกแปลกตายิ่งนัก   "...เด็กนั่นเป็นใครเหรอครับ รองมินามิ" ตำรวจผู้น้อยที่ถือร่มตามให้เอ่ยถาม   "นายเพิ่งเคยลงพื้นที่นี่นะ..." หญิงสาวร่างเล็กพูด "เด็กช่วยงานพิเศษของฉันเอง รอดูไปเถอะ"   เด็กสาวนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก็ลุกยืน เธอหันสายตาเย็นชาไปยังพนักงานสืบสวนด้านข้างแล้วพูดขึ้น "กระเป๋าถือของผู้ตายล่ะ?" "กระเป๋า? ไม่มีนะ ที่เราพบมีแค่ร่างกับอาวุธนั่นแค่นั้น" นายคนนั้นตอบ   "เดี๋ยวก็มี..." เด็กสาวพึมพำ จังหวะนั้นเองมีอีกเสียงวิ่งมาจากอีกฟากหนึ่งของสวน ตำรวจนายหนึ่งวิ่งมาด้วยท่าทีร้อนรน ในมือที่ใส่ถุงมือสีขาวถือสิ่งของชิ้นหนึ่งอย่างระมัดระวัง   "รองมินามิครับ! เราพบกระเป๋าถือ คาดว่าจะเป็นของผู้ตายตกอยู่ทางด้านโน้น" "เห็นไหมล่ะ..." ร่างเล็กของเจ้าของรองเท้าบู้ท เดินตรงไปคว้าเอากระเป๋านั้นมา ท่ามกลางความตกใจของตำรวจทุกนาย "ดะ-เดี๋ยว! นี่เธอ! ลายนิ้วมือมัน...!" นายตำรวจผู้ถือกระเป๋ามาร้องโวยวาย     "ไม่ได้ฆ่าตัวตาย" เด็กสาวพูดขึ้นเสียงเรียบ ไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองด้วยสายตาขุ่นเคือง   "เฮอะ มั่วรึเปล่า" นักสืบที่เขม่นอยู่เป็นทุนเดิม พูดขัด   "มีเหตุผลอะไรเธอถึงคิดอย่างนั้น" รองผู้กำกับถาม ยื่นมือไปปรามคนที่พยายามหาเรื่อง     วาตานาเบะรู้อยู่แก่ใจ     ทาคามินะผู้ที่รู้เรื่องเธอดีอยู่แล้ว ไม่มีทางถามคำถามแบบนี้แน่ เธอเหลือบสายตามองไปโดยรอบ สังเกตเห็นตำรวจหน้าไม่คุ้นหลายนายจ้องมองเธออยู่   เพียงต้องการให้คนอื่นรับรู้ถึงความสามารถของเธอเท่านั้น   ทุกครั้งที่เคยถูกเรียกมา ก็เป็นคดีที่มีเพียงคนวงในไม่กี่คนควบคุม เป็นทีมเฉพาะกิจที่รองผู้กำกับทาคามินะจะเตรียมไว้ให้สืบเรื่องราวก่อนจะส่งสำนวนไปยังแผนกสืบสวนต่อไป เธอเป็นผู้ช่วยพิเศษที่ทาคามินะพบตัว และรับเลี้ยงดูไว้สำหรับช่วยไขคดีที่มีปัญหา หรือบางครั้ง อยากปิดคดีด่วน หาสาเหตุจูงใจอย่างรวดเร็ว ก็จะเรียกตัวเธอมา   "กระเป๋าถือของผู้ตายมีแต่เครื่องสำอางค์และกระเป๋าเงิน ไม่ได้พกกระเป๋าเครื่องเขียน จะพกคัตเตอร์อย่างเดียวมาทำไมในกระเป๋าเครื่องสำอางค์?" เด็กสาวตั้งคำถาม ใช้คำพูดเชิงท้าทาย   "...ดูจากใบหน้าแล้วท่าทางอายุยังไม่เกินสิบแปด ชุดที่ใส่ก็ไม่ใช่ชุดนักเรียน แต่แต่งชุดเดรสสวยงาม แต่งหน้า ทาปาก มีกลิ่นน้ำหอมจางๆ คนที่แต่งตัวจัดเต็มแบบนี้ จะมาปลิดชีวิตตัวเองกลางสวนเงียบๆทำไม"   "ถ้าให้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ที่ต้นแขนมีรอยช้ำเล็กน้อย เป็นร่องรอยการต่อสู้แน่นอน แต่เห็นได้ชัดว่าพวกคุณรอแผนกชันสูตรอยู่สินะ ที่เกิดเหตุก็กั้นไว้ซะรอบแต่เพิ่งจะหาหลักฐานเจอเอาป่านนี้ มันถึงได้เสียเวลาสิ้นดีไงล่ะ"     "อีกอย่างที่ทาคามินะซังเรียกฉันมาปกติต้องเป็นคดีพิเศษ ไม่ก็งานลับแบบเงียบๆ แต่ครั้งนี้ฉันเดาว่าเหยื่อรายนี้ต้องเป็นคนสำคัญสักคนแน่ อาจจะเป็นลูกสาวนักการเมือง หรือผู้มีอำนาจสักคน ไม่งั้นไม่ยกมาทั้งกองแบบนี้หรอก"     เจ้าหน้าที่ทุกคนกลืนน้ำลายเงียบกับคำสันนิฐานของสาวน้อย ที่เดาความเป็นมาของเหยื่อถูกต้องเกือบร้อยเปอร์เซ็น "ใช่ ...ผู้ตายเป็นหลานสาวคนเดียวของรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง" รองผู้กำกับทาคามินะตอบ   "ก็แค่เด็กวัยรุ่น ฆ่าตัวตายล่ะว้า" นักสืบหนุ่มสถบ "...คุณมาจากกรมตำรวจกลางสินะ" วาตานาเบะหันไปถามผู้ที่คอยเขม่นเธอตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่ามกรายเข้ามา "ใช่ มีปัญหาอะไร?" ตำรวจสืบสวนนายนั้นจับสูทเสื้อ และแสดงเข็มกลัดที่ปกบ่งบอกสถานะของตนเองอย่างอวดภูมิ   "พูดจาดูหมิ่นผู้ตาย นี่สินะสิ่งที่นักสืบกองกลางพึ่งกระทำ" วาตานาเบะแค่นตามองอย่างดูถูก คำพูดรุนแรงของเด็กสาวตัวเล็กทำให้นายตำรวจใหญ่อารมณ์ขึ้น เตรียมเดินตรงปรี่เข้ามาด้วยสายตาแค้นเคือง   "ที่จริง ยัยนี่จะเป็นใคร เป็นอะไรตาย ฉันก็ไม่สนหรอก เพราะฉันแค่ทำหน้าที่ที่ฉันสัญญาไว้กับทาคามินะซังเท่านั้น" เด็กสาวพูดต่ออย่างรวดเร็ว   "แต่ให้ฉันเดาความคิดคุณให้ไหม? เพราะเป็นหลานสาวของนักการเมืองใหญ่ กองสืบสวนกลางถึงต้องลงมารับหน้าทำ ก็เลยอยากปัดปัญหากับรูปคดีให้เป็นว่าฆ่าตัวตายจะได้ไม่ต้องตามสืบสาวอะไรให้วุ่นวาย ...แค่หาแรงจูงใจ ปั้นแต่งสำนวนบิดเอานิดหน่อยโทษยัยนี่ว่าคิดสั้นเอาก็สิ้นเรื่อง"   นายตำรวจหนุ่มหยุดกึก   "แต่ถ้าหากบทมันพลิกออกมาเป็นถูกฆาตกรรม ให้ตายยังไงกรมตำรวจก็ต้องตามหาตัวฆาตกรมารับให้ได้ ไม่อย่างนั้นเสียทั้งหน้าและชื่อเสียง เอาเข้าจริงแค่ลูกนักการเมืองใหญ่มีข่าวว่าโดนฆาตกรรม ยังไม่ทันหาตัวฆาตกร ก็ฉาวโฉ่ไปทั้งกรมตำรวจแล้วด้วยซ้ำว่าปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง ไม่แปลกหรอกที่คุณ หรือใครต่อใครหลายคนพยายามจะบอกว่ามันเป็นการฆ่าตัวตายหนักหนา"   นักสืบหนุ่มสะอึก ไม่คิดว่าคำพูดของเด็กสาวจะเสียดแทงเข้าไปในจิตใจได้ถึงขนาดนั้น   "ฉันขอย้ำอีกที ใครจะเป็นจะตาย ไม่ใช่เรื่องของฉัน ฉันแค่พูดตามสิ่งที่เห็นและคาดการณ์เอาเท่านั้น ซึ่งฉันมั่นใจว่าการคาดเดาของฉันมีเปอร์เซ็นผิดพลาดน้อยมาก และจากหลักฐานทั้งหมดที่แสดงออกมาตอนนี้ ขอยืนยันอีกครั้งว่าเธอคนนี้ถูกฆาตกรรม"     เพียงการแสดงสันนิษฐานสั้นๆ กับสายตาที่ทรนงในตนเอง   ทุกคน ณ ที่นั้นก็ยอมรับความสามารถของเด็กสาวเรียบร้อย ไม่แปลกใจที่รองผู้กำกับไว้ใจให้เด็กไร้หัวนอนปลายเท้าจากไหนไม่รู้มาร่วมการสืบสวน   วาตานาเบะ ลอบเหยียดยิ้มสมเพชทุกคนที่มองเธอด้วยสายตาชื่นชมอยู่ในใจ   หารู้ไม่ว่าความสามารถคาดเดาและสันนิษฐานอะไรนั่น   ...โกหกทั้งเพ      ---------     ฟิครายวูบเดียว ที่แอบคิดพล๊อกไว้นานแล้วแต่ไม่มีโอกาส พอดีโดนจุดประกายว่า เขียนแนวสืบสวนสิ...   อิอิ...   แต่สืบสวนไม่น่ารอดค่ะ  เพราะงั้นฟิคเรื่องนี้ไม่ใช่แนวสืบสวนหรอก   หากแต่งไปตามเรื่องนี่มันดาร์คสุดๆค่ะ ไม่มีบทหวานแน่     ยังไม่ทราบว่าจะมีกี่ตอน และไม่รู้ว่าจะมีต่อไหม เสมือนลงซาวน์เสียงก่อนแล้วกันเนอะ โฮฮฮฮ   กราบขออภัยล่วงหน้า ถ้าใช้เวลายาวนานค่ะ   ปล. ชื่อเรื่องก็ตั้งสดเนี่ย ไม่รู้จะใช้ชื่ออะไร แค่คาดว่าไม่เปลี่ยนแล้วหล่ะค่ะ 5555
  4. Inexplicable Rival/Lover?       -Prologue- | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | Epilogue |       (edit ออกสำหรับโครงการในอนาคตค่ะ) 15/11/15   พอดีเห็นเรื่องการก๊อปปี้นิยาย และสำหรับโครงการที่วางแผนไว้ในอนาคตของเรา จึงขออนุญาตนำเรื่องนี้ออกค่ะ  เหลือไว้ถึงแค่ตอน 9 เท่านั้นนะคะ  ขอบคุณทุกท่านมากค่ะที่คอยสนับสนุนมา ขอบคุณค่ะ     Side Story In Romania (RenaYuki) This is my sight (Okada Nana) The story of Watanabe Mayu | 1 | 2 | Since I saw you (Rena) - จมน้ำไปแล้วข่ะ ห้ามขุดนะ         Special   Epilogue - Fanart Comic by ChrisTy -     From now on | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 |      From now on part three  - Fanart Comic by ChrisTy -     - Special Short Story- Just some another day - Summer Special - - Hanabi -     สีเทา = Coming soon -------------------------------------------------       Inexplicable Rival/Lover? -Prologue- ราตรีที่มืดมิด เป็นบรรยากาศที่เหมาะกับการล่า เงาสีดำทะมึนที่พุ่งผ่านความมืดไปด้วยความรวดเร็ว มาหยุดอยู่หน้าเป้าหมายที่กำลังจนตรอกอยู่ตรงสุดทางเดินของซอยแคบๆร้างผู้คน ร่างสูงที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดทะมึนวาดมือขึ้นมาทำท่าเสมือนคว้าเป้าหมายไว้ในกำมือ ฉับพลันก็มีเงาสีดำพุ่งขึ้นมาจากเงาที่ทอดยาวอยู่ที่พื้น ยึดร่างนั้นเอาไว้ "เลิกหนีได้แล้วน่า มันเสียเวลา" ร่างที่กุมชะตาชีวิตอยู่เอ่ยออกมาด้วยเสียงเยียบเย็น "ยะ อย่านะ ฉันจะร้องนะ!" เหยื่อพูดด้วยเสียงสั่นเทา เหงื่อเม็ดผุดขึ้นตามไรหน้า "ข้อหนึ่ง ดึกป่านนี้แล้วคิดว่าจะมีใครได้ยินเรอะ และข้อสอง จะร้องก็ร้องไปเถอะ ฉันจะทำให้เธอสบายก่อนจะได้อ้าปากซะอีก" ไม่พูดพร่ำทำเพลง เสียงกรีดร้องของเหยื่อก็ดังขึ้น แต่ได้เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ร่างสูงก็บิดมือเล็กน้อย เปลี่ยนเงาที่พันธนาการอยู่ ให้เป็นทิ่มแทงเข้าตรงกลางหัวใจ ปากที่ส่งเสียงโสตประสาตนั้นเงียบลงเพราะถูกแทนที่ด้วยเลือดที่กระอักออกมา ร่างสูงมองเหยื่อที่กระตุกลมหายใจสุดท้ายด้วยแววตาเย็นชาไม่เปลี่ยนแปลง มีเพียงสีของดวงตาประกายทองนั้นที่ค่อยๆเปลี่ยนกลับเป็นสีดำช้าๆ พลันได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆลอยมาตามลม ทำให้ผู้ล่านั้นหันไปยังที่มาของเสียง "...เอ่อ มีใครเป็นอะไรรึเปล่าคะ? พอดีฉันได้ยินเสียง..." ผู้มาใหม่ยังไม่ทันพูดจบ ก็ต้องตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า ร่างหนึ่งสูงยาว ยื่นมือไปยังอีกร่างที่เหมือนถูกท่อนเหล็กสีดำจากที่พื้นพุ่งขึ้นมาแทงตรงไปทั่วร่างกาย เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น เงาสีดำทั้งหมดที่แทงอยู่ก็มลายหายไปทันที พร้อมกับร่างที่ร่วงกราวเป็นผงลงมา เด็กสาวตัวแข็งเกร็งกับภาพเหนือธรรมชาติตรงหน้า เมื่อคิดจะกระดิกหนี ก็รู้สึกถึงเงาสีดำเมื่อครู่รั้งขาไว้ เงยหน้าขึ้นมาพบกับดวงตาสีทองที่จ้องเขม็งอยู่ และฝ่ามือที่เดิมรั้งอดีตมนุษย์นั้นเปลี่ยนมารั้งตัวเธอแทน ร่างสูงยกมืออีกข้างที่ว่างอยู่ออกมาดีดนิ้วเบาๆหนึ่งที สาวน้อยหลับตาคงคิดรับชะตากรรมตัวเอง เงียบงัน ไร้สิ่งใดเกิดขึ้น เธอจึงลืมตาขึ้นช้าๆ "...เอ่อ... คุณเป็นตัวอะไรกันแน่คะ?"หญิงสาวถามออกไปเสียงสั่น แต่สิ่งนั้นกลับทำให้ร่างสูงแปลกใจ เธอคนนั้นก้าวเดินออกมาจากความมืดที่ปกคลุมใบหน้าอยู่ เผยให้เห็นหญิงสาวสวยผมยาวดำ ตัดกับใบหน้าสีขาว สายตานิ่งๆดูเงียบขรึม แต่เอียงคอแบบสงสัยเล็กน้อย เธอผู้นั้นลองดีดนิ้วอีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้ายังคงจ้องมาด้วยสายตาระวังตัว ทำให้เธอเปลี่ยนใจกับสิ่งที่พยายามทำอยู่ "ปกติฉันไม่ฆ่ามนุษย์หรอกนะ แต่เธอมาผิดเวลาไปหน่อย" พูดจบก็กำมือข้างที่ใช้รั้งตัวเธอไว้ ฉับพลันก็มีเงาสีดำแหลมพุ่งขึ้นมารัวแทงร่างเด็กสาวผู้โชคร้าย ผู้กลายมาเป็นเหยื่อคนที่สองของคืนนี้ เมื่อมั่นใจว่าร่างตรงหน้านั้นนิ่งสนิทแล้ว จึงสะบัดมือออก ดวงตาค่อยๆเปลี่ยนกลับไปสีดำอีกครั้ง ก่อนจะย่างกรายเข้าไป หมายจัดการหลักฐานของสาวผู้โชคร้ายให้มลายสิ้นไป "ปัง" เสียงปืนดังขึ้นจากสักแห่ง ทำให้นักล่าประสาทไวหันควับ และตั้งท่าเตรียมพร้อมอีกครั้ง แต่ก็เพ่งหาต้นเสียงได้ไม่นานนักเพราะ "หวอ หวอ หวอ หวอ" เสียงรถตำรวจใกล้เข้ามาทุกจังหวะ ทำให้เธอหันมาพิจราณาร่างที่ปกคลุมไปด้วยของเหลวสีแดงนั้น พลางคำนวณเวลาแล้วว่าคงอำพลางไม่ทัน "เฮอะ วันนี้มันเรื่องอะไรกันแน่เนี่ย" ร่างนั้นสบถเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจหันหลังเดินลับหายเข้าไปในความมืดมิด 'พรุ่งนี้ ขออย่าให้เป็นข่าวใหญ่ก็แล้วกัน' ... ... ... "คาชิวากิซังครับ ใกล้ได้เวลาถ่ายแล้ว"เสียงสต๊าฟหนุ่มดังขึ้นมาทักสาวร่างสูงที่กำลังไล่สายตาอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในห้องเตรียมตัว "ทราบแล้วค่ะ" ผู้ถูกเรียกตอบรับด้วยสีหน้านิ่งๆอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวที่ใครๆก็รู้กัน แต่แทนที่จะรังเกียจ ทุกคนกลับยอมรับว่านั่นเป็นสเน่ห์อย่างนึงของเธอ "อ๊ะ เดี๋ยวสายๆจะมีช๊อทพิเศษ ถ่ายคู่กับดาราใหม่ที่เพิ่งจะเปิดตัววันนี้ด้วยนะครับ" สต๊าฟคนเดิมพูดอีกครั้งเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ "อีกสักครู่คงเข้ามาแนะนำตัวกัน แล้วผมจะขึ้นมาตามอีกทีนะ" "ทราบแล้วค่ะ" คาชิวากิ พูดซ้ำอีกครั้ง เธอพยักหน้าให้กับสต๊าฟที่ขอตัวเดินออกไปแล้วไล่สายตายอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ "ก๊อก ก๊อก ก๊อก" นั่งคนเดียวได้ ไม่นานนัก ก็มีเสียงเคาะประตูทำลายความเงียบขึ้น "เชิญค่ะ" ดาราสาวพูดเชิญคนที่เคาะให้เข้ามาโดยที่ยังไม่ได้ละสายตาจากสิ่งที่อ่านอยู่ และเสียงเปิดประตูพร้อมกับฝีเท้าที่เดินเข้ามา ก็ไม่สามารถทำให้เธอละความสนใจจากหนังสือพิมพ์ได้ คาชิวากิ ยูกิเป็นดาราที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้าถึงยาก และเธอก็ไม่แคร์เพราะอุปนิสัยชีวิตของเธอ ไม่ชอบสุงสิงกับใคร แต่สิ่งนึงที่ทำให้คนเย็นชาหันขวับขึ้นมาทันทีก็คือเสียงนั่น "สวัสดีค่ะ คาชิวากิ ยูกิซัง ฉันติดตามผลงานคุณมานานแล้วค่ะ" เสียงที่คนที่มีสัญชาตญาณอย่างเธอจำไม่ผิดแน่ๆ เธอเคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน... และไม่ใช่ที่ไหนไกล เมื่อคืนนี้เอง ร่างคนที่นั่งอยู่หันไปจ้องผู้มาใหม่แบบไม่วางตา สายตาสงสัยต้องการคำตอบแบบไม่ปิดบัง "เอ...รึต้องพูดว่า ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งดีคะ?" สาวร่างเล็กเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น พร้อมกับหรี่เสียงให้เบาลงดุจกระซิบ "เมื่อคืนเล่นฉันซะทำอะไรไม่ถูกไปเลย รุนแรงจังเลยนะคะ" เธอเสยะยิ้มแบบมีเลศนัยแล้วเหล่เมื่อเห็นอีกคนยังคงนิ่งอยู่ สาวน้อยผู้มาใหม่จึงก้าวย้อนถอยหลังกลับไป พร้อมส่งยิ้มสดใสมาสู้กับไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากคนที่นั่งอยู่ "ฉันชื่อ วาตานาเบะ มายุ" สาวน้อยเว้นช่วง ก่อนเหยียดยิ้มมุมปากอีกครั้ง "ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คา-ชิ-วา-กิ ยู-กิ ซัง" -----------------------------------------------
  5. NEW UPDATE 2016/11/13   - ずっと勘違った? - 柏木由紀 x 松井玲奈     -------     Ongoing     Till the Last of Us          --------------------------------                     CONTENT               ------------   - One shot -   First time in twenty (Mayuki)   Winter Birthday (AyananMiki)     The place I never seen(Yuki)   Held me , In the midsummer's night (AyananMiki)   - 狂気姫の思う - ความทรงจำของราชินีบ้าคลั่ง   -空が泣き虫になったの日の物語- เรื่องเล่าของวันที่ท้องฟ้ากลายเป็นเด็กขี้แง   --------------------------     - Shot Fiction -       「Keep... 」(RenaYuki)     Plan(Mayuki)     Short OS 柏木由紀 x 松井玲奈 (1) - その時以来、気づかないの? - 柏木由紀 x 松井玲奈 (2) - ずっと知っているから、大丈夫 - 柏木由紀 x 松井玲奈 (3) - ゆめだったら どうする? - 柏木由紀 x 松井玲奈 (4) --ずっと勘違った?  - 柏木由紀 x 松井玲奈   --------------------------     - Sequent Fiction -     Inexplicable Rival/Lover? (MaYuki+Rena)     Inside (Mayuki)       ---------------------