Jenerisk

Members
  • Content count

    51
  • Joined

  • Last visited

About Jenerisk

  • Rank
    Future Girls

Contact Methods

  • Website URL http://www.j2-sisters.blogspot.com
  • Twitter https://twitter.com/Jenerisk

Profile Information

  • Gender Not Telling
  • Interest in Groups AKB48
    SKE48
    NMB48

Recent Profile Visitors

135 profile views
  1. หูยน่ารัก พารุรุกนิ่งอ่ะ ร้ายจริงๆ 555 แต่เค้าอยากได้คู่นี้แบบฟิคยาววววบ้างจังง //ทำตาปิ๊งๆ
  2.   Penitence Chapter 1  Chapter 2  Chapter 3  Chapter 4   Chapter 5  Chapter 6  Chapter 7  Chapter 8  Chapter 9 [END]         * ขอบอกก่อนค่ะ เรื่องนี้เล่าเรื่องผ่านบุคคลที่หนึ่ง มีการบรรยายใช้คำว่า 'ฉัน'       _____________________________     Chapter 1   ในช่วงวัยนี้เป็นอีกหนึ่งช่วงที่จะเกิดการพลิกผันในชีวิตครั้งใหญ่ หากพูดถึงเรื่องการงานคงหมายถึงความมั่นคง บางคนก็เลือกที่จะหาคู่ชีวิตซักคนและเข้าวิวาห์แต่งงานอย่างรวดเร็วเพราะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะที่สุด       แต่ฉันไม่เคยสนใจเรื่องแบบนั้น       ชายหนุ่ม ความรัก       ... มันไร้สาระเกินไป       หากแค่ต้องการความสุขทางกายก็หาคู่นอนดีๆ ซักคน ระบายความใคร่ ระบายความต้องการออกมาดังสมใจอยาก ไม่ต้องยึดติดอะไรเป็นพิเศษ       ได้ความสุขทั้งสองฝ่าย ทั้งเขาและเรา แบบนี้ก็ได้เหมือนกัน...       ใช่มั้ยล่ะ?       เสียงหายใจครวญครางจากริมฝีปากสวยที่อยู่เบื้องล่างบ่งบอกถึงความสุขที่เอ่อล้น ฉันก้มสัมผัสเสื้อเชิ้ต ปลดกระดุมอย่างลวกๆ ให้พอสอดมือเข้าไปได้ง่าย มือบีบรัดเคล้นคลึงหน้าอกอีกฝ่ายให้เกิดความรู้สึกเสียวซ่าน เธอคนนี้เหมือนจะชอบใจเป็นอย่างมากกับการถูกกระตุ้นอารมณ์อย่างต่อเนื่อง เธอพยายามเกาะแกะถอดเสื้อฉันพลางหอบหายใจถี่ ฉันปัดมือเธอออกและกดแขนทั้งสองลงกับเตียงนุ่มภายในห้อง ขบเม้มซอกคอจนเกิดสีแดงระเรื่อ เธอใต้ล่างส่งเสียงครางในลำคอเย้ายวน รีบโอบรัดรอบคอราวกับกลัวฉันหายไปไหน ฉันยิ้มมุมปากให้กับความสนุกสนานยามราตรีนี้ เป็นอีกคืนที่จะได้ปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นมาแสนนาน โดยที่คนตรงหน้า       ไม่ใช่คนรักของฉันแต่อย่างใด       ...       “จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงเมื่อไหร่” ฉันมองหญิงสาวที่เปลือยเปล่าภายใต้ผ้าห่มหนาสีขาว โดยที่ยังไม่เห็นวี่แววอีกฝ่ายจะลุกขึ้นแต่อย่างใด จนต้องเดินไปสะกิดไหล่แรงๆ แต่ก็ต้องขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อคนที่อยากจะปลุกนั้นกลับทำเพียงพลิกตัวไปอีกด้านและนอนต่อ ฉันจิ๊ปาก ในใจเริ่มพาลหงุดหงิด “บอกให้ตื่นได้แล้ว!” ว่าพลางลากคนที่นอนอยู่บนเตียงให้เกือบหล่นลงพื้นถึงจะยอมลุกขึ้นนั่งขยี้ตาหันมองเขม่นฉันอย่างเสียอารมณ์       อา... ดีจริงๆ ความสัมพันธ์ฉันกับผู้หญิงตรงหน้าที่แสนน่ารังเกียจคนนี้       “ไปอาบน้ำแล้วรีบกลับซะ ก่อนที่แฟนเธอจะมาที่ร้านฉัน” ฉันว่าพลางยิ้มบุหรี่มวนนึงขึ้นคาบไว้ที่ปากและจุดไฟที่ปลายมวน ดูดเอาสิ่งเสพติดที่ทำให้จิตใจสบายเข้าปอดอย่างไม่คิดอะไรมาก       “กับฉันนี่โหดจริงๆ เลยนะ” หญิงสาวที่ยังนั่งอยู่บนเตียงบ่นกระปอดกระแปดก่อนที่ฉันจะโยนผ้าเช็ดตัวให้ จนอีกคนต้องยอมพาร่างนั้นหนีหายเข้าห้องอาบน้ำอย่างว่าง่าย โดยไม่ลืมที่จะส่งสายตาไม่พอใจกลับมา       ฉันหัวเราะในลำคอ       แล้ว... ผู้หญิงแบบเธอ ฉันจำเป็นต้องใจดีด้วยหรือเปล่าล่ะ?       ฉันมองกลุ่มควันที่ตัวเองพ่นผ่านริมฝีปากอย่างสบายใจ อย่างน้อยๆ มันก็ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งมากกว่าการขลุกตัวเองอยู่ในห้องกับหญิงสาวอีกคน แม้จะรู้ว่าไม่ดีแต่ก็หาได้ใส่ใจ เมื่อเหลือบมองนาฬิกาที่ใกล้ถึงเวลาเริ่มงานก็ต้องรีบดับบุหรี่ที่ยังหมดไม่ถึงครึ่งและเดินกลับเข้าห้องนอน เตรียมคีย์การ์ด เสื้อโค้ท ที่เหลือก็แค่รอไล่คนที่ยังอยู่ในห้องอาบน้ำกลับบ้านไปโดยเร็วที่สุด ฉันหรี่ตามองออกไปนอกหน้าต่างที่ตอนนี้ท้องฟ้ายังไม่ปรากฏแม้แต่เงาของดวงอาทิตย์       ฉันยิ้มอย่างตื่นเต้น แต่ ไม่ใช่เพราะการที่จะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นยามรุ่งสาง       ...       “จะมาหาอีกนะ” หญิงสาวยิ้มตาปิดอย่างน่ารัก ฉันเบนสายตาไปทางอื่นแบบไม่รู้สึกรู้สาและหันหลังให้พร้อมเดินแยกจาก       “ไปเคลียร์กันดีๆ เถอะกับเพื่อนฉันน่ะ” ฉันพูดอย่างหงุดหงิดเมื่ออีกคนเดินเข้ามาเกาะแขนไม่ยอมไปเสียที       “ยุยนี่ใจดีจังนะ” ฉันสะบัดแขนออกด้วยท่าทีรำคาญก่อนทำมือโบกไปมาเป็นสัญญาณไล่อีกคนให้กลับไปเร็วๆ จนเมื่อเห็นอีกคนยอมเดินไปดีๆ จึงตั้งหน้าตั้งหน้าตั้งตากระชับเสื้อโค้ทตัวเองและเดินข้ามไปอีกฝั่ง เมื่อเดินต่ออีกพักนึงก็เลี้ยวเข้าตรอกซอยเล็กๆ เข้าทางประตูหลังของร้านๆ หนึ่งอย่างที่ทำประจำ       หยิบกุญแจมาไขและดันประตูเข้าไป ดูท่าเพื่อนตัวแสบจะยังไม่มา       แต่ไม่นานเกินรอหลังจากเข้าไปทำความสะอาดร้านและเตรียมตัวนิดหน่อยสำหรับการเปิดร้านก็ได้ยินเสียงคุ้นเคยจากผู้มาใหม่คละกับเสียงเหนื่อยหอบหายใจจากการวิ่ง       “ไง โทษทีที่มาช้า” ฉันมองตามเพื่อนสนิทที่บัดนี้รีบวิ่งเข้ามาหน้าตื่น รีบจัดการตัวเองก่อนจะตรงมายังที่ที่ฉันยืน “เดี๋ยวฉันเปิดหน้าร้านให้เอง” ฉันพยักหน้าเมื่อหันมองนาฬิกาเรือนใหญ่ภายในร้าน       อีกหนึ่งนาทีกว่าๆ       ฉันยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์จัดขนมหวานภายในตู้ให้น่ารับประทาน       ภายในร้านก็เริ่มมีกลิ่นกาแฟหน่อยๆ เมื่อเริ่มลงมือทำแก้วแรกสำหรับของตัวเองในวันนี้ ฉันมองน้ำสีดำที่ถูกบรรจุอยู่ในภาชนะยกขึ้นมาสูดดมรับความหอมหวานก่อนลงมือดื่มมันอย่างที่ทำทุกเช้า       ฉันมองตามแผ่นหลังเพื่อนสนิทที่ทำงานอย่างกระฉับกระเฉง เปิดประตูหน้าร้านหันป้ายที่เขียนว่า Close เป็น Open รวมถึงกวาดสายตามองรอบร้านที่บัดนี้จัดอยู่ในสภาพพร้อมรับลูกค้าทุกเมื่อ แต่เช้าแบบนี้ยังไม่ค่อยมีลูกเค้าเสียนักหรอก       เพียงแต่ว่า...       ฉันยิ้มให้กับกาแฟในมือตัวเองและเงยหน้ามองประตูที่ถูกเปิดออกพร้อมกับฟังเสียงกระดิ่งยามเมื่อสันขอบประตูกระทบ ปรากฏร่างของผู้มาใหม่ประจักษ์สู่สายตา       ถึงจะเช้าแค่ไหน แต่วันนี้เธอคนนั้นคือลูกค้าคนแรกของฉัน       เด็กน้อยเดินเข้ามาท่าทีคุ้นชิ้นกับสถานที่ ฉันมองตามเธอที่กำลังเดินตรงไปยังโต๊ะในสุด เบาะที่นั่งอยู่ติดริมกับกระจกใสบานใหญ่หน้าร้าน ซึ่งเป็นมุมประจำของเธอ ฉันคลี่ยิ้มบาง ถ้าปกติทั่วไปแล้ว ครั้นเห็นลูกค้าเข้ามานั่งเฉยๆ คงแอบส่งสายตาไม่พอใจไปให้เพราะร้านไม่มีบริการเดินถามหาออเดอร์ลูกค้า แต่จะให้ลูกค้าเดินมาสั่งที่เคาน์เตอร์เอง หากมีคิวหรืออยากนั่งดื่มสบายๆ ก็สามารถหาโต๊ะนั่งตามที่จัดได้แม้ร้านไม่ได้ใหญ่โออ่าอะไร       แต่เธอเป็นข้อยกเว้น       เมื่อฉันเหลือบมองเด็กน้อยที่นั่งอยู่ริมสุด สิ่งที่สังเกตเห็นมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาคือการกระทำเดิมๆ ของเจ้าตัว เธอมองออกไปนอกกระจกบานใหญ่นั้นพร้อมกับสายตาอันล่องลอยราวกับคิดอะไรตลอดเวลา ฉันยกเครื่องดื่มไปให้พร้อมกับขนมเล็กน้อย เมื่อวางมันลงก็พบกับดวงตากลมโตที่มองย้อนกลับมา       “โกโก้เหมือนเดิมใช่มั้ยคะ” ฉันถามพลางวางแก้วในมือลงบนโต๊ะประหนึ่งรู้คำตอบที่จะตามมาอยู่แล้ว เธอพยักหน้า       ฉันวางมันลงพร้อมกับจานคุกกี้ในมือและนั่นทำให้เธอมองฉันอย่างไม่เข้าใจ       “เซอร์วิสต์พิเศษ” ฉันระบายยิ้มบนใบหน้าพร้อมจ้องเข้าในนัยน์ตาใสของอีกฝ่ายที่กำลังจะทำท่ายกมือขึ้นปฏิเสธ “เธอเป็นลูกค้าประจำของฉัน รับไว้เถอะ” เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงปฏิเสธ ก็พยายามพูดโน้มน้าวต่ออีกสองสามประโยคจนยอมรับแต่โดยดี ฉันยิ้มให้กับความน่ารักของคนตรงหน้าที่กำลังนั่งเรียบร้อยคล้ายกับเด็กน้อยจนเผลอแอบหัวเราะในลำคอและก็ต้องขอโทษเมื่อรู้ว่าเป็นการเสียมารยาท       “ชอบร้านฉันเหรอ” ฉันถือวิสาสะชวนคุย เมื่อเห็นบรรยากาศโดยรอบไม่ได้อึดอัดและคนตรงหน้าก็เริ่มหยิบคุกกี้ในจานงับเข้าปาก โดยเริ่มที่คุกกี้ลายเด็กผู้หญิง เด็กน้อยพยักหน้าให้ฉัน “ฉันนั่งด้วยได้มั้ย?” เด็กน้อยพยักหน้าอีกครั้ง       ในตอนนี้ที่ยังเช้าเกินกว่าจะมีลูกค้า ฉันเหลือบมองเพื่อนร่วมงานที่ผ่อนคลายอยู่       มองคนตรงหน้าที่ไม่แม้แต่จะสบตากัน เมื่อก้มดูบนโต๊ะก็พบกับหนังสือสองเล่มกองอยู่ พร้อมกับกระเป๋าขนาดน่ารักที่คาดว่าใส่เครื่องเขียน วันนี้มีเรียน?       ฉันครุ่นคิดครู่หนึ่ง เรียนอยู่ที่ไหน?       “ทุกทีฉันนึกว่าเด็กจะชอบดื่มน้ำหวานๆ” ฉันชวนคุยเพื่อทำลายความเงียบ ซึ่งมันก็ได้ผลเมื่ออีกคนละสายตาหันกลับมามองอย่างไม่เข้าใจคำถาม “โกโก้หวานน้อยของโปรดใช่มั้ย?” ฉันถามต่อ เจ้าของผิวขาวเนียนก็ได้แต่ยิ้มบางรับ “คุกกี้นี่ก็แบบหวานน้อยนะ” เด็กน้อยมองคุกกี้ในมือตัวเองก่อนจะพยักหน้าให้ฉันอีกรอบ “ฉันทำให้เธอเฉพาะ” ฉันพูดพลางสังเกตปฏิกิริยาอีกฝ่ายที่ไม่ทำอะไรนอกจากพยักหน้าและยิ้มให้ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เธอพยักหน้าคล้ายขอบคุณและหันกลับไปมองนอกบานกระจกต่อ ฉันมองตามเธอออกไปโดยที่ไม่รู้ว่าเธอคนนี้มองไปยังสถานที่ใดและเพราะอะไร       เด็กคนนี้ที่เข้าร้านมาก็จะนั่งแต่มุมเดิมๆ สั่งของเดิมๆ และไม่พูดไม่จา       ทุกครั้งที่ยิ้มก็เป็นเพียงยิ้มบางๆ จากริมฝีปากสวยนั่น ดวงตากลมโตที่คิดว่ามันควรจะเป็นเสน่ห์ของเด็กน้อย หากพอมองไปก็รู้สึกว่ามันเป็นสายตาที่ไร้ชีวิตชีวายิ่งกว่ากระไร       ฉันขมวดคิ้ว ลอบถอนหายใจที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่ริมทางเดินธรรมดาเท่านั้นและเช้าขนาดนี้แทบจะไม่มีคน       “กำลังมองอะไร” ฉันถามออกไป แม้คล้ายกับคำถามโง่ๆ เด็กน้อยกลับเพียงส่ายหน้าให้ฉันโดยไม่แม้แต่หันกลับมาสบตา ไร้เสียงจากคนตรงหน้าดังเดิม บางทีเธออาจจะสนุกกับการมองอะไรไปเรื่อย ฉันมองอีกคนที่กระชับผ้าพันคอให้สูงขึ้นอีกเล็กน้อยบดบังริมฝีปาก ฉันดูตามมือเด็กน้อยแลเห็นผิวบางๆ นั่นพอทำให้เดาออกว่าคงเป็นขี้หนาวแม้ในร้านจะมีเครื่องฮีตเตอร์ที่ทำให้อุ่นพอสมควร       เมื่อเห็นคนตรงหน้าที่ยกดื่มโกโก้ร้อน จากจิบธรรมดาเป็นดื่มรวดเดียวหมดชวนทำเอาคิ้วกระตุกเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ถามออกไป “เอาอีกมั้ย?” และได้รับสัญญาณขอเพิ่มจากการผงกหน้าลงดังเช่นทุกครั้ง ฉันลุกขึ้นพลางส่งยิ้มน้อยๆ ให้เจ้าตัวอีกครั้งก่อนกลับไปที่เคาน์เตอร์ด้านใน       เพื่อนสนิทที่สังเกตว่าฉันกำลังเดินมาก็อาสาจะเป็นคนทำให้ แต่ฉันโบกมือเป็นการบอกไม่ต้องและลงมือทำเอง       “เด็กคนนั้นมาประจำเลยนะ” ฉันลอบมองเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ พลางเตรียมแก้วและวัตถุดิบ “กี่เดือนแล้วหว่า” เห็นเพื่อนที่กำลังยกนิ้วขึ้นมานับกับหน้าครุ่นคิด ฉันรีบตอบให้โดยทันที       “สาม”       “โฮ่ จำแม่นจริง” ฉันขมวดคิ้วมองอย่างตำหนิเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มเอ่ยแซว “ไม่น่าเชื่อว่าจะใส่ใจเรื่องแบบนี้ด้วย”       “พูดมาก”       “เย็นชาจัง” จ้องเขม็งเพื่อนที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไร “นึกว่าแกจะตายด้านไปแล้วซะอีก”       “อะไร-“       “เรื่องความรักไง” ไม่ทันพูดจบก็ถูกแทรกด้วยเสียงร่าเริงจากเพื่อนข้างๆ ฉันถอนหายใจ       “เป็นลูกค้าประจำ ก็ต้องบริการดีๆ”       “เมื่อกี้ยังเห็นเข้าไปคุยด้วยอยู่เลย” เห็นเพื่อนสาวที่ยิ้มกวนประสาทก็อยากจะแกล้งทำโกโก้หกรดใส่หัว “เอาคุกกี้ไปให้เขาด้วย ไม่ยักจำได้ว่าร้านเรามีคุกกี้หน้าตาแบบนั้น” ฉันขมวดคิ้วพยายามไม่สนใจคำพูดของเพื่อนตัวดี       “หนึ่งในการบริการ”       “หืม~ งั้นเหรอ” ทำเสียงในลำคอสูง กอดอกพิงเคาน์เตอร์ “แกก็ไม่โง่เรื่องแบบนี้ซะทีเดียวนี่” ฉันหยิบแก้วโกโก้ตั้งใจเดินกลับเอาไปให้เด็กสาวที่นั่งเหม่อมองอยู่มุมร้านแต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักชั่วครู่เมื่อได้ยินสิ่งที่เพื่อนสาวเอ่ยในเวลาถัดมา “เด็กคนนั้นก็น่ารักก็จริงแต่ว่า... ไม่ควรยุ่งจะดีกว่านะ” ฉันกลับไปมองหน้าคนที่ยังพิงเคาน์เตอร์อย่างไม่เข้าใจความนัยสิ่งที่จะสื่อ เมื่อตั้งใจจะถามก็พบสีหน้าเคร่งเครียดของเพื่อนสาวตัวดีที่ยังคงกอดอกอยู่อย่างนั้น จึงเดินออกมาและพับคำถามเก็บไป       ถอนหายใจอีกครั้ง เมื่อหวนคิดถึงเรื่องเมื่อคืน       ฉันวางแก้วลงบนโต๊ะเบาๆ พร้อมถามขอนั่งคุยต่อได้ไหม ซึ่งสาวเจ้าผงกหัวให้อย่างไม่ขัดขืน ฉันมองเด็กน้อยที่ยื่นมือทั้งสองยกเครื่องดื่มจากแก้วใบนั้นขึ้นและดื่มอย่างปกติ เมื่อละออกมาสายตาเด็กน้อยก้มลงมองสีของน้ำอย่างพินิจพิเคราะห์แต่ก็เป็นสายตาที่เลือนลอย จับจุดชัดๆ ไม่ได้ว่าเธอกำลังมองเฉยๆ หรือกำลังใช้ความคิด ฉันมองตามทุกกิริยาของเธอ แต่มันก็ไม่มีอะไรต่างจากเดิมเมื่อเธอเบนสายตากลับไปมองด้านนอกอีกครั้งโดยที่ไม่สนใจฉันแม้แต่น้อย       โกโก้ปกติ แต่ครั้งนี้ใส่น้ำตาลลงไปมากกว่าทุกที แต่เมื่อไร้ปฏิกิริยาการตอบกลับก็ทำได้เพียงแค่นเสียงหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อรู้สึกได้ว่าคนตรงหน้าเป็นเด็กที่เข้าใจยากสมกับบุคลิกและหน้าตา       “นี่ เด็กน้อย” ฉันเรียกอีกฝ่ายด้วยโทนเสียงนุ่มนวลที่สุดเท่าที่จำได้แต่หากการเรียกแบบนี้อาจเป็นการเสียมารยาท แต่ฉันไม่สน เมื่อในสายตาของฉันเห็นเธอเป็นเหมือนเด็กน้อยคนหนึ่ง อย่างน้อยก็อายุคงน้อยกว่า  “ชื่ออะไรเหรอคะ?” ถามออกไปโดยที่ไม่รู้ว่าอีกคนจะตอบหรือเปล่า       ไม่สิ พูดให้ถูก ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนตรงหน้านี้จะหันมามองถึงห้าวิมั้ย นึกแล้วก็แอบอยากขำขึ้นมาอีก       ฉันคลี่ยิ้มให้กับลูกค้าประจำ ครั้นคิดไปก็เท่านั้นเมื่ออีกคนหันมามองฉันไม่นานก็หันกลับไป ไร้เสียงการตอบกลับ อย่างน้อยก็แอบคิดเหมือนกันว่าจะยอมบอกชื่อ แต่สงสัยจะเป็นการคาดหวังที่มากเกิน ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากขำตัวเอง       “งั้นอายุเท่าไหร่แล้ว?” เหมือนคำถามนี้คงจะดีกว่าครั้งที่แล้วเมื่อเด็กน้อยหันกลับมา ฉันมองลึกเข้าไปนัยน์ตานั้น เด็กน้อยยกนิ้วเรียวขึ้นมาข้างหนึ่ง เธอชูนิ้วชี้และเปลี่ยนเป็นยกสองมือโชว์จำนวนนิ้วเพิ่มออกมาค้างไว้ซักพัก       ฉันมองหน้าอีกคน ในใจคิดไม่ตกปนสงสัย สิบเก้า? จริงหรือ?       ฉันขมวดคิ้ว นึกว่าเด็กน้อยที่นั่งอยู่นี้จะเป็นมัธยมต้นเสียอีก แต่ก็ต้องเผลอยิ้มออกมาพอเห็นอีกฝ่ายเก็บกำปั้นนั้นไปแล้วหันไปมองด้านนอกต่อ เป็นเวลาเดียวกันกับเสียงกระดิ่งในร้านดังขึ้นพร้อมกับลูกค้ากลุ่มอื่นที่ทยอยเข้ามา ฉันไม่ได้เอี้ยวตัวหันกลับไปมองเพราะได้ยินเสียงเพื่อนสนิทของตนต้อนรับอย่างปกติ มองเคาน์เตอร์ที่ตอนนี้มีเพื่อนสนิทรอรับออเดอร์จากลูกค้าที่เข้ามาเมื่อครู่       ฉันโฟกัสเด็กคนตรงหน้า เด็กน้อยที่บริสุทธิ์คนนี้ ยิ่งมองก็ยิ่งอยากรู้อะไรหลายอย่างให้มากขึ้น ทั้งๆ ที่สำหรับเธอ ฉันอาจเป็นคนแปลกหน้าและในสายตาฉัน เธอคือลูกค้าของร้าน ราวกับเป็นความรู้สึกที่ผิดที่เกิดขึ้นมาในจิตใจ ฉันจ้องมองเด็กสาวไม่วางตา       หน้าเหมือนตุ๊กตา สีผิวขาวอย่างกับเจ้าหญิง       เหมือนตุ๊กตาบาร์บี้เลยนะ ฉันเผลอลอบยิ้มมุมปาก       “โยโกยามะ ยุย” จดจ้องคนตรงหน้าที่ยังคงมองไปนอกบานกระจก  “ชื่อของฉัน”       การที่เธอเข้ามาร้านแห่งนี้มันเป็นเรื่องที่ปกติและคงเป็นกิจวัตรของเธอกับการมานั่งดื่มและเหม่อมองออกไปด้านนอก แต่วันนี้มีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากทุกวัน       กับเธอมันคงเป็นเรื่องไม่น่าใส่ใจ... แต่สำหรับฉัน คือการที่ฉันได้คุยกับเธอเป็นครั้งแรก     ...     เรื่องที่ฉันโง่ความรักอาจจะจริงดังที่ว่าเพราะฉันไม่เคยสนใจมันมาก่อน มองที่เคาน์เตอร์ที่บัดนี้เพื่อนสนิทกำลังจัดแจงทำเครื่องดื่มให้กับลูกค้าอยู่คนเดียว   แล้วถ้าหากฉันถามเรื่องนี้กลับไปบ้าง จะเป็นยังไงนะ?       หญิงสาวที่ฉันมอบไออุ่นพร้อมกับฟังเสียงครางที่เร่าร้อน หญิงสาวที่แอบมาหาฉันยามวิกาล โผเข้ากอดอย่างไม่ฟังคำทักท้วง หญิงสาวที่แลกลิ้นร้อนและกอดรัดฉันอย่างโหยหา       มันคือตราบาปของฉัน แต่ใช่มีความรู้สึกผิด       หญิงสาวที่แอบมีความสัมพันธ์ทางกายกับฉัน ร้อนแรงจนหาคำใดเปรียบไม่ได้       คือคนๆ เดียวกับคนที่บอกว่าเป็นแฟนแกไง       ยามาโมโตะ ซายากะ           แบบนี้ฉันยังโง่อยู่ไหม?           ________________________   เรื่องเรื่อยๆเอื่อยๆ คุณผู้อ่านอาจเบื่อได้ ไม่เคยเข้ามาอ่านฟิคที่เว็บนี้แบบจริงๆจังๆ ใครแต่งฟิคอยู่ไซโครมาได้นะคะ ตามไปอ่าน คือเห็นมีเยอะแล้วเลือกไม่ถูกเบย ;w;   สุดท้ายนี้ สวัสดีทุกคนค่ะw