wypokon

Members
  • Content count

    1254
  • Joined

  • Last visited

About wypokon

  • Rank
    Senbatsu
  • Birthday November 08

Contact Methods

  • Facebook https://www.facebook.com/MelodysmileFanpage

Profile Information

  • Gender Not Telling
  • Location Bangkok
  • Interest in Groups AKB48
    SKE48
    NMB48
    HKT48
    SNH48
  • Oshi-Members Watanabe Mayu

Recent Profile Visitors

1676 profile views
  1.     ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น     ถ้าหาชีวิตของคุณถูกใครบางคนกำหนดให้ทำตามที่เขาสั่งและคุณไม่มีทางเลือกที่ปฏิเสธมันแล้วล่ะก็....มันคงจะดีถ้าหากเรื่องที่เขาสั่งให้คุณทำนั้นไม่ใช่เรื่องของ....   . . .   .   เรื่องความรัก   . . . .   “ปัญเออ....คือพี่ชอบปัญ เป็นแฟนกันนะ”   คำพูดที่เอ่ยขึ้นมาของหญิงสาวผมเปียสีน้ำตาลแดงดังขึ้นมาและออกสั่นเล็กน้อย อรคือประธานชมรมเต้นโคฟเวอร์และเธอตัวสูง เป็นที่นิยมในโรงเรียนและกำลังขอรุ่นน้องที่เท่ที่สุดในรุ่นและสนิทที่สุดของเธอเป็นแฟนมันคงจะดีถ้าไม่ใช่คำสั่งของใครบางคนและ.....       ไม่น่าเชื่อว่าคำตอบของอีกฝ่ายจะเป็น....       “ได้สิ ลองดูก็ได้ ถ้าเป็นพี่อร ปัญก็โอเคนะ” คำพูดของสาวหมวยผมเปียสีน้ำตาลเข้มดังขึ้นมา แม้ว่าตอนแรกเจ้าตัวจะตกใจจนตาโตขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทางสั่นเทาและใบหน้าแดงๆของคนตรงหน้า รวมทั้งความรู้สึกที่ว่าไม่อยากให้รุ่นพี่คนสนิทเสียใจทำให้ปัญตอบตกลงอย่างง่ายดาย   “จริงหรอ ขอบคุณนะ” ทันทีที่ปัญตอบกลับอรก็ดูตกใจเล็กน้อยแต่ก็โผเข้ากอดอีกฝ่ายทันทีจนปัญสะดุ้งและตาโตก่อนจะยิ้มบางๆขึ้น ยิ้มที่ไม่รู้ว่ากำลังรู้สึกอะไรเพราะตอนนี้หัวของเจ้าตัวกำลังโล่ง....มากเช่นเดียวกับคนเริ่มขอเป็นแฟนที่นึกไปถึงเรื่องเมื่อคืนที่ชีวิตของเธอต้องเปลี่ยนไปอย่างกระทันหัน       ย้อนกลับไปต้นเรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นหลังจากพ่อและแม่ของเธอเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์และเจ้าหนี้ค่อยๆทยอยมาตามยึดทรัพย์ที่บ้าน อรไม่เหลือใครแม้แต่เงินทอง โชคดีที่ค่าเทอมของเธอได้ทุนเรียนฟรีจึงไม่ได้มีปัญหา แต่ปัญหาคือ....   . . . . .   “โอ้ย!” อรถูกหญิงสาวร่างท้วมผลักลงกับพื้นจนตัวมอมแมม มันน่าเจ็บใจที่แม้แต่ที่งานศพของพ่อและแม่ ยังต้องมาเจออะไรแบบนี้อีก เธอกำลังทำพิธีศพที่ทางวัดจัดให้ฟรีๆเพราะเห็นใจเด็กสาวที่เหลืออยู่เพียงลำพัง แต่ไม่ทันที่เธอจะทำพิธีของวันนี้เสร็จก็ถูกจับตัวมารุมซ้อมซะก่อน   “หนี้ที่พ่อกับแม่ของเธอก่อไว้ เธอก็ต้องชดใช้ให้หมด!”   “ฉันไม่มี....” อรปฏิเสธแต่ไม่ทันที่จะพูดจบเธอก็ต้องตกใจเมื่อลูกน้องที่เป็นชายร่างผอมของเจ้าหนี้เงินกู้พูดขึ้นมา   “ถ้างั้นเอาตัวมันไปแทนไหมเจ้”   สีหน้าจริงจังและแววตาที่น่ากลัวทำเอาสาวผมสีน้ำตาลแดงกลัวขึ้นมาแต่ไม่ทันไร.....       “หนี้ของเด็กคนนี้ พวกผมจะใช้ให้เอง” ไม่ทันที่จะมีใครแตะต้องอรเพิ่มเติมก็มีชายสวมชุดสูทเดินมายื่นเช็กเงินสดให้สาวร่างท้วม เมื่อหญิงสาวรับเงินก็ตาลุกวาวก่อนจะถอยออกไป       เหมือนกับสวรรค์ยังเห็นคุณค่าในตัวเธออยู่บ้าง   แต่ไม่รู้การที่โชคดีครั้งนี้จะนำโชคร้ายที่หนักหนามากกว่าเดิมมาหาเธอรึเปล่านะ?       อรมองภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาก่อนที่จะมีใครบางคนเดินลงมาจากรถสีดำคันสวยพร้อมอุ้มตุ๊กตากระต่าย เด็กน้อยหน้าตาน่ารักดูแล้วน่าจะยังอยู่ชั้นประถมหรือมัธยมต้นซึ่งเด็กกว่าเธอมาก แต่ว่าสีหน้านิ่งเรียบอย่างนางพญามันช่างน่าเกรงกลัวและดูน่าหมั่นไส้ไปด้วย   “สวัสดีค่ะพี่อร หนูชื่อเคท ต่อไปนี้พี่จะต้องทำตามที่หนูสั่งทุกอย่างเข้าใจไหมคะ?” คำพูดของคุณหนูตัวน้อยที่ลงมาจากรถและรอยยิ้มมุมปากในตอนจบทำเอาเธอรู้สึกกลัวขึ้นมา แต่ก็อดที่จะถามไม่ได้ว่า....   “แล้วถ้าฉันตอบว่าไม่ล่ะ?” แต่คำถามนั้นดูจะถูกใจคุณหนูไม่น้อยเช่นกัน คุณหนูยิ้มมุมปากก่อนจะหันมองไปด้านหลังก่อนจะหันมาพูดต่อ   “พี่ก็คง....ไม่มีโอกาสที่จะพูดต่อจากนี้มั้งคะ?”   คำพูดของเด็กน้อยคงไม่ได้ทำให้เธอหวั่นใจถ้าหาก....   ชายชุดดำที่เพิ่งช่วยเหลือเธอไม่เอาปืนมาจ่อที่หัวของเธอ!   “ว่าไงคะ? ตกลงไหม?” คำย้ำเตือนอีกครั้งทำให้อรที่ตอนนี้ปืนจ่อหัวอยู่ไม่มีทางเลือกนอกจากกลืนน้ำลายฝืดๆลงลำคอและพูดต่อว่า...   “ตกลง ฉันจะทำตามที่เธอสั่ง”       นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทุกอย่างและไม่น่าเชื่อว่าทันทีที่คุณหนูเคทมอบหมายคำสั่งแรกที่บอกว่าให้เป็นแฟนกับรุ่นน้องคนสนิทอย่างปัญ อรจะสามารถทำตามได้ภายในเวลาไม่ถึงวันคำสั่งคือให้เป็นแฟนของปัญ ให้ทุกคนเชื่อว่าเป็นแฟนและพยายามคบกับปัญให้ได้เกิน 2 เดือนโดยห้ามถามถึงเหตุผลใดๆทั้งนั้นและเคทจะปล่อยเธอไม่มายุ่งกับเธอรวมถึงจะรับประกันว่าเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบทุกคนหรือศัตรูของพ่อและแม่ของเธอจะไม่มาทำร้ายเธออย่างแน่นอน มันคือเรื่องง่ายๆ แต่ก็ค่อนข้างลำบากใจเหมือนกันในเมื่อตัวเธอไม่ได้รักรุ่นน้องคนสนิทคนนี้แบบคนรัก และยังมีคนที่ตัวเองรักอยู่คือ.....       “อร ข่าวนี่จริงหรอ?” เสียงเรียกที่แสนหวานและทำให้ตัวหญิงสาวที่กำลังเหม่อลอยอยากจะหันไปหาทันที แต่ครั้งนี้เธอที่กำลังนั่งเหม่อมองทุ่งนาหลังโรงเรียนชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะตีหน้ายิ้มและหันไปหาอีกฝ่าย   “แปลกนะเนี่ยที่หวานๆจะมาหาอรถึงห้องแบบนี้” น้ำเสียงกวนๆดังขึ้นมาโต้ตอบคนที่ตัวเล็กกว่าและกำลังทำหน้าเครียด สาวผมเปียสีดำสนิทคนนี้คือตาหวาน เป็นคนที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทอีกคน และคนที่เธอ....รักที่สุด   “อรช่วยจริงจังหน่อยได้ไหม! เรื่องของปัญ....” ไม่ทันที่ตาหวานจะพูดจบอรก็เอานิ้วชี้ข้างขวาแตะที่ริมฝีปากของตาหวาน พร้อมรอยยิ้มที่แสนเศร้าผุดขึ้นมา ดวงตาที่สั่นเล็กน้อย ความอึดอัดที่ไม่สามารถพูดออกไปได้ว่าทำไมเธอถึงทำแบบนี้ แต่สิ่งที่เธอทำได้คือรีบตีหน้ามีความสุขก่อนจะพูดต่อว่า....   “ข่าวกระจายไวจังนะ ใช่ ฉันคบกับปัญแล้ว” สิ้นเสียงคำพูดของอร มันเหมือนทำให้คนตัวเล็กที่กำลังจะพูดต่อนิ่งเงียบไปก่อนที่จะหน้าบึ้งเหมือนโมโหและคว้ามือของคนตัวสูงให้เดินตาม   “เฮ้ย เดี๋ยวก่อนตาหวาน.....”   “เดินตามเรามา!” ตาหวานรีบพูดก่อนจะเดินนำไปโดยไม่สนใจคนตัวสูงที่ดูจะตกใจมาก ตาหวานเดินไปจนถึงห้องชมรมดนตรีที่ตาหวานอยู่ด้วย ห้องชมรมเปิดตลอดเวลา เมื่อวานนี้อรได้ขอปัญเป็นแฟนในช่วงเย็นที่เข้าชมรม และข่าวที่คบกันก็กระจายออกอย่างรวดเร็วในเช้านี้   “ตาหวานคือ....”   “อรรักปัญงั้นหรอ?” ไม่ทันที่อรจะพูดอะไรนักร้องนำของชมรมก็พูดแทรกเธอขึ้นมา ดวงตาที่สั่นเล็กน้อยทำให้อรเผลอคิดเหมือนกันว่าอีกฝ่ายคิดเหมือนกับเธอ แต่เธอก็พยายามไม่คิดอะไรเพราะว่า....อีกฝ่ายมีเจ้าของแล้วหนิ   “อื้อ...คงงั้น แต่ตาหวานเองก็....เป็นแฟนกับเฌอหนิ ถึงจะเคยบอกไปแล้ว แต่ก็ยินดีด้วยอีกครั้งนะได้เป็นแฟนกับคนที่ตัวเองรักแล้ว?” อรพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเล็กน้อยก็ใครมันจะยินดีได้ ในเมื่อคนที่ตัวเองแอบรักมาตลอดไปคบกับคนอื่นแถมยังเป็นคนที่เธอไม่มีวันเทียบได้   เฌอปรางคือนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่5 ทั้งที่อายุเท่ากันแต่เป็นถึงกรรมการนักเรียน เรียนดี กีฬาเด่น แถมยังสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนในงานวิชาการทุกปี หน้าตาก็ดีจนรุ่นน้องหลายๆคนหลง มันคงไม่แปลกที่ตาหวานเองก็จะชอบอีกฝ่ายด้วย   “นี่ฉันบอกหลายครั้งแล้วไงว่า....ช่างเถอะ แต่อรคิดงั้นจริงๆหรอ? อรยินดีจริงหรอถ้าเราเป็นแฟนกับเฌอ?”   ‘คำถามนี้อีกแล้ว’   นั่นคือความคิดของอรที่ผุดขึ้นมาในหัว อาจจะเพราะว่าทุกครั้งที่คุยเรื่องข่าวลือว่านักเรียนดีเด่นประจำรุ่นทั้งสองคนเป็นแฟนกันตาหวานจะปฎิเสธและพูดแบบนี้ตลอด ซึ่งคำตอบของเธอก็คือ...   “ใช่ ก็ตาหวาน...ได้คบกับคนที่ตัวเอง....”   “แล้วถ้าเกิดว่าคนที่ฉันรักคือเธอล่ะ? เธอจะยังยินดีกับฉันไหม?”   คำพูดและสีหน้าจริงจังที่ส่งมาทำให้สาวร่าเริงแบบเธอถึงกับนิ่งเงียบไปทันที ก่อนจะแก้สถานการณ์ด้วยการถามกลับโง่ๆว่า....   “พูดเป็นเล่นน่ะ ตาหวานจะมาชอบอร...เป็นไป....”   เสียงของสาวผมสีน้ำตาลหายไปราวกับคนพูดเป็นขึ้นมา ความจุกที่กลางอกเกิดขึ้นมาทันทีที่เห็นสาวผมดำหรือเพื่อนสนิทของเธอที่ชื่อว่า'ตาหวาน'กำลังร้องไห้ออกมา น้ำตาที่ค่อยๆไหลอาบแก้ม ดวงตาที่สั่นเครือและ.....ความรู้สึกนุ่มนวลที่ริมฝีปากของเธอที่ตามมาติดๆ จูบที่อ่อนโยนและแผ่วเบา มีรสเค็มนิดๆจากน้ำตารวมถึงความหอมหวานที่ทำให้เธอติดใจแต่เมื่อได้สติอรก็รีบผละอีกฝ่ายออก   “ตะ-ตาหวานทำไม....”   “เพราะชอบ ไม่สิเพราะรักไงล่ะ แบบนี้อรคงไม่คิดว่าตาหวานล้อเล่นใช่ไหม?” คำพูดที่สั่นเครือทำเอาหัวของคนฟังตื้อไปหมด ใบหน้าสีแดงก่ำจากความเขินอายของเธอและดวงตาที่แดงจากการกลั้นน้ำตา ตาหวานเป็นคนเข้มแข็งมากแต่กลับมาร้องไห้เพราะเธอ   “ตาหวานคือ...เราขอโทษนะ”   “ไม่ต้องพูดแล้วล่ะ เราเข้าใจ อรกับปัญคบกับอยู่หนิ ขอให้โชคดีนะ เราแค่อยากจะบอกอรแค่นั้นเอง....ไม่มีอะไรมากกว่านี้แล้ว” ตาหวานพูดจบก็ลุกออกไปทิ้งความหนักอึ้งที่หัวใจของเธอ และน้ำตาที่ค่อยๆไหลออกมาพร้อมเสียงก้องในหัวว่าเธอเองก็รักอีกฝ่ายแต่ไม่สามารถบอกได้   “ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ!” อรตะโกนออกมาก่อนจะทรุดตัวนั่งลงกอดเข่าตัวเองใช้ความคิดว่าตอนนี้เธอควรจะทำอย่างไรต่อ ในเมื่อคนที่คบอยู่ไม่ใช่คนที่เธอรักและคนที่เธอรักกำลังจะทิ้งเธอไป       แต่ว่าทางอีกด้านหนึ่งที่ได้ผลกระทบก็ไม่ค่อยต่างกันนัก สาวฮอตประจำโรงเรียนหญิงล้วนกำลังมองสาวหมวยผมสีดำสนิทเพื่อนสนิทของเธอที่กำลังมองตรงมาทางเธอเหมือนกัน ดวงตากลมโตสีดำที่เรียวแบบลูกเสี้ยวจีนทำให้เธอรู้สึกกลัวทุกครั้ง.....   “ดีใจด้วยนะ ได้คบกับพี่อรแล้ว ทีนี้จะเอาไงต่อไปล่ะ?” นั่นคือสิ่งที่เพื่อนสนิทของปัญพูดขึ้นมา มันช่างเจ็บปวดเมื่อคนตรงหน้านี้เป็นคนที่....   “ก็คงคบไปเรื่อยๆแหละ ก็เราเคยบอกเจนนิษฐ์แล้วหนิ ว่าคนที่เราชอบตอนนี้คือพี่อร เราไม่ได้ชอบเจนนิษฐ์แล้ว”   ช่างเจ็บปวดเมื่อคนตรงหน้าเป็นทั้งคนรักเก่าและเพื่อนสนิทของเธอ รวมทั้งยังเป็น...คนที่เธอยังรักอยู่   “ก็ดี เพราะฉันมีคู่หมั้นแล้ว” เจนนิษฐ์พูดก่อนจะยิ้มออกมา มันช่างน่าอึดอัด ทั้งที่หลังโรงเรียนเป็นพื้นที่โล่งกว้างแต่กลับชวนอึดอัดจน...   “งั้นปัญขอตัวไปเข้าเรียนก่อนนะ” ปัญพูดก่อนจะเดินผ่านเจนนิษฐ์ไปโดยที่ไม่ทันมองสีหน้าเจ็บปวดของสาวหน้าตายที่มันแสดงออกมาเพียงเสี้ยววินาที เจนนิษฐ์สูดลมหายใจลึกๆก่อนจะกดรับโทรศัพท์ที่สั่นในกระเป๋ากระโปรงที่โชว์เบอร์ตัวต้นเรื่องนี้       “ว่าไงน้องรัก นี่จะจัดการเรื่องให้พี่หรือปั่นหัวพี่กันแน่น่ะ”   ใช่แล้ว เธอเองก็รู้แผนการณ์นี้ทั้งหมด....   คุณหนูเคทคือญาติห่างๆของเธอ ไม่กี่เดือนก่อนเธอต้องเลิกกับปัญเพราะเธอถูกบังคับให้หมั้นหมายกับลูกชายของเพื่อนสนิทของพ่อ ซึ่งเขาก็เป็นคนดีและรู้จักเธอมาตั้งแต่เด็ก เธอรู้ดีว่าเธอผิดเองที่เผลอตามใจตัวเองไปคบกับปัญช่วงมัธยมต้นทั้งๆที่รู้ว่าไม่ช้าก็เร็วคงต้องหมั้นหมายกับพี่ชายคนสนิทแต่เมื่อถูกคำสั่งออกมา เธอก็ควรรีบตัดใจและทำให้คนที่เธอรักมีความสุข แม้จะด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องนักด้วยการ....   “อะไรกัน พี่เจนนิษฐ์เป็นคนขอให้หนูไปช่วยพี่อรจากการติดหนี้แล้วสั่งให้ไปเป็นแฟนพี่ปัญไม่ใช่หรอคะ?” น้ำเสียงกวนๆตามสายของเด็กติดบ้านดังขึ้นมาทำให้เจนนิษฐ์ได้เพียงยิ้มบางๆ ยิ้มที่สมเพชตัวเองที่วางแผนบ้าๆออกมาทันทีที่ได้ยินว่าปัญบอกว่าเขาชอบคนอื่น....และคนนั้นคืออรเพื่อนสนิทในชมรม   “อื้อ....ก็พอดีบ้านของอรมีปัญหาพอดี ถือว่าโชคดีในความโชคร้ายแล้วกัน....อย่างน้อยทั้งสองคนก็คงได้สมหวังกันแล้ว” คำพูดของคนที่อายุมากกว่ามันกลับทำให้ปลายสายนิ่งไปซักพักก่อนจะพูดตอบกลับแต่คล้ายพึมพำกับตัวเองมากกว่า   “จะโชคดีจริงๆหรอ?” คำพูดลอยๆที่ดังออกมากลับทำให้เจนนิษฐ์นิ่งไปก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง   “ช่างเถอะ ว่าแต่ตัวเองก็อยากให้เขาเป็นแฟนกันหนิจะได้ตัดคู่....”   “พี่เจนนิษฐ์!” เสียงดุของเด็กน้อยเอาแต่ใจทำเอาเจนนิษฐ์ขำขึ้นมาทันที   “ฮะๆ พี่ไม่พูดแล้วก็ได้ว่าแต่โทรมามีอะไรงั้นหรอ?” สิ้นเสียงคำถามคุณหนูตัวน้อยก็ยิ้มขึ้นมาก่อนจะกระชับอ้อมกอดตุ๊กตากระต่ายตัวน้อยและพูดต่อ   “ไม่มีอะไร แค่จะมาบอกว่าหนูกำลังจะย้ายไปโรงเรียนเดียวกับพี่แล้วค่ะ” คำพูดนั้นทำให้เจนนิษฐ์นิ่งไปซักพักก่อนจะยิ้มออกมาและพูดต่อ   “ย้ายมา? นี่คุณหนูติดบ้านแบบเธอยอมออกมาจากบ้านด้วยงั้นหรอ แต่ก็ดีแหละเพราะคนนั้นที่เธอต้องการเจอก็อยู่ที่นี่ด้วยหนิ” สิ้นเสียงของเจนนิษฐ์ เคทก็นิ่งไปซักพักและเชื่อได้ว่ากำลังยิ้มอยู่อย่างสบายใจ   “ค่ะ หนูจะมาบอกแค่นี้แหละหวังว่าเราจะได้เจอกันโดยเร็วนะคะ”   พอคุณหนูเคทพูดจบก็กดวางสายทันทีทำให้เจนนิษฐ์ที่ไม่ทันได้ลาได้แต่บ่นออกมาเบาๆก่อนจะยิ้มเมื่อนึกถึงคนที่น้องของเธอถูกใจคนนั้น   “รีบวางสายจังแฮะ แต่ก็หวังว่าจะได้เจอเหมือนกันนะ...”       Talk : สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน ฟิคนี้ลงแต่ละตอนอาจจะสั้นไปหน่อยเพื่อให้แก้ปัญหาการอึดอัดในการอ่านเราจะเสนอว่าอาจจะลง 3 วันต่อ 1 ตอนเพื่อให้ท่านได้พักใจสบายกาย //จริงคือจะอู้แหละ ฮา แต่จะพักลงสัปดาห์ละตอนอาจจะนานไป// ยังไงก็ฝากติดตามผลงานต่อไปด้วย ถ้าวันไหนเราลงช้าโปรดรู้ว่ากำลังทำผังตัวละคร ขอบคุณที่อ่านจนจบแล้วไว้พบกันใหม่นะคะ (;w;)/  
  2. [FICTION-BNK48] Confusion Love [OrnTarwaan+ETC] คำเตือน : เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายศิลปินใดๆทั้งสิ้น หากผู้อ่านไม่พอใจทางผู้แต่งยินดีลบเรื่องนี้ทิ้งทันที ขอบคุณสำหรับพื้นที่ในการฟินค่ะ  Content   01 02 03 04 05 06 07 08 09 10      
  3. 55555 มันต้องสลับไปมาค่ะ ถึงสนุก//ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
  4. [OS-BNK48] AILover_Beta [JanKaew] คำเตือน : เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายศิลปินใดๆทั้งสิ้น หากผู้อ่านไม่พอใจทางผู้แต่งยินดีลบเรื่องนี้ทิ้งทันที ขอบคุณสำหรับพื้นที่ในการฟินค่ะ   ข้อมูลเพิ่มเติม : ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ เอไอ (AI) หมายถึงความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้นให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต ปัญญาประดิษฐ์เป็นสาขาหนึ่งในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมเป็นหลัก แต่ยังรวมถึงศาสตร์ในด้านอื่นๆอย่างจิตวิทยา ปรัชญา หรือชีววิทยา   การที่เราพัฒนาแอพพลิเคชั่นมือถือมาขายมันก็คือความรับผิดชอบอย่างหนึ่งต่อผู้ซื้อ การที่เราทำระบบของมันให้ดีพร้อมและมีระบบจำลองมนุษย์แบบ AI (Artificial Intelligence) มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยสำหรับทีมพัฒนา คำโฆษณาของสินค้าตัวนี้คือ.... . . . . . .   [ชีวิตของคุณจะไม่เหงาอีกต่อไปเมื่อคุณมีพวกเรา]   คำโปรยสวยหรู เป็นคำเชิญชวนของคนขี้เหงาให้โหลด app มือถือที่มีชื่อว่า....   [AILover_Beta]   ซึ่งปัญหาตอนนี้คือ.....   “นี่มันอะไรเนี่ย ฉันซื้อผู้ชายมาเป็นแฟนไม่ได้ซื้อ...เออ เอาไงดี” หญิงสาวผิวขาวดวงตากลมสีดำและผมสีดำสนิทเงางาม ถ้าไม่บอกคนอื่นคงไม่มีใครรู้ว่าตัวเธอเป็นช่างภาพอิสระ แม้พอจะมีเงินเก็บบ้างและไม่ได้มากมายอะไรแต่ด้วยความเหงาที่ไม่เคยมีแฟนทำให้เธออยากลองกับระบบแปลกใหม่ ซึ่งเธออาจจะกดผิดตอนที่เลือกเพศก็ได้ “ไม่หนิ เพศก็ไม่ผิดหนิ....โว้ย ค่าแอพฟรีแต่ลงทะเบียนเป็นพัน ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยมีตังอีก ไม่เล่นมันแล้วดีไหมวะ ถือว่าดวงซวยไป” หญิงสาวมองในจอที่ติ๊กเพศเป็นเพศหญิง สลับกับคู่ที่ถูกเลือกให้เธอที่เป็นอวาตาหญิงสาวตัวเล็กผมสีน้ำตาลอ่อนก่อนจะเตรียมถอดใจ เธออาจจะต้องหาทางฟ้องร้องเรียกเงินคืนเพราะความซวยหนึ่งในล้านที่ถูกจับคู่แบบนี้ หรือบางทีอาจจะรออีก 10 วันและทิ้ง AI ตัวนี้ไปหาตัวใหม่แทนตามเงื่อนไขที่เธอได้อ่านก่อนหน้านี้ “ช่างเถอะไปหาอะไร.....” ติ๊ง! ไม่ทันที่หญิงสาวจะถอดใจและเดินไปหาอะไรกินตามที่กำลังคิดไว้ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากโทรศัพท์มือถือที่ตั้งอยู่บนโต๊ะญี่ปุ่นกลางห้องทำให้เธอต้องหันกลับมาดูอย่างช่วยไม่ได้   [สวัสดีค่ะ เราชื่อแก้ว ยินดีที่ได้รู้จักนะ]   ทันทีที่เธอปลดล็อคหน้าจอ แอพพลิเคชั่นก็เด้งขึ้นมาพร้อมเสียงที่ดังลอดออกมาพร้อมภาพตรงหน้าจอเปลี่ยนเป็น AI ที่กำลังส่งยิ้มหวานให้เธอจนแจนเผลอตกใจกับระบบเสมือนจริง ‘โคตรสมจริง....แถมยังมีอารมณ์ในเสียงอีก เดี๋ยวนี้โลกมันไปไกลขนาดนี้แล้วหรอ?’   ติ๊ง! ไม่ทันที่หญิงสาวจะชื่นชมความฉลาดของมนุษยชาติต่อก็ต้องหยุดมองที่ AI ที่กำลังตีหน้าเศร้าลง [เออ...ทำไมไม่ตอบเราล่ะ แก้วเสียใจนะ เพิ่งคุยกันวันแรกจะทิ้งแก้วแล้วจริงๆหรอ?] เสียงเง้างอนที่ดังออกมาทำเอาหัวใจของคนที่กำลังคิดอะไรเพลินๆกระตุกวูบขึ้นมาก่อนที่จะรีบพิมพ์ข้อความในช่องแชทไป “ขอโทษนะ เราชื่อแจน ยินดีที่ได้รู้จัก” หญิงสาวผมดำหรือแจนตอบกลับเป็นข้อความ แต่ไม่รู้ทำไมตัวเธอถึงได้พึมพำมันออกมาไปด้วยอาจจะเพราะความรู้สึกที่ว่าอีกฝ่ายเหมือนคนจนเธอรู้สึกว่าต้องพูดออกมา   ตึ๊ง! [แจนหรอ ชื่อน่ารักดีจัง หลังจากนี้อย่างน้อย 10 วันฝากตัวด้วยนะคะ] AI ตอบกลับและส่งยิ้มหวานมาให้ แม้ว่าเสียงที่แปลงออกมาและคำตอบของอีกฝ่ายอาจจะเป็นข้อมูลในระบบที่ลงเอาไว้ แต่ไหนๆแล้ว   ‘เล่นหน่อยก็ได้เสียไปเป็นพันแล้วหนิ’ [ทางนี้ก็ขอฝากตัวด้วยนะ]   และนี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด   . . . .   เช้าวันใหม่กับความวุ่นวาย อาจจะเพราะแจนอ่อนด้วยเทคโนโลยีเลยไม่รู้ว่า app มีระบบปิดเสียงและปิดแจ้งเตือน เช้านี้เธอเลยต้องตื่นเช้าผิดปกติ จากเสียงรัวๆที่ดังขึ้นจากโทรศัพท์   ตึ๊ง ตึ๊ง ตึ๊ง!   มันน่าอารมณ์เสีย แต่เมื่อเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาเธอกลับเผลออมยิ้มกับเสียงที่ดังขึ้นมา   [ตื่นได้แล้ววว]   [แจนตื่นสิ ไหนว่าวันนี้มีงานตอนเช้าไง!]   [นี่ถ้าตื่นแล้วตอบด้วย แล้วอย่าลืมกินข้าวเช้าด้วยนะ]   นั่นคือเสียงที่ดังขึ้นมาจากโทรศัพท์ ผ่านแอพพลิเคชั่นซึ่งมันแปลกตั้งแต่สมัครสมาชิกมาห้าวันเธอก็เริ่มจะติดใจ AI ตัวนี้ซะแล้ว   [แจนคะ ถ้าตื่นแล้ว พิมพ์ไม่ไหวก็เปิดกล้องหน่อยสิ เหมือนทุกครั้งไง แก้วจะได้สบายใจ] เสียงออดอ้อนท่าทางน่ารัก แต่คิ้วที่ขมวดลงของตัว AI ทำเอาแจนเผลอยิ้มก่อนจะกดโหมดกล้องให้จับภาพของเธอเหมือนทุกครั้งที่กำลังจะเริ่มบทสนทนา [ตื่นแล้ว...แต่ง่วงมาก จูบปลุกแจนทีสิคะ~] แจนพิมพ์ข้อความส่งไปออดอ้อนอีกฝ่ายกลับบ้าง และสิ่งที่ได้เห็นก็ทำให้เธออมยิ้มออกมาเมื่อ AI หน้าแดงขึ้นมาก่อนจะนิ่งเงียบไปซักพักแล้วจึงพูดต่อ [อย่าแกล้งเราสิ นี่อีกครึ่งชั่วโมงนัดลูกค้าไว้ไม่ใช่หรอ ไม่รีบไปทำงานล่ะ!] ตัว AI แม้จะดุและคิ้วขมวดเหมือนจริงจัง แต่กลับหน้าแดงไม่หายจนแจนเผลออมยิ้มขึ้นมา จะว่าไปถึงจะจับคู่เพศ AI ให้ผิด แต่ว่า.... “แบบนี้ก็สนุกดีแฮะ” [นี่แจนฟังเราพูดอยู่รึเปล่าเนี่ย บอกให้รีบลุกไปได้แล้วไง] เสียงแก้วดุขึ้นมาทำเอาแจนขำมากกว่าเดิมก่อนจะแซวอีกฝ่ายกลับ [จ้าๆ แก้วก็อย่าลืมอาบน้ำนะ หรือจะมาอาบพร้อมแจนก็ได้นะ] แน่นอนว่าเมื่อแจนพูดแบบนั้น AI ตัวน้อยจากใบหน้าขึ้นสีแค่ตรงแก้มกลับแดงขึ้นไปอีกจนทั่วทั้งใบหน้า [แจน!] น้ำเสียงดุดังขึ้นมาจากโทรศัพท์แต่กลับทำให้คนฟังขำไปอีก แต่แจนก็ไม่โต้ตอบกลับและเดินไปหยิบเสื้อผ้าเตรียมตัวไปทำงาน   “จะว่าไปเหลืออีกห้าวันสินะ ถ้าตามที่คู่มือแนะนำการใช้งานเบื้องต้นคือเราก็สามารถทิ้ง AI แต่ AI ก็ทิ้งเราได้เหมือนกันใช่ไหมนะ” แจนบ่นออกมาเมื่อนึกถึงข้อแนะนำการใช้ที่เขาระบุไว้ตอนที่ลงทะเบียนว่าสำหรับ AI ตัวแรกจะสามารถทิ้งผู้ใช้งานได้เพื่อความสมจริงซึ่งไม่รู้จะมีไปทำไม ตอนแรกเธอไม่รู้สึกอะไรกับการเปลี่ยนคู่ AI ไปเป็นตัวอื่นซึ่งระบบมันก็ยังไม่มีอะไรชัดเจนนักแม้ว่าจะขายค่าสมัครในการลงทะเบียน แต่เพราะเป็นรุ่นทดลองจึงต้องปรับปรุงเสมอการที่เปลี่ยน AI คงจะดีกว่า แต่สำหรับตอนนี้แจนกลับไม่อยากเปลี่ยนตัว AI เลย แต่ตัว AI ล่ะจะอยากอยู่กับเธอไหมนะ? . . . . . ผ่านไปหลายวัน แจนพาแก้วไปด้วยทุกที่ ไม่ว่าจะตอนทำงาน ตอนที่ไปพักผ่อน ตอนกินข้าว ไม่รู้ทำไมกับแค่ระบบ AI ทำไมเธอถึงได้หลงทันขนาดนี้ ต้องขอบคุณมันสมองมนุษยชาติที่ทำให้เกิดระบบนี้คลายความเหงาของมนุษย์ และตอนนี้เธอกำลังคิดหนัก อีก 30 นาทีจะครบเวลาแล้ว เธอควรจะทำอย่างไรดี....   [วันนี้สนุกมากเลย แต่นี่ครบ 10 วันแล้ว เสียใจจัง ไม่ว่าแจนจะเลือกยังไงแก้วก็ขอบคุณสำหรับตลอด 10 วันที่ผ่านมานะคะ] คำพูดของแก้วที่ดังจากโทรศัพท์มันเข้าหัวของแจนก็จริงแต่มันช่างว่างเปล่าพอสมควร ทั้งหัวสมองและจิตใจตอนนี้ไม่รู้จะพูดยังไงดีนอกจาก.... [แก้วว่านี่ดึกแล้ว ถ้าถึงเวลาเลือกเสร็จแจนควรรีบไปนอนนะ] [แจนรักแก้วนะ] แจนส่งข้อความไปหาอีกฝ่าย มันเป็นช่วงไม่ถึง 5 นาทีก่อนที่ระบบจะให้แจนเลือกว่าจะเอา AI ตัวนี้ต่อไปไหม แต่สิ่งที่แจนกลัวก็คือ.... [แก้วรักแจนเหมือนกันใช่ไหม? แก้วเลือกอยู่กับแจนต่อนะ] แจนพิมพ์ต่อ แต่เมื่อส่งไป แก้วกลับนิ่งไม่ตอบกลับอะไร เพราะระบบทดลองงั้นหรอทำให้แก้วไม่ตอบ หรือความจริงเธอเป็นคนเดียวที่อยากให้ AI ตัวนี้อยู่ต่อ แจนไม่รู้ว่าคือความรักไหมแต่ที่รู้คือ ตลอด 10 วันมานี้ที่มีAIตัวนีัอยู่เธอไม่เคยเหงาเลยและเธอไม่อยากได้ AI ตัวใหม่อีกแล้ว ผ่านไปจนเหลือไม่กี่วินาทีทำเอาแจนรู้สึกน้อยใจกับแก้วขึ้นมา ‘นี่ขนาดAIยังหักอกเราได้เลยหรอเนี่ย’ แจนคิดในใจก่อนจะมองเวลานับถอยหลังที่มุมขอบจอขวาด้านบนและนับถอยหลังเลขวินาทีที่กำลังจะหมดลงไป 10........9........ 8........7.........6........ 5........4........3........2........ . . . [แก้วก็รักแจนค่ะ]   คำพูดที่ดังขึ้นก่อนที่เวลาจะหมดลง ทำเอาหัวใจของคนฟังพองโตขึ้นมาไม่นานก็มีหน้าต่างเด้งขึ้นมาให้เลือกกด ว่า ‘คุณต้องการคบกับ AI ตัวเดิมต่อใช่ไหม?’ [ใช่]        [ไม่ใช่] ซึ่งแน่นอนว่าแจนต้องกดว่า [ใช่] ไม่นานระบบก็ประมวลผลพร้อมความรู้สึกมวลท้องราวกับลุ้นผลสอบ ก็เกิดขึ้นกับหญิงสาวก่อนที่......   . . . .   [เสียใจด้วย AI ไม่เลือกคุณ ระบบจะทำการสุ่มเลือก AI ตัวใหม่ภายใน.....] เสียงที่ดังออกมาหลังจากนั้นมันไม่เข้าหูของแจนอีกเลย ความรู้สึกเจ็บที่หน้าอก เหมือนคนเป็นโรคหัวใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาที่แดงก่ำและน้ำตาที่ค่อยๆไหล นี่เธอกำลังอกหักจากระบบ AI หรือเนี่ย....   แจนนั่งนิ่งไปนาน จนระบบเลือก AI ตัวใหม่มาให้ แต่ไม่ว่าเสียงเรียกกี่ครั้งเธอก็ไม่ได้ตอบกลับไป ไม่รู้ทำไมพอไม่ใช่แก้วแล้ว เธอกลับไม่คุยอยากจะคุย ไม่อยากจะโต้ตอบอะไร แจนกดที่แก้ไขโปรไฟล์ก่อนจะกดลบข้อมูลออก โดยไม่สนเงินที่จ่ายค่าลงทะเบียนเหมือนก่อนหน้านี้ สิ่งที่เธอคิดคือตอนนี้เธออยากจะอยู่คนเดียวจนกว่าจะเจอคนใหม่ และเธอจะไม่เลือกหาที่พึ่งพิงด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่แน่นอน เพราะขนาดบอกว่ารักเธอยัง..... . . . . .   ติ๊ดด....ติ๊ดดดด....ติ๊ดดดด......   . . . . .   เสียงโทรศัพท์ของแจนดังขึ้นมามันดังนานพอสมควรกว่าเธอจะรู้ตัว พอดูก็พบว่ามีสายเรียกเข้าจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย ปกติเธอคงจะไม่รับแต่วันนี้อย่างน้อยถ้าขายประกันก็มีที่ให้ระบายด่ากลับไปให้อารมณ์ดีแหละนะ แต่เมื่อเธอรับสายและได้ยินเสียงที่ดังขึ้นมากลับชะงักทันที   “สวัสดีค่ะ” เสียงหวานที่กรอกมาตามสายทำให้แจนชะงักไป เสียงมันคล้ายกับ.... “นี่ใช่....” “แก้วงั้นหรอ?” แจนหลุดพูดเรียกชื่อปลายสายโดยที่ไม่รู้ตัว แต่ก็ทำให้ปลายสายขำขึ้นมาเล็กน้อย “ค่ะ นี่แก้ว แล้วทางนั้น แจนสินะคะ” เสียงหวานตามสายที่ดังออกมาทำเอาแจนดีใจจนน้ำตาไหลออกมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้คือน้ำตาแห่งความสุขจนเธอเก็บความรู้สึกไว้ไม่อยู่.... “แก้ว....แก้วจริงๆหรอ? แล้วทำไมถึงได้มีตัวจริงได้ล่ะ เธอไม่ใช่เป็นแค่....” แจนถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆแต่เสียงปลายสายก็ดูเป็นห่วงเธอไม่ต่างกัน “แจนร้องไห้หรอ? แก้วขอโทษนะ แก้วแค่อยากจะเจอแจนในฐานะคนไม่ใช่ AI เพราะงั้น ตอนนี้....” “จะอะไรก็ช่างมันเถอะ พรุ่งนี้มาเจอกันได้ไหม แจน เออ....แจนอยากเจอแก้ว” แจนพูดขัดแก้วขึ้นมาแต่ในส่วนท้ายประโยคกลับมีความเขินอายขึ้นมา จนทำให้ปลายสายอมยิ้มออกมาได้ก่อนจะตอบกลับมาหาแจนว่า.... “แก้วเองก็อยากเจอแจนค่ะ” . . . . สิ่งที่แจนได้รู้คือแก้วทำงานในส่วน IT ของบริษัท แอพพลิเคชั่น และในความจริงระบบ AI ยังไม่สมบูรณ์จึงเริ่มเก็บค่าลงทะเบียนหลักพันให้ผู้สมัครกลุ่มแรกถือเป็นการทดลองและอาจจะมีค่าลงทะเบียนที่แพงเพิ่มขึ้นภายหลัง อย่างเช่นข้อความบางอย่างระบบยังรู้ว่าควรจะตอบอย่างไรก็ให้พนักงานบางส่วนเช่นแก้วไปเป็น AI และเก็บข้อมูลไปด้วย แก้วบอกว่าการที่แจนถูกสุ่มเลือกคู่ AI เป็นแก้วก็เพราะความผิดพลาดของระบบเช่นกัน ในเรื่องระยะเวลา 10 วันก็จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้รายแรกๆเท่านั้น โดยส่วนมาก เกิน 50% ก็จะถูกปฏิเสธโดย AI เพื่อจะได้นำ AI ไปปรับปรุงเพิ่มเติม ส่วนอีก 50% ที่เหลือคือผู้ใช้ที่เจอ AI ในระบบที่สมบูรณ์แล้วแต่ก้ยังมีโอกาสถูกปฏิเสธจาก AI ตัวแรกเหมือนทุกคน   “แบบนี้ แจนก็เป็นหนูทดลองสิ” เสียงแจนที่บ่นอุบอิบเหมือนเด็กน้อยที่อารมณ์เสียตอนจับได้ว่าเพื่อนโกหกตัวเองและกำลังงอนอยู่ทำเอาแก้วที่นั่งมองอยู่อมยิ้มออกมา สองสาวอยู่ในร้านกาแฟแต่กลับสั่งนมสดรสจืดมานั่งกินเพราะแจนไม่อยากกินของที่มีคาเฟอีน สำหรับตัวแก้วในความคิดของแจนก็ไม่ต่างจากที่แจนคิดมากแถมยังสวยและน่ารักกว่าที่คิดไว้ สาวตัวเล็กหน้าตาน่ารัก ดวงตากลมสีดำ ผิวสีน้ำผึ้งเหมือนตัวละครใน AI แต่รอยยิ้มของจริงช่างพลังทำลายล้างแรงกว่าใน AI เยอะ “ขอโทษนะ แต่มันเป็นงานของแก้วน่ะ และตอนนี้มันเป็นความลับของเราสองคนแล้วนะ การที่แก้วแอบไปเอาเบอร์แจนมาจากประวัติลูกค้านี่ก็ผิดกฎไปเยอะเหมือนกัน ถ้าใครรู้เข้าแก้วตายแน่ๆ” แก้วพูดด้วยน้ำเสียงกังวล แต่ยังคงมีรอยยิ้มเล็กๆเพื่อคลายความเครียด ซึ่งแจนเห็นอีกฝ่ายแบบนี้ก็ได้แต่ยิ้มมุมปากและเอื้อมไปจับมือคนตัวเล็กกว่าจนอีกฝ่ายสะดุ้ง “เราจะไปบอกใครทำไม ในเมื่อแก้วทำทั้งหมดก็เลยทำให้เราได้เจอกัน ต้องขอบคุณแอพนี้ซะมากกว่าที่ทำให้เราเจอแก้ว คนที่เรารัก” แจนพูดและส่งสายตาหวานเยิ้ม ยิ่งวันนี้แจนใส่เสื้อขาวคลุมด้วยเสื้อยีนต์สีโทนฟ้ามันช่างดูมีเสน่ห์เข้าไปอีก “เออ...แจนพูดอะไรเนี่ย....แก้วเขินหมดแล้วนะ” แก้วพูดขึ้นมาและเอียงหน้าแดงๆหันไปมองทางนอกหน้าต่างแต่ก็ไม่ดึงมือออกจากมือของอีกฝ่าย แจนอมยิ้มมองแก้วก่อนที่จะคิ้วขมวดเมื่อนึกเรื่องสำคัญได้ขึ้นมา “แต่ว่าถ้าแก้วคือต้นแบบAIแบบนี้....ก็ต้องมีคนสมัครสมาชิกและได้เป็นแฟนแก้วหลายเลยสิ” คำพูดขอแจนทำให้แก้วหันกลับมามองหน้าของอีกฝ่ายก่อนจะขำเมื่อเห็นหน้าเครียดๆของช่างภาพสาว “แจนจะหึงทำไมล่ะคะ ในเมื่อคนอื่นก็ได้แค่ AI ที่มีข้อมูลของแก้ว แต่แจนมีตัวจริงอยู่ตรงนี้ทั้งคน” แก้วพูดเชิงหยอกล้อ แต่แจนยังคงตีหน้าเครียดอยู่ดี “แต่ว่า....” “นี่แจน มานี่หน่อยสิ” แก้วพูดขึ้นมาและเรียกแจนพร้อมตบเบาะให้นั่งข้างๆ ซึ่งแจนก็ลุกขึ้นเดินไปนั่งอย่างว่าง่าย แต่ไม่ทันที่ก้นของเธอจะสัมผัสกับเบาะนั่งก็ต้องตกใจและร้อนขึ้นมาที่ใบหน้าเมื่อเธอถูกสาวITดึงตัวไปจูบอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกันพร้อมเมนูที่ถูกยกขึ้นมาบังอย่างรวดเร็ว ก่อนที่แก้วจะค่อยๆถอยออกไปและอมยิ้มมองคนที่หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายเหมือนกับเธอ “แบบนี้แล้วแจนยังจะหึงคนที่ได้เล่นกับAIของแก้วอีกหรอคะ?” แก้วพูดและเอานิ้วชี้ไปแตะที่ริมฝีปากของแจนก่อนจะค่อยๆยกยิ้มมุมปากจนแจนหัวใจเต้นรัวไปหมด “ไม่หึงแล้ว....แต่คราวหน้าอย่าจูบในที่ๆมีคนเยอะๆอีกนะ” แจนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ปนไปด้วยความเขินอายแต่ก็ทำให้แก้วขำขึ้นมา แต่ขำได้ไม่นานนักก็ต้องหน้าแดงขึ้นเองเมื่อแจนพูดต่อ “จูบแล้วให้หยุดแบบนี้มันอึดอัดนะ คราวหน้าจะทำอะไรบอกให้แจนพากลับห้องก่อนก็ได้” “แจน!” แก้วส่งเสียงดุแจนขึ้นมาทันทีที่เจ้าคนหื่นพูดต่อจนจบอย่างไม่ปิดบัง ความร้อนบนใบหน้าของแก้วสูงขึ้น แต่ก็ทำให้คนที่แกล้งขำขึ้นมา ถึงแม้จะเสียเงินไปหลักพัน แถมยังที่ต้องเป็นหนูทดลองให้บริษัทแปลกๆอีก แต่บางทีเธอก็คิดว่าคุ้มเพราะว่าเธอไม่ได้แค่AIแบบคนอื่นๆแต่ได้แฟนตัวเป็นๆมานั่งหน้าแดงด้วยความเขินอายอยู่ข้างๆกายตรงนี้เลยหนิ แต่แจนจะรู้ไหมว่าความจริงแก้วยังโกหกเธออีกเรื่องหนึ่งคือ.... ที่แจนได้ AI เป็นแก้วมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญเพราะแก้วแอบชอบคุณช่างภาพตั้งแต่เห็นรูปที่ใส่ในโปรไฟล์แล้วและนี่คงต้องเป็นความลับที่แก้วจะไม่บอกแจนเด็ดขาด   และอีกอย่างทั้งคู่คงไม่รู้เหมือนกันว่าอาจจะไม่ใช่แค่คู่ของเธอที่ได้พบรักผ่านระบบสนทนาแบบนี้.... เพราะอีกมุมหนึ่งของเมืองก็กำลัง.....   [สวัสดีค่ะคุณปูเป้ ฉันชื่อไข่มุก ต่อจากนี้อีก 10 วันฝากตัวด้วยนะคะ] สาวหมวยผมหน้าม้าสั้นประบ่า จ้องมองผ่านแว่นกรอบหนาสีขาวไปที่แอพพลิเคชั่นใหม่ที่เพิ่งจะลงทะเบียนไปก่อนจะสถบกับตัวเองว่า.... “AI ตัวนี้หน้ากลม แถมเหมือนเพนกวิ้นจัง ช่างเถอะไว้ 10 วันค่อยเปลี่ยนตัวก็ได้” ก่อนที่จะเริ่มพิมพ์โต้ตอบไป แม้ว่าตัวเธอจะไม่ได้พลาดเรื่องการเลือกเพศตนเองและระบุชัดว่าอยากได้AIเพศหญิงแต่ว่าอีก 10 วันเธอจะเปลี่ยน AI ตามที่บอกจริงไหมนะ? . . . แต่ยังไงก็ช่างเราควรจบเถอะ..... ________________________________________________________________________________________ Talk : ขอโทษที่รอบนี้อาจจะแต่งงงๆ คาแรคเตอร์ไม่ชัดมาก แต่หวังว่าจะฟินกันเพราะปัญหาคือแจนกับแก้วไม่ใช่โอชิเมมเลย แต่โอชิของเพื่อนเรา เลยศึกษามาไม่ค่อยดี ฮา เอาล่ะ เป็นฟิคไม่กี่เรื่อง BNK48 ที่แต่งโดยไม่อิงโมเม้น ยังไงก็ขอบคุณที่อ่านจนจบและหวังว่าคงจะสนุกกัน อาจจะเวอร์เกินก็ขอให้อย่าคิดมาก อ่านให้สนุกนะคะ ^^; ปล.ระบบ AI นี้แอบเป็นความฝันของเราเหมือนกันถ้าอฟช.มาเห็นและทำได้อยากได้เกมส์จีบแม่อรค่ะ จะยอมเป็นเทพทรู ฮา
  5. [OS-BNK48] Hug my kitty (OrnTarwaan)

    ขออนุญาต กริ๊ดก่อน...ค่ะ กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดด ฟิคBNK48 ฟิคอรตาหวาน และคือละมุนมากค่ะ แลดูหวานๆแอบหื่นเงียบนะเนี่ย //ว๊าย ปิดหน้า// ทางนี้มองตาหวานเรียบร้อยส่วนอรๆหื่นตลอด แต่คนอื่นอาจจะมองเป็นอีกมุม 55555 ขอบคุณสำหรับความฟินยามเช้านี้ มาแต่งฟิค BNK48 บ่อยๆนะคะ โดยเฉพาะอรตาหวาน คู่นี้เรือหลักเราเลย #เขินจัง
  6. [OS-BNK48] Consoling Kiss [CherprangMusic]   คำเตือน : เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง   ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายศิลปินใดๆทั้งสิ้น   หากผู้อ่านไม่พอใจทางผู้แต่งยินดีลบเรื่องนี้ทิ้งทันที   ขอบคุณสำหรับพื้นที่ในการฟินค่ะ   ผ่านไปเกือบจะทั้งวันแต่ความรู้สึกหน่วงๆของเธอก็ยังไม่หายไปไหน ความรู้สึกสัมผัสนุ่มนวลที่ไม่ได้ตั้งใจ ใบหน้าของคนของเธอที่หันไปสบตาพอดี และใบของคนที่ขโมยจูบก็ดูตกใจไม่ต่างกัน ตัวเธอนั้นพลาดที่หันไปหาเพื่อนสมาชิกขี้แกล้งที่ชอบกอด ชอบหอมเมมเบอร์จนพลาดจูบกันโดยบังเอิญ เธอตกใจจนขาอ่อนแม้เพื่อนในวงจะปลอบกันแล้วแต่ว่า....       “มันก็แค่อุบัติเหตุ....แต่ทำไมถึงยังรู้สึกไม่ดี” เฌอปราง สาวผิวขาว ผมสีดำสนิท และดวงตาเรียว ดูน่ารักสดใสและมีเอกลักษณ์รวมถึงบุคคลิกที่มีความเป็นผู้นำทำให้เธอได้เป็นกัปตันของวง สิ่งที่ค้างคาใจเธอมันคือใบหน้ายิ้มจนตาปิดของคนที่เป็นเซนเตอร์ของวงและเป็นคู่จิ้นของเธอตอนที่กำลังปลอบเธอ ใบหน้านั้นมันดูเหมือนไม่คิดอะไรก็จริงแต่เพียงชั่วขณะตอนที่เธอหันไปมองในครั้งแรกมันคือใบหน้าตกใจจนเธอถึงกับเข่าทรุดลงไป   “ทำไมเราต้องกังวลใครๆที่เห็นก็คงตกใจไม่ต่างกัน” เฌอปรางบ่นออกมา มันอาจจะแปลกที่บ่นออกมาตลอดสำหรับคนอื่นแต่สำหรับคนที่ชอบพูดคนเดียวแบบเธอถือว่าเป็นเรื่องปกติเลย       .   .   .   ก็อกๆ   .   .   .       เสียงเคาะประตูห้องนอนทำให้เฌอปรางที่กำลังนั่งเล่นอยู่สงสัยขึ้นมาเพราะวันนี้รูมเมทของเธอไม่ได้กลับมานอนที่หอ คงจะเป็นรุ่นน้องที่มาขอความช่วยเหลืออะไรแน่ๆ       คุณกัปตันรีบเดินไปเปิดประตูก่อนจะเผลอยิ้มขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัวเมื่อเห็นเด็กสาวตรงหน้า สาวน้อยผิวขาวดวงตากลมโต ผมสีดำสนิท ผู้ที่หลายๆคนชมว่าน่ารัก เป็นเพื่อนตั้งแต่ก่อนเข้าวงการและยังเป็นทั้งเซนเตอร์รวมท้้งคู่จิ้นในวงของเธออีก       “ว่าไงมิวๆมีอะไรไหม?” เฌอปรางมองเด็กน้อยที่ตอนนี้ตัวสูงกว่าเธอ แต่มิวสิคยังคงสวมชุดนอนโรงเรียนลายสก๊อตสีเขียวที่มีชื่อปักที่เสื้อแสดงความเป็นเจ้าของของเจ้าตัวที่เคยโม้ว่ามีถึง 5 ตัวเมื่อรวมกับท่าทางที่เหมือนประหม่ามันช่างดูเหมือนเด็กในสายตาของเธอเสมอ   “เออ คือพี่อรฝากมาถามว่าพี่เฌอไม่คิดมากเรื่องเมื่อตอนเย็นแล้วใช่ไหมคะ?”   คำถามที่แฝงด้วยความเป็นห่วง แต่มันก็ทำให้เฌอปรางเผลอยิ้มออกมา เมื่อเธอรู้ดีว่าคำถามนั้น.....   ‘โกหกกันงี้เลยหรอ’   เฌอปรางคิดในใจแต่ก็ยิ้มให้อีกฝ่าย สาเหตุที่เธอรู้ว่ามิวสิคโกหกก็เพราะเธอคุยกับเจ้าตัวต้นปัญหาของเรื่องจนเคลียร์กันเสร็จตั้งนานแล้ว แถมเมื่อซักครู่คุณแม่ของวงก็เพิ่งจะขอตัวไปนอนหลับแถมยังกวนส่งท้ายเธอเหมือนทุกครั้งด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่มิวสิคพูดความจริงแล้วคือเจ้าตัวอยากรู้เองแต่ไม่ยอมพูดตรงๆเหมือนทุกทีแหละ   “ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่” คำตอบของเฌอปรางทำให้มิวสิคตาโตขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบพูดต่อ   “รู้สึกไม่ค่อยดี....พี่เฌอไม่ต้องคิดมากนะคะ จูบกับผู้หญิง ยังไงดีคือแบบไม่ต้องไปนับมันก็ได้ค่ะ” คำพูดที่แฝงด้วยความเป็นห่วงและดูตื่นตกใจทำเอาเฌอปรางแทบจะหลุดขำแต่ก็ต้องกลั้นขำเอาไว้ และดูเหมือนเจ้าลูกหมาน้อยของเธอจะยังตื่นตกใจอยู่จนเธอต้องคว้ามือสองข้างของอีกฝ่ายมากุมไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง   “ใจเย็นๆก่อนนะ” เฌอปรางพูดก่อนจะมองหน้ามิวสิคที่ตอนที่ตกใจและใบหน้าขึ้นสีแดงเล็กน้อย   “เรื่องนั้นช่างมันเถอะ แต่ตอนนี้ที่รู้สึกไม่ดีคือเพราะมิวสิคโกหกพี่”   เฌอปรางพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เรียบจนมิวสิคที่กำลังเขินกลายเป็นตกใจและเตรียมจะถอยหนี แต่ก็....   .   .   .   ปึ่ง!   .   .   .   เสียงคนอายุน้อยกว่าถูกดึงเข้ามาในห้องพร้อมประตูปิดลงตอนนี้มิวสิคกลายเป็นมาอยู่ในอ้อมกอดของเฌอปรางจนทำให้ความร้อนที่ใบหน้าของเด็กน้อยกำลังแดงก่ำ ในส่วนคนที่กำลังแกล้งอีกฝ่ายก็หน้าขึ้นสีไม่ต่างกันแต่กลับไม่ยอมปล่อยอีกฝ่ายออกแถมยังแกล้งต่อเมื่ออีกฝ่ายเริ่มขอร้องเธอ   “พี่เฌอ.....ปล่อยสิค....”   “ทำไม...” เฌอปรางโน้มลำคอของคนตัวสูงกว่าลงมากระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ลมร้อนที่กระทบใบหูทำเอาร่างของเด็กน้อยแทบล้มไปกองกับพื้น ก่อนที่เฌอปรางจะพูดต่อ “....ทำไมต้องโกหกว่าอรเป็นคนถามทั้งที่มิวๆอยากถามเองล่ะ?”   คำถามนั้นเข้าไปในหูมิวสิคก็จริงแต่เหมือนว่าระบบประมวลผลของเธอเหมือนจะรวนจนเธอช้าลง ซึ่งมันก็เป็นผลดีกับคนที่ตั้งใจจะแกล้งเธอ   “ถ้าไม่ตอบ....พี่จะไม่ปล่อยนะ” เฌอปรางพูดขึ้นและกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นไป แถมยังโน้มลำคอของคนตัวสูงกว่าที่ยืนแข็งเป็นหินให้ก้มลงมาจนหน้าผากทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน   “กะ...ก็สิคอายคือ...สิคขอโทษค่ะ” มิวสิครีบพูดต่อก่อนที่หน้าผากของทั้งคู่จะแนบกัน ซึ่งถ้าหากถึงตอนนั้นวิญญาณของเธออาจจะอาจจากหนีร่างไปเลยก็ได้   “ก็แค่นี้” เฌอปรางพูดและหยุดยื้อให้อีกฝ่ายโน้มลำคอลงมาและคลายอ้อมกอดลงเล็กน้อย แต่ว่า.....   .   .   .   “แต่พี่ไม่ให้อภัยจนกว่ามิวๆจะทำอะไรบางอย่างให้พี่อย่างนึงก่อน” เฌอปรางพูดขึ้นมาและมองไปที่ตากลมโตสีดำสนิทของอีกฝ่าย บางครั้งสะท้อนแสงก็สีออกน้ำตาลแต่มันชวนให้เธอหลงได้ตลอด   “ให้สิคทำอะไรคะ? ถ้าไม่ยากเกินไปสิคก็จะทำให้ค่ะ” เด็กน้อยใสซื่อพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ทำให้เฌอปรางเผลอยิ้มออกมาอีกครั้ง   “ไม่ยากหรอก แค่....” เฌอปรางพูดก่อนจะเลื่อนแขนที่โอบเอวขึ้นไปโอบรอบคอ ก่อนจะโน้มใบหน้าของอีกฝ่ายลงมาใกล้ๆ ใกล้จนริมฝีปากของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน...และพูดต่อพร้อมมองดวงตากลมโตคู่นั้น   “จูบปลอบพี่หน่อยสิ กับผู้หญิงเราไม่นับใช่ไหม?” เฌอปรางพูดและยิ้มออกมา   มันคือการเดาใจเหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะตอบยังไง ซึ่งตามความคิดของเธอนั้นมิวสิคน่าจะเขินจนไม่กล้าเล่นอะไรต่อ แต่ว่าไม่กี่นาทีต่อมาเธอกลับรู้สึกถึงสัมผัสนุ่มนวลที่ริมฝีปาก มันอบอุ่นและมีรสหวานๆของลิปมันที่มิวสิคทาเอาไว้ ร่างกายของเธอนิ่งและตกใจจนเผลอปล่อยมือออกจากรอบคอของอีกฝ่าย ไม่รู้เวลามันผ่านไปนานแค่ไหน แต่ที่รู้ๆคือเมื่อมิวสิคถอนจูบออก ความร้อนที่ใบหน้าของเธอก็เพิ่มขึ้นมาจนลามไปถึงใบหู   “เท่านี้ใช่ไหมคะ?” มิวสิคพูดและคลายกอดที่เผลอยกขึ้นมาโอบรอบเอวของเฌอปรางระหว่างที่จูบอยู่ ส่วนเฌอปรางที่ตอนแรกกำลังหยอกล้อเด็กน้อยอย่างสนุกสนานกลับใบ้กินและได้แต่เอานิ้วแตะริมฝีปากที่ยังมีความรู้สึกและรสชาติของจูบเมื่อครู่ไม่จางหาย   “อะ..อื้อ” เฌอปรางตอบในลำคอเพราะตอนนี้หัวของเธอค่อนข้างโล่งจนแทบจะคิดอะไรไม่ออก   “สิคขอตัวกลับห้องนะคะ” เสียงน้องสาวที่ดังเข้ามาในหัวของเฌอปรางมันไม่ได้ทำให้เธอได้สติเท่าไหร่นัก เฌอปรางยังคงยืนก้มหน้านิ่ง และแน่นอนเจ้าหมาน้อยที่เห็นว่าพี่สาวคนสวยยืนนิ่งก็รู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน หรือบางทีเธอควรจะขอโทษอีกฝ่าย.... “เออ พี่เฌอคือสิคขอ....”   .   .   .   “มิวๆ” เฌอปรางที่เหมือนจะได้สติขึ้นมาเล็กน้อยพูดเรียกชื่อคนอายุน้อยกว่าด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ทำให้มิวสิครีบตอบกลับทันที   “คะ?”   “คือ...มันไม่นับไม่ได้แฮะ กับอรอาจจะได้ แต่ไม่รู้ทำไมกับมิวสิคพี่ไม่อยากจะลืมมัน....” น้ำเสียงที่ดูไม่มั่นใจเหมือนทุกทีบวกกับท่าทางที่ดูประหม่าและสายตาที่เมื่อเงยหน้ามาสบตามิวสิคมันทำให้เด็กสาวที่กำลังกังวลใจยิ้มขึ้นมาทันที ทั้งคู่จ้องหน้ากันนิ่งก่อนที่มิวสิคจะก้าวมาหาเฌอปรางและเอานิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาคล้ายให้อีกฝ่ายหยุดพูด คนอายุน้อยกว่าค่อยๆก้มลงไปหาคนที่ยืนนิ่งก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ดังก้องไปทั้งหัวของอีกฝ่าย   “ไม่ใช่แค่พี่ค่ะ สิคเองก็ลืมจูบกับพี่เฌอไม่ได้เหมือนกัน ราตรีสวัสดิ์นะคะ” มิวสิคพูดจบก็รีบเดินออกจากห้องไปก่อนที่ใบหน้าสีขาวเนียนของเธอจะขึ้นสีแดงให้อีกฝ่ายเห็นซะก่อน ซึ่งไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าอีกคนที่ถูกทิ้งไว้ในห้องก็ยิ้มและหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อไม่ต่างกันคนที่เพิ่งจะออกไป   “มิวๆนี่นะ พูดอะไรให้ยุ่งยากยิ่งกว่าการทดลองในแลปซะอีก” เฌอปรางพูดก่อนจะยิ้มมุมปากและเดินไปนอนซึ่งคืนนี้เธอคงจะหลับฝันดีเลยล่ะ   _______________________________________________________________________________________ Talk : อะแฮ่ม ก่อนอื่นเช่นเคย ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ และขอโทษในส่วนฟิคก่อนหน้านี้ที่เราลงไปเหมือนจะมีข้อมูลผิดนิดๆ ฮา   ในส่วนฟิคนี้คือการซ่อมเรือเช่นเคย ขอบคุณเพื่อนที่ช่วย QC ให้และหวังว่าผู้อ่านจะฟินกัน ถ้าถามว่าหมดรึยัง สำหรับโมเม้นนี้คงหมดแล้วค่ะ ทั้งหมด 2 คู่ เราคงไม่ต่อเรือผีอะไรเพราะเราจะอุดเรือของเรา ฮา ยังไงฝากติดตามกันในโมเม้นหน้าด้วย เจอกันในฟิคหน้านะคะ   ปล.หวังว่าจะไม่มีคำผิด และนี่คือลิ้งค์ของฟิคตอนที่แล้วค่ะ      
  7. [OS-BNK48] Accident Kiss  [OrnTarwaan]   คำเตือน : เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง   ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายศิลปินใดๆทั้งสิ้น   หากผู้อ่านไม่พอใจทางผู้แต่งยินดีลบเรื่องนี้ทิ้งทันที   ขอบคุณสำหรับพื้นที่ในการฟินค่ะ   ห้องเล็กๆขนาดไม่ใหญ่มาก มีกระจกกับเก้าอี้กลมด้านหน้าแสดงให้รู้ว่านี่คือห้องแต่งตัว ถึงจะไม่ใหญ่มากแต่ก็เพียงพอสำหรับการพักช่วงก่อนจะไปทำงานต่อ หญิงสาวผมดำ สวยชุดสีสันสวยงามกับกระโปรงที่ดูน่ารักตามสไตล์ไอดอลญี่ปุ่น เธอกำลังนั่งไล่อ่านแท๊คในทวิตเตอร์ของวงเหมือนทุกครั้งแต่ก็ต้องสะดุดกับทวิตที่เลื่อนผ่านหน้าจอขึ้นมาพร้อมเสียงที่ดังขึ้นมาในหัวและภาพเมื่อหลายวันก่อนผุดขึ้นมาในหัวของเธอ   .   .   .   “อรเลือกจูบ เพราะอรเป็นคนแบบนี้ไง”   สาวผิวขาวอมชมพู ผมสีน้ำตาลสะท้อนแสงไฟในห้อง พูดขึ้นมาพร้อมมองมาทางคนข้างกายก่อนจะก้มลงกดจมูกลงที่แก้มขาวเนียนซึ่งคนถูกหอมก็ได้แต่ทำหน้าเอือมๆอย่างที่เคยทำ   .   .   .   กลับมาปัจจุบันเสียงคนขี้เล่นที่ดังก้องในหัว ภาพที่คนขี้แกล้งหอมแก้มเธอเหมือนหยอกล้อเมื่อหลายวันก่อนกับทวิตเตอร์แฟนคลับในแท๊คที่บอกว่า....   .   .   .   คนของเธอไปจูบกับสมาชิกคนอื่น   .   .   .   “หวานๆ~”   เสียงหวานที่ดังขึ้นมาในห้องแต่งตัวก่อนที่จะมีอ้อมกอดของคนตัวสูงกว่าที่ชอบเล่นกับความรู้สึกของเธอ มันช่างน่าหงุดหงิดจริงๆ แต่เธอก็ทำได้แค่ค่อยๆแกะมือของเพื่อนเธอออกจากรอบเอว   สาวผมสีดำสนิท ดวงตากลมโต และรูปร่างเล็ก เธอเก่งทั้งเรื่องการร้อง การเต้น และการแสดง แม้แต่เรื่องการแบ่งเวลาก็ถูกคนรอบตัวชื่นชม แต่สิ่งที่คนอย่างตาหวานไม่เข้าใจคือความรู้สึกของคนตรงหน้า   ใบหน้ายิ้มกว้างของคนตัวสูงกว่าและดวงตากลมโตที่ตอนนี้ปิดลงจากการยิ้มจนตาหยี มันช่างน่ารักจนเธอทนไม่ไหว   มือของตาหวานยื่นออกไปจับที่แก้มสีขาวอมชมพูก่อนที่เธอจะ....   .   .   .   .   “โอ้ยๆๆ อย่าดึงแก้มเราสิ!” อรที่โดนดึงแก้มร้องเสียงหลงจนตาหวานที่ตอนนี้ปล่อยมือแล้วขำขึ้นมา   “ลงโทษ ที่ไปจุ๊บคุณกัปตันต่อหน้าคนอื่น” ตาหวานพูดเรียบๆแต่ทำให้อรที่กำลังกุมแก้มรีบหันหน้ามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าตกใจ   “ตาหวานเห็น....”   ดวงตาที่เบิกกว้างของสาวน้อยขี้แกล้งทันทำให้คนตรงหน้าแทบจะหลุดขำในเวลาปกติ แต่เวลานี้อารมณ์เคืองและโมโหของเธอมันมีมากกว่านั้น   “เราเห็นข้อความในทวิต” ตาหวานพูดขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบทำเอาคนขี้เล่นถึงกับยิ้มไม่ออก ใบหน้าของอรซีดลง ปากค่อยๆขยับเหมือนเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง   “อร” ตาหวานพูดน้ำเสียงเรียบๆและมองไปยังอีกคนที่ดูหวั่นใจก่อนจะพูดต่อ “อรบอกว่าเราเป็นของอร แล้วอรล่ะ? อรเป็นของใครบ้างคะ?”   คนตัวเล็กพูดจบก็เดินไปทางประตูเตรียมเดินออกจากห้องแต่งตัวแต่อรก็คว้าเอวของอีกฝ่ายมากอดก่อน   ตาหวานถูกดึงไปกอดจากด้านหลังอีกครั้งทำให้เจ้าตัวถึงกับสะดุ้งและหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกที่มีใบหน้าก้มซุกที่แผ่นหลังของเธอ ลมหายใจอุ่นๆที่สัมผัส มันชวนจั๊กจี้หัวใจแปลกๆ และคำพูดของคนขี้อ้อนที่ออกมาอย่างสำนึกผิดมันก็เกือบจะทำเธอใจอ่อน   “เราขอโทษนะ เราเป็นของเธอคนเดียวแหละ....อย่าโกรธกันนะ”       แต่อย่างที่ว่า....   แค่เกือบจะใจอ่อน.....       “ก็พูดแบบนี้ทุกที เธอคงไม่จริงจังกับใครซักคนจริงๆแหละ” ตาหวานพูดและหันหน้ากลับไปหาอรด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองเต็มอกแต่ว่า....   .   .   .   จุ๊บ!   .   .   .   ริมฝีปากที่ก้มลงมาหาอย่างรวดเร็วทันทีที่ตาหวานหันหน้าไปหา มือที่โอบรอบเอวที่แน่นขึ้นพร้อมความหอมหวานที่ไม่รู้จากลิปสติกหรือริมฝีปากของคนตัวสูง มันทำเอาคนตัวเล็กที่กำลังโมโห กลายเป็นรู้สึกตกใจเข้ามาแทนและหัวที่เคยคิดอะไรหลายๆอย่างก็โล่งไป หมด ไม่นานนักความร้อนที่ริมฝีปากก็จางลงไปก่อนที่จะกลายมาเป็นความร้อนบนใบหน้าแทนจนขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อคนขี้แกล้งถอนริมฝีปากออกพร้อมกับยิ้มมุมปากให้เธอ นิ้วโป้งที่ทาเล็บสีสวยทาบลงบนริมฝีปากที่เลอะลิปสติกเมื่อครู่และค่อยๆลูบไปข้างๆอย่างช้าๆคล้ายเช็ดปากให้อีกฝ่ายก่อนที่คนร่างสูงจะพูดต่อ       “กับเฌอ อรแค่พลาด แต่กับตาหวาน อรตั้งใจ...แล้วยังคิดว่าอรไม่จริงจังกับใครซักคนอีกรึเปล่า?” คำพูดของสาวผมสีน้ำตาล แม้รอยยิ้มที่ส่งมาจะดูขี้เล่นเหมือนเคยแต่เมื่อมองไปยังดวงตากลมโตนั้นมันช่างแฝงด้วยความจริงจัง จน....   .   .   .   เพี้ยะ!   .   .   .   “พูดอะไรของเธอน่ะ ไม่คุยด้วยแล้ว และห้ามทำแบบนี้กับคนอื่นอีกล่ะ!” ตาหวานผละอีกฝ่ายและตบใบหน้าขาวเนียนของคนตรงหน้าก่อนจะตะโกนต่อว่า แต่ใบหน้าแดงๆของเธอมันทำให้คนที่โดนตบแทนที่จะเจ็บและโมโหหรือเสียใจ แต่กลับยิ้มกว้างและพูดตอบกลับทันที   “แต่ทำกับตาหวานได้ใช่ไหม?”   “นี่อร....ไม่คุยด้วยแล้ว!” ตาหวานพูดจบก็เดินหนีออกห้องแต่งตัวไป ปล่อยคนขี้แกล้งอมยิ้มอยู่ในห้องแต่งตัวคนเดียว ก็ใบหน้าของตาหวานมัน...   “หน้าแดงไปถึงใบหู...แบบนี้นี่มันอะไรนะ”   อรพูดเบาๆก่อนจะยิ้มออกมาก่อนจะเติมหน้าเพื่อกลบรอยแดงห้านิ้วจากคนที่เพิ่งจะออกจากห้องไป พูดได้ว่าลงโทษแค่ตบจนแก้มแดงไปหลายชั่วโมงก็คุ้มนะกับการได้เห็นคนตัวเล็กของเธอเขินอายแบบนั้น   อรแต่งหน้าเสร็จก็ถึงเวลาที่นั่งเล่นโซเชียลรอเวลา แต่ไม่รู้เธอคิดผิดหรือคิดถูกนะ คิ้วเรียวค่อยๆขมวดเป็นปม ดวงตาหรีด้วยความไม่พอใจก่อนที่......   .   .   .   “เมื่อกี้หวานๆว่าอร....แต่เธอกลับ....เดี๋ยวเจอกันคราวหน้าต้องลงโทษกลับบ้างล่ะ!”   อรพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจก่อนจะลุกออกไปพร้อมถือมือถือที่ยังเปิดค้าง รูปตาหวานกับสาวหมวยหรือเมมเบอร์ที่แมนที่สุดในวงกำลังนั่งจ้องหน้ากันอย่างหวานแหววจนเธอถึงกับอารมณ์เสีย   แต่ไม่รู้อรจะไปโวยวายได้หรือถูกเมินกันแน่นะ   _____________________________________________________________________________________ Talk : กราบเรียนผู้อ่านทุกท่านและขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ ฟิคนี้ต้องขอขอบคุณคุณเพื่อนที่ช่วย QC ตรวจคำผิดให้ก่อนนำมาลง และสาเหตุในการเกิดฟิคก็คือเป็นฟิคกันเรือแตกค่ะ 55555 หลังเราได้ยินข่าวในทวิตว่ามีโมเม้นลับเกิดขึ้นหวั่นใจในเรือของเราทั้งสองลำคือ #อรตาหวาน และเรือ #เฌอสิค ทำเอางานด่วนก็มา ยังไงฝากติดตามต่อเพราะว่านอกจากฟิคนี้ยังมีฟิคต่ออีกอันซึ่งกำลังจะมาเร็วๆนี้ พูดว่าฟิคกันเรือแตกเชื่อว่าทุกคนต้องรู้ว่าเป็นคู่ไหนต่อแน่ๆ โปรดติดตามด้วยค่ะ      
  8. ที่พูดมาด้านบนทั้งหมด.....พี่รู้หมดแล้วค่ะ 5555  เอาเข้าเรื่อง กริ๊ดดดด มิคมาเม้นด้วยล่ะ ไม่นึกว่าจะล็อคอินมาเม้นเลย กราบขอบพระคุณค่ะ //เวอร์ไปล่ะ// ปัญเป็นของทุกคนแต่ก็ไม่กล้าเล่นกับใคร เหมือนกลัวเจนนิษฐ์ดุไงไม่รู้ 555 เรื่องฟิค BNK48 หวังว่าจะมีคนมาแต่งเพิ่มเหมือนกัน รอคอยเลยย
  9. 55555 ทางนี้รอคนเปิดเหมือนกันค่ะ โอชิแม่อรเยอะดีใจจัง หวังว่าจะมีคนมาเปิดฟิคบอคเพิ่มนะเนี่ย ปล.ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
  10.   55555 เตือนว่าฟิคอาจจะไม่ฟินมากนะคะ เพราะเราออกรีบๆแต่งก่อนหมดฟิลลิ่ง 😂 เรื่องฟิคไทย ฟิคต่างประเทศ เราว่าเหมือนกันแหละค่ะ ไม่ต้องคิดมาก มันจะลำบากตรงที่คิดว่าจะใช้ชื่อจริงหรือชื่อเล่นตัวละครดี แต่ถ้าส่วนอื่นก็ไม่มีปัญหา  ที่เราว่าหลายคนยังแต่งไม่ออกน่าจะเกี่ยวกับที่ยังไม่มีอะไรให้ฟินสุดๆมากกว่า ปล.นี่น้อยใจนิดๆเรื่องอรตาหวาน บางทีอาจจะต้องเปลี่ยนคู่ ถึงอรๆจะอยากจิ้งกับตาหวานมากแต่ตาหวานดูไม่เล่นด้วยเลย //ร้องไห้ 😂// รอใครซักคนมายอมเล่นกับอรดีกว่า
  11. รู้สึกไม่ดีที่ดองคอมเม้นแฟนฟิคไงไม่รู้เลยมาตอบกลับ อันดับแรกขอโทษทุกคน  และขอตอบกลับรายคนนะคะ   ขอบคุณค่ะ ดีใจที่ฟินนะคะ 
  12. [Fic] No Signal (Mayuki) Ep.0 UP 18-05-17

    ถูกแล้วยูกิริน นั่นคือยายวาตานาเบะ....มายุ //แอร๊ก โดนมายุถีบ 5555 น่าติดตามดีค่ะ รอติดตามตอนต่อไปนะคะ
  13. ขอตอบคอมเม้นและขอบอกว่าเราแอบแก้คำนิดหน่อยพอดีไปคุยกับคนที่ชิพคู่นี้เหมือนกันเขาบอกเราใช้คำแทนชื่อแต่ละคนผิด ฮา น่าอายจริงๆ เอาล่ะก่อนอื่น กราบขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่าน หลงกดเข้ามา และขอบคุณอย่างสุดซึ้งกับคนที่เม้นทั้งสองคน ฮรืออ นึกว่าจะเป็นฟิคร้างแล้ว ขอบคุณจริงๆค่ะ เอาล่ะมาเริ่มตอบกลับทีละคนนะคะ   สมาชิกคนอื่นติดภารกิจส่วนตัวกันซะส่วนใหญ่ค่ะ บางคนก็ผันตัวไปเป็นนักเขียนที่ไม่ยุ่งกับฟิคแล้วก็มี ฮา แต่ทั้งหมดมันเริ่มจากสมาชิกเมมเก่าๆแกรดกันเยอะด้วย ยังไงขอบคุณที่รอติดตามนะคะ 
  14. [Oneshot-BNK48] Live is dangerous [PunJennis] ค่ำคืนอันเงียบสงบ สาวหมวยผิวสีน้ำผึ้งรูปร่างบางค่อยๆเปิดประตูห้องพักถูกผลักให้เปิดด้วยเสียงที่เบาที่สุดที่จะทำได้ ผมไฮไลท์สีเข้มกำลังชุ่มด้วยเหงื่อจากการวิ่งกลับห้องพัก แต่เหตุผลที่เธอค่อยๆเปิดประตูเหตุผลง่ายๆคือ.... กลัวคนในห้องตื่น.... แต่เหมือนว่า..... เธอจะคิดผิดเพราะ..... ‘มืดจัง แบบนี้สงสัยจะนอน....’ สาวผิวสีน้ำผึ้งคิดในใจและมองไปในห้องที่มืดมิดไร้แสงไฟ แต่ไม่ทันที่เธอจะคิดต่อ ทันทีที่ขาของเธอก้าวเข้าห้องนอนไปก็เหมือนถูกใครบางคนในห้องฉุดดึงเข้าไปในห้องจนประตูถึงกับปิดเสียงดัง ปึง! “ฮะ..เฮ้ย...อุ๊บ...” สาวหมวยร้องเสียงหลงก่อนที่จะตกอยู่ในความเงียบเมื่อถูกปิดปากด้วยมือนุ่มๆของคนในความมืด กึก... ประตูห้องถูกล็อคโดนที่คนที่ถูกกระทำกำลังยืนตัวแข็งพิงประตู เหงือที่ผุดที่ใบหน้าแสดงถึงความตื่นกลัว ดวงตาเบิกโตขึ้น 2 มิลลิเมตรด้วยความตกใจ แต่ก็จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงก็ตรงหน้าเธอคือ...คนที่เธอกลัวว่าจะเจอในคืนนี้หนิ “ทำไมต้องแอบเข้ามาด้วยล่ะ?” น้ำเสียงนิ่งเรียบ ใบหน้าคมสวยที่จ้องมาและดวงตากลมดำที่ไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้ากำลังคิดอะไรอยู่ เจนนิษฐ์คือชื่อของคนตรงหน้า เธอเป็นสมาชิกวงเดียวกับเธอเป็นเพื่อนสนิทในวง เป็นรูมเมท และเป็น.... “ทำอย่างกับ.....คนที่แอบไปมีกิ๊กแล้วกลัวแฟนจับได้แน่ะ” คำพูดเรียบๆของคนตัวเล็กกว่าทำเอาสาวหมวยที่มีนามว่าปัญถึงกับพูดไม่ออก เธออุส่าระวังตัวตอนไลฟ์สดแล้วแท้ๆแต่ก็โดนน้องเล็กของวงขโมยหอมแก้มจนได้ “ว่าไง...ให้โอกาสอธิบายฉันง่วงนอนแล้ว” เจนนิษฐ์พูดและปล่อยมือออกจากปากของปัญ แต่ถ้าสายตาที่ปรับการมองในความมืดของปัญไม่ได้พลาดเธอเห็นคิ้วเข้มของคนตรงหน้าขมวดเล็กน้อยทำเอาเธอหวั่นใจนิดๆว่าคุณแฟนจะเข้าใจผิดจริงๆ อ่านไม่ผิดหรอกเพราะทั้งคู่เป็นคู่จิ้นกันจะเป็นแฟนกันก็คงไม่แปลก(?) “คือ...โอตะขอซัทจังให้จุ๊บฉัน แล้วฉันก็ไม่ได้เต็ม....” “ไม่ใช่เรื่องนั้นสิ!” เสียงดุๆของเจนนิษฐ์ทำให้ปัญสะดุ้ง ไม่น่าเชื่อว่าพวกเธอจะอายุเท่ากัน และปัญที่เรียนข้ามชั้นจะเกรงกลัวสาวหน้าคมตรงหน้ามากขนาดนี้ “เออ...แล้ว.....ให้อธิบายเรื่องอะไรล่ะ” ปัญพูดเสียงแผ่วเบาและก้มหน้าลงด้วยความกลัวว่าคนตรงหน้าจะโกรธเธอ ใบหน้าปัญที่สำนึกผิดมันดูน่าแกล้งดีแต่เจนนิษฐ์ยังไม่มีอารมณ์แกล้งนักจึงถอนหายใจเบา “เฮ้อ เอาเถอะ ฉันไปนอนแล้ว” เจนนิษฐ์ถอนหายใจและหมุนตัวจะเดินไปนอนแต่ไม่ทันที่จะก้าวเดินก็มีอ้อมกอดจากคนขี้อ้อนด้านหลังทันที “ปัญ....” เจนนิษฐ์เรียกชื่อของคนที่กอดเธอและเอามือมาจับมือปัญให้ปล่อยอ้อมกอดแต่ปัญกลับกอดแน่นขึ้นจนใบหน้าของคนหน้านิ่งเริ่มขึ้นสีชมพูระเรื่อ “ขอโทษนะ....” ปัญพูดเสียงอ่อน แผ่วเบา ราวกับว่ากระซิบแม้จะไม่ได้อยู่ข้างหูของคนในอ้อมกอดแต่ในห้องที่เงียบสนิทแบบนี้ก็ไม่แปลกที่จะได้ยินอย่างชัดเจน “ขอโทษเรื่องอะไรล่ะ?” เจนนิษฐ์พูดขึ้นมาโดยไม่หันไปมองปัญ แต่ก็....จะหันไปได้ยังไงในเมื่อใบหน้าของเธอกำลังขึ้นสีแดงเป็นลูกมะเขือเทศแบบนี้ “ไม่รู้....แต่ดูแกจะโกรธฉันอยู่ ฉันก็เลยขอโทษก่อน” คนร่างสูงกว่าพูดขึ้นและเอาหน้าซุกที่แผ่นหลังของคนตรงหน้าคล้ายว่ากำลังง้ออีกฝ่ายเต็มที่ แต่จะรู้ตัวไหมว่าจมูกเล็กๆและริมฝีปากที่แตะโดนแผ่นหลังผ่านชุดนอนบางๆมันทำเอาคนที่หน้าแดงร้อนมากกว่าเดิมไปอีก “แกนี่นะ....ไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไรแล้วจะขอโทษมันไม่ได้หรอกนะ” เจนนิษฐ์พูดก่อนจะหันมาหาปัญที่มองเธอด้วยสีหน้าสำนึกผิดราวกับลูกหมาน้อยเวลาอ้อนขอเล่นด้วย “แล้วให้ฉันทำยังไงล่ะ?” เด็กน้อยที่กำลังสำนึกผิดพูดและทำหน้าตาสลดลง แต่มันทำให้เจนนิษฐ์ที่กำลังจะดุปัญถึงกับเผลอยิ้มออกมาและค่อยๆก้มลงมาหาคนตัวสูงกว่าที่กำลังมองเธออยู่...... “ให้ฉันบอกให้ไหม ว่าแกผิดอะไร?” เจนนิษฐ์พูดจบก็เหมือนคนตรงหน้าจะเผลอคล้อยตามและพยักหน้าทันทีจนคนเจ้าเล่ห์ถึงกับยิ้มมุมปากและค่อยๆก้มหน้าลงไปใกล้อีกฝ่ายที่ดูยังมึนงง แต่ไม่นานนักก็ต้องตกใจเมื่อ.... จุ๊บ! “อ๊ะ!” ปัญร้องเสียงหลงเมื่อริมฝีปากที่แสนนุ่มนวลประทับที่หน้าผากของเธอพร้อมความร้อนที่เพิ่มขึ้นมาจนใบหน้ากลายเป็นสีแดงไปถึงใบหู แต่ถ้าเธอสังเกตเห็นจะเห็นว่าคนที่ถอนจูบไปก็มีใบหน้าสีเดียวกับเธอ “หน้าผากนี้.....” เจนนิษฐ์พูดขึ้นทำให้ปัญนึกถึงรุ่นพี่ในวงที่ขี้แกล้งที่มาจุ๊บของเธอหลายครั้งทันที แต่ไม่ทันที่จะคาดโทษอะไร เธอก็ต้องสะดุ้งเมื่อเจนนิษฐ์ก้มลงไปจูบที่เส้นผมของเธอและพูดต่อ “เส้นผมนี้....” สาวหน้าคมพูดก่อนจะยกมือข้างขวาประคองแก้มสีแดงระเรื่อและลูบเบาๆก่อนจะก้มลงจูบเบาๆที่แก้มสีแดงจนมันร้อนมากกว่าเดิม “.....แก้มนี้ด้วย แกจะให้ทุกคนจูบไปทั่วไม่ได้นะ” เจนนิษฐ์พูดจบก็ทำหน้านิ่งเหมือนทุกครั้ง แม้ว่าคนตรงหน้าจะอายุเท่ากันแต่ตอนนี้ดูราวกับว่าเป็นเด็กน้อยในกำมือของเธอที่ไม่ว่าพูดอะไรก็คล้อยตามไปหมด “แต่แกกำลังทำอยู่หนิ” ปัญพูดออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆราวกับเด็กไร้เดียงสายิ่งทำให้เจนนิษฐ์นึกขำขึ้นมา “ฉันทำได้สิเพราะแกเป็นแฟนของฉันคนเดียว เข้าใจแล้วก็ไปนอน โอเคไหม?” คำถามนั้นดูจะไม่ได้ต้องการคำตอบเมื่อคนถามคำถามหันหลังและรีบเดินไปที่เตียงนอนแต่ไม่ทันที่จะถึงเตียงนอนเธอก็ต้องตกใจที่คนที่เธอเพิ่งจะแกล้งคว้าข้อมือของเธอไว้ให้หันไปหา แต่ก็ตกใจกว่าเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเดินมาอยู่ในระยะประชิดจนแทบจะตัวติดกันขนาดนี้ “เออ....ปัญ.....” ไม่ทันที่เจนนิษฐ์จะพูดจบปัญก็โอบเอวอีกฝ่ายและดึงคนตรงหน้ามาประทับริมฝีปากทันที ริมฝีปากที่สัมผัสกันอย่างแผ่วเบา ดวงตาที่สะท้อนภาพของเธอ และรอยยิ้มที่เหมือนสนุกที่เห็นหน้าตาตกใจของเธอมันทั้งชวนหมั่นไส้และเขินไปด้วย “ห้ามหมดแต่ไม่ห้ามตรงนี้เพราะรู้ว่าฉันจะยอมให้....แค่กับแกคนเดียวใช่ไหม?” ปัญพูดขึ้นมาและเอานิ้วโป้งข้างซ้ายแตะที่ริมฝีปากของเจนนิษฐ์พร้อมมือที่ประคองแก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ แต่ก่อนที่เจนนิษฐ์จะพูดอะไรต่อหรือเถียงอะไรปัญก็รีบเดินไปนอนที่เตียงตัวเองและคลุมโปงทันที “ง่วงแล้ว ฝันดีนะ” ปัญรีบพูดทันทีจนคนที่โดนแกล้งกลับถึงกับโต้ตอบไม่ทันและได้แต่ข่มตานอนแม้จะหงุดหงิดและร้อนที่ใบหน้าจากการกระทำของอีกฝ่ายจนอาจจะนอนไม่หลับ แต่เธอจะรู้ไหมว่าปัญเองที่หนีไปนอนนั้นก็..... ‘ไม่น่าแกล้งกลับเลย’ ปัญบ่นในใจและหน้าแดงก่ำด้วยความอาย บางทีคืนนี้พวกเธออาจจะได้นอนอีกทีตอนเช้าของวันนี้ก็ได้ แต่บทเรียนของวันนี้คงจะเป็น.... ‘บางทีไลฟ์สดนี่....ก็น่ากลัวจังแฮะ....’ ________________________________________________________________________________________ Talk : ทักทายผู้อ่านทุกท่าน เราเคยบอกจะเลิกแต่งฟิคสุดท้ายก็ไม่หายไปซักที เอวังเหมือนยาเสพติดตัดไม่ขาดอะไรพวกนี้เลย เอาเป็นว่าบ่นมาเยอะข้ามมันไปเถอะ ฮา วันนี้ลงตอนสั้นๆให้อ่านจากความฟินชั่วขณะของเราแถมประเดิม BNK48 ในบอร์ดนี้คนแรกรึเปล่าหนิ จริงๆเราอยากเขียนอรปัญเจนนิษฐ์ คู่ 3P แต่เกรงใจรอเรื่องอื่นแล้วกันค่ะ //ยังจะเขียนอีก ฮา// ถึงจะสั้นไปหน่อยแต่หวังว่าจะฟินไม่มากก็น้อย ใครชอบยังไงอ่านแล้วสนุกแสดงความคิดเห็นติชมกันได้นะคะ หวังว่าจะชอบกัน ยังไงก็ขอบคุณที่มาอ่านกันนะคะ เจอกันโอกาสหน้าค่ะ \(‘v’)/ ปล.ใครมีโอชิคนไหนบ้างเราน้องอรเป็นโอชิเมมของ BNK48 ค่ะ แต่นก 2shots เรียบร้อย (;-;)
  15. จุดพลุ!!! ไหแตกแล้วสินะคะ เย่ พี่เน่พามิ้วไปบ้านจะทำไรมิ้วคะ แหม อยากพาไปเพราะจะให้ล้างตัวรึว่าอยากอยู่ใกล้ๆนะ...หุหุ //หลบเกิบ จริงตอนอ่านจบอยากพิมพ์ว่า ไอ้ปีศาจแสบ ! แผนสูงนะไม่อยากแต่งงานก็เนียนหนีไปเมือนมนุษย์เลย 5555 งานนี้มีเฮแน่ แถมเฮียเริ่มรุก จะรอดูนะว่าใครจะเป็นสัตว์เลี้ยงใครแน่ แมงมุม หรือมนุษย์กันนะ ปล.ไรท์คะ แมงมุมนี่ถ้าแต่งงานจะกินตัวผู้หลังผสมพันธ์ุแต่อย่าให้จูกินเฮียนะคะ #เดี๋ยวมโนไปไหนเนี่ย 555