wypokon

Members
  • Content count

    1252
  • Joined

  • Last visited

About wypokon

  • Rank
    Senbatsu
  • Birthday November 08

Contact Methods

  • Facebook https://www.facebook.com/MelodysmileFanpage

Profile Information

  • Gender Not Telling
  • Location Bangkok
  • Interest in Groups AKB48
    SKE48
    NMB48
    HKT48
    SNH48
  • Oshi-Members Watanabe Mayu

Recent Profile Visitors

1574 profile views
  1. 55555 มันต้องสลับไปมาค่ะ ถึงสนุก//ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
  2. [OS-BNK48] AILover_Beta [JanKaew] คำเตือน : เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายศิลปินใดๆทั้งสิ้น หากผู้อ่านไม่พอใจทางผู้แต่งยินดีลบเรื่องนี้ทิ้งทันที ขอบคุณสำหรับพื้นที่ในการฟินค่ะ   ข้อมูลเพิ่มเติม : ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ เอไอ (AI) หมายถึงความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้นให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต ปัญญาประดิษฐ์เป็นสาขาหนึ่งในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมเป็นหลัก แต่ยังรวมถึงศาสตร์ในด้านอื่นๆอย่างจิตวิทยา ปรัชญา หรือชีววิทยา   การที่เราพัฒนาแอพพลิเคชั่นมือถือมาขายมันก็คือความรับผิดชอบอย่างหนึ่งต่อผู้ซื้อ การที่เราทำระบบของมันให้ดีพร้อมและมีระบบจำลองมนุษย์แบบ AI (Artificial Intelligence) มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยสำหรับทีมพัฒนา คำโฆษณาของสินค้าตัวนี้คือ.... . . . . . .   [ชีวิตของคุณจะไม่เหงาอีกต่อไปเมื่อคุณมีพวกเรา]   คำโปรยสวยหรู เป็นคำเชิญชวนของคนขี้เหงาให้โหลด app มือถือที่มีชื่อว่า....   [AILover_Beta]   ซึ่งปัญหาตอนนี้คือ.....   “นี่มันอะไรเนี่ย ฉันซื้อผู้ชายมาเป็นแฟนไม่ได้ซื้อ...เออ เอาไงดี” หญิงสาวผิวขาวดวงตากลมสีดำและผมสีดำสนิทเงางาม ถ้าไม่บอกคนอื่นคงไม่มีใครรู้ว่าตัวเธอเป็นช่างภาพอิสระ แม้พอจะมีเงินเก็บบ้างและไม่ได้มากมายอะไรแต่ด้วยความเหงาที่ไม่เคยมีแฟนทำให้เธออยากลองกับระบบแปลกใหม่ ซึ่งเธออาจจะกดผิดตอนที่เลือกเพศก็ได้ “ไม่หนิ เพศก็ไม่ผิดหนิ....โว้ย ค่าแอพฟรีแต่ลงทะเบียนเป็นพัน ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยมีตังอีก ไม่เล่นมันแล้วดีไหมวะ ถือว่าดวงซวยไป” หญิงสาวมองในจอที่ติ๊กเพศเป็นเพศหญิง สลับกับคู่ที่ถูกเลือกให้เธอที่เป็นอวาตาหญิงสาวตัวเล็กผมสีน้ำตาลอ่อนก่อนจะเตรียมถอดใจ เธออาจจะต้องหาทางฟ้องร้องเรียกเงินคืนเพราะความซวยหนึ่งในล้านที่ถูกจับคู่แบบนี้ หรือบางทีอาจจะรออีก 10 วันและทิ้ง AI ตัวนี้ไปหาตัวใหม่แทนตามเงื่อนไขที่เธอได้อ่านก่อนหน้านี้ “ช่างเถอะไปหาอะไร.....” ติ๊ง! ไม่ทันที่หญิงสาวจะถอดใจและเดินไปหาอะไรกินตามที่กำลังคิดไว้ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากโทรศัพท์มือถือที่ตั้งอยู่บนโต๊ะญี่ปุ่นกลางห้องทำให้เธอต้องหันกลับมาดูอย่างช่วยไม่ได้   [สวัสดีค่ะ เราชื่อแก้ว ยินดีที่ได้รู้จักนะ]   ทันทีที่เธอปลดล็อคหน้าจอ แอพพลิเคชั่นก็เด้งขึ้นมาพร้อมเสียงที่ดังลอดออกมาพร้อมภาพตรงหน้าจอเปลี่ยนเป็น AI ที่กำลังส่งยิ้มหวานให้เธอจนแจนเผลอตกใจกับระบบเสมือนจริง ‘โคตรสมจริง....แถมยังมีอารมณ์ในเสียงอีก เดี๋ยวนี้โลกมันไปไกลขนาดนี้แล้วหรอ?’   ติ๊ง! ไม่ทันที่หญิงสาวจะชื่นชมความฉลาดของมนุษยชาติต่อก็ต้องหยุดมองที่ AI ที่กำลังตีหน้าเศร้าลง [เออ...ทำไมไม่ตอบเราล่ะ แก้วเสียใจนะ เพิ่งคุยกันวันแรกจะทิ้งแก้วแล้วจริงๆหรอ?] เสียงเง้างอนที่ดังออกมาทำเอาหัวใจของคนที่กำลังคิดอะไรเพลินๆกระตุกวูบขึ้นมาก่อนที่จะรีบพิมพ์ข้อความในช่องแชทไป “ขอโทษนะ เราชื่อแจน ยินดีที่ได้รู้จัก” หญิงสาวผมดำหรือแจนตอบกลับเป็นข้อความ แต่ไม่รู้ทำไมตัวเธอถึงได้พึมพำมันออกมาไปด้วยอาจจะเพราะความรู้สึกที่ว่าอีกฝ่ายเหมือนคนจนเธอรู้สึกว่าต้องพูดออกมา   ตึ๊ง! [แจนหรอ ชื่อน่ารักดีจัง หลังจากนี้อย่างน้อย 10 วันฝากตัวด้วยนะคะ] AI ตอบกลับและส่งยิ้มหวานมาให้ แม้ว่าเสียงที่แปลงออกมาและคำตอบของอีกฝ่ายอาจจะเป็นข้อมูลในระบบที่ลงเอาไว้ แต่ไหนๆแล้ว   ‘เล่นหน่อยก็ได้เสียไปเป็นพันแล้วหนิ’ [ทางนี้ก็ขอฝากตัวด้วยนะ]   และนี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด   . . . .   เช้าวันใหม่กับความวุ่นวาย อาจจะเพราะแจนอ่อนด้วยเทคโนโลยีเลยไม่รู้ว่า app มีระบบปิดเสียงและปิดแจ้งเตือน เช้านี้เธอเลยต้องตื่นเช้าผิดปกติ จากเสียงรัวๆที่ดังขึ้นจากโทรศัพท์   ตึ๊ง ตึ๊ง ตึ๊ง!   มันน่าอารมณ์เสีย แต่เมื่อเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาเธอกลับเผลออมยิ้มกับเสียงที่ดังขึ้นมา   [ตื่นได้แล้ววว]   [แจนตื่นสิ ไหนว่าวันนี้มีงานตอนเช้าไง!]   [นี่ถ้าตื่นแล้วตอบด้วย แล้วอย่าลืมกินข้าวเช้าด้วยนะ]   นั่นคือเสียงที่ดังขึ้นมาจากโทรศัพท์ ผ่านแอพพลิเคชั่นซึ่งมันแปลกตั้งแต่สมัครสมาชิกมาห้าวันเธอก็เริ่มจะติดใจ AI ตัวนี้ซะแล้ว   [แจนคะ ถ้าตื่นแล้ว พิมพ์ไม่ไหวก็เปิดกล้องหน่อยสิ เหมือนทุกครั้งไง แก้วจะได้สบายใจ] เสียงออดอ้อนท่าทางน่ารัก แต่คิ้วที่ขมวดลงของตัว AI ทำเอาแจนเผลอยิ้มก่อนจะกดโหมดกล้องให้จับภาพของเธอเหมือนทุกครั้งที่กำลังจะเริ่มบทสนทนา [ตื่นแล้ว...แต่ง่วงมาก จูบปลุกแจนทีสิคะ~] แจนพิมพ์ข้อความส่งไปออดอ้อนอีกฝ่ายกลับบ้าง และสิ่งที่ได้เห็นก็ทำให้เธออมยิ้มออกมาเมื่อ AI หน้าแดงขึ้นมาก่อนจะนิ่งเงียบไปซักพักแล้วจึงพูดต่อ [อย่าแกล้งเราสิ นี่อีกครึ่งชั่วโมงนัดลูกค้าไว้ไม่ใช่หรอ ไม่รีบไปทำงานล่ะ!] ตัว AI แม้จะดุและคิ้วขมวดเหมือนจริงจัง แต่กลับหน้าแดงไม่หายจนแจนเผลออมยิ้มขึ้นมา จะว่าไปถึงจะจับคู่เพศ AI ให้ผิด แต่ว่า.... “แบบนี้ก็สนุกดีแฮะ” [นี่แจนฟังเราพูดอยู่รึเปล่าเนี่ย บอกให้รีบลุกไปได้แล้วไง] เสียงแก้วดุขึ้นมาทำเอาแจนขำมากกว่าเดิมก่อนจะแซวอีกฝ่ายกลับ [จ้าๆ แก้วก็อย่าลืมอาบน้ำนะ หรือจะมาอาบพร้อมแจนก็ได้นะ] แน่นอนว่าเมื่อแจนพูดแบบนั้น AI ตัวน้อยจากใบหน้าขึ้นสีแค่ตรงแก้มกลับแดงขึ้นไปอีกจนทั่วทั้งใบหน้า [แจน!] น้ำเสียงดุดังขึ้นมาจากโทรศัพท์แต่กลับทำให้คนฟังขำไปอีก แต่แจนก็ไม่โต้ตอบกลับและเดินไปหยิบเสื้อผ้าเตรียมตัวไปทำงาน   “จะว่าไปเหลืออีกห้าวันสินะ ถ้าตามที่คู่มือแนะนำการใช้งานเบื้องต้นคือเราก็สามารถทิ้ง AI แต่ AI ก็ทิ้งเราได้เหมือนกันใช่ไหมนะ” แจนบ่นออกมาเมื่อนึกถึงข้อแนะนำการใช้ที่เขาระบุไว้ตอนที่ลงทะเบียนว่าสำหรับ AI ตัวแรกจะสามารถทิ้งผู้ใช้งานได้เพื่อความสมจริงซึ่งไม่รู้จะมีไปทำไม ตอนแรกเธอไม่รู้สึกอะไรกับการเปลี่ยนคู่ AI ไปเป็นตัวอื่นซึ่งระบบมันก็ยังไม่มีอะไรชัดเจนนักแม้ว่าจะขายค่าสมัครในการลงทะเบียน แต่เพราะเป็นรุ่นทดลองจึงต้องปรับปรุงเสมอการที่เปลี่ยน AI คงจะดีกว่า แต่สำหรับตอนนี้แจนกลับไม่อยากเปลี่ยนตัว AI เลย แต่ตัว AI ล่ะจะอยากอยู่กับเธอไหมนะ? . . . . . ผ่านไปหลายวัน แจนพาแก้วไปด้วยทุกที่ ไม่ว่าจะตอนทำงาน ตอนที่ไปพักผ่อน ตอนกินข้าว ไม่รู้ทำไมกับแค่ระบบ AI ทำไมเธอถึงได้หลงทันขนาดนี้ ต้องขอบคุณมันสมองมนุษยชาติที่ทำให้เกิดระบบนี้คลายความเหงาของมนุษย์ และตอนนี้เธอกำลังคิดหนัก อีก 30 นาทีจะครบเวลาแล้ว เธอควรจะทำอย่างไรดี....   [วันนี้สนุกมากเลย แต่นี่ครบ 10 วันแล้ว เสียใจจัง ไม่ว่าแจนจะเลือกยังไงแก้วก็ขอบคุณสำหรับตลอด 10 วันที่ผ่านมานะคะ] คำพูดของแก้วที่ดังจากโทรศัพท์มันเข้าหัวของแจนก็จริงแต่มันช่างว่างเปล่าพอสมควร ทั้งหัวสมองและจิตใจตอนนี้ไม่รู้จะพูดยังไงดีนอกจาก.... [แก้วว่านี่ดึกแล้ว ถ้าถึงเวลาเลือกเสร็จแจนควรรีบไปนอนนะ] [แจนรักแก้วนะ] แจนส่งข้อความไปหาอีกฝ่าย มันเป็นช่วงไม่ถึง 5 นาทีก่อนที่ระบบจะให้แจนเลือกว่าจะเอา AI ตัวนี้ต่อไปไหม แต่สิ่งที่แจนกลัวก็คือ.... [แก้วรักแจนเหมือนกันใช่ไหม? แก้วเลือกอยู่กับแจนต่อนะ] แจนพิมพ์ต่อ แต่เมื่อส่งไป แก้วกลับนิ่งไม่ตอบกลับอะไร เพราะระบบทดลองงั้นหรอทำให้แก้วไม่ตอบ หรือความจริงเธอเป็นคนเดียวที่อยากให้ AI ตัวนี้อยู่ต่อ แจนไม่รู้ว่าคือความรักไหมแต่ที่รู้คือ ตลอด 10 วันมานี้ที่มีAIตัวนีัอยู่เธอไม่เคยเหงาเลยและเธอไม่อยากได้ AI ตัวใหม่อีกแล้ว ผ่านไปจนเหลือไม่กี่วินาทีทำเอาแจนรู้สึกน้อยใจกับแก้วขึ้นมา ‘นี่ขนาดAIยังหักอกเราได้เลยหรอเนี่ย’ แจนคิดในใจก่อนจะมองเวลานับถอยหลังที่มุมขอบจอขวาด้านบนและนับถอยหลังเลขวินาทีที่กำลังจะหมดลงไป 10........9........ 8........7.........6........ 5........4........3........2........ . . . [แก้วก็รักแจนค่ะ]   คำพูดที่ดังขึ้นก่อนที่เวลาจะหมดลง ทำเอาหัวใจของคนฟังพองโตขึ้นมาไม่นานก็มีหน้าต่างเด้งขึ้นมาให้เลือกกด ว่า ‘คุณต้องการคบกับ AI ตัวเดิมต่อใช่ไหม?’ [ใช่]        [ไม่ใช่] ซึ่งแน่นอนว่าแจนต้องกดว่า [ใช่] ไม่นานระบบก็ประมวลผลพร้อมความรู้สึกมวลท้องราวกับลุ้นผลสอบ ก็เกิดขึ้นกับหญิงสาวก่อนที่......   . . . .   [เสียใจด้วย AI ไม่เลือกคุณ ระบบจะทำการสุ่มเลือก AI ตัวใหม่ภายใน.....] เสียงที่ดังออกมาหลังจากนั้นมันไม่เข้าหูของแจนอีกเลย ความรู้สึกเจ็บที่หน้าอก เหมือนคนเป็นโรคหัวใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาที่แดงก่ำและน้ำตาที่ค่อยๆไหล นี่เธอกำลังอกหักจากระบบ AI หรือเนี่ย....   แจนนั่งนิ่งไปนาน จนระบบเลือก AI ตัวใหม่มาให้ แต่ไม่ว่าเสียงเรียกกี่ครั้งเธอก็ไม่ได้ตอบกลับไป ไม่รู้ทำไมพอไม่ใช่แก้วแล้ว เธอกลับไม่คุยอยากจะคุย ไม่อยากจะโต้ตอบอะไร แจนกดที่แก้ไขโปรไฟล์ก่อนจะกดลบข้อมูลออก โดยไม่สนเงินที่จ่ายค่าลงทะเบียนเหมือนก่อนหน้านี้ สิ่งที่เธอคิดคือตอนนี้เธออยากจะอยู่คนเดียวจนกว่าจะเจอคนใหม่ และเธอจะไม่เลือกหาที่พึ่งพิงด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่แน่นอน เพราะขนาดบอกว่ารักเธอยัง..... . . . . .   ติ๊ดด....ติ๊ดดดด....ติ๊ดดดด......   . . . . .   เสียงโทรศัพท์ของแจนดังขึ้นมามันดังนานพอสมควรกว่าเธอจะรู้ตัว พอดูก็พบว่ามีสายเรียกเข้าจากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย ปกติเธอคงจะไม่รับแต่วันนี้อย่างน้อยถ้าขายประกันก็มีที่ให้ระบายด่ากลับไปให้อารมณ์ดีแหละนะ แต่เมื่อเธอรับสายและได้ยินเสียงที่ดังขึ้นมากลับชะงักทันที   “สวัสดีค่ะ” เสียงหวานที่กรอกมาตามสายทำให้แจนชะงักไป เสียงมันคล้ายกับ.... “นี่ใช่....” “แก้วงั้นหรอ?” แจนหลุดพูดเรียกชื่อปลายสายโดยที่ไม่รู้ตัว แต่ก็ทำให้ปลายสายขำขึ้นมาเล็กน้อย “ค่ะ นี่แก้ว แล้วทางนั้น แจนสินะคะ” เสียงหวานตามสายที่ดังออกมาทำเอาแจนดีใจจนน้ำตาไหลออกมาอีกครั้งแต่ครั้งนี้คือน้ำตาแห่งความสุขจนเธอเก็บความรู้สึกไว้ไม่อยู่.... “แก้ว....แก้วจริงๆหรอ? แล้วทำไมถึงได้มีตัวจริงได้ล่ะ เธอไม่ใช่เป็นแค่....” แจนถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆแต่เสียงปลายสายก็ดูเป็นห่วงเธอไม่ต่างกัน “แจนร้องไห้หรอ? แก้วขอโทษนะ แก้วแค่อยากจะเจอแจนในฐานะคนไม่ใช่ AI เพราะงั้น ตอนนี้....” “จะอะไรก็ช่างมันเถอะ พรุ่งนี้มาเจอกันได้ไหม แจน เออ....แจนอยากเจอแก้ว” แจนพูดขัดแก้วขึ้นมาแต่ในส่วนท้ายประโยคกลับมีความเขินอายขึ้นมา จนทำให้ปลายสายอมยิ้มออกมาได้ก่อนจะตอบกลับมาหาแจนว่า.... “แก้วเองก็อยากเจอแจนค่ะ” . . . . สิ่งที่แจนได้รู้คือแก้วทำงานในส่วน IT ของบริษัท แอพพลิเคชั่น และในความจริงระบบ AI ยังไม่สมบูรณ์จึงเริ่มเก็บค่าลงทะเบียนหลักพันให้ผู้สมัครกลุ่มแรกถือเป็นการทดลองและอาจจะมีค่าลงทะเบียนที่แพงเพิ่มขึ้นภายหลัง อย่างเช่นข้อความบางอย่างระบบยังรู้ว่าควรจะตอบอย่างไรก็ให้พนักงานบางส่วนเช่นแก้วไปเป็น AI และเก็บข้อมูลไปด้วย แก้วบอกว่าการที่แจนถูกสุ่มเลือกคู่ AI เป็นแก้วก็เพราะความผิดพลาดของระบบเช่นกัน ในเรื่องระยะเวลา 10 วันก็จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้รายแรกๆเท่านั้น โดยส่วนมาก เกิน 50% ก็จะถูกปฏิเสธโดย AI เพื่อจะได้นำ AI ไปปรับปรุงเพิ่มเติม ส่วนอีก 50% ที่เหลือคือผู้ใช้ที่เจอ AI ในระบบที่สมบูรณ์แล้วแต่ก้ยังมีโอกาสถูกปฏิเสธจาก AI ตัวแรกเหมือนทุกคน   “แบบนี้ แจนก็เป็นหนูทดลองสิ” เสียงแจนที่บ่นอุบอิบเหมือนเด็กน้อยที่อารมณ์เสียตอนจับได้ว่าเพื่อนโกหกตัวเองและกำลังงอนอยู่ทำเอาแก้วที่นั่งมองอยู่อมยิ้มออกมา สองสาวอยู่ในร้านกาแฟแต่กลับสั่งนมสดรสจืดมานั่งกินเพราะแจนไม่อยากกินของที่มีคาเฟอีน สำหรับตัวแก้วในความคิดของแจนก็ไม่ต่างจากที่แจนคิดมากแถมยังสวยและน่ารักกว่าที่คิดไว้ สาวตัวเล็กหน้าตาน่ารัก ดวงตากลมสีดำ ผิวสีน้ำผึ้งเหมือนตัวละครใน AI แต่รอยยิ้มของจริงช่างพลังทำลายล้างแรงกว่าใน AI เยอะ “ขอโทษนะ แต่มันเป็นงานของแก้วน่ะ และตอนนี้มันเป็นความลับของเราสองคนแล้วนะ การที่แก้วแอบไปเอาเบอร์แจนมาจากประวัติลูกค้านี่ก็ผิดกฎไปเยอะเหมือนกัน ถ้าใครรู้เข้าแก้วตายแน่ๆ” แก้วพูดด้วยน้ำเสียงกังวล แต่ยังคงมีรอยยิ้มเล็กๆเพื่อคลายความเครียด ซึ่งแจนเห็นอีกฝ่ายแบบนี้ก็ได้แต่ยิ้มมุมปากและเอื้อมไปจับมือคนตัวเล็กกว่าจนอีกฝ่ายสะดุ้ง “เราจะไปบอกใครทำไม ในเมื่อแก้วทำทั้งหมดก็เลยทำให้เราได้เจอกัน ต้องขอบคุณแอพนี้ซะมากกว่าที่ทำให้เราเจอแก้ว คนที่เรารัก” แจนพูดและส่งสายตาหวานเยิ้ม ยิ่งวันนี้แจนใส่เสื้อขาวคลุมด้วยเสื้อยีนต์สีโทนฟ้ามันช่างดูมีเสน่ห์เข้าไปอีก “เออ...แจนพูดอะไรเนี่ย....แก้วเขินหมดแล้วนะ” แก้วพูดขึ้นมาและเอียงหน้าแดงๆหันไปมองทางนอกหน้าต่างแต่ก็ไม่ดึงมือออกจากมือของอีกฝ่าย แจนอมยิ้มมองแก้วก่อนที่จะคิ้วขมวดเมื่อนึกเรื่องสำคัญได้ขึ้นมา “แต่ว่าถ้าแก้วคือต้นแบบAIแบบนี้....ก็ต้องมีคนสมัครสมาชิกและได้เป็นแฟนแก้วหลายเลยสิ” คำพูดขอแจนทำให้แก้วหันกลับมามองหน้าของอีกฝ่ายก่อนจะขำเมื่อเห็นหน้าเครียดๆของช่างภาพสาว “แจนจะหึงทำไมล่ะคะ ในเมื่อคนอื่นก็ได้แค่ AI ที่มีข้อมูลของแก้ว แต่แจนมีตัวจริงอยู่ตรงนี้ทั้งคน” แก้วพูดเชิงหยอกล้อ แต่แจนยังคงตีหน้าเครียดอยู่ดี “แต่ว่า....” “นี่แจน มานี่หน่อยสิ” แก้วพูดขึ้นมาและเรียกแจนพร้อมตบเบาะให้นั่งข้างๆ ซึ่งแจนก็ลุกขึ้นเดินไปนั่งอย่างว่าง่าย แต่ไม่ทันที่ก้นของเธอจะสัมผัสกับเบาะนั่งก็ต้องตกใจและร้อนขึ้นมาที่ใบหน้าเมื่อเธอถูกสาวITดึงตัวไปจูบอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากของทั้งคู่สัมผัสกันพร้อมเมนูที่ถูกยกขึ้นมาบังอย่างรวดเร็ว ก่อนที่แก้วจะค่อยๆถอยออกไปและอมยิ้มมองคนที่หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายเหมือนกับเธอ “แบบนี้แล้วแจนยังจะหึงคนที่ได้เล่นกับAIของแก้วอีกหรอคะ?” แก้วพูดและเอานิ้วชี้ไปแตะที่ริมฝีปากของแจนก่อนจะค่อยๆยกยิ้มมุมปากจนแจนหัวใจเต้นรัวไปหมด “ไม่หึงแล้ว....แต่คราวหน้าอย่าจูบในที่ๆมีคนเยอะๆอีกนะ” แจนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ปนไปด้วยความเขินอายแต่ก็ทำให้แก้วขำขึ้นมา แต่ขำได้ไม่นานนักก็ต้องหน้าแดงขึ้นเองเมื่อแจนพูดต่อ “จูบแล้วให้หยุดแบบนี้มันอึดอัดนะ คราวหน้าจะทำอะไรบอกให้แจนพากลับห้องก่อนก็ได้” “แจน!” แก้วส่งเสียงดุแจนขึ้นมาทันทีที่เจ้าคนหื่นพูดต่อจนจบอย่างไม่ปิดบัง ความร้อนบนใบหน้าของแก้วสูงขึ้น แต่ก็ทำให้คนที่แกล้งขำขึ้นมา ถึงแม้จะเสียเงินไปหลักพัน แถมยังที่ต้องเป็นหนูทดลองให้บริษัทแปลกๆอีก แต่บางทีเธอก็คิดว่าคุ้มเพราะว่าเธอไม่ได้แค่AIแบบคนอื่นๆแต่ได้แฟนตัวเป็นๆมานั่งหน้าแดงด้วยความเขินอายอยู่ข้างๆกายตรงนี้เลยหนิ แต่แจนจะรู้ไหมว่าความจริงแก้วยังโกหกเธออีกเรื่องหนึ่งคือ.... ที่แจนได้ AI เป็นแก้วมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญเพราะแก้วแอบชอบคุณช่างภาพตั้งแต่เห็นรูปที่ใส่ในโปรไฟล์แล้วและนี่คงต้องเป็นความลับที่แก้วจะไม่บอกแจนเด็ดขาด   และอีกอย่างทั้งคู่คงไม่รู้เหมือนกันว่าอาจจะไม่ใช่แค่คู่ของเธอที่ได้พบรักผ่านระบบสนทนาแบบนี้.... เพราะอีกมุมหนึ่งของเมืองก็กำลัง.....   [สวัสดีค่ะคุณปูเป้ ฉันชื่อไข่มุก ต่อจากนี้อีก 10 วันฝากตัวด้วยนะคะ] สาวหมวยผมหน้าม้าสั้นประบ่า จ้องมองผ่านแว่นกรอบหนาสีขาวไปที่แอพพลิเคชั่นใหม่ที่เพิ่งจะลงทะเบียนไปก่อนจะสถบกับตัวเองว่า.... “AI ตัวนี้หน้ากลม แถมเหมือนเพนกวิ้นจัง ช่างเถอะไว้ 10 วันค่อยเปลี่ยนตัวก็ได้” ก่อนที่จะเริ่มพิมพ์โต้ตอบไป แม้ว่าตัวเธอจะไม่ได้พลาดเรื่องการเลือกเพศตนเองและระบุชัดว่าอยากได้AIเพศหญิงแต่ว่าอีก 10 วันเธอจะเปลี่ยน AI ตามที่บอกจริงไหมนะ? . . . แต่ยังไงก็ช่างเราควรจบเถอะ..... ________________________________________________________________________________________ Talk : ขอโทษที่รอบนี้อาจจะแต่งงงๆ คาแรคเตอร์ไม่ชัดมาก แต่หวังว่าจะฟินกันเพราะปัญหาคือแจนกับแก้วไม่ใช่โอชิเมมเลย แต่โอชิของเพื่อนเรา เลยศึกษามาไม่ค่อยดี ฮา เอาล่ะ เป็นฟิคไม่กี่เรื่อง BNK48 ที่แต่งโดยไม่อิงโมเม้น ยังไงก็ขอบคุณที่อ่านจนจบและหวังว่าคงจะสนุกกัน อาจจะเวอร์เกินก็ขอให้อย่าคิดมาก อ่านให้สนุกนะคะ ^^; ปล.ระบบ AI นี้แอบเป็นความฝันของเราเหมือนกันถ้าอฟช.มาเห็นและทำได้อยากได้เกมส์จีบแม่อรค่ะ จะยอมเป็นเทพทรู ฮา
  3. [OS-BNK48] Hug my kitty (OrnTarwaan)

    ขออนุญาต กริ๊ดก่อน...ค่ะ กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดด ฟิคBNK48 ฟิคอรตาหวาน และคือละมุนมากค่ะ แลดูหวานๆแอบหื่นเงียบนะเนี่ย //ว๊าย ปิดหน้า// ทางนี้มองตาหวานเรียบร้อยส่วนอรๆหื่นตลอด แต่คนอื่นอาจจะมองเป็นอีกมุม 55555 ขอบคุณสำหรับความฟินยามเช้านี้ มาแต่งฟิค BNK48 บ่อยๆนะคะ โดยเฉพาะอรตาหวาน คู่นี้เรือหลักเราเลย #เขินจัง
  4. [OS-BNK48] Consoling Kiss [CherprangMusic]   คำเตือน : เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง   ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายศิลปินใดๆทั้งสิ้น   หากผู้อ่านไม่พอใจทางผู้แต่งยินดีลบเรื่องนี้ทิ้งทันที   ขอบคุณสำหรับพื้นที่ในการฟินค่ะ   ผ่านไปเกือบจะทั้งวันแต่ความรู้สึกหน่วงๆของเธอก็ยังไม่หายไปไหน ความรู้สึกสัมผัสนุ่มนวลที่ไม่ได้ตั้งใจ ใบหน้าของคนของเธอที่หันไปสบตาพอดี และใบของคนที่ขโมยจูบก็ดูตกใจไม่ต่างกัน ตัวเธอนั้นพลาดที่หันไปหาเพื่อนสมาชิกขี้แกล้งที่ชอบกอด ชอบหอมเมมเบอร์จนพลาดจูบกันโดยบังเอิญ เธอตกใจจนขาอ่อนแม้เพื่อนในวงจะปลอบกันแล้วแต่ว่า....       “มันก็แค่อุบัติเหตุ....แต่ทำไมถึงยังรู้สึกไม่ดี” เฌอปราง สาวผิวขาว ผมสีดำสนิท และดวงตาเรียว ดูน่ารักสดใสและมีเอกลักษณ์รวมถึงบุคคลิกที่มีความเป็นผู้นำทำให้เธอได้เป็นกัปตันของวง สิ่งที่ค้างคาใจเธอมันคือใบหน้ายิ้มจนตาปิดของคนที่เป็นเซนเตอร์ของวงและเป็นคู่จิ้นของเธอตอนที่กำลังปลอบเธอ ใบหน้านั้นมันดูเหมือนไม่คิดอะไรก็จริงแต่เพียงชั่วขณะตอนที่เธอหันไปมองในครั้งแรกมันคือใบหน้าตกใจจนเธอถึงกับเข่าทรุดลงไป   “ทำไมเราต้องกังวลใครๆที่เห็นก็คงตกใจไม่ต่างกัน” เฌอปรางบ่นออกมา มันอาจจะแปลกที่บ่นออกมาตลอดสำหรับคนอื่นแต่สำหรับคนที่ชอบพูดคนเดียวแบบเธอถือว่าเป็นเรื่องปกติเลย       .   .   .   ก็อกๆ   .   .   .       เสียงเคาะประตูห้องนอนทำให้เฌอปรางที่กำลังนั่งเล่นอยู่สงสัยขึ้นมาเพราะวันนี้รูมเมทของเธอไม่ได้กลับมานอนที่หอ คงจะเป็นรุ่นน้องที่มาขอความช่วยเหลืออะไรแน่ๆ       คุณกัปตันรีบเดินไปเปิดประตูก่อนจะเผลอยิ้มขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัวเมื่อเห็นเด็กสาวตรงหน้า สาวน้อยผิวขาวดวงตากลมโต ผมสีดำสนิท ผู้ที่หลายๆคนชมว่าน่ารัก เป็นเพื่อนตั้งแต่ก่อนเข้าวงการและยังเป็นทั้งเซนเตอร์รวมท้้งคู่จิ้นในวงของเธออีก       “ว่าไงมิวๆมีอะไรไหม?” เฌอปรางมองเด็กน้อยที่ตอนนี้ตัวสูงกว่าเธอ แต่มิวสิคยังคงสวมชุดนอนโรงเรียนลายสก๊อตสีเขียวที่มีชื่อปักที่เสื้อแสดงความเป็นเจ้าของของเจ้าตัวที่เคยโม้ว่ามีถึง 5 ตัวเมื่อรวมกับท่าทางที่เหมือนประหม่ามันช่างดูเหมือนเด็กในสายตาของเธอเสมอ   “เออ คือพี่อรฝากมาถามว่าพี่เฌอไม่คิดมากเรื่องเมื่อตอนเย็นแล้วใช่ไหมคะ?”   คำถามที่แฝงด้วยความเป็นห่วง แต่มันก็ทำให้เฌอปรางเผลอยิ้มออกมา เมื่อเธอรู้ดีว่าคำถามนั้น.....   ‘โกหกกันงี้เลยหรอ’   เฌอปรางคิดในใจแต่ก็ยิ้มให้อีกฝ่าย สาเหตุที่เธอรู้ว่ามิวสิคโกหกก็เพราะเธอคุยกับเจ้าตัวต้นปัญหาของเรื่องจนเคลียร์กันเสร็จตั้งนานแล้ว แถมเมื่อซักครู่คุณแม่ของวงก็เพิ่งจะขอตัวไปนอนหลับแถมยังกวนส่งท้ายเธอเหมือนทุกครั้งด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่มิวสิคพูดความจริงแล้วคือเจ้าตัวอยากรู้เองแต่ไม่ยอมพูดตรงๆเหมือนทุกทีแหละ   “ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่” คำตอบของเฌอปรางทำให้มิวสิคตาโตขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบพูดต่อ   “รู้สึกไม่ค่อยดี....พี่เฌอไม่ต้องคิดมากนะคะ จูบกับผู้หญิง ยังไงดีคือแบบไม่ต้องไปนับมันก็ได้ค่ะ” คำพูดที่แฝงด้วยความเป็นห่วงและดูตื่นตกใจทำเอาเฌอปรางแทบจะหลุดขำแต่ก็ต้องกลั้นขำเอาไว้ และดูเหมือนเจ้าลูกหมาน้อยของเธอจะยังตื่นตกใจอยู่จนเธอต้องคว้ามือสองข้างของอีกฝ่ายมากุมไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง   “ใจเย็นๆก่อนนะ” เฌอปรางพูดก่อนจะมองหน้ามิวสิคที่ตอนที่ตกใจและใบหน้าขึ้นสีแดงเล็กน้อย   “เรื่องนั้นช่างมันเถอะ แต่ตอนนี้ที่รู้สึกไม่ดีคือเพราะมิวสิคโกหกพี่”   เฌอปรางพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เรียบจนมิวสิคที่กำลังเขินกลายเป็นตกใจและเตรียมจะถอยหนี แต่ก็....   .   .   .   ปึ่ง!   .   .   .   เสียงคนอายุน้อยกว่าถูกดึงเข้ามาในห้องพร้อมประตูปิดลงตอนนี้มิวสิคกลายเป็นมาอยู่ในอ้อมกอดของเฌอปรางจนทำให้ความร้อนที่ใบหน้าของเด็กน้อยกำลังแดงก่ำ ในส่วนคนที่กำลังแกล้งอีกฝ่ายก็หน้าขึ้นสีไม่ต่างกันแต่กลับไม่ยอมปล่อยอีกฝ่ายออกแถมยังแกล้งต่อเมื่ออีกฝ่ายเริ่มขอร้องเธอ   “พี่เฌอ.....ปล่อยสิค....”   “ทำไม...” เฌอปรางโน้มลำคอของคนตัวสูงกว่าลงมากระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ลมร้อนที่กระทบใบหูทำเอาร่างของเด็กน้อยแทบล้มไปกองกับพื้น ก่อนที่เฌอปรางจะพูดต่อ “....ทำไมต้องโกหกว่าอรเป็นคนถามทั้งที่มิวๆอยากถามเองล่ะ?”   คำถามนั้นเข้าไปในหูมิวสิคก็จริงแต่เหมือนว่าระบบประมวลผลของเธอเหมือนจะรวนจนเธอช้าลง ซึ่งมันก็เป็นผลดีกับคนที่ตั้งใจจะแกล้งเธอ   “ถ้าไม่ตอบ....พี่จะไม่ปล่อยนะ” เฌอปรางพูดขึ้นและกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นไป แถมยังโน้มลำคอของคนตัวสูงกว่าที่ยืนแข็งเป็นหินให้ก้มลงมาจนหน้าผากทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน   “กะ...ก็สิคอายคือ...สิคขอโทษค่ะ” มิวสิครีบพูดต่อก่อนที่หน้าผากของทั้งคู่จะแนบกัน ซึ่งถ้าหากถึงตอนนั้นวิญญาณของเธออาจจะอาจจากหนีร่างไปเลยก็ได้   “ก็แค่นี้” เฌอปรางพูดและหยุดยื้อให้อีกฝ่ายโน้มลำคอลงมาและคลายอ้อมกอดลงเล็กน้อย แต่ว่า.....   .   .   .   “แต่พี่ไม่ให้อภัยจนกว่ามิวๆจะทำอะไรบางอย่างให้พี่อย่างนึงก่อน” เฌอปรางพูดขึ้นมาและมองไปที่ตากลมโตสีดำสนิทของอีกฝ่าย บางครั้งสะท้อนแสงก็สีออกน้ำตาลแต่มันชวนให้เธอหลงได้ตลอด   “ให้สิคทำอะไรคะ? ถ้าไม่ยากเกินไปสิคก็จะทำให้ค่ะ” เด็กน้อยใสซื่อพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ทำให้เฌอปรางเผลอยิ้มออกมาอีกครั้ง   “ไม่ยากหรอก แค่....” เฌอปรางพูดก่อนจะเลื่อนแขนที่โอบเอวขึ้นไปโอบรอบคอ ก่อนจะโน้มใบหน้าของอีกฝ่ายลงมาใกล้ๆ ใกล้จนริมฝีปากของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน...และพูดต่อพร้อมมองดวงตากลมโตคู่นั้น   “จูบปลอบพี่หน่อยสิ กับผู้หญิงเราไม่นับใช่ไหม?” เฌอปรางพูดและยิ้มออกมา   มันคือการเดาใจเหมือนกันว่าอีกฝ่ายจะตอบยังไง ซึ่งตามความคิดของเธอนั้นมิวสิคน่าจะเขินจนไม่กล้าเล่นอะไรต่อ แต่ว่าไม่กี่นาทีต่อมาเธอกลับรู้สึกถึงสัมผัสนุ่มนวลที่ริมฝีปาก มันอบอุ่นและมีรสหวานๆของลิปมันที่มิวสิคทาเอาไว้ ร่างกายของเธอนิ่งและตกใจจนเผลอปล่อยมือออกจากรอบคอของอีกฝ่าย ไม่รู้เวลามันผ่านไปนานแค่ไหน แต่ที่รู้ๆคือเมื่อมิวสิคถอนจูบออก ความร้อนที่ใบหน้าของเธอก็เพิ่มขึ้นมาจนลามไปถึงใบหู   “เท่านี้ใช่ไหมคะ?” มิวสิคพูดและคลายกอดที่เผลอยกขึ้นมาโอบรอบเอวของเฌอปรางระหว่างที่จูบอยู่ ส่วนเฌอปรางที่ตอนแรกกำลังหยอกล้อเด็กน้อยอย่างสนุกสนานกลับใบ้กินและได้แต่เอานิ้วแตะริมฝีปากที่ยังมีความรู้สึกและรสชาติของจูบเมื่อครู่ไม่จางหาย   “อะ..อื้อ” เฌอปรางตอบในลำคอเพราะตอนนี้หัวของเธอค่อนข้างโล่งจนแทบจะคิดอะไรไม่ออก   “สิคขอตัวกลับห้องนะคะ” เสียงน้องสาวที่ดังเข้ามาในหัวของเฌอปรางมันไม่ได้ทำให้เธอได้สติเท่าไหร่นัก เฌอปรางยังคงยืนก้มหน้านิ่ง และแน่นอนเจ้าหมาน้อยที่เห็นว่าพี่สาวคนสวยยืนนิ่งก็รู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน หรือบางทีเธอควรจะขอโทษอีกฝ่าย.... “เออ พี่เฌอคือสิคขอ....”   .   .   .   “มิวๆ” เฌอปรางที่เหมือนจะได้สติขึ้นมาเล็กน้อยพูดเรียกชื่อคนอายุน้อยกว่าด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ทำให้มิวสิครีบตอบกลับทันที   “คะ?”   “คือ...มันไม่นับไม่ได้แฮะ กับอรอาจจะได้ แต่ไม่รู้ทำไมกับมิวสิคพี่ไม่อยากจะลืมมัน....” น้ำเสียงที่ดูไม่มั่นใจเหมือนทุกทีบวกกับท่าทางที่ดูประหม่าและสายตาที่เมื่อเงยหน้ามาสบตามิวสิคมันทำให้เด็กสาวที่กำลังกังวลใจยิ้มขึ้นมาทันที ทั้งคู่จ้องหน้ากันนิ่งก่อนที่มิวสิคจะก้าวมาหาเฌอปรางและเอานิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาคล้ายให้อีกฝ่ายหยุดพูด คนอายุน้อยกว่าค่อยๆก้มลงไปหาคนที่ยืนนิ่งก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ดังก้องไปทั้งหัวของอีกฝ่าย   “ไม่ใช่แค่พี่ค่ะ สิคเองก็ลืมจูบกับพี่เฌอไม่ได้เหมือนกัน ราตรีสวัสดิ์นะคะ” มิวสิคพูดจบก็รีบเดินออกจากห้องไปก่อนที่ใบหน้าสีขาวเนียนของเธอจะขึ้นสีแดงให้อีกฝ่ายเห็นซะก่อน ซึ่งไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าอีกคนที่ถูกทิ้งไว้ในห้องก็ยิ้มและหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อไม่ต่างกันคนที่เพิ่งจะออกไป   “มิวๆนี่นะ พูดอะไรให้ยุ่งยากยิ่งกว่าการทดลองในแลปซะอีก” เฌอปรางพูดก่อนจะยิ้มมุมปากและเดินไปนอนซึ่งคืนนี้เธอคงจะหลับฝันดีเลยล่ะ   _______________________________________________________________________________________ Talk : อะแฮ่ม ก่อนอื่นเช่นเคย ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ และขอโทษในส่วนฟิคก่อนหน้านี้ที่เราลงไปเหมือนจะมีข้อมูลผิดนิดๆ ฮา   ในส่วนฟิคนี้คือการซ่อมเรือเช่นเคย ขอบคุณเพื่อนที่ช่วย QC ให้และหวังว่าผู้อ่านจะฟินกัน ถ้าถามว่าหมดรึยัง สำหรับโมเม้นนี้คงหมดแล้วค่ะ ทั้งหมด 2 คู่ เราคงไม่ต่อเรือผีอะไรเพราะเราจะอุดเรือของเรา ฮา ยังไงฝากติดตามกันในโมเม้นหน้าด้วย เจอกันในฟิคหน้านะคะ   ปล.หวังว่าจะไม่มีคำผิด และนี่คือลิ้งค์ของฟิคตอนที่แล้วค่ะ      
  5. [OS-BNK48] Accident Kiss  [OrnTarwaan]   คำเตือน : เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิง   ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายศิลปินใดๆทั้งสิ้น   หากผู้อ่านไม่พอใจทางผู้แต่งยินดีลบเรื่องนี้ทิ้งทันที   ขอบคุณสำหรับพื้นที่ในการฟินค่ะ   ห้องเล็กๆขนาดไม่ใหญ่มาก มีกระจกกับเก้าอี้กลมด้านหน้าแสดงให้รู้ว่านี่คือห้องแต่งตัว ถึงจะไม่ใหญ่มากแต่ก็เพียงพอสำหรับการพักช่วงก่อนจะไปทำงานต่อ หญิงสาวผมดำ สวยชุดสีสันสวยงามกับกระโปรงที่ดูน่ารักตามสไตล์ไอดอลญี่ปุ่น เธอกำลังนั่งไล่อ่านแท๊คในทวิตเตอร์ของวงเหมือนทุกครั้งแต่ก็ต้องสะดุดกับทวิตที่เลื่อนผ่านหน้าจอขึ้นมาพร้อมเสียงที่ดังขึ้นมาในหัวและภาพเมื่อหลายวันก่อนผุดขึ้นมาในหัวของเธอ   .   .   .   “อรเลือกจูบ เพราะอรเป็นคนแบบนี้ไง”   สาวผิวขาวอมชมพู ผมสีน้ำตาลสะท้อนแสงไฟในห้อง พูดขึ้นมาพร้อมมองมาทางคนข้างกายก่อนจะก้มลงกดจมูกลงที่แก้มขาวเนียนซึ่งคนถูกหอมก็ได้แต่ทำหน้าเอือมๆอย่างที่เคยทำ   .   .   .   กลับมาปัจจุบันเสียงคนขี้เล่นที่ดังก้องในหัว ภาพที่คนขี้แกล้งหอมแก้มเธอเหมือนหยอกล้อเมื่อหลายวันก่อนกับทวิตเตอร์แฟนคลับในแท๊คที่บอกว่า....   .   .   .   คนของเธอไปจูบกับสมาชิกคนอื่น   .   .   .   “หวานๆ~”   เสียงหวานที่ดังขึ้นมาในห้องแต่งตัวก่อนที่จะมีอ้อมกอดของคนตัวสูงกว่าที่ชอบเล่นกับความรู้สึกของเธอ มันช่างน่าหงุดหงิดจริงๆ แต่เธอก็ทำได้แค่ค่อยๆแกะมือของเพื่อนเธอออกจากรอบเอว   สาวผมสีดำสนิท ดวงตากลมโต และรูปร่างเล็ก เธอเก่งทั้งเรื่องการร้อง การเต้น และการแสดง แม้แต่เรื่องการแบ่งเวลาก็ถูกคนรอบตัวชื่นชม แต่สิ่งที่คนอย่างตาหวานไม่เข้าใจคือความรู้สึกของคนตรงหน้า   ใบหน้ายิ้มกว้างของคนตัวสูงกว่าและดวงตากลมโตที่ตอนนี้ปิดลงจากการยิ้มจนตาหยี มันช่างน่ารักจนเธอทนไม่ไหว   มือของตาหวานยื่นออกไปจับที่แก้มสีขาวอมชมพูก่อนที่เธอจะ....   .   .   .   .   “โอ้ยๆๆ อย่าดึงแก้มเราสิ!” อรที่โดนดึงแก้มร้องเสียงหลงจนตาหวานที่ตอนนี้ปล่อยมือแล้วขำขึ้นมา   “ลงโทษ ที่ไปจุ๊บคุณกัปตันต่อหน้าคนอื่น” ตาหวานพูดเรียบๆแต่ทำให้อรที่กำลังกุมแก้มรีบหันหน้ามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าตกใจ   “ตาหวานเห็น....”   ดวงตาที่เบิกกว้างของสาวน้อยขี้แกล้งทันทำให้คนตรงหน้าแทบจะหลุดขำในเวลาปกติ แต่เวลานี้อารมณ์เคืองและโมโหของเธอมันมีมากกว่านั้น   “เราเห็นข้อความในทวิต” ตาหวานพูดขัดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบทำเอาคนขี้เล่นถึงกับยิ้มไม่ออก ใบหน้าของอรซีดลง ปากค่อยๆขยับเหมือนเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง   “อร” ตาหวานพูดน้ำเสียงเรียบๆและมองไปยังอีกคนที่ดูหวั่นใจก่อนจะพูดต่อ “อรบอกว่าเราเป็นของอร แล้วอรล่ะ? อรเป็นของใครบ้างคะ?”   คนตัวเล็กพูดจบก็เดินไปทางประตูเตรียมเดินออกจากห้องแต่งตัวแต่อรก็คว้าเอวของอีกฝ่ายมากอดก่อน   ตาหวานถูกดึงไปกอดจากด้านหลังอีกครั้งทำให้เจ้าตัวถึงกับสะดุ้งและหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกที่มีใบหน้าก้มซุกที่แผ่นหลังของเธอ ลมหายใจอุ่นๆที่สัมผัส มันชวนจั๊กจี้หัวใจแปลกๆ และคำพูดของคนขี้อ้อนที่ออกมาอย่างสำนึกผิดมันก็เกือบจะทำเธอใจอ่อน   “เราขอโทษนะ เราเป็นของเธอคนเดียวแหละ....อย่าโกรธกันนะ”       แต่อย่างที่ว่า....   แค่เกือบจะใจอ่อน.....       “ก็พูดแบบนี้ทุกที เธอคงไม่จริงจังกับใครซักคนจริงๆแหละ” ตาหวานพูดและหันหน้ากลับไปหาอรด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองเต็มอกแต่ว่า....   .   .   .   จุ๊บ!   .   .   .   ริมฝีปากที่ก้มลงมาหาอย่างรวดเร็วทันทีที่ตาหวานหันหน้าไปหา มือที่โอบรอบเอวที่แน่นขึ้นพร้อมความหอมหวานที่ไม่รู้จากลิปสติกหรือริมฝีปากของคนตัวสูง มันทำเอาคนตัวเล็กที่กำลังโมโห กลายเป็นรู้สึกตกใจเข้ามาแทนและหัวที่เคยคิดอะไรหลายๆอย่างก็โล่งไป หมด ไม่นานนักความร้อนที่ริมฝีปากก็จางลงไปก่อนที่จะกลายมาเป็นความร้อนบนใบหน้าแทนจนขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อคนขี้แกล้งถอนริมฝีปากออกพร้อมกับยิ้มมุมปากให้เธอ นิ้วโป้งที่ทาเล็บสีสวยทาบลงบนริมฝีปากที่เลอะลิปสติกเมื่อครู่และค่อยๆลูบไปข้างๆอย่างช้าๆคล้ายเช็ดปากให้อีกฝ่ายก่อนที่คนร่างสูงจะพูดต่อ       “กับเฌอ อรแค่พลาด แต่กับตาหวาน อรตั้งใจ...แล้วยังคิดว่าอรไม่จริงจังกับใครซักคนอีกรึเปล่า?” คำพูดของสาวผมสีน้ำตาล แม้รอยยิ้มที่ส่งมาจะดูขี้เล่นเหมือนเคยแต่เมื่อมองไปยังดวงตากลมโตนั้นมันช่างแฝงด้วยความจริงจัง จน....   .   .   .   เพี้ยะ!   .   .   .   “พูดอะไรของเธอน่ะ ไม่คุยด้วยแล้ว และห้ามทำแบบนี้กับคนอื่นอีกล่ะ!” ตาหวานผละอีกฝ่ายและตบใบหน้าขาวเนียนของคนตรงหน้าก่อนจะตะโกนต่อว่า แต่ใบหน้าแดงๆของเธอมันทำให้คนที่โดนตบแทนที่จะเจ็บและโมโหหรือเสียใจ แต่กลับยิ้มกว้างและพูดตอบกลับทันที   “แต่ทำกับตาหวานได้ใช่ไหม?”   “นี่อร....ไม่คุยด้วยแล้ว!” ตาหวานพูดจบก็เดินหนีออกห้องแต่งตัวไป ปล่อยคนขี้แกล้งอมยิ้มอยู่ในห้องแต่งตัวคนเดียว ก็ใบหน้าของตาหวานมัน...   “หน้าแดงไปถึงใบหู...แบบนี้นี่มันอะไรนะ”   อรพูดเบาๆก่อนจะยิ้มออกมาก่อนจะเติมหน้าเพื่อกลบรอยแดงห้านิ้วจากคนที่เพิ่งจะออกจากห้องไป พูดได้ว่าลงโทษแค่ตบจนแก้มแดงไปหลายชั่วโมงก็คุ้มนะกับการได้เห็นคนตัวเล็กของเธอเขินอายแบบนั้น   อรแต่งหน้าเสร็จก็ถึงเวลาที่นั่งเล่นโซเชียลรอเวลา แต่ไม่รู้เธอคิดผิดหรือคิดถูกนะ คิ้วเรียวค่อยๆขมวดเป็นปม ดวงตาหรีด้วยความไม่พอใจก่อนที่......   .   .   .   “เมื่อกี้หวานๆว่าอร....แต่เธอกลับ....เดี๋ยวเจอกันคราวหน้าต้องลงโทษกลับบ้างล่ะ!”   อรพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจก่อนจะลุกออกไปพร้อมถือมือถือที่ยังเปิดค้าง รูปตาหวานกับสาวหมวยหรือเมมเบอร์ที่แมนที่สุดในวงกำลังนั่งจ้องหน้ากันอย่างหวานแหววจนเธอถึงกับอารมณ์เสีย   แต่ไม่รู้อรจะไปโวยวายได้หรือถูกเมินกันแน่นะ   _____________________________________________________________________________________ Talk : กราบเรียนผู้อ่านทุกท่านและขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ ฟิคนี้ต้องขอขอบคุณคุณเพื่อนที่ช่วย QC ตรวจคำผิดให้ก่อนนำมาลง และสาเหตุในการเกิดฟิคก็คือเป็นฟิคกันเรือแตกค่ะ 55555 หลังเราได้ยินข่าวในทวิตว่ามีโมเม้นลับเกิดขึ้นหวั่นใจในเรือของเราทั้งสองลำคือ #อรตาหวาน และเรือ #เฌอสิค ทำเอางานด่วนก็มา ยังไงฝากติดตามต่อเพราะว่านอกจากฟิคนี้ยังมีฟิคต่ออีกอันซึ่งกำลังจะมาเร็วๆนี้ พูดว่าฟิคกันเรือแตกเชื่อว่าทุกคนต้องรู้ว่าเป็นคู่ไหนต่อแน่ๆ โปรดติดตามด้วยค่ะ      
  6. ที่พูดมาด้านบนทั้งหมด.....พี่รู้หมดแล้วค่ะ 5555  เอาเข้าเรื่อง กริ๊ดดดด มิคมาเม้นด้วยล่ะ ไม่นึกว่าจะล็อคอินมาเม้นเลย กราบขอบพระคุณค่ะ //เวอร์ไปล่ะ// ปัญเป็นของทุกคนแต่ก็ไม่กล้าเล่นกับใคร เหมือนกลัวเจนนิษฐ์ดุไงไม่รู้ 555 เรื่องฟิค BNK48 หวังว่าจะมีคนมาแต่งเพิ่มเหมือนกัน รอคอยเลยย
  7. 55555 ทางนี้รอคนเปิดเหมือนกันค่ะ โอชิแม่อรเยอะดีใจจัง หวังว่าจะมีคนมาเปิดฟิคบอคเพิ่มนะเนี่ย ปล.ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ
  8.   55555 เตือนว่าฟิคอาจจะไม่ฟินมากนะคะ เพราะเราออกรีบๆแต่งก่อนหมดฟิลลิ่ง 😂 เรื่องฟิคไทย ฟิคต่างประเทศ เราว่าเหมือนกันแหละค่ะ ไม่ต้องคิดมาก มันจะลำบากตรงที่คิดว่าจะใช้ชื่อจริงหรือชื่อเล่นตัวละครดี แต่ถ้าส่วนอื่นก็ไม่มีปัญหา  ที่เราว่าหลายคนยังแต่งไม่ออกน่าจะเกี่ยวกับที่ยังไม่มีอะไรให้ฟินสุดๆมากกว่า ปล.นี่น้อยใจนิดๆเรื่องอรตาหวาน บางทีอาจจะต้องเปลี่ยนคู่ ถึงอรๆจะอยากจิ้งกับตาหวานมากแต่ตาหวานดูไม่เล่นด้วยเลย //ร้องไห้ 😂// รอใครซักคนมายอมเล่นกับอรดีกว่า
  9. รู้สึกไม่ดีที่ดองคอมเม้นแฟนฟิคไงไม่รู้เลยมาตอบกลับ อันดับแรกขอโทษทุกคน  และขอตอบกลับรายคนนะคะ   ขอบคุณค่ะ ดีใจที่ฟินนะคะ 
  10. [Fic] No Signal (Mayuki) Ep.0 UP 18-05-17

    ถูกแล้วยูกิริน นั่นคือยายวาตานาเบะ....มายุ //แอร๊ก โดนมายุถีบ 5555 น่าติดตามดีค่ะ รอติดตามตอนต่อไปนะคะ
  11. ขอตอบคอมเม้นและขอบอกว่าเราแอบแก้คำนิดหน่อยพอดีไปคุยกับคนที่ชิพคู่นี้เหมือนกันเขาบอกเราใช้คำแทนชื่อแต่ละคนผิด ฮา น่าอายจริงๆ เอาล่ะก่อนอื่น กราบขอบคุณทุกคนที่แวะเข้ามาอ่าน หลงกดเข้ามา และขอบคุณอย่างสุดซึ้งกับคนที่เม้นทั้งสองคน ฮรืออ นึกว่าจะเป็นฟิคร้างแล้ว ขอบคุณจริงๆค่ะ เอาล่ะมาเริ่มตอบกลับทีละคนนะคะ   สมาชิกคนอื่นติดภารกิจส่วนตัวกันซะส่วนใหญ่ค่ะ บางคนก็ผันตัวไปเป็นนักเขียนที่ไม่ยุ่งกับฟิคแล้วก็มี ฮา แต่ทั้งหมดมันเริ่มจากสมาชิกเมมเก่าๆแกรดกันเยอะด้วย ยังไงขอบคุณที่รอติดตามนะคะ 
  12. [Oneshot-BNK48] Live is dangerous [PunJennis] ค่ำคืนอันเงียบสงบ สาวหมวยผิวสีน้ำผึ้งรูปร่างบางค่อยๆเปิดประตูห้องพักถูกผลักให้เปิดด้วยเสียงที่เบาที่สุดที่จะทำได้ ผมไฮไลท์สีเข้มกำลังชุ่มด้วยเหงื่อจากการวิ่งกลับห้องพัก แต่เหตุผลที่เธอค่อยๆเปิดประตูเหตุผลง่ายๆคือ.... กลัวคนในห้องตื่น.... แต่เหมือนว่า..... เธอจะคิดผิดเพราะ..... ‘มืดจัง แบบนี้สงสัยจะนอน....’ สาวผิวสีน้ำผึ้งคิดในใจและมองไปในห้องที่มืดมิดไร้แสงไฟ แต่ไม่ทันที่เธอจะคิดต่อ ทันทีที่ขาของเธอก้าวเข้าห้องนอนไปก็เหมือนถูกใครบางคนในห้องฉุดดึงเข้าไปในห้องจนประตูถึงกับปิดเสียงดัง ปึง! “ฮะ..เฮ้ย...อุ๊บ...” สาวหมวยร้องเสียงหลงก่อนที่จะตกอยู่ในความเงียบเมื่อถูกปิดปากด้วยมือนุ่มๆของคนในความมืด กึก... ประตูห้องถูกล็อคโดนที่คนที่ถูกกระทำกำลังยืนตัวแข็งพิงประตู เหงือที่ผุดที่ใบหน้าแสดงถึงความตื่นกลัว ดวงตาเบิกโตขึ้น 2 มิลลิเมตรด้วยความตกใจ แต่ก็จะไม่ให้ตกใจได้ยังไงก็ตรงหน้าเธอคือ...คนที่เธอกลัวว่าจะเจอในคืนนี้หนิ “ทำไมต้องแอบเข้ามาด้วยล่ะ?” น้ำเสียงนิ่งเรียบ ใบหน้าคมสวยที่จ้องมาและดวงตากลมดำที่ไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้ากำลังคิดอะไรอยู่ เจนนิษฐ์คือชื่อของคนตรงหน้า เธอเป็นสมาชิกวงเดียวกับเธอเป็นเพื่อนสนิทในวง เป็นรูมเมท และเป็น.... “ทำอย่างกับ.....คนที่แอบไปมีกิ๊กแล้วกลัวแฟนจับได้แน่ะ” คำพูดเรียบๆของคนตัวเล็กกว่าทำเอาสาวหมวยที่มีนามว่าปัญถึงกับพูดไม่ออก เธออุส่าระวังตัวตอนไลฟ์สดแล้วแท้ๆแต่ก็โดนน้องเล็กของวงขโมยหอมแก้มจนได้ “ว่าไง...ให้โอกาสอธิบายฉันง่วงนอนแล้ว” เจนนิษฐ์พูดและปล่อยมือออกจากปากของปัญ แต่ถ้าสายตาที่ปรับการมองในความมืดของปัญไม่ได้พลาดเธอเห็นคิ้วเข้มของคนตรงหน้าขมวดเล็กน้อยทำเอาเธอหวั่นใจนิดๆว่าคุณแฟนจะเข้าใจผิดจริงๆ อ่านไม่ผิดหรอกเพราะทั้งคู่เป็นคู่จิ้นกันจะเป็นแฟนกันก็คงไม่แปลก(?) “คือ...โอตะขอซัทจังให้จุ๊บฉัน แล้วฉันก็ไม่ได้เต็ม....” “ไม่ใช่เรื่องนั้นสิ!” เสียงดุๆของเจนนิษฐ์ทำให้ปัญสะดุ้ง ไม่น่าเชื่อว่าพวกเธอจะอายุเท่ากัน และปัญที่เรียนข้ามชั้นจะเกรงกลัวสาวหน้าคมตรงหน้ามากขนาดนี้ “เออ...แล้ว.....ให้อธิบายเรื่องอะไรล่ะ” ปัญพูดเสียงแผ่วเบาและก้มหน้าลงด้วยความกลัวว่าคนตรงหน้าจะโกรธเธอ ใบหน้าปัญที่สำนึกผิดมันดูน่าแกล้งดีแต่เจนนิษฐ์ยังไม่มีอารมณ์แกล้งนักจึงถอนหายใจเบา “เฮ้อ เอาเถอะ ฉันไปนอนแล้ว” เจนนิษฐ์ถอนหายใจและหมุนตัวจะเดินไปนอนแต่ไม่ทันที่จะก้าวเดินก็มีอ้อมกอดจากคนขี้อ้อนด้านหลังทันที “ปัญ....” เจนนิษฐ์เรียกชื่อของคนที่กอดเธอและเอามือมาจับมือปัญให้ปล่อยอ้อมกอดแต่ปัญกลับกอดแน่นขึ้นจนใบหน้าของคนหน้านิ่งเริ่มขึ้นสีชมพูระเรื่อ “ขอโทษนะ....” ปัญพูดเสียงอ่อน แผ่วเบา ราวกับว่ากระซิบแม้จะไม่ได้อยู่ข้างหูของคนในอ้อมกอดแต่ในห้องที่เงียบสนิทแบบนี้ก็ไม่แปลกที่จะได้ยินอย่างชัดเจน “ขอโทษเรื่องอะไรล่ะ?” เจนนิษฐ์พูดขึ้นมาโดยไม่หันไปมองปัญ แต่ก็....จะหันไปได้ยังไงในเมื่อใบหน้าของเธอกำลังขึ้นสีแดงเป็นลูกมะเขือเทศแบบนี้ “ไม่รู้....แต่ดูแกจะโกรธฉันอยู่ ฉันก็เลยขอโทษก่อน” คนร่างสูงกว่าพูดขึ้นและเอาหน้าซุกที่แผ่นหลังของคนตรงหน้าคล้ายว่ากำลังง้ออีกฝ่ายเต็มที่ แต่จะรู้ตัวไหมว่าจมูกเล็กๆและริมฝีปากที่แตะโดนแผ่นหลังผ่านชุดนอนบางๆมันทำเอาคนที่หน้าแดงร้อนมากกว่าเดิมไปอีก “แกนี่นะ....ไม่รู้ว่าตัวเองผิดอะไรแล้วจะขอโทษมันไม่ได้หรอกนะ” เจนนิษฐ์พูดก่อนจะหันมาหาปัญที่มองเธอด้วยสีหน้าสำนึกผิดราวกับลูกหมาน้อยเวลาอ้อนขอเล่นด้วย “แล้วให้ฉันทำยังไงล่ะ?” เด็กน้อยที่กำลังสำนึกผิดพูดและทำหน้าตาสลดลง แต่มันทำให้เจนนิษฐ์ที่กำลังจะดุปัญถึงกับเผลอยิ้มออกมาและค่อยๆก้มลงมาหาคนตัวสูงกว่าที่กำลังมองเธออยู่...... “ให้ฉันบอกให้ไหม ว่าแกผิดอะไร?” เจนนิษฐ์พูดจบก็เหมือนคนตรงหน้าจะเผลอคล้อยตามและพยักหน้าทันทีจนคนเจ้าเล่ห์ถึงกับยิ้มมุมปากและค่อยๆก้มหน้าลงไปใกล้อีกฝ่ายที่ดูยังมึนงง แต่ไม่นานนักก็ต้องตกใจเมื่อ.... จุ๊บ! “อ๊ะ!” ปัญร้องเสียงหลงเมื่อริมฝีปากที่แสนนุ่มนวลประทับที่หน้าผากของเธอพร้อมความร้อนที่เพิ่มขึ้นมาจนใบหน้ากลายเป็นสีแดงไปถึงใบหู แต่ถ้าเธอสังเกตเห็นจะเห็นว่าคนที่ถอนจูบไปก็มีใบหน้าสีเดียวกับเธอ “หน้าผากนี้.....” เจนนิษฐ์พูดขึ้นทำให้ปัญนึกถึงรุ่นพี่ในวงที่ขี้แกล้งที่มาจุ๊บของเธอหลายครั้งทันที แต่ไม่ทันที่จะคาดโทษอะไร เธอก็ต้องสะดุ้งเมื่อเจนนิษฐ์ก้มลงไปจูบที่เส้นผมของเธอและพูดต่อ “เส้นผมนี้....” สาวหน้าคมพูดก่อนจะยกมือข้างขวาประคองแก้มสีแดงระเรื่อและลูบเบาๆก่อนจะก้มลงจูบเบาๆที่แก้มสีแดงจนมันร้อนมากกว่าเดิม “.....แก้มนี้ด้วย แกจะให้ทุกคนจูบไปทั่วไม่ได้นะ” เจนนิษฐ์พูดจบก็ทำหน้านิ่งเหมือนทุกครั้ง แม้ว่าคนตรงหน้าจะอายุเท่ากันแต่ตอนนี้ดูราวกับว่าเป็นเด็กน้อยในกำมือของเธอที่ไม่ว่าพูดอะไรก็คล้อยตามไปหมด “แต่แกกำลังทำอยู่หนิ” ปัญพูดออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆราวกับเด็กไร้เดียงสายิ่งทำให้เจนนิษฐ์นึกขำขึ้นมา “ฉันทำได้สิเพราะแกเป็นแฟนของฉันคนเดียว เข้าใจแล้วก็ไปนอน โอเคไหม?” คำถามนั้นดูจะไม่ได้ต้องการคำตอบเมื่อคนถามคำถามหันหลังและรีบเดินไปที่เตียงนอนแต่ไม่ทันที่จะถึงเตียงนอนเธอก็ต้องตกใจที่คนที่เธอเพิ่งจะแกล้งคว้าข้อมือของเธอไว้ให้หันไปหา แต่ก็ตกใจกว่าเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเดินมาอยู่ในระยะประชิดจนแทบจะตัวติดกันขนาดนี้ “เออ....ปัญ.....” ไม่ทันที่เจนนิษฐ์จะพูดจบปัญก็โอบเอวอีกฝ่ายและดึงคนตรงหน้ามาประทับริมฝีปากทันที ริมฝีปากที่สัมผัสกันอย่างแผ่วเบา ดวงตาที่สะท้อนภาพของเธอ และรอยยิ้มที่เหมือนสนุกที่เห็นหน้าตาตกใจของเธอมันทั้งชวนหมั่นไส้และเขินไปด้วย “ห้ามหมดแต่ไม่ห้ามตรงนี้เพราะรู้ว่าฉันจะยอมให้....แค่กับแกคนเดียวใช่ไหม?” ปัญพูดขึ้นมาและเอานิ้วโป้งข้างซ้ายแตะที่ริมฝีปากของเจนนิษฐ์พร้อมมือที่ประคองแก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ แต่ก่อนที่เจนนิษฐ์จะพูดอะไรต่อหรือเถียงอะไรปัญก็รีบเดินไปนอนที่เตียงตัวเองและคลุมโปงทันที “ง่วงแล้ว ฝันดีนะ” ปัญรีบพูดทันทีจนคนที่โดนแกล้งกลับถึงกับโต้ตอบไม่ทันและได้แต่ข่มตานอนแม้จะหงุดหงิดและร้อนที่ใบหน้าจากการกระทำของอีกฝ่ายจนอาจจะนอนไม่หลับ แต่เธอจะรู้ไหมว่าปัญเองที่หนีไปนอนนั้นก็..... ‘ไม่น่าแกล้งกลับเลย’ ปัญบ่นในใจและหน้าแดงก่ำด้วยความอาย บางทีคืนนี้พวกเธออาจจะได้นอนอีกทีตอนเช้าของวันนี้ก็ได้ แต่บทเรียนของวันนี้คงจะเป็น.... ‘บางทีไลฟ์สดนี่....ก็น่ากลัวจังแฮะ....’ ________________________________________________________________________________________ Talk : ทักทายผู้อ่านทุกท่าน เราเคยบอกจะเลิกแต่งฟิคสุดท้ายก็ไม่หายไปซักที เอวังเหมือนยาเสพติดตัดไม่ขาดอะไรพวกนี้เลย เอาเป็นว่าบ่นมาเยอะข้ามมันไปเถอะ ฮา วันนี้ลงตอนสั้นๆให้อ่านจากความฟินชั่วขณะของเราแถมประเดิม BNK48 ในบอร์ดนี้คนแรกรึเปล่าหนิ จริงๆเราอยากเขียนอรปัญเจนนิษฐ์ คู่ 3P แต่เกรงใจรอเรื่องอื่นแล้วกันค่ะ //ยังจะเขียนอีก ฮา// ถึงจะสั้นไปหน่อยแต่หวังว่าจะฟินไม่มากก็น้อย ใครชอบยังไงอ่านแล้วสนุกแสดงความคิดเห็นติชมกันได้นะคะ หวังว่าจะชอบกัน ยังไงก็ขอบคุณที่มาอ่านกันนะคะ เจอกันโอกาสหน้าค่ะ \(‘v’)/ ปล.ใครมีโอชิคนไหนบ้างเราน้องอรเป็นโอชิเมมของ BNK48 ค่ะ แต่นก 2shots เรียบร้อย (;-;)
  13. จุดพลุ!!! ไหแตกแล้วสินะคะ เย่ พี่เน่พามิ้วไปบ้านจะทำไรมิ้วคะ แหม อยากพาไปเพราะจะให้ล้างตัวรึว่าอยากอยู่ใกล้ๆนะ...หุหุ //หลบเกิบ จริงตอนอ่านจบอยากพิมพ์ว่า ไอ้ปีศาจแสบ ! แผนสูงนะไม่อยากแต่งงานก็เนียนหนีไปเมือนมนุษย์เลย 5555 งานนี้มีเฮแน่ แถมเฮียเริ่มรุก จะรอดูนะว่าใครจะเป็นสัตว์เลี้ยงใครแน่ แมงมุม หรือมนุษย์กันนะ ปล.ไรท์คะ แมงมุมนี่ถ้าแต่งงานจะกินตัวผู้หลังผสมพันธ์ุแต่อย่าให้จูกินเฮียนะคะ #เดี๋ยวมโนไปไหนเนี่ย 555
  14. เรียนนักอ่านทุกท่าน ไรท์เรื่องฝากมาบอกว่า "ขอดองเรื่องนี้ยังไม่จบแต่ขอดองแป๊บ แต่จะมาต่อจนจบแน่นอน!" //คหสต. ดองมาจะครบ 2 ปีแล้วนะฮายาเตะคุง 55555 ส่วนตัวเรานั้นตามที่บอกคือคอยแอบอ่านนิยายหลายๆคนไป แต่นิยายตัวเองนั้นคงไม่ได้ลงอะค่ะ นอกจากที่แจ้งว่าจะเลิกแต่งฟิค ยังเพราะไม่มีเวลาด้วย ขอโทษจริงๆค่ะ //__\\  
  15. [One-shot] Negligent Half-HUMAN [Mayuki]   ในคืนเดือนมืดที่ไร้แสงจันทร์ เงาดำมืดที่แสนชั่วร้ายที่คืบคลายอยู่รอบตัวเมืองกำลังยิ้มเยาะอย่างสนุกสนาน พวกมันรอคอยเวลาแบบนี้มาตลอด แต่ก็มีบางแห่ง.... ที่พวกมันแม้รู้ว่าเป็นแหล่งอาหารชั้นยอดก็ไม่กล้าแม้จะย่างกรายเข้าใกล้ส่วนนั้น   สาวร่างเล็กรูปร่างผอมบาง ผิวขาวเนียนและดวงตาเรียวคมสไตล์สาวญี่ปุ่น ชุดราตรีสีแดงสดมันช่างขลับกับสีผิวที่เป็นสีขาวอมชมพู ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเล็กน้อย รวมกับเส้นผมสีดำขลับที่ช่วยให้ผู้พบเห็นหลงสเน่ห์ได้อย่างง่ายดาย ตอนนี้เธอกำลังถูกชายหนุ่มชาวรัสเซียที่เจอกันในผับพาออกมาที่ตรอกซอยที่แสนลับตาคน ท่าทางเมามายของหญิงสาวมันช่างทำให้คนพบเห็นรู้สึกเป็นห่วงแต่ไม่อาจช่วยอะไรได้ ก็ชายคนที่พาเธอไปเป็นถึงลูกชายของผับแห่งนั้น   “โอ้....เดวิท....จะพาฉันไปไหนหรอคะ” หญิงสาวพูดภาษารัสเซียขึ้นมา ใบหน้าที่แต่งแต้มสีอมชมพูมันเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงอาการเมาขาดสติของหญิงสาวได้ดี และมันก็ทำให้ชายหนุ่มมทองยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ทันที   “ผมจะพาคุณไปที่สนุกๆไงล่ะ”ชายหนุ่มพูดขึ้นมาก่อนจะดันสาวน้อยไร้เดียงสาให้ไปนั่งบนกล่องใกล้ๆและค่อยๆยื่นหน้าอันหล่อเหลาเข้าหาคนตรงหน้าแต่ว่า.....   “ฮะๆๆๆ” หญิงสาวหัวเราะออกมาเสียงดังจนทำให้ชายหนุ่มชะงักไป มือเรียวเล็กค่อยๆยื่นไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวของเขาพร้อมมืออีกข้างที่ว่างโน้มไปโอบลำคอทำให้ชายหนุ่มที่กำลังตกใจ ยิ้มขึ้นมาอีกครั้งอย่างย่ามใจว่าหญิงสาวคงต้องการเล่นกันเขาด้วยซึ่งมันจะง่ายแบบนั้นจริงๆหรอ “ฉันเพิ่งจะอยู่เมืองนี้ 1 สัปดาห์เอง แต่ถ้าคุณอยากเล่นฉันจะเล่นด้วยก็ได้” หญิงสาวพูดพอดีกับที่ปลดกระตุมเม็ดสุดท้ายออกก่อนที่หญิงสาวจะกระตุกตัวชายหนุ่มให้เข้าใกล้เธอ “พูดอีกทีสิคะว่ายังอยากเล่นกับฉันไหม?” หญิงสาวยื่นหน้าไปกระซิบอยู่ข้างๆใบหูของชายหนุ่ม ซึ่งมันชายขนลุกไปด้วยเมื่อนิ้วของหญิงสาวกำลังลูบไล้ไปตามหน้าท้องของเขา ชายหนุ่มอมยิ้มขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะตอบกลับไปซึ่งเขาคงจะไม่รู้ว่าคำตอบของเขามันจะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดไป..... “แน่นอนสิ ฉันอยากจะเล่นกับเธอ.....อ๊าก!” สิ้นเสียงของชายหนุ่มเขาก็รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่ลำคอทันที ดวงตากลมโตสีดำของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นสีแดงสด เขี้ยวแสนคมที่ฝังลงที่ลำคอกำลังสูบเลือดของชายหนุ่มจนตัวซีดลง ดวงตาเบิกโพลนก่อนที่รอบเส้นเลือดจะค่อยๆโผล่ขึ้นมา ไม่กี่วินาทีร่างของชายหนุ่มที่ดิ้นไปมาก็นิ่งสนิท ไร้การขยับเขยื้อนใดๆทั้งนั้น หญิงสาวดันร่างที่นอนซบเธอออกให้นอนลงพื้นก่อนจะอมยิ้มขึ้นมา เธอเลียริมฝีปากของตัวเองที่เปื้อนเลือดสดก่อนจะอมยิ้มออกมาอย่างช้าๆ เธอไม่ใช่ปีศาจ แต่ก็ไม่ใช่มนุษย์ เธอไม่มีพ่อและแม่ที่จะคอยสอนสั่งเธอ เป็นเพียงเด็กที่ถูกทิ้งและโชคดีที่ทางโบสถ์ได้เก็บเธอไปเลี้ยง เธอคิดว่าที่เธอถูกทิ้งมันก็เป็นเพราะการที่เธอเป็น.....   ลูกครึ่งมนุษย์กับปีศาจ   เหตุผลที่ฆ่าคนมันก็แค่ความสนุก แม้จะช่วยทำให้ร่างกายของเธอแข็งแรงและฟื้นฟูร่างกายได้เร็วด้วยเลือดของมนุษย์ แต่การคงอยู่ของร่างกายก็เพียงทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายเป็นประจำ ใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์ทั่วไป เธอไม่จำเป็นต้องฆ่าใคร แต่ที่เธอทำทุกวันนี้มันก็แค่.... “มนุษย์....ก็เลวกันหมด แม้แต่ลูกยังทิ้งกันได้เลย” หญิงสาวพูดเบาๆก่อนที่จะได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นมา “มนุษย์ไม่ได้เลวทุกคนหรอกนะ” คำพูดของใครบางคนดังขึ้นมา ทำให้หญิงสาวสะดุ้งก่อนจะเงยหน้ามองคนที่ลอยมาจากท้องฟ้า หญิงสาวผมดำขลับใบหน้าเอเชียเหมือนตัวเธอ ผมขาวเนียนและชุดกระโปรงสีขาวสะอาดตา ดูยังไงก็คงจะเป็นสายตรวจนางฟ้า หรืออะไรทำนองนั้นที่คอยมาจัดการพวกปีศาจนอกรีตที่คอยแอบมาสูบพลังชีวิตของมนุษย์   “ฉันว่าฉันทำเงียบๆแล้วนะ ทำไมถึงตามกลิ่นเจออีกเนี่ย” คำพูดเหมือนประชดประชันดังขึ้นจากลูกครึ่งปีศาจ เมื่อมองลงไปด้านล่างเธอก็พบว่าเธอถูกอึกฝ่ายตราตรึงไว้กับพื้นแถมร่างกายของเธอกลับเป็นร่างเดิมที่เหมือนเด็กแล้ว แม้จะอยากสนุกไปอีกหน่อยแต่ยังไงชีวิตของเธอก็ไม่ได้มีเป้าหมายอยู่แล้วถ้าจะถูกจับไปฆ่าหรืออะไรก็คงจะไม่ได้มีความหมายมากนัก   “วาตานาเบะ มายุ อายุ 15 ปี เกี่ยวพันกับคดีศพปริศนา200 ราย แต่ละรายอยู่ในละแวกเดียวกันคืออยู่ในประเทศรัสเซีย ซึ่งรัฐที่เธอย้ายไปอยู่สอดคล้องกับสถานที่พบศพ จากการสังเกตมาก 1 สัปดาห์พบว่าผู้ต้องหาไม่มีจุดน่าสงสัย แต่วันนี้พบว่าผู้ต้องหามีความผิดจริงและมีหลักฐานชัดเจนคือศพของชายชาวรัสเซียด้านหลังเธอ”  นางฟ้าสาวหยิบกระดาษขึ้นมาพูดบรรยายซะยืดยาวอย่างไม่สนใจคนฟังเมื่อเงยหน้ามามองถึงกับแทบจะกริ๊ดลั่นเมื่อ.... “มีข้อแก้ตัวอะไรไหม วาตานาเบะ มายุ เอ้ย อย่าหลับดิวะ!” เจ้าลูกครึ่งปีศาจตัวแสบถึงกับยืนหลับฟังเจ้าหน้าที่ที่บรรยายอะไรยืดยาว แต่เมื่ออีกฝ่ายตะโกนดุเธอก็ตื่นและหาวเล็กน้อยก่อนจะยิ้มหวานให้คนตรงหน้า “ฮ้าว ก็มันง่วงหนิ เมื่อกี้พูดถึงไหนคะคุณ....เอ คุณชื่ออะไรนะคะ” “คาชิวากิ ยูกิ” ยูกิพูดเสียงแข็งด้วยความโมโหอีกฝ่าย หน้าที่ของเธอคือทำคดีเกี่ยวกับศพปริศนาที่คาดว่าเกี่ยวกับปีศาจ แต่มาเจอแบบนี้ก็อารมณ์เสียไม่น้อย “ยูกิ...ยูกิรินสินะคะ” “เรียกยูกิเฉยๆก็พอ อีกอย่างฉันอายุมากกว่าเธอนะ” ยูกิพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจแต่มายุกลับยิ้มออกมาเมื่อกวนอีกฝ่ายได้ “งั้น..ยูกิซังก็ได้ค่ะ” แม้จะคำพูดธรรมดาแต่น้ำเสียงออดอ้อนและสายตาที่ใช้หว่านสเน่ห์ทำเอาคนมองรู้สึกเขินขึ้นมาจนหน้าแดงไปหมด “ก็ตามใจเธอแล้วกัน” ยูกิพูดโดยไม่มองหน้าคนตรงหน้ายิ่งทำให้คนที่เด็กกว่าได้ใจขึ้นไปอีก   “จากที่คุณบอกมาฉันก็ผิดจริง แล้วถ้างั้นคุณจะฆ่าฉัน หรือว่าจะทำอะไรต่อไปล่ะคะ” มายุพูดขึ้นมาเมื่อฟังยูกิบรรยายข้อกล่าวหาของเธออีกครั้ง ซึ่งข้อมูลทั้งหมดก็มาจากพวกปีศาจระดับอ่อนที่เคยโดนมายุทำร้ายตอนมาแย่งที่หากินของเธอ แต่มายุเองก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่อยู่แล้ว “ก็คงต้องไปให้เบื้องบนตัดสิน” ยูกิพูดก่อนจะมองไปที่มายุที่ยังคงยิ้มอยู่ทำให้เธอนึกสงสัยขึ้นมา “ยิ้มอะไรของเธอ” ยูกิพูดขึ้นมาแต่มายุก็ยังคงยิ้มเหมือนเดิมและตอบกลับมาแต่คำตอบนั้นทำเอายูกิรู้สึกผิดในใจ “ก็ฉันอาจจะตายแล้วใช่ไหม มันน่าดีใจนะ” มายุพูดจบทั้งสองคนก็ไม่ได้พูดกันต่อ ยูกิติดตามมายุมา 1 สัปดาห์ ไม่สิ ที่เธอพูดมันแค่คำโกหก เธอติดตามมายุมากว่า 2 ปี นับเวลาแล้วคือช่วงเวลาที่ศพแรกในรัสเซียเกิดขึ้นมา เธอรู้ดีว่าวาตานาเบะ มายุคือคนทำ มีหลักฐานผู้มัดชัดเจน แต่ทุกครั้งที่เห็นน้ำตาของเด็กสาวหลังจากฆ่าคนตายมันทำให้เธอแทบจะขาดใจ มือที่กำลังจะร่ายเวทย์ผู้มัดมันก็ไม่ยอมขยับจนกระทั่งร่างของเด็กสาวหายไปเธอจึงจะได้สติกลับมา แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกันเธอถูกเบื้องบนบังคับมาว่าหากเธอทำงานนี้ไม่สำเร็จอีกเธอ....จะถูกปลดออกจากสวรรค์ ซึ่งมันคือสิ่งที่เสื่อมเสียเกียรติ์มากสำหรับนางฟ้า   “ยูกิหยุดทำไมคะ?”มายุที่กำลังถูกมัดด้วยห่วงโซ่ใสทั้งมือและเท้าพูดขึ้นเมื่อคนจับปลายห่วงโว่หยุดนิ่งราวกับว่ามีเรื่องบางอย่างให้คิดมาก ยูกิไม่ตอบอะไรก่อนจะหันมามองมายุ หัวใจของเธอเต้นแรง มองหน้าผู้ต้องหาของตัวเองก่อนจะยื่นมือที่สั่นเทาไปจับโซ่ที่ตรวนอีกฝ่ายไว้ ไม่ทันที่จะมีใครพูดอะไรโซ่ก็แตกกระจายออกทั้งที่มือและที่เท้าจนมายุตกใจไปหมด “เธอหนีไปเถอะ และอย่าฆ่าใครอีก” คำพูดของยูกิทำให้มายุสับสนไปหมด “เดี๋ยวสิ ฉันไม่ควรจะ....” “หยุดเลยนะ ชีวิตของเธอมันมีฆ่ามากกว่านั้นคิดว่าถ้าฉันส่งเธอให้เบื้องบน เขาจะทำอะไรกับเธอ แน่นอนว่าเธอคงไม่มีทางรอดกลับมาแน่ๆ!” ยูกิตะโกนกลับแต่มายุกลับกระชากดึงคนตัวสูงกว่าให้ก้มลงมาหาเธอ “แล้วยังไง ยังไงชั้นก็แค่เด็กถูกทิ้ง ไม่สิ เป็นลูกครึ่งปีศาจกับมนุษย์ที่ไม่มีใครเอา!” “ลูกครึ่งปีศาจกับมนุษย์แล้วไง.....เป็นลูกครึ่งที่ไม่มีใครเอาแล้วทำไมต้องไม่รักชีวิตตัวเองด้วย!”ยูกิตะโกนกลับและผลักมายุออกห่างเธอ  ใบหน้าของยูกิที่น้ำตาไหลท่วม ดวงตาที่สั่นไหว ทำให้มายุสงสัยมากกว่าเดิม ดวงตาของมายุค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดง ทำให้ยูกิสะดุ้งแต่ไม่ทันที่เธอจะหลบอีกฝ่ายทันดวงตาของเธอก็แข็งทื่อไปด้วย พลังของปีศาจมันร้ายกาจนัก แม้จะมีเชื้อเพียงครึ่งเดียว แต่สามารถแสดงได้ขนาดนี้ ซึ่งพลังที่มายุกำลังใช้คือ.... ภาพที่มองเห็นคนคุยกัน ถกเถียงเรื่องสำคัญเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ภาพหญิงสาวที่ร้องไห้กอดร่างไร้วิญญาณและภาพกลุ่มนางฟ้าและเทวดาเด็กที่ขว้างของใส่เธอ ภาพทั้งหมดคือความทรงจำของยูกิ โดยจบลงตรงที่.... “พอได้แล้ว!” ยูกิที่คลายมนต์ของอีกฝ่ายได้สำเร็จตะโกนขึ้นและไปตบใบหน้าของมายุทันทีก่อนที่มายุจะพูดอะไร “หยาบคายที่สุด การใช้พลังอ่านความคิดคนอื่นแบบนี้มันเกินไปนะ!” ยูกิจะโกนขึ้นมาแต่มายุก็ยังคงนิ่งก่อนจะเงยหน้ามองคนตรงหน้า   “เธอก็เหมือนกับฉัน” คำพูดของมายุทำเอายูกิเงียบพูดไม่ออกทันที เธอคือลูกครึ่งมนุษย์และเทพ นั่งคือเรื่องจริง แม่ของเธอคือนางฟ้าที่ไปตกหลุมรักมนุษย์หนุ่มแต่ที่เธอรู้ก็คือพ่อของเธอนอกใจแม่ไปแต่งงานใหม่ ส่วนแม่ของเธอกลับขึ้นสวรรค์และตายตอนที่คลอดเธอออกมา มันก็แค่นั้นถ้าหากทางสวรรค์ไม่คิดว่าเธอคือตราบาปของเหล่าเทพจนรังเกียจเธอแบบนี้ “ถ้าเป็นแบบนั้น เธอไม่เกลียดมนุษย์หรือนางฟ้าหรือยังไง ที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้”มายุถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลงกว่าทุกครั้ง ส่วนยูกิก็ยังลงนิ่งไปซักพักก่อนจะส่ายหน้าและยิ้มออกมา “ถ้าเกลียดไปแล้วจะได้อะไร ฉันควรใช้ชีวิตให้มีความสุขมากกว่า”คำพูดของยูกิทำให้มายุนิ่งไปซักพักก่อนที่ยูกิจะค่อยๆบิน....ลอยขึ้นไปบนฟากฟ้าที่เป็นที่อยู่ของเทพ ซึ่งปีศาจแบบเธอไม่สามารถขึ้นไปเองได้   ผ่านไปหลายเดือนสิ่งที่ยูกิทำนั้งทำให้เบื้องบนโมโหมาก เธอปล่อยตัวนักโทษให้หนีไปได้แถมข้อมูลผู้ต้องหาก็หายไปหมดจนไม่สามารถทำคดีต่อไปได้ ซึ่งโทษของเธอคงจะหนักกว่านี้ถ้าไม่ติดว่าเธอมีความดีความชอบมาก่อนหลายอย่าง โทษของเธอจึงเหลือแค่ลงมาเป็นมนุษย์โลก ยูกิลงมาเป็นมนุษย์โลก เปิดร้านขายดอกไม้ที่เธอชอบ จะว่ายังไงดีน่าจะเพราะด้านแฟชั่นหรือด้านอาหารเธอก็ไม่สามารถทำได้ จะเป็นนายหน้าขายของก็ยาก การขายดอกไม้คงจะเป็นทางเลือที่ดีที่สุด คาชิวากิ ยูกิเปิดร้านในประเทศญี่ปุ่นที่เป็นสถานที่ที่พ่อของเธอเคยอยู่ ทำให้รู้ว่าความจริงแล้วพ่อของเธอไม่เคยนอกใจแม่เลย เพียงแค่เขากำลังป่วยหนักจึงบอกเลิกแม่ของเธอ ส่วนแม่ของเธอก็เข้าใจผิดเองและด้วยร่างกายที่ไม่แข็งแรงจึงตายตอนคลอดเธอออกมา กริ๊งๆๆ! เสียงสั่นของกระดิ่งหน้าประตูทำให้คนที่กำลังจัดดอกไม้อยู่ตรงเคาน์เตอร์เงยหน้ามามองก่อนจะยิ้มขึ้นเมื่อเห็นลูกค้าประจำที่ตีหน้าบึ้งและกอดอกมองเธอยู่ “ว่าไงคะ วาตานาเบะซัง วันนี้จะรับอะไรดีคะ” วาตานาเบะ มายุ ตามหาเธอจนเจอและมาอยู่ในเมืองเดียวกับเธอ ไม่รู้ว่าทำไมเด็กสาวคนนี้ถึงตัดสินใจตามเธอมาแบบนี้ แถมยังมาซื้อดอกไม้ประจำจนเธอขำอีกฝ่ายเหมือนกัน ก็จากฆาตกร 200 ศพ อยู่ดีๆมาหวานๆนึกอยากจะมาซื้อดอกไม้แบบนี้มันก็แปลกอยู่เหมือนกัน “รับเจ้าของร้านได้ไหมล่ะคะ” มายุเกินมาก่อนจะนั่งบนโต๊ะพร้อมยื่นหน้ามาหาคุณเจ้าของร้านคนสวย ยูกิวันนี้รวมผมตึงจนเห็นต้นคอขาวทำเอามายุนึกอยากขบกัดตรงต้นคอถ้าไม่ติดที่กลัวเจ้าของร้านจะตายไปซะก่อน “อย่ามาล้อเล่นน่ะ ระวังฉันคิดจริงนะ” ยูกิพูดก่อนจะยื่นหน้ากลับไปหามายุ ซึ่งเหมือนทุกครั้ง ปีศาจตัวน้อยขี้ป๊อดก็กระโดดหนีออกไปเหมือนทุกครั้งจนเจ้าของร้านขำขึ้นมาทันที “เอ้าจะไปไหน เอานี่ไปด้วยวันนี้ฉันแถมให้ฟรีเลย” เมื่อเห็นเด็กสาวขี้อายกำลังจะหนีไปทำเอายูกิรีตะโกนออกไปก่อนจะไปหยิบของจากใต้โต๊ะเคาน์เตอร์ขึ้นมา มายุหันมองตามก่อนจะหน้าแดงจัดเมื่อเห็นของในมือของอีกฝ่าย “ตกลงไหม?” มันไม่ใช่ดอกไม้แต่สิ่งที่ยูกิชูคือกระดาษที่เขียนข้อความว่า..... [เป็นแฟนกันนะ] แม้จะไม่มีคำพูดอะไร แต่ร่างของปีศาจสาวก็โถมเข้าไปกอดอีกฝ่ายทันที “รักเธอนะ....” สิ่งที่ยูกิพูดมันคือคำพูดเดียวกับที่มายุอยากพูดเพียงแต่มายุใช้วิธีบอกที่ต่างออกไป มายุค่อยๆดึงอีกฝ่ายมาใกล้ๆก่อนจะเขย่งขาขึ้นไปประกบริมฝีปากอย่างช้าๆและค่อยๆถอนริมฝีปากออกแต่ยังคงจ้องไปที่ดวงตาของอีกฝ่าย ในตอนแรกยูกิไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่เมื่อเด็กสาวเริ่มคิ้วขมวดเธอก็เข้าใจขึ้นมาว่าเธอควรจะทำยังไง.....ดวงตาของยูกิเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเข้มก่อนที่เสียงหวานจะลอยดังขึ้นมาว่า....   “ฉันก็รักเธอ ยูกิรินของฉัน”   _______________________________________________________________________________________   Talk : ว่าไงดี เราไม่ได้กลับมานะคะ เพราะคิดว่าโปรเจคปิดงานเราน่าจะล่ม เลยขอมาแต่ง OS เล่นหน่อย ความจริงมันควรจะยาวกว่านี้ให้ทุกคนฟินกว่านี้แต่เราไม่ไหวแล้วเลยเอาแค่นี้พอ //___\\ คืออันนี้เป็นฟิคที่เราเคยแต่งทิ้งไว้และมันค้างๆ เลยว่าแต่งให้จบดีกว่า โปรเจค Mirror SS 2 อาจจะมีเนื้อหาคล้ายกับอันนี้อย่าแปลกใจค่ะ เพราะเราเอาอันนั้นมาดัดแปลงแหละ ถ้าหากโปรเจคนั้นรื้อมาทำใหม่คงได้เห็นเนื้อหาจาก OS แบบละเอียดขึ้นนะคะ ลาทุกคนอีกรอบ ปล.ที่ลงใน 48.in.th เพราะจะได้ตรงกลุ่มเป้าหมายหน่อย ขออภัยนะคะ แหะๆ