Search the Community

Showing results for tags 'Atsuko'.

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Found 1 result

  1. [One shot] 148.5cm no Mita Yume  Atsumina     "148.5cm no Mita Yume" คอนเสิร์ตจบการศึกษาของทาคาฮาชิ มินามิ กัปตันของ AKB หรือที่หลายคนรู้จักเธอในฐานะ โซซังโตคุ บนบ่าเล็กๆของเธอผู้ซึ่งแบกรับอะไรไว้มากมาย   งานกำลังจะเริ่มขึ้น พร้อมกับเสียงคนเริ่มจอแจมากขึ้น คนดูเริ่มทยอยเดินเข้ามาทีละคน จนพื้นที่ด้านล่างเต็มไปด้วยคน   ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ มันก็ยังคงให้ความรู้สึกเหมือนเดิมเลยสินะ               ร่างบางในชุดกระโปรงสีดำลายสีขาว ซึ่งมันเป็นชุดที่เธอใช้สำหรับการเตรียมขึ้นแสดง หญิงสาวยิ้มบางๆทอดสายตามองร่างของคนตรงหน้า ในชุดที่เป็นสไตล์คล้ายๆกันกับเธอ ร่างเล็กเกล้าผมเป็นทรงสูงมีที่รัดผมสีเทากับหน้าม้าที่ถูกจัดไว้อย่างดี พวกเธอทั้งคู่พร้อมจะขึ้นแสดงแล้ว อีกไม่กี่นาทีก็คงจะถึงสินะ       “วันนี้ อย่าร้องไห้เชียวละ ทาคามินะ”              เสียงหวานพูดด้วยน้ำเสียงติดตลก มองเพื่อนคนสำคัญตรงหน้า กัปตันร่างเล็กหันมายิ้มกว้าง หัวเราะน้อยๆ บรรยากาศระหว่างพวกเธอสองคนมันยังคงเป็นเช่นนี้เสมอ ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด มันเหมือนกับพึ่งเมื่อวานเองนะ ที่เธอจะขึ้นร้องเพลงคู่กับทาคามินะ เพลงที่แสนสำคัญสำหรับพวกเธอสองคน       “เธอก็เหมือนกันนั่นแหละ อัตสึโกะ”           กัปตันร่างเล็กพูดด้วยน้ำเสียงมีความสุข หันมองคนหยอกกันเล่น แต่อย่างไรก็ตามเธอรู้ดีว่าอัตสึโกะ ไม่ได้ร้องไห้ง่ายขนาดนั้น ร่างบอบบางของคนตรงหน้าเธอค่อนข้างเก็บอารมณ์ได้ดีเชียวละ     “ไว้หลังจบคอนเสิร์ตมาค้างห้องฉันนะ”     “ก็ไม่เลวนะคะ ทาคามินะ แต่นั่นคงเป็นหลังที่พวกเราเลี้ยงฉลองกันเสร็จล่ะ”             มินามิมองอัตสึโกะ พบว่าอีกฝ่ายที่ทำผมอย่างนี้ทำให้คนร่างบางตรงหน้าสวยมาก ไม่สิ อย่างไรก็ตามอัตสึโกะของเธอก็สวยอยู่แล้ว ใช่ไหมละ?    “วันนี้เธอสวยมากเลย”    “เห ทาคามินะ พูดอย่างนี้ ต้องการให้ฉันเลี้ยงอะไรหรือเปล่าคะ”          ร่างบางจับที่หูฟังตัวเอง หันมองร่างเล็กที่เอ่ยชม ก่อนจะยิ้มน้อยๆ    “เธอสวยจริงๆนะ อัตสึโกะ”           ถ้าไม่ติดว่าตรงนี้มีช่างกล้องและคนจำนวนมากยืนอยู่ เธอคงขยับร่างกายเข้าไปชิดกับร่างบางตรงหน้าแล้วรั้งเอวอีกฝ่ายมาไว้ในอ้อมกอดเธอแล้วจริงๆ    “แล้วเธอเคยเห็นใครสวยกว่าฉันกันละ”            ร่างบางพูดด้วยสุ้มเสียงเอาเรื่อง กอดอก เลิกคิ้ว มองร่างของกัปตันตัวเล็กกอดอกน้อยๆ มองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าตื่นๆ แล้วรีบสะบัดหน้าไปมาเป็นเชิงปฏิเสธ จนหางม้าของเธอกระจาย อัตสึโกะเห็นท่าทีเช่นนั้นก็ได้แต่หัวเราะ เพราะอย่างนี้ไง คนอย่างทาคาฮาชิ มินามิ ถึงได้น่าแกล้ง          เธอรู้ดี อย่างไรก็ตาม คนตรงหน้าเธอ ไม่มีทางมองว่าใครสวยกว่าเธอแน่นอน ถึงแม้ว่าคนนั้นจะสวยกว่าเธอก็ตาม จริงไหมละ?    “ไม่มีทางอยู่แล้ว เธอก็รู้นี่ จะให้ฉันมองใครได้กันละ” ...ก็ฉันมองแต่เธอมาโดยตลอดนี่นา...    “ฉันล้อเล่นน่าทาคามินะ จริงจังไปได้”          อัตสึโกะส่ายหน้าให้กับร่างเล็กที่ชอบทำตัวซื่อ    “อากาศมันเย็นๆเนอะ ว่าไหม”            ร่างบางบ่นพึมพำ สีหน้าบึ้งเล็กน้อย เหมือนกับเด็กน้อยร่างบางเบ้หน้า ก่อนจะลูบแขนตัวเองเล็กน้อย อากาศตอนช่วงเวลามันเย็นจริงๆ ...ให้ตายสิ เธอไม่ชอบเลย... กัปตันร่างเล็กมองร่างบางของอัตสึโกะอย่างเป็นห่วง คนตรงหน้าขี้หนาวแค่ไหน เธอรู้ดี   “หนาวสินะ”                ร่างเล็กเอ่ยถามอัตสึโกะร่างบางพยักหน้าลงเบาๆ ...เธออยากจะดึงคนตรงหน้ามากอดเพื่อจะได้อุ่นขึ้นเสียด้วยซ้ำ... กัปตันสาวคิดในใจร่างเล็กหันซ้ายมองขวาเพื่อหาอะไรบางอย่างมาคลุมร่างบาง อย่างน้อยมันน่าจะมีอะไรที่ทำให้ร่างบางของเธออุ่นขึ้นมาบ้างนะ    “ขอโทษนะคะ ฉันขอผ้าคลุมที่เอวของคุณได้ไหมคะ”            ปกติกัปตันร่างเล็กเป็นประเภทที่ค่อนข้างขี้เกรงใจคนอื่นมากทีเดียว จึงไม่ค่อยที่จะขอร้องอะไรใครเท่าไหร่นัก แต่ทว่าถ้ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอัตสึโกะ ทุกอย่างมักจะต่างออกไปเสมอ   “ครับๆ ได้ครับ นี่ครับ”       ชายหนุ่มที่ถือกล้องอยู่รีบโยนกล้องไปให้เพื่อนที่มาด้วยกัน เขารีบปลดผ้าคลุมไหล่สีน้ำตาลแดงพร้อมกับส่งให้กับกัปตันสาวชื่อดังทันที    “เอ้า คลุมตัวไว้นะ เดี๋ยวไม่สบายไปซะก่อน”          กัปตันสาวคลุมผ้านั้นลงบนไหล่ของร่างบาง ยิ้มอย่างอ่อนโยน พลางคิดในใจว่า เท่านี้เธอคงอุ่นขึ้นมาได้บ้างละนะ เสียงคนเริ่มเงียบลงเมื่อเสียงผู้หญิงพูดขึ้น เสียงกรีดร้องดังขึ้นทันที ซึ่งมันบ่งบอกว่าคอนเสิร์ตได้ใกล้ที่จะเริ่มขึ้นไปทุกที    “อัตสึมินะ คู่นี้นี่มัน ...”           หญิงสาวเรือนร่างสูงผู้มีเรือนผมสั้นเดินเข้ามา ชิโนดะ มาริโกะเดินเข้ามาทักทายคนที่กำลังจะกลายเป็นอดีตกัปตันและอดีตเอซตลอดกาล ที่ไม่ว่าจะอย่างไร ก่อนจบการศึกษาหรือจบไปแล้ว ทั้งคู่ก็ยังทำให้คนดูรู้สึกว่ามันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย    “อิจฉากันสินะคะ”            อัตสึโกะพูดเบา เหลือบมองคนขัดจังหวะ มาริโกะยิ้มค้างเล็กน้อย กับคนประเภทพูดน้อยต่อยหนักอย่างร่างบางตรงหน้า ส่ายหน้ากับท่าทางที่คุ้นชิน    “เหมือนเดิมจริงๆเลยนะ อัตจัง”    “มาริโกะ ยังไม่ชินอีกเหรอคะ”             ร่างบางพูดทำหน้าเหมือนกับว่า อีกฝ่ายน่าจะชินได้แล้วนะ? ร่างคนผมสั้นมองคนที่มีท่าทีกวนประสาทหน้าตายอย่างอัตสึโกะ ที่ยังคงเหมือนเดิมจริงๆ และคงจะเปลี่ยนได้ยากด้วย            ไม่นานนักทำนองเพลงก็ดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่จังหวะหนักแน่นจะดังขึ้น     …A K B 4 8…        “ให้ตายเถอะ เอาเถอะ เตรียมตัวขึ้นเวทีกันได้แล้ว ใกล้เวลาเปิดตัวของอัตสึมินะแล้ว” จากท่าทีที่กวนประสาทก็เปลี่ยนเป็นจริงจัง ทั้งคู่พยักหน้าให้กับมาริโกะ มือจับกันไว้และมองหน้ากัน ทั้งคู่ยิ้มให้กันก่อนจะเตรียมตัวขึ้นแสดง    “สมกับที่เรียกกันว่า อัตสึมินะ”           มาริโกะพึมพำมองทั้งคู่ที่เดินจูงกันขึ้นเวทีไป             เสียงหัวเราะจากในวีดีโอที่เปิดฉาย ทำให้บรรยากาศเก่าๆผุดขึ้นมากันที ทาคาฮาชิ สูดลมหายใจเข้าลึกๆอย่างตื่นเต้น อย่างไรก็ตามวันนี้ก็เป็นวันที่สำคัญมากสำหรับเธอ มองมือที่บีบเข้าหากันของอัตสึโกะ ก็รู้สึกราวกับว่าความกังวลใจพวกนั้นมันจะจางหายไป ...เพราะว่ามีอัตสึโกะยืนอยู่ตรงนี้... มินามิ ทาคามินะ ทาคามินะซัง มินามิจัง ทาคามินะจัง          เสียงเรียกของสมาชิกในวงกำลังเรียกชื่อของ กัปตันร่างเล็กที่ถือได้ว่าเป็นเสาหลักคนสำคัญของ AKB น้ำเสียงใสๆของสมาชิกในวงมันทำเอากัปตันร่างเล็กจะต่อมน้ำตาแตกเสียให้ได้          อัตสึโกะยืนมองอยู่เบื้องหลัง มองเห็นแผ่นหลังของทาคามินะที่แสนเล็ก แต่มันยิ่งใหญ่เสมอ มันเป็นเช่นนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ประตูเปิดขึ้น เท้าของทาคามินะก็ก้าวเดินออกไป ทำไมกันเธอที่ยืนอยู่ตรงนี้ถึงได้รู้สึกแสบจมูกขึ้นมากันนะ           เสียงเรียกหยุดลง อัตสึโกะค่อยๆก้าวเท้าไปอย่างไม่รีบร้อนนัก ร่างบางหยุดยืนอยู่ตรงจุดนั้นที่ห่างจากร่างเล็กไม่มากนัก ค่อยๆยกไมค์ขึ้นจ่อที่ริมฝีปากและเปล่งเสียงออกไปอย่างมั่นคง      “ทาคามินะ”            น้ำเสียงเดียวกับน้ำเสียงยามที่เธอใช้เรียกอีกฝ่าย แต่ทว่าน่าแปลก ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองจะต้องพูดชื่อของอีกฝ่าย แต่ทว่าอัตสึโกะเกือบจะบังคับเสียงของตัวเองไม่ให้สั่นไม่ได้ด้วยซ้ำไป อัตสึโกะเรียกมินามิ พร้อมกับใบหน้าที่มีรอยยิ้มจางๆ           เสียงทำนองอันคุ้นหูดังขึ้น เพลงที่พวกเธอสองคนรู้จักกันดี Omide no hodonto(ในความทรงจำ) ตามชื่อที่เป็นชื่อเพลง มันตรงตามนั้นเพราะเพลงนี้มันเต็มไปด้วยความรู้สึกและความทรงจำที่ถูกเก็บไว้อย่างดีและถ่ายทอดมันลงมาในเพลง ร่างบางก้าวไปหากัปตันร่างเล็กอย่างช้าๆ อัตสึโกะสบตากับดวงตาคู่นั้นของมินามิก็ได้แต่ยิ้ม แต่ดวงตากลับพร่าเลือนไปด้วยน้ำตา เธอพยายามยิ้มให้หยีขึ้นเพื่อไม่ให้น้ำตาไหลออกมาในเวลานี้               ใครกันที่บอกว่า อย่าร้องไห้                มือทั้งสองต่างสัมผัสที่แขนของกันและกันอย่างสนิทสนม ร่างบางยกมือขึ้นสัมผัสที่บ่าของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ทันทีที่เห็นดวงตาคู่นั้นของอีกฝ่ายก็เต็มไปด้วยน้ำตา               แน่นอนมันทำให้เธอไม่อาจกลั้นน้ำตาได้เลย               ทาคามินะใช้นิ้วปาดน้ำตาตัวเองของตัวเองออก ร่างบางสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเปล่งเสียงร้องของตัวเองออกมา     それぞれの窓から sorezore no madokara ต่างคนต่างก็เหม่อมองผ่านหน้าต่างออกไป 青い月を眺め aoitsukiwonagame สายตาจับจ้องยังดวงจันทร์สีน้ำเงินทอแสง                 เสียงของร่างบางสั่นอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่พยายามควบคุมเสียงเอาไว้ด้วยซ้ำ อัตสึโกะยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ทาคามินะยิ้มจับแขนอัตสึโกะอัตสึโกะไม่ได้เป็นคนที่ร้องไห้ง่ายขนาดนั้น แต่ว่าเพราะคนตรงหน้าเป็นทาคามินะ ...น้ำตามันก็พาลจะไหลออกมา...     だらだら長電話しながら daradaranagadenwashinagara ในขณะที่คุยโทรศัพท์ถึงกันอย่างยาวนานไม่รู้จบ 何でも話した nandemohanashita บอกเล่ากันได้ในทุกเรื่องราว                น้ำตาของคนที่กำลังจะกลายเป็นอดีตกัปตันร่วงลงมาจากดวงตาคู่สวย น้ำเสียงสั่นพร่าของอีกฝ่ายสะท้อนเข้าไปในหัวใจของเธอ ทำให้ดวงใจสั่นไหวอย่างง่ายดาย     同じように見えても onaji you nimietemo แม้ว่าเราจะมองดูในสิ่งเดียวกันอยู่ 違う景色なんだ chigaukeshikinanda ทว่าในความเป็นจริง ทิวทัศน์ที่ได้เห็นนั้นแตกต่าง 気づいてはいたけど kizuitewaitakedo ฉันเอง รับรู้มันมาโดยตลอด 触れたくなかった 空… furetakunakattasora... แต่ก็ไม่อยากจะเอื้อมมือไปสัมผัสแตะต้อง ... ท้องฟ้า   ずっと ずっと そばにいたから zuttozutto soba niitakara เพราะเธอนั้นคอยอยู่เคียงข้างฉันเสมอมา                                                    ずっと ずっと そばにいたから zuttozutto soba niitakara เพราะเธอนั้นคอยอยู่เคียงข้างฉันเสมอมา 離れ離れなんて(やだよ) hanarebanarenante (yadayo) หากว่าต้องพรากจากกันไป จะเป็นอย่างไร (ไม่เอานะ) 想像できない souzoudekinai ไม่อาจนึกภาพออกมาได้เลย ★思い出のほとんどは そう一緒に作ったね omoide no hotondowasouisshounitsukutta ne ความทรงจำเกือบทั้งหมดของฉันนั้น ,ใช่สินะ ฉันสร้างมันขึ้นมาด้วยกันกับเธอ 笑ったり泣いたりケンカしたりして warattarinaitariKENKAshitari shite เราเคยเปล่งเสียงหัวเราะ ปลดปล่อยน้ำตาด้วยการร้องไห้ และมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง お互いの夢 語り合った日々 otagai no yumekatariattahibi คืนวันที่เคยได้แบ่งปัน ได้พูดคุยถึงความฝันซึ่งสองเรามีร่วมกัน 時は過ぎて tokiwasugite ช่วงเวลาเหล่านั้น ล้วนผ่านเลยไป   ★思い出のほとんどは 2人の足跡 omoide no hotondowafutari no ashiato ความทรงจำเกือบทั้งหมดของฉันนั้น มีรอยเท้าของคนสองคนที่ได้ร่วมเดินทาง 歩いて走って立ち止まって aruitehashittetachidomatte เราเคยก้าวเดินไปช้าๆ ออกวิ่งไปข้างหน้าอย่างเร่งร้อน และมีบางคราที่ยืนหยุดพัก 何度も道に迷いここに来た nandomomichinimayoikokonikita ไม่ว่าจะหลงทางซักกี่ครั้ง ก็จะต้องกลับมายังที่ตรงนี้เสมอ 別れ際の wakaregiwa no แต่ในตอนนี้ จะต้องแยกจากกันแล้วนะ 友よ tomoyo เพื่อนเอย                    ร่างบางจ้องมองดวงตาที่แสนคุ้นเคยคู่นั้นอย่างลึกซึ้ง ทั้งคู่ยิ้มให้กันทั้งน้ำตา ทั้งที่เตรียมตัวมาดีแท้ๆ แต่เมื่อถึงเวลาจริงกลับไม่อาจกลั้นน้ำตาให้กับความทรงจำเหล่านี้ได้เลย ...คิดถึง...             เธอคิดถึงช่วงเวลาเหล่านี้อย่างสุดหัวใจ คิดถึงช่วงเวลาที่เคยมีร่างเล็กไปไหนด้วยกันตลอดเวลา คิดถึงมาตลอดในช่วงเวลาที่พรากจากกันไป ไม่คิดด้วยซ้ำว่าในวันหนึ่งจะมีโอกาสขึ้นมาร้องเพลงนี้กับเธออีกครั้ง ทาคามินะ               ที่ทำให้หวนนึกถึงวันนั้นที่เป็นคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของเธอที่โตเกียวโดมครั้งนั้น     “ขอบคุณที่เธอมานะ ฉันคิดถึงเธอจริงๆ”              ทาคามินะพูดออกมาอย่างแผ่วเบา เพียงพอให้คนตรงหน้าได้ยินเพียงคนเดียวเท่านั้น ก่อนจะยกมืออันสั่นพร่าของตัวเองเพื่อปิดตาทั้งสองข้าง พยายามไม่ให้น้ำตามันไหลไปมากกว่านี้ อัตสึโกะรับฟังคำพูดของอีกฝ่ายทั้งน้ำตาพยักหน้าลงพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงมา ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน             ช่วงเวลาเหล่านี้ที่แสนมีค่าที่ทำให้แม้กระทั่งคนดูก็แทบจะหลั่งน้ำตา    “สำหรับฉันแล้ว ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ ฉันก็จะมา”    “ใครบอกกันละว่าจะไม่ร้องไห้”            อัตสึโกะพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พยายามติดตลก ทั้งสองคนหัวเราะด้วยกันทั้งน้ำตา จนบางที พวกเธออาจจะรู้สึกว่าตัวเองอยู่กันเพียงลำพัง     “แล้วใครละที่บอกฉันว่าอย่างร้องกันละ อัตสึโกะ”             เป็นทาคามินะที่หัวเราะแล้วพูดออกมา หากแต่น้ำตาก็ยังคงอยู่ ไม่จางหายไป ทั้งคู่ปาดน้ำตาของตัวเองซ้ำไปซ้ำมา แต่มันก็หยุดไหลยากเย็นเสียเหลือเกิน               ทำนองเพลงที่เป็นช่วงพักจะจบลง ทั้งสองสบตากันก่อนจะเปล่งเสียงร้องออกมา     ★思い出のほとんどは そう一緒に作ったね omoide no hotondowasouisshounitsukutta ne ความทรงจำเกือบทั้งหมดของฉันนั้น,ใช่สินะ ฉันสร้างมันขึ้นมาด้วยกันกับเธอ 笑ったり泣いたりケンカしたりして warattarinaitariKENKAshitari shite เราเคยเปล่งเสียงหัวเราะ ปลดปล่อยน้ำตาด้วยการร้องไห้ และมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง お互いの夢 語り合った日々 otagai no yumekatariattahibi คืนวันที่เคยได้แบ่งปัน ได้พูดคุยถึงความฝันซึ่งสองเรามีร่วมกัน 時は過ぎて tokiwasugite ช่วงเวลาเหล่านั้น ล้วนผ่านเลยไป     ★思い出はいつの日か美しい夕陽として omoidewaitsu no hi kautsukushiiyuuhi to shite วันใดวันหนึ่งในภายภาคหน้า ความทรงจำจะเป็นดั่งอาทิตย์อัสดง แสนงดงาม 私の足下照らすでしょう watashi no ashimototerasudeshou และคงจะสาดแสงลงมาอาบไล้เส้นทางที่ฉันก้าวเดิน あなたの顔や声が地図になる anata no kaoyakoegachizuninaru ใบหน้าและน้ำเสียงของเธอนั้น จะเป็นดั่งสิ่งนำทาง どこにいても dokoniitemo ไม่ว่าอยู่ ณ ที่ใด เราก็ยังคงเป็น 友よ tomoyo เพื่อนกัน                มือทั้งสองที่แตะกันแล้วยกขึ้นสูง มันไม่ต่างกับในวันนันเลยด้วยซ้ำ มือเรียวประสานเข้าหากันแล้วค่อยๆเคลื่อนต่ำลงมา แล้วกอดกัน ...ทาคามินะ... ...อัตสึโกะ...          ต่างคนต่างเรียกชื่อของกันภายในใจ อัตสึโกะวางคางลงกับไหล่ของร่างเล็ก หลับตาลง ปล่อยให้น้ำตามันไหลอย่างช้า     “พวกเรานี่ร้องไห้กันเป็นเด็กๆไปได้”     “นั่นสิ”            มือทั้งสองเกาะเกี่ยวกันอย่างไม่ยอมปล่อย ส่ายหัวกับตัวเอง ทั้งที่พวกเธอก็โตขึ้นเยอะแล้ว อัตสึโกะมองหน้ามินามิ ทั้งสองคนจ้องหน้ากันแล้วหัวเราะให้กัน            ภาพที่ทำให้ทุกคนอยากจะร้องไห้ให้กับความสัมพันธ์ของกัปตันร่างเล็กกับเอซตลอดกาล ....อัตสึมินะ...         “ทาคามินะ วาตาชิ.....”              เสียงใสๆอันเป็นเอกลักษณ์ของเซนเตอร์ผู้เป็นตำนานอีกคน โอชิมะ ยูโกะ ทำเอาคนที่น้ำตาร่วงพรูทั้งสองคนหัวเราะออกมาเสียงดัง โดยเฉพาะทาคามินะ ที่แทบจะปรับอารมณ์ตัวเองแทบไม่ทัน ...ดูยูโกะสิ ขัดอารมณ์ซึ้งจริงๆ ให้ตายเถอะ ดูสิ คนเขากำลังซึ้ง...