Search the Community

Showing results for tags 'Watanabe Mayu'.

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Found 4 results

  1. Inside     กราบขอบพระคุณภาพประกอบ(ทวง)ฟิคจากคุณ taro015 さん อย่างสุดซึ้งค่ะ   Episode  | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 10.5 | 11 | 12 | 13 | - Epilogue -     เอาออก 2018 ---------     ฟิครายวูบเดียว ที่แอบคิดพล๊อกไว้นานแล้วแต่ไม่มีโอกาส พอดีโดนจุดประกายว่า เขียนแนวสืบสวนสิ...   อิอิ...   แต่สืบสวนไม่น่ารอดค่ะ  เพราะงั้นฟิคเรื่องนี้ไม่ใช่แนวสืบสวนหรอก   หากแต่งไปตามเรื่องนี่มันดาร์คสุดๆค่ะ ไม่มีบทหวานแน่     ยังไม่ทราบว่าจะมีกี่ตอน และไม่รู้ว่าจะมีต่อไหม เสมือนลงซาวน์เสียงก่อนแล้วกันเนอะ โฮฮฮฮ   กราบขออภัยล่วงหน้า ถ้าใช้เวลายาวนานค่ะ   ปล. ชื่อเรื่องก็ตั้งสดเนี่ย ไม่รู้จะใช้ชื่ออะไร แค่คาดว่าไม่เปลี่ยนแล้วหล่ะค่ะ 5555  
  2. Inexplicable Rival/Lover?       -Prologue- | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | Epilogue |       (edit ออกสำหรับโครงการในอนาคตค่ะ) 15/11/15   พอดีเห็นเรื่องการก๊อปปี้นิยาย และสำหรับโครงการที่วางแผนไว้ในอนาคตของเรา จึงขออนุญาตนำเรื่องนี้ออกค่ะ  เหลือไว้ถึงแค่ตอน 9 เท่านั้นนะคะ  ขอบคุณทุกท่านมากค่ะที่คอยสนับสนุนมา ขอบคุณค่ะ     Side Story In Romania (RenaYuki) This is my sight (Okada Nana) The story of Watanabe Mayu | 1 | 2 | Since I saw you (Rena) - จมน้ำไปแล้วข่ะ ห้ามขุดนะ         Special   Epilogue - Fanart Comic by ChrisTy -     From now on | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 |      From now on part three  - Fanart Comic by ChrisTy -     - Special Short Story- Just some another day - Summer Special - - Hanabi -     สีเทา = Coming soon -------------------------------------------------       Inexplicable Rival/Lover? -Prologue-  -2018.05.27-
  3.          number of word: 1,342                 “จูริน้าาาาาาาาาาาาาา~”     เสียงเรียกชื่อลากยาวที่มาพร้อมการเปิดประตูแบบไม่สนใจจะเคาะ ทำเอาเจ้าของห้องถึงกับต้องยอมละสายตาออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อมองดูแขก (ไม่ได้) รับเชิญที่พรวดพราดเข้ามาในห้องของเขา และเธอดูแปลกใจ ที่เห็นเจ้าของชื่อนั่งทำงานอยู่                       “เห ฉันนึกว่าแกนอนตายอยู่บนเตียงเหมือนทุกวันซะอีก”       เจ้าของเสียงเล็ก ๆ เดินเข้ามาแล้วเอาข้าวของของตัวเองวางบนเตียงของเขา                       “เบื่อน่ะ อีกอย่าง ต้องลุยเล่มให้เสร็จ”                   “เพิ่งสำนึกได้หรอ ว่าแกยังเป็นนักศึกษาปีสี่ ที่ต้องทำงานวิจัยเตรียมจบ ไม่ใช่นอนจมกับความเศร้าเรื่องโดนสาวหักอก”       ร่ายยาวยิ่งกว่ามหากาพย์รามเกียรติ์ และช่างตอกช่างย้ำจริง ๆ เขาผ่อนลมหายใจ ก็เป็นจริงอย่างที่คนตัวเล็กว่านั่นแหละ เขา...ต้องทำอะไรซะบ้าง นอกจากนอนจมความเศร้าเป็นกองขยะเหมือนหลายเดือนที่ผ่านมา     แต่การโดนบอกเลิกไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะยอมรับ ไม่ง่ายเลยจริง ๆ                       “งั้นแกก็พร้อมจะฟังแล้วใช่มั้ย ว่าฉันไปเจออะไรมา”                      “อะไรของแก มายุ”    เขาถามไม่เข้าใจ มายุเป็นคนเดียวเลยหละมั้ง ที่มาดูดำดูดีเขา ตั้งแต่ที่เขา...โดนทิ้ง                   “ฉันเห็นแฟนแก เอ่อ...แฟนเก่าแก เรนะซังน่ะ ไปไหนมาไหนกับผู้ชายคนอื่นหลายทีแล้ว แต่ยังไม่กล้าบอก ตอนนี้เห็นแกดีขึ้น...”    พอมายุเห็นสีหน้าของจูรินะเศร้าลง เขารู้ทันทีว่าเพื่อนของเขาไม่ได้อาการดีขึ้นเลย    “ท่าจะยังไม่ดีขึ้นแฮะ”       และมายุก็เงียบไป ส่วนจูรินะน่ะหรอ ตายไปอีกรอบแล้วมั้ง เรนะ.... เรนะที่คบกับเขามาเกือบสามปี เพิ่งบอกเลิกเขาไปดื้อ ๆ เมื่อไม่กี่เดือนก่อนโดยที่ไม่บอกแม้แต่เหตุผลที่เดินจากไป     เขาคิดจะรอ แต่เมื่อเรนะไม่กลับมา ก็ถึงเวลาที่ต้องทำใจ แต่มัน...ทำยากกว่าที่หลาย ๆ คนเคยพูด ทุกครั้งที่ลืมตาตื่น ความทรงจำต่าง ๆ ก็สาดเข้าใสแบบเต็ม ๆ จนอยากจะตายไปให้พ้น ๆ      เข้าเรียนก็ไม่ค่อยเข้า ไปไหนก็ไม่ค่อยไป จนวันก่อนโดนอาจารย์ที่ภาคเรียกไปเตือน เลยเริ่มรู้ตัวว่า เขาอาจจะได้ตายจริง ๆ ถ้าเรียนไม่จบปีนี้ ...พ่อแม่ฆ่าเขาตายแน่ ฮือออออ     ก็เลยต้องเริ่มปฏิวัติตัวเองซะใหม่ แต่พอเจอมายุมาบอกอะไรแบบนี้ เหมือนที่พยายามมาทั้งหมดจะสูญเปล่าเอาดื้อ ๆ                       “จะกลับไปนอนเน่าเหมือนเดิมมั้ยเนี่ย”    มายุส่ายศีรษะ ก่อนจะมองหน้าจอคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปของจูรินะที่เปิดค้างไว้    “พลาซีโบเอฟเฟค มันคืออะไร”       มายุกะจะถามไปเข้าเรื่องเรียนของคนที่คุยด้วย แต่เหมือนสติสัมปชัญญะของจูรินะจะตายไปพร้อมกับคำบอกเล่าของมายุเมื่อครู่ เธออยากจะเขกหัวตัวเองจริง ๆ ที่ตัดสินใจบอกจูรินะเร็วไปหน่อย นึกว่าจะหายดีแล้ว     พอไม่มีคำตอบจากคนตรงหน้า มายุก็เลยเลือกหยิบมือถือมาเล่น ก่อนจะสไลด์หน้าจอทัชสกรีนผ่านตาอย่างรวดเร็ว                       “นี่จูรินะ เคยได้ยินอันนี้มั้ย นักจิตวิทยากล่าวว่า ถ้าเรามัวแต่จดจำแต่ความสุข จะทำให้เราลืมความทุกข์ยากขึ้น”       จูรินะหันมองมายุ ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน นักจิตวิทยากล่าวว่า... อย่างนั้นหรอ พอได้ยินอะไรเกี่ยวกับที่เรียน... เลิกสมองตายแปบนึงก็ได้                       “เอามาจากไหน”                   “ทวิต”   มายุตอบทั้ง ๆ ที่ยังมองจ้องมือถือของตัวเอง ทวิตเตอร์งั้นสิ   “อันนี้เด็ดกว่า เขาบอกว่า ตามหลักจิตวิทยา คนที่เลิกกันแต่ยังเป็นเพื่อนกันได้ แปลว่า ทั้งคู่ ยังรักกัน หรือไม่ก็ ไม่เคยรักกัน เลย”                   “หึ”   จูรินะแค่นหัวเราะออกมา ถ้าความคิดคนมันจะไม่ซับซ้อนขนาดแยกประเภทความรู้สึกได้ชัดเจนขนาดนี้ เขาควรเอาตำราจิตวิทยาทั้งหมดไปเผาทิ้งดีกว่ามั้ย                   “หรือว่าอันนี้ นักจิตวิทยากล่าวว่า การที่คุณรอ ใครบางคน อาจทำให้คุณเสีย คนดีดี ไปแล้วหลายคน”    มายุอ่านจบและเงยหน้ามองจูรินะ จูรินะมองมายุสีหน้าสงสัยกับไอ้ทวิตสุดท้ายที่มายุพูดให้เขาฟัง    “เออ แกก็เรียนจิตวิทยานี่หว่า”   มายุรีบเปลี่ยนเรื่อง    “มีคำคมดี ๆ ให้ฉันทวีตเรียกรีทวีตมั้ย”                   “อะไรของแก”    ต้องการแค่นี้งั้นหรอ สุดท้ายเป็นห่วงเขาบ้างมั้ยเนี่ย ทั้ง ๆ ที่มายุ เพิ่งมาทำให้แผลที่เกือบจะหายดีของเขา ให้ ปวดแสบ ขึ้นมาอีกครั้ง แต่ดันห่วงแค่ยอดรีทวิตเนี่ยนะ    “งั้น...แกเตรียมทวีตเลยนะ”                   “ว่ามา ๆ”                   “นักจิตวิทยากล่าวว่า พวกกูไม่เคยคิดคำคมมาให้มึงทวิตกันหรอก ไอ้หอกหัก”       สิ้นคำของจูรินะ มายุลงไปหัวเราะตัวงอกับเตียงของเจ้าของห้องทันที                       “หอกหักเลยหรอ”    มายุหรี่ตาขึ้นมาจูรินะ พูดทั้ง ๆ ที่ยังขำจนปวดท้อง          พอจูรินะเห็นมายุหัวเราะขนาดนั้น เขาก็ยิ้มออกมาได้บ้าง ก่อนจะส่ายศีรษะ มีเพื่อนดี ๆ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง จะกลับไปเป็นแบบเดิม... เศร้าแบบเดิม เน่าแบบเดิม... ไม่ควรแล้วใช่มั้ย                       “โอย ทวิตไปแบบนั้น โดนด่ายับแน่ ๆ”   มายุตั้งสติได้ก็ลุกขึ้นมานั่ง ก่อนจะเก็บมือถือ และมองสบตากับคนที่ยอมยิ้มในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะตบไหล่เพื่อนของเขาเบา ๆ    “คนเรามันต้องก้าวไปข้างหน้า จูรินะ ไม่มีใครถอยหลังหรืออยู่กับที่แล้วประสบความสำเร็จหรอก”                   “ฉันว่ามีนะ คนที่ถอยหลังแล้วประสบความสำเร็จ”  จูรินะแย้ง                   “ใคร”                   “นักกีฬาชักเย่อ”                   “ประสาท”   มายุด่าพร้อมกับตบไหล่จูรินะเต็มแรง กวนประสาทแบบนี้ สรุปคือดีขึ้นบ้างแล้วใช่มั้ย จูรินะ     “ไปกินข้าวกันดีกว่า ฉันหิวแล้ว”       มายุลุกขึ้น แล้วรอให้จูรินะลุกขึ้นอีกคน จูรินะพับหน้าจอแล็ปท็อปของตัวเอง ก่อนจะลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ และหยิบมือถือตัวเองขึ้นมาเช็คอะไรนิดหน่อย                     “แกรีทวีตไอ้ข้อความที่แกอ่านให้ฉันฟังด้วยหรอ”  จูรินะถามมายุ เมื่อเข้าไปเช็คทวิตตัวเอง                   “เออสิ”       จูรินะมองอยู่อย่างนั้น ก่อนจะกดเฟเวอริททวีตหนึ่งของมายุ                       “นักจิตวิทยากล่าวว่า การที่คุณรอใครบางคน อาจทำให้คุณเสียคนดีดีไปแล้วหลายคน”                                     “แกจะเฟฟทำไม คำคมพวกนี้นักจิตวิทยาไม่ได้พูดไว้จริง ๆ ไม่ใช่หรอ”    มายุมองหน้าจอมือถือที่เด้งเตือนขึ้นมา                   “ไม่มีอะไรหรอก”  จูรินะยิ้มบาง ก่อนจะลูบหัวของมายุ แล้วเดินผ่านไป    “กินข้าว หิวแล้ว”                   “ฮึ่ย”  มายุจับหัวตัวเอง คิดว่าสูงกว่าแล้วมาทำเหมือนเธอเป็นเด็ก ๆ ได้รึไง เริ่มหายดีแล้วทำซ่าแล้วนะ     มายุมองไล่หลังจูรินะ ก่อนจะมองมือถือของตัวเอง และมองข้อความในทวิตนั้น... แล้วยิ้มออกมา ยิ้มกับรายชื่อของใครบางคน ที่เพิ่งมา เฟเวอริท ทวีตที่เธอ... รีทวีตไว้     ……………………….                   =========================   คู่อวยของผ๊มมมม   ลองแต่งจูมายุครั้งแรก ได้แค่นี้ 555
  4. 1. ขายโฟโต้บุคมายูยุตามรูป ของใหม่สภาพดีมาก ไม่มีโปสการ์ด (ซื้อจากคิโนะเพื่อเอาโปสการ์ดด้านในเล่มอย่างเดียวค่ะ) ราคา 600 บาท ค่าส่งลทบ. 50 EMS 70