Search the Community

Showing results for tags 'kojiyuu'.

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Found 5 results

  1. บทนำ   [ว่ากันว่า ในอดีตร่วมพันปีที่ผ่านมา มีอาณาจักรแห่งหนึ่งถูกปกคลุมด้วยหิมะ ทั้งต้นไม้ ใบหญ้าต่างเป็นสีขาวของหิมะ แม่น้ำ ลำธารกลายเป็นน้ำแข็งเพราะความหนาวเย็นของอากาศ ผู้คนในอาณาจักรต่างใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข มีการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆเกิดขึ้นมากมายรวมทั้งสูตรยาเวทมนตร์ คัมภีร์เวทมนตร์ คาถาอาคม และอาวุธเวทมนตร์ต่างๆ ด้วยเหตุผลอะไรไม่ทราบ ทำให้ความรุ่งเรืองของอาณาจักรล่มสลายลงพร้อมการหายตัวไปของกษัตริย์องค์สุดท้าย ชื่อของกษัตริย์องค์องค์สุดท้ายถูกลบเลือนออกจากหน้าประวัติศาสตร์อย่างไร้ร่องรอย และหลังจากการหายตัวไปของกษัตริย์องค์องค์สุดท้าย สัตว์ร้ายต่างๆก็ได้เข้าโจมตีอาณาจักร ยึดครองเป็นที่อยู่อาศัยกระทั้งอาณาจักรถูกขนานนามว่า “อาณาจักรต้องสาป”  ที่น่าแปลกคือ ประชากรของอาณาจักรไม่ได้รับอันตรายจากการโจมตีของสัตว์ร้าย ว่ากันว่ามีสัตว์อสูรสีขาว รูปร่างใหญ่โตเท่าบ้านเรือนเข้าปกป้องพวกเขาเอาไว้ จนถึงปัจจุบันนี้ วิทยาการเวทมนตร์ของอาณาจักรยังถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีทว่าไม่มีใครล่วงรู้ถึงที่อยู่ของมัน.…..]  “มีแต่ปริศนาทั้งนั่นเลยแหะ” หญิงสาวพูดลอยๆอย่างใช้ความคิดเมื่อตนอ่านหนังสือเล่มหนึ่งมาร่วมชั่วโมงแล้ว ผมยาวสีน้ำตาลดันลอนปลายกำลังพลิ้วไหวไปตามสายลมที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง  ดวงตากลมสวยฉายแววเหนื่อยใจ ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากัน คิ้วเรียวสวยยกหมวดจนต้องยกมือขึ้นมานวดขมับเบาๆ "เฮุ้อ~" หญิงสาวตัดสินใจวางหนังสือเล่มหนาลงบนโต๊ะก่อนที่มันจะทำให้ปวดหัวมากกว่านี้  “อัตสึโกะ พระราชาเรียกแล้วนะ” สาวผมสั้นตัวสูงโปร่งเปิดประตูห้องเข้ามาเรียกคนที่กำลังนั่งใช้ความคิด ให้เจ้าของชื่อขานรับมันอย่างเนิบๆ “ค่ะ จะไปเดี๋ยวนี้ละคะ”  เธอหันไปมองหนังสือเล่มหนาพลางลุกขึ้นยืนขับไล่ความเมื่อล้า เหมือนจะมีเรื่องอะไรสนุกๆรออยู่เลย  ก่อนเดินออกไปพร้อมกับผู้หญิงที่เข้ามาเรียกตน   สักพักหลังจากที่หญิงสาวทั้งสองคนห่างจากห้อง อยู่ๆก็มีลมกระโชกพัดเข้ามาทำให้ไฟในเตาพิงก่อนหน้านี้ดับลงจนทั้งห้องตกอยู่ในความมืดสนิท หนังสือเล่มหนาเรืองเป็นแสงสีฟ้าแล้วลอยขึ้นสูงจากโต๊ะ มันเปิดขึ้นความรวดเร็วจนมาหยุดอยู่ที่หน้าหนึ่งของหนังสือ "ตึก” แสงประหลาดที่สะท้อนออกปรากฏเป็นตัวหนังสือสีฟ้าจ่างราวกับถูกผลึกมานานนับพันปี [ว่ากันว่า กษัตริย์องค์สุดท้ายที่หายสาบสูญไปยังมีชีวิตอยู่ร่วมพันปีที่ผ่านมา และกษัตริย์องค์นี้ยังเป็นผู้กุมความลับของอาณาจักรไว้ทั้งหมด] ข้อความสั้นๆปรากฏขึ้นมาเพียงแวบเดียวมันก็หายไปทันทีมันปรากฏ หลังจากนั้นหนังสือเล่มหนาก็ตกลงมาอยู่ในสภาพเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น…. . . . และทั้งหมดนี้ คือจุดเริ่มต้นของตำนานบทใหม่ !   ....................................................................................   ฝากเรื่องใหม่ด้วยนะคะ ไม่รู้ว่าจะสนุกรึเปล่า เราพึ่งเคยเขียนแนวนี้ดัวย อาจจะบรรยายไม่เก่ง ไม่ไหลลื่นเท่าไหร่ ขอโทษด้วยนะคะ เดี๋ยวเนื้อเรื่องจะลงให้วันที่ 28 นะคะ วันนี้ขอแปะบทนำไว้ก่อน m(_ _)m
  2.                                                                           ตัวละคร อัตสึโกะ : เพราะรักถึงยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่รัก.. แม้สิ่งนั้นจะเรียกว่าการทรยศหักหลัง มินามิ : ต้องทำยังไงถึงหนีพ้นความรักที่คอยตามหลอกหลอนกันให้หัวใจบอบซ้ำ มีคนเคยบอกว่าเวลาจะช่วยเยียวยา แต่ไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับหัวใจที่เฝ้าเพ้อหาเธอ ยุย : เพราะไม่อาจเข้าใจความรัก กลัวเหลือเกินหากตัวเองเกิดรักใครขึ้นมาจะเป็นดังภาพในความทรงจำที่ต้องเห็นคนสำคัญสูญเสียน้ำตาเมื่อถูกความรักทำร้าย แต่หัวใจกลับหวั่นไหวเมื่อพบกับนักเรียนใหม่ที่ย้ายโรงเรียนมา พารุ : ความบังเอิญทำให้ได้พบ ครั้งแรกที่สบตาราวกับมีคลื่นสมุทรซัดเข้ากระทบชายฝั่งที่เคยแห้งเหือด หาทุกวิธีทางให้ได้เข้าใกล้รองประธานจอมเย็นชา ฮารุนะ : ทั้งที่เชื่อใจแต่กลับหวั่นไหวกลัวใครคนนั้นทำให้เธอปั่นใจ แล้วเธอเองจะจัดการกับปัญหาอย่างไรเมื่อเพื่อนสนิทก็มีปัญหาให้กลุ้มใจพอกัน ยูโกะ : หาทางช่วยเพื่อนสนิทออกจากความทุกข์ที่เป็นดังนรกบนดิน แต่ใครบางคนกับเริ่มสงสัยตีตัวออกห่างไปแล้วความเชื่อใจมีอยู่จริงใช่หรือเปล่า?       บทนำ     แสงสว่างจากโคมไฟที่ถูกเปิดทิ้งไว้พร้อมด้วยเสียงของเครื่องปรับอากาศดังขึ้นลงเป็นจังหวะบ่งบอกว่ามีคนกำลังใช้งานห้องอ่านหนังสือซึ่งเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นและห้องครัวของบ้านสไตล์โมเดิร์นสองชั้น ซึ่งค่อนข้างบอกฐานะของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี หญิงสาวในชุดนักเรียนกลับเข้ามาจัดการถอดร้องเท้าเก็บใส่ตู้ก่อนสอดส่องดูหาคนภายในบ้าน  สาวตัวเล็กวัยทำงานท่าทางดูน่าเกรงขามนอนฟุบลงไปกับโต๊ะตัวยาวในห้องหนังสือที่เงียบกริบให้คนมาใหม่ยิ้มอ่อนใจและเดินไปนำผ้าห่มผืนบางมาคลุมไว้บนไหล่ของคนหลับ “อัต..สึโกะ” อีกแล้วกลับประโยคละเมอซ้ำๆ จะรู้ไหมว่าชื่อที่ออกมาจากปากของ ‘พ่อ’ จะมีผลต่อเธออย่างไร  ‘แม่’ ที่ถูกพ่อตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงทรยศ คบใครไม่เลือกหน้า นอนกับชายชู้จนตั้งท้องลูกคนใหม่ ซึ่งทำให้พ่อเสียใจแทบบ้าทุรนทุรายหนีออกมาจากบ้านที่เคยอยู่อาศัยดันด้นมารักษาแผลใจอยู่กับเธอที่บ้านหลังใหม่ซึ่งไกลจากบ้านเดิมคนละทิศละทาง  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พ่อก็ไม่เคยเปิดใจให้ใครกลายเป็นผู้หญิงบ้างาน เก็บตัว ไม่สนใจรอบข้างแม้แต่จะดูแลตัวเองเพราะไม่อยากมีเวลาว่างมานั่งคิดถึงเรื่องของอดีตที่ผ่านมาจะหกเจ็ดปี  ไม่รู้ว่าตนเหม่อนานเท่าไหร่กระทั้งได้ยินเสียงงัวเงียของพ่อจึงต้องดึงสติกลับมา “กลับมาแล้วหรอ” “ทำไมมาหลับอยู่ตรงนี้ค่ะ พ่อ” แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าทำไมผู้เป็นพ่อถึงมานอนอยู่ตรงนี้ก็ยังอดแสดงความเป็นห่วงทางน้ำเสียงไม่ได้ เจ้าตัวก็คงจะโหมงานหนักอีกตามเคย ป่านนี้ไม่รู้จะทานข้าวหรือยัง กว่าเธอจะกลับก็ปาไปทุ่มกว่า “เตรียมเอกสารว่าความพรุ่งนี้เพลินไปหน่อย” อัยการพิเศษฝีปากกล้าเป็นอันดับต้นๆของสำนักงานอัยการเอกชนชื่อดัง ลงมือทำคดีกี่ครั้งก็ได้ชัยชนะมาใสๆ จนคนจ้างงานเข้ามาไม่ขาดสาย ดีตรงที่ไม่มีเวลาว่างมานั่งคิดเรื่องของคนในอดีตให้ปวดหัวใจ  ทาคาฮาชิ มินามิ คนนี้รักความยุติธรรมเป็นที่หนึ่ง ใครลองเข้ามาท้าทายจะโต้กลับไปให้เดินกลับบ้านไม่ถูกเลย ตอนนี้มีลูกสาวหนึ่งคน ชื่อ ยุย ดูจะติดนิสัยรักความยุติธรรมมาตั้งแต่เกิดเห็นใครเดือดร้อนปุ๊บยอมไม่ได้ต้องเข้าช่วยเหลือก่อนเลยเป็นอันดับแรก  บอกก่อนว่าเด็กคนนี้เกิดมาไม่เหมือนใครมีทั้งพ่อและแม่เป็นผู้หญิงทั้งคู่ เพราะได้หมอช่วยในผสมเทียมฝังตัวเข้าไปอยู่ในท้องของแม่จึงมีโอกาสได้ลืมตาดูโลก ยุยไม่เคยน้อยใจ ไม่เคยมองว่าตัวเองแปลกแยกอะไร เพราะเชื่อเสมอมาตัวเองเกิดมาจากความรักของพ่อแม่ไม่ได้ต่างจากครอบครัวไหน แล้วจะไปคิดไปใส่ใจคำนินทาพวกนั้นทำไม แถมเดี๋ยวนี้สังคมเขาเปิดกว้างยอมรับกับเรื่องพวกนี้ได้เยอะขึ้น  “แล้วทานข้าวรึยังค่ะ” มินามิส่ายหน้าแอบยิ้มให้ลูกสาวที่ส่งสายตาตำหนิมาให้กับการที่ตนไม่ชอบดูแลตัวเอง “จะสองทุ่มแล้วนะคะ ถ้าปวดท้องหนูงอนพ่อแน่” ยุยตีหน้าดุอย่างน้ำเสียงว่าก่อนเดินหายเข้าไปในครัว เนื่องจากถูกเลี้ยงดูกันมาเหมือนเพื่อนถึงได้สนิทกันมากเป็นพิเศษ “รอสักครู่นะคะพ่อ ไปอาบน้ำ ทำตัวให้สบายรอหนูเลย”  คุณพ่อถึงกลับต้องหัวเราะขำแล้วเดินไปทำยังที่เจ้าตัวต้องการก่อนเสียงหัวเราะเมื่อครู่จะหายไปกลายเป็นรอยยิ้มเศร้าเมื่อนึกถึงเจ้าของหัวใจที่คอยตามมาหลอกหลอนกันทุกคืนวัน นึกโกรธ นึกเกลียด นึกแค้น แต่ไม่เคยบอกหัวใจให้หมดรักคนที่เป็นอดีตได้เลย “คนทรยศ” เธอรีบเช็ดน้ำตาที่เอ่อล้นขอบตลิ่ง ใครบอกเวลาจะเป็นตัวช่วยลบเลือน ไม่เห็นจริงเลย เพราะยิ่งนานวันเข้าเท่าไหร่ ความเจ็บปวดของเธอมันยิ่งเพิ่มพูน  ไม่รู้ตอนนี้คนเคยรักกัน จะมีความสุขแค่ไหนกับการใช้ชีวิตครอบครัวใหม่ที่เขาเลือกเดิน ผู้หญิงแพศยาแบบนั้น!! เขาไม่มีวันให้อภัย!!     ‘Rrrr ’ เสียงโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดส่งสัญญาณเตือนเจ้าของเครื่องที่นั่งพักสายตาบนโซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่นจนต้องหยิบขึ้นมาดู เจ้าของเบอร์โทรที่โทรเข้ามาทำให้เขากดรับสายอย่างไม่รอช้า “ฮัลโหล” “….” ปลายสายไม่ได้ส่งเสียงพูดออกมาจนเขาต้องลุกขึ้นจากโซฟาด้วยความร้อนใจ “ฮัลโหล เธอเป็นอะไรรึเปล่า” “ฮึก..” เสียงร้องสะอื้นจากทางนั้นเพิ่มความเครียดให้กับเจ้าของโทรศัพท์รุ่นใหม่ เป็นอีกครั้งที่ฝ่ายนั้นโทรมาหาเธอด้วยอาการที่ดูไม่สู้ดี เธอกังวลจะเกิดเรื่องอะไรกับเพื่อนสนิททั้งปกติเป็นคนเก็บอารมณ์เก่งจะตาย “เธอโอเคมั้ย ‘ อัตจัง’ อยู่บ้านรึเปล่า ฉันจะออกไปหา” เธอได้ยินแค่เสียงขานรับในลำคอก็แทบไม่รอที่จะขับรถออกจากตัวบ้านเพื่อไปหาเจ้าของปลายสายที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงโทรมาร้องไห้ให้ฟัง ก่อนตัดสินใจกดเบอร์โทรหาใครบ้างคนที่หวังให้ช่วยไปรับลูกเมียแทนตนอยู่ที่สนามบิน  “โทรมามีอะไรให้ช่วยห๊ะ” “พี่มาริโกะ วานไปรับฮารุนะกับพารุจังแทนเค้าหน่อย” เธอกรอกเสียงตามสายอ้อนพี่สาวญาติสนิทให้ไปรับคนรักกับลูกสาวที่สนามบินแทน  “โอเคๆ โชคดีนะวันนี้ว่าง ขอบอกคุณผู้จัดการก่อนว่า จะออกไปรับลูกเมียให้น้อง” เจอคำแซวเข้าไปคนถือสายถึงกับแอบเขินแต่มีหรือจะยอมลดราวาศอกให้ กล้าแซวมาก็กล้าแซวกลับเหมือนกัน “ขอบอกคุณผู้จัดการหรือจะขออนุญาตแม่(ทูนหัว)ค่ะพี่สาว” เธอรู้ดีว่าระหว่างนางแบบคนดังกับผู้จัดการส่วนตัวที่สวยระดับดารามีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา  “ปากน่ะ เพลาๆบ้าง ไม่พูดก็ไม่มีใครว่า เดี๋ยวเถอะ” มาริโกะแกล้งส่งเสียงไม่พอใจใส่เจ้าของต้นสาย “แค่นี้นะ” “เฮ้ย! เดี๋ยวสิพี่ ไฟล์บินลงสี่ทุ่มนะ รายละเอียดเดี๋ยวพิมพ์ให้ในแชท” ยูโกะพูดจบไม่ทันไรคนรับก็วางสายไปเฉยเลย สงสัยเพราะเสียงหวานหยดของคนผู้จัดการที่ดังเข้ามาในสายเมื่อครู่ ว่าอาบน้ำเสร็จแล้ว   หวานกันน่าดูเลยนะ พี่สาว      เธอเลี้ยวรถเข้ามาในบ้านของเป้าหมายที่เป็นบ้านสีขาวสองชั้นซึ่งถูกปิดไฟจนมืดสนิททำให้เธอกลับมากังวลอีกครั้งกับเรื่องของคนที่โทรหากัน เธอรีบจอดรถและวิ่งเข้ามาในตัวบ้าน จัดแจงเปิดไฟให้ห้องสว่างก่อนจะเห็นคนพึ่งโทรหานั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ข้างโซฟา “อัตจัง เป็นอะไร” เธอดึงเพื่อนสนิทเข้ามากอดปลอบประโลม เพื่อนเจ็บ เธอก็เจ็บ สงสารชีวิตของเพื่อนสนิทที่ต้องมาตกระกำลำบาก “เขา..พะ พยายาม ข่มขืนฉัน.. ฮื่อๆ” เสียงพูดผสมเสียงร้องไห้แม้จะฟังยากแค่ไหนเธอก็ฟังออกและยังเผลอกำหมัดแน่น เขาที่อัตสึโกะพูดถึงเธอรู้จักดี นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เจ้าของกิจการร้อยล้านที่พ่อของอัตสึโกะเลือกมาให้แต่งงานกับลูกสาว โดนการหนุนหลังทุกวิธีทางจะทำให้คนร้องไห้ในอ้อมกอดเธอยินยอมไปเป็นของนายนั้น “ไม่ร้องนะอัตจัง” แกกล้ามากที่ทำเพื่อนฉันแบบนี้ มันล้ำเส้นเกินไปแล้ว!  “ฉะ.. ฉันกัดเข้าไปที่แขนของเขาเต็มแรง ใส่เสื้อผ้าแล้วรีบหนีออกมา” “แล้วจูริจังละ” เธอถามถึงลูกสาวของอัตสึโกะที่ถูกทางบ้านนั้นจับตามองมากเป็นพิเศษ หรือง่ายๆก็คือ เอาไว้เป็นเครื่องต่อรองกับอัตสึโกะ  “ตอนนี้หลับอยู่ข้างบน ฉันพาแกหนีออกมา ฉันไม่ไหวแล้วยูโกะ ฮื่อๆ” เธอเข้าใจคำว่าไม่ไหวของเพื่อนเป็นอย่างดี ต้องหนีให้พ้นเงื่อมมือของปีศาจพรรค์นั้นถึงกี่ครั้งครอบครัวถึงจะยอมเข้าใจ ยังโชคดีแค่ไหนที่มีพ่อบ้านคนเก่าคนแก่ซื่อสัตย์กับนายหญิงคอยช่วยเหลืออยู่ห่างๆ ไม่งั้นตอนนี้ไม่รู้ว่า ชีวิตของอัตสึโกะจะเป็นอย่างไร   ยอมไม่ได้ ไม่อยากเห็นเพื่อนต้องทนทุกข์ทรมานอีก อัตสึโกะต้องอดทนมากแค่ไหนเธอรู้ดี  “เธอไม่เป็นไรนะอัตจัง ฉันอยู่ตรงนี้ โอเคนะ” เธอลูบหลังของคนสะอื้นเบาๆให้หยุดร้อง เจ็บปวดเหลือเกินพอได้เห็นสภาพของเพื่อนสาว   ยอมทำทุกอย่าง… เพื่อปกป้องคนที่รัก… แล้วเธอละ จะทำอย่างไรเพื่อคืนความสุขให้เพื่อนคนนี้ได้บ้าง??    ถ้าตอนนั้นเธอยังอยู่ เธอคงไม่ปล่อยให้เพื่อนกลายมาเป็นอย่างนี้ แต่ตอนนี้ไม่เป็นไร แธอกลับมาแล้ว เธอจะหาทางดึงเพื่อนออกมาจากขุมนรกที่ทางครอบครัวเป็นคนผลักลงไป   ความรักของอัตสึโกะผิดอะไร ถึงได้ทำร้ายให้สองหัวใจต้องทนแบกรับความบอบช้ำมากขนาดนี้ ......................................................................................................... แอบเอาเรื่องใหม่มาแปะ ไม่รู้จะสนุกรึเปล่า 555+ เรื่องนี้มีตัวละครหลักสามคู่นะคะ เป็น SF ประมาณ 15 ตอน
  3. Intor Mom   “อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านประธานคาชิวากิซัง”   เสียงของพนักงานหนุ่มกล่าวทักทายคาชิวากิ ยูกิ นักธุรกิจสาววัย 30 ต้น ๆ หญิงสาวได้ดำรงในตำแหน่งประธานบริษัท K.World Group., Ltd เนื่องจากรับช่วงต่อจากผู้เป็นพ่อบวกกับฝีมือในการบริหาร จึงทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับบริษัทของเธอมีรายได้เข้ามาอย่างมหาศาล และกลายเป็นบริษัทต้น ๆ ของประเทศ และต่างประเทศ   คาชิวากิ ยูกิ จัดว่าเป็นผู้หญิงที่ดูสมบูรณ์แบบทุกอย่าง ทั้งหน้าตาที่สวย รูปร่างที่ดี การบริหารที่ยอดเยี่ยม และต้นตระกูลที่ดี จึงไม่แปลกที่เธอจะมีผู้ชายมากมายหลายวัยเข้ามาขายขนมจีบ แต่ผู้ชายเหล่านั้นก็ต้องรับประทานแห้วกันทุกคน เพราะหญิงสาวมีลูกสาวหน้าตาน่ารักอย่างวาตานาเบะ มายุอยู่แล้ว…   “อรุณสวัสดิ์จ๊ะ”   หญิงสาวตอบกลับพร้อมกับยิ้มบาง ๆ ให้ชายหนุ่มได้ละลายเล่น ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องทำงานของตัวเองพร้อมกับฮัมเพลงอย่างมีความสุข ซึ่งทำให้บอดี้การ์ดสาวที่เดินตามมาตั้งแต่แรกอย่างโยโกยามะ ยุยถึงกับยิ้มขึ้นมา เพราะรู้ดีว่าเหตุผลที่เจ้านายของเธอนั้นอารมณ์ดีเช่นนี้คืออะไร   “เมื่อคืนคุณนายคงมีความสุขมากเลยสินะคะ”   ยุยพูดขึ้นมาหลังจากปิดประตูห้องพร้อมล็อกกลอนประตูอย่างดี เพื่อไม่ให้คนภายนอกได้ยินเรื่องราวของเจ้านายสาวที่ปิดบังเอาไว้   “รู้ใจฉันดีนี่ยุยฮัง...ก็เมื่อคืนลูกสาวคนดีของฉันตามใจฉันนี่นา...”   ยูกินั่งลงบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แล้วนึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับลูกสาวคนสวย   “ค...คุณแม่...”   เสียงที่สั่นเครือของเด็กสาววัยมัธยมปลายเรียกสรรพนามของร่างสูงที่กำลังระดมจูบลงบนต้นคอขาวพร้อมลูบไล้ไปมาตามร่างกายของเด็กสาวภายใต้ชุดนอนลายการ์ตูนที่มายุชอบ   “คะ?”   หญิงสาวถามสั้นโดยไม่ละออกจากคอระหง มายุพยายามกลั้นความรู้สึกที่ถูกปลุกให้ร้อนรุ่ม ความสัมพันธ์ภายนอกที่หลายคนรู้คือแม่ลูก แต่ความสัมพันธ์ภายในของทั้งสองมันมากกว่านั้น   เด็กสาวรู้สึกสับสน และพยายามหาคำตอบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอกับผู้หญิงตรงหน้าที่เธอเรียกว่าแม่   “คุณแม่คิดยังไงกับมายูยุคะ?”   น้ำเสียงหวานเอ่ยถามด้วยความสงสัย ความสัมพันธ์ทางกายที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเธอสองคนถือว่าเป็นเรื่องต้องห้าม   “คิดยังไงอย่างนั้นเหรอ?”   ยูกิเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเด็กสาวที่ใบหน้าแดงกล่ำ เนื่องจากถูกกระตุ้นความรู้สึกจนเกิดความร้อน มือเรียวยื่นไปจับแก้มใสของมายุพร้อมกับลูบอย่างเบามือ   “คิดว่ามายูยุเป็นของยูกิรินค่ะ”   คำตอบนั้นทำให้เด็กสาวถึงกับตาโตขึ้นมาด้วยความตกตะลึง   “ค...คุณแม่...”   “หืม? บอกแล้วใช่ไหมว่าเวลาที่อยู่กันแค่สองคนต้องเรียกกันว่ายังไง?”   ยูกิส่ายหน้าไปมาเบา ๆ พร้อมกับยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม ผมยาวสยายที่มักจะถูกมัดเป็นทรงทวินเทลถูกปล่อยอย่างเป็นอิสระ อีกไม่นานเด็กสาวก็จะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว กำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ   “ย...ยูกิริน...อื้ม~~”   เด็กสาวถึงร้องออกมาเมื่อถูกคนอายุมากกว่าจัดการปิดปากด้วยการจูบ ลิ้นของหญิงสาวสอดเข้ามาในโพรงปากของเด็กสาวพร้อมกับทักทายลิ้นเล็ก ๆ ของร่างเล็กไปด้วย   มายุตอบรับจูบแสนร้อนแรงปนความหวาน หญิงสาวตรงหน้าของเธอคือคนแรกที่ได้ร่างกาย และหัวใจของเธอไป ถึงจะรู้ว่ามันผิด แต่เธอก็ไม่สามารถห้ามใจได้เลย แม้ครั้งแรกจะขัดขืน แต่สุดท้ายก็แพ้ใจตัวเอง ยอมมอบร่างกายที่แสนบริสุทธิ์ให้กับผู้หญิงตรงหน้าแทน   ชุดนอนของทั้งสองถูกถอดทิ้งลงข้างเตียงสีขาวไซต์คิงอย่างไม่ใยดี ความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศของห้องนอนไม่สามารถดับความร้อนแรงของบทรัก   สองร่างเปลือยเปล่ากอดรัดกันจนแทบหลอมละลายเป็นร่างเดียว เตียงนอนแสนกว้างสั่นไหวไปตามบทเพลงรักที่ถูกบรรเลงตามความปรารถนาของอารมณ์ ก่อนที่ทั้งสองจะกรีดร้องออกมาพร้อมร่างกายที่กระตุกไปพร้อมกันเมื่อพากันแตะถึงสวรรค์กับบทรักแล้ว   เสียงเหนื่อยหอบของทั้งสองพร้อมเหงื่อที่ไหลออกมาจากการแสดงบทรักที่เพิ่งจบไป ยูกิก้มลงซบตรงคอระหงของเด็กสาวที่นอนหอบอยู่ข้างล่าง   “น...หนักค่ะ...”   มายุบอกยูกิด้วยความอ่อนหวานปนเหนื่อยพร้อมกับใช้มือดันร่างสูงให้ออก แต่คนตัวสูงกลับขยับใบหน้าพร้อมกับขบเม้มที่ใบหูแทน   “อื้ออออ~~”   “พรุ่งนี้คงต้องลาหยุดให้มายูยุแล้วล่ะคะ เพราะเด็กน้อยของยูกิรินคงไปเรียนไม่ไหวแน่ ๆ ”   ร่างสูงเงยหน้าพร้อมส่งสายตา และรอยยิ้มจอมเจ้าเล่ห์ให้ร่างเล็กที่รู้ดีว่าคนตัวสูงคงไม่หยุดง่าย ๆ แน่นอน...   -------------------------------------------------------------------- Hi~~~ ฟิคเรื่องล่าสุดค่าาาา (เรื่องล่าสุดยังไม่จบเลย แหะ ๆ) ยังรักษามาตรฐานเช่นเดิมค่ะ โลลิอีกแล้วครับท่าน ฮ่า ๆ เรื่องอาจดราม่านะคะ เพราะฉะนั้นกรุณาต้มน้ำรอด้วยค่ะ ส่วนเรื่องออดิชั่น BNK ไรท์ไม่ได้ลงสมัครออฯค่ะ (แม้จะแอบเสียดาย) ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ คนที่ทั้งเข้ารอบ และไม่เข้ารอบด้วยนะ ถ้ารัก 48 จริง ๆ ไม่ได้มาเพื่อฉาบฉวย ไรท์ยินดีสนับสนุนเต็มที่ค่ะ ขอแค่รัก 48 ก็พอค่ะ (รอเปย์ 5555555) รุ่นที่ 1 อาจจะต้องเหนื่อยหน่อย เพราะเป็นรุ่นบุกเบิกที่ต้องทำให้คนรู้จัก และกลายเป็นศิลปินแนวหน้าให้ได้ เชื่อว่าทุกคนมีความพยายามทำในสิ่งที่ตัวเองรักค่ะ ขอให้สู้ ๆ นะคะ แต่ตอนนี้ไรท์ขอไปนอนแล้วค่ะ บายยยยย~
  4. INTRO เช้าวันใหม่แสนวุ่นวายฤดูหนาวกำลังเข้ามาเยือนหิมมะเริ่มโปรยปรายลงมาทำให้รู้ว่า ฤดูหนาวใกล้เข้ามาแล้ว ก๊อง ก๊อง ก๊อง เสียงเคาะประตูดังขึ้น จนทำให้อาจารย์ที่นั่งทำงานสะดุ้งเล็กน้อย มาแล้วนะสิ"เข้ามาได้ประธานนักเรียนทากามินะ" ประธานนักเรียนที่กำลังเข้ามามีนามว่า ทาคาฮาชิ มินามิในชุดนักเรียนเรียบร้อยสะอาดตาและเข้ามาด้วยความเย็นชาอย่างที่เขาทำทุกวัน "อาจารย์เรียกหนูมา มีอะไรหรือเปล่าค่ะ"อาจารย์เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับหยิบแฟ้มนักเรียนยื่นให้ทาคามินะ "ครูจะฝากให้เธอดูและนักเรียนใหม่ที่กำลังย้ายมาในพรุ่งนี้นะ"ทาคามินะตกใจเล็กน้อย "เอ๊!! ทำไมต้องหนูละค่ะอาจารย์ยูโกะก็มีทำไมไม่ใช้ยูโกะล่ะ"อาจารย์มองหน้าประธานนักเรียนเเล้วพูดพร้อมหยิบปากขึ้นเซ็นต์งานต่างๆบนโต๊ะ "ก็อาจารย์ดูแล้ว เธอดูมีสภาวะเป็นผู้นำที่ดีอีกอย่างยูโกะก็ต่างกับเธอมากไม่ใช่หรอ"ทาคามินะเริ่มทำหน้าเครียด "ไงเดี๋ยวหนูดูแลเรื่องนักเรียนใหม่ให้ละกันนะคะ อาจารย์"ทาคามินะเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ____________________________ "ฮัดชิ้ว!!ฮัดชิ้ว!!" "ยูจังเป็นไรเปล่า"ฮารุนะยกมือขึ้นมาทาบกับหน้าผากยูโกะ "ตัวก็ไม่ได้ร้อนหนิ ทำไมจามบ่อยจังละ" "โถ่ เนี๊ยงๆคนจามบ่อยไม่แปลว่าไม่สบายเสมอไปหนิ" ตึ้ง!!!!ทาคามินะวางหนังสืออย่างแรง "เห้ย ไอ้เตี้ยเป็นไรว่ะ"ยูโกะลุกขึ้นจับบ่าทาคามินะ ทาคามินะสะบัดออกอย่างแรง "อย่าเพิ่งยุ่ง คนกำลังเครียดเว้ย"ทาคามินะทำหน้ามุ่ย "อ้าว อิบ้าเพื่อนอุส่าถามดีๆนะ"ยูโกะพูดพร้อมหันหน้าไปมองฮารุนะที่กำลังนั่งกดมือถือต้องเงยหน้ามอง "ทาคามินะซังเป็นไรเปล่าเล่าให้พวกเราฟังได้นะ"ทาคามินะเริ่มอารมณ์ดีขึ้น "ก็อาจารย์นะสิเนี๊ยงๆ ฝากงานให้ฉันทำอีกแหละ"ฮารุนะทำหน้างง "ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ"ฮารุนะพูดแล้วเอียงคอเพราะนั้นคือท่าประจำของเธอ "ก็ดีอยู่หรอกแต่งานตอนเนี่ยมันเยอะ ไหนต้องดูแลยุยไม่ให้ไปมีเรื่องกับใคร เรื่องในสภาเรื่องในชมรมอีกเยอะแยะไปหมด"ทาคามินะนั่งลงระบายให้เพื่อนฟัง "ออ ไงทาคามินะซังก็ลองปล่อยวางบ้างสิ"ฮารุนะเริ่มรู้สึกแปลกอยู่ดีๆเริ่มมีมือที่สามเลื่อยมาที่หน้าขาตัวเองและกำลังสอดเข้าไปกระโปรง "กรี๊ด ยูจังใช่เวลาเล่นมั้ยห้ะ"ยูโกะทำหน้าหงอย "ก็เขาอยากเล่นหนิเนี๊ยงๆ"ยูโกะทำท่าทางอ้อนฮารุนะ "อายทาคามินะซังบ้างดิ"ยูโกะรีบหันหน้าไปทางทาคามินะอย่างรวดเร็ว "จะอายมันทำมั้ย เนอะไอ้เตี้ย"ยูโกะทำหน้าล้อเลียน ทาคามินะไม่พอใจแล้วเริ่มเถียง"ตัวเองสูงตายล่ะ"ฮารุนะเห็นท่าไม่ดีจึงรีบจบบทสนทนาทันทีที่รู้ว่า2คนกำลังจะทะเลาะกัน __________________________ เพิ่งเคยแต่งนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของไรต์นะ ไม่รู้ว่ามันดีหรือเปล่า แต่ว่าตอนต่อที่1มาวันนี้ดึกนะ