Search the Community

Showing results for tags 'yuiparu'.

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Found 8 results

  1.                                                                           ตัวละคร อัตสึโกะ : เพราะรักถึงยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่รัก.. แม้สิ่งนั้นจะเรียกว่าการทรยศหักหลัง มินามิ : ต้องทำยังไงถึงหนีพ้นความรักที่คอยตามหลอกหลอนกันให้หัวใจบอบซ้ำ มีคนเคยบอกว่าเวลาจะช่วยเยียวยา แต่ไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับหัวใจที่เฝ้าเพ้อหาเธอ ยุย : เพราะไม่อาจเข้าใจความรัก กลัวเหลือเกินหากตัวเองเกิดรักใครขึ้นมาจะเป็นดังภาพในความทรงจำที่ต้องเห็นคนสำคัญสูญเสียน้ำตาเมื่อถูกความรักทำร้าย แต่หัวใจกลับหวั่นไหวเมื่อพบกับนักเรียนใหม่ที่ย้ายโรงเรียนมา พารุ : ความบังเอิญทำให้ได้พบ ครั้งแรกที่สบตาราวกับมีคลื่นสมุทรซัดเข้ากระทบชายฝั่งที่เคยแห้งเหือด หาทุกวิธีทางให้ได้เข้าใกล้รองประธานจอมเย็นชา ฮารุนะ : ทั้งที่เชื่อใจแต่กลับหวั่นไหวกลัวใครคนนั้นทำให้เธอปั่นใจ แล้วเธอเองจะจัดการกับปัญหาอย่างไรเมื่อเพื่อนสนิทก็มีปัญหาให้กลุ้มใจพอกัน ยูโกะ : หาทางช่วยเพื่อนสนิทออกจากความทุกข์ที่เป็นดังนรกบนดิน แต่ใครบางคนกับเริ่มสงสัยตีตัวออกห่างไปแล้วความเชื่อใจมีอยู่จริงใช่หรือเปล่า?       บทนำ     แสงสว่างจากโคมไฟที่ถูกเปิดทิ้งไว้พร้อมด้วยเสียงของเครื่องปรับอากาศดังขึ้นลงเป็นจังหวะบ่งบอกว่ามีคนกำลังใช้งานห้องอ่านหนังสือซึ่งเชื่อมต่อกับห้องนั่งเล่นและห้องครัวของบ้านสไตล์โมเดิร์นสองชั้น ซึ่งค่อนข้างบอกฐานะของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี หญิงสาวในชุดนักเรียนกลับเข้ามาจัดการถอดร้องเท้าเก็บใส่ตู้ก่อนสอดส่องดูหาคนภายในบ้าน  สาวตัวเล็กวัยทำงานท่าทางดูน่าเกรงขามนอนฟุบลงไปกับโต๊ะตัวยาวในห้องหนังสือที่เงียบกริบให้คนมาใหม่ยิ้มอ่อนใจและเดินไปนำผ้าห่มผืนบางมาคลุมไว้บนไหล่ของคนหลับ “อัต..สึโกะ” อีกแล้วกลับประโยคละเมอซ้ำๆ จะรู้ไหมว่าชื่อที่ออกมาจากปากของ ‘พ่อ’ จะมีผลต่อเธออย่างไร  ‘แม่’ ที่ถูกพ่อตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงทรยศ คบใครไม่เลือกหน้า นอนกับชายชู้จนตั้งท้องลูกคนใหม่ ซึ่งทำให้พ่อเสียใจแทบบ้าทุรนทุรายหนีออกมาจากบ้านที่เคยอยู่อาศัยดันด้นมารักษาแผลใจอยู่กับเธอที่บ้านหลังใหม่ซึ่งไกลจากบ้านเดิมคนละทิศละทาง  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พ่อก็ไม่เคยเปิดใจให้ใครกลายเป็นผู้หญิงบ้างาน เก็บตัว ไม่สนใจรอบข้างแม้แต่จะดูแลตัวเองเพราะไม่อยากมีเวลาว่างมานั่งคิดถึงเรื่องของอดีตที่ผ่านมาจะหกเจ็ดปี  ไม่รู้ว่าตนเหม่อนานเท่าไหร่กระทั้งได้ยินเสียงงัวเงียของพ่อจึงต้องดึงสติกลับมา “กลับมาแล้วหรอ” “ทำไมมาหลับอยู่ตรงนี้ค่ะ พ่อ” แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าทำไมผู้เป็นพ่อถึงมานอนอยู่ตรงนี้ก็ยังอดแสดงความเป็นห่วงทางน้ำเสียงไม่ได้ เจ้าตัวก็คงจะโหมงานหนักอีกตามเคย ป่านนี้ไม่รู้จะทานข้าวหรือยัง กว่าเธอจะกลับก็ปาไปทุ่มกว่า “เตรียมเอกสารว่าความพรุ่งนี้เพลินไปหน่อย” อัยการพิเศษฝีปากกล้าเป็นอันดับต้นๆของสำนักงานอัยการเอกชนชื่อดัง ลงมือทำคดีกี่ครั้งก็ได้ชัยชนะมาใสๆ จนคนจ้างงานเข้ามาไม่ขาดสาย ดีตรงที่ไม่มีเวลาว่างมานั่งคิดเรื่องของคนในอดีตให้ปวดหัวใจ  ทาคาฮาชิ มินามิ คนนี้รักความยุติธรรมเป็นที่หนึ่ง ใครลองเข้ามาท้าทายจะโต้กลับไปให้เดินกลับบ้านไม่ถูกเลย ตอนนี้มีลูกสาวหนึ่งคน ชื่อ ยุย ดูจะติดนิสัยรักความยุติธรรมมาตั้งแต่เกิดเห็นใครเดือดร้อนปุ๊บยอมไม่ได้ต้องเข้าช่วยเหลือก่อนเลยเป็นอันดับแรก  บอกก่อนว่าเด็กคนนี้เกิดมาไม่เหมือนใครมีทั้งพ่อและแม่เป็นผู้หญิงทั้งคู่ เพราะได้หมอช่วยในผสมเทียมฝังตัวเข้าไปอยู่ในท้องของแม่จึงมีโอกาสได้ลืมตาดูโลก ยุยไม่เคยน้อยใจ ไม่เคยมองว่าตัวเองแปลกแยกอะไร เพราะเชื่อเสมอมาตัวเองเกิดมาจากความรักของพ่อแม่ไม่ได้ต่างจากครอบครัวไหน แล้วจะไปคิดไปใส่ใจคำนินทาพวกนั้นทำไม แถมเดี๋ยวนี้สังคมเขาเปิดกว้างยอมรับกับเรื่องพวกนี้ได้เยอะขึ้น  “แล้วทานข้าวรึยังค่ะ” มินามิส่ายหน้าแอบยิ้มให้ลูกสาวที่ส่งสายตาตำหนิมาให้กับการที่ตนไม่ชอบดูแลตัวเอง “จะสองทุ่มแล้วนะคะ ถ้าปวดท้องหนูงอนพ่อแน่” ยุยตีหน้าดุอย่างน้ำเสียงว่าก่อนเดินหายเข้าไปในครัว เนื่องจากถูกเลี้ยงดูกันมาเหมือนเพื่อนถึงได้สนิทกันมากเป็นพิเศษ “รอสักครู่นะคะพ่อ ไปอาบน้ำ ทำตัวให้สบายรอหนูเลย”  คุณพ่อถึงกลับต้องหัวเราะขำแล้วเดินไปทำยังที่เจ้าตัวต้องการก่อนเสียงหัวเราะเมื่อครู่จะหายไปกลายเป็นรอยยิ้มเศร้าเมื่อนึกถึงเจ้าของหัวใจที่คอยตามมาหลอกหลอนกันทุกคืนวัน นึกโกรธ นึกเกลียด นึกแค้น แต่ไม่เคยบอกหัวใจให้หมดรักคนที่เป็นอดีตได้เลย “คนทรยศ” เธอรีบเช็ดน้ำตาที่เอ่อล้นขอบตลิ่ง ใครบอกเวลาจะเป็นตัวช่วยลบเลือน ไม่เห็นจริงเลย เพราะยิ่งนานวันเข้าเท่าไหร่ ความเจ็บปวดของเธอมันยิ่งเพิ่มพูน  ไม่รู้ตอนนี้คนเคยรักกัน จะมีความสุขแค่ไหนกับการใช้ชีวิตครอบครัวใหม่ที่เขาเลือกเดิน ผู้หญิงแพศยาแบบนั้น!! เขาไม่มีวันให้อภัย!!     ‘Rrrr ’ เสียงโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดส่งสัญญาณเตือนเจ้าของเครื่องที่นั่งพักสายตาบนโซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่นจนต้องหยิบขึ้นมาดู เจ้าของเบอร์โทรที่โทรเข้ามาทำให้เขากดรับสายอย่างไม่รอช้า “ฮัลโหล” “….” ปลายสายไม่ได้ส่งเสียงพูดออกมาจนเขาต้องลุกขึ้นจากโซฟาด้วยความร้อนใจ “ฮัลโหล เธอเป็นอะไรรึเปล่า” “ฮึก..” เสียงร้องสะอื้นจากทางนั้นเพิ่มความเครียดให้กับเจ้าของโทรศัพท์รุ่นใหม่ เป็นอีกครั้งที่ฝ่ายนั้นโทรมาหาเธอด้วยอาการที่ดูไม่สู้ดี เธอกังวลจะเกิดเรื่องอะไรกับเพื่อนสนิททั้งปกติเป็นคนเก็บอารมณ์เก่งจะตาย “เธอโอเคมั้ย ‘ อัตจัง’ อยู่บ้านรึเปล่า ฉันจะออกไปหา” เธอได้ยินแค่เสียงขานรับในลำคอก็แทบไม่รอที่จะขับรถออกจากตัวบ้านเพื่อไปหาเจ้าของปลายสายที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงโทรมาร้องไห้ให้ฟัง ก่อนตัดสินใจกดเบอร์โทรหาใครบ้างคนที่หวังให้ช่วยไปรับลูกเมียแทนตนอยู่ที่สนามบิน  “โทรมามีอะไรให้ช่วยห๊ะ” “พี่มาริโกะ วานไปรับฮารุนะกับพารุจังแทนเค้าหน่อย” เธอกรอกเสียงตามสายอ้อนพี่สาวญาติสนิทให้ไปรับคนรักกับลูกสาวที่สนามบินแทน  “โอเคๆ โชคดีนะวันนี้ว่าง ขอบอกคุณผู้จัดการก่อนว่า จะออกไปรับลูกเมียให้น้อง” เจอคำแซวเข้าไปคนถือสายถึงกับแอบเขินแต่มีหรือจะยอมลดราวาศอกให้ กล้าแซวมาก็กล้าแซวกลับเหมือนกัน “ขอบอกคุณผู้จัดการหรือจะขออนุญาตแม่(ทูนหัว)ค่ะพี่สาว” เธอรู้ดีว่าระหว่างนางแบบคนดังกับผู้จัดการส่วนตัวที่สวยระดับดารามีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดา  “ปากน่ะ เพลาๆบ้าง ไม่พูดก็ไม่มีใครว่า เดี๋ยวเถอะ” มาริโกะแกล้งส่งเสียงไม่พอใจใส่เจ้าของต้นสาย “แค่นี้นะ” “เฮ้ย! เดี๋ยวสิพี่ ไฟล์บินลงสี่ทุ่มนะ รายละเอียดเดี๋ยวพิมพ์ให้ในแชท” ยูโกะพูดจบไม่ทันไรคนรับก็วางสายไปเฉยเลย สงสัยเพราะเสียงหวานหยดของคนผู้จัดการที่ดังเข้ามาในสายเมื่อครู่ ว่าอาบน้ำเสร็จแล้ว   หวานกันน่าดูเลยนะ พี่สาว      เธอเลี้ยวรถเข้ามาในบ้านของเป้าหมายที่เป็นบ้านสีขาวสองชั้นซึ่งถูกปิดไฟจนมืดสนิททำให้เธอกลับมากังวลอีกครั้งกับเรื่องของคนที่โทรหากัน เธอรีบจอดรถและวิ่งเข้ามาในตัวบ้าน จัดแจงเปิดไฟให้ห้องสว่างก่อนจะเห็นคนพึ่งโทรหานั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ข้างโซฟา “อัตจัง เป็นอะไร” เธอดึงเพื่อนสนิทเข้ามากอดปลอบประโลม เพื่อนเจ็บ เธอก็เจ็บ สงสารชีวิตของเพื่อนสนิทที่ต้องมาตกระกำลำบาก “เขา..พะ พยายาม ข่มขืนฉัน.. ฮื่อๆ” เสียงพูดผสมเสียงร้องไห้แม้จะฟังยากแค่ไหนเธอก็ฟังออกและยังเผลอกำหมัดแน่น เขาที่อัตสึโกะพูดถึงเธอรู้จักดี นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เจ้าของกิจการร้อยล้านที่พ่อของอัตสึโกะเลือกมาให้แต่งงานกับลูกสาว โดนการหนุนหลังทุกวิธีทางจะทำให้คนร้องไห้ในอ้อมกอดเธอยินยอมไปเป็นของนายนั้น “ไม่ร้องนะอัตจัง” แกกล้ามากที่ทำเพื่อนฉันแบบนี้ มันล้ำเส้นเกินไปแล้ว!  “ฉะ.. ฉันกัดเข้าไปที่แขนของเขาเต็มแรง ใส่เสื้อผ้าแล้วรีบหนีออกมา” “แล้วจูริจังละ” เธอถามถึงลูกสาวของอัตสึโกะที่ถูกทางบ้านนั้นจับตามองมากเป็นพิเศษ หรือง่ายๆก็คือ เอาไว้เป็นเครื่องต่อรองกับอัตสึโกะ  “ตอนนี้หลับอยู่ข้างบน ฉันพาแกหนีออกมา ฉันไม่ไหวแล้วยูโกะ ฮื่อๆ” เธอเข้าใจคำว่าไม่ไหวของเพื่อนเป็นอย่างดี ต้องหนีให้พ้นเงื่อมมือของปีศาจพรรค์นั้นถึงกี่ครั้งครอบครัวถึงจะยอมเข้าใจ ยังโชคดีแค่ไหนที่มีพ่อบ้านคนเก่าคนแก่ซื่อสัตย์กับนายหญิงคอยช่วยเหลืออยู่ห่างๆ ไม่งั้นตอนนี้ไม่รู้ว่า ชีวิตของอัตสึโกะจะเป็นอย่างไร   ยอมไม่ได้ ไม่อยากเห็นเพื่อนต้องทนทุกข์ทรมานอีก อัตสึโกะต้องอดทนมากแค่ไหนเธอรู้ดี  “เธอไม่เป็นไรนะอัตจัง ฉันอยู่ตรงนี้ โอเคนะ” เธอลูบหลังของคนสะอื้นเบาๆให้หยุดร้อง เจ็บปวดเหลือเกินพอได้เห็นสภาพของเพื่อนสาว   ยอมทำทุกอย่าง… เพื่อปกป้องคนที่รัก… แล้วเธอละ จะทำอย่างไรเพื่อคืนความสุขให้เพื่อนคนนี้ได้บ้าง??    ถ้าตอนนั้นเธอยังอยู่ เธอคงไม่ปล่อยให้เพื่อนกลายมาเป็นอย่างนี้ แต่ตอนนี้ไม่เป็นไร แธอกลับมาแล้ว เธอจะหาทางดึงเพื่อนออกมาจากขุมนรกที่ทางครอบครัวเป็นคนผลักลงไป   ความรักของอัตสึโกะผิดอะไร ถึงได้ทำร้ายให้สองหัวใจต้องทนแบกรับความบอบช้ำมากขนาดนี้ ......................................................................................................... แอบเอาเรื่องใหม่มาแปะ ไม่รู้จะสนุกรึเปล่า 555+ เรื่องนี้มีตัวละครหลักสามคู่นะคะ เป็น SF ประมาณ 15 ตอน
  2. Intor Mom   “อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านประธานคาชิวากิซัง”   เสียงของพนักงานหนุ่มกล่าวทักทายคาชิวากิ ยูกิ นักธุรกิจสาววัย 30 ต้น ๆ หญิงสาวได้ดำรงในตำแหน่งประธานบริษัท K.World Group., Ltd เนื่องจากรับช่วงต่อจากผู้เป็นพ่อบวกกับฝีมือในการบริหาร จึงทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับบริษัทของเธอมีรายได้เข้ามาอย่างมหาศาล และกลายเป็นบริษัทต้น ๆ ของประเทศ และต่างประเทศ   คาชิวากิ ยูกิ จัดว่าเป็นผู้หญิงที่ดูสมบูรณ์แบบทุกอย่าง ทั้งหน้าตาที่สวย รูปร่างที่ดี การบริหารที่ยอดเยี่ยม และต้นตระกูลที่ดี จึงไม่แปลกที่เธอจะมีผู้ชายมากมายหลายวัยเข้ามาขายขนมจีบ แต่ผู้ชายเหล่านั้นก็ต้องรับประทานแห้วกันทุกคน เพราะหญิงสาวมีลูกสาวหน้าตาน่ารักอย่างวาตานาเบะ มายุอยู่แล้ว…   “อรุณสวัสดิ์จ๊ะ”   หญิงสาวตอบกลับพร้อมกับยิ้มบาง ๆ ให้ชายหนุ่มได้ละลายเล่น ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องทำงานของตัวเองพร้อมกับฮัมเพลงอย่างมีความสุข ซึ่งทำให้บอดี้การ์ดสาวที่เดินตามมาตั้งแต่แรกอย่างโยโกยามะ ยุยถึงกับยิ้มขึ้นมา เพราะรู้ดีว่าเหตุผลที่เจ้านายของเธอนั้นอารมณ์ดีเช่นนี้คืออะไร   “เมื่อคืนคุณนายคงมีความสุขมากเลยสินะคะ”   ยุยพูดขึ้นมาหลังจากปิดประตูห้องพร้อมล็อกกลอนประตูอย่างดี เพื่อไม่ให้คนภายนอกได้ยินเรื่องราวของเจ้านายสาวที่ปิดบังเอาไว้   “รู้ใจฉันดีนี่ยุยฮัง...ก็เมื่อคืนลูกสาวคนดีของฉันตามใจฉันนี่นา...”   ยูกินั่งลงบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แล้วนึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับลูกสาวคนสวย   “ค...คุณแม่...”   เสียงที่สั่นเครือของเด็กสาววัยมัธยมปลายเรียกสรรพนามของร่างสูงที่กำลังระดมจูบลงบนต้นคอขาวพร้อมลูบไล้ไปมาตามร่างกายของเด็กสาวภายใต้ชุดนอนลายการ์ตูนที่มายุชอบ   “คะ?”   หญิงสาวถามสั้นโดยไม่ละออกจากคอระหง มายุพยายามกลั้นความรู้สึกที่ถูกปลุกให้ร้อนรุ่ม ความสัมพันธ์ภายนอกที่หลายคนรู้คือแม่ลูก แต่ความสัมพันธ์ภายในของทั้งสองมันมากกว่านั้น   เด็กสาวรู้สึกสับสน และพยายามหาคำตอบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอกับผู้หญิงตรงหน้าที่เธอเรียกว่าแม่   “คุณแม่คิดยังไงกับมายูยุคะ?”   น้ำเสียงหวานเอ่ยถามด้วยความสงสัย ความสัมพันธ์ทางกายที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเธอสองคนถือว่าเป็นเรื่องต้องห้าม   “คิดยังไงอย่างนั้นเหรอ?”   ยูกิเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเด็กสาวที่ใบหน้าแดงกล่ำ เนื่องจากถูกกระตุ้นความรู้สึกจนเกิดความร้อน มือเรียวยื่นไปจับแก้มใสของมายุพร้อมกับลูบอย่างเบามือ   “คิดว่ามายูยุเป็นของยูกิรินค่ะ”   คำตอบนั้นทำให้เด็กสาวถึงกับตาโตขึ้นมาด้วยความตกตะลึง   “ค...คุณแม่...”   “หืม? บอกแล้วใช่ไหมว่าเวลาที่อยู่กันแค่สองคนต้องเรียกกันว่ายังไง?”   ยูกิส่ายหน้าไปมาเบา ๆ พร้อมกับยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม ผมยาวสยายที่มักจะถูกมัดเป็นทรงทวินเทลถูกปล่อยอย่างเป็นอิสระ อีกไม่นานเด็กสาวก็จะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว กำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ   “ย...ยูกิริน...อื้ม~~”   เด็กสาวถึงร้องออกมาเมื่อถูกคนอายุมากกว่าจัดการปิดปากด้วยการจูบ ลิ้นของหญิงสาวสอดเข้ามาในโพรงปากของเด็กสาวพร้อมกับทักทายลิ้นเล็ก ๆ ของร่างเล็กไปด้วย   มายุตอบรับจูบแสนร้อนแรงปนความหวาน หญิงสาวตรงหน้าของเธอคือคนแรกที่ได้ร่างกาย และหัวใจของเธอไป ถึงจะรู้ว่ามันผิด แต่เธอก็ไม่สามารถห้ามใจได้เลย แม้ครั้งแรกจะขัดขืน แต่สุดท้ายก็แพ้ใจตัวเอง ยอมมอบร่างกายที่แสนบริสุทธิ์ให้กับผู้หญิงตรงหน้าแทน   ชุดนอนของทั้งสองถูกถอดทิ้งลงข้างเตียงสีขาวไซต์คิงอย่างไม่ใยดี ความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศของห้องนอนไม่สามารถดับความร้อนแรงของบทรัก   สองร่างเปลือยเปล่ากอดรัดกันจนแทบหลอมละลายเป็นร่างเดียว เตียงนอนแสนกว้างสั่นไหวไปตามบทเพลงรักที่ถูกบรรเลงตามความปรารถนาของอารมณ์ ก่อนที่ทั้งสองจะกรีดร้องออกมาพร้อมร่างกายที่กระตุกไปพร้อมกันเมื่อพากันแตะถึงสวรรค์กับบทรักแล้ว   เสียงเหนื่อยหอบของทั้งสองพร้อมเหงื่อที่ไหลออกมาจากการแสดงบทรักที่เพิ่งจบไป ยูกิก้มลงซบตรงคอระหงของเด็กสาวที่นอนหอบอยู่ข้างล่าง   “น...หนักค่ะ...”   มายุบอกยูกิด้วยความอ่อนหวานปนเหนื่อยพร้อมกับใช้มือดันร่างสูงให้ออก แต่คนตัวสูงกลับขยับใบหน้าพร้อมกับขบเม้มที่ใบหูแทน   “อื้ออออ~~”   “พรุ่งนี้คงต้องลาหยุดให้มายูยุแล้วล่ะคะ เพราะเด็กน้อยของยูกิรินคงไปเรียนไม่ไหวแน่ ๆ ”   ร่างสูงเงยหน้าพร้อมส่งสายตา และรอยยิ้มจอมเจ้าเล่ห์ให้ร่างเล็กที่รู้ดีว่าคนตัวสูงคงไม่หยุดง่าย ๆ แน่นอน...   -------------------------------------------------------------------- Hi~~~ ฟิคเรื่องล่าสุดค่าาาา (เรื่องล่าสุดยังไม่จบเลย แหะ ๆ) ยังรักษามาตรฐานเช่นเดิมค่ะ โลลิอีกแล้วครับท่าน ฮ่า ๆ เรื่องอาจดราม่านะคะ เพราะฉะนั้นกรุณาต้มน้ำรอด้วยค่ะ ส่วนเรื่องออดิชั่น BNK ไรท์ไม่ได้ลงสมัครออฯค่ะ (แม้จะแอบเสียดาย) ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ คนที่ทั้งเข้ารอบ และไม่เข้ารอบด้วยนะ ถ้ารัก 48 จริง ๆ ไม่ได้มาเพื่อฉาบฉวย ไรท์ยินดีสนับสนุนเต็มที่ค่ะ ขอแค่รัก 48 ก็พอค่ะ (รอเปย์ 5555555) รุ่นที่ 1 อาจจะต้องเหนื่อยหน่อย เพราะเป็นรุ่นบุกเบิกที่ต้องทำให้คนรู้จัก และกลายเป็นศิลปินแนวหน้าให้ได้ เชื่อว่าทุกคนมีความพยายามทำในสิ่งที่ตัวเองรักค่ะ ขอให้สู้ ๆ นะคะ แต่ตอนนี้ไรท์ขอไปนอนแล้วค่ะ บายยยยย~
  3. บทนำ   หลังเลิกเรียนนักเรียนน้อยใหญ่ต่างเริ่มทยอยกันออกจากโรงเรียน โดยมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือบ้านที่แสนสงบ แต่ทว่าไม่ทันไรเม็ดหยาดฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาเช่นกัน โดยไม่ต้องมีใครตะโกนบอกทุกคนรีบค้นหาร่มในกระเป๋าตัวเองอย่างรวดเร็วคนที่ไม่มีร่มก็วิ่งกันอุตลุดเพื่อหาที่หลบฝน                  "ยุย...วันนี้แกกลับบ้านคนเดียวเหรอวะ" เด็กหนุ่มนักศึกษาเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนท่าทางเพลย์บอยนิดๆตะโกนถามเด็กหนุ่มอีกคนที่เป็นเจ้าของชื่อท่ามกลางสายฝน เด็กหนุ่มผู้เป็นเพื่อนที่เดินไปไกลลิ่วแล้วหันหลังกลับมามองเพื่อนก่อนจะพยักหน้าเป็นคำตอบแล้วเดินต่อไป               ไม่นานนักเด็กหนุ่มเจ้าของร่างสูงที่เดินทางกลับบ้านจนตอนนี้ผ่านมาครึ่งทางแล้วจริงๆแล้วเขาไม่จำเป็นจะต้องเดินกลับคนเดียวก็ได้ในเมื่อที่บ้านก็มีคนมารับมาส่งคนขับรถส่วนตัวก็มี บ้านก็ใหญ่โตอย่างกับวังแต่...เขาอยากจะกลับบ้านช้าๆเพราะถึงไม่รีบกลับก็ไม่มีใครว่าอะไรอยู่แล้วในเมื่อไม่มีใครรู้ ถามว่าพ่อแม่ไม่เป็นห่วงบ้างเหลอ คงไม่หลอกก็ท่านไม่รู้นี่ พวกท่านทำงานไม่มีเวลามาทำอะไรไร้สาระกับเขาหลอก เวลาคุยกันยังไม่มี เรื่องนั้นช่างเถอะเขาไม่อยากนึกถึงมันเท่าไรนัก ให้ตายเถอะเขาเบื่อกับชีวิตคุณหนูจริงๆ เด็กหนุ่มคิดหลังจากเดินเข้าไกลบ้านของตนเอง...แต่แล้ว                     เมี๊ยว...                 เสียงแมว...                เด็กหนุ่มหยุดยืนนิ่งก่อนจะหันหลังกลับไปดูตามเสียงร้องนั้น....ลูกแมวขนฟูนุ่มตัวสีขาวเนื้อตัวเปียกปอนกำลังมองมาที่เขาสายตาดูออดอ้อนน่าสงสาร เด็กหนุ่มหันมองรอบๆตัวเพื่อมองดูว่าใครเป็นเจ้าของแต่ก้ไม่เห็นใครนอกจากเขากับเจ้าลูกแมวน้อยขนปุย เด็กหนุ่มตัดสินใจเดินเข้าไปไกล้เจ้าแมวตัวน้อยก่อนจะอุ้มมันขึ้นมาในอ้อมแขน และเดินเข้าไปในตัวบ้าน                   "ตายแล้ว!!...คุณชายคะ ตัวเปียกหมดเลย!ไปทำอะไรมาคะเนี่ย!!แถมเก็บตัวอะไรมาคะเนี่ย!" คุณป้าแม่บ้านรีบสาวเท้าเดินเข้ามาต้อนรับคุณชายอายุเพียง19พร้อมกับไม่ลืมนำผ้าขนหนูติดมือมาด้วย คุณชายรับผ้ามาก่อนจะเช็ดหน้าเช็ดตาตัวเองให้แลดูสะอาดสะอ้านขึ้นแล้วเปิดปากตอบคุณป้าแม่บ้าน                   "แมวน่ะครับ...เห็นมันร้องอยู่หน้าบ้าน[วัง]ก็เลย..."                   "ก็เลยเก็บมันมาหรือคะ?" คุณป้าแม่บ้านถาม คุณชายไม่ตอบเพียงแต่พยักหน้าให้เท่านั้น                   "คุณชาย...ทีหลังอย่าเดินตากฝนกลับมาแบบนี้อีกนะคะ ถ้าคุณท่านรู้เข้าจะแย่เอานะคะ..."คุณป้าแม่บ้านพูดสายตาเป็นกังวน แต่ก็แอบห่วงคุณชายน้อยคนนี้ไม่ได้[มันเปรี่ยนสรรพนามเรียกชื่อตอนไหนฟะ:เล] หลังจากนั้นไม่นานคุณชายก็เดินขึ้นมาที่ห้องส่วนตัวของเขาก่อนที่จะวางเจ้าเหมียวตัวน้อยลงอย่างแผ่วเบา                      เมี๊ยว...               เจ้าแมวน้อยร้องขึ้นมาอีกครั้ง คุณชายที่กำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้าถึงกับต้องหันมาดูว่ามันร้องทำไม- -                    "..."                    "..."               เงียบไปสักพักหนึ่ง คุณชายเดินเข้าไปไกล้ๆกลับเจ้าเหมียวน้อยแล้วเอื้อมมือไปเกาคางมันเล่นๆ                    "อยากได้อะไรอีกล่ะแก..."คุณชายถามแมวน้อยพรางเกาคางมันเล่นต่อไป ทำเอาเจ้าเหมียวเคริ้มไปเลยทีเดียว แต่แล้ว...                    "เราหิว..." เสียงไม่มีที่มาที่ไปก็ดังขึ้นพร้อมๆกับแมวน้อยตรงหน้าที่บัดนี้มีหมอกควันปกคุมไปทั่วร่าง                    "..."   คุณชายอึ่งไปนิดๆแต่ก็ปรับสีหน้าเป็นเหมือนเดิมเพราะพอจะรู้ว่ามันคืออะไร                    "...เลิกแกล้งฉันได้แล้วน่ะ ยัยจู" คุณชายพูดพรางเปิดตู้เสื้อผ้าของเขาที่มักเป็นที่ซ่อนตัวของน้องสาวของเขาเวลาที่อยากแกล้งเขาเป็นประจำ แต่แล้ว...                ไม่มี...น้องสาวที่มักจะซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้าของเขาไม่มี ไม่มีน้องเขา งั้นเสียงเมื่อกี๊น้องเขาก็ไม่ได้แกล้งน่ะสิ                    "ใคร?..."คุณชายถามออกไปเสียงเรียบ พร้อมกับรอฟังคำตอบ ส่วนคนที่ถูกถามแทนที่กลัวแล้วหนีไปแต่กลับมาปรากฏตัวให้เห็นกันจะๆ เป็นผู้หญิงที่จัดได้ว่าสวยมากเลยทีเดียวแต่ไม่แสดงสีหน้าใดๆเลย ที่แปลกคือ เธอมีหูคับคล้ายคับคาเหมือนหูแมวแถมมีหางงอกออกมาด้วย...และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ร่างกายบางๆนั่นไม่มีอาภรณ์ใดๆปกปิดแม้แต่นิด ซึ่งมันสามารถเรียกเลือดจากผู้ชายหลายๆคนได้เลยทีเดียว แต่ไม่ใช่สำหรับคุณชายถ้าไม่ได้อยู่กลับคุณชายปาดนี้ผู้ชายทั้งโลกคงตายเกลื่อนแน่                   "เราขอโทษด้วยที่ทำให้ตกใจ..."เด็กสาวหน้านิ่งเอ่ยขึ้น คุณชายไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรรีบเอาเสื้อเชิ้ตสีขาวคุมตัวให้เธอทันที                   "หมายความว่าไง?" คุณชายถามพรางมองเด็กสาวตรงหน้า เธอไม่พูดอะไรเพียงแต่ยื่นหนังสือที่พกมาตอนไหนไม่รู้ให้คุณชาย คุณชายเปิดอ่านไปสักพักก็เงยหน้าขึ้นก่อนจะเอ่ยถาม                   "สรุปว่า...เธอเป็นแม่มดที่ถูกลงโทษโดยการต้องสาปให้กลายเป็นแมวเพียงเพราะว่าทำผิดกดข้อที่13ที่บอกไว้ว่า ห้ามช่วยเหลือมนุษย์เป็นอันขาด อย่างงั้นเหลอ"เธอพยักหน้าเมื่อคุณชายเอ่ยจบ                   "แล้วทำไมถึงช่วยล่ะ?..."คุณชายถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่งดังเดิม                   "...น้องชายเราเป็นมนุษย์...แล้วกำลังจะถูกฆ่า..."                   "เธอจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะช่วยสินะ..."เธอพยักหน้า                   "เธอเชื่อเราอย่างนั้นเหลอ?"เด็กสาวถาม คุณชายพยักหน้า                   "เพราะอะไรล่ะ?"           "มนุษย์ดีๆที่ไหนเขาจะลงทุนแกล้งคนที่ไม่รู้จักกันเลยขนาดนี้ล่ะ"เด็กสาวพยักหน้าเข้าใจแล้วเอ่ยถามอีกครั้ง"ขอฉันอยู่ที่นี่ได้มั๊ย?..."คุณชายมองเธอด้วยแววตาสงสารแล้วตัดสินใจตอบกลับไปว่าอนุญาตให้เธออยู่ที่นี่ได้                   "เธอจะคืนร่างได้เมื่อไหร่"                   "จะคืนเมื่อไรก็ได้หากเราประสงค์...แต่อยู่ได้เพียง2ชั่วโมงเท่านั้น"คุณชายพยักหน้าก่อนจะเอ่ยถามอีกรอบ               "ฉันชื่อยุย เธอล่ะ"           "เราชื่อพารุ ชิมาซากิ ฮารุกะ " เด็กสาวตอบพรางเอามือทาบไปที่หน้าอก           "งั้นเหรอ...ยินดีที่ได้รู้จัก"คุณชายพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉยก่อนจะยื่นมือไปตรงหน้าเด็กสาว เด็กสาวสีหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงความรู้สึกแต่ก็ยื่นมือออกไปจับมือเด็กหนุ่มตรงหน้า ราวกับอยากบอกว่า ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน...      
  4. INTRO เช้าวันใหม่แสนวุ่นวายฤดูหนาวกำลังเข้ามาเยือนหิมมะเริ่มโปรยปรายลงมาทำให้รู้ว่า ฤดูหนาวใกล้เข้ามาแล้ว ก๊อง ก๊อง ก๊อง เสียงเคาะประตูดังขึ้น จนทำให้อาจารย์ที่นั่งทำงานสะดุ้งเล็กน้อย มาแล้วนะสิ"เข้ามาได้ประธานนักเรียนทากามินะ" ประธานนักเรียนที่กำลังเข้ามามีนามว่า ทาคาฮาชิ มินามิในชุดนักเรียนเรียบร้อยสะอาดตาและเข้ามาด้วยความเย็นชาอย่างที่เขาทำทุกวัน "อาจารย์เรียกหนูมา มีอะไรหรือเปล่าค่ะ"อาจารย์เงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับหยิบแฟ้มนักเรียนยื่นให้ทาคามินะ "ครูจะฝากให้เธอดูและนักเรียนใหม่ที่กำลังย้ายมาในพรุ่งนี้นะ"ทาคามินะตกใจเล็กน้อย "เอ๊!! ทำไมต้องหนูละค่ะอาจารย์ยูโกะก็มีทำไมไม่ใช้ยูโกะล่ะ"อาจารย์มองหน้าประธานนักเรียนเเล้วพูดพร้อมหยิบปากขึ้นเซ็นต์งานต่างๆบนโต๊ะ "ก็อาจารย์ดูแล้ว เธอดูมีสภาวะเป็นผู้นำที่ดีอีกอย่างยูโกะก็ต่างกับเธอมากไม่ใช่หรอ"ทาคามินะเริ่มทำหน้าเครียด "ไงเดี๋ยวหนูดูแลเรื่องนักเรียนใหม่ให้ละกันนะคะ อาจารย์"ทาคามินะเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ____________________________ "ฮัดชิ้ว!!ฮัดชิ้ว!!" "ยูจังเป็นไรเปล่า"ฮารุนะยกมือขึ้นมาทาบกับหน้าผากยูโกะ "ตัวก็ไม่ได้ร้อนหนิ ทำไมจามบ่อยจังละ" "โถ่ เนี๊ยงๆคนจามบ่อยไม่แปลว่าไม่สบายเสมอไปหนิ" ตึ้ง!!!!ทาคามินะวางหนังสืออย่างแรง "เห้ย ไอ้เตี้ยเป็นไรว่ะ"ยูโกะลุกขึ้นจับบ่าทาคามินะ ทาคามินะสะบัดออกอย่างแรง "อย่าเพิ่งยุ่ง คนกำลังเครียดเว้ย"ทาคามินะทำหน้ามุ่ย "อ้าว อิบ้าเพื่อนอุส่าถามดีๆนะ"ยูโกะพูดพร้อมหันหน้าไปมองฮารุนะที่กำลังนั่งกดมือถือต้องเงยหน้ามอง "ทาคามินะซังเป็นไรเปล่าเล่าให้พวกเราฟังได้นะ"ทาคามินะเริ่มอารมณ์ดีขึ้น "ก็อาจารย์นะสิเนี๊ยงๆ ฝากงานให้ฉันทำอีกแหละ"ฮารุนะทำหน้างง "ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ"ฮารุนะพูดแล้วเอียงคอเพราะนั้นคือท่าประจำของเธอ "ก็ดีอยู่หรอกแต่งานตอนเนี่ยมันเยอะ ไหนต้องดูแลยุยไม่ให้ไปมีเรื่องกับใคร เรื่องในสภาเรื่องในชมรมอีกเยอะแยะไปหมด"ทาคามินะนั่งลงระบายให้เพื่อนฟัง "ออ ไงทาคามินะซังก็ลองปล่อยวางบ้างสิ"ฮารุนะเริ่มรู้สึกแปลกอยู่ดีๆเริ่มมีมือที่สามเลื่อยมาที่หน้าขาตัวเองและกำลังสอดเข้าไปกระโปรง "กรี๊ด ยูจังใช่เวลาเล่นมั้ยห้ะ"ยูโกะทำหน้าหงอย "ก็เขาอยากเล่นหนิเนี๊ยงๆ"ยูโกะทำท่าทางอ้อนฮารุนะ "อายทาคามินะซังบ้างดิ"ยูโกะรีบหันหน้าไปทางทาคามินะอย่างรวดเร็ว "จะอายมันทำมั้ย เนอะไอ้เตี้ย"ยูโกะทำหน้าล้อเลียน ทาคามินะไม่พอใจแล้วเริ่มเถียง"ตัวเองสูงตายล่ะ"ฮารุนะเห็นท่าไม่ดีจึงรีบจบบทสนทนาทันทีที่รู้ว่า2คนกำลังจะทะเลาะกัน __________________________ เพิ่งเคยแต่งนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของไรต์นะ ไม่รู้ว่ามันดีหรือเปล่า แต่ว่าตอนต่อที่1มาวันนี้ดึกนะ
  5. เรื่องนี้เหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะสายโลลิ   Chu 1~ อาบน้ำด้วยกันเถอะ~ Chu 2~ มายูยุของจุนนะ! Chu 3~ ฉันรักน้องแก Chu 4~ ดูแล VS ทำลาย Chu 5.1~ ก็แค่เมา... Chu 5.2~ พบกันใหม่... Chu~ 6 เค้าโตแล้วนะคะ! Chu~ 7.1 ฉันก็เป็นแบบแกนั้นแหละ Chu~ 7.2 เกินห้ามใจ   My Kid(Kiss) Intor   หญิงสาวร่างสูงเพรียว ผิวขาว ผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนที่มัดรวบขึ้นหลวม ๆ ดวงตาเรียวภายใต้แว่นตากลมโตหนาเตอะกำลังอ่านตัวหนังสือในสมุดอย่างขมักเขม้น ซึ่งหนังสือกองโตยังคงวางรอคิวอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือในห้องนอนของเธอ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! หญิงสาวหันไปมองตามเสียง ก่อนจะเดินไปเปิดประตูผู้มาเยือน หลังจากมองตาแมวว่าบุคคลที่มาเยือนไม่สร้างเรื่องอันตรายแน่นอน แอ๊ด... "ว่าไง แกมีอะไรหรือเปล่า? ยัยขี้อ่อย" คาชิวากิ ยูกิ ผู้เป็นเจ้าของห้องพักเอ่ยถามหญิงสาวร่างบางที่ยิ้มกว้างให้ภายใต้หมวกปีกกว้างใบหนา แถมสวมแว่นตากันแดดสีชา ดูท่าทางแล้วหญิงสาวน่าจะเป็นคนดัง หรือไม่ก็พวกอาชญากร(?) "ขอเข้าไปห้องก่อนได้ป่ะ? เดี๋ยวพวกนักข่าวหรือคนอื่นเห็น..." "เออ ๆ เข้ามาสิ" ยูกิหลบทางให้ผู้มาเยือนที่จูงเด็กหญิงหน้าตาน่ารักที่ไหนไม่รู้มาด้วย จึงทำให้ร่างสูงถึงกับดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน "เฮ้ย ๆ มิยูกิ นั้นแกพาเด็กที่ไหนมาด้วยวะ?" วาตานาเบะ มิยูกิ ไอดอลสาวชื่อดังที่มีดีกรีการตกเหยื่อให้ตกหลุมรักภายใน 3 วินาทีต้องรีบวิ่งเอามือเข้ามาปิดปากเพื่อนสนิทของตนพร้อมกับปิดประตูล็อคกลอนอย่างรวดเร็ว "แกจะเสียงดังหาพระบิดามารดาแกหรือไง!?" ยูกิถึงกับดิ้นไปมา ก่อนจะแกะมือของมิยูกิออกได้สำเร็จ "เค็มชะมัดเลยมือแกเนี่ย! ว่าแต่เด็กคนนี้เป็นอะไรกับแก...อย่าบอกนะ...ว่าเป็นลูกอ่ะ!?" "ใช่ เอ้ย! จะบ้าหรือไงเล่า? ฉันสวย โสด ซิงสนิทย่ะ!" มิยูกิพูดแล้วสะบัดบ๊อบใส่เพื่อนสาวอย่างแรง "โอ๊ย! ยัยอ่อย! ผมแกทิ่มตาฉัน" ยูกิพูดพร้อมกับเช็ดตาตัวเองอย่างเบามือ "จะทิ่มได้ไง ก็แกใส่แว่นอ่ะ" มิยูกิชี้นิ้วไปที่แว่นตาอันแสนหนาเตอะที่ร่างสูงสวมใส่ "ก็มันลอดผ่านแว่นอ่ะ!" "เออ ๆ ช่างมันเถอะ ยูกิ...ฉันมีเรื่องอยากจะขอความช่วยเหลือจากแกได้ป่าวเพื่อนรัก?" มิยูกิทำหน้าตาแสนเศร้าใส่เพื่อนสนิท ซึ่งทำให้ยูกิถึงกับใจอ่อนให้กับเพื่อนสนิทด้วยการพยักหน้าขึ้นลงตอบรับ "อยากให้ช่วยอะไรล่ะ" "สัญญานะว่าจะไม่ปฏิเสธกันโดยเด็ดขาด" "เออ สัญญา" มิยูกิยิ้มกว้างขึ้นมากับคำตอบของยูกิ ถึงแม้จะดูไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่ แต่ก็...แล้วไงอ่ะ ใครสน อิอิ "มายูยุมานี่สิคะ มาหาพี่ยูกิสิคะ" มิยูกิเรียกเด็กหญิงตัวเล็ก ผิวขาว ทรงผมทวินเทล หน้าตาน่ารักเหมือนหลุดมาจากการ์ตูนที่สะพายกระเป๋าลายปอมปุริน ซึ่งทำให้ยูกิถึงกับมองเหมือนถูกต้องมนต์สะกดเอา ก่อนจะคืนสติตัวเองกลับมาได้ทัน เพื่อไม่ให้ยัยเพื่อนสนิทจับได้จนหัวเราะเยาะเอา "นี่วาตานาเบะ มายุ หรือมายูยุ น้องสาวของฉันเอง พอดีพ่อกับแม่ต้องไปต่างประเทศน่ะ เลยมาขอฝากให้ดูแลกับฉันไว้ แต่ฉันไม่ค่อยมีเวลาดูแลมายุสักเท่าไหร่เลยมาขอจ้างให้แกเลี้ยงน่ะ" "ทุกวันตอนเย็นแกจะมารับว่างั้น?" "เปล่า ให้อยู่กับแกไปเลยจนกว่าพ่อกับแม่จะกลับมาาาา~" "ก็ดีนะ ฉันจะได้ไม่เหงา ห๊าาาาาาาาาา! กี่เดือน!?" ยูกิตะโกนร้องออกมาด้วยความตกตะลึง ก่อนจะถามกลับไปด้วยสีหน้าที่ยังตกตะลึงอยู่ มิยูกิจึงยกหนึ่งนิ้วทั้งสองข้างขึ้นมาเป็นคำตอบ "อ้อ...สองเดือน เฮ้อ...โล่งอก" "เปล่า ไม่มีกำหนดต่างหาก" มิยูกิทำเป็นรูปกากบาทพร้อมยิ้มกว้างขึ้นมา ซึ่งทำให้ร่างสูงถึงกับหันขวับจ้องเขม็งเพื่อนสนิททันที "อิขี้อ่อย..." น้ำเสียงเย็นที่แทบเสียวสันหลังวาบ ทำให้มิยูกิแอบยิ้มเจื่อนให้ ก่อนจะนึกอะไรดี ๆ ออก "ฉันจ้างแกเดือนละสามแสน ตกลงป่ะ?" มิยูกิชูเช็คที่เขียนลายเซ็นพร้อมยอดจำนวนเงิน แต่ไม่ทำให้สีหน้ายูกิหายนิ่งเลย... "แกคิดว่าเงินพวกนี้จะทำอะไรฉันได้งั้นเหรอ?" ชาติที่แล้วแกเกิดเป็นแอร์เหรอ เย็นทั้งชื่อเย็นทั้งเสียง... "หรือว่าแกไม่เอา?" "เอา!" ------------------------------------------------------------- TBC~ เรื่องที่สองแล้วค่าาาา~ นำเสนอความโลลิ เรื่องราวความรักต่างวัยของพี่เลี้ยงจำเป็นจอมเนิร์ดกับเด็กน้อยน่ารักน่าฟัด(?) ว่าแต่ว่าเมื่อกี้เหมือนจะได้ยินเสียงแปลก ร้องหวอ~ หว๊อ~ ช่วยติดตามกันเยอะ ๆ ด้วยนะค่าาาา~
  6. ชีวิตของคนเรา ล้วนเกี่ยวข้องกับอะไรหลายๆอย่าง   ทั้งเรื่อง การงาน ชีวิตส่วนตัวหรือแม้กระทั่ง สิ่งๆหนึ่งที่เรียกกันว่า   ความรัก                 โย่ ขอโทษที่หายไปนานนะจ๊ะ   พอดี เพิ่งมีเวลาว่างนะ   ก็แหม่ คนเขียนอยู่ปี 4 แล้ว อีกไม่นานก็จะจบ   เลยต้องขลุกอยู่กับการเรียนซะก่อน    ตอนนี้มันว่าง 3 อาทิตย์ เลยมีเวลามาหาทุกคนนะจ๊ะ   สำหรับตอนแรกของเรื่องนี้นั้น จะมาในวันพรุ่งนี้   ยังไงก็ช่วยดูผ่านๆตาด้วยนะ
  7. คำเตือน   เรื่องนี้มีพล็อตหลักมาจากเรื่องที่ทุกท่านรู้จักกันดี คือ Battle Royal มีฉากที่คาดว่าจะสะเทือนใจมากมาย มีการใช้ถ้อยคำรุนแรงและมีการสูญเสียแน่นอน   อนึ่ง คู่ต่างๆมีตามที่ Tag จะได้ไม่ต้องลุ้นกัน   โปรดทำใจยอมรับก่อนอ่าน   -----------------   Till the last of us   -Prologue- | 01 | 02 | 03 | 04 | 05 | 06 |  | 07 | 08 | 09 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |  | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | .. | | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |   -----------------   -Prologue-   ----------------- "...ถ้าฉันยอมเสียตัวให้คุณ คุณจะยอมทำตามแผนของฉันรึเปล่าล่ะ"   หญิงสาวกัดฟันแน่น ข่มคำพูดกรอดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผงความเกลียดแค้นคนตรงหน้าจับใจ นัยน์ตาคลอน้ำตาใสจ้องเขม็ง เฝ้ารอคำตอบที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิต และสถานการณ์เป็นตายทั้งหมดนี่ "แน่นอน วาตานาเบะ มายุ"   หญิงสาวอีกคนผู้กุมอำนาจตัดสินชีวิตคนอื่นด้วยปืนมัจจุราชสีดำที่คร่าชีวิตใครมานักต่อนัก บัดนี้มัจจุราชนั้นกำลังชี้ตรงมาที่เธอ คาชิวากิ ยูกิ เหยียดยิ้มชั่วร้าย ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ฉันจะเล่นตามแผนของเธอ ถ้าเธอยอมเป็นของเล่นให้ฉันตลอดไป..." ----------------- "ขอโทษ... พี่ขอโทษนะ ...พี่ไม่น่าพาเธอมาในที่แบบนี้เลย" หญิงสาวผู้ที่ใบหน้ากลมขาว เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลนของผืนป่า พูดด้วยเสียงสั่นเครือ นัยน์ตาใสนั้นมีน้ำตาคลอเพราะความรู้สึกผิดเต็มหัวใจ "มะ... ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่เรนะ แค่กิ่งไม้เอง" เด็กสาวที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกันตอบกลับ เธอหอบหายใจ เรียกอากาศที่สูญเสียไปจากการวิ่งที่ยาวนาน ที่ขานั้นมีเลือดไหลออกมาจากแผลถลอกที่โดนกิ่งไม้บาด เรนะเอื้อมมือไปคว้าเอาดาบยาวคาตานะที่ร่วงหล่นอยู่ด้านข้างตัวจากการล้มกลิ้งตกเนินเมื่อครู่นี้ขึ้นมา เธอกำมันไว้ด้วยสายตาทีเจ็บปวด แต่ก็แน่วแน่ "พี่จะปกป้องน้องเอง ...น้องจะต้องได้กลับไป" -----------------   "อย่าเข้ามา!!" "เดี๋ยว ใจเย็นๆก่อน ชิมาซากิ" "ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่!" หญิงสาวกวัดแกว่งมีทำครัวในมือไปมาอย่างสะเปะสะปะ พยายามป้องกันตัวเองจากผู้หญิงผมดำอีกคนที่ตั้งใจเดินเข้ามา "นี่ฉันเอง โยโกยาม่า ไง... ที่เราเคยเล่นด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ จำได้มั้ย" "ไม่จริง! เธอมันไม่ใช่ ยุย ที่ฉันรู้จัก! อย่าเข้ามานะ!" ยุยค่อยๆก้าวเดินเข้าไปหาอีกคนที่มีท่าทางตื่นกลัว ก้าวแต่ล่ะก้าว ทำให้คนตรงหน้ายื่นมีดตรงมาด้วยมือที่สั่นเทา "พารุ... นี่ฉันเอง วางมีดลงเถอะนะ" ยุยยกมือซ้ายขึ้นตรงไป ทำท่าห้ามปราม พยายามสงบสติอารมณ์อีกคน "ไม่จริง... ไม่ใช่... เลิกโกหกกันสักที!!" "ถ้าเธอเป็นยุยจริงๆ แล้วในมือนั่นมันอะไร!" พารุตะโกนก้อง ความเงียบสงบยามราตรี ทำให้เสียงสะท้อนดังไปทั่วป่า สายตาที่หวาดกลัว จับจ้องไปยังมือขวาของหญิงสาวผมดำที่อ้างชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทเธอ ยุยมองสิ่งของที่อยู่ในมือตัวเอง หน้าไม้ขึ้นคันศรพร้อม กับของเหลวสีแดงที่เปรอะเปื้อนมันทำให้ดูน่ากลัว รอยเหยียดยิ้มพร้อมขมวดคิ้วถูกเผยออกมาจากคนที่พยายามสงบสถาณการณ์ เจ้าของหน้าไม้ ยกมือขึ้นมา ตั้งศูยน์เล็งไปยังผู้ที่ยืนสั่นอยู่ตรงหน้า "...ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้" "...แล้วเจอกันใหม่นะ พารุ ..."     -----------------   "ซายาเน่ รอด้วยสิ ลืมฉันไปแล้วรึยังเนี่ย" น้ำเสียงงอนๆ วิ่งตามมาด้วยท่าทีเหนื่อยล้า บนเนินชันตรงหน้าเธอนั้นมีผู้หญิงผมสั้น ท่าทางทะมัดทะแมง สายตาคมนั่นหันกลับมามองจ้องตามเสียงเรียก   "เราต้องรีบหาที่ปลอดภัยนะ มิยูกิ" ซายากะหยุดเดิน ย้อนกลับมาหิ้วปีกพยุงหญิงสาวผมยาวร่างบางที่ทำหน้าตาง้องอน   "จะหาที่ปลอดภัยทำไม ใครก็เข้ามาทำอันตรายเราไม่ได้หรอก..." "ซายาเน่มีไอ้นั่นอยู่นี่นา" มิยูกิเพยิดหน้าไปยังกระเป๋าข้างเอว ที่มีวัตถุโลหะดำแขวนอยู่ ปืนกลเบาขนาดเล็ก ที่บรรจุกระสุนพร้อมลั่นไกได้ทุกเมื่อ   "มันไม่ใช่สิ่งที่จะปกป้องเราได้ตลอดไปนะมิ้ลกี้" ซายากะพูดเสียงดุ พยายามเดินต่อพร้อมสอดส่องหาที่ที่พอจะสามารถหลบภัยให้พ้นคืนนี้ไปได้ "และฉันก็ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ฆ่าใครโดยไม่จำเป็น" "ทำมาพูด ทีเมื่อกี้ยังฆ่าไปแล้วเลย... ตั้งสามคน" มิยูกิพึมพำ แต่คำพูดเบาๆเพียงแค่นั้น ก็ทำให้สีหน้าของซายากะเปลี่ยนไป น้ำเสียงเศร้าสลดถูกข่มผ่านไรฟันออกมา   "...เรื่องนั้น ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ" "มันแค่การป้องกันตัวเอง..." -----------------