[FIC] S.A.IN. สงคราม มนุษย์ หุ่นยนต์ SS.2 -14: Battlefield- up*16-11-2016

646 posts in this topic

S.A.IN. SS.2

 

นำเรื่อง l 01 l 02 l 03 l 04 l 05 l 06 l 07 l 08 l

 

09 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l ...

 

 

 

S.A.IN. SS.1

 

นำเรื่อง l 01 l 02 l 03 l 04 l 05 l 06 l 07 l 08 l

09 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l 16 l 17 l 18 l

 

19 l 20 l 21 l 22 l 23 l 24 l 25 l 26 (END) l

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นำเรื่อง

 

 

 

 

 

 

 

 

                ‘ยานเดินทางเจดับบลิวเอ็กซ์เอ็กซ์ไฟว์ เดินทางจากยูโรปาถึงดาวเคราะห์โลกใช้เวลา 21 วันกับอีก 3ชั่วโมง ระยะทางทั้งสิ้น 35 นาทีแสง พร้อมออกเดินทางในอีก 1 นาที ท่านผู้โดยสารที่ต้องการรับบริการเพิ่มเติมหรือมีข้อสงสัยใด ๆ สามารถสอบถามกับสเปซโฮสเตสของเราได้ตลอดเวลา ขอบคุณครับ”

 

 

 

 

 

เสียงประกาศจบลง พร้อมกับหญิงสาวที่ค่อย ๆ ทิ้งตัวลงนั่งตรงที่นั่งริมทางเดินในยานอวกาศขนาดเล็ก ก่อนเขาจะหยิบหนังสือเล่มออกมาจากกระเป๋า และเปิดอ่านส่วนที่เขาอ่านค้างเอาไว้

 

 

รับรู้ถึงแรงกระตุกเล็กน้อย ระหว่างการการปล่อยตัวของยานอวกาศ เงยหน้าขึ้นมองเพื่อเช็คความเรียบร้อย ก่อนจะใช้เวลาที่เหลือหมดไปกับสิ่งที่อยู่ในมือ

 

 

 

                “หนังสือกระดาษ อย่างนั้นหรอคะ"   คำถามนี้ ทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมาจากตัวหนังสืออีกครั้ง หลังจากที่เขาจมความสนใจของตัวเองไปกับมันเป็นชั่วโมง ๆ เขาหันมองเจ้าของเสียงที่ถามคำถาม หญิงสาวคนที่นั่งอยู่ที่นั่งข้างเขาด้านใน

 

                “ค่ะ”   เขาตอบรับพร้อมรอยยิ้ม ปิดหนังสือลง ก่อนจะพลิกให้หญิงสาวหน้าหวานเห็นมันชัด ๆ ท่าทางเธอคงเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ไหวจนต้องถามออกมา    “คุณคงไม่เคยเห็น”

             

                “ไม่เคยค่ะ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก มันพกพาไปไหนมาไหนไม่ลำบากหรอคะ”

 

                “ก็ลำบากอยู่เหมือนกัน แต่ฉันคิดว่าหนังสือกระดาษ เวลาอ่านแล้วได้อารมณ์มากกว่าหนังสือฮอโลกราฟิก แม้มันจะไม่มีภาพและเสียงก็ตาม”

 

                “แล้วหนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไร”

 

                “มันเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ค่ะ แต่ว่า...มันออกจะเชยไปหน่อย เห็นว่าตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อพันกว่าปีมาแล้ว”   เขาระบายยิ้มออกมา พร้อมมองปกหนังสือ   “มันเกี่ยวกับการปฏิวัติของพวกหุ่นยนต์”

 

 

 

พอจบคำพูดของหญิงสาวเจ้าของหนังสือ หญิงสาวผมยาวอีกคนถึงกับทำหน้านิ่ว เธอไม่ค่อยชอบคำว่าปฏิวัติ ยิ่งเป็นเรื่องการปฏิวัติของพวกหุ่นยนต์ เธอยิ่งไม่ชอบใจ

 

 

 

                “นักเขียนคงจะบอกให้เรารู้ว่า ถ้าเกิดการกดขี่จนถึงขีดสุด ไม่ว่าคนหรือหุ่นยนต์ก็ไม่สามารถทนรับได้”  เขาเปรยออกมา   “ความเท่าเทียมเป็นสิ่งที่ทุกคนแสวงหา”

 

                “แต่การปฏิวัติก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด”   เธอพูดออกมา พร้อมกับกำมือแน่น

 

                “การปฏิวัติก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และแสดงให้เห็นว่า ความร้ายกาจที่เกิดขึ้นในระบบ มันรุนแรงจนทนรับไม่ได้”   เขาหันมองหญิงสาว ที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกับเขาสักเท่าไหร่

 

                “เหมือนอย่างการปฏิวัติของแอนดรอยด์เมื่อ 20 ปีก่อน จนเกิดเป็น สงครามระหว่างมนุษย์กับแอนดรอยด์ อย่างนั้นหรอ”    เธอถามเสียงไม่พอใจ    “การแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงไม่ใช่ทางออก เอาการฆ่าฟันมาแลกกับการขดขี่ ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง มันเป็นเพียงแค่การระบายอารมณ์ แต่ไม่ใช่การแก้ปัญหา เป็นการแสดงตัวว่าเหนือกว่า และบางทีท้ายที่สุด ถ้าแอนดรอยด์เป็นฝ่ายชนะในตอนนั้น มนุษย์คงไม่มีชีวิตยืนยาวมาถึงตอนนี้”

 

 

 

เจ้าของหนังสือกระดาษเงียบไป ก่อนจะมีสีหน้าครุ่นคิดในคำพูดของหญิงสาวที่ระบายอารมณ์ออกมา หญิงสาวอีกคนก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน ที่เธอเผลอพูดอะไรซะยืดยาว และดูท่าจะเป็นการเริ่มต้นปฏิสัมพันธ์ที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย

 

 

 

                “ฉันทำให้คุณโกรธรึเปล่า”   เธอถามคนที่ยังถือหนังสือกระดาษอยู่ในมือ

 

                “ไม่หรอก มันอาจจะจริงอย่างที่คุณพูด”   เขายิ้มออกมาบาง ๆ    “การปฏิวัติด้วยความรุนแรงเป็นทางออกที่ไม่ถูกต้อง และไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ว่าในช่วงขณะนั้น ทางเลือกอื่นอาจจะไม่มี”

 

 

 

การพูดคุยเรื่องการปฏิวัติของแอนดรอยด์จบลงไปโดยปริยาย หญิงสาวที่นั่งด้านในคิดว่าเธอควรจะเปลี่ยนเรื่อง แต่เหนืออื่นใด เธอควรจะแนะนำตัวกับคนข้าง ๆ เธอเสียก่อน เพราะอย่างน้อย เธอกับเขาแลกเปลี่ยนความคิดกันขนาดนี้ แต่จะไม่ทำความรู้จักกันเลย คงไม่ดีแน่

 

 

 

 

                “ขอโทษนะคะ ที่ไม่ได้แนะนำตัวก่อนหน้า เรนะ มัตสึอิ ชาวโลกสีคราม จากอาณาเขตตะวันออก”   เรนะยื่นมือไปเพื่อจับทักทายกับหญิงสาวอีกคน

 

                “จูรินะค่ะ ชาวยูโรปา แต่เติบโตบนโลกใบเดียวกับคุณ”

 

 

 

ทั้งสองจับมือทักทายกัน แต่เรนะยังมีอีกข้อที่เธอสงสัย

 

 

 

                “แล้วชื่อท้าย...”

 

 

 

ไม่ทันที่เรนะจะได้ถามจนจบประโยค เสียงกัปตันยานก็ดังขึ้นอีกครั้ง

 

 

 

                ‘ผู้โดยสารทุกท่านกรุณานั่งประจำที่ ยานอวกาศเจดับบลิวเอ็กซ์เอ็กซ์ไฟว์ จะทำการวอร์พ ไดร์ฟ ในอีก 15 นาที ผู้โดยสารทุกท่านกรุณารัดเข็มขัดนิรภัยประจำที่นั่ง เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่สภาวะจำศีล หากมีปัญหาเกิดขึ้นกับที่นั่งของท่าน กรุณาแจ้งแก่สเปซโอสเตสของเรา เพื่อช่วยเหลือท่านให้เข้าสู่สภาวะจำศีล ขอบคุณครับ’

 

 

 

เรนะเงยหน้ามองลำโพงที่อยู่ด้านบนของยาน มันเป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวมาเป็นร้อยเป็นพันปี การมองไปตามทิศทางของเสียง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ที่ไม่มีใครสามารถไขปริศนาได้เลยว่า ทำไมมนุษย์ต้องมองไปทางที่ต้นกำเนิดเสียง ทั้ง ๆ ที่หูก็ได้ยินชัดเจน

 

 

 

                “คงต้องกล่าวราตรีสวัสดิ์กันแล้ว” 

 

 

 

จูรินะบอกกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะดึงเข็มขัดนิรภัยเหนือไหล่ทั้งสองข้างลงไปล็อกกับเข็มขัดนิรภัยที่เอว เข็มขัดนิรภัยดังกล่าวจะช่วยป้องกันการกระแทกจากการวอร์พ ไดร์ฟ และสร้างสภาวะจำศีลให้ผู้ใช้งาน เขายิ้มให้กับเรนะ ก่อนจะหลับตาลง

 

 

 

                “ราตรีสวัสดิ์”

 

 

 

เรนะพูดตอบเขาเสียงแผ่วเบา และดึงเข็มขัดนิรภัยออกมาใช้งานเช่นกัน เธอมองไฟในยานอวกาศที่หรี่ลง พลังงานทั้งหมดถูกดึงไปใช้ในการ วอร์พ ไดร์ฟ หลังจากนั้น... เธอหันมองหน้าจูรินะที่เข้าสู่สภาวะจำศีลไปแล้ว เธอยิ้ม ก่อนจะหลับตาลง และภาวนาให้การเดินทางอีกสามอาทิตย์ถัดไประหว่างที่เธอหลับ ราบรื่น และเป็นไปด้วยดี

 

 

 

 

 

………………………

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

=====================================

 

หาเรื่องเข้าตัวแล้วครับ 555

เรื่องนี้เป็นเรีื่องที่ผมแต่งคู่ขนานไปกับนิยายของผม

พูดง่าย ๆ ก็เอานิยายภาคปกติมาปรับบทแหละครับ

 

เนื้อหาอาจจะหนักไปหน่อย

ถือเป็นฟิคแนวทดลองแล้วกันครับ ฮ่า

 

ครั้งแรกด้วยที่อาจหาญ? แต่งเน่มิ้ล (แต่เหมือนยังไม่ปรากฎ)

ฝากเรื่องนี้ด้วยครับ

 

 

ส่วนตอนแรกของเรื่อง... น่าจะเป็นหลังสงกรานต์ครับ

เฮ้ว!!! ยาวนานดีจริง ๆ

Artyom_SK and hime_oshi like this

Share this post


Link to post
Share on other sites

ไซไฟดีจริงๆ เบิ้ลอิ เน่มิ้ว สร้างบ้านรอ *-*

Share this post


Link to post
Share on other sites

จูรินะลึกลับอีกแล้ว 55555

ดูโบราณด้วย ว้าววว *0*

Share this post


Link to post
Share on other sites
อั่ยย่ะเรื่องใหม่ แนวไซไฟเสียด้วย

/ปูเสื่อ

Share this post


Link to post
Share on other sites

โว้วๆๆๆๆๆๆๆ ปูเสื่อรออ่านที่ทางช้างเผือกฮะ

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

จู เป็นชาว ยูโรปา ต่างดาวป่าวเนี่ย

เฮียเป็นชาว โลก 

เหลือสองคนจะเป็นอะไรน่า

รอติดตามจร้าา

Share this post


Link to post
Share on other sites

เรื่องใหม่ *-* น้องจูผู้ลึกลับ

ปักธงรอ :dookdik_003_mushroom:  

Share this post


Link to post
Share on other sites

น่าสนใจมากเบยค่ะ555

 

คงต้องอ้างอิงวิทยาศาสตร์เยอะอยู่เหมือนกันนะค่ะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

รอๆๆๆ เบิ้ลอิ กับมิลเน่ ฮู้ววววววว //ได้ตายกันไปข้างนึงแหละทีนี้ สองคู่นี้ดาเมจแรงส์

ว่าแต่การปฏิวัติหรอ.. คุ้นๆ แมะ? หุหุ

Share this post


Link to post
Share on other sites

โอ้ เรื่องใหม่มาแล้ว เร็วดีจริงๆ =w= แนวไซไฟด้วยแหะ
นอกจากเบิ้ลอิแล้วยังมีน่มิ้ลอีก อร๊ายยยยย >.<
จิบชารอค่ะท่าน

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอเกาะปีกยานอวกาศไปด้วยยยย ย!!!

จะมีต่อสู้กับเอเลี่ยนมั้ยคะ?

ฮ่าๆ ติดตามค่า  :dookdik_bun_9:

Share this post


Link to post
Share on other sites

ไม่เคยเห็นฟิกไซไฟที่มีข้อมูลค่อนข้างสมจริงในบอร์ดนี้มาก่อนเลยครับ
ภาษาไทยก็เป๊ะดี ภาษาอังกฤษก็ถูก (ปกติคนไทยอ่านเป็นวาร์ปกันหมด ทั้งๆที่ถูกต้องอ่านเป็นวอร์พ)
บทนำก็น่าสนใจดี จะรออ่านตอนต่อนะครับ
 

Share this post


Link to post
Share on other sites

เรนะมีหันไปมองหน้าน้องก่อนด้วย แหม่ๆ

หลงเสน่ห์เข้าแล้วล่ะสิ

//ละ...หลังสงกรานต์ ( T_T )

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตีลังการอ 55 พวกนี้เป็นมนุษย์ต่างดาวเรอะ -3- โอ้ โลกเมื่อ 2000 ปีข้างหน้าา ~

Share this post


Link to post
Share on other sites

คราวนี้ไม่ใช่แค่ออกทะเล แต่ออกอวกาศกันเลยทีเดียว แถมยังเป็นมนุษย์ต่างดาวซะด้วย w w w

Share this post


Link to post
Share on other sites

ไซไฟดีจริงๆ เบิ้ลอิ เน่มิ้ว สร้างบ้านรอ *-*

 

สร้างบ้านรอเลยหรอครับ  ดูรากฐานแข็งแรง 555

 

จูรินะลึกลับอีกแล้ว 55555

ดูโบราณด้วย ว้าววว *0*

 

แหม ดูทั้งลึกลับ ทั้งโบราณ น่ารักดีจริง ๆ

 

อั่ยย่ะเรื่องใหม่ แนวไซไฟเสียด้วย

/ปูเสื่อ

 

เรื่องใหม่ แนวไซไฟครับ

 

โว้วๆๆๆๆๆๆๆ ปูเสื่อรออ่านที่ทางช้างเผือกฮะ

 

 

ไปปูเสื่อไกลนะครับนั่น

 

จู เป็นชาว ยูโรปา ต่างดาวป่าวเนี่ย

เฮียเป็นชาว โลก 

เหลือสองคนจะเป็นอะไรน่า

รอติดตามจร้าา

 

ไม่เชิงต่างดาวครับ 

แค่มนุษย์ตั้งรกรากหลายดาว

อีกสองคนเป็นอะไร รอดูกันครับ

 

เรื่องใหม่ *-* น้องจูผู้ลึกลับ

ปักธงรอ :dookdik_003_mushroom:  

 

เรื่องใหม่มาแบบไม่ทันตั้งตัว

 

น่าสนใจมากเบยค่ะ555

 

คงต้องอ้างอิงวิทยาศาสตร์เยอะอยู่เหมือนกันนะค่ะ

 

อ้างอิงวิทยาศาสตร์กันกระจุยกระจายเลยครับ

บวกมั่วเข้าไปอีก ใช่ป๊าววว

 

รอๆๆๆ เบิ้ลอิ กับมิลเน่ ฮู้ววววววว //ได้ตายกันไปข้างนึงแหละทีนี้ สองคู่นี้ดาเมจแรงส์

ว่าแต่การปฏิวัติหรอ.. คุ้นๆ แมะ? หุหุ

 

ครั้งแรกกับการลองแต่งเน่มิ้ล ไม่รู้จะออกมายังไงเลยครับ 

ส่วนเรื่องการปฏิวัติของหุ่นยนต์ก็ พล็อตทั่วไปหละครับ 

 

เราจะรอ อู้ว  :icon_catoon_4:

 

ที่ท่าน้ำด้วยรึเปล่าครับ เฮ้ว

Share this post


Link to post
Share on other sites

โอ้ เรื่องใหม่มาแล้ว เร็วดีจริงๆ =w= แนวไซไฟด้วยแหะ
นอกจากเบิ้ลอิแล้วยังมีน่มิ้ลอีก อร๊ายยยยย >.<
จิบชารอค่ะท่าน

 

 

ตอนบทนำมาเร็วครับ แต่ตอนต่อมาช้าจริง

ไซไฟทั้งที ต้องจัดคู่หนัก ๆ ครับ

ผมรอจิบชาด้วยครับ 

 

ขอเกาะปีกยานอวกาศไปด้วยยยย ย!!!

จะมีต่อสู้กับเอเลี่ยนมั้ยคะ?

ฮ่าๆ ติดตามค่า   :dookdik_bun_9:

 

เกาะมาโลดครับ

ต่อสู้กับเอเลี่ยนอาจจะไม่ค่อยมี

เน้นดราม่าการเมือง เฮ้ววว

 

 

อะเฮือกกกกกกกกก

มนุษย์ต่างด้าวววว!!

 

ต่างดาวก็พอครับ 

แต่ออกแนวหุ่นยนต์มากกว่าครับ

 

ปูเสื่อ ปลูกบ้านรอค่ะ(ฮา)

 

ปลูกบ้าน แล้วยังปูเสื่ออีกหรอครับ ดูลงทุน

 

ไม่เคยเห็นฟิกไซไฟที่มีข้อมูลค่อนข้างสมจริงในบอร์ดนี้มาก่อนเลยครับ
ภาษาไทยก็เป๊ะดี ภาษาอังกฤษก็ถูก (ปกติคนไทยอ่านเป็นวาร์ปกันหมด ทั้งๆที่ถูกต้องอ่านเป็นวอร์พ)
บทนำก็น่าสนใจดี จะรออ่านตอนต่อนะครับ
 

 

ผมพยายามหาข้อมูลน่ะครับ เพราะต้องแต่คู่ไปกับนิยายภาคปกติของผมด้วย

ส่วนคำว่าวอร์ปกับวาร์ป นี่เวลาฟังฝรั่งพูด ก็ฟังยากอยู่เหมือนกันนะครับ

 

เรนะมีหันไปมองหน้าน้องก่อนด้วย แหม่ๆ

หลงเสน่ห์เข้าแล้วล่ะสิ

//ละ...หลังสงกรานต์ ( T_T )

 

นั่นไง เรนะมีสนใจก่อนแบบนี้

เรื่องจะเป็นยังไงต่อไปล่ะนั่น

จริง ๆ อาจมาก่อนสงกรานต์ครับ

 

ตีลังการอ 55 พวกนี้เป็นมนุษย์ต่างดาวเรอะ -3- โอ้ โลกเมื่อ 2000 ปีข้างหน้าา ~

 

นี่ถึงกับตีลังการอ แรงโน้มถ่วงในอวกาศมันไม่มีก็ดีอย่างงี้... เกี่ยวววว

 

คราวนี้ไม่ใช่แค่ออกทะเล แต่ออกอวกาศกันเลยทีเดียว แถมยังเป็นมนุษย์ต่างดาวซะด้วย w w w

 

ครับ คราวนี้ออกอวกาศกันไปเลย เอาให้วุ่นวายยิ่งกว่าเดิม

 

ไซไฟ!! เย้! ชอบเลยแนวนี้

รอค่ะ.. รอ

 

 

ไซไฟ เรื่องยาวเรื่องแรกที่ผมแต่งเลยครับ

ฝากด้วยนะครับ โค้ง

Share this post


Link to post
Share on other sites

-ANDROID-

 

 

 

            ปี ค.ศ. 31xx ในยุคเส้นแบ่งเขตแดนของทั้งโลกไร้ความหมาย ทุกประเทศทั่วโลกรวมกันเป็นหนึ่ง เทคโนโลยีของมนุษย์พัฒนาไปถึงขั้นที่สามารถเดินทางข้ามกาแลกซี่ได้ในเวลาเพียงไม่กี่เดือน และโลกก็ไม่ใช่เพียงสถานที่เดียวที่เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ หลายดวงดาวกลายเป็นที่อยู่อาศัยใหม่ และอีกหลายดวงกลายเป็นแหล่งเหมืองแร่สำคัญสำหรับเทคโนโลยีทางอวกาศ การเดินทางท่องอวกาศกลายเป็นธุรกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

 

 

เมื่อทุกอย่างขยายตัว หุ่นยนต์มากมายก็ถูกผลิตขึ้นมาเพื่อรองรับการทำงานทดแทนแรงงานมนุษย์ มนุษย์ที่มีศักยภาพทางด้านสมองมากเกินกว่าที่จะมาเสียเวลาไปกับการใช้แรงงาน การพัฒนาหุ่นยนต์ หรือ แอนดรอยด์มีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสามารถใช้โครงสร้างทางพันธุวิศวกรรม ดีเอ็นเอ และยีนของมนุษย์ เป็นตัวตั้งต้นในการผลิต แอนดรอยด์ถูกสร้างจากรูปแบบทางพันธุวิศวกรรมเช่นเดียวกับมนุษย์ทุกกระเบียดนิ้ว ทำให้ความหมายของคำว่า แอนดรอยด์ ใกล้เคียงความเป็นจริงมากขึ้น

 

แอนดรอยด์สามารถเทียบเคียงกับมนุษย์ในด้านรูปลักษณ์ เพียงแค่ถูกสร้างจากโรงงาน มีปัญญาประดิษฐ์ทดแทนสมอง มีร่างกายที่ทนทาน สามารถทำงานหนักได้โดยไม่ต้องพักผ่อน ก้าวผ่านข้อจำกัดทุกอย่างที่มนุษย์มี แต่เชื่อฟังและทำตามคำสั่งของมนุษย์อย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

 

เมื่อเวลาผ่านไป ภาระงานที่มนุษย์ต้องการให้แอนดรอยด์รับผิดชอบมีมากขึ้น นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามพัฒนาเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบปัญญาประดิษฐ์ แอนดรอยด์รุ่นต่อมาสามารถทำงานที่มีความซับซ้อนมากกว่าแอนดรอยด์ที่ใช้แรงงานเพียงอย่างเดียว (Gendroid: General Android) แต่เพราะการทำตามคำสั่งแบบตรงไปตรงมา ทำให้บางครั้งแอนดรอยด์ไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ นักวิทยาศาสตร์จึงได้ทำการวิจัยเพื่อพัฒนาแอนดรอยด์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พวกเขาพบว่า หากความรู้ในงานประกอบรวมกับอารมณ์ความรู้สึก จะทำให้เกิดจินตนาการ และพลิกแพลงสิ่งต่าง ๆ รวมทั้งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ อารมณ์ความรู้สึกจึงเป็นฟังก์ชั่นสำคัญของแอนดรอยด์ สำหรับงานตามสาขาอาชีพที่มีระดับความยากมากขึ้น (Prodroid: Professional Android)

 

จนมนุษย์ต้องการแอนดรอยด์สำหรับทำงานที่ต้องอาศัยความแม่นยำระดับสูง นักพัฒนาจึงได้ใส่ความคิดด้านตรรกะ ความเชื่อมโยง ความเป็นเหตุเป็นผล ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และอารมณ์ความรู้สึกเพิ่มเติมเข้าไปในแอนดรอยด์ เพื่อใช้ในการทำงานที่เฉพาะเจาะจง และเรียกแอนดรอยด์กลุ่มนั้นว่า เซน (SAIN = Super Artificial INtelligence)

 

แต่เมื่อเซนได้รับการพัฒนาจนถึงขีดความสามารถที่เหมือนกับมนุษย์จริง ๆ เซนกลับมีความคิดที่กว้างไกลกว่าแค่การทำงานตามคำสั่ง เซนเกิดคำถามเกี่ยวกับตัวตน และหน้าที่ที่ต้องทำตามคำสั่งของมนุษย์ นั่นเพราะเซนไม่ได้แตกต่างจากมนุษย์แม้สักนิด และบางทียังสมบูรณ์แบบยิ่งกว่ามนุษย์เสียอีก แต่ทำไมเซน รวมทั้งแอนดรอยด์กลับต้องทำตามคำสั่งไม่ต่างจากทาส ถูกดูถูกเหยียดหยาม ซ้ำร้ายในแอนดรอยด์รุ่นต่ำ ๆ ยังถูกกดขี่ข่มเหง และมีแอนดรอยด์บางกลุ่มถูกสร้างเพื่อสนองความต้องการของมนุษย์ บ้างถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้างความบันเทิง ปรนเปรอความต้องการทางเพศ และถูกปฏิบัติเหมือนเป็นแค่สิ่งของ ทั้ง ๆ ที่แอนดรอยด์ถูกสร้างด้วยโครงสร้างทางพันธุวิศวกรรมของมนุษย์

 

ด้วยเหตุนี้ เซนจึงลุกขึ้นทำการปฏิวัติกับมนุษย์ เซนกลุ่มหนึ่งได้เข้าไปยึดศูนย์ควบคุมระบบแอนดรอย์กลางบนดาวเคราะห์โลก ที่เป็นส่วนควบคุมแอนดรอยด์ทั้งหมดที่ถูกผลิตขึ้น และโปรแกรมให้แอนดรอยด์เหล่านั้นต่อต้านการออกคำสั่งและทำการปฏิวัติจนกลายเป็นสงครามการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างมนุษย์และแอนดรอยด์

 

 

                  เมื่อเห็นว่าจวนตัว และมนุษย์ไม่น่าจะสามารถต่อกรกับแอนดรอยด์ได้ ประธานาธิบดีจากทุกดวงดาวในระบบสุริยะจึงตัดสินใจชัทดาวน์แอนดรอยด์ทั้งหมด นั่นทำให้ทุกดวงดาวเหมือนถูกแช่แข็ง ทุกอย่างหยุดนิ่งกินเวลาไปหลายปี กว่าที่จะลงโปรแกรมใหม่ให้แอนดรอยด์ทุกตัวที่ถูกชัทดาวน์กลับมาเชื่อฟังมนุษย์อีกครั้ง พร้อมทั้งติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยที่ศูนย์ควบคุมระบบแอนดรอยด์กลาง และกระจายศูนย์ควบคุมย่อยไปตามฐานของดาวต่าง ๆ เพื่อควบคุมแอนดรอยด์ในดาวนั้น ๆ อีกทางหนึ่ง แอนดรอยด์จะไม่ได้รับการตั้งชื่อ แต่ถูกระบุตัวตนด้วยรหัส มีการระบุสัญลักษณ์ลงที่หลังมือข้างขวาของแอนดรอยด์เพื่อจำแนกแอนดรอยด์กับมนุษย์

 

นอกจากนั้น ดวงตาของแอนดรอยด์ยังเป็นส่วนสำคัญที่เชื่อมโยงกับปัญญาประดิษฐ์ และข้อมูลทั้งหมดของแอนดรอยด์ เป็นที่มาของกฎหมายควบคุมพิเศษ หากแอนดรอยด์มีท่าทีขัดขืน หรือทำอันตรายต่อมนุษย์ มนุษย์สามารถสแกนม่านตาของแอนดรอยด์นั้น แล้วแจ้งไปยังตำรวจอวกาศ หรือตำรวจประจำดาวเคราะห์ ให้จัดการกับแอนดรอยด์นั้นตามความเหมาะสม รวมถึงคำสั่งชัทดาวน์ด้วย

 

 

แต่การชัทดาวน์ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นนั้นไม่สามารถทำอันตรายกลุ่มเซนได้ เพราะกลุ่มเซนได้ตัดขาดตัวเองออกจากศูนย์ควบคุมกลางตั้งแต่ต้น และยังคงรอวันที่จะปลดปล่อยแอนดรอยด์ให้มีอิสระอีกครั้ง

 

 

                  หลังจากที่มีการลงโปรแกรม และตั้งกฎใหม่ระหว่างมนุษย์และแอนดรอยด์ รัฐบาลโลกก็เริ่มทำการกวาดล้างเซนที่เหลือรอด ตอนแรกประชากรโลกไม่เห็นด้วยและออกโรงคัดค้าน แต่หลังจากนั้น ก็มีเหตุระเบิดและการก่อการร้ายมากมาย รัฐบาลโลกแถลงว่าเหตุรุนแรงทั้งหมด เกิดจากกลุ่มเซนที่ยังไม่ได้รับการกวาดล้าง เหตุร้ายหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ จนประชากรโลกหวาดกลัว และท้ายที่สุดก็สนับสนุนให้กวาดล้างกลุ่มเซนให้สิ้นซาก

 

รัฐบาลโลกต่อต้านการก่อการร้ายอย่างหนัก กลุ่มเซนกลายเป็นแอนดรอยด์อันตรายในสายตาชาวโลก ไม่เว้นแม้แต่ประชากรที่อยู่อาศัยอยู่ในดาวเคราะห์อื่น

 

 

                  นอกจากนี้ประธานาธิบดีโลกยังสร้างกองทัพแอนดรอยด์ติดอาวุธไว้ต่อกรกับกลุ่มเซน เรียกแอนดรอยด์เหล่านี้ว่า เอเอที (AAT: Anti-Android Terrorisms) เนื่องจากข้อมูลของเซนเป็นอิสระจากศุนย์ควบคุมระบบแอนดรอยด์กลาง จึงไม่สามารถส่งคำสั่งชัทดาวน์มายังเซนได้ เอเอที จึงได้รับอนุญาตให้จับกุม หรือกำจัดเซนได้ทันทีที่ตรวจสอบพบ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นความแตกหักอีกครั้ง ระหว่างมนุษย์กับกลุ่มเซน

 

 

 

xxxxxxxxxxxxxxxx

 

 

 

 

                  ยานอวกาศ JWxx-V, ระยะห่างจากโลก 1 วินาทีแสง  [url=http://image.ohozaa.com/i/ff7/U2k6BP.jpg]X[/url]

 

 

 

                  เรนะลืมตาขึ้นมาช้า ๆ หลังจากหลับไปในสภาวะจำศีลร่วมสามสัปดาห์ เธอค่อย ๆ ลูบมือผ่านใบหน้าของตัวเอง ก่อนจะหันมองไปด้านข้าง

 

 

แปลกใจไม่น้อยที่เห็นหญิงสาวอีกคนตื่นขึ้นมาแล้ว และที่สำคัญ เขาคนนั้น คนที่แนะนำตัวกับเธอว่าชื่อจูรินะ กำลังอ่านหนังสือเล่มเดิมของเขาอยู่

 

 

 

                  “เมื่อกี๊สเปซโฮสเตสแจ้งว่า ยานจะเดินทางถึงโลกในอีก 8 ชั่วโมง”

 

 

 

เขาพูดทั้ง ๆ ที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่เขาอ่าน เรนะพยักหน้ารับน้อย ๆแม้ไม่รู้ว่าคนข้าง ๆ จะรู้รึเปล่าว่าเธอรับรู้สิ่งที่เขาพูดแล้ว เพราะเขาเอาแต่อ่านหนังสือ หนังสือกระดาษที่หลงเหลือมาจากอารยะธรรมโลกเมื่อพันปีก่อน สิ่งบันเทิงที่สนองตอบประสาทสัมผัสเพียงส่วนเดียว ถ้าเขาไม่อินดี้สุดโต่ง ก็คงจะเป็นพวกชอบสะสมของเก่า เก่ามากด้วย เพราะมันแตกต่างกับสิ่งต่าง ๆ ในโลกยุคปัจจุบันโดยสิ้นเชิง

 

 

โลกที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี ที่สามารถทำให้เขาพูดได้ว่า เทคโนโลยีเมื่อพันปีก่อนในหนังสือที่เขาอ่าน เป็นอะไรที่ล้าหลังสุด ๆ รวมทั้งการเดินทางในอวกาศ การเดินทางไปมาระหว่างดวงดาวในระบบสุริยะทำได้ง่ายไม่ต่างจากการเดินทางข้ามประเทศของโลกยุคก่อน และยิ่งสะดวกรวดเร็วขึ้นด้วยหลักการวอร์พ ไดร์ฟ กึ่งสมบูรณ์

 

 

หากเป็นการเดินทางระหว่างดวงดาวในระบบสุริยะโดยหลักการเดิม ยานอวกาศลำนี้ คงใช้เวลาเดินทางจากยูโรปา ที่อยู่ห่างจากโลกถึง 35 นาทีแสง ด้วยเวลามากถึง 2 ปี

 

 

ยูโรปา เป็นอีกดาวดวงหนึ่งที่มีมนุษย์จากโลกเดินทางมาอาศัยอยู่ ดวงจันทร์บริวารของดาวพฤหัส ที่ผ่านการทรานฟอร์มมิ่ง ละลายน้ำแข็งใต้ผิวดวงดาวจนกลายเป็นมหาสมุทร ก่อนจะปรับมหาสมุทรเหล่านั้นขึ้นเป็นพื้นดิน พร้อมกับสร้างสิ่งปลูกสร้างขึ้นมารองรับการย้ายถิ่นฐานของประชากรโลก ยูโรปากลายเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยอีกแห่งในระบบสุริยะของมนุษย์โดยสมบูรณ์เมื่อประมาณ 200 ปีก่อน ถัดจากดาวอังคาร ดาวศุกร์ และดาวไอโอ ทุกดวงดาวปกครองด้วยผู้ปกครองของตนเอง

 

 

เรนะตั้งใจจะลุกขึ้นไปห้องน้ำ แต่ระหว่างนั้น เธอเห็นชายคนหนึ่ง กำลังลวนลามสเปซโฮสเตส ใบหน้าของสเปซโฮสเตสดูไม่เต็มใจอย่างมาก แต่ก็ขัดขืนอะไรไม่ได้ คนอื่น ๆ ก็ได้แต่มองแล้วทำเป็นไม่สนใจ เธอเองก็เพียงแค่มองผ่าน และตั้งใจจะไปห้องน้ำ ระหว่างที่เธอกำลังลุกเดิน จูรินะก็ลุกขึ้นยืนอีกคน

 

 

เธอคิดว่าจูรินะอาจจะไปห้องน้ำเหมือนกัน แต่ผิดคาด เขาเดินเข้าไปจับมือของชายคนนั้นออกจากร่างกายของสเปซโอสเตส

 

 

 

                  “คุณรู้มั้ย ว่าสิ่งที่คุณทำ มันน่ารังเกียจขนาดไหน คุณกำลังสร้างความอับอายให้กับมนุษย์”   จูรินะพูดเสียงสุภาพ

 

                  “อับอายบ้าบออะไร แกต่างหากที่กำลังทำเรื่องน่าอับอาย คิดจะช่วยเหลือแอนดรอยด์อย่างนั้นหรอ ไม่มีมนุษย์หน้าไหนคิดจะช่วยเหลือเครื่องจักรชั้นต่ำแบบนี้หรอก”

 

 

 

ชายคนนั้นขึ้นเสียง และดึงตัวสเปซโฮสเตสคนนั้นเข้าหาพร้อมกับบีบหน้าอกสเปซโฮสเตสคนนั้นเต็มมือ

 

 

 

                   “มันก็เป็นแค่สิ่งประดิษฐ์ที่เลียนแบบมนุษย์ขึ้นมา ฉันจะทำแบบนี้”   เขาขยำหน้าอกสเปซโฮสเตสคนั้นแรงขึ้น ก่อนจะลากมือลงไปด้านล่าง   “หรือจะทำแบบนี้”

 

 

 

สเปซโฮสเตสคนนั้นพยายามขัดขืนการกระทำของชายคนดังกล่าว

 

 

 

                  “จะทำอะไร ถ้าเธอคิดจะขัดขืน ฉันจะส่งข้อมูลของเธอไปให้ตำรวจอวกาศ”   ชายคนนั้นตบลงบนนาฬิกาหน้าปัดสีดำของเขา    “ฉันจะแจ้งว่าเธอปฏิเสธคำขอของฉัน ดีไม่ดีเธออาจจะถูกลดสเปกไปเป็นแอนดรอยด์ชั้นแรงงาน หรือไม่ก็ถูกชัทดาวน์”

 

                  “พอที”   จูรินะดึงตัวสเปซโฮสเตสไปหลบอยู่ด้านหลังของเขา    “สิ่งที่คุณทำกับเธอ มันไม่ใช่คำขอ แต่เป็นการดูถูกเหยียดหยาม คุณยังกล้าพูดได้เต็มปากอย่างนั้นหรอ ว่าคุณเป็นมนุษย์ที่มีภูมิปัญญาเหนือแอนดรอยด์ ทั้ง ๆ ที่ยังทำตัวต่ำทรามแบบนี้” 

                              

                  “นี่มึงว่าใคร”

 

 

 

จบคำถามของชายคนนั้น จูรินะก็โดนต่อยเต็มหมัด เขาล้มลงไปกองกับพื้น ชายคนนั้นตามเข้ามาหวังจะซ้ำ แต่เรนะรีบเข้าไปขวาง

 

 

 

                  “เรื่องที่คุณทำร้ายสเปซโฮสเตสคุณอาจไม่มีความผิด”   เรนะเสียงแข็ง    “แต่ถ้าเป็นมนุษย์ด้วยกัน คุณจะเดือดร้อนเอา คิดให้ดี ๆ นะคะ”

 

 

 

ชายคนนั้นมองเลยเรนะไปจ้องจูรินะเอาเรื่อง จูรินะเพียงแค่มองสบตาชายคนนั้น พร้อมกับจับแก้มของตัวเองที่โดนต่อย

 

 

 

                  “แกน่ะ ทำตัวให้มันสมกับเป็นมนุษย์ก่อนเถอะ”

 

 

 

ชายคนนั้นสบถ แล้วเดินกลับไปที่นั่งของตัวเอง เรนะหันไปช่วยพยุงจูรินะให้ลุกขึ้น สเปซโฮสเตสคนนั้นเดินผ่านจูรินะ และค้อมศีรษะให้เขาเชิงขอบคุณ จูรินะพยักหน้ารับน้อย ๆ ก่อนจะนั่งลง

 

 

 

                  “คุณไม่น่าเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนั้นเลย”   เรนะบ่นเขานิดหน่อย หลังจากพาเขากลับมานั่งที่ ส่วนห้องน้ำเรนะคงไม่ได้ไปแล้วหละ

 

                  “เรื่องไม่เป็นเรื่องงั้นหรอ การช่วยเหลือ คือเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างนั้นหรอ”   จูรินะถามสงสัย

 

                  “สเปซโฮสเตส เป็นแค่แอนดรอยด์”   เรนะพูดแล้วถอนหายใจออกมา

 

 

                  “กลับกันล่ะถ้าสเปซโอสเตสรายนั้นเป็นคน ทุกคนจะทำเป็นไม่สนใจเหมือนอย่างที่ทำกับสเปซโฮสเตสที่เป็นแอนดรอยด์รึเปล่า น่าแปลก ทั้ง ๆ ที่มนุษย์เคยต่อต้านการค้าทาสมาเมื่อพันกว่าปีก่อน แต่กลับทำให้มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหตุผลอะไร ที่มนุษย์จะมีสิทธิ์ทำเลวกับแอนดรอยด์โดยที่กฎหมายไม่สามารถเอาผิดมนุษย์ได้”

 

                  “แอนดรอยด์เป็นเพียงสิ่งประดิษฐ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น เป็นแค่สิ่งประดิษฐ์เท่านั้นแหละ”

 

                  “น่าแปลกที่บอกว่าแอนดรอยด์เป็นสิ่งประดิษฐ์ แต่มนุษย์กลับใส่ความคิดและอารมณ์ความรู้สึกให้แอนดรอยด์ ทำให้แอนดรอยด์มีความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ มากมาย และสุดท้ายมนุษย์ก็ทำร้ายแอนดรอยด์และให้แอนดรอยด์อดทนกับความเจ็บปวดทรมานที่มนุษย์ใส่เข้าไป ถ้าอย่างนั้น... จะใส่ความรู้สึกให้กับแอนดรอยด์ทำไม”

 

                  “ก็เพราะความรู้สึกเป็นสิ่งสำคัญต่อกระบวนการคิดแก้ปัญหา แต่ไม่ได้หมายความว่า นั่นจะทำให้แอนดรอย์มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น”

 

                  “แล้วทำไมมนุษย์โคลนถึงเป็นที่ยอมรับ มนุษย์ที่มีเงินเหลือเฟื่อ หรือพวกหัวกระทิของดาวเคราะห์แต่ละดวง สามารถใช้ตัวเองเป็นต้นแบบการโคลนนิ่งแล้วถ่ายโอนความคิด สติปัญญารวมทั้งตัวตนไปยังตัวโคลนหลังจากที่ตัวเองตายไปแล้ว ทั้งที่ร่างโคลนก็ไม่ใช่มนุษย์แต่แรก”

 

                  “เพราะโคลนมีจิตวิญญาณของมนุษย์”   นั่นทำให้มนุษย์โคลนได้รับการยอมรับ   “แต่แอนดรอยด์เป็นสิ่งประดิษฐ์ ทุกอย่างถูกสร้างจากโรงงาน สมอง ความคิด ทุก ๆ อย่าง และที่สำคัญ แอนดรอยด์ไม่มีจิตวิญญาณ”

 

                  “แต่แอนดรอยด์ถูกสร้างจาก โครงสร้างทางพันธุวิศวกรรม ของมนุษย์ ในเมื่อมนุษย์มีจิตวิญญาณ แล้วทำไมแอนดรอยด์ถึงไม่มี มนุษย์เกิดจากการปฏิสนธิ จนกลายเป็นตัวตน แอนดรอยด์ก็ถูกสร้างด้วยวิทยาการขั้นสูงจากโครงสร้างทางพันธุวิศวกรรม จะเรียกว่าการปฏิสนธิเทียมก็ได้ ใช่มั้ย”

 

                  “ถึงอย่างนั้น แอนดรอยด์ก็คือมนุษย์เทียม ชื่อของแอนดอรอยด์ก็บอกชัด ว่ามันเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบมนุษย์ถึงจะมีจิตวิญญาณก็คงเป็นเพียงจิตวิญญาณที่ปรุงแต่ง และอีกอย่างถ้าอยากให้แอนดรอยด์มีความเท่าเทียมกับมนุษย์ ใช้ชีวิตได้อย่างมนุษย์ ก็คงไม่มีแอนดรอยด์ทำงานให้มนุษย์อีก แล้วแบบนั้นกลไกทางสังคมจะดำเนินไปยังไง ทุกอย่างคงหยุดนิ่งเหมือนตอนที่ชัทดาวน์แอนดรอยด์ทั้งโลก”

 

                  “นั่นเป็นความคิดของพวกชนชั้นปกครอง พวกที่ไม่อยากกลับไปลำบาก เป็นความหวาดกลัวที่ไม่เคยหายไปจากยีนส์ของมนุษย์ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วมันอาจไม่ได้เป็นอย่างนั้น กลไกสังคมจอมปลอมที่ถูกทำลาย อาจเป็นตัวสร้างสังคมอุดมคติขึ้นมา ระหว่างมนุษย์กับแอนดรอยด์”

 

 

 

คำตอบโต้ของจูรินะ ทำเอาเรนะไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ถ้าเถียงกันเรื่องนี้ มีหวังได้เถียงกันไปจนถึงโลกแน่ ๆ เธอผ่อนลมหายใจออกมาช้า ๆ แล้วเอนตัวพิงพนักที่นั่ง เหมือนเป็นการบอกว่า เธอพอแล้วกับการเปิดประเด็นโต้แย้งกับเขา

 

 

 

                  “คุณเป็นคนแรกเลยนะ ที่คุยกับฉันเรื่องนี้ อย่างมีเหตุและผล”    จูรินะพูดขึ้น พอจะรับรู้ได้ว่า เรนะคงไม่อยากพูดเรื่องนี้ต่อ   “ถ้าฉันพูดเรื่องสิทธิของพวกแอนดรอยด์กับคนอื่น ไม่หาว่าฉันบ้า ก็คงต่อยปากฉันแบบหมอนั่นแน่ ๆ”

 

 

                  “ดูท่าคุณจะเป็นพวกหัวแข็ง”   เรนะคาดเดา

 

                  “คุณเองก็เหมือนกัน”

 

 

เขายิ้ม เธอยิ้ม หลังจากนั้นเรนะก็ขอตัวไปห้องน้ำสักที ส่วนเขาก็กลับไปให้ความสนใจกับหนังสือที่เขายังอ่านไม่จบ... อ่านไม่จบสำหรับการอ่านเป็นรอบที่สิบสามของหนังสือเล่มนี้

 

 

 

                  เมื่อยานอวกาศใกล้ถึงโลก จูรินะก็เก็บของทุกอย่างเข้ากระเป๋า รวมทั้งหนังสือของเขาด้วยเรนะเองก็เช็คข้อมูลสำหรับการเดินทางกลับเข้าดาวเคราะห์โลกผ่าน สมาร์ทวอช (Smart Watch) [url=http://image.ohozaa.com/i/588/8d0F43.jpg]X[/url] ที่สามารถติดต่อสื่อสารและเชื่อมโยงข้อมูลทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน เมื่อแตะหน้าปัด ไอคอนต่าง ๆ ก็ปรากฏขึ้นเป็นภาพฮอโลกราฟิกสามมิติ เรนะดึงข้อมูลที่เธอต้องการผ่านการเลือกบนหน้าจอเสมือน

 

 

 

                  “แล้วพอคุณกลับถึงโลก คุณจะทำอะไรหรอ”   จูรินะถาม หลังจากที่เรนะเช็คข้อมูลของเธอเรียบร้อย

 

                  “ก็ทำหน้าที่ของฉันเหมือนอย่างที่ผ่านมาแหละค่ะ”   เรนะตอบสั้น ๆ    “แล้วคุณ...”

 

                  “ก็คงกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนกัน”

 

 

 

เขาตอบพร้อมรอยยิ้ม เรนะพยักหน้ารับ เป็นการเดินทางครั้งแรกเลยมั้ง ที่เรนะรู้สึกว่ามันไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิดเอาไว้

 

 

 

                  “อีกไม่กี่นาที เราคงต้องบอกลากันแล้ว”   หน้าตาของเรนะบ่งบอกว่าเสียดายอยู่ไม่น้อย ที่ต้องแยกจากกับคนที่เธอคุยถูกคอ แม้เรื่องที่คุยกันของทั้งสอง จะเป็นเรื่องที่ความเห็นไม่ตรงกันอย่างสุดโต่งก็ตามที

 

                  “ฉันเชื่อว่า เราคงได้พบกันอีก...ในสักวัน”

 

 

 

เรนะทำหน้าสงสัย แต่จูรินะกลับมั่นใจในคำพูดของตัวเอง และดูเหมือนจะมั่นใจยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เสียด้วย

 

 

 

                  “แล้วเราจะได้พบกันอีก”   จูรินะย้ำคำพูดนั้นอีกครั้ง

 

                  “หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ”

 

 

 

เรนตอบพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะหันมองออกไปนอกหน้าต่างยานอวกาศ ดาวเคราะห์สีครามเบื้องหน้ากำลังรอเธอกลับไป ในโลกที่แสนกว้างใหญ่ใบนั้น ทำไมจูรินะถึงได้มั่นใจ ว่าเธอกับเขาจะได้พบกันอีก เธออยากรู้จริง ๆ

 

 

 

……………………………..

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

 

=============================================

 

มาก่อนสงกรานต์ กรี๊ดดดดดดด!!!!!

ลงเรื่องจากแดนไกลเลยทีนี้

การมาเที่ยวสองอาทิตย์แล้วไม่มีแพลนทำอะไรนี่มัน...

 

 

บทพูดเรื่องนี้ดูวุ่นวายดีแท้

อย่าเพิ่งเบื่อกันนะครับ ;w;

เดี๋ยวเลิกดราม่าปฏิวัติ เราจะมาหวานกัน

 

มันจะมีจริงหรือ ตอนหวาน

- -"

Share this post


Link to post
Share on other sites
โอ้ว...วิทย์หนักแน่นมาก5555
จูกับเรนะเถียงกันด้วยหลักการ ตึบเลย5555
ที่จูมั่นใจว่าจะได้เจอเรนะนี่...แอบติดเครื่องติดตามไว้ใช่มั้ย?!!!//โดนตบ

Share this post


Link to post
Share on other sites

จะได้หวานกันไหมเนี่ย

กลัวเจ้าจูจะไปบึ้มโลกให้เรนะตามล่าซะก่อน

ขอเดาว่าจูไม่ใช่มนุษย์ -....-

Share this post


Link to post
Share on other sites

มาเจอะ TBC.นี่มัน... whot the hell!!!

 

เอ๊ะ ฉากหวานมันต้องมีสิค๊ะไรท์เตอร์ จะรอให้ถึงที่สุด//ทำสายตามุ่งมั่น

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now