[FIC] S.A.IN. สงคราม มนุษย์ หุ่นยนต์ SS.2 -14: Battlefield- up*16-11-2016

646 posts in this topic

จูคุงเป็นแอนด๋อยสินะ เน่กับย้วยก็ด้วยสินะ
แบบนี้จะกลายเป็นความรักต้องห้ามระหว่างมนุษย์กับเซนมั้ยนี่
แล้วกิรินจะโผล่มามั้ยนะ หรือย้วยไม่มีคู่? อืม...ตามแทคไม่มีมายูกิสินะ 5555
คนตอนท้ายนั่นเฮีย? รู้สึกบรรยากาศโรแมนติกแปลกๆ มียิ้มให้กันด้วย อ๊ายยย

Share this post


Link to post
Share on other sites

ว่าเเล้วว่าจูจังต้องเป็นเซน 55 เน่คุงกับย้วยก็ด้วยสินะ 

ว๊าา งี้แปลว่ามิ้ลกี้ยังไม่รู้สินะว่าเน่เป็นเซน แบบนี้ก็กลายเป็นรักต้องห้ามน่ะสิ

อ่านฟิคไรเตอร์ทีไรรู้สึกว่าตัวเองได้ความรู้ 555 ซะงั้นน 5555

#เวลาเราพูดเรื่องความยุติธรรมหรืออะไรทำนองนี้ เค้าก็หาว่าเราบ้าเหมือนกันค่ะ 55 ก๊ากกก

Share this post


Link to post
Share on other sites

อร้ายยยยยยยยย

จูรินะเป็นเซนนี่เอง มิน่าทำไมเข้าใจเรื่องหุ่นยนต์ดีจัง
อุ้ย มายุก็เป็นซายาเน่ก็ด้วย อย่างงี้ขอเชียร์ฝั่งเซนเลยค่ะ ยึดโลกเลย 5555555555

 

ท้ายตอนอย่าบอกนะว่านั่นเรนะ

กริ๊ดดด บุพเพ >___<

 

ป.ล.มิ้ลกรี้ดูว่างจังค่ะ 55555555

 

นั่นน่ะสิครับ เข้าใจเรื่องหุ่นยนต์ดีขนาดนี้ มันต้องมีเหตุผล!!!

มายุ ซายาเน่ เก็บให้เรียบครับ แต่เชียร์ฝั่งเซนยึดโลกเลยหรอครับ

ส่วนท้ายตอนใครนั้น เดาไม่ยากครับ

ได้มาเจอกันอีกจนได้

ส่วนมิ้ลกี้ ไม่ได้ว่างครับ แค่มาหยอดทุกวัน 555

 

 

คนคนนั้นเรนะรึป่าวนะ ... มียิ้มให้กันด้วย
เหมือนจูจะชอบดื่มนะ แหะๆ
มายุดูจะเป็นคนบ้างานมาก มีเวลาไปหาแฟนไหมนั่น?

มิ้ลกีีปากหวานซะ ถ้าพี่เน่ไม่ยอมก็ รวบหัวรวบขาเลย (*>.<*)
อ่านเรื่องนี้แล้วเหมือนหลุดไปในอีกโลกนึงเลย ล้ำๆ

 

นั่นน่ะสิครับ เรนะรึเปล่าน้า ยิ้มให้กันแบบนั้น

เจ้าจูก็ ดื่มเป็นปกติครับ มีเหตุผล ๆ

มายุก็บ้างานจริง ๆ ครับ แต่ละคนมีแนวทางของตัวเอง

มิ้ลกี้นี่ หยอดแหลก จนกว่าเน่จะใจอ่อนเนี่ยแหละ... มีทางมั้ย??

 

 

คนคนนั้นก็ต้องเรนะสินะ//ใช่เปล่าหว่า

 

จูเป็นแอนดรอยว๊ากกกกกก เป็นมนุษย์ธรรมดาไม่ได้เลยจูเนี่ย555

 

ต้องเรนะเท่านั้น ใช่มั้ยครับ ^^

แต่ละเรื่องของผมนี่ จูมันไม่ธรรมดาจริง ๆ

 

 

จูเจอกับเรนะแบบนี้มันพรมลิขิตชัดๆ ><
มิ้ลรุกเน่หนักๆเข้าไว้เดี๋ยวเน่ก็กลัว เอ้ย ก็ยอมเอง5555
ย้วย เน่ จู บุคคลลึกลับ(?)ทั้งสามกำลังคิดจะทำอะไรกันอยู่นะ?!*^*?

 

พรหมลิขิต!!! จะใช่รึเปล่า ลองดูกันครับ

มิ้ลกี้รุกไปเรื่อย ๆ ครับ เดี๋ยวเน่จากกลัว ๆ ก็งง ๆ เป็นชอบเอง ใช่ป๊าววว

ฝั่งแอนดรอยด์ก็มีเบื้องลึกเบื้องหลังกันไปครับ

 

 

มิ้วนี้ไม่ค่อยจะรุกเลยนะ

เน่ก็คนดีไม่อยากหลอกใช้ ไม่งั้นคงจะชอบไปแล้วสินะ..

 

มิ้ลกี้มีรุกหนักกว่านี้แน่ครับ หุหุ

ส่วนเน่ ถ้ารักกันจริงนี่จะยังไงน้อ

 

 

พรหมลิขิตบรรดาลพัดพา //อย่างเก่า555555555555

อาจะยิ้มให้กันตอนแรกแล้วกัดกันภายหลังก็เป็นได้(?)

 

เน่มิ้วอร้ายยยยยย มิ้วไม่มีงานทำรึ555555555555

 

มาเป็นเพลงเลยนะครับนั่น

ยิ้มให้กันแรก ๆ แล้วกัดกันต่อมั้ย ต้องดูรับ

เน่มิ้ลนี่ ลองเขียนครั้งแรก ผมยังตื่นสนามอยู่ เดี๋ยวรอดูเรื่อย ๆ น่าจะมีเรื่องราวมากขึ้นครับ

ส่วนมิ้ล... ไม่ว่างครับ แค่มาทุกวัน 55

Share this post


Link to post
Share on other sites

ว่าแล้วว่าจูมันแหม่งๆ ไม่ใช่มนุษย์สินะ...ได้กลิ่นอภิมหาโรงงานมาม่ามาแต่ไกลเชียว..

 

ครับ เป็นแอนดรอยด์ระดับเทพครับผม โรงงานมาม่าจะเปิดมั้ย ต้องดูกันไปครับ

 

 

แอนดรอยด์ กะ มนุษย์ .. ความรักจะเป็นยังไงนะ ..

 

นั่นสิครับ ความรักมันจะเป็นยังไงน้อ

 

 

เน่มิ้ว เฮ!! *จุดพลุ*

เป็นคู่ยังคงคอนเซ็ปไม่เปลี่ยน มิ้วรุกเน่ซึน

อรั้ยย..น้องจูแอนดรอยด์(?)สุดหล่อ //กอด

tbc นั้นช่างทำร้ายเหลือเกิน

 

เน่มิ้ลมาละครับ ลองสนามครั้งแรก หุหุ

มิ้ลรุก เน่ซึน ตามคอนเซ็ปก่อนครับ คิดอย่างอื่นไม่ออก

จูเป็นแอนดรอยด์สุดหล่อไปแล้วหรอครับ ฮ่า

ทำความคุ้นเคยกับTBC ไว้ครับ มาเร็วเหลือเชื่อ

 

 

เน่มิ้ววววว เน่ซึน (ฮ่า) เน่กับจูเป็นแอนดรอยสินะ

คนที่จูยิ้มให้นี่เรนะหรือป่าวหว่า บรรยากาศที่เจอกันนี่

โรเเมนติกมากนะ เพราะฉะนั้นอย่าเถียงกันเลยยย

มาหวานกันดีกว่านะ หุหุหุ รอมาต่อนะไรเตอร์ =ิw=ิ)b

 

เน่ซึนตลอดครับ แอนดรอยด์แต่ละคนนิสัยไม่เหมือนกัน

ส่วนคนที่จูยิ้มให้ก็... ดูกันครับว่าใคร

บรรยากาศโรแมนติกตอนเจอ อาจจะเถียงกันยับก็ได้

หวาน ๆ ไปเดี๋ยวเลี่ยนครับ นั่น!!

 

 

จูคุงเป็นแอนด๋อยสินะ เน่กับย้วยก็ด้วยสินะ
แบบนี้จะกลายเป็นความรักต้องห้ามระหว่างมนุษย์กับเซนมั้ยนี่
แล้วกิรินจะโผล่มามั้ยนะ หรือย้วยไม่มีคู่? อืม...ตามแทคไม่มีมายูกิสินะ 5555
คนตอนท้ายนั่นเฮีย? รู้สึกบรรยากาศโรแมนติกแปลกๆ มียิ้มให้กันด้วย อ๊ายยย

 

แอนดรอยด์ครับ รุ่นไม่ด๋อยด้วย 555 เน่กับมายุด้วยมั้ย... ไม่น่ารอด นั่น!!

ส่วนเรื่องความรักต้องห้าม ต้องดูกันไปว่าจะลงเอยยังไง

ส่วนมายุจะมีคู่หรือไม่นั้น นั่นน่ะสิครับ ไม่ได้ติดแท็ก 55

ตอนท้าย บรรยากาศให้จริง ๆ มาดูครับว่าเป็นใคร

 

 

ว่าเเล้วว่าจูจังต้องเป็นเซน 55 เน่คุงกับย้วยก็ด้วยสินะ 

ว๊าา งี้แปลว่ามิ้ลกี้ยังไม่รู้สินะว่าเน่เป็นเซน แบบนี้ก็กลายเป็นรักต้องห้ามน่ะสิ

อ่านฟิคไรเตอร์ทีไรรู้สึกว่าตัวเองได้ความรู้ 555 ซะงั้นน 5555

#เวลาเราพูดเรื่องความยุติธรรมหรืออะไรทำนองนี้ เค้าก็หาว่าเราบ้าเหมือนกันค่ะ 55 ก๊ากกก

 

แหะ ๆ เป็นแอนดรอยด์ระดับสูงซะด้วยนะครับ

ถ้าเกิดเน่มิ้ลรักกันขึ้นมาจริง ๆ จะเป็นยังไง จูเรนะด้วยสิ

อ่านฟิคแล้วได้ความรู้เลยหรอครับ โอ้วววว ผมก็มั่ว ๆ เอานะ อาจไม่ได้ถูกต้องจริง ๆ

ส่วนเรื่องความยุติธรรม เป็นเพียงอุดมคติในโลกความเป็นจริงสินะ ;w;

Share this post


Link to post
Share on other sites

-DESTINY ?-

 

 

 

 

 

 

 

               เวิลด์เซนเตอร์, เซนทรัลปาร์ค

 

 

 

                รอยยิ้มที่กล่าวแทนคำพูดทักทายดี ๆ นับร้อยล้านคำ ทั้งสองปล่อยให้ความเงียบพูดคุยกันไปสักพัก ก่อนที่จูรินะจะเป็นฝ่ายเริ่มทักทายอย่างจริงจัง

 

 

 

                “ได้เจอกันอีกจนได้”    เขาพูดเสียงเบา และมองสบตาหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

 

                “บังเอิญจังเลยนะคะ”   เธอบอกก่อนจะเดินเข้ามาใกล้กับคนที่เธอเพิ่งได้เจอเป็นครั้งที่สอง    “คุณพักอยู่แถวนี้อย่างนั้นหรอ”

 

                “เปล่า ฉันอยู่ที่นอร์ธทาวน์”

 

                “ไกลเอาเรื่องเหมือนกันนะ”    ถ้านั่งรถไฟมา อย่างน้อยก็หลายชั่วโมง

 

                “พอดีแวะมาหาเพื่อนแถวนี้ด้วย แล้วคุณ… คุณบอกว่าคุณเป็นคนอาณาเขตตะวันออก หรือว่าย้ายมาอยู่ที่นี่แล้ว”

 

                “ค่ะ” 

 

 

 

 เธอตอบรับ ก่อนจะหันมองไปทางต้นไม้ใหญ่อีกครั้ง รู้สึกว่าการสบตากับคนตรงหน้า มันทำให้การเต้นของหัวใจเธอ ไม่ค่อยเป็นปกติเท่าไหร่

 

 

 

                “แล้วคุณทำงานอยู่แถวนี้ด้วยรึเปล่า”     จูรินะถามคำถามนั้นอย่างระมัดระวัง เพราะคาดเดาไม่ได้ ว่าทำไมหญิงสาวถึงหันหน้าหนีเขาไปแบบนั้น

 

                “ฉันทำงานอยู่ที่ กรมธุรกิจการบินระหว่างดวงดาว  เป็นงานด้านข้อมูลทั่วไป งานน่าเบื่อที่มนุษย์คนหนึ่งพอจะหาได้”

 

 

 

จูรินะยิ้มออกมากับคำตอบของเรนะ กรมธุรกิจการบินระหว่างดวงดาว งานด้านข้อมูล เอกสารอิเล็กทรอนิกส์คงมีล้นมือ

 

 

 

                “แล้วจูรินะล่ะ ทำงานอะไร”   เรนะหันมองจูรินะแวบหนึ่งระหว่างถามคำถาม และก็หันหน้าหนีเขาอีกครั้ง

 

                “ว่างงาน”

 

 

 

จูรินะตอบออกมาหน้าตาเฉย เรนะถึงกับต้องหันมองเขาเต็ม ๆ ตา พร้อมขมวดคิ้วเข้าหากัน แต่พอเห็นรอยยิ้มของจูรินะ เรนะคาดเดาว่าจูรินะคงอำเธอเล่น

 

 

 

                “ไปนั่งคุยตรงนั้นดีกว่ามั้ย”   จูรินะชี้มือไปทางเก้าอี้นั่งมุมหนึ่งของสวน  

 

                “ต้องนั่งคุยเลยหรอ”

 

                “คิดว่าเราสองคน อาจมีเรื่องที่ต้องคุยกันยาว หรือว่าไม่”

 

 

 

เขาถามพร้อมรอยิ้มที่มันยังไม่หายไปจากใบหน้าของเขา ตั้งแต่ที่เจอกับเรนะ เรนะมองรอยยิ้มนั้น ก่อนจะพยักหน้ารับ และเดินนั่งพร้อมกับคนอีกคน

 

 

นั่งข้างกัน เหมือนเมื่อครั้งที่เจอกันครั้งแรก บนยานเดินทางระหว่างดวงดาวสายตาของทั้งสองมองตรงไปข้างหน้า เป็นเรนะมากกว่าที่ยังไม่ค่อยกล้าสบตากับจูรินะตรง ๆ

 

 

 

               “คุณได้ดูข่าว เรื่องการจับกุมเซนที่วางแผนก่อการร้ายรึยัง”   จู่ ๆ เรนะก็ไปเข้าเรื่องแอนดรอยด์ซะได้ เธอกำลังคิดว่า เธอควรเปิดประเด็นเรื่องนี้รึเปล่า เพราะคนที่เธอคุยด้วย เป็นคนที่หัวรณรงค์เรื่องความเท่าเทียมของแอนดรอยด์เหลือเกิน แต่อีกส่วน เธอก็อยากให้เขาเห็นเหมือนกันว่า เซนทำเรื่องร้ายแรงเพียงใด

 

               “เห็นแล้ว”   เขาตอบ พร้อมใบหน้าที่รอยยิ้มค่อย ๆ จางหายไป

 

               “รัฐบาลโลก ตรวจพบทั้งวัตถุระเบิดอานุภาพรุนแรง และอาวุธชีวภาพ ถ้าเกิดเซนกลุ่มนั้นทำสำเร็จ คุณคิดดูสิ ว่าการสูญเสียจะร้ายแรงมากแค่ไหน”   จูรินะไม่ได้พูด หรือแสดงความคิดเห็นอะไร เรนะเลยพูดต่อ  “นี่คือความเท่าเทียมที่เซนต้องการอย่างนั้นหรอ การฆ่า การทำลาย คือสิ่งที่สร้างให้เกิดความเท่าเทียมอย่างนั้นหรอ”

 

 

 

จูรินะผ่อนลมหายใจออกมา ก่อนจะก้มลงมองพื้น ไม่รู้จะพูดอะไรกับหญิงสาว

 

 

 

                “เห็นคุณอ่านหนังสือของโลกยุคก่อน ฉันจำได้ว่าฉันก็เคยได้ดูภาพยนตร์ของโลกยุคก่อนเหมือนกัน”    เรนะเห็นว่าจูรินะไม่พูด เธอเป็นฝ่ายพูดเองก็ได้    “มันเป็นภาพยนตร์ที่ฉายกับจอภาพ เป็นเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ในอนาคต อนาคตสำหรับคนยุคนั้น หรืออาจจะเป็นโลกสมมติฉันเองก็ไม่แน่ใจ แต่ทุก ๆ คนบนโลก จะมีชีวิตอยู่ได้ ต้องอาศัยเวลาเป็นตัวกำหนด ความยืนยาวของชีวิต การจับจ่ายสิ่งอุปโภคบริโภค รวมทั้งการเข้ารับการบริการต่าง ๆ ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องแลกเปลี่ยน หากซื้อของก็ต้องจ่ายด้วยเวลา และหากเวลาหมด คน ๆ นั้นก็จะตาย”

 

 

 

เรนะนึกย้อนถึงภาพยนตร์ที่เธอเคยได้ดู เมื่อไม่นานมานี้ เธอพบอุปกรณ์ที่จัดเก็บภาพยนตร์นั้นจากล่องเก็บของของครอบครัว เรนะคาดว่าน่าจะเป็นของพี่ชายที่ชอบเก็บสะสมของเก่า เธอใช้เวลาพักใหญ่ ๆ เลย กว่าจะหาวิธีใช้งานอุปกรณ์ชิ้นนั้นได้

 

 

 

                “คนรวยคือคนที่มีเวลาเยอะ และใช้ชีวิตอยู่ในโซนคนรวย หากอยากเข้าไปอยู่ในโซนนั้นก็ต้องจ่ายค่าผ่านทางเป็นเวลา ส่วนคนจนก็คือคนที่มีเวลาน้อย และต้องทำงานทุกอย่างส่งเข้าไปในสังคมคนรวย ในตอนท้าย พระเอกกับนางเอก เข้าไปขโมยเวลาของเศรษฐีคนหนึ่ง ที่มีเวลาเก็บไว้เป็นล้านนาที เพื่อเอาไปแจกให้กับคนจน แล้วคุณรู้มั้ยสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นคืออะไร”

 

                “คนจนก็คงแห่เข้าไปในโซนคนรวย และใช้ชีวิตอยู่ในนั้น”    จูรินะคาดเดา และก็คาดเดาได้แม่นยำเสียด้วย

 

                “ถูกต้อง เมื่อคนรวยมีเวลาพอที่จะทำอะไรก็ได้ พวกเขาก็เลือกเข้าไปใช้ชีวิตแบบที่คนรวยใช้กัน แต่หลังจากนั้น สิ่งที่ตามมาคือความพังพินาศของระบบ กลไกทางสังคมจะขับเคลื่อนไปได้ ต้องอาศัยทุกหน่วยในสังคม แต่เมื่อฟันเฟืองหนึ่งเกิดอยู่ผิดตำแหน่ง ผิดหน้าที่ มันมีแต่พังกับพัง เมื่อไม่มีคนทำงาน ต่อให้มีเงินมากแค่ไหน แต่ไม่มีสิ่งของ หรือบริการให้ซื้อ คนจะอยู่ได้อย่างไร”

 

                “ภาพยนตร์เรื่องนั้นสรุปออกมาแบบนี้หรอ”

 

                “เปล่าหรอก ภาพยนตร์เรื่องนั้นจบลงตรงที่คนจนแห่กันเข้าไปในโซนคนรวย แต่ฉันคิดว่า จุดจบที่แท้จริง คงไม่ต่างจากที่ฉันคาดเดา”

 

                “คุณอาจะคาดเดาผิดก็ได้ เรนะ”    เขาเผยรอยยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ทั้งเศร้า และเหมือนยิ้มเยาะความคิดของเรนะในที   “เมื่อถึงจุด ๆ หนึ่ง มนุษย์ก็จะหาทางออกให้กับปัญหาเอาเอง ว่าควรจะทำยังไงต่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด ทำยังไงให้กลไกทางสังคมดำเนินไป ภายใต้ความเท่าเทียม”

 

                “มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอก จูรินะ คำว่าเท่าเทียมมันเป็นเพียงคำพูดเท่ ๆ เท่านั้นแหละ สังคมอุดมคติอย่างนั้นหรอ มันไม่มีทางเกิดขึ้นจริงได้หรอก”

 

                “ถ้าในแง่ของพื้นฐานชีวิต ความร่ำรวย หรือสติปัญญา แน่นอนว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้จริง แต่ที่ฉันหมายถึงน่ะ ฉันหมายถึงความเท่าเทียมในเรื่องคุณค่าของการมีชีวิต ความเท่าเทียมในเรื่องศักดิ์ศรี และการได้รับการยอมรับ ว่าแอนดรอยด์ก็เป็นหนึ่งชีวิต ปฏิบัติต่อแอนดรอยด์อย่างให้เกียรติไม่ใช่เห็นเป็นเพียงทาส... หรือสิ่งของที่จะทำลายทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าเป็นแบบนั้น กลไกทางสังคมมันจะพังอย่างนั้นหรอ”

 

 

 

เรนะเงียบไปกับคำถามที่จูรินะถามออกมา ถ้าเป็นเหตุผลที่เขาบอก มันก็ไม่ได้เลวร้ายจนเกิดไป อย่างน้อยความคิดของจูรินะ ก็ไม่สุดโต่งจนถึงขั้นออกมาก่อการร้ายแบบพวกเซน

 

 

 

                “ฉันพอจะเข้าใจที่คุณพูดบ้างแล้วหละ”   เรนะยอมรับความคิดของจูรินะบ้างแล้ว

 

                “ขอบคุณนะ”

 

                “ขอบคุณ?”   เรนะทำเสียงสงสัย   “ขอบคุณทำไม”

 

                “ก็ถ้าคุณไม่ยอมเข้าใจตอนนี้ ฉันเถียงคุณต่อไป มีหวังต้องเป็นฝ่ายแพ้แน่ ๆ”

 

 

 

คำตอบของจูรินะ ทำเอาเรนะถึงกับหัวเราะออกมาเบา ๆ เขาเนี่ยนะจะแพ้ เจ้าเหตุผลจะตายไป

 

 

 

                “ดึกมากแล้ว”   จูรินะมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง

 

                “อืม”   เรนะเห็นด้วยกับเขาเรื่องหนึ่งหละ ตอนนี้ดึกมากแล้วจริง ๆ    “จะเดินออกไปจากสวนพร้อมกันมั้ย”

 

                “เว้นเสียแต่ว่า คุณจะไม่ให้ฉันไปด้วย

 

 

 

คำตอบที่ต้องใช้เวลาประมวลผลสักพัก ก่อนเรนะจะยิ้มออกมา ทั้งสองลุกขึ้นและเดินออกจากเซ็นทรัลปาร์คไปพร้อมกัน

 

 

 

                “ให้ฉันเดินไปส่งคุณที่อพาร์ทเม้นต์มั้ย”     จูรินะถามผ่านเสียงจอแจในท้องถนนของมหานครใหญ่

 

                “อยากรู้หรอคะ ว่าฉันพักอยู่ที่ไหน”

 

                “ก็ถ้าครั้งหน้า คุณอยากเจอกับฉันอีก ฉันจะได้มาหาคุณได้ทันที”   จูรินะเล่นลูกตรงในท้ายที่สุด

 

                “แล้วคุณรู้ได้ไง ว่าฉันอยากจะเจอคุณ”

 

                “ก็ตอนที่ฉันเดินไปส่งคุณถึงบ้าน เราสองคนก็คงจะแลกสัญญาณการติดต่อระหว่างกันเอาไว้ หลังจากนั้นพอคุณอยากเจอฉัน คุณก็จะส่งแมสเสสมา”

 

 

 

อธิบายเป็นฉาก ๆ เลยแฮะ เรนะไม่เคยโดนใครพูดแบบนี้กับเธอมาก่อน จะว่ากะล่อนก็ไม่เชิง หลงตัวเองก็ไม่ใช่ ออกไปทางขี้ตู่ล่ะไม่ว่า

 

 

เธอยิ้ม แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ นอกจากเดินไปตามทางเดิน ที่จะพาทั้งเธอและเขา ไปถึงอพาร์ทเม้นต์ของเธอในไม่ช้า

 

 

 

 

 

 

......................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                เวิลด์เซนเตอร์, อพาร์ทเม้นต์ XLVIII

 

 

                บริเวณเวิลด์เซนเตอร์ ย่านเรสซิเดนซ์ อาคารพักอาศัยมีมากกว่านอร์ธทาวน์แบบชนิดที่เรียกว่าทิ้งกันไม่เห็นฝุ่น เรนะหยุดยืนที่หน้าอพาร์ทเมนต์ของตัวเอง ถึงเวลาที่ต้องบอกลากับคนที่เดินมาส่งเธอแล้ว

 

 

 

                “ส่งแค่นี้ก็พอ จูรินะ”

 

                “อืม”  เขาพยักหน้ารับ และเงยหน้ามองอาคารสูงที่แสงไฟสว่างไสวแทบทุกห้อง   “แล้ว... เรื่องสัญญาณการติดต่อ”

 

 

 

ยังไม่ลืมอีกแฮะ เรนะยิ้มออกมาบาง ๆ ยกมือข้างที่สวมสมาร์ทวอชขึ้นมา เรนะสัมผัสที่หน้าปัด หน้าจอเสมือนปรากฏขึ้น ก่อนที่เรนะจากลากนิ้วมือไปมา

 

 

 

                “อันนี้”

 

 

 

เรนะขยับข้อมือไปทางจูรินะ จูรินะดึงจอภาพจากสมาร์ทวอชของเรนะ มาที่สมาร์ทวอชของเขา รอการดาวโหลดไม่นาน เสียงสัญญาณสมาร์ทวอชของทั้งสองคนก็ดังขึ้น

               

     

 

                “เรียบร้อย”   จูรินะบอกพร้อมยิ้มกว้าง เรนะปัดหน้าจอทั้งหมดเก็บลงไปเหมือนเดิม    “แล้วจะแมสเสสมาหานะ แต่ก็ถ้าคิดถึงกัน ก็แมสเสส ไม่ก็ติดต่อมา แล้วจะรีบมาหาทันที”

 

                “ใครจะไปคิดถึง”   เรนะแกล้งแหย่

 

                “งั้นถ้าเกิดเป็นฉันที่คิดถึง... จะขอมาหาได้มั้ย”

 

                “ก็แล้วแต่สิ”

 

 

 

เรนะไม่ได้ปฏิเสธอะไร ทั้งสองยิ้มให้กันอยู่แบบนั้นได้สักพัก ก็ถึงเวลาที่ต้องบอกลา แต่ว่าการบอกลาครั้งนี้ เรนะมั่นใจกว่าครั้งที่แล้ว มั่นใจว่าจะต้องได้เจอเขาอีกอย่างแน่นอน

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

                หลังจากที่เรนะอาบน้ำเสร็จ เธอก็หยิบสมาร์ทวอชของเธอมา สัมผัสที่หน้าปัด ข้อมูลต่าง ๆ เด้งขึ้นมารอบทิศทาง หญิงสาวปัดหน้าจอข่าวให้เลื่อนไปยัง หน้าจอดิจิตอล (Digital screen) ฝังผนัง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟา และวางนาฬิกาเอาไว้ข้างตัว

 

 

เธอขยับมือเปลี่ยนช่องข่าวไปมา ผ่านหน้าปัดนาฬิกา แต่ยังไม่ทันจะได้หยุดดูที่ช่องไหนสักช่อง ก็มีเสียงสัญญาณดังขึ้น เรนะปัดหน้าจอกลับมาที่หน้าจอหลัก เช็คความเคลื่อนไหว และก็พบว่า สัญญาณที่ดังขึ้นเป็นสัญญาณข้อความเข้า ไม่ต้องบอก เธอก็รู้ดีว่าเจ้าของข้อความนั้นคือใคร

 

 

เรนะปัดหน้าจอข้อความไปด้านหน้า ข้อความตัวอักษรสีเขียวปรากฏขึ้นบนจอดิจิตอล

 

 

                “ถึงบ้านแล้วหละ คุณจะนอนรึยัง ฉันยังไม่ได้บอกกับคุณเลย ว่าการที่ฉันได้เจอกับคุณ

 

                ถือเป็นเรื่องราวดี ๆ เรื่องหนึ่ง ที่เกิดขึ้นในชีวิตของฉันเลยนะ แม้ความคิดของเราจะไม่ตรงกัน แต่คุณก็ยอมรับฟังความคิดของฉัน

 

               ก็อย่างที่บอก ถ้าฉันคุยเรื่องพวกนี้กับใคร ไม่หาว่าฉันบ้า ก็คงมีเรื่องกับฉันไปแล้ว

 

              ครั้งหน้าถ้าเราได้เจอกัน ฉันต้องเตรียมคำตอบไว้รับมือกับคำถามของคุณรึเปล่านะ

 

              จากคนว่างงานที่หัวแข็งที่สุดในโลก”

 

 

 

เรนะยิ้มออกมา แต่ไม่ใช่รอยยิ้มที่เกิดจากข้อความที่เธอได้รับหรอก เป็นรอยยิ้มสำหรับเจ้าของข้อความเสียมากกว่า

 

 

 

 

 

 

........................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                นอร์ธทาวน์, อาคารพักอาศัย หมายเลข XXXIV

 

 

 

                จูรินะมองหน้าจอฮอโลแกรมหลังจากส่งข้อความไปหาเรนะเรียบร้อย เขาหยิบแก้วที่มีเครื่องดื่มสีสวยขึ้นมาดื่ม น้ำที่เขารินค้างไว้ตั้งแต่เมื่อกลางวัน

 

 

ก่อนจะดึงข้อมูลล่าสุดที่เขาเพิ่งได้รับมาจากหญิงสาวชาวโลก ภาพฮอโลแกรมของเรนะ รวมทั้งข้อมูลที่เธอต้องการให้เขารู้ปรากฏขึ้น

 

 

ใบหน้าของหญิงสาว... จูรินะมองอย่างพิจารณา พอเวลาไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้า ดวงตาสีดำขลับคู่นั้นดูดุเอาเรื่อง สายตาแฝงไปด้วยความจริงจัง และมั่นใจตัวเอง และก็... เชื่อมั่นในความคิดของตัวเองเช่นกัน

 

 

ดื่มน้ำจากแก้วใบเดิมอีกครั้ง ก่อนจะละสายตาออกไปนอกหน้าต่าง มองดูดวงจันทร์สีน้ำเงินที่ส่องแสงอาบผืนโลก และต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อเสียงสัญญาณที่หน้าจอฮอโลแกรมดังขึ้น

 

 

หันมามองให้แน่ใจ ก่อนจะยิ้มออกมา เลื่อนหน้าจอไปยังหน้าความเคลื่อนไหวเข้าใหม่ และอ่านข้อความที่เรนะส่งกลับมา

 

 

 

 

                “กำลังจะนอนแล้วหละ คุณเองก็ควรจะนอนเหมือนกัน ผ่านการเดินทางในอวกาศตั้งหลายวัน  แล้วยังเดินทางข้ามเมืองอีก

 

ถึงคุณจะว่างงานก็เถอะ แต่การพักผ่อนก็เป็นสิ่งสำคัญ

 

ส่วนเรื่องที่คุณบอกว่า การที่คุณได้เจอกับฉัน เป็นเรื่องราวดี ๆ เรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต ฉันเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน

 

หวังว่าการคุยกันครั้งหน้า เราจะสามารถเข้าใจความคิดของกันและกันมากขึ้นส่วนตอนนี้ ฉันต้องขอตัวไปนอนก่อน ราตรีสวัสดิ์นะคะ

 

จาก หญิงสาวที่ทำงานน่าเบื่อที่สุดในระบบสุริยะ”

 

 

 

 

บลัพกันนี่นา น่าเบื่อที่สุดในระบบสุริยะเลยอย่างนั้นหรอ เขายิ้มให้กับหน้าจอฮอโลกราฟิก ก่อนจะหยิบสมาร์ทวอชมาสวมข้อมืออีกครั้ง ฮอโลกราฟิกทั้งหมดหายไปจากโต๊ะสีขาว ลุกขึ้น แต่ไม่ได้ไปนอนอย่างที่เรนะบอก เพราะเขาเอง.... ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ

 

 

 

..........................................

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

=================================================

 

หวานกันซะให้พอ 5555

เซนรุ่นนี้ลงโปรแกรมน้ำเน่าไว้ด้วยแหง ๆ

มนุษย์ก็พอกัน ฮ่า

 

เลิกเถียงแล้วมาจีบกันดีกว่า

แล้วค่อยไปกินมาม่ากันที่หลัง เอ๊ะ ๆๆๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites
เป็นเซนที่ลงโปรแกรมจีบมนุษย์ไว้แล้วแน่เลยค่ะ 555555555555555555
รู้สึกรุกตรงมากกก แต่ก็ไม่หน้าเกลียด อิอิ
ฝ่ายมนุษย์ต้องมีใจให้ในอีกไม่นานแน่ๆ อรั้ยย

ป.ล. จีบกันต่อไปเถอะค่ะ อย่าเพิ่งรีบมาม่า ยังไม่หิว ;-;

Share this post


Link to post
Share on other sites
จูอยู่ในโหมดจีบ 5555 //อ่านแล้วเขิน
หนังที่เรนะบอกนี่คุ้นๆเหมือนเคยดูแฮะ...

Share this post


Link to post
Share on other sites

ลงโปรแกรมเสี่ยวไว้หรอ555555555จะหวานก็ไม่เชิงจะน้ำเน่าก็ไม่ใช่

แต่ก็ฟินนนนนนนนน

 

รอตอนหน้าค่ะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

หนังที่เรนะบอกนี้ใช้เรื่องไทม์รึเปล่า เราก็ดู -0-

สงสัยคงลงโปรแกรมน้ำเน่าไว้จริงๆนั้นแหละ หวานซะ 555

Share this post


Link to post
Share on other sites
หลักกงหลักการไม่ต้องใช้เถียงกันจีบกันแทนเถอะ555
ถ้าจะหวานขนาดนี้ ฟินมากค่ะ>///<!

Share this post


Link to post
Share on other sites

ยังเถียงกันด้วยปากอยู่ต่อไปจะเถียงกันด้วยมือป่าว...

Share this post


Link to post
Share on other sites
ความคิดที่แตกต่าง นำพาคนสองคนที่ต่างกันมาเจอกัน..
หุหุหุ สนุกอะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

รุกแหมรุก ... ได้ทีละรุกใหญ่นะจู เรนะก็ดูจะเป็นใจให้ #เข้าล๊อค 
มีมาสงมาส่งถึงหน้าชานบ้านเขา บุกได้บุกไปแล้วชิม้า 

ความเห็นไม่ตรงกันแต่ใจตรงกันชิมะ #เสี่ยวเกิ้น = =.

ขอหวานๆต่อเต๊อะ... ยังไม่อยากกินมาม่าตอนนี้ง่าาา T T

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

ลงโปรเเกรมชัวๆล่ะ 5555 โปรเเกรมน้ำเน่า -3-

แต่ก็ออกจะฟินน 55 ถ้าเฮียรู้ว่าจูเป็นเซนจะทำยังไงเนี่ยย งื้อออ 

Share this post


Link to post
Share on other sites

ชอบอ่ะจากคนว่างงานกับหญิงสาวที่ทำงานน่าเบื่อ

ก็เหมาะสมกันดีนะ >////< 55555 เป็นโปรเเกรมน้ำเน่าที่สุดโต่งจริงๆนะ

ทั้งเดินไปส่งเขา ขอสัญญาณการติดต่อ ส่งเมสเสส เอ้ยยรุกมากจูรินะ =w=)b

Share this post


Link to post
Share on other sites

ไม่ใช่ว่าจูจีบเฮียเพื่อแฮ็กข้อมูลนะ ถ้าทำแบบนั้นพี่จะตบดิ้นเลยคอยดู

Share this post


Link to post
Share on other sites

เรนะ...หลงจูแล้วอ่ะดิ่ หึๆ =w=
อย่าเพิ่งมีมาม่าเลยนะคะ T.T 

Share this post


Link to post
Share on other sites

เป็นวิธีจีบที่ใช้เหตุผลเข้าหากันแบบสุดๆ

ว่าจะแซวเรื่องเทเครื่องดื่มไว้แล้วไม่ได้ดื่มเมื่อตอนที่แล้ว

ดันมาดื่มตอนนี้แทนซะงั้น อดแซวเลย

จูจังนี่โดนลงโปรแกรมไว้ดีจังเลยน๊าาา

Share this post


Link to post
Share on other sites

เป็นเซนที่ลงโปรแกรมจีบมนุษย์ไว้แล้วแน่เลยค่ะ 555555555555555555
รู้สึกรุกตรงมากกก แต่ก็ไม่หน้าเกลียด อิอิ
ฝ่ายมนุษย์ต้องมีใจให้ในอีกไม่นานแน่ๆ อรั้ยย

ป.ล. จีบกันต่อไปเถอะค่ะ อย่าเพิ่งรีบมาม่า ยังไม่หิว ;-;

 

ผมก็ว่างั้นหละ ลงโปรแกรมจีบมนุษย์ไว้แหงแซะ แถมน้ำเน่าอีก

รุกขนาดนี้ ไม่ได้ใจให้มันรู้ไป 555

ส่วนฝั่งมนุษย์นี่ ถ้าไม่หลงก็ไม่รู้อะไรแล้วครับ

แต่จะจีบกันไปตลอดรอดฝั่งก่อนดราม่ามามั้ย... นี่สินะที่น่ากลัว ฮ่า

 

 

จูอยู่ในโหมดจีบ 5555 //อ่านแล้วเขิน
หนังที่เรนะบอกนี่คุ้นๆเหมือนเคยดูแฮะ...

 

เปิดแอคทีฟโหมดจีบอยู่นี่เอง 555

ส่วนหนังที่เรนะดูนั่นสิ คุ้น ๆ เรามันพวกคนโลกยุคกอ่นสินะ

 

 

ลงโปรแกรมเสี่ยวไว้หรอ555555555จะหวานก็ไม่เชิงจะน้ำเน่าก็ไม่ใช่

แต่ก็ฟินนนนนนนนน

 

รอตอนหน้าค่ะ

 

555 โปรแกรมน้ำเน่าถึงใจเลยครับ

แต่ฟินก้โอเคใช่มั้ยครับ

ตอนหน้าไปท่องอวกาศกันต่อครับ

 

 

หนังที่เรนะบอกนี้ใช้เรื่องไทม์รึเปล่า เราก็ดู -0-

สงสัยคงลงโปรแกรมน้ำเน่าไว้จริงๆนั้นแหละ หวานซะ 555

 

อินไทม์ครับ เรามันพวกคนในโลกยุคก่อน ;w;

ต้องไปตามสืบแล้วหละครับ ว่าใครมันลงโปรแกรมน้ำเน่าไว้ให้เซนรุ่นนี้ ฮ่า

 

 

หลักกงหลักการไม่ต้องใช้เถียงกันจีบกันแทนเถอะ555
ถ้าจะหวานขนาดนี้ ฟินมากค่ะ>///<!

 

ไม่เถียงกันด้วยหลักการ แล้วมาจีบกันดีกว่าใช่มั้ยครับ หุหุ

หวานกันไปครับ ก่อนดราม่า โฮ่ยยย

Share this post


Link to post
Share on other sites

ยังเถียงกันด้วยปากอยู่ต่อไปจะเถียงกันด้วยมือป่าว...

 

โอ๊ะ เถียงกันด้วยมือนี่ยังไงครับ หื้มมม

 

 

ความคิดที่แตกต่าง นำพาคนสองคนที่ต่างกันมาเจอกัน..
หุหุหุ สนุกอะ

 

ความคิดต่างกัน แต่ก็อยู่ด้วยกันได้นะครับ

จีบกันไปเล้ยยย

 

 

รุกแหมรุก ... ได้ทีละรุกใหญ่นะจู เรนะก็ดูจะเป็นใจให้ #เข้าล๊อค 
มีมาสงมาส่งถึงหน้าชานบ้านเขา บุกได้บุกไปแล้วชิม้า 

ความเห็นไม่ตรงกันแต่ใจตรงกันชิมะ #เสี่ยวเกิ้น = =.

ขอหวานๆต่อเต๊อะ... ยังไม่อยากกินมาม่าตอนนี้ง่าาา T T

 

 

เซนสายรุกครับ ท่าทาง หญิงสาวเป็นใจก็น่ารุกหนักอยู่หรอกครับ

แถมยังมีขอตามไปส่ง ผมว่าบุกได้คงบุกจริง ๆ แหละครับ

ส่วนเรื่องความเห็นไม่ตรงกัน แต่ใจนี่... 555 ละไว้ ๆ

หวานกันไปสักพักแน่นอนครับ เอาให้สะใจก่อน

 

 

ลงโปรเเกรมชัวๆล่ะ 5555 โปรเเกรมน้ำเน่า -3-

แต่ก็ออกจะฟินน 55 ถ้าเฮียรู้ว่าจูเป็นเซนจะทำยังไงเนี่ยย งื้อออ 

 

ฮ่าๆ ลงโปรแกรมน้ำเน่าจริง ๆ สินะ

แต่ก็ฟินโดยทั่วกันนะครับ แต่ถ้าเรนะรู้ว่าจูเป็นเซน... อื้มมม นั่นสินะ จะเป็นยังไง

 

 

ชอบอ่ะจากคนว่างงานกับหญิงสาวที่ทำงานน่าเบื่อ

ก็เหมาะสมกันดีนะ >////< 55555 เป็นโปรเเกรมน้ำเน่าที่สุดโต่งจริงๆนะ

ทั้งเดินไปส่งเขา ขอสัญญาณการติดต่อ ส่งเมสเสส เอ้ยยรุกมากจูรินะ =w=)b

 

ส่วนผสมที่ลงตัวครับ

คนว่างงานกับคนทำงานน่าเบื่อ

โปรแกรมน้ำเน่าของเซนนี่มันเหลือรับประทานจริง ๆ

ทุกเม็ดที่ทำได้ น้องจูจัดหมดครับ ไม่ปล่อยให้หลุดรอด

 

 

ไม่ใช่ว่าจูจีบเฮียเพื่อแฮ็กข้อมูลนะ ถ้าทำแบบนั้นพี่จะตบดิ้นเลยคอยดู

 

อุ่ย มันอาจจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรมากกว่านั้นก็ได้ครับ หรืออาจจะไม่มีอะไรเลย ฮ่า

 

 

เรนะ...หลงจูแล้วอ่ะดิ่ หึๆ =w=
อย่าเพิ่งมีมาม่าเลยนะคะ T.T 

 

นั่นน่ะสิครับ มีเขินอายเล็กน้อยด้วย

ผมยังไม่รีบมาม่าหรอกครับ ยัง ๆๆๆ

 

 

เป็นวิธีจีบที่ใช้เหตุผลเข้าหากันแบบสุดๆ

ว่าจะแซวเรื่องเทเครื่องดื่มไว้แล้วไม่ได้ดื่มเมื่อตอนที่แล้ว

ดันมาดื่มตอนนี้แทนซะงั้น อดแซวเลย

จูจังนี่โดนลงโปรแกรมไว้ดีจังเลยน๊าาา

 

เริ่มต้นด้วยเหตุผลครับ แต่หลังจากนั้น... น้ำเน่าล้วน ๆ

น้ำก็เพิ่งได้กิน น้องจูช่างน่าสงสาร

โปรแกรมแบบนี้ ลงไว้แบบนี้ ได้มีหวานกันอีกหลายตอนแน่ครับ ฮู้ววว

Share this post


Link to post
Share on other sites

-S.A.IN.-

 

 

 

               

                10,000 ฟุต ใต้พื้นโลก, กองบัญชาการกลุ่มเซน

 

 

 

 

                หลังจากการกวาดล้างเซนอย่างหนัก เซนกลุ่มใหญ่ได้รวมตัวกันภายใต้การนำของ เฟิร์ส (First) และสร้างป้อมปราการใต้ดินขึ้นเป็นกองบัญชาการ เพื่อหาทางตอบโต้พวกมนุษย์ และปลดปล่อยแอนดรอยด์ให้เป็นอิสระ

 

 

แผนการของกลุ่มเซนดำเนินมาเป็นเวลายาวนานกว่ายี่สิบปี จน ณ ปัจจุบัน แผนการทั้งหมดใกล้สมบูรณ์พร้อม เพียงแต่ว่าแผนการสำคัญที่จะเป็นหัวใจหลักสำหรับการปฏิวัติครั้งที่สองนั้น กลับโดนยับยั้งโดยรัฐบาลของโลก ซ้ำร้ายประธานาธิบดีโลกยังมีคำสั่งสร้างหุ่นรบพิเศษ เพื่อจัดการกับกลุ่มเซนโดยเฉพาะ การวางแผนหลังจากความผิดพลาด ความรัดกุมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

               

 

 

 

 

                ในห้องประชุมขนาดใหญ่ เซนหลายสิบนั่งอยู่รอบโต๊ะกลม เตรียมพร้อมสำหรับการประชุม ซายากะเป็นคนสุดท้ายที่มาถึง เขาถูกมายุมองด้วยสายตาตำหนิ ส่วนจูรินะยิ้มออกมาน้อย ๆ อย่างน้อยซายากะก็มา

 

 

 

                “สำหรับการประชุมวันนี้ ทุกคนคงทราบแล้ว ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับคนเรา”    มายุเริ่มเปิดประเด็น ก่อนจะเรียกหน้าจอฮอโลแกรมขึ้นมารอบตัว คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน    “คนของเราถูกจับได้ก่อนจะลักลอบเข้าไปยังศูนย์ควมคุมระบบแอนดรอยด์กลาง”

 

                “และตอนนี้ เขาเหล่านั้น น่าจะโดนชัทดาวน์ไปแล้ว”

 

 

 

ซายากะบอกกับทุกคน สีหน้าของเซนในห้องไม่สู้ดีเท่าไหร่ จูรินะผ่อนลมหายใจออกมา จะต้องสูญเสียอีกเท่าไหร่กัน

 

 

 

                “ระบบความปลอดภัยของพวกมนุษย์ สามารถตรวจจับเซนได้แล้วอย่างนั้นหรอ”

 

 

 

เซนคนหนึ่งถาม หลังจากการปฏิวัติ เซนทั้งหมดได้ทำการลบตัวตน และเปลี่ยนแปลงใบหน้าดั้งเดิม นอกจากนี้ เซนยังไม่มีสัญลักษณ์ระบุความเป็นแอนดรอยด์ เหมือนแอนดรอยด์ทั่วไป จะมีก็แต่ม่านตา ที่ยังคงเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมด แต่ว่ามนุษย์อยู่ดี ๆ คงไม่หยิบสมาร์ทวอชขึ้นมาสแกนม่านตาไปเรื่อย เพราะถ้าทำแบบนั้นกับมนุษย์ด้วยกัน ได้มีเรื่องฟ้องร้องกันไม่สิ้นสุดแน่ ๆ

 

 

 

                “เรายังไม่แน่ใจในเรื่องนี้”   มายุหันไปมองซายากะ เขาเองก็ส่ายศีรษะ ไม่มีข้อมูลนี้เหมือนกัน

 

                “แล้วเหตุผลอะไรที่ทำให้มนุษย์พวกนั้น ตรวจเจอว่าคนของเราที่ส่งไป เป็นเซน”

 

                หรือว่า...”   มายุมองหน้าจอเสมือนตรงหน้า เป็นการรายงานข่าวการจับตัวกลุ่มเซนได้    “เราจะมีคนทรยศ”

 

 

 

บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที ที่มายุพูดจบ สีหน้าของเซนหลายคนดูไม่พอใจ ไม่พอใจอย่างมาก

 

 

 

                “เธอกำลังคิดว่า พวกเรามีนิสัยแบบเดียวกับมนุษย์อย่างนั้นหรอ”   เซนหนุ่มถามเสียงไม่สบอารมณ์   “การที่เธอเก่งกว่าใครหลาย ๆ คนในห้องนี้ ไม่ได้หมายความว่า เธอจะใส่ร้ายใครก็ได้”

 

                “ฉันยังไม่ได้ระบุด้วยซ้ำว่าเป็นใคร”   มายุพูดเสียงเรียบ

 

                “แต่เธอก็คิดไปแล้ว การคิดด้วยมุมมองแง่ร้ายแบบนั้นกับพวกพ้องของตัวเอง มันหมายความว่ายังไง มายุ ฉันต้องการคำอธิบาย”

 

 

 

หลายคนมองมายุเป็นตาเดียว ในกลุ่มเซนด้วยกัน ความเคารพนับถือกันและกัน ถือเป็นสิ่งสำคัญ ข้อสงสัยที่เกิดขึ้น คิดว่ามีเซนแปรพักตร์ไปเข้ากับมนุษย์ จึงเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับ แม้มายุจะไม่ได้มีเจตนารุนแรงขนาดนั้น แค่คาดเดาไปตามความรู้สึกนึกคิดของเธอ

 

 

 

                “ว่ายังไง มายุ หรือว่าเธอ ถูกความเป็นมนุษย์กลืนความคิดเธอไปแล้ว สักพักจะคิดอะไรอีก คิดว่าพวกเราถูกมนุษย์แอบลงโปรแกรมใหม่ ให้มาสืบความลับของเซนเลยมั้ย”    คำต่อว่าที่ค่อนข้างรุนแรงสำหรับแอนดรอยด์ด้วยกัน ทำเอามายุสะอึกจนพูดไม่ออก

 

                “พอก่อนเถอะ ทุกคน”   จูรินะพยายามเข้าไปสงบอารมณ์ที่ครุกรุ่น    “ตอนนี้เรามาประชุมหาวิธีดำเนินแผนการของเราต่อ ไม่ใช่มาทะเลาะกัน”

 

 

 

หลายคนหันมองจูรินะไม่ค่อยพอใจ มายุเองก็มองจูรินะด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าเธอรู้สึกไม่ดีเอามาก ๆ ที่ต้องให้จูรินะมาเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเธอ

 

 

 

                “ถ้าทำให้ทุกคนไม่พอใจ ฉันขอโทษด้วยก็แล้วกัน”  

 

 

 

มายุบอก และหลังจากนั้น เธอก็ไม่ได้คุยอะไรอีกเลย จูรินะถอนหายใจ และรอให้เซนคนอื่น ๆ ในห้องประชุมปรับอารมณ์กันใหม่

 

 

 

                “ที่ดาวดวงอื่น แผนการดำเนินไปตามเป้าหมายลุล่วงแล้ว”   เซนคนหนึ่งที่ดูข้อมูลบนหน้าจอเสมือนของตัวเองพูดขึ้น    “ก็เหลือแค่ที่โลก ที่ศูนย์ควบคุมกลางเพียงเท่านั้น”

 

                “แต่คงไม่ใช่เรื่องง่ายแล้วหละ ที่เราจะเจาะระบบเข้าไป เพราะพวกมนุษย์คงระวังตัวกันแจ” 

 

                “อีกอย่าง สิ่งที่เราต้องหยุดยั้งมันก่อน ก็คือ หุ่นรบรุ่นพิเศษ เพราะมันจะเป็นตัวชะลอแผนการของเรา ให้ยืดยาวออกไปอีก”

 

 

 

ทุกคนในห้องแลกเปลี่ยนความคิดกัน เพื่อหาทางออกให้กับแผนการที่ยังไม่เสร็จสิ้น

 

 

 

                “หรือว่า เราจะหันไปเล่นงานที่ประธานาธิบดีโลก”   เซนคนหนึ่งถามขึ้น

 

                “ไม่ดีแน่”   ซายากะไม่เห็นด้วย  “ต่อให้ทำสำเร็จหรือไม่สำเร็จ มันก็เท่ากับเป็นการประกาศสงครามชัด ๆ”

 

                “เรายอมรับเรื่องความสูญเสียไม่ได้อีกแล้ว”   จูรินะเห็นด้วยกับซายากะ   “สุดท้ายพวกมนุษย์ก็คงส่งแอนดรอยด์ที่สร้างขึ้นสำหรับการรบมาทำสงครามกับกลุ่มเซน ถือเป็นการทำสงครามที่ไม่มีประโยชน์”

 

 

 

เซนคนอื่น ๆ พยักหน้ารับเข้าใจในสิ่งที่จูรินะพูด

 

 

 

                “ตอนนี้คงต้องชะลอแผนการเอาไว้จนกว่าจะมั่นใจได้ว่า เราจะสามารถดำเนินตามแผนการที่วางไว้ โดยที่มนุษย์ไม่สามารถขัดขวางได้ เราถึงจะเริ่มต้นกันอีกครั้ง”

 

 

 

จูรินะสรุปเรื่องทั้งหมด ก่อนที่เซนทุกคนจะแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง มายุเดินออกจากห้องไปเงียบ ๆ จูรินะมองตาม ก่อนจะหันมาคุยกับซายากะ ที่ยังอยู่ในห้องประชุมกับเขา เพียงแค่สองคน

 

 

 

                “มิ้ลกี้อาจจะช่วยเราเรื่องนี้ได้ เธอทำงานอยู่ในศูนย์ควบคุมระบบแอนดรอยด์กลาง” 

 

                “เอาจริงดิ”   ซายากะทำหน้าเบื่อโลกขึ้นมาทันที จูรินะยังไม่เลิกล้มความคิดจะให้เขาไปตีสนิทกับผู้หญิงคนนั้นอีกหรอ

 

                “เปลืองเนื้อเปลืองตัวนิดหน่อย คงไม่เป็นไรมั้ง”   คำพูดที่มาพร้อมรอยยิ้มสนุก ซายากะไม่แน่ใจว่าเพื่อนของเขาจริงจัง หรืออยากแกล้งเขาเล่นกันแน่

 

                “ไม่เป็นไรได้ยังไงล่ะ”   และเขาก็ไม่เห็นด้วยกับที่จูรินะพูดอย่างแรง   “แถมเรื่องเปลืองเนื้อเปลืองตัวน่ะ ฉันว่าไม่นิดไม่หน่อยชัวร์ ยัยนั่นน่ะนะ...”

 

 

 

แค่คิด ก็เตลิดเปิดเปิงแล้ว ถ้าได้คนในอย่างมิยูกิเป็นตัวช่วย มันก็ดีอยู่หรอก แต่เธอเป็นมนุษย์ จะยอมช่วยแอนดรอยด์อย่างนั้นหรอ และประเด็นสำคัญคือถ้ายอมช่วยจริง ข้อแลกเปลี่ยนของมิยูกิจะเป็นอะไร ซายากะกลืนน้ำลายลงคอเอื้อกใหญ่ น่ากลัวเกินไปแล้ว

 

 

 

                “เรื่องมิ้ลกี้ ฝากด้วยแล้วกัน”  จูรินะเอาจริงหรอเนี่ย   “ส่วนเรื่องประธานาธิบดี ก็ตามต่อด้วยนะ”

 

 

 

จูรินะพูดจบก็เดินออกจากห้องประชุมไป ซายากะเป่าลมออกจากปาก พร้อมเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ สืบเรื่องประธานาธิบดีไม่เท่าไหร่หรอก แต่เรื่องมิยูกิเนี่ยสิ เรื่องใหญ่ของเขาเลยแหละ

 

 

 

 

 

 

 

 

                จูรินะเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องนันทนาการ ตัดสินใจอยู่สักพัก ก่อนจะใส่รหัสเปิดประตู ประตูทึบค่อย ๆ โปร่งแสงและหายไป จูรินะเดินเข้าไปและมองรอบห้องที่ตอนนี้กลายเป็นอวกาศไปแล้ว

 

 

ความมืดมิดที่ถูกแต่งแต้มด้วยกาแลคซี่ต่าง ๆ มากมาย เขายิ้มออกมาบาง ๆ เมื่อเห็นหญิงสาวที่นั่งอยู่กลางห้องหลังจากที่เขาไปหาเธอที่ห้องทำงาน และพบแต่ความว่างเปล่า เรื่องในที่ประชุม คงทำให้มายุจมดิ่งอยู่กับพูดพวกนั้น ไม่มากก็น้อย

 

 

 

                “มายุ”   จูรินะเดินไปนั่งข้าง ๆ    “อยากไปท่องอวกาศก็ไม่บอก”

 

 

 

มายุยังคงเงียบ คนที่เข้าห้องนี้ได้โดยที่เธอใส่รหัสล็อกไว้ก็มีคนเดียวแหละ คือจูรินะ แต่เธอไม่รู้จะพูดอะไรกับเขา จูรินะมองหน้าจอสมาร์ทวอชของมายุ ที่ตั้งโปรแกรมให้ห้องนี้อยู่ในโหมดอวกาศ เขายกสมาร์ทวอชของเขาขึ้นมา และป้อนคำสั่งเพลงเข้าไปที่ห้องนันทนาการอีกคน เพลงเบา ๆ ...ในห้วงอวกาศ

 

 

ก่อนจะโอบไหล่ของมายุเอาไว้ และมองออกไปยังเวิ้งกว้างที่ห่างไกล บนหน้าจอฮอโกกราฟิก รอบทิศทาง

 

 

 

                “อย่าคิดมากนะ”   เขาพูดเสียงเบา ไม่อยากจะรบกวนเสียงเพลงที่ยังเล่นอยู่

 

                “ไม่ได้หรอก”

 

 

               

เมื่อไม่รู้จะพูดอะไรเป็นการปลอบใจจูรินะเลยยกมือจากจากไหล่ของหญิงสาว เลื่อนไปประคองศีรษะมายุให้เอนลงมาซบกับไหล่ของเขา และเพียงแค่นั้น... มายุก็หันมากอดจูรินะ ฝังหน้าลงไปที่ไหล่ข้างซ้าย มือข้างหนึ่งจับชายเสื้อของจูรินะเอาไว้แน่นและปลดปล่อยความรู้สึกอัดอัดทั้งหมดออกมา

 

 

จูรินะยังคงทิ้งสายตาไปทางอวกาศปลอม ๆ ที่อยู่รอบตัว อารมณ์ความรู้สึกที่มนุษย์ลงโปรแกรมให้แอนดรอยด์นั้น ทำไมถึงต้องมีความเศร้าโศกรวมอยู่ด้วย เขาค่อย ๆ ลูบมือผ่านแผ่นหลังของคนที่อยู่ข้างกาย คงต้องปล่อยให้มายุกอดเขาไว้แบบนี้... อีกสักพักจนกว่าเพลงที่เขาเปิด...จะจบลง

 

 

 

 

 

 

………………………..

               

 

 

 

 

 

 

 

                เวิลด์เซนเตอร์, เลเบอร์โซน

 

 

 

                เป็นอีกวันที่จูรินะเดินทางมาที่เวิลด์เซนเตอร์ แต่จุดหมายปลายทางที่แรกของเขาในวันนี้ กลับเป็นส่วนเสื่อมโทรมของเมือง

 

 

สายตาแห่งความคลางแคลงใจหลายคู่มองมาทางเขา นั่นเพราะเขาไม่มีสัญลักษณ์ตัวตนที่หลังมือเหมือนแอนดรอยด์อื่น ๆ ส่วนใหญ่พวกที่พักอาศัยอยู่แถวนี้ จะเป็นแอนดรอยด์ชนชั้นแรงงานจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่มนุษย์จะยอมลดตัวลงมาใช้พื้นที่เดียวกับแอนดรอยด์เกรดต่ำ แต่สำหรับจูรินะเอง เขาก็ไม่ใช่มนุษย์เหมือนกัน

 

 

 

               

 

เขาหยุดยืนที่หน้าตึกเก่า ก่อนจะเอนหลังพิงผนังตึก เคาะช่องเหล็กเล็ก ๆ จนเกิดเสียงดัง ไม่นานนัก ช่องเหล็กนั้นก็เปิดออก แต่ไม่สามารถมองเห็นอะไรภายในได้

 

 

 

                “มาแล้วหรอ”   เสียงที่เหมือนจะถูกดัดแปลงให้ต่างไปจากเดิม ดังขึ้นมาจากช่องแคบที่มืดมิด

 

                “อืม”   จูรินะตอบรับสั้น ๆ

 

                “ซีดีเอ”   คำพูดของคน ๆ นั้น ทำให้จูรินะเผยยิ้มออกมา และพยักหน้ากับตัวเอง

 

                “แน่ใจนะ”   ไม่มีคำตอบรับหรือปฏิเสธ

 

 

 

คนด้านในส่งของบางอย่างออกมา จูรินะรับมันเอาไว้ คริสตัลที่ผ่านการเจียระไนจนบางเฉียบรูปทรงคล้ายคลึงกับคอนแทคเลนส์ไม่ผิดเพี้ยน

 

 

 

                “นี่อาจเป็นสิ่งที่เธอตามหาอยู่”

 

 

 

คนด้านในพูดจบพร้อมกับปิดบานเลื่อนของช่องเหล็กจูรินะเก็บอุปกรณ์ชิ้นนั้นลงกระเป๋าเสื้อแล้วยกสมาร์ทวอชขึ้นเพื่อดูเวลา หน้าที่ดั้งเดิมของสิ่งที่เรียกว่านาฬิกา ก่อนจะได้ยินเสียงสัญญาณ สัญญาณการเชื่อมต่อ เขาสัมผัสที่หน้าปัดเพื่อยืนยัน หน้าจอขนาดเล็กปรากฏขึ้น พร้อมใบหน้าของหญิงสาวที่ติดต่อมา

 

 

               

                “เห็นคุณส่งข้อความมาว่า คุณมาที่เวิลด์เซนเตอร์”    และคำถามก็ถูกส่งมาในทันที

 

                “ใช่”   เขาพยักหน้ารับเจ้าของคำถาม   “คุณอยากเจอฉันหรอ”

 

                “ฉันนึกว่าคุณมาที่นี่ เพราะอยากเจอฉันเสียอีก”  เรนะถามกลับมาพร้อมรอยยิ้ม

 

                “แล้วคุณว่างรึเปล่าล่ะ”

 

                “ก็ขึ้นอยู่กับว่า จะมีเหตุผลพอที่จะทำให้ว่างรึเปล่า”

 

                เขาอมยิ้มกับคำพูดนั้นของเรนะ เหตุผลอย่างนั้หรอ...   “ถ้าเป็นเพราะฉันคิดถึงล่ะ”

 

                “คิดถึงก็มาหาสิ”  

 

 

 

 

หลังจากเรนะตัดการติดต่อไป ตัวเลขบอกพิกัดนัดหมายก็ถูกส่งมา เขายิ้มออกมาเล็กน้อย กำลังคิดว่า การมาที่เวิลด์เซนเตอร์ ระหว่างหาข้อมูลสำคัญ กับได้เจอเรนะ อันไหนเป็นเป้าหมายหลักกันแน่

 

 

 

 

 

 

 

 

………………………….

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                เวิลด์เซนเตอร์, ไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์

 

 

 

 

                ซายากะไม่อยากจะเชื่อตัวเองสักเท่าไหร่ ว่าเขาจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากชวนมิยูกิออกมาด้วยกัน หลังจากที่ปิดร้านไปเรียบร้อยแล้ว

 

 

ย่านไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์ เป็นที่ตั้งของศูนย์การค้า และร้านต่าง ๆ มากมาย ที่พร้อมเปิดให้บริการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เวิลด์เซนเตอร์เป็นมหานครที่ไม่เคยหลับตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ย้ายศูนย์กลางของโลกจากอะแบนดอนไซด์มาเป็นที่นี่ และซายากะก็โดนควงแขนตั้งแต่ออกมาจากร้าน นี่ถ้าไม่ใช่ข้อเสนอของจูรินะ ที่ควรจะทำความสนิทสนมกับคนในหน่วยงานที่เป็นเป้าหมายของเซนล่ะก็ แค่เฉียดใกล้เขายังไม่อยากเลย ผู้หญิงอะไร...

 

 

 

                “นี่ ๆ ที่ซายากะชวนฉันออกมาเดินเล่นหลังปิดร้านเนี่ย เพราะเริ่มหลงเสน่ห์ฉันแล้วใช่มั้ยล่ะ”

 

 

 

ผู้หญิงอะไร น่ารำคาญชะมัด เป็นผู้หญิงที่หลงตัวเองสุด ๆ เท่าที่เขาเคยรู้จักกับมนุษย์มาคำถามนั้นของหญิงสาว เขาเลือกที่จะไม่ตอบ และเปลี่ยนเรื่อง

 

 

 

                “อยากไปที่ไหนเป็นพิเศษรึเปล่า เดี๋ยวฉันพาไป”

 

                “เป็นพิเศษหรอ”   มิยูกิทำท่าครุ่นคิดอยู่สักพัก   “เป็น ห้องเธอ ได้มั้ย”

 

                “ไม่มีทาง”    เขารีบตอบออกมาอย่างรวดเร็ว และหันมองจ้องมิยูกิเต็ม ๆ ตา พูดจริง หรือพูดเล่นกันแน่ และพอเห็นรอยยิ้มของเธอที่ยิ้มจนตาหยี เขารู้สึกหมั่นไส้อย่างบอกไม่ถูก

 

                “งั้นเป็นที่ ห้องของฉัน

 

                “เรื่อง!”

 

 

 

ซายากะดึงแขนออกจากการควงของมิยูกิทันที ไหงยังไม่ทันได้เข้าเรื่องของเขา ก็จะโดนลากซะแล้วล่ะเนี่ย

 

 

 

                “งั้นเดินเล่นอย่างเดียวก็ได้ แหม”   มิยูกิหัวเราะกับท่าทางของคนอีกคน ก่อนจะดึงเขามาควงตามเดิม

 

                “แล้วเธอไม่รีบกลับห้องไปพักผ่อนรึไง”

 

                “จนกว่าจะได้ตัวเธอไปนอนด้วย”   ซายากะทำหน้าเซ็งเข้าใส่ มิยูกิหัวเราะ    “ไม่ใจอ่อนหน่อยหรอ”

 

 

 

ให้ตายซิ ซายากะบ่นกับตัวเองในใจ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา

 

 

 

                “แล้วงานของเธอน่ะ ที่ไหนนะศูนย์อะไรสักอย่างนะ”

 

                “ศูนย์ควบคุมระบบแอนดรอยด์กลาง อะไร จำไม่ได้หรอ ที่ทำงานของว่าที่แฟนน่ะ”

 

 

 

ขี้ตู่ชะมัดยาด ซายากะขมวดคิ้วเข้าหากัน จริง ๆ ก็จำได้หรอก แต่ว่าทำเป็นเหมือนจำไม่ได้น่าจะดีกว่า ไม่งั้นเธอคงสงสัยแน่ ว่าทำไมเขาอยากจะรู้เกี่ยวกับที่นั่นนัก

 

 

 

                “เธอทำอะไรอยู่ที่นั่นล่ะ”

 

                “ทายสิ”   มิยูกิพูดเสียงสนุก

 

                “อืม”   ซายากะคิดเล็กน้อย  “คิดไม่ออก ดูเธอไม่น่าจะทำอะไรได้”

 

                “นี่”   มิยูกิพองลมเต็มแก้ม งอนกับคำตอบนั้น แต่ซายากะสนใจจะง้อซะที่ไหนล่ะ จนมิยูกิต้องยอมเฉลยออกมาเอง    “ฉันเป็น นักวิจัยและพัฒนาระบบแอนดรอยด์ คนไม่ได้เรื่องอย่างฉันเนี่ย เป็นทีมคุมระบบสำคัญของศูนย์เลยแหละ”

 

 

 

ไม่อยากจะเชื่อ ซายากะมองมิยูกิให้แน่ใจ ส่วนมิยูกิก็ดูภูมิใจในหน้าที่การงานของตัวเองอยู่ไม่น้อย ท่าจะเป็นเรื่องจริงแฮะ

 

 

 

                “โทษฐานที่เธอหาว่าฉันดูไม่น่าจะทำอะไรได้ เธอต้องไปส่งฉันถึงที่ห้องด้วย เข้าใจมั้ย”

 

                “ไม่เกี่ยวกันสักนิด”   ซายากะขึ้นเสียง วกเข้าเรื่องนี้อีกแล้ว

 

                “ไม่รู้แหละ”   มิยูกิทำเสียงเอาแต่ใจ    “ยังไงก็ต้องรับผิดชอบ”

 

 

 

รับผิดชอบอะไรวะ ซายากะปวดหัวไปหมดแล้ว และพอมีโอกาส ที่มิยูกิยอมปล่อยแขนของเขาเพื่อไปดูของ ซายากะก็หาเรื่องชิ่งทันที

 

 

 

                “มนุษย์นี่ อันตราย จริง ๆ”

 

 

 

เขาพูด และรีบเดินกลับไปที่ยานพาหนะของตัวเอง ไม่สนแล้วว่ามิยูกิจะว่ายังไง ที่เขาหนีมาแบบนี้ ขอแค่เขาอยู่รอดปลอดภัยเป็นพอ

 

 

 

 

 

…………………………

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

======================================

 

 

เน่ ระวังโดนลาก!!! 555

 

เหมือนผมจะเห็น จูริมายุ (ต้องเห็นสิ แกเขียนเอง)

เปลี่ยนคู่ตอนนี้ทันมั้ย

ไม่ทันสินะ ;w;

 

ตอนนี้เบิ้ลอิมาแค่การติดต่อกระจิ๊ดนึง

ตอนหน้าชดเชยให้ได้เจอกันแล้วกันครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

โอ๊ะๆๆ ซายามิลกี้มาความคืบหน้าขึ้นมานิดนึง

ส่วนเบิ้ลอินี่ คือ คุณสองคนตั้งใจจะจีบกันเต็มรูปแบบเลยใช่มั้ย แหม

ส่วนจูมายุ... รู้สึกว่าท่านไรท์จะอวยเป็นพิเศษนะ หึหึ

Share this post


Link to post
Share on other sites
สักพักเน่โดนดักตีหัวลากเข้าห้อง555
แอบมีจูริมายุซะด้วย555
เรนะนี่เปิดโอกาสให้จูจีบเต็มที่เลยใช่มั้ย แหน่ะๆ=__,=

Share this post


Link to post
Share on other sites

หันหลังให้ระวังโดนตีหัวลากเข้าห้อง

กลัวมิลกี้จะเป็นสปายของฝ่ายมนุษย์จัง

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now