[Fic]Inexplicable Rival/Lover? (MaYuki+Rena) PG | - Summer Special - | Hanabi - 2015.07.27 [END]

477 posts in this topic

Inexplicable Rival/Lover?

 

hPQtcMv.jpg

 

  -Prologue- | 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
|
 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | Epilogue | 

 

 

 (edit ออกสำหรับโครงการในอนาคตค่ะ)
15/11/15

 

พอดีเห็นเรื่องการก๊อปปี้นิยาย และสำหรับโครงการที่วางแผนไว้ในอนาคตของเรา
จึงขออนุญาตนำเรื่องนี้ออกค่ะ 
เหลือไว้ถึงแค่ตอน 9 เท่านั้นนะคะ 

ขอบคุณทุกท่านมากค่ะที่คอยสนับสนุนมา ขอบคุณค่ะ

 

 

Side Story

In Romania (RenaYuki)
This is my sight (Okada Nana)

The story of Watanabe Mayu | 1 | 2 |


Since I saw you (Rena) - จมน้ำไปแล้วข่ะ ห้ามขุดนะ

 

 

 

 

Special

 

Epilogue

- Fanart Comic by ChrisTy -

 

 

From now on

| 1 | 2 | 3 | 4 | 5

 

 

From now on part three 

- Fanart Comic by ChrisTy -

 

 

- Special Short Story-

Just some another day

- Summer Special -

Hanabi -
 

 

สีเทา = Coming soon

-------------------------------------------------

 

 

 

Inexplicable Rival/Lover?

-Prologue-

ราตรีที่มืดมิด เป็นบรรยากาศที่เหมาะกับการล่า
เงาสีดำทะมึนที่พุ่งผ่านความมืดไปด้วยความรวดเร็ว มาหยุดอยู่หน้าเป้าหมายที่กำลังจนตรอกอยู่ตรงสุดทางเดินของซอยแคบๆร้างผู้คน

ร่างสูงที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดทะมึนวาดมือขึ้นมาทำท่าเสมือนคว้าเป้าหมายไว้ในกำมือ ฉับพลันก็มีเงาสีดำพุ่งขึ้นมาจากเงาที่ทอดยาวอยู่ที่พื้น ยึดร่างนั้นเอาไว้

"เลิกหนีได้แล้วน่า มันเสียเวลา" ร่างที่กุมชะตาชีวิตอยู่เอ่ยออกมาด้วยเสียงเยียบเย็น

"ยะ อย่านะ ฉันจะร้องนะ!" เหยื่อพูดด้วยเสียงสั่นเทา เหงื่อเม็ดผุดขึ้นตามไรหน้า

"ข้อหนึ่ง ดึกป่านนี้แล้วคิดว่าจะมีใครได้ยินเรอะ และข้อสอง จะร้องก็ร้องไปเถอะ ฉันจะทำให้เธอสบายก่อนจะได้อ้าปากซะอีก"
ไม่พูดพร่ำทำเพลง เสียงกรีดร้องของเหยื่อก็ดังขึ้น แต่ได้เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ร่างสูงก็บิดมือเล็กน้อย เปลี่ยนเงาที่พันธนาการอยู่ ให้เป็นทิ่มแทงเข้าตรงกลางหัวใจ ปากที่ส่งเสียงโสตประสาตนั้นเงียบลงเพราะถูกแทนที่ด้วยเลือดที่กระอักออกมา

ร่างสูงมองเหยื่อที่กระตุกลมหายใจสุดท้ายด้วยแววตาเย็นชาไม่เปลี่ยนแปลง มีเพียงสีของดวงตาประกายทองนั้นที่ค่อยๆเปลี่ยนกลับเป็นสีดำช้าๆ
พลันได้ยินเสียงฝีเท้าเบาๆลอยมาตามลม ทำให้ผู้ล่านั้นหันไปยังที่มาของเสียง

"...เอ่อ มีใครเป็นอะไรรึเปล่าคะ? พอดีฉันได้ยินเสียง..." ผู้มาใหม่ยังไม่ทันพูดจบ ก็ต้องตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า

ร่างหนึ่งสูงยาว ยื่นมือไปยังอีกร่างที่เหมือนถูกท่อนเหล็กสีดำจากที่พื้นพุ่งขึ้นมาแทงตรงไปทั่วร่างกาย
เพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น เงาสีดำทั้งหมดที่แทงอยู่ก็มลายหายไปทันที พร้อมกับร่างที่ร่วงกราวเป็นผงลงมา
เด็กสาวตัวแข็งเกร็งกับภาพเหนือธรรมชาติตรงหน้า เมื่อคิดจะกระดิกหนี ก็รู้สึกถึงเงาสีดำเมื่อครู่รั้งขาไว้
เงยหน้าขึ้นมาพบกับดวงตาสีทองที่จ้องเขม็งอยู่ และฝ่ามือที่เดิมรั้งอดีตมนุษย์นั้นเปลี่ยนมารั้งตัวเธอแทน
ร่างสูงยกมืออีกข้างที่ว่างอยู่ออกมาดีดนิ้วเบาๆหนึ่งที สาวน้อยหลับตาคงคิดรับชะตากรรมตัวเอง
เงียบงัน ไร้สิ่งใดเกิดขึ้น เธอจึงลืมตาขึ้นช้าๆ

"...เอ่อ... คุณเป็นตัวอะไรกันแน่คะ?"หญิงสาวถามออกไปเสียงสั่น แต่สิ่งนั้นกลับทำให้ร่างสูงแปลกใจ

เธอคนนั้นก้าวเดินออกมาจากความมืดที่ปกคลุมใบหน้าอยู่ เผยให้เห็นหญิงสาวสวยผมยาวดำ ตัดกับใบหน้าสีขาว สายตานิ่งๆดูเงียบขรึม แต่เอียงคอแบบสงสัยเล็กน้อย
เธอผู้นั้นลองดีดนิ้วอีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้ายังคงจ้องมาด้วยสายตาระวังตัว ทำให้เธอเปลี่ยนใจกับสิ่งที่พยายามทำอยู่

"ปกติฉันไม่ฆ่ามนุษย์หรอกนะ แต่เธอมาผิดเวลาไปหน่อย" พูดจบก็กำมือข้างที่ใช้รั้งตัวเธอไว้ ฉับพลันก็มีเงาสีดำแหลมพุ่งขึ้นมารัวแทงร่างเด็กสาวผู้โชคร้าย ผู้กลายมาเป็นเหยื่อคนที่สองของคืนนี้
เมื่อมั่นใจว่าร่างตรงหน้านั้นนิ่งสนิทแล้ว จึงสะบัดมือออก ดวงตาค่อยๆเปลี่ยนกลับไปสีดำอีกครั้ง
ก่อนจะย่างกรายเข้าไป หมายจัดการหลักฐานของสาวผู้โชคร้ายให้มลายสิ้นไป

"ปัง"

เสียงปืนดังขึ้นจากสักแห่ง ทำให้นักล่าประสาทไวหันควับ และตั้งท่าเตรียมพร้อมอีกครั้ง แต่ก็เพ่งหาต้นเสียงได้ไม่นานนักเพราะ

"หวอ หวอ หวอ หวอ"

เสียงรถตำรวจใกล้เข้ามาทุกจังหวะ ทำให้เธอหันมาพิจราณาร่างที่ปกคลุมไปด้วยของเหลวสีแดงนั้น พลางคำนวณเวลาแล้วว่าคงอำพลางไม่ทัน

"เฮอะ วันนี้มันเรื่องอะไรกันแน่เนี่ย" ร่างนั้นสบถเบาๆ ก่อนจะตัดสินใจหันหลังเดินลับหายเข้าไปในความมืดมิด

'พรุ่งนี้ ขออย่าให้เป็นข่าวใหญ่ก็แล้วกัน'
...

...

...

"คาชิวากิซังครับ ใกล้ได้เวลาถ่ายแล้ว"เสียงสต๊าฟหนุ่มดังขึ้นมาทักสาวร่างสูงที่กำลังไล่สายตาอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในห้องเตรียมตัว

"ทราบแล้วค่ะ" ผู้ถูกเรียกตอบรับด้วยสีหน้านิ่งๆอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวที่ใครๆก็รู้กัน แต่แทนที่จะรังเกียจ ทุกคนกลับยอมรับว่านั่นเป็นสเน่ห์อย่างนึงของเธอ

"อ๊ะ เดี๋ยวสายๆจะมีช๊อทพิเศษ ถ่ายคู่กับดาราใหม่ที่เพิ่งจะเปิดตัววันนี้ด้วยนะครับ" สต๊าฟคนเดิมพูดอีกครั้งเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้
"อีกสักครู่คงเข้ามาแนะนำตัวกัน แล้วผมจะขึ้นมาตามอีกทีนะ"

"ทราบแล้วค่ะ" คาชิวากิ พูดซ้ำอีกครั้ง เธอพยักหน้าให้กับสต๊าฟที่ขอตัวเดินออกไปแล้วไล่สายตายอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ

"ก๊อก ก๊อก ก๊อก" นั่งคนเดียวได้ ไม่นานนัก ก็มีเสียงเคาะประตูทำลายความเงียบขึ้น
"เชิญค่ะ" ดาราสาวพูดเชิญคนที่เคาะให้เข้ามาโดยที่ยังไม่ได้ละสายตาจากสิ่งที่อ่านอยู่ และเสียงเปิดประตูพร้อมกับฝีเท้าที่เดินเข้ามา ก็ไม่สามารถทำให้เธอละความสนใจจากหนังสือพิมพ์ได้

คาชิวากิ ยูกิเป็นดาราที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้าถึงยาก และเธอก็ไม่แคร์เพราะอุปนิสัยชีวิตของเธอ ไม่ชอบสุงสิงกับใคร แต่สิ่งนึงที่ทำให้คนเย็นชาหันขวับขึ้นมาทันทีก็คือเสียงนั่น

"สวัสดีค่ะ คาชิวากิ ยูกิซัง ฉันติดตามผลงานคุณมานานแล้วค่ะ"

เสียงที่คนที่มีสัญชาตญาณอย่างเธอจำไม่ผิดแน่ๆ
เธอเคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน...
และไม่ใช่ที่ไหนไกล
เมื่อคืนนี้เอง

ร่างคนที่นั่งอยู่หันไปจ้องผู้มาใหม่แบบไม่วางตา สายตาสงสัยต้องการคำตอบแบบไม่ปิดบัง

"เอ...รึต้องพูดว่า ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งดีคะ?"
สาวร่างเล็กเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น พร้อมกับหรี่เสียงให้เบาลงดุจกระซิบ

"เมื่อคืนเล่นฉันซะทำอะไรไม่ถูกไปเลย รุนแรงจังเลยนะคะ" เธอเสยะยิ้มแบบมีเลศนัยแล้วเหล่เมื่อเห็นอีกคนยังคงนิ่งอยู่
สาวน้อยผู้มาใหม่จึงก้าวย้อนถอยหลังกลับไป พร้อมส่งยิ้มสดใสมาสู้กับไอเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากคนที่นั่งอยู่




"ฉันชื่อ วาตานาเบะ มายุ" สาวน้อยเว้นช่วง ก่อนเหยียดยิ้มมุมปากอีกครั้ง

"ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คา-ชิ-วา-กิ ยู-กิ ซัง"


-----------------------------------------------

Share this post


Link to post
Share on other sites
อะจะอะ พี่รินเป็นคนที่ฆ่า ส่วนคนที่(เหมือนจะ)ถูกฆ่าคือย้วย?
แต่ย้วยไม่ตาย? ลึกลับซับซ้อน5555
ปูเสื่อรอติดตามค่ะ >w<!

Share this post


Link to post
Share on other sites

ย้วยค่ะ เป็นM เหรอค่ะ -.,- 

 

กิรินมาดนิ่งนี้คงจะหลุดเพราะย้วยแหละ 

Share this post


Link to post
Share on other sites
เป็นตัวอะไรกันคะเนี่ย
ใช่คนรึป่าว ทั้งคู่เลยน่ะ XD

Share this post


Link to post
Share on other sites

@KIRI_PANG : เรื่องนี้เปลี่ยนแนว ลึกลับซับซ้อนเหมือนชื่อเรื่องเลยค่ะ XD

 

 

@kmkpc22 : มาดูกันว่าจะ M ไปได้ถึงขนาดไหนกันเถอะค่ะ

 

@GIVVO : ตอนแรกก็เฉลยพี่กิรินก่อนนะคะ ;'>

ส่วนน้องย้วยต้องคอยดูว่าพี่กิรินจะหาคำตอบได้มั้ย :P

--
​เรื่องนี้ขอมาลงเป็นตอนสั้นๆก่อนนะคะ จะได้ไม่เว้นช่วงนาน
เว้นนานทีไร ดองเป็นเดือนทู๊กที :P

---------------------------------------------------------------

 

ตอนที่ 1 

 

การแนะนำตัวที่ลึกลับ สร้างความสงสัยแก่คาชิวากิไม่น้อย

ร่างสูงที่นั่งอยู่ ลุกขึ้นตรงมาจับคอเสื้อของหญิงสาวที่ตัวเล็กกว่า ให้รั้งขึ้นมาเผชิญหน้ากัน

'ไม่ผิดแน่ๆ ยังไงเด็กคนนี้ก็คือคนที่เราบังเอิญฆ่าไปเมื่อคืน แต่ทำไม...'

 

"เอ่อ ทำแบบนี้ ใครมาเห็นเข้าจะไม่น่าดูนะคะ คาชิวากิซัง" สาวนามวาตานาเบะมายุ พยายามยกมือทำท่ายอม เพื่อให้อีกคนหยุดการกระทำ

 

จริงอย่างที่พูด ถ้าตอนนี้ใครเข้ามาเห็นเธอกำลังกระชากคอเสื้อเด็กสาว ต้องคิดว่ากำลังมีเรื่องกันอยู่เป็นแน่

ร่างสูงคลายมือทันที ส่งผลให้ร่างตรงหน้าล้มจ้ำเบ้าลงกับพื้น แต่เธอยังคงมองด้วยสายตาเย็นชา

 

"ทำไม?" เสียงเย็นเยียบถามออกมา

 

"ทำไม? ฉันสิต้องเป็นฝ่ายถาม ว่าทำไมอยู่ๆคุณถึงมาฆ่ากัน" หญิงสาวลุกขึ้นมา ทำท่าปัดชุดกระโปรงที่ใส่อยู่สำหรับเตรียมถ่ายแบบ

 

"แล้วไอ้คำพูดนั้นอีก ที่ว่าปกติไม่ฆ่ามนุษย์ แต่แทงมาแบบไม่ลังเลเลยนะ" วาตานาเบะมองค้อนกลับ

 

"เธอยังไม่ตอบคำถามฉัน" คาชิวากิยังคงถามต่อ

"เรื่องอะไรจะเผยความลับกันง่ายๆล่ะคะ คาชิวากิซัง" สาวน้อบกอดอก และยิ้มอย่างมีเลศนัย

 

เมื่อรู้ตัวว่าถูกป่วนประสาท ความอดทนจึงขาดลง ครั้งนี้ร่างสูงไม่ได้รั้งคอเสื้อคนตัวเล็กขึ้นมา แต่ใช้มือพุ่งตรงไปจับคอเป้าหมายและดันไปติดกำแพง

 

"อย่ามาล้อเล่นกับชั้น" เสียงที่ฟังดูโกรธแค้นถูกแค่นออกมา

 

"อยากรู้ก็หาคำตอบเองสิ คาชิวากิซัง... " เสียงที่ตอบกลับมา ถึงแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่แย่กว่า แต่ก็ออกมาแบบไร้ซึ่งความเกรงกลัว ทำให้คาชิวากิแอบแปลกใจ

 

"เหมือนที่ฉันใช้เวลาทั้งคืน หาคำตอบของคุณ" ร่างบางยังคงจ้องตรงไปยังผู้ที่อยู่เหนือกว่า

 

"เธอรู้อะไรเกี่ยวกับชั้น!" เสียงตรงหน้าเริ่มหนักแน่น พร้อมกับแรงบีบที่ต้นคอไม่ด้อยกว่า ถึงอย่างนั้นวาตานาเบะก็หาได้มีสีหน้าเจ็บปวดไม่
ดวงตาสีดำสนิท ค่อยๆมีแววประกายทอง จ้องเขม็งไปยังดวงตาของอีกคนซึ่งไม่มีว่าจะหลบตาแม้แต่น้อย
แววตาที่เบิกโผล่งขึ้นมา กลับเป็นของคนที่ตั้งใจจะทำอะไร

 

"คิดจะอ่านใจฉันล่ะสิ เสียใจด้วยนะคะ"

 

"นี่เธอ!" พูดแล้วก็กดแรงบีบมือให้มากขึ้นไปอีก แต่คราวนี้สาวตรงหน้ากลับยื่นมือมารั้งข้อมือเพื่อต้านพลังกลับ

 

"ฉันไม่ได้อ่านใจคุณหรอกค่ะ คำถามของคุณแสดงออกทางสีหน้าหมดแล้ว" ร่างบางเหยียดยิ้ม

 

"แล้วก็ ช่วยปล่อยมือสักทีค่ะ เรามีงานต่อไม่ใช่รึคะ ฉันไม่อยากหาคำตอบมาบอกช่างแต่งหน้าว่าทำไมคอถึงแดงเป็นรอยมือนะคะ"

คาชิวากิ สถบลมหายออกมาแล้วคลายมือออก ไม่ใช่เพราะคำบอกของคนตรงหน้าเพียงอย่างเดียว แต่ก็เพราะเธอได้ยินเสียงฝีเท้าของสตาฟกำลังเดินมาจากที่ไกลๆ

สาวตัวเล็กเมื่อพ้นจากพันธนาการ ก็เอามือจับรอบคอตัวเองและถอนหายใจอย่างโล่งใจ

คาชิวากิเบือนหน้าแล้วย้อนกลับไปนั่งลงอ่านหนังสือพิมพ์ตามเดิม

ถึงแม้ความสงสัย แปลกใจจะมากมาย แต่ถึงอย่างไรความลับของตัวเธอก็ยังต้องยกไว้สำคัญที่สุดหากใครเข้ามาเห็นภาพที่อธิบายไม่ถูกระหว่างเธอกับเด็กหน้าใหม่คนนี้ ต้องแย่แน่

 

 

เพราะงั้นตอนนี้ต้องอดทนเก็บความสงสัยไว้ ว่ายัยเด็กนี่จะรู้อะไรเกี่ยวกับความลับของเธอบ้าง
ถ้าหากรู้มากไป คงต้องจัดการให้เด็ดขาด

"ว่าแต่ ไม่คิดเลยนะคะว่า ดาราสาวสวย นักร้อง นักแสดงชื่อดังแบบคาชิวากิซัง..."

ออร่าเย็นยะเยือกแผ่ออกมาปกคลุมห้องทันที สายตาของคาชิวากิจ้องเขม็งไปยังสาวน้อยที่ยืนเหยียดยิ้มแบบมีชัย

หมายบอกให้กลืนคำพูดที่กำลังจะออกมา ลงไปอย่างไม่มีวันกลับมา

 

"...จะเป็นแวมไพร์"

Share this post


Link to post
Share on other sites
ยูกิเป็นแวมไพร์ มายุเป็นสโตกเกอร์ชัวๆ 555555

Share this post


Link to post
Share on other sites
พี่รินเป็นแวมไพร์?!!!
ย้วยแลดูเจ้าเล่ห์ รู้อะไรเกี่ยวกับพี่รินบ้างเนี่ย5555

Share this post


Link to post
Share on other sites
คาชิวากิซัง~~ อย่ารุนแรงกับย้วยมากสิคะ เดี๋ยวย้วยชอบ(?) ไม่ใช่หละ นี้คุณย้วยไปหาคำตอบทั้งคืนเลยเหรอ หลังจากโดนแทงเนี๊ยะนะ o_O คุณเธอเป็นตัวอะไรกันแน่!!

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตื่นเต้นน่าติดตามดี!!!

ขอบคุณค่า XD

 

ยูกิเป็นแวมไพร์ มายุเป็นสโตกเกอร์ชัวๆ 555555

 

มาดูกัน ว่าใครเป็นสโตกเกอร์ใครกันแน่ 555

 

พี่รินเป็นแวมไพร์?!!!
ย้วยแลดูเจ้าเล่ห์ รู้อะไรเกี่ยวกับพี่รินบ้างเนี่ย5555

กระซิบว่า มายุเล่ห์เหลี่ยมเยอะสุดๆเลยล่ะค่ะ :P

 

คาชิวากิซัง~~ อย่ารุนแรงกับย้วยมากสิคะ เดี๋ยวย้วยชอบ(?) ไม่ใช่หละ นี้คุณย้วยไปหาคำตอบทั้งคืนเลยเหรอ หลังจากโดนแทงเนี๊ยะนะ o_O คุณเธอเป็นตัวอะไรกันแน่!!

โดะM ขั้นเทพคร๊า 5 55

 

 

 

--

 

อัพทีล่ะนิด ที่ล่ะนิด แต่มาถี่ๆแล้วกันนะคะ :P

---------------------------------------------------------------

 

ตอนที่ 2 

"ครับผม ขออีกภาพนึง"

เสียงรัวชัตเตอร์ดังขึ้นไม่หยุด เมื่อมีการขยับท่าทางของนางแบบทั้งสองคน

"ช่วยใกล้กันหน่อยได้ไหมครับ"

"คอนเซปคือ ดาราสาวสุดฮอต กับคนดังน้องใหม่ไฟแรงนะครับ คุณคาชิวากิช่วยขยับชิดหน่อย แล้วยิ้มอีกนิดนะครับ?”

“โอเคครับ ยิ้มนิดนึง อย่าทำหน้าบึ้งสิครับ”

“เรียบร้อย ขอบคุณมากครับ”


เมื่อสิ้นเสียงปิดการทำงาน คาชิวากิก็รีบแกะมือของนางแบบอีกคนที่เกาะกุมเพื่อการทำงาน แล้วเดินเข้าห้องแต่งตัวไปทันที ทิ้งให้เหล่าสต๊าฟถอนหายใจไปตามๆกัน


“วาตานาเบะซัง อย่าถือสาคาชิวากิซังเค้าเลยนะคะ ปกติเค้าไม่เป็นอย่างนี้หรอก ขอโทษแทนด้วยจริงๆค่ะ” หญิงสาวคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นผู้จัดการส่วนตัวของคาชิวากิ เดินตรงปรี่เข้ามาพูดกับวาตานาเบะ ที่ยังคงยืนยิ้มและบอกลาทีมงานอยู่

เธอก้มหัวประหลกๆด้วยสีหน้าลำบากใจอย่างสุดซึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ทำให้การทำงานช้าและเป็นไปอย่างขรุขระ

วันนี้เรื่องที่ทำให้ทุกคนเหนื่อยใจก็คงไม่พ้นคาชิวากิ ที่ตีหน้าบึ้งขึงขังตลอดการทำงาน เพราะถึงแม้ว่าเธอจะขึ้นชื่อว่าเป็นคนนิ่งเงียบ แต่เมื่อทำงานเธอจะเปลี่ยนสีหน้าสำหรับการทำงานได้เสมอ ไม่รู้ทำไมวันนี้ออกอาการเหมือนหงุดหงิดอะไรอยู่อย่างชัดเจน

วาตานาเบะตอบรับด้วยรอยยิ้มและบอกไม่เป็นไร เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งใดทำให้ราชินีมาดนิ่งแสดงออกว่าโกรธเป็นฟืนเป็นไฟได้ขนาดนั้น

 

“อ๊ะ คุณมัตสิอิครับ เชิญทางนี้สักครู่ครับ” เสียงเรียกดังมาจากอีกมุมหนึ่งของห้องทำให้ผู้จัดการส่วนตัวของคาชิวากิ ต้องขอตัวเดินตามไป


สาวน้อยบอกลาทุกคนที่เหลืออยู่เสร็จ ก็ถอนหายใจ พลางคิดว่าถ้าเดินเข้าห้องแต่งตัวไปเก็บของ จะต้องเตรียมการรับมือกับอีกคนอย่างไร แต่เมื่อเหลือบเห็นสต๊าฟหลายคนเดินเข้าออกห้องพักนั้น เธอก็โล่งใจ และเดินตรงเข้าไปเก็บของออกไปแบบไม่คิดอะไร


เหลือแต่ร่างสูงนั้นที่ยังจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของสาวที่เพิ่งเดินออกไปอย่างไม่วางตา

 

"คาชิวากิซัง ได้เวลางานถัดไปแล้วค่ะ" สาวผู้จัดการที่เดินสวนเข้ามากล่าวกับเธอ คาชิวากิลุกขึ้นเดินตามผู้จัดการออกไปขึ้นรถเงียบๆ


เมื่อทั้งสองอยู่กันในรถส่วนตัวแล้ว ผู้จัดการสาวก็ค่อยๆขับรถออกไป เธอเริ่มเปิดฉากสนทนาในสิ่งที่คาใจขึ้น


"วันนี้เป็นอะไรไปคะ คาชิวากิซัง ทำไมคุณดูอารมณ์ไม่ดีเลย" เสียงคำถามลอยมาจากที่นั่งคนขับ

"...เรนะ มีคนรู้ความลับของฉัน" เสียงเย็นเยียบตอบกลับมาจากที่นั่งด้านหลังเบาๆ แต่คำตอบนั้นทำเอาคนขับถึงกับเหยียบเบรกรถทันที

"เป็นไปได้ยังไงคะ!" เรนะหันมาถามด้วยเสียงตกใจ "เมื่อวานคุณบอกว่ามีคนเห็นเหตุการณ์หนึ่งคน แต่ก็ฆ่าไปแล้วนี่!"

"ปกติคุณไม่ฆ่ามนุษย์ด้วยซ้ำ"

"ก็ใช่ แต่เมื่อคืนฉันลองลบความทรงจำแต่เหมือนไม่ได้ผล เลยฆ่าทิ้งร่นเวลาแทน" ยูกิตอบหน้าเฉย

"...ใจร้ายจัง" เรนะพึมพำ ทำเอายูกิพ่น เหอะ ออกมาให้รับรู้ว่าได้ยินคำค่อนขอด

"ช่างมันเถอะ ประเด็นคือยัยนั่นไม่ตาย และก็โผล่มาบอกว่าฉันเป็นแวมไพร์" ยูกิพูดพลางโบกมือเป็นสัญญานให้ขับรถต่อ

"แล้วเค้ารู้ได้ยังไงคะ? หากเป็นคนเดียวกับเมื่อคืน คุณไปดูดเลือดให้เค้าเห็นรึคะ" เรนะถาม แต่ก็ค่อยๆขยับรถเดินหน้าไป

"อย่าพูดบ้าๆน่า เธอก็รู้ฉันเป็นยังไง"ยูกิตอบกลับด้วยสายตาดุ ทำเอาคนขับรถถึงกับสะอึก

"ฉันลองอ่านใจดูแล้วก็ไม่ได้ผลด้วย" เธอพูดต่อ

"รึจะเป็นพวกอมนุษย์แบบพวกเรา" เรนะให้ความเห็น

" ประเภทไหนล่ะ? ซอมบี้ฉันก็ทำลายไปหมดแล้ว มนุษย์หมาป่ากับ แม่มดตนสุดท้ายฉันก็ฆ่าไปเมื่อ 300 ปีก่อน ยังไม่เห็นมีรุ่นใหม่สักตน เหลือแต่พวกแวมไพร์ที่เราต้องจัดการกันอยู่หยิบมือนี่ล่ะ"

"อาจจะเป็นมนุษย์ต่างดาวก็ได้นะคะ" ผู้จัดการสาวหน้ากลมให้ความเห็นติดตลก

"ของพรรณนั้นมีจริงที่ไหน" ยูกิยังคงพูดด้วยท่าทีหงุดหงิด "ว่าแต่ช่วยสืบข้อมูลของยัยนั่นให้ด้วยแล้วกัน"

"ใครคะ? " เสียงอยากรู้ดังขึ้นมา

"วาตานาเบะ มายุ"


เรนะถอนหายใจเบาๆ เดาไม่ผิดว่าใครคือคนที่คาชิวากิซังพูดถึงอยู่

ตารางงานเช้านี้ ที่จริงแล้วดาราของเธอต้องถ่ายแบบคนเดียว แต่จู่ๆก็มีใครจากไหนไม่รู้แทรกเข้ามาพ่วงด้วย เป็นหน้าที่ปกติของผู้จัดการอยู่แล้วที่ต้องดูพื้นหลังของเพื่อนร่วมอาชีพคนอื่นเพิ่มเติม เบื้องต้นแล้วก็เป็นเด็กใหม่จริงๆ เพราะไม่เคยปรากฏตามสื่อมาก่อน แต่ในเอกสารที่ส่งมา ทำไมถึงได้เจาะจงมาขอถ่ายแบบคู่กับคาชิวากิซังด้วยก็ไม่รู้

ยังไงก็ตาม คงไม่พ้นเป็นหน้าที่ของเธอที่ต้องทำตามคำพูดของคาชิวากิแบบไม่ขัดขืน ไม่ว่ายังไงความลับร่วมกันของพวกเธอ ก็ต้องถูกซ่อนไว้ให้ไกลจากสังคมปัจจุบันนี้

"รับทราบค่ะ นายท่าน" เรนะตอบด้วยเสียงจริงจัง

"ไม่ว่าผลจะเป็นอะไร ถ้าไม่ใช่มนุษย์ล่ะก็ ต้องล้างเผ่าพันธ์ให้เกลี้ยงเหมือนเดิม..." ยูกิพักสายตาและเอนตัวพิงเบาะหลังไป

...

Share this post


Link to post
Share on other sites
มายุผู้ลึกลับซับซ้อนเธอเป็นใครกันแน่?!
เอะเดี๋ยว เรนะเป็นพวกเดี๋ยวกับกิริน เป็นแวมไพร์ด้วยสินะ*w*
ปล.พี่รินโหดแท้5555

Share this post


Link to post
Share on other sites
เรนะก็เป็นแวมไพร์สิ่นะคะ แต่ขั้นต่ำกว่ากิรินชิมิ
มายุเดายากจัง แต่ที่รู้แน่ๆคือเป็นเนื้อคู่ยูกิแน่นอน คริคริ (โดนตบ)

Share this post


Link to post
Share on other sites

นั้นไง พี่กิรินเริ่มสโตร์กมายุหละ - -"

ใครบอกว่าย้วยเป็นมนุษย์ต่างดาวค่ะ 

ย้วยเป็นCG ต่างหาก วะฮ่ะฮ่า!!!!

Share this post


Link to post
Share on other sites

มายุผู้ลึกลับซับซ้อนเธอเป็นใครกันแน่?!
เอะเดี๋ยว เรนะเป็นพวกเดี๋ยวกับกิริน เป็นแวมไพร์ด้วยสินะ*w*
ปล.พี่รินโหดแท้5555

ตอนนี้เฉลยเรนะแล้วค่า (ไวมาก) 555
แต่มายุนี่ต้องให้พี่กิรินหาคำตอบ
 

เรนะก็เป็นแวมไพร์สิ่นะคะ แต่ขั้นต่ำกว่ากิรินชิมิ
มายุเดายากจัง แต่ที่รู้แน่ๆคือเป็นเนื้อคู่ยูกิแน่นอน คริคริ (โดนตบ)

 ฮาาา ใช่เลยค่า
มายุเดาไม่ยากหรอกค่ะ  ไว้รอดูคำใบ้ที่กิรินพบมาแต่ละอย่างแล้วกันเนอะ

 

ติดตาม....

 ลุ้นๆไปด้วยกันค่ะ 
คนเขียนก็ลุ้นว่าจะเขียนจบลงมั้ยเนี่ย 55
 

นั้นไง พี่กิรินเริ่มสโตร์กมายุหละ - -"
ใครบอกว่าย้วยเป็นมนุษย์ต่างดาวค่ะ 
ย้วยเป็นCG ต่างหาก วะฮ่ะฮ่า!!!!

 

หลังจากนี้จะเปลี่ยนจากแวมไพร์เป็นสโตร์กเกอร์เต็มตัวแล้วค่ะ (เอ๊ะ ยังไง? 555)

 

 

--

มาลงต่อแล้วค่ะ

 

ยูกิฟิกนี้ Like a boss แบบนี้นะคะ

7Hmiqc8.jpg

ถถถถ 

---------------------------------------------------------------

 

ตอนที่ 3

 

"เรียบร้อยแล้วขอบคุณมากค่ะ คาชิวากิซัง"

เสียงนักข่าวสิ้นคำสัมภาษณ์ในช่วงเย็น ทำให้สาวร่างสูงยิ้มแบบธุรกิจตอบกลับไป
เธอลุกขึ้นส่องสายตาหาผู้จัดการคนเดียวของเธอ ที่ยืนรออยู่พร้อมซองเอกสารบางๆชุดหนึ่ง

เมื่อเธอเดินมาหยุดตรงหน้า ผู้จัดการสาว ก็ส่งซองเอกสารในมือให้รับมา

 

ยูกิปรายตามองซองเอกสารนั้น ก่อนจะเอ่ยถาม

"วันนี้มีงานอะไรอีกไหม?"

 

"ไม่มีแล้วค่ะ งานถัดไปพรุ่งนี้ตอนสาย มีออกรายการท๊อกค์โชว์ค่ะ" เรนะไล่ดูตารางงานในสมุดจดเล่มเล็กและตอบไป

 

"งั้นกลับบ้านกันก่อนเถอะ ฉันจวนจะไม่ไหวแล้ว" ยูกิพูดเสียงกระซิบและเดินนำผู้จัดการกลับไปนั่งในรถทันที

 

...ไม่นานนักรถขับมาหยุดที่คฤหาสน์หลังใหญ่ที่ห่างไกลจากในตัวเมืองที่วุ่นวาย ความเงียบสงบดูเป็นส่วนตัวนั้นคือจุดเด่นของบ้านหลังนี้

 

เรนะลงจากรถลงมาเปิดประตูให้นายของเธอ ซึ่งค่อยๆย่างกรายลงจากรถและเข้าตัวบ้านไป

 

เมื่อเดินตามเข้ามา เธอก็เห็นคาชิวากิตั้งใจอ่านเอกสารที่เธอใช้เวลาทั้งบ่ายหามาอยู่บนโซฟารับแขก

พูดว่าหาก็เถอะ แต่จริงๆก็ค้นข้อมูลจากอินเตอร์เนตเท่านั้นล่ะ บวกด้วยการใช้เส้นสายในวงการนิดๆหน่อยๆ ก็เลยได้ข้อมูลเปลือกนอกมาบ้าง สำหรับดาราใหม่แล้ว มันหายากจริงๆนี่นา

 

"หืม? ทายาทของวาตานาเบะกรุ๊ป บริษัทเทคโนโลยีชื่อดังนั่นน่ะเหรอ?" ยูกิอ่านออกเสียงถาม

 

"ใช่ค่ะ แล้วที่สืบทราบมาคือ จริงๆมีข่าวลือว่าทายาทของวาตานาเบะกรุ๊ปทั้งสวยและฉลาด เขียนหนังสือวิชาการจนเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก จนผู้คนอยากเห็นมานานแล้ว แต่ไม่ว่าจะทำเรื่องเชิญเท่าไร เธอก็ไม่เคยออกมาให้สัมภาษณ์ แต่จู่ๆเธอก็ส่งคำตกลงมาว่าอยากเปิดตัวเมื่อเช้าตรู่นี้เอง โดยยื่นคำขาดว่าขอถ่ายแบบคู่กับคาชิวากิซังเป็นอย่างแรก จากนั้นถึงจะยอมให้สัมภาษณ์เรื่องอื่น"

 

"ไม่แปลกที่นิตยสารพวกนั้น ยอมแทรกกำหนดการเพื่อจะกระโดดงับข่าวใหญ่แบบนี้ แต่เหมือนฉันเป็นเหยื่อเลยนะ" ยูกิเหยียดยิ้ม

 

"อ๊ะ มีเบอร์โทรศัทพ์ส่วนตัวด้วยนะคะ" เรนะยื่นนามบัตรของวาตานาเบะ ที่ไปขอมาจากต้นสังกัดถ่ายแบบเมื่อเช้าให้

 

ยูกิรับมามองปราดหนึ่ง ก่อนหยิบโทรศัทพ์ขึ้นมากดโทรออกทันที

เสียงรอสายดังได้ไม่นาน ก็มีเสียงตอบกลับมา

 

" ฮัลโหล? สวัสดีค่ะ"

 

"..." คนโทรเอง กลับไม่คิดจะพูดอะไร แต่ก็ได้รู้ว่าเสียงที่ได้ยินไม่ผิดคนแน่นอน

"ฉันนึกแล้วว่าคุณต้องโทรมา" เสียงถอนหายใจเบาๆ ลอดมา พร้อมกับคำพูดที่ฟังดูมั่นใจนั่นอีกแล้ว

ยูกิกระตุกสายตา เริ่มหงุดหงิดอีกครั้ง ทำไมยัยคนนี้ถึงรู้ไปซะทุกเรื่อง

 

"เรามีเรื่องต้องคุยกัน บอกสถานที่ที่ฉันจะไปจัดการเธอได้มา" เสียงนิ่งเรียบแต่คำพูดแฝงด้วยคำขู่ตอบกลับไป

 

"แหม น่ากลัวจังเลยค่ะ สถานที่ก็ ร้านคาเฟ่.....ดีไหมคะ สักสามทุ่มเนอะ" ถึงจะบอกว่าน่ากลัว แต่น้ำเสียงไม่มีเจือความกลัวแม้แต่นิด

 

"ได้" พูดจบก็กดวางสายไปทันที เธอมองเวลาบนหน้าจอ แสดงเวลาหนึ่งทุ่มกว่าๆ แล้วก็หันไปมองเรนะที่ยืนรออยู่

 

ยูกิหงายมือกระดิกนิ้วเป็นสัญญานให้อีกคนเดินเข้ามา

 

ถึงแม้เวลากลางวันคนคนนี้จะเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเธอ แต่แท้จริงแล้ว มัตสึอิ เรนะ เป็นข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ เป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่ยูกิไว้ใจ และเปลี่ยนเธอเป็นแวมไพร์ด้วยตัวเอง
หลายร้อยปีที่ผ่านมา อาหารของยูกิก็คือเลือดของข้ารับใช้คนนี้เท่านั้น เธอไม่มีวันลดตัวไปดื่มเลือดของแวมไพร์ รึสิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อประทังชีวิตแน่ ยิ่งไปกว่านั้นเลือดมนุษย์ หากเลี่ยงได้ก็จะเลี่ยง เพราะเธอไม่นิยมฆ่าและแพร่ขยายประชากรแวมไพร์ให้มากขึ้น

 

ด้านเรนะเองก็เช่นกันเมื่อกลายเป็นแวมไพร์เธอก็ถูกสอนสั่นและใช้ชีวิตแบบเดียวกับเจ้านายของเธอ ทั้งสองจึงเป็นแวมไพร์ที่ไม่ฆ่ามนุษย์เพื่อเป็นอาหารเด็ดขาด ถึงอาจมีบ้างที่เผลอฆ่านานๆครั้งก็เถอะ

 

เมื่อเรนะขยับเข้ามาใกล้จนได้ระยะ ยูกิก็สาวมือดึงคอเสื้อของคนตรงหน้าลงมาจูบแบบรุนแรง จนผู้ถูกจูบเริ่มเคลิบเคลิ้ม จึงย้ายตำแหน่งของจูบ ฝังเขี้ยวลงไปที่ซอกคอขาวแทน

 

"อึ๊ก"

 

เจ้าของต้นคอที่ถูกกัดซบหน้าลงบนไหล่ของนาย เข่าที่พลันอ่อนตัวลงทำให้ต้องใช้มือนึงค้ำไว้กับโซฟา อีกมือนึงก็รั้งหลังคนที่ดึงคอเธออยู่ไว้เพื่อกันล้ม

แต่ความเจ็บปวดที่แล่นเข้ามา ทำให้เผลอจิกไปบ้างก็มี

 

ไม่นานนักเจ้าของดวงตาดำขลับก็ถอนเขี้ยวออก แต่อีกฝ่ายยังคงสะดุดหายใจอยู่ที่ไหล่ของยูกิ

 

"โทษที เอามาเยอะไปหน่อย เมื่อวานใช้พลังไปเยอะอยู่"

 

"...ไม่...เป็นไร...ค่ะ"

 

"เจ็บเหรอ? นึกว่าสะกดเมื่อครู่จะพอแล้วซะอีก" ถึงแม้หนาตาจะนิ่งเฉย แต่ความอ่อนโยนที่ผ่านออกมาจากน้ำเสียงพร้อมด้วยมือที่ยกมาลูบศรีษะของคนที่ซบอยู่ ก็ทำให้ความเจ็บปวดทุเลาลง

 

"...นิดหน่อยค่ะ" เรนะลอบยิ้มเบาๆ

 

"กัดคืนไปบ้างไหม? " ยูกิถาม

 

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉัน...ยังไหวอยู่" เรนะตอบและดันตัวออกมาจากไหล่ของยูกิ แต่ก็ต้องพบกับฝ่ามือที่จับศรีษะเธอรั้งไวให้ซบหน้าลงตรงที่เดิม

 

"กัดคืนไปเถอะ ถึงแม้ปกติเราจะกินอาทิตย์ละครั้ง แต่คืนนี้ฉันอาจมาขอเธอเพิ่มก็ได้" ยูกิบอกคนที่ซบไหล่อยู่

 

ซึ่งเรนะเข้าใจดีว่าหมายถึงอะไร การดื่มเลือดของพวกเธอก็เหมือนเติมพลังให้ร่างกาย หากใช้ชีวิตธรรมดาไปตามปกติดื่มเลือดครั้งนึงก็จะอยู่ได้ยาวนาน 1-2 อาทิตย์ แต่สำหรับยูกิที่ออกล่าแวมไพร์ การใช้พลังก็เหมือนยิ่งผลาญพลังงานตัวเอง เพราะฉะนั้นที่พูดอย่างนี้ หมายความว่าอาจจะมีการลงมือบ้างเป็นแน่

 

เรนะพยักหน้า และขบเขี้ยวลงที่ไหล่ของเจ้านายเบาๆ ก่อนถอนเขี้ยวออกเพื่อเลียเลือดที่ไหลริน

 

"เด็กดี แล้วพักผ่อนซะนะ" ยูกิพูดและลูบหัวพลางอย่างอ่อนโยน กล่อมให้อีกคนหลับไป
.....

 

--------------------

 

ว้าย เขิน >m<)'' 

ไหนๆเค้าอยู่กันมานาน แอบมี ยูกิเรนะประปรายนะคะ 
 

Share this post


Link to post
Share on other sites
เรนะเป็นทาส(รัก) อิอิ
เชียร์ได้มั้ยคะเนี่ย มายุกวนเกิล5555

Share this post


Link to post
Share on other sites
เอิ่มมม มายุคงจะเป็นหุ่นยนต์จริงๆซะแล้วสิ เป็นลูกของบริษัทเทคโนโลยีด้วย - -"

โอ้ยยยย เขินกับฉากดูดเลือดกันจริง ><

Share this post


Link to post
Share on other sites
ทำไมเราฟินฉากดูเลือดคะ555
นอกใจมายูกิมาเชียร์ยูกิเรนะแปป//อ้าว
ล้อเล่นค่ะ แหม เราก็ต้องเชียร์ย้วยสิ(ถึงจะแอบยูกิเรนะนิดนึงก็เถอะ)555
รึย้วยจะเป็นCGอย่างที่หลายๆคนว่าจริงๆ?!

Share this post


Link to post
Share on other sites

ฟินกับเรนะยูกิอ่ะ อร๊ายยยยยยยยยยยย 55555

 

อ่านแล้วเขินเลย ฮาเร็มของยูกิซินะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

เอ๋ ~!! เราพลาดเรื่องนี้ได้ไงงง 555 พี่กิรินเป็นเเวมไพร์สินะ 

คิดว่าย้วยก็คงมิใช่คน หรือไม่ก็มีพลังพิเศษเเน่เลย กิกิ เขินยูกิเรนะอ่ะ 5555

Share this post


Link to post
Share on other sites

เพิ่งมาอ่านค่ะ โดนดาเมจยูกิเรนะเข้าไปเต็มๆ โบกธงเชียร์คู่นี้ 55

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอนนี้แอบยาวกว่าปกติ เขียนแล้วเพลินดี หวังว่าคงไม่เบื่อกันก่อนนะคะ <3

 


---------------------------------------------------------------

 

ตอนที่ 4

 

ร่างยาวในชุดเสื้อลำลองกับกางเกงวอร์มสีดำสนิท ก้าวขามาหยุดอยู่หน้าร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง ด้วยเวลากลางดึกป่านนี้ที่ผู้คนกลับบ้านกันหมดแล้ว ทำให้ร้านตรงหน้าดูเงียบสงบ คาชิวากิก้าวขายาวๆเข้าไปในร้านและสอดส่องสายตาหาเป้าหมายของเธอ

เธอพบว่าคนในร้านก็ไม่ค่อยมีคนเหมือนภายนอก ทำให้ใช้เวลาไม่นานนักก็เห็นร่างของคนที่ต้องการนั่งอยู่มุมในสุดของร้าน

สาวในฮู้ดสีชมพูส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้เธอ

คาชิวากิย่างกรายตรงไปยังโต๊ะนั้น ทุกย่างก้าวที่เข้าไปใกล้ ก็ทำให้ลูกค่าบริเวณรอบที่มีน้อยอยู่แล้ว พากันย้ายที่หนีอีก

เธอนั่งลงส่งสายตาดุให้กับสาวยิ้มกวนตรงหน้า

"บอกมา เธอรู้อะไรเกี่ยวกับฉันบ้าง" ผู้มาใหม่ชิงพูดก่อน

"อยากรู้ไปทำไมล่ะคะ?" เสียงใสถามพลางเอนหลังพิงเก้าอี้

"ถ้าเธอรู้มากไป ฉันจะฆ่าเธอ" จริงๆแค่เรื่องที่รู้ตอนนี้ ก็เพียงพอให้ปิดปากทันทีแล้วด้วยซ้ำ

"ฆ่าไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ?"

...ก็จริง

คนที่นั่งตรงข้ามยิ้มอย่างร่าเริง กวนประสาทยูกิยิ่งนัก
เห็นอีกฝ่ายนิ่งไปกับคำยอกย้อน วาตานาเบะเลยพูดเสนอข้อแลกเปลี่ยน

"เอาเป็นมาแลกข้อมูลกันไหมคะ? ถ้าคุณบอกมาว่าสืบเรื่องฉันถึงไหนแล้ว ฉันจะบอกคุณเหมือนกันว่าฉันรู้ถึงไหน ถ้าคุณอยากรู้อะไรเกี่ยวกับฉันเพิ่มเติม ก็ต้องให้ฉันถามข้อมูลของคุณแลกกันคนล่ะคำถาม ดีไหม?"

หญิงสาวในฮู้ดใช้สองมือเท้าคางและมองสาวชุดดำด้วยแววตาท้าทาย

ยูกิหลับตาคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ตกลง"

"อ๊ะ คำถามเดียวที่ฉันไม่ขอตอบคือฉันเป็นตัวอะไรนะคะ เรื่องนั้นคุณต้องหาคำตอบเอง"

ยูกิเขม็งสายตาเป็นคำตอบ ให้รู้ว่ากำลังหงุดหงิดที่โดนรู้ทันอีกแล้ว

"แหม ไม่เอาสิ ถ้าเฉลยแต่แรกก็ไม่สนุกสิคะ"สาวน้อยพูดอย่างร่าเริง

"...เธอคือวาตานาเบะ มายุ ทายาทของบริษัทเทคโนโลยีวาตานาเบะ เป็นเด็กอัจฉริยะจบปริญญาเอกด้านวิทยาศาสตร์ เขียนหนังสือวิชาการมากมายเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก และเป็นคนดังในโลกสายวิทยาศาสตร์ แต่เก็บตัวไม่ออกงานสังคมหรือออกแวดวงทีวี จนกระทั่งจู่ๆก็ยื่นเงื่อนไขให้ได้ถ่ายแบบกับฉัน ถึงยอมเปิดตัว"


แปะ แปะ แปะ เสียงตรบมือดังมาจากคนตรงหน้า


"โฮ้โห รู้เยอะมากมายค่ะ อย่างกับหามาจากในกูเกิ้ลรึไม่ก็วิกิพีเดียเลยนะคะ ไม่เอาอายุ ส่วนสูง น้ำหนักมาด้วยเลยล่ะ”

“ผิดจากที่คิดไว้เลยเยอะเลยนะเนี่ย"

ฟังจากน้ำเสียงก็รู้แล้วว่าประชดชัดๆ ยิ่งท่าทีผิดหวังอย่างชัดเจนนั้นยิ่งทำให้คาชิวากิหงุดหงิด

"หวังอะไรไว้ล่ะ" ยูกิพูดอย่างเย็นชา

"คิดว่าแวมไพร์ผู้สูงศักดิ์ น่าจะมีวิธีที่หาข้อมูลดีกว่าเปิดอินเตอร์เน็ตค่ะ" วาตานาเบะพูดตรงๆทำเอายูกิหน้าชา นี่เธอกำลังโดนยัยเด็กนี่ดูถูกอยู่ ยูกิยืนขึ้นและใช้มือยันโต๊ะดังปึงด้วยความโมโห แต่ดีที่พวกเธออยู่มุมอับของร้านจึงไม่มีใครสังเกตนัก

"อ๊ะ แต่ประโยคสุดท้ายที่ว่า ฉันยื่นเงื่อนไขมาถ่ายแบบร่วมกับคุณ นี่ผ่านนะคะ อย่างนี้เค้าเรียกว่าสืบ"

มายุยกนิ้วขึ้นมาทำท่าทางเหมือนชมจริงๆ "แต่ก็นะ ในเวลาแค่นี้ หาเบอร์โทรฉันได้ ...ได้ขนาดนี้ก็ดีแล้วค่ะ ถ้าให้เดาก็คงไม่พ้นนามบัตรที่ฉันทิ้งไว้ให้กับสต๊าฟที่โปรดักชั่นล่ะสิ"

รู้ดีไปหมดทุกอย่าง ยูกิรู้สึกหงุดหงิดใจที่เหมือนแค่เต้นไปตามทางที่เด็กนี่วางไว้ เธอพยายามข่มความโกรธและนั่งลงช้าๆ ไม่งั้นคงได้เผลอพลั้งมืออะไรเป็นแน่แท้

"ทำเป็นพูดดี แล้วเธอรู้อะไรเกี่ยวกับฉันบ้าง" เจ้าของสายตาเย็นชาตอบ

"นั่นสินะคะ เพราะคุณเป็นสิ่งที่เหนือการคาดเดาของฉันมาก ในชีวิตฉันไม่เคยพบอะไรแบบนี้มาก่อน ทำเอาอึ้งไปพักนึงเลย" มายุพูดด้วยสีหน้าชื่นชม

"คืนนั้นฉันเลยขุดข้อมูลคุณเต็มที่ ตามนิสัยนักวิทยาศาสตร์ล่ะเนอะ" สาวน้อยเสยะยิ้ม และหยิบรูปหนึ่งขึ้นจากในเสื้อขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ

"นี่เป็นรูปที่ฉันหาได้ ลงวันที่ไว้เมื่อ 50 ปีก่อน" ยูกิหยิบรูปขึ้นมามอง เป็นภาพสีชืดๆ เบลอๆเสมือนตัดออกมาจากพื้นหลังของหมู่คนทำกำลังเดินผ่านกล้อง ซึ่งมองแล้วก็บังเอิญดูเหมือนเธอ

"เป็นผู้หญิงที่ดูคล้ายคุณมากเลยนะคะ " มายุพูดลอยๆแสดงความเห็น

"บนโลกมีตั้งกี่ล้านคน ภาพก็เบลอ อย่าบอกนะว่านี่เอามาเป็นหลักฐาน" ยูกิดีดภาพในมือกลับลงไปที่โต๊ะ เสยะยิ้มอย่างดูถูก

สาวน้อยยังคงหัวเราะคิกคัก พร้อมล้วงมือหยิบรูปออกมาปึกหนึ่งจากกระเป๋าเป้ที่อยู่ด้านข้าง นำมาวางไล่เรียงกันบนโต๊ะ

"นี่ภาพเมื่อ 80 ปีก่อน อันนี้ 100 130 150 และนี่ 180 ปีก่อน...." มายุไล่ชี้นิ้วไปตามภาพ

บ้างก็เป็นภาพถ่าย ไม่ก็ภาพจากหนังพิมพ์ แต่ทั้งหมดนั้น ปรากฏใบหน้าของเธออยู่ …ครั้งนี้ถึงจะเบลอบ้าง แต่ก็ชัดเจนทีเดียว

"คุณย้ายสถานที่ไปเรื่อยตามช่วงอายุคน เพื่อให้คนรุ่นต่อรุ่นลืมเรื่องราวของคุณไป มีทั้ง อเมริกา รัสเซีย อังกฤษ อิตาลี่..."

"แต่จากหลักฐานและคำบอกเล่าต่างๆที่มีการบันทึกไว้ ฉันพบว่ามีภาพอีกชุดที่มีคุณร่วมอยู่คือ ช่วงสงครามดังๆทั้งนั้น" มายุหยิบรูปอีกปึก ที่เน้นมีแต่ภาพสงครามประวัติศาสตร์ขึ้นมาโชว์

"นี่สงครามโลกครั้งที่ 1 นี่ครั้งที่2 ภาพนี้สงครามเกาหลี และนี่ก็ที่เวียดนาม แต่ล่าสุดที่อีรัก กับสงครามกลางเมืองต่างๆเหมือนคุณจะไม่ได้ไปร่วมนะ... ชอบสงครามรึไงคะ?"

"..." มีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมาจากร่างสูงที่ไล่สายตามองทีล่ะภาพ นี่เธอเผลอตัวไปติดถ่ายภาพมากมายขนาดนี้เลยเหรอ

"อ๊ะ ใช่สิ บางภาพก็มีคนหน้าคล้ายๆผู้จัดการของคุณอยู่ด้วยนะคะ ฉันเพิ่งสังเกตเมื่อเย็นนี้เอง หลังจากได้พบกันเมื่อเช้าน่ะ" สาวน้อยชี้ใบหน้าขาวๆที่คุ้นตา ที่ปรากฏอยู่ในบางภาพให้ดู

เมื่อเห็นคาชิวากิส่งเสียงขู่เล็กน้อยกับสายตาที่อันตรายนั่น เธอจึงเลี่ยงไปพูดหัวข้อถัดไป

"การที่มีคนที่อายุยืนยาว มีพลังเหนือธรรมชาติ และเกี่ยวข้องกับความมืด คงหนีไม่พ้นแวมไพร์ เพราะฉะนั้นฉันเลยไปไล่ลำดับสายวงตระกูลของเจ้าชายวล้าด เทเปซ ผู้เป็นต้นแบบของ เคาท์แดร็กคูล่ามา"
กระดาษอีกหนึ่งใบถูกโชว์ขึ้นตรงหน้า เป็นแผนผังวงตระกูลมาถึงยุคปัจจุบัน

"ฉันไม่ใช่พวกนั้น" เสียงเย็นชาตอบกลับอย่างรวดเร็ว

"ฉันรู้ค่ะ ไม่ปรากฏอะไรที่บ่งชี้ว่าเป็นคุณเลย แต่ถึงอย่างนั้นก็มีสิ่งหนึ่ง..." สาวน้อยในฮู้ดชมพูส่งภาพภาพกระดาษเก่าๆที่มีคำบันทึกข้อความเป็นภาษาโรมาเนียมาวางไว้บนโต๊ะอีกภาพ

"บันทึกจดหมายเหตุ ที่ลงคำตัดสินว่าไม่สมประกอบ เป็นคำบอกเล่าของชาวบ้านที่บอกกับบาทหลวงที่คอยบันทึกความเป็นไปของประวัติศาสตร์สมัยนั้น ถอดความได้ว่า ผู้ที่ทำลายต้นตระกูลวล้าด เทเปซ คือปีศาจผู้หญิงผมดำ นัยต์ตาสีทอง เรียกความตายจากเงาและความมืด เป็นเหล็กแหลมทิ่มแทงศัตรูไป จดหมายเหตุจบลงเท่านี้...

แต่ฉันเดานะว่า ถึงจะเป็นปีศาจแต่ก็เหมือนนางฟ้ามาโปรดชาวบ้านที่กำลังถูกข่มเหงทารุณอย่างไร้เหตุผล เนื่องจากช่วงปีนั้นเป็นช่วงล่าแม่มดด้วย ชาวบ้านก็เลยตอบแทนบุญคุณด้วยการบิดเบือนเรื่องราวของท่านเคาท์แดร็กคูล่าที่กลายเป็นผงไปแล้ว ว่าศพหายไป ทำให้เป็นตำนานมาถึงปัจจุบันแทน"

ยูกิกัดริมฝีปาก พูดไม่ออก เธอรู้ซึ้งแล้วว่าคนตรงหน้าไม่ใช่เด็กน้อยธรรมดาแน่ ร้ายกว่าที่เธอประเมินไหวหลายขุม

"ถ้ารู้เท่านี้ คุณจะต้องฆ่าฉันกี่รอบคะ?" สาวน้อยเว้นระยะจากการพูดยาวนานด้วยน้ำเสียงติดตลก

"ร้อยรอบก็คงไม่พอ" ผู้ถูกถามตอบพร้อมแผ่ออร่าเตรียมสังหารมาเต็มที

สาวน้อยชุดชมพูดหัวเราะ "นั่นสินะคะ ถ้างั้นต่อจากนี้ สงสัยได้ฆ่าตลอดไปแน่"

ยูกิเลิกคิ้วสงสัย นี่ยังจะมีอีกเหรอ?

"ยังไม่หมดนะคะ เพราะฉันยังไม่หายสงสัยว่าคุณเป็นใครและอายุกี่ร้อยปีแล้ว ฉันจึงตามขุดประวัติศาสตร์ต่อ จากข้อสันนิฐานว่าคุณชอบเข้าร่วมสงคราม ฉันจึงย้อนดูบันทึกสงครามทั้งหมดในหอจดหมายเหตุของวาติกัน พบว่าในช่วงสงครามครูเสด ก็มีบันทึกเกี่ยวกับหญิงสาวแม่มดผู้ใช้เงาเหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้นสงครามกรุงโรมสมัยก่อนคริสตศักราช รึในมหากาพย์กิลกาเมชก็มีพูดถึง และก็พบนี่ด้วยค่ะ" เธอยื่นภาพวาดจากยุคเรอเนสซอง ประมาน5-600ปีก่อนให้ดู เป็นภาพผู้หญิงที่ละม้ายคล้ายยูกิเหลือเกิน

...ไม่น่าไปเชื่อแรงยุเรนะให้ไปลองฝีมือจิตรกรเอกมิเคลันเจโลอะไรนั่นเลย ให้ตายสิ


"ลงชื่อภาษาอีตาเลียโนถอดเสียงได้ว่า เคธ-แคทเธอรีน น่ะคะ" สาวตัวน้อยยิ้มหวานให้คนตรงหน้า

"เท่านี้ก็เป็นหลักฐานแล้วว่าคุณอยู่มานานกว่า500ปี น่าเสียตายที่ช่วงก่อนคริสตศักราชนี่ไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่ว่าการที่เห็นคุณตามสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ คุณชอบใส่กางเขนนั่น" มายุใช้สายตามองไปที่ไม้กางเขนสีเงินเด่นกลางอกยูกิ

"...กับอยู่กลางแสงแดดได้ ฉันก็ชักจะไม่แน่ใจแล้วว่าคุณเป็นแวมไพร์จริงรึเปล่า ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของฉันเลยทนไม่ไหว จึงตอบรับคำเชิญนิตยสารพวกนั้นเพื่อมาถามคุณเองในรุ่งเช้า แล้วก็โป๊ะเชะ!" วานานาเบะตีมืออย่างรื่นเริง เสมือนจิ๊กซอว์ที่หามาลงตัว

"นี่เธอหาทั้งหมดนี่มาในคืนเดียวเรอะ" ยูกิถามเสียงนิ่ง แต่ปิดน้ำเสียงปนทึ่งเล็กๆไม่ได้

"ถือว่าเป็นคำถามแรกนะคะ? ใช่ค่ะ แต่ก็กินเวลาทั้งคืนเลยล่ะ" มายุตอบพร้อมรวมหลักฐานต่างๆที่วางบนโต๊ะไว้ให้เป็นกองเดียว

"คำถามของฉันคือคุณเป็นแวมไพร์ แล้วดื่มเลือดรึเปล่า?"

"กิน" คำตอบสั้นๆ แต่ก็ทำให้อีกคนตาลุกวาว เธอล้วงมือไปหยิบสมุดเล่มเล็กในอกเสื้อขึ้นมาจดขยุกขยิกลงไป

ยูกิแอบปรายตามองเล็กน้อยก็เห็นในสมุดนั่นมีลิสท์คำถามยาวเหยียดเลยทีเดียว

...ถ้าอยากรู้อะไร ก็ต้องเล่นตอบคำถามกับสาวน้อยแสนร้ายคนนี้สินะ

"เธอทำได้ยังไง? ที่ขุดข้อมูลขนาดนี้ได้" ยูกิกอดอก เอนหลังพิงเก้าอี้เริ่มผ่อนคลาย เพราะน่าจะถามตอบกันอีกนาน

"เป็นคำถามที่ไม่น่าถามเลยนะคะ ฉันวิจัยด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ การขุดข้อมูล หรือเจาะเข้าไปในฐานข้อมูลต่างๆมันสบายมากอยู่แล้ว"

"ทำไมคุณถึงชอบไปเข้าร่วมสงครามล่ะคะ?"

ยูกิกระตุกคิ้วแปลกใจกับคำถาม ตอบคำถามเฉยๆก็ไม่ได้ มีคำพูดยอกย้อนมาด้วย ยิ่งกว่านั้นนึกว่าจะอยากรู้อะไรเกี่ยวกับพลังเหนือธรรมชาติมากกว่า แต่ดันอยากรู้เหตุผลที่ไปสงครามบ่อยๆเนี่ยนะ?

"มันมีพวกแอบแฝงเยอะ ฉันต้องไปจัดการมัน" เมื่อสายตาเห็นอีกคนที่ยังทำหน้าสงสัย ยูกิจึงพูดต่อ

"พวกหมาป่า แม่มด ซอมบี้ และแวมไพร์สันดานเสีย มันทำให้มนุษย์เสียสมดุล" สาววาตานาเบะตาโตด้วยความตกใจ

"นี่มันเหนือการณ์คาดเดาของฉันจริงๆนะคะเนี่ย ไม่คิดว่าจะมีจริงจนมาได้พบกับคุณนี่ล่ะ" คนพูดใช้ปากกากขีดฆ่าประโยคคำถามที่จดไว้ไปอีกหลายอัน คงเป็นคำถามที่คาดจะถามแต่ได้คำตอบมาเสียก่อน

ยูกิเห็นแล้วก็พลางคิดว่าเธอพลาดท่าเสียไปหลายคำถามน่าดู

"เธอเป็นมนุษย์รึเปล่า?" ยูกิเลือกคำถามถามออกไป

"เอ...เหมือนกับคำถามว่าฉันเป็นตัวอะไรเลยนะคะ ...แต่ว่าใบ้ให้ก็ได้ ถ้าแยกเป็นประเภทระหว่างอมนุษย์แบบคุณ ฉันก็อยู่ฝั่งมนุษย์เดินดินธรรมดาค่ะ"

"ถ้างั้นแล้วทำไมฉันถึงอ่านใจเธอไม่ได้?"

"นั่นเป็นเรื่องที่คุณต้องหาคำตอบเองค่ะ" วาตานาเบะเสยะยิ้มอย่างมีชัย

"ฉันเดานะ จากลักษณะท่าทางของคุณที่เห็นเมื่อวาน คุณกำลังฆ่าแวมไพร์ตนอื่นอยู่ และจากหลักฐานที่ปรากฏตามบันทึกที่ฉันหามา กับคำพูดของคุณเมื่อครู่นี้ แปลว่าคุณกับเพื่อนของคุณคงกำลังกำจัดเผ่าพันธุ์อื่นๆ นอกเหนือจากมนุษย์อยู่ใช่ไหมคะ?"


"..."


"อย่างกับฮีโร่เลยเนอะ"

พอแล้ว กับการสุ่มเสี่ยงที่จะเผยความลับของตนเอง ยูกิเลือกที่จะลุกขึ้นยืนแทนคำตอบ เตรียมเดินออกไป แต่ก็ถูกรั้งไว้ด้วยคำพูดของอีกคน

"อ้าวจะไปแล้วเหรอคะ ฉันมีเรื่องอยากถามอีกเยอะแยะเลย"

“ฉันไม่มีอะไรจะถามแล้ว"

"ไม่อยากจะถาม รึไม่อยากให้ฉันรู้มากไปกว่านี้กันนะ"

โดยไม่มองสีหน้าของคนที่กำลังหงุดหงิด วาตานาเบะเลือกหยิบกระดาษลำดับตระกูลของเคาท์แดร็กคูล่าขึ้นโบกไปมา

"ไม่สนใจจะแลกกับสามคำถามรึคะ ชื่อและที่อยู่ปัจจุบันพร้อมเลยนะ จากนั้นไม่ต้องแลกคำถามแล้วก็ได้ คุณจะถามอะไรฉันก็ตามใจ ฉันจะตามตามที่อยากตอบ"

"ไม่ต้องห่วงค่ะ สามคำถามที่เหลือฉันไม่ล้วงข้อมูลคุณหรอก"

คาชิวากิหลับตาครุ่นคิดชั่วครู่ หากมีคำถามที่เธอไม่อยากตอบก็คงเลือกไม่ตอบได้

"ตกลง" ยูกิยื่นมือไปคว้ากระดาษนั้นทันที

"ที่ฉันสันนิฐานเมื่อครู่ ถูกรึเปล่า?"

"..."

"เงียบถือว่าใช่นะคะ"

ได้รับคำกลับมาเพียงสายตาที่เงียบงัน สาวอัจฉริยะเริ่มรู้แล้วว่า หากถามคำถามที่เธออยากพิสูจน์ต่อไปก็คงได้แต่ความเงียบเป็นคำตอบแน่ เพราะฉะนั้น...

"คำถามต่อไป คุณกลับบ้านยังไงคะ ให้ฉันเดินไปส่งไหม?"

"ฉันไปเองได้ ไม่ต้องยุ่ง!"

สาวตัวร้ายหัวเราะคิกคัก ผิดกับบรรยากาศของอีกคนที่ความหงุดหงิดเพิ่มขึ้นทุกทีเหลือเกิน

" ข้อสุดท้าย มาเป็นเพื่อนกันมั้ยคะ?"

เท่านั้นล่ะ สติเส้นสุดท้ายทีมีก็ขาดผึงทันทีแววตาสีทองปรากฏขึ้นมาพร้อมกับเงาที่ค่อยๆคลืบคลานหมายมาเหนี่ยวรั้งร่างวาตานาเบะไว้ แต่อีกฝ่ายไวกว่าด้วยการล้วงมือไปในกระเป๋าเสื้อ มีเสียงคลิ๊กเบาๆเล็ดลอดออกมา

แสงสว่างวาบขึ้นทันทีทำให้เงาร้ายที่ตั้งใจพุ่งมานั้นถอยร่นกลับไปเป็นเงารูปเดิมของมัน

ถึงจะแปลกใจกับการโต้กลับ แต่นั่นกลับทำให้ความหงุดหงิดของยูกิเพิ่มมากขึ้น

"อย่ามายุ่งกับพวกชั้น!" เธอกดเสียงคำรามขู่ไป

"ใจเย็นเถอะค่ะ คุณไม่อยากให้ความลับรั่วไหลไม่ใช่รึไงคะ?"

วาตานาเบะพูดพลางทำสายตาเป็นสัญญาณให้มองไปรอบๆ

เห็นแล้วก็เป็นไปตามนั้น แม้ลูกค้าจะน้อยแต่เสียงกระทบกระทั่งกันเมื่อครู่ก็ทำให้บางคนหันมาเหล่มองพวกเธอ

"ฉันพยายามช่วยคุณอยู่นะ" พูดพลางก็ล้วงมือเข้าไปควานหาอะไรในกระเป๋าสะพายข้างๆ ทำให้ยูกิถอยหลังตั้งท่าเตรียมพร้อม

สิ่งที่สาวตัวเล็กหยิบออกมาคือไฟแช็ก เธอใช้อีกมือหยิบรูปทั้งหมด แล้วจุดไฟเผาไว้บนจานเขี่ยนบุหรี่ ยูกิยืนมองรูปภาพเหล่านั้นที่ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นขี้เถ้าจนหมดสิ้น…

เหมือนคาชิวากิจะเริ่มวางใจ และรู้สึกได้ว่าคนตรงหน้า ไม่ได้มาร้ายนอกจากแค่อยากรู้เรื่องของเธอเฉยๆ
หากลองคิดในแง่มุมนักวิทย์ศาสตร์แล้ว เมื่อเจออะไรเหนือธรรมชาติก็คงอยากพิสูจน์เป็นธรรมดา เธอปล่อยวางความคิดหงุดหงิดให้ร่างกายผ่อนคลาย และเปลี่ยนสีตากลับเป็นดำสนิทดังเดิม

“เธอตายได้รึเปล่า” เมื่อครู่ครบสามคำถามแล้ว ถ้าสาวตรงหน้ารักษาสัญญาจริง เธอก็ไม่ต้องกังวลเรื่องโดนถามกลับ
แต่ถึงโดนถามกลับมา เธอก็คงเลี่ยงไม่ตอบได้เหมือนเดิมอยู่แล้ว

“ตายได้สิคะ! ฉันก็มีอายุไขเหมือนคนทั่วไปล่ะค่ะ คงไม่ได้อยู่ป่วนคุณนานนักหรอก” คนตอบยิ้มกลับมาเศร้าๆ

“คืนนี้คงหมดเรื่องแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ” พูดจบสาวร่างเล็กก็หยิบกระเป๋าสะพายแล้วลุกเดินนำออกจากร้านไป

...

ยูกิตัดสินใจเดินตามสาวใส่ฮู้ดออกไปห่างๆ เกือบครึ่งชั่วโมงที่เดินผ่านท่ามกลางแสงสว่างไสวกลางเมือง จนเข้าย่านที่อยู่อาศัยที่มีบรรยากาศเงียบสงัด กระทั่งเสียงฝีเท้าข้างหน้าหยุดลงหน้าสวนสาธารณะร้างผู้คนแห่งหนึ่ง
ในค่ำคืนดึกขนาดนี้ จะไม่มีคนอยู่บริเวณรอบก็ไม่แปลกนี่คงเป็นโอกาสอันดีแล้วที่วาตานาบะจะถามเรื่องที่รบกวนใจเธออยู่อย่างสุดท้าย

“เห็นว่าคุณจะกลับตั้งนานแล้ว ตามฉันมาทำไมคะ?” เธอเอ่ยคำถามลอยๆขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ


“พรุ่งนี้เธอมีงานรึเปล่า?” ยูกิถามเสียงนิ่ง


“มีค่ะ” เธอหันตัวกลับมามองคนที่ตามมา


“ที่ไหน?”

“สถานีโทรทัศน์…ค่ะ ทำไมเหรอ?” วาตานาเบะเอียงคอถามอย่างสงสัย
ที่เดียวกันกับที่ฉันต้องไปพรุ่งนี้เลยนี่นะ...

“ฉันว่า ฉันมีวิธีหาคำตอบเรื่องของเธอแล้วล่ะ” แวมไพร์สาวเสยะยิ้ม เธอตวัดมือชี้ไปข้างหน้า พลางปรากฏดาบเงาพุ่งทิ่มแทงไปยังร่างที่ไม่ทันตั้งตัวทันที
ร่างนั้นทรุดลงกับพื้นแน่นิ่งไป ยูกิยืนมองของเหลวสีแดงข้นที่ไหลทะลักออกมาจากรูบนร่างกายที่ไร้การเคลื่อนไหว แล้วก็หันหลังเดินจากไปในความมืด


“แล้วฉันจะรอดู วาตานาเบะ”


“ถ้าเธอบอกว่าตายได้ ฉันก็จะฆ่าเธอจนกว่าจะตายไปจริงๆเอง”

Share this post


Link to post
Share on other sites
โหย ข้อมูลแน่นมากมายุ สุดยอด แต่... โดนแทงอีกหละ - -*
มายุตายได้ด้วย o_O มีเลือดด้วย แต่เรายังคิดว่าเป็น CG อยู่นะ 555555
พี่รินก็โหดเกิ๊น เห็นเงียบๆก็ใจร้อนเหมือนกันนะคะนิ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอบคอมเม้นท์ตอนสามค่า
 

เรนะเป็นทาส(รัก) อิอิ
เชียร์ได้มั้ยคะเนี่ย มายุกวนเกิล5555

เชียร์บ่อยๆอาจมีโผล่มาประปรายค่ะ 555 
ชอบคู่นี้เหมือนกัน <3

 

เอิ่มมม มายุคงจะเป็นหุ่นยนต์จริงๆซะแล้วสิ เป็นลูกของบริษัทเทคโนโลยีด้วย - -"

โอ้ยยยย เขินกับฉากดูดเลือดกันจริง ><

คนเขียนก็เขินนะคะ 555

 

ทำไมเราฟินฉากดูเลือดคะ555
นอกใจมายูกิมาเชียร์ยูกิเรนะแปป//อ้าว
ล้อเล่นค่ะ แหม เราก็ต้องเชียร์ย้วยสิ(ถึงจะแอบยูกิเรนะนิดนึงก็เถอะ)555
รึย้วยจะเป็นCGอย่างที่หลายๆคนว่าจริงๆ?!

เชียร์มากๆเดี๋ยวเปลี่ยนคู่กลางคันนะคะ
* ไม่ใช่ล่ะ!

ย้วยคาดว่าอีกไม่กี่ตอนก็คงเฉลยแล้วค่า เดาไม่ยากจริงจริ๊ง (ฮา)
 

ฟินกับเรนะยูกิอ่ะ อร๊ายยยยยยยยยยยย 55555

 

อ่านแล้วเขินเลย ฮาเร็มของยูกิซินะ

 

มาลองอ่านดู เหมือนฮาเร็มขุ่นแม่จริงๆด้วยค่ะ ฮาาา

 

เอ๋ ~!! เราพลาดเรื่องนี้ได้ไงงง 555 พี่กิรินเป็นเเวมไพร์สินะ 

คิดว่าย้วยก็คงมิใช่คน หรือไม่ก็มีพลังพิเศษเเน่เลย กิกิ เขินยูกิเรนะอ่ะ 5555

เพิ่งมาอ่านค่ะ โดนดาเมจยูกิเรนะเข้าไปเต็มๆ โบกธงเชียร์คู่นี้ 55

เค้าว่าเอามาหยอดแทรกเฉยๆ แต่เหมือนมีคนโดนดัมเมจคู่นี่กันถ้วนหน้า ฮาๆ
เขิน เขิน

Share this post


Link to post
Share on other sites

“ถ้าเธอบอกว่าตายได้ ฉันก็จะฆ่าเธอจนกว่าจะตายไปจริงๆเอง” โหยย กิรินอย่างโหด O_O
มายุนี่ก็สุดยอดเลย หาข้อมูลมาได้เยอะขนาดนี้ 


ปล. เอายูกิเรนะมาแทรกบ่อยๆนะคะ อิอิ //โดนมายุถีบกระเด็น xP

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now