[Fic]Inexplicable Rival/Lover? (MaYuki+Rena) PG | - Summer Special - | Hanabi - 2015.07.27 [END]

477 posts in this topic

เอ่อออออออออออ พี่ยูกิจะโหดไปไหนคะ

 

ตอนแรกนึกว่าจะไม่ฆ่าแล้วนะ ดันฆ่าเฉยเลย 55555555555

 

ไรเตอร์คะสนใจเปลี่ยนมาเป็นคู่เรนะยูกิแทนไหมคะ#เป่าหูไรเตอร์ 

Share this post


Link to post
Share on other sites
ต๊าย ตัวตนมายุยังคงเป็นความลับ
ยูกินิ่ไม่ได้เรื่องเลยค่ะ ตัวเองโดนรู้ความลับฝ่ายเดียว ไม่ดีเลย 55555555
เดาว่ามายุคงไม่ยอมตายง่ายๆ

ป.ล. เรนะเป็นทาสรักมานานแล้วสิ่นะคะ รักมั่นคงดีจริงๆ อรั้ยย XD

Share this post


Link to post
Share on other sites
ก็ว่ากิรินสโตรกเกอร์แล้ว...ย้วยนี่โคตรของโคตรสโตรกเกอร์เลย!
ย้วยลุคเนสึมิมาก555อ่านปุ๊บนึกถึงทันที
เอาเป็นว่าเราจะมานับครั้งที่พี่รินฆ่าย้วยกัน จะเยอะขนาดไหนเชียว555
ปล.จริงๆแล้วย้วยสร้างโคลนของตัวเองไว้?!//ไม่ใช่แล้ว

Share this post


Link to post
Share on other sites
พี่กิรินนี่แอบโหดนะเนี่ยย จะฆ่าย้วยจนตายเลยเรอะ ย้วยนี่แบบรู้ลึกนู้จริง รู้ถึงตับไตใส้พุง 555 ย้วยนี่ร้ายใช่ย่อยเลยย พี่กิรินอย่างเท่ 555

Share this post


Link to post
Share on other sites

---------------------------------------------------------------

 

ตอนที่ 5

 

"และนี่ก็คือ คาชิวากิ ยูกิซังนะครับ! ขอบคุณที่มาร่วมเล่าประสบการณ์กับพวกเราในวันนี้"

 

เสียงตรบมือดังมาจากฝั่งผู้นั่งชมกึงก้อง ครู่หนึ่ง ผู้กำกับรายการก็สั่งคัทจบรายการ ยูกิลุกขึ้นยืนและโค้งขอปลีกตัวออกมา

 

"กลับเลยไหมคะ?" ผู้จัดการสาวที่ยืนรออยู่มุมหนึ่งของห้องส่งเอ่ยถาม

 

"ไม่ล่ะ รอดูก่อน" ยูกิตอบนิ่งๆ "กำหนดการณ์ของวาตานาเบะมีอะไรบ้างนะ"

สาวหน้ากลมหยิบสมุดจดเล่มเล็กขึ้นมาเปิดดู

 

"อีกครึ่งชั่วโมงมีถ่ายสัมภาษณ์เปิดตัวที่นี่ค่ะ หลังจากนั้นก็เป็นอาทิตย์หน้า ให้สัมภาษณ์ลงหนังสือวิทยศาสตร์"

แม้จะเป็นผู้จัดการประจำตัวคาชิวากิ แต่เมื่อเจ้านายเธออยากรู้อะไรก็ต้องหามา เพราะฉะนั้นตอนนี้ เรนะจึงเสมือนควบสโตรกเกอร์วาตานาเบะไปโดยปริยาย

 

"ดูไม่ค่อยรับงานเนอะ สำหรับคนที่บอกว่าจะเปิดตัว" ยูกิพูดลอยๆ

 

"ก็อาชีพหลักของเค้าคือนักวิทยาศาสตร์นี่คะ จะให้มาเป็นดาราเต็มตัวก็เสียดายความรู้ที่มีหมด" เรนะตอบซื่อๆ

 

"มัตสึอิซัง...ถึงเธอแลดูเชื่อฟังฉันก็เถอะ แต่ร้อยปีหลังมานี่รู้สึกจะปากร้ายมากขึ้นนะ" คาชิวากิเหล่ตามองดุๆ เธอพูดด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน

ผู้จัดการสาวหัวเราะเบาๆ

 

"รู้รึเปล่าว่าวาตานาเบะมาสัมภาษณ์เรื่องอะไรบ้าง?" คาชิวากิมองข้ามเสียงหัวเราะนั้น เพราะต่างรู้ดีว่าคำพูดถึงเสียงดุแต่ก็ไม่ได้จริงจัง

 

"เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัว และก็งานวิจัยล่าสุดที่เพิ่งได้รับรางวัลมาค่ะ"

 

"คิดว่ายัยเด็กนั่นจะมาไหม?" ยูกิกระซิบถาม

 

"ไม่รู้สิคะ ฉันเพิ่งรู้จักเธอเอง แต่ดูลักษณะแล้วก็ไม่น่ามาสายนะ"

 

...ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น ยูกิกุบขมับกับความซื่อของผู้จัดการสาว

 

"อ๊ะ จวนได้เวลาเตรียมกองถ่ายแล้วค่ะ ถ้าจะรอดูก็ไปนั่งดูตรงที่นั่งผู้ชมข้างหลังดีกว่านะคะ จะได้ไม่รบกวนคนอื่นเค้า"

 

ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการส่วนตัว รึข้ารับใช้ มัตสึอิ เรนะก็ยังทำหน้าที่ของเธอได้ดีเสมอ

 

ยูกิเดินตามเรนะไปนั่งยังที่นั่งคนดูข้างหลังอย่างว่าง่าย แม้จะมีสต๊าฟบางคนแปลกใจที่เห็นดาราดังอย่างยูกิอยู่หลังเลิกกอง แต่ก็ไม่มีใครเอะใจถาม คาชิวากิเฝ้ามองความเคลื่อนไหวของผู้คนที่กำลังเปลี่ยนแปลงฉากตรงหน้าให้เข้ากับรูปแบบของรายการ

 

ใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็เรียบร้อย สต๊าฟบางส่วนเดินออกไปตามผู้ดำเนินรายการเข้ามา เสียงผู้กำกับถามกับสต๊าฟขึ้นมาเสียงดัง

 

"คุณวาตานาเบะยังไม่มาอีกเรอะ!" คาชิวากิมองตามเสียงนั้น ก็พบภาพผู้กำกับกำลังโมโห กับสต๊าฟที่ก้มหัวประหลกอยู่

 

"ติดต่อไม่ได้เลยตั้งแต่เมื่อวานครับ" เสียงอ่อยๆตอบมา

 

แต่เมื่อทำอะไรไม่ได้นอกจากรอ ผู้กำกับเลยเดินไปนั่งที่เก้าอี้รออย่างหงุดหงิด

 

คาชิวากิเสยะยิ้ม แปลว่าเมื่อวาน เธออาจลงมือสำเร็จก็ได้...

 

เวลาผ่านไปช้าๆ ความกดดันของทีมงานที่เพิ่มมากขึ้น และรอยยิ้มกระหยิ่มใจของคาชิวากิที่รอคอยคำตอบที่หา เวลาตอนนี้ที่เลยกำหนดการณ์ไปเกือบห้านาทีแล้ว ทำให้สถานการณ์ตรงหน้าตึงเครียด

 

ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่การถ่ายทอดสด แต่ถ้าผิดพลาดไปก็เสียหายหลายอย่างอยู่

 

แต่แล้วบรรยากาศอึดอัดทั้งหมดก็ได้พังทลายลง เมื่อมีเท้าคู่เล็กๆก้าวเข้ามา บุคคลนั้นโค้งขอโทษสต๊าฟทุกคน และเดินไปนั่งในฉากที่จัดรายการ เนื่องจากเวลาที่เสียไปมีจำกัด ทางผู้กำกับจึงสั่งให้ถ่ายทำเลยทันที ถึงแม้วาตานาเบะจะไม่ได้เป็นนักแสดงมืออาชีพ แต่ก็เป็นคนดังคนนึงในสังคมไฮโซที่ออกกล้องได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เค่อะเขิน จนไม่น่าเชื่อเลยว่าเป็นการออกกล้องครั้งแรกทำให้การถ่ายทำที่ถึงแม้จะล่าช้าแต่ก็ดำเนินไปด้วยดี

 

เมื่อจบการถ่ายทำ ทุกคนยิ้มอย่างพอใจ ผู้ชมหน้าม้าก็ปรบมือแสดงความยินดี ผู้กำกับและสต๊าฟทุกคนก็กลับมาเฮฮากันเหมือนเดิม เว้นอยู่คนหนึ่งที่หุบยิ้มทำหน้าบึ้งตั้งแต่ที่อีกคนเดินเข้ามา...

 

"เธอจะปรบมือกับเค้าด้วยทำไม เรนะ" ยูกิเอ่ยเสียงดุกับคนข้างๆที่กำลังตั้งใจปรบมือด้วยหน้าตาชื่นชม

 

"อ้ะ อ่าว เอ๋? คาชิวากิซังไม่ทึ่งเหรอคะ เค้าออกจะเก่งขนาดนั้น" ผู้จัดการสาวถามด้วยสีหน้าซื่อๆ

 

นี่ลืมไปแล้วรึว่าคนที่กำลังชื่นชม เป็นตัวอันตรายต่อการเผยความลับของพวกเธอ

 

"ช่างเถอะ กลับกันได้แล้ว!" คาชิวากิพูดพลางฉุดข้อมืออีกคนให้ลุกขึ้นตาม

 

ช่วงเวลาที่หันไปคุยกันครู่เดียวนั่นทำให้เธอไม่ทันสังเกตว่ามีคนหนึ่งเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ เมื่อหันหน้ากลับมาสบตากัน ทำให้คาชิวากิจิ๊ปากเล็กน้อย

 

"สวัสดีอีกรอบค่ะ คุณคาชิวากิ" วาตานาเบะ มายุทักทายเสียงใส แม้จะโดนสายตาอาฆาตตอบกลับมา ก็ไม่ทำให้รอยยิ้มนั้นจางลงไป ผิดกับผู้จัดการข้างหลังที่ทำหน้าตื่นเต้นที่ได้เจอคนที่หลงใหล

 

"สะ สวัสดีค่ะ วาตานาเบะซัง ฉันชอบทฤษฎียืดระยะวัยเด็กของคุณมากๆเลยค่ะ!" ผู้จัดการสาวหน้าขาว ยื่นมือสั่นๆออกมาเพื่อขอจับมือกับคนที่ชื่นชม

 

"สวัสดีเช่นกันค่ะ คุณมัตสึอิ" มายุที่เห็นท่าทีนั้นก็ได้แต่อมยิ้ม "วัยเด็กเป็นวัยที่ได้รับการเรียนรู้ดีที่สุด ถ้าเรายืดช่วงการเรียนรู้ของสมองไปได้ล่ะก็ จะทำให้เด็กๆรุ่นหลังเรียนรู้ได้รวดเร็วมากขึ้นค่ะ ดีใจจังที่คุณสนใจ"

 

"ขนาดยังไม่ออกอากาศ แต่ฉันว่าฉันเป็นแฟนคลับคุณแล้วล่ะ!" เรนะพูดอย่างร่าเริง

 

"ขอบคุณมากค่ะ" วาตานาเบะยิ้มตอบอย่างแสดงไมตรี ถึงเธอจะรู้อยู่แก่ใจว่าคนตรงหน้าก็เป็นแวมไพร์ แต่ท่าทางที่แสดงออกมาอย่างเป็นมิตร ช่างดูผิดกับอีกคนยิ่งนัก แปลว่าอมนุษย์พวกนี้ ก็ไม่ได้ดุร้ายเสมอไป

 

"เลิกคุยไร้สาระกันได้แล้ว! กลับ!"คาชิวากิตะคอกเสียงดุ และดึงแขนของผู้จัดการสาวให้เดินตามไป มัตสึอิ มองมือที่โดนดึงให้หลุดออกอย่างเสียดาย

 

"คาชิวากิซังคะ" เสียงเล็กๆเรียกรั้งไว้ ทำให้อีกคนสะดุดกึกรอฟัง สาวที่ตัวเล็กกว่า เดินอ้อมตามมาดักหน้าคนสูงกว่าไว้

 

เธอยื่นกระดาษเล็กๆที่มีตัวเลขชุดหนึ่งมาให้ยูกิ ที่หรี่ตามองแบบสงสัย

 

"เบอร์โทรศัพท์ใหม่ของฉันค่ะ เมื่อวานคุณเล่นซะพังไปเลย" พูดพลางหยิบซองพลาสติกสำหรับเก็บหลักฐานให้ดู ข้างในมีซากวัตถุที่เคยเป็นโทรศัพท์มือถืออยู่

 

ผู้จัดการสาวที่อยู่ข้างหลัง้ห็นก็ทำหน้าแหยงขึ้นมาทันที ไม่อยากนึกภาพเลยว่าเมื่อวานสาวน้อยคนนี้โดนไปหนักขนาดไหน

 

"ท่าจะเจ็บนะคะเนี่ย " เรนะพึมพำแบบหวาดๆ

 

วาตานาเบะส่ายหัวและยิ้มเล็กน้อยให้กับเรนะ แต่ก็หันมาสบตากับคนหน้าเหวี่ยงเหมือนเดิมก่อนพูดต่อ

 

"เดี๋ยวติดต่อฉันไม่ได้จะร้องไห้เอาน้า" สาวน้อยพูดด้วยน้ำเสียงกวนประสาท

 

โดยไม่รอให้ถูกกวนประสาทไปมากกกว่านี้ ยูกิคว้าข้อมือสาวตัวเล็กอีกคน และลากทั้งคู่ออกไปยังที่จอดรถ เมื่อถึงเธอก็เปิดประตู และโยนทั้งสองคนไปยังเบาะหลัง ส่วนตัวเธอนั้นดึงเอากุญแจจากในกระเป๋าเรนะก่อนที่จะขึ้นไปยังที่นั่งคนขับแล้วบึ่งรถออกไป

 

ไม่ว่าเสียงเครื่องยนต์จะดังขนาดไหน รถจะขับเร็วสักเท่าไร ก็ไม่ได้ทำให้เสียงคุยกันคิกคักข้างหลังสงบลงแม้แต่นิด ขนาดลองแผ่ออร่ามืดก็แล้ว ยัยผู้จัดการสาวกับสิ่งมีชีวิตปริศนาที่คุยกันถูกคอหาได้สนใจเธอไม่

 

ความหงุดหงิดที่มากขึ้นสวนทางกับความอดทน ยิ่งทำให้คาชิวากิเหยียบคันเร่งจนมาถึงทะเลที่มีหน้าผาสูงเห่งหนึ่ง

 

เธอหยุดรถและเปิดประตูลงไป สองสาวที่เห็นดังนั้นก็ลงจากรถตาม

 

แรงลมและเสียงคลื่นกระทบฝั่ง รวมกับแสงอาทิตย์ยามเย็น ทำให้ทะเลตรงหน้าสวยงาม สาวทั้งสองคนที่ไม่ได้ตั้งใจมา ยืนหยุดชมทิวทัศน์อย่างรื่นเริง

 

"ว้าว ตอนแรกก็กังวลอยู่ ไม่คิดเลยนะคะว่าคุณคาชิวากิจะใจดีพามาเที่ยวด้วย" สาวน้อยหัวเราะคิกคักชอบใจ

กับผู้จัดการสาวที่พยายามจะไปส่องดูปลายหน้าผาอย่างสนอกสนใจ

 

"เรนะ! มานี่!" คาชิวากิตะโกนเรียกข้ารับใช้สาว "แล้วก็เธอ ยัยหนู อย่าคิดจะหนีเชียวนะ"

 

วาตานาเบะหัวเราะคิกคัก แต่ก็เดินกลับไปหลังรถตรงที่คาชิวากิตะโกนเรียกพร้อมกับเรนะ เธอเห็นคนดุเปิดประโปรงหลังรถขึ้นมา จึงแอบไปส่องดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น

 

"น่ะ นี่มันอะไรกันคะ!" สาววาตานาเบะร้องเสียงหลง ภาพที่เห็นคือเครื่องทรมานมากมายหลายรูปแบบ ทั้งเหล็กแหลม ค้อน ตะบอง กับดัก ต่างๆนาๆที่ถูกยัดไว้รวมกัน

 

"เรนะ จับวาตานาเบะไว้ อย่าให้หนี!" ผู้เป็นนายออกคำสั่ง ร่างกายของข้ารับใช้ก็ขยับตามปฏิกริยาอัตโนมัต มัตสึอิ เรนะ คว้าข้อมือสาวตัวเล็กที่อยู่ข้างๆไขว้หลังทันทีและเตะตัดเข่าให้ทรุดลง

 

วาตานาเบะพยายามสลัดการรัดกุม แต่ด้วยพลังที่เหนือกว่าของอมนุษย์ ไม่ได้ทำให้เรนะระคายเคืองเท่าไรนัก เมื่อจะดันขาลุกขึ้นก็โดนอีกมือที่ว่างอยู่กดไหล่ไว้ เมื่อลองสังเกตทิศทางที่วาตานาเบะพยายามจะไป ไม่ใช่ทางอื่นกลับเป็นท่าทีที่จะไปดูของหลังรถให้ได้ เรนะไม่ได้ตั้งใจทำร้ายเพียงแค่ทำตามคำสั่งจึงแอบผ่อนแรงให้เล็กน้อย

 

"นั่นมัน Heretics fork! เครื่องทรมานสมัยศตวรรษ์ที่ 14!"

 

"นั่นก็Spanish tickler! จากยุคกลาง! ของจริงรึเปล่าคะ!"

 

คาชิวากิกุมขมับ ยัยวาตานาเบะนี่สมแล้วที่เธอให้คำจำกัดความว่าสิ่งมีชีวิตปริศนา เรนะหัวเราะคิกคักและกระซิบคำตอบ ยิ่งทำให้วาตานาเบะตาโตและพยายามจะดิ้นให้หลุดเพิ่อมาดูให้ได้

 

ข้ารับใช้ของเธอหันมาถามด้วยสายตาว่าจะให้ทำอย่างไร ซึ่งคาชิวากิก็ตอบด้วยสายตาดุกลับไป 'จับไว้นั่นล่ะ'

 

ครู่นึงผู้เป็นนายก็โยนเชือกหนาๆเส้นหนึ่งตรงหน้าเธอ ทั้งเรนะ และวาตานาเบะหยุดดิ้นและมองด้วยแววตาสงสัย

 

"มัดไว้ ทั้งขาและแขนเลย" คาชิวากิออกคำสั่ง

 

คนที่ได้ยินทั้งคู่ทำตาโต

 

"เอาจริงเหรอคะ คาชิวากิซัง" สาวผู้จัดการเอ่ยถาม แต่ก็ออกแรงจับไหล่กับข้อมือของคนที่เริ่มดกลับมาดิ้นอีกครั้งให้มากขึ้น

 

"จะโยนลงน้ำเหรอ ไม่เอานะ อุ๊บ!!" โวยวายได้ไม่เท่าไร ก็มีเงามืดผุดขึ้นมารัดปากเธอไว้

 

"มัด! เดี๋ยวนี้!" คาชิวากิพูดเสียงดังขึ้น แววตาเริ่มเปลี่ยนสี อำนาจสั่งการที่มากขึ้นทำให้เรนะไม่อาจขัดได้

 

เธอดึงเชือกมามัดสาวน้อยร่างบาง ทั้งมือและขาตามคำสั่ง

 

ถ้าใครมาเห็นตอนนี้นี่ ไม่รู้จะได้ลงข่าวหน้าหนึ่งสักกี่วัน

 

"อุ้มไป!" ผู้เป็นนายออกคำสั่ง

 

เรนะอุ้มวาตานาเบะที่ยังคงดิ้นเดินตรงไปยังปลายหน้าผา สายลมกรรโชกยามใกล้ค่ำ เปลี่ยนความสวยงามให้เป็นความน่ากลัว

 

"อย่าบอกนะว่าเธอกลัวน้ำ วาตานาเบะ" ยูกิเสยะยิ้มอย่างน่ากลัว เธอเดินตามไปหยุดอยู่กึ่งกลางหน้าผา แต่ยังคงสั่งให้เรนะเดินต่อไปจนสุดทาง เมื่อสุดพื้นหยั่งที่คนจะก้าวได้ ข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ ก็หันกลับมารอคำสั่ง

 

"ดูเหมือนเธอมีอะไรอยากพูดนะ วาตานาเบะ ฉันจะให้โอกาสเธอ" สาวร่างสูงดีดนิ้ว คลายพลังที่ปิดปากอีกคนอยู่

 

เมื่อเงารัดหายไป มายุก็หยุดดิ้นและหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ก่อนจะพูดทั้งที่ยังอยู่ในอ้อมแขนเรนะ วาตานาเบะหันมาทางคนร่างสูงด้วยสายตาขอร้องว่า...

 

"...ช่วยหยิบโทรศัพท์ฉันออกก่อนได้ไหมคะ เพิ่งซื้อมาใหม่เอง"

 

"โยนลงไปเดี๋ยวนี้!!"

 

"...ขอโทษนะคะ วาตานาเบะซัง" เรนะกระซิบเสียงอ่อยๆ แล้วก็ปล่อยร่างบางที่อยู่ในอ้อมแขน ให้ตกลงสู่ทะเลเบื้องล่างไป

 

 

มีเพียงเสียงร้องโหยหวนเล็กน้อย ก่อนจะมีอีกเสียงหนึ่งตามมา

ตูมม
.......

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอบคอมเมนต์ตอน 4 ค่า

 

 

โหย ข้อมูลแน่นมากมายุ สุดยอด แต่... โดนแทงอีกหละ - -*
มายุตายได้ด้วย o_O มีเลือดด้วย แต่เรายังคิดว่าเป็น CG อยู่นะ 555555
พี่รินก็โหดเกิ๊น เห็นเงียบๆก็ใจร้อนเหมือนกันนะคะนิ

จุดเดือดตํ่ามากค่ะ ขี้โมโหสุดๆ :P

 

“ถ้าเธอบอกว่าตายได้ ฉันก็จะฆ่าเธอจนกว่าจะตายไปจริงๆเอง” โหยย กิรินอย่างโหด O_O
มายุนี่ก็สุดยอดเลย หาข้อมูลมาได้เยอะขนาดนี้ 


ปล. เอายูกิเรนะมาแทรกบ่อยๆนะคะ อิอิ //โดนมายุถีบกระเด็น xP

ยูกิเร เดี่ยวแอบแทรก แน่นอนค่ะ <3

*โดนถีบอีกคน
 

เอ่อออออออออออ พี่ยูกิจะโหดไปไหนคะ

 

ตอนแรกนึกว่าจะไม่ฆ่าแล้วนะ ดันฆ่าเฉยเลย 55555555555

 

ไรเตอร์คะสนใจเปลี่ยนมาเป็นคู่เรนะยูกิแทนไหมคะ#เป่าหูไรเตอร์ 

อย่าเป่ามากค่ะ เดี๋ยวเปลี่ยจริง
** ไม่ชั่ยส์!

 

ต๊าย ตัวตนมายุยังคงเป็นความลับ
ยูกินิ่ไม่ได้เรื่องเลยค่ะ ตัวเองโดนรู้ความลับฝ่ายเดียว ไม่ดีเลย 55555555
เดาว่ามายุคงไม่ยอมตายง่ายๆ

ป.ล. เรนะเป็นทาสรักมานานแล้วสิ่นะคะ รักมั่นคงดีจริงๆ อรั้ยย XD

เค้าอยู่กันมานานมากค่ะ 555

มายุล้วงความลับเก่งมาก
 

ก็ว่ากิรินสโตรกเกอร์แล้ว...ย้วยนี่โคตรของโคตรสโตรกเกอร์เลย!
ย้วยลุคเนสึมิมาก555อ่านปุ๊บนึกถึงทันที
เอาเป็นว่าเราจะมานับครั้งที่พี่รินฆ่าย้วยกัน จะเยอะขนาดไหนเชียว555
ปล.จริงๆแล้วย้วยสร้างโคลนของตัวเองไว้?!//ไม่ใช่แล้ว

ฮ่าาาา ตอนเขียนก็นึกถึงลุคนั้นค่ะ ฉลาด แกมโกง 555

 

พี่กิรินนี่แอบโหดนะเนี่ยย จะฆ่าย้วยจนตายเลยเรอะ ย้วยนี่แบบรู้ลึกนู้จริง รู้ถึงตับไตใส้พุง 555 ย้วยนี่ร้ายใช่ย่อยเลยย พี่กิรินอย่างเท่ 555

คนนี้แม่แอบแล้วค่ะ 555 โหดเสมอต้นเสมอปลาย
มายุก็ล้วงข้อมูลโห๊ดโหด แข่งกันเลย

 

 

---

ขอบคุณที่ท่านที่ตามอ่านค่ะ ฮาา
จะพยายามปั่นปล่อยเรื่อยๆนะค๊า XD

Share this post


Link to post
Share on other sites
อ๊ายยย กริ๊ดดดด ชอบค่ะชอบ ><
ยูกิหึงเรนะหรือมายุค่ะนั้นโกรธเชียว #ไม่ใช่ประเด็น
บอกแล้ว มายุเป็นM อย่าทรมานเยอะ ย้วยชอบ5555
จะโดนถ่วงน้ำแล้วยังไปกวนเค้าอีกนะ โทรศัพท์นั้นมั่นใจนะว่าซื้อมาหนะ
และสุดท้าย แอบเห็นมีคนว่ามายุโคลนตัวเองไว้ อันนี้ก็น่าคิดค่ะ แต่เรายังชอบ CG อยู่ 555555 #โดนพี่กรแทง

Share this post


Link to post
Share on other sites

โอ้ยย้วยกวนประสาทดีแท้55555

ย้วยเป็นM?!ก็ว่าทำไมชอบให้พี่รินอารมณ์เสียลงไม้ลงมือทุกที//ไม่ใช่!

อ่านไปก็แอบฮาย้วยโอกาสสุดท้ายที่ได้พูด ดันพูดเรื่องมือถือ ก็ดีค่ะ555555

Share this post


Link to post
Share on other sites

สมควรแล้วค่ะที่จะโดนฆ่าซ้ำๆ คือกวนตีนมากจริงๆ 5555555555555555

Share this post


Link to post
Share on other sites

อ่านแล้วแอบสงสารพี่กิริน 55555555555555

 

ย้วยกวนมากค่ะ

 

ส่วนเรนะคะเก็บอาการปลื้มมายุไว้หน่อยค่ะ เดี๋ยวพี่กิรินหึงนะ หืมมมมมมมมมมมมมมมม 55555

Share this post


Link to post
Share on other sites
มายูกินี่มันคู่ SM ชัดๆ!! กิรินโหดดด
แต่มายุก็กวนเกิ๊น สมควรโดน 55
มาต่อไวๆนะคะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

นั่นน ถูกพี่กิรินฆ่าอีกครั้งนึงเเล้ว ย้วยย ~ รอบนี้จะรอดมายังไงล่ะเนี่ย -3-

เฮียนี่ขนาดเป็นแฟนคลับยังอุตส่าห์ทำร้ายย้วยได้ลงคอ 5555 

Share this post


Link to post
Share on other sites

ย้วยคะสมควรโดนแล้วค่ะ กวนชะขนาดนั้น

แล้วไอ้เครื่องทรมานต่างๆนาๆจะเอาออกมาทำไม สุดท้ายก็โยนลงน้ำ

Share this post


Link to post
Share on other sites

กว่าจะจบเรื่องยูกิรินคงหาวิธีฆ่ามายุได้เป็นสิบๆครั้งล่ะมั้งเนี่ย

Share this post


Link to post
Share on other sites

---------------------------------------------------------------

 

ตอนที่ 6

 

"...นักวิทยาศาสตร์ ...อัจฉริยะ ...ทายาทบริษัทเทคโนโลยี ฆ่าเท่าไรก็โผล่มาได้ทุกที เธอว่าเป็นตัวอะไรกันแน่"

 

 

"...ไม่รู้สิคะ"

 

"อ่านใจก็ไม่ได้ ลบความทรงจำก็ไม่ได้ ฉลาดเป็นกรด ฆ่าเท่าไรก็โผล่ออกมาได้อีก..."

 

"...นั่นสินะคะ"

 

"รึว่าจะเป็นโคลนนิ่ง?"

 

"...ไม่รู้สิคะ"

 

.....

 

"...เรนะ เมื่อไรเธอจะเลิกงอนฉันสักที" เสียงนายสาวดังขึ้นแบบหมดความอดทน

 

 

"...ไม่รู้สิค- เอ้ย! ไม่ได้งอนสักหน่อยค่ะ" สาวตาโตส่ายหัวปฏิเสธเป็นพัลวันอยู่หลังโซฟาที่มีเจ้านายสาวนั่งอยู่

 

 

"ไม่จริง เธอดื้อกับฉันมาตั้งแต่ที่ทะเลวันนั้นแล้ว" สาวร่างสูงหันไปส่งสายตาค้อนให้

 

"อาทิตย์กว่าแล้ว เลิกงอนได้แล้วน่า" ยูกิพูดอย่างหัวเสียและหันหน้ากลับไปไล่สายตาลงบนนิตยสารต่อ

 

"หลังจากวันนั้นก็ไม่โผล่มาให้เห็นเลยนะ มาเห็นอีกทีบนนิตยสารเนี่ยล่ะ” คาชิวากิเปิดผ่านนิตยาสารที่ซื้อมา
ใครจะคาดคิดว่า เมื่อเห็นยัยนั่นขึ้นปกแล้ว จะเผลอหยิบไปจ่ายเงินแบบไม่ทันคิด คงเพราะหายหน้าหายตาไปเกือบสัปดาห์ล่ะมั้ง

 

“เธอรู้รึเปล่าว่าบทสัมภาษณ์เล่มนี้ วาตานาเบะให้สัมภาษณ์ไว้วันไหน" ยูกิถาม

 

"ไม่รู้สิคะ..."

 

"เรนะ!" คาชิวากิขึ้นเสียง

 

ข้ารับใช้สาวถอนหายใจ ถึงเธอจะดื้อแต่ก็เลี่ยงไม่ได้

"ประมาณสามวันก่อนค่ะ" เรนะตอบเสียงนิ่งๆ

 

"สามวันก่อน แปลว่าก็ยังมีชีวิตอยู่สินะ..." ยูกิทำท่าครุ่นคิด "เรนะ เธอยังมีตารางงานของวาตานาเบะอยู่ไหม?"

 

"...อยากรู้ไปทำไมคะ เดี๋ยวก็ไปฆ่าเค้าอีก" สาวหน้ากลมค้อนกลับ

 

 

"เรนะ!!"

 

ถ้าดื้ออีกครั้งคงไม่พ้นโดนลงโทษแน่ เธอจึงเดินอ้อมโซฟามาหยิบรีโมตเปิดทีวีและเปลี่ยนช่องให้เจ้านายดู

เป็นรายการที่กำลังสัมภาษณ์ นักวิทยศาสตร์คนดังอยู่

 

 

ก็อย่างว่าตั้งแต่ สาวลึกลับที่จู่ๆก็ได้มาถ่ายแบบคู่กับดาราดังคาชิวากิ และได้สัมภาษณ์แบบโผล่หน้าให้เห็นเป็นครั้งแรกในรายการทีวี เมื่อนิตยสารฉบับแรกวางแผง และรายการได้ออกอากาศเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน สาวอัจฉริยะวาตานาเบะ ก็กลายเป็นจุดสนใจของสังคมทันที

 

ร่างคุ้นตาขยับไปมาบนหน้าจอ พูดคุยและยิ้มอย่างเริงร่า เหมือนไม่ใช่คนที่โดนทำร้ายถึงตายมาหลายครั้งแล้ว

 

"มีเบอร์ติดต่อวาตานาเบะรึเปล่า?" คาชิวากิถาม

 

"ไม่มีค่ะ คุณทำโทรศัพท์เค้าพังไปแล้วนี่" คนถูกถามตอบหน้าซื่อ

 

นายสาวจิ๊ปาก และตั้งคำถามคนที่กำลังตั้งใจดูรายการอย่างใจจดจ่อ

"ทำไมเธอถึงชอบเค้านัก เรนะ"

 

สาวหน้ากลมยกนิ้วเตะคาง ทำท่าคิดครู่หนึ่ง

"เค้าน่ารัก ฉลาด มารยาทดี แถมคุยถูกคอด้วยค่ะ" เรนะตอบ

 

"แต่ยัยนั่นมันรู้ความลับพวกเรานะ ล้วงลึกซะด้วย" ยูกิค้อนกลับ

 

 

"ฉันไม่เห็นว่าเค้าจะมีอันตรายตรงไหน แถมช่วยงานคุณซะด้วยซ้ำ" ข้ารับใช้สาวตอบพลางเหลือบสายตาไปยังกองกระดาษที่อยู่บนโต๊ะรับแขกหน้าโซฟา หนึ่งในนั้นมีแผนผังวงตระกูลของแวมไพร์ที่พวกเธอจะต้องไปกำจัดอยู่

 

 

"ที่เธองอนฉัน เพราะฉันทำให้เธอไม่มีเพื่อนคุยใช่ไหม" คาชิวากิถาม

 

"..." เมื่อเห็นสาวอีกคนไม่ยอมตอบก็ถอนหายใจ คาชิวากิถอนใจแล้วพูดอย่างเหนื่อยล้าว่า

 

"เอาเถอะ ฉันขอโทษ เราต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน เป็นแบบนี้ฉันไม่ชอบ"

 

เรนะอมยิ้ม ไม่คิดว่าเจ้านายสาวจะยอมเอ่ยปาก ถึงแม้สถานะของเธอจะต่ำกว่า แต่เวลาที่ผ่านมาแสนนาน ก็ทำให้ความสัมพันธ์ของเธอเป็นเพื่อนที่รู้ใจเช่นกัน

 

แม้ช่วงแรกที่เพิ่งเป็นแวมไพร์ใหม่ๆ เธอยังเกรงกลัวเจ้านายก็ตาม แต่ยูกิก็ปฏิบัติ และสอนสั่งเธอย่างดี แถมบอกให้เลิกใช้คำเรียกแยกชนชั้น ให้เธอปฏิบัติกับยูกิในสถานะเพื่อนธรรมดา ทำให้เรนะสบายใจและเป็นตัวของตัวเองอย่างทุกวันนี้ เหลืออย่างเดียวที่ยูกิขอให้เปลี่ยนแต่เธอไม่ยอมเปลี่ยนก็คือ การเรียกชื่อนายสาวเธอนั่นเอง

 

"...ก็ได้ค่ะ" เรนะยิ้มตอบออกมา "อีกเรื่องที่ฉันงอนคุณก็เพราะคุณให้ฉันฆ่ามนุษย์ด้วย"

 

"ยัยนั่นไม่ใช่มนุษย์" ยูกิกัดฟันตอบ

 

"ยังให้คำจำกัดความไม่ได้ ฉันถือว่าเป็นมนุษย์ไว้ก่อนค่ะ" เรนะพูดพร้อมทำแก้มป่อง

 

"ก็ได้ ก็ได้ ฉันยอมแพ้ จากนี้ไปจะไม่ใช้เธอฆ่ายัยนั่นแล้ว ฉันจะลงมือเอง"

 

"...ก็อดคุยกันอยู่ดีนี่นา"

 

"แล้วจะไปหายัยนั่นเจอได้ยังไงบ้าง" ยูกิเมินเสียงบ่นของอีกคน โดยที่สายตาก็มองไปยังร่างที่เคลื่อนไหวอยู่บนจอทีวี

 

"นี่รายการสดค่ะ อีกครึ่งชั่วโมงจะจบรายการ"

 

"ที่ไหน"

 

"สถานี NTV ค่ะ"

 

 

ยูกิทำท่าจะลุกขึ้นออกไป แต่เรนะก็ชิงพูดถามซะก่อน

 

"ให้ขับรถไปส่งไหมคะ?" เธอล้วงกุญแจรถขึ้นมาแล้วเดินตามไป

 

"ไม่เป็นไร มืดพอดี" ยูกิหันมาเหลือบมอง "นั่งดูทีวีไปเถอะ" พูดจบก็มีเงาผุดขึ้นมาจากพื้น เตรียมจะคลุมร่างแวมไพร์สาว

 

"อ๊ะ คาชิวากิซัง จากนี้ไปฉันคงวุ่นเคลียตารางเวลาคุณสำหรับเดินทางไปยุโรปอาทิตย์หน้า คงไม่ว่างไปตามตารางวาตานาเบะซังให้…"

"ถ้าอยากเจอเค้าอีก ก็หาทางเอาเองนะคะ" เรนะพูดแล้วก็โบกมือบ๊ายบายเจ้านายสาว

ฟังจบยูกิก็ปีบมือ พยักหน้าเข้าใจและเดินหายไปในความมืด

 

.....

 

"ขอบคุณจริงๆนะครับ วาตานาเบะซัง ที่อุตส่าห์ให้เกียร์ติมาสัมภาษณ์กับเราในวันนี้

ทางเรารู้สึกดีใจจริงๆที่คุณยอมมา" เหล่าสต๊าฟและพนักงานที่เดินมาส่งพากันโค้งหัวขอบคุณสาวร่างเล็กอย่างสุดซึ้ง

 

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องเล็กน้อย ทางนี้ก็ต้องขอบคุณที่ให้การต้อนรับอย่างดี" วาตานาเบะโค้งหัวกลับไปอย่างเป็นมิตร ก่อนจะขอตัวเดินออกมาจากสถานี

สาวร่างเล็กยกข้อมือขึ้นมาดูเวลา เกือบสามทุ่มแล้ว

กลับบ้านรึไปบริษัทดีนะ? ระหว่างที่คิดถามตัวเองอยู่ ชั่วครู่ก็รู้สึกบรรยากาศรอบตัวที่มืดลง ลองเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับร่างสูงของสาวผมดำ นัยต์ตาสีทองจ้องเธออยู่

 

"สวัสดีค่ะ คาชิวากิซัง" สาวน้อยยิ้มที่จริงไม่ต้องมอง แค่บรรยากาศก็รู้แล้วว่าใครมา

"วันนี่จะมาลองฆ่าแบบไหนรึคะ?" คำถามกวนๆถูกปล่อยออกมาให้ระคายหู แต่ครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ร่างสูงกระตุกคิ้ว

"อยากให้ฆ่าเรอะไง" คาชิวากิแค่นเสียงถาม “คราวนี้ฉันไม่ได้มาฆ่าเธอ”

 

"อ้าว แล้วถ้างั้นวันนี้มาทำไมล่ะคะ?" วาตานาเบะหัวเราะคิกคัก

 

"...ฉันไม่รู้วิธีติดตามผล" แวมไพร์สาวกระซิบเบาๆ

 

"เห... ว่าไงนะคะ?" มายุทำท่าเงี่ยหูฟังถามซ้ำอีกครั้ง

 

"...ฉันไม่รู้วิธีติดตามผล! ถ้าฆ่าเธอไปแล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าเธอตายรึยัง!!"

คราวนี้ร่างสูงตะโกนเสียงดัง ทำเอาวาตานาเบะสะดุ้งเล็กน้อยแต่เมื่อได้ยินแล้วก็หัวเราะอีกครั้ง

 

"ก็บอกคุณแล้วให้เอาโทรศัพท์ฉันออกก่อน ไม่เชื่อกันเอง"

 

 

“เงียบน่า” ผู้มากับความมืดพูดเชิงรำคาญ “บอกวิธีติดต่อเธอมา อย่านอกเรื่อง”

 

"ไม่เอาดีกว่าค่ะ ฉันขอเล่นตัวบ้างสิ ฉันให้คุณง่ายๆ เดี๋ยวคาชิวากิซังก็เบื่อฉันพอดี"

 

"แค่นี้ฉันก็เบื่อขี้หน้าเธอจะตายแล้ว" ร่างสูงพึมพำ

 

สาวตัวน้อยยิ้มแบบรู้ทัน "งั้นฉันบอกที่อยู่ฉันดีไหมคะ? อยากรู้อะไรก็มาถามเอง"

 

"ฉันไม่มีเวลาขนาดนั้น!"

 

วาตานาเบะไม่ฟังคำค้าน ชิงเดินนำไปตามทางของเธอ ทำให้คาชิวากิไม่มีทางเลือก ได้แต่สบถในใจแล้วก็เดินตามไป
สาวน้อยพาเดินเข้าไปยังย่านธุรกิจของเมือง บรรยากาศรอบตัวมีแต่อาคารสูงใหญ่เสียดฟ้า ทั้งคู่เดินแบบไร้การพูดจา
อยู่ในความเงียบได้ไม่นาน สาวร่างเล็กก็หยุดฝีเท้าอยู่ที่หน้าบริษัทใหญ่ เป็นอาคารที่ดูไฮเทคและทันสมัย คาชิวากิมองป้ายที่ตัวตึก เขียนว่าวาตานาเบะ คอร์ปเปอเรชั่น

 

คาชิวากิเหล่มองอย่างสงสัย คิดว่าจะสาวตัวเล็กจะพาไปที่บ้าน แต่กลับพามาที่บริษัท

 

"ส่วนมากฉันใช้เวลาอยู่ที่นี่มากกว่าอยู่ที่บ้านน่ะค่ะ" วาตานาเบะพูดขึ้น

 

"ถ้าจะมาติดต่อ ก็เชิญที่ประชาสัมพันธ์ได้เลยนะคะ" สาวน้อยฝายมือให้ดูตรงส่วนของเคาท์เตอร์ต้อนรับ

"เป้าหมายฉันคือการตามฆ่าเธอเพื่อปกปิดความลับของตัวเอง และต้องรู้ให้ได้ว่าเธอเป็นอะไรจะได้หาวิธีกำจัดได้..."

สาวร่างสูงเอ่ยคำถามที่สงสัยด้วยเสียงเย็นชา

"แต่ทำไมเธอไม่กลัว แถมสนับสนุน สร้างหนทางให้ฉันนัก"

 

"ไม่คิดว่าคุณจะสงสัยเรื่องนี้นะคะเนี่ย" สาววาตานาเบะยิ้มร่า

 

"ฉันบอกแล้วว่าอยากเป็นเพื่อนกับคุณ เลยพยายามซื้อใจอยู่ไงคะ"

 

"โดยการให้ฉันตามฆ่าเธอเนี่ยนะ" คาชิวากิเหยียดยิ้ม

 

"ถ้าทำให้คุณเชื่อใจได้ ก็คุ้มอยู่นะคะ" วาตานาเบะโต้กลับ

 

"อีกอย่าง ถ้าไม่มองเรื่องคุณเป็นแวมไพร์ การที่ได้คุยกับราชินีผู้เงียบขรึมแห่งวงการดาราก็ถือว่าได้กำไรแล้วค่ะ"

คาชิวากิถอนหายใจ คงเป็นอย่างที่เรนะว่า วาตานาเบะไม่มีอันตราย เพียงแต่เธอยังไม่รู้จุดประสงค์ของคนตรงหน้าว่ามีเป้าหมายอะไร

"คุณจะทดลองฆ่าฉันวิธีไหนก็ได้นะคะ อย่างที่คุณพอใจ" มายุยิ้มแบบมีเลศนัย

...เพราะถ้าสนิทกันเมื่อไร จะจับเข้าแลป ตรวจเนื้อเยื้อ ดีเอ็นเอ ทำการทดลองให้สาสมเลย

 

"....ทดลอง นั่นสินะ" คาชิวากิทำท่าครุ่นคิด "ถ้างั้น..."

 

สาวสวยตวัดนิ้วเล็กน้อย มีเงาดำพุ่งไปปาดช่วงแขนของสาวร่างเล็กอย่างรวดเร็ว

 

ด้วยความคมดุจใบมีด ทำให้ของเหลวสีแดงผุดขึ้นมาจากรอยแผล

 

"...ไปล่ะ" สัตว์ร้ายเดินหันหลังกลับไป เตรียมเข้าไปในความมืดมิดของราตรี

 

"เอ๊ะ? วันนี้แค่นี้เหรอคะ?" มายุถามแบบสงสัย

 

"ฉันบอกแล้วว่าวันนี้ฉันไม่ได้มาฆ่าเธอ" พูดจบร่างสูงก็เดินหายไป

 

...

 

---------------------------------------------------------------

 

ตอนนี้หน่วงๆหน่อย ขออภัยนะค๊า 

Share this post


Link to post
Share on other sites

อ๊ายยย กริ๊ดดดด ชอบค่ะชอบ ><
ยูกิหึงเรนะหรือมายุค่ะนั้นโกรธเชียว #ไม่ใช่ประเด็น
บอกแล้ว มายุเป็นM อย่าทรมานเยอะ ย้วยชอบ5555
จะโดนถ่วงน้ำแล้วยังไปกวนเค้าอีกนะ โทรศัพท์นั้นมั่นใจนะว่าซื้อมาหนะ
และสุดท้าย แอบเห็นมีคนว่ามายุโคลนตัวเองไว้ อันนี้ก็น่าคิดค่ะ แต่เรายังชอบ CG อยู่ 555555 #โดนพี่กรแทง

 

5555 ป่วน เกรียน ย้วยเลย อีกไม่นานเฉลยแน่ค่า XD

 

โอ้ยย้วยกวนประสาทดีแท้55555

ย้วยเป็นM?!ก็ว่าทำไมชอบให้พี่รินอารมณ์เสียลงไม้ลงมือทุกที//ไม่ใช่!

อ่านไปก็แอบฮาย้วยโอกาสสุดท้ายที่ได้พูด ดันพูดเรื่องมือถือ ก็ดีค่ะ555555

 

นางกะป่วนประสาทพี่กิรินเต็มที่ค่ะ www

 

สมควรแล้วค่ะที่จะโดนฆ่าซ้ำๆ คือกวนตีนมากจริงๆ 5555555555555555

 

ถถถถ กวนแบบ น่าจับโยนสักสิบรอบ

 

อ่านแล้วแอบสงสารพี่กิริน 55555555555555

 

ย้วยกวนมากค่ะ

 

ส่วนเรนะคะเก็บอาการปลื้มมายุไว้หน่อยค่ะ เดี๋ยวพี่กิรินหึงนะ หืมมมมมมมมมมมมมมมม 55555

 

ถถถ จะชิป ยูกิเรนะกันแล้วใช่มั้ยคะ 555 

 

มายูกินี่มันคู่ SM ชัดๆ!! กิรินโหดดด
แต่มายุก็กวนเกิ๊น สมควรโดน 55
มาต่อไวๆนะคะ

 

มาต่อแล้วค่า ขออภัยเว้นไปซะหลายวัน XD

 

นั่นน ถูกพี่กิรินฆ่าอีกครั้งนึงเเล้ว ย้วยย ~ รอบนี้จะรอดมายังไงล่ะเนี่ย -3-

เฮียนี่ขนาดเป็นแฟนคลับยังอุตส่าห์ทำร้ายย้วยได้ลงคอ 5555 

 

ยังไงก็ขัดไม่ได้ค่ะ ทาสหัวใจ <3 อุ๊บ!

 

ย้วยคะสมควรโดนแล้วค่ะ กวนชะขนาดนั้น

แล้วไอ้เครื่องทรมานต่างๆนาๆจะเอาออกมาทำไม สุดท้ายก็โยนลงน้ำ

 

อยู่ในรถเฉยๆค่ะ หยิบแค่เชือกออกมาน่ะ

 

กว่าจะจบเรื่องยูกิรินคงหาวิธีฆ่ามายุได้เป็นสิบๆครั้งล่ะมั้งเนี่ย

 

อาจจะถึงร้อยมั้ย ต้องลองนับดู :P

ฮาาา

 

---

 

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและคอมเมนท์ค่า าา
 

ตอนหน้าจะลองใส่หวานให้คู่มายูกิบ้าง เดี๋ยวจะเปลี่ยนเรือไปเรนะยูกิกันซะหมด XD 

Share this post


Link to post
Share on other sites

วันนี้พี่กิรินมาแปลก ไม่ฆ่าย้วยซะงั้น

 

อ่านตอนนี้แล้วก็ยังคงชิบเรนะยูกิอยู่ดีค่ะ

 

มีการง้องอนกันด้วย 555555555

Share this post


Link to post
Share on other sites
เฮียมีงอนพี่กรที่ฆ่ามายุ เดี๋ยวจิ้นย้วยเรนะเลยหนิ 5555
พี่กรค่ะ โดนเฮียชิ้งหนีแล้วค่ะ ต้องสโตร์กย้วยเองหละ
ส่วนย้วย คิดว่าเหมือนตัวอะไรในการ์ตูนสักเรื่อง ตอนนี้คิดออกแล้วค่ะ เหมือน คิวเบย์ ในการ์ตูนเรื่อง สาวน้อยเวทย์มนต์ มาโดกะ อ่ะค่ะ ไม่รู้ว่าเคยดูไหม 55555 แต่เหมือนจริงๆ เหตุผลที่สโตร์กยูกินี้สมเป็นย้วยเรื่องนี้จริงๆค่ะ

สุดท้าย โดนบาดแค่นั้นไม่พอใจใช่ไหมหละ ยัยMเอ้ย

Share this post


Link to post
Share on other sites

อ้าว ที่ทำดี(หมายถึงยอมถูกฆ่าซ้ำๆ)มีผลประโยชน์แอบแฝงนี่หน่า ที่แท้อยากได้ยูกิไปทดลองเองเรอะ

55555555

Share this post


Link to post
Share on other sites
ได้กลิ่นย้วยเรนะ // มโนไปเอง
ตอนนี้ชิพยูกิ x เรนะ x มายุ ไปแล้วค่ะ -w- จู่ๆเรนะกลายเป็นนางเอกซะงั้น 5555
จิบชารอตอนต่อไปค่ะ

Share this post


Link to post
Share on other sites
ขอแบบคาดไม่ถึงเลยน้า!!!
ลุ้น!!!ว่าเจอกันแล้วจะเป็นยังไง???

Share this post


Link to post
Share on other sites

อะไรกันเรนะกับพี่รินมีการงอนง้อกันด้วย5555

ย้วยร้ายนักมีการวางแผนให้ตายใจแล้วลากเข้าห้องแลปด้วย5555

เราขอแนะนำพี่รินให้จับตัวย้วยขังไว้แล้วทดลองฆ่า//โดนตบ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ไม่ได้เข้าบอร์ดนาน พกรี๊ดดด อิชั้นพลาดฟิคเรื่องนี้ไปได้เยี่ยงไร(me/ปาดน้ำตา)

หลังจากอ่านรวดเดียวหลายตอนแล้วก็ขอปักหลักเป็นแฟนคลับเชียร์พี่รินอย่างเป็นทางการ(ปกติก็เชียร์อยู่แล้วไม่ใช่เรอะ- -')

ชอบกิรินกับเรนะอ่ะ น่ารักมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งดี 5555555

 

ห้ะ อะไรนะ เรื่องนี้เป็นฟิคมายูกิเรอะ?(ย้อนกลับไปอ่านหัวข้ออีกรอบ)

Share this post


Link to post
Share on other sites

ชอบตรงพอสนิทกันเเล้วเดี๋ยวจับเข้าแลป 555 ย้วยยิ่งอัจฉริยะอยู่ด้วย  -3-

เดินตามเค้ามาถึงบริษัทด้วย 555 มีการมาทงมาแทงก่อนจากไป ซาดิสต์ชะมัดดด ~

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now