[Fic]Inexplicable Rival/Lover? (MaYuki+Rena) PG | - Summer Special - | Hanabi - 2015.07.27 [END]

477 posts in this topic

---------------------------------------------------------------


ตอนที่ 7




"แทง ถ่วงน้ำ ผลักตกเหว ขับรถชน เผาไฟ ไม่ได้ผล" สาวร่างสูงพึมพำดูสมุดจดเล่มเล็กอยู่บนโซฟาในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตนเอง โดยที่มีสาวหน้ากลมอีกคนยืนฟังอย่างตั้งใจ

"วันนั้นลองทำให้เป็นแผล วันถัดมาก็ยังคงเห็นรอยแผล แต่พอลองฆ่าไป วันต่อมาก็ไร้รอยแผลอีก..."

"ที่เป็นไปได้ก็มีแต่มนุษย์โคลนนิ่ง" คาชิวากิเดา

"มั่นใจได้ยังไงคะ?" เรนะถาม "หลังจากคุณฆ่าเขาแล้ว เคยลองสำรวจร่างเขาดีๆรึยัง"

"...ไม่เคย"

"ทำไมไม่ลองดูล่ะคะ?"

"ฉันไม่ลดตัวไปแตะต้องซากศพหรอก ไม่ใช่นิสัยฉัน"

"ถ้าอยากรู้ก็ลองดูหน่อยเถอะค่ะ" เรนะพูด พลางเดินออกจากห้องรับแขก "ขอตัวไปจัดกระเป๋าก่อนนะคะ จะเดินทางพรุ่งนี้อยู่แล้ว คาชิวากิซังยังเอาแต่กังวลเรื่องวาตานาเบะซังอยู่อีก"

"ยัยนั่นมันตัวอันตราย!" คาชิวากิเถียง

"วาตานาเบะซังเค้าเคยทำร้ายคุณกลับรึเปล่าล่ะคะ?"

"...ไม่เคย"

คำตอบที่หลุดออกมา ทำให้เรนะถอนหายใจแล้วเดินไปทำธุระของเธอต่อ

คาชิวากิมองเวลา จวนเที่ยงคืนแล้ว ใกล้ได้เวลาที่วาตานาเบะจะออกจากที่ทำงานพอดี

'วันนี้จะลองเก็บร่างมาตรวจสอบดูแล้วกัน' คิดได้คาชิวากิก็ลุกออกไป

ตั้งแต่วันที่วาตานาเบะพาไปที่ทำงานเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน ต้องขอบคุณเรนะที่ทำให้ตารางงานของเธอว่างจนมีเวลาตรวจสอบกิจวัตรประจำวันของวาตานาเบะ บางวันจะเข้าบริษัทแต่เช้า และเลิกงานเที่ยงคืน วันไหนที่มีนัดถ่ายรายการ ก็จะออกไปตามเวลา เมื่อเสร็จงานก็จะกลับบริษัทจนถึงเที่ยงคืนแล้วก็กลับบ้าน ซึ่งคาชิวากิแอบตามไปจนรู้ที่อยู่มาแล้ว

มีบางวันก็แวะซื้อขนมและการ์ตูนจำนวนมากก่อนกลับบ้านซึ่งไม่รู้ว่าเอาไปฝากใครเยอะแยะ แต่ด้วยศักดิ์ศรีของแวมไพร์ หากเจ้าบ้านไม่เชิญก่อน ก็เข้าไปไม่ได้ เพราะอย่างนั้นคาชิวากิถึงตามได้แค่ประตูรั้วหน้าบ้านเท่านั้น และด้วยอาณาเขตรั้วบ้านที่แสนใหญ่ ทำให้เธอไม่เคยเห็นตัวบ้านเลย

"อ๊ะ สวัสดีค่ะ สโตรกเกอร์ซัง"

ยืนรอหน้าบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ไม่นานนักก็มีเสียงยียวนที่คุ้นเคยโผล่มา

ร่างที่คุ้นตาในชุดกาวน์ทำงานยิ้มให้มาแบบเป็นมิตร

ยูกิถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย แล้วก็เดินนำออกไป

"วันนี้จะเดินไปส่งรึคะ ขอบคุณนะคะ คาชิวากิซัง" วาตานาเบะหัวเราะคิกคัก

เป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกจริงๆ ...ทำงานเลิกตั้งดึก เข้างานแต่เช้า แต่ไม่มีทีท่าจะเหน็ดเหนื่อยเลยสักนิด

"เป็นแค่ทายาทรอสืบทอดมรดกก็พอแล้ว ทำไมต้องทำงานหนักขนาดนั้น" ยูกิพึมพำ

สาวน้อยหัวเราะ "เป็นห่วงรึคะ? แต่พูดเหมือนดูถูกฉันอยู่เลยนะ"

"เฮอะ ก็แค่สงสัย..." สาวตัวสูงแค่นเสียง

"ตามมา!" คาชิวากิออกคำสั่งให้สาวน้อยที่ไม่มีท่าทีเกรงกลัวเลยสักนิดเดินตามไปยังซอยเปลี่ยวแห่งหนึ่ง

นี่ถ้ามากับชายหนุ่มน่ากลัว คงไม่มีใครไม่กล้าคิดที่จะเดินตามมา และถ้ารู้ว่าสาวสวยข้างหน้าอันตรายยิ่งกว่ามนุษย์ยิ่งไม่ต้องคิด

เมื่อถึงกลางซอยที่ร้างแสงไฟ คาชิวากิก็หยุดเดินและหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับเหยื่อของเธอ มือขาวนั้นค่อยๆชี้ตรงไป

"เอ๋~ อย่าบอกนะคะว่าจะใช้วิธีเดิ-" และเช่นเคย ไม่ทันพูดจบก็ล้มลงไปกอง คาชิวากิสะบัดมือให้เงาเหล็กแหลมที่เพิ่งพุ่งแทงตัดขั้วหัวใจ หายวับไป

ร่างสูงนัยต์ตาสีทองค่อยๆเดินเข้าไปยังร่างที่แน่นิ่งช้าๆ


กลั้นใจครู่เดียว อดทนไว้ จะได้รู้ความจริงแล้ว คาชิวากิสูดหายใจ


ทำไมกัน...

ทำไมเธอถึงรู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้

ยูกิรู้สึกว่าคำตอบที่ตามหามาเกือบสองอาทิตย์อยู่ตรงหน้า แค่เพียงเอื้อมมือออกไป...

"ฉันคงให้คุณทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะ" เสียงคุ้นหูดังขึ้นมาจากด้านหลัง สัญชาตญาณของแวมไพร์สาวทำงาน เธอหันควับพร้อมเงาแหลมที่พุ่งไป แต่ร่างเล็กในชุดฮู้ดสีชมพูก็กระโดดหลบอย่างคล่องแคล่ว เมื่อชัดเจนแล้วว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร คาชิวากิก็รีบหันกลับไปมองร่างในชุดกาวน์ที่ถูกย้อมเป็นสีแดงเมื่อครู่ทันที...

"...หายไปแล้ว" ยูกิหรี่ตา พยายามจับการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ

"ฉันก็ยืนอยู่ตรงนี้ คุณยังมองไปทางไหนอีกคะ" สาวน้อยในฮู้ดพูดด้วยเสียงยียวน

ยูกิคำราม ทำให้สาวร่างเล็กกระโดดถอยหลังหนี แม้ว่ายูกิจะยังไม่รู้ว่าสิ่งตรงหน้าเป็นตัวอะไร แต่ด้วยบรรยากาศที่ต่างออกไป ทำให้ยูกินึกถึงครั้งแรกที่เจอวาตานาเบะในชุดนี้ เธอป้องกันการโจมตีได้ดีทีเดียว

แม้ที่ผ่านมาวาตานาเบะไม่เคยสู้กลับ แต่ด้วยสัญชาตญาณอย่างบอกว่า สาวตัวเล็กตรงหน้าร่างนี้อันตราย

คาชิวากิเกร็งมือเตรียมตัว


"โว้ โว้ ใจเย็นๆสิคะ คาชิวากิซัง" ท่าทีใจเย็นของวาตานาเบะ ไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายเย็นลงแม้แต่น้อย

เธอดึงมือที่ล้วงกระเป๋าเสื้ออยู่ ออกมาโชว์ว่าไม่ได้ถืออะไร แล้วค่อยๆขยับเข้ามาใกล้ช้าๆ

-ฟุ่บ-

เงาดำพุ่งผ่านไป วาตานาเบะในชุดฮู้ด เอี้ยวคอหลบเล็กน้อย อย่างรวดเร็ว
ส่งผลให้เข็มแหลมพลาดเป้า แต่ถึงอย่างนั้นผลจากอากาศที่ถูกแหวกอย่างรวดเร็วทำให้เกิดรอยแผลที่ข้างแก้มใส น้ำสีแดงข้นไหลซิบๆออกมา ถึงอย่างนั้นสาวน้อยก็ไม่ได้มีความเกรงกลัว ยังคงเดินหน้าใกล้เข้ามา

"ฉันสู้ตอบคุณไม่ได้หรอกนะคะ" วาตานาเบะพูดยืนยัน

แวมไพร์สาวตาสีทองยังคงจับจ้องการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตปริศนาไม่วางตา ในใจก็พลางคิด ศพหาย? เคลื่อนย้าย? และชุดที่เปลี่ยนไป คำถามมากมายผุดขึ้นมา แต่ไม่สามารถหาคำตอบได้

เพียงชั่วครู่ที่จมอยู่กับความสงสัย สาวร่างเล็กก็ใช้โอกาสนั้นก้าวเข้ามาประชิดตัว ระยะห่างเพียงคืบ กับความสูงที่ต่างกัน สาวในชุดฮู้ดเงยหน้าขึ้นมาสบสายตาสีทองที่เริ่มจางลง
ใช่ว่าจะไม่รู้ลิมิตตัวเอง แต่ยูกิตัดสินใจลองเสี่ยง เธอโจมตีโดยการสะบัดเงาให้พุ่งมาจากมุมอับด้านหลังอย่างรวดเร็ว ไม่น่าเชื่อที่สาวตัวเล็กจะหมุนตัวเพียงนิดก็หลบการโจมตีนั้นได้ เธอลองใช้พลังอีกสองสามครั้ง แต่ก็ไม่ได้ผลสักครั้ง

คนตรงหน้าเธอมีความเร็วเกินมนุษย์ธรรมดาไปแล้ว

"เธอเป็นตัวอะไรกันแน่!" ร่างสูงคำราม จ้องสาวอีกคนด้วยสายตาที่เพิ่งกลับมาสีดำสนิท

พลังมีจำกัดสินะ...

จากการคาดคำนวณ ต่อจากนี้ก็คงไม่มีอันตรายจากพลังพิเศษของแวมไพร์ตรงหน้า ไม่จำเป็นต้องกลัวว่าจะโดนโจมตีด้วยเงาอีกแล้ว ทำให้วาตานาเบะระบายยิ้มออกมา
เธอล้วงมือลงกระเป๋าเสื้อด้วยท่าที่สบายอารมณ์

"บอกไม่ได้ค่ะ" น้ำเสียงกวนๆตอบออกมา

"ตอนแรกฉันเดาว่าเธอเป็นมนุษย์โคลน แต่ดูจากการเคลื่อนไหวเมื่อครู่นี้แล้วฉันว่าไม่ใช่..." คาชิวากิหรี่สายตา ออร่ามืดแผ่ออกมาด้วยความระวังตัว บ่งบอกให้รู้ว่าถึงไม่ใช้พลังพิเศษ ก็ใช่ว่าจะไม่มีอันตราย

"ปิ้งป่อง ฉันไม่ใช่มนุษย์โคลนค่ะ มันผิดจรรยาบรรณ" มายุยิ้มร่าเริง

"ว่าแต่ ดึกป่านนี้แล้ว พอแค่นี้เถอะค่ะ" เธอเลิกข้อมือขึ้นมาดูนาฬิกา "พรุ่งนี้คุณต้องขึ้นเครื่องแต่เช้านี่คะ"

คาชิวากิเขม่นคิ้วแปลกใจ

"เธอรู้ได้ไง..." วาตานาเบะเปลี่ยนเป็นยิ้มอย่างมีเลศนัย "อย่าบอกนะว่าเธอยังขุดข้อมูลฉันอยู่" แวมไพร์สาวกดเสียงขู่

"ถ้าจะแฮกค์ดูรายชื่อผู้โดยสารไฟล์ทเครื่องบินก็ทำได้อยู่นะคะ แต่ไม่คิดว่ามันเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์เหรอ ถ้าเรามีวิธีที่ง่ายกว่า"

คาชิวากิเงียบ เพื่อรอคำตอบ

"มัตสึอิซังบอกฉันค่ะ"

เรนะ!..

ไหนบอกว่า...

"เรนะบอกว่าไม่มีเบอร์เธอ!" คาชิวากิคำราม

"มัตสึอิซังพูดความจริงค่ะ! อย่าไปโกรธเค้าเลยนะ" มายุรีบพูดขัด

มีปกป้องกันอีก... คาชิวากิขมวดคิ้วแบบหัวเสีย

"แล้วทำไมติดต่อเธอได้"

"ตอนคุณสั่งให้โยนฉันลงน้ำ ฉันแอบขอให้มัตสึอิซังเก็บมือถือฉันไว้ค่ะ"

ตั้งแต่ตอนนั้นเลย...

"ฉันมาตั้งระบบเครื่องนั้นตอนหลังว่าถ้ากดโทรออกจะต่อเบอร์ตรงฉันทันที และเวลาฉันโทรไป ก็จะขึ้นไม่แสดงเบอร์ เพราะงั้น มัตสึอิซังไม่มีเบอร์ฉันหรอกค่ะ" วาตานาเบะรีบพูดแก้ต่างให้เป็นพัลวัน

...มีนัดเจอกันลับหลังด้วยนะ

ยูกิกัดฟันกรอด กลับไปต้องเอาเรื่องสักหน่อย

เธอดึงมือไปเชิดคางสาวในฮู้ดขึ้นมาสบตา "วาตานาเบะ ไม่ว่าเธอจะเป็นอะไร ถ้าเป็นภัยต่อมนุษย์ล่ะก็ ฉันจะจองล้างผลาญเธอตลอดไป"

มายุจ้องสายตาจริงจังนั้นกลับ เธอคลายยิ้มออกมา

"ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันเป็นฝ่ายสนับสนุนวิทยาการณ์มนุษย์อยู่แล้ว"

พูดจบ สาวร่างเล็กก็ยื่นมือไปแตะไหล่ของคนสูง และเขย่งดันตัวเองขึ้นมากระซิบข้างหูคนตรงหน้า

"ไปเที่ยวคราวนี้ ขอของฝากมาให้ด้วยนะคะ" เพราะระยะที่ใกล้ไปจนทำให้หัวใจที่ไม่คิดว่ามี กระตุกขึ้นมา ยูกิรีบปัดมือร่างบางที่เกาะไหล่อยู่ให้หลุดไป ทำให้วาตานาเบะเดินถอยออกมา

"ขอตัวล่ะค่ะ" สาวน้อยเดินสวนออกไปตามทิศทางที่เคยมีร่างนอนอยู่ คาชิวากิยังคงยืนจ้องท่าทีของสาวตัวเล็กไม่ไหวติ่ง
เธอเดินไปได้สามสี่ก้าวก็เหมือนนึกได้

"อ๋อ จริงๆแล้วฉันไม่ใช่ทายาทวาตานาเบะหรอกค่ะ ไม่อยากให้คุณเข้าใจผิด" สาวน้อยหยุดเดินและเอียงคอหันมา

"ฉันนี่ล่ะค่ะ เจ้าของและคนสร้างบริษัทเลย ที่ออกข่าวว่าเป็นทายาทเพราะกลัวว่าจะอวดเก่งเกินไปน่ะ" วาตานาเบะยิ้ม โบกมือบ๊ายบาย และเดินลับไป

เมื่อเหลืออยู่คนเดียว ยูกิเริ่มสำรวจตัวเอง ความรู้สึกเมื่อครู่มันคืออะไรกันนะ

คิดไปก็ยังไม่มีคำตอบ ยูกิใช้พลังที่เหลือปรับสีตาได้เพียงทองจางๆ


'เรนะ'


'เรนะ!'

ไม่มีการตอบกลับ คาชิวากินึกถึงเวลาตอนที่วาตานาเบะเลิกดูเมื่อครู่ก็ตีหนึ่งกว่าแล้ว คงหลับไปเรียบร้อย

"เฮอะ โบกรถกลับเองสินะ"

--

อีกด้านนึง

เมื่อวาตานาเบะย่างเท้าเข้ามาถึงตัวบ้าน ก็พบร่างสามร่างที่นั่งรอเธออยู่

"ขอบใจนะ เด็กๆ ที่ไปเก็บมาให้"

ร่างหนึ่งนั้นหัวเราะร่าเริง และวิ่งเข้ามากอดมายุ "ฮี่ฮี่ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่มายุ กลับมาแล้วเหรอคะ"

"กลับมาแล้วจ้า" มายุกอดกลับ

อีกร่างหนึ่งนั่งกอดอกอยู่บนโซฟา "ฮึ คนนั้นใช่ไหม ที่ทำพี่มายุเจ็บมาทุกวัน ทำไมพี่มายุไม่ให้พวกเราไปจัดการซะเลยคะ" สายตาร้ายๆ แต่ทำท่างอนๆดูเอาแต่ใจเชิดใส่

"ไม่ได้หรอก พี่อยากเป็นเพื่อนกับเค้า ห้ามไปทำอะไรเด็ดขาดนะ" มายุเอ่ยเสียงปรามดุๆ

"ทราบแล้วค่ะ วาตานาเบะซัง ฉันจะกำชับสองคนนั้นเอง" ร่างสุดท้ายตอบกลับมาด้วยแววตาและน้ำเสียงที่จริงจัง

"ฝากด้วยนะ" วาตานาเบะยิ้มตอบ "แล้วร่างที่เก็บมาอยู่ไหนแล้วล่ะ ต้องซ่อมกันหน่อย"

"ในห้องแลปใต้ดินค่ะ"

วาตานาเบะวนไปลูบหัวเด็กทั้งสามอย่างเอ็นดู และก็เดินลงไปตามทาง
……………….
tdjwlvGl.png

ฮี่ฮี่ เริ่มเฉลยความลับมายุแล้วน้าา

Share this post


Link to post
Share on other sites

วันนี้พี่กิรินมาแปลก ไม่ฆ่าย้วยซะงั้น

 

อ่านตอนนี้แล้วก็ยังคงชิบเรนะยูกิอยู่ดีค่ะ

 

มีการง้องอนกันด้วย 555555555

 

เดี๋ยวแอบมี side story ให้ชิปเปอร์ ยูกิเรนะแน่ค่ะ ถถถ

 

เฮียมีงอนพี่กรที่ฆ่ามายุ เดี๋ยวจิ้นย้วยเรนะเลยหนิ 5555
พี่กรค่ะ โดนเฮียชิ้งหนีแล้วค่ะ ต้องสโตร์กย้วยเองหละ
ส่วนย้วย คิดว่าเหมือนตัวอะไรในการ์ตูนสักเรื่อง ตอนนี้คิดออกแล้วค่ะ เหมือน คิวเบย์ ในการ์ตูนเรื่อง สาวน้อยเวทย์มนต์ มาโดกะ อ่ะค่ะ ไม่รู้ว่าเคยดูไหม 55555 แต่เหมือนจริงๆ เหตุผลที่สโตร์กยูกินี้สมเป็นย้วยเรื่องนี้จริงๆค่ะ

สุดท้าย โดนบาดแค่นั้นไม่พอใจใช่ไหมหละ ยัยMเอ้ย

 

เคยดูค่ะ ฮาาา แหม อยากได้อะไรก็ต้องลงทุนกันหน่อย

ตายไปกี่ชีวิตแล้วเนี่ย

 

อ้าว ที่ทำดี(หมายถึงยอมถูกฆ่าซ้ำๆ)มีผลประโยชน์แอบแฝงนี่หน่า ที่แท้อยากได้ยูกิไปทดลองเองเรอะ

55555555

 

อะไรที่ทำไว้ ตอนหลังได้รับคืนแน่ค่ะ ถถถถ

 

ได้กลิ่นย้วยเรนะ // มโนไปเอง
ตอนนี้ชิพยูกิ x เรนะ x มายุ ไปแล้วค่ะ -w- จู่ๆเรนะกลายเป็นนางเอกซะงั้น 5555
จิบชารอตอนต่อไปค่ะ

 

ในความคิดของเรา เรนะก็(มีนิสัยเป็น)คนธรรมดาสุดในเรื่องแล้วค่ะ ถถถถถถถถ

 

ขอแบบคาดไม่ถึงเลยน้า!!!
ลุ้น!!!ว่าเจอกันแล้วจะเป็นยังไง???

 

ไม่รู้จะคาดไม่ถึงไหม แต่เดาไม่ยากหรอกค๊าา

 

อะไรกันเรนะกับพี่รินมีการงอนง้อกันด้วย5555

ย้วยร้ายนักมีการวางแผนให้ตายใจแล้วลากเข้าห้องแลปด้วย5555

เราขอแนะนำพี่รินให้จับตัวย้วยขังไว้แล้วทดลองฆ่า//โดนตบ

 

เรนะกับยูกิกุ๊กกิ๊กกันบ่อยไปมั้ย เดี๋ยวจับบทโหดๆ ใส่ให้บ้าง :P
ย้วยนี่นางหวังผลค่ะ 555

 

ไม่ได้เข้าบอร์ดนาน พกรี๊ดดด อิชั้นพลาดฟิคเรื่องนี้ไปได้เยี่ยงไร(me/ปาดน้ำตา)

หลังจากอ่านรวดเดียวหลายตอนแล้วก็ขอปักหลักเป็นแฟนคลับเชียร์พี่รินอย่างเป็นทางการ(ปกติก็เชียร์อยู่แล้วไม่ใช่เรอะ- -')

ชอบกิรินกับเรนะอ่ะ น่ารักมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งดี 5555555

 

ห้ะ อะไรนะ เรื่องนี้เป็นฟิคมายูกิเรอะ?(ย้อนกลับไปอ่านหัวข้ออีกรอบ)

 

สวัสดีค่ะ 55 มีแต่คนมาชิปยูกิเรนะทั้งนั้นเลย 55

ฟิกมายูกิ+เรนะค่ะ เพราะงั้นเรนะคงเหมาหมดได้
(*เอ้ย ไม่ช่ายย :P)

 

ชอบตรงพอสนิทกันเเล้วเดี๋ยวจับเข้าแลป 555 ย้วยยิ่งอัจฉริยะอยู่ด้วย  -3-

เดินตามเค้ามาถึงบริษัทด้วย 555 มีการมาทงมาแทงก่อนจากไป ซาดิสต์ชะมัดดด ~

 

ระวังตัวไว้เถอะค่ะ พี่กิริน 555

Share this post


Link to post
Share on other sites
กริ๊ด!! ซ่อม มีซ่อมด้วย ย้วยเป็นไซบอร์กป่ะ เดาต่อไป5555
ย้วยกวนมาก พี่กรฆ่าทิ้งอีกสักรอบสิ หมั่นไส้ ฉลาดไปหละ เป็นถึงประธานเลย อันนี้ผิดคาดมากค่ะ
ย้วย ย้วย ย้วยเต็มไปหมเลย นิสัยไม่เหมือนกันด้วย มิซากะซีเรียลนัมเบอร์10032กล่าวด้วยความตกใจ 555555
นั่นลับหลังพี่กรมีแอบคุยกับเรนะอีก - -"

สรุปย้วยเป็น คิวเบย์+มิซากะ ซิสเตอร์

Share this post


Link to post
Share on other sites

กริ๊ด!! ซ่อม มีซ่อมด้วย ย้วยเป็นไซบอร์กป่ะ เดาต่อไป5555
ย้วยกวนมาก พี่กรฆ่าทิ้งอีกสักรอบสิ หมั่นไส้ ฉลาดไปหละ เป็นถึงประธานเลย อันนี้ผิดคาดมากค่ะ
ย้วย ย้วย ย้วยเต็มไปหมเลย นิสัยไม่เหมือนกันด้วย มิซากะซีเรียลนัมเบอร์10032กล่าวด้วยความตกใจ 555555
นั่นลับหลังพี่กรมีแอบคุยกับเรนะอีก - -"

สรุปย้วยเป็น คิวเบย์+มิซากะ ซิสเตอร์

 

แอบมาตอบก่อน :P  สามคนหลัง ที่อยู่บ้านย้วย ไม่ใช่ย้วยนะค๊า 

Share this post


Link to post
Share on other sites

เด็กสามคนนั้นอ่ะ อ่านแล้วนึกถึงสามทหารเสือเลยแฮะ- -'

ยิ่งคนสุดท้ายนะ เจอคำว่า 'จริงจัง' เข้าไป...นั่นมันนาจัง(ของเก๊า)ชัดๆ!

 

ว่าแต่เรื่องนี้จริงๆคือเรนะขอสอง เอาทั้งมายุทั้งกิรินหรือเปล่า5555

ต่อหน้าอยู่กับกิริน แต่ลับหลังดันช่วยมายุซะงั้น

Share this post


Link to post
Share on other sites
อะไรนะเรนะกับย้วยมีแอบคุยกัน ขุ่นพระ <3
ย้วยสร้างหุ่นยนต์ตัวเองขึ้นมาใช้มั้ย?!
เป็นCGที่กวนที่สุดล่ะ555

Share this post


Link to post
Share on other sites

3คนนั่นสามทหารเสือแน่ๆ หรือเปล่าหว่า 5555555555

 

เระนอกใจพี่กรเหรอ มีการคุยกับย้วยนอกรอบเนี่ย

Share this post


Link to post
Share on other sites

ต้องเป็น 3 ทหารเสือเเน่เลยย ~ เฮียแอบคุยกับย้วยเรอะ กิกิ

พี่กิรินสู้มนุษย์อัจฉริยะมิได้หรอกก 555 อยากอวยพี่กิรินนะ เเต่ทำมิได้ -3-

Share this post


Link to post
Share on other sites

เปลี่ยนแท็กเป็น 3P เลยค่ะ!!!!!!

:dookdik_penguin_17:  :dookdik_penguin_17:  :dookdik_penguin_17:  :dookdik_penguin_17:

Share this post


Link to post
Share on other sites

ย้วยลึกลับอ่ะมาต่อเร็วๆนะคะไรท์

Share this post


Link to post
Share on other sites
ปูเสื่อรอโมเม้นต์มายูกินะฮะ
(>////<) ฟินยูกิเรนะจัง

Share this post


Link to post
Share on other sites
เรนะกะควบสองเลยใช่มั้ยเนี่ย 555 xD
สามคนนั่นคืิสามทหารเสือ..?

Share this post


Link to post
Share on other sites

---------------------------------------------------------------

 

ตอนที่ 8

 
 
'คาชิวากิซัง ระวังด้านหลังค่ะ'

'คาชิวากิซัง มีแอบอยู่มุมตึกตนหนึ่งค่ะ'

'...คาชิวากิซัง'

ร่างสูงเคลื่อนไหวไปตามทิศทางที่เสียงในจิตบอก เธอสะบัดเงาแหลมไปทิศต่างๆดุจเหมือนราชินีที่เต้นรำกลางราตรี

ฉึก

เสียงปลายแหลมแทงทะลุร่างของศัตรูตัวสุดท้าย ทำให้การต่อสู้สิ้นสุดลง

ราตรีที่ร้อนแรงเมื่อครู่ กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ร่างทั้งหมดที่ล้มกองลง สลายเป็นผงในพริบตา

สาวร่างสูงเดินกลับยังรถที่จอดรออยู่หัวมุมถนน เธอเปิดประตูขึ้นไปนั่งอย่างรวดเร็ว และข้ารับใช้สาวที่รออยู่ก็ขับรถออกไปทันที

"ขอบใจนะ เรนะ"

"ถ้าจะขอบคุณ ก็ขอบคุณวาตานาเบะซังเถอะค่ะ ที่อุตส่าห์ทำเครื่องติดตามการเคลื่อนไหวนี้มาให้"

เรนะพูดพลางตบมือหนึ่งลงบนเครื่องอีเล็กทรอนิคชิ้นหนึ่ง มีหน้าจอเหมือนเรดาร์ คอยแสกนสิ่งมีชีวิตภายในรัศมีใกล้ๆ

"เฮอะ ฉันยังคาดโทษเธออยู่นะ เรนะ ฮึก!" เมื่อเลี้ยวรถ ยูกิก็เผลอร้องออกมา

"คาชิวากิซัง! นี่คุณบาดเจ็บรึคะ" เรนะเบรกรถและหันกลับมาดูอาการนายสาวทันที

"เอาเลือดไหมคะ! คาชิวากิซัง!" ข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ ยื่นข้อมือขาวมาให้

คาชิวากิแยกเขี้ยว แต่เมื่อเหลือบเห็นรอยช้ำจางๆที่มือนั้นก็เอามือกุมหน้า ห้ามตนเอง

"ไม่เป็นไร รีบกลับที่พักเถอะ" ยูกิดันมือเรนะออก แล้วนั่งเอนหลังพิงเบาะไป

"...แต่-"

"ฉันยังไหว ตามรายชื่อที่ยัยนั่นให้มานี่ก็ชุดสุดท้ายแล้ว ไม่ต้องหรอก" คาชิวากิพูดขัด

"เรายังเหลือเวลาที่นี่กี่วัน"

"สองวันค่ะ ...ไม่เป็นไรจริงๆเหรอคะ คาชิวากิซัง"

"อื้ม ฉันไม่อยากทำร้ายเธออีก พักคืนเดียวก็หายแล้ว รีบไปเถอะ ฉันอยากนอน" พูดจบก็หลับตาลง ปล่อยที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของข้ารับใช้ที่ไว้ใจ

"รับทราบค่ะ" แม้ใจจะยังกังวล แต่ก็หันกลับไปขับรถตามเจ้านายบอก เรนะรีบเบิ่งรถไปยังโรงแรมที่พักที่จองไว้ หิ้วปีกนายสาวเข้าห้อง แล้วก็ปล่อยให้พักผ่อนลงกับเตียง

เรนะลอบมองร่างที่หลับใหล นายของเธอหายใจรวยริน มือก็กุมบาดแผลที่สีข้าง สาวตากลมดึงข้อมือนั้นออก มองแผลที่กำลังสมานตัวอย่างช้าๆ เรนะตัดสินใจ กัดริมฝีปากตัวเองให้เลือดไหลซึมออกมา แล้วกดลงที่ปากของนายสาว เธอรอจนคาชิวากิกลืนลงไป แล้วถอนจูบออกมาดูอาการ

หน้าซีดเริ่มขึ้นสี บาดแผลที่สมานตัวเร็วขึ้น กับลมหายใจที่กลับมาเป็นปกติทำให้เธอวางใจ ปลีกตัวเดินถอยออกมา ไปนั่งดูอาการที่โซฟา

เรนะมองข้อมือที่มีรอยช้ำของตนเองและจับขึ้นมากุมไว้

"...แค่คุณไม่จากชั้นไป คุณจะทำอะไรฉันก็ยอม"


...


"คาชิวากิซังคะ! ซื้อนี่ไปเป็นของฝากวาตานาเบะซังดีไหม"

"คาชิวากิซังคะ อันนี้ล่ะ น่ารักดีนะคะ"


"คาชิวากิซังค๊าาาาา"


"พอที! เรนะ! ทำไมต้องลากฉันมาด้วย ขอรอขึ้นเครื่องสบายๆไม่ได้เหรอไง!" สาวสวยร่างสูงคำราม ใส่สาวหน้ากลมที่กำลังดี้ด๊าเดินดูร้านของฝากตามถนนคนเดิน

อีกสามชั่วโมงกว่าเครื่องบินจะเทคออฟ เรนะจึงลากเจ้านายสาวมาเดินแหล่งของฝากใกล้ๆกับสนามบินก่อนที่จะเข้าไปเช็คอิน

"คาชิวากิซังใจร้าย เมื่อวานก็หลับยาว ปล่อยให้ฉันเคลียนู่นนี่คนเดียว ทั้งเอารถเช่าไปคืนเอย อะไรเอย..."

"โอเค โอเค อยากได้อะไรก็ไปหยิบไป ฉันออกให้"ยูกิพูดอย่างรำคาญ

ความจริงแล้วใช่ว่าเธอตามใจเรนะ แต่แผลเมื่อวานก่อนหายเร็วได้ในวันรุ่งขึ้น คงไม่พ้นเรนะแอบให้เลือดเธออีกแน่

…ลำบากเธออีกแล้วนะ

ตลอดสองสัปดาห์ที่มาถึงยุโรป พวกเธอก็ตะลอนจัดการเป้าหมายตามประเทศต่างๆไม่ได้พัก เทียวไปมาทั้งทวีป แต่ต้นสัปดาห์นี้แวมไพร์ที่โรมาเนียถิ่นกำเนิดท่านเคาท์แดร็กคูล่าโดยตรง มีพวกลูกหลานที่สืบเชื้อสายมารุนแรงอยู่ ทำให้โดนเล่นงานหนักไม่ใช่น้อย เธอจึงเผลอหลุดสัญชาติญานดิบ กินเลือดเรนะอย่างไร้สติ เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบร่างเรนะที่เต็มไปด้วยรอยกัดและรอยแผล ข้ารับใช้เธอสลบไปเป็นวัน ทำเอายูกิรู้สึกผิดจนเลี่ยงดื่มเลือดเรนะตั้งแต่วันนั้น จนถึงการต่อสู้กับลูกหลานชุดสุดท้ายที่ปารีสเมื่อวันก่อนนี้

คาชิวากิรู้สึกขอบคุณเรนะจากใจจริงที่ยอมอยู่ข้างเธอไม่ไปไหน

ไม่ว่าจะในฐานะข้ารับใช้ ...หรืออะไรก็ตาม

"เย้! ขอบคุณนะคะ คาชิวากิซัง! ไม่ได้มาฝรั่งเศสตั้ง 200ปี แล้ว คิดถึงจัง"

ยูกิมองสาวหน้ากลมที่เลือกของอย่างเริงร่า เธอแสดงอมยิ้มที่หาได้ยากของราชินีสุดขรึมคาชิวากิ ออกมา

เมื่อข้ารับใช้สาวนึกได้ เธอก็เอ่ยคำถามที่ทำให้รอยยิ้มนั้นหายไปออกมา

"คาชิวากิซังไม่หาของฝากไปให้วาตานาเบะซังเหรอคะ?" เรนะถามหน้าซื่อๆ

"ทำไมฉันต้องหาด้วยล่ะ?" คาชิวากิตอบเสียงนิ่ง

"อ้าว ก็อุตส่าห์มาทั้งที ควรหาของติดไม้ติดมือไปฝากเค้าบ้างสิคะ"

สาวร่างสูงครุ่นคิด นึกถึงคำที่คนตัวเล็กเคยพูดกับเธอ

'ไปเที่ยวคราวนี้ ขอของฝากมาให้ด้วยนะคะ'

"เลือกอะไรมาให้ฉันสักอันแล้วกัน" ยูกิพูดปัดๆ

"ไม่ได้ค่ะ! ของฝากต้องเลือกเองสิคะ!" เรนะค้อน

"ตะกี้เธอยังถามฉันเรื่องของฝากเลย เธอให้คนเดียวก็พอแล้ว เปลือง"

"อันนั้นเรียกว่าถามความเห็นค่ะ! แล้วก็ของใครของมันด้วย ฉันไม่ยอมให้คุณมาให้ร่วมหรอกนะ"

"ของฝากต้องมาจากใจอยากให้เค้าจริงๆนะคะ อย่าใจดำนักเลย" เรนะพูดจบก็เชิดหน้าหนีไป ทำให้เจ้านายสาวได้แต่ถอนหายใจ

‘ต้องมาจากใจ อยากให้จริงๆ’ งั้นรึ...

พอไล่บี้ถามเรนะที่แอบติดต่อวาตานาเบะดูตอนนั้น ก็ลงโทษเรนะไม่ลง ข้ารับใช้สาวให้เหตุผลว่า วาตานาเบะคอยช่วยผลิตอุปกรณ์ไฮเทคใหม่ๆ และให้ยืมมาทดลองใช้ ช่วยจองเครื่องบิน แถมวางแผนการเดินทางในยุโรป(โดยมีเป้าหมายกำจัดแวมไพร์)ให้ด้วย

ถึงแม้ไม่อยากจะยอมรับ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งมีชีวิตปริศนานั่นช่วยร่นเวลาให้พวกเธอมากขนาดไหน

คาชิวากิจำใจเดินไปดูของฝากกระจุกกระจิก เธอไม่ใช่คนถนัดด้านพวกนี้ ยิ่งอยู่แต่กับเรนะมายิ่งไม่เคยซื้อของฝากให้ใคร

สาวร่างสูงกรีดนิ้วไปตามของชิ้นเล็กชิ้นน้อยในซุ้มขายของฝากร้านหนึ่ง พลันก็ไปสะดุดสายตากับของชิ้นนึง

รูปจำลองหอไอเฟลเหรอ...

เธอหยิบขึ้นพลิกไปมาสำรวจมัน หอไอเฟลขนาดประมาณครึ่งไม้บรรทัดทำจากเหล็กทั้งอัน กำได้พอดีมือ ร่องรอยการผลิตที่ดูพิถีพิถัน รายละเอียดที่สวยงามทำให้เธอสนใจ เพ่งดูเพียงชั่วครู่ก็คงเป็นที่สะดุดตาของเจ้าของร้าน

“qui est le meilleur qualité!” ผู้ขายเอ่ยถามเป็นภาษาฝรั่งเศส “That is the best quality!” เขาพูดภาษาอังกฤษซ้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าผู้มาดูเป็นชาวต่างชาติ

“combine?” ถามราคาออกไปด้วยภาษาฝรั่งเศสที่ชัดเจนจนคนขายแปลกใจ

ก็นะ เคยอยู่แถวนี้มาเกือบร้อยปีนี่เนอะ

“€ 60 Madame,”

“...แพงเอาการ” คาชิวากิพึมพำ

“me donner à celui-ci” แต่สุดท้ายก็ตกลงซื้อมา “faire un paquet cadeau”

“oui madame” ผู้ขายรับคำ แล้วก็เอื้อมมือรับหอไอเฟลนั้นมา เขาบรรจงใส่กล่องและห่อของวัญให้อย่างดีตามที่คาชิวากิขอ

เธอยื่นจ่ายเงินแล้วเดินออกจากซุ้มมา

“คาชิวากิซังๆ ซื้อนี่ให้ด้วยซิคะ” สาวหน้ากลมที่อยู่ในร้านขนมปังข้างๆ โบกมือหยอย เรียกให้คาชิวากิเดินตามเข้าร้านมา เธอแอบเหล่มองกล่องของฝากในมือนายสาว แล้วก็ยิ้มอย่างร่าเริง

ทำปากแข็ง แต่ในที่สุดก็ยอมไปเลือกซื้อเองนะคะ

“เธอจะซื้อขนมปังไปทำไมเยอะแยะ” เมื่อยูกิเห็นเรนะหอบขนมปังเต็มตะกร้า ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

“เอาไปฝากวาตานาเบะซังไงคะ” เรนะทำตากลมใสแป๋ว

“ไหนเธอบอกว่า ไม่ให้ร่วมแชร์ของฝากไง”

“ไม่ได้แชร์ค่ะ นี่ของฉัน”

“แล้วทำไมถึงให้ฉันจ่ายเงิน?”

“ตะกี้คาชิวากิซังพูดเองนี่คะ ว่าจะซื้อให้” ท่าทีดื้อด้านของเรนะทำเอายูกิกุมขมับ

“แล้วทำไมต้องเป็นขนมปัง ที่ญี่ปุ่นก็มี”

“ขนมปังฝรั่งเศสที่ญี่ปุ่น กับขนมปังฝรั่งเศสที่ฝรั่งเศส มันต่างกันค่ะ!”

ด้วยความขี้เกียจเถียง กับไม่อยากผิดคำพูด ก็ได้แต่เดินไปจ่ายเงินให้โดยดี

...

 

เกือบสิบสองชั่วโมงบนเครื่องบิน ในที่สุดก็ถึงแผ่นดินญี่ปุ่น ดาราสาวคาชิวากิเดินนำลิ่วไปที่ทางออกโดยมีผู้จัดการสาวมัตสึอิเดินลากกระเป๋าใบใหญ่ตามไปด้วยท่าที่ขลุกขลัก

“คาชิวากิซัง จะกลับบ้านเลยไหมคะ?” เรนะเอ่ยถาม

สาวร่างสูงเลิกข้อมือมาดูเวลา ห้าทุ่มกว่าแล้ว...

คาชิวากิครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “แวะที่อื่นก่อนกลับแล้วกัน”

ไม่ต้องถามเรนะก็รู้ว่าที่ไหน ทั้งคู่ตรงดิ่งไปยังที่จอดรถ และใช้เวลาไม่นานก็มาถึงด้านหน้าของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง

บริษัทที่นายสาวของเธอมาตามสโตรก์เกอร์วาตานาเบะซังบ่อยๆ

เรนะกำลังจะดับเครื่องยนต์ ก็โดนเสียงปรามของคาชิวากิ ห้ามไว้

“ไม่ต้อง ฉันไปคนเดียวพอ”

“เอ๋~~ ทำไมละคะ ฉันก็อยากคุยกับวาตานาเบะซังนี่นา!” เรนะพูดเสียงอ่อย

“เฝ้ารถไปเถอะ” คาชิวากิปรามด้วยสายตาดุ ทำให้คนฟังแก้มป่อง แต่เมื่อขัดไม่ได้ก็ต้องทำตาม

“เอาของฝากเธอมา กับของที่ยัยนั่นให้ยืมมาด้วย”

เรนะยื่นถุงขนมปังกับกล่องอุปกรณ์ที่มายุแอบให้เธอไว้ก่อนไปยุโรปแก่นายสาวแบบหน้ามุ่ย แต่ดูแล้วคาชิวากิไม่ได้สนใจท่าทีของเธอเลยสักนิด พอรับของเสร็จก็เดินเข้าบริษัทไป

“...เฮ่อ...สงสัยจะโดนลงโทษที่แอบคุยกับวาตานาเบะซังมากไป” ได้แต่ฟุ่บหน้าบ่นกับพวงมาลัยรถยนต์

...


“...ติดต่อวาตานาเบะซังค่ะ” คาชิวากิพูดด้วยรอยยิ้มธุรกิจกับประชาสัมพันธ์ที่แม้จะดึกแค่ไหน แต่หากถ้าบริษัทยังคงเปิดอยู่ ก็ต้องทำงาน

สาวประชาสัมพันธ์ยิ้มตอบด้วยไมตรี แล้วบอกให้รอสักครู่ ก่อนจะกดโทรศัพท์ภายในต่อตรงไปยังห้องประธานบริษัท ไม่นานนักร่างที่คุ้นตาก็เดินออกมาจากลิฟท์ข้างใน

“กลับมาแล้วเหรอคะ คาชิวากิซัง?” วาตานาเบะ มายุ ยิ้มร่าเริงในชุดกาวน์ที่เห็นประจำเวลามาหาที่บริษัท

คาชิวากิแอบสังเกตที่ข้างแก้มของสาวตรงหน้า

...ไม่มีแผลที่เคยทำไว้ก่อนไปยุโรป

แปลว่าวาตานาเบะที่เห็นนี่คือคนละร่างกับวาตานาเบะที่ใส่ฮู้ดร่างนั้น

ยูกิแอบเสยะยิ้มกับสมมุติฐานของตนเอง

“ฉันเอาของมาคืน” แวมไพร์สาวยื่นอุปกรณ์ไฮเทคคืนให้ วาตานาเบะรับเอาไว้แล้วถามกลับ

“ใช้ดีไหมคะ?”

“เรื่องนั้นไปคุยกับเรนะเอาเองแล้วกัน” คาชิวากิตอบปัด

“แล้วนี่ ของฝากจากเรนะ” เธอยื่นถุงขนมปังฝรั่งเศสถุงใหญ่

“จากมัตสึอิซัง? ว้าว ฝากขอบคุณด้วยนะคะ"

...แต่ฉันจ่ายเงินนะ ร่างสูงคิดในใจ

วาตานาเบะ หอบของฝากที่รับมาไปวางไว้หน้าเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ได้ยินเสียงคุยพึมพำว่าเดี๋ยวมาหยิบไปตอนกลับ

“แล้วถุงสุดท้ายนั่นล่ะคะ?” หลังฝากเสร็จ สาวตัวเล็กก็หันมาถาม สายตาก็มองไปยังถุงกระดาษที่ยังเหลืออยู่ในมือของดาราสาว

“นี่...ของฝาก... จากชั้น” ยื่นมือออกไป ให้สาวตรงหน้า แต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกแปลกๆจนพูดตะกุกตะกัก เพราะว่าเธอไม่เคยให้ของฝากคนอื่นมานานรึไง รึเพราะว่าต้องให้ของกับคนที่เธอจ้องจะฆ่าทุกวัน
ความสัมพันธ์ของเธอกับวาตานาเบะ ไม่รู้จะหาคำไหนมาอธิบายได้ ศัตรู? คู่ปรับ? ก็ไม่น่าใช่ เพียงแต่เธอรู้ว่า ต้องหาคำตอบความลับต่างๆของวาตานาเบะให้ได้ เหมือนประชันสมองกันอย่างไงอย่างนั้น
ซึ่งถ้าวัดสมอง เธอก็ยอมรับว่าคงแพ้ไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้ไม่ต่างกับเล่นไปตามเกมส์ที่อีกฝ่ายวางไว้ แม้ตอนแรกจะหงุดหงิด

...แต่ตอนนี้เธอก็รู้สึกสนุกไปกับมัน ...อาจเพราะได้มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์หลังจากที่ไม่ได้ทำมาเนิ่นนาน

วาตานาเบะสังเกตเห็นท่าทีเคอะเขินของคนสูงกว่าก็แปลกใจ แต่แปลกใจยิ่งกว่าที่แวมไพร์แสนเย็นชา จะมีของฝากมาให้เธอ

ทั้งๆที่กะพูดกวนประสาทเล่นแท้ๆ
...แบบนี้แปลว่าแผนซื้อใจเราได้ผลรึเปล่านะ?

มายุรับถุงนั้นมา แล้วก็แกะดูทันที หอไอเฟลจำลองที่สวยงามปรากฏออกมาจากกล่อง ดูแล้วท่าทางมีราคา

“คนนึงให้ขนมปังฝรั่งเศส คนนึงให้หอไอเฟล เซ้นส์พวกคุณนี่เก่าสมอายุเลยนะคะ” วาตานาเบะหัวเราะคิกคัก

“แต่ของมัตสึอิซังออกจะซื่อเกินคาดไปหน่อย” แม้จะดีใจ แต่นิสัยปากพากวนก็เผลอแซวออกไปตามประสา

“ไม่ชอบก็เอาคืนมา!” คาชิวากิเขม่นตาทำท่าจะคว้ากลับ แต่สาวอีกคนเร็วกว่าดึงมือหลบ

“ไม่ค่ะ ฉันชอบมาก” วาตานาเบะ ปิดฝากล่องแล้วกอดไว้แบบหวงแหน ก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้สาวร่างสูงที่กลับมาทำท่าทีหงุดหงิดดังที่เคยเห็นบ่อยๆ

เมื่อมาหยุดตรงหน้า ยูกิจ้องร่างสาวด้วยความสงสัย วาตานาเบะยิ้มอย่างอ่อนโยน แล้วเขย่งเท้าดันตัวเองขึ้นไปให้ถึงใบหูของอีกคน

“ขอบคุณนะคะ ยูกิซัง” พูดเสียงกระซิบ เสร็จแล้วก็หันหน้ามาหอมแก้มแวมไพร์สาวเบาๆ

ก่อนที่ยูกิจะได้ตอบโต้อะไร วาตานาเบะก็ชิงเดินหนีขึ้นลิฟท์ไป ทิ้งให้สาวร่างสูงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

....


พยายามบอกตัวเองว่า นี่ฟิกมายูกิ มายูกิ ค่ะ ถถถ
จะแอบกุ๊กกิ๊กกับเรนะมากไปแล้วนะ พี่กิรินนนนนน

 

ปล. แอบเขียน  side เรนะยูกิไว้ แต่ไม่รู้จะลงในสวน รึที่ไหนดี 
ขอความเห็นหน่อยค่า ถถถ เรทนิดๆ แต่ไม่มาก คนเขียนเขินนนค่ะ 

 

ปล2. ภาษาฝรั่งเศสนั่นกูเกิ้ลช่วยนะคะ ไวยากรณ์ผิดรัวๆแน่ ได้โปรดอย่านำไปใช้ตาม ฮ่าา

Share this post


Link to post
Share on other sites

เด็กสามคนนั้นอ่ะ อ่านแล้วนึกถึงสามทหารเสือเลยแฮะ- -'

ยิ่งคนสุดท้ายนะ เจอคำว่า 'จริงจัง' เข้าไป...นั่นมันนาจัง(ของเก๊า)ชัดๆ!

 

ว่าแต่เรื่องนี้จริงๆคือเรนะขอสอง เอาทั้งมายุทั้งกิรินหรือเปล่า5555

ต่อหน้าอยู่กับกิริน แต่ลับหลังดันช่วยมายุซะงั้น

 

555 เรนะอาจเหมาเรียบตอนท้ายก็ได้ค่ะ
นาจังมาตะปบแข่งกับเราก่อน ของเค้า XD

 

อะไรนะเรนะกับย้วยมีแอบคุยกัน ขุ่นพระ <3
ย้วยสร้างหุ่นยนต์ตัวเองขึ้นมาใช้มั้ย?!
เป็นCGที่กวนที่สุดล่ะ555

 

ถถถ ยังคงกวนและแอบปากร้ายแซวพี่กิรินทุกตอนไปค่ะ

 

3คนนั่นสามทหารเสือแน่ๆ หรือเปล่าหว่า 5555555555

 

เระนอกใจพี่กรเหรอ มีการคุยกับย้วยนอกรอบเนี่ย

 

555 คนปลื้มก็งี้ ต้องแอบเจ้านายเม้าท์

 

ต้องเป็น 3 ทหารเสือเเน่เลยย ~ เฮียแอบคุยกับย้วยเรอะ กิกิ

พี่กิรินสู้มนุษย์อัจฉริยะมิได้หรอกก 555 อยากอวยพี่กิรินนะ เเต่ทำมิได้ -3-

 

เริ่มเหมือนศึกชิงนางค่ะ จะเป็น ยูกิ เรนะ ชิงมายุ รึ มายุ เรนะ ชิงยูกิกันนะ ถถถถ

 

เปลี่ยนแท็กเป็น 3P เลยค่ะ!!!!!!

:dookdik_penguin_17:  :dookdik_penguin_17:  :dookdik_penguin_17:  :dookdik_penguin_17:

 

ใกล้แล้วค่ะ 55555555555

 

เอ๋!!! งั้นยัยM ก็แอบเลี้ยงเด็กด้วยสิ ><

ฮี่ฮี่ เอามาเป็นตัวประกอบค่ะ 55

Share this post


Link to post
Share on other sites

ย้วยลึกลับอ่ะมาต่อเร็วๆนะคะไรท์

 

มาต่อแล้วค่าา

ย้วยไม่ได้ลึกลับหริกค่ะ 

ประชันสมองกันหาล้วงความลับมากกว่า แค่ยูกิสู้เค้าไม่ได้ค่าเลยโดนล้วงซะหมดตั้งแต่แรก 555

 

เริ่มงงล่ะ???

 

ไอ้หย๋า อย่าเพิงงงนะคะ XD

 

ปูเสื่อรอโมเม้นต์มายูกินะฮะ
(>////<) ฟินยูกิเรนะจัง

 

พยายามบอกตัวเองว่า คู่หลักคือมายูกิอยู่คร่ะ ถถถถ 
เขียนไปเขียนมา โมเมนท์ยูกิเรนะแอบเยอะกว่า แต่หลังๆ ความลับมายุเผย

จะเอนมา มายุมากขึ้นแล้วค่ะ

 

เรนะกะควบสองเลยใช่มั้ยเนี่ย 555 xD
สามคนนั่นคืิสามทหารเสือ..?

 

ถถถ ตอนจบเรนะจะสอยหมดเรื่องไหมต้องติดตาม

 

--

เขียนตอนแรกกะให้เรนะเป็นตัวประกอบด้วยนะเนี่ยยย

ตอนนี้ก็ยังเป็นตัวประกอบอยู่ค่ะ ตัวหลักคือ มายุกินะคะ ถถถ

*พยายามย้ำตัวเอง 

Share this post


Link to post
Share on other sites
แง้!!!!...เรนะจะแย่งยูกิรินหรอ...มายุไม่ยอมน้า!!!^0^555

Share this post


Link to post
Share on other sites

....นี่พูดตรงๆ จริงจังเลยนะ

เก๊าฟินยูกิกับเรนะอ่ะ! แอร๊ยยยยยยย

มีฉากมุ้งมิ้งเยอะมาก ประหนึ่งคู่ชีวิตที่แต่งงานกันมาหลายร้อยหลายพันปี มโนคือชนะ

 

คุณคนเขียนคะ...มายุไม่จำเป็นแล้วล่ะเวลานี้ 55555555

ยังไงก็มีเด็กๆดามใจอยู่แล้วน่า ปล่อยให้แวมไพร์เขาอยู่ด้วยกันเต๊อะ!

Share this post


Link to post
Share on other sites

เอร๊ยยยยยยย วิธีให้เลือดของเรนะนี่ กรี๊ดดดดดดดดด
เราเชียร์ยูกิเรนะค่ะ ตอนนี้ย้วยไม่สำคัญแล้ว ฟินคู่หูแวมไพร์มากกว่า
รู้สึกเรนะจะบ๊องๆหน่อยนะคะ>> แต่นางน่ารัก ให้อภัย 
 

Share this post


Link to post
Share on other sites

โอ๊ยยยยยยยยยยยยย ฟินกับยูกิเรนะอ่ะ

 

ไรเตอร์คะยังเปลี่ยนคู่ทันนะคะ

 

ไม่ไหวกับคู่นี้แล้ว น่ารักได้อีก

Share this post


Link to post
Share on other sites
3P ก็ดีนะคะ.......... *ย้ำกับตัวเองบ้าง*
คิกๆ ยูกินี่หวั่นไหวกับมายุแล้ว ดีจัง

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอนพิเศษ 

Side Story in Romania

(RenaYuki)

-----------------------------------------------------------

 

 

 (edit ออกสำหรับโครงการในอนาคตค่ะ)
15/11/15

 

 

-------------------------------------

ตัวเต็มหาได้ในสวนนะคะ :P 

ไม่ยาวหรอก สั้นนิ๊ดดเดียว

จากนี้ไปคาดว่า มายุกิยาวๆแล้วค่ะ 555

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now