[Fic] ตำนานแห่งเมืองหนาว (atsumina) SP.3.2

703 posts in this topic

Ch.1 บุคคลปริศนา

 

  ณ เมืองแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นศูนย์กลางการค้าและการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ อันเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆของโลกและเหมาะแก่การเป็นเมืองท่าชั้นหนึ่ง
ประชากรที่นี่มีมากกว่าครึ่งหนึ่งทั่วโลกที่ถูกแบ่งออกเป็นสี่เขตใหญ่ ได้แก่ อาณาจักรเหนือ-ใต้ ออก-ตก
ประกอบไปด้วยประเทศย่อยๆอีกราวๆร้อยกว่าประเทศ เช่น อากิบะนคร นันบะนคราช  ซากิเอะนคร ฮากาตะนคร และนครอื่นๆร่วมกันได้สิบเอ็ดนครในเขตทางซีกโลกตะวันออก

 

 เมืองแห่งนี้ถือว่าอยู่จุดกึ่งกลางของเขตแดนทั้งสี่จึงถูกแต่งตั้งให้เป็นศูนย์กลางการค้าของคนทั่วทุกมุมโลกมารวมตัวกัน

   

 ภายในนครรัฐเอง..

  เสียงพ่อแม่ค้าแหกปากขายของกันตั้งแต่รุ่งสางตามทางเดินฟุตบาทราดคอนกรีตทอดยาวจนถึงวนเวียนกลางตัวเมือง พวกอาหาร อาวุธ เครื่องใช้ ข้าวของจำเป็นสำหรับคนเดินทางไกลถูกนำมาวางเรียงรายบนแผงลอยที่ดูแล้วมีทั้งของคุณภาพดีและของคุณภาพห่วย

    ท่ามกลางเสียงแหกปากของฝูงชนนั่นเอง กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งประกอบด้วย หญิงสาวผิวขาวตัวสูงหุ่นดีสวมเกราะเหล็กทำจากเงินแท้ สะผายดาบใหญ่ผาดกลางหลัง ผมสั้นแค่ใบหู หน้าตาดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงที่แฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ ขี้แกล้ง เดินนำอยู่หน้าสุด

   ถัดมาทางซ้ายหญิงสาวตัวสูงรูปร่างผอมสวมชุดจอมเวทย์สีม่วง ริมฝีปากอวบอิ่มแต่งเติมสีลิปสติกชมพูอ่อนๆ ใบหน้าขาวนวลชั่งยั่วยวนปนเซ็กซี่ เธอปล่อยผมสีน้ำตาลยาวสยายเต็มแผ่นหลัง โชว์ความงามของเส้นเกศา ห้อยหมวกสีม่วงปลายดำละต้นคอกำลังมองรอบด้านอย่างเบื่อหน่ายพลางถอยหายใจยาวๆ

ถัดมาด้านขวาที่หญิงสาวตัวสูงปานกลางท่าทางทะมัดทะแมงเยี่ยงอย่างผู้ชาย แต่งตัวคล้ายนักรบสะผายดาบสั้นสองเล่มข้างเอวไว้ผมซอยสั้นชี้ฟูแถมยังเอามือไปขยี้มันเบาๆจนดูยุ่งกว่าเดิม มิวายแจกยิ้มโปรยเสน่ห์ให้สาวแถวนั้นได้อ่อนระทวยกันเป็นแถบ มาพร้อมกับหญิงสาวอีกสองคน คนหนึ่งตัวเล็กรูปร่างกำลังดี มีเขี้ยวที่มุมปากเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว  เวลายิ้มเป็นคนดูขี้เล่นแถมยังมีลักยิ้มบุ๋มอยู่ข้างแก้ม ใบหน้านั้นทะเล้นหน่อยๆตามนิสัยซุกซน แต่งตัวสไตล์ผู้ชายสวมเกราะเหล็กเงินขนาดพอดีตัว สะผายดาบยาวหนึ่งเล่มข้างเอวด้านขวา เดินคู่กับน้องเล็กของกลุ่มพ่วงตำแหน่งไม่เล็กตาม ตัวสูงกำลังพอดีรูปร่างสมส่วน แต่งตัวเหมือนคุณหนู ผมสีน้ำตาลดัดลอนถูกปล่อยสยาย ดวงตากลมส่องประกายยามมองสำรวจผู้คนโดยรอบเ้วยรอยยิ้วหวานประจำกาย

 

หลังจากเดินทางมาร่วมสามเดือนเศษกว่าจะถึงเมืองนี้ หญิงสาวร่างสูงเจ้าของฉายาจอมงองแงก็เริ่มโวยวายตามสไตล์ที่ยังมิอาจถึงจุดหมายเสียที

  

“ยังไม่ถึงอีกเหรอ ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ ไม่เห็นอยากไปเลย เมืองต้องสาปบ้าบ้อนั้น”

“ช่วยไม่ได้นิ ทนๆหน่อยสิเนี๊ยง" หญิงสาวตัวเล็กกล่าวด้วยท่าทางภูมิใจในพละกำลังของตนเองที่เดินทางมาหลายวันแล้วยังไม่มีทีท่าเหนื่อยพร้อมยกยิ้มขึ้นมาแสดงลักยิ้มบุ๋มอันเป็นเอกลักษณ์แก่สายตาสาวเจ้า แต่สาวเจ้ากลับมองมันอยู่ครู่ก็หันหน้าหนีทำท่าทำทีไม่สนใจ รอยยิ้มนั่นจึงหุบลงอย่างช่วยไม่ได้

"ก็ฉันเหนื่อย แล้วฉันก็ไม่อยากไปด้วย"

"บ่นเป็นคนแก่เลยเนียวโร บอกให้กลับไปก่อนก็ไม่เชื่อยังจะตามมาอีกนะเธอ ยังไงวันนี้เราก็ต้องพักที่นี่ เวลานี้มันจวนจะเย็นแล้วด้วย ยูโกะ เธอกับซาเอะ ออกไปหาข้อมูลเพิ่มเติมให้หน่อย เอาข่าวอะไรก็ได้ ที่เกี่ยวกับ 'เมืองต้องสาป’  ” หญิงสาวร่างสูงสะผายดาบใหญ่ปัดรำคาญน้องๆโดยการออกคำจอมเผด็จการ แหงสิ ไม่ทำแบบนี้ ใครหน้าไหนมันจะฟัง 

“ก็ได้แหละ ไง.. ยูโกะ” ซาเอะหันหน้าไปแอบหัวเราะคนทำหน้าจ๋อยเพราะโดนหญิงสาวสุดฮ๊อดของกลุ่มเมิน

“เอาดิ.. แต่.. เมืองนั้นมันจะมีแน่หรออ ของน่ะ?” ยูโกะลากเสียงยาว เธอไม่คอยเชื่อเรื่องเล่าตามหนังสือโบราณสักเท่าไหร่ เมืองต้องสาปมันคงไม่วิเศษวิโสอะไรขนาดนั้น ก็แค่คนเขาพูดกันให้มันดูโอเวอร์ไว้เพื่อจะมีคนสนใจอยากลองเข้าไปพิสูจน์ความจริงล่ะ จริงไหมล่ะ เมืองบ้าอะไรจะมีวิทยาการก้าวล้ำออกนอกอวกาศ กลับล่มสลายลงง่ายๆ เป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลสุดๆ  น่าขำสิ้นดี เมืองเจริญรุ่งเรืองถึงขั้นวิจัยเกี่ยวกับการกลายพันธ์ของมนุษย์ได้แต่กลับกลายมาเป็นแค่เศษซากในปัจจุบัน มันเป็นเรื่องไร้สาระเกินไปแล้ว ถ้ามีอยู่จริงวิทยาการอะไรนั้นคงไม่ได้เลิศเลอไปกว่าตอนนี้หรอก
   

“มีสิ  ฉันเชื่อเรื่องนี้” พอได้ยินคำพูดขัดหูมีหรือคนต้นเรื่องจะยอมนิ่งเป็นตอไม้อยู่เฉยออกปากค้านสุดเดช

“ฮิเมะ มันแค่นิทานหลอกเด็กน่า” ยูโกะอดไม่ได้ต้องโต้ตอบ เชอะ นิทานก็คือนิทาน เมืองบ้าบ่อแบบนั้น ไม่มีทางมีอยู่จริง ฮิเมะสาวดันไปหลงเชื่อจนต้องกระเตื้องออกมาสำรวจ

 “ไม่ใช่สักหน่อย มันเป็นเรื่องจริงนะ!”

 “ฮิเมะนั้นแค่ตำนาน เป็นเพียงหนังสือ..”

 “ก็ฉันเชื่อในสิ่งที่หนังสือเขียนไว้” คนเถียงเริ่มหน้าบูดยกมือกอดอกใช้สายตาจริงจังมองคนที่กล้าต่อปากต่อคำ

“พอเถอะพวกเธอสองคน เลิกเถียงกันได้แล้ว พวกเธอเถียงกันไปวันนี้ก็ไม่ได้อะไร เจ็บคอเปล่าๆ.. ถ้าอยากรู้ว่าใครถูกหรือผิดก็ต้องลองเข้าไปดูเองกับตา โอเค๊?”   มาริโกะยกหางเสียงขึ้นตอนท้ายแทบจะกลายเป็นคำถามปายปิดประมาณว่า หยุดเถียงกันเข้าใจมั้ย รำคาญ!!

 

“เฮ้อ.. ตามใจเถอะ” ยูโกะยกมือยอมแพ้  ก่อนจะเข้าไปหาเจ้าหญิงที่ยืนตีหน้านิ่งอยู่ข้างพี่ใหญ่ เธอยกมือข้างซ้ายของเจ้าหญิงมาไว้ตรงหน้าและย่อเข่าลงกับพื้น ประทับจูบลงบนฝ่ามือตามประเพณีของอาณาจักรเพื่อแสดงคววามขอโทษอย่างสุดซึ่งที่ได้กระทำการล่วงเกินไป

 

 ความจริง อัตสึโกะเป็นเจ้าหญิงของอาณาจักรทางตะวันออก ชื่ออาณาจักร อากิบะนคร เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของโลก มีจำนวนประชากรประมาณหนึ่งร้อยยี่สิบล้านคน และมียอดฝีมืออัจฉริยภาพทางการใช้เวทย์มนตร์แขนงต่างๆมากมาย ซึ่งส่วนมากจะมาศึกษาเล่าเรียนวิทยาการในอาณาจักรเพื่อเอาวิชากลับไปพัฒนาบ้านเกิดของตน ซาเอะกับมาริโกะเป็นหนึ่งในนั้นแต่หลังจากเรียนจบทั้งสองคนก็ตัดสินใจเข้ารับราชการในวังหลวงซึ่งความจริงพวกเขาก็อยู่มาตั้งแต่เด็กๆ เมืองอากิบะนครขึ้นชื่อในเรื่องของความสงบเพราะอยู่ห่างไกลสงครามมาร้อยกว่าปี และยังมีการพัฒนาวิทยาการเรื่อยๆตามความต้องการของบุคลากรในประเทศ 

 

 อัตสึโกะออกนอกอาณาจักรเป็นครั้งคราว ในฐานะคนชอบผจญภัย หาความรู้
คราวนี้มีจุดประสงค์ คือ แสวงหาความจริงของตำนานในหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับดินแดนสีขาวอันเป็นปริศนาเมื่อพันปี ซึ่งอยู่ทางซีดใต้ของโลก เป็นดินแดนอันขาวโผล่ที่ถูกกล่าวขานว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอยู่ มนุษย์หรือจะได้ล่วงล้ำ เคยเจริญมากถึงขนาดเป็นยุคทองของเวทมนตร์ แต่กลับหายสูญไป
ปริศนาและวิทยาการที่ถูกเก็บซ่อนในหลังสือล้วนเป็นความลับอันทรงคุณค่าให้เธออกค้นหา...

 

 อัตสึโกะยืนหน้าแดงกับการกระทำของยอดฝีมือตัวเล็ก รีบดึงมือกลับ ตรงข้ามกันอีกฝ่ายส่งยิ้มแก่นๆ

“ฉันไปก่อนนะ เดี๋ยวเย็นๆจะรีบกลับมา อย่าลืมแจ้งพิกัดที่พักไปด้วยล่ะ ป่ะ ซาเอะ” ยูโกะหันไปจูงมือเพื่อนสนิทเดินออกมาจากกลุ่ม

เจ้าหญิงของเราถึงได้โบกมือลาเขาทั้งสอง  แอบคิดในใจว่า ที่จริงยอดอัศวินของตนไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ เห็นอย่างนี้ตนก็เขินเป็นนะ

 

 

“อัตสึโกะ เหม่ออะไรอยู่ ” เสียงเรียกของผู้อาวุโสสูงสุดเรียกสติ
ของเด็กสาวที่เดินลากขาช้าๆกลับมา ดวงหน้าของเจ้าหญิงเหรอหรารีบวิ่งตามพวกมาริโกะไปให้ทัน

 “อ๊ะ ขอโทษค่ะพอดีคิดอะไรนิดๆหน่อยๆ” 

“ทีหลังระวังหน่อย เกิดหลงกันขึ้นมาฉันแย่เลย” มาริโกะตักเตือนร่างบางขณะที่ร่างสูงอีกคนเดินมาพิงไหล่เธอด้วยท่าทางใกล้หลับอยู่มะรอมมะร่อ อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะ มีฮารุนะอยู่ที่ไหนความเฉื่อยอยู่ที่นั่น แถมไม่พอเจ้าตัวยังหงุดหงิดง่ายสุดๆ เวลาอยู่กับยูโกะสองคนทีไร ต้องทะเลาะกันทุกที เฮ้อ น้องชั้นแต่ละคน ให้ตายสิ
อย่างนี้จะไว้ใจให้ไปไหนลำพังได้ยังไง เธอถึงต้องค่อยตามคุมอย่างตอนนี้

“ขอโทษค่ะ คราวหลังจะระวัง” อัตสึโกะยิ้มแหะๆ ทว่าเมื่อสายตากวาดมองโดยรอบก็ปิ้งไอเดียเด็ดขึ้นมา
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เดินทางผ่านเมืองที่ไม่ค่อยจะมีที่เที่ยวมาเกือบสามเดือน ขอละ

“จริงซิ คืนนี้ออกไปเที่ยวกันเถอะ อุสาพักในเมืองใหญ่ทั้งทีนะ ไม่ออกไปเที่ยวคงเสียรอบแย่”  

“เดี๋ยวซิ!”

“งั้นฉันไปด้วย” ฮารุนะรีบโพล่งสนับสนุนหน้าตาที่สะลึมสะลิมเมื่อครู่กลายเป็นประกายวับจนใครยากจะขัดใจละทีนี้

“พวกเธอ! พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้าอย่าลืมสิ!” มาริโกะหายใจฟืดเอามือดันหัวฮารุนะออกจากไหล่ ส่งสายตาคาดโทษให้ตัวต้นคิด 

“น่านะมาริจัง เที่ยวนิดเที่ยวหน่อยไม่เป็นไรหรอก” อัตสึโกะเข้าไปกระโดดกอดแขนมาริโกะแทนที่ฮารุนะเมื่อครู่พร้อมใช้สายตาอ้อน หวังผลว่าพี่ใหญ่จะใจอ่อนยอมให้ตนได้เที่ยว

"ไม่ได้อัตสึโกะ ยังไง ครั้งนี้ก็ไม่ได้"

"นะคะ มาริจัง"

"น้าา" คราวนี้อัตสึโกะยิ้มตาแทบปิดจนคนใจแข็งชักไม่แน่ใจแล้ว 

เธอจำได้ อัตสึโกะเป็นคนที่อันตรายสุดๆ โดยเฉพาะรอยยิ้มที่ทำให้ใจแข็งไม่ลง
และเธอ...
ก็เป็นหนึ่งในนั้น
อยากจะบ้าตาย ใครที่มีภูมิต้านทานรอยยิ้มเด็กคนนี้ได้ช่วยบอกที

“ก็ได้ ฉันยอมก็ได้ แต่… แค่แปบเดียวนะ อย่าลืมว่าพรุ่งนี้เราต้องเดินทางต่อ

“รับทราบแล้วค่ะ พี่มาริจัง"  คำตอบสุดทะเล้นพร้อมท่าทางโลนเต้น
มาริโกะแทบอยากเอามือมากุมขมับ
ใครเชื่อจริงๆละว่า ไอ้คนขานรับมันเข้าใจน่ะ

“แล้วอย่าลืมละว่ารับปากฉันไว้ หลังจากหาที่พักได้จะพาไปเที่ยว เค”

“ค่ะ มาริจังใจดีที่สุดเลย!” อัตสึโกะเขย่งตัวขึ้นไปหอมแก้มมาริโกะหนึ่งที คนโดนแบบนี้ถึงกลับหน้าแดงก่ำได้แต่ค้อนขอดหญิงสาวในใจว่าทำตัวเป็นเด็กๆไปได้

“ดีใจใหญ่เชียว ไปกันได้แล้ว” มาริโกะจับเด็กที่ยืนพยักหน้าเป็นลูกแมวเชื่องๆมากับตนได้แล้ว ไม่เช่นนั้นเกรงว่าเย็นนี้จะไม่ได้ทีพักพอดี

 

 

  พวกเขาคงไม่สังเกตว่ามีบุคคลหนึ่งกำลังจ้องมองอยู่

“เมืองต้องสาปหรือ” น้ำเสียงเศร้าสร้อยดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เสียงสัมผัส ชั่งแผ่วเบา แหบพร่าและเปวดราว แววตาสีดำสนิทบอกกล่าวความอาลัย เมื่อนึกหวนไปยังดินแดนเจ้าของนาม ผ้าคลุมของฮู้ดสีดำกำลังปลิวไสวตามสายลมที่พัดพา ร่างปริศนายืนนิ่งอยู่ครู่ ก่อนหายตัวไป....

เราคงได้พบกัน พวกเจ้าผู้ล่วงล้ำ

 

.

.

.

 

 

ด้านของสองคู่หูตัวเล็กตัวใหญ่ที่พากันเดินแยกออกจากกลุ่มมุ่งตรงมายังลานวงกลมที่เป็นจุดแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างประเทศ มีทั้งลูกตาปีศาจกระทั้งตับ ไต ไส้ พุง ที่ไม่รู้ไปเอามาจากไหน จะเอาไปทำอะไร เห็นแล้วต้องยกมือปิดปาก สยองคลื่นไส้อยากอาเจียนออกมา

 “ถึงบอกให้มาหาข้อมูลก็เถอะ แต่… จะไปหาที่ไหนเนี่ย!!!” ยูโกะตะโกนเสียงดังลั่นกลางวงล้อมในตลาด ทำเอาผู้คนรอบหันมอง พวกพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังส่งยื่นสินค้าหยุดจ้องยูโกะประหนึ่งเป็นตัวประหลาดยิ่งกว่าสินค้าในมือ ซึ่งของบางชิ้นยังดิ้นสดๆ ยั้วเยี้ยๆอยู่เลย

 

  ซาเอะเห็นดังนั้น จึงรีบเพื่อนตัวเล็กออกจากจุดตกเป็นเป้าสายตาคอยส่งยิ้มหวาน โค้งหัวผงกๆ 

“แกจะตะโกนทำไมวะ ถึงแกตะโกนไป เราก็ไม่รู้อะไรอยู่ดี! ดูซิ คนเขามองมาแกอายไหมวะ”

“ก็ไม่รู้ต้องทำไงนิน่า” ยูโกะกอดอกทิ้งน้ำหนักตัวลงปล่อยอีกฝ่ายออกแรงลากตนต่อ
สบายชะมัด

“รู้แบบนี้ ให้ยูกิรินมาด้วยก็ดี เฮ้อ~ ” ซาเอะบ่นพึมพำ เหล่มองคนที่ชักจะสบายเกินเหตุ แล้วเหวี่ยงยัยตัวเล็กสุดแรง

“เหอวว ทำอะไรเนี่ย!!”  ยูโกะเกือบจูบพื้นเงยหน้ามาโวยวายใส่เพื่อนที่ยืนผิวบอกไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับเรื่องที่ทำ

“หนัก” คำคำเดียวที่เข้าหู ยูโกะโกรธหน้าดำแหกปากไม่อายใคร

“ไม่เพื่อนบ้า ทีกับคนอื่นละไม่หนัก ทีกับฉันละทำเป็นบ่น ต้องเป็นยูกิรินรึไง แกถึงจะยอม โน้น นี้ นั้น..”

“ไอ้โรคจิต! เงียบไปเลยวะ!” ซาเอะแยกเขี้ยวตะโกนกลับ อยากแตะไอ้เพื่อนปากหมาคนนี้จริงๆ แหม พูดแค่นี้ทำเป็น ฉันยังไม่เคยบ่นแกกับเนี๊ยงๆสักคำ

“ฮ่าๆๆ แค่นี้ ทำเป็นโกรธ ฉันมีความคิดดีๆล่ะ”

“ความคิดไร?” ซาเอะจ้องเจ้าของความคิดอย่างจับผิด 'ยูโกะคงไม่คิดอะไร พิเลนๆอีกนะ'

“ก็.. ไปหาข้อมูลในตลาดมืดไง” ยูโกะยักไหล่ทำท่าทางไม่ใส่ใจนัก

และผลมันคือ...

“แกจะบ้ารึไงห๊ะ!เราจะไปรู้ได้ไงว่ามันที่อยู่ไหน ถึงเรารู้ไป ก็ใช่ว่าจะเข้าไปได้!” 

“จะไปยากอะไรล่ะ ให้ยูกิรินช่วยดิ”

“ให้ยูกิรินช่วย?” ซาเอะทวนคำเสียงสูงแล้วต้องอ้าปากค้าง 'ยัยนี้ไม่ดึงคนอื่นเข้ามาเกี่ยวสักครั้งได้ไหมนะ'
เดี๋ยวถ้าเดือดร้อน เรื่องไปถึงหูมาริโกะได้ซวยคู่อีก

“เอ่อซิ แล้วแกมีทางอีกไหม มานี่เลยมา” ยูโกะไม่พูดเปล่า ด้วยความบ้าพลังจับซาเอะล็อกแขนล็อกขาพาเดินไปหามุมเงียบๆในซอกตึก

   

   เธอพึมพำอะไรไม่ได้ศัพท์อยู่ข้างกำแพงเป็นประโยคยาวๆสักครู่ควันสีขาวก็ลอยคลุ้งไปรอบๆข้อมือ เธอเลยนำมันวาดเป็นรูปวงรีจนเกิดกระจกเงาสะท้อนแสงแทนหมอกควันสีขาว หลังจากนั้นมันก็คอยๆเผยให้เห็นห้องหนึ่งที่รกน่าดู ข้าวของในห้องวางระเกะระกะแทบหาทางเดินไม่เจอ มองไปซ้ายขวาก็พบแต่คอมพิวเตอร์หลายร้อยเครื่อง 

 ไม่นาน ผู้หญิงผมยาวดำดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ผิวขาวนวลเนียนกิริยาเรียบร้อยก็ได้ปรากฏออกมา

 

“เอ๋ ติดต่อมาแบบนี้ มีเรื่องสำคัญอะไรรึเปล่าค่ะ” หญิงสาวทำท่าตกใจ ชนิดที่เรียกว่าโอเวอร์มาก

“เลิกทำท่าแบบนั้นสักทีเถอะ ฉันขอร้องละ” ยูโกะส่ายหน้าระเอือมกับเพื่อสาวสุดโอเวอร์คนนี้ แต่ว่านะ ไอ้คนข้างๆนี้มัน...

 “ยูกิรินจ๋า สบายดีไหมจ๊ะ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

'หมั่นไส้เว้ย!..’

“โครม!” ไว้เท่าความคิดยูโกะยกเท้าถีบเพื่อนรักเต็มแรง!

“หาเรื่องกันเหรอห๊ะ ยัยเตี้ย!” ซาเอะยันตัวขึ้นจากกองขยะชี้นิ้วด่ายูโกะ ร่างของเธอสักลุกซู่ด้วยความโกรธ

“เอ่อซิ ท่าทางแกมันทุเรศชะมัด!” 

“หน่อยยย แกอย่าอยู่เลย! ซาเอะตรียมวิ่งเอาหมัดหนักๆประแคนเข้าหน้ายูโกะตามประสาเพื่อนรัก แต่....

“เอ่อ.. ยูโกะ ซาเอะ มีอะไรรึเปล่าค่ะ ฉันรีบอยู่นะคะ”  คนรุกชะงักหมัดค่อยๆให้ไปมองยูกิที่ส่งสายตาไม่พอใจให้จนต้องรีบกลับมาตียิ้มใส่ซื้อทั้งที่ในใจเคืองยูโกะแทบตาย

 

“เอ่อใช่ ฉันว่าจะให้เธอช่วยหาตำแหน่งของตลาดมืดแล้วปลอมรหัสให้ฉัน”

"...." ยูกิรินเงียบอยู่พักใหญ่หลังจากจบประโยค 

“ไม่แน่ใจนะคะว่าจะทำได้รึเปล่า แต่ถ้า.. มีแผนที่ของเมือง คงง่ายขึ้นเยอะ” 

“แผนที่ของเมือง?” ยูโกะเหมือนนึกอะไรออก เลยหันมองคนที่ตีหน้าขรึมใส่

"รู้แล้วเว้ย ทำให้ก็ได้ แต่ถ้าแกหาเรื่องฉันอีกนะไอ้ลุง อย่าหวังว่าฉันจะช่วย" ซาเอะยื่นคำขาดจ้องหน้ายูโกะหมายเอาเรื่องอยู่กรายๆ เจ้าตัวจึงได้ยกมือบอกว่าตกลงๆ
อีกฝ่ายยอมนั่งคุกเข่าลงพื้น เอามือข้างหนึ่งแตะหินด้านล่างใช้ปลายนิ้วทั้งห้าแนบสนิทกับกระเบื้องบนถนน ไม่ช้า
แสงสีเขียวก็เปล่งออกมาจากฝามือกระจายไปรอบๆพื้นที่ซาเอะนั่งอยู่ ข้อมูลต่างๆของเมืองถูกแปรสภาพเป็นข้อมูลตัวเลข เจ้าของเวทย์ยกมือขข้างหนึ่งวาดรูปตามข้อมูลที่เห็น โครงสร้างของบ้านเรือน ต้นไม้ใบหญ้า ค่อยๆปรากฏขึ้นมาในรูปของทรงสีเหลี่ยม สามเหลี่ยมและวงกลมตามลำดับ

การสร้างแผนที่และการวิเคราะห์โครงสร้างเป็นความสามารถเฉพาะตัวของซาเอะ ซึ่งเจ้าตัวไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่ เนื่องจากปกติยูกิรินเป็นคนทำเสียมากกว่าถ้ามาอยู่ด้วย 
ซาเอะจึงลดตัวจากหน้าที่มารับผิดชอบการคุมกันแลตรวจสอบภาคสนามดีกว่า

 

"เอาเสร็จแล้วล่ะ"

"ไหนดูสิค่ะ อืม..."ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเทาเหมือนสีควันไฟ มือข้างหนึ่งถูกยกขึ้นร่ายเวทย์เรียกแป้นพิมพ์ขนาดเล็กออกมา นั่งพิมพ์ข้อมูลลงไปตามรายละเอียดของแผนที่จนภาพของเมืองขนาดใหญ่ได้ปรากฏร่างให้เห็น

 

ลับๆแล้วยูกิริน คือ แฮกเกอร์ตัวฉกาจของเมืองอากิบะที่ไม่มีใครรู้ความลับนอกจากผองเพื่อน ว่ากันตรงๆถือเป็นวายร้ายระดับต้นที่องค์กรกลางต้องการตัว มีผลงานล่าสุดคือการไปแก้ไขระบบดาวเทียมเพื่อล่วงเอาความลับของเมืองอื่นมาทำวิจัยให้อากิบะนคร เล่นเอาทุกคนเดือดร้อนต้องขึ้นศาลขึ้นโรง แต่ด้วยผลงานและความฉลาดนี้จึงไม่่มีใครคิดจะเอาโทษกับเจ้าตัวด้วยถือคติที่ว่าเก็บคนมีความสามารถไว้ใกล้ตัวย่อมดีกว่าปล่อยไปให้กลายเป็นศัตรู

 

เพียงไม่นานข้อมูลจำนวนมากได้ถูกประมวลผลผ่านทางสายตาสีเทา เจ้าของดวงตาคมจึงกล่าวรายงานคล้ายเครื่องจักรพร้อมชี้ไปยังตำแหน่งต่างๆ

 “ตำแหน่งของตลาดมืด อยู่ตรงจุดศูนย์กลาง ห่างจากจุดที่พวกเธออยู่ไปประมาณ 3 กล.ทางเข้าของมันอยู่ตรงร้านขายของเก่า ถัดจากหัวมุมถนนที่สาม ถ้าจะปลอมรหัสเข้าไปคงยากหน่อย เพราะต้องใช้ข้อมูลที่ถูกเก็บไว้มิดชิดกว่านี้ ฉันคิดว่าวันนี้คงไม่เสร็จง่ายๆ” 

‘อืมมม แสดงว่าเราต้องเดินย้อนกลับไปสินะ’ ยูโกะจับปลายคางอย่างใช้ความคิดพลางส่งสายตาขอบคุณให้ยูกิริน

“ขอบใจมาก พอแล้วละ ที่เหลือเดี๋ยวฉันจัดการเอง”  

“ระวังตัวด้วยนะคะ  ที่นั่นไม่ได้อยู่ในกฎหมาย จะทำอะไรๆก็คิดดีๆนะคะ” 

“ไม่ต้องห่วงน่า เธอเองพักบ้างเถอะ ไว้ฉันจะติดต่อไปใหม่” ยูโกะยกมือสลายเวยท์ทิ้งไปเสียดื้อๆ เล่นเอาคนกำลังจะพูดส่งเสียงโวยวายบ้านแตก

“เฮ้ย!! ไอ้เพื่อนบ้า ฉันยังไม่ได้บอกลายูกิรินเลย แกจะตัดสายทำเพื่อ!” 

"แกจะโวยวายไปทำไมเล่า! ไว้ค่อยติดต่อไปใหม่ก็ได้! ไปๆ ไปทำงานกัน"  ยูโกะแกล้งทำเป็นไม่สนใจ เดินก้าวขาฉับๆทิ้งซาเอะอยู่กับที่ สร้างความโมโหแก่เจ้าตัวอย่างมาก

 

'จำไว้เลย ไอ้ยูโกะเพื่อนบ้า!!'

.

.

.

 

   ด้านอัตสึโกะใช้เวลาร่วมชั่วโมงในการเดินหาที่พัก กว่าจะพบเข้ากับโรงแรมค่อนข้างเก่าอยู่แถวชานเมือง ทรงยุโรปโบราณมีลวดลายแกะสลักวิจิตรตระการตา ประดับประดาด้วยรูปปั้นเทพเจ้ายุโรปโบราณ  ทั้งเทพแห่งการงาน เทพแห่งสติปัญญา เทพแห่งความเมตตาและเทพองค์อื่นๆที่ดูแล้วชวนสยองแปลกๆ

 

    อัตสึโกะยืนพิจารณาสิ่งปลูกสร้างตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจผลักประตูเข้าไปในโรงแรม

สิ่งแรกที่อัตสึโกะเห็นอยู่ด้านใน คือ.. ชายชราตัวเล็กหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว นั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์ลายหินอ่อน ในมือถือไม้เท้าชี้มาทางพวกเธอ ด้านหลังของชายชรา มีหัวหมีตาเดียว หัวเสือโคร่งสามตา กระดูกสันหลังแมงป่อง ลูกตามังกรลมประดับติดเต็มผนัง

  ‘คลื่นไส’ ฮารุนะไม่รอช้ากระโดดกอดแขนมาริโกะ  ใบหน้าสวยซบลงไปที่ไหล่แข็งแรงเพราะไม่อยากเห็นภาพชวนความสยองที่มีผลต่อลำไส้

“พวกเจ้าหาที่พักกันอยู่สินะ ที่นี่ยังเหลือห้องอีกเพียบเลยล่ะ ฮึมๆ”ชายชราส่งเสียงหัวเราะยานคางกล่าวทักทายก่อนตามด้วยรอยยิ้มที่ดูน่ากลัวในสายตาของสาวๆ

 

  อัตสึโกะแอบกลืนน้ำลายลงคอดังเฮือก

 
“เออ ไม่ทราบว่าพักอยู่ที่นี่คืนละเท่าไหร่หรอค่ะ”

“ฮึมๆ ไม่แพงหรอกนังหนู คืนละ 250 เหรียญ ถ้าพักหลายคืนข้ายินดีลดให้

“ ขอสองห้องนะคะ” อัตสึโกะหันไปขอถุงเงินจากมาริโกะ ทว่าใบหน้าเริ่มมีเหงื่อออกน้อยๆ

เห็นเธอบู๊ๆอย่างนี้ เธอก็กลัวนะ...

"จะพักที่นี่จริงๆจริงหรอ” มาริโกะแอบกระซิบถามเด็กสาวพลางบุใบ้ไปทางชายชราที่เคาน์เตอร์
ดูไม่น่าไว้ใจสุดๆ

“มันไม่มีทางเลือกแล้วนิค่ะ เอาเถอะค่ะ เราพักแค่คืนเดียวเอง เดี๋ยวก็ออกเดินทางต่อแล้ว” อัตสึโกะรีบรับเงินมาพร้อมหันใปยืนให้ชายชราด้วยรอยยิ้มฝืด

"นี่ค่ะ คืนเดียวนะคะ"

“ข้ารู้ ไปนังหนู .. ห้องอยู่ทางซ้าย หัวมุมสุดชั้นสอง อย่าลืมปิดประตูดีๆล่ะ ตอนกลางคืนมันไม่ค่อยปลอดภัยเสียเท่าไหร่  ฮึมๆๆ ” ชายชรานำกุญแจห้องวางไว้บนเคาน์เตอร์พร้อมทั้งเสียงหัวเราะน่ากลัว
 
อัตสึโกะถึงกับใบ้รับประทานรีบโฉกกุญแจห้องมาโค้งหัวลาชายแก่พอเป็นพิธีและรีบวิ่งขึ้นบันไดพร้อมฉุดแขนเพื่อนทั้งสองให้ขึ้นตามไปด้วย
ชายแก่ยืนหัวเราะเอิ๊กอ๊ากส่ายหัวไปมากับท่าทางของสาวๆ

"เด็กสมัยนี้ ไม่ไหวๆ แค่นี้ก็ขวัญอ่อนกันแล้ว"
หวังว่าคืนนี้จะหลับสบาย ไม่เกิดเรื่องใดๆ ช่วงนี้ยื่งรู้สึกลมฝนไม่สงบอยู่ด้วย

 

"ตึกๆ" เสียงฝีเท้าทั้งหกกระทบลงบนพื้นไม้ก่อนอัตสึโกะจะเห็นเป้าหมายเป็นประตูไม้เรียบๆ รีบตรงเข้าไปไขกุญแจทันทีแบบไม่มีรีรอใคร

“กุกกักๆ”

"แอ๊ดด" เสียงประตูไม้ฝืดๆเปิดออกพร้อมกลิ่นอับฉุนขึ้นจมูก สาวๆพากันยกมือบีบจมูกทำหน้าหยี 
สภาพของห้องค่อนข้างเก่ามีเตียงอยู่สองเตียงติดกำแพงซ้ายและขวา ตรงกลางถูกปล่อยโล่งมีหลอดไฟเพียงหลอดเดียวติดบนเพดาน และหน้าต่างเล็กๆหนึ่งบานอยู่ริมสุดตรงมุมกำแพงขวาใช้ระบายอากาศ และถัดจากหน้าต่างมีประตูเลื่อนที่คาดว่าเป็นประตูห้องน้ำ

'ในห้องพักไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดแหะ' ทุกคนถอยหายใจวูบ ก่อนจะค่อยๆทยอยเข้ามากันทีละคนเพื่อนำของมาวาง

  มาริโกะเข้ามาเป็นคนสุดท้ายปิดประตู มองสำรวจรอบๆ ก่อนจะเอ่ยปากพูดว่า

 

“อัตสึโกะ เนียวโร จะไปอาบน้ำก่อนก็ได้ ฉันขอแจ้งพิกัดให้ยูโกะก่อน” 

“อ่า งั้นฉันขออาบน้ำก่อนล่ะ เหนียวตัวจะแย่อยู่แล้ว แถมยัง.. หยี!! ฉันกลัวตาแก่นั้น!!  อัตจังล่ะ เข้ามาอาบด้วยกันไหม?” ฮารุนะเบ่ปากในใจลึกๆนึกขยาดคนที่เคาน์เตอร์ ไม่รู้ว่านั้นเป็นพนักงานหรือเจ้าของโรงแรมกันแน่

“ไม่ล่ะ  อาบไปก่อนเลย ฉันขอตัวออกไปดูรอบๆละ ”  อัตสึโกะเดินไปเปิดหน้าต่างของห้องเพื่อระบายอากาศ "วิวจากตรงนี้ ไม่เลวนะ" เธอมองเห็นที่สวนด้านล่างฝั่งที่เธอพัก ถักไปเป็นวิวของท้องฟ้าและตัวเมืองที่มีอากาศสะอาด มีลมพัดพากลิ่นไอจากทะเลมาด้วย

“งั้นฉันไปอาบน้ำก่อนนะ” ฮารุนะกเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเสร็จไม่นานก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำเก่าๆ ทิ้งให้อัตสึโกะยืนคุยอยู่กับพี่ใหญ่

“อัตสึโกะ ถ้าจะไปเดินเล่นอย่าไปไกลล่ะ ระวังชายแก่ที่เคาน์เตอร์ด้วยจะดีกว่า เธอเรียกพอตออกมาด้วยละ ฉันเป็นห่วงกลัวจะเกิดอะไรขึ้นมา” 

“เข้าใจแล้วค่ะ ท่านผู้อาวุโส” อัตสึโกะยิ้มแหย่ ก่อนรีบวิ่งออกจากห้อง หัวเราะกับเสียงโวยวายที่ดังไล่หลังมาแว่วๆ

“เดี๋ยวถอะ! ยัยตัวแสบ! ” มาริโกะส่ายหน้าระอา ถอนหายใจกับความแสบ  แล้วเริ่มจัดการส่งข้อมูลพิกัดไปให้พวกยูโกะทางเวทย์สื่อสาร
ใครจะมาปรามเด็กคนนี้ได้อยู่มืออยากรู้จริง

 

……………………

 

   อัตสึโกะเดินจากโรงแรมไม่ไกล พบสวนหย่อมขนาดเล็กและม้านั่งตั้งอยู่ใต้ร่มเงา คงเป็นทิวทัศย์อีกฝั่งของโรงแรมที่จัดเตรียมไว้ให้แขกเช่นเธอ ความจริงที่นี่ก็ไม่ได้เลวร้าย แค่คนเฝ้าอาจจะหน้ากลัวไปหน่อย

เธอเดินเข้าไปทิ้งตัวลงบนม้าหินอ่อนกับเจ้าแมวน้อยจอมขี้อ้อนที่หน้าตาเหวี่ยงสุดๆ
มันนอนหดตัวนิ่งบนตัก ท่าทางจะหลับสบายเชียว 

  มันชื่อว่า พอต จริงๆแล้วเป็นแมวครึ่งปีศาจ สัตว์อสูรที่เธอเลี้ยงไว้ตั้งแต่เด็ก มันไม่ยอมให้ใครจับง่ายๆแม้แต่พวกมาริโกะก็ตาม แถมมันยังหวงเธอมาก เรียกได้ว่าใครเข้าใกล้เธอเป็นไม่ได้

“พอต นอนสบายเลยนะ แกคิดว่าเมืองต้องสาปเป็นยังไงเหรอ” อัตสึโกะมองแมวตัวน้อยบิดขี้เกียจบนตัก

"เหมี๊ยว" 

"ชอบหรอ" อัตสึโกะหัวเราะท่าทางของแมวน้อยเมื่อเธอเอามือเกาครางให้มันเบาๆ  มันก็ร้องเหมี่ยวๆแล้วเอาหัวมาถูไถ่หลังมือเธอ ระหว่างนั่นสายลมอ่อนๆพัดมาด้วยความเย็นสบาย หญิงสาวจึงหลับตาลง
เมืองนี้อากาศดีจริงๆเลยน้า น่าชวนพวกมาริโกะลงมานั่งเล่นด้วยกัน
เธอคิดอะไรเรื่อยเปื่อย 
อยู่ๆเจ้าพอตก็กระโดดลงจากตัก ทำให้ความเพลิดเพลินเมื่อครู่หายไปก่อนกลิ่นหอมราวกับดอกไม้โชยมา

  'หอมเหมือนดอกไม้เลย' กลิ่นของอะไรกัน

ทำไมในใจส่วนหนึ่งชาวาบเสมือนว่าน้ำตาแทบไหล เคยคุ้นเคยกลิ่นนี้หรืออย่างไรกัน
เพียงแค่เธอกระพริบตาพลางลืมขึ้นใครบ้างคนใน
ฮูดสีดำก็ปรากฎตัวอยู่ตรงหน้า ใบหน้าของเขาถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีเงินพราวระยับครึ่งหน้า ดวงตาสีดำดูเย็นชาเหมือนน้ำลึกนิ่งสงบ เรือนผมสั้นสีน้ำตาลทองพ้นหมวกฮูดเป็นประกายเงางาม ลับกับรูปหน้าและเรียวปาก จมูกเขาโด่งเล็กน้อย หน้าตาคล้ายบุรุษเสียยิ่งกว่าอิสตรีเพศ หากน้ำเสียงเอื่อยเอ่อนั่นชั่งไพเราะจับใจแต่ก็แฝงไว้ด้วยเย็นชาราวกับสายธารที่นิ่งไร้การเคลื่อนไหว

 “จงกลับไปซะ!อาณาจักรที่เจ้าพูดถึง! เจ้าไม่ควรเข้าไป!”

“คุณเป็นใครค่ะ” อัตสึโกะถามอย่างสุภาพ แววตามีความสงสัย ตกใจกับการปรากฏตัวของคนตรงหน้า

 

พอตกลายเป็นอสูรตัวใหญ่ ขู่ร่างปริศนาที่เข้ามาใกล้เมื่อมันสัมผัสได้ถึงเจตนาคุกคามของมนุษย์ในผ้าคลุม

 

“ข้าไม่จำเป็นต้องตอบ! กลับไปซะ! ดินแดนแห่งนั้นไม่ใช่ที่ๆเจ้าควรเข้าไป!” คนในฮูดขึ้นเสียง ดวงตาสีดำจ้องหญิงสาวผ่านหน้ากากอย่างดุดัน

 “คุณเป็นใครคุณยังไม่ตอบ แล้วคุณจะมาสั่งฉันได้ไง เพราะที่นั่นไม่ใช่ที่ของใครสักหน่อย” อัตสึโกะเริ่มจะเถียงกลับไปแล้วบาง ไม่ชอบใจ คนอะไร เจอกันไม่ถึงนาที มาทำท่าทางแบบนี้ใส่ ไม่มีมารยามจริงๆ

“ข้าเตือนเจ้าดีๆแล้ว!  ต้องให้เจ็บตัวก่อนใช่ไหม ถึงจะยอมฟังข้า! เช่นนั้นก็ย่อมได้!”  ร่างปริศนาแสดงความโกรธ ดวงตาสีดำเปลี่ยนเป็นสีฟ้ากระจ่างเหมือนสีของอความารีน เรือนผมสีน้ำตาลทองกลายเป็นสีขาวเหมือนสีเกล็ดหิมะพร้อมไอเย็นที่ไม่รู้มาจากไหนแผ่ออกมาจากรอบตัวเขา บนท้องฟ้าเกิดความแปรป่วนมีแสงออโรร่าพาดผงาดอยู่บนท้องฟ้า เมฆขาวกลายเป็นสีดำสนิทจนอัตสึโกะรู้สึกหวั่นในความน่าสะพรึ่ง หากได้ใช้มือข้างหนึ่งเรียกคฑาเวทย์ออกมาควง เตรียมพร้อมตั้งรับสถานการณ์ที่จะเกิด

พอตในร่างอสูรยักษ์ กระโดดเข้ามาบังตัวอัตสึโกะพร้อมอ้าปากกว้างจนเห็นเขี้ยวแหลมๆ ขู่คนตรงหน้าถอยหางจากเจ้านาย 

 

“ข้าขอเตือนเจ้าอีกครั้ง กลับไปซะเด็กน้อย!” น้ำเสียงเย็นชาดังกังวานทำให้พื้นรอบด้านสะท้าน 

“ฉันไม่กลับเด็ดขาด คุณไม่มีสิทธิมาห้ามฉัน!” ฝ่ายเธอขึ้นเสียงบ้าง  ใครจะยอมคนไม่มีเหตุผลกัน อุสาพูดดีด้วยแท้ๆ

“เช่นนั้นก็ดี”  เขากล่าวจบไม่นานก็ลอยตัวขึ้นสูงจากพื้น พริบตาที่มือเล็กสะบัด หอกน้ำแข็งจำนวนไม่ต่ำกว่าพันแล่มปรากฏขึ้นมาบนท้องฟ้าและหันปลายแหลมเข้าหาตัวเด็กสาวที่ยืนอึ้ง

  อัตสึโกะยกมือข้างหนึ่งก้างบาเรียป้องกัน มืออีกข้างจับคฑาสร้างบอลแสงพร้อมซัดใส่ร่างเล็ก

“ข้าเตือนเจ้าแล้ว!” สิ้นเสียงพูด คนด้านบนเพียงโบกมือ หอกจำนวนมากก็พุ่งเข้าหาอัตสึโกะด้วยความเร็วไม่ถึงเสี่ยววิ

 อัตสึโกะกระโดดหลบเกือบไม่พ้น หอกจำนวนมากปักเข้าที่ต้นไม้ พื้นดิน และสิ่งปลูกสร้างกระทั้งบาเรียที่ก้างในตอนแรกกลายเป็นก้อนน้ำแข็งอยู่บนพื้นดิน เธอตกใจซัดเวทย์บนฝามือเข้าใส่ร่างด้านบนแต่อีกฝ่ายหลบมันได้โดยแทบจะไม่หันมองด้วยซ้ำ ราวกับเวทย์ของเธอเป็นแค่เวทย์เด็กเล่น ทั้งที่ความจริงเธอมั่นใจในฝีมือว่าไม่เคยเป็นลองใคร

 'บ้าน่า คนบ้าอะไรเนี้ย' อัตสึโกะนึกไม่ชอบใจเสียแล้ว เธอมองภาพเบื้องล่างอย่างตะลึกบนหลังพอตที่พาเธอกระโดดหลบการโจมตีของวิถีหอก

 “คุณเป็นใครกันแน่!”อัตสึโกะตะโกนคาดคั้นเอาคำตอบจากเขา แค่สิ่งตอบแทนคือ ร่างนัตย์ตาสีฟ้าเพิกเฉยต่อคำพูด ยกมือสูงเหนือศีรษะอีกครั้งและเขาได้พึมพำร่ายเวทย์ต่อ

 “น้ำแข็งนิรันดร์เอ๋ย จงสถิตอยู่ในมือข้า กำจัดศัตรูแห่งข้า ทำล้ายทุกอย่างที่ขว้างหน้า ณ บัดนี้!!” ละอองน้ำในอากาศเข้ามารวมตัวกันบนฝามือร่างเล็กไม่เกินสามวินาทีมันกลายเป็นหอกน้ำแข็งขนาดมหึมา พลันลมแห่งเมฆาถูกพัดไปล้อมตัวอัตสึโกะไว้

 

  อัตสึโกะร่ายเวทย์ต้านทานพายุหิมะสั่งให้พอตกระโดดหาทางหนีเพราะพายุนี้มันตรึงมือเธอจนไม่สามารถหลบพ้นวิธีการโจมตีครั้งใหม่

“หึ” ร่างเล็กเหยียดตามองใส่คนด้านล่าง ก่อนที่มือจะเคลื่อนหอกน้ำแข็งขนาดใหญ่ พุ่งตรงเข้าใสร่างบาง

 

 อัตสึโกะแหงยหน้ามองฟ้า รวบรวมแรงทั้งหมดไปที่มือขวากางบาเรียขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อป้องกันตัวเองกับเจ้าแมวเหมียวสุดรัก แววตาหาได้มีความเกรงกลัวศูตรูที่ไม่เคยพบ

แต่แล้ว..

หอกน้ำแข็งยังไม่ทันเข้าถึงตัวอัตสึโกะ โซ่ขนาดใหญ่ราวร้อยกว่าเส้นก็พุ่งขึ้นจากพื้นดิน เข้าไปพันรอบหอกน้ำแข็งยักษ์ให้หยุดลงก่อนที่มันจะเข้าถึงตัวอัตสึโกะ และตามด้วยลูกธนูไม่ต่ำกว่า 5 ดอกพุ่งเข้าใส่ร่างที่ลอยอยู่เหนือพื้น

 “ฟิ้ว ฟิ้วๆ”

ร่างนั้นหลบลูกธนูอย่างง่ายดาย สายตาหันกลับไปมองคนยิงธนูขึ้นมาใส่

หญิงสาว 2 คนยืนอยู่ด้านหลังของเธอ คนหนึ่ง ตัวสูงผมสั้นอยู่ในชุดนักรบสีเงินสะพายดาบยักษ์ไว้ข้างหลัง ในมือข้างหนึ่งถือธนูมีลูกดอกสายฟ้าเตรียมไว้ใหม่อีกห้าลูก

ส่วนอีกคนหนึ่ง ตัวสูงไม่แพ้กัน รูปร่างผอมบางแลดูอ่อนแอ  ผมยาวถึงกลางหลังถูกปล่อยสยายอยู่ในชุดจอมเวทย์สีม่วง ในมือถือคฑาร่างเวทย์ที่คาดว่าทำมาจากเขาของยูนิคอร์นและชิ้นส่วนของมังกรในหุบเขาแห่งแสง หัวของคฑาเป็น6เหลี่ยมจัตุรัส ทำมาจากอะเมทิสต์สีม่วงเข้มหินยอดนิยมของจอมเวทย์ ผูกปลายด้วยภูสีแดงธรรมดา

 

“เธอเป็นใครกัน! ทำไมถึงต้องมาโจมตีอัตสึโกะ!” มาริโกะตะโกนถามเสียงเย็น มือถือคันธนูเล็งไปใส่ร่างบนท้องฟ้า ศรสายฟ้าทั้งห้าส่งเสียง เปรี๊ยะๆ พร้อมสอยร่างนั้นล่วงหลนลงมา

“ข้าไม่มีความจำเป็นต้องตอบคำถาม! พวกเจ้าจงกลับไปซะ!  ที่ๆพวกเจ้ากำลังจะไป มันไม่ใช่ที่ของพวกเจ้า!” ร่างนัยน์ตาสีฟ้าเอ่ยเสียงเรียบจนน่าขนลุก ก่อนที่จะหายไปพร้อมเวทมนตร์ที่สลายตาม

“อัตจัง ไม่เป็นอะไรนะ” ฮารุนะรีบเข้าไปหาอัตสึโกะด้วยความเป็นห่วง ดูเหมือนว่าอัตสึโกะจะเหนื่อยเล็กน้อยจากการร่ายเวทย์เมื่อตะกี้

มาริโกะยืนนิ่งมองท้องฟ้าที่ร่างนั่นหายตัวไปเหมือนกำลังขบคิดอะไรบางอย่าง

“ฉันไม่เป็นไร แต่คนๆนั่นนะ เวทมนตร์ของคนๆนั่น…” อัตสึโกะสับสนกับสิ่งที่ได้เห็นมากับตา ไม่อยากจะเชื่อแทบไม่ได้ร่ายเวทย์เลย แล้วทำไมมนตราถึงได้.. รุนแรงอย่างนี้

“อัตสึโกะ หมายความว่ายังไง” มารโกะค่อยๆหันมองน้องสาวคนเล็ก สายตาเธอสั่นไหวฉายแววโกรธคนเมื่อครู่อยู่ไม่มากก็น้อย

บังอาจเกินไปแล้วที่มากระตุกหนวดเสืออย่างเธอ

“เวทมนตร์ของคนเมื่อกี้ ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ทั้งวิธีการร่างเวทย์ ทั้งพลังทำลาย..”

“อ๊ะ!”

“เกิดอะไรขึ้น เนียวโร”  มาริโกะกำลังตั้งใจฟังรีบหันขวับไปทางต้นเสียงอุทาน

“ดูซิ” ฮารุนะชี้นิ้วให้ดูหัวคฑาเวทย์ของตัวเอง

‘บ้าน่า อย่างบอกนะว่า เพราะร่ายเวทย์ไปสัมผัสกับน้ำแข็งเมื่อกี้’ มาริโกะทำหน้าตื่นตกใจเพราะน้ำแข็งบางๆที่เกาะเคลื่อนไหวอยู่บนหัวคฑาเวทมนตร์ของฮารุนะ

“มาริจัง ติดต่อไปหายูกิรินที บางทีเราอาจจะรู้อะไรเพิ่มเติมก็ได้.. จากน้ำแข็งนี้” 

“อืม แต่ตอนนี้ เราเข้าไปข้างในดีกว่า แล้วเรียกพวกยูโกะกลับมาด้วย” มาริโกะพยักหน้ารับพร้อมเดินนำกลับไปยังห้อง ยังมีเรื่องที่ต้องจัดการและตรวจสอบอีกเยอะ ก่อนจะเข้าไปยังที่ที่อีกฝ่ายส่งเสียงห้าม

เช่นนั่นในดินแดนเบื้องหน้ามันมีอะไร

 

  อัตสึโกะเดินตามมาริโกะกลับไปเงียบๆ ในมืออุ้มเพอตที่กลายร่างเป็นแมวตัวเล็กไว้ในอ้อมกอดโดยมีความคิดหลายอย่างเกิดในหัว  ไม่สิ คุณเป็นใคร คำบอกเล่าอย่างนั้นคืออะไร


'คุณเป็นใครกันแน่'

 

.......................................................................................................

 

ลงให้แล้วนะ ^ ^ วันที่ 28 พอดีเลย

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอบคุณที่มาอ่านฟิคเรานะท่าน 5555

ทางนี้ได้อ่านฟิคท่านแล้วมีแรงแต่งขึ้นเยอะเลย ><

55 รีบๆปันนะท่าน เราจะรอไปสิงอยู่บ้านท่านบ้าง

 

นี่ท่านว่าโซจังเตี้ยเหรอ ข้าโกรธกว่าว่าข้าอ้วนอีกนะ

 

แล้วเมื่อไหร่จะมาลงตินใหม่คะ#ขย่มเพิ่ม

" ข้าขอโทษ อย่าโกรธกันนะ ท่านเลิกขย่มข้าด้วยนะท่าน ข้ามาต่อให้แล้ว" เราส่งสายตาอ้อน

 

 

ท่ามินามิโวยวายรึท่านโวยวาย //วิ่งหนี 5555 เราป่าวว่าท่านนะ :3 แง่มๆ

ข้าโวยวายก็ได้ "!@##$"

"ท่านมินามิข้าโดนรีดเดอร์รังแกง่าา ช่วยข้าหน่อย" <<< ได้ข่าวว่าท่าน มินามิเย็นชา = =;

Share this post


Link to post
Share on other sites

สนุกอ่ะ เนื้อเรื่องน่าติดตาม ชวนลุ้นดี

 

ชอบอ่ะๆๆๆๆๆๆ ไม่ขย่มแล้วก็ได้เห็นแก่ว่าฟิคท่านสนุกนะเนี่ย 55555555

Share this post


Link to post
Share on other sites

สนุกอ่ะ เนื้อเรื่องน่าติดตาม ชวนลุ้นดี

 

ชอบอ่ะๆๆๆๆๆๆ ไม่ขย่มแล้วก็ได้เห็นแก่ว่าฟิคท่านสนุกนะเนี่ย 55555555

 

O o ท่านมาอ่านเร็วมากก  

ขอบคุณนะท่าน เรากลัวตอนต่อไปมันจะมันสนุกนะสิ 55 

Share this post


Link to post
Share on other sites

อย่ากลัวเลยท่าน ยิ่งท่านเครียดกลัวว่าจะไม่สนุกเดี๋ยวท่านจะแต่งไม่ออกและกดดันนะท่าน

 

แต่งแบบที่ท่านชอบและสนุกกับมันเลย ข้าเชื่อในฝีมือท่าน

Share this post


Link to post
Share on other sites
อร้ายยย ท่านมินามิไม่ช่วยท่านหรอก 555 เพราะท่านมินามิช่วยเราแล้วบอกว่าขอต้องการฟิคมาเซ่น 555 //โดนไรท์งอนชัวร์

Share this post


Link to post
Share on other sites

ฮัดชิ้ว  ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว :dookdik_005_mushroom:  :dookdik_005_mushroom:

หายหน้าหายตา  ข้าล่ะคิดถึง ><

คราวนี้มาแนวแฟนซี ข้าหล่ะชอบยิ่งนัก^^

น่าติดตามๆ 

อยากรู้แล้วสิว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไง :dookdik_001_mushroom:  :dookdik_001_mushroom:

Share this post


Link to post
Share on other sites
ชอบๆๆ แนวแฟนตาซี อ่านแล้วลุ้นตามเลยนะท่าน

Share this post


Link to post
Share on other sites
คนนั้นคือใครนะ ใช่มินามิรึเปล่า
ชอบค่ะท่าน สนุกดี รอลุ้นต่อไป

Share this post


Link to post
Share on other sites
ชอบค่ะ แฟนตาซีดี น่าติดตาม
สนุก ตื่นเต้น ลุ้นๆ
ว่าแต่คนนั้นเป็นใครนะ แลดูเก่งด้วย

Share this post


Link to post
Share on other sites

กำลังปั่นอยู่พอดี ขาดว่าลงวันนี้แน่นอนแต่ไม่รู้ตอนไหนนะ

ว่าแต่นั้นนะมินามิใช่ไหมเนี๊ย มันต้องใช่สิ >< รอติดตามๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

อย่ากลัวเลยท่าน ยิ่งท่านเครียดกลัวว่าจะไม่สนุกเดี๋ยวท่านจะแต่งไม่ออกและกดดันนะท่าน

 

แต่งแบบที่ท่านชอบและสนุกกับมันเลย ข้าเชื่อในฝีมือท่าน

55 ขอบคุณนะท่าน

เราไม่ได้กดดันอะไรมากหรอกท่าน ^ ^

อร้ายยย ท่านมินามิไม่ช่วยท่านหรอก 555 เพราะท่านมินามิช่วยเราแล้วบอกว่าขอต้องการฟิคมาเซ่น 555 //โดนไรท์งอนชัวร์

วันนี้ใจดีไม่งอนก็ได้...

"เชอะ" << นี่ ไม่ได้งอนนะ

 

ฮัดชิ้ว  ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว :dookdik_005_mushroom:  :dookdik_005_mushroom:

หายหน้าหายตา  ข้าล่ะคิดถึง ><

คราวนี้มาแนวแฟนซี ข้าหล่ะชอบยิ่งนัก^^

น่าติดตามๆ 

อยากรู้แล้วสิว่าตอนต่อไปจะเป็นยังไง :dookdik_001_mushroom:  :dookdik_001_mushroom:

 

>< เจอกันอีกแล้วนะ // กระโดดกอดท่านด้วยความคิดถึง

55 ขอบคุณนะท่าน >//<

ตอนค่อไป ไม่มีอะไรมากหรอกท่าน พวกอัตสึโกะจะไปนั่งทะเลาะกัน 55

 

ชอบๆๆ แนวแฟนตาซี อ่านแล้วลุ้นตามเลยนะท่าน

>< ขอบคุณจ้าา

คนนั้นคือใครนะ ใช่มินามิรึเปล่า
ชอบค่ะท่าน สนุกดี รอลุ้นต่อไป

ความลับนะท่าน บอกไม่ได้ อิ อิ เป็นบุคคลปริศนาต่อไป

ขอบคุณนะคะ

 

ชอบค่ะ แฟนตาซีดี น่าติดตาม
สนุก ตื่นเต้น ลุ้นๆ
ว่าแต่คนนั้นเป็นใครนะ แลดูเก่งด้วย

ขอบคุณค่ะ

บอกไม่ได้ค่ะ >< แต่เรื่องเก่งนี้ เก่งจริงๆค่ะ โหดมากเลยด้วย 

กำลังปั่นอยู่พอดี ขาดว่าลงวันนี้แน่นอนแต่ไม่รู้ตอนไหนนะ

ว่าแต่นั้นนะมินามิใช่ไหมเนี๊ย มันต้องใช่สิ >< รอติดตามๆ

เราจะรอนะท่าน เดี๋ยวไปปลูกบ้านรอ

ไม่บอกท่าน เราจะปล่อยให้เดาต่อไป 555

Share this post


Link to post
Share on other sites
ข้ามาแล้วๆๆท่าน
เรื่องนี้น่าติดตามมว๊ากกก
ชอบแนวนี้เหมือนกัน
//ข้ายังคงรอคอยพระมเหสีอยู่นะ 5555

Share this post


Link to post
Share on other sites

ไม่กดดันก็มาลงได้แล้วค่ะ#เปิดทีวีเปิดแอร์บ้านไรเตอร์รอ

Share this post


Link to post
Share on other sites

แนวเจ้าหญิงมาอีกแล้ว รออยู่เลยค่ะ 5555 นารัก

55 มันเป็นแนวที่ดูเหมาะกับอัตสึดีท่าน

 

ข้ามาแล้วๆๆท่าน
เรื่องนี้น่าติดตามมว๊ากกก
ชอบแนวนี้เหมือนกัน
//ข้ายังคงรอคอยพระมเหสีอยู่นะ 5555

ขอบคุณค่ะ นี่ท่านยังรอพระมเหสีอยู่อีกรึ 55

 

ไม่กดดันก็มาลงได้แล้วค่ะ#เปิดทีวีเปิดแอร์บ้านไรเตอร์รอ

เราเปิดพัดลมเป่าให้ท่านใจเย็นๆอีกเครื่อง

มันอยู่ในขั้นตอนการปั่นอยู่ท่าน

Share this post


Link to post
Share on other sites

เมื่อไร่ท่านะลงตอนสองเนี๊ย ป่าวเร่งนะแค่มาจิก 55555

Share this post


Link to post
Share on other sites

เมื่อไร่ท่านะลงตอนสองเนี๊ย ป่าวเร่งนะแค่มาจิก 55555

:dookdik_bun_7:  รอก่อนนะท่าน มันอยู่ในช่วงปั่นอยู่ 

Share this post


Link to post
Share on other sites

อยู่ในช่วงปั่นเหรอท่าน#ส่งเครื่องปั่นให้จะได้ปั่นละเอียดๆ

 

นี่ข้าเล่นมุขอะไรเนี่ย :dookdik_penguin_4:

Share this post


Link to post
Share on other sites

Ch.2 ก่อนมุ่งหน้าสู่ดินแดนสีขาว

 

     ในห้องขนาดกลางของโรงแรมเก่าๆ ทุกคนรวมถึงคนที่ถูกเรียกกลับมาอย่างกระทันหันอย่าง ยูโกะกับซาเอะ นั่งล้อมวงกันโดย หญิงสาวรูปร่างสมส่วนน้องเล็กของกลุ่มนั่งห้อยขาอยู่บนเตียงด้านซ้าย ตรงข้ามฮารุนะกับมาริโกะกำลังนั่งปรึกษากันบนเตียงรืมขวา ส่วนด้านหน้าคู่หูตัวเล็กใหญ่ยกมือกอดเข่า ซึ่งอีกคนตีสีหน้าไม่พอใจ
ผ่านไป 
5 นาทีหลังเกิดเหตุทุกอย่างก็เข้าสู่ความโกลหน  คทาเวทย์ของฮารุนะถูกส่งกลับไปตรวจสอบความเรียบร้อยเกี่ยวกับเวทมนตร์ปริศนา ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงตรวจสอบรูปแบบของเวทมนตร์เสร็จสิ้น อาจจะกินเวลาหนึ่งวัน สองวัน สามวัน หรืออาจจะใช้เวลาเป็นเดือน แล้วอย่างเลวร้ายที่สุด คือ.. ไม่รู้อะไรเลย

“มันเกิดอะไรขึ้นมาริโกะซามะ ทำไมฮิเมะถึงโดนโจมตี” ยูโกะกำหนัมจนมือสั้น  อยากจะเห็นหน้าไอ้คนที่มันกล้าทำอย่างนั้นจริงๆ เธอจะจับมันมา ฆ่า ฆ่า ฆ่าให้ตายเลยคอยดู

“ฉันไม่รู้” มาริโกะส่ายหน้าอย่างหมดหนทางและรู้สึกผิดเที่ปล่อยให้อัตสึโกะไปเจออันตราย

"ตึ่ง!"

"บอกว่าไม่รู้มันหมายความว่ายังไงค่ะ" คนพูดทุบพื้นอย่างแรงด้วยความโกรธที่พร้อมจะลุกขึ้นไปกระชากคอเสื้อพี่ใหญ่มาเคลียร์กันให้รู้เรื่อง

"ยูโกะ แกใจเย็นก่อนดิเว้ย ไม่ใช่ความผิดของมาริโกะเขานะ" ซาเอะรีบปรามเพื่อนแล้วกระชากเสื้อกลับมานั่งลงตามเดิมท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมในห้อง ยูโกะหันหน้าเขาหากำแพงไม่ยอมมองหน้าใคร ก่อนเจ้าหญิงตัวต้นเรื่องจะพูดบ้าง

“อย่าโทษมาริโกะเขาเลย ฉันเองก็ไม่รู้อะไรเหมือนกัน แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอาณาจักรต้องสาป ฉันกำลังนั่งอยู่ดีๆคนในฮูดสีดำก็ปรากฏตัวขึ้นมา แล้วเขาบอกฉันว่า ‘จงกลับไปซะ ที่นั่นไม่ใช่ที่ของเจ้า’ พอฉันถามกลับไป คนในฮู้ดสีดำก็เข้าโจมตีฉันเหมือนกับว่า ไม่ต้องการให้เรารู้อะไรเกี่ยวกับที่นั่นไปมากกว่านี้

 

คนตัวเล็กในห้องถอนหายเฮือกใหญ่ใจและพูดอีกครั้ง

 

 “ฮิเมะ เราตัดใจดีไหม ถ้าเรายังดึงดันต่อไปคนในฮู้ดสีดำต้องเข้าโจมตีเราอีกครั้ง”
เธอยอมรับว่าเธอกลัว กลัวที่จะปกป้องหญิงสาวเจ้าของรอยยิ้มสดใสไม่ได้ 

“ไม่! เราจะไม่ตัดใจ ยิ่งรู้ว่ามีคนโจมตีพวกเรา ยิ่งแสดงว่าที่อาณาจักรนั่นต้องมีความลับแน่ๆ ถ้าเราเจอคนในฮูดสีดำอีกครั้ง เราต้องจับตัวเขามาให้ได้ เพราะเขาต้องรู้อะไรเกี่ยวกับที่นั่น” อัตสึโกะกล่าวเสียงเด็ดเดียว ใครจะยอมตัดใจกัน มาถือขนาดนี้แล้วแท้ๆ เธอจะไม่ยอมกลับไปมือเปล่าหรอก

“ ฮิเมะ มันอันตรายเกินไปนะ! ขนาดเวทมนตร์ที่เขาใช้เรายังไม่รู้จัก แล้วจะให้…”

“ถึงยังไงเราก็ต้องสู้กับเขาอยู่ดี! ถ้าเรากลัวขึ้นมา มันได้อะไรล่ะ ทางที่ดีเรารอให้ยูกิรินตรวจสอบเวทย์น้ำแข็งบ้าๆนั้น แล้วเรามาหาทางรับมือกับเขาไม่ดีกว่าหรอ”

“ฮิเมะ!”  

“เอาน่าๆ ทั้งสองคนใจเย็นๆกันก่อน” มาริโกะตัดสินใจหยุดการทะเลาะวิวาทของทั้งสอง ดูท่าเรื่องมันจะไม่จบง่ายๆอย่างที่คิดแล้ว

“จะว่าไปแล้ว ภาษาพูดของคนในฮู้ดนั้นมันก็ดูโบราณๆนะ” ฮารุนะออกความเห็นหลังจากที่นั่งไตรตรองข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาดูไม่เหมือนคนในยุคนี้เลย

“หืม~” มาริโกะส่งเสียงครางในลำคออย่างแปลกใจกับคำพูดของแม่มดสาว นามว่า โคจิมะ ฮารุนะ ที่รับตำแหน่งคุมกันยามฉุกเฉินด้วยความสามารถที่ใช้เวทย์ได้หลากหลาย

“ภาษาพูดของเขามันค่อนข้างออกไปทางพวกยุดกลางเหมือนตาแก่เจ้าของโรงแรมนี้” 

“จะว่าไปมันก็ใช่นะ ภาษาของเขามันค่อนข้างโบราณ แล้ววิธีการพูดของเขา มันดูเป็นผู้ใหญ่เกินตัว ทั้งๆที่เขาน่าจะอายุพอๆกับพวกเราแท้ๆ” อัตสึโกะหาข้อมาสนับสนุนความคิดของสาวเจ้าบ้าง

“เฮ้อ~ ทั้งเวทย์ประหลาด ทั้งเรื่องภาษาพูดสินะ” มาริโกะขมวดคิ้วเข้าหากันแล้วนำมือทั้งสองมาประสานกันไว้อยู่บนหน้าตักอย่างครุ่นคิดเรื่องสำคัญ

“อย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะ พรุ่งนี้พวกเราต้องออกเดินทางกันแล้ว จะเอายังไงต่อ”  คำพูดของซาเอะสะกิดใจใครหลายคนเพราะตอนนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่จะเดินทางต่อเลย

“ฮิเมะ เอายังไงล่ะ” มาริโกะตัดสินใจขอความเห็นจากคนที่เสนอให้ออกเดินทางไปที่เมืองนั้น

“พรุ่งนี้เราจะเข้าไปที่อาณาจักรนั้นเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง ถึงแม้จะมีอันตรายเพิ่มก็ข้อให้ทุกคนระวังตัวด้วย เราอาจจะได้ปะทะกับคนในฮู้ดเหมือนเดิม หวังว่าทุกคนคงเข้าใจสิ่งที่ฉันพูดนะ” 

เมื่อจบคำกล่าวไม่ถึงสามวินาที

 “ขอตัวก่อนนะ!” 

“ปัง!”

“….”

“แหะๆ” ซาเอะหัวเราะแหะๆ แล้วยกมือขึ้นมาเกาหัวเมื่อยูโกะปิดประตูใส่หน้าเธอ

“ฮิเมะยูโกะมัน...”

“ฉันเข้าใจค่ะ” ใบหน้าของหญิงสาวหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด
คนชอบทำตัวเข้มแข็งพยายามส่งยิ้มฟื้นๆออกมาให้ทุกคนสบายใจ ไม่ใช่ไม่รู้สึกอะไร แต่ถึงรู้สึกไปก็พูดไม่ได้ เธอไม่ได้ทำเพื่อตัวเธอคนเดียวแต่นี้มันเพื่อคนอื่น

“เฮ้อ~ เอาเถอะน่า เดี๋ยวยูโกะมันก็ดีขึ้นเอง” มาริโกะถอนหายใจยาวๆขณะเหลือบมองประตูบานนั้นที่หญิงสาวตัวเล็กเดินออกไป

“นิ มาริจัง อัตจัง เดี๋ยวฉันขอไปดูยัยนั่นหน่อยนะ” ฮารุนะนั่งอยู่บนเตียงข้างมาริโกะกล่าวเสียงอ่อย จะว่าไปเธออยู่ตรงนี้ก็คงช่วยอะไรไม่ได้

“อื้ม แล้วอย่าพึ่งไปชวนยูโกะทะเลาะล่ะ เนียวโร” มาริโกะเตือนคนเฉื่อยทั้งๆที่ไม่อยากให้ฮารุนะอยู่กับยูโกะเท่าไหร่ เพราะสองคนนี้อยู่ด้วยกันทีไรต้องทะเลาะกันทุกที
เธอกลัวจะเป็นเรื่องมากกว่าเดิม ยิ่งช่วงนี้ยิ่งต้องใช้ความสามัคคีอยู่

“รู้แล้วน่า รู้แล้ว” ฮารุนะบอกปัด แล้วรีบเดินไปตามยูโกะ

“เข้าใจที่ฉันบอกจริงๆนะ” มาริโกะตะโกนไล่หลังอีกครั้ง แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือเสียงปิดประตูดัง “ปัง

“มาริจัง ฉันขอโทษนะ ขอโทษที่ให้ทุกคนต้องมาเดือดร้อน” อัตสึโกะลุกขึ้นจากเตียงเดินไปที่บานหน้าต่าง

เฮ้อ ทำไมต้องเป็นแบบนี้อีกแล้วนะ

“ไม่หรอกอัตสึโกะ ฉันเข้าใจเธอดี” มาริโกะเดินเข้าไปตบบ่าหญิงสาวที่เอาแขนเท้าคางอยู่บนขอบหน้าต่างอย่างให้กำลังใจ

“ฮิเมะ อย่าคิดมากน่า ยูโกะมันไม่ได้อะไรหรอก ฮิเมะรู้ดีนิว่ามันเป็นห่วงฮิเมะ เดี๋ยวมันก็หายโกรธเองแหละ” ซาเอะเหล่มองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างทั้งสองคน

“อื้ม ฉันรู้” อัตสึโกะขานรับเบาๆ ก่อนที่สายตาจะโฟกัสไปยังท้องฟ้า คล้ายกันกับสีตาของคุณเลย

ถึงแม้บางเรื่องจะรู้ดี แต่ก็มีเรื่องที่ยังไม่เข้าใจอีกมากมาย
คุณเป็นใครกันแน่นะ

 

 

……………………………….

 

   ด้านหนึ่งแถวริมป่าที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณไม้เขียวขจี  สัตว์ป่าน้อยใหญ่วิ่งวนรอบป่าไม้
ร่างหนึ่งนอนหลับสบายอยู่บนนั่น มือดึงใบไม้เล่นอย่างเพลิดเพลิน หลับตารับสายลมพัดผ่าน เสนาะฟังเสียงธารน้ำและฝูงป่าที่แหวกว่ายภายใน

“ท่านไปยุ่งกับคนพวกนั้นทำไม” สิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก รูปร่างหน้าตาเหมือนมนุษย์ทุกประการ มีปีกขนาดเล็กสี่ปีกเหมือนผีเสื้อที่แผ่นหลังปืนยืนเท้าเอวบนอากาศสายตาจ้องมองคนบนต้นไม้อย่างขุ่นเคือง แลดูสงสัยกับกิริยาอาการที่มิได้เห็นมานานแรมปี

“เมื่อไหร่เจ้าจะเลิกยุ่งกับข้าเสียที เจ้ามันน่าปวดหัวซะจริง นั้นมันเป็นเรื่องของข้าน่า” คนนอนสะบัดมือขับไล่สิ่งมีชีวิตกระจ้อยร่อยออกไปให้พ้นจากรัศมีการมองเห็นอย่างปัดรำคาญ

“หึ ทำไมข้าถึงยุ่งเรื่องของท่านไม่ได้ ในเมื่อข้าเองก็เป็นส่วนหนึ่งของตัวท่าน” เจ้าภูติน้อยพูดจากวนประสาทบินวอนหมายก่อกวนคนนอน ทำให้เขาลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างหัวเสีย ก่อนนำมือข้างหนึ่งตะบปภูติน้อยมากำไว้ตรงหน้า

“ปล่อยข้านะ! ปล่อยนะๆ” 

“เจ้านิมันชอบยุ่งกับข้าเสียจริง ลินดาเจ้าจะไปทำอะไรก็ไปทำเถอะ อย่ามายุ่งกับข้าให้มันมากนัก” ร่างเล็กพูดเอื่อยๆพร้อมปล่อยยัยภูติน้อยให้เป็นอิสระ  เจ้าของชื่อบินออกมาไอสองสามที แต่มิวายที่จะหาเรื่องต่อ

“ข้าไปแน่ๆ ถ้าท่านบอกข้าว่า ท่านไปยุ่งคนพวกนั้นทำไม” 

“อย่ายุ่งไม่เข้าเรื่องน่า ข้าแค่ไม่อยากให้ใครต้องเข้าไปที่นั่นอีก” น้ำเสียงที่บอกกับภูติน้อยเริ่มกดลงต่ำเรื่อยๆ จนรอบๆมีไอ้เย็นแผ่ออกมาแทนที

'เจ็บปวด' ใช่ ข้าเจ็บปวดกับเรื่องที่พูดกับภูติตนนี้

 “ข้าขอโทษ ท่าน~”

“อย่าพูดถึงชื่อนั้นเถิดลินดา เพราะสิ่งที่เจ้ากำลังจะพูด มันกลายเป็นสิ่งที่นานมาแล้ว มันได้ตายไปแล้ว...” ร่างบนต้นไม้กล่าวเสียงเรียบที่แฝงความต้องการของตัวเองที่ไม่อาจทำให้ปราถนาเป็นจริงเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านมา

“ถ้าเช่นนั้นข้าต้องขอโทษอีกครั้ง วันพรุ่งนี้น่ะ เป็นคืนที่แสงจันทร์ส่องสว่างมากที่สุดนายเหนือหัวของข้า”

“หืม~ ถึงวันเพ็ญแล้วหรือ” ร่างเล็กถามด้วยเสียงเย็นๆ ดวงตาฉายแววเศร้าสร้อยออกมาพร้อมกับน้ำเสียงทีกังวาน

“เช่นนั้น นายแห่งข้า”

“ได้เวลาอีกแล้วรึเนี่ย”คนบนต้นไม้ทอดสายตาไปที่พื้นก่อนจะกระโดดลงมาอยู่ด้านร่างในท่วงท่าสง่างาม

“นี่ ลินดา ข้าว่า ข้าจะหวนคืนสู่ดินแดนสีขาว” ร่างเล็กกล่าวจบก็กระโจนลับตาด้วยความรวดเร็วที่แทบมองตามไม่ทัน

“ท่าน...” ภูติน้อยมีท่าทางตกใจกับคำพูดทิ้งท้าย มันไม่อาจเข้าใจความคิดของผู้เป็นนายได้ ทั้งๆที่ผู้เป็นนายละทิ้งดินแดนสีขาวมานานแสนนานแล้ว เหตุใดเล่า ผู้เป็นนายถึงคิดหวนคืนสู่ดินแดนนั่นอีกครา….

 

…………………………………………..

 

ฮารุนะยืนอยู่หน้าห้องของยูโกะประมาณสามสี่นาทีแล้ว จึงตัดสินใจลงมือเคาะประตูห้องเพื่อหวังจะเข้าไปคุยปลอมใจคนด้านใน

“ก๊อกๆ”

"..." ไม่มีเสียงตอบกลับมา

“ฉันเข้าไปนะ”  หญิงสาวตัดสินใจอีกครั้งที่จะเปิดประตูห้องเข้าไปด้านในอย่างถือวิสาสะเมื่อเจ้าของห้องไม่ตอบรับ

ร่างเล็กนั่งอยู่บนเตียงเหล่ตามองคนเข้ามาด้วยความแปลกใจ เพราะไม่คิดว่า คนที่เข้ามาหาจะเป็นฮารุนะ ส่วนมากไม่เป็นมาริโกะก็เจ้าซาเอะเพื่อนบ้า

“มีอะไรล่ะ” ยูโกะถามด้วยเสียงที่ไม่ค่อยสบอารมณ์นัก ความจริงก็ไม่อยากคุยกับใครทั้งนั่นละ

“ทำไมถึงพูดแบบนั้นกับอัตจัง”

“ถ้าจะมาพูดเรื่องนี้ก็กลับไปเถอะ ฉันยังไม่อยากอารมณ์เสียอีกรอบ” ยูโกะเบือนหน้าหนีหญิงสาวที่พึ่งเข้ามาราวกับกลัวอีกฝ่ายจะอ่านความคิดตนได้งั้นละ

“เธอน่ะ ห่วงอัตจังมากไปรึเปล่า เธอน่าจะรู้ดีกว่าใครว่าเขาเป็นคนแบบไหน” ฮารุนะเดินเข้าไปนั่งบนเตียงฝั่งตรงข้ามคนตัวเล็ก เธอพยายามจ้องเอาคำตอบจากแววตาที่ไม่ยอมหันมอง

ยูโกะรู้ว่าตัวเธอเป็นอย่างที่ฮารุนะบอก

“ก็เพราะอย่างนั้น ฉันถึงได้โกรธไงละ! ทั้งๆที่มันมีอันตรายแต่ฮิเมะยังตัดสินใจเข้าไป! ถ้าเกิดฮิมะเป็นอะไรขึ้นมา พวกเราจะทำยังไง เธอคงไม่ลืมใช่ไหม ฮิเมะเป็นใคร มียศอะไร มีความสำคัญขนาดไหนต่อประเทศ” ยูโกะเริ่มขึ้นเสียงอย่างอดไม่ได้ เธอมันเป็นห่วงนิหน่า ทำไมไม่มีใครเข้าใจ

“เพราะแบบนี้ ฉันถึงบอกเธอว่าเธอห่วงอัตจังมากเกินไป! เธอลืมไปแล้วหรอว่า ที่เราตามอัตจังมาเพราะอะไร ถึงฉันจะกลัว จะไม่อยากทำขนาดไหน แต่นั้นมันคือสิ่งที่อัตจังต้องการ สิ่งที่อัตจังจะทำเพื่อประเทศ ฉันก็จะทำ” 

“…”ยูโกสะอึกเเพราะสิ่งที่ฮารุนะพูดมามันคือความจริง ที่พวกเธอมาทำแบบนี้เพราะมันคือความต้องการของอัตจัง เจ้าหญิงขี้กลัวแต่ยังแกล้งฝืนทำเป็นกล้า

“ยูโกะ ฉันคิดว่า เธอกำลังรู้สึกอะไรกับฮิเมะรึป่าว ในฐานะของอัศวินเธอไม่ควรมีความรู้สึกแบบนี้ เธอคงเข้าใจความหมายที่ฉันพูดดีนะ” ฮารุนะเตือนคนเงียบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“ไม่ต้องมาเตือนฉันหรอกน่า ฉันรู้ตัวดี” ยูโกะบอกปัดราวกับมันเป็นเรื่องน่ารำคาญ

“ถ้ารู้ตัวก็ดี ไปขอโทษฮิเมะด้วย!” ฮารุนะกล่าวจบ ก็เดินสะบัดก้นหนีคนที่นั่งอยู่บนเตียงฝั่งตรงข้าม

“ปัง~”

“เฮ้อ คนที่ไม่รู้อะไรเลย อย่ามาพูดดีกว่า” ยูโกะบ่นออกมาเบาๆแล้วนอนแผ่ตัวลงบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า

 

‘ใช่ คนที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างเธอ อย่าพูดดีกว่า’

 

.

.

 

“อัตสึโกะ จะยืนอยู่ตรงนั่นอีกนานไหม” ซาเอะเริ่มบ่นหลังจากที่เห็นอัตสึโกะยืนอยู่ตรงขอบหน้าต่างมานานเกือบชั่วโมงได้มั้งแถมยังไม่มีทีท่าว่าจะขยับหนีไปไหน จนพี่ใหญ่ของกลุ่มก็ขอตัวออกไปข้างนอกตั้งนานแล้ว

‘น่าอึดอัดชะมัด’ เหม่ออะไรอยู่นั่น

“....”

“ฮิเมะ!ฟังกันมั่งซิ” ซาเอะเริ่มโวยวายใส่คนเงียบ

“ว่ามาซิ ฉันฟังอยู่”

คำตอบนี้แทบทำเอาซาเอะหน้าคะมำ ใครว่าคนที่เป็นเจ้าหญิงจะ น่ารัก สุภาพ เรียบร้อย เป็นกุลสตรี กวนไม่เป็น ขอบอกเลยว่าพวกคุณคิดผิด!! เพราะเจ้าหญิงคนนี้แทบไม่มีคุณสมบัติดังที่กล่าวมาเลยสักนิด! กวนแสนกวนนั้นที่หนึ่ง ทำตัวปั้มๆเปร่อๆ ซุมซามไม่เข้าเรื่องอยู่บ่อยครั้งจนอัศวินอย่างพวกเขาต้องคอยระวังตัวให้ 

“ฮิเมะจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหมมม ฉันเห็นแล้วฉันเมื่อยแทน”

“งั้น ซาเอะขึ้นมายืนด้วยกันไหมล่ะ พระอาทิยต์กำลังจะตกเลย ดูซิ” อัตสึโกะไม่พูดเปล่ายังชี้มือไปที่พระอาทิตย์กลมโตสีแดงที่กำลังเคลื่อนลงลับขอบฟ้า ส่องแสงสีส้มแดงทั่วสารทิศ

ถึงไม่ขึ้นไปดูก็เห็นเฟ้ยย

 

แล้วก็น่ะ คำพูดนี้โครตจะตรงประเด็นเลยยย

 

“ไม่ล่ะ” ซาเอะบอกปัดทันทีเมื่อรู้ตัวว่ากำลังถูกแกล้ง

“ฮ่าๆ ล้อเล่นน่า” อัตสึโกะหันมาหัวเราะแกล้งท่าทางตลกๆของซาเอะที่ทำให้คล้ายเครียดไปได้เยอะ

“นี่ ฮิเมะ กำลังคิดอะไรอยู่เห็นยืนเหม่อมานานแล้วนะ” 

เธอเลิกคิ้วอย่างแปลกใจก่อนยอมเดินกลับมานั่งที่เตียง

“เรื่องของคนที่เข้าโจมตีน่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแต่พอได้เห็นแววตาสีฟ้าเย็นชาที่เต็มไปด้วยความเศร้า  มันทำให้ชวนคิดไม่ได้ว่าเขาคนนั้นกำลังซ่อนอะไรอยู่ ทำไมถึงได้เย็นชาขนาดนั้น ทำไมถึงได้ดูเศร้าขนาดนั้น”

“เห๋~ดูถ้าว่า ฮิเมะจะสนใจเขานะเนี่ย กริ๋วๆ แอบมีลับลมคมในอะไรรึเปล่า” ซาเอะอุทานคล้ายคนตกใจ ปกติคนอย่างอัตสึโกะแทบไม่ค่อยสนใจอะไรยกเว้นเรื่องที่ตัวเองอยากสนใจ ถึงขนาดสังเกตความรู้สึกอย่างนี้มันดูไม่ธรรมดาแล้ว

“บ้า! จะไปมีได้ไงเล่า พึ่งจะเคยเจอกันเอง แถมคนๆนั้นน่ะ ยังนิสัยแย่สุดๆ!” อัตสึโกะรีบปฏิเสธอย่างร้อนตัวเพราะกลัวถูกเข้าใจผิด คนอย่างนั้น จ้างให้ก็ไม่มีวันเข้าไปยุ่งด้วยเด็ดขาด!

“เอ๋... งั้นเหรอ..ว่าแต่รูปร่างหน้าตาเขาเป็นยังไงละ ฮิเมะไม่ยอมบอกรายละเอียดอะไรกับฉันเลยนิ” ซาเอะสงสัยกับท่าทางร้อนตัวแต่ก็ไม่ใสใจกับมันมาก เอาเถอะ เธอคงคิดมากไปเอง

“ฉันไม่รู้หรอก เขาใส่หน้ากากปิดหน้าไว้ แล้วไหนจะเสื้อฮูดสีดำตัวยาวอีก แต่ที่แน่ๆเขาคงตัวพอๆกับยูโกะ แล้วก็...”

“แล้วก็อะไร” 

“เขาเป็นผู้หญิงเหมือนพวกเรา”

“เอ๋~”

“แปลกใจอะไรล่ะ” อัตสึโกะย่นคิ้วกับเสียงอุทานที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น ก็แค่เขาเป็นผู้หญิงเท่านั้นละ แต่อย่างนั้นเธอก็แอบคิดนะ ว่าหน้าตาเขาจะเป็นอย่างไง จะนิ่งๆเย็นชาเหมือนดวงตารึเปล่า

“เปล่าๆ แค่ไม่คิดว่าเขาจะเป็นผู้หญิงน่ะ”

“ก็เป็นเรื่องปกตินิ”

“นั้นซินะ ก็แค่เรื่องปกติ” ซาเอะทวนคำพูดแล้วนั่งเงียบไปสักพัก

“ทำไมล่ะ พูดอย่างกับมันเป็นเรื่องประหลาดไปได้”  บอกได้ว่าเธอประหลาดใจกับคำพูดของอัศวินสาวท่าทางเหมือนผู้ชาย เธอก็ว่าไม่แปลกอะไรนิที่เขาจะเป็นผู้หญิง หรือมันแปลกเนี่ย ชักจะไม่แน่ใจ

“ก็นะ ฉันอธิบายไม่ถูก แต่มันแค่เรื่องปกติจริงๆนั้นแหละ เอ่อ จริงซิ... นี้มันจะมืดแล้ว ฮิเมะหิวรึยัง” ซาเอะถามในสิ่งที่คาดว่าคำตอบคือใช่ ก่อนที...

“แอ๊ด~”

“อ้าว คุยกันอยู่เหรอ แล้วมาริจังล่ะ ไปไหนแล้ว” เจ้าของฉายาจอมเฉือยเปิดประตูกลับเข้ามาถามหาคนที่ไม่อยู่ในห้อง

“อ๋อ รายนั้นขอตัวออกไปข้างนอกน่ะ เห็นบอกว่าจะไปหาข้อมูลอะไรทำนองนั้นแหละ” อัตสึโกะเป็นคนตอบคำถามทั้งหมด ใครว่าเธอไม่สนใจความเปลี่ยนไปในห้อง เห็นเธอเหม่อๆแต่ก็เก็บรายละเอียดทุกเรื่องนะ

แค่ไม่อยาก.. สนใจตอนซาเอะพูดแค่นั้นเอง..
ซาเอะยิ้มฟืดๆ นี่ ตนถูกอัตสึโกะแกล้งเมินสินะ

 

“อ๋อ~” ฮารุนะขานรับแล้วเดินเข้าไปนั่งจุ่มปุ๊กลงบนเตียงของตัวเองซึ่งสิ่งที่ฮารุนะคาดไว้ว่าต้องถูกถามจากเจ้าหญิงก็มาจริงๆ

“ฮารุนะ ยูโกะเป็นยังไงบ้าง” 

“ก็ปกติเหมือนทุกครั้ง เดี๋ยวก็หายเอง ตอนนี้ทิ้งให้อยู่คนเดียวไปก่อนเถอะ อัตจังยังไม่ชินอีกหรอ” 

“เปล่าเหรอ ไม่ใช่ว่าไม่ชิน แค่รู้สึกไม่ดีที่ต้องมาทะเลาะกันน่ะ” 

“เอาน่าฮิเมะ บอกแล้วว่าไม่ต้องไปใส่ใจมาก” ซาเอะช่วยให้กำลังใจน้องสาวอีกแรง

คนอย่างยูโกะน่ะ โกรธอัตสึโกะได้ไม่ถึงวันหรอก 

“อื้ม” อัตสึโกะขอให้เป็นอย่างนั้นและเตรียมลุกไปที่ไหนสักแห่ง... ซึ่ง...

“จะไปไหนน่ะ ฮิเมะ” ซาเอะเรียกไว้ด้วยความแปลกใจ จู่ๆจะมาทิ้งกันไปนินะ

“อาบน้ำ”

“ฉันไปด้วยซิ!”

“ฟิ้ว”

“เหวอ!”

“ปักๆ”

“หยุดเลยนะ ซาเอะ!” ฮารุนะปรามเสียงดุเสกมีดขนาดเล็กปาใส่ซาเอะ
โชคดีที่ซาเอะกระโดดหลบทัน ไม่เช่นนั้นหัวคงโดนมีดนั่นปักแทนกำแพงแน่ๆ

“โธ่ แค่ล้อเล้นน่า!  ถ้ามีดนั้นมันโดนหัวฉันขึ้นมาจริงๆจะทำยังไงเล่า!” ซาเอะโวยวายชี้นิ้วไปที่มีดเล่มเล็กอย่างหัวเสีย

“ก็รู้ว่ามันไม่มีทางโดนไงล่ะถึงได้ทำ ใครบอกให้เธอพูดแบบนั้นใส่ฮิเมะ สมน้ำหน้าอยากหื่นดีนัก” ฮารุนะลอยหน้าลอยตาพูด ไม่ได้รู้สึกผิดแม้แต่น้อยกับสิ่งที่ทำ

“นี่เธอ!..."

"ฮ่าๆๆ" ซาเอะกำลังจะเถียงฮารุนะกลับ แต่ก็ต้องเปลี่ยนความสนใจไปที่คนหัวเราะท้องขับท้องแข็ง

‘อะไรกัน ยิ้มแล้วแหะ เห็นทำหน้าเครียดอยู่ตั้งนาน’

“แบบนี้ดีแล้วละนะ” ฮารุนะขยับปากพูดกับซาเอะ    

 ‘นั้นซินะ’  ซาเอะคิด ก่อนที่...

“ฮิเมะ ฉันไปอาบน้ำด้วยน้าาา”

“บอกว่าไม่ได้ไงเล่า!” ฮารุนะตะโกนเสียงโหดพร้อมมีดสั้นสามเล่มถูกซัดออกมาจากฝ่ามือใส่เจ้าตัวการจอมหื่นที่กระโดดม้วนตัวหลบแทบไม่ทัน

“โหดเกินไปแล้วเฟ้ย!”  

“ฉันไม่ได้โหด! ฉันเคยบอกว่าทุกคนอาบน้ำกับฮิเมะได้ ยกเว้น เธอ กับ ยูโกะ! พวกตัวอันตรายต่อร่างกาย!” ฮารุนะดุเสียงดังตัดสินใจร่ายเวทย์อีกครั้งโดยไม่สนใจว่ากำแพงห้องมันจมีรูะพรุนมากเท่าไหร่

“ฮ่าๆๆ ทั้งสองคน หยุดได้แล้ว เดี๋ยวห้องก็พังกันพอดีหรอก ซาเอะจะมาอาบน้ำกับฉันก็เอาซิ” อัตสึโกะขำจนน้ำตาเล็ด ค่อยๆยกมือขึ้นมาเช็ดมันออกช้าๆ

“ฮิเมะพูดจริงนะ!!” ซาเอะทำหน้าดีใจเหมือนถูกรางวัลที่หนึ่ง ผิวขาวๆ ร่างกายสมส่วนของฮิเมะ
อ่า คิดแล้วเลือกกำดาวแทบพุ่ง

“บอกว่าไม่ได้ไง ฮิเมะอย่าไปชวนเขาซิ!” ฮารุนะยิ่งโวยวายหนัก เพราะอัตสึโกะดันแกล้งใครไม่แกล้งดันมาแกล้งพวกหื่น

“ฮ่าๆ”

“ฮารุนะ ฮิเมะชวนฉันแล้วนะ เธอมาห้ามได้ไงกัน...โอ๊ย!!” ซาเอะร้องอุทานออกมาด้วยความเจ็บ เมื่อ...

“ฮารุนะพูดน่ะมันถูกแล้ว มีหวังให้เธออาบน้ำกับฮิเมะเดี๋ยวได้เกิดเรื่องพอดี ฉันยังไม่อยากโดยพระราชาเรียกตัวกลับไปเทศนาน่ะ แล้วก็ฮิเมะไปชวนยัยหื่นนี้ได้ไง เดี๋ยวยัยนี้ก็ยิ่งได้ใจใหญ่” คนมาใหม่ดุคนหื่นซึ่งมือยังค้างอยู่บนหัวที่พึ่งเขกไปสดๆร้อนๆอยู่เลย

“อ้าว~มาริจังกลับมาแล้วเหรอ” ฮารุนะลดมือที่ร่ายเวทย์ลงช้าๆ ถือซะว่าเป็นการช่วยชีวิตของเก่าๆให้อยู่รอดปลอดภัยไปอีกวัน
ไแ้เจ้าพวกนี้ ละสายตาเป็นไม่ได้

“อืม แต่พวกเธอนิ ฉันไม่อยู่แค่แปบเดียว เล่นอะไรกันเป็นเด็กๆไปได้ ดูซิ ห้องเป็นรูหมด” มาริโกะทำหน้าเอือม ก็สภาพห้องมันเละซะจนไม่รู้จะบรรยายยังไง นี่ถ้าไอ้เจ้าของโรงแรมมาเห็นเข้า พวกเธอคงได้ถูกปรับค่าเช่ากันจม

“น่าๆ แค่นิเดียวเอง เดี๋ยวร่ายเวทย์ซ้อมมันกลับมาเป็นเหมือนเดิมเองละ” ซาเอะเข้าไปจัดการพวกรูที่เกิดขึ้นจากฝีมือของฮารุนะ

“งั้นเดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อนนะคะ” ตัวการของเรื่องหัวเราะร่าเดินหายเข้าไปในห้องน้ำหน้าตาเฉย
แต่อย่างนั้นก็ทำให้สามคนที่อยู่ในห้องเบาใจได้ อย่างน้อยฮิเมะของพวกเขาก็ยิ้มออก

“พวกเธอจริงๆเลยนะ จะทำให้ฮิเมะหัวเราะ มันต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ” 

“รู้ด้วยเหรอ” ซาเอะค่อนข้างตะลึงกับสิ่งที่มาริโกะพูดระหว่างกำลังวุ่นวายกับการร่ายเวทย์คืนสภาพให้กำแพงห้องกลับเป็นเหมือนเดิม

“ต้องรู้ซิ มันมีอยู่เรื่องเดียวแหละที่ทำให้พวกเธอ ไม่ซิ อาจจะเป็นพวกเราต้องทำอะไรบ้าๆเพื่อทำให้ฮิเมะหัวเราะออกมาได้ แต่มันมีตั้งหลายวิธีนะ ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้เลย” มาริโกะยกมือเท้าค้างมองทั้งสองคน

“ฉันคิดวิธีอื่นไม่ออกแล้วนิน่า” ซาเอะทำหน้าเซ็ง

“หึมๆ เลยใช้วิธีทำอะไรบ้าๆแบบนี้งั้นสิ”

“แล้วจะให้ทำยังไงเล่า!” ซาเอะมองค้อนพี่ใหญ่ตาเหลือก จริงๆเธอไม่ได้หื่นขนาดยูโกะสักหน่อย นั้นมันผลพลอยได้หยะเรื่องที่อัตสึโกะชวนเข้าห้องอาบน้ำอย่างไม่คาดคิดเมื่อกี้

แอบแซงนิดๆแหะ อดได้กำไรเลย

“อืม.. มาริจัง เห็นอัตจังบอกว่ามาริจังออกไปหาข้อมูล เป็นไงบ้าง” ฮารุนะถามถึงเรื่องสำคัญหลังจากที่นึกได้ว่ามาริโกะไปทำอะไรมา

“ไม่ได้อะไรตามคาดละนะ ฉันออกไปถามคนรอบๆว่าเคยเห็นคนในฮู้ดสีดำรึเปล่า แต่ทุกคนก็ตอบเป็นเสียงเดียวว่า ‘ไม่เคยเห็น’ ”  

“พวกเราน่ะ กำลังเผชิญกับอะไรอยู่กันแน่” 

 “นั้นซิ  แต่..ไม่ว่ายังไงพวกเราต้องเตรียมตัวแล้ว พรุ่งนี้พวกเราต้องออกเดินทางแล้วด้วย”

“ค่ะ”  นั้นสินะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ได้ปะมือกันอีกครั้งก็ดีเหมือนกัน

…………………………

 

   ภายในห้องน้ำของโรงแรมเก่าๆ ถูกแบ่งเป็นสามส่วนใหญ่ ส่วนที่หนึ่งเป็นอ่างนอนแช่ ส่วนที่สองเป็นฝักบัวและส่วนที่สามเป็นบริเวณปลดทุกข์

   หญิงสาวรูปร่างสมส่วน ลองน้ำจนเต็มอ่างและก้าวลงไปนอนแช่ด้วยท่าทางนิ่งๆ

“น้ำกำลังร้อนพอดีเลยเนอะ ว่าไหมพอต” อัตสึโกะถามสัตว์อสูรที่ออกมาเองโดยที่เธอไม่ได้อัญเชิญ ราวกับมันรู้ว่าเจ้านายของมันกำลังมีเรื่องทุกข์ใจอยู่

“เหมียว”

“พอต ฉันน่ะ เอาแต่ใจตัวเองเกินไปรึเปล่า ฉันรู้ดีนะ ถ้าตัดสินใจแบบนั้น ฉันต้องทะเลาะกับยูโกะ แต่ฉันยังดึงดันที่จะตัดสินใจ ฉันแค่... อยากเข้าไปที่เมืองนั้น ฉันไม่รู้หรอกว่าเพราะอะไรหลังจากที่ฉันอ่านตำนานของเมืองนั่นจบ ฉันมีความรู้สึกบางอย่าง ความรู้สึกที่ต้องเข้าไปทำอะไรสักอย่าง จะต้องรู้อะไรบางอย่างที่ยังถูกเก็บซ่อนไว้ในเมืองนั้น แล้วก็.....ชั่งมันเถอะนะ” อัตสึโกะนั่งกอดเข่าในอ่างอาบน้ำและค่อยๆยิ้มให้เเมวตัวโปรดที่ จู่ๆมันก็กระโดดเข้ามาในอ่าง ดัง "ตุ้ม"

"ดูซิ เปียกไปหมดแล้วนะ พอต"

"เหมียว" พอตเข้ามาอ้อนเอาหัวถูๆไถ่ๆกับฝ่ามืออ้อนโยนที่จับมันอุ้มขึ้น

"โธ่ แกนิ" อัตสึโกะยกมือลูบหัวมันอย่างเอ็ดดูทว่าสายตาของเธอกลับมองไปเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอย

 

'คุณน่ะ คือใครกันนะ ทำไมถึงได้เข้ามาโจมตีฉันล่ะ คุณเกี่ยวข้องยังไงกับอาณาจักรแห่งนั้น ทำไมคุณถึงต้องห้ามด้วย" พอคิดถึงตรงนี้ อัตสึโกะก็หลับตาลงปล่อยให้ใจลอยไปตามความรู้สึกอุ่นของน้ำ

 

...................................................................................................

Share this post


Link to post
Share on other sites

อยู่ในช่วงปั่นเหรอท่าน#ส่งเครื่องปั่นให้จะได้ปั่นละเอียดๆ

 

นี่ข้าเล่นมุขอะไรเนี่ย :dookdik_penguin_4:

555 ข้าควรหัวเราะรึเปล่าท่าน

 

เกรงว่ามันคงไม่ละเอียดเท่าไหร่หรอก

Share this post


Link to post
Share on other sites
มินามิอย่าโหดนะ เพราะท่านหญิงของเราบอบบาง โอเค๊ ?

Share this post


Link to post
Share on other sites
เจ้าหญิงของฉันนนนน ไม่ต้องกังวลเรื่องยูโกะหรอก
มินามิห้ามทำร้ายเจ้าหญิงของฉัน ไม่งั้งเราบอกไรเตอร์ให้ฆ่าท่านแน่

Share this post


Link to post
Share on other sites
ตัวพอๆกับยูโกะเหรอ ทาคามินะป่าว มีภูติประจำตัวด้วย ต้องเป็นคนของเมืองขาวแน่เลย ชักตื่นเต้นแล้วสิคะ ><
พอตfc ค่ะ*ชูป้าไฟ*5555 น่ารักกกก

Share this post


Link to post
Share on other sites

มินามิอย่าโหดนะ เพราะท่านหญิงของเราบอบบาง โอเค๊ ?

แหม ท่านมินามิไม่โหดหรอกท่าน(มั้ง) 55

เจ้าหญิงของฉันนนนน ไม่ต้องกังวลเรื่องยูโกะหรอก
มินามิห้ามทำร้ายเจ้าหญิงของฉัน ไม่งั้งเราบอกไรเตอร์ให้ฆ่าท่านแน่

เจ้าหญิงขี้กังวลแบบนี้ละคะ 55

"อ้าว เราไม่เกี่ยวนะท่าน เรายังไม่อยากโดนท่านมินามิจัดการ" เราโวยวาย

ตัวพอๆกับยูโกะเหรอ ทาคามินะป่าว มีภูติประจำตัวด้วย ต้องเป็นคนของเมืองขาวแน่เลย ชักตื่นเต้นแล้วสิคะ ><
พอตfc ค่ะ*ชูป้าไฟ*5555 น่ารักกกก

อิ อิ จะใช่รึเปล่านะท่าน >//<  ภูติประจำตัว แอบมีความสำคัญมากๆด้วย

ของเราก็ชอบพอตเหมือนกันค่ะ แต่เราชอบเนี๊ยงมากกว่า 55

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now