[Fic] ตำนานแห่งเมืองหนาว (atsumina) SP.3.2

703 posts in this topic

เดี๋ยวข้าจะไปนอนเร่งท่านที่บ้าน ว่าแต่บ้านท่านมีห้องว่างไหม

Share this post


Link to post
Share on other sites

ลงเถอะท่านไรท์ ถาท่านไม่ลงจะข้าตัวตายแล้วไปหลอกหลอนท่านนะ!!

หามีด เชือก และอื่นๆแปป ><

` A s I a likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites

Ch.3 หวนคืน

 

     หน้าโรงแรมเป็นเวลาที่ท้องฟ้ากำลังสลัวพอดี แสงไฟรอบด้านสว่างไม่มากนัก สมควรแกเวลาแล้วที่จักต้องออกเดินทาง หญิงสาวตัวสูงผมสั่นอยู่ในชุดเกาะเหล็กเบา สะผายดาบยักษ์กลางหลังกำลังยืนตรวจเช็ดความเรียบร้อยของรถเกวียนวัวที่ใช้ในการเดินทางเข้าสู่ดินแดนต้องสาป  จากโรงแรมนี้เข้าสู่ที่นั่นเป็นระยะทางเกือบ 20 กิโลเมตร หากเดินเท้าเปล่าคงไม่ไหวจึงจำเป็นต้องใช้พาหนะในการเดินทาง รถเกวียนวัวคันนี้เป็นรถเกรียนวัวที่มาริโกะนำของป่าไปแลกกับพ่อค้าชาวอิจิบะนครมา

   ขณะที่มาริโกะตรวจสอบสัมภาระและข้าวของของตนเองเรียบร้อย ของอื่นๆก็ถูกขนมาโดยหญิงสาวท่าทางทะมัดมะแมง สวมเสื้อแขนกุดสีน้ำตาลอ่อน ทับด้วยเสื้อกักขนสัตว์สีเดียวกันแต่เข้มกว่า เอวทั้งสองข้างซ้ายขวาสะผายดาบสั่นสองเล่มเล็กๆ 
คงจะเตรียมไว้เพื่อเหตุฉุกเฉือนด้วยสินะ สมกับเป็นซาเอะ รอบคอบดี เมื่อแทบกับคนอื่นแล้ว..
เฮ้อ ขอถอนหายใจหน่อย

“ซาเอะ ยูโกะล่ะ” พี่ใหญ่ถามถึงคนหายหน้าหายตาตั้งแต่เมื่อวาน จะเดินทางแล้วยังไม่มาอีกนะ เดี๋ยวก็ทิ้งไว้นี้หรอก

“เมื่อครู่เห็นเดินออกไปกับฮิเมะน่ะ สงสัยจะไปขอโทษล่ะมั้ง ว่าแต่ฮารุนะเถอะ หายไปไหนแล้ว” ซาเอะกวาดสายตามองหาหญิงสาวคนดังกล่าว แต่... ไม่เห็นเจอเลย ปกติถ้านอนห้องเดียวกับพวกมาริโกะน่าจะลงมารอแล้วนิ

“นอนอยู่นั้นไง” มาริโกะชี้นิ้วไปที่ต้นไม้ใหญ่ข้างโรงแรม ปรากฏว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังหลับเอาเป็นเอาตายแทบไม่สนใจว่ามันเป็นบริเวณไหน คือ ขอแค่ให้ตัวเองได้นอนเป็นพอ

“แหะๆ ไม่น่าถามเลยแหะ” ซาเอะยกมือขึ้นมาเกาหัวแก้เกลอ ก่อนที่…

“ตืดๆ ตืดๆ” เสียงสัญญาณของบางอย่างดังขึ้นมาจากข้อมือของมาริโกะเรียกความสนใจของทั้งคู่ให้หันดู 

พี่ใหญ่ยกมันขึ้นมาดูถึงกับบ้างอ๋อพลางเอ่ยเบาๆ

 “ยูกิรินติดต่อมาล่ะ” จบคำบอกเล่า ซาเอะแทบกระโดดกอดคอมาริโกะทันทีจนมาริโกะต้องเอามือยันตัวซาเอะไว้และใช้มืออีกข้างกดรับสัญญาณจากกำไลสื่อสาร

“ตึด” แสงสีเหลืองพุ่งจากกำไลเวทย์สีทองอร่าม ก่อนจะปรากฏใบหน้าโทรมๆของคนที่ติดต่อเข้ามา ดวงตาทั้งสองข้างแทบปิดสนิทนั่นบ่งบอกว่าไอ้เจ้าตัวคนติดต่อเข้ามาเหนื่อยขนาดไหน

“ยูกิรินจ๋าาา” ซาเอะดีใจส่งยิ้มหวานชนิดที่สาวๆเห็นเป็นต้องหลง แต่มันไม่เคยใช้ได้ผลกับคนอีกฝั่งของหน้าจอ 

นิเธอไม่ได้สนใจหน้าตาของยูกิเลยใช่มั้ยว่าเพลียขนาดไหน มาริโกะอยากแจกมะเงกให้คนที่เกาะหนึบเป็นลิงจริงๆ อุสาพึ่งชมไปหยกๆ ขอริบคำชมตอนนี้คืนทันมั้ย

ยูกินรินยิ้มเพลียๆส่งให้มองหามาริโกะและเปิดปากพูดเรื่องสำคัญออกมา

“เมื่อวานยัยตัวแสบพึ่งประดิษฐ์อุปกรณ์เวทย์อันใหม่เสร็จล่ะ.... ฉันว่าจะส่งไปให้พร้อมคฑาเวทย์ของฮารุนะ แล้วก็...คฑาเวทย์ของฮิเมะ" 

“ห๋าาา!!คฑาเวทย์ของอัตสึโกะ!! อย่าบอกนะว่าอันนั้นน่ะ!” มาริโกะทำหน้าตกใจอ้าปากค้างเช่นเดียวกับซาเอะที่ทำ ราวกับว่ามันเป็นเรื่องใหญ่โตหากอัตสึโกะใช้คฑาเวทย์ที่ว่า 

“ใช่ค่ะ พระราชาบอกว่ามันจำเป็นเลยจะส่งให้” เธอนึกถึงครั้งล่าสุดที่อัตสึโกะจับคฑาเวทย์อันนี้แล้วคุ้มพลังไม่อยู่ทำให้หมู่บ้านบนเขาพังไปทั้งแถบ แม้แต่ตอนนี้หมู่บ้านบนเขานั้นยังซ่อมบำรุงไม่เสร็จเลย

“มันคงจำเป็นจริงๆละนะ ” มาริโกะยิ้มอย่างไม่เต็มใจ แอบเหงื่อตกเล็กน้อยด้วยซ้ำ หาก..ต้องเล่าถึงวีรกรรมของเจ้าหญิงกับคฑาอันนั่น “แล้วสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่ว่ามันคืออะไรล่ะ

“อ๋อ..นี้ไงค่ะ” ยูกิรินยกเลนส์แวนตาที่มีอยู่ข้างเดียวขึ้นมาให้ดู มันมีลักษณะเป็นวงกลม ห้อยด้วยสายคล้องสีทอง มีปีก 4 ปีกประดุจปีกนางฟ้าและปลายห้อยของมันมีสิ่งที่คล้ายลูกตุ้มสามเหลี่ยม
'แววตาโจรสลัด' สิ่งแรกที่มาริโกะกับซาเอะคิดพร้อมกัน

“ไอ้นี้นินะ แค่เลนส์แวนตาธรรมดาไม่ใช่เหรอ” มาริโกะชี้มันอย่างไม่อยากจะเชื่อในศักยภาพ ถึงแม้จะรู้ว่ามันต้องไม่ธรรมดา

“ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ! เลนส์อันนี้มายูยุเอาไปผสมกับ DNA ของนกยักษ์สัที่ฮิเมะเลี้ยงไว้จนมันกลายเป็นเลนส์เวทมนตร์มีความสามารถมองเห็นได้ไกลถึง 50 กิโลเมตรเลยนะคะ” ยูกิรินทำหน้าภูมิใจราวกับว่ามันเป็นผลงานใหม่ของตัวเอง  อ๋อ ส่วนมายุที่พูดถึงเป็นผู้ช่วยของยูกิเอง อายุห่างกับยูกิประมาณสองสามปีได้ เป็นเด็กที่ฉลาดเป็นกรด  วิเคราะห์เวทมนตร์ได้เฉียบขาด สร้างอุปกรณ์เวทย์เจ๋งๆมากมายตั้งแต่ยังเรียนไม่จบจนยูกิรินต้องทาบทามตัวมาช่วยงานจากสภาบันวิจัยของสมาคมส่วนกลาง เรียกได้ว่าไปอ่อยมาจนเด็กติดใจชนิดที่ไปไหนไม่รอดยอมตายคาอกแม่แบบนี้

 “อันนี้สุดยอดแหะ มาริโกะซามะฉันขอไอ้นี้นะ” ซาเอะเข้ามาเขย่าตัวมาริโกะใหญ่หลังจากได้ฟังสรรพคุณของมัน

“รู้แล้วๆ เลิกเขย่าฉันได้แล้ว”มาริโกะส่งสายตาดุน้องสาวและถามถึงคนที่ชอบทำตัวติดยูกิรินเหมือนเป็นลูกสาวที่มีคุณแม่คอยตามใจ

“ยูกิ แล้วยัยตัวแสบล่ะ ฉันไม่เห็นตั้งแต่คุยกับเธอเมื่อวานแล้ว”

“ยังอยู่ในห้องทดลองค่ะ เมื่อวานก็ออกมาแค่ชั่วโมงเดียวเอง ช่วงนี้ต้องโหมงานหนักด้วย เพราะเรื่องน้ำแข็งที่ถูกส่งมาเมื่อวานนี้ละคะ” ยูกิรินหลับตาลงช้าๆ แสงสีเทาค่อยๆเปล่งออกมาจากฝ่ามือ ตามด้วยเสียงร่ายภูษาเวทย์

“จงเปิดออก มิติที่เชื่อมต่อไปยังอีกฝากของประตูเอ๋ย จนนำสิ่งที่ข้าต้องการไปยังจุดหมายแห่งนั้นเสีย”

“วิ้ง” จบเสียงร่ายเวทย์ ฝ่ามือของมาริโกะมีแสงสีเหลืองพุ่งออกมาพร้อมด้วยของทั้งสามสิ่งที่ทุกส่งมา

สิ่งแรกคือ กล่องไม้โบราณมีสัญญาลักษณ์ประจำราชวงศ์มาเอดะ ถูกผลึกด้วยยันต์มหาเวทย์สีแดงสดและเชือกหนาทำจากหญ้าพันปี

สิ่งที่สองคือคฑาเวทย์ของฮารุนะที่ถูกส่งไปตรวจสอบ กลับมาด้วยสภาพถูกหุ้มไว้อย่างดี

และสิ่งที่สามคือ อุปกรณ์เวทมนตร์ใหม่ที่คิดค้นโดยมายุ

 

“เอาถือซิ” มาริโกะไม่ถงไม่ถามสุภาพจิตซาเอะเลยสักคำ โยนของทั้งสามให้ซาเอะถือ เล่นแทบวิ่งรับไม่ทัน ถ้าตกลงไปคงเป็นเรื่องใหญ่น่าดู โดยเฉพาะเจ้าคฑาตัวปัญหา

“มาริโกะซามะบอกกันก่อนซิ! ถ้ามันตกใครจะรับผิดชอบเล่า”

“เธอไงต้องรับผิดชอบ เอาของไปให้ฮารุนะแล้วปลุกขึ้นมาด้วย ถ้าจะดีก็เดินไปตามฮิเมะมาด้วยไป จะได้เดินทางกันสักที” มาริโกะสั่งหน้าตายทำเอา 

คนโดนแกล้งอ้าปากค้างเถียงไม่ได้เพราะอาวุโสที่น้อยกว่าจึงยอมก้มหน้ารับชะตากรรมของตัวเอง

 “มาริโกะซามะโหดร้ายชะมัด” ยูกิรินแอบนินทาคนหน้าตาย ด้วยความหูดีหรืออะไรไม่รู้ มาริโกะรีบหันขวับกลับมามองคนในจอพร้อมรอยยิ้มหวานอาบยาพิษ

“เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ อะไรร้ายๆนะ พอดีฉันได้ยินไม่ถนัด ขอช้าๆชัดๆอีกทีซิ”

“เปล่าค่ะๆ แค่บอกว่าสถานการณ์ดูร้ายๆเองค่ะ” ยูกิรินเหงื่อโชกรีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน

“แน่ใจนะว่าเมื่อกี้พูดแบบนั้นน่ะ” 

“แน่ใจซิค่ะ เดี๋ยวฉันไปก่อนนะคะ ต้องรีบไปตรวจสอบน้ำแข็งช่วยมายุต่อแล้ว พึ่บ!” ยูกิรินรีบตัดสายทิ้งไปด้วยความเร็ว ปล่อยให้มาริโกะยืนหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังอยู่คนเดียว"ฮ่าๆ"

‘แค่ล้อเล่นเอง ฉันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นสักหน่อย’ มาริโกะส่ายหน้าไปมาและก้าวขากระโดดขึ้นเกวียนวัวเพื่อเตรียมความพร้อมเป็นครั้งสุดท้าย ไม่นานคนหลับใต้ต้นไม้ก็เดินเข้ามาใกล้ด้วยสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น ของในมือที่ถือแทบจะหล่นแหล่มิหล่นแหล่อยู่แล้ว

“ตื่นสักทีนะ มาช่วยกันจัดของได้แล้ว เดี๋ยวเธอเข้าไปนั่งด้านในละ”

“อืมๆ” ฮารุนะขานรับส่งๆ

“นี่!! ตื่นได้แล้วเนียวโร!!” มาริโกะแหกปากตะโกนดังลั่น ซึ่ง…

“ห๊ะ! มีอะไร! เกิดอะไรขึ้น มาริจังตะโกนทำไม”   ฮารุนะสะดุดตื่นกรอกตามองซ้ายมองขวาคั้งแต่ถือคฑาพร้อมต่อสู้ นึกว่ามีโจรบุกเข้ามา 

“ไม่มีอะไร แต่เธอ!...ขึ้นมานั่งบนนี้ได้แล้ว ซาเอะกำลังไปตามพวกฮิเมะอยู่ เดี๋ยวกลับมา จะได้เดินทางกันสักที หรือว่าเธออยากอยู่ที่โรงแรมนี้อีกคืน” 

"ไม่เอานะ!" ฮารุนะรีบพุ่งตัวขึ้นรถทันที ถึงตายยังไงเธอก็ยอมไม่อยู่ต่อเด็ดขาด

“แต่ละคน” มาริโกะยกมือกุมขมับอย่างช่วยไม่ได้กับพฤติกรรมของน้องๆที่ไม่ยอมโตกันสักที 

 “เฮ้อ… เมื่อไหร่จะรู้จักโตกันเนี่ยย!!”

 

…………………...  

     

     ซาเอะวิ่งตามหาเพื่อนทั้งสองแยกออกมาปรับความเข้าใจ ถ้าไม่ได้สนิทกัน เธอคงคิดว่ายูโกะแอบชอบฮิเมะ เพราะดูสองคนนี้สิ ชอบทำตัวอย่างกับคู่รักทะเลาะกันแหนะ
ทั้งสองอยู่ข้างโรงแรมแถวสระน้ำใหญ่ๆที่ข้างในมีปลาหลากสีเวียนว่ายเป็นสายรุ่งสวยงาม พวกเขากำลังคุยกันด้วยความตั้งใจ หากบรรยากาศนั้นพาไป 
ยูโกะเล่นเขินอายม้วนตัวมบิดสามร้อยหกสิบองศา ส่วนหนึ่งสาวกำลังส่งยิ้มหวานราวกับจะเรียกมดขึ้นมาดอมดมน้ำตาล ไม่รู้ว่าทั้งสองกำลังจะคุยเรื่องอะไรกันถึงมีสภาพเป็นแบบนั้น ว้าว บรรยากาศเหมือนคนกำลังสารภาพรักกันเลย… ซาเอะตัดสินใจไม่เข้าไปเรียกแอบยืนหลบมุม รอสังเกตความเปลี่ยนแปลงก่อน บางที เพื่อนเธออาจจะชอบอัตสึโกะขึ้นมาจริงๆก็ได้!

“เอ่อ..ฮิเมะ คือว่า....” 

“มีอะไรรึเปล่า” อัตสึโกะยังคงยิ้มซึ่งมันชั่งเป็นรอยยิ้มที่สดใสจริงๆ เพราะปกติเวลาอัตสึโกะไม่ยิ้มมักจะถูกมองว่าหยิ่งหรือเย็นชาไม่น่าคบ แต่อย่าให้ยิ้มที่เถอะ หัวใจจะละลาย

“ฉะ..ฉัน..” ยูโกะทำท่าเหมือนจะสารภาพรักจริงๆนั่นละ ซาเอะเลยลุ้นจนตัวโกงหากประโยคต่อมา..

“ฉันขอโทษ..ที่พูดจาไม่ดีใส่เมื่อวาน”

“ตึ่ง” ซาเอะล้มหงายหลังตึ่งพร้อมยิ้มแหะๆกับความไร้สาระของตัวเอง ยูโกะมันต้องพูดแบบนี้อยู่แล้ว นี่เธอกำลังหวังอะไรเนี่ย เห้อๆ

แค่คิดว่า..
ถ้าฮิเมะกับยูโกะคบกันมันก็ประหลาดพิลึกไปอีกแบบ

ใบหน้าของฮิเมะคนสวยปรากฏรอยยิ้มเสน่ห์ประจำตัวค่อยๆเดินเข้าไปหาอัศวินตัวเล็กที่พยายามหลบหน้าหลบตาอายนักที่แบกหน้ามาขอโทษตัวเอง

 “กะ..ใกล้ไปแล้ว” ยูโกะไม่กล้าแม้แต่เงยหน้าขึ้นมามองเสียงลมหายใจเข้าออกช้าๆที่ข้างหู

“ไม่เห็นต้องขอโทษเลยนิ ฉันไม่ได้โกรธอะไรสักหน่อย ยูโกะไม่โกรธฉันก็ดีใจแล้วละนะ” อัตสึโกะใช้แขนเรียวดึงเพื่อนเข้ามากอดไว้หลวมๆ

“ฮิเมะ…”

“ฉันขอโทษนะที่เอาแต่ใจน่ะ ฉันอยากเข้าไปที่นั่น ซึ่งมันคือความต้องการของฉัน ถึงรู้ว่ามันมีอันตราย แต่การเอาวิทยาการกลับมาใช้กับอาณาจักรของเรา สร้างให้อาณาจักรของเรามั่นคงขึ้นมันเป็นเรื่องจำเป็นอย่างหนึ่ง ขอโทษจริงๆนะ ที่ทำให้เป็นห่วง”

“ไม่หรอก ฮิเมะไม่ต้องขอโทษฉันหรอก ฉันน่ะต้องเป็นคนขอโทษฮิเมะถึงจะถูก เธอไม่ได้เอาแต่ใจเลยสักนิด” ยูโกะรู้สึกละอายใจกับความงี้เง้าของตัวเองเมื่อก่อนหน้านี้ เธอทำให้เขากังวลถึงขนาดนี้เลยหรือ ขอโทษนะเจ้าหญิงของฉัน เธอนำมือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบหัวของคนอายุน้อยกว่าเบาๆ

“ไม่โกรธฉันแล้วใช่ไหม”

“อืม.. ไม่โกรธแล้ว ปล่อยฉันเถอะฮิเมะ”

“ก็ได้” อัตสึโกะวางมือลงช้าๆ เพียงไม่นานรอยยิ้มพราวระยับก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของคนทั้งสองคน 

 แต่..

“อะแฮม.. สารภาพรักกันเสร็จแล้วสินะ กลับกันได้แล้ว มาริโกะซามะรออยู่” เสียงแทรกเข้ามาทำให้ยูโกะสะดุ้งโหย่ง หันขวับมองหาต้นเสียง

“เฮ้ยยย ซาเอะมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ก็มาทันเห็นใครแถวนี้ยืนเขินบิดไปบิดมา แล้วนี้สรุปสารภาพรักกันเสร็จแล้วใช่ไหม”

“ก็ยังไม่เสร็จดีนะ”

“ฮิเมะอย่างไปเออออตามมันซิ เดี๋ยวคนอื่นได้เข้าใจผิดกันพอดี” ยูโกะหันมาโวยวายใส่คนที่เล่นไปตามน้ำแบบจะเอาเธอซวยขึ้นมาจริงๆจังๆ

“ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนิ ฉันชอบยูโกะออกนะ” ไม่พูดเปล่าอัตสึโกะยังเข้าไปควงแขนยูโกะอีก

“…” พอเจอไม้นี้เข้าไปยูโกะถึงกับไปต่อไม่เป็นเลย

“ฮ่าๆ นี่ไปกันได้แล้ว มัวแต่เล่นกันอยู่ได้ เดี๋ยวมาริโกะซามะก็โกรธหรอก” ซาเอะหัวเราะได้ใจแทนที่จะสงสารเพื่อนรัก

“รู้แล้วๆ” คนถูกแกล้งก้มหน้าก้มตาหลบหน้าคนขี้แกล้งแล้วลากเขาเดินตามมา ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมคนอื่นถึงพากันเข้าใจผิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอกับอัตสึโกะ ก็เจ้าตัวเป็นซะอย่างนี้ไง ชอบแกล้งเธอไม่เข้าเรื่องแล้วใครถามก็ตอบไปแบบไม่คิดอะไร ทั้งๆที่มันไม่มีอะไรมากกว่าความเป็นพี่น้อง เฮ้อ... เขาคนนั้นก็คงเข้าใจแบบนี้ อยากให้เขารู้เสียทีว่าสายตาเธอเฝ้ามองใครอยู่.. 

“เอ่อใช่ พระราชาส่งคฑาเวทย์ของฮิเมะมาด้วยแหนะ” 

 “ห๋าาา ไอ้คฑาอันนั้นน่ะนะ ล้อเล่นรึเปล่าซาเอะ” 

“อืม ก็คฑาอันนั้นแหละ” ยูโกะอ้าปากคางก่อนหันไปหาคนที่เด็กท่าทางสบายๆ

“ฮิเมะห้ามจับมันเด็ดขาดนะถ้าไม่จำเป็น คงรู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก” เขายังนึกได้ถึงเรื่องนั้น จะบอกว่าคฑาอันนี้เป็นคฑาประจำราชวงศ์มาตั้งแต่สมัยโบราณ มันได้ตกทอดมาจากแดนไกลสู่รุ่นต่อสู่ในราชวงศ์ มาเอดะ ด้วยความเชื่ออะไรบ้างอย่างอัตสึโกะถึงได้เป็นผู้ครอบครองมันทั้งที่ยังใช้มันไม่คล่อง น่าแปลกที่พ่อของอัตสึโกะบอกว่า คนในราชวงศ์ไม่เคยมีใครใช้มันได้นอกจากลูก เพราะลูกคือผู้เหมาะสม และเป็นเจ้าของมันอย่างแท้จริง 

 “ฉันเข้าใจแล้ว” อัตสึโกะขานรับเรียบๆ จากนั้นก็ไม่มีเสียงพูดคุยเกิดขึ้นอีก เธอกังวลกับการใช้มัน คฑานี้มีพลังมากกว่าเธอหลายเท่าเลยกลายเป็นว่าเธอไม่สามารถควบคุมการใช้งานได้ แถมพลังเวทย์ในกายเธอยังไม่เสถียรอีกด้วย คลื่นพลังเวทย์จึงไม่รับกับคฑาเท่าไหร่

 

 อัตสึโกะเดินคิดเพลินๆจนมาถึงจุดหมายที่มีรถเกรียววัวผูกนิ่งสนิทอยู่ตรงต้นไม้

 

“กว่าจะกลับมากันได้ เนียวโรหลับอยู่ในรถแล้วล่ะ อัตสึโกะเข้าไปนั่งข้างในกับเนียวโรนะ ซาเอะขึ้นมานั่งกับฉัน ยูโกะไปนั่งดูของอยู่ท้ายรถไป ค่อยระวังหลังให้ดีๆล่ะ” มาริโกะจัดแจ้งตำแหน่งที่นั่งให้แต่ละแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งทุกๆคนก็ค่อยๆทย่อยขึ้นรถตามคำสั่ง

“พร้อมแล้วนะ ไปได้ ” มาริโกะสั่งวัวลากรถโดยการดึงเชือกที่คล้องคอพวกมันออกไม่นานพวกมันก็ค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากโรงแรมช้าๆแล้วเพิ่มความเร็วขึ้นมาตามลำดับ

 

 

 

“นี่ มาริโกะซามะ จะเอาไงต่อ” ซาเอะชวนคุยหน้าตาซีเรียส ถือจะบอกว่าเข้าไปแต่ยังไม่มีจุดหมายที่จะไปในดินแดนนั้นเลย ก็ใครจะไปรู้ข้อมูลเล่า 

“ฉันว่าพอไปถึง เราจะหาตัวปราสาทให้ได้เจอก่อน เพราะตามทฤษฎี คาดว่าของที่ปราสาทน่าจะเยอะกว่าบริเวณอื่น” 

“ที่ปราสาทเหรอ มันจะมีอยู่ไหมล่ะ… จริงซิ!”

“อะไร?” มาริโกะตกใจคนที่กำลังบ่นจู่ๆก็โพรงขึ้นมา

“ทดลองอุปกรณ์ใหม่กันดีกว่า” ซาเอะโบกมือไปในอากาศ แสงสีเขียวของประจำตัวสว่างขึ้นมาบริเวณฝ่ามือ เพียงไม่นานแสงนั้นก็กลายเป็นก้อนกลมๆลอยมาอยู่บนฝ่ามือของผู้ร่างเวทย์ ก่อนทำการสลายไปช้าๆ เลนส์แวนตาอุปกรณ์ประดิษฐ์จึงปรากฏออกมา

“เมื่่อกี้ทำอะไรกันน่ะ ใช้เวทมนตร์ทำไม” อัตสึโกะโผล่หน้าออกมาถามด้วยความสงสัย

“อ๊ะ ฮิเมะออกมาพอดีเลย ดูนี่ๆ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ของมายุแหละ ยูกิรินบอกว่า มันสามารถมองได้ไกลถึง 50 กิโลเมตรเลยนะ ฉันกำลังจะทดสอบมันอยู่พอดีเลย” ซาเอะอวดของใหม่ให้ฮิเมะคนสวยดูก่อนจับมันมาใส่ ปีสีเทาทั้งสี่ของอุปกรณ์เวทย์เรืองแสงออกมา สิ่งที่คล้ายลูกตุ้มสามเหลี่ยมปรากฏตัวเลขบ่งบอกระยะทางของสิ่งที่มองอยู่….

"ไม่จริงน่า.." ซาเอะนั่งแข็งค้างตกใจอะกับภาพที่เห็นอยู่ห่างจากที่นี่ไปเกือบ 15 กิโลเมตร ซึ่งมัน...

“เกิดอะไรขึ้นซาเอะ ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้น!” มาริโกะพยายามใช้มือที่ไม่ได้ควบคุมเกวียนเขย่าตัวซาเอะแรงๆ

“ซาเอะเกิดอะไรขึ้น!” อัตสึโกะตะโกนจนปลุกคนที่นอนอยู่กับยูโกะที่อยู่หลังรถโผล่หน้าออกมาดู

“เกิดอะไรขึ้น ฮิเมะ” ยูโกะส่งเสียงถามจากหลังรถ

“ไม่รู้ อยู่ๆซาเอะก็เงียบไป” อัตสึโกะทนไม่ไหวคว้าเลนส์แวนมาจากตาของซาเอะ แล้วเป็นฝ่ายใส่มันเอง

อัตสึโกะรีบหันหน้ามองไปทางเดียวกับซาเอะ และ..

“ไม่จริง มันเกิดอะไรขึ้น..”

“เกิดอะไรขึ้นอัตสึโกะ เธอเห็นอะไร” มาริโกะรู้สึกร้อนใจมากกว่าเดิมที่อัตสึโกะมีอาการแบบเดียวกับซาเอะ

“ฮารุนะ ใช้เวทย์เชื่อมต่อกับเลนส์นี้หน่อย ฉันจะให้ทุกคนเห็นสิ่งนี้... ความหายนะ” อัตสึโกะกัดฟันพูด มือที่อยู่ข้างลำตัวถูกปล่อยลงอย่างไร้เรียวแรง ฮารุนะดูตกใจรีบทำตามคำสั่ง ร่ายเวทย์เรียกสายใยแก้วขนาดกลางมีลักษณะบางโปร่งแสงเข้าเชื่อมต่อกับเลนส์ที่ตาซ้ายของเพื่อนสาว
ทุุกสิ่งทุกอย่าง
ได้ประจักแก่สายตา ฮารุนะนั่งอึ่งมือสั้นแทบเป็นลม มาริโกะกับยูโกะมีอาการนิ่งไม่ต่างกันเท่าไหร่

“ทำไมสภาพถึงเป็นแบบนี้ มันเรื่องบ้าอะไรกัน..” ภาพที่ทุกคนเห็นเป็นสิ่งเดียวกัน คือหมู่บ้านทั้งหมู่บ้านถูกแช่แข็งไม่พอยังถูกอาบด้วยเลือดของซากศพที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่ริมทางบนถนน รอบบริเวณต้นไม้ใบหญ้าต่างเหี่ยวเฉาไม่ก็กลายเป็นน้ำแข็ง แถมกำแพงที่กันระหว่างเมืองยังพังทลายลงมาเป็นเศษซาก

“มันเกิดอะไรที่นั่น” มาริโกะอุทานมือไม้สั่น ทั้งๆที่ตรงนี้ยังปกติดีแท้ๆ แต่ในอีกแค่ไม่กี่กิโลข้างหน้าทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปราวกับไม่ใช่ทีเดียวกัน มันเกิดอะไรขึ้นกัน!

 

“มาริจังรีบเข้าไปที่นั่นเร็วเข้า! เพื่อจะมีคนรอดชีวิตอยู่!” อัตสึโกะหลุดจากภวังค์ตะโกนบอกดังลั่น ซึ่งมาริโกะก็รีบทำตามมันอย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ

“เกาะดีๆละ วิ่งสุดแรงไปเลย!!” 

  

 

……………………………….

 

    พายุหิมะกำลังโหมกระหนำละอองสีขาวตกลงมาเต็มขนฟูอาบด้วยโลหิตสีแดงสด ปากใหญ่ยักษ์มีเขี้ยวแหลมคมคาบเศษเนื้อของบางอย่างไว้ระหว่างไร้ฟัน กรงเล็บของมันยาวยิ่งกว่าดาบคมเต็มไปด้วยคาบเลือดส่งกินคราวเหม็นลอยทั่วไปซึ่งกลิ่นนี้ได้ดึงดูดสัตว์ร้ายให้เข้ามาใกล้

 “ฉ่าๆ” พวกมันส่งเสียงร้องขู่คำรามอสูรสีขาวอย่างโกรธแค้น หากอสูรสีขาวตัวใหญ่กลับไม่สนใจศัตรูที่เข้ามาใหม่  อสูรร่างกายเหมือนงูอ้าปากกว้าง พุ่งเข้าหาสัตว์อสูรสีขาวที่ไม่คิดจะหลบ  มันเอาอุ้มเท้าใหญ่กระทืบลงพื้นเบาๆ แท่งน้ำแข็งแหลมยาวก็พุ่งทะลุจากพื้นเข้ากลางลำตัวของสิ่งมีชีวิตครึ่งคนครึ่งงู

 

“ฉ่า!!” สัตว์อสูรเหมือนงูดิ้นปางตายเพื่อเอาชีวิตรอดจากแท่งน้ำแข็งหากมันกลับทำไม่สำเร็จ ลมหายใจของมันเริ่มแผวลงไป

 

“อสูรชั้นต่ำ! อุสาหนีรอดมาได้แล้วยังกลับมารนหาที่ตายอีก กลิ่นคราวเลือดของพวกเจ้ามันเหม็นสาบชะมัด! แถมรสชาติยังหวยอีกตางหาก!! ”อสูรสีขาวมองสิ่งมีชีวิตใกล้ตายอย่างสมเพช และกระโดดจากไปอย่างไม่ใยดี

 

“บู่ววว” เสียงเห่าหอนดังก้องไปทั่วดินแดนสีขาว เป็นสัญญาณบอกว่าราชาได้กลับมาเยือน…

 

 ………………………….

 

“นี่มัน” อัตสึโกะเข้าไปหยิบบ้างสิ่งที่อยู่ในซอกหินขึ้นมาดู 

ทุกคนยังตกใจกับสภาพของหมู่บ้านที่ถูกพังทยายย่อยยับ แม้มนุษย์ยังไม่เหลือรอดสักราย 

“อัตสึโกะไม่มีใครรอดชีวิตเลย แต่..ฉันเจอนี้” มาริโกะบอกแล้วโยนของที่เหมือนกันให้อัตสึโกะดู

“ฉันก็เจอค่ะ เหมือนมันโดนอะไรกัดจนตาย” อัตสึโกะหันกลับมาบอก

“อัตจังน้ำแข็งที่รอบๆหมู่บ้านนี้ มีพลังเวทย์คล้ายกับคนในฮู้ดสีดำถึง65% แต่มันค่อนข้างแตกต่าง ฉันบอกไม่ถูก” ฮารุนะลืมตาพร้อมเอามือที่สัมผัสน้ำแข็งออกมา

“คนในฮู้ดสีดำ! แสดงทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเขา เขาฆ่ามนุษย์พวกนี้! แล้วยังทำลายหมู่บ้าน!”

"ไม่ใช่หรอกดูจากการฆ่ามนุษย์ที่นี่แล้ว คงเป็นฝีมือของ ‘ลามิอา’ ปีศาจในเทพนิยายที่ส่วนบนเป็นผู้หญิงส่วนล่างเป็นงู มันฆ่ามนุษย์โดนการสูบเลือดเนื้อออกจากตัวน่ะ แต่ว่า..คงมีการปะทะกันเกิดขึ้นที่หมู่บ้านนี้ ทั้งหมู่บ้านเลยแปรสภาพเป็นน้ำแข็ง เนียวโรล่ะ ว่ายังไงบ้าง" มาริโกะหันไปขอความเห็นจากฮารุนะ

“ฉันไม่รู้  แค่สัมผัสได้ถึงพลังเวทย์ที่คล้ายกันกับคนในฮู้ดสีดำจากน้ำแข็งแท่งนี้ แถมรอบๆนี้ยังมีไอเวทย์ป้องกันแผ่ออกมาจากน้ำแข็งด้วย มันน่าจะสร้างขึ้นมาแทนกำแพงที่พังไปมั่ง” 

“ ฮิเมะ ฮารุนะพูดมาเป็นความจริง รอบๆนี้มีไอเวทย์ป้องกันแผ่ออกมาจากน้ำแข็งในปริมาณมากจนสามารถป้องกันสัตว์ร้ายได้” ซาเอะสนับสนุนคำพูดของฮารุนะ

“แสดงว่าต้องมีอะไรบางอย่างปะทะกับสัตว์ร้ายที่บุกเข้ามาในดินแดนนี้แล้วร่ายเวทย์ป้องไว้กันสินะ พวกเราเข้าไปกันเถอะ ไปที่ดินแดนฝั่งตรงข้ามกัน! พวกเราต้องรู้อะไรเพิ่มเติมแน่”

“อื้ม” ทุกคนตอบรับก่อนรีบกลับขึ้นไปบนรถเกวียนวัวทันที พวกเขาจำเป็นต้องไว้อาลัยผู้คนจำนวนมากที่เสียชีวิตไป และมุ่งหน้าเข้าสู่อันตรายต่อไปที่รออยู่

 

..........................................................................................................................

Share this post


Link to post
Share on other sites

เจ้าเตี้ย แค้นจากเรื่องที่แล้วเหรอ55555

ระวัฃเถอะจะหลวสเน่ห์อัตสึ


เรามาอ่านแล้วนะ หายไป5วัน
แอบมาลงฟิตซะได้ 55555


สนุกๆ ติดตามๆ

 

555 น่าจะใช่นะท่าน สงสัยแค้นมาจากเรื่องที่แล้ว เรื่องนี้เลยขอจัดการบ้าง ><

"คนอย่างข้ารึ จะหลงเสน่ห์ยัยเด็กแสบ" เสียงหนึ่งตะโกนออกมา

555 ท่านหายเราเลยแอบมาลงไง หายไปห้าวันไปเข้าค่ายรึเปล่าท่าน 

 

เมื่อตอน 3 จะมาล่ะท่าน อยากได้อะไรอ่านเป้นกำลังในการแต่งของตัวเอง

ไม่มีอะไรให้อ่านเลยนอกจากของท่านเนี๊ย

มาลงแล้วนะท่าน แวมไพร์อัตของท่านชั่งหื่นมาก 555

เอาแวมไพร์ของท่าน มาสู้กับหมาป่ามินามิไหม <<< แอบบอกสะปอย

ง๊ะ ขนาดนั้นเลยรึท่าน

 

 

ทาคามินะ เป็นเจ้าชายหรืองัย 5555 ขอให้เก่งกว่าอัตจังนะ แล้วเมื่อรัยจะได้เจอกัน อยากให้เจอกันแล้ว

 

อิ อิ อาจจะใช่ก็ได้นะท่าน >//< เรื่องเก่งกว่าอัตสึเก่งกว่าอยู่แล้วท่าน เก่งกว่ามากๆเลยด้วย

รู้สึกจะเจอกันตอนหน้านะท่าน แถมยังต้องตามปกป้องเด็กแสบอีก 

 

อุ่ยย ท่านอย่างอนข้าเลยย วันที่ท่านลงอ่ะข้ามีสอบหลายวิชามากก ข้าเลยมาอ่านของท่านเลทอีกรอบ 55
อย่างอนข้าเลยน้าา ~ ข้าง้อท่านเเล้วนะ อย่างอนเลยน้ะ น้าาา ~ พี่รินอัจฉริยะมาก กิกิ ถ้าคนนั้นเป็นโซจังจะโอมากก กิกิ

 

เหตุผลท่านฟังขึ้น ข้าไม่งอนก็ได้ // แอบมองนิดๆ

อิ อิ จะใช่รึเปล่าไม่รู้ แต่เที่แน่ๆโซจังเรื่องนี้ ซึนหนักกว่าอัตจังเรื่องที่แล้วอีกท่าน

เดี๋ยวพี่กิรินจะมีผู้ช่วยด้วยท่าน ><

 

เมื่อไหร่ท่านพี่จะลงอ่าา ข้ารอไม่ไหวแล้วน้าาา ฮรือออ

ข้ามาลงแล้วนะท่าน เดี๋ยวลง.... ไปให้ด้วย

เดี๋ยวข้าจะไปนอนเร่งท่านที่บ้าน ว่าแต่บ้านท่านมีห้องว่างไหม

555 ยังว่างนะท่าน ข้ารู้สึกว่า คนในบ้างจะเยอะมากเลย ><

ลงเถอะท่านไรท์ ถาท่านไม่ลงจะข้าตัวตายแล้วไปหลอกหลอนท่านนะ!!

หามีด เชือก และอื่นๆแปป ><

"อย่านะท่าน!! ข้าลงแล้วโปรดใจเย็นๆ รักษาชีวิตของท่านด้วยเถิด"

เอาทิ้งไปให้หมดเลยนะท่าน 

Share this post


Link to post
Share on other sites
ยูโกะอย่ามายุ่งกับฮิเมะเรานะ
ใครทำให้เมืองเป็นแบบนี้กันนะ

โอ้ยยย ลุ้นตอนต่อไปค่ะ

Share this post


Link to post
Share on other sites
โซจังใช่ไหมนั้น - -"
กริ๊ดดด ที่รักเค้าโผล่มาแล้วแหละ มาแต่ชื่ออ๋ะนะ ' '
ตกลงอัตสึมินะหรืออัตสึยูค่ะ ดูอิลุงมันเขินละหมั่นไส้ ><

Share this post


Link to post
Share on other sites

ท่านท้าเองนะ มาๆเดวจิให้สู้กับน้องๆของยูโกะ

ปัทโธ่ ไอ้เราก้ตกใจว่ามันจะกลายเป็นอัตสึยูแทน เสียวเลย

ซาเอะจะติดกิรินไปไหนเนี๊ย มายุไม่หวงเลยเรอะ

เจ้ฮารุหลับได้ทุกที่จิงๆ อยู่ที่ไหนเป้นต้องหลับ

ตกลงที่หมู่บ้านมันเกิดอะไรขึ้น!! อยากอ่านตอนสู้กันจิงๆคงจะมันส์น่าดู 5555

Share this post


Link to post
Share on other sites

ยูโกะอย่ามายุ่งกับฮิเมะเรานะ
ใครทำให้เมืองเป็นแบบนี้กันนะ

โอ้ยยย ลุ้นตอนต่อไปค่ะ

55 เดี๋ยวลุงยูจะโดนจัดการโดนคน(?)ซึนๆคนหนึ่ง

อิ อิ รอลุ้นต่อไปนะคะ เป็นคนที่พวกเรารู้จัดดีเลยค่ะ 

 

โซจังใช่ไหมนั้น - -"
กริ๊ดดด ที่รักเค้าโผล่มาแล้วแหละ มาแต่ชื่ออ๋ะนะ ' '
ตกลงอัตสึมินะหรืออัตสึยูค่ะ ดูอิลุงมันเขินละหมั่นไส้ ><

หึมๆ ยังไม่บอกค่ะ 

555 เดี๋ยวโดนโผล่มาอีกที นี่อยากเทพเลยค่ะ ยิ่งกว่าคอมพิวเตอร์พี่กิรินอีก >//<

แหะๆ อัตสึมินะสิค่ะ อัตสึมินะ ปล่อยลุงยูยุ่งกับอัตสึไปก่อน อิ อิ

ท่านท้าเองนะ มาๆเดวจิให้สู้กับน้องๆของยูโกะ

ปัทโธ่ ไอ้เราก้ตกใจว่ามันจะกลายเป็นอัตสึยูแทน เสียวเลย

ซาเอะจะติดกิรินไปไหนเนี๊ย มายุไม่หวงเลยเรอะ

เจ้ฮารุหลับได้ทุกที่จิงๆ อยู่ที่ไหนเป้นต้องหลับ

ตกลงที่หมู่บ้านมันเกิดอะไรขึ้น!! อยากอ่านตอนสู้กันจิงๆคงจะมันส์น่าดู 5555

555 จะลุมมินามิเลยรึท่าน ท่านสงสารนะนั้น

หึๆ ไม่หรอกท่าน พระเอกมันคือมินามินะ ลุงยูก็มีอยู่แล้ว

แต่ทำซึนใส่เขาเฉยๆ

หึๆ รายนั้นห่วงอยู่แล้วค่ะ เป็นจุด.... ที่เคารพด้วย

มันคือฮารุนะสตาย 555 ทำใจเถอะท่าน ขนาดสู้กันเสร็จยังหลับได้เลย = =

มันเกิดการปะทะกันของสิ่งมีชีวิตสองสิ่ง 555

เรื่องมันไม่มันไม่รู้นะท่าน แต่ลุงยูหาเรื่อง มินามิได้ตลอด

Share this post


Link to post
Share on other sites
ใช้แล้วละ ไปเข้าค่ายมา 555

รอตอนต่อไป


เด็กแสบที่เจ้าจะหลงรักท่านเตี้ย55555


แล้วท่านจะหึงอัตสึกับยูโกะมั้ยนะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ใช้แล้วละ ไปเข้าค่ายมา 555

รอตอนต่อไป


เด็กแสบที่เจ้าจะหลงรักท่านเตี้ย55555


แล้วท่านจะหึงอัตสึกับยูโกะมั้ยนะ

 

ไปนานมาแล้วท่าน 55

"หึ ข้ารำคาญเด็กนี้จะแย่" มินามิเดินออกมาบ่น

"ข้าไม่มีทางหึง!!" มินามิตะโกนเสียงดัง มือร่างเวทย์ใส่ไปทางยูโกะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ในที่สุดท่านก็มาลง 

 

ข้าดีใจมาก เด๋วข้าจะให้รางวัลท่านด้วยการคืนของที่ขโมยจากบ้านท่านชิ้นนึงแล้วกันนะ 555555555

Share this post


Link to post
Share on other sites

ในที่สุดท่านก็มาลง 

 

ข้าดีใจมาก เด๋วข้าจะให้รางวัลท่านด้วยการคืนของที่ขโมยจากบ้านท่านชิ้นนึงแล้วกันนะ 555555555

 

โห ท่าน ตั้งชิ้นนึงแหนะ ข้าควรดีใจสินะ // ร้องไห้ 555

Share this post


Link to post
Share on other sites

มาต่อไวๆๆนะค่ะ  รออ่านไม่ไวแล้ว ชอบมากๆๆๆ แนวเจ้าหญิงเจ้าชาย 5555

Share this post


Link to post
Share on other sites
ไม่หึงแต่ร่ายเวทย์ใส่-3-) โหดแท้ !!!!!

ถ้ารำคาญข้าขอล่ะกัน

Share this post


Link to post
Share on other sites

มาต่อไวๆๆนะค่ะ  รออ่านไม่ไวแล้ว ชอบมากๆๆๆ แนวเจ้าหญิงเจ้าชาย 5555

 

555 มินามิเป็นเจ้าชายที่ทำตัวไม่เหมือนเจ้าชายสุดๆ (ณ ปัจจุบันนะท่าน)

ออกมาทุกตอน ทะเลาะกับอัตสึทุกตอน = =

 

ไม่หึงแต่ร่ายเวทย์ใส่-3-) โหดแท้ !!!!!

ถ้ารำคาญข้าขอล่ะกัน

"ข้าไม่ได้หึง ใครจะไปหึงเด็กแบบนั้นกัน" มินามิออกมาแก้ตัวรอบสอง

"ไม่ให้!!" << นี่ มินามิไม่ได้ห่วงจริงๆนะ มีอยู่ตอนหนึ่งลุงจะหลวนลามอัต

มินามิตะปบหน้าเต็มๆ // แอบสะปอย 555

Share this post


Link to post
Share on other sites

ทุกเรื่องตั้งให้อัตจังเป็นฝ่ายบุก 555 เรื่องนี้จะดูว่าใครจะตกหลุมรักใครก่อน แต่ดูเหมือนจะมีมือที่3 นะ ยูจัง :dookdik_bun_3:

Share this post


Link to post
Share on other sites
ลุง !!! ไปหาเนี้ยงๆไป นางรักเจ้านะ

รู้ตัวไว้!!!!

"คำก็เด็กสองคำก็เด็ก! มินามิ จำไว้นะ พูดอะไรไว้ เราไปหาคนที่เห็นค่าเราก็ได้!" อัจจังวิ่งออกไปตามทางที่แสนน่ากลัว

Share this post


Link to post
Share on other sites

ทุกเรื่องตั้งให้อัตจังเป็นฝ่ายบุก 555 เรื่องนี้จะดูว่าใครจะตกหลุมรักใครก่อน แต่ดูเหมือนจะมีมือที่3 นะ ยูจัง :dookdik_bun_3:

55 เรื่องนี้ต้องลุ้นจริงๆค่ะ ว่าคนซึนจะตกหลุมรักเด็กแสบก่อน หรือ เด็กแสบจะเป็นฝ่ายตกหลุมรักก่อน

 

อิ อิ ยูจังแอบนิดนึงค่ะ >< จะบอกว่า เดี๋ยวยูโกะจะไม่ถูกกับมินามิมากๆเลยค่ะ 555

 

ลุง !!! ไปหาเนี้ยงๆไป นางรักเจ้านะ

รู้ตัวไว้!!!!

"คำก็เด็กสองคำก็เด็ก! มินามิ จำไว้นะ พูดอะไรไว้ เราไปหาคนที่เห็นค่าเราก็ได้!" อัจจังวิ่งออกไปตามทางที่แสนน่ากลัว

"ข้าบอกตอนไหน ว่ารักลุงแก่ๆ" ฮารุนะออกมาแก้ต่าง

"กลับมานี้นะ" มินามิวิ่งตามไปจับมือไว้

Share this post


Link to post
Share on other sites

เย้ ~ รอบนี้ข้ามาทันเเล้ว กิกิ ถึงจะช้าก็เถอะ 555 

แอบลุ้นนิดๆตรงกล้องที่ย้วยประดิษฐ์ขึ้นนะเนี่ยว่าส่องเเล้วพี่เอะตกใจอะไร ลุงยูขี้โมโหห ~

โซจังนี่ลึกลับได้อีก 5555 กลัวปีศาจนั่นนิดๆ เลือดสาดซะทั้งหมุ่บ้านเลย -3- มาริโกะซามะเหาะไปโลดด เดี๋ยวไม่ทันนน ~ 55

Share this post


Link to post
Share on other sites

Ch.4 มิตรหรือศัตรู

 

รถเกวียนวัวลากผ่านหิมะเป็นทางยาวเข้าสู่เมืองสีขาวตลอดระยะทางยี่สิบกิโลห่างจากสถานที่เกิดเหตุอันน่าสะพรึงกลัวได้ร่วมสองชั่ว แต่คนในรถยังนั่งขวัญผวา หน้าตาไม่สู้ดีกันอยู่นัก กระทั้ง...

“กึก” ล้อของรถหยุดบงเมื่อตกลงสู่หลุมหิมะขนาดใหญ่ พวกวัวพากันออกแรงดึงสุดกำลังเพื่อลากรถขึ้นจากหลุมแต่ล้อของรถก็ไม่มีท่าทีขยับ

 "คงไปต่อไม่ได้แล้วละ" มาริโกะบ่นอย่างหัวเสียท่ามกลางสายตาสงสัยของคนในรถ

"โห่ ตกไปลึกเลยแหะ" อัตสึโกะยิ้มฝืนๆขณะโพล่หน้าออกมาดูเหตุการณ์ ก่อนจะตามด้วยฮารุนะ

 “เราลงไปอัญเชิญสัตว์เวทย์ดีกว่า  เดี๋ยวมันจะมืดสะก่อน เรายิ่งไม่ชินทางกันอยู่” ว่าแล้วเอือมมือจับเข้าที่บริเวณไม้ข้างรถม้าแล้วก้าวกระโดดลงพื้นหากผลของความไม่ระวัง เธอจึงหวิดลื่นหงายหลังหน้าไปหวัดกับพื้น 

โชคดีที่ซาเอะรีบคว้าเสื้อผ้าของอัตสึโกะได้ทัน ทุกคนจึงถอนหายใจถ้วนหน้า

“ขอบคุณนะ” อัตสึโกะยิ้มแหะๆอย่างนึกอาย

“จริงๆเลย”ซาเอะส่ายหน้าแล้วค่อยๆปล่อยอัตสึโกะลงพื้นช้าๆ

"ขอบใจจ้า"

"คราวหลังก็ระวังตัวหน่อยละ" ซาเอะตำนิของน้องสาวเสียงดุ ก่อนหันไปทางมาริโกะที่ดูเหมือนจะเจอปัญหาใหญ่เข้าเสียแล้ว

“นี้ ไม่ลงไม่ได้หรอมาริจัง”ฮารุนะเริ่มหน้างอในขณะคนอื่นค่อยๆทยอยลงรถ

“ลงมาเถอะน่า หรือว่าเธออยากจะร่ายเวทย์ให้รถเกวียนวัวนี้มันลอยขึ้นมาจากหิมะทั้งวันล่ะ มีหวังทำแบบนั้นได้เหนื่อยตายพอดี” 

“แล้วของกับรถละจะทำยังไง ถ้าเราทิ้งมันไว้เดี๋ยวของก็หายหมดหรอก” หญิงสาวหาข้ออ้างมาอ้างเพื่อที่จะไม่ต้องลงจากรถ อากาศที่นี่มันไม่น่าพิศมัยให้เดินทางเลย บึ้น หนาวก็หนาว เย็นก็เย็น

“ก็.. ใช้สัตว์อัญเชิญขนของเอาสิ ส่วนไอ้รถนี้เราก็ร่ายเวทย์ป้องกันไว้”

ฮารุนะหน้าบูดยิ่งกว่าเดิม 

“แต่ฉันไม่อยากลงนิ ดูซิ หิมะพวกนี้หนาวจะตาย”

“น่าลงมาเถอะ” มาริโกะคิดไปก็ขำกับท่าทางเหมือนเด็กที่กำลังจะตายเมื่อเจอกับอากาศเย็นๆ ดู๊ดู ดูทำเข้า ยังมีการยกมือมากอดตัวเองอีก น่ารักไปไหนนะ ฮารุนะ

“ไม่เอา ไม่ลง” ฮารุนะส่ายหน้า ดูท่าจะไม่ยอมลงจากรถเป็นอันขาด

 

“ยัยฮารุนะเอาอีกแล้วแหะ เอารับ” ซาเอะแอบมองคนงอแงพลางโยนของส่งให้ยูโกะช่วยขนลงไปด้านล่าง 

“ก็เรื่องปกติหนิ” เขากล่าวเสียงสะบัดพร้อมก้าวขาฉับๆถอยห่าง ซาเอะเลยบ่นอุบอิบในใจ ครั้งต้องถอนหายใจที่ไม่รู้ว่ายัยเพื่อนตัวเล็กไปกินรังแตนที่ไหนมา

 

 

“ลงมาเถอะเนียวโร ไม่งั้นฉันทิ้งเธอไว้ที่นี่จริงๆนะ” มาริโกะจ้องจะทำตามที่พูด เตรียมยกมือขึ้นมานับหนึ่งถึงสามล่ออีกฝ่ายลงมา

“ดะ..เดี๋ยวสิมาริจัง ฉันยอมแล้ว..” ฮารุนะหน้าจ๋อยสนิท "แต่...ช่วยหน่อยสิ"

"อะไรของเธอเนี่ยย จะลงแล้วยังต้องเดือดร้อนฉันอีก ก็ได้ๆ ส่งมือมาสิ" เมื่อเจอสายตาอ้อนของฮารุนะเข้าไป มาริโกถึงต้องเบนหน้าหนีแล้วนำมือของตัวเองประคองร่างบางลงมาช้าๆซึ่งหลังจากที่ปลายเท้าของฮารุนะได้สัมผัสกับพื้นหิมะก็โผเข้ากอดเธอแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย...

“บื่ยย หนาวอ่ะ มาริจัง” 

“นี่ มากอดฉันทำไมกันเล่า!”มาริโกะใจตกไปอยู่ตาตุ้ม เอามือดันตัวนุ่มๆของฮารุนะออกก่อนที่จะเผลอตัวปล่อยใจแสดงกริยาใดๆออกมาให้เขารู้

‘ปล่อยฉันเถอะ ฮารุนะ!!’ ถ้าฉันทำอะไรแปลกๆกับเธอจะมาโทษฉันไม่ได้นะ

 

ยูโกะคิ้วกระตุกหลังจากเห็นภาพฮารุนะพุ่งเข้ากอดมาริโกะ เธอเม้มปากเข้าหากันเองอัตโนมัติ

‘ทีกับฉันละชวนทะเลาะเอา ทะเลาะเอา ทีกับมาริโกะละ... เชอะ’ ฉันในสายเธอมันแค่คนงี้เง่าน่ารำคาญคนหนึ่งสิท่า ฉันมันไม่เคยมีค่าในสายตาเธอเลย ฉันเจ็บ เธอได้ยินมั้ยฮารุนะ 

 

ยูโกะแกล้งก้มหน้าจัดของต่อโดยไม่สนใจทางมาริโกะกับฮารุนะอีก เพราะขืนสนใจไปก็เป็นฝ่ายเธอเองที่เจ็บเอง

 

    ด้านคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรกำลังเตรียมตัวร่ายเวทย์อัญเชิญโดยลากฝ่ามือผ่านหิมะเป็นวงเวทย์สีขาวรูปดาวหกเฉกที่บรรจบกันพอดี ข้างในมีอักขระเวทย์เขียนไว้ที่ปลายของดาวทั้งหก เป็นสัญลักษณ์ของทิศทางทั้งสี่ โดยทิศเหนือได้เขียนสัญลักษณ์ทิศเหนือ ทิศใต้เขียนสัญลักษณ์ทิศใต้ ทิศตะวันออกเขียนสัญลักษณ์ออก และตะวันตกก็เขียนสัญญาลักษณ์ตะวันตก 

เธอวาดวงเวทย์เสร็จก็นำมือเย็นเฉียบยืนไปในวงกลมจนเกิดแสงเวทย์สีขาวพุ่งเป็นเเส้นตรงและสัตว์อัญเอิญของเธอก็ปรากฏตัวออกมา

“เหมียว~” เจ้าพอตตัวน้อยหล่นลงมาในอ้อมแขนของเด็กสาว เธอยิ้มและมองมันอย่างเอ็นดู ก่อนนำฝ่ามือที่สวมถุงมือสีขาวลูบหัวเจ้าตัวกลมเบาๆ

“ทำไมฮิเมะเรียกพอตออกมาละ”ซาเอะเดินมาถามอย่างแปลกใจ สถานการณ์อย่างนี้มันน่าอัญเชิญสัตว์ตัวอื่นมากกว่า อีกฝ่ายก็มีสัตว์เลี้ยงเก่งๆเยอะ ไม่เห็นจำเป็นต้องใช้พอตนิน่า

หญิงสาวเลิกคิ้ว “พอตมันตัวนุ่มแล้วอุ่นด้วยนิ อัญเชิญออกมาไม่ได้หรอ” 

‘ไม่น่าถามเลยแหะ ’ ลืมไปว่า อีกฝ่ายเอาแต่ใจสุดๆ

 “ฉันไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย งั้นฉันเอาบ้างซิ ให้ฉันอัญเชิญบ้าง”    

“เอ๋” อัตสึโกะร้องอุทาน  จู่ๆ ซาเอะก็เดินไปบ่นอะไรงึมงำๆอยู่คนเดียวไม่รู้

 “แด่สัตว์เทพแห่งประจิมทิศ ผู้ควบคุมสายลมทั้งมวลเอ๋ยจงสดับรับฟังคำเรียกขานแห่งข้า ด้วยเลือดแห่งข้านี้ขอถวายให้ท่าน จงปรากฏกายขึ้นมา สู่เบื้องหน้าข้า ณ บัดนี้!!”

 วงเวทย์สีเขียวค่อยๆปรากฏเกิดขึ้นมาตามคำกล่าว ซาเอะยกมีดกีดนิ้วตัวเองจนเลือดค่อยๆหยดไหล

เขายืนมือเข้าสู่วงเวทย์สีเขียว ปล่อยเลือดสีแดงไหลลงสู่วงเวทย์ที่ลองรับ

ไม่นานที่เลือดสัมผัสกับวงเวทย์ แสงสีขาวอมฟ้าก็สว่างจ่า พลันสายลมได้พัดพาหิมะขึ้นบนฟ้า  พวกอัตสึโกะต้องรีบหาที่ยึดจับเพื่อไม่ให้ปลิวสะบัดไปตามแรงลม

“ครางง!!” เสียงคำรามดังก้องภูเขาโดยรอบก่อนที่สายลมทั้งหมดจะถูกดูดกลับเข้าหาสิ่งมีชีวิตที่ยืนเป็นศูนย์กลาง..

เสือโคร่งสีขาวตัวใหญ่ ดวงตาสีเหลืองอำพันมีเขี้ยวแหลมสะท้อนกับแสงตะวันรอบๆตัวเต็มไปด้วยสายลมหมุนวน ยืนสง่าอยู่ท่ามกลางหิมะสีขาวสายตาของมันจับจ้องคนที่เรียกออกมาและก้มหัวลงต่อหน้า

 

“ยัยบ้า!! จะเรียกเบียคโกะออกมา ทำไมไม่บอกกันก่อน ฉันเกือบปลิวแล้วรู้ไหม!!” ยูโกะตะโกนหลังจากตั้งตัวได้รีบกระโดดเข้าหาซาเอะ หมายคิดบัชชีแค้น  

“แหะๆ ขอโทษๆ” ซาเอะพูดแบบไม่สำนึกผิดเลยสักนิด 

“ไม่สำนึกผิดกันเลยนิวะเฮ้ย!” 

“ก็ขอโทษไปแล้วไงไอ้ลุงเตี้ย แกดูดิ คนอื่นเขาไม่เห็นโวยวายกันเลย” ซาเอะหัวเราะชอบใจแล้วชี้นิ้วไปทางมาริโกะที่ยืนจับรถเกวียนวัวอยู่

“แกรู้ได้ไงว่าคนอื่นเขาจะไม่โวยวายวะ แกดูมาริโกะซามะดีๆดิ” ไม่พูดแค่นั้น ยูโกะยังรีบกระโดดถอยออกห่างจากจุดที่ยืนอยู่ เพราะ...

“เปรี๊ยะๆ”

มาริโกะฉุดขาดหลังจากตั้งตัวได้ เธอไม่รอที่จะยกมือถือคันศรขึ้นเล็งใส่ซาเอะที่ยังยืนเล่นกับเบียคโกะแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“ มาริโกะซามะ!! ฉันสำนึกผิดแล้ว ขอโทษค่ะ ขอโทษ” ซาเอะรีบก้มหัวลงพื้นแบบไม่คิดชีวิต

“ที่หลังจะทำอะไรก็บอกกันก่อน เข้าใจไหม!” 

“เข้าใจแล้วค่ะ”

“งั้นก็จำไว้ด้วย!” มาริโกะกล่าวตักเตือนเป็นครั้งสุดท้าย แล้วค่อยๆลดคันธนูลง

“ค่ะ” 

“งั้นก็...”

“คราง!!” ขณะที่เสียงสุดท้ายของมาริโกะจะได้เปล่งออกจากลำคอนั้น กลับมีเสียงสัตว์ป่าดังคำรามก่องสั่นสะท้านพิภพแทน ก่อนที่สัตว์ร่างกายมหึมาที่มีเขี้ยวเล็บเป็นอาวุธติดปลายหางเหล็กเคลือบยาพิษร้ายแรงยืนหว่านล้อมหน้าล้อมหลังโดยยังไม่มีใครได้ตั้งตัว..

 

   มาริโกะรีบตะโกนเรียกเหล่าน้องๆมารวมตัวกันคั้งแต่เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกละหุก

“ไอ้พวกสัตว์อสูรเดนตาย!” ซาเอะสบถ เธอเรียกเบียคโกะไว้ก่อนมันจะทำอะไรพลีพลามเกินคำสั่ง

“มันติคอร์ มันมาอยู่ถึงนี้เลยหรอ” อัตสึโกะมองสำรวจจำนวนมันคราวๆ

'10 20 ไม่สิ 30 ตัว'

*มันติคอร์ สัตว์อสูรที่มีศีรษะเป็นมนุษย์ ร่างกายเป็นสิงห์โต หางเหมือนแมงป่อง มีฟันสามแถวและสามารถยิงหนามออกมาจากหางได้ดั่งคันศรธนูซึ่งพิษของมันร้ายแรงมากหากโดนเพียงนิดก็รอพบยมทูตอยู่ที่ปรโลกได้เลย

 “มันมาอยู่นี้ได้ไงชั่งมันก่อน มาหาทางจัดการมันดีกว่าน่า…” มาริโกะเหงื่อตก  มันติคอร์ไม่ได้ฆ่าง่ายๆเลยเพราะผิวหนังของมันสามารถต้านเวทย์ได้ทุกชนิด ถ้าลองคำนวนเล่นๆดู พวกเธอต้องสู้กับมันหกตัวต่อคนหนึ่งคน แบบนี้จะไหวหรือ พวกนี้ไม่ได้กระจอกๆอย่างที่ผ่านมาด้วย

 

“คราง!!” มันติคอร์ส่งเสียงคำรามอีกครั้งและครั้งนี้พวกมันเดินดุ่มๆเข้าหาเหยื่อตัวน้อยๆที่ก้างบาเรียป้องกันเป็นหกเหลี่ยม มันใช้กรงเล็บซ้ายขวาตบตระกุยเข้าหาบาเรียด้วยความรุนแรงดัง ตุ้มต้าม เล่นเอาคนกางแทบทรุดลงกับพื้นที่ยืนยั่งอยู่

อัตสึโกะข้อความคิดเห็นของคนในกลุ่มเพราะดูท่าทางอีกไม่นานบาเรียคงถล่มลงมา “มาริโกะซัง เอาไงดี แบบนี้พวกเราแย่แน่” 

"แป๊บบนะอัตสึโกะ เอางี้ ซาเอะคุมครองอัตสึโกะ ยูโกะอัญเชิญราชสีห์เพลิงสมทบกับซาเอะ ส่วนฮารุนะเธอมากับฉัน พวกเราจะฆ่าพวกมันในระยะประชิด ทุกคนเตรียมตัวนะ..

“ตุ่ม!”

“วิ้งๆ” กรงเล็บของมันดิคอร์กระเทือกลงมาหนักขึ้นเรื่อยๆบ้างก็เอาหางฝาดบาเรียจนเกิดการสั่นสะเทือน

“จะทำอะไรกันก็รีบๆหน่อยสิ” อัตสึโกะเหงื่อแตกพรึดๆเธอจับเคฑาเวทย์ชูขึ้นฟ้าอัดเวทย์ขึ้นไปพลักมันติคอร์ออกห่างจากบาเรีย เธอซื้อเวลาไว้ได้ไม่มากนะ

 “ฮิเมะพยายามควบคุมเวทย์ให้อยู่ลั ฉันจะอัญเชิญซูซาคุออกมา แล้วนับหนึ่งถึงสาม ให้ทุกคนเข้าประจำที”

“เข้าใจแล้ว! แต่เร็วๆหน่อย มันกรู่เข้ามากันอีกแล้ว” ไม่พ้นถึงนาที มันติคอร์ที่ถูกเวทย์ผลักออกก็กลับเข้าโจมตีบาเรียด้วยความเดือดอีกครั้ง 

“ระวังละ” มาริโกะเตือนทุกคนครั้งสุดท้าย เธอวิ่งห่างจากจุดที่มีคนอยู่มากจนเกือบสุดขอบบาเรียพึมพร่ำร่ายเวทย์อัญเชิญนกไฟหนึ่งในตำนานเทพพิทักษ์ทิศทั้งสี่ ผู้ครองครองพลังไฟแห่งสุริยันซึ่งเผาไหม้ความชั่วร้ายทุกอย่างให้มอดมวย

“แด่สัตว์เทพแห่งทักษิณผู้ควบคุมไฟทั้งมวล ด้วยพันธะสัญญาแห่งข้า ข้าขออัญเชิญท่านให้ปรากฏกายขึ้นมาบนพิภพแห่งนี้!” มาริโกะเอาดาบทิ่มลงไปบนนิ้วแล้วยืนมือไปด้านหน้าที่ปรากฏวงเวทย์รูปดาวหกเฉกสีแดงเพลิง พร้อมในเวลาเดียวกันกับวงเวทย์ของมาริโกะเริ่มเรืองแสง เสียงอีกเสียงก็ดังไล่หลัง

“ด้วยนามแห่งข้า สัตว์อสูรแห่งเพลิงเจ้าป่า ราชสีห์ผู้ทรงพลังจงปรากฏกายออกมา ณ บัดนี้!” 

"ปึง!"

จบคำร่ายเวทย์ทั้งสอง เพลิงสีแดงมหากาฬสองสีได้พุ่งประสานกันเป็นไฟร้อนระอุประดุจลาวาไหลปกคลุมไปทั่วบาเรียจนหิมะรอบๆกลายเป็นน้ำเดือดดัง “ปุดๆ” ความร้อนจากภายในยังขับไล่มันติคอร์ถอยออกห่างสิ่งอันตรายอีกครั้ง

  มนุษย์ด้านในบาเรียหลบอยู่ในหมอกควันได้ไม่นานเสียงสัญญาณแห่งการเตรียมตัวก็ดังขึ้นมา

“1”

“2”

“3”

“สลายบาเรียได้!”

“เพล้ง!”

“ฟุบ” “ฟุบ” “ฟุบ” “ฟุบ”  จบคำสั่งแสงทั้ง 4 ก็กระจายตัวออกไปตามทิศต่างๆที่มาริโกะได้กำหนดไว้

อัตสึโกะอยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสีที่เข้าคุ้มกัน

ซ้ายคือสิงโตเพลิงตัวใหญ่ดวงตาแดงเหมือนทับทิม ขนเป็นไฟทั้งตัวพร้อมเผาไหม้ทุกสิ่งที่เข้ามาใกล้เจ้าของที่อยู่บนหลังสวมชุดนักรบเกราะเบา ถือดาบยาวทำจากเหล็กชั้นดี ฝังด้วยนพรัตน์ 9 ประการเป็นรูปพวงมาลัยเรือมีความสามารถแปรเปลี่ยนเวทย์ต่างๆตามที่เจ้าของมันต้องการ และที่เอวของผู้ถือดาบยังมีมีดสั้นติดตัวอีกสี่เล่ม

ถัดมาด้านขวามีเทพแห่งสายลม ‘เบียคโกะ’ เสือโคร่งสีขาวตัวใหญ่ที่มีสายลมพัดอยู่รอบกายเหมือนผ้าแพร่ของนางเทพอัปสร

เจ้าของที่อัญเชิญอยู่ในชุดนักรบคล้ายกับยูโกะ มือสองข้างถือดาบเวทย์คมกรีบสร้างจากเขี้ยวของสมิงป่าร่วมกับวิญญาณพรายน้ำสิบสองดวง ตัวดาบเลยเป็นสีเหลืองอมเทาที่ไม่ยาวนักทั้งสองเล่ม

 

   บนหัวของอัตสึโกะคือ นกไฟซูซาคุ นกที่มีกายเป็นเพลิงมีขนสีแดงสดประดุจสีเลือดดวงตาสีเหลืองอ่อนและหางยาวสลวยเป็นแพ บนตัวของซูซาคุมีผู้หญิงอยู่สองคน คนหนึ่งเปลี่ยนไปใส่เกราะหนักถือดาบยักษ์ที่มีสายฟ้าดัง“ เปรี๊ยะปร๊ะ” ออกมารอบๆ และผู้หญิงอีกคนอยู่ในชุดจอมเวทย์สีม่วงถือคฑาเวทย์ออกมาเตรียมรับมือกับปีศาจที่หมายโจมตี

 

 “ฮารุนะ เรียกกรีฟฟอนออกมา ฉันจะให้ซูซาคุเข้าไปโจมตีมัน ไม่รู้ว่าฮิมะจะควบคุมพลังของคฑาได้นานเท่าไหร่” มาริโกะออกสั่งคนข้างกายด้วยท่าทางเร่งรีบแล้วทอดมองผ่านไปยังผู้หญิงบนหลังแมวยักษ์ที่ถือคทาเวทย์ทำจากต้นไม้พันปี รูปร่างคดงอ หัวของคฑาทำจากหินสีใส ลูกกลมๆซึ่งเกิดจากผลึกน้ำตาของนกฟินิกซ์ที่ยังไม่ล่วงหล่นลงพื้น ภู่ของคทาทำจากขนของเบียดโกะ ซูซาคุ เซริว และเกนบุ ถักเป็นเปียสีสายผูกมัดไว้รอบฐานวางลูกแก้วของคฑา นอกจากนี้ส่วนประกอบของมันอย่างเกิดจากการรวมตัวกันของพลังสีขาวและพลังสีดำที่ทำให้ทั้งคฑานั้นดูเป็นปริศนาหากก็เปี่ยมด้วยแสนยานุภาพในการทำลายล้าง

  ฮารุนะพยักหน้ารับคำสั่งเธอจับคฑาในมือแน่นอย่างสั่นกลัวก่อนกระโดดลงจากหลังของซูซาคุเพื่อร่ายเวทย์อัญเชิญ…

 

 

 

ด้านอัตสึโกะกำลังโดนมันติคอร์จำนวนมากโจมตีใส่ด้วยความเร็วที่เหนือชั้น โชคดีที่อัตสึโกะป้องกันอย่างระวังเพียงไม่นานพวกมันก็กระโจนเอาฝ่าเท้าอัดกระแทกใส่บาเรียที่อัตสึโกะพึ่งสร้างมาดๆ

“ตั่ม!” 

“ชิ” อัตสึโกะหัวเสียใส่พวกมันที่ตายยากเย็น เข้าโจมตีไม่หยุดสักที

“พอต! กระโดดเข้าตะปบมันเลย!”

“แงวว …ควับ” พอตคำรามเสียงดังก่อนกระโจนเข้าหามันติคอร์ตามคำสั่ง เล็บแหลมของมันง้างตะปบเข้าที่หน้ามันติคอร์ด้วยความเร็ว และ..

“ฉั่ว” ใบหน้าของมันติคอร์มีเลือดไหลเป็นทางยาวส่งผลให้มันโกรธจัดจึงยกหางแทงใส่อัตสึโกะด้วยความรวดเร็ว!! ซึ่งพอตยังไม่ทันตั้งตัวกระโดดหลบไม่ทัน คนบนหลังนั่งนิ่งพยายามตั้งสติ ยกคฑาขึ้นมากันสิ่งที่พุ่งเข้าหา.... แต่

“ฮิเมะ!!” ยูโกะตาโตเบี่ยงเข้าไปช่วยอัตสึโกะ หากหางของมันคิคอร์ยังไม่ทันเข้าถึงตัวหญิงสาว….

“กริฟฟอน!”

“ควับ” ร่างของอัตสึโกะกับพอตถูกยกลอยขึ้นฟ้าก่อนที่เข็มพิษจะปักโดนตัว โดยสิ่งมีชีวิตร่างกายเป็นครึ่งนกอินทรีครึ่งสิงโตมีส่วนหัว ขาหน้าและปีกเป็นอินทรี ลำตัวกับขาหลังเป็นสิงโตส่วนหางของมันเป็นงู ขนบนหลังเป็นสีดำ ขนที่อยู่ด้านหน้าเป็นสีแดง และขนปีกเป็นสีขาว

“ไม่เป็นไรนะ” ฮารุนะถามคนห้อยต่องแต่งอยู่บนจะงอยปากของกรีฟฟอน ขณะนี้เธอกำลังสร้างสิ่งที่เรียกว่าบัคให้ยูโกะ ซาเอะ และก็มาริโกะใช้ป้องกันตัวเวลาสู้กับเข็มพิษของมันติคอร์

 “ขอบใจนะ ทันเวลาพอดี” อัตสึโกะหันไปขอบคุณคนที่อยู่บนหลังกรีฟฟอน ก่อนที่ตัวจะถูกปล่อยลงพื้น ดัง “ตุบ

 

 

“จั่ว” ซาเอะเอาดาบแทงเข้ากลางลำตัวมันติคอร์จนมันร้องคำรามและทิ้งตัวลงพื้น “ตั่ม” 

“เสร็จไปหนึ่งละ” ซาเอะพูดออกมาเบาๆ ก่อนที่..

“สู่ม” ลูกไฟผ่านหลังของซาเอะเข้าปะทะหน้าของมันติคอร์เต็มๆ มันมึนงงเล็กน้อยแต่ก็ไม่เป็นอะไรหลังจากเผาไหม้ของเพลิงหายไป

“ระวังหน่อยซิ!” 

“ขอโทษที แต่ขนาดไฟของซูซาคุยังทำอะไรไม่ได้เลยแหะ ไอ้พวกนี้มันปีศาจชัดๆ” ซาเอะเอามือสั่งเบียคโกะยักษ์กระโดดหลบพวกมันติคอร์ที่หมายพุ่งเข้ามา

  ดวงตาของมันติคอร์สะท้อนความแค้นและความดุร้าย มันไม่รอช้าให้เหยื่อของมันได้ขยับตัวหนีเป็นครั้งที่สอง กระโจนแยกเขี้ยวตะปบลงตรงที่ซาเอะอยู่แต่ความเร็วของเบียคโกะมันรีบพาเจ้านายกระโดดขึ้นฟ้าพร้อมทั้งสายลมกระโชกพัดกระหน่ำจากรอบกายทำเอามันติคอร์บ้างส่วนปลิวจากพื้นกรั้ด็นกระดอน พวกมันส่วนที่เหลือจึงเอาเล็บคมจิกพื้นหิมะต้านลมมองที่เบียคโกะด้วยสายตาดุร้าย

มาริโกะเห็นว่าเข้าทางจึงออกคำสั่งนกไฟยักษ์บ้าง

“ซูซาคุ ใช้ปีกสร้างกระแสลมช่วยเบียคโกะเดี๋ยวนี้”  สัตว์เวทย์ผู้ภักดีทำตามคำสั่งกระพือปีกใหญ่ส่งเสียงดัง “พึบพรับๆ” เกิดเป็นสายลมแรงอีกสายช่วยทวีคูณความแรงของสายลมของเบียคโกะ กระทั้งทำให้สิ่งของรอบกายถูกพัดขึ้นฟ้าไม่เว้นแม้แต่มันติคอร์ที่พยายามจิบเล็บไว้บนพื้นสุดแรง

“มาริโกะซามะสุดยอด”

“เอาเถอะ รีบไปช่วยทางพวกฮิเมะก่อน” มาริโกะไม่ค่อยสนใจคำชมนี้เท่าไหร่สั่งซูซาคุบินเข้าไปช่วยน้องสาวในวงล้อม

 

 

 

“ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว” เข็มพิษราว 16 ดอกพุ่งเข้าใส่อัตสึโกะกับฮารุนะที่อยู่บนอากาศและบนพื้นดิน ทั้งสองคนทั้งหลบและป้องกันสลับกันไปมา

เจ้ามันติคอร์ประมาณห้าตัวเอาเท้าเหยียบลงบนกำแพงเวทย์ของอัตสึโกะทำให้มันแคบลงเรื่อยๆ

เธอรู้สึกเหนื่อยกับคฑาเวทย์ที่เหมือนจะไม่ยอมฟังคำสั่ง

“อัตสึโกะ” เสียงเรียกเธอดังขึ้นพร้อมลูกไฟยักษ์พุ่งเข้าใส่มันติคอร์ตัวหนึ่งกระเด่นออกจากบาเรียเป็นจังหวะเวลาที่เธอได้พักหายใจหายคอบ้าง

“มาริโกะ ฉันจะควบคุมพลังแทบไม่อยู่แล้วนะ” อัตสึโกะหอบเสียงดัง เป็นใครๆก็ต้องได้ยินเสียงลมหายใจนี้แหละ แล้วอีกอย่างคฑาในมือมันสั่นแรงขึ้นทุกทีๆตามจำนวนครั้งที่เธอพยายามควบคุมมัน 

“ทนหน่อยนะ” มาริโกะสั่งให้ซูซาคุบินเข้าใกล้คนที่เริ่มไม่ไหว หาก... มันติคอร์กลับกระโดดเข้ามาขว้างหน้า

'ไอพวกบ้าเอ๊ยย' มาริโกะกัดริมฝีปาก จำต้องตัดใจจากอัตสึโกะกำจัดมันติคอร์แทน ไม่เช่นนั้นเธอเองคงแย่เหมือนกัน

 

“ยูโกะ ฮิเมะจะไม่ไหวแล้วนะ” ซาเอะเรียกเพื่อนเสียงเครียดเมื่อเจ้าเสือขาวกระโดดเข้ามาอยู่ในวงล้อมเดียวกับยูโกะ

“ฉันเห็นแล้ว แต่ไอ้พวกบ้านี้” ยูโกะกัดฟันกรอดไล่มองพวกมันติคอร์ไปทีละตัว เธอจัดการฟันไม่ได้หลายหนแต่พวกมันยังไม่เป็นอะไรเลย แล้วพวกมันก็ไม่ท่าทีเหนื่อยอะไรเลยด้วยซ้ำ ต่างกับพวกเธอที่ดูจะมีแรงและพลังจำกัด ยิ่งปล่อยให้ยึดเยื้อพวกเธอจะเสียเปรียบทั้งเรื่องของสถานทีและเวลา

“เอางี้ มาแข่งกันว่าใครจะจัดการฆ่าไอ้สามตัวนี้ได้ก่อน” 

“ก็เอาซิวะ” ยูโกะแสยะยิ้มเล็กๆ และ.. “ราชสีห์เพลิงคำราม!!”

“สู่มม” ไฟถูกพ้นออกมาจากปากราชสีห์เพลิง เข้าลุกไหม้รอบตัวของมันติคอร์ ส่งผลให้เกิดกลิ่นเหม็นไหม้บนขนสีแดง แต่…

พวกมันเพียงแค่ร้องคำราม สะบัดตัวออกนิดหน่อยไฟก็ถูกสลายออกอย่างง่ายดาย

“ชิ ไม่ได้ผลแหะ” ยูโกะสถบรีบยกดาบขึ้นมากันกรงเล็บที่ฟาดฟันลงมา

ฟันของราชสีห์เพลิงกัดเข้าที่ขาของมันติคอร์เกิดเป็นไฟลุกไหม้อีกครั้ง มันจึงเอาตัวกระแทกราชสีห์เพลิงออกและใช้เล็บตะปบเข้าแทงใส่ยูโกะที่อยู่บนหลัง

เธอยกดาบขึ้นกันพร้อมเสริมแรงเวทย์อัดเข้าดาบอย่างรุนแรงทำให้มันติคอร์ที่โดน เดินเซ่ออกไปด้านข้าง

“ไอ้พวกบ้านี้มันอึดจริงๆเลยนะ” ซาเอะยิ้มร่าเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดของมันติคอร์ที่กระเซ็นมาโดน 

“นั้นซิ” ยูโกะหัวเราะหน่อยๆทั้งที่เนื้อตัวตอนนี้กำลังเต้นระส่ำมาจากฝืนตัวเองสู้ 

“หึ อะไรกันเหนื่อยแล้วหรอ อ่อนวะ” ซาเอะยิ้มกวน มือข้างหนึ่งอัดวงเวทย์เข้าดาบพุ่งเข้าใส่มันติคอร์ดตัวที่ยูโกะชัดออกเพียงเสี่ยววินาที

“ปากดีน่า” ยูโกะเหล่ตามองเล็กน้อย ปลดมีดสั้นออกจากเอว และ…

“ฉั่ว”

“ครางง”

“ตึ่ม!” มันติคอร์สองตัวล้มตึงลงพื้นเกือบจะพร้อมกัน

“ซาเอะอีกตัว”

“อืม!” ทั้งสองหันหน้ากลับมาหากันพร้อมจ้องมันติคอร์ยักษ์ที่เหลือตัวสุดท้าย

 

 

“มาริโกะซัง…ฉัน…” 

“ฉัน…” สติของอัตสึโกะแทบหลุดลอยเมื่อคฑาเวทย์ในมือส่องแสงขึ้นฟ้าเป็นเส้นตรงบังเกิดพายุลงมาจุติรอบกายทำให้บาเรียสั่นคลองเป็นจังหวะประจวบเหมาะที่เข็มพิษของมันติคอร์พุ่งเข้าใส่ร่างของอัตสึโกะที่ไร้เวทย์ป้องกัน

“ฮิเมะ!!” มาริโกะตะโกนร้องเรียกพร้อมตัวทั้งพุ่งเข้าหาอัตสึโกะ

แต่…ไม่ทันการเข็มพิษเข้าใกล้อัตสึโกะเกินไปจนเธอเข้าถึงตัวไม่ทัน!!

“บู่ววว” เสียงเห่าหอนของสุนัขดังสะท้องก้องยะงภูผาพร้อมร่างอัตสึโกะถูกคาบหลบมาจากของรัศมีเข็มพิษ และถูกปล่อยโยนไปใกล้ๆกับบริเวณที่ปลอดภัย

   พายุหิมะบนท้องฟ้าที่เกิดขึ้นจากคฑาตัวปัญหาถูกควบคุมโดยอสูรสีขาวที่ใช้พายุลูกนั่นจัดการกับมันติคอร์จนแปรเปลี่ยนสภาพกลายเป็นผงธุลีปนไปปนพื้นสีสะอาด…  อัตสึโกะเบิกตากว้างกับสิ่งมีชีวิตสีขาวสะอาดตา เรือนขนงดงามดูมีราศี เงาของมันบดบังแสงอาทิตย์บริเวณที่ทอดมายังเธอ

ตัวมันสูงเกือบ 4 เมตร ดวงตาสีฟ้ากระจ่างดั่งอความารีน กรงเล็บและเขี้ยวแหลมคมจนสะท้อนแสงได้ หากตอนนี้ขาหลังข้างซ้ายของกลับมีเลือดสีม่วงซึมไหล

'เลือดนั้น หรือว่าเพราะเข็มพิษของมันติคอร์!' อัตสึโกะกำลังจะเข้าไปดูสัตว์สี่เท้าแต่ต้องรีบยกมือปิดหูตัวเอง เพราะ.. 

“บู่ววว” เสียงเห่าห่อนดังขึ้นอีกครั้ง ฝูงมันติคอร์ที่ล้อมพวกมนุษย์ไว้พากันล่าถอยออกไปช้าๆ จนเหล่ามนุษย์ตัวเล็กตกใจปนแปลกใจที่เห็นสัตว์ดุร้ายอย่างมันติคอร์กำลังแสดงความยำเกรงต่อเสียงของสุนัขสีขาว

‘ข้าอุสาเตือนไปแล้วยังเข้ามาอีก! ที่นี่มันอันตรายมากเห็นรึยังละ ยัยเด็กน้อย!’ อัตสึโกะละคนตะลึงนั่งค้างจ้องสลับ ดวงตาสีฟ้าที่จ้องกลับมาด้วยแววตาของนักล่า มันแยกเขี้ยวขู่มนุษย์ตัวกะจิตริต และก้าวเข้าไปหาอย่างเอาเรื่อง

 

พอตกับพวกมาริโกะเห็นแบบนั้นรีบกระโดดเข้าไปกันอัตสึโกะออกมา

“ว็อก!!!”

“เฮ้ยๆ มันน่าจะตายนิหว่า มันโดนพิษไปนะเห้ย” ยูโกเอามือจับดาบชี้เข้าหาหมาป่าที่กำลังแยกเขี้ยวใส่พวกตน

‘เจ้าพวกเด็กอวดดี รีบกลับออกไปซะ! ยังมีหน้ามาหันดาบใส่ข้าอีก’

“ว็อก!!” เท้าทั้งสี่ข้างยังเดินเข้าหาพวกมนุษย์ที่เริ่มถ่อยหลังหนีไปเรื่อยๆ

“ฮิเมะ!! ไอเวทย์จากหมาป่าตัวนี้เหมือนเวทย์น้ำแข็งที่หมู่บ้านเลย!”  

“ห๊ะ!!”ทุกคนหันควับมองฮารุนะ มาพูดอะไรตอนนี้เล่ายัยบ้า หาทางเอาชีวิตรอดจากไอ้หมาตัวเท่าช้างให้ได้ก่อนมั้ย

“ไหนเธอบอกว่ามันคล้ายกับไอเวทย์ของคนในฮูดสี?” มาริโกะยังมีอารมณ์ถามคนข้างๆแม้ยังเล่นเกมจ้องตาวัดใจกับเจ้าหมาร่างใหญ่อยู่ก็ตามว่ามันจะกระโขนเข้ามาตอนไหน

“ฉันไม่รู้ แต่พลังเวทย์นั้นเป็นของเจ้าหมาป่าตัวนี้ชัวๆ” นี้ ก็ยังบ้าจี้ฟันธง สรุปจะไม่สนใจหมาป่าที่กำลังจะเข้ามาขย่ำเลยรึไง

“พลังเวทย์เหมือนกัน!?” อัตสึโกะพูดไม่ทันไร เจ้าสุนัขป่าตัวใหญ่ก็ล้มลงพื้นดัง“ตึ่ม” สร้างความตกใจให้กับมนุษย์ทุกคน อัตสึโกะรีบวิ่งเข้าไปดูแบบไม่คิดชีวิตร่างใหญ่ด้วยกลัวว่ามันจะตาย

“ฮิเมะทำอะไร!? มันอันตรายนะ” ยูโกะกระโดดไปห้าม แต่ไม่ทันแล้วเมื่ออัตสึโกะเข้าถึงตัวมัน แล้วยังทำท่าสำรวจเหมือนจะช่วยมันอีก 

“ฉันจะช่วยมันคืนน่ะ”

  เจ้าหมาป่าตัวใหญ่เริ่มหดเล็กลงจนมีขนาดเท่ากับนุษย์ เลือดของมันไหลออกเป็นสีม่วงจางๆจากบาดแผลเมื่อครู่ เป็นสัญญานว่าพิษกำลังกำเริบ 

'อย่าพึงเป็นไรเลยนะ ทำใจดีๆไว้ก่อน เจ้าสุนัขขาวทนหน่อย ฉันจะช่วยแก'

“ฮารุนะพึ่งบอกไปไม่ใช่หรอว่าพลังเวทย์ของมันเป็นตัวที่ทำให้หมู่บ้านเป็นน้ำแข็ง แล้วพลังเวทย์ของมันยังเหมือนกับคนในฮูด เจ้านี้มันต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับคนในฮูดสีดำแน่ๆ  อย่าพึ่งช่วยมันเลย” ยูโกะเตือนหญิงสาวที่ก้มหน้าก้มตาจะรักษาหมาป่าขาว

“ไม่หรอกถ้าเกี่ยวข้องกันจริง น่าจะมีสัญลักษณ์อัญเชิญหรืออะไรสักอย่างอยู่บนตัวซิ แต่ที่ตัวของเจ้าสุนัขตัวนี้ไม่มีอะไรอยู่เลยนะ” อัตสึโกะค่อยๆวางมือร่ายเวทย์ขับพิษออกอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้พิษโดนตัวเองและไหลเข้าสู่กระแสเลือดของหมาป่าไปมากกว่านี้  อดทนไว้เจ้าตัวเก่ง อกต้องทำได้

“ฮารุนะ มาช่วยกันหน่อยซิ”

“อืม” ฮารุนะเดินเข้าไปช่วยรักษาพร้อมอุปกรณ์ทำแผลสำหรับสัตว์เวทย์ 

ยูโกะหัวเสียหนักหมายจะเดินเข้าไปกระชากทั้งสองคนออกมาจากหมาป่าตัวนี้

มาริโกะจึงเอามือแตะไหล่ส่ายหน้าเป็นเชิงห้ามปราม เรียกท่าทางฟึดฝัดหัวฝัดหัวเหวี่ยงกัดฟันไม่พอใจของยูโกะก่อนจะสบัดหน้ามองทางอื่น

 

“ฮิเมะ พลังเวทย์ของเจ้านี้เหมือนที่ฮารุนะบอก คล้ายกับที่หมู่บ้านนั้นมาก” ซาเอะแตะมือวัดค่าพลังของสัตว์ที่นอนหายใจหอบอย่างน่าสงสาร แกคนดีเหมือนกันนะที่เข้ามาช่วยอัตสึโกะ

“คิดว่ามันจะเกี่ยวข้องกับคนในฮูดสีดำรึเปล่า ” อัตสึโกะเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าสัตว์อสูรตัวโตแล้วหันไปมองยูโกะหน่อยๆ

“ก็อาจจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวก็ได้ เพราะสัตว์เวทย์ที่มีเวทย์ใกล้เคียงกับมนุษย์ต้องเป็นสัตว์เวทย์ที่ถูกอัญเชิญออกมาจากมนุษย์ผู้นั้น แต่..เจ้านี้นะ ไม่มีสัญลักษณ์ของการถูกอัญเชิญอยู่เลย” 

“แต่ก็.. มีความเป็นไปได้อย่างหนึ่งนะ คือ.. เจ้านี้ดูดกลืนเวทย์ของคนในฮูดสีดำมา ไม่งั้นก็มีแหล่งกำเนิดพลังเวทย์จากที่เดียวกัน” ฮารุนะกล่าวถึงหลักวิทยาศาสตร์เวทมนตร์ที่อุสาอดทนเรียนจบมาได้ด้วยเกรดนิยม

“เข้าใจล่ะ” อัตสึโกะขานรับสั้นๆ แล้วเริ่มเพ่งเล็งสมาธิไปที่การรักษาบาดแผลของเจ้าหมาป่าต่อ

 

'เธอเป็นมิตรหรือว่าศัตรูกันแน่นะ'

 

……………………………………………………………………………………………………………………….

Share this post


Link to post
Share on other sites

เย้ ~ รอบนี้ข้ามาทันเเล้ว กิกิ ถึงจะช้าก็เถอะ 555 

แอบลุ้นนิดๆตรงกล้องที่ย้วยประดิษฐ์ขึ้นนะเนี่ยว่าส่องเเล้วพี่เอะตกใจอะไร ลุงยูขี้โมโหห ~

โซจังนี่ลึกลับได้อีก 5555 กลัวปีศาจนั่นนิดๆ เลือดสาดซะทั้งหมุ่บ้านเลย -3- มาริโกะซามะเหาะไปโลดด เดี๋ยวไม่ทันนน ~ 55

555 อย่างน้อยก็ยังท่านนะท่าน ข้ารู้สึกดีใจจนน้ำตาไหล 

นี่ ท่านมาทันวันไหน  ข้าแทบนับตอนได้เลยนะท่าน  หึๆ // ล้อเล่นนะ อิ อิ

555 แสดงว่าย้สยเป็นบุคคลไม่น่าไว้ว่างใจสินะ

เดี๋ยวลุงจะเปิดโหมดขี้โมโหหนักกว่าเดิมอีกท่าน ทะเลาได้แม้กระทั้งหมา = =

อิ อิ ปริศนาท่านเตี้ย ยิ่งออกมายิ่งซับซ้อนให้ปวดหัวเล่นๆ เราเป็นคนแต่งยังปวดหัวเลยค่ะ(อ้าว)

ของจริงมันก็น่ากลัวอยู่นะท่าน ถ้าอ่านจากตำนาน แต่เรื่องนี้มินามิเราโหดกว่า ><

Share this post


Link to post
Share on other sites
โฮรก~~~ สนุกมากค่ะ >< ตอนสู้กันตื่นเต้นมากเลย ลุ้นตลอดเลย 5555
หมานั้นเกี่ยวข้องกับพี่ฮูดอีกหละ ลึกลับตลอดแหละนะ

Share this post


Link to post
Share on other sites
ตอนต่อสู้สนุกสุดๆ
หมาป่ากับคนในฮูดเกี่ยวข้องกันยังไงน่ะ
รอติดตามตอนต่อไป

Share this post


Link to post
Share on other sites

โอ้ มาริโกะซามะอย่างโหด ซาเอะเกือบไหม้ตายแล้วไหมล่ะ เสียว~

ปมใหม่มาอีกล่ะ หมาป่าเกี่ยวไรเนี๊ย โซจังไปไหนออกมาที!!!

Share this post


Link to post
Share on other sites

โฮรก~~~ สนุกมากค่ะ >< ตอนสู้กันตื่นเต้นมากเลย ลุ้นตลอดเลย 5555
หมานั้นเกี่ยวข้องกับพี่ฮูดอีกหละ ลึกลับตลอดแหละนะ

555 ดีใจจังเลยที่สนุก เรานั่งเขียนตอนนี้นานมาก เนื่องจากบรรยายการต่อสู้ไม่เก่ง

กลัวเขียนแล้ว จะไม่สนุกแทบแย่ ><

หึๆ เกี่ยวข้องกันสุดๆเลยด้วยค่ะ ตอนหน้าจะได้รู้กันว่า หมาตัวนี้คืออะไร

ตอนต่อสู้สนุกสุดๆ
หมาป่ากับคนในฮูดเกี่ยวข้องกันยังไงน่ะ
รอติดตามตอนต่อไป

ขอบคุณค่ะ

อิ อิ ยังไม่บอกค่ะ รอดูตอนหน้าแล้วท่านจะรู้ว่า น้องหมามีความสำคัญยังไง ><

 

โอ้ มาริโกะซามะอย่างโหด ซาเอะเกือบไหม้ตายแล้วไหมล่ะ เสียว~

ปมใหม่มาอีกล่ะ หมาป่าเกี่ยวไรเนี๊ย โซจังไปไหนออกมาที!!!

555 มาริโกะซามะ ไม่ได้โหดนะ // เสียงสูง

เอ๊ะ โซจังออกมาแล้วนะท่าน =w= ออกมาในตอนนี้ด้วยล่ะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now