[Fic] ตำนานแห่งเมืองหนาว (atsumina) SP.3.5 END

716 posts in this topic

เอาเข้าไป ยุงนิสัยดี คิดได้เนอะท่านหมาป่าาาา

อัตสึมิจังนี่ก็ขี้สงสัยสุดๆ เล่นเอาป๊ะป๋ากะหม่าม๊าลำบากเลย

มาริโกะซามะนี่ก็หาเรื่องให้ชาวบ้านไปทั่ว

รอตอนพิเศษของซาเอะค่าาาา

Share this post


Link to post
Share on other sites

เฮ่ย ท่านน เจอกันอีกทีตอนจบเเล้วเหรอเนี่ย 5555 ไม่ได้เข้ามานานมากก เห็นขึ้นตอนจบนี่ตกใจหมด 55

เข้ามาเเล้วก็คิดถึงท่านเลยอ่ะ อิอิ 555555 เดี๋ยวมาเม้นทีหลังนะท่าน 

เข้ามาหาท่านให้หายคิดถึงก่อนแปบ 5555  :dookdik_bun_5:  

Share this post


Link to post
Share on other sites

แต่ละคู่นิหวานๆทั้งนั้น ยกเว้นมาริโกะกับโทโมะ มันจะSMไปไหน แต่ชอบ 5555
อยากอ่านคู่เฮียเอะกับน้องเรียวอ่ะ รอตอนพิเศษนะคะ

5555+ คู่นี้ต้องแอบโหดกันหน่อยค่ะ คาเรกเตอร์มันให้

 

จบแล้ววว แอบเสียดายนะครับที่จบอ่า ไรท์จะรู้ตัวไหมครับว่าไรท์ทำให้ผมไม่อินกับฟิคแนวเจ้าหญิงเรื่องไหนอีกแล้วถ้าไม่ใช่คู่อัตสึมินะ ผมอยากให้ไรท์แต่งต่อนะครับคู่เนี้ยกลายเป็นคู่แรร์ไม่มีใครแต่งแล้วจริงๆ T^T เพราะท่านมินะก็จบการศึกษาไปแล้วด้วย กลายเป็นว่าคู่อัตสึมินะตอนนี้หาอ่านยากสุดๆเลยครับ ผมชอบสำนวนแล้วก็พล็อตเรื่องของไรท์ด้วย ถ้าแต่งเรื่องอื่นต่อสัญญาว่าจะตามอ่านตามเม้นทุกตอนเลยครับ....ยังไงก็ขอบคุณนะครับที่แต่งมาให้อ่านกัน ผมชอบเรื่องนี้มากจริงๆครับ

ท่านชมซะเราไปไม่เป็นเลย 555+ 
อืออ เอาไงดีน้า ข้าน้อยอาจจะเขียนต่ออีกสักเรื่องนะท่าน
 

555 ให้ได้อย่างนี้สิอัตสึมิจัง เกือบทำให้คุณพ่อคุณแม่งานเข้าแล้ว
ในที่สุดซาเอะก็จะมีคู่แล้ว
โทะโมะก็ยอมเจ๊แกหน่อยเถอะ

จะรอตอนพิเศษนะขอรับ

เด็กอะไรก็ไม่รู้ ขี้สงสัยเนาะ
แหม ข้าน้อยก็สงสารท่านซาเอะ ต้องหาคนมาดามใจให้หน่อย
คู่หน่อยปล่อยเข้าไปเถอะ ชอบแบบนี้ละท่าน ปากบอกไม่ยอม แต่จริงๆก็...
 

เย้! ไรท์มาแล้วอย่างนี้ต้องฉลองปิดซอยเลี้ยง
มินามิลำบากเลยเรื่องยุงๆเนี้ย อัตสึก็ช่างแกล้งเหลือเกิน
ตอนนี้อยากรู้เรื่องความสัมพันธ์แปลกๆของมาริจินมากเลย และรอลุ้นคู่ซาเอะด้วยอยากให้สมหวัง
แต่อยากให้มีน้องให้อัตสึมิอีกคนได้มั้ยไรท์ จะได้มีเพื่อนวิ่งเล่นไล่กัน

ขอบคุณไรท์ที่แต่งนิยายสนุกๆมาให้อ่านนะคะ ฟินสุดๆกับอัตสึมินะ

มีลูกสาวขี้สงสัยอย่างนี้ละท่าน
ซาเอะจะสมหวังดีมั้ยน่าท่าน?? ส่วนมาริจินนี้ก็คงคอนเซ็ปความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดต่อไป
ก็เล่นปากแข็งทั้งคู่นิน่า
มินามิคงต้องใช้ความสามารถสูงสุดอีกรอบ 555
 

เอาเข้าไป ยุงนิสัยดี คิดได้เนอะท่านหมาป่าาาา

อัตสึมิจังนี่ก็ขี้สงสัยสุดๆ เล่นเอาป๊ะป๋ากะหม่าม๊าลำบากเลย

มาริโกะซามะนี่ก็หาเรื่องให้ชาวบ้านไปทั่ว

รอตอนพิเศษของซาเอะค่าาาา

เป็นเด็กชังสังเกตต่างหาก สังเกตได้ถูกจุดด้วย 555
 

เฮ่ย ท่านน เจอกันอีกทีตอนจบเเล้วเหรอเนี่ย 5555 ไม่ได้เข้ามานานมากก เห็นขึ้นตอนจบนี่ตกใจหมด 55

เข้ามาเเล้วก็คิดถึงท่านเลยอ่ะ อิอิ 555555 เดี๋ยวมาเม้นทีหลังนะท่าน 

เข้ามาหาท่านให้หายคิดถึงก่อนแปบ 5555  :dookdik_bun_5:  

อะไรกัน ข้าน้อยยังไม่หายคิดถึงท่านเลย ท่านก็ไปซะแล้ว

................................

อิ อิ ก่อนที่ข้าน้อยจะเขียนตอนพิเศษ ขอแอบเปิดเรื่องใหม่ที่เป็น sf ก่อนดีกว่า

Share this post


Link to post
Share on other sites

Sp.Maritomo
 

ความรู้สึกที่ไม่ปกติหรืออารมณ์ที่ไม่ปกติกันแน่ มาริโกะ ทำกับเธออย่างนี้อีกแล้ว!! ก็รู้ว่าเกลียดแสนเกลียดเด็ก แต่ทำไมยังเอาลูก ‘เขา’ มาฝากให้เธอเลี้ยงมิทราบ

 แค่นี้มันตอกย้ำความเจ็บ ความโง่ของเธอไม่พอหรืออย่างไร รักเขาจนหมดหัวใจแต่ไม่เคยได้รับการเหลียวแล เธอผิดหรือ อัตสึโกะถึงไม่รัก ไม่เคยสนใจ
นอกจากคำว่าเพื่อนที่มอบให้กันก็ไม่มีอะไรมากกว่านี้

พยานรักตัวน้อยถูกนำมาในบ้านเธอให้ช้ำใจเล่นด้วยประโยคคำสั่งของคนที่เริ่มจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งในเชิงแปลกๆ

เธอไม่เรียกมันว่าการแก้เหงา หรือเรียกว่า การระบายความต้องการหรอกนะ

มันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ ความรู้สึกของเธอตอนนี้…

หาคำตอบอยู่หลายครั้ง ก็ไม่สามารถหาพบ

 

เพียงแค่คืนนั้นที่เสียใจเรื่องทั้งหมดถึงได้ลงเอยอย่างนี้

 

 

เมื่อประมาณสามปีก่อนในวันที่อัตสึโกะได้รับคนรักกลับคืนมา หัวใจเธอก็เจ็บระทมไม่กล้าจะอยู่สู้หน้า อยากก้าวขาออกไปเยื้อแย้งอัตสึโกะกลับคืนมา แต่เธอไม่มีสิทธิ์นั้น เธอไม่ใช่คนที่อัตสึโกะต้องการ ไม่ใช่คนที่อัตสึโกะเฝ้าหา ไม่ใช่อะไรเลยนอกจากแค่เพื่อนที่มันตอกย้ำสถานะเธอเหลือเกิน

ไม่ยุติธรรม

นั้นคือความจริง แม้มินามิไม่มีความทรงจำของอัตสึโกะเหลืออยู่ แต่อัตสึโกะก็เลือกจะทำให้เขากลับมารัก กลับมาจดจำ

เธออยากเป็นใครที่โชคดีคนนั้น อยากเป็นคนที่อัตสึโกะมอบความรักให้

 

“เสียใจมากรึไง” เสียงของแขกที่ไม่ได้รับเชิญไม่ได้ทำให้เธอสนใจไปกว่าการนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง เบื่อจนกลายเป็นความเคยชิน บอกว่าเกลียดก็แล้ว บอกว่าไม่ต้องการก็แล้ว ไม่เข้าใจทำไมถึงตามตื้อไม่เลิก

“คนเขามีลูก มีครอบครัวแล้ว” คำพูดลอยๆสะกิดแผลใจให้คนเฉยเมินทนไม่ไหวตวัดสายตารั้นกลับมามองหน้ากัน

“เมื่อไหร่จะเลิกยุ่งกับฉันสักที!”

 

เสียงตะโกนนั้นกลับสร้างรอยยิ้มให้สาวร่างสูง

“บอกแล้วไงว่า จนกว่าเธอจะรัก”

“แต่ฉันไม่ได้รักเธอ” อีกครั้งกับคำย้ำเตือนทั้งที่ไม่ได้มั่นใจเลยกับสิ่งที่ปากพึ่งพูดออกไป

ไม่ได้รักจริงๆหรือยอมรับไม่ได้กันแน่ว่าแอบมีใจ

มีหรือคนอยู่ด้วยกันมานานจะจับพิรุธไม่ได้

“ดื่มด้วยกันหน่อยไหม” น้อยครั้งนักที่จะชวนใครดื่มอย่างนี้พร้อมยกแอลกอฮอล์ชั้นดีผ่านการบ่มพิเศษชูให้คนนั่งซึมดู

ออกจะแปลกใจในการชักชวน ไม่รู้ฝ่ายนั้นนึกคึกอะไร
แต่อารมณ์ที่เรียกว่าพึ่งอกหักมามาดๆก็ยอมรับคำชวนนั้นแต่ง่ายดาย

มาริโกะเชิญตัวเองนั่งลงข้างคนเอามือยันคางมองออกไปนอกหน้าต่าง ค่อยๆรินไวน์รสละมุนลงในแก้วอย่างพิถีพิถัน

ขวดที่เธอบ่มเอง ทีแรกกะจะกินกับฮารุนะในโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด วันฉลองครอบครบมิตรภาพ หรือโอกาสอื่นๆ ที่เป็นอันต้องชวดไป

เอาเถอะ ตอนนี้ก็ทำใจได้แล้วระดับหนึ่ง

เพราะคนแถวนี้แท้ๆ ไม่คิดจะรับผิดชอบความรู้สึกกันเลยรึอย่างไร

มาบอกให้อยากแล้วจากไปนะคนเรา

“เอานี่” เธอดันแก้วส่งให้

“บอกเลยว่า ขวดนี้ฉันบ่มเอง อร่อยแบบไม่สามารถหากินได้ที่ไหน ภูมิใจนำเสนอ รสละมุนลิ้น หอมนุ่มสุดๆ”

คำพูดโฆษณาสรรพคุณสินค้าไม่ได้เข้าสมองโทโมจินแต่อย่างใด นอกจากจับแก้วไวน์กระดกดื่มรวดเดียวจนหมดเกลี้ยง ไม่แม้แต่จะลิ้มลองรสชาติของความเป็นไวน์ที่ถูกอวดว่าเลิศรสหนักหนา

“เธอนิ เสียของหมด” มาริโกะบ่นๆ เวลากินไวน์มันก็ต้องดมกลิ่นก่อนแล้วค่อยๆจิบสิถึงจะถูกเพื่อจะได้รู้รสชาติและความละมุ่นลิ้นอันเป็นสรรพคุณสำคัญไวน์

 
“รินมาอีก” คนถือขวดถึงกับถอนหายใจคิดผิดคิดถูกไม่รู้ที่ชวนคนอกหักซ้ำซ้อนมานั่งดื่มด้วยกัน

 

 แก้วแล้ว แก้วเล่า จนไวท์ที่หมักหมดไปข้อนขวด แอลกอฮอล์ในนี้ดีกรีไม่ใช่น้อยๆเลยนะ เดี๋ยวก็เมากันพอดี

 

“พอแล้วน่า” เริ่มจะปรามบางพอเห็นใบหน้าแดงก่ำของคนหน้าสวย ถ้าเมาแล้วเธอต้องเจอฤทธิ์แบบวันนั้นอีก ไม่เอาเด็ดขาด หัวใจจะวายตาย

“ฉานมมานม่ายดีหรืองาย”

“พูดอะไรฟังไม่รู้เรื่อง”  มาริโกะยกมือกุมขมับไม่คิดว่าฝ่ายนั้นจะคออ่อนขนาดนี้หรือตามจริงคอก็ไม่อ่อนหรอกก็เล่นกินซะเหมือนน้ำเปล่า

“เฮ้ย! อย่าร้องไห้สิ” ไม่ทันไรก็ต้องร้องเสียงหลงยกมือเช็ดน้ำตาที่กำลังไหลอาบแก้มขาว มาริโกะเดินอ้อมโต๊ะไปรั้งร่างบางเข้ามาใกล้ คนเมามายมักจะมีอารมณ์อ่อนไหวเสมอ

เธอเข้าใจดี

“ฮื่อๆ ใจร้าย!”

“ใครใจร้ายพูดให้มันดีๆ” มาอีกแล้วกับสงครามประสาทระหว่างคนเมากับคนปกติ ยัยนี้อารมณ์เปลี่ยนเร็วยิ่งกว่าเน็ตสามจี ร้องไห้ยังไม่หยุดสามารถโวยวายต่อได้ น่านับถือจริงๆ

“อาตจัง ใจร้าย มาริโกะใจร้าย”

“มัวแล้วยัยเด็กนี้” มาริโกะพยายามดันคนที่เอาหน้าเปื้อนคราบน้ำตามาถูๆไถ่ๆกับเสื้อที่กลายเป็นผ้าเช็ดหน้าชั่วคราว

ยัยเด็กสามขวบที่พูดจาไม่รู้เรื่อง ว่าอัตจังอ่ะถูก แต่มาว่าเธอด้วยนี้มันยังไง

“ทามไมต้องทำกับฉันอย่างนี้ ทำมาย ทำมายละ ฉันรักเธออัตจัง รักเธอ” จะบอกว่าไม่ปวดใจก็คงแปลก เผลอโกรธจนบีบสองไหล่ของคนในอ้อมกอดแน่นและสบโอกาสดันตัวออกไป

“รักใครพูดใหม่!” ดูไร้สาระมากที่มาขู่กรรโชกเอาคำตอบจากคนเมาให้บอกชอบตัวเอง

เป็นความพอใจส่วนตัวล้วนๆ

“อัตจัง รัก อัตจัง”

“แต่ฉันไม่ใช่??” ไม่ยอมให้คนเมาพูดจาทำร้ายจิตใจได้อีกต่อไปก้มลงไปประกบริมฝีปากรูปกระจับด้วยความเร้าร้อน แม้คนด้านล่างจะพยายามขัดขืนใช้สติน้อยนิดต่อต้าน พยัคฆ์สาวก็ไม่มีทางปล่อยให้เหยื่อหลุดมือเด็ดขาด ล้วงแขนลงไปในคอเสื้อบีบกระชับก้อนเนินเนื้อจนคนถูกกระทำตกใจเผลออ้าปากร้องครางปล่อยให้ลิ้นร้อนได้แทรกเข้ามาภายใน ปรนเปรอหอมหวานให้ไม่รู้จักหยุดพัก

กระทั้งสาวร่างบางหายใจติดขัดร้องขออากาศ มาริโกะถึงยอมผละริมฝีปากออกจ้องลึกเข้าไปในแววตาสยบร่างบางให้หยุดนิ่ง

“รักใคร!” ยังต้องการทำตอบด้วยอารมณ์ร้อนรุ่ม ถ้ายังบอกรักอัตสึโกะต่อไป เธอคนนี้ละจะทำให้อีกฝ่าย มีแต่เรื่องของเธอ ณ ตอนนี้

“อัต..” ไม่รออีกแล้วจะให้พูดชื่อของน้องสาว ก้มลงไปประกบริมฝีปากแสนหวานฉ่ำคู่นั้น

ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วเกลียดเธอก็พร้อมน้อมรับ เพราะทุกอย่างที่เธอทำ มันคือความเห็นแก่ตัวของเธอ

เคยเสียฮารุนะไปแล้วหนึ่งครั้ง

เธอจะไม่ยอมเสียใครที่กำลังเริ่มหลงรักให้คนอื่น

เพราะนั่นคือความรักของเธอ กรงขังที่จะไม่ยอมปล่อยเหยื่อที่หลุดลอดเข้ามาหนีออกไปเด็ดขาด

 

ร่างบางถูกนำมาถึงที่นอนหยุดการร้องประท้วงเหมือนครั้งแรกวาดวงแขนเล็กลูบไล้อยู่บนหลังของคนกำลังนำพาไปสู่ขอบสวรรค์อย่างหลงลืม ปากได้พร่ำบอกถึงความต้องการที่ถูกฉุดประกายขึ้นมาไม่รู้จบสิ้น ไม่รู้ว่าจะด้วยฤทธิ์ของน้ำเมาหรือด้วยแล้วแต่อะไร รู้เพียงว่าตอนนี้เธอกำลังยินยอมให้มาริโกะทำทุกอย่าง 

ทุกอย่างที่เขาต้องการ

พร่ำเพรียกเรียกชื่อของคนที่กำลังมอบความสุขทางกาย  ยิ่งนิ้วเรียวแทรกขยับขับเนินเล็ก ร่างบางก็แอนเอนรับสัมผัส เสื้อผ้าถูกถอดทิ้งไว้ตามรายทาง

จะพอมีสติเหลืออยู่มั้ยว่า เธอกำลังจะเสียครั้งแรกให้คนที่บอกว่าไม่ได้รัก

“ฉันชอบเห็นเธอเมา” แก้มคนร้องครางกลายเป็นสีแดงก่ำปรารถนาให้เขาพาออกจากความทรมานแสนสุขตรงนี้

“เซ็กซี่มาก” เธอได้ยินเพียงแค่นั้นจริงๆ ก่อนจะรู้สึกตัวระเบิดออกเป็นเสี่ยงล่องลอยเบาหวิวอยู่ในอากาศ ร่างกายแขนขาเกร็งกระตุกทุกส่วนก่อนค่อยคล้ายออก

โล่งตัวอย่างบอกไม่ถูก

เธอขยับตัวเข้าไปในอ้อมกอดแข็งแรงของคนที่พึ่งร่วมมือกันก่อกิจกรรมกันหมาดๆ
หมดแรง หัวมึนเบลอเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์
ไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้ตื้นขึ้นมาสองชีวิตของคนต่างเส้นทางจะเป็นอย่างไร

 

แล้วตอนเช้าก็กลายเป็นเช้าที่มีเสียงหวีดร้องดังที่สุด เธอทุบมือรั่วลงใส่คนที่ยังไม่ตื่นพร้อมน้ำตา

“ทำอย่างนี้ทำไม!! เธอมันเลวที่สุด!”

คนที่เคยให้อ้อมกอดแก่ร่างบางจำต้องยอมตื้นขึ้นมาพบผู้เสียหายกำลังร้องขอความเป็นธรรมกับผู้ร้าย

ความจริงที่รออยู่ทำให้มาริโกะไม่กล้าปฎิเสธเลยว่าตัวเองทำผิด เมื่อในคืนวานเธอมีสติครบถ้วนทุกอย่าง
“เธอมันสารเลว!!”

ยังเงียบฟังคำต่อว่าปล่อยให้ร่างบางระบายความโกรธแค้นต่างๆนาๆลงมาใส่ เธอยอมรับ เพราะเธอทำทุกอย่างมันคือความเห็นแกตัว ความต้องการที่ไม่อยากปล่อยร่างบางเป็นของใคร

“ฉันเกลียดเธอ ออกไปให้พ้น!!”

มาริโกะมองหน้าคนที่มีคราบน้ำตาเต็มสองแก้ม สมควรแล้วละกับสิ่งที่คนอย่างเธอจะได้รับ เพราะความฉาบฉวยของตัวเองอย่างนั้น

“ฉันยอมรับผิดทุกอย่าง เธอจะเกลียดฉันมันก็ช่วยไม่ได้นินะ”

ไม่ได้ตั้งใจจะพูดให้ตนกลายเป็นคนไร้ความรับผิดชอบ แต่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกมามันถึงดูดีกว่าความเห็นแก่ตัวเมื่อคืนวาน

“ออกไปซะ แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้า!”

“คนอย่างเธอมันสารเลวยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน..” ข้อมือทั้งสองข้างของโทโมจินถูกล็อกแน่นโดยคนถูกว่าคำรุนแรง ยิ่งเพิ่มความโกรธจนดีดเท้าใต้ผ้าห่มถีบคนด้านบนตกลงไปด้านล่าง

มาริโกะประคองตัวลุกด้วยความเจ็บมองโมโทจินกับแววตาที่อ่านไม่ออก

“หน้าเธอมันทำด้วยอะไร ไล่แล้วทำไมถึงยังไม่ไป!”

 แบบนี้มันดีแล้วหรือ ที่ปล่อยให้ถูกเกลียด

“ยังไงเธอก็เกลียดฉันแล้ว นั้นขอให้เธอเกลียดมากกว่านี้อีกแล้วกัน” พูดไม่ทันขาดคำมาริโกะก็พุ่งกระโจนเข้าหาร่างบาง แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้

โทโมจินซัดเวทย์เข้าใส่เต็มช่วงท้องที่ไร้การป้องกัน ทำให้มาริโกะกระเด็นไปอีกฝั่งของห้องพร้อมกระอักเลือดออกมาชุดใหญ่

สายตาพร่าเบลอมองขึ้นไปหาคนที่หวังขอความรัก

คงตกใจจนนั่งแข็งทื่อไป

“พี่มาริโกะ!!” ต่อจากนั้นสติที่เหลือน้อยนิดก็ดับวูบลงร่างของมาริโกะตกกระแทกพื้นตามแรงโน้มถ่วงดัง ตึง

จากคนที่กำลังโมโหอาฆาตรีบตามหน่วยพยาบาลเข้ามาช่วยเหลือคนบาดเจ็บอาการสาหัสในห้อง

กลัวจนตัวเริ่มสั่น น้ำตาเอ้อล้นออกแสดงความในใจว่าเป็นห่วงคนพึ่งทำร้ายไปสดๆร้อนๆ

ไม่ได้ตั้งใจทำให้เรื่องเกิด 

“มาริโกะซังเป็นอะไร” อัตสึโกะจูงเด็กประมาณ 10 ขวบเดินตามมาด้วยดวงตาใสแจ๋วที่จ้องโทโมจินอย่างต้องการจะรู้ให้ได้ทุกเรื่อง  ท่าทางที่ใกล้ชิดอย่างนั้นทำให้คนนึกรักเจ็บใจ แม้ฝ่ายนั้นจะกลายเป็นเด็กไปก็ยังยึดครองอัตสึโกะไว้เพียงผู้เดียว

แย้งทุกอย่างไปจากเธอ

“ฉันขอตัวก่อนนะ”

“เดี๋ยว...” อัตสึโกะกำลังจะตะโกนรั้งไว้แต่ไม่ทันโทโมจินวิ่งหนีสวนทางกับพวกยูโกะที่ตามเข้ามาสมบทไปเสียแล้ว

“นั้น มินามิหรอ!” แทนที่จะแถมถึงอาการของคนในห้องรักษากลับต้องตกใจเด็กข้างลำตัวของอัตสึโกะที่โตเร็วจนน่าใจหายทั้งเมื่อวานยังเป็นแค่เด็กอายุประมาณ 5 ขวบอยู่เลย

 หลายคนคิดอยู่ว่า มินามิตอนเด็กน่าเอ็นดูมากทั้งน่ารัก ขี้อายแล้วไหนจะยังเกาะติดอัตสึโกะไม่ยอมปล่อย งานนี้เหมือนอัตสึโกะได้ลูกอีกคนแทนคนรักแล้วมั้ง

คนเลี้ยงเด็กพยักหน้าให้หันมองมือเล็กที่จับแน่นและเริ่มมีเหงื่อซึมออกก็สังเกตได้ว่า มินามิ ไม่ชอบคนแปลกหน้าและค่อนข้างจะกลัวด้วย ถึงค่อยๆเขยิบเข้ามาหลบอยู่ด้านหลัง

น่ารักชะมัด เจ้าหมาป่าน้อยจะน่ารักเกินไปแล้ว โตมาจะจับฟัดให้หายคิดถึงเลย

ตอนนี้ยังไม่ได้ ใจเย็นไว้เดี๋ยวเจ้าหมาน้อยจะตื่นตัวทัน

“แล้วมาริโกะเป็นอะไร เป็นยังไงบ้าง” เมื่อถูกพาเข้าประเด็นอัตสึโกะก็หลุดจากหลุม(รัก)ความคิดเรื่องของมินามิหันกลับมาสนใจตอบคำถามให้เหล่าอัศวิน

 “พวกหน่วยพยาบาลบอกว่า ถูกเวทย์อัดกระแทกเข้าช่วงท้องโดยไร้การป้องกัน เวทย์นั้นแรงไม่น้อยเลยนะ อวัยวะภายในดูท่าจะเสียหายมาก”

พอเล่าแล้วเริ่มจะเครียด ขอให้มาริโกะอย่าเป็นอะไรเลย

คนอย่างมาริโกะไม่มีทางสะเพร่าไม่ป้องกันเวทย์ของคนอื่นหากต่อสู้กับใครจริง แล้วมันเกิดอะไรขึ้นเมื่อเช้า

คาดว่าตัวการของเรื่องไม่พ้นโทโมจินแน่ๆ

ฟังจากคำพูดของอัตสึโกะทุกคนก็พากันเครียดตาม ฮารุนะกระซับมือคนรัก
รู้สึกแย่ที่สุดในชีวิตเพราะความร้อนรุ่มที่แผดเผาข้อมือ นกไฟกำลังร้องไห้ เกิดอะไรขึ้นกับพี่ใหญ่

ไม่ใช่ข่าวดีที่นกไฟมีปฏิกิริยารุนแรงตอบรับกับนกน้ำแข็ง อาการแบบนี้มันหมายถึงความเป็นตายของคู่ชีวิต ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงเจ้าของ

“ยูกิริน พวกฉันเชื่อใจเธอนะ” ซายากะพึมพำมองเข้าไปในห้องพยาบาลที่สองหัวกระทิของประเทศเข้าไปทำการรักษาพี่ใหญ่ หน้าที่นี้ไม่มีใครจะทำได้ดีไปกว่ามายุและยูกิรินอีกแล้ว

เธอเชื่อใจคนที่ศึกษาเวทย์ด้านการแพทย์มาอย่างดี มาริโกะต้องพ้นขีดอันตราย

 

 

เวลาเดินต่อไปย่างเชื่องช้าจากเที่ยงวันกลายเป็นเกือบเที่ยงคืน สองสาวในชุดกราวพึ่งเดินออกมาจากห้องพยาบาลทำให้คนที่นั่งเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ บางก็หลับคอพับคออ่อนต้องรีบลุกขึ้นยืน อัตสึโกะขยับตัวเบาๆไม่อยากให้เจ้าอดีตหมาป่าตัวจิ๋วต้องตื่นพลางลูบผมสีดำสนิทของคนหลับอยู่บนตัก

มินามิน่ารัก น่ารักเกินไปแล้ว ไม่อยากให้โตขึ้นไปกว่านี้เลย

หมั่นเขี้ยวจนแทบอยากกดจมูกใส่แก้มใสๆของคนน่ารัก หลับตาอ้อนกันขนาดนี้ จะไม่ให้รักให้หลงได้อย่างไร

เรียนรู้เร็วจนน่าให้รางวัล แปบๆก็เข้าใจเรื่องที่ผู้ใหญ่เขาคุยกันหมดแล้ว

“เป็นไงบ้าง” ยูโกะถามหลังจากเห็นท่าทางของคนรักที่เริ่มสงบลงบางก็เบาใจ ท่าทางมาริโกะจะไม่ได้เป็นอะไรแล้วนกไฟถึงได้เลิกพร่ำเพรียกหาคู่ชีวิตอย่างกระวนกระวายเหมือนเมื่อตอนกลางวัน

“เฮ้ออ พ้นขีดอันตรายแทบเอาฉันตายแทนแหนะ” เสียงจากคุณหมอจำเป็นทำให้คนรอฟังได้เฮกันยกใหญ่

 “เหลือแต่รอให้ฟื้น อวัยวะภายในฉันกับมายุช่วยกันโอนถ่ายพลังเข้าไปรักษาแล้ว โชคดีนะ ได้ตำราแพทย์จากทางนั้นมา”  ทางนั้นที่หมายถึง ทุกคนทราบกันดีว่าเป็นตำราแพทย์จากเมืองสีขาวที่เจ้าของเมืองตอนนี้กลายมาเป็นลูกแงให้เจ้าของหลงแล้วหลงอีกอยู่เนี่ย

 คงจะไม่ผิดนักหรอกถ้าจะบอกว่า อัตสโกะหลงเด็ก

“ค่อยยังชั่วนะ เอาเป็นว่าวันนี้ฉันอยู่เฝ้ามาริโกะเอง”

“ไม่ได้” คำเสนอของเจ้าหญิงถูกเขี่ยให้ตกประเด็นไปด้วยสีหน้าไม่พอใจของอัศวิน รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองท้องแล้วไหนจะต้องดูแลอดีตหมาป่าจิ๋วอีก ยังจะหาเรื่องให้ตัวเองเหนื่อยเพิ่มนะ

“เธอน่ะกลับไปนอนเลยอัตจัง”  ทุกคนเห็นพ้องว่ามันควรเป็นแบบนั้น แถมนี้มันก็ดึกมากเกินควรแล้วสำหรับคนท้องที่สมควรได้รับการพักผ่อน

“แต่..”

“ถ้าเธอไม่กลับไปนอน แล้วไอ้หมาจิ๋วข้างเธอละ ฉันลักพาตัวไปปล่อยเลยดีมั้ย หลับไม่รู้เรื่องอย่างนี้” เป็นฉายาที่ยูโกะตั้งให้มินามิด้วยความหมั่นไส้เมื่อครั้งอดีต ตอนนี้ก็ออกจะเอ็นดูหน่อยๆนั้นละ พอกลายเป็นเด็กแล้วก็ไร้พิษสง บอกอะไรเชื่อฟังหมด แต่ที่หน้ากังวล…

เด็กนี้ มันจะต้องมาเป็นพ่อของลูกในท้องอัตจังนินะ!!

จะไหวรึเปล่า...

เธอกับฮารุนะถึงขั้นออกตัวขอรับเลี้ยงลูกอัตสึโกะกันเลยทีเดียว

เพราะตอนนี้นอกจากไอ้จิ๋วนี้จะจำเรื่องอัตสึโกะไม่ได้ ก็ยังจำไม่ได้ด้วยว่าตัวเองเป็นใคร

แล้วมันจะรู้มั้ยว่าต้องกลายมาเป็นพ่อคน

ทำอะไรไว้แล้วไร้ความรับผิดชอบชะมัด!

แอบนินทามินามิคนเก่าในร่างใหม่

มีหวังลงไปหาเรื่องกับเด็กอายุแค่สิบขวบได้ถูกที่รักเนรเทศออกจากห้องนอนแน่ๆ

 

อัตสึโกะยอมแพ้ด้วยเหตุผลทั้งมวล สัญญากับลินดาแล้วว่าจะดูแลมินามิให้ดีที่สุด จะปล่อยให้มานอนอย่างนี้ก็ไม่ใช่เรื่อง

“ก็ได้ ฉันจะกลับ”

“อื่อ เดี๋ยวฉันเดินไปส่ง ส่วนมาริโกะ ฝากซาเอะเฝ้าจะเป็นอะไรไปเล่า” เธอหันไปหาคนที่เตรียมตัวรอรับคำอยู่ก่อนแล้วบอกให้อัตสึโกะได้สบายใจ คนกำลังท้องกำลังไส้ไม่อยากให้เครียดเรื่องโน้นเรื่องนี้เยอะหรอก

เดี๋ยวหลานๆของพวกเธอจะออกมาไม่แข็งแรง

ครั้งแรกที่พระราชารู้ข่าวว่ากำลังจะมีหลานถึงกลับลมจับป่วยจนต้องล้มหมอนนอนเสื่อ นึกไม่ถึงว่าลูกสาวจะตั้งท้องหลานให้เร็วขนาดนี้!

ที่สำคัญคือกับผู้หญิง

ผิดจากความคาดหมายเมื่อก่อนลิบลิบว่าตนจะไม่มีสิทธิ์ได้อุ้มหลานอีกแล้ว

มาเซอร์ไพรส์ซะคนแก่หัวใจแทบวาย

 ในวังมีพี่เลี้ยงเยอะแยะ พ่อของเจ้าตัวในท้องอัตสึโกะจำอะไรไม่ได้ เขานี้ละ จะอาสาเป็นทั้งตาเป็นทั้งพ่อให้ ปัจจุบันคนแก่ก็ติดหลานแจเป็นที่เรียบร้อย

อัตสึมิจังอยากได้อะไรเล่นประเค้นให้ไม่ค่อยสนใจคำห้ามปรามของลูกสาวตัวเองที่กลัวนักกลัวหนาว่าอัตสึมิจังจะเสียการปกครอง

 

ยูโกะเดินมาส่งน้องสาวถึงหน้าห้องนอนพร้อมคนรัก ครั้งแรกจะช่วยอุ้มมินามิก็ถูกปฏิเสธ

ไม่ใช่ว่าอัตสึโกะหวงหรืออะไรหรอก แต่ถ้าใครที่ไม่ใช่อัตสึโกะมาจับมินามิตอนหลับ

เด็กคนนี้จะพยายามดิ้นหนีสัมผัส เป็นความฉลาดที่ยูโกะนึกเหม็นขี้หน้าแปลกๆ

 

“ถึงแล้ว ฉันกับฮารุนะไปก่อนนะ” เธอโบกมือลาให้คนที่อุสาเดินมาเป็นเพื่อนก่อนหายเข้าไปในห้องนอนค่อยๆว่างร่างเล็กลงไปบนเตียงนุ่ม มินามิขยับรับสัมผัสรอบตัวอย่างคุ้นเคยบนใบหน้ามีรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากจนคนจ้องอยู่นานเผยยิ้มหวาน

“ฝันอะไรอยู่ หืม” เธอลูบไปบนเส้นผมที่สั้นละต้นคอนั้นอย่างรักใคร่ ชอบตอนมินามิหลับแล้วมักซุกตัวมาอ้อนให้กอด

โชคดีเหลือเกินที่ได้เข้ากลับมาข้างกาย จะไม่ยอมปล่อยให้หายไปไหนอีกแล้ว
เธอกดปลายจมูกใส่แก้มเด้งตึงของเด็กวัยสิบขวบ ตื้นขึ้นมาพรุ่งนี้ไม่รู้ว่ามินามิจะอายุเพิ่มมาอีกเท่าไร่ 
แต่ไม่ว่ายังไง ก็อยากให้คนคนนี้อยู่ด้วยกันนานๆ

“รักนะคะ เจ้าหมาป่าตัวน้อย” อดจะหัวเราะตัวเองไม่ได้กับคำที่พึ่งเรียกมินามิไปหมาดๆ

รู้สึกเหมือนชนะมินามิจริงๆก็วันนี้ วันที่ตัวเองดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่า

ทันทีที่ร่างสง่านอนลงมา มินามิก็ขยับตัวเข้าหาออมกอดด้วยความคุ้นชิน อบอุ่น ปลอดภัย ยอมรับทุกๆอย่างเป็นอัตสึโกะ  ยอมรับทุกสัมผัสที่ได้รับจากเธอคนนี้ และไม่มีทางที่จะปฏิเสธมัน..

 

 

คนที่แยกตัวออกมานั่งทำใจจนสงบเรียบร้อยทบทวนเรื่องเมื่อวานที่เกิดขึ้น โกรธ เกลียด โมโห อยากฆ่าฝ่ายนั้นให้ตายที่มาฉาบฉวยกับร่างกายของเธอ ครั้งแรกที่ตั้งใจมอบให้คนที่รักกับถูกพรากไปโดยคนที่…

“ฉันเกลียดเธอ!” เธอตะโกนด้วยเสียงเหนื่อยล้าเป็นห่วงฝ่ายนั้นเหลือเกินว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไร อยากขอโทษที่พลั้งเผลอทำอะไรรุนแรงเกินไป แต่ดันไม่กล้าทิ้งทิฐิให้ไปดู

มันก็ถูกแล้วนิ!! เมื่อฝ่ายนั้นมาทำตัวไร้สามัญสำนึกกับเธอก่อน เรื่องอะไรเธอต้องไปแคร์  

 

ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องพาสองเท้าเดินวงไปวงมาในห้องและสุดท้ายก็วนออกจากห้องไปจนสุดทางถึงห้องของหน่วยพยาบาล

ตรงนั้นมีคนอยู่สามคน ยูกิริน ซาเอะ และ.. ซายากะ

“เธอทำอะไรมาริโกะ!” ซาเอะตรงเข้ามาถามอย่างคาดคั้น หน้าตาไม่พอใจบอกว่าต้องการเอาคำตอบ  วูบนั้นเธอเห็นแววตาสำนึกผิดก่อนเติมเต็มไปด้วยความโกรธ

“แล้วทำไม่ถามคนที่พวกเธอไว้เนื้อเชื่อใจดูเองว่าเกิดอะไร!”

“เพี๊ยะ”

ไม่ใช่ซาเอะที่แวกมือผ่านอากาศเข้าใส่ใบหน้าหวานให้หันไปอีกทาง ยูกิลุกเดินเข้ามาด้วยแววตานิ่งเรียบ

“ฉันไม่รู้หรอกนะ ระหว่างเธอกับมาริโกะมันเกิดอะไร แต่เธอทำให้เขาเกือบตายแล้วมาพูดใส่แบบนี้หรอ ความเป็นคนของเธอไม่อยู่ที่ไหนกันแน่” น้อยครั้งมากที่ยูกิรินจะโกรธเป็นฝืนเป็นไฟ แช่แข็งให้ซาเอะกับซายากะไม่กล้าขยับตัวเข้ามาห้ามผู้หญิงกำลังตีกัน

แล้ว.. พวกเธอไม่ใช่ผู้หญิงเรอะ!!

โทโมจินยกมือจับแก้มที่ถูกตบ ทำไม่มีใครเข้าใจเธอเลย

“ก็แล้วทำไม! เป็นแบบนี้ก็สมควรแล้วกับสิ่งที่ทำไว้”  ยูกิรินโกรธจนตัวสั่นจะตบหน้าโทโมจินอีกครั้งจนคนนอกไม่รีบกระโจนมาห้ามทัพสาวๆจับลากกันออกไปคนละทาง

เขาบอกว่าผู้หญิงเวลาโกรธน่ากลัวถ้าจะจริง

 “คนอย่างเธอไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าเยี่ยมมาริโกะ!” ยังไม่หมดที่ยูกิรินตะโกนไล่หลังเหมือนตบหน้าโทโมจินเข้าอีกฉากสะท้านไปถึงหัวใจคนปากเก่ง

 

 

 ซายากะพาคนอารมณ์ร้อนมานั่งพักให้หัวเย็นลง  ในบรรดาเพื่อน เธอใจเย็นแล้วพูดน้อยที่สุดเวลาเพื่อนมีปัญหาเพื่อสังเกตการณ์

“มาริโกะทำอะไรเธอใช่มั้ย” ครั้งแรกที่ซายากะได้ถามก่อนเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไป จึงตีความได้ว่าเรื่องที่พูดมามีมูลความจริงอยู่

“จะไม่เล่าก็ได้นะ แต่ถ้าครั้งนี้เธอบอก มาริโกะ ผิด ฉันพร้อมจะอยู่ฟังเธอ” โทโมจินไม่ได้รำคาญซายากะที่พยายามช่วยคุย เธอแค่หันมาพยักหน้าให้ ขอบคุณที่มีคนยอมอยู่ข้างเธอบ้าง ไม่ใช่แต่ทุกคนอยู่ข้างมาริโกะหมด

“ฉันถามเธอหน่อย ถ้าสมมุติเธอเมาแล้วตื่นขึ้นมาอีกที เกิดมีเรื่องผิดพลาดในชีวิตเธอจะทำยังไง” ซายากะทำหน้าคิด

“หมายถึงเรื่องอะไรละ แบบนอนกับคนอื่นโดยไม่รู้ตัวเหรอ”

โทโมจินไม่ได้ตอบแค่มองไปทางอื่น

“ถ้าฉันเป็นคนทำ ฉันก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่มันเกิด แต่ถ้าฉันถูกกระทำ ไม่รู้สิ คงโกรธ คงเกลียดคนนั้นมั้ง” เธอจ้องไปที่หน้าโทโมจินแล้วก็ต้องอุทาน!

“มาริโกะทำกับเธอแบบนั้น!!

"เบาๆสิยัยบ้า!"

โมโทจินรีบหันกลับมาบอกให้เบาเสียงลง เธอพยักหน้าเป็นคำตอบให้ นึกแล้วน้ำตาพาลจะไหลอีกครั้ง ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนั้นกับเธอ

“ทำไมมาริโกะเป็นคนแบบนี้นะ” ซายากะเกิดผิดหวังในตัวมาริโกะจริงๆ ที่ไม่เคยคิดว่าจะทำอย่างนี้กับคนไร้ทางสู้

“ฉันจะไปจัดการกับมาริโกะให้”

“ไม่ต้อง” โทโมจินรีบพูดแทรกทั้งเสียงสะอื้น “แค่นี้มันก็สาสมกับสิ่งที่เขาทำไว้แล้ว”

ซายากะไม่เชื่อแน่ๆว่าโทโมจินคนนั้นจะยอมปล่อยให้เรื่องทุกอย่างมันจบลงแค่ตรงนี้ ถ้าเป็นคนปกติ.. ไม่ตาย โทโมจินต้องทำให้พิการแน่ๆ

บางที ก็มีบางเรื่องที่ตัวของตัวเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันสินะ

“ถ้าเธอรู้สึกแบบนั้น เธอว่าอย่าปิดกันมันเลย ฉันรู้ว่าเธอรู้ โทโมจินที่ฉันรู้จักไม่ใช่คนที่เมา ขาดสติแล้วจะทำแบบนี้กับใครง่ายๆ ยอมหรือไม่เธอรู้ตัว”

คำพูดสื่อความหมายกว้างๆแต่จี้ถูกจุดคนฟังให้หยุดชะงัก เมื่อวานตัวเมาไม่ได้สติก็จริง แต่ก็ไม่ได้ใช้พลังเวทย์ขับไล่คนที่พยายามเข้าใกล้ตัวแบบเมื่อเช้าไม่ได้

แล้วทำไมถึงไม่ได้ทำ

หรือลึกๆแล้ว..

“ฉันว่าเธอยังไม่ลืม แล้วไม่มีทางลืมได้ง่ายๆ ถามเธอจริงๆว่า ที่โกรธมาริโกะเพราะอะไร”

คนถูกถามไม่ยอมมองหน้าเธอก้มลงไปบนพื้น จะตอบก็เป็นเหมือนข้ออ้าง จะเงียบต่อไปก็เหมือนคนพยายามหนีทุกอย่าง สร้างเหตุผลเดิมๆว่า โกรธเพราะมาริโกะเป็นคนเริ่ม

“จริงๆแล้ว เธอรู้สึกใช่มั้ย”

ไม่ต้องมีคำพูดอื่นนอกจากความเข้าใจ โทโมจินเงยหน้าขึ้นมาไม่ทันได้ว่าอะไรซายากะก็มาจับแขนของเธอให้ลุกขึ้น

“จะพาไปไหน” เธอสะบัดออกอย่างแรงด้วยพลังเวทย์ที่เปลี่ยนมันเป็นกระแสไฟฟ้า

'อุ๊ยย แสบ' 
 นิละ โทโมจินตัวจริง!!

“จะไม่ยอมไปหาหน่อยหรือไง โกรธกันทะเลาะกันก็ควรปรับความเข้าใจ เรื่องของสามีภรร..”

พูดไม่ทันจบเลย คนหน้าแดงก็วิ่งไล่ฆ่าเธอแล้ว พูดอะไรผิดไปเล่า!!

 

 

“อย่างที่ฉันบอกรึเปล่า” ซาเอะยักคิ้วลิ่วตาใส่คนที่หักอกเขาไปเต็มๆ ถึงไม่ได้เป็นคนรักกันแต่ความเป็นเพื่อนกันก็ยังคงอยู่ เพราะเริ่มทำใจได้แล้วถึงกล้าชวนคุยมากกว่าก่อน

“ก็ใครจะไปคิดเล่า แถมซาเอะเองไม่ใช่หรอที่ใจร้อนไปคาดคั้นโทโมจินแบบนั้นก่อน” คนผิดหาเรื่องไม่ยอมรับผิดโยนความผิดให้เพื่อนเสียเลย

“ได้ทีโทษฉันใหญ่เลยนะ”

“ก็จะไปขอโทษเขาอยู่ไง”

“ไม่รู้เธอติดนิสัยมายุมารึเปล่าเนี่ยถึงชอบใจร้อนเหมือนกันไม่มีผิด”

“ฉันจะบอกมายุแน่ค่ะว่าซาเอะนินทา” คนถูกคาดโทษสะดุ้ง เจอกับความร้ายของมายุเข้าไปหลายครั้งก็ไม่ค่อยกล้าจะยุ่งด้วยแล้ว

“อย่านะ อยู่กิรินนี้มันทรยศกันต่อหน้าเลย”

เธอได้ยินแค่เสียงหัวเราะจากคนที่เป็นคุณหมอชั่วคราว แบบนี้ใครมันจะโกรธลงเล่า

ยูกิรินที่เป็นยูกิริน ไม่ว่ายังไงเธอก็ยังรัก ขอรักแบบนี้ต่อไปดีแล้ว

รักที่ต้องการเห็นเขามีความสุข แม้จะไม่ได้ครอบครองส่วนใด

แค่ความเป็นเพื่อนที่มีให้ก็สบายใจจนซึ้งน้ำตาไหล

 

 

4 วันผ่านไปในที่สุดมาริโกะก็มีการตอบสนองขยับตัว เปลือกตาที่ปิดสนิทอยู่เริ่มกระพริบถี่ก่อนจะถูกลืมขึ้นด้วยความพร่ามัว อยู่ในห้องพักฟื้น ความรู้สึกแรกคือสำนึกผิดที่กระทำเรื่องนั้นกับบางคน ไม่รู้ป่านนี้ฝ่ายคนโกรธเกลียดกันขนาดไหน จะเป็นอย่างไรบ้าง

“อ้าว มาริโกะฟื้นแล้ว” อัตสึโกะเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าและแววตาดีใจกับฟื้นตัวของมาริโกะ ยังไม่ลืมจับจูงคนที่ยืนทำหน้าไม่ถูกเข้ามาด้วยให้คนในห้องพักฟื้นตกใจ ไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไหร่ถึงลืมตาขึ้นมาเห็นมินามิโตเป็นสาว เดาไม่ผิดตอนนี้คงอายุสิบเจ็ดสิบแปด

มินามิอาสาไปเรียกคนอื่นมาให้ไม่ต้องการเห็นคนข้างกายวิ่งหรือเดินเยอะ เพราะคนรอบตัวบอกเสมอว่าในตัวของอัตสึโกะมีชีวิตอีกชีวิตหนึ่งอยู่ทำให้ต้องดูแลเป็นพิเศษ

แล้วเธอละ… คือส่วนเกินรึเปล่า

ทำไมถึงไม่มีอะไรอยู่ในหัวเลย

ใครเป็นคนรักของอัตสึโกะ

ใครคือพ่อของเด็กในท้องผู้หญิงสวยๆคนนี้

เกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกของเธอ นับวันมันยิ่งถูกตราตรึงให้วนเวียนคิดแต่เรื่องของอัตสึโกะ 

แล้วอย่างนี้เธอควรจะทำอย่างไร

จำได้ตั้งแต่ลืมตาว่า อัตสึโกะคนนี้เป็นคนนี้ค่อยอยู่ข้างกาย

คนที่ไม่อยากยกให้ใคร

ขอเธอเก็บไว้อย่างนี้คนเดียวได้ไหม

 

 ฝ่ายคนมีน้องยิ้มขอบคุณให้อดีตคนรักเก่าที่กำลังจะกลายมาเป็นคนรักใหม่ มินามิเริ่มจะเข้าใจความรู้สึกที่ผู้ใหญ่มีกันมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือเรื่องความรัก เธอถึงชอบแหย่ชอบแกล้งทุกวันเห็นท่าทางเขินอายอย่างนั้นก็อดหัวเราะไม่ได้

“ฉันนอนไปนานเท่าไหร่” เธอปวดล้ากล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกาย รู้สึกตึงอย่างบอกไม่ถูก แขนขาก็ดูไม่มีเรี่ยวแรง

“สี่วันค่ะ”

“นานขนาดนั้นเชียว!”

คนฟังยิ้มเล็กๆที่มุมปาก ไม่นานมินามิที่วิ่งออกไปตามคนอื่นก็วิ่งกลับมาพร้อมกลุ่มคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี ยูกิรินเดินมาตรวจดูอาการให้ สองคนเลยต้องหยุดคุยกันไปพักใหญ่

“ยังรู้สึกปวดอยู่รึเปล่า”

“ไม่แล้วละ ฉันโอเคมากๆ” หน้าตาคนพูดบอกว่าเป็นอย่างนั้นต้องชื่นชมฝีมือคนรักษา ถึงได้หายกลับมาเป็นปกติได้ไวขนาดนี้

“แต่ขอให้นอนเฉยอีกสักวันสองวันก่อนนะคะ จะได้เช็ดดูอีกทีสองทีว่า อวัยวะภายในฟื้นตัวดีแล้วหรือยัง ค่อยอนุญาตให้กลับบ้านได้” ยูกิรินเล่นมุขเหมือนคุณหมอในโรงพยาบาลช่วงท้ายประโยคสร้างเสียงฮาเล็กๆจากวงเพื่อนสนิท  มินามิดูจะเป็นคนนอกไปเลย นึกไม่ชอบอยู่กับคนเยอะๆก็ตรงนี้ละ

 มาริโกะทำหน้าบึงเบื่อกับการนอนอยู่เฉยๆเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์เต็มที

“ฉันต้องอยู่นี้ถึงสองวันเลยหรอ”

“ค่ะ เดี๋ยวพยาบาลประจำมาเฝ้าให้เหมือนเดิมน่า” ยูกิรินแกล้งขยิบตาให้เพื่อนๆที่อยู่ด้านหลัง เป็นอันรู้กันว่าพยาบาลประจำที่ว่านั้นคือใคร จะมียูโกะที่ดูจะงงหน่อยๆเพราะช่วงสองวันที่มาริโกะสลบไป เธอต้องเป็นฝ่ายจัดการงานในส่วนของมาริโกะให้จนไม่ได้แวะมาหา พึ่งจะมีวันนี้ที่แอบแวบมาดู

 “ใครพยาบาลประจำ??”

“คืนนี้ก็รู้เองละคะ แล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นถึงมีสภาพเป็นอย่างนี้ค่ะ” คนรู้คำตอบอยู่แล้วยังแกล้งถาม อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนเอาตัวรอดเก่งจะยอมสารภาพผิดรึเปล่า แล้วเชื่อว่าใครหลายคนในห้องนี้ก็อยากรู้เหมือนกัน

“ฉันผิดเองละ ที่ไปหาเรื่องยัยนั้นก่อน”

“เรื่องอะไรค่ะ โทโมจินถึงได้โกรธขนาดลงไม้ลงมือ” คนถามจี้ไม่เลิกได้โอกาสคาดคั้นให้นักโทษปากหนักจนมุมเสียที

“เอาเป็นว่าฉันผิดโอเค เลิกถาม ไม่ใช่ความผิดของยัยนั้นที่ทำร้ายฉัน เพราะฉะนั้นอย่าไปโทษละ” มีการปกป้องกันด้วยแถมยังแถเอาตัวรอดได้หน้าตาย

จำเลยคนนี้เล่นเอาทนายปลอมๆขอยอมแพ้ สมกับเป็นมาริโกะที่เก็บความลับได้อยู่หมัด

“ที่สำคัญนะ พวกเธอควรกลับกันได้แล้ว งานการไม่มีทำหรือไงรุมฉันอยู่ได้”

ยังหาทางรอดต่อไปโดยการเปลี่ยนเรื่องไล่น้องๆหนี อัตสึโกะที่หันสบตากับยูกิรินเป็นคนพยักพเยิดให้คนอื่นออกไปก่อน

“มาริโกะนะ คนอุสาเป็นห่วง” ยูโกะบ่นพร้อมพองลมเข้าแก้ม ท่าทางน่ารักจนถูกริมฝีปากของคนตัวสูงกระแทกแรงๆให้ปล่อยลมออก

“ไปงอนมาริจังทำไม หืมม”

“ถ้าฮารุนะทำแบบเมื่อกี้บ่อยๆ ฉันว่าฉันหาเรื่องงอนมาริโกะบ่อยๆดีกว่า” แทนที่จะเป็นริมฝีปากนุ่มนิ่มเหมือนเดิมกลับเป็นมือที่มาหยิกเอวให้ร้องโอย

แน่นอนว่าได้รับสายตาล้อเลียนกันอย่างทั่วหน้าเลยทีเดียว

 

กลับออกไปกันหมดแล้ว เหลืออัตสึโกะกับมินามิที่นั่งอยู่ ต้องชักกันสักหน่อย

“มาริโกะคิดยังไงกับโทโมจินค่ะ” คนกำลังเอาน้ำเข้าปากแทบสำหลักพรวดออกมา หันหน้ามองคนถามที่ชั่งตรงประเด็นเหลือเกิน

“คิดอะไร ไม่ได้คิด เธอเถอะ” หาทางเอาตัวรอดเหมือนเคยมองไปทางมินามิที่นั่งอยู่ด้านข้าง ซึ่งคนที่ถูกดึงเข้ามาเป็นหัวข้อในการสนทนาถึงกับนั่งนิ่ง

“ก็รักอยู่แล้วไงค่ะ” คำตอบไม่มีปิดบังเลย ถามว่าคนฟังจะเขินไหมต้องทำความเข้าใจกับคำตอบของอัตสึโกะอยู่หลายครั้ง รักของอัตสึโกะคือความรู้สึกที่เริ่มเพิ่มขึ้นของตัวเองรึเปล่า

“ตรงมาก” มองคนที่ยังไม่รู้เรื่องอะไร อย่างนี้คนข้างกายอัตสึโกะจะไปไหนไม่รอดหรอกนอกจากจะกลับมาเป็นคนรักของอัตสึโกะใหม่นี้ละ

เจ้าตัวเขาก็ดูจะเฝ้ารอเวลานั้นอยู้เหลือเกิน

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องค่ะ”

“เธอว่าไงก็ตามนั้นสิ”

บทจะง่ายก็ง่ายจนคนฟังต้องยกมือตบแก้มตัวเองเบาๆ
นี้ มาริโกะพูดจริงหรือเธอฝัน

 มินามินั่งอยู่ด้านข้างยกมือจับมือขาวที่ตีแก้มตัวเองซ้ำๆตามสัญชาตญาณ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้จะทำให้ตัวเองเจ็บจริงๆก็ตาม

สองสายตาสบเข้ากันพอดี มินามิรีบเบนสายตาออกเตรียมชักมือกลับแต่ดันถูกจับไปนั่งกุมไว้ เคยขัดขืนได้ที่ไหน แปลกประหลาดใจจนขี้เกียจหาคำตอบ ชอบความรู้สึกตอนให้อัตสึโกะให้ความสำคัญที่สุดแล้ว

เหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ในสายตาของมาริโกะ แอบเลียนภาพตรงหน้าจะมีใครมาว่าเธอรึเปล่า ไม่ทันไรจะมาเรียกน้ำตาลใส่ห้องพักฟื้นเธอแล้ว

“เมื่อกี้มาริโกะซังพูดจริงใช่มั้ย”

“ก็บอกไปแล้ว”

“ไม่อยากจะเชื่อ ตั้งแต่เมื่อไหร่”

 “ยัยนั้นเคยเมาแล้วบอกชอบฉัน ตั้งแต่นั้นเลยรู้สึกแปลกๆด้วย” สารภาพออกมาหมดเปลือก ยกให้น้องน้อยคนนี้คนเดียวที่ยอมให้รู้ความ(รัก)ลับ

 “เลย.. เป็นอย่างนี้” มาริโกะพยักหน้ารู้สึกผิดขึ้นมาอีกครั้งที่ล่าสุดได้ทำเรื่องแบบนั้นกับโทโมจิน

อัตสึโกะลอบยิ้ม ทางที่ดีควรปล่อยให้เขาเคลียร์กันเองดีกว่า

“มินามิ เรากลับกันเนาะ” เธอฉุนคนที่ตอนนี้อายุน้อยกว่าชั่วคราวลุกขึ้นยืน มาริโกะถึงกับมองด้วยสายตาปริบๆ

อัตสึโกะจะเล่นอะไรแผลงๆรึเปล่า

“ไปแล้วนะ มาริโกะซัง มีคนรอเปลี่ยนอยู่” …

เหมือนมันจะจบลงแค่ตรงนี้ คนตื่นนอนอ้าปากจะประท้วงแต่ไม่ทันแล้ว สองสายตาที่ต้องมาเผชิญหากันอีกครั้งทำให้คนเคยมั่นใจอย่างมาริโกะทำอะไรไม่ถูก ปากกลับหนักขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

“ฟื้นแล้วหรอ” ดูเป็นคำถามที่โง่ที่สุดทั้งที่เห็นอยู่เต็มตาว่าฟื้นแล้วก็ไม่รู้จะถามทำไม

“เอ่อ.. โทโมจิน พี่ขอโทษ” เสียงขอโทษอันน่าสงสารถูกเปล่งออกมาในที่สุด ไม่คิดว่าจะได้พบมาริโกะในโมเม้นนี้มาก่อนเลย

น่าสนใจชะมัด

“หายโกรธแล้ว” คนปากแข็งยอมรับออกมาตรงๆ เดินเข้าไปใกล้เตียง “แต่..”

เธอพูดไว้เท่านี้แล้วโน้มตัวลงไปกระซิบ

“ถ้ามีครั้งหน้าอีกอย่างหวังว่าจะรอด”

“พึ่งรู้ว่าเธอชอบแบบนี้” คำพูดของมาริโกะยังกวนโมโหคนเดิมได้ไม่เคยเปลี่ยนโทโมจินมีสีหน้าไม่พอใจแต่ก็ถูกสองแขนรวบเข้าไปนั่งบนเตียง

แววตารู้สึกผิดเมื่อครู่มันหายไปไหน!!

“ขอโอกาสฉันนะ” มาริโกะกระซิบลงไปใกล้ใบหูคนที่ขัดขืนเล็กน้อยพอเป็นพิธี

“ทำไมต้องให้”

“นั้นสิ ฉันไม่รู้ เธอโตแล้วคิดเองแล้วกัน”  พูดจบคำเธอก็รั้งใบหน้าแสนคิดถึงเข้ามาใกล้ อยากรู้นักว่าไอ้คำว่าไม่รอดเนี่ย มันจะหมายความว่ายังไง จะว่าเธอไม่เข็ดก็คงถูกอีกนั้นละ

 

และมัน ก็คือจุดเริ่มต้นความสัมผัสแปลกๆของพวกเธอที่ไม่รู้ว่าใครจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม

เอาเป็นว่าเธอพอใจให้เรื่องทุกอย่างมันกลายเป็นอย่างนี้ก็พอ

 

 

“โทโมๆ” เสียงของเด็กที่หน้าตาเหมือนอัตสึโกะราวกับแกะเรียกเจ้าของชื่อหลุดจากภวังค์หันมาสนใจด็กสามขวบวัยกำลังซนที่วิ่งสำรวจแทบจะครบทุกซอกมุมบ้าน

เฮ้ออ ทำไมต้องเอาลูกเขามาฝากไว้กับเธอนะ ก็รู้ว่าเธอไม่ชอบเด็ก แถมยังเป็นลูกแท้ๆของคนที่(เคย)รักกับคนที่เกลียดขี้หน้าด้วย

พี่มาริโกะนะ พี่มาริโกะ

“อะไรตัวยุ่ง”

เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าคนนี้นิสัยถอดแบบจากอัตสึโกะเปียบ ขี้อ้อน ขี้งอน บางครั้งก็เอาใจเก่งจนคนบอกไม่ชอบเด็กแอบนึกเอ็นดูบ่อยๆ

มาริโกะยังชอบล้อว่า ที่ไม่ชอบอัตสึมิจังเพราะกลัวหลงเด็กละสิ

ทำอย่างกับถ้าเธอหลงรักลูกอัตสึโกะขึ้นมา

จะปล่อยเธอออกจากกรงขังที่สร้างกักกันเธอไว้กันละ ชิ

“มาเล่นๆ”

“ไม่..” สายตาทอประกายแห่งความผิดหวังถูกส่งมาตัดเพ้อให้ผู้ใหญ่กลืนคำปฏิเสธลงคอแทบไม่ทัน

“อยากเล่นอะไร” เด็กตัวเล็กยิ้มกว้างกระโดดกอดแขนของโทโมมิอย่างถูกอกถูกใจ ไม่เข้าใจทำไมลูกอัตสึโกะต้องฉลาดเกิน เอานิสัยแม่มาใช้กับคนอื่นจนต้องขอยอมแพ้นินะ นั้นรวมเธออยู่ด้วย

“อันนั้น” อัตสึมิชี้ไปที่กล่องของเล่นซึ่งมาริโกะเอามาวางไว้ก่อนหน้า ส่วนมากเป็นของเล่นที่ฝึกการถ่ายพลังเวทย์เพื่อสอนให้อัตสึมิมีสมาธิในการควบคุมพลัง

“ก็ได้ๆ” พี่เลี้ยงจำเป็นยินยอม เดี๋ยวก็เล่นจนหมดแรงเหนื่อยเหมือนทุกวัน จะได้หมดภาระเธอสักที

พอได้เห็นรอยยิ้มกว้างฉบับอัตจังก็ใจชื่น สนุกละสิ ของเล่นที่เป็นตัวต่อจำลองถูกเทออกมาจากกล่อง ไม่เข้าใจว่าของเล่นเด็กไม่เกินห้าขวบจะทำอลังการไปไหน แน่ๆมันทำให้ผู้ใหญ่ก็สนุกไปด้วย เหมาะจะมานั่งเล่นแบบครอบครัวมากกว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมานั่งเล่นกับเธอ

นึกแล้วก็จุกในอก ไม่รู้ว่าถ้าพ่อแม่ลูกเขาเล่นอยู่ด้วยกันจะมีเสียงหัวเราะดังแสดงถึงความสุขมากขนาดไหน

“โทโมเก่งๆ” คำพูดที่ยังไม่เป็นภาษาของเจ้าตัวเล็กมันทำให้คนถูกเรียกชื่อหมั่นเขี้ยวจนอดยืนหน้าไปหอมแก้มยุ้ยอย่างลืมตัวไม่ได้  

“ได้ที เอาใหญ่เลย”

“เอาใหญ่ๆ”

“ยอกย้อนด้วย” ไม่รู้เป็นวัยกำลังหัดพูดหรืออย่างไรถึงได้พูดเก่งเหลือเกิน

เด็กไม่ดีถูกลงโทษให้นอนหัวเราะบนพรมยกใหญ่พยายามจับมือของโทโมจินออกไปจากการจี้เอว

“ยอมแล้วๆ”

“ดื้อเหมือนใครนะ”

“โทโมๆ”  ดูตอบเข้า คนฟังต้องถลึงตาใส่ ใครชั่งสอนให้พูดได้นะ

“ใครสอนพูด หืม”

“น้ามาริๆ” เจอตัวการที่สอนให้เด็กพูดอย่างนี้แล้ว เจอหน้ากันนะ…

รับรองเธอเอาเรื่องแน่ๆ ยังไม่ทันคิดบัญชีที่เอาลูกเขามาทิ้งให้เธอเลี้ยงเลย ว่าแล้วต้องไปขูดรีดค่าเลี้ยงดูเสียหน่อย เด็กอะไรฉลาดเกินตัว น่าหยอก น่าแกล้งไปหมด

 

กระทั้งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงคนที่กลายเป็นเพื่อนเล่นกับหลานนอนหลับสนิทอยู่บนโซฟาในห้องที่ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ในอ้อมกอดมีเด็กสาวตัวเล็กหน้าตาเหมือนแม่มาแอบซุกหลับ

“กลับมาแล้ว”

“อ้าว” มาริโกะกลั้นหัวเราะ อยากจะบันทึกภาพน่ารักๆของคนที่บอกเกลียดเด็กไว้จริงๆ กะจะเอาไปแบล็กเมให้พ่อแม่เขาดูสักหน่อย บอกเกลียดลูกเขาแต่จับมานอนกกนอนกอดยิ่งกว่าจงอ้างหวงไข่

 ถ้าไม่ติดว่าต้องเอาลูกไปคืนพ่อแม่ มาริโกะจะไม่ปลุกสองเด็กที่เหมือนจะอายุเท่ากันตื่นขึ้นมาเด็ดขาด

“โมโทจิน” เธอเขย่าไหล่คนนอนเบาๆ เห็นอย่างแล้วอยากหอมแก้มชะมัด

 เธอคงหลงฝ่ายนี้เข้าไปเต็มเปา ชอบมาทำให้ใจสั่นตลอด

“โทโมจิน”

“อื่ออ” กว่าที่คนงัวเงียจะตื้นมาตอบรับมาริโกะก็ต้องยิ้มกว้าง

“พึ่งรู้นะว่าเธอรักเด็ก” พอถูกล้อเลียนจากที่ยังไม่ตื่นเต็มตาก็ต้องตื่นมาใช้สายตาอาฆาตมองหาตัวการของเรื่องวุ่นวาย

“ยุ่งน่า!” มาริโกะรีบเอามือปิดปากฝ่ายนั้นกลัวเด็กตัวเล็กที่เริ่มขยับจะตื่นขึ้นมาตามเสียงตะคอกใส่

คนถูกเตือนรู้ตัวเอามือลูบหลังของเด็กสาวให้หลับต่อ ยิ่งทำให้ได้รับสายตาล้อเลียนจากคนก่อกวนใหญ่

“เอาไปคืนอัตจังได้แล้ว” เธอออกคำสั่งรอดไรฟัน ใครจะชอบใจกันพอได้รับสายตาล้อเลียนอย่างนั้น

มาริโกะหยักไหล่ “ไปด้วยกันสิ”

“เรื่องอะไร!” อีกครั้งที่เผลอตะโกนรีบๆอุ้มร่างของเด็กสาวตัวน้อยส่งคืนให้มาริโกะ

“ใจดำจริงๆ”

“เงียบน่า” เมื่อเริ่มสงครามน้ำลาย เด็กสาวที่ถูกจับผาดไว้บนไหล่ก็กระพริบตาช้าๆ มาริโกะรู้ตัวได้ว่าเด็กสาวกำลังจะตื่นขึ้นมา

“งั้นเดี๋ยวกลับมาใหม่” รีบพาตัวเล็กไปคืนพ่อแม่เขาก่อน หวังว่าอัตสึมิจังจะไม่งอแงกลางทางถ้าตื่นขึ้นมาแล้วยังไม่เจอพ่อแม่ตัวเอง

บึ้ยย คิดแล้วเสี่ยวเหมือนกัน

อย่าพึ่งตื่นนะคะ เด็กดี

 

 

วิ่งไปวิ่งมาไม่นานก็กลับมาหาคนที่นั่งเท้าคางรออยู่กับโต๊ะภายในบ้าน หรือจะเรียกว่าห้องหนึ่งในปราสาทก็ถูก แต่คงความเป็นส่วนตัวกว่าบริเวณอื่นและตัดแยกมาจากอาคารหลักเพราะเป็นสถานที่สำหรับประกอบพิธี นอกจากผู้ที่ได้รับอนุญาตจะไม่มีใครได้เข้ามาภายในวิหารพยากรณ์เป็นอันขาด

มาริโกะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ มองหน้าคนที่ดูอารมณ์ไม่ดีก็แปลกใจ เอือมมือไปสัมผัสแก้มใสเบาๆ

“อย่าจับ!” เสียงขู่ดังออกมาไม่เป็นผลกับคนอย่างมาริโกะ เธอเดินอ้อมโต๊ะไปรวบเอาร่างบางของคนชอบต่อต้านเข้ามากอด

“เป็นอะไร”

“ยุ่ง”

“จะบอกดีๆหรือไม่บอก” ใช้ไม่อ่อนไม่ได้ก็ต้องใช้ไม้แข็ง รัดแขนแน่นให้คนพยายามหนีประท้วงโดยการตีมือรั่วๆใส่หัวไหล่หยุดดิ้น

“ก็รู้แล้วจะถามทำไม พาลูกใครมาให้เลี้ยงละ”

“กลัวหลงเด็กว่างั้น” มาริโกะเผยยิ้มพอใจ แม้จะไม่รู้ความคิดทั้งหมดของคนในอ้อมกอดแต่เธอก็พอเดาได้

“ไม่ตลก” ฝ่ายนั้นตอบออกมาเสียงเรียบสะบัดหน้าหนีมองไปทางอื่น

“ผ่านมาจะสามปีแล้วนะเธอนิ ไม่รู้จะเกลียดอะไรมินามิขนาดนั้น” มาริโกะคล้ายกอดออกหน่อยๆเมื่อเห็นว่าฝ่ายนั้นหยุดดิ้นและเอาคางวางลงไปบนไหล่ที่ว่างเปล่า

ที่ตรงนี้เป็นของเธออย่างชอบธรรม

ไม่มีใครจะมาแทนได้

“ไม่ชอบคือไม่ชอบ”

“รวมถึงฉันด้วยรึเปล่า” คนถูกถามชะงักหันหน้ามาจะเอาเรื่องก็ถูกหอมแก้มฟอดใหญ่

ใบหน้าเนียนแดงก้ำ ต้องลงมือฝาดแขนไปหนึ่งที่แรงๆ

พี่บ้า!! รู้แล้วยังจะมาถาม

“ฉันถามจริงจังนะ”

“ไม่ชอบ!” เธอตอบพร้อมเหวี่ยงตัวหลบจากวงแขน เดินหนีไม่ทันพ้นสามก้าวก็ถูกดึงกลับมานั่งบนตัก

“เอาจริงๆสิ”

“ไม่ชอบ” ถ้าไม่ชอบคงไม่อนุญาตให้มาคลอเคลีย นอนกอดกันขนาดนี้หรอก ชิ

“ปากแข็ง” มาริโกะซุกหน้าลงซอกคอขาวใช้ปากขบมันเบาๆแต่คนถูกทำขนขุกเกลียวย่นคอหลบ

“หยุดนะ! วันนี้ยังไม่ได้คุยกันเลย ทำไมไปสอนหลานพูดแบบนั้น”

“หืมม” มาริโกะครางในลำคอบอกชัดเจนมากว่าไม่เข้าใจเรื่องที่โทโมจินพูดและในไม่ช้าต้องร้องโอยเพราะมือขาวๆบิดเข้าที่เอว

เดี๋ยวสิ เธอกำลังถูกร่างเล็กแสนพยศทำร้ายโดยที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยนะ

เจ็บตัวแล้วก็ต้องเอาคืน! มาริโกะลุกขึ้นยืนทั้งที่ร่างบางยังอยู่บนตัก โทโมจินร้องว๊ายตวัดมือโอบรอบคอมาริโกะไว้ด้วยความเคยชิน

“ปล่อยนะ!”

คนอุ้มทำหูท้วนลมเดินพาร่างในวงแขนโยนทิ้งลงบนเตียงให้คนรู้ชะตากรรมตั้งหน้าต่อสู้ ไม่ยอมใครง่ายๆเหมือนอย่างเดิม

“อย่าเข้ามา!” ขู่ด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด

“กล้าหรือไง” มาริโกะยิ้มยียวนคลานเข้ามาคร่อมร่างเล็กที่นอนราบลงไปบนเตียง ตามด้วยเสียงลมหายใจที่เริ่มคุมไม่เป็นจังหวะบอกว่ากำลังตื้นตัวในสัมผัส

“อย่ามาท้า!

“งั้นก็ลองดูสิ” แทนที่มาริโกะจะถูกเวทย์อัดกระแทกเข้าใส่อย่างที่คิดกลับผิดมหันเมื่อเวทย์นั้นเปลี่ยนเป็นเชือกที่ตรึงพันธนาการเข้ารัดข้อมือและข้อเท้าของเธอ

มาริโกะร้องอย่างตกใจจากคนเคยได้เปรียบกับเสียเปรียบลงไปอยู่ด้านล่าง

เธอได้ยินเสียงหัวเราะหึในลำคอ

 

“ฉันว่า.. ฉันมีวิธีทรมานที่ดีกว่านั้น”

 

ใครจะคิดว่าวิธีทรมานของโทโมจินจะทำให้มาริโกะแทบคลั่งอยากลุกไปจัดการร่างบางตรงมาสำเร็จโทษให้ลุกขยับไปไหนไม่ได้เลย

 ก็ใครใช้ให้ทำอย่างนั้น!! เสื้อผ้าที่ละชิ้นค่อยๆถูกถอดต่อหน้าต่อตาของมาริโกะตามด้วยท่าเต้นเซ็กซี่ตามจังหวะเพลงช้าๆ

เร้าอารมณ์มากก 

โทโมจินหันหลังให้ถอดชิ้นบนออก และ..

ล่ามลงมาถึงชิ้นล่างที่ลากผ่านต้นขาเรียวๆลงมา

ซะ.. เซ็กซี่

เซ็กซี่เกินไปแล้วจนโพรงจมูกแสบร้อนเผลอปล่อยของเหลวสีแดงข้นไหลหยดลงบนเตียง

อ๊ากก ท่าจะทำอย่างนี้ฆ่ากันยังง่ายกว่า

โทโมจินหยิบผ้าเช็ดตัวที่อยู่ใกล้ห่อร่างกายไว้ฉับพลันให้คนอารมณ์ค้างอ้าปาก ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะซะใจของคนที่อยู่ในระยะสายตา

“บอกแล้วว่า ฉันมีวิธีทรมานที่สนุกกว่านั้น” คนแตะต้องอะไรไม่ได้กำลังมองร่างบางที่เดินหายเข้าไปในห้องด้วยสายตาที่แสดงความเจ็บแค้นไม่ปิดบัง

 

กล้าเล่นอย่างนี้ใช่มั้ย!! ได้ ครั้งหน้าเธอจะเอาคืนให้ยอมศิโรราบเลยค่อยดูสิ!

 

 

 

มาริโกะนั่งส่ายหัวไปมาเพราะคิดถึงเรื่องแต่ละเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ ตั้งแต่ตอนนั้นผ่านมาก็รวมหลายปีแล้ว ไม่ได้เปิดตัวกับใครในสถานะใด แม้แต่คำบอกรักยังไม่เคยมีให้ได้ยิน แต่ก็หลงเสน่ห์แสนร้ายกาจนั้นจนไปไหนไม่รอด

เธอเป็นพวก sm เหรอ??

ไม่ใช่หรอก อาการเหล่านี้เกิดขึ้นกับโทโมจินคนเดียว! ข้อนี้เธอฟันธง

เห็นอีกฝ่ายอยู่ใกล้ทีไรมันทำให้อดกลั้นอารมณ์ของตัวเองไม่ไหว ทั้งที่เธอคิดว่าตัวเองเป็นคนควบคุมอารมณ์ได้ดีแล้วแท้ๆ แต่พออยู่กับโทโมจินไม่เคยจะคุมอยู่เลย

“ทำอะไรอยู่” ร่างในชุดนอนออกมาจากห้องน้ำไม่ลืมจะส่งเสียงเรียกให้คนที่วนเวียนเข้ามาวุ่นวายในชีวิตหันมอง

เป็นคนเดียว.. ที่เธอจะอนุญาตให้เข้าใกล้ไม่ว่าจะกรณีใด

“คิดถึงใครบางคน”

“ฮารุนะหรือไง” นั้นไงถูกประชดเข้าให้ คนใจเย็นแย้มรอยยิ้มมีเล่ห์นัย

“หืมม ไม่กล้าหรอก กลัวเด็กเอาใจยากแถวนี้งอนร้องไห้ขี้มูกโป่ง”

“เดี๋ยวเถอะ!” สายตาเขียวปัดของเธอบอกว่าให้พูดใหม่เดี๋ยวนี้

 มาริโกะหัวเราะจับคนเอาใจยากเข้ามากอด หอมแก้มแสนคิดถึงซ้ายทีขวาที

ตอนนี้มีอยู่คนเดียว จะให้คิดถึงใครที่ไหนได้ ไม่รู้ทำไมชอบน้อยใจก็บอกบ่อยๆว่า เธอกำลังจีบใคร ถามว่ารักไหมอีกฝ่ายก็ไม่เคยยอมรับ

“ก็สนใจอยู่คนเดียวตอนนี้ จะให้คิดถึงใครอีก แค่นี้ก็ไปไหนไม่รอดแล้ว”  เธอกดริมฝีปากเข้าหาร่างบาง ชอบสัมผัสนุ่มนิ่มตรงนั้น น้อยครั้งเหลือเกินที่โทโมจินจะไม่ขัดขืนให้เธอต้องเจ็บตัวก่อนที่ทุกอย่างจะจบลงบนเตียงนอน  ครั้งก็ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนอารมณ์แล้วกัน

ดูว่าหากทำหวานเหมือนคู่อื่นแล้วจะรอดไหม

 

 โทโมจินคิดว่า ถ้านี่.. คือกรงขังความรักของมาริโกะ เธอก็ขอติดอยู่ในนี้ตลอดไป ไม่รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ทั้งหัวใจถูกยึดคืนไปโดยคนที่ชื่อ ชิโดดะ มาริโกะ

“รักนะ” คำพูดแสนเขินอายที่กระซิบบอกทำให้คนไม่เคยได้ยินตัวสะท้านวาบกดจูบบนริมฝีปากซ้ำแล้วซ้ำเล่าต้องการทุกความหวานที่รั้งรอ

ยอมพูดแล้ว โทโมจินยอมพูดว่ารักเธอแล้ว อิตาโนะ โทโมมิคนนี้ กลายเป็นของเธอ ทั้งตัวและหัวใจแล้ว

“ฉันก็รักเธอ”

ความสัมพันธ์ของเราต่อไปนี้จะเดินไปในรูปแบบไหน ก็พร้อมจะทำให้มันเป็นไปอย่างนั้น เมื่อทั้งสองหัวใจได้สื่อสารกันด็คิดว่าควรเริ่มปรับตัวเข้าหากันเสียที

 

..............................................................................

อิ อิ แอบเอามาลงให้อ่านขอรับ
ต่อไปเรามาลุ้นคู่ของซาเอะกันเถอะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

เย้!!!!!!!!!!!

 

โทโมหายซึนแย้ววววววววววว //ทำเสียงแบบอัตสึมิ

 

อ่านมาจนจบและ SP MariTomo

 

บันไซ คู่นี้ ที่สุดเลย ไม่ค่อยมีฟิคคู่นี้ด้วย

 

ปูเสื่อนอนรอ คู่พี่บ่าวซาเอะต่อ

Share this post


Link to post
Share on other sites
เผื่อจะพูดออกมา ให้เจ๊รอตั้งนาน
หายซึนสักที
เจ๊เกือบตายเลย
กิรินเวลาโกรธน่ากลัว

รอspตอนต่อไปนะขอรับ

Share this post


Link to post
Share on other sites

โมะจินหายซึนแล้ววว

เป็นวิธีการทรมานที่เอิ่มมากค่ะ แต่ได้จายยย

รอๆ sp ต่อไปค่าาาา

Share this post


Link to post
Share on other sites
ปักธงรอsp ของพี่เอะ อยากเหนพี่เอะมีความสุขบ้างงงงง

Share this post


Link to post
Share on other sites

มาอ่านทีเดียว ฟินมากมาย จะรอดูพี่่เอะอยากให้นางมีคนข้างๆบ้างไรบ้าง ><

Share this post


Link to post
Share on other sites

                                                                                  sp.saeryoha 

 

ใต้ต้นไม้ใกล้โรงเรียนฝึกสอนเวทมนตร์แห่งอากิบะนคร สาวผมซอยสั้นยืนกอดอกหายใจฟึดฟัดด้วยท่าทางไม่ค่อยพอใจกับคำขอร้องกึ่งสั่งเมื่อไม่กี่นาทีก่อนของมาริโกะซามะที่กำลังจะผลักตนมาตกกระไดพลอยโจร

 

“ซาเอะ ซาเอะ” เสียงเรียกชื่อทำให้ไม่อยากหันกลับไปมองเสียเท่าไหร่เลย เมื่อรู้ในทันทีว่าคนที่เรียกต้องมีงานอะไรมาให้ทำแน่ ก็ใช่สิ ช่วงนี้แฮปปี้ดี๊ดีกับโทโมจินนิ มีเวลาว่างหน่อยไม่ได้สวิทกันตลอด ชิ

“มีอะไรรึเปล่าค่ะ มาริโกะซามะ” ตามตรงนะ ที่ถามออกไปเพราะเลี่ยงได้ที่ไหนอยากจะก้าวขาไวๆให้พ้นตรงนี้เสียด้วยซ้ำ

“วันนี้ช่วงกลางวันฉันติดงานที่ห้องประชุมสภา เธอช่วยสอนน้องๆแทนฉันหน่อยได้มั้ย??”

“อะไรนะคะ!” จำไม่ได้ว่าเผลอตะโกนดังเท่าไหร่ แน่ๆมันทำให้สายตาของทหารยามมองมาที่เธอกับมาริโกะซามะจนต้องกระแอมไออยู่หลายที

“ฉันนินะ สอนแทน ทำไมไม่ให้ซายากะสอนล่ะคะ รายนั้นน่าจะถนัดกว่าฉันอีก”

“เอาน่าทำอย่างกับไม่เคย ซายากะเขาฝึกทหารวันนี้”

ก็ฝึกทุกวันไม่ใช่รึไงเล่า!! มันแกล้งกันเห็นๆ

เคยนะมันเคย แต่ถามหน่อยว่าตอนนี้กับตอนนั้นมันเหมือนกันที่ไหน ตั้งแต่ศิษย์โปรดมาริโกะส่งจดหมายรักมาให้ ยอมรับว่าเธอแอบหนีหน้าน้องเขาอยู่ คนมันเขินนิหว้า เด็กอะไรจะปากตรงกับใจขนาดนั้น

“แต่วันนี้ฉัน..”

“ซายากะบอกว่าเธอว่างนะ”  คำว่าไม่ว่างถูกเก็บพับใส่กระเป๋าเรียบร้อยพอเจอดักทางซะเถียงไม่ออก แล้วนี่มันมีทางปฏิเสธด้วยรึไง มาริโกะซามะ!!

“ก็ได้ค่ะ”

ครั้งสุดท้ายเธอตอบไปตามนั้นและสภาพที่เห็นก็เป็นอย่างตอนนี้

นาฬิกาเรือนใหญ่บนหอนาฬิกาขยับเดินบอกว่าอีกสิบนาทีเธอต้องเข้าสอนในวิชาการใช้อาวุธระยะประชิด ซึ่ง… ควรเป็นซายากะสอนมากกว่า! เหมือนถูกลั่นแกล้งให้เข้าสอน อะไรมันจะเหมาะเจาะกันจริงๆ ไม่ว่างพร้อมกันหมดเลยรึไง ยูโกะล่ะอยู่ไหน

 ขืนสอนไปแทนที่น้องจะฉลาดขึ้นได้โง่ลงกว่าเดิมก็งานนี้

“มิยาซาวะซัง มาดูเจ้าหญิงน้อยเหรอคะ” คาตาฮาระ ริเอะ ครูประจำอีกคนของโรงเรียนทักทายถึงเจ้าตัวเล็กลูกสาวอัตสึโกะที่ถูกพามานั่งเรียนกับเพื่อนอายุเท่ากันบ่อยขึ้นในช่วงหลังเพื่อเพิ่มสัมพันธภาพกับบุคคลอื่น โดยให้ยูกิรินช่วยจัดการเรื่องสีตาและสีผมให้เหมือนคนปกติอย่างชาวบ้าน วิชาที่ต้องใช้เวทมนตร์ต่อสู้ก็จะบอกให้ครูจับแยกมาฝึกเอง วีรกรรมในโรงเรียนของเจ้าตัวเล็กนี้ก็แสบใช่เล่น ไม่ต่างจากสมัยของอัตสึโกะสักนิด โชคยังดีที่เจ้าตัวเล็กไม่ไปมีเรื่องวิวาทกับใคร ที่กลัวไม่ใช่อะไร ถ้าฝ่ายนั้นบาดเจ็บจะหามส่งสถานพยาบาลไม่ทันการน่ะสิ

“เปล่าหรอก มาสอนแทนมาริโกะซามะ” แอบช้ำเลืองไปทางอาคารเห็นกลุ่มเด็กนักเรียนเริ่มทยอยลงข้างล่างตามเสียงของระฆังที่บอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนคลาสใหม่ ซาเอะไม่อยากคิดถ้าเจอหน้าน้องเขาแล้วจะเป็นอย่างไร

“มิยาซาวะซัง”

“ห๊ะ!?”

“เมื่อครู่ เหม่ออะไรรึเปล่า”

“ไม่มีๆ ฉันไปสอนก่อนนะ” เธอกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่เมื่อสายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปสบกับน้องเขาพอดี ไม่รู้ตัวเองจะตื่นเต้นอะไรนักหนา ทำอย่างกับไม่เคยผ่านเรื่องพวกนี้มาได้

 

“ทุกคนมารวมตัวกันตรงนี้” เธอสั่งออกไปเสียงเข้มกลัวจะมีคนรู้ว่าเธอแอบกังวลกับการเข้าสอนในวิชาของวันนี้ หลายครั้งที่ต้องสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆกวาดสายตามองไปรอบๆเพื่อไม่ให้จับจ้องน้องจนมีพิรุธ

“วันนี้จับคู่นะ ซ้อมใช้อาวุธระยะประชิด มีด สนับมือ ดาบ เราจำเป็นต้องเก่งให้ครบทุกด้าน ไม่ใช่แค่เวทย์หรืออาวุธประจำที่เราใช้อยู่เพราะเวลาเจอศัตรูฝ่ายนั้นไม่เลือกว่าเราถนัดอะไร การมีจุดอ่อนให้น้อยไว้ถือเป็นเรื่องดีที่สุด ให้เวลา 3 นาที ในการจับคู่ ใครไม่มีออกมายืนด้านหน้า”

จบเสียงคำสั่ง ทุกคนหันเข้าหาคนใกล้ตัวอย่างขยันขันแข็ง
เรียกได้ว่า ถ้าเหลือใครคือต้องซวยออกมายืนด้านนอกและถูกเพ่งเล็งจากอาจารย์ผู้สอนเป็นพิเศษ

“ครบสามนาที” ซาเอะบอกอีกครั้ง ซึ่งความวุ่นวายได้หยุดลงในช่วงพริบตาแต่ทว่ากลับทำให้หัวใจครูฝึกแทบวายเมื่อเด็กที่ส่งจดหมายรักมาให้ออกมายืนด้านหน้าพร้อมส่งรอยยิ้มหวานเหมือนอยากจะหยอกล้อเธออว่าครูต้องคู่หนูนะคะ

“เธอไม่มีคู่เหรอ” ยอมรับว่าตัวเองถามได้โง่มากก็เห็นอยู่ว่าเหลือเศษหนึ่งคน จะไปมีได้อย่างไรนอกจากจะให้มาฝึกคู่ตัวเอง

“ค่ะ หนูคู่กับอาจารย์ได้ใช่มั้ยค่ะ”

“ตามนั้น” เป็นอันว่าที่หนีหน้ามาตลอดสี่ห้าวันคืออะไรเล่า สรุปก็ต้องมาประจันหน้ากันเหมือนเดิม เธอหันหน้าหนีน้องเขาไปพูดกับนักเรียนคนอื่นที่จ้องเธอกันตาไม่กระพริบ เป็นเด็กดีกันจริงกับเรื่องของชาวบ้านเนี่ย เธอเห็นนะว่ามีเด็กผู้หญิงบางกลุ่มแอบอมยิ้ม นี้คงไม่ได้สมคบคิดช่วยกันพาน้องออกมาอยู่ด้านหน้าคู่เธอหรอกนะ

“วันนี้เราจะฝึกต่อสู้กันแบบมีพอยท์ ใครที่ถูกฟันแขนหรือขา จะเสีย 1 พอยท์ จุดสำคัญหรือหรือจุดตายจะเสีย 3 พอยท์ และส่วนที่สำคัญรองลงมาจะเสีย 2 พอยท์ ที่หัวแต่ละคนจะมีแต้มพอยท์ขึ้นบอกคะแนนว่าใครได้คะแนนเท่าไหร่นะ ฝ่ายไหนได้เยอะสุดจะชนะไป ยกนึงมีเวลาให้ 10 นาที ครูจะให้พวกเธอต่อสู้กันทั้งหมด 3 ยก”

“ครูค่ะ ทำเป็นตัวอย่างให้ดูหน่อย” นักเรียนคนหนึ่งในคลาสทึกทัก ซาเอะพยักหน้ารับก่อนเรียกคนขยันยิ้มเข้ามายืนฝั่งตรงข้าม

“เอาละๆ จะทำให้ดูยกแรกก่อนนะ อย่าลืมใส่เครื่องป้องกัน ถึงอาวุธที่เราใช้จะไม่ใช่ของจริงก็ทำให้เกิดอันตรายได้ และในการแข่งนี้สามารถใช้เวทย์เข้าช่วยได้ทุกชนิด ไม่เว้นแม้แต่เวทย์โจมตีระยะไกล แต่จะไม่ได้พอยท์ถ้าไม่ถูกตัวด้วยอาวุธ เข้าใจนะ” เธอหันบอกพวกนักเรียนที่พยักหน้าเร็วๆลุ้นกับการแข่งขันระหว่างนักเรียนหัวกะทิในห้องกับอาจารย์จำเป็นที่ฮอตในหมู่นักเรียนหญิง แต่เธอไม่เห็นจะลุ้นสักนิด ลองได้สู้กันใกล้ตัวสิอันตรายต่อหัวใจเห็นๆ

“ฉันจะให้เธอโจมตีตามใจ ฉันจะไม่โต้ตอบ” ซาเอะต่อให้ฝ่ายลูกศิษย์โดยการเอามือข้างหนึ่งไขว้หลังเรียกเสียงกรี๊ดเบาๆจากนักเรียนสาวๆ ทางฝั่งนักเรียนชายเองมีท่าทางอิจฉาไม่เบากับความดูดีของครูฝึก

 “จริงๆซาเอะซังเอาจริงกับหนูเลยก็ได้นะคะ” ผู้ท่าชิงไม่ยอมหยุดยิ้มตั้งแต่ยืนประจันหน้ากับคนที่แอบชอบได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่ดังกองในอกซ้าย

ซาเอะผะงักเล็กน้อยเกิดไม่อยากสู้กับเด็กสาวขึ้นมาดื้อๆ

 

“ทั้งคู่พร้อมนะคะ” นักเรียกคนหนึ่งในคลาสอาสาขึ้นมาเป็นกรรม  พอจบสัญญา “เริ่ม” สิ่งแรกที่ซาเอะทำคือการผลักตัวออกห่างเด็กที่ดูท่าทางเจ้าแผนการด้วยความไม่ไว้ใจกำมีดเล็กในมือด้านขวาไว้พร้อมเหงื่อที่ไหลชุ่ม ไม่ได้กลัวว่าจะแพ้แต่กลัวอย่างอื่นต่างหาก…

เจ้าของนวลหน้าใสนึกขำ ใครบอกคนเก่งอัศวินดังรับใช้เจ้าหญิงใจกล้า เธอเห็นแต่ความหวั่นเกรงในแววตาไม่ยอมเข้าศึกเสียที เสียงสำเนียงน่ารักจึงหยอกล้อ อยากจะรู้คนเก่งจะโต้ตอบอย่างไร

“ซาเอะซังถอยไปซะไกล กลัวอะไรหนูรึเปล่าค่ะ”

คนฟังไม่ชอบถูกดูถูกกระโดดบุกเข้ามาใกล้ หมุนคมมีดตวัดผ่านอากาศถูกแขนขวาไปได้พอยท์หนึ่งแต้มดังตึงขึ้นบนหัว บอกให้รู้ว่าเมื่อครู่แค่น้ำจิ้มเสิร์ฟ

“ฉันนำแล้วนะ”

“ผิดสัญญานิค่ะ ไหนบอกจะไม่โจมตีหนู”  คนเสียพอทย์ยังพูดติดตลกกับสีหน้าปนหงุดหงิดของผู้สอน

“ก็เธอไม่เข้ามาสักที”

“แล้วแบบนี้ละคะ” ไวเท่าความคิดเจ้าของเสียงพูดทิ้งตัวเข้าใกล้คนพึ่งจะเอาแต้มจากตนไปจนใบหน้าห่างกันแค่ลมหายใจ คนยืนเซ่อผงะรีบดึงตัวห่างออกด้วยสีหน้าตะลึงกลางเสียงกรี๊ดลั่นของนักเรียนหญิง

 

“ครูซาเอะเท่จังค่ะ”

 

“เรียวฮะ เธอเยี่ยมมาก”

 

“ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย” ยอมรับว่าเมื่อครู่เธอพลาดถึงกับต้องมายืนปาดเหงื่อกันเลย

“หนูเปล่าทำสักหน่อย” คนผิดแอบยิ้มมุมปากชอบใจเหลือเกินกับสีหน้าของอาจารย์จำเป็นที่ไปต่อไม่ถูกหาทางให้การต่อสู้ดำเนินต่อ ครั้งสองที่เขาบุก

เธอรีบใช้มีดสั้นทั้งสองมือโบกสะบัดต้าน ซ้ายใช้กัน ขวาใช้สู้สลับเวทย์ที่ผสมกลมกลืน บอกเลยว่าคนตรงหน้าเก่ง มือเดียวไม่ใช้เวทย์ดันรับมือกับเธอได้สบาย การต่อสู้ถึงได้เร้าใจตื่นเต้นจนเรียกเสียงกรี๊ดไม่ขาดสาย

ครั้งต่อมาเธอเหวี่ยงดาบเข้าใกล้จุดได้เเต้ม คนอ้อมมือกลับเหวี่ยงตัวหลบพ้นจากรัศมีโจมตี เธอต่อด้วยการที่ใช้เวทย์พื้นดินพันธนาการเท้าเมื่อฝ่ายนั้นลงเตะ หากผิดคาดมหันต์ที่ฝ่ายนั้นอ่านเกมขาด หลบขอบเขตของเวทย์ได้ไร้ข้อกังขาแล้วลิ่วตัวหมุนสันมีดกระแทกเข้ามาจนต้องใช้มีดทั้งสองมือเข้ามากัน ถือโอกาสนั้นจับข้อมือของเขาล็อกและทุ่มสุดตัวใช้ทั้งร่างกอดไม่ให้คู่ต่อสู้ขยับ ซาเอะตัวเกร็งเห็นได้ชัดพอๆกับอาการตกใจ

เจ้าของแผนการใช้จังหวะนั้นแทงมีดสั้นเข้าจุดสำคัญด้านหลังได้พอยท์นำขึ้นเป็น 3

คนถูกกอดหน้าขึ้นสีเลือดฝาดเผลอใช้มือข้างที่ไขว้หลังผลักเด็กเจ้าแผนการออก แต่ผลมันเกินคาดนอกจากจะไม่ออกแล้วเด็กสาวยังเอี่ยวคอตนล้มไปนอนทับ….
“กรี๊ดดดดด” เสียงแตกตื่นดังพร้อมเพียง นักเรียนสาวพุ่งเข้ากอดพร้อมใบหน้าสีแดงก่ำ บางคนเอามือปิดตาแอบดูอย่างมีมารยาท ส่วนนักเรียนชายดูช็อกพอๆกับซาเอะตอนนี้  

วินาทีนั้นเธอเหมือนถูกหยุดลมหายใจ น้องเขาก็ดูตกใจไม่ต่างจากเธอ

ริมฝีปากยังปะทะค้างนิ่งทั้งสองฝ่ายไม่รู้จะเริ่มขยับส่วนไหนจนได้ยินเสียงทักทายนั้น..

“ลุงซาเอะ?”   

 “ซาเอะไม่คิดว่าเธอจะเปิดเผยขนาดนี้นะ” เขาบอกว่าคนเรามักจะซวยซ้ำซวยซ้อน ทำไมคนที่มาเห็นต้องเป็น อัตสึมิจังกับอัตสึโกะ!!!

“เข้าใจผิดแล้วฮิเมะ” เธอได้สติกลับมากระเด้งตัวออกจากน้องลุกตอบด้วยท่าทางที่ดูยังไงก็ไม่น่าเชื่อถือ ส่วนนักเรียนรอบๆไม่เว้นคู่กรณีทุกคนรีบโค้งศีรษะเคารพเจ้าของอาณาจักรในท่าทางสงบทั้งที่เมื่อครู่อย่างกับนกแตกรัง

“หม่าม๊าบอกว่าคนที่จูบกัน เขารักกันใช่มั้ยค่ะ” ไม่ต้องเอ่ยชื่อก็รู้ว่าใครคือคนที่ทำให้เธอหน้าแดงกว่าเมื่อครู่ ถามอะไรของหนูห๊ะ อัตสึมิจัง!!

“ใช่แล้วค่ะที่รักของหม่าม๊า เหมือนเวลาหม่าม๊าจูบหนูกับป๊ะป๋าไงค่ะ” อัตสึโกะหันไปตอบลูกสาวที่ชักจะขี้แกล้งเหมือนตนอย่างไรไม่รู้ “ซาเอะ ทำอะไรน้องไว้รับผิดชอบเลยนะ”

“แต่..”

“ไม่มีแต่ทั้งนั้น” หึ หึ เล่นตัวดีนัก ไม่อยากจะบอกว่าความจริงเธอเห็นเหตุการณ์ก่อนหน้าทุกอย่าง รู้แล้วว่ามันแค่อุบัติเหตุ แต่ช่วยไม่ได้เพื่อความสุขของคนใกล้ตัว เธอขอเอียวหน่อยเถอะ

“ฮิเมะมันเป็นอุบั…”

“น้องเขาเสียหายนะ ดูสิพยานเยอะแยะ ถูกขโมยจูบแรกแล้วคนทำไม่คิดจะรับผิดชอบ ฉันรู้สึกผิดหวัง..”

“ก็ได้ๆ รับผิดชอบน้องเขาใช่มั้ย” ซาเอะโพล่งออกมาอย่างยอมแพ้ไม่ชอบถูกฮิเมะตัดเพ้อทันจะได้เห็นรอยยิ้มที่มุมปากของคนพูด

“นี่ เรียวฮะเป็นแฟนกับฉันนะ” คนถูกขอหน้าแดงเหลือบตาขึ้นมาดูว่าเขาพูดผิดพูดถูก ก็คนนี้ปลื้มมานาน ไม่อยากบอกเลยว่ามันเหมือนความฝันมากๆ เพื่อนรอบตัวต่างพากันกลั้นเสียงกรี๊ดทั้งที่ในใจมันกรี๊ดไปก่อนหน้านี้แล้ว

“ค่ะ”

 

อัตสึโกะหัวเราะหยิบตาให้นักเรียนรุ่นน้องที่มาช่วยดูแลลูกสาวให้บ่อยๆ

อย่างซาเอะไม่มีใจให้ คงไม่กล้าขอ กล้าบอก ดูก็รู้แล้วว่าแอบชอบน้องแค่คำว่าศักดิ์ศรีมันค้ำคอจนพูดไม่ออกเท่านั้น

 

“เอาเป็นว่าคู่นี้คบกันมีพยานรู้เห็นเต็มสองตา ซาเอะห้ามคบน้องเล่นๆแค่ตัดปัญหานะ ไม่งั้นฉันโกรธ” เธอขู่คนที่คิดจะทำจนแอบสะดุ้ง

ตามจริงแค่ตบปากรับคำไปก่อนให้รอดพ้นจากสายตาฮิเมะแล้วว่าจะทำข้อตกลงกับน้องให้คบกันหลอกๆ  แต่พอเจอแบบนี้..

“ห้ามไปตกลงอะไรกับน้องลับหลังนะ ฉันรู้เธอถูกลงโทษแน่ๆ” เจอมาดอกสองคนตกกระไดพลอยโจรอ้าปากค้าง นี้ ดักทางอย่างนี้เลยเหรอ!!

“ขะ เข้าใจแล้ว” เธอกลัวคำขู่ของฮิเมะจริงๆหรือกลัวใบหน้าซึมๆของน้องด้านหลัง
โธ่ จะทำหน้าซึมอะไรขนาดนั้น แค่คิดยังไม่ได้ทำสักหน่อย

“ซาเอะซัง ถ้าไม่เต็มใจก็ไม่เป็นไรนะคะ ยังไงเรื่องนี้มันก็อุบัติเหตุ ฉันไม่อยากบั..”

“เธอบังคับฉันตรงไหน ถ้าไม่เต็มใจฉันไม่ขอเธอคบหรอก!”

ความจริงที่หลุดออกมาให้คนพูดเก็บกลับแทบไม่ทัน อยากจะเอาหน้ามุดดินจริงๆเมื่อเห็นสายตาล้อเลียนจากฮิเมะแล้วใบหน้าเขินๆของน้อง

“เอาเป็นว่า ฉันคบใครฉันคบจริง เลิกล้อฉันได้แล้วฮิเมะ” เธอส่งสายตาคาดโทษให้คนฝั่งตรงข้ามที่ดูท่าจะมีความสุขกว่าชาวบ้านเขาเหลือเกิน ใช่สิ พวกมีความรักก็แฮปปี้ดีดี๊เหลือเกิน ใครมันจะมาเหมือนคนโสดอย่างเธอ ไม่สิ ตอนนี้ไม่โสดแล้วนิ พึ่งจะขอน้องเขาคบหยกๆ

“โอเคๆ ฉันกลับก็ได้ไม่อยากขัดจังหวะสวิทหวาน พวกเธอคงอยากคุยกันอีกเยอะ ไปเถอะที่รักไปหาป๊ะป๋ากัน” 

คนที่สวิทมันฮิเมะชัดๆ เธอสวิทตรงไหนไม่ทราบทุกวันนี้เธอนึกว่าในปราสาทมีรถอ้อยคว้ำ  หวานกันเกินหน้าเกินตาเชียวล่ะคู่นี้

“เอา ไปฝึกกันต่อได้แล้ว ทำให้ดูเป็นตัวอย่างแล้ว เร็วๆ”

เธอตัดปัญหากับนักเรียนที่จ้องจะกรี๊ดด้วยการทำหน้าโหดไล่กลับไปซ้อม มีอยู่คนหนึ่งที่หน้าแดงไม่เลิกตรงนี้ล่ะ เสร็จจากนี้คาดว่าต้องคุยกันอีกยาว

 

 

ผ้าเช็ดหน้าสีหวานชโลมกลิ่นของเครื่องอบถูกยื่นมาให้ครูฝึกจำเป็นในช่วงบ่ายที่เดินแยกตัวออกมาหลังจบคลาสเรียนมาร่วมชั่วโมง เอาเป็นว่าก็ปลีกวิเวกตามประสา

“รู้ได้ไงว่าอยู่ที่นี่” เธอรับผ้าเช็ดหน้ามาจากน้องเลิกคิ้วละคนสงสัย

“ไม่รู้หรือค่ะว่าเนื้อคู่กันจะมีความคิดเหมือนกัน” ซาเอะค้อนวงโตให้คนพูดจาไหลลื่นยิ่งกว่าปลาไหล

“บอกมาดีๆ” เวลาคุยกับเด็กสาวกลายเป็นว่าตนชอบทำเสียงแข็ง น้องน่ารักแต่กับคนอื่นกับเธอนี้ชอบพูดจาเล่นหัวเล่นหาง

“เมื่อครู่หนูถามอาจารย์อิตาโนะค่ะ เห็นอาจารย์บอกว่าซาเอะซังเดินมาทางนี้ให้ลองไปตามดู”

“แล้วเธอตามฉันทำไมละ”

“ซาเอะซัง.. ไม่คิดจะคุยเรื่องของหนูเหรอค่ะ” ยอมรับว่าเธอแพ้ลูกอ้อนของคนอายุน้อยกว่าแต่ชอบตีหน้านิ่งใส่น้อง

“แล้วจะให้คุยอะไรละ ก็คบแล้วนิ ยังไม่พออีกเหรอ”

“ซาเอะซัง”

“อะไร เรียกชื่ออยู่ได้ ฉันไม่ได้หูหนวกนะ” สาวน้อยสีหน้าหม่นคล้ายคนน้อยใจที่พี่เขาไม่ยอมคุยให้ชัดเจนแกล้งบ่ายเบี่ยงประเด็นไปย่างอื่น

“เธอต้องการอะไรก็พูดมา ไม่ใช่เรียกแต่ชื่อ”

“ซาเอะซัง ทั้งที่ไม่ได้รักหนูแต่ทำไมขอคบ ถ้าทำตามคำสั่งข..”

“เธอนิพูดไม่รู้เรื่องรึไง ฉันบอกแล้วว่าถ้าไม่เต็มใจ ฉันไม่มีทางขอคบ” เด็กนี้มันจะโง่ไปไหน ไม่มีใจให้อย่าหวังจะได้ใกล้ซาเอะคนนี้ เหอะ แค่จูบเมื่อกลางวัน เธอได้ไล่ตีตายไปแล้ว

“แต่ซาเอะซังไม่ได้รัก..”

“รู้ได้ไงว่าไม่ได้รัก เธอเป็นฉันรึไง”

คำพูดกำกวมสร้างความระทึกกับคนตัดเพ้อจนแอบชะงัก

“ก็ซาเอะซังหนีหน้า จดหมายก็ไม่ยอมตอบ”

“แล้วทำมั้ยฉันต้องตอบคนขี้ขลาดกล้าบอกรักแค่ในจดหมาย” ซาเอะรอจังหวะเอาคืนพร้อมรอยยิ้มที่กระแทกใจคนหน้าซึม แลดูมือไม้อยู่ไม่สุขจับตรงนั้นทีตรงนี้ทีแก้เขิน

“หมายความว่ายังไงคะ”

“หมายความตามนั้น”

“ซาเอะซัง…”

“ให้โอกาสแล้วนะ…”

“เดี๋ยวสิค่ะ..” ฝ่ายเด็กเจ้าแผนการเรียบเรียงสถานการณ์ไม่ถูกตกเป็นรองคนอายุเยอะกว่าโดยไม่รู้ตัว

“นับ 1”

“ฉันรักซาเอะซังค่ะ”

“แค่นี้เองหรอในจดหมายยาวกว่านี้นะ” คนชั่งแหย่ ล้อน้องไม่หยุดเขาบอกถ้าต้อนก็ต้องต้อนให้จนมุมคราวหลังน้องจะได้เกรงใจบ้าง

“ฉันรักซาเอะค่ะ รักตั้งแต่ที่เห็นซาเอะซังมาทำงานให้เจ้าหญิงที่โรงเรียน ซาเอะเป็นคนเท่ เก่ง และดูอบอุ่นในเวลาเดียวกัน มันอาจจะดูเร็วไปที่จะพูดว่ารัก ทั้งที่ซาเอะกับฉันไม่เคยพูดคุยหรือเห็นหน้ากันตรงๆ ซาเอะซังอาจจะไม่เคยเห็นหน้าฉันแต่ทุกวันของฉันมีซาเอะซังนะคะ ถ้ามีโอกาส ฉันอยากพูดคุยกับซาเอะซังให้มากกว่านี้ เชื่อว่าสักวัน ซาเอะซังต้องหันมาสนใจฉันบ้าง” คนยืนฟังหลุดขำไม่คิดว่าน้องจะกล้าพูดตามสิ่งที่เขียนในจดหมายส่งมา ก็นะ เด็กมันน่ารักแบบนี้ไม่ให้สนใจก็บ้าแล้ว เธอเอื้อมมือไปลูบหัวของเด็กที่ก้มหน้าหลบแก้มแดงก่อนขยับหน้าเข้าไปใกล้ ได้ยินเสียงน้องหายใจติดขัดก็เผลอหัวเราะ

“ไม่ได้จะทำอะไรสักหน่อย ไม่เห็นต้องเกรงขนาดนั้น” เธอช้อนคางน้องขึ้น “มองตาฉันสิ”  เห็นชัดๆว่าน้องเขินเธอ

“ซาเอะซัง”

“หึ หึ ขอบใจที่บอกรักกันอีกรอบนะ ตอนนี้พูดไม่ได้เต็มปากหรอกว่าฉันรักเธอ แต่บอกให้รู้  ฉันสนใจเธอนะ อาจจะถึงชั้นชอบหน่อยๆเลยละ ที่ฉันขอเธอคบก็เพราะอยากรู้จักเธอมากกว่านี้ ฉันว่าอีกไม่นานหรอกต้องตกหลุมรักเธอ ก็เล่นน่ารักขนาดนี้นิหน่า” ช่วงท้ายซาเอะพูดติดตลกก่อนโน้มตัวไปหอมแก้มน้องเบาๆ

คนเขินไม่รู้ทำอย่างไรรีบหมุดหน้าหลบเข้าใส่กอดคนเป็นพี่ซะอย่างนั้น

 

ซาเอะบอกเลยว่าที่แท้ก็ทำเป็นปากเก่ง จริงๆซื่อกว่าที่คิดนิหน่า

มันน่าจับฟัดจับหยิกจริงๆเด็กแบบนี้เนี่ย

เขาว่าตัวเองได้เริ่มต้นรักครั้งใหม่แล้วล่ะ

ดีใจกับฉันมั้ยยูกิริน ฉันกำลังจะลืมเธอได้แล้วนะ

 

 

เอาตามจริงใครจะรู้เบื้องหลังของเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นในวันนี้ มันไม่ใช่ความบังเอิญชัวๆเมื่อมีผู้รวมสมคบคิดที่กำลังนั่งล้อมวงจิบชาอยู่ในสวนริมน้ำ

โทโมจินมองเข้าไปในลูกแก้วส่ายหัวช้าๆกับภาพที่เห็น

“ลงเอ่ยกันเรียบร้อย”  มินามิหันมองคนพูด สมฉายาตัวยุ่งจริงๆเจ้าแผนการที่หนึ่งเชียวละคนนี้น่ะ ถ้าคนสุดท้ายที่เธอเลือกจะมีเรื่องด้วยขอเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่อัตสึโกะ อยู่ด้วยกันยิ่งเจอความร้ายลึกเจ้าอุบาย บ่อยครั้งคนรอบกายตามเกมเจ้าตัวร้ายของเธอไม่ทัน กลัวอัตสึมิจังจะโตมาถอดแบบอัตสึโกะจริงๆ คิดแค่นี้ คนเป็นพ่อแบบเขาก็กุมขมับ คนเดียวก็เผาพลาญพลังงานสมองไปหมดเกลี้ยง

“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อละว่า ฮิเมะกับน้องเรียวฮะจะตกลงกันจนเป็นแผนนี้ขึ้นมา” ยูโกะนั่งกับติดมาริโกะแอบขนลุกไม่อยากนึกย้อนไปเมื่อวานที่น้องเรียวฮะยืนคุยเรื่องแผนการกับอัตสึโกะ ผลปรากฏคือสิ่งที่เห็นในวันนี้ ทั้งคำพูดน้อง ทั้งการสับเปลี่ยนคนสอนอยู่ในแผนการของอัตสึโกะล้วนๆ

“ต้องบอกว่าถ่อยทอดกลยุทธ์ต่างหาก” สายตาทุกคู่โฟกัสคนนั่งข้างกันโดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่รู้รายนี้โดนอะไรมั้ง ขนาดเป็นคนเงียบไม่ชอบแสดงสีหน้าแบบมินามิยังส่งยิ้มแหยะให้ทุกคนได้เห็น  ยืนยันแล้วว่าคนนี้ของจริง กลายเป็นมินามิที่ปลอดภัยต่อทุกคนไปเลย

“ดีแล้วนิ ซาเอะจะได้มีคู่ เสียดายวันนี้มายุ ยูกิไม่อยู่ ไม่งั้นจะชวนมาสนุกด้วยกันแล้ว” นี้ก็อีกคนเจ้าแผนการไม่แพ้อัตสึโกะ เรื่องอย่างนี้สนับสนุนดีนัก เจ้าหญิงของเราถึงได้เสียนิสัยพอกัน

คนด้านข้างหมั่นไส้บิดเอวคนพึ่งพูดไปจนร้องโอ๊ยเสียงดัง

“ทำอะไรเนี่ย”

“หมั่นไส้” มาหมั่นไส้เขาทั้งที่ตัวเองก็รวมมือด้วยนินะ ยัยเด็กนิสัยเสียถ้าอยู่ด้วยกันสองคนจะจับมาจูบให้เข็ด

“มาหมั่นไส้อะไรพี่ห๊ะ ดูคู่นั้นเขาหวานกันควรหมั่นไส้มากกว่ารึเปล่า”  เธอเรียกให้ดูคนนั่งป้อนเค้กกันหวานชื้น ตั้งแต่ทำใจได้เรื่องฮารุนะ พอเห็นคู่เขาหวานกันก็ไม่ได้เจ็บเหมือนก่อน เดี๋ยวนี้มองทีไรก็ยิ้มตามคนที่หวานไม่ยอมเกรงใจชาวบ้านยิ่งกว่าคู่แต่งงานนั้นเสียอีก ฮิเมะกับมินามิน่ะ เขาหวานกันเป็นเวลา ชอบหวานกันตอนอยู่ด้วยกันสองคน ถ้าอยากรู้ว่าหวานกันขนาดไหนก็ต้องไปสังเกตกันเอาเอง

“มาริจังเอาด้วยมั้ยละ เดี๋ยวป้อน”

“ไม่ได้!/ ฮารุนะ” สองเสียงดังพร้อมกันไม่ได้นัดหมาย อัตสึโกะหลุดขำกับคนขี้หึงของสองฝ่าย ไม่ต้องถามสภาพมาริโกะยังไม่ทันตอบอะไรก็ถูกมือเล็กของคนด้านข้างตีไหล่เสียงดัง ฮารุนะถูกดึงมือข้างที่ถือช้อนเค้กลงบนโต๊ะพร้อมด้วยสายตาหวงของมองทางมาริโกะ

“ฮารุนะ เธออย่าสร้างสงครามบนโต๊ะสิ” คนไม่มีเอี่ยวห้ามศึก สงสารคนกลางอย่างมาริโกะแย่ คนนั้นก็น้อง คนนี้ก็ภรรยา เป็นพี่ใหญ่หมดอำนาจต่อรองโดยปริยาย ลองพูดอะไรไม่เข้าหูเจอคนทางฝั่งตัวงอนแน่ๆ ทุกวันนี้ยังแปลกใจไม่หาย คู่นี้ไปเกิดเคมีตรงกันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่พอกันลงตัวกันก็น่ารักแปลกๆดี

“แหม่ หยอกนิดหยอกหน่อยเอง ขอโทษ” ฮารุนะกลับมานั่งที่ยกมือขอโทษที่ตัวแกล้งแหย่โทโมจินทำให้เกิดบรรยากาศมาคุบนโต๊ะจิบชา

“หม่าม๊า” นี่ก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเขาเลยแทรกขึ้นทำลายความเงียบ ทุกคนบนโต๊ะน้ำชาถึงต้องหันหน้าไปสนใจ

“คะ”

“ต่อไปหนูจะได้เจอพี่เขาบ่อยขึ้นแล้วใช่มั้ยค่ะ”

“แน่นอนค่ะ”

ใครจะรู้ว่า จริงๆคนที่ตกลงทำสัญญากับเรียวฮะไม่ใช่อัตสึโกะ แต่เป็นอัตสึมิจังต่างหาก!!
อัตสึโกะแค่คนช่วยคิดแผนการแต่คนที่ไปสัญญากับพี่เขาตัวจริงคือเจ้าตัวเล็กของเธอคนนี้

เรียวฮะบอกลูกสาวเธอว่าถ้าได้คบกันกับซาเอะจะมีเวลามาเล่นกับหนูน้อยเยอะขึ้น

ซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริงเมื่อคบกับซาเอะแล้วฝ่ายนั้นต้องพามาเจออัตสึมิจังบ่อยๆ 

นี้มันเป็นการขอความช่วยเหลือแบบกำไรเห็นๆ 

เธอที่รู้เรื่องกับมินามิและผู้เกี่ยวข้องที่คิดว่าน้องมาขอเธอช่วย ถึงต้องมาเป็นเบื้องลึกเบื้องหลักผลักซาเอะเข้าปากจระเข้ ตามคำขอร้องแกมอ้อนของอัตสึมิจัง

 

นี้ละบอสใหญ่ตัวจริงเสียงจริง
คนเดียวคุมได้หมดปราสาท

 

…………………………………………………………………..

Share this post


Link to post
Share on other sites

เย้!!!!!!!!!!!

 

โทโมหายซึนแย้ววววววววววว //ทำเสียงแบบอัตสึมิ

 

อ่านมาจนจบและ SP MariTomo

 

บันไซ คู่นี้ ที่สุดเลย ไม่ค่อยมีฟิคคู่นี้ด้วย

 

ปูเสื่อนอนรอ คู่พี่บ่าวซาเอะต่อ

กล่าวจะหายข้าน้อยว่าท่านมาริโกะคงปาดเหงื่อไปหายที

เผื่อจะพูดออกมา ให้เจ๊รอตั้งนาน
หายซึนสักที
เจ๊เกือบตายเลย
กิรินเวลาโกรธน่ากลัว

รอspตอนต่อไปนะขอรับ

 

555 คนอะไรก็ไม่รู้ปากแข็งเนาะท่าน

 

โมะจินหายซึนแล้ววว

เป็นวิธีการทรมานที่เอิ่มมากค่ะ แต่ได้จายยย

รอๆ sp ต่อไปค่าาาา

 

ข้าน้อยสงสารท่านมาริโกะมากที่ถูกทรมานโดยการ... 

 

มาอ่านทีเดียว ฟินมากมาย จะรอดูพี่่เอะอยากให้นางมีคนข้างๆบ้างไรบ้าง ><

ส่งเรียวฮะไป..
 

ปักธงรอsp ของพี่เอะ อยากเหนพี่เอะมีความสุขบ้างงงงง

แอบแวะมาส่งความสุขคืนซาเอะ

Share this post


Link to post
Share on other sites
อยากได้ฟินกว่านี้ ขอพี่เอะอีกได้ไหมไรต์ นะๆๆๆ ^^

Share this post


Link to post
Share on other sites

ยัยหนู!!!!! อัตสึมิได้แม่มาเยอะ แถมยังมีพ่อมาเอี่ยวอีก ยัยหนูร้ายมากกก 55555

เก่งและเจ้าแผนการจริงๆ ทำให้คนอื่นคิดว่าเป็นฝีมืออัตสึโกะ ไม่อยากจะคิดถ้าโตจะขนาดไหน 555

Share this post


Link to post
Share on other sites

อัตสึมิจังคือร้ายมากกกกก เจ้าเล่ห์สุดๆ ออกลายตั้งแต่เด็กอย่างนี้คุณพ่อมินะปวดหัวตายเลย

แม่ก็แสบลูกก็ซน เหนื่อยแทนนน

Share this post


Link to post
Share on other sites
ในวังยังหลงเหลือคนปกติอยู่ไหม5555 แต่ละคนแสบ ๆ ทั้งนั้น
ซาเอะเรียวน่ารักงื้อออ ขออีกได้ไหมอ่ะ อยากรู้ว่าพี่เอะกับน้องจะเป็นไงต่อ

Share this post


Link to post
Share on other sites

SP. 3.1

 

    ภายในอรุณ เสียงแห่งความสิ้นหวังดังกึกก้องก้องป่า เพลิงกัปกาลลุกไหม้เหลือเพียงตอเถ้าถ่าน ภาพความปวดราวฉายวนซ้ำไปมา คมศาสตราขวัดแกว่งทะล่วงร่างบางลงต่อหน้าต่อหน้า โลหิตสีแดงฉานไหลอาบบนพื้นหญ้า มือที่จะจับไขว่คว้าเหลือเพียงความว่างเปล่า

“ไม่!!”

“ยูจัง ยูจัง เป็นอะไรคะ” ฮารุนะสะดุ้งตื่นกลางดึกเอือมมือเขย่าคนที่นอนอยู่ข้างกาย เห็นเม็ดเหงื่อกาฬที่ไหลออกมาจนไรผมด้านหน้าชื่นแฉะก็เกิดความเป็นห่วง

เจ้าของเสียงร้องรู้สึกตัวจากแรงเขย่าเด้งตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงด้วยใบหน้าตื่นตระหนก

ความฝันเมื่อครู่…

“ฝันร้ายเหรอยูจัง”

เธอหันมองหน้าคนรักแล้วใช้แขนทั้งสองข้างโอบรอบกายตัวเองเอาไว้

“ป่า..วิญญาณ”

ฮารุนะสูดลมเข้าใจลึกโดยไม่ต้องขยายความ ค่อยๆเอามือลูบหลังปลอบประโลมคนที่เริ่มจะผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ

“เธอไม่เป็นไรนะ”

“ครั้งนี้เป็นครั้งที่สิบของเดือน ฉันฝันถึงเรื่องนี้บ่อยมากช่วงนี้” คนพูดเงยหน้าสบตากับคนรัก หลังจากเมื่อตอนนั้น ซึ่งเธอหมายถึงที่ป่าน้ำแข็งในเมืองสีขาว เธอก็ไม่ได้ฝันถึงเรื่องที่อัตสึโกะเคยถูกพ่อผู้บังเกิดเกล้าของเธอทำร้ายอีก จะมีช่วงนี้ละที่ฝันถึงเรื่องนี้ถี่มากทั้งที่เธอก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้มานานหลายปีแล้ว

เฮ้อ นี้ก็ใกล้วันเกิดอายุครบ 31ปี ของอัตสึโกะแล้วด้วย ขอให้อย่ามีเรื่องอะไรเลย

“มันเป็นแค่ฝันน่ายูจัง นอนต่อเถอะนะคะ พรุ่งนี้เช้าพวกเรามีงานต้องจัดการ” เห็นหน้าเคร่งเครียดของคนรักก็อดใจยกมือขึ้นวางบนใบหน้าไม่ได้ 

“ขอบใจมากนะ ฮารุนะ”  ถ้าเป็นเหมือนอย่างคำพูดของคนรักเธอก็คงเบาใจ  แต่ถ้าไม่ใช่แบบนั้น แล้วเธอละจะทำอย่างไร… ตอนนี้สิ่งสำคัญของเธอมีมากมายเหลือเกิน เธอจะปกป้องทุกสิ่งได้จริงหรือ? ถ้าเกิดเหตุไม่คาดคิดอย่างน้อยเธอก็จะทุ่มสุดกำลังเพื่อรักษาสิ่งที่รักเอาไว้

 

  

    ยุ่ง ยุ่ง ยุ่ง ยุ่งจริงๆด้วย สาวผมซอยสั้นเอามือเท้าคางอย่างเบื่อหน่ายกับงานตรงหน้า แล้วนี้จะมีเวลาไหนไปศึกษาดูใจกับน้องเขา

     เฮ้ออ พูดแล้วความคิดถึงก็ทำงาน พึ่งจะคบกันได้สามเดือนกว่าๆยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย!! บางทีก็อยากหวานเหมือนคู่อื่นบ้าง แต่ด้วยหน้าที่การงานของแต่ละคนทำให้เวลาไม่ตรงกัน เพราะน้องเองก็ต้องเรียนเกือบตลอดทั้งวัน คนเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องมานั่งหงอยเหงาเพราะพิษของคำว่าคิดถึง นับวันยิ่งรู้สึกว่าตัวจะกลายเป็นโรคจิต ชอบแอบไปดูน้องเรียนบ่อยๆ

ก็คนมันหวง เฮ้ย ห่วง กลัวน้องถูกใครมาทำตัวรุ่มร่ามใส่

เมื่อไหร่น้องจะเรียนเสร็จนะ อยากเจอหน้าจะแย่อยู่แล้ว ก็คู่ข้างหน้าน่ะ กำลังหวานไม่แคร์สื่อให้เธออิจฉาเล่นอยู่ตรงนี้

โอ๊ยย อยากมีคนให้อ้อนบ้าง

 

 “ว่ายังไงบ้างโทโมจิน”   เจ้าของร่างสูงที่สะพายดาบใหญ่และคันธนูถามหญิงสาวร่างเล็กมีเขี้ยวที่มุมปากซึ่งกำลังตรวจสอบความเรียบร้อยของสภาพอากาศในสถานที่ที่จะใช้จัดการเต้นรำของคืนพรุ่งนี้

“อื่อ เหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร” คนถูกเรียกหันมองสำรวจสภาพตัวเองแล้วจำต้องใบหน้าแดงก่ำจะเรียกว่า ถูกยืนโอบจากด้านหลังคงไม่ผิด เมื่อคนเจ้ากี้เจ้าการยืนในระยะประชิดและยกแขนมาชี้ลูกแก้วที่เธอถืออยู่ในมือ ด้วยความที่ตัวเธอเล็กกว่ามากทำให้ร่างของเธอตกอยู่ในวงแขนนั้นอย่างช่วยไม่ได้

 

จะใกล้กันขนาดนี้ไม่โอบโชว์ไปเลยห๊ะ มาริโกะซามะ

รู้หรอกน่าว่าอยากสวิทกัน คนมันอิจฉารู้มั้ย

คิดถึงน้องเรียวฮะ เว้ยยยย

 

“ออกไปห่างๆได้แล้ว”

“หรือเธอไม่ชอบ หืม..” คนถูกต่อว่ายกยิ้มพอใจจนได้รับของกำนัลเป็นฝ่ามือฝาดเข้าใส่ท่อนแขนเต็มแรง มีคนอย่างมาริโกะจะยอมเสียเปรียบสบโอกาสกดปลายจมูกโด่งหอมแก้มเนียนดัง ฟอด จนคนตาร้อนเบ้ปาก หมั่นไส้พี่ใหญ่ออกนอกหน้า

“พี่มาริโกะ!”

“อะไร หอมแก้มก็ไม่ได้รึไง”

“มาริโกะซามะ จะสวีทกันก็ช่วยเห็นใจคนไม่มีคู่นิดนึง” ทนไม่ไหวแล้วขอเป็นมารขัดขว้างความสุขคู่นี้หน่อยเถอะ

“แหม ไม่มีคู่หรือเจ้าของหัวใจไม่อยู่ให้อ้อนห๊ะ คิดถึงน้องเขามากก็ตามไปดูน้องเขาเรียนสิ”  มาริโกะยักคิ้วเหนือกว่าให้ ต่างกับที่คนโดนจี้ใจดำส่งค้อนวงโตให้พี่ใหญ่เบ้าตาแทบถลน

 ชิ ใครละมอบหมายงานให้ทำตรงนี้ละ ไม่ใช่มาริโกะซามะหรือยังไง

“แหม ถ้าท่านมาริโกะจะกรุณา ฉันไม่อยู่จนถึงตอนนี้หรอก”

คำกึ่งประชดประชันทำให้คนเหนือกว่าหัวเราะเสียงดัง ไม่ได้คิดจะแกล้งอะไรน้องมันหรอก แต่มันเป็นงานของซาเอะจริงๆ

“เอาน่า ตอนเย็นก็ได้เจอน้องเขาแล้ว เป็นเอามากนะเธอนิ แล้วทำเป็นเล่นตัวไม่บอกรักน้องเขาสักที ตอนนี้ก็ตกหลุมรักน้องเขาเข้าแล้วละสิ”

“มาริโกะซามะ!” ซาเอะเขินจนต้องแกล้งโวยวายกลบเกลื่อน ใครหาว่าเธอเล่นตัว ไม่ได้เล่นสักหน่อย แค่ยังหาจังหวะดีๆบอกน้องไม่ได้เท่านั้นเอง อีกอย่างมันก็ช่วงศึกษาดูใจกับน้องอยู่ ของแบบนี้มันต้องค่อยๆเป็นค่อยๆ

ไม่เคยได้ยินหรืออย่างไง รักง่ายหน่ายเร็ว

ของเธอมันต้องรักช้าๆแต่รักนานๆ

“ฉันละเบื่อคนปากแข็ง” ใครกันแน่!! ซาเอะส่งค้อนวงโตใส่พี่ใหญ่อีกรอบ คนปากแข็งมันคนในอ้อมกอดมาริโกะต่างหาก

เธอต้องค่อยลุ้นตั้งนากว่าคู่นี้จะลงเอ่ยกันได้ เชอะ รู้อย่างนี้ไม่ช่วยลุ้นหรอก นอกจากจะสวิทกันออกนอกหน้าแล้ว ยังชอบรุมแกล้งเธอด้วย ทุกวันนี้ชักได้กลิ่นหัวตัวเองเหม็นขึ้นทุกวันทุกวัน

 “อ้าวว มีคนหน้าบึงแต่เช้าเชียว ถูกน้องทิ้งให้อยู่คนเดียวอีกแล้วสินะ” ซาเอะรีบตวัดตากลับไปมองคนทัก นู้นแหนะ กำลังเดินจูงมือกับฮารุนะเข้ามา ท่าทางจะอารมณ์ดีแต่เช้าเชียว ก็ใช่สิ มีคนเอาอกเอาใจนิ

“หาเรื่องกันแต่เช้าเลยนะไอ้นี้”

“โธ่ อุสาแสดงความเป็นห่วง” ยูโกะยังไม่หยุดแหย่คนที่หน้าบอกบุญไม่รับ ท่าทางจะติดเด็กจริงจังละงานนี้ น้องเรียวฮะไม่ธรรมดาจริงๆจัดการซาเอะอยู่หมัด หมดคาบของคาสสิโนวี่กลายเป็นลูกแมวเชื่องๆอยู่ในโอวาท

 “ไม่ต้องมาห่วงฉัน มาช้าแล้วยังปากเสียอีกนะแกนิ”

“ก็คนเขาอยากมีเวลาส่วนตัวอยู่กับแฟนบาง มาช้านิดช้าหน่อยจะเป็นไรไป ใช่มั้ยมาริโกะซามะ”

โหห มีการร่วมมือกันพยักหน้าช่วย  โคตรจะไม่ยุติธรรมเลย ขอประท้วง

ซาเอะตะโกนก้องในใจแต่สีหน้าที่แสดงออกมาก็บอกคนรอบข้างแล้วว่าคิดไปถึงไหนต่อไหน

ก็ไม่ได้อยากหัวเราะนะแต่มันอดไม่ได้จริงๆ

 “ฮ่าๆ”

“ไม่ขำเว้ย ยูโกะ”

“เอาน่า แล้วนี้งานไปถึงไหน แกนิใส่ใจอะไรมาก”

มีการเดินมาตบบ่าปลอบใจ แบบนี้มันหน้าถีบมั้ย แม่คนอารมณ์ดีมีแฟนตามใจ

“เหลือแค่รอฮิเมะมาเก็บรายละเอียด”

“อาหารการกินละเรียบร้อยดีมั้ย”

“โน้น รายโน้นจัดการให้เรียบร้อยแล้ว” ซาเอะผายมือให้พี่ใหญ่ ผู้ละเอียดรอบคอบรับผิดชอบทุกงาน โดยเฉพาะเรื่องอาหารที่จะให้มีความผิดพลาดไม่ได้ เดี๋ยวเป้นเรื่องเหมือนคราวก่อนโน้นอีก

“คืนพรุ่งนี้แล้วหรือเนี่ย เวลาผ่านไปเร็วจัง”

“จะว่าไปแกก็ไม่เข้าร่วมงานหลายครั้งแล้วนะ ยูโกะ”

 

ยูโกะยิ้มเจือนเล็กน้อย พักหลังมาตนชักจะไม่ชอบงานสังคมสักเท่าไหร่เพราะไม่ว่าจะเจอใครก็มักจะถูกถามเรื่องเมืองสีขาวประจำ ถ้าไม่ติดว่าบอกออกไปแล้วจะเป็นปัญหาภายหลัง เธอจะเล่ามันให้หมดเปลือกเลย

“เฮ้อ”

“ถอนหายใจทำไมค่ะ” ฮารุนะกระซิบถามคนข้างกาย ยูโกะไม่ตอบอะไรกุมมือคนรักเข้ามาใกล้

“แล้วนี้เหลืออะไรให้พวกฉันช่วยรึเปล่า”

“ทางนี้ไม่มีอะไรแล้วละ เหลือแค่รอฮิเมะมาเก็บรายละเอียดอย่างทีซาเอะว่า แต่เธอน่ะ คราวนี้เธอเบี้ยวไม่เข้าร่วมงานไม่ได้แล้วนะ”

มาริโกะคลายอ้อมกอดจากคนรักจ้องคนหน้าซีดที่ยกยิ้มไม่สู้ดีให้

“ฉันรู้แล้วน่า”  ถึงไม่อยากเข้าร่วมก็เลี่ยงไม่ได้ งานครั้งนี้ถือเป็นงานใหญ่ประจำปีของอากิบะนครที่นอกจากพวกตระกูลราชวงศ์จากทั่วมุมโลกแล้วยังเปิดราชวังให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าร่วมงานได้ พื้นที่ใช้จัดงานกินพื้นที่ไปหนึ่งในสี่ของวัง เป็นงานที่เปิดโอกาสให้ผู้คนในพบปะสังสรรค์กันอย่างแท้จริงภายใต้หน้ากากที่ใช้เต้นรำ เรียกได้ว่าเป็นงานที่ทำลายชนชั้นเลยทีเดียว

“แล้วนี้พวกฮิเมะยังประชุม ไม่เสร็จอีกรึไง วุ่นวายกันจริงๆเลยนะกับเรื่องการลดการใช้พลังเวทย์เนี่ย”

“มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนนิน่า ยิ่งมีอำนาจมากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องระวังมากเท่านั้น ถ้าใช้มันในทางที่ผิดเมื่อไหร่ ทุกอย่างก็คงถึงคราวสูญสิ้นไปเหมือนอย่างเมืองสีขาว”

ยูโกะไม่อยากนึกถึงเท่าไหร่ หากมีประเทศไหนละเมิดข้อสัญญาขึ้นมาย่อมนำไปสู่จุดจบอย่างแน่นอนและคงไม่พ้นสงคราม สันติภาพที่คนเราพยายามสร้างขึ้นมาเหมือนฉากบังหน้าความต้องการที่แท้จริงยังไงยังงั้น ทั้งเปราะบางและไม่รู้ว่าต้องเสียสละผู้คนไปจำนวนเท่าไหร่

 “ฟังแบบนี้แล้วเครียดแทนฮิเมะเหมือนกันนะ อยู่ในช่วงพักฟื้นพลังเวทย์แท้ๆ”

พอพูดถึงเรื่องการฟื้นพลังของฮิเมะ คนที่มีส่วนร่วมในพิธีกรรมถึงกับหน้าแดงเป็นทิวแถว คงจะมีแต่ซาเอะที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเพราะในระหว่างนั้นติดภารกิจเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างนครอยู่

 “พวกเธอพูดเรื่องอะไรกันเนี่ย”

“แกไม่ต้องรู้หรอกน่าซาเอะ” ยูโกะรีบบอกปัดไม่อยากจะจุดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมา มีหวังเล่าให้ซาเอะฟังเรื่องได้วุ่นวายแน่ๆ ก็มันเป็นพิธีกรรมที่แบบ…

  

   
สามคืนก่อนถึงเวลาปัจจุบัน เตียงนอนของอัตสึโกะกลายเป็นกระดานวาดวงเวทย์ขนาดใหญ่ที่รอบด้านมียันต์สัตว์เทพทั้งสี่ทิศเขียนไว้และถัดไปที่ห้องใกล้กัน

  อัตสึมิจังนั่งทำสมาธิบนเตียงภายในวงเวทย์ชนิดเดียวกับอัตสึโกะ ซึ่งภายในวงเวทย์กำลังเรืองแสงสีขาวทำให้ห้องสว่างทั่วบริเวณ โดยมีมินามินั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ซ้ายและขวาของฝั่งหัวเตียงมียูโกะและฮารุนะ ส่วนฝั่งปลายเตียงมีมาริโกะและโทโมจินกำลังส่งพลังเข้าวงเวทย์เพื่อเสริมพลังให้อัตสึมิจัง และถัดมาด้านหลังของมินามิและอัตสึมิจัง ยูกิกับมายุช่วยกันปรับคลื่นพลังเวทย์ของทั้งสองพ่อลูกให้ตรงกัน เพื่อเชื่อมพลังเข้าหากันได้สะดวกขึ้น

 

นี่ ถ้าไม่ใช่เพราะอัตสึโกะ มินามิคิดว่าคงไม่มีใครเข้าร่วมกันแผนการครั้งนี้แน่ๆ

“พร้อมรึยังค่ะ ตัวเล็ก” เด็กสาวหน้าตาเหมือนอัตสึโกะพยักหน้ารับ บนหน้าผากปรากฏตราสัญลักษณ์รูปดอกไม้แปดแฉกพร้อมเรืองแสงด้วยไอเย็นสะท้านทั่วห้องถึงขนาดต้องยกมือลูบขนแขนตัวเอง ยังดีหน่อยที่ฮารุนะช่วยร่ายเวทย์ปรับอุณหภูมิห้องให้ ไม่เช่นนั้นทุกคนคงหนาวตายก่อนจะเริ่มพิธีพอดี

   มินามิขยับเข้าไปใกล้ลูกสาวก่อนจะยื่นฝ่ามือสองข้างประกบไว้กับฝ่ามือลูกแล้วโน้มตัวลงไปประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากเล็กๆของเจ้าตัวน้อย ไอเย็นจากสาวน้อยแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างสั่นสะท้านไปรอบๆจนสังเกตได้ว่าสิ่งของภายในห้องมีหยดน้ำแข็งเกาะพราว และครู่ต่อมาไอเย็นนั้นก็กลายเป็นเส้นใยสีฟ้าบางๆพันรอบข้อมือของมินามิ

เด็กสาวพยายามเพ่งสมาธิไม่ให้พลังเวทย์รุนแรงเกินไปจนทำร้ายพ่อผู้บังเกิดเกล้าของตัวเอง รอจนกว่าไอสีฟ้าจะหายเข้าไปในตัวของมินามิ กระทั้งเกิดแสงสว่างแววในวงเวทย์

 “ป๊ะป๋า”

   อัตสึมิรีบลืมตาสีฟ้าดังอัญมณีขึ้นดูเมื่อรับรู้ได้ถึงความผิดปกติของเวทย์ มือของเจ้าตัวเล็กเขย่ามือที่จับกุมกันเป็นเบาๆอย่างใจหาย ยิ่งไม่มีการตอบสนองของเจ้าของชื่อเล่นเอาเด็กสาวใจไม่ดี คนอยู่ภายนอกวงเวทย์ก็เริ่มจะร้อนใจ

“ป๊ะป๋า”

“ไม่เป็นไรค่ะ ตัวเล็ก” คู่ที่มินามิลืมตาขึ้นมา บนข้อมือได้ปรากฏสัญลักษณ์แบบเดียวกันกับบนหน้าผากของอัตสึมิทำให้ทุกคนถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

นั้นแสดงว่าพิธีกรรมสำเร็จไปครึ่ง เล่นเอาใจหายใจคว่ำหมด

 “ตอนนี้ถือว่าด้านแรกสำเร็จ ต่อไปก็..”  คนพูดถึงกับใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง ขั้นตอนต่อไปนี้สิปัญหาแล้วเจ้ายูโกะยังมาอยู่แถวนี้ด้วย

“รีบไปเถอะน่า” มาริโกะออกปากไล่ จะอายอะไรเรื่องแบบนี้ ทำอย่างกับไม่เคยทำถึงขนาดมีอัตสึมิจังคงไม่ต้องให้พูดอะไรแล้วมั้ง

“ไปเร็วๆ ไอ้หมาบ้านิ” ยูโกะชักสีหน้าหมั่นไส้ จะไม่ยอมก็ไม่ได้ เพื่อช่วยอัตสึโกะฟื้นพลังเวทย์หรอกนะ ไม่งั้นไม่มีทางยอม  ถึงจะรู้ก็เถอะว่าสองคนนี้เขาอะไรอะไรกันเป็นเรื่องปกติ แต่คนมันหวงน้องนิหว้า ใครจะอยากยอมง่ายๆ

มินามิหลบหน้าแดงๆออกจากคนที่สนับสนุนให้รีบไปทำให้พิธีกรรมสมบูรณ์มองท่าทางอ่อนแรงของลูกสาวก็อดไม่ได้จะยกมือลูบศีรษะที่ผมกลายเป็นสีหิมะด้วยความสงสาร

 “ทนหน่อยนะคะคนดี ป๊ะป๋าสัญญาจะทำให้หม่าม๊าหนูกับมาใช้พลังเวทย์ได้เหมือนเดิม”

อัตสึมิจังพยักหน้าขยับเข้ากอดมินามิแล้วซบหน้าลงไปบนบ่า

“สัญญาแล้วนะคะ ป๊ะป๋า”

“ค่ะคนดี เดี๋ยวป๊ะป๋าต้องไปแล้วนะคะ อยู่กับพวกน้าๆ ของหนูนะ”

มินามิค่อยๆย้ายร่างของอัตสึมิจังที่นอนซบอยู่ส่งต่อใหเยูกิรินที่เข้ามารับหน้าที่ดูแลแทน

“ทางนี้ฉันจัดการเอง” 

มินามิพยักหน้าขอบคุณและก่อนจากไปก็ไม่ลืมขอบคุณเหล่าอัศวินของอัตสึโกะที่ทุกคนรักและเป็นห่วงอัตสึโกะกับอัตสึมิจังขนาดนี้  เธอคิดว่ายัยตัวแสบของเธอโชคดีที่มีคนเหล่านี้คอยอยู่ข้างๆ

“มายุ” ยูกิรินเรียกชื่อของคนรักที่ลงมานั่งข้างกันบนเตียงของเจ้าตัวเล็กที่หมดแรงก่อนจะช่วยพาร่างเล็กๆที่พิงตัวเองขึ้นมานั่งอีกครั้ง มายุพยักหน้ารับรู้จับมือของยูกิรินข้างหนึ่งวางไว้บนหน้าขาของตัวเอง ออกแรงบีบมันเบาๆเพื่อให้กำลังใจคนรักที่เกิดความประหมาขึ้นมาชั่วครู่

“ไม่เป็นไรนะคะ ฉันอยู่ตรงนี้”

เรียกว่างานนี้เป็นงานหินของเธอทั้งคู่เลยทีเดียว กว่าจะเสร็จพิธีกรรม อัตสึมิจังต้องค่อยรับและส่งพลังเวทย์ให้มินามิตลอดเวลาเพื่อใช้มินามิเป็นตัวกลางในการกระตุ้นพลังให้อัตสึโกะ และอย่าหาว่าเธอลามกนะ การที่สองคนนั้น.… กันทำให้ระดับพลังและอารมณ์ของผู้เชื่อมพลังแปรป่วนซึ่งจะต่อตัวผู้ให้พลังเวทย์โดยตรง ซึ่งความถี่ของระดับพลังเวทย์ที่สั่นอย่างนั้นทำให้อัตสึมิจังป่วยได้ง่ายๆเลย

 นี่ ถ้าไม่เห็นว่ามันเป็นหนทางเดียวที่ช่วยอัตสึโกะนะ เธอจะไม่ยอมช่วยเด็ดขาด!

 

 

     มินามิกลายเป็นคนขาดมั่นใจในตัวเองตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องเพราะอัตสึโกะเล่นใส่ชุดคลุมวาวหวิวนั่งยิ้มหวานรออยู่บนเตียง

ใครมันชั่งเลือกชุดให้อัตสึโกะใส่เนี่ย ที่เธอคิดออกก็มีอยู่สองคน คือ มาริโกะกับฮารุนะ ที่พักหลังมาชอบหาเรื่องแกล้งหยอกเธอสารพัด

นี่ กะจะให้เธอหัวใจวายตายก่อนเริ่มพิธีรึไง เลือดยิ่งสูบฉีดมากกว่าปกติอยู่ ถึงแม้นอนด้วยกันเป็นเรื่องปกติก็เถอะ แต่นี้มัน…

อย่าคิดไปไกลนะ แค่นอนกอดกันเฉยๆ!!

    รู้สึกไม่ค่อยชิดกับการที่อัตสึโกะกลายร่างเป็นแมวยั่วสวาทแบบนี้เลย เธอเผลอกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่จนคนมองผ่านกระจกหลุดหัวเราะออกมา

“เขินอะไรคะ คุณหมาป่า”

คำหยอกล้อของเด็กแสบทำให้มินามิส่งค้อนวงโตใส่เด็กสาวก่อนเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆอย่างรักษาระยะห่างเล็กน้อย จะปฏิเสธว่าไม่เขินก็ไม่ใช่ เมื่อในค่ำคืนนี้ไม่ได้อยู่ด้วยกันสองคนเหมือนอย่างเคย

 “เธอจะทำให้ฉันหัวใจวายตายรึไง” มินามิสบตาคนจอมยั่ว แค่เห็นรอยยิ้มเชิญชวนก็ต้องส่ายหัว ไม่รู้ติดนิสัยแบบนี้มาจากใคร  

“แล้วไม่ชอบเหรอคะ”

“เธอคิดว่าฉันชอบไหมละ”  เด็กแสบของมินามิยกมือคล้องรอบคอคนตั้งคำถามแล้วเป็นฝ่ายเขยิบเข้ามาจนแทบนั่งเกยอยู่บนตัก

“คิดว่าชอบนะคะ”

 

 ยังมีการหัวเราะนะยัยจอมแสบ เธอจะทำให้ฉันคลั่งตายจริงๆใช่มั้ย

แค่ไล่สายตามองผ่านเสื้อเห็นร่างกายที่มีส่วนโค้งเว้าชัดเจนอย่างนั้น คนหน้าเห้อร้อนอยากจะกลายเป็นหมาป่าจัดการยัยลูกแกะตัวแสบนี้จริงๆ

  มินามิใช้สองแขนรั้งร่างของอัตสึโกะขึ้นมาคร่อมบนตักแล้วเคลื่อนริมฝีปากกดจูบหนักๆลงบนกลีบปากแสนยั่วยวนของเด็กสาว เธอใช้ลิ้นร้อนทะเล็มกลีบปากงดงามก่อนจะแทรกซึมคว้านหาความหวานที่เธอต้องการ ฝ่ามือที่รั้งอยู่บนเอวเคลื่อนลงไปบนต้นขาลูบไล้หายเข้าไปภายใต้กระโปรงชุดคลุมตัวบางจนร่างของสาวตรงหน้าอ่อนระทวย

 “มินามิ” เจ้าของชื่อปัดไรผมที่ลงมาสัมผัสใบหน้างดงามของคนรักทัดไว้บนใบหูก่อนพาร่างบางนอนราบลงกับเตียง อาภรณ์นับชิ้นที่เคยสวมใส่ต่างถูกปลดออกไปด้วยฝ่ามือเย็นเฉียบหากแต่อัตสึโกะกลับรู้สึกว่ามือของเขาอุ่นเหมือนอยู่ใกล้แสงตะวัน

“ถ้าไม่ไหวบอกนะ” มินามิจูบเบาๆครั้งหนึ่งลงบนหน้าผากกลมเกลี้ยง เธอชอบให้ทุกสัมผัสที่เกิดกับเด็กคนนี้มาจากความอ่อนโยน ไม่ใช่เพียงแค่ความต้องการในแรงปรารถนา

   เธอยอมรับตามตรงว่า ใจหนึ่งห่วงลูกมากแค่เห็นสภาพสาวน้อยก่อนออกมา คนเป็นพ่อก็รู้สึกปวดใจไม่อยากจะดำเนินพิธีกรรมต่อไป แต่อีกใจก็อยากคืนพลังเวทย์ให้คนรัก ที่ไม่รู้ว่าพอเวทย์ถูกกระตุ้นขึ้นมาแล้วจะมีสภาพเป็นอย่างไร

  

 

 อัตสึโกะส่งยิ้มให้คนขี้กังวลก่อนเคลื่อนมือขึ้นมาลูบใบหน้าไร้ริ้วรอยแม้จะอายุปาเข้าไปเลขสามแล้วก็ตาม

“กังวลเกินไปแล้วนะคะ คุณหมาป่า”

“ตอนนี้ไม่ใช่แล้วสักหน่อย ยัยตัวแสบ”

   เธอรู้ตัวอีกทีมือซุกซนของยัยตัวแสบก็เอือมวนไปด้านหลังและยังกดต้นคอเธอลงมา จนต้องมอบจูบร้อนแรงให้ตามคำขอทางอ้อมที่แสนจะร้ายกาจแบบนั้น

   อัตสึโกะรู้สึกขนลุกซู่เมื่อฝ่ามือของมินามิสัมผัสลงบนยอดดอกบัวงามอิ่มน้ำและออกแรงสะกิดมันเบาๆเพียงแค่นั้นเธอกลับรู้สึกว่าร่างกายพร้อมแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

“อืม..อ๊ะ” เธอพยายามเม้มปากเก็บเสียงครางไม่ให้หลุดลอดออกไป หากอารมณ์ภายในกลับพุ่งทะยานผสมปนเปกับความต้องการอย่างไร้จุดหมาย จนต้องใช้สองแขนรัดรอบตัวของคนด้านบนไว้  ได้ยินเสียงหัวใจของมินามิที่ร้องดังเป็นจังหวะทำให้รู้สึกอิ่มเอมใจอย่างน่าประหลาด ไม่รู้ว่าด้วยอะไรถึงทำให้ร่างกายของมินามิดูเปล่งประกายราวกับกลายเป็นเทพยดา เธอไม่อาจละสายตาออกไปจากเขาได้จริงๆ

สาวสวยแอนเอียงเรือนกายให้ริมฝีปากที่ไต่ลงมาจากซอกคอขาวถึงยอดประทุมงามได้ทำหน้าที่ของมันอย่างง่ายดาย แรงขบเบาๆทำให้เธอผวาตัวเกร็ง เผลอกดใบหน้าเขาฝังลงกับอกอิ่มเพื่อปนเปรอความสุขให้มากกว่าก่อน

“อะ..อืม..”

 มือของคนด้านบนยังเคลื่อนลงต่ำสำรวจปลายทางแหล่งน้ำหวานอย่างใจจดใจจ่อ ลากนิ้วเรียววนตามรอบทิศเข็มนาฬิกาเพื่อหาจุดที่คิดว่าอัตสึโกะน่าจะพอใจที่สุด แต่ไม่ว่ามินามิสัมผัสโดนตรงไหน ดูเหมือนอีกฝ่ายจะชอบใจไปเสียทุกที

 

“มิ..มินา..อ๊ะ”

 อดีตราชเคลื่อนตัวขึ้นมามอบจูบรสหวานลงบนริมฝีปากที่พยายามกลั้นเสียงหวานอย่างสุดจะทนและทาบทับตัวลงไปให้จุดกึ่งกลางลำตัวได้สัมผัสกันเป็นหนึ่ง ฝ่ามือไม่ได้หยุดขยับเคลื่อนไหว ยังเน้นสัมผัสลงไปบนจุดนั้นอย่างจงใจ

คนใต้ร่างยกสะโพกขึ้นอย่างทรมานขยับเสียดสีตามปลายนิ้วเรียวที่อยู่แนบระนาบกับดอกไม้งามแล้วไหนจะร่างกายที่ขยับพริ้วไหวของคนด้านบนแทบจะทำให้เธอหายใจเข้าออกไม่ทั่วท้อง 

 “จะ จะไม่ไหว..แล้ว”

แค่คำว่าไม่ไหวหลุดออกมาจากริมฝีปาก มินามิก็เร่งจังหวะขยับสะโพกที่เสียดสีกันจนรับรู้ได้ถึงร่างกายที่กระตุกเกร็งสองสามครั้ง ก่อนที่สะโพกมนของคนใต้ร่างจะลอยค้างในอากาศพร้อมเสียงความสุขดังรอดจากริมฝีปาก

“อ๊าาา”

 อัตสึโกะทิ้งร่างลงแนบที่นอน พยายามผ่อนลมหายใจให้เป็นปกติกว่าก่อน ทว่าดวงตายังไม่ได้ละออกจากคนที่พึ่งมอบความสุขให้กันไปไม่กี่นาทีก่อนหน้า

ไม่อยากจะบอกว่า มินามิเวลาผมยุ่งนิดๆแล้วปากแดงหน่อยๆจากการจูบร่างกายเธอซ้ำไปซ้ำมาเป็นภาพที่เซ็กซี่มาก และจะเป็นภาพที่เธอคนเดียวมีสิทธิ์ได้เห็น
เธอชอบมองมินามิตอนนี้ที่สุด มันชวนให้อารมณ์ร้อนที่ยังไม่ถูกดับลุกขึ้นมาอย่างง่ายได้

มินามิจะรู้ตัวรึเปล่านะ ว่าตัวเองมีแรงดึงดูดขนาดไหน

“เป็นยังไงบ้าง อัตสึโกะ” น้ำเสียงถามไถ่เจอด้วยความห่วงใยจากคนที่นั่งคร่อมอยู่ด้านบนทำให้คนที่ยังไม่ถูกดับไฟแห่งความปรารถนายิ้มรับ แทนที่จะตอบคำถามกลับคว้าคอของคนที่ไม่ทันตั้งตัวลงมาจูบกันอีกครั้ง

“ฉันว่าไหวพอจะต่อนะคะ คุณหมาป่า”

สาบานได้ว่านั้นเป็นคำพูดที่เธอได้ยินจากอัตสึโกะผ่านกระแสจิต

ไม่ต้องบอกก็รู้แล้วว่า..

พิธีกรรม สำเร็จเกินครึ่ง!

ยัยวายร้ายตัวแสบ                                

เอาไว้ถึงพรุ่งนี้แล้วเธอคอยลองตรวจสอบระดับพลังเวทย์ของอัตสึโกะให้แน่ใจอีกที ว่าฟื้นคืนมาจริงๆ เพราะดูท่าตอนนี้ยัยตัวยุ่งคงไม่ปล่อยให้เธอได้ทำอย่างนั้นแน่นอน
 

 

 

 

คนที่อยู่ห้องด้านข้างใบหน้าแดงก่ำ มาริโกะถึงขนาดต้องกันม่านพลังคุมรอบตัวอัตสึมิจังไว้เลย เกิดเจ้าหนูน้อยได้ยินเสียงประหลาดๆขึ้นมาแล้วมาถามกับพวกเธอว่านั้นเสียงอะไร จะให้ตอบคำถามยังไงเล่า!!

 

..........................................................................................................................................

Share this post


Link to post
Share on other sites

อยากได้ฟินกว่านี้ ขอพี่เอะอีกได้ไหมไรต์ นะๆๆๆ ^^

ข้าน้อยจะพยายามแต่งตอนพิเศษของซาเอะเรียวฮะให้ท่านอีก
 

ยัยหนู!!!!! อัตสึมิได้แม่มาเยอะ แถมยังมีพ่อมาเอี่ยวอีก ยัยหนูร้ายมากกก 55555

เก่งและเจ้าแผนการจริงๆ ทำให้คนอื่นคิดว่าเป็นฝีมืออัตสึโกะ ไม่อยากจะคิดถ้าโตจะขนาดไหน 555

55555 ได้อัตสึโกะมาเยอะต้องทำใจค่ะ เด็กมันร้ายย
 

อัตสึมิจังคือร้ายมากกกกก เจ้าเล่ห์สุดๆ ออกลายตั้งแต่เด็กอย่างนี้คุณพ่อมินะปวดหัวตายเลย

แม่ก็แสบลูกก็ซน เหนื่อยแทนนน

เป็นการฝึกฝนพลังจิตของมินามิอย่างหนึ่งค่ะ ผิดๆ

ในวังยังหลงเหลือคนปกติอยู่ไหม5555 แต่ละคนแสบ ๆ ทั้งนั้น
ซาเอะเรียวน่ารักงื้อออ ขออีกได้ไหมอ่ะ อยากรู้ว่าพี่เอะกับน้องจะเป็นไงต่อ

555 แล้วข้าน้อยจะจัดภาคต่อของคู่นี้ให้ท่าน

Share this post


Link to post
Share on other sites
ไล่ตามอ่านหมดแย้วนะไรท์//ท่านมาริท่านเอาใจข้าไปเลย แซวท่านเอะได้แบบ><//เอ๊ะๆ ท่านซาเอะทำไมท่านเป็นคนปากแข็งนะ หรือคู่หัวใจไม่อยู่ให้อ้อน555//ท่านหมาป่ากับอัตสึโกะทำให้เราเสียเลือดไปไม่ใช่น้อยนะท่าน

Share this post


Link to post
Share on other sites

Sp.3.2

 

  ซาเอะรู้สึกน้อยใจเมื่อกลายเป็นคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องการฟื้นพลังของอัตสึโกะจนต้องเดินหน้าง้อหนีมาจนถึงโรงเรียนสอนเวทมนต์ ซึ่งจุดประสงค์ที่แท้จริง หลายคนก็น่าจะทราบกันอยู่

 

 “อ้าว มิยาซาวะซัง ไม่ไปเตรียมงานเหรอคะ”   เสียงของคิตาฮาระ ริเอะเรียกให้เธอหันไปสนใจ ก่อนจะส่งยิ้มเป็นมิตรทักทายเพื่อไม่ให้ตัวเองดูมีพิรุธ

 

“เหลือแค่รอให้ฮิเมะมาตรวจดูงานค่ะ”

 

“พอดีเลยค่ะ”  เธอชักจะได้กลิ่นตุๆจากไอ้ประโยค พอดีเลยค่ะเสียแล้วสิ

 

 ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เธอชักจะเริ่มเกลียดประโยคนี้

 

“ไหนๆมิยาซาวะซังก็มาถึงนี้แล้ว ช่วยเข้าไปดูการฝึกต่อสู้จำลองของวันนี้ให้หน่อยนะคะ”

 

นั้นไง!! คิดไว้ไม่ผิด!

 

พอดีเลยค่ะทีไร มันต้องเป็นอย่างนี้ทุกที!

 

ทำไมต้องเป็นเธออีกแล้ว!                 

 

 “นะคะ มิยาซาวะซัง จริงๆก็มีทหารชำนาญการมาสอน แต่อยากขอความร่วมมือจากมิยาซาวะซังอีกแรง  นะคะ ยังไงๆก็เป็นนักเรียนชั้นท็อปคลาสปีสุดท้ายแล้วด้วย อยากให้มีประสบการณ์เยอะๆ”

 

เดี๋ยว!! ขอใหม่อีกรอบ ให้เธอไปดูคลาสไหนนะ!

 

  “นะคะ มิยาซาวะซังเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนนะคะ มิยาซาวะซังช่วยเข้าไปดูให้หน่อยนะคะ” เอ่อ แล้วเธอจะปฏิเสธได้มั้ยเนี่ย เล่นพูดเองเสร็จสรรพอย่างนี้

 

คนที่นี่มันเป็นเหมือนกันหมดรึไงฟร๊ะ

 

จริงๆ เธอก็ไม่ได้จะไปหาใครนะ แค่ได้ยินว่าเป็นคลาสไหนหูมันก็ผึ่งท่านั้นเอง

 

“ก็ได้ค่ะ ฉันจะเข้าไปดูให้”

 

“ขอบคุณนะคะ มิยาซาวะซัง”

 

ใจจริงเธออยากขอบคุณมากกว่าที่เปิดโอกาสให้เธอไปยืนมองน้องง่ายๆ ฮ่าๆๆ

 

 

 

 

 

  ไม่ถึงห้านาทีต่อมา คนที่ถูกขอร้องแกมเต็มใจก็พาตัวเองมาหยุดอยู่ข้างสนามประลองเวทย์ของโรงเรียนซึ่งกำลังมีการจำลองการต่อสู้ โดยมีผู้คุ้มการฝึกซ้อมเป็นทหารที่เธอค่อนข้างคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่มากเพราะนายทหารคนนี้เป็นหนึ่งในหัวกะทิของหน่วยรบภาคสนามและคุ้นๆด้วยว่า มีชื่อเสีย(ง)เกี่ยวกับเรื่องผู้หญิงบ่อยๆ

 

  จะเรียกได้ว่าภาพที่ปรากฏแก่สายตากำลังทำให้ซาเอะไม่พอใจอย่างมากก็ถูก เพราะคู่ที่กำลังต่อสู้กันในสนามตอนนี้ เป็นเด็กในความดูแลของเธอ ที่ถูกแนบชิดเรือนร่างโดยนายทหารมากชื่อเสีย(ง)เรื่องผู้หญิง

 

มือหยาบกร้านของชายทหารรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะแล้วดันกระแทกร่างอ้อนแอ่นชนเข้ากับต้นไม้อย่างจัง ปลายมีดคมกริบถูกตวัดเข้าจ่อคอของสาวน้อยที่ไร้ทางสู้ พยายามจะดิ้นให้หลุดจากการคุกคาม

 

ก่อนที่ใบหน้าของชายหนุ่มทหารจะก้มลงเข้าใกล้สาวน้อยที่ไม่กี่นาทีก่อนได้ต่อว่าให้เขาอับอายขายขี้หน้านักเรียนในคลาส เพราะเขาได้แอบลวนลามเพื่อนสาวของเธอ

 

แต่ตอนนี้ซาเอะบอกเลยว่าจะไม่ทน!

 

ก่อนจะรู้ตัวว่าเผลอทำอะไรลงไป เสียงกรี๊ดของนักเรียนในคลาสก็ดังขึ้นพร้อมสายตาตะลึงปนตกใจของสาวน้อยที่ถูกดึงรวบไปอยู่ข้างหลังของคนที่เข้ามาใหม่

 

“ซาเอะซัง!  คำว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ถูกกลืนหายลงไปในลำคอเมื่อถูกสายตาคาดโทษจากคนพี่ตวัดมาใส่

 

 เธอยืนอ่ำอึ่งเหมือนรูปสลัก กำลังสงสัยอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเมื่อครู่นี้ร่างของชายที่พยายามปล้นจูบเธอก็กระเด็นออกไปนั่งจุกอยู่บนสนามไกลจากต้นไม้

 

“อย่าบังอาจมายุงกับคนของฉัน!” คำว่าคนของฉัน ทำให้เสียงกรี๊ดดังต่อเนื่องและดังขึ้นกว่าครั้งแรกมาก จนคนกรี๊ดคอแทบแตก แต่ไม่ใช่กับคนที่ยืนฟังอยู่ด้านหลังแน่ๆเพราะตอนนี้หน้าแดงปี๊ดไปถึงหู

 

เรียวฮะรีบก้มหน้าแดงๆหลบลงพื้น ทั้งที่อยากตะโกนออกมาด้วยความดีใจกับคำว่า คนของฉันที่มันก้องอยู่ในหู พี่เขาแสดงความรักด้วย! แสดงว่า หึงเธออยู่!!

 

 “มะ ไม่ใช่นะครับ”  คนที่พึ่งรู้ว่าถูกหน้าแข้งของใครซัดกระเด็น รีบละล่ำละลักขอโทษ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาอีก

 

 คำว่า คนของฉัน เตือนให้เขารู้ว่า เล่นด้วยผิดคนเข้าให้แล้วไง

 

ใครจะไปรู้ว่า สาวน้อยปากกล้าคนนี้ เป็นคนของ มิยาซาวะ ซาเอะ!

 

  “หรือต้องให้ฉันเรียกคนมาลากไปสอบวินัย” คำว่าสอบวินัย ทำให้เขาสะดุ้ง เมื่อรู้ถึงกิตติศักดิ์ความโหดของการโดนจับไปสอบวินัยดี 

 

“ผะ ผมขอโทษครับ ผมจะไม่ทำอีกแล้วครับ”

 

“แล้วฉันจะเชื่อได้อย่างไร” ซาเอะยิ้มเหยียดแบบที่คนอื่นไม่เคยเห็น เวลาโมโหมากๆใครก็ห้ามไม่อยู่ แม้แต่ยูโกะ เพื่อนสนิทยังไม่กล้ายุ่ง

 

พอเห็นคนของตัวเองกำลังจะถูกลวนลามต่อหน้าแล้วมัน!

 

หึ อย่างหวังว่าจะรอด!! แกต้องตาย ตายเท่านั้น

 

“ผมสาบานครับ ผมสาบานว่าจะไม่ทำตัวอย่างนี้อีก ปล่อยผมไปเถอะครับ”  หน้าหรือศักดิ์ศรีตอนนี้หรือ ชายหนุ่มคงไม่มีเหลือให้เชิดชูเสียแล้ว เมื่อถูกหลายสิบชีวิตที่อายุน้อยกว่าหัวเราะเยาะอย่างสมเพช

 

  เป็นอันรู้กันดีในหมู่ทหารว่าองครักษ์ของเจ้าหญิง  ไม่ว่าใครคนใดก็ไม่ควรมีเรื่องด้วยเด็ดขาด เพราะมิเช่นนั้นแล้ว.. อาจตายโดยไม่รู้ตัว

 

ดูจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ขนาดเขาขึ้นชื่อว่าเป็นแนวหน้าในการออกภาคสนามยังไม่รู้ตัวเลยว่าฝ่ายที่แจกหน้าแข้งงามๆให้เข้ามาประชิดตัวได้ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

“เอายังไงดี” ซาเอะหันไปถามความคิดของนักเรียนที่ดูจะถูกอกถูกกันมาก กระทั่งคนที่เกือบจะถูกลวนลามต้องเอ่ยปากขอกัน เพราะกลัวชายตรงหน้าจะได้ตายกันไปข้างจริงๆ

 

“ปล่อยเขาไปดีกว่านะคะซาเอะซัง แค่นี้ก็กลัวจนไม่กล้าจะทำอะไรแล้วค่ะ”

 

“แต่เขามายุ่งกับเธอ” น้ำเสียงของคนโตกว่าแฝงความหวงอย่างชัดเจนจนเกิดเสียงโหฮิ้วแซวคู่ที่ยืนแจกน้ำตาลโดยที่ไม่รู้ตัว

 

 

 

“กรี๊ดด ซาเอะซัง หล่อมากค่ะ”

 

“เรียวฮะ ฉันขอคนนี้ ฉันขอคนนี้”

 

“ซาเอะซังของหนู กรี๊ดด ”

 

ห๊ะ!!  ของใครนะ! คนนี้ของฉันนน!!

 

สายตาไม่พอใจของสาวน้อยเผลอตวัดมองเพื่อนจนเกิดความเงียบชั่วขณะ 

 

“นะคะ ซาเอะซัง”

 

นะคะ ซาเอะซัง มันจำเป็นที่ต้องมาเกี่ยวแขนเธอ เอาหน้ามาถูๆไถ่ๆกับหัวไหล่เธอมั้ย น้องมันไม่อาย แต่เธออายเว้ย!

 

 

 

“กรี๊ดด รถอ้อยคว่ำ”

 

 

 

เอาเข้าไปเด็กพวกนี้

 

 นี่ ก็อีกคน อย่าคิดว่าจะยอมใจอ่อนให้ง่ายๆนะ

 

ดูสายตาสิ ดู..

 

“ก็ได้” อ้าวเฮ้ย ไม่เหมือนที่คุยไว้นิหน่า

 

ไหนว่าจะไม่ยอมง่ายๆไงเล่า! นี่ มันยิ่งกว่าปอกกล้วยเขาปากอีก เพียงแค่น้องมันอ้อนเข้าหน่อย ก็ยอมง่ายๆเลย

 

นี่ มันอาการของคนหลงเด็กชัดๆ มิยาซาวะ ซาเอะ

 

“แต่.. หลังจากที่หมอนี้เป็นเป้านิ่งให้พวกเธอซ้อมนะ” พึ่งจะเคยเห็นรอยยิ้มน่ากลัวจากซาเอะซังคนนี้เป็นครั้งแรก แล้วอย่างนี้คนน้องหรือจะกล้าขัดใจคนเป็นพี่….

 

 

 

บึ๋ยยย น่ากลัวววว

 

 

 

ขอให้ตายอย่างสงบ

 

 

 

อาเมน

 

 

 

  

 

 “ซาเอะซัง รอด้วย” เรียวฮะวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากกลุ่มเพื่อนเพื่อตามคนที่พึ่งจะแยกตัวออกมาหลังจากปล่อยให้นายทหารกลายเป็นเป้านิ่งให้เพื่อนของเธอซ้อมตั้งนานสองนาน

 

“คราวหลัง..ถ้าทำแบบนี้อีกฉันจะโกรธ”  แทนตัวว่าฉันเมื่อไหร่คนน้องรู้ได้ทันทีเลยว่าคนพี่อยู่ในอารมณ์ไหน

 

จะแปลกอะไรที่ถูกโมโห เมื่อเพื่อนตัวดีดันเล่าให้พี่เขาฟังว่า เธอไปทำอิท่าไหนถึงตกอยู่ในสถานการณ์นั้นได้

 

“แต่ซาเอะซังก็ตามมาช่วยนิคะ”

 

“ยังจะเถียงนะ”

 

“ก็อุสาขอโทษไปแล้วนะคะ สำนึกผิดแล้วด้วย” สาวน้อยของซาเอะทำหน้าตาน่ารักเป็นการอ้อนขอให้ยกโทษให้กัน ไม่พอยังทำตัวอ่อนตัวงอเลื่อยไปเกาะแขนเกาะขาคนโตกว่า

 

“ดีกันนะคะ ดีกันนะ นะคะซาเอะซัง”

 

ดูทำเข้า นึกว่าเธอมีหลานสาวอีกคน

 

“ทีหลัง ถ้ารู้ว่าเขาทำไม่ดีก็ไปแจ้งอาจารย์หรือไม่ก็รีบบอกพี่ ไม่ใช่บุ่มบ่ามทำอะไรเอง ก็รู้ว่าสู้เขาไม่ได้”  คำว่าพี่ถูกใช้แทนตัวเมื่อไหร่บอกได้ทันทีว่าอีกฝ่ายยอมอ่อนลงให้เกินครึ่ง

 

“ก็มัน

 

“ห้ามแก้ตัว” ซาเอะจ้องจะดุคนที่ไม่ยอมสำนึกผิดกับเธอ

 

“ขอโทษค่ะ คราวหลังจะบอกให้ซาเอะซังรู้ก่อนคนแรกเลยดีมั้ยคะ”

 

นั้นแหละ เธอที่เห็นคนดุขยับปากบอกว่าดีมาก

 

อะไรจะหวงกันขนาดนั้นคะ ก็ถ้า..

 

 “จะหวงกันขนาดนี้ เมื่อไหร่ซาเอะจะรักสักทีล่ะคะ”

 

“แล้วใครบอกว่าไม่รักล่ะแค่นี้ก็..’รักจะบ้าตายอยู่แล้ว”

 

 “อะไรนะคะ” เธอได้ยินไม่ถัดขออีกรอบได้ไหม พี่เขาพูดว่า อะไร พูดว่ารักเธอใช่รึเปล่า!

 

“ซาเอะซัง” คนน้องถามย้ำอีกครั้งเมื่อคนพี่ยังไม่ยอมพูดอีกรอบ ชักจะรู้สึกหน้าร้อนแผ่วไปถึงใบหู จู่ๆก็เกิดทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะเอาลูกตาซ่อนไว้ที่ไหน รู้แต่ว่าไม่กล้ามองสบตาพี่เขา ก่อนจะตัวอีกทีริมฝีปากก็ถูกปิดสนิทให้ต้องเบิกตาโพลง ตัวเอนตัวอ่อนยืนเองไม่อยู่ต้องพึ่งอ้อมกอดคนพี่ช่วยรับไว้

 

 “รักมาก และหวงมาด้วย พอใจยังคะ  อยากให้ใครถูกตัวแบบวันนี้อีก เข้าใจรึเปล่า”

 

เข้าใจมากๆ เข้าใจมากๆเลยค่ะ แต่ตอนนี้มันหูอือตาลายจนพูดไม่ออกแล้ว

 

เล่นแกล้งเขาไว้เยอะ พอถูกเอาคืนเธอไปไม่เป็นเหมือนกันนะ!!!

 

เจอแบบนี้เป็นใครใครก็ละลาย ซาเอะซัง ได้ใจเกินไปแล้ว!

 

คนปากแข็ง พอบทจะหายปากแข็ง ทำไมมันง่ายยังงี้ เพราะความหึงใช่มั้ยย    

 

 

 

   ซาเอะแอบใช้อภิสิทธิ์พิเศษแอบพาสาวน้อยที่ตนพึ่งจะไปสวีทมา(หลักจากยืนเป็นตัวอิจฉาพวกมาริโกะอยู่นาน) โดดเรียนมาหาคนที่กำลังยืนคุยกันอย่างออกอรรถรสซึ่งคาดว่าการตรวจดูความเรียบร้อยคงเสร็จสิ้นไปแล้ว เนื่องจากคนที่มารวมตัวกัน ไม่ว่าจะมายุ ยูกิ หรือแม้แต่เจ้าของงานพรุ่งนี้

 

ทันทีที่เดินเข้ามาสายตาทุกคู่ก็มองมาเป็นเชิงถามว่าแอบไปพาน้องมาตอนไหน แล้วนี้ดูจากเวลา มันยังไม่ใช่เวลาเลิกคลาสของน้องด้วยซ้ำ!!

 

แทนที่จะช่วยอบรมน้อง แต่นี้อะไร คนเป็นพี่ดันพาน้องเสียซะอย่างนั้น แบบนี้มันใช่ได้ที่ไหนกัน

 

 เรียวฮะโค้งศีรษะทักทายทุกคนแล้วยิ้มแหะๆให้ก่อนจะช่วยคนพี่แก้ตัวเมื่อถูกทั้งมาริโกะ ยูโกะ ไม่เว้นแม้แต่เจ้าหญิงของอาณาจักรรุมถามเรื่องที่พาเธอมาปรากฏตัวที่นี่

 

ก่อนซาเอะจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นยาวเหยียดในคลาสวันนี้ให้ทุกคนฟังรวมถึงเหตุผลที่พาน้องกลับมาก่อนเวลาอันสมควร

 

 

 

 

 

 

 

“แหะๆ”

 

“ยูโกะ!” ฮารุนะสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก รีบเอามือลูบหลังคนที่จู่ๆก็พรวดออกจากอ้อมกอดนั่งหอบอยู่บนเตียง

 

“ฝันร้ายอีกแล้วเหรอคะ” ยูโกะไม่พูดเพียงหันหน้าไปซบไหล่หญิงสาวข้างกาย

 

เอาอีกแล้ว ฝันแบบเดิมอีกแล้ว

 

วันนี้มันวันงานเสียด้วย มีอะไรบ้างอย่างที่เธอสังหรณ์ใจไม่ดีเลย

 

 

 

 

 

  วันนี้เป็นวันที่ยูโกะตื่นเช้ากว่าปกติและ.. เป็นเช้าที่ค่อนข้างแปลกประหลาดสำหรับเธอที่ต้องถ่อสังขารมาปลุกคู่อริเก่า อย่างทาคาฮาชิ มินามิ ให้ลุกออกจากเตียงมาคุยกันถึงเรื่องที่ทำให้เธอตื่นกลางดึกอยู่บ่อยๆ

 

อาจจะเป็นเพราะส่วนหนึ่ง เธอไว้ใจและคิดว่าประสบการณ์ของคนตรงหน้าจะช่วยอะไรเธอได้  ถึงได้กล้ามารบกวนทั้งที่ไม่ค่อยถูกกัน

 

  “ฉันไม่อ้อมค้อมนะ”

 

มินามิเลิกคิ้วข้างหนึ่ง ซึ่งดูกวนประสาทในสายตายูโกะ บอกว่า ก็ต้องการอย่างนั้น  ทำเอาคนพูดแอบหมั้นไส้ อยากลุกมาตะบันหน้าสักหมัด ถ้าไม่ติดว่ามาขอความช่วยเหลือ

 

“ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร ฉันฝันร้ายเรื่องของอัตสึโกะซ้ำๆ มันเป็นความฝันเกี่ยวกับเรื่องที่อัตสึโกะถูกทำร้ายเมื่อหลายปีก่อน”

 

เธอเห็นท่าทางกวนประสาทเมื่อครู่ขรึมลง  พอเป็นเรื่องอัตจังหน่อยแหละ ไม่ได้เลยนะ

 

“เมื่อนานมาแล้ว ตอนพวกฉันอายุประมาณ 15 ปี ฉันพาอัตสึโกะไปที่หมู่บ้านวิญญาณ.. และนั่นเป็นเหตุให้อัตสึโกะถูกแทงจนเกือบตาย”

 

 มินามิครางเสียงต่ำพยักหน้ารับรู้

 

รอยแผลเป็นที่อัตสึโกะปิดปากเงียบ ไม่ยอมบอกที่ไปที่มากับเธอ

 

 “รอยแผลเป็น..

 

 ยูโกะพยักหน้าให้เล็กน้อย “อัตสึโกะไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังบ้างเหรอ”

 

“ทำอย่างไม่รู้นิสัยเด็กนั่นไปได้” มินามิพูดด้วยท่าทางหงุดหงิด ถ้าเป็นเรื่องของคนอื่นล่ะ อย่าว่าแต่เอาครีมมาง้างเลย ต่อให้ใช้วิธีไหนก็ไม่ปริปากพูดหรอก

 

 

 

ยูโกะแอบหัวเราะกับนิสัยที่ไม่เคยเปลี่ยนของคนที่เปรียบเสมือนน้องสาวแท้ๆ

 

 

 

“ตอนนั้นฉันไม่แน่ใจหรอกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่พ่อของฉันเป็นคนแทงอัตสึโกะ และทำให้หมู่บ้านพังพินาศ ก่อนถูกฆ่าโดยราชสีห์สีเพลิงที่ถูกสะกดไว้ด้วยมือพ่อของฉันเอง”

 

 แม้ยูโกะจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่ไม่ได้คิดอะไรมากแต่แววตาของคนพูดกลับสั่นระริกเมื่อหวนนึกถึงเรื่องในอดีตที่ยังตามมาหลอกหลอนกันอยู่ในปัจจุบัน

 

“เสียใจด้วยนะ เรื่องพ่อของเธอ”

 

“ฉันเริ่มจะเฉยๆกับมันแล้วล่ะ ที่อยากเล่าให้ฟังคือช่วงนี้ฉันแค่ฝันถึงมันเท่านั้นเอง ฉันกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น เป็นห่วงอัตสึโกะน่ะ”

 

เธอก็อยากบอกออกไปเหมือนกันว่า เธอก็เป็นห่วง เป็นห่วงมากๆ

 

เป็นห่วงกว่าคนที่พูดไม่รู้กี่เท่า ถ้ามันเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกเอ่ยถึง

 

 “ฉันพอจะรู้จักคนที่ช่วยเธอได้นะ”

 

ยูโกะเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรก็ถูกมินามิสั่งให้ลุกตามออกไป

 

อยากจะส่ายหน้าให้นิสัยชอบทำอะไรลึกลับ ตามใจตัวเอง คิดอะไรได้ก็จะสรุปให้ทำอย่างนั้น ไม่ถามความคิดเห็นเธอเลยว่าอยากออกไปด้วยมั้ย

 

แต่ก็น่าแปลกที่คนอย่างนี้กับใจเย็นได้เมื่ออยู่กับอัตสึโกะ

 

หรือเป็นผู้ปกครองที่ดีมากๆให้อัตสึมิจัง

 

 

 

มีหลากหลายมุมจนเธอยังอดนับถือไม่ได้จริงๆ

 

 

 

จนกระทั้งเธอถูกพามาถึงบ้านไม้เล็กๆแห่งหนึ่งในแถบชานเมือง ที่ด้านหน้าปลูกกุหลาบหลายสีในกระถ่าง

 

บ้าน มัตสึอิมันมีที่แบบนี้อยู่ด้วยหรือไงเล่า

 

นี่ขนาดเธออยู่ อากิบะ มาตั้งแต่เด็กยันโตก็พึ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก

 

แล้วไอ้สถานที่แบบนี้มันจะช่วยเธอได้รึไง

 

ที่น่าสงสัยที่สุด คือ คนที่พาเธอมารู้จักกับสถานที่อย่างนี้ได้ยังไง

 

ทั้งที่ไม่ใช่คนชอบสุงสิงกับใคร

 

มีพิรุธชะมัด หรือจะเป็นที่กบดาน แอบทำอะไรลับหลังอัตสึโกะ!

 

 “นี่เธอรู้จักที่แบบนี้ได้ยังไง แล้วอยู่ๆพาฉันมาที่นี่ทำไม”

 

“อย่าพึ่งพูดมากน่า”  มินามิรีบตัดบทพยายามจะเลิกสนใจคนที่กำลังจับพิรุธเธอ ไม่ต้องใช้ใจการอ่านใจเลยสักนิด เพราะแค่มองหน้ายูโกะ เธอก็รู้แล้วว่ายัยนี้มันคิดอกุศลอะไรอยู่

 

ก๊อกๆ

 

มินามิลงมือเคาะประตูไม้ด้านหน้าท่ามกลางสายตาที่ยังจ้องเธออย่างจับผิด

 

เธอมันไม่อะไรให้น่าจับผิดขนาดนั้นเลยรึไงเล่า แค่รู้จักเจ้าของบ้านหลังนี้มันแปลกตรงไหน

 

 ไม่นานประตูที่ถูกปิดสนิทก็แง้มออก คนที่ออกมาเปิดประตูไม่ได้มีสีหน้าตกใจกับแขกที่มารบกวนในเวลาเช้าตรู่แม้นสักนิด ออกจะมีสีหน้ายิ้มแย้มตอนรับเป็นพิเศษ

 

รู้อยู่แล้วเป็นสิ่งที่ทำให้มินามิหน้าบึ่งไม่ชอบใจกับเจ้าของรอยยิ้มตรงหน้า

 

ชีวิตนี้ ทำไมเธอจะต้องมาเกี่ยวพันกับพวกภูติด้วยนะ ทั้งที่พยายามจะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยแล้วแท้ๆ

 

“เชิญด้านในเลยค่ะ”  

 

 

 

“นี่ ฉันถามจริงเธอรู้จักที่แบบนี้ได้อย่างไร” ยูโกะอดจะกระซิบถามไม่ได้ เพราะดูมุมไหนมันก็หน้าสงสัยและคนอย่างมินามิก็ไม่มีทางจะรู้จักที่แบบนี้แน่ๆ ยิ่งเป็นคนไม่ชอบเรื่องดวง โชคชะตา การทำนาย ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่มีทางจะมาแน่ๆ ยกเว้นจะแอบซุกใครหรือซุกอะไรไว้

 

“อยากรู้มากก็ไปถาม ยัยตัวยุ่งโน้น ยัยนั้นก็เคยมา”

 

“ห๋า!! อัตสึโกะเคยมา! ตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

“ก็บอกให้ไปถามเองไงเล่า” มินามิรีบบอกปัดอย่างเซ็งๆ จะไม่เคยมาได้อย่างไร เมื่อตอนนั้นก็เกือบจะเห็นเธอกลายร่างกลับเป็นมนุษย์อยู่ในบ้านหลังนี้เพราะไอ้คนที่พึ่งจะเชิญเธอเข้ามานี่ละ ตัวดี

 

 “เชิญนั่งเลยค่ะ” ภูติในร่างมนุษย์ขยิบตาให้มินามิกับผู้หญิงด้านหลังที่มานั่งลงหน้าคนรักของเธอ ซึ่งเธอได้บอกไว้ตั้งแต่เมื่อคืนว่า เช้านี้จะมีแขกคนพิเศษมาขอความช่วยเหลือ

 

  และก็เป็นดังน้ำคำ เมื่อแขกทั้งสองคนมาตรงเวลาแปะอย่างกับเธอได้นัดแนะไว้

 

 ยอมรับว่า ตั้งแต่เหตุการณ์ที่ลินดาจากไป เธอแทบไม่ได้พบอดีตราชาอีก  แม้พบกัน..ในตอนนั้นอดีตราชาก็จำเธอไม่ได้ พลังเวทย์ที่เปลี่ยนแปลงทำให้การรับรู้ตัวตนของพวกเธอน้อยลงไปด้วย และไม่สามารถรับรู้ตัวตนของพวกได้อีกถ้าพวกเธอไม่จงใจปรากฏตัวออกมาให้เห็น กระทั่งครั้งที่ความทรงจำกลับมา อดีตราชาก็ยังคงเลี่ยงที่จะยุ่งเกี่ยวกับพวกเธอต่อไป

 

 

 

  “พวกคุณมีอะไรให้ฉันช่วยค่ะ”

 

  มินามิหันมองคนที่นั่งเก้าอี้ด้านข้างพยักหน้าบอกให้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ผู้หญิงคนนี้ฟัง เพราะดูท่าอีกฝ่ายจะไม่ค่อยไว้ใจที่จะเล่าเรื่องให้คนแปลกหน้าฟังเท่าไหร่

 

  “ไว้ใจได้” มินามิขยับปากให้คนด้านข้างอ่าน เพราะพื้นที่ที่นั่งมีขนาดเล็กแม้ส่งเสียงเล็กๆออกมาก็ทำให้ได้ยินกันทั้งห้อง

 

   “ฉันฝันร้ายติดกันหลายวันแล้วค่ะ มันเป็นฝันที่เกี่ยวกับเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว และฉันมักจะฝันซ้ำๆแบบนี้ประจำ ถึงเรื่องที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งเกือบตาย”

 

“ผู้หญิงคนนี้เป็นคนใกล้ชิดของคุณใช่มั้ยค่ะ”

 

 ยูโกะขานรับเสียงเบาในลำคอก่อนผู้หญิงผิวขาวราวน้ำนมจะขอมือข้างหนึ่งของเธอไปวางไว้บนโต๊ะ

 

  สัมผัสบนฝ่ามือทำให้ยูโกะสะดุ้งวาบ เพราะมือนุ่มของหญิงสาวคนนี้ลูบวนบนฝ่ามือของเธอ

 

ได้แต่ส่งสายตาขอร้องให้คนข้างๆ  ไม่เล่าเรื่องนี้ให้ฮารุนะ ฟัง

 

เพราะไม่งั้นเธอตาย! ที่ปล่อยให้ผู้หญิงที่ไหนไม่รู้จับไม้จับมือ

 

แม้จะเป็นไปเพื่อคำทำนายก็เถอะ

 

คิดหรือว่า ถ้าอีกคนได้ยินจะไม่ หึง!

 

 สักพักเรนะก็ปล่อยมือของยูโกะให้เป็นอิสระ เม้มริมฝีปากนิดๆพยายามเรียบเรียงคำพูดที่ต้องการสื่อ

 

“หญิงจากแดนไกลจะนำเรื่องวุ่นวายมาสู่พวกท่านแล้วความจริงที่ถูกปิดบังในอดีตจะปรากฏ”

 

 “ฉันไม่เข้าใจ” ยูโกะกดคิ้วลงกับคำพูดกำกวม เห็นหญิงสาวนักทำนายหันไปด้านหลัง กระซิบอะไรบางอย่างกับร่างสูงที่ยืนซ้อนอยู่ก็ยิ่งกดหัวคิ้วลงด้วยความมึนงง

 

  “เรื่องเมื่อประมาณ 15 ปีก่อนที่เกิดขึ้นกับพวกท่าน จะถูกทำให้รู้ความจริงโดยหญิงที่พวกท่านจะพบในค่ำคืนนี้.. ทว่า.. ผู้หญิงคนนั้นมาพร้อมอันตราย พวกท่านพึ่งระวังตัวไว้ เจ้าของดวงตาสีฟ้า เด็กคนนั้นจะมีอันตราย”

 

อัตสึมิทั้งสองหันมองหน้ากันทันทีที่ชื่อของเด็กสาวปรากฏในความคิด

 

มินามิพยักหน้าให้ยูโกะ

 

“เธอรีบกลับไปบอกพวกมาริโกะให้เพิ่มเวรยามในคืนนี้ก่อนเถอะ ส่วนเรื่องหญิงจากแดนไกลนั้น ฉันจะลองหาทางจัดการดู กลับไปเจอกันที่ปราสาท ฉันมีเรื่องสงสัยนิดหน่อย เดี๋ยวจะรีบตามกลีบไป”

 

ยูโกะไม่ได้มีท่าทางอิดออดไม่พอใจกับประโยคแกมสั่งของมินามิ เพราะรู้ดีทุกคำพูดที่ออกมาจากริมฝีปากคู่นั้นได้ผ่านการพิจารณาอย่างถีถ้วนแล้ว

 

“ฉันจะรออยู่นั่น ฝากด้วย”

 

มินามิผงกศีรษะรับรู้ครั้งส่งสายตาบอกให้แคโรลีนให้เล่าเรื่องทุกอย่างที่ยังไม่ถูกเล่าออกมาให้หมด เพราะเรื่องนี้มันหมายถึงชีวิตของคนใกล้ตัวเธอ

 

“เรนะ ฉันขอตัวสักเดี๋ยวนะ”

 

 

 

การที่มินามิถูกเชิญให้เคลื่อนตัวออกจากในบริเวณบ้านไปยังสวนหย่อมเล็กใกล้ๆ

 

เป็นการบอกเจ้าตัวรู้อยู่นัยๆว่าเรื่องที่ยังไม่ถูกเล่าออกมาเป็นเรื่องสำคัญมาก เกินกว่าจะปล่อยให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามายุ่งได้

 

  “จิ้งจอกเก้าหาง”

 

 “อะไรนะ”  หลังจากเหลือกันอยู่สองคนบทสนทนาเชิงลึกก็ถูกร่ายให้ฟัง

 

 จูรินะยืนถ้วยชาให้มินามิที่นั่งตีหน้าเครียดบนม้านั่งไม้ ตั้งแต่ได้ยินชื่อของสิ่งมีชีวิตที่ไม่น่าจะปรากฏตัวอยู่ที่นี่

 

จิ้งจอกเก้าหาง ปีศาจทรงภูมิปัญญา ครั้งหนึ่งเคยเป็นบริวารของไมโกะ ก่อนที่เจ้าตัวจะยกเลิกสัญญาและสละตำแหน่งมหาเวทย์ออกมาจากสมาคม ก่อนมายังที่ดินแดนสีขาว เรื่องต่อจากนั้นเธอไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องที่ไมโกะไม่เคยเล่าให้ฟัง

 

 “ไม่ผิดแน่ จากคำทำนายของเรนะ  สุภาพสตรีผู้มีดวงประทิปทั้งเก้า ทรงภูมิปัญญาและมาด้วยเวทย์กาย จะปรากฏขึ้นต่อหน้า ขัตติยะแห่งเมืองโบราณผู้มีดวงตาแห่งท้องนภาและผู้ถูกสลักในป่า จะถูกสังเวยโดยหนังสือดำ ”

 

“หมายความว่า

 

“จิ้งจอกเก้าหางมากำลังต้องการวิญญาณเพื่อเป็นเครื่องสังเวยให้ตนเองเพิ่มพลังบำเพ็ญตบะ.. ไม่ใช่แค่เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้า แต่ผู้ที่เคยถูกสลักด้วยคมดาบในป่าอาถรรพ์กำลังตกอยู่ในอันตราย”

 

 มินามิเม้มปากแน่น ถ้าจะให้ยกเลิกงานตอนนี้ก็หาใช่เรื่อง  เพราะรู้ดีถึงความสำคัญของงานในครั้งนี้  แต่การที่จิ้งจอกเก้าหางปรากฏตัวขึ้นที่นี่นั่นย่อมหมายถึงชีวิต  เธอรู้จิ้งจอกเก้าหางไม่เคยยอมสยบให้ใคร

 

“ทั้งๆทีที่นี่ห่างไกลจากที่ที่นางน่าจะอยู่นะหรือ ทำไมถึงได้มา”

 

“ท่านน่าจะทราบ.. ด้วยวิทยาการโบราณที่ท่านมอบให้แด่ผู้เป็นเจ้าของปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ดึงดูดทุกชีวิต  มิใช่เพียงมนุษย์ที่แสวงหาพลัง สิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาก็ต้องการพลัง และ..ดอกไม้ที่เริ่มบานสะพลั่งกำลังส่งกลิ่นแห่งความชั่วยวน”

 

 ดอกไม้ที่เริ่มบานสะพลั่งหรือ ชั่งเปรียบเทียบนัก

 

เพราะพลังแท้ๆ ถึงได้นำเรื่องที่ไม่สมควรเข้ามาให้แก่เด็กคนนั้น

 

“ข้าควรจะรับมือกับนางอย่างไร”

 

“เพียงอย่าให้นางเข้าถึงตัวของทั้งสองคนน่าจะเพียงพอแล้วมิใช่หรือ”

 

“หากง่ายอย่างนั้นคงจะดี เจ้ารู้.. จิ้งจอกเก้าหางมากด้วยเล่ห์สารพัดวิธี ขนาดตัวข้านี้ยังยากจะรับมือ”

 

“ท่านมินามิ..

 

“อย่างไรเสียเรื่องนี้ข้าจะลองจัดการ ฝากบอกนางด้วยว่า ขอบคุณสำหรับการทำนายครั้งนี้”

 

“ท่านมินามิ ยังมีอีกเรื่องที่ท่านควรรู้..” จูรินะรีบเรียกไว้ก่อนมินามิจะกลับออกไป

 

“เกี่ยวกับความทรงจำของเด็กคนนั้น ลินดามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย”

 

 คำพูดของจูรินะทำให้ฝีเท้าทั้งสองชะงักงึก

 

“ลินดาเคยปรากฏตัวที่นั่นเพื่อช่วยชีวิตของผู้ถอนคำสาป”

 

กลายเป็นนามสมมุติที่ถูกตั้งขึ้นให้มินามิรับทราบก่อนจะหันหน้ากลับมามองคนที่เรียกเธอเอาไว้

 

 “ยังมีเรื่องอะไรที่ข้าไม่รู้อีกรึเปล่า”

 

 ลินดา.. รู้จักกับพวกเด็กนี้ก่อนที่เธอจะเจอ..

 

แสดงว่าเรื่องที่ผ่านมา เป็นฝีมือของภูติมาตั้งแต่เริ่มแล้วงั้นหรือ

 

 

 

 

 

มินามิกลับมาที่อีกครั้งในช่วงสายของวันที่เริ่มเปิดตอนรับแขกจากต่างเมืองเข้ามาในตัวปราสาท เธอพยายามเลี่ยงการพบปะกับคนแปลกหน้าจนพาตัวเองมาอยู่ที่หน้าห้องนอน

 

 เรื่องที่แคโรลีนบอกยังคาใจเธออยู่มาก เพราะการที่ลินดาเข้าไปเกี่ยวข้องกับอดีตของพวกยูโกะ มันต้องมีความลับอะไรซ่อนอยู่ในเหตุการณ์นั้น แต่มันเป็นความลับอะไรนั้น เธอเองก็ไม่สามารถบอกได้

 

เพราะความลับมันได้ถูกปิดตายไปพร้อมกับลินดาเสียแล้ว..

 

เธออยากจะรู้นักว่า เจ้าภูติตัวดีวิญญาณอีกเสี้ยวหนึ่งรู้อะไรกันแน่

 

 

 

 เธอตัดสินใจแง้มประตูเข้ามาในห้องนอนที่ได้ทิ้งอัตสึโกะกับอัตสึมิไว้เมื่อเช้า ก็พบเพียงความว่างเปล่า

 

คาดว่าคนรักกับลูกสาวคงตื่นออกไปเตรียมตัวสำหรับงานในค่ำคืนนี้แล้วกระมัง

 

ถ้ายังไม่ตื่นกันคงจะแปลก ไม่รู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะงอแงรึเปล่าที่ตื่นมาแล้วหาเธอไม่เจอ เพราะเมื่อเช้าเธอก็ไม่ได้บอกเอาไว้ด้วยว่าจะออกไปไหน มีแต่อัตสึโกะที่พอรู้ตัวอยู่บ้างว่ายูโกะมาเรียกเธอให้ออกไปด้วยกัน

 

เฮ้อ พอนึกถึงหน้าคนสำคัญทั้งสองเธอก็กังวลใจ

 

เพราะเอาเข้าจริง เธอก็ยังรู้จะรับมือกับจิ้งจอกเก้าหางอย่างไร

 

  ไม่รู้ว่าฝ่ายนั้นถึงฤทธิ์เดชมากแค่ไหน และคนที่น่าจะรู้ดีที่สุดอย่างไมโกะ ก็ไม่มีตัวตนอีกต่อไป

 

แล้วเธอจะหาทางรับมือได้อย่างไร ทุกย่างก้าวที่เธอตัดสินใจมันหมายถึงชีวิตของคนสำคัญ

 

 

 

  พอตกเย็นมา เริ่มเข้าสู่ช่วงของเวลางาน มินามิรีบพาตัวเองมาสมทบกับยูโกะที่ยืนอยู่ด้านข้างมาริโกะซึ่งเธอได้บอกเอาไว้ก่อนหน้าให้เตรียมกำลังคุ้มกันให้ดี แม้สองคนนี้จะอยู่ในชุดทักซิโด้สีดำใส่หน้ากากสีเงินครึ่งหน้า เธอก็จำได้เพราะรูปร่างอันโดดเด่นของทั้งคู่

 

“อัตสึโกะไปไหน” เธอถามออกไปเมื่อไม่เห็นคนที่ควรจะอยู่ในงาน ยิ่งอยู่ในเวลาหน้าซิวหน้าขวานความกังวลของเธอก็เพิ่มมากเป็นเท่าตัวจนรู้สึกถึงความเปียกชุมบนฝ่ามือ

 

“ยังไม่ออกมาเลย ตอนนี้อยู่กับพวกฮารุนะ อัตสึมิจังด้วย ไม่ต้องห่วง แล้วเกิดอะไรหลังจากที่ฉันกลับมา”

 

   มินามิในชุดคล้ายกับยูโกะหันมองหน้าคนถาม “จิ้งจอกเก้าหางกำลังจะมาที่นี่”

 

“อะไรนะ!

 

“เธอรู้ใช่มั้ยว่าสิ่งที่ฉันพูดถึงมันมีอันตรายขนาดไหน ขนาดฉันยังเป็นกังวลที่จะรับมือด้วย”

 

“แล้วทำไมไม่รีบบอกกันก่อน อย่างน้อยถ้าสั่งให้ทหารสกัดคนหน้าสงสัยไว้ก็อาจจะทันการ”

 

“ไม่มีประโยชน์เหรอ เวทย์ปลอมแปลงของจิ้งจอกเก่าหาง ถ้าไม่ใช่คนที่เคยสัมผัสมาก่อนจะไม่มีทางรู้เด็ดขาด มีทางเดียว คือเราต้องปล่อยให้มันเข้าใกล้เป้าหมาย เราถึงจัดการมันได้ พยายามจับตาดูคนที่จะเข้าใกล้อัตสึมิจังกับอัตสึโกะไว้”

 

“ทำไมต้องอัตสึโกะด้วย”

 

“เพราะเป้าหมายของมันไม่ใช่แค่อัตสึมิจังแต่มันยังหมายตาอัตสึโกะไว้อีกคน”

 

ยูโกะกัดปากอย่างหงุดหงิด ทั้งที่คนอื่นมีเยอะแยะแต่มันดันเลือกเจาะจงเฉพาะสองคนนี้ ไม่เข้าใจความคิดเลยสักนิด ถ้าต้องการพลังเวทย์จริง อย่างมินามิหรือแขกที่มาร่วมงานในวันนี้ไม่น่าจะสนใจมากกว่าอัตสึโกะหรืออย่างไร เพราะกับอัตสึมิเธอยังพอเข้าใจ

 

  “มาริโกะฝากสังเกตการณ์ให้หน่อยได้ไหม” 

 

“อื่อ ฉันไม่มีปัญหาหรอกนะ”

 

“ถ้าใครเข้าใกล้อัตสึโกะลงมือได้เลยนะคะ ฉันคิดว่าโอกาสที่เหมาะที่สุดคือตอนเต้นรำ”

 

 มาริโกะขยับศีรษะเล็กๆเป็นการตอบรับ ก่อนไฟทุกดวงในสถานที่จัดงานจะดับลงทั้งสามคนได้ยินเสียงฮื่อฮาดังตามมาอีกเป็นระล่อ ก่อนหันมองไปสนใจยังจุดที่แสงไฟตกลงมากระทับกัน

 

อ่า สวย

 

เสียงอื้ออึงดังมาต่อเนื่อง เพราะการปรากฏตัวของของผู้หญิงทั้งแปดคนที่กำลังเข้ามาทางประตูอีกฝั่งซึ่งถูกจัดเตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับเจ้าภาพของงาน

 

 หญิงคนแรกเป็นหญิงสาวในชุดราตรีสีขาวยามลงมาถึงเข่าสวมหน้ากากสีทองตัดกับสีผิวขาวๆผมถูกเกล้าขึ้นไปอยู่บนศีรษะมีเกลียวลงมาเล็กน้อยบริเวณข้างแก้ม กำลังจับจูงมือเล็กๆของเด็กสาวที่อยู่ในชุดกระโปรงลูกไม้ยาวถึงข้อเท้าสีครีม สวมหน้ากากเป็นสีเดียวกันกับคนที่จับจูง และถัดมาด้านขวา หญิงสาวตัวเล็กร่างเพรียวอยู่ในชุดราตรีเปิดหลังสีดำสวมหน้ากากสีน้ำม่วงเข้มทำให้รดูเซ็กซี่น่าค้นหา แต่มันกำลังทำให้คนบางคนอกใกล้แตกตาย เมื่อดันไปเจอเข้ากับสายตาของคนในงานที่มองร่างเพรียวอย่างกับจะกินเข้าไปทั้งร่าง

 

สัญญาไว้แล้วแท้ๆว่าจะไม่แต่งตัวโป้! แต่นี้อะไร

 

มาริโกะพยายามข่มลงหายใจให้เป็นปกติ เพื่อที่จะไม่เข้าไปฉุดคนที่จงใจยั่วออกไปจากงานด้วยกันตอนนี้

 

 มาต่อกันที่หญิงด้านซ้ายของคนที่เดินนำเข้ามา จากปกติที่ไว้ผมทรงทวินเทลวันนี้ถูกปล่อยและถักเปียกที่ด้านหลังเหมือนทรงผมแต่งงาน สวมเดชรสีดำแหวกข้างและหน้ากากสีเงิน ซึ่งช่วยทำให้บุคลิกโดยรวม ดูเป็นผู้ใหญ่จนคนที่เห็นหน้าอยู่ทุกวัน ยังอดตะลึงกันไม่ได้

 

 ยูโกะคาดว่าคงมาในคอนเซ็ปที่คล้ายๆกับคนหน้าหลังเจ้าตัวที่ต่างกันแค่สีชุด เมื่อยูกิรินอยู่ในเดชรสีขาวสวมหน้ากากสีมรกต

 

และคนที่ยูโกะชื่นชมสุดๆเพราะเทใจให้คงไม่พ้นคนที่เดินคู่ขนานกับยูกิริน ซึ่งอยู่ในชุดราตรีสีดำแหวกข้างจนเห็นขาอ่อนกับหน้ากากสีน้ำเงินเข้ม

 

จะว่าหวงมันก็หวงอยู่หรอก แต่สำหรับเธอมันก็ถือว่าเป็นอาหารตามากกว่า

 

คนอื่นก็แค่ได้มอง แต่เธอไม่สัมผัส

 

เพราะฉะนั้นก็ไม่มีปัญหา

 

และสองคนสุดท้ายที่เดินรั้งท้ายมา อยู่ในชุดทักซิโด้สีขาว สวมหน้ากากสีดำครึ่งหน้าพร้อมอาวุธประจำตัวที่เรียกได้ว่าเป็นสองคนที่เสียงกรี๊ดของกลุ่มสาวๆได้เป็นอย่างดี โดนเฉพาะกลุ่มนักเรียนของโรงเรียนเวทย์ชั้นปีสุดท้ายที่ถูกเกณฑ์ให้มาช่วยงานในค่ำคืนนี้

 

 

 

มินามิยังคงช้อนตามองคนที่ส่งยิ้มให้ด้วยใบหน้าที่รู้สึกร้อนวูบวาบ

 

ยัยตัวร้ายของเธอสวยมากจริงๆ ยิ่งเห็นอยู่ในลุกนี้ยิ่งสวย

 

จะกี่ทีๆเธอก็ไม่ชิน เพราะมันทำให้หัวใจของเธอทำงานมากกว่าปกติ

 

และยากที่จะควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย

 

แต่เธอก็ชอบ ชอบจะเห็นอัตสึโกะแต่งตัวแบบนี้

 

“เอาล่ะค่ะทุกคน ในนามของเจ้าภาพวันนี้ ขอให้ทุกคนสนุกไปกับงานในค่ำคืนนี้นะคะ” มันเป็นคำกล่าวเปิดงานเล็กๆที่ดึงสติของทุกคนให้กลับมาพร้อมๆกับเสียงของดนตรีที่เริ่มบรรเลงดังกระหึ่ง เสียงตบมือจากผู้มารวมงานดังไม่ขาดสายและหลายคนก็เริ่มจะมองหาคู่เต้นรำของตัวเอง

 

 

 

 มินามิทำท่าจะเดินเข้าไปหาคนที่อยู่กลางวงล้อมอย่างเป็นห่วงความปลอดภัยเพราะผู้คนมากมายเริ่มจะให้ความสนใจเข้าไปคุยกับเจ้าภาพของงาน เธอกลัวว่าหนึ่งในนั้นจะมีคนที่ประสงค์ร้ายอยู่  ถึงเธอจะไม่ได้เจาะจงว่าเป็นจิ้งจอกเก้าหางหรือใครก็ตาม

 

แต่ถ้าอยู่ในสภาพอย่างนี้ก็เสี่ยงจะถูกทำร้ายได้ง่าย แม้จะมีมาริโกะค่อยจับตาดูอยู่ หรือซาเอะ ซายากะไม่เว้นฮารุนะที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดให้แล้วก็ตามที

 

ก่อนจะถูกขัดจังหวะโดยร่างเล็กที่พุงเข้ามาหาให้ต้องหยุดเดินรีบรับร่างเล็กๆมาจับเอาไว้

 

“ป๊ะป๋าขา”

 

 “ว่าไงค่ะ วันนี้ใครแต่งตัวให้หนูเอ่ย สวยจังคนเก่งของป๊ะป๋า”

 

“หม่าม๊าค่ะ วันนี้ป๊ะป๋าหายไปไหนมาคะ” มินามิยิ้มให้กับความขี้อ้อนชั่งถามของลูกสาว  นี่ สงสัยคงตื่นมาแล้วเดินหาเขาไม่เจอแน่เลย  

 

ขนาดใกล้จะแปดขวบแล้วยังอ้อนเก่งไม่เลิกเลยเด็กคนนี้

 

“พาลุงยูของหนูไปทำธุระมาค่ะ”

 

“ ป๊ะป๋า หนูรู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้ค่ะ”

 

“รู้สึกไม่ดียังไงคะ” อัตสึมิกดหัวคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยพยายามดึงชายเสื้อให้มินามิโน้มหน้าลงมาใกล้

 

“หนูบอกไม่ถูกค่ะป๊ะป๋า แต่หนูไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย”

 

 มินามิใช้วงแขนดึงร่างเล็กเข้ามาแนบกับอกและยกมือลูบศีรษะเบาๆ

 

ลางสังหรณ์เธอกำลังบอกว่า ลูกสาวเธอเริ่มรู้ตัวแล้วและสัมผัสได้ถึงภัยที่เข้ามาคุกคาม แม้จะไม่ปรากฏชัด แต่ไม่อาจจะหลบสัญชาตญาณไปได้

 

มาแล้ว จริงๆสินะ

 

 “ไม่ต้องกลัวนะคะ ป๊ะป๋าจะไม่ให้ใครมาทำอะไรหนู”

 

มินามิแอบส่งสัญญาณผ่านมือให้มาริโกะกับยูโกะที่คอยสังเกตการณ์ได้รับรู้ว่า มีสิ่งไม่ปกติอยู่ในงานเพื่อให้ทั้งสองคนเตรียมรับมือ

 

 

 

“คุณจะรังเกียจไหมคะ ถ้าฉันจะขอเต้นรำด้วย”

 

  และเสียงเรียกจากด้านหลังทำให้อัตสึมิสะดุ้งวาบตวัดสายตาไปมองอย่างไม่ค่อยพอใจ ต่างกับมินามิที่ค่อยๆมองสำรวจผู้หญิงที่เดินเข้ามาหาช้าๆ เธอคนนี้สูงพอๆกับอัตสึโกะอยู่ในชุดราตรีสีขาวและหน้ากากสีม่วงเข้ม ไว้ผมสั้นประบ่า ดวงตาเป็นสีเงินเหมือนแร่บริสุทธิ์ ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกว่าจะเป็นเจ้าหญิงที่มาจากอาณาจักรใหญ่ทางตอนเหนือซึ่งมาขอรวมงานด้วยและเป็นคนที่มีชื่อเสียงค่อนข้างมาก ในเรื่องปฏิภาณ ไหวพริบ เห็นว่ามาถึงอากิบะตั้งแต่วันก่อน

 

หากเธอปฏิเสธคงจะเสียมารยาทน่าดู

 

     มินามิสัมผัสได้ถึงแรงรัดบริเวณแขนที่แน่นขึ้นก่อนจะค่อยๆเคลื่อนสายตามามองยังคนกระทำ เป็นลูกสาวตัวเล็กนั้นเองเกี่ยวเธอเอาไว้ และยังมองผู้หญิงที่เข้ามาใกล้เธอด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

 

 คงจะหวงสินะเนี่ย

 

มินามิแอบยิ้มขำเด็กในอ้อมกอด เพราะนอกจากอัตสึโกะ ก็เรียกว่ายากมากที่จะมีผู้หญิงคนอื่นเข้าถึงตัวเธอได้

 

“ป๊ะป๋าขอตัวสักเดี๋ยวนะคะ คนดี” เธอกดจมูกลงแก้มนุ่มทั้งสองข้างอย่างเอาใจ เพื่อจะให้เจ้าตัวเล็กยอมปล่อยเธอ

 

“ไม่อยากให้ป๊ะป๋ายุ่งกับคนนี้” มินามิพยายามไม่หลุดหัวเราะ อัตสึโกะจะเห็นรึเปล่าว่ามีคนตามหวงเธอแทนขนาดไหน ว่าแล้วก็ช้อนสายตามองไปหาคนที่กำลังแอบมองมาทางนี้หน่อยๆ และนั้นแหละที่เธอเห็นรอยยิ้มที่มุมปาก

 

ท่าทางอย่างนี้ นัดกับเจ้าตัวเล็กไว้แล้วแน่ๆ

 

ร้ายนักนะ ทั้งแม่ทั้งลูก

 

 “แปบเดี๋ยวนะคะคนดี ป๊ะป๋า จะรีบกลับมาหาหนูกับหม่ามี้โอเคมั้ยค่ะ” เพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทกับแขกที่รออยู่ มินามิจึงต้องขอความช่วยเหลือผ่านทางสายตาให้ยูโกะมารับลูกสาวสุดที่รักไป โดยไม่ลืมจะทำข้อตกลงบางอย่าง เพื่อไม่ให้เจ้าตัวเล็กงอน

 

ซึ่งคนที่มารับเจ้าตัวเล็กสุดแสบของมินามิก็พอจะเข้าใจความลำบากใจนั้นอยู่หรอก เล่นถูกลูกสาวตามหวงขนาดนี้ ไม่เป็นอันทำอะไรพอดี

 

 

 

“ขอโทษด้วยค่ะที่เสียมารยาท” มินามิเลือกจะไม่ใช่คำพูดที่ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็นและพยายามจะไม่โดนตัวคู่เต้นรำมาก เพื่อแสดงจุดยืนให้เห็น

 

ไม่ใช่แค่ลูกที่หวงเธอ แต่เธอก็เป็นคนที่หวงตัวมากเหมือนกัน

 

“ลูกสาวเหรอคะ น่ารักดีจัง” แล้วเสียงหวานก็ได้โอกาสเอ่ยถาม ไม่มีแววแปลกใจเลยว่าทำไมเด็กสาวคนเมื่อครู่ถึงเรียกมินามิว่าป๊ะป๋า เพราะก่อนหน้าก็ได้รับข้อมูลของอาณาจักรมาก่อนแล้วว่า มีการแต่งงานกันระหว่างผู้หญิงเกิดขึ้นและมีราชทายาทหนึ่งคน

 

  มินามิพยักหน้าตอบคำถาม ไม่คอยอยากจะสนทนาพลางก้าวเท้าไปตามจังหวะเพลง เธอรับรู้ได้ถึงสายตาที่จับจ้องอยู่ คงไม่ต้องบอกว่าเป็นของใคร

 

และเธอก็ไม่ได้อยากทำให้ตัวเองถูกมองด้วยสายตาแบบนี้ด้วย ถ้าไม่ติดว่าต้องรักษามารยาท เธอจะไม่ยอมเต้นรำกับคนอื่นเด็ดขาด

 

“ไม่น่าเชื่อว่านะคะ ว่าจะมาขอฉันเต้นรำ”

 

 “แปลกเหรอคะ” หญิงสาวส่งยิ้มผ่านหน้ากากที่ปิดบังใบหน้าเกือบครึ่ง จงใจกระซับมือของคนที่จับ ทำให้มินามิผงะเล็กน้อยแต่ยังคงเต้นรำต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

 

 และ ใช่ ผู้หญิงคนนี้จงใจยั่วโมโหคนของเธอ ที่ตอนนี้กำลังเต้นรำอยู่กับมาริโกะไม่ไกลนัก

 

อย่าอยากรู้เลยว่ามันได้ผลไหม เพราะดูจากสายตาเอาเรื่องที่ถูกส่งให้เธอรู้สึกร้อนๆหนาวๆ ก็พอจะเป็นคำตอบได้แล้ว

 

เธอไม่ได้อยากจะเข้ามายุ่งกับผู้หญิงคนนี้สักหน่อย

 

“ฉันคิดว่า คุณคงสนใจคนอื่นมากกว่า”

 

“คุณคิดไปเองรึเปล่าคะ”  มินามิยังคงมีใบหน้าเรียบเฉยก่อนตัดสินใจใช้มือข้างหนึ่งที่โอบเอวผู้หญิงคนนี้ไว้บีบบังคับให้คนที่อยู่ใต้วงแขนขยับตัวได้ยาก

 

“หรือว่าไม่จริงคะ คุณจิ้งจอกเก้าหาง”

 

 รอยยิ้มเหนือความคาดหมายถูกยิ้มให้ หญิงสาวที่ถูกกล่าวหาสบตาของคู่เต้นรำเธออย่างมีเลศนัย

 

 เธอแค่กำลังสนใจ เพราะไม่เคยมีใคร..

 

“ฉันไม่รู้หรอกค่ะว่า คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร”

 

“เลิกแสดงละครได้แล้วค่ะ คุณเลือกเข้าหาผิดคนแล้ว”

 

 ไม่ทันไรนั้นมินามิก็กระดกฝ่ามือขึ้นซึ่งเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายของคู่เต้นรำอีกครั้งเพราะมีเล่มเล็กกำลังจ่ออยู่ที่เอว

 

“คุณเป็นคนชอบใช้ความรุนแรงเหรอคะ”

 

“เธอหนีไปไหนไม่ได้แล้วละ”

 

  จังหวะนั้น มินามิส่งสัญญาณให้คนสังเกตการณ์รู้ตัว เริ่มตรงเข้ามาใกล้ทั้งคู่อย่างไม่ให้มีพิรุธ เพื่อจัดการจับเป้าหมายอย่างเงียบงัน

 

 “คุณน่าสนใจนะ บอกฉันได้รึเปล่าว่าคุณเป็นใคร”  คนที่ถูกมีดจ่อเอวยังทำตัวไม่สะทกสะท้านส่งยิ้มพราวระยับ ขยับตัวเข้ามาใกล้มินามิ และหางตาของเธอเหลือบไปเห็นคนที่แอบมองมาทางนี้อยู่ก่อนแล้ว หยุดการเต้นรำเดินเข้ามาหาด้วยท่าทางไม่พอใจ

 

 “อย่าคิคหนีดีกว่า เข้ามาทำอะไรที่นี่” คนถูกถามที่ไปที่มาไม่ยอมตอบคำถาม กดปลายมีดเข้าใกล้คนที่ยังตัวติดกัน แต่นั้นไม่ได้เพิ่มความกลัวให้คนที่ถูกจับทางได้เลย

 

 “นั้นสิค่ะ คิดว่าเรื่องมันคงง่ายกว่านี้เสียอีก” เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นมา ขนาดอดีตราชาระวังตัวทุกฝีก้าวยังพลาดท่าให้เล่ห์กลง่ายๆเมื่อจิ้งจอกเก้าหางโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนปากของทั้งสองเกือบชนกัน  วินาทีนั้นที่มินามิรีบผลักตัวถอยหาง ปล่อยให้คนที่เคยจับกุมสบโอกาสหนีรอด ในเวลาเดียวกันอัตสึโกะรู้สึกว่าเส้นความอดทนขาดผิง เธอสะบัดแขนให้ออกจากการจับกุม ตรงเข้าไปจะเอาเรื่องผู้หญิงที่กล้าเข้ามายุ่งกับคนของเธอ แต่ฮารุนะเข้ามาขวางได้ทันการเสียก่อน

 

 “เข้าไปจับเร็ว” เกิดความวุ่นวายในงานเพราะทหารเคลื่อนกำลังพลเข้ามาล้อมคนที่พึ่งจะหลุดออกมาจากมินามิเอาไว้  ซายากะรับหน้าที่กันแขกที่ไม่เกี่ยวข้องให้ออกห่างจากบริเวณนี้ เพราะกลัวโดนลูกหลงหากเกิดการปะทะ แต่ดูท่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายเมื่อความอยากรู้อยากเห็นเข้าครอบงำให้ผู้คนพากันมุ่งดูไม่ยอมขยับไปไหน

 

 อีกทางฝั่งหนึ่งมาริโกะ ฮารุนะ โทโมจิน ฮารุนะ ไม่เว้น สองนักวิจัยได้พาอัตสึโกะกับอัตสึมิออกห่างจากบริเวณที่เกิดความวุ่นวายตามที่มินามิได้บอก โดยที่อัตสึกโกะยังไม่ทันจะรู้เรื่องอะไรด้วยซ้ำ

 

 “คุณ รู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

คำถามนี้ทุกคนก็อยากรู้เหมือนกัน ไม่ใช่แค่เพียงคนที่ถามเท่านั้น

 

  มินามิเพียงยิ้มที่มุมปาก  บอกไปใครจะเชื่อว่ามันเป็นลางสังหรณ์ เพราะผู้หญิงคนนี้จงใจเข้าหาเธอมากเกินไปตั้งแต่เห็นตอนที่เธออยู่ใก้ลอัตสึจัง เธอเลยคิดว่าต้องมีจุดประสงค์อะไรบ้างอย่างรวมกับคำทำนายและท่าทางของอัตสึมิจังที่เห็นผู้หญิงคนนี้ครั้งแรก ซึ่งมันเหมาะเจาะมาก

 

   แขนข้างหนึ่งของอดีตราชาถูกยกขึ้นร่ายเวทย์

 

หากจิ้งจอกเก้าหางคงไม่ยอมให้ถูกจับง่ายๆ ดีดตัวขึ้นบนฟ้าด้วยความเร็วขนาดมินามิสติควบถ้วนยังตกใจ ทหารโดยรอบใช้หอกกระทุ้งลงพื้นสร้างเป็นกรงขังล้อมเอาไว้แต่มันกลับแพ้ให้เวทย์ลำลายของจิ้งจอกเก้าหาง

 

“หากข้าถูกจับง่ายๆก็คงไม่สนุกพอดี”

 

 และนั้นก่อนที่เวทย์ของอดีตราชาจะได้กักขังจิ้งจอกก้างหางเอาไว้ตามที่ใจนึกหนังสือสีดำในมือของจิ้งจอกเก้าหางก็ถูกเปิดก้างออก

 

 ลมแรงจากภายนอกเข้ามาภายในอย่างไม่มีสาเหตุจนเหล่าทหารเสียรูปแบบการตั้งรับ จิ้งจอกเก้าหางใช้โอกาสนั้นเข้าใกล้ผู้ที่เป็นเป้าหมายตั้งแต่แรก แต่มีหรือที่ราชาจะไม่รู้และยูโกะเองก็รับรู้เช่นกันรีบเข้าไปคุ้มกันคนที่ตกเป็นเป้า

 

 ซึ่งไม่ทันได้เอ๊ะใจเลยว่า ได้หลงกลติดกับเข้าให้แล้ว

 

 “เอาละ มาสนุกกันหน่อยดีกว่า”

 

 

 

เป็นคำพูดสุดท้ายที่ดังก้องในหูมินามิ ก่อนที่จะถูกแสงสีดำกลืนกิน 

 

 

 

.....................................................................................................................................................................................................................

ไรท์นั่งปาดเหงื่อ เปิดมาตอนล่าสุดหาย คิดว่าจะต้องเขียนใหม่ทั้งหมด ดีนะไม่ลืมเซฟตอนนี้ลงเครื่องไว้
= =; ตอนใหม่รอก่อนนะคะ อยู่ในระหว่างเขียนที่ไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ // โดนรุมกระทืบ
จริงๆไรท์กะจะเขียนลงต่อให้เสร็จ ติดอยู่ที่ต้องปั่นอีกเรื่องไปก่อน เพราะตอนล่าสุดไรท์ดันลืมเซฟลงเครื่อง T^T // ความโง่ตัวเองล้วนๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

รอตอน SP 3.3 นะครับ อยากรู้ว่ามินามิจะทำยังไงกับจิ้งจอกเก้าหาง

Share this post


Link to post
Share on other sites
6 minutes ago, wargreymon44 said:

รอตอน SP 3.3 นะครับ อยากรู้ว่ามินามิจะทำยังไงกับจิ้งจอกเก้าหาง

555 ไรท์กำลังนั่งปั่นให้อยู่นะคะ รอๆวนไปค่ะ

Share this post


Link to post
Share on other sites
23 minutes ago, bambie said:

รออยู่นะคะไรต์

555 ไรท์กำลังนั่งปั่นนะคะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอนอกเรื่องหน่อยนะครับไรท์ ไม่แน่ใจว่าไรท์ได้จากช่อง inbox ของผมไหมนะครับ

 

พอผมส่งไปในหัวข้อ Message มันไม่ขึ้นว่าส่งไปแล้วนะครับ

 

คือผมกลับไปอ่านเรื่อง ประธานตัวเล็กกับนางเอกสุดสวยแล้วพบว่า ตอนที่ 13 ทั้งตอนมันไม่สามารถอ่านได้แล้วน่ะครับ

 

 

13-11-2560 22-57-26.png

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now