[Fic] ตำนานแห่งเมืองหนาว (atsumina) SP.3.5 END

710 posts in this topic

3 hours ago, wargreymon44 said:

ขอนอกเรื่องหน่อยนะครับไรท์ ไม่แน่ใจว่าไรท์ได้จากช่อง inbox ของผมไหมนะครับ

 

พอผมส่งไปในหัวข้อ Message มันไม่ขึ้นว่าส่งไปแล้วนะครับ

 

คือผมกลับไปอ่านเรื่อง ประธานตัวเล็กกับนางเอกสุดสวยแล้วพบว่า ตอนที่ 13 ทั้งตอนมันไม่สามารถอ่านได้แล้วน่ะครับ

 

 

13-11-2560 22-57-26.png

แปลกจัง ไม่ขึ้นนะคะ 
ขอตอบในนี้เลยนะคะ เดี๋ยวไรท์จะเอามาลงให้ใหม่นะคะ แต่คงอีกสักพักเพราะจริงๆช่วงที่ผ่านมา(แอบหายตัว)
ไรท์เข้าไปรีไรท์เรื่องนี้ใหม่หมดทุกตอน รวมถึงตอนที่อยู่ในลิงค์ด้วย (ไรท์เป็นคนลบเองจ้า) เพื่อจะเอามาลงในเว็ปนี้(ลงไปแล้วด้วย)
พูดแล้วน้ำตาจะไหลอีกรอบ ซึ่ง... อย่างที่ทราบดีค่ะว่าเรื่องไหนที่ไรท์แก้ในเว็ปนี้หรืออื่นๆ ที่ลงไปในช่วงที่ผ่าน
ลอยหายไปกับสายน้ำ
ขอไรท์เคลียร์ตอนล่าสุดของเรื่องนี้กับอีกเรื่องให้เสร็จก่อนนะคะ แล้วไรท์จะค่อยๆไปขุดลงมาให้อ่านใหม่

Share this post


Link to post
Share on other sites
10 minutes ago, abura said:

แปลกจัง ไม่ขึ้นนะคะ 
ขอตอบในนี้เลยนะคะ เดี๋ยวไรท์จะเอามาลงให้ใหม่นะคะ แต่คงอีกสักพักเพราะจริงๆช่วงที่ผ่านมา(แอบหายตัว)
ไรท์เข้าไปรีไรท์เรื่องนี้ใหม่หมดทุกตอน รวมถึงตอนที่อยู่ในลิงค์ด้วย (ไรท์เป็นคนลบเองจ้า) เพื่อจะเอามาลงในเว็ปนี้(ลงไปแล้วด้วย)
พูดแล้วน้ำตาจะไหลอีกรอบ ซึ่ง... อย่างที่ทราบดีค่ะว่าเรื่องไหนที่ไรท์แก้ในเว็ปนี้หรืออื่นๆ ที่ลงไปในช่วงที่ผ่าน
ลอยหายไปกับสายน้ำ
ขอไรท์เคลียร์ตอนล่าสุดของเรื่องนี้กับอีกเรื่องให้เสร็จก่อนนะคะ แล้วไรท์จะค่อยๆไปขุดลงมาให้อ่านใหม่

แป่ววววววววววววว

 

ถ้าเป็นแบบนี้ไม่ทราบว่าผมขอช่องทางการติดต่อเป็นพวก Facebook หรือ Twitter ได้ไหมครับ 

 

ถ้ามันเกิดเหตุอะไรขึ้นจะได้แจ้งให้ไรท์ทราบได้น่ะครับ พอดีว่านี่เจ้ารีดเดอร์คนนี้ชอบย้อนอ่านเรื่องเก่าๆอยู่บ่อยน่ะครับ แหะๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites
1 minute ago, wargreymon44 said:

แป่ววววววววววววว

 

ถ้าเป็นแบบนี้ไม่ทราบว่าผมขอช่องทางการติดต่อเป็นพวก Facebook หรือ Twitter ได้ไหมครับ 

 

ถ้ามันเกิดเหตุอะไรขึ้นจะได้แจ้งให้ไรท์ทราบได้น่ะครับ พอดีว่านี่เจ้ารีดเดอร์คนนี้ชอบย้อนอ่านเรื่องเก่าๆอยู่บ่อยน่ะครับ แหะๆ

555 งั้นเดี๋ยวไรท์อันบ็อก face ไปให้นะคะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

Sp 3.3

 


      โอ๊ย!! จะ เจ็บชะมัดเลย เมื่อครู่นี้มันอะไรกันเนี่ย

 

   อดีตราชาแห่งเมืองสีขาวชันตัวลุกกึ่งนั่งกึ่งนอนกระพริบตาปริบๆพยายามปรับตัวเข้ากับสถานที่ซึ่งดูเหมือนจะถูกดึงเข้ามาโดยฝีมือของปีศาจจอมเจ้าเล่ห์ คิดแล้วน่าโมโห เธอไม่น่าบ้าจี้พลาดให้กับลูกไม้ตื้นๆพรรณนั้นปล่อยปีศาจร้ายมากเล่ห์หนีเอาตัวรอดแล้วยังถูกตลบหลังได้อย่างน่าขายหน้า ก่อนจะรับรู้ได้ถึงความหนักบริเวณต้นแขนก็เหลือบไปเห็นเด็กตัวแสบนอนหนุนดวงตาปิดสนิทไม่พร้อมรับรู้สถานการณ์อันตึงเครียด และไม่ไกลกันเกินไป มาริโกะ ฮารุนะ ยูโกะ และโทโมจิน นอนเรียงกันอยู่เป็นแนวระนาบ ก่อนหน้านั้นเธอจำได้ลางๆไม่ผิดแน่ เธอกับยูโกะเอาตัวเข้าไปกันอัตสึโกะจากจิ้งจอกร้ายทว่าดันป้องกันตัวไม่ทันพลาดถูกเวทย์มนต์ทั้งคู่ วินาทีนั้นทุกอย่างดับวูบมืดสนิท จากนั้นมา ก็ที่นี่ในป่าที่ไหนสักแห่งหนึ่ง นึกไม่ถึงว่าอัตสึโกะจะโดนลูกหลงมาอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน

 

เฮ้อ เธอพลาดอย่างไม่น่าให้อภัยตัวเอง ยังดีที่ลูกไม่ถูกพามาด้วย  โชคดีว่าตอนนั้น มาริโกะจับอัตสึมิจังส่งไปให้ซาเอะกับเรียวฮะที่รอรับอยู่ด้านหลังก่อนนั้นโทโมจินก็กระโจนเข้ามาช่วยมาริโกะที่ตามมาสมทบพวกเธออีกแรง ตรงนี้อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ทั้งสองถูกลูกหลงติดตามมาด้วย

 

“อัตสึโกะๆ”  เธอตัดสินใจปลุกคนใกล้ตัวเป็นอันดับแรก ควรเรียกสติของทุกคนกลับมาเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาโดยไว บอกตามตรงว่าครั้งนี้คือครั้งแรกที่เธอถูกเวทย์คล้ายเวทย์มิติของคนอื่นพาตัวเข้ามาอยู่ภายใต้อาณัติ

 

 เธอพลาด พลาดมากๆ! ยิ่งนึกถึงรอยยิ้มร้ายกาจของจิ้งจอกเก้าหางแล้วอยากพาลพาโล

 

 “อัตสึโกะๆ ได้ยินรึเปล่า” เธอกลั้นใจอย่างอดทนเก็บกลืนอารมณ์ร้อน หมายมั่นคาดโทษจิ้งจอกร้ายอย่างหยามใจ อย่าให้เจอหน้าเชียว จะจับมาทำเสื้อโค้ทสักตัว ไม่รู้ที่หงุดหงิดเพราะพลาดท่าหรือเสียหมาให้จิ้งจอกเก้าหางกันแน่

 

“อื้อ” อีกฝ่ายเริ่มขยับตอบรับทำให้เธอยกยิ้มเล็กๆที่มุมปาก อาการค่อยๆขยับตัวเข้ามาหาเธอเหมือนทุกครั้งที่ไม่อยากตื่นเล่นเอาต้องส่ายหน้าหน่ายๆ ช่างไม่รู้สถานการณ์เอาเสียเลย ยัยตัวยุ่ง

 

“อัตสึโกะ ไม่ใช่เวลามามัวนอนนะ ตื่นเดี๋ยวนี้เลย” เธอดุอย่างไม่จริงจังจับแก้มคนรักดึงอย่างหมั่นไส้ เธอกังวลแทบตายนอนสบายอยู่ได้

 

“มินามิ” แหม กว่าจะรู้ตัวได้นะ แม่ตัวยุ่ง

 

“ไม่เป็นไรใช่ไหม” อีกฝ่ายกระพริบตาอย่างงุนงงอยู่สองสามครั้งเหมือนพยายามจะปรับสายตาให้เข้ากับแสงก่อนจะกวาดสายตามองออกไปรอบๆราวกับกำลังทำความเข้าใจว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในห้องนอนเหมือนอย่างเคยแล้วยันกายลุกอยู่ในวงแขนของเธอ

 

“ป่าอาถรรพ์”   คำแผ่วเบาจากริมฝีปากได้รูปเรียกความสนใจของเธอก่อนเจ้าตัวจะทรุดฮวบกุมบาดแผลตัวเองเล่นเอาเธอใจหายใจคว่ำ

 

“อัตสึโกะ!” เธอคิดว่าตัวเองกำลังตกใจทำอะไรไม่ถูกนอกจากกระซับวงแขนเอาร่างของคนรักเข้ามาใกล้ๆพร้อมเคลื่อนมือลูบเส้นผมแผ่วๆสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้อีกฝ่าย

 

“ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร”

 

“ฉันรู้สึกมัน

 

“ไม่ต้องกลัวแล้ว ฉันอยู่ที่นี่กับเธอ จะไม่ปล่อยให้ใครทำอะไรเธอแล้ว”

 

“มินามิ” เจ้าตัวเบียดร่างซบกับบ่าของเธอด้วยร่างกายขยับสั่น คิดแล้วต้องกัดฟันอยากจับจิ้งจอกตัวร้ายมาลงโทษ เล่นกับความรู้สึกของคนอื่นอย่างนี้ได้อย่างไร มันมากเกินไป ก็รู้ว่าอัตสึโกะเกือบจะตายเพราะที่นี่มาก่อน

 

 ต้องการอะไร!?

 

วินาทีนั้นคำทำนายของหญิงตาบอดผลุดเข้ามาในหัวของเธอราวกับภาพบนจอภาพยนตร์ที่ชัดเจนและแม่นยำ เป็นคำตอบที่เธอต้องการ ใช่ วิญญาณของอัตสึโกะ  มันกล้าเล่นถึงขนาดนี้ไม่ต้องถามแล้วว่ามันเอาจริงหรือไม่ เหมือนหยิบยื่นฝันร้ายให้กับคนมีอดีตอีกครั้ง

 

 ระหว่างนั้นคนที่ถูกพามาด้วยกันก็ได้สติ ยูโกะ มาริโกะ ฮารุนะและโทโมจินค่อยๆฟื้นตามลำดับ

 

“ป่าอาถรรพ์”ยูโกะครางด้วยความปวดหนึบบริเวณศีรษะ หมาปีศาจบ้านั้นร่ายเวทย์อะไรใส่เธอถึงได้เล่นเอาปวดตั้งแต่ศีรษะลงยังปลายเท้า เกลียดพวกหมาก็เพราะอย่างนี้เป็นเหมือนกันทุกตัว 

 

บ้าเอ้ย! แล้วพาเธอมาที่นี่ทำไมวะ!?

 

 “รู้สึกตัวช้าจริงๆ”  มินามิบ่นอย่างระอาทำให้ยูโกะมองตาขวาง

 

“อย่าหาเรื่องตอนนี้ได้มั้ย แล้วเรื่องเป็นมายังไง” เธอถามแทนทุกคนพร้อมๆพ่นลมหายใจใส่มินามิอย่างหัวเสียแล้วเข้าไปพยุงตัวคนรักให้ลุกขึ้น พอจะเข้าใจลางๆว่าตอนนี้พวกเธอคงถูกจิ้งจอกเก้าหางเล่นงาน พาตัวมาอยู่ภายใต้อาณาเขตของมัน และคนที่พอจะรู้เรื่องมากที่สุดก็ตั้งท่ากวนเธออยู่นี่ มันน่ามั้ยล่ะ พอความจำกลับมาก็ปากหมาเหมือนเดิม เป็นมินามิที่เดินตามอัตสึโกะต้อยๆก็ออกจะน่ารักอยู่แล้วเชียว

 

“ตอนนี้ฉันก็น่าจะรู้พอๆกับเธอมั้ง เวทย์ของจิ้งจอกนั่นเหมือนจะพาเราเข้ามาในความทรงจำของใครสักคนหนึ่งในพวกเรอ หรือไม่ก็จำลองสถานที่ที่หนึ่งขึ้นมาและใกล้เคียงกับสถานที่ที่พวกเธอรู้จัก ยังไงก็เถอะ เราควรหาทางออกให้เร็วที่สุด” มินามิมองคนในอ้อมกอดอย่างเป็นห่วงแม้สีหน้าจะดีขึ้นจากตอนแรกๆจนยูโกะอดส่งสายตาถามไม่ได้

 

มินามิส่ายหน้าขยับปากบอกว่า เธอรับมือไหว ไม่เป็นไร

 

 “แล้วรู้มั้ย เราจะออกไปได้ยังไง” คราวนี้มาริโกะถามในสิ่งที่ตรงประเด็นเห็นมินามิส่ายหน้าแทบจะทันที ขนาดคนมีประสบการณ์เชียวชาญเรื่องเวทย์มากอย่างนี้ไม่รู้แล้วพวกเธอจะออกไปได้มั้ย

 

  อีกครั้งที่มินามิหันมองยูโกะทำท่าคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ใช่ว่าเธอเคยมีชีวิตอยู่นาน เธอจะรู้จักทุกอย่างเสียหน่อย มันก็ต้องมีบางเรื่องที่ไม่รู้บ้าง

 

“นี่ ยูโกะ ยังจำที่เธอไปกับฉันเมื่อเช้าได้รึเปล่า”

 

“ไป?” ไม่ใช่เสียงของยูโกะที่ถามแต่เป็นเสียงของอัตสึโกะ ใช่สิ เธอยังไม่ได้เล่าเรื่องเมื่อเช้าให้อัตสึโกะฟังเลยว่าเธอพายูโกะออกไปไหน ทำอะไรบ้าง ก็มีแต่เรื่องจิ้งจอกเก้าหางที่ถึงหูทุกคน

 

“บ้านที่เธอไปตามฉันเจอน่ะ เขาเป็นนักพยากรณ์ที่แม่นยำมากๆ” โทโมจินหันหน้าควับแล้วชักสีหน้า นึกฉุนนักกับเสียงมั่นอกมั่นใจที่บอกกับอัตสึโกะว่า แม่นยำ แหม เธอเองก็มีเวทย์ลักษณะนี้มั้ย แม้จะไม่ค่อยได้ใช่นอกจากพยากรณ์สภาพความเป็นไปของเศรษฐกิจแต่ละปี  แต่ดันไปหาคนอื่นที่แล้วมาพูดเหมือนตอกหน้าเธอว่าไร้น้ำยา

 

 “จะอิจฉาก็เก็บสายตาหน่อย มินามิไม่ได้ว่าอะไรเธอเลยนะ” คนรู้ทันสะกิดจอมเอาแต่ใจข้างๆโทโมจินถึงสะบัดหน้ามาค้อนก่อนเชิดหนีอย่างโมโห

 

แทนจะเข้าข้างเธอ พี่บ้า!

 

“จะอะไรก็ช่างเถอะน่า อย่าพึ่งเปิดศึกกันตอนนี้” ฮารุนะโวยวาย เดี๋ยวก็คุยไม่ได้ความพอดี รู้จักมินามิดีว่าคงมีจุดประสงค์ถึงพาคนรักเออกไปเจอคนนอก ถ้ามินามิพูดว่าแมนยำแสดงว่าต้องเป็นจริง เพราะอดีตบรรพบุรุษเธอไม่ใช่คนที่เชื่อใครง่ายๆ

 

“ฟังฉันนะเรื่องนี้มันค่อนข้างละเอียด ฉันถึงต้องให้คนที่รู้จักมานานทำ ไม่ใช่ว่าฉันจะว่าเธอหรืออะไรอย่างนั้น” คำพูดนี้ใครๆก็รู้ว่ามินามิพูดกับโทโมจินก่อนจะหันกลับมาหายูโกะ

 

 “เอาเป็นว่าตอนนั้น ผู้พยากรณ์บอกว่าสถานที่แห่งความทรงจำจะบอกให้รู้ความจริงถึงสิ่งที่ถูกปิดบัง อดีตของพวกเธอกับที่ตรงนี้คงมีอะไรมากกว่าที่พวกเธอรู้ ฉันว่าคนที่จะหาวิธีหลุดจากเวทมนตร์นี้ได้ดีที่สุดก็คือพวกเธอ โดยเฉพาะเธอ ยูโกะแล้วก็” มินามิก้มดูคนในอ้อมกอด  ถ้าเดาไม่ผิดคีย์เวิร์ดสำคัญที่จะทำให้พวกเธอพ้นจากเวทย์มนต์ของปีศาจจิ้งจอกต้องอยู่ที่ยูโกะหรือไม่ก็อัตสึโกะ อาจจะมีอะไรที่ถูกเชื่อมต่อเอาไว้โดยสองคนนี้ ความจริงที่ถูกทำให้หายไปโดยฝีมือของใครสักคน อาจจะเป็นภูติ

 

หรือเป็นสิ่งอื่นๆที่เธอไม่รู้จัก

 

  ไม่นานนักพวกเธอต้องเงี่ยหูฟังเสียงหัวเราะที่ดังกองทั่วผืนป่าก่อนความมืดดำจะปลกคลุมจนรู้สึกสะอึดสะเอียนมันฉายชัดถึงฉากปรากฏตัวของตัวร้าย เป็นเงาเลือนรางส่งยิ้มแพรวพราวมากเล่ห์

 

มาริโกะวาดมือเรียกคันธนูทันทีตั้งท่าเตรียมโจมตีวายร้ายที่โผล่มาโดยฉับพลันไม่รีรอพร้อมด้วยโทโมจินถือหนังสือเวทย์ไว้ในมือทิ้งระยะห่างออกมาจากพวกมาริโกะคุมเชิงอยู่ด้านหลัง

 

“แก!”เสียงตะโกนของยูโกะถูกเมินด้วยเสียงหัวเราะชอบใจของปีศาจมากเล่ห์ทำให้คนที่ชักดาบออกมาพุ่งเข้าใส่เงาในหมอก แต่ก็พลาดฉิวเฉียดผ่านอากาศ มินามิส่ายหน้ากับความใจร้อนไม่วิเคราะห์สถานการณ์ให้รอบคอบ เกิดอีกฝ่ายโต้ตอบกลับมาจะเจ็บตัวเปล่าๆ เธอเปิดปากพูดเนิบๆ

 

“นั่นมันแค่ร่างเงาน่า ยูโกะ เธอทำอะไรไม่ได้หรอก”

 

“ดูเหมือนจะมีคนฉลาดๆอยู่เหมือนกันนะเนี่ย”

 

“แกว่ายังไงนะ” ฮารุนะปลีกตัวเข้าจับแขนของคนตัวเล็กให้ใจเย็นซึ่งดูจะยากเพราะปีศาจจิ้งจอกจงใจทำให้ยูโกะโมโหชัดๆ

 

“ส่งพวกเรามาที่นี่ต้องการอะไร”มินามิเปล่งเสียงนิ่งๆไม่แสดงสีหน้าความเป็นมิตรหรือศัตรูนั่นทำให้จิ้งจอกเก้าหางอ่านไม่ออกว่าคนที่สนใจอยู่คิดอะไร

 

“แหมๆ ถ้าเกิดข้าไม่อยากตอบเล่า” ท่าทางยียวนตีต่อมความอดทนอันน้อยนิดของยูโกะแตกกระเจิงเบี่ยงตัวออกจากการจับกุมตวัดดาบเหวี่ยงลูกไฟเวทย์ใส่ร่างที่ยื่นทำหน้าไม่รู้สึกรู้สากับเรื่องที่ก่อ

 

“อย่ามาเล่นลิ้นได้มั้ย รีบบอกมาซะ!

 

“หูยย รุนแรงจริง เจ้านี่นะ มาเล่นเกมกับข้าหน่อยเป็นอย่างไรเล่า ซีเรียสไปได้”

 

“ฉันไม่มีเวลามาเล่นกับแก! ปล่อยเราออกมาจากที่นี่!” มาริโกะต้องรีบปลีกตัวเข้ามาจับแขนของยูโกะแทนฮารุนะที่ดูเหมือนจะเอาไม่อยู่เวลาที่ยูโกะเลือดขึ้นหน้า

 

จิ้งจอกตัวร้ายยังลอยหน้าลอยตาพูด

 

“อ้าว ข้ายังมิได้บอกอีกหรือว่าพวกเจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธนี่นะ เกมของข้าเริ่มไปตั้งนานแล้วมิรู้หรือ” สายตากวาดมองทุกคนจนมาหยุดอยู่ที่มินามิ หญิงสาวคนนี้เรียกความสนใจจากนางตั้งแต่ตอนเต้นรำ สังเกตตั้งแต่พาผู้หญิงคนนี้มาอยู่ใต้อาณัติโดยผ่านร่างที่นางปลอมแปลง ไหวพริบดีจนน่ากลัว รู้ล้ำลึกมากน่าสะพรึง แถมยังใจเย็นอย่างไม่น่าเชื่อ  เป็นใครกันแน่ ข้าชักสนุกจนอยากลิ้มลองรสชาติของวิญญาณนี้ดูไม่เคยมีใครทำให้ข้ารู้สึกเป็นผู้ถูกล่าอย่างนี้มาก่อน

 

“เกมของข้าได้เริ่มขึ้นตั้งแต่พวกเจ้าถูกพามา พวกเจ้ามีเวลาเพียง 48 ชั่วโมง ในการหาตัวจริงของข้าซึ่งที่อยู่ในกลุ่มพวกเจ้า หากไม่แล้วตัวจริงในบรรดาเพื่อนของพวกเจ้าจะถูกข้ากลืนกินวิญญาณ น่าสนุกดีใช่มั้ย”

 

“นี่แก จงใจพูดให้พวกเราระแวงกันใช่มั้ย”ยูโกะตะคอกอย่างมีน้ำโห เธอพยายามสะบัดตัวด้วยความรุนแรง  เธอพลาดเองที่ปล่อยให้มันใช้เวทย์จับตัวมาได้

 

“ฮ่าๆๆ เจ้าจะไม่เชื่อข้าก็ตามใจ แต่ถ้าหากครบกำหนดแล้วพวกเจ้ายังหาข้าไม่เจอ มิใช่แต่เพื่อนของเจ้า พวกเจ้าเองก็จะถูกกักขังให้อยู่ภายในหนังสือสีดำ ไปชั่วกัลปาวสาน ขอโชคดีนะ”ประโยคลาขาดดังกึกกองก่อนเงาร่างของจิ้งจอกเก้าหางจะหายลับไปในความมืดยามราตรี

 

“เดี๋ยวก่อนสิเว้ยย!!” ยูโกะกระทืบเท้าลงพื้นอย่างหัวเสีย เธอขมกรามแน่นด้วยความโกรธจัด จิ้งจอกเก้าหางกำลังทำให้พวกเธอระแวงกันเองและที่เลวร้ายถ้ามันพูดเป็นความจริงคือหนึ่งในพวกเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย!

 

“ใจเย็นน่า ตัวจริงของมันต้องอยู่ที่ไหนสักแห่งในหนังสือนี้ มันอาจจะปั่นหัวพวกเราเล่นก็ได้”

 

“อย่าทำเป็นพูดดีได้มั้ย! ก็รู้ว่าตอนนี้มันแย่มากๆ หรือเธอเป็นมันกันแน่!” ยูโกะหันหน้ามาตะคอกใส่มินามิ  เธอใจเย็นไม่ไหวเพราะทุกวินาทีหมายถึงชีวิตของใครคนหนึ่งที่ใกล้ดับไป

 

 “เย็นใจสิ ยูจัง” อัตสึโกะเข้าห้ามทัพเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ดิ่งฮวบ เลวร้ายลงอย่างชัดเจน ความไว้ใจได้ถูกสั่นคลอนอย่างง่ายดายเหมือนเป็นเพียงเส้นใยบางๆที่ยังเกี่ยวรั้งความเป็นเพื่อนเอาไว้ สายตาระแวงของแต่ละคนที่มองกันทำให้เธอรู้สึกปวดใจ เธอเกลียดวิธีการของจิ้งจอกเก้าหาง  เป็นวิธีการสกปรกที่เธอจะไม่มีวันอภัยเด็ดขาด!

 

“อย่างไรก็เถอะ เราลองเดินออกจากที่ป่านี้ดูก่อนมั้ยเพื่อจะเจออะไรบ้าง” เธอกระซับมือที่จับของคนข้างตัวแน่น ไม่บอกเขาก็คงรู้ว่าเธอกังวลมาก ยิ่งในตอนที่ไม่รู้ตัวว่าด้วยว่าใครเป็นมิตรเป็นศัตรู อย่างน้อยเธอก็ขอให้เขาเป็นคนสุดท้ายที่หักหลังเธอ

 

“ฉันเห็นด้วยกับอัตจังนะ เราหาทางออกจากป่าก่อนแล้วคิดกันอีกที ฉันรู้สึกขนลุกยังไงก็ไม่รู้” ฮารุนะก็ยังเป็นฮารุนะ เกลียดกลัวสถานที่ชวนผวาอกสั่นขวัญแขวนยกมือลูบขนแขนตัวเองปอยๆ เธอจำได้ว่าในป่าอาถรรพ์มีวิญญาณคนตายอยู่จำนวนมากและมันจะมีเสียงโหยหวนตามมาเป็นระยะๆ เมื่อก่อนถ้ามาที่นี่ด้วยกันเธอต้องขอผ้าปิดตาที่อุดหูกันเลยทีเดียว

 

บรึ๋ยย!! คิดแล้วขนลุก อย่างเพิ่งออกมากันเลยนะ

 

ยูโกะถอนหายใจเงยคอมองคนรัก เธอกำลังสับสน ไม่รู้ว่าจะไว้ใจใครได้หากเกิดอะไรขึ้นมาตอนนี้เธอจะรับมืออย่างไร บอกตามตรงว่าเธอทำร้ายใครไม่ลงจริงๆอาจจะยกเว้นอดีตหมาป่าที่เธอพร้อมจะลงมือเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายตุกติกทำตัวแปลกๆ  ก็เธอกับฝ่ายนั้นสนิทกันด้วยกำปั้นมากกว่าคำพูดแต่มันก็มีความรู้สึกไว้ใจตามมาลึกๆแม้จะชอบทะเลาะกัน

 

“ตามฉันมาสิ”สุดท้ายเธอก็ยอมอาสาเป็นคนนำทางถ้าจะถามว่าใครคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้มากที่สุดก็ต้องเป็นเธอ เธอพยายามเลี่ยงที่จะไม่คุยกับคนอื่นเดินให้เงียบที่สุดหากสายตายังคงจับจ้องท่าทางที่แสดงออกของทุกคนอย่างหวาดระแวง

 

เธอต้องระแวงเพื่อความปลอดภัยของคนอื่น

 

“จิ้งจอกเก้าห่างเป็นนักปลอมแปลงที่ดี” มินามิอาศัยความเงียบบอกให้ได้ยินชัดทุกคน เธอเลือกจะพูดกว้างๆไม่ให้จิ้งจอกเก้าหางรู้ว่าเธอเป็นใคร เพราะมันไม่ดีต่อตัวเธอเท่าไหร่หากเปิดเผยสถานะในอดีตให้อีกฝ่ายรู้ในขณะที่เธอยังหาตัวอีกฝ่ายไม่เจอ

 

“ยังไง” โทโมจินถามเรียบๆ เดินเว้นระยะแม้กระทั่งคนรัก เธอไว้ใจไม่ได้เพราะยังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร จึงต้องระวังตัวเอาไว้ให้มาก ดูจะมีเพียงแต่อัตสึโกะกับมินามิที่ยังอยู่ใกล้กันในระยะประชิด

 

“เล่ห์เหลี่ยมเยอะ ฉลาด คงรู้จักนิสัยใจคอบุคลิกท่าทาง ความคิดของคนที่มันสวมรอยเป็นอย่างดี ส่วนรู้จากอะไรอันนี้ฉันก็ไม่รู้ ความสามารถปลอมแปลงอย่างนี้ไม่ทำให้เราแยกออกจากตัวจริงได้ง่ายๆ”  เสียงเรียบไม่เชิงชมแขวะผู้ที่ปลอมแปลงเข้ามาทำให้คนถูกประชดลอบยิ้มถูกอกถูกใจ พิจารณาคนที่บอกข้อมูลตนเองเงียบๆ

 

น่าสนใจจริงๆด้วย

 

เสียดาย ตกไปอยู่ในมือคนอื่นเสียแล้ว

 

“มินามิเคยเจอมาก่อนเหรอคะ” คนถูกถามส่ายหน้าช้าๆและไม่คิดจะพูดอะไรเป็นการขยายความให้คนรักฟังมากกว่าเดิม เธอไว้ใจใครไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นมันคือความจริงซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับที่ยูโกะรู้สึก มินามิจะเลือกเปิดเผยข้อมูลในบางจุดที่คิดว่าสามารถบอกได้

 

“อีกไม่ไกลจะก็ถึงหมู่บ้านแล้ว” คำว่าหมู่บ้านแอบทำให้มือของอัตสึโกะสั่นจนคนที่จับต้องยกมืออีกข้างลูบแก้มไร้สีเลือดนั้นเบาๆ

 

“ไม่เป็นไรนะ ฉันบอกแล้วไงว่าฉันอยู่ด้วย จะไม่ปล่อยให้เธอเป็นอะไรแน่ๆ ไม่ต้องกลัวนะ” ถึงแม้จะไว้ใจใครไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่มินามิก็ไม่มีทางปล่อยให้คนข้างตัวเป็นกังวลเด็ดขาด เธอสาบานกับตัวเองแบ้วนิว่าจะปกป้อง

 

 “ขอบคุณนะคะ” คนมีแผลใจเอามือสองข้างกุมฝ่ามือที่อังแก้มไว้ด้วยความซาบซึ้ง ซึ่งการกระทำทั้งหมดส่งผลให้คนที่เดินรั้งหน้ารั้งหลังหยุดมอง ก่อนจะพากันยิ้มด้วยความผ่อนคลาย

 

“ฉันเองก็จะไม่ปล่อยให้เธอเป็นอะไรน่า อัตจัง” ยูโกะส่งยิ้มให้บ้างนับตั้งแต่ใจเย็นลงหากก็ยังคงมีความเคลือบแคลงสงสัยต่อบุคคลในกลุ่มเป็นประกายแฝงผ่านแววตา เธอไม่อยากเชื่อคำพูดของจิ้งจอกเก้าห่าง เพราะทุกคนดูเป็นปกติสำหรับเธอ ไม่มีใครแปลกแยกจากเดิมทั้งน้ำเสียงท่าทางหรือการวางตัว แล้วจะให้เธอเชื่ออย่างไรว่ามันปลอมแปลงเป็นใคร ก่อนคำพูดของมินามิจะทำให้เธอชะงัก เก็บความหวาดระแวงเอาไว้อย่างเหนี่ยวแน่น

 

จิ้งจอกเก้าหางไว้ใจไม่ได้ หล่อนเป็นนักปลอมแปลงที่ดี

 

เฮ้ออ เธออึดอัดไม่เป็นตัวของตัวเองจิตใจเหมือนถูกบีบคั้น ไม่สามารถจะพูดอะไรมากได้อย่างปกติ

 

“ขอบคุณนะ ยูจัง”

 

หากปกติเธอคงสามารถส่งยิ้มและบอกให้อัตสึโกะไว้ใจเธอได้ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ก่อนเสียงฝีเท้ากระชั้นชิดแปลกประหลาดจะเรียกให้พวกเธอหันมองหา ภาพที่เห็นทำให้เธอตัวช้าวาบผู้ชายในชุดสีกระสอบข้าวของจอมเวทย์ยาวลงมาถึงพื้นไว้ผมยาวแสกกลางดูมีอายุกำลังวิ่งตรงเข้ามาในป่า ท่าทางรีบร้อนคับคลาว่ากำลังหาอะไรอยู่

 

“พะ พ่อ” เธอหลุดอุทานเหมือนคนละเมอครู่เดียวเท่านั้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นราวกับมีหอกอันร้อนระอุแทงลงไปในก้อนเนื้อที่กำลังบีบรัด เขาหยุดยืนตรงหน้าไม่ห่างจากพวกเธอมากนัก

 

“พะ พ่อ” เธอหลุดคำเดิมออกมาซ้ำกระทั่งฮารุนะเข้ามาสวมกอดเธอจากด้านหลัง เธอไม่รู้ว่าตัวเองเผลอปล่อยน้ำตาตั้งแต่เมื่อไหร่ มันเป็นไปได้อย่างไรก็พ่อเธอตายไปแล้ว

 

“ใจเย็นๆ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เคยเกิดขึ้นจากตอนนั้น” มินามิบอกอย่างใจเย็น ต้องให้ทุกคนมีสติมากที่สุดเพราะไม่รู้ว่าจิ้งจอกเก้าห่างจะแสดงตัวออกมาอีกครั้งเมื่อไหร่ อาจจะมาเล่นงานพวกเธอตอนเผลอก็ได้

 

 “ถ้าให้ฉันเดามันคงไม่ได้อยู่ในความทรงจำของเธอ แต่เป็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกัน” ฤทธิ์อำนาจของเวท์มนต์ที่ดูดพวกเธอเข้ามามันขนาดไหนกันแน่ถึงได้แสดงภาพที่ย้อนกลับมาก่อนสิ่งที่อยู่ในความทรงจำของเด็กพวกนี้ หรือเธออาจจะเดาผิดเหตุการณ์นี้มันอาจจะอยู่ในความทรงจำของใครสักคน

 

หรือว่า

 

เป็นไปได้อย่างไร

 

 เธอกวาดสายตามองผ่านทีละคนด้วยความรวดเร็วและตกตะลึง

 

ขอให้เธอเดาผิดเถอะว่า จิ้งจอกเก้าหางก็เคยอยู่ในเหตุการณ์ครั้งนี้

 

 

 

และไม่นานอดีตราชาต้องยืนแข็งทื่อกับการปรากฏตัวของผู้หญิงที่ไม่น่าจะอยู่ที่นี่ ไม่เว้นแม้แต่ฮารุนะ ยูโกะ มาริโกะและโทโมจินที่ยืนทื่อเหมือนคนถูกค้อนป้อนทุบหัว

 

เป็นไปได้อย่างไร ก็ในเมื่อ

 

ทุกสายตาเคลื่อนมองที่อัตสึโกะอย่างคนใจหาย ทั้งสับสนงงงวยมีคำถามร้อยแปดเกิดขึ้นในหัว

 

ได้ยังไงกัน

 

ใคร

 

ทำไม

 

ประมาณนี้แสดงออกมา คงไม่เว้นแม้แต่เจ้าตัวที่ถูกจ้อง

 

เมื่อภาพตรงหน้าเป็นภาพที่พ่อของยูโกะยื่นเผชิญหน้ากับอัตสึโกะด้วยความแค้นเคียง มันหมายความว่าอย่างไร

 

“แกใช่มั้ยที่เป็นคนฆ่าคนในหมู่บ้าน!” รอยยิ้มเหมือนปีศาจร้ายที่ไม่เคยได้เห็นจากอัตสึโกะทำให้คนมองหน้าชาเหมือนถูกตบ ส่ายหัวรับไม่ได้กับภาพตรงหน้า

 

พ่อของเธอพูดเรื่องอะไร

 

“ในที่สุดก็ยอมตามมา” ความเหี้ยมโหดที่สัมผัสได้จากคนหน้าเหมือนอัตสึโกะทำให้ยูโกะตะโกนแหกปากบอกพ่อผู้บังเกิดเกล้าหนีไปแต่ตะโกนอย่างไรภาพที่แสดงให้เห็นก็ไม่เป็นดังต้องการ พ่อของเธอร่ายเวทย์อัดกับผู้หญิงคนนี้หวังจัดการทว่าแค่เสี้ยววินาทีที่รอยยิ้มถูกยกร่างของพ่อเธอก็กระอักเต็มไปด้วยรอยเลือด

 

“ไม่!! พ่อ!!” ยูโกะกรีดร้องอย่างเคียดแค้นตวัดส่ายตาแข็งกร้าวมองอัตสึโกะ กล้ามเนื้อของเขาทุกตารางนิ้วอัดแน่นไปด้วยโทสะพร้อมขย้ำคนที่ยืนไม่รู้เรื่องราว

 

 มินามิเหวี่ยงตัวเข้ามาบังตามสัญชาตญาณวาดมือกลางอากาศสร้างพันธนาการรั้งข้อมือและเท้าของยูโกะไว้ก่อนจะวูบวาม

 

“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!

 

“อย่าบ้าได้มั้ย! ผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางเป็นอัตสึโกะไปได้!” มินามิจรดเวทย์ลงผลึกให้คนที่คับแค้นสงบสติท่ามกลางเสียงหัวเราะในใจของจิ้งจอกเก้าหาง ซึ่งกำลังสนใจเวทย์ลักษณ์ของมินามิ

 

ชั่งเป็นคาถาที่แปลกว่าเคยได้ยินมา เหมือนรู้จักผ่านๆเมื่อนานมาแล้ว

 

“จะไม่ใช่ได้ยังไงก็เห็นอยู่เต็มตา!

 

“เพี๊ยะ” เสียงฝ่ามือดังสะนั่นให้คนยืนอยู่ห่างร้องชี๊ดเจ็บแทน ฮารุนะกำมือแดงเทือกแน่น เธอจ้องคนรักด้วยแววตาตำหนิที่ทำตัวไร้เหตุผล

 

“วันนั้นอัตสึโกะมากับพวกเราเธอก็อยู่! หรือสมองมันมีแต่ขี้เลื่อยจนจำไม่ได้! อีกอย่างวันนั้นเธอก็เห็นว่าพ่อของเธอทำให้อัตสึโกะเกือบต้องตาย!

 

“แต่เธอดูนั่น!” ยูโกะสะบัดมือและเท้าที่ถูกตรึงด้วยโทสะ

 

“เธอก็เห็นว่าใครเป็นคนเริ่ม!

 

“แล้วอัตสึโกะมีเหตุผลอะไรที่จะฆ่าพ่อของเธอ” คำสวนกลับของคนรักทำให้ยูโกะเงียบกริบเธอช้อนตามองอัตสึโกะด้วยความรู้สึกผิด เธอเป็นบ้าอะไรของเธอ

 

“รับปากว่าจะดูแล แต่เธอจะกลับเป็นคนทำร้ายอัตสึโกะซะเอง!” โทโมจินตอกหน้าอย่างเดือดดาลอยากจะเข้าไปตบหน้ายูโกะอีกฉาดแทนฮารุนะ

 

“ฉัน

 

“ผู้หญิงคนนั้นไม่มีวันใช่อัตสึโกะ” มินามิย้ำประโยคคล้ายๆเดิมด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่สะท้านเข้าไปถึงใจยูโกะให้หน้าชาด้วยความรู้สึกผิดที่ท่วมทน

 

“ฉันขอโทษ ฉันมันแย่มากๆที่เอาแต่ใจร้อน รีบตัดสินไปซะทุกอย่าง ฉันเกือบทำร้ายอัตจังเพราะสิ่งโง่ๆที่เห็น ฉัน

 

“ก็ไม่ใช่ไม่เข้าใจนะว่าเธอรู้สึกอย่างไร แต่เธอควรใจเย็นลงกว่านี้” พี่ใหญ่ที่สุดอดสงสารไม่ได้หันมาขอร้องมินามิให้ปล่อยตัวยูโกะแล้วคุยกันดีๆ

 

   คนร่ายเวทย์ตวัดมือสลายพลังถอนหายใจเฮือกด้วยความเคืองแล้วต้องหันหลังปลอบอัตสึโกะบอกว่าไม่เป็นไร เห็นได้ชัดว่าเด็กแสบนั้นรู้สึกผิดแค่ไหนที่เป็นต้นเหตุทำให้ยูโกะเป็นอย่างนี้

 

“มินามิ ผู้หญิงที่หน้าเหมือนอัตสึโกะคนนั้น” เสียงเรียกจากมาริโกะทำให้เธอหันมองหน้าเจ้าตัวครู่หนึ่ง

 

“ฉันบอกไม่ได้ว่าเป็นใคร แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่มีทางเป็นอัตสึโกะเด็ดขาด ไม่มีทาง” ความโหดเหี้ยมอำมติแบบนี้เด็กแสบไม่เคยมีอยู่ในตัว แต่มันดันไปกระตุ้นต่อมความโกรธของเธอให้อยากกระโจนเข้าไปหยุดผู้หญิงคนนั้นให้เลิกเอาตัวตนของอัตสึโกะมาแอบอ้างทำเรื่องเลวทราม เวทย์บทหนึ่งที่คุ้นหูกำลังถูกร่ายใส่ร่างพ่อของยูโกะที่จมกองเลือดทำให้เธอหันขวับก่อนขบเม้มปากแน่นหัวใจเต้นตึกตึก ความโมโหที่กำลังพุ่งโจมตีร่างกายจนอยากระเบิดระบายโทสะ คนที่รู้จักเวทย์บทนี้มีไม่กี่คนและหนึ่งในนั้นเป็นคนที่เธอรู้จัก

 

วินาทีนั้นร่างที่จมกองเลือดลุกขึ้นมาในสภาพเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเล่นเอาผู้ที่พึ่งเคยเห็นเวทย์มนต์ลักษณะนี้ตาค้าง  

 

 เธอชิงชังมันนักกับการร่ายเวทย์อย่างนี้ มันไม่สมควรมีอยู่เลยเวทย์ที่ทำให้เจ้าของร่างกลายเป็นตุ๊กตาที่ถูกเชิด วิญญาณจะถูกคุมโดยเจ้านาย ทางเดียวที่ปลอดปล่อยได้คือความตาย

 

คนที่ทำอย่างนี้เลวทรามยิ่งกว่าเดรัจฉาน

 

เธอพอเข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อของยูโกะถึงได้ทำร้ายอัตสึโกะตอนที่เห็นหน้า

 

ก็ดูแววตาคู่นั้นมองผู้กักกันวิญญาณเต็มไปด้วยความคลั่งแค้นกระหายเลือดหมายฆ่าผู้ที่กักขัง จิตใจเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย น่าสงสารเวทนา

 

บังอาจมากที่ใช้ใบหน้าของอัตสึโกะทำเรื่องเลวทรามอย่างนี้

 

เธออภัยให้ไม่ได้!

 

“ทำลายที่นี่อย่าให้เหลือแม้แต่ชีวิตเดียว”

 

คำสั่งอำมหิตจากปากของผู้หญิงหน้าเหมือนอัตสึโกะเล่าเอาเส้นเลือดในอกวิ่งพล่าน เธอเหลือมองคนด้านข้างเจ้าของใบหน้าที่แท้จริงซึ่งมีในตาเข้มอย่างน่ากลัว เธอพึ่งเคยเห็นคนข้างกายโกรธจัดหายใจสะท้านให้ต้องรีบยกมือลูบตัวบอกให้หายใจช้าๆ

 

“อัตสึโกะ” เธอสั่นหัวปรามคนที่จ้องตาเธอ “มันคือภาพที่เคยเกิด เราทำอะไรกับมันไม่ได้ หายใจเข้าลึกๆ”  เธอต้องบอกอย่างนี้เพื่อไม่ให้พลังเวทย์ที่พลุ่งพล่านของอีกฝ่ายอาละวาดออกมา เธอกลัวจะเข้าทางจิ้งจอกเก้าหาง นับว่าเป็นแผนการที่ดีที่ส่งพวกเธอมาเจออะไรอย่างนี้ ก่อนสายตาเธอจะเหลือบเห็นเงาแวบผ่านที่ต้นไม้จนต้องมองกลับไปใหม่อีกครั้ง

 

“มีอะไรรึเปล่า มินามิ” มาริโกะเข้ามาสะกิดไหล่อย่างฉงนเพราะท่าทีจู่ๆก็เปลี่ยนไป “เปล่าๆ เมื่อครู่แสงมันกระทบตา” เธอแถไปเรื่อยคิดว่าไม่บอกอะไรกับใครตอนนี้ดีที่สุด

 

“เท่านี้เราก็พอรู้แล้วว่าก่อนที่เราจะมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง” พี่ใหญ่ของกลุ่มสรุปเรื่องให้สั้นลงด้วยใบหน้ารู้สึกผิด ก็ถ้าพวกตนมาเร็วกว่านี้หนึ่งวันคงหยุดเหตุการณ์ที่เหมือนฝันร้ายครั้งนั้นเอาไว้ได้

 

“เรารู้ว่ามีคนปลอมตัวเป็นอัตสึโกะและเป็นคนอยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ แต่จุดประสงค์มันเพื่ออะไร เราจะรู้ได้อย่างไร แล้วรู้ตอนนี้มันจะมีประโยชน์อะไร เรากลับไปทำอะไรไม่ได้อยู่ดี” ยูโกะระงับอารมณ์โมโหพยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติ เธอสับสนกับความทรงจำของตัวเอง มันแย่และเลวร้ายมากๆในเมื่อเธอปักหลักเชื่อว่าพ่อเธอเป็นฝ่ายผิดกับเรื่องนี้แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตร พ่อของเธอเป็นเพียงแค่เหยื่อคนหนึ่งเท่านั้น

 

จุดประสงค์หรือ

 

 มินามิไม่อยากบอก บางทีเธออาจจะรู้อยู่แก่ใจ เพราะมันเดาง่ายจากเหตุการณ์ที่เกิดก่อนหน้าที่พวกเด็กนี้จะมาถึง มีใครบางคนรู้ถึงการมาเยือนของเด็กกลุ่มนี้และต้องการฆ่า มาเอดะ อัตสึโกะอย่างชัดเจน แต่ที่เธอยังไม่รู้คือทำไปเพื่ออะไร

 

 บรรณาการจิ้งจอกเก้าหาง??

 

หรือเหตุผลอื่น ใครสักคนที่เกี่ยวกับเรื่องนี้

 

 

 

ลินดา เจอกับเด็กพวกนี้มาก่อนความคิดนี้ทำให้เธอหยุดชะงัก มีไม่กี่เรื่องที่ลินดาจะเข้ามายุ่งซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นคือเรื่องของเธอ

 

บุคคลที่อยู่เบื้องหลังซึ่งเกี่ยวข้องกับเธอเมื่อพันปีก่อน

 

มีแค่สองคนโคจิม่า เรย์ และ เด็กหลงทาง ไมโกะ

 

ถ้าทางนี้เป็นทางที่ถูกต้อง จุดประสงค์ของคนที่ทำก็เพื่อ

 

ล้างแค้นเธอ

 

 

 

 มินามิยกมือลูบหน้าทำไมอะไรๆมันต้องมาเกี่ยวกับอดีตของเธอที่ตั้งใจจะลืมและเริ่มต้นชีวิตใหม่ ความวุ่นวายของเรื่องในอดีตไม่เคยอยู่ห่างจากเธอเลยสักครั้ง มันส่งผลต่อปัจจุบันไม่มากก็น้อย

 

ก่อนจะมีอะไรมากกว่าเดิมเสียงหวีดร้องลั่นโหยหวนทำให้พวกเธอต้องยกมืออุดหู มันดังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ตามด้วยแสงของศาสตราที่พุ่งพวยขึ้นบนท้องนภา พวกเธอพอจะเดากันได้หลังจากคำสั่งเมื่อครู่ของหญิงหน้าเหมือนอัตสึโกะ  ตอนนี้ในหมู่บ้านกำลังเกิดการต่อสู้อย่างดุเดือดแน่นอน

 

“เราสมควรตามไปรึเปล่า” โทโมจินหันมาขอความเห็นจากบรรดาผู้ร่วมเหตุการณ์ สีหน้าแต่ละคนกระอักกระอวยเต็มทีประมาณว่าไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรเพราะความจริงที่เข้าใกล้มันน่ากลัวมากเกินกว่าจะนึกได้

 

“เราควรไป” มินามิเสนอความเห็น  หันมองพวกยืนท่านิ่ง “เราจำเป็นต้องไปเพราะหนึ่งในเหตุการณ์นี้อาจทำให้เรารู้ตัวจริงจิ้งจอกเก้าห่าง”

 

 “ก็แค่การคาดการณ์ไม่ใช่รึไง” ยูโกะเดาะลิ้นอย่างหัวเสียตวัดสายตาไม่ยอมแพ้มองมายังคนออกความเห็น

 

“แล้วเรายืนอยู่ตรงนี้ช่วยเราได้?

 

“จะหาเรื่องกันใช่มั้ย ไอ้หมาบ้า!  คนตัวสูงกว่านิดหน่อยถกแขนเสื้อหากมินามิส่งสายตาดุ เรียกเธออย่างนี้ต่อหน้าคนที่ไม่รู้ว่าใครเป็นปลอมในกลุ่มได้อย่างไร มันจะทำให้ตัวตนของเธอน่าสงสัยเข้าไปใหญ่

 

“พอน่าทั้งสองคน” ฮารุนะเข้ามาห้าม ไม่รู้สึกว่าสองคนนี้ใครคนใดคนหนึ่งเป็นจิ้งจอกเก้าหาง เพราะพูดถึงลักษณะทั่วๆไป คำพูดคำกัดแต่ละคำ นี่มันตัวจริงชัดๆ

 

และมินามิก็เดาถูกเผง คำว่า ไอ้หมาบ้า สะกิดเอาต่อมอยากรู้ของคนมากเล่ห์จนหัวคิ้วแอบขมวดเข้าหากัน มันดูจะไม่ใช่คำด่าที่ธรรมดาเท่าไหร่ เพราะคนที่ตนสนใจแสดงออกชัดว่าไม่ชอบให้เรียก สงสัยต้องเพิ่มความสนุกขึ้นอีกหน่อยเพื่อเธอจะได้ข้อมูลมากกว่านี้ ไม่รอช้าคนที่ปลอมแปลงเข้ามาก็ดีดนิ้วดังในอากาศพลันท้องฟ้าก็เกิดการผันเปลี่ยนเป็นมวลก้อนแล้วเสียงวิญญาณก็กู่ร้องดังครึกโครม เงาในชุดดำปรากฏตัวอยู่เต็มรอบป่าใบหน้าอาบนองเลือดสีเข้มปนน้ำเน่าเสียสีเหลืองไหลย่อยลงมาเป็นทางเล่นเอาสาวๆร้องกรี๊ดลั่นกระโดดเข้ากอดแขนคนรักไม่สนว่าจะใช่ตัวจริงรึเปล่า

 

“มันมาแล้ว มันมาแล้วว!!” ฮารุนะรัดคอยูโกะแน่นจนคนตัวเล็กกว่าต้องรีบเอามือจับแขนออก ประท้วงเสียงดังขาดอากาศ

 

“เนี้ยงๆ!ปะ ปล่อยก่อนเค้าหายใจไม่ออก”

 

“กะ พวกมัน กรี๊ดด!!

 

“มันเป็นภาพลวงตาในอดีตน่า” ยูโกะยืมคำมินามิมาพูด มาริโกะก็พยักหน้าเห็นด้วยเพราะเธอชัดจะรู้สึกเจ็บๆต้นแขนที่โดนคนโผเข้ามากอดจิกเล็บลงบนเนื้อ บ่นงึมงัมบอกให้เธอไล่พวกมันไปไกลๆ

 

“แต่ฉันว่าคราวนี้มันไม่น่าจะใช่นะ” มินามิก้าวถอยหลังยกมือขึ้นโดยพลันพอพวกมันมองจ้องมาที่กลุ่มพวกเธอ คือ ถ้ามันเป็นภาพในความทรงจำมันจำเป็นต้องจ้องพวกเธอชัดระดับพรีเมี่ยมแบบนี้ไหม ยังไม่ทันขาดคำไม่ทันไรวิญญาณอันน่าสะอิดสะเอือนก็แยกเขี้ยวแฮ่ดิ่งลงมาทางพวกเธอ เล่นเอาฮารุนะ โทโมจินรวมทั้งอัตสึโกะส่งเสียงกรี๊ดดังลั่นป่าบังคับให้พวกเธอที่ยืนแนวหน้าทำอะไรสักอย่าง

 

ไม่ถามเลยสักคำว่าพวกเธอจะกลัวมั้ย

 

แล้วให้สู้กับวิญญาณนินะ!

 

“มินามิ ทำอะไรสักอย่างสิ”  ไม่ค่อยจะบังคับกันเลยแล้วที่เธอสร้างผลึกน้ำแข็งเวทย์ป้องกันให้ ไม่ได้ทำอะไรใช่มั้ย คนทำได้นี่ไม่ใช่เกาะเธออยู่รึไง

 

“เวทย์แสงของเธอกับโทโมจินไล่ได้” เธอเหลือบมองสองคนที่หลับตาปี๋สายหัวดิกๆว่าไม่เอาเด็ดขาด เห็นแล้วอยากยกมือกุบขมับ เวลาอย่างนี้ควรช่วยกันมั้ยเล่า

 

“ทำไมฉันต้องทำด้วย เธอเก่งก็จัดการมันสิ”  ถ้าเธอจับแม่นักพยากรณ์ปากดีแช่แข็งในป่านี้ไม่ผิดใช่มั้ย อยู่ๆก็โยนงานมาให้เธอหน้าตาย

 

เอางั้นก็ได้ เธอไม่สนใจสองคนนี้ก็ได้

 

“มาริโกะยิงธนูไปรอบๆเป็นวงกลม พวกนี้มันเกลียดแสงน่ะ”

 

“รู้ดีนะ” เธอไม่เข้าใจทำไมต้องโดนคนที่ยืนเกาะหลังเธอแขวะ จะมาหมั่นไส้อะไรเธอตอนนี้เล่า

 

มาริโกะพยักหน้าให้ง่ายๆหมุนมือขวาออกจากการถูกล็อกยกจับคันธนูพริบตานั้นคันศรถูกชักจากที่เก็บตั้งฉากเตรียมพร้อมท่ายิง สายฟ้าฝาดเปรี๊ยะๆลงในฝ่ามือก่อนเปลี่ยนเป็นเส้นยาว มินามิจำฤทธิ์รสของมันได้ตอนที่สู้แม้จะไม่ถูกตัวเธอสักเพียงดอก ศรอัสนีพุ่งตรงทั่วแปดทิศโดนวิญญาณร้ายดับสนิทหลายตัวกระทั่งศรแผลงแสงสว่างขับไล่วิญญาณทำให้พวกมันหดหัวไปตามๆกัน

 

 “ไม่เลวนี่” เธอครางอย่างชื่นชม นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นมาริโกะใช้ศรสายฟ้าสู้อย่างจริงจัง

 

“ต่อไปยิงเธอเป็นยังไง” มาริโกะหันมายักคิ้วพร้อมคันศรที่เล็งใส่มินามิ

 

ท่าทางเอาจริงน่าดู สงสัยจะแค้นเรื่องเมื่อคราวนั้นไม่หาย

 

 คนถูกหยอกหัวเราะเบาๆถึงจะไม่มีพลังเวทย์เท่าเดิมแต่เธอก็ไม่ยอมอยู่เฉยๆให้ถูกยิงง่ายๆหรอกน่า ประสบการณ์ต่อสู้เธอยังมีเยอะ ไม่ปล่อยให้ใครมาอ่านทางกันง่ายๆหรอก

 

“เลิกเล่นเถอะ เราควรรีบไปดูทางหมู่บ้าน” มินามิปลดโล่น้ำแข็งคุ้มกันทุกคนออก ยังดีที่เวทย์ประเภทนี้ไม่ต้องใช้พลังมาก เธอไม่รู้ว่าเพื่อฉุกเฉินปะทะกัน เธอจะต้านทานไหวรึเปล่า ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงไม่ต้องห่วงเพราะสภาพเวทย์สามารถใช้ได้มากกว่าตอนนี้มาก เธอจำเป็นต้องเหลือพลังไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน

 

 ปีศาจจิ้งจอกแอบขบเขี้ยวมองคนที่ดักทางตนจนน่าหงุดหงิด อุตส่าห์รั้งเอาไว้อยากจะแกล้งให้ชักช้า ไฉนกลายเป็นว่าไม่กี่นาทีวิญญาณที่ตนเรียกมาถูกรุมขย้ำกำจัดทิ้งซะไม่เหลือซาก ทั้งที่ในอาณาบริเวณเธอควรได้เปรียบกลับกลายเป็นว่าเธอถูกเล่นงานซะนี่ อย่างนี้คงต้องลองวิธีใหม่ เพราะผู้หญิงที่เธอไม่รู้ว่าเป็นใคร ช่างเป็นตัวอันตรายสำหรับเธอ

 

 

 

 ฝีเท้าหลายคู่รีบเร่งวิ่งกันฉุกละหุกเมื่อเข้าใกล้เสียงร้องพร้อมกลิ่นไหม้ที่โชยมาแต่ไกลโดยคนนำยังเป็นคนคุ้นชินเส้นทางดี สุริยันใกล้โผล่พ้นขอบฟ้าแสงมืดค่ำยามดึกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีครามสว่างจางๆทำให้มินามิรู้ว่า48 ชม.ของจิ้งจอกเก้าหางไม่ได้หมายถึงวันแต่หมายถึงเวลาที่พวกเธอถูกพาเข้ามาจนสิ้นสุดเวลาที่ครบกำหนด

 

 เป็นปีศาจที่ชอบทำอะไรวุ่นวายจริงๆ คงจะเห็นการที่พวกเธอวิ่งวุ่นเป็นเรื่องสนุก และแล้วเงาเจือจางที่มินามิเห็นในป่าเมื่อครู่ก็ทำให้เท้าที่ก้าวตามหลังทุกคนหยุดนิ่ง

 

“มีอะไรรึเปล่า” มาริโกะหยุดเหลียวหลังถาม ไม่ค่อยจะได้เห็นอาการแปลกๆของมินามิเท่าไหร่นัก

 

“ฉันว่าจะแยกไปอีกทาง”

 

“อะไรนะ” ยูโกะกับคนอื่นหยุดวิ่งหันมองมินามิด้วยสายตาแปลกประหลาด มีความไม่เป็นมิตรเคลือบแฝงอยู่ ก็ดูท่าทางมีพิรุธชะมัด

 

“เชื่อใจฉัน”

 

“ทั้งที่เธอทำตัวน่าสงสัย” โทโมจินตั้งแง่ ไม่ใช่เพราะไม่ชอบหน้าเหมือนเมื่อก่อน ก็ในเมื่ออีกฝ่ายทำตัวมีพิรุธ จะให้ทำเฉยก็คงไม่ได้ บอกพวกเธอแยกเข้าไปในหมู่บ้านแต่ตัวเองจะแยกไปอีกทาง ไม่น่าไว้ใจสุดๆ

 

“ถ้าฉันคิดจะทำอะไรพวกเธอฉันคงทำไปตั้งนาน ฉันจำเป็นต้องแยกไปอีกทาง แต่พวกเธอควรเข้าไปที่หมู่บ้าน”

 

  “ใครจะวางใจได้ ทั้งที่เราไม่รู้ว่าใครเป็นจิ้งจอกเก้าหาง หากเป็นเธอแล้วหลอกให้เราตายใจมันก็ได้ใช่มั้ย เรียกพวกเราไปรวมตัวกันสุดท้ายเธอก็มาตลบหลังที่หมู่บ้าน” คำพูดของโมโทจินมีเหตุผลน่าคิดทำให้สายตาระแวงทุกคู่ยังอยู่ที่มินามิ แม้กระทั่งคนที่น่าจะไว้ใจเธอที่สุดยังมีแววตาหวั่น

 

“ทำอย่างกับฉันจะรู้จักทาง” มินามิบ่นกับตัวเองเบาๆ ถ้าไม่รีบตามไปเงานั่นจะหายไปอีก วุ่นวายจริงๆเพราะจิ้งจอกเก้าหางแท้ๆ

 

“ฉันจะตามไปด้วย”

 

“อัตจัง แต่ว่า” โทโมจินจะร้องห้ามแต่ก็ต้องหยุดปากตัวเองเพราะมาริโกะที่เข้ามาจับแขนเอาไว้

 

“ฉันจะตามไปด้วยอีกคน เราควรอยู่สามคนสามคน เพราะถ้าเกิดใครเป็นหนึ่งในจิ้งจอกเก้าหางแล้วคิดจะทำร้ายคนที่อยู่ด้วยขึ้นมา อีกคนจะได้รับมือได้”

 

ทุกเสียงเงียบกริบไม่มีใครค้านออก มินามิลังเลเล็กน้อยที่จะยอมรับข้อเสนอ

 

เธอกลัวว่าหากเป็นตามที่คิดสิ่งที่พบต้องใช่ผู้หญิงคนนั้น เธอไม่อยากให้ใครรู้เรื่องมาก ถ้ามันไม่จำเป็นจริงๆ

 

“ก็ได้”  เธอออกปากอย่างจำยอม “หลังจากที่ฉันรู้อะไร ฉันจะรีบตามพวกเธอไป” เธอบอกกับยูโกะที่ขานรับอย่างไม่เต็มใจนัก

 

“ติดต่อกันวิธีเดิม” หมายถึงสิ่งประดิษฐ์ที่มายุสร้างให้ใช้ในการติดต่อระยะใกล้เพราะในนี้กระแสจิตไม่น่าจะใช้ได้ ก็หวังแต่ว่าข้างนอกจะหาวิธีจัดการกับสถานที่ที่พวกเธอเข้ามาได้

 

 

 

คงต้องพึ่ง สองนักวิจัย และลูกสาวตัวน้อยของเธอ

 

 

 

ในทางฝั่งของปราสาทยูกิรินนั่งกุมท้องตัวเองด้วยความปวดแสบปวดร้อนเครียดจนหน้าผากเห็นรอยย่น

 

หายไป

 

หายไป

 

ทุกอย่าง

 

ทั้งคนทั้งจิ้งจอกเก้าหาง

 

“คุณน้ายูกิค่ะ หม่าม๊ากับป๊ะป๋าจะปลอดภัยรึเปล่า” เธอก้มลงมองเจ้าของเสียงเศร้าสร้อยอย่างสงสาร สมองอันชาญฉลาดเกิดคิดคำตอบไม่ออก เธอเองก็อยากจะให้คนทั้งหมดปลอดภัย แต่จะทำอย่างไงเธอไม่รู้วิธีการ อัตสึมิจังพึ่งจะหยุดร้องไห้มาดๆเธอไม่อยากพูดอะไรให้หลานร้องอีก

 

“ ต้องปลอดภัยสิค่ะ ป่ะป๋ากับหม่าม๊าของหนูเก่งจะตาย” ก็ขอให้เป็นตามที่เธอบอก เธอสบตากับเรียวฮะที่มีแววกังวลฉายชัด

 

“ซาเอะกับซายากะว่ายังไงบ้าง” คนถูกถามส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ คือไม่มีอะไรคืบหน้า เธอต้องถอนหายใจหนักๆ เหลือก็ทางมายุที่เธอก็ไล่ให้ลงไปหาข้อมูลของจิ้งจอกเก่าหางในห้องทดลอง ป่านนี้ยังไม่กลับขึ้นมา

 

คิดแล้วเครียด โอ๊ยย ถ้าเครื่องมือสื่อสารใช้ติดต่อได้เธอจะไม่เครียดขนาดนี้

 

ทั้งตำแหน่ง  การสื่อสาร คลื่นพลังเวทย์ของพวกอัตสึโกะหายไปจากการรับรู้อย่างสิ้นเชิง ต่อให้ค้นหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ เหมือนถูกพาตัวไปจากโลกใบนี้แล้วอย่างนั้น

 

ไม่มีอุปกรณ์เวทย์อะไรที่ติดต่อได้โดยตรงรึไงเล่า!

 

เธอย่อตัวช้อนอัตสึมิจังมาอุ้มพอเห็นอีกฝ่ายชูแขนทั้งสองข้างขอให้เธอทำ ทันใดเธอก็ต้องตาโตหัวสมองอันฉลาดเกิดนึกอะไรขึ้นมาได้ มองหน้าหลานด้วยความดีใจ

 

ไม่ใช่ไม่มีทางติดต่อนิน่า นี่ไงล่ะ ผู้ช่วยตัวน้อยของเธอ!

 

ถ้าทำเหมือนคล้ายๆตอนที่กระตุ้นพลังเวยท์ให้อัตสึโกะแต่เปลี่ยนมาเป็นค้นหาโดยการเชื่อมต่อกับผู้ให้กำเนิดโดยตรงอาจจะได้เพราะคลื่นเวทย์ของอัตสึโกะกับอัตสึมิมีความใกล้เคียงกันมากที่สุด

 

“เรียวฮะ ไปตามซาเอะกับซายากะกับมาให้ด่วน ฝากบอกมายุให้เอาหนังสือสร้างพันธเวทย์ขึ้นมาด้วย ตอนนี้เลย” คนถูกสั่งรับอย่างงงงัน เห็นอีกฝ่ายยกยิ้มอย่างนั้นก็พอจะคาดเดาได้คราวๆว่าผู้ที่ได้รับฉายาอัจฉริยะแห่งอากิบะคิดอะไรออกแล้ว

 

 

 

 

 

 “มินามิ เรามากันทำไมทางนี้คะ” แววตามั่นอกมั่นใจทำให้เธออดถามสิ่งที่สงสัยไม่ได้ มินามิทำตัวแปลกกว่าปกติเหมือนมีอะไรปิดบัง ซึ่งมาริโกะเองก็อยากจะรู้ หากเลือกเป็นศัตรู คนๆนี้เป็นคนที่สู้ด้วยยากมากกว่าคนอื่น

 

“อะไรบางอย่างที่เกิดต่างกันจากหมู่บ้าน” คำพูดเชิงลึกทำให้คิ้วของทั้งสองเลิกขึ้นหากมันเป็นความแปลกใจที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังเพราะคนที่น่าจะรู้จักเรื่องราวต่างๆดีน่าจะเป็นจิ้งจอกเก้าหางไม่ใช่หรือ

 

“ทำไมพากันทำหน้าสงสัยฉันอย่างนั้น”

 

“มินามิ ทำตัวแปลกมากๆ”  อัตสึโกะมองมินามิด้วยความรู้สึกก่ำกึงคล้ายตอนที่รู้จักกันใหม่ๆในตอนที่ไม่มีใครรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ในตอนที่ไว้ใจมินามิไม่ได้เต็มร้อย มันทำให้คนถูกระแวงใช้สิทธิ์ไม่ออกความเห็นเมื่อสายตาสะดุดเข้ากับเงาเลือนรางร่างของผู้หญิงคนหนึ่งไกลๆ เธอสาวเท้าเข้าใกล้ก่อนร่างกายจะคล้ายถูกสะกดเอาไวให้ต้องหยุดฝีเท้านิ่งงัน

 

  เธอเผลอกำมือแน่นขนัด ไม่คิดว่าจะมาเจอเรื่องนอกเหนือความคาดหมาย เพราะสิ่งที่เธอตามแต่แรกไม่ใช่ผู้หญิงคนนี้ สิ่งนี้มันเป็นผลลัพธ์ที่เกินความคาดหมาย ทว่าใบหน้าราวกับพิมพ์เดียวกันของอัตสึโกะกำลังแปลงเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่เธอไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้เห็น รู้สึกขาอ่อนแรงอย่างกะทันหันเกือบทรุดลงบนผืนป่า

 

ก็ในเมื่อใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นมัน

 

“ไมโกะ” หยุดเรียกชื่อที่เคยกลบฝังนานนับปีออกมาอย่างแผ่วเบา เกิดความสับสนคลุ้มคลั่งในจิตใจ

 

ไมโกะ ทำเรื่องอย่างนี้ทำไม

 

ไม่ใช่ ไม่ใช่ เพราะตอนนั้นเสี้ยววิญญาณของไมโกะยังอยู่กับ

 

เธอเหลือบมองคนรัก อัตสึโกะมีสีหน้าเรียบฉาดชัดเธอไม่แน่ใจว่าโกรธที่เธอหลุดเรียกชื่อไมโกะหรือว่าอะไร แต่แววตาของอัตสึโกะดูไม่ตอบสนองต่อชื่อที่เธอพึ่งหลุดปากออกไป

 

แปลก

 

“โกรธรึเปล่า” เธอกระซิบเสียงแผ่วเบา มาริโกะคงงงว่าเธอคุยกันเรื่องอะไร

 

 “ทำไมต้องโกรธ” สีหน้าอีกฝ่ายแสดงชัดว่ามีเหตุผลอะไรให้ต้องโกรธ เธอรีบส่ายหน้าไม่โกรธก็ดีแล้ว

 

แต่มันอดประหลาดใจไม่ได้ ไม่มีประชดประชันเธอสักกะแอะปกติมันต้องมีออกมาบ้างสิ

 

แปลก แปลกมากๆ เพราะอัตสึโกะขี้หวงหยั่งกับอะไร

 

เล่นเงียบอย่างนี้มันทำเอาเธอใจไม่ดี กลัวระเบิดจะลงทีหลัง

 

ความอึดอัดแปลกประหลาดใจเธออยู่ในไม่นานก็ต้องเบิกดวงตากว้างกับภาพที่เห็นต่อมา

 

 ไมโกะเอาผ้าคลุมหน้าปิดบังจนมิดชิดเห็นเพียงดวงตาพ้นออกมาเผชิญหน้าสนทนากับผู้ที่ปรากฏตัวด้วยรอยยิ้มปิดบังหน้าจริงเช่นเดียวกัน แต่ที่ทำให้เธอแน่ชัดว่าเธอรู้จักฝ่ายนั้นก็ดวงตาสีเงินเหมือนแร่บริสุทธิ์ส่องประกาย

 

“จิ้งจอกเก้าหาง”

 

“ว่าอะไรนะ” มาริโกะตามไม่ทันเดินเข้ามาสะกิดไหล่คนพึมพำอะไรออกมาสองครั้งสองคราว คราวนี้มินามิชี้ให้ดูชัด

 

“ผู้หญิงคนนั้นจิ้งจอกเก้าหาง”

 

“รู้ได้ยังไง” อัตสึโกะสงสัยเช่นกันแค่มองผ่านคนในชุดคลุมยาวปิดหน้า จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นจิ้งจอกเก้าหาง จะเก่งเกินไปรึเปล่า หรืออีกฝ่ายเกิดลงเสน่ห์อะไรเขาเข้า สายตาจับผิดทำให้อดีตราชารู้สึกว่าอากาศมันร้อนๆหนาวๆ

 

“สีดวงตาที่เป็นเอกลักษณ์อย่างนี้มีไม่กี่คน ฉันจำได้ตอนที่เต้นรำ”

 

“อ้อ ที่ไปกอดเขาใช่มั้ยคะ” มาแล้วคำประชดประชันคล้ายเก็บกดอยู่นาน มินามิรีบหันหน้าปฏิเสธจริงจัง

 

“ฉันไม่ได้ทำเพราะอยากแต่ทำเพราะต้องจับไม่ให้หนี”

 

“ก็กอด”

 

“อัตสึโกะ” เธอเสียงอ่อนยอมแพ้ รู้ว่าเถียงไปก็ไม่ชนะ “เอาไว้คุยกันหลังจากนี้ได้มั้ย หลังจากที่ออกไปข้างนอกได้ ฉันจะยอมทุกอย่าง”

 

“หึ” 

 

“อันนี้ฉันเห็นด้วยนะ อัตสึโกะ ปัญหาครอบครัวเคลียร์ทีหลัง นี่มันสถานการณ์จำเป็น” มาริโกะรับเป็นลูกคู่อย่างระอาให้โดนค้อนไปอีกคนต่อจากมินามิที่ยืนทำหน้าปลงถอนหายใจยอมแพ้ ยกธงขาว ก็เห็นอยู่ชัดว่ามินามิไม่ได้พิศวาสแม่ปีศาจเก้าหางเลยสักนิด

 

 เธอเห็นมินามิเลือกจะหันหน้าให้ความสนใจบทสนทนาของทั้งคู่ที่ตามมาดูมากกว่าอัตสึโกะที่กำลังงอน  ดูจากรูปการท่าทางอดีตราชาจะรู้จักผู้หญิงที่เป็นคู่สนทนากับจิ้งจอกเก้าหางแต่มินามิไม่ยอมบอกว่าเป็นใครอย่างแน่ชัด รู้เพียงมีชื่อคร่าวๆว่า ไมโกะ ที่เจ้าตัวหลุดปากออกมา  ซึ่งมันคุ้นหูให้ต้องลองนึกดูก่อนต้องร้องอ๋อในใจ อัตสึโกะเคยเล่าให้ฟังว่าเป็นชื่อที่มินามิตั้งให้คนรักเก่า ที่มอบเอาชื่ออัตสึโกะมาให้ตัวเอง เผลอมองอัตสึโกะอย่างหวาดๆแบบนี้ไม่หึงให้ตายไปข้างก็ไม่รู้จะว่ายังไง

 

ขนลุกแทนคนมีชนักติดตัว อยู่ที่เวลาแล้วล่ะว่าอัตสึโกะจะระเบิดใส่เมื่อไหร่

 

“ไม่คิดจริงๆว่าสิ่งมีชีวิตที่หายากจะมาที่นี่”

 

ไม่ใช่จริงๆ ไมโกะไม่มีทางพูดเหมือนไม่รู้จักบริวารตัวเอง แต่เป็นคนที่เก่งจนมองปราดเดียวออกว่าเป็นจริงจอกเก้าหาง ต้องเรียกว่าเหมาะสมดีหรือไม่

 

“ข้าแค่ตามกลิ่นคาวเลือด กลิ่นของสายใยเวทย์ที่น่าสนใจ”  ผู้มีดวงตาสีเงินหยักไหล่เหมือนไม่ใส่ใจนักทว่ากับแฝงชัดถึงความระวังตัวในแววตาเจ้าเล่ห์คู่นั้น ชี้ชัดว่าผู้หญิงที่จิ้งจอกเก้าหางคุยด้วยอันตรายมากๆ

 

“ยังอุตส่าห์ตามมานะทั้งที่การหนีอาจจะดีกับเจ้าแล้วแท้ๆ”

 

หนีงั้นหรือ หมายความว่ายังไง

 

“พอดีข้าไม่ใช่พวกที่จะสะบัดก้นทำตัวเป็นหมาโง่ๆ เจ้าเองก็ปลอมแปลงเก่งนะ ปลอมเป็นใครไปเจอชายคนนั้นหรือ”

 

อย่างที่คิดจิ้งจอกเก้าหางอยู่ในป่าจริงๆด้วย เหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์ที่จิ้งจอกเก้าหางเป็นคนเห็น และเป็นคนที่อยู่ที่นี่ก่อนวันเกิดเหตุ เธอขยับปากบอกมาริโกะหรืออัตสึโกะว่าอย่าพึ่งถาม

 

“สมดีนี่ เป็นพวกใช้มารยาเหมือนกันเลยดูออกด้วยงั้นหรือ บางทีเจ้าน่าจะทำตัวโง่ๆบ้าง” แม้จะเป็นเสียงของไมโกะแต่สำเนียงที่พูดกับสะกิดใจเธอชัด ใช่ มันเหมือนกับ เรย์ ไม่ผิดแน่ๆ เพราะคนที่ต้องการแก้แค้นเธอมีอยู่คนเดียว

 

 “ข้าหรือจะดูออก เพียงเห็นเจ้าก่อนปลอมแปลง” จิ้งจอกเก้าหางพูดจายั่วยวนตามสไตล์ของนางแต่มันใช้ไม่ผลกับคนอำมหิตลึก

 

“ก็แล้วยังไงหรือ เจ้ารู้ก็ไม่มีประโยชน์นี่ ข้าเห็นว่าเจ้าอุตส่าห์ตามมา สนใจที่จะมาช่วยข้าไหมล่ะ”

 

“หมายถึงทำลายที่นี่งั้นหรือ ข้าไม่มีรสนิยมแย่ขนาดนั้น” ท่าจิบปากจิบคอพูดเกินจริงจนน่าหมั่นไส้ทำให้มินามิผ่อนคล้าย เป็นคนที่ยียวนคนอื่นได้ดีจริงๆ ไม่รู้ว่าตอนนั้นไมโกะรับมือไหวได้อย่างไรจึงจับมาเป็นบริวารได้

 

“ข้าก็ไม่ได้อยากให้ทำอย่างนั้น เจ้าก็เห็นใบหน้าของผู้หญิงที่ข้าปลอมแปลงแล้ว พรุ่งนี้นางจะกลายเป็นเครื่องสังเวยชั้นเยี่ยมของข้า ข้ายินดียกวิญญาณของนางให้แก่เจ้า เพียงเจ้าช่วยข้าจัดการนาง กลืนกินมิให้วิญญาณหลุดรอด”

 

“ข้ามิชอบพวกพลังยังไม่เต็มที่หรอกนะ” นางส่ายหน้าอย่างขยาด “แต่ถ้าน่าสนใจนั่นก็อีกเรื่อง”

 

“หึ น่าสนใจงั้นรึคำนี้มันยังน้อยไป เจ้ารอดูเถิดแล้วจะรู้เอง” ผู้หญิงในร่างของไมโกะหายไปแล้วเหลือเพียงจิ้งจอกเก้าหางที่ยืนนิ่งเคว้งคว้างทำหน้าพิจารณาคำพูดท้าทายที่ลอยก้องเข้าหู

 

 หรือตรงนี้มันเป็นจุดเริ่มต้นให้จิ้งจอกเก้าหางวกกลับมาหาอัตสึโกะกับลูกของเธอ!!

 

 “นี่ เราควรตามไปมั้ย” เสียงของมาริโกะเรียกให้เธอหลุดจากวังวนความคิดเคลื่อนสายตามองตามจิ้งจอกเก้าหางที่เริ่มออกเดินเหยาะๆ

 

“ตอนนี้ไม่น่าจะจำเป็นแล้ว เราตามไปสมทบกับพวกยูโกะดีกว่า”

 

“แล้วไม่คิดเหรอว่า มันจะพาเราไปหาตัวจริงของจิ้งจอกเก้าหางได้” มินามิปฏิเสธโดยไว แม่นี้เจ้าเล่ห์น้อยเมื่อไหร่ หาง่ายขนาดนั้นเธอคงไม่ต้องมาปวดหัวตุบๆอย่างนี้

 

“อีกฝ่ายคงไม่ยอมเผยตัวให้เราเห็นง่ายๆหรอกนะ เราควรกลับไปหาพวกยูโกะ”

 

“แล้วเมื่อกี้” มาริโกะเกริ่นถึงเรื่องที่มินามิบอกไม่ให้พวกเธอถามเพราะเจ้าตัวเหมือนว่าจะรู้อะไรแล้ว

 

“เปล่า ฉันเข้าใจผิดไปเอง” การปฏิเสธหน้าตายเล่นเอาทั้งสองคนที่ตามมาอยากจะจับมาอดีตราชาขึงบนต้นไม้แล้วเค้นเอาความจริง แบบนี้มันแก้ตัวน้ำขุ่นๆหน้าตาอย่างนั้นเด็กสามขวบยังดูออกว่าต้องรู้อะไรแล้วแน่ๆ

 

“น่ารอฉันอีกนิดจนกว่าจะไว้ใจได้ทุกคน” มินามิตัดสินใจบอกจุดยืนของตัวเอง การที่เธอไม่แสดงว่าไว้ใจใครหรือไม่ไว้ใจใครในตอนนี้คิดว่ามันเป็นหนทางป้องกันตัวทีดี

 

“ฉันคิดว่าพวกเธอก็ควรทำอย่างนั้น”

 

“ก็ถ้ามินามิบอกอย่างนั้นก็ได้”  อัตสึโกะยอมรับเสียงแผ่วๆเธอเองก็ไม่ได้อยากจะระแวงใคร แต่ก็จำใจต้องทำ

 

 

 

 

 

ที่ฝั่งของปราสาทสององครักษ์ที่ถูกยูกิใช้งานกำลังหัวหมุนจัดเตรียมสถานที่ทำการไม่เว้นกันผู้ไม่เกี่ยวข้องออกห่างจากสถานที่สร้างวงเวทย์

 

 มายุที่อยู่ในลานกว้างปาดเหงื่อเล็กน้อย

 

“เป็นยังไงบ้างมายุ” คนผันตัวกลายมาเป็นผู้นำย่อตัวถามคนรักที่ขีดวาดวงเวทย์อยู่เงียบๆอย่างลุ้นระทึก เธอหวังว่าเวทย์นี้จะได้ผล

 

“ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงเหมือนกัน ฉันก็พึ่งจะเคยเอาเวทย์มาผสานกันอย่างนี้” มายุยกมือแตะหลังมือยูกิรินเบาๆเธอตรวจสอบค่าความอันตรายแล้วพบว่าไม่มีปัญหา

 

“มั่นใจในตัวเองสิ ฉันเชื่อว่าวิธีที่เธอเสนอมันจะเวิร์ค”

 

“แต่ฉันกังวล” หัวคิ้วของคนพูดกลับมาขมวดเข้าเป็นปมเธอจับมือมายุขึ้นมาบีบแน่นๆหนึ่งครั้งก่อนจะยอมปล่อยให้ทำหน้าที่จัดการวงเวทย์เหมือนเดิม

 

 “เธอต้องเชื่อมั่นในตัวเอง ในที่นี้เธอพึ่งได้สุด” มายุเอียงคอเล็กน้อย

 

“เอาน่า อย่างน้อยก็ต้องลองดู” และแล้วส่วนของวงเวทย์สุดท้ายก็วาดเสร็จ มายุเงยหน้ามองลูกสาวของอัตสึโกะที่อยู่เป็นจุดศูนย์กลางของวงเวทย์หลับตารวบรวมสมาธิในมือถือสร้อยเชือกถักที่ช่วยกันทำกับอัตสึโกะและมินามิเมื่อไม่นานมานี้ หวังว่ามันจะได้ผลในการที่ใช้เวทมนตร์กับของที่มีพลังเวทย์ของทั้งคู่สถิตอยู่

 

“จะเริ่มแล้วนะคะ” เด็กสาวในวงเวทย์ขยับศีรษะเบาๆส่งสัญญาณให้ยูกิรินลงมือร่ายคาถาในจารึกตามหนังสือโบราณ แสงของวงเวทย์กระจายออกเป็นวงกว้างก่อนวงเวทย์จะหมุนเคลื่อนตามเข้มนาฬิกาเป็นวงกลม

 

“อัตสึมิจัง ลองสื่อสารดูนะคะ”

 

“หม่าม๊าคะ หม่าม๊าอยู่ที่ไหน”

 

ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาจนคนร่ายเวทย์หน้าซีดขาว มันไม่ได้ผลอย่างนั้นหรือ

 

“หม่าม๊า”

 

เธอเจ็บใจจนไม่รู้จะระบายอย่างไร ทำไมเธอถึงได้โง่อย่างนี้ เรื่องแค่นี้ยังทำไมได้

 

“หม่าม๊า”

 

ความเงียบยังกอบกุมเกือบนาที ยูกิรินคิดว่าตนคงต้องล้มเลิกการร่ายเวทย์

 

ทว่า

 

“เสียงอัตสึมิจัง นั่นหนูรึเปล่าคะ”

 

เธอแทบร้องเฮดีใจแม้เสียงที่ขานรับกลับมาจะไม่ใช่เสียงของอัตสึโกะก็ตาม เสียงของมินามินี่! มาได้ยังไง!!

 

“ป่ะป๋า!” ดวงตาที่ปิดสนิทลืมขึ้นเป็นสีท้องนภางดงามตัดกับผมที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขาบริสุทธิ์เงางามต้องแสงแห่งจันทราสะกดสายตาคนที่พึ่งเคยเห็นครั้งแรกอย่างเรียวฮะเผลอจ้องอย่างลืมตัว อัศจรรย์จนน่าใจหาย

 

“อัตสึมิจัง ใช่ หนูจริงใช่มั้ยคะ”

 

“หนูอยากเจอป่ะป๋า”

 

พริบตานั้นเธอเห็นร่างของอัตสึมิจังเลือนรางก่อนหายขวับไปต่อหน้าต่อตา

 

“อัตสึมิจัง!!” ยูกิรินหยุดร่ายเวทย์ร้องเสียงหลงพอเห็นหลานสาวหายไป มายุที่พึ่งงัดตัวขึ้นจากพื้นได้อ้าปากค้าง งานเข้าพวกเธอแล้วมั้ยล่ะ

 

พ่อแม่เขาจะว่ายังไงเนี่ย!! ตายๆเธอตายแน่ๆ หัวที่รักอย่างพึ่งหายไปไหนเลยนะ

 

“เกิดอะไรขึ้น” นี่ก็วิ่งเข้ามาถามได้พอดีจังหวะเสียเหลือเกินคงเป็นเพราะเสียงร้องเมื่อกี้ที่เรียกซาเอะกับซากายะที่อาสายืนเฝ้าข้างนอกเข้ามา

 

“คะ เคลื่อนย้ายอัตโนมัติ อัตสึมิจังหายไปแล้ว”

 

“อะไรนะ!!” เอาเป็นว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่เธอกับมายุที่เหงื่อแตกซาเอะกับซายากะได้ยินถึงกับขาอ่อนนั่งลมจับกันเลย

 

แล้วเธอจะทำยังไงกันทีนี้!! ไม่ใช่ไม่รู้ว่าอัตสึมิจังเคลื่อนย้ายไปไหน

 

แต่จะพากลับมาได้อย่างไรนี่ล่ะประเด็น!

 

 

 

 

 ................................................................................................................................................................................................................................


 

Share this post


Link to post
Share on other sites

เย้~~ ไรต์มาต่อให้แล้ว:dookdik_001_mushroom:

อัตจังขี้หึง มินามิระวังตัวไว้เถอะ

เรย์นี้มันร้ายจริงๆ

รอลุ้นอยู่นะคะ มาต่อไว้ๆนะคะ:dookdik_bun_14:

Share this post


Link to post
Share on other sites

Ch.3.4

 

 

 

  การปรากฏตัวอย่างคาดไม่ถึงของเด็กสาวที่ตกอยู่ภายในวงแขนเล่นเอาคนที่พึ่งจะกลับมารวมตัวกันผงะมองหน้ากันเลิกลั่นอ้าปากค้างเหมือนเห็นผีตอนกลางวันแสกๆ ไม่เข้าใจว่าตนเองพลาดอะไรฉากไหนไปหรืออย่างไร ทำไมเจ้าตัวเล็กถึงได้ลอยมาตกอยู่ตรงหน้าให้ตกใจกันเล่นๆ

 

 

 

มาได้ยังไงกันล่ะเนี่ย!

 

 

 

ป๊ะป๋าเจ้าของเสียงใสเงยหน้ามองมินามิอย่างุนงงไม่ต่างกับคนที่เธอตกอยู่ในวงแขนถึงกระนั้นมือเล็กๆก็โอบรอบคอมินามิแน่นเมื่อพบเข้ากับกลิ่นไอแปลกประหลาดที่อยู่ใกล้ๆกับตัวของป๊ะป๋า เป็นกลิ่นที่ชวนหวาดระแวงคล้ายตอนที่พบในงานเต้นรำ มันทำให้รู้สึกไม่สบายตัวเอาเสียเลย

 

 

 

 เจ้าตัวเล็กขมวดคิ้วมุ่ยไม่ชอบใจทำจมูกฟุดฟิดใส่มินามิจนคนอุ้มอยู่อดถามไม่ได้ว่า

 

 

 

เป็นอะไรคะ ตัวเล็ก

 

 

 

กลิ่นนั้นอีกแล้วค่ะ ป๊ะป๋า กลิ่นที่ไม่น่าไว้ใจคำยืนยันกระแทกเข้ากลางใจผู้ใหญ่ที่ยืนหันมองหน้ากันด้วยแววตาไม่มั่นใจ ดูเอาสิ หลานยืนยันเองอย่างนี้ว่ามีกลิ่นไม่น่าไว้ใจแล้วจะวางใจใครได้ที่ไหน

 

รู้รึเปล่าคะ ว่ากลิ่นมาจากใครคำถามของมินามิเรียกสายตาทุกคนให้จดจ่อตั้งใจฟังคำตอบอย่างลุ้นระทึก เรียกได้ว่าไม่มีใครกล้าหายใจแรงสักคนเพราะกลัวไปรบกวนสมาธิของอัตสึมิจัง

 

กลิ่นมันสับสนหนูไม่รู้ว่าจากที่ไหนกันแน่ถึงกับพากันทำหน้าผิดหวังพลางถอนหายใจเบาๆหมดหนทางที่จะตามตัวจิ้งจอกตัวร้าย

 

เด็กน้อยหนึ่งเดียวในกลุ่มมองผู้ใหญ่อย่างงุนงง เป็นอะไรกันไปหมดทุกคน

 

มีอะไรกันเหรอคะ ป๊ะป๋าเจ้าตัวคะยั้นคะยอถาม ดูสิ ขนาดป๊ะป๋าเธอยังทำหน้าเหมือนกับเซ็งอะไรอยู่เลย

 

เปล่าหรอกค่ะ ตัวเล็กแล้วหนูมาที่นี่ได้ยังไงคะคราวนี้มินามิกดหัวคิ้วลงแทบชิดกับดวงตา อันนี้สิสิ่งที่ควรจะถามตั้งนาน ก็แน่ล่ะ อยู่ๆลูกสาวก็โผล่ออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า แล้วจะไม่ให้ตกใจได้อย่างไร ไอ้เสียงเรียกก่อนหน้านี้ยังพอว่าแต่นี่ดันเล่นปรากฏตัวมาอยู่ในวงแขน

 

น้ายูกิๆคำตอบไร้เดียงสายิ่งทำให้ป๊ะป๋าของเจ้าตัวมึนตึ๊บ ยูกิริน! ทำบ้าอะไรของพวกนี้น่ะห๊ะ! ไม่รู้รึไงว่ามันอันตรายขนาดไหนกับการที่ส่งให้อัตสึมิจังมาอยู่ในมือของศัตรู อยากจะตะโกนด่าออกมาด้วยความฉุนเฉียว

 

ยูกิรินส่งเข้ามาเหรอคะ?” มาริโกะเป็นฝ่ายถามแทนราวกับรู้ใจว่าถ้าให้เธอถามเองเธออาจจะพ่นไฟออกมาด้วยก็ได้ ว่างกันมากรึไง ถึงได้ทำเรื่องให้ลูกสาวเธอมาเสี่ยงอันตราย อดไม่ได้ที่จะกระทืบฝ่าเท้าลงพื้นอยู่หลายทีเพื่อระบายอารมณ์ ไม่งั้นคงโกรธไปอีกนาน

 

 

 

เจ้าตัวเล็กรีบส่ายหน้าดิ๊กๆก่อนจะพูดอย่างฉะฉาน

 

 

 

น้ายูกิจะให้อัตสึมิติดต่อหม่าม๊ากับป๊ะป๋า แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่เหมือนกันคำตอบใสซื่อทำเอาคนเป็นพ่อถอนหายใจยอมแพ้ก่อนตั้งคำถามใหม่ที่แคบลง

 

จำลักษณะวงเวทย์ที่น้ายูกิของหนูวาดได้รึเปล่าค่ะเจ้าตัวเล็กครุ่นคิดแล้วเริ่มอธิบายอย่างแข็งขัน ผู้ใหญ่ที่ยืนล้อมวงตั้งใจฟังถึงกับเผลอยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูจะมีแต่ปีศาจร้ายในกลุ่มที่สนใจอัตสึมิออกนอกหน้าทว่าเก็บอาการดีจนไม่มีใครสังเกต

 

  จิ้งจอกเก้าหางเลียปาก  พลังเวทย์ของเด็กตัวน้อยนับว่าแปลกประหลาด น่าจับตามองเป็นอย่างมาก ในฐานะของคนต้องการพลังของวิญญาณชั้นดี จึงเลือกให้ความสนใจเด็กกลุ่มนี้ตั้งแต่ข่าวอึกทึกคึกโครมดังข้ามน้ำข้ามทวีปราวๆสักเจ็ดแปดปีก่อนถึงการรอดชีวิตกลับมาจากอาณาจักรที่ล่มสลายนานนับพันปี ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ตัวข้าเคยรู้จักหากเป็นคนไม่ชอบคลุกอยู่กับหิมะหรืออากาศเย็นนักจึงไม่คิดจะเยือนถึงถิ่นนั้น เมื่อก่อนใครไม่รู้จักต้องเรียกว่าเป็นคนหูหนวกเพราะไม่เคยมีใครไม่พูดถึง ถูกล่ำลือไปทั่ว ไหนจะราชาที่ว่าเก่งขนาดถูกยกมาเทียบกับจอมเวทย์มือหนึ่งของสมาคมให้ฟังแล้วเอียนขนลุกขนพองไปหลายปีกระทั่งมันล่มสลายตามกาลเวลาซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นโด่งดัง เพียงข้ามคืนเท่านั้นไม่มีใครเข้าออกอาณาจักรได้อีกเลย น้อยคนจะได้พบกับคนที่รอดชีวิต ซึ่งต่างก็อยากลืมเรื่องราวในอดีตทั้งนั้น พอลองเอาความทรงจำมาเคาะแกะสนิมก็พอจะนึกออกลางๆว่ามีผู้หญิงน่ารำคาญเคยพูดให้ฟังบ่อยๆ

 

 

 

ใช่ เจ้านายและผู้ที่นางยอมทำพันธะสัญญาด้วยคนแรกและคนสุดท้าย เพราะทนต่อความช่างตื๊อนั้นไม่ไหว แล้วอย่าไปบอกใครว่านางเป็นฝ่ายแพ้แม่นั่นราบคาบ ถึงได้ถูกจับล่ามโซ่เป็นสุนัขรับใช้เชื่องๆจนกระทั่งแม่นั่นลาออกจากสมาคมงี่เง่าที่พวกหนังเหี่ยวหนังยานอยู่เต็มวิหาร นางถึงถูกปล่อยตัวยกเลิกสัญญา ตั้งแต่นั้นมาก็กลับมาทำตัวเกเรเที่ยวสะสมพลังวิญญาณเพื่อเพิ่มพลังให้ตัวเอง

 

 

 

ย้อนกลับไปเสียนาน มาที่เป้าหมายของนางตอนนี้ดีกว่า   กลิ่นไอพลังหอมหวานชวนลิ้มลองขนาดนี้คิดแล้วน้ำลายสอ เล็ดรอดจากตัวเด็กสาวนัยน์ตางดงามราวกับผลึกของอัญมณี เคยอยากเข้าใกล้หลายต่อหลายครั้งแต่กลับเข้าหาได้ยากอย่างน่าเหลือเชื่อ เด็กบ้านี้มีการระแวดระวังตัวเองสูงมาก สัญชาตญาณไวคล้ายสัตว์ป่าจนนางชักอยากรู้ว่ายัยตัวเล็กคนนี้เป็นใคร  และพลังเวทย์ดันต่างกันออกไปจากคนที่เจ้าตัวจิ๋วเรียกว่าป๊ะป๋า  ไม่รู้ว่าเด็กนี่ทำได้อย่างไร

 

 

 

บอกตามตรงนางชักจะหัวเสียจนกระวนกระวาย เพราะยัยเด็กน่าอันตรายปรากฏตัวขึ้นอีกคน

 

 

 

มันมีรูปคล้ายๆประตูด้วยนะคะป๊ะป๋าเป็นเหลี่ยมๆอย่างนี้ มีขีดๆแบบนี้ด้วยเจ้าตัวเล็กยกมือทำท่าประกอบอธิบายต่ออย่างขันแข็งเล่นเอาคนอุ้มอยู่ถึงกับแยกเขี้ยวใส่สองนักวิจัยที่เล่นจับฉ่ายเอาเวทย์มาผสายกลมกลืนกลายเป็นผัดรวมมิตร ฟังจากที่เจ้าตัวเล็กเล่ามา มันน่าปลอดภัยตรงไหนมิทราบ! ดูท่าพึ่งจะเคยใช้เป็นครั้งแรกอีกต่างหาก ผสมเวทย์สื่อสาร เวทย์มิติกับเวทย์อะไรอีกสองสามอย่างเข้าด้วยกัน มันน่ามั้ยล่ะ

 

โชคยังดีนะ! ที่ยัยตัวเล็กไม่ได้เป็นอะไร ไม่งั้นเธอจะกลับไปจับหัวเจ้าสองนักวิจัยมาแขวนประจานอยู่ประตูหน้าวัง!

 

 คนรักของเธอขำขันราวกับเป็นเรื่องสนุกทั้งที่ไม่น่าจะสนุกตรงไหน กระทั่งเสียงของโทโมจินเรียกความสนใจพวกเธอให้หันมองตามๆกัน

 

แล้วทีนี้จะเอายังไงคนตั้งคำถามกอดอกเอือมระอาเพราะเจ้าตัวเล็กซุกซนไม่รู้จักเวล่ำเวลากำลังปีนป่ายลงมาจากอ้อมแขนของคนเป็นพ่ออ้อนขอจะมาให้ตัวเองอุ้มอยู่นั่น ไม่รู้เลยรึไงว่าผู้ใหญ่เขากำลังเครียดกันอยู่

 

ช่างเป็นเด็กตัวแสบจริงๆ

 

พี่โทโมๆนั่นไง ยังจะมาเรียกเสียงใส ใช้สายตาน่าสงสารอ้อนให้ตามใจอีกต่างหาก

 

อย่าพึ่งยุ่งได้มั้ยพอถูกดุด้วยความไม่สบอารมณ์เจ้าตัวเล็กถึงกับชักฝีเท้าหยุดนิ่งก้มหน้ามองพื้นเหมือนจะร้องไห้เล่นเอาคนดุไปเมื่อครู่ส่ายหน้าเร็วๆ เอาเข้าจนได้

 

  มินามิเห็นท่าไม่ดีจะไปคว้าเข้าตัวเล็กกลับมาไว้ในวงแขนมแต่ดันถูกยูโกะชิงตัดหน้าไปเสียก่อน

 

โอ๋ๆคนเก่งของป๊ะป๋ายู ไม่ร้องนะคะ ใครแกล้งหนูเอ่ยนี่ ก็โอ๋กันดีเหลือเกิน จับเจ้าตัวเล็กโยกซ้ายโยกขวา ขอกระซิบบอกว่าตอนนี้คู่มายูกิกำลังวิจัย DNA ของอัตสึมิจังอยู่เพื่อค้นคว้าหาวิธีการให้กำเนิดเด็กตามธรรมชาติแบบอัตสึมิจัง ถ้าสำเร็จดูเหมือนว่าคู่ของยูโกะจะขออาสาเป็นหนูทดลองให้คนแรก เพราะเปรยไว้หลายรอบเหลือเกินว่าอยากมีแบบนี้บ้างสักคน

 

โทโมใจร้ายเจ้าตัวเล็กซบหน้ากับไหล่ของยูโกะฟ้องเสียคนถูกฟ้องมองค้อน โวยวายใส่เจ้าตัวเล็กว่ามันใช่เวลาจะมาอ้อนไหมเล่า ยิ่งเครียดๆอยู่ ไม่แว้ดใส่ก็ดีขนาดไหนแล้ว!!!!

 

โทโมใจร้ายๆ ไม่น่ารักๆ ไม่อยากคุยด้วยแล้วเอาเข้าไป ดูส่งสายตาตัดเพ้อให้อีกต่างหากจนคนเป็นพ่อเป็นแม่อยากจะหัวเราะออกมา งานนี้โทโมจินเจอศึกหนักเต็มๆ ยิ่งกว่าไปออกรบกับพวกปีศาจ ขืนอัตสึมิงอแงเรื่องไม่จบง่ายแน่ๆ

 

มินามิถึงกับต้องหันมองอัตสึโกะอย่างขอความเห็นว่าควรจะเข้าปรามเจ้าตัวเล็กดีรึเปล่า  แต่ดูท่าว่าอีกฝ่ายกำลังเห็นมันเป็นเรื่องสนุกไปแล้ว

 

รอดูอีกนิดนะคะนั่นไง! คิดผิดเมื่อไหร่ แทบต้องยกมือกุบขมับที่ปวดตุ๊บๆเมื่อแม่ของเจ้าตัวเล็กต้นแบบความแสบไม่มีใครเกินดูจะไม่เครียดพอกันกับลูกสาวให้เธอแอบส่ายหน้าเหนื่อยใจก่อนจะเคลื่อนสายตามองยูโกะที่ดูเหมือนว่ารวมมือกับเจ้าตัวเล็กรุมโทโมจินเรียบร้อย

 

เนอะ ใจร้ายๆ ไม่น่าคุยด้วย

 

ยูโกะ! ถ้าเธอยังไม่เงียบอย่าหวังว่าจะมีปากไว้พูดอีกโทโมจินคำรามอย่างหัวเสียเพราะสีหน้าของยูโกะมันเย้ยเป็นนัยๆว่าเธอกำลังจะถูกอัตสึมิจังแบนไม่พูดด้วยแล้ว

 

โทโมๆใจร้ายนั่นไง เอาเข้าไปมาหมดทั้งน้ำมูกทั้งน้ำตา ใครกันแน่ที่ร้าย ยัยเด็กตัวแสบ คนถูกต่อว่าตวัดสายตาเคืองๆมาทางอัตสึโกะกับมินามิที่ไม่คิดจะมาหยุดเจ้าตัวแสบให้เลิกแผลงฤทธิ์

 

โทโมจินอัตสึมิจังร้องแล้วนะคนเป็นแม่แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้โบ้ยความรับผิดชอบมาให้หน้าตาย

 

ตัวเองเป็นคนจัดการได้ดีกว่าแท้ๆ! อัตสึโกะนะ อัตสึโกะ

 

โทโมจินเชิดหน้าคอตั้งอยากจะโวยวายใส่พ่อแม่ของเจ้าตัวยุ่งนัก!

 

เร็วๆสิโทโมจิน

 

รู้แล้วน่าสุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ ถอนหายใจเอือมจัดหันหน้ากลับมาหาเด็กตัวยุ่งก่อนคล้ายวงแขนที่กอดอกยื่นออกไปข้างหน้า

 

ยุ่งจริงๆ มานี่มา ยัยตัวยุ่งครู่นั้นเจ้าตัวเล็กเลิกงอแงกลับมายิ้มพรายถูกใจให้คนอุ้มคนปัจจุบันหมั่นเขี้ยวหมั่นไส้กับความแสบของหลานสาว ฟัดแก้มนุ่มนิ่มหลายทีก่อนจะปล่อยเจ้าเด็กน้อยวิ่งดุ๊กดิ๊กๆเข้าไปกอดหมับที่ขาของโทโมจินซึ่งอดแซะไม่ได้

 

ลูกลิงรึไงเจ้าตัวร้ายส่ายหัว พอถูกอุ้มไปอยู่ในวงแขนตามต้องการก็หอมแก้มเอาอกเอาใจคนอุ้มใหญ่ ถามว่าโทโมจินจะเขินไหมกับสายตาล้อเลียนของแต่ละคนโดยเฉพาะอัตสึโกะที่ขยับปากบอกว่าแพ้ทางเจ้าตัวเล็กจนได้

 

ยัยตัวแสบทำเอาขายหน้าหมด เสียฟอร์มหมดเลยจริงๆ

 

ทำไมไม่ไปหาแม่ตัวเองน้ำเสียงนิ่งรีบถามกลบเกลื่อนความอาย

 

ดูเกาะเธอแน่นอย่างกับลิง ไม่รู้เกิดมาพิศวาสเธอตอนนี้

 

ปกติติดอัตสึโกะกับมินามิอย่างกับอะไรดี

 

ก็อยากเล่นกับโทโมๆคำตอบของเจ้าตัวเล็กน่าหมั่นไส้เสียอดใจไม่ไหวจะเอามือไปจับดึงแก้มน่าฟัดเป็นการลงโทษ มาอยากเล่นอะไรกับเธอตอนนี้ห๊ะ มันใช่เวลาไหมเนี่ย

 

 ป่วนจริงๆเลย เล่นเอาลืมกันไปหมดว่ากำลังทำอะไรอยู่ที่นี่กระทั่งเสียงคล้ายระเบิดดังมาจากทางหมู่บ้านที่กำลังจะตรงเข้าไปเรียกความสนใจของพวกเธอกลับมาสนใจกับภาพในความทรงจำของใครสักคน ครู่นั้นเพลิงไหม้ลุกโชนแดงฉานฉาบเคลือบท้องฟ้า เจ้าตัวเล็กหวาดกลัวถึงขนาดซุกหัวเข้ามาแนบหน้าอก

 

ไม่เป็นไรนะเธอลูบหลังปลอบเบาๆให้เจ้าตัวคล้ายกังวล แปบเดียวเสียงของพี่มาริโกะก็ดึงความสนใจจากเธอ

 

เราควรไปแล้ว

 

ไปที่นั่นตอนนี้!?”โทโมจินรู้ว่าจุดประสงค์แรกแต่เดิมที คือการเข้าไปที่หมู่บ้าน ทว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเปลี่ยนเนื่องจากเด็กที่อยู่ในวงแขนของเธอ เธอปล่อยหลานเข้าไปเห็นภาพไม่น่าจำในนั่นไม่ได้ อัตสึมิยังเด็กเกินไป

 

 มาริโกะมองมาอย่างเข้าใจ

 

แต่เราต้องเข้าไปมินามิช่างใจบอกด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดเดินมาใกล้เจ้าตัวเล็กที่เอามือปิดหูตัวเองเพราะเสียงกรีดร้องแวบเข้ามาเป็นระยะ เธอแตะหลังมือลงบนแก้มเจ้าตัวเล็กเบาๆ

 

คนเก่งมองป๊ะป๋าสิคะ

 

ป๊ะป๋า

 

ไม่ต้องกลัวนะคะ ป๊ะป๋าอยู่ด้วยกับหนู จะมากับป๊ะป๋าไหมคะอัตสึมิจังส่ายหน้ายึดเอามือของมินามิเอาไว้

 

หนูอยากอยู่กับพี่โทโม

 

ถ้าอย่างนั้น อย่าดื้อกับพี่โทโมมิตกลงมั้ยคะเจ้าตัวเล็กพยักหน้าให้น้อยๆมองตามป๊ะป๋าที่คุยอะไรยาวๆกับพี่โมโทก่อนป๊ะป๋าจะจูบลงมาที่หน้าผากเธอเบาๆแล้วกระซิบบอกว่าไม่ต้องกลัวนะคะ

 

หนูจะไม่กลัวค่ะป๊ะป๋าเจ้าตัวเล็กประกาศด้วยน้ำเสียงดูดีขึ้นมาจากเมื่อครู่พาให้คนที่อุ้มอยู่โล่งใจ ต้องยอมรับว่ามินามิรับมือกับเจ้าตัวเล็กเก่งมากๆ และสังเกตอารมณ์เจ้าตัวเล็กเออกอย่างทะลุทะลุปรุโปร่ง ถึงได้บอกว่าเธอควรทำอย่างไรบ้าง ถ้าเจ้าตัวเล็กเกิดมีการแปลกๆอะไรขึ้นมา

 

    ไม่ทันไรเสียงเฝ้าเท้าหลายคู่ก็ดังเข้ามาใกล้ มันรวดเร็วและรีบร้อนพอจะเรียกสายตาของพวกเธอให้หันหน้ามองก่อนภาพที่ปรากฏอยู่จะทำให้กระอัก ใช่ มันเป็นเวลาที่พวกเธอในวัยเด็กมาถึงหมู่บ้านกันแล้ว ตอนนั้นมีทั้งซายากะ ซาเอะ ยูกิ หรือแม้แต่มายุ

 

 

 

มันเป็นความจริงที่ตอกย้ำว่าเธอพวกเธอทั้งหมดปล่อยให้อัตสึโกะถูกทำร้าย ทั้งๆที่อยู่กันครบ

 

 

 

นี่ อยู่กันเยอะขนาดนี้เลยรึไงคำพูดไม่ค่อยเข้าหูของคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ทำให้เธอตวัดสายตาไม่พอใจมอง พูดอย่างนี้ไม่เดินเข้ามาตบหน้ากันเลยล่ะว่าพวกเธอไร้น้ำยา

 

เงียบไปเถอะน่าคนถูกเธอตวาดเลิกคิ้วทำเหมือนเสียงเธอเป็นเสียงอะไรสักอย่างที่ลอดผ่านหูไป หนอย!! เธอขอริบคำชมเมื่อครู่เรื่องอัตสึมิจังคืนกลับมาได้มั้ย ไม่รู้ว่าอัตสึโกะหลงเข้าไปได้ยังไง

 

โทโมตัวเล็กๆ หม่าม๊าป๊ะป๋ายู หม่าม๊าฮารุนะ น้ามาริโกะ ครบเลยๆแล้วเจ้าตัวเล็กในวงแขนเธอชี้มือใส่ร่างของพวกเธอสมัยเด็กอย่างชอบใจ ไม่ได้สนเลยว่าเธอจะกระโดดจัดการกับป๊ะป๋าของเจ้าตัวแล้วอยู่แล้วก่อนแขนเสื้อเธอจะถูกกระตุกไวๆ

 

อะไรตัวยุ่ง

 

ทำไมโทโมตัวเล็กมีการยกมือทำท่าประกอบบอกว่าเธอตัวเล็กมากกว่าตอนนี้เยอะ

 

ยังเป็นเด็กอยู่ไงแต่ก็โตกว่าตัวยุ่งแล้วกัน

 

แล้วอัตสึมิจะโตขึ้นแบบโมโทมั้ย

 

ถามอะไรแปลกๆนะเรา อีกหน่อยก็จะโตเอง ทำไม

 

ก็หนูอยากช่วยป๊ะป๋ากับหม่าม๊าคำตอบของเจ้าตัวเล็กไม่รู้ว่าทำให้พ่อกับแม่ของเจ้าตัวปลื้มขนาดไหน อัตสึโกะอยากจะเข้าไปจับเจ้าตัวเล็กกลับมาฟัดอยู่ในอ้อมกอดจริงๆถ้าไม่ติดว่าเจ้าตัวยังเล่นกับโทโมจินอยู่

 

ยุ่งให้น้อยลงหน่อยก็ช่วยได้แล้วน่าเธอบอกอย่างหมั่นเขี้ยว ตัวแค่นี้อยากจะช่วยมินามิกับอัตสึโกะ แก่แดดจริงๆ ที่มาปรากฏตัวอยู่นี่สงสัยจะเป็นเพราะห่วงป๊ะป๋ากับหม่าม๊าของเจ้าตัวมากถึงขนาดมาหาจนได้ กำลังนึกอยู่ว่าโตมาอยากจะให้เจ้าตัวเล็กนิสัยเหมือนใครดีระหว่างอัตสึโกะกับมินามิ แต่เธอขอให้เธอคนหลังมากกว่าเพราะท่าเลียนแบบเหมือนอัตสึโกะไปเสียทุกอย่าง คงน่าสงสารผู้ติดตามจริงๆ

 

  เจ้าตัวเล็กสะกิดเธอที่หลุดเข้าภวังค์ชี้ตามให้เห็นว่าพวกป๊ะป๋ากำลังจะไปกันแล้วจนเธอต้องสาวเท้าตามด้วยความไวให้ทันคนออกวิ่งนำ

 

 

 

 

 

   เพลิงไหม้ยังลุกลามต่อเนื่องเหมือนเป็นของจริงมากกว่าของปลอมไอร้อนโชกโชนปะทะเข้ากับใบหน้าให้สัมผัสรับรู้ได้ถึงความร้อนระอุก่อนจะมีใครได้ฝ่ากองเพลิงตามร่างของพวกเธอสมัยเด็กเข้าไป มินามิรีบร้องห้าม

 

อย่าพึ่ง!

 

มันเป็นของจริงมินามิกวาดสายตากลับมามองคนในกลุ่มอยากจะรู้จริงใครเป็นตัวปลอม วางลูกเล่นพราวแพรวน่าลากคออกมาจัดการนัก

 

ระวังตัวกันด้วย ดูเหมือนว่าจะมีของจริงสลับปลอมอยู่อดีตราชาจรดมือร่ายเวทย์คล้ายๆม่านพลังคลุมรอบตัวของทุกคนทั้งหมด มันน่าแปลกประหลาดสำหรับคนที่ไม่ค่อยเห็นมินามิร่ายเวทย์อื่นๆนอกจากเวทย์น้ำแข็ง นับกันในกลุ่มนี้มีแค่เธอกับผู้ปลอมแปลงเข้ามาเท่านั้นที่ไม่เคยคลุกคลีอยู่กับมินามิ

 

ฉันใช้เวทย์ได้เยอะกว่าที่เธอคิด โทโมมิคนถูกเรียกชื่อจริงเหยียดมุมปากหมั่นไส้ ก็รู้หรอกน่า พูดจากวนบาทาเธอชะมัด

 

ป๊ะป๋าให้หนูช่วยมั้ยคะเจ้าตัวเล็กในวงแขนของเธอเสนอตัวอย่างร่าเริง ไม่ได้รู้สึกเลยว่าการอยู่ที่ตรงนี้มันอันตรายอย่างไร

 

ไม่ดีกว่าค่ะตัวเล็ก เดี๋ยวหนูจะอันตรายเปล่าๆ มีคนไม่ดีเขาอยากเห็นพลังของหนูอยู่นะคะคำพูดไม่ได้เจาะจงว่าใครทำให้คนที่ปลอมแปลงเป็นตัวจริงในกลุ่มยกยิ้ม ช่างเป็นผู้หญิงที่สรรหาคำมายั๊วะเธอจริงๆ

 

ผู้หญิงไม่น่าไวใจคนนั้นเหรอคะเจ้าตัวเล็กถามอย่างชาญฉลาดเสียปีศาจในกลุ่มนึกชม ชักอยากได้ตัวเข้าแล้วจริงๆ คิดดีกว่าว่าจะเอาตัวมาได้อย่างไรให้เหมือนดวงจิตที่เธอกักกันไว้เอยู่ในครอบครองตอนนี้

 

เขาอันตรายมากเลยใช่มั้ยคะ ป๊ะป๋ามินามิยิ้มให้จางๆ ถามว่าอันตรายมากมั้ย ก็คงเป็นอย่างนั้นโดยเฉพาะลูกไม้แพรวพราว

 

ค่ะ หนูต้องระวังตัวให้มากนะคะ ตัวเล็กเธอเองก็อยากออกปากเตือนอยู่ว่าอย่าพึ่งเข้าใกล้ใครโดยไม่จำเป็นแต่เธอเชื่อสัญชาตญาณเจ้าตัวเล็กว่าสามารถเอาตัวรอดได้สบาย ข้อนี้มันทำให้เธอตัดบุคคลน่าสงสัยออกไปได้หนึ่งคน ก็คนที่เจ้าตัวเล็กเกาะแน่นอยู่นั่น เธอกำลังสงสัยว่าทำไมเจ้าตัวเล็กเลือกโทโมจินแทนจะเป็นคนอื่น

 

นึกสิ….

 

หนูจะระวังค่ะป๊ะป๋าเจ้าตัวพยักหน้ารับแข็งขันกระทั่งเสียงกรีดร้องดังมาอยู่เนื่องๆมันเป็นเสียงของพวกอัตสึโกะเมื่อวัยเด็ก

 

 ไม่รอช้าพวกเธอรีบฝ่าวงไฟเข้าไปในหมู่บ้าน ภาพตรงหน้าเหมือนตอกย้ำลงไปในความทรงจำของทุกคนยกเว้นมินามิ เพลิงสีแดงแผดเผาไหม้ทุกอย่างเหลือเพียงเถ้าถ่านเกองโต คราบโลหิตอาบพาดลงเป็นสายย้อมแผ่นดินดอนกลายเป็นบ่อโลหิต กลิ่นราวเหม็นลอยคละคลุ้งแตะปลายจมูก โทโมจินรีบยกมือปิดตาอัตสึมิจังโดยไม่มีเสียงพูด ภาพแบบนี้อัตสึมิจังไม่ควรได้เห็น

 

 เป็นไปได้ยังไง เกิดอะไรขึ้นเสียงของยูโกะในอดีตถามอย่างเลื่อนลอยสองขาที่พามาถึงบ้านเกิดอ่อนแรงทิ้งตัวลงบนพื้นที่ซาเอะเข้ามายืนข้างๆ สมองหยุดประมวลผลทุกอย่าง ไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่เกิดอยู่เป็นความจริง

 

พ่อ แม่ พ่อแม่ของฉันจะเป็นยังไงบ้างน้ำเสียงนั้นร้อนรนเต็มที่ก่อนสองขาจะพยุงร่างอันอ่อนแรงกึ่งมีสติลุกขึ้นมาพรวดพราดเข้าไปในหมู่บ้านซึ่งเคลือบฉาบด้วยเพลิงไฟ

 

ยูโกะ รอก่อน ยูโกะมาริโกะเป็นคนที่สองที่ไล่กวดหลังยูโกะเข้าไปทำให้คนที่เหลือจำใจพากันตามติดไม่ให้สองคนนี้คาดสายตา

 

ตัดมาตรงภาพจริง ยูโกะยืนกำหมัดนิ่ง

 

ต่อจากนั้นราชสีห์เพลิงปรากฏตัวตรงหน้าฉันและพ่อของฉันก็…” เป็นดังสิ่งที่ยูโกะบอกเมื่อพากันเดินตามพวกยูโกะตอนเด็กเข้ามา

 

กลุ่มเด็กสาวเผชิญหน้าอยู่กับผู้อัญเชิญสิงโตตัวใหญ่ซึ่งขนลุกไหม้ด้วยเปลวไฟ คำรามเกลี้ยวกราด กลางหน้าผากมีสัญญาลักษณ์พันธเวทย์บังคับให้ทำตามคำสั่ง คิดว่าก่อนหน้ามันปฏิเสธที่จะทำตามคำสั่งจึงถูกเจ้าของสะกดให้ทำตาม

 

วินาทีนั้นมินามิต้องรีบอ้าปากร้องตะโกน

 

ทุกคนหลบเร็ว!

 

ทำไ…” ไม่ทันที่ยูโกะจะถามจบคนเตือนก็พุ่งกระโจนเข้ามาอยู่แนวหน้าตวัดดาบในมือที่เหน็บไว้ข้างเอวเกือบตลอดเวลาชึ้นกันเขี้ยวคมที่ขบกัดแน่นลงมาทำเอาเข่าข้างหนึ่งทรุดลงกับพื้น เล็บของมันเตรียมโฉบเข้าตะปบ มินามิปลดมือข้างหนึ่งออกจากดาบอัดกระแทกเข้าท้องสิงโตตัวใหญ่ก่อนจะดีดเอาร่างออกมาได้สำเร็จ

 

ไอ้ตัวนี้มันของจริง

 

ป๊ะป๋า

 

อัตสึมิจัง หนูอย่าเข้ามาเธอเหลียวข้างมองเจ้าตัวเล็กที่ดิ้นในอ้อมแขนโทโมจิน

 

มันจะอะไรกันหนักกันหนาว่ะยูโกะสบถอย่างหัวเสีย นอกจากไอ้พวกวิญญาณกับไฟนั่น มันยังจำลองสัตว์อัญเชิญได้อีกเหรอวะเนี่ย!คำกึ่งหยาบโลนถูกพ่นไม่หยุดหย่อนจนฮารุนะต้องเอื้อมมือดึงหูปรามคนรักที่เป็นตัวอย่างไม่ดีให้หลานสาว

 

มันเจ็บนะเนี้ยงๆ

 

เถอะน่า เข้าไปช่วยมินามิไปยูโกะทำหน้าขัดใจพอถูกไล่เธอหลับตาสร้างคาถาเวทย์อัญเชิญหวังจะเรียกสิงโตเพลิงออกมาต่อกรกับตัวปลอมของมันเอง

 

ด้วยนามแห่งข้า สัตว์อสูรแห่งเพลิงเจ้าป่า ราชสีห์ผู้ทรงพลังจงปรากฏกายออกมา ณ บัดนี้!สิ้นเสียงอัญเชิญเกิดความเงียบนานหลายวินาที นกกาบินผ่านเต็มท้องฟ้า ใบหน้าทุกคนมีจุดสามปรากฏเป็นคำถาม ไม่เว้นแม้แต่เจ้าสิงโตเพลิงตัวปลอมที่งงว่ายูโกะทำอะไร

 

เธอจะบ้ารึเปล่าเราถูกพามาในมิติอื่นมันคงจะอัญเชิญสัตว์เวทย์ได้เรอะมินามิโวยวายใส่คนที่ยืนเก็บหน้าที่แตกละเอียดก่อนหน้าหนาวอย่างหัวเสีย

 

ช่วยอะไรเธอได้บ้างมั้ยเนี่ย

 

เงียบเถอะน่า!จิ้งจอกเก้าหางแทบจะปล่อยหัวเราะก๊ากใส่ผู้หญิงสองคนที่ทะเลาะกัน ฝ่ายนั้นพูดมามันก็ถูกนิหน่า ว่าถูกพามาในอาณาเขตของเธอจะอัญเชิญสัตว์เวทย์ผู้ทำพันธสัญญาได้อย่างไร

 

 ยูโกะไม่รอช้าในการรักษาหน้าอันราว อัดกระแทกดาบเข้ากลางหัวของสิงโตยักษ์จนมันกระโดนถอยหลังไป

 

 งานหินชะมัดคนยืนคู่มินามิบ่นอย่างเบื่อหน่ายเสียเวลาตามหาตัวจิ้งจอกเก้าหางอีกจนได้ ไม่รู้มันจะชอบถ่วงเวลาไปถึงไหน

 

จัดการมันยังไงมินามิถามคนที่รู้จักสัตว์ตัวนี้เป็นอย่างดี อย่างน้อยประหยัดแรงไว้ดีกว่าจะมาสุ่มโจมตีไปมั่วๆ

 

ทำให้สลบง่ายสุดตัดแรงที่ขามันก่อนมินามิเหลือบมองยูโกะแวบหนึ่งอย่างเข้าใจ

 

ฮารุนะ สนับสนุนหน่อยนะฉันจะล่อให้มันเผลอแล้วอาศัยจังหวะนั้นจับมันไว ยูโกะ…”

 

ฉันรู้จะให้ฉันจัดการกับขาของมันใช่มั้ย ระวังไฟของมันด้วยไฟของราชสีห์เพลิงไม่ใช่ธรรมดา ถึงจะเป็นเธอก็เถอะ

 

ฉันรู้น่ามินามิขยับไหล่คล้ายความเมื่อยไม่ได้ออกโรงสู้กับเจ้าพวกนี้เสียนานตั้งนาน นับตั้งแต่พาตัวเองออกจากเมืองสีขาว ก็ถือการวอร์มอัพการใช้เวทย์ที่ดีเพราะถึงความทรงจำจะกลับมาใช่ว่าเธอจะใช้เวทย์ได้อย่างก่อน

 

อัตสึโกะตัวแสบยังเคยออกปากเลยว่ามันเป็นเรื่องที่ดี เธอจะได้รู้จักพึ่งพาคนอื่นเพราะไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว มันก็คงจะจริง

 

เรื่องไฟฉันจะช่วยจัดการให้มาริโกะเสนอตัวเพราะคุ้นชินเกี่ยวกับเวทย์ลักษณะอยู่มากเนื่องจากซึซาคุที่เป็นนกไฟมีพลังไฟคล้ายๆกับสิงโตเพลิงแต่จะรุนแรงกว่ามาก

 

ฝากด้วยล่ะเธอบอกก่อนที่จะพากันกับยูโกะกระโจนเข้าเล่นงานสิงโตที่คำรามปล่อยเพลิงแผดเผาเข้าใส่ มาริโกะตวัดมือฉาบกำแพงเวทย์ป้องกันเธอกับยูโกะทับเวทย์ที่เธอร่ายก่อนหน้านี้อีกชั้น

 

ขอบใจเธอมอบตัวแตะดาบด้านไร้คมลงบนแผงคอของเจ้าป่าตัวร้ายได้สำเร็จก่อนส่งแรงเหวี่ยงเข้าใส่ร่างอันใหญ่โตกระเด็นปลิวไปด้านหลัง มันตั้งหลักได้อ้าปากคำรามลูกไฟปล่อยขึ้นบนอากาศให้หล่นลงมาราวอุกกาบาต

 

โมโทจิน ฝากด้วยเจ้าตัวเบ้หน้าไม่ชอบรับคำสั่งทว่าร่ายเวทย์คล้ายตาข่ายคลุบบนหัวของคนที่สนับสนุนอยู่ด้านหลังทำให้ลูกไฟที่ตกลงมาใส่กลายเป็นเพียงดอกไม้หอมๆ ดูเจ้าตัวเล็กชอบใจมากชมว่าโทโมเก่งๆจนเจ้าตัวต้องสะบัดหน้าอายๆหนีทั้งที่จงใจเอาใจเจ้าตัวเล็กชัดๆ

 

 มินามิไม่ปฏิเสธว่าคนขี้โวยวายอย่างโมโทจินเป็นคนที่ฝีมือเอาเรื่อง ถ้าไม่ทำตามอารมณ์ตัวเองมากเกินไปก็จะรับมือด้วยได้ลำบาก

 

  แล้วเธอกับยูโกะต้องรีบเหวี่ยงตัวหลบขวับพอลูกไฟที่คนขี้โวยวายเปลี่ยนให้กลายเป็นดอกไม้ถูกทำให้กลายเป็นลูกศรพุ่งเข้าใส่งสิงโตเพลิงอีกทอดเกือบเฉียวมาโดน

 

ทำอะไรของเธอเนี่ยยูโกะหันไปกระทืบเท้าโวยวายใส่คนที่ยกยิ้มสะใจ

 

ช่วยไม่ได้คำตอบอยากจะทำให้ยูโกะเปลี่ยนเป้าหมายไปจัดการกับคนที่ไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างใดที่เกือบทำให้พวกเธอโดนลูกหลงไปด้วยอย่างจงใจ

 

เธอมันต้องเป็นจิ้งจอกเกาหางแน่ๆ

 

ฉันไม่อยากเป็นปีศาจรสนิยมแย่อย่างนี้เหรอนะท่าทางสมกับเป็นโทโมจินทำให้มินามิผ่อนลมหายใจ ไม่รู้จะอ่อนใจจะหนักใจหรือจะว่าอย่างไรดี

 

อัตสึโกะถึงกับเงียบพูดอะไรไม่ออก

 

สมน้ำหน้าก็แต่คนถูกโทโมจินสบประมาทว่าเป็นปีศาจรสนิยมแย่ เจ็บน่าดู

 

เธอกับยูโกะต้องหลบอีกครั้งพอเจ้าสิงโตมีไฟล้อมรอบแผงคอกระโจนเข้ามาแยกเขี้ยวร้อนระอุจะขย้ำพวกเธอ

 

 มินามิดีดตัวขึ้นสูงกว่าราชสีห์เพลิงก่อนใช้ฝีเท้าเหยียบเบาๆบนหลังให้มันเบี่ยงความสนใจของมาที่เธอคนเดียวจังหวะนั้นยูโกะรีบใช้โอกาสตวัดดาบเข้าที่ข้อเท้าของมันจนได้ยินเสียงดัง ฉิบ

 

เจ้าตัวใหญ่กำลังลอยตัวตามงับเธอดิ่งตัวลงพื้นดัง ตึม

 

เร็วเข้าเนี้ยงๆ เจ้านี้มันฟื้นตัวเร็วฮารุนะที่เตรียมพร้อมอยู่ก่อนร่ายเวทย์ตามคำเร่งของคนรัก ได้โทโมจินมาช่วยเสริมอีกแรงโดยปล่อยอัตสึมิจังที่มองการต่อสู้อย่างสนใจอยู่กับอัตสึโกะ

 

ชอบเหรอคะ

 

เจ้าตัวเล็กเพียงหันหาหม่าม๊าของตัวเองไม่ได้เข้าไปอ้อนเหมือนอย่างเคย

 

เป็นห่วงป๊ะป๋า

 

ป๊ะป๋าของหนูเก่งนะคะ ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าตัวเล็กพยักหน้ารับช้าๆก่อนมองกลับยังการต่อสู้ดุเดือด ป๊ะป๋าของเธอเอาสันดานดาบกระแทกอย่างแรงใส่สันกรามเจ้าสิงโตตัวยักษ์ ดูมันเจ็บน่าดูสะบัดหัวเหวี่ยงด้วยแรงมหาศาลดึงเอาวงเวทย์ที่ตรึงอยู่สั่นสะเทือน

 

เร็วสิ มัวทำอะไรอยู่เล่าป๊ะป๋ายูขึ้นเสียงดังใส่ป๊ะป๋าของเธอที่อัดเจ้าสิงโตยักษ์ตัวเดิมซ้ำด้วยแรงมากกว่าเดิมเข้าที่สันคอ เด็กสาวเห็นมันมองตาขวางก่อนล้มตัวนอนดัง ตึ่มเหยียดเท้าแอ้งแม้งหมดสภาพ

 

เอ้าจัดการหน่อยป๊ะป๋าเธอโบ้ยไปทางป๊ะป๋ายูที่เหมือนจะให้ลงเวทย์สลายมนต์ลวงตาอะไรอย่างนี้ เจ้าสิงโตตัวใหญ่ดูจะกินแรงป๊ะป๋าทั้งสองของเธอมากๆเพราะเจ้าตัวกำลังหอบกันทั้งคู่ เธออยากเขาไปช่วยแต่กลัวเข้าไปเกะกะเลยได้แต่มองดูเงียบๆ จังหวะเวลาเดียวกันภาพเหตุการณ์ในอดีตก็ดำเนินต่อ

 

เป็นช่วงเวลาที่ยูโกะวัยเด็กเผชิญหน้ากับสิงโตเพลิงซึ่งมีพ่อแท้ๆของเจ้าตัวกำกับ คำร้องเรียกพ่ออย่างสะเทือนขวัญสร้างความหดหูใจให้ผู้รวมเหตุการณ์ จอมเวทย์คนนั้นเก่งกว่ายูโกะหลายขุมอย่างเทียบไม่ติด เจ้าตัวเกือบพลาดพลั้งพ่ายให้กับพ่อตัวเองจัดการถ้าซาเอะกับซายากะไม่เข้ามาช่วยรับการโจมตีเอาไว้ก่อน

 

เธอจัดการเจ้าสิงโตนั่น พวกฉันจะรับมือกับพ่อเธอให้

 

แต่…” ยูโกะตอนนั้นใจแข็งไม่พอจับดาบสู้กับพ่อไม่ได้ ทำไม่ได้ทั้งที่ภาพมันฟ้องว่าพ่อของเธอกำลังทำอะไรอยู่

 

เร็วเถอะน่า!เพื่อนสนิทตะคอกใส่หน้า แข็งใจพูดย้ำให้ยูโกะต้องต่อสู้

 

เหตุการณ์เข้าขั้นวิกฤตร้ายแรงอัตสึโกะตรึงมือมากหลังจากลงเวทย์กักขังสิงโตตัวร้ายมันคำรามปล่อยให้ไฟล้อมรอบตัวเพื่อแผดเผาวงเวทย์ของอัตสึโกะ โทโมจินเข้าสนับสนุนเจ้าตัวอีกแรง ถึงอย่างนั้นยูโกะก็ยังทำใจสู้ต่อไม่ได้กระทั่งเจ้าสิงโตตัวนั่นใกล้ถูกผลึกพลังได้สำเร็จ

 

ฉันจะช่วยเด็กคนนี้อัตสึโกะวัยเด็กกระซิบเสียงแผ่วเบา แววตาเด็ดเดี่ยวคู่นั้นยามเดินเข้าใกล้ราชสีห์เพลิงกระทบใจของคนอ่อนแอให้สั่นสะท้าน เวลานั้นยูโกะอ่อนแอทำอะไรไม่ได้จริงๆ ยูกิรินเป็นฝ่ายเข้ามาสับเปลี่ยนกับอัตสึโกะในการใช้เวทย์กักกันสิงโตเพลิงที่ส่งแรงพยาบาทออกมาไม่เว้นระยะ มายุถูกดันให้กลายเป็นผู้สนับสนุนของซาเอะกับซายากะ เหลือฮารุนะกับมาริโกะที่จัดการกับบริวารที่ถูกพ่อยูโกะเรียกออกมา

 

 ไม่ต้องกลัวนะเด็กดีเสียงอ่อนโยนของอัตสึโกะวัยเด็กแววเข้าภายในหูทำให้คนในปัจจุบันที่ยืนมองเหตุการณ์เงียบๆอยากกระโจนเอาตัวเข้าไปกันถ้าไม่ติดว่ามันเป็นเพียงภาพในความทรงจำ ไม่ต่างจากยูโกะในปัจจุบันที่กัดฟันแน่เพราะทราบชัดเจนว่าเหตุการณ์ต่อจากนั้นเป็นอย่างไร ขณะกำลังจะคลายผลึกให้ราชสีห์ที่ถูกสะกด พ่อของยูโกะก็หลุดออกมาจากแนวการต่อสู้ซึ่งชัดเจนว่าสามคนที่สู้อยู่รับมือไม่ไหว

 

อัตสึโกะ!!!เสียงของยูโกะในวัยเด็กแผดร้องดังลั่นพร้อมกับหัวใจที่ดิ่งวูบหายไปทันใดที่คมดาบแทงทะลุร่างของอัตสึโกะชูขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนจะสะบัดเกลือกกลิ้งทิ้งร่างของอัตสึโกะลงพื้นเหมือนตุ๊กตา เสียงหัวเราะของพ่อยูโกะดังกังวาน

 

 มินามิยืนตัวชาวาบเมื่อคนรักล้มลงอาบเลือดต่อหน้าต่อตา

 

หม่าม๊า!!เจ้าตัวเล็กเห็นภาพแม่ในอดีตเต็มสองตาจะวิ่งเข้าไปหาอัตสึโกะแต่กลับถูกคว้าตัวเอาไว้ก่อน

 

ไม่เอานะคะ หม่าม๊าอยู่นี้ไงค่ะ

 

ปล่อยนะเจ้าตัวเล็กดิ้นอย่างไม่ชอบใจกลิ่นไอร้ายน่ากลัวรุนแรงมากกว่าตอนแรกเสียนึกหวาด เป็นผลให้เวทย์แผดออกมาอย่างระงับไม่ได้

 

โอ๊ย!

 

อัตสึโกะ!ทุกคนหันกลับให้ความสนใจคนที่ร้องเรียกแขนของอัตสึโกะเป็นสีม่วงช้ำจางๆ หลังจากที่ปล่อยอัตสึมิหลุดลงพื้น

 

 มินามิมองเจ้าตัวเล็กที่ก้มหน้าวิ่งมาหาตนด้วยแววตาสำนึกผิดที่เผลอทำร้ายอัตสึโกะเข้าจนบาดเจ็บเจ้าตัวร้องไห้สะอื้นเบาๆตัวสั่นจนน่าสงสาร

 

ไม่เป็นไรนะคะเธอลูบผมเจ้าตัวเล็กปลอบให้หยุดร้องรู้ว่าลูกไม่ได้ตั้งใจจะทำอย่างนี้ ก่อนจะหันไปฝากโทโมจินมารับยัยตัวเล็กไปดูแล

 

ขอดูแผลหน่อยนะคะมินามิเดินเข้าใกล้คนรักที่จับรอยช้ำน้ำตารื้นเห็นแล้วใจสั่น อยากเปลี่ยนกันให้เธอเป็นคนเจ็บเพราะเวทย์เมื่อครู่กัดผิวหนังเข้าไปอยู่ลึกเหมือนกัน ดีที่ไม่ใช่การใส่เวทย์เต็มแรง ไม่อย่างนั้นเธอไม่อยากคิด

 

 ลูกสาวเองก็คงรู้สึกผิดอยู่มากถึงได้ร้องไห้ขอโทษไม่ยอมหยุดร้องสักทีทั้งที่โทโมจินปลอบแล้วปลอบอีก ว่าไม่เป็นไร เธอจัดการกับเรื่องนี้ได้

 

ครู่ที่มินามิกำลังจะแตะมือลงใกล้แผลของอัตสึโกะ เจ้าตัวรีบชักแขนกลับรู้กลัวว่าจะเจ็บมากกว่าเดิมจนได้รับส่ายตาดุจากคนรัก

 

อยู่นิ่งๆ

 

กลัวเจ็บเจ้าตัวกล่าวเสียงอ่อย ค่อยๆยื่นแขนให้คนตีหน้าโหดใส่แต่โดยดี ถ้าไม่ยอมทำตามดีๆเธอจะเจ็บมากกว่านี้แน่ ครู่นั้นเองที่ภาพในอดีตดำเนินมาถึงช่วงที่ทุกคนในวัยเด็กเข้ามารุมดูร่างของอัตสึโกะที่นอนเกือบหมดลมหายใจบนพื้นเสียงแผดร้องดังเจ็บปวดเสียดแทงหัวใจให้เจ็บช้ำ  เรียกอัตสึมิกลับไปสนใจ ฝ่ามือน้อยๆกำแขนเสื้อของโทโมจินไว้แน่น

 

สีฟ้าเสียงปนสะอื้นของอัตสึมิกำลังดึงความสนใจของคนที่รักษาบาดแผลให้คนรักเงยหน้ามองเจ้าตัวเล็กที่ซบหน้าครึ่งหนึ่งอยู่บนบ่าของโทโมจินที่ยังพูดซ้ำว่าไม่ต้องร้อง

 

อะไรคะเธอถามอย่างสงสัยเจ้าตัวเล็กเช็ดน้ำตาไวๆแข็งใจบอกเธออีกครั้ง

 

สีฟ้าลอยอยู่ทำเอาทุกคนกดหัวคิ้วเข้าหากันมองเจ้าตัวเล็กอย่างต้องการคำอธิบายอะไรมากกว่า สีฟ้าลอยอยู่

 

ตัวเล็กสีฟ้าเหมือนป๊ะป๋าคราวนี้คนที่รู้เรื่องเป็นอย่างดีนั่งค้าง อกสั่นกระเพื่อมขึ้นลงอย่างตกใจ อะไรนะ!

 

คะ?” เธอพยายามเก็บอาการกระวนกระวายจ้องมองกลับไปทางกลุ่มของพวกอัตสึโกะในวัยเด็กเพื่อมองหาในสิ่งที่เจ้าตัวเล็กลูกสาวเธอบอก แต่...ไม่เห็น ทุกคนเองก็ดูเหมือนจะไม่มีใครเห็น ไม่รู้ว่าจิ้งจอกเก้าหางจะเห็นรึเปล่า

 

ตัวเล็กๆเหมือนป๊ะป๋าอยู่ตรงนั้น มีคนที่ไม่รู้จักอยู่ด้วยคำบอกเล่าเป็นฉากยืนยันชัดเจนทำเอามินามิต้องลุกขึ้นยืน

 

ฮารุนะลงมาเปลี่ยนกันหน่อยมินามิหันมาขอโทษคนที่เธอนั่งรักษาเรียกอดีตเหลนในหลายๆรุ่นเข้ามาแทนที

 

แต่ฉันไม่มั่นใจว่าจะทำได้

 

ไม่เป็นไร ฉันเขียนวิธีการให้แล้วแบมือยื่นมานี้ฉันจะเขียนลงให้คนถูกบอกให้แบมือทำตามอย่างจำยอมก่อนมินามิจะร่ายคาถาเวทย์สั้นๆครู่นั้นมีภาพปรากฏขั้นตอนการรักษาแบบละเอียดก็เข้ามาอยู่ในหัวของฮารุนะ เธอพยักหน้าให้รู้ว่าตัวเองได้รับข้อมูลมาแล้ว

 

ก่อนจะยอมนั่งลงแทนมินามิที่เดินไปหาเจ้าตัวเล็กซึ่งเกาะแกะอยู่กับโทโมจิน

 

มาหาป๊ะป๋านะคะมินามิอ้าวงแขนออกให้เจ้าตัวเล็กค่อยๆปีนเข้ามา

 

หนูทำให้เวทย์ของหนูเชื่อมต่อกับตัวป๊ะป๋าหน่อยนะคะเสียงกระซิบของมินามิเบามากเหมือนลมผ่านขนาดโทโมจินอยู่ใกล้ๆยังไม่ได้ยินแต่คนหูดีอย่างอัตสึมิได้ยินชัดเจน

 

ค่ะ ป๊ะป๋าพริบตานั้นเส้นผมสีดำกลายเป็นขาวอย่างน่าอัศจรรย์ จิ้งจอกเก้าหางแอบเลียลิ้มฝีปากด้วยความสนใจพลังเวทย์ที่กำลังเพิ่มขึ้นสูง ถ้าได้ครอบครองเอาไว้พลังคงเหลือพอใช้ไปได้อีกนาน ดวงตาของมินามิกลายเป็นสีเดียวกับเจ้าของเรือนผมสีขาวเป็นสีของดวงตาที่ทุกคนไม่ได้เห็นนานนับแต่มินามิสูญเสียพลังเวทย์ดังเดิมก่อนเจ้าตัวจะตัดสินใจหลับตาปิดรับทุกสัมผัสครู่หนึ่ง

 

แล้วเสียงอันเนิบนานที่ไม่คิดว่าจะได้ยินอีกครั้งก็ดังแววผ่านโสตประสาท

 

ท่านมินามิเธอลืมตามองร่างของอัตสึโกะในอดีตที่ควรสิ้นลมหายใจแล้วเพราะเด็กพวกนี้ทำพลาดในการช่วยชีวิตอย่างเห็นได้ชัด แต่ละคนกำลังหอบหายใจเพราะสูญเสียพลังเวทย์ไปมาก ทว่าร่างของอัตสึโกะกลับแน่นิ่งไม่มีการตอบรับ มันประหลาดตรงแสงสว่างที่ยังโอบเอาร่างนั้นไว้เยื้อลมหายสุดกำลังไม่ยอมให้ดับมอดลงง่ายๆ

 

 ไม่อยากจะเชื่อสายตา  วิญญาณที่ปรากฏออกมาจากร่างที่ใกล้สิ้นลมทำให้เธอไม่สามารถมองสิ่งใดได้อีก คลื่นความคิดถึงตีรื้นเข้าโถมกระหนำแสดงชัดถึงเสี้ยวความรู้สึกที่ยังตกตะกอนค้างอยู่เนิบนาน

 

ไมโกะอีกครั้งที่หลุดชื่อของผู้หญิงคนนี้ออกมาจนจิ้งจอกเก้าหางขมวดคิ้ว

 

ใคร

 

ท่านมินามิ

 

ข้าไม่ใช่เธอพึ่งจะได้เห็นเจ้าตัวเล็กสี่ปีกที่บินอยู่เหนือร่างของไมโกะซึ่งกำลังใช้เวทย์เยื้อลมหายใจใของร่างที่ตนเองพำนักอยู่ภายใต้

 

ทำไมถึงอยู่ที่นี่ลินดาตัดเพ้อด้วยความขับข้องใจแววตาที่มินามิเห็นเจ้าภูติตัวเล็กทอดมองไมโกะ มันเจ็บปวดไม่ต่างจากเธอตอนนั้นหากมันดูสงบกว่า สงสัยเป็นเพราะว่าความแค้นมันถูกถ่ายมาที่เธอ ความเจ็บปวดจึงหลงเหลืออยู่ที่ลินดา เป็นความจริงที่ว่าถึงแม้พวกเธอจะแยกจากันแต่ความรู้สึกและวิญญาณบางส่วนยังผูกกันอยู่

 

ท่านต้องช่วยเด็กคนนี้ มีทางเดียว

 

ทำไม

 

โปรดเชื่อข้า

 

ทั้งที่เจ้าหักหลังความโกรธฉายรวนในน้ำเสียงลินดากระพือปีกเล็กทำท่าจะบินหนี

 

หากจะโกรธจะเกลียดท่านลงที่ข้า ไม่ใช่เด็กคนนี้

 

ข้าไม่ใช่ท่านมินามิและข้าเป็นภูติ มิควรยุ่งเกี่ยวกับชีวิตของมนุษย์โดยเฉพาะคนใกล้ตาย

 

แต่การตายครั้งนี้ไม่ใช่การตายที่สมควร ถ้าเด็กคนนี้ตายคำสาปจะอยู่คู่ท่านมินามิชั่วนิรันดร์เจ้าภูติตัวเล็กหยุดกระพือปีกหันมาให้ความสนใจกับจอมเวทย์ในอดีตที่เคยหักหลังตนเองในตอนที่เป็นดวงวิญญาณหนึ่งเดียวกับเจ้าของร่างหมาป่า

 

เด็กคนนี้เป็นคนเดียวที่จะถอนคำสาปได้ นางเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียว

 

เจ้าเอาอะไรมาพูด!แววเจ็บปวดฉายชัดถึงสภาพจิตใจภายใน ภูติน้อยไม่อยากสบตากับคนที่ทำให้ความรู้สึกเจ็บเริ่มกลั่นออกมา ไม่ควรมี การเป็นภูติไม่ควรมีความรู้สึกอย่างนี้ นางเป็นเพียงผู้หญิงในอดีตที่บังเอิญเจอกัน ไม่ควรยุ่ง ไม่ควรข้องเกี่ยว

 

ได้โปรด ไม่มีเวลาแล้วความแน่วแน่ของนางสะท้อนผ่านออกมาให้ภูติตัวเล็กเผลอจ้องมองเข้าไปภายในแววตาที่คิดถึงหนักหนาราวกับมวลอากาศรอบตัวเหือดหาย เจ้าภูติจิ๋วถูกแววตาคู่นั้นดึงดูดดำดิ่งนิ่งลึกลงจนปลายลิ้มสัมผัสได้ถึงขมความของรสชาติบางอย่าง ใช่ ความทรงจำ และประตูบานนั้นเปิดเผยสู่สายตาของเธอ ภาพของจอมเวทย์สาวที่อาบด้วยหยาดโลหิตภายใต้เสียงหัวเราะของคนที่นางรู้จักเป็นอย่างดี ภูติน้อยเบิกดวงตาขึ้นดึงเอาห้วงความคิดจมดิ่งกลับมาจ้องมองจอมเวทย์ที่หลั่งหยาดน้ำตาลงช้าๆ

 

เจ้าทำอะไรกับข้า

 

ท่านเห็น

 

เจ้าทำอะไร!

 

มันคือความจริงคำว่าความจริงทำให้บินสี่คู่อ่อนแรงเกือบพาร่างร่วงหล่นสู่พื้น

 

โกหก!

 

ได้โปรดไม่มีเวลาแล้ว ท่านจะไม่เชื่อข้าก็ได้!แต่ทางเดียวคือเด็กคนนี้ต้องรอดน้ำเสียงแน่วแน่ยืนยันเพราะตนเองตอนนี้เป็นเพียงส่วนของวิญญาณที่ไร้พลังไม่สามารถทำอะไรเพื่อเยื้อชีวิตเจ้าของร่างนี้ได้อีกนาน เรย์ตามเธอเจอ เจอร่างที่เธอใช้เวิญญาณส่วนที่เหลือคุ้มครองเอาไว้และกำลังทำลายความหวังหนึ่งเดียวของเธอ

 

เธอจะยอมให้เป็นอย่างนี้อีกไม่ได้

 

ภูติน้อยเม้มปากแน่นความขมที่สัมผัสผ่านความทรงจำกำลังสร้างความเจ็บปวดให้ร่างกายคล้ายจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

 

ข้าจะทำลินดาบอกเสียงสั่นซึ่งมินามิสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดแบบเดียวกันกับเธอจนเจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนเรียก

 

ป๊ะป๋า

 

ไม่เป็นไรค่ะ คนเก่งเธอกระซิบบอกให้เจ้าตัวเล็กสบายใจแม้หัวใจกำลังจะถูกแผดเผาให้อยู่กลางเปลวไฟเจ็บปวดที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้ ครู่นั้นลินดารวมพลังเวทย์อยู่อึกใจเจ้าตัวได้ผลัดปีกสี่ข้างหายไปก่อนขยายร่างให้ใหญ่ขึ้น ทิ้งตัวใช้เท้าสองข้างแตะลงที่พื้นดินใบหน้าถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมกับเสื้อที่เสกปิดบังมิดชิด

 

ป๊ะป๋าสอง..เธอฝ่ามือเคลื่อนปิดปากเจ้าตัวเล็กอย่างรวดเร็วเกือบจะหลุดพูดสิ่งที่เห็นออกมาส่ายหน้าบอกว่าห้ามพูดอะไรที่เห็นก่อนเสียงอุทานของยูโกะจะเรียกให้คนอื่นสนใจตามกัน

 

เดี๋ยวสิ ฉันจำได้ว่าไม่เคยเห็นคนคนนี้ในความทรงจำ

 

มันเกิดอะไรขึ้นกันหะเจ้าตัวเข้ามาเขย่าแขนเธอรุนแรง

 

ดูไปก่อนเถอะน่า

 

เธอตัดบทด้วยน้ำเสียงไม่ต้องการคุยความรู้สึกขึ้นลงทำให้อารมณ์เธอไม่คงที่ พอจะรู้แล้วว่าเกิดอะไร ความทรงจำของเด็กพวกนี้ถูกเปลี่ยนไปในตอนที่เจอกับลินดา

 

ข้าจะช่วยเสียงก้องกังวานโทนน้ำเสียงเดียวกันกับเธอสะกดสายตาทุกคู่จ้องนิ่ง ร่างของอัตสึโกะรายล้อมด้วยแสงเวทย์ ลินดาในร่างมนุษย์ร่ายคาถารักษา ดึงเอาปริมาณเลือดที่เสียไปกลับคืนมาก่อนตามด้วยการฟื้นฟูพลังเวทย์ให้เจ้าตัวรักษาตัวเอง ดาบที่แทงมีคำสาปทำให้เด็กพวกนี้รักษาไม่ได้แม้บาดแผลจะหายไปแล้ว

 

 ร่างของอัตสึโกะกระตุกเฮือกลมหายใจที่แทบจะหยุดกลับมาเป็นเหมือนปกติทำให้ เด็กสาวราวๆเกือบสิบชีวิตเช็ดน้ำตาแห่กันเข้ามาดูอาการ

 

เดี๋ยวก่อนคุณ!หนึ่งในพวกเด็กสาวร้องเรียกลินดาที่กำลังจะพาตัวเองออกมาทว่าเด็กพวกนั้นกลับถูกลินดาทำให้สลบหมดสติล้มตัวนอนลงบนพื้นตามๆกันก่อนภูติน้อยจะกลับคืนร่างเดิม

 

 ขอบคุณที่ยอมช่วยน้ำเสียงสั่นกระทบกระทั่งจิตใจของผู้ฟัง ภูติน้อยหยุดบินมองวิญญาณของไมโกะที่เริ่มเลือนหาย

 

ให้ข้าช่วยน้ำเสียงไม่แน่ใจออกปากแววตาฉายชัดถึงความสับสน น้ำตาของแม่มดกลายเป็นขวากหนามที่พุ่งทะยานเข้าปักลึกมากกว่าเดิม

 

แค่นี้ก็ดีแล้ว

 

ทำไมลินดาไหวหวั่นอย่างไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเอง ภูติน้อยกำลังถูกความรู้สึกที่จมหายในซอกหลืบบีบรัด ทั้งเจ็บสะท้านและทรมานยิ่งกว่าสิ่งใด อยากไขว่คว้าเอาร่างของผู้หญิงคนนี้กลับคืนมา ทั้งที่ไม่คิดจะทำ

 

ข้าไม่ใช่คนที่มีชีวิตอยู่อีกแล้วกระแสเจ็บปวดที่กระทบกระทั่งไม่อาจทำให้ภูติที่บินอยู่หรือมินามิในปัจจุบันอยู่เฉยได้ น้ำตารื้นขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

สำหรับมินามิมันไม่ใช่ความรักที่หลงเหลืออยู่ มันคือความรู้สึกสงสาร

 

ส่วนลินดามันคือความโหยหาที่ขาดหายไป

 

แต่เจ้า…”

 

หากมีโอกาสเราคงได้พบ พบกันอีกครั้งรอยยิ้มที่ส่งให้ลินดาคล้ายยาชาที่เคลือบฉาบหัวใจให้เต้นช้าลง มินามิรู้ว่ารอยยิ้มนั้นหมายถึงอะไร มันไม่ใช่เพียงรอยยิ้มที่มอบให้ลินดา มันเป็นรอยยิ้มที่เผื่อแผ่มายังเธอ

 

ทำไมไมโกะยกมือแตะที่อกข้างซ้าย

 

มันยังคงอยู่ไม่ไปไหน เหมือนท่านที่ยังอยู่ในใจของข้า ตลอดกาลลินดากลั้นเสียงร้องที่สะท้านในอกขณที่ไมโกะเลือนหายไปอยู่ภายในตัวของเด็กสาวที่นอนนิ่งราวกับรอให้ใครสักคนปลุก

 

 ภูติน้อยทิ้งร่างที่อ่อนแรงลงเข้าใกล้กับร่างของเด็กสาว

 

ข้ารู้ว่าไม่ใช่ข้าตอนนี้ คนที่เจ้าอยากเจอจริงๆข้าเป็นเพียงแค่เงา เป็นเพียงความทรงจำ เป็นเพียงรูปร่างที่มีชีวิตอีกครั้ง เจ้าคงอยากพบเขามากๆ เช่นเดียวกับที่ข้าปรารถนาอยากช่วยเขาภูติน้อยแตะริมฝีปากแผ่วเบาลงบนหน้าผากของเด็กสาว

 

หากสิ่งที่เจ้าบอกแก่ข้าเป็นความจริง เวลาที่ทุกอย่างจะสิ้นสุดลงคงกำลังจะมาถึง ตราประทับนี้เป็นคำอวยพร หากเจ้าฝากความหวังที่นาง ข้าจะมอบความหวังให้นาง พบพานและเจอกัน จงมุ่งตรงไปยังสถานที่แห่งนั้น ปลุกราชาให้ออกจากคำสาปเนิบนานแสนนาน และข้าจะเฝ้ามองอยู่ห่างๆ

 

 และวินาทีนั้นลินดาก็กระพือปีกสี่คู่ขึ้นบนท้องฟ้ามองดูเด็กสาวแต่ละคนที่ตื่นขึ้นมาซึ่งถูกตัวเองป้อนถ่ายความทรงจำใหม่เข้าไป

 

 เด็กพวกนี้จะเป็นคนนำพาโชคชะตาของราชาแห่งเมืองสีขาว

 

โชคชะตาของตัวข้าเอง

 

 

 

 สุดท้ายการพบกันก็จบลงด้วยการพลัดพลาด ลินดากระพือปีกหายไปเหลือเอาไว้เพียงความทรงจำอันขมขื่นที่แสดงถึงเรื่องราวซึ่งเคยเกิดขึ้น ลินดารู้เรื่องมาก่อนและยืนยันปิดบังเรื่องทั้งหมดกับมินามิ เก็บซ่อนความรู้สึกเจ็บปวดที่พบเจอกับไมโกะไว้กับตนเอง

 

 มินามิทรุดเข่าข้างนึงลงหลังจากบอกให้ลูกสาวหยุดการเชื่อมพลังรีบยกมือกดดวงตาซึ่งกำลังจะทำเรื่องหน้าอายต่อหน้าลูกสาว เธอร้องออกมาไม่ได้ต่อจะให้เจ็บมากกว่านี้ก็ตาม ลินดาเคยบอกว่ามันเป็นโชคชะตา เจ้าตัวเลือกที่จะแลกชีวิตกับเธอเพื่อให้เธออยู่ต่อ ลินดาบอกสิ่งที่เกิดขึ้นในความรู้สึกมันมีค่า

 

แล้วความรู้สึกของเจ้าตัวเล่า ไม่คิดว่ามันมีค่าหรืออย่างไร เลือกจะให้ชีวิตเธอและทิ้งชีวิตตัวเองเนี่ยนะ

 

เจ้าภูติงี่เง่า! ทำไมทำเรื่องอะไรอย่างนี้เล่า

 

มันเจ็บใจที่เธอกลายเป็นเพียงแค่ผู้รับรู้เท่านั้น เหมือนกับครั้งของไมโกะ

 

ไม่ได้ต่างกันเลย

 

มินามิเสียงเรียกเธอจากด้านหลังทำให้ต้องยกวงหน้ามองน้ำเสียงทอดอ่อน เธอเลือกจะเคลื่อนสายตามองสีหน้าสับสนของทุกคนที่ได้เห็นในสิ่งที่ไม่ตรงกับความทรงจำ แต่ไม่มีใครถามอะไรกับเธอนับแต่เธอตวาดยูโกะเมื่อครู่

 

เมื่อครู่ฉันขอโทษเธอพูดกับยูโกะที่พยักหน้าเบาๆว่าเข้าใจ

 

ผู้หญิงคนนั้น คืออีกตัวตนของฉันดวงตาทุกคนเบิกกว้างรวมถึงจิ้งจอกเก้าหางที่ยกหูตั้งอย่างสนใจ เพราะพอจะรู้ได้ว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ธรรมดาถึงขนาดเปลี่ยนความทรงจำคนอื่นได้อย่างแนบเนียน พวกเธอถูกเปลี่ยนความทรงจำ แต่คนที่เห็นเหตุการณ์นี้ไม่ได้มีแต่พวกเธอคนพูดช่างใจเพราะเหมือนว่าเธอพึ่งจะนึกอะไรออก เธอกระซิบถามเจ้าตัวเล็กถึงสิ่งที่สงสัยก่อนคำตอบจะทำให้เธอยกยิ้ม

 

 

 

กลิ่น

 

 

 

 คราวนี้สายตามินามิจ้องตรงที่เป้าหมายซึ่งยืนขึ้นทำหน้าไม่รู้เรื่องอะไรได้อย่างแนบเนียน

 

มินามิกำลังพูดถึงใครเหรอคะ

 

เล่นละครเก่งจนน่าให้รางวัลเธอปราดคราบน้ำตาที่หลงเหลือออก เธอเป็นคนอยู่ในเหตุการณ์ด้วยใช่มั้ย แล้วตามดูพวกเด็กนี้ ตอนนั้นเธอรู้ว่าอัตสึโกะไม่ตาย เธอถึงได้สนใจเด็กพวกนี้

 

คะ?” อีกฝ่ายกำลังงกับสิ่งที่คนจ้องเธอเขม็งร่ายออกมาเป็นชุด

 

ถอดหน้ากากออกมาได้แล้วมินามิข่มเสียงขู่คนที่ยังแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องกระทั่งมาริโกะเข้ามาแตะไหล่เธอบอกให้ใจเย็น

 

เป็นอะไรของเธอ สมองกลับแล้วรึไงเล่ายูโกะเองก็ออกโรงปกป้องงงว่าทำไมมินามิกล่าวหาคนอื่นไม่มีหลักฐาน ใช้เวทย์มากไปจนเพี้ยนแล้วหรืออย่างไร

 

ยูโกะพาฮารุนะถอยออกมา!มินามิเสียงเฉียบขาดแสดงท่าทางไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน

 

มินามิเป็นอะไร ฉันเองนะ จะเป็นคนอื่นได้ยังไงสายตาน้อยใจถูกส่งให้คนที่กล่าวหาว่าตนเป็นคนอื่นก่อนเจ้าตัวขยับเข้าใกล้ฮารุนะที่อยู่ใกล้มากที่สุด

 

ฮารุนะถอยออกมา!มินามิแหกปากเตือนรีบจับเจ้าตัวเล็กวางลงพื้นก่อนกระโจนเข้าไปจับตัวของผู้หญิงที่จะเข้าหาฮารุนะ

 

ทำบ้าอะไของเธอ!โทโมจินตวาดลั่นสาวเท้าเข้าไปจะดึงเอามินามิออกมาแต่อัตสึมิจังรีบเข้ามาตะครุบขาส่งสายตาขอร้องไม่ให้เข้าไปยุ่ง

 

เลิกเล่นละครได้แล้วเผยตัวจริงออกมา

 

มินามิพูดเรื่องอะไร ฉันเจ็บนะ ถ้าโมโหคนอื่นก็อย่าเอามาลงที่ฉันเจ้าของเสียงต่อว่าพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากฝ่ามือที่บีบแขนเธอแน่น

 

งั้นบอกฉันมา ทำไมเวทย์ของอัตสึมิจังถึงทำร้ายเธอได้ ฉันพึ่งคิดออกว่าอัตสึมิจังเชื่อมเวทย์กับอัตสึโกะอยู่ไม่มีทางที่เวทย์ของอัตสึมิจังจะทำร้ายอัตสึโกะได้ ดูสิ รอยนี่น่ะมันไม่ได้หายง่ายๆ ใช่มั้ยล่ะ

 

แค่นี้มินามิก็ใส่ร้ายกล่าวหาว่าฉันเป็นจิ้งจอกเก้าหางแล้วเหรอคะคำพูดของมินามิเริ่มจะทำให้คนอื่นแอนเอียงถอยห่างจากคนที่มินามิจับเอาไว้ แววตามินามิไม่ได้อ่อนข้อให้เหมือนตอนแรกเจ้าตัวยกดาบตวัดผาดไว้บนบ่าของคนที่ไม่ยอมสารภาพออกมาว่าตัวจริงเป็นใคร

 

แรงไปรึเปล่ามินามิมาริโกะท้วงอย่างไม่เห็นด้วยถึงจะผิดสังเกตตามที่มินามิบอกแต่ใช่ว่าจะเป็นตัวปลอมเสมอไปหากเป็นตัวจริงขึ้นมาจะทำอย่างไร

 

ฉันจะนับหนึ่งถึงสิบ เอาอัตสึโกะตัวจริงคืนมา!เธอตะคอกใส่หน้าคนที่บีบน้ำตาจนน่าสงสารตัดพ้อต่อว่าเธอผ่านสายตา รู้ดีว่าตัวเองใจแข็งได้ไม่นานกับเจ้าของใบหน้านี้

 

มินามิทำไมถึงไม่เชื่อ ฉันเป็นฉันตัวจริง ฉันไม่ใช่…”

 

เรื่องไมโกะเจ้าตัวชะงักพอได้ยินอีกฝ่ายหยิบยกประเด็นมาพูด

 

บอกฉันมาสิว่าไมโกะเป็นใคร ถ้าเธอเป็นตัวจริง เธอไม่มีทางไม่รู้หูยย ใจกล้า

 

 แต่ละคนมองหน้ากันหวาดเสียวแทนมินามิ เกิดเป็นตัวจริงขึ้นมาได้บ้านแตกพอดี

 

มันดูจะเหมือนคำถามทั่วไป แต่ถ้ามินามิถามเอากับอัตสึโกะเมื่อไหร่ มันเหมือนการการรนหาที่ตายดีๆนี่เอง ประเด็นที่สอง มันก็คือการตบหน้าอัตสึโกะเข้าอย่างจัง ใครจะชอบให้คนของตัวเองพูดถึงคนรักเก่า ปกติถ้าไม่ถูกถามถึงมินามิจะไม่ยอมพูดถึงเด็ดขาด เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายจะน้อยใจมากถึงขั้นไม่ยอมให้เธอเข้าใกล้

 

เกิดเพียงความเงียบในอากาศ สายตาน้อยใจถูกส่งผ่านชัดเจน

 

ใช่สิ ใครจะสำคัญเท่าคนในอดีตของมินามิ!คนน้อยใจประชดประชันพยายามจะสะบัดวงแขนให้หลุดจากมือที่เหมือนคีบ มินามิกระตุกยิ้มเย็นบนใบหน้ากดดาบเข้าใกล้

 

มีเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้ฉันเชื่อว่าเธอเป็นตัวปลอม มันแปลกตั้งแต่อัตสึมิจังเจ้าตัวเล็กพยักหน้ายืนยัน

 

ตามปกติอัตสึมิจังจะติดอัตสึโกะพอๆกับฉัน แต่วันนี้อัตสึจังไม่เข้าหาเธอ ขนาดตอนทำเธอเจ็บยังไม่ได้เข้าหา ซึ่งไม่ใช่วิสัยปกติของเจ้าตัวเล็กเลยสักนิด มันเพราะอะไรกันล่ะคนดิ้นหนีหยุดนิ่งตัดเพ้อต่อว่า

 

เรื่องพวกนี้ทำให้มินามิตัดสินฉันเป็นคนอื่น?”

 

กลิ่น! เธอคงไม่รู้หรอกนะว่าอัตสึมิจังจมูกไวกว่าคนทั่วไป ฉันแปลกใจตั้งแต่อัตสึมิจังเกาะติดโทโมจิน มันเพราะอะไรล่ะ มีใครที่ไม่เข้าใกล้เธอนอกจากโทโมจินมั้ง เอาอัตสึโกะคืนมาก่อนจะทำให้ฉันหมดความอดทนมินามิเอาจริงทุกคำพูดเธอง้างดาบหมายตวัดเข้าลำคอพอนับเลขถึงศูนย์ โทโมจินทนไม่ไหวปล่อยพลังเวทย์หยุดดาบของมินามิเอาไว้ไม่ให้เขาทำลายอัตสึโกะที่หลับตาหมดทางสู้

 

เธอจะทำบ้าอะไรปล่อยอัตสึโกะเดี๋ยวนี้!

 

 โทโมๆไม่ใช่หม่าม๊าเจ้าตัวเล็กร้องบอกเสียงแผ่วๆจะเธอให้คล้ายเวทย์ที่ต้านดาบของป๊ะป๋าตัวเองไว้

 

อัตสึมิเองก็เป็นไปด้วยรึไง จะไม่ใช่อัตสึโกะได้ยังไง เห็นไหม ดูสิ สู้ได้รึเปล่า!เจ้าตัวเล็กส่ายหน้ามากกว่าเดิมน้ำตาเอ่ออยู่บนขอบ

 

ไม่ใช่ๆหม่าม๊าไม่ยอมตอบ อัตสึมิเรียกหลายครั้งมากๆ

 

อยู่ในนี้กระแสเวทย์ใช้ไม่ได้ แค่นี้จะบอกว่าไม่ใช่อัตสึโกะได้ยังไงเจ้าตัวแสบโทโมจินอธิบายอย่างอ่อนใจมองดูเจ้าตัวเล็กที่ส่ายหน้าอยู่เหมือนเดิม บอกว่าไม่ใช่ ทำเอาเธออยากจับยัยตัวเล็กเหวี่ยงไปอยู่กับมินามิ

 

ไม่ใช่

 

อัตสึมิจัง

 

อย่าให้ฉันต้องหมดความอดทน!มินามิเค้นเสียงรอดไร้ฟันขู่คนที่ถูกเธอจับตรึงเอาไว้ เอาอัตสึโกะตัวจริงคืนมาเวทย์ที่สกัดดาบเล่นเอาเธอหงุดหงิดเธอไม่อยากสลายเวทย์ทำให้คนร่ายเสียกำลังใจหรอกนะทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าทำได้ อีกอย่างเอาเข้าจริงคือเธอทำร้ายอัตสึโกะไม่ลงถึงแม้จะรู้ชัดว่าไม่ใช่ตัวจริง

 

มินามิ

 

อย่าใช้น้ำเสียงของอัตสึโกะเรียกชื่อฉัน

 

ทำไมถึงไม่เชื่อกัน

 

ลองบอกมาก่อนสิว่าฉันเป็นใครถ้าอยากให้เชื่อนัก

 

มินามิก็คือมินามิเจ้าตัวยืนยันหนักแน่นจ้องตาเธอไม่ขยับพยายามแสดงให้เห็นว่าเป็นตัวจริง

 

ไม่คิดเหรอว่า ชื่อของอัตสึโกะมันฟังคุ้นๆหู คนที่เธอยอมพันธะสัญญาด้วยก็ชื่อนี้ไม่ใช่รึไงคำถามแทงเข้าลงกลางใจเล่นงานให้จิ้งจอกตัวร้ายหวั่นไหว หมายความว่าอย่างไรเผลอหลุดมองคนพูดเรื่องของตนออกมาอย่างตะลึง

 

มินามิพูดเรื่องอะไรอยู่คะ

 

จะต้องให้บอกไหมล่ะ ว่าแม่นั่นตำแหน่งอะไรเป็นใครมาจากไหน ฉันรู้จักเจ้าของตราเวทย์ผู้ทรงพลังถึงขนาดอยู่จุดสูงสุดของผู้คุมกฎแห่งเวทย์เมื่ออดีตอันนานแสนนาน

 

หมายว่ายังไงคะ มินามิพูดเรื่องอะไร

 

เธอพลาดแล้วสารภาพออกมาเองด้วยนะเจ้าตัวเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจพลาดหมายความว่าอย่างไร

 

มินามิกำลังจะบอกว่า เป็นไปไม่ได้ที่อัตสึโกะจะไม่รู้เรื่องที่กำลังพูดถึงอยู่ ก็ถ้าเป็นตัวจริงไม่มีทางไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับมินามิฮารุนะเฉลยด้วยท่าทางนิ่งเรียบ คำพูดเมื่อครู่แสดงชัดเลยว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่อัตสึโกะตัวจริงเพราะมินามิเล่นจี้หลายประเด็นชัดขนาดนั้น ต่อจะให้ปลอมแปลงเก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางรู้เรื่องที่เป็นความลับของมินามิได้

 

คราวนี้คงปล่อยให้ฉันจัดการได้แล้วใช่มั้ยมินามิยักคิ้วให้โทโมจินที่ยอมคล้ายเวทย์ออก ในหมู่พวกเธอรู้เรื่องกันหมดถึงคนที่มินามิพูดถึงอยู่และเป็นไปไม่ได้เลยว่าที่คนรู้เรื่องดีกว่าคนอื่นอย่างอัตสึโกะจะถามออกมาว่า หมายความว่าอย่างไร มินามิรีบตรึงผลึกเอาไว้ก่อนเจ้าจิ้งจอกตัวร้ายจะหายไป อัตสึโกะพยายามดิ้นร้องประท้วงว่าเธอตัวจริง

 

มินามิ ฉันเป็นฉันจริงๆ

 

พล่ามอยู่ได้จะให้ฉันเอาดาบกรีดลงไปบนตัวก่อนใช่มั้ย ถึงจะบอกว่าเอาอัตสึโกะไปไว้ที่ไหนเจ้าตัวยังดิ้นไม่หยุดปฏิเสธว่าตัวเองไม่ใช่ตัวปลอม

 

ป๊ะป๋า หนูลองเชื่อมต่อดูได้มั้ยเจ้าตัวเล็กปีนลงจากแขนของโทโมจินพอเห็นว่าสถานการณ์น่าจะปลอดภัยค่อยๆเดินเข้าใกล้มินามิ

 

 ระวังหน่อยนะคะเจ้าตัวอนุญาติ ไม่ลืมจะคุมเชิงใกล้ๆเจ้าตัวเล็กที่แตะมือลงไปบนตัวของอัตสึโกะอย่างระวัง พริบตานั้นทุกอย่างรอบตัวคนทั้งกลุ่มถูกเหวี่ยงด้วยความเร็ว ภาพป่าและหมู่บ้านที่เธออยู่กำลังถูกสลัดให้หายไป อัตสึมิจังเงยหน้าขึ้นบนฟ้าอักขระปรากฏชัดบนหน้าผากก่อนทุกอย่างจะถูกทำให้สลายเหลือเพียงความว่างเปล่า ทุกคนก้มมองพื้นสีดำสนิทที่เหยียบก่อนจะปรากฏเป็นภาพของโบสถ์วิหารเก่า ภาพที่ประจักษ์ทำให้ทุกคนตาค้าง เมื่อเห็นว่ามีร่างที่สลบไม่ได้สติถูกจับขรึงไว้อยู่กลางหนังสือเล่มใหญ่ พริบตานั้นอัตสึโกะที่มินามิจับได้หายไปกลายเป็นเพียงผงดินและ ตัวจริงไปยืนอยู่ตรงข้างๆร่างนั้นแทน

 

รู้ตัวกันเร็วแบบนี้ก็น่าเบื่อพอดีเจ้าตัวยกตัวยิ้มชอบใจเดินเข้าใกล้ร่างไม่ได้สติอย่างเย้ยหยัน

 

อย่า!!

 

Share this post


Link to post
Share on other sites
On 29/12/2560 20:53:48, bambie said:

เย้~~ ไรต์มาต่อให้แล้ว:dookdik_001_mushroom:

อัตจังขี้หึง มินามิระวังตัวไว้เถอะ

เรย์นี้มันร้ายจริงๆ

รอลุ้นอยู่นะคะ มาต่อไว้ๆนะคะ:dookdik_bun_14:

5555 อาจจะมีศึกของอัตสึมินะเกิดขึ้นก็ได้ ทำท่าคิด

Share this post


Link to post
Share on other sites

อัตสึโกะเป็นตัวปลอมนิเอง

ถ้าไม่มีอัตสึมิจังแย่แน่เลย:dookdik_bun_2:

ตอนต่อไปรอลุ้นอยู่นะคะ มาต่อไว้ๆนะคะ:dookdik_bun_14:

Share this post


Link to post
Share on other sites

sp  3.5   

   ไฟแห่งความโทสะแผดเผาอยู่ในแววตาอันแข็งกร้าว อดีตราชาที่ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธซึ่งถูกอัดแน่นอยู่ในอกเมื่อจิ้งจอกตัวร้ายยั่วยุอารมณ์ขยับเข้าใกล้คนรัก มินามิถึงกับสติหลุดระเบิดพลังเวทย์เข้าใส่ปีศาจตัวร้ายพร้อมเสียงร้องคำรามตวาดลั่นขู่ให้จิ้งจอกเก้าหางออกห่างจากร่างที่ยังไม่ได้สติ

“ถอยออกมา!!” น้ำเสียงเกรี้ยวกราดดูมีอำนาจจนจิ้งจอกเก้าหางไม่กล้าต่อกรกับคนที่จับคมดาบประกายด้วยเพลิงแห่งโทสะชี้ตวัดใส่หน้า

“อย่าคิดแม้แต่จะแตะ!!” คนอยู่ด้านหลังมินามิพากันผวา น้อยครั้งจริงๆที่จะเห็นอดีตราชาเลือดขึ้นหน้าจ้องเหยื่อด้วยสายตาอาฆาตเอาเรื่อง  จิ้งจอกเก้าหางเล่นผิดจุดแตะต้องในสิ่งที่ไม่ควรยุ่งเข้าเสียแล้ว เรื่องของอัตสึโกะเป็นเรื่องที่ไม่ควรยุ่งอย่างมาก ความรู้สึกเปราะบางที่เรียกว่าความรักมันมีอานุภาพมากกว่าที่คิด

“ออกมา!”

“มิเห็นต้องโมโหเลย”  จิ้งจอกเก้าหางพึ่งทันได้ตั้งตัวหลังจากมัวตกอยู่ในภวังค์นานสองนาน ออกวาจาโต้ตอบสอดเสียดละเลยเสียงตวาดแห่งโทสะขยับร่างเข้าหาเหยื่อของนาง หากพริบตานั้นคมดาบเย็นเฉียบถูกตวัดเฉียดแก้มไปเพียงหนึ่งเซ็นถึงกลับทำให้จิ้งจอกตัวร้ายผงะ หันมองผู้ถือดาบด้วยแววตาขุ่น

“อย่าแตะนาง!” ครั้งแล้วครั้งเล่ากับอารมณ์เดือดทะลุปล่อยภาษาพูดเคยชินในเก่าก่อน  ยอมถูกโทสะกลืนกินแผดเผาพลังเวทย์สุดประมาณออก

“ไม่เลวนะ”  จิ้งจอกตัวร้ายชมเชยอย่างขบขันกระตุกฝ่ามือขึ้นรับดาบที่ฝาดฟันลงมาไม่หยุดยั้ง ความเย็นเฉียบของมันสะท้อนสะทานน่าเกรงขาม เพียงตวัดตัวดาบเวทย์ป้องกันก็ถูกตัดขาดจนคมดาบเกือบเข้าถึงตัว จิ้งจอกเก้าหางเบิกตาตะลึงอยู่ในเสี้ยววินาทีพลั้งชักเท้าหนีก่อนต้องรีบหมุนตัวหลบอีกรอบเพราะศรกรีดกรายแผลงฤทธิ์ทั่วสารทิศทางพุ่งกราดเข้ามาด้วยความเร็ว

“พี่มาริโกะ พลาดทำไม” โทโมจินแวดอย่างหัวเสียพอเห็นฝ่ายนั้นหลบได้  ทำเอาคนไม่รู้อิโหน่อิเหน่จู่ๆก็ถูกโยนความผิดเกาหัวแกร๊กๆเหมือนอยากจะเถียงกลับในใจว่าไม่ใช่ความผิดของตน แต่จะก็เถียงไม่ได้ เพราะเดี๋ยวถูกไล่ออกไปให้นอนนอกบ้าน

 ไม่ทันไรคนขี้โวยวายก็สะบัดข้อมือยกลูกแก้วที่ถือปล่อยสิ่งที่คล้ายลูกอุกกาบาตดิ่งตรงเข้าใส่จิ้งจอกเก้าหาง

“ฟุ่ม!”

“หืมม คิดจะรุมกันอย่างนั้นหรือ” จิ้งจอกตัวร้ายส่ายหน้าลดมือที่ยกขึ้นป้องกันเวทย์มนต์ลงวางข้างลำตัวเหมือนเดิม แม่เด็กพวกนี้ไม่ยอมให้นางหยุดหายใจคนถือดาบประดับอัญมณีเก้าชนิดก็เหวี่ยงเข้ามาใส่พร้อมกับคนรักของยัยเด็กที่นางปลอมแปลงโจมตีเข้ามาอีกรอบให้นางต้องดีดตัวหลบขึ้นด้านบน หลบพ้นดาบแรกได้อย่างหวุดหวิด เบ้หน้าหงุดหงิดพอคนถือดาบเย็นเฉียบเข้าประชิดตัวและฟันเข้าที่สีข้างอย่างจังเหวี่ยงนางกระเด็นชนิดหลังชนเข้ากับผนัง

“ตุ้ม!” นางเชิดหน้าแยกเขี้ยวเหลืออดกดมือลงพื้นตั้งข่ายเวทย์ป้องกัน เวทย์ที่เข้ามาอีกระลอกของผู้หญิงผมยาวปลิวสลายเหมือนพวกนางแบบนิตยสารเวทย์มนตร์

“เล่นโกงกันนิ”

“อย่าพูดมากได้มั้ย! คืนตัวอัตสึโกะมา!”  ยัยเด็กมีลักยิ้มจอมใจร้อนพาตัวเองแทงดาบเข้ามาหานางอีกครั้งสลับกับคนที่ทำเอานางหัวเสีย ไม่อยากจะยอมรับหรอกนะว่านางกำลังถูกไล่ตอนโดยพวกเด็กอายุน้อยกว่าคราวเหลน

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อพวกเด็กที่เถียงกันจะเป็นจะตายดันร่วมมือกันได้อย่างดีเยี่ยม

 นางทรุดตัวลงอย่างงงงวยรีบยกมือกุมสีข้าง มองหาต้นเหตุของอาการแปลกๆแล้วก็พบกับผลงานของคมดาบเมื่อสักครู่ มันเหมือนพึ่งจะเริ่ม เพราะน้ำแข็งที่เกาะอยู่บนแผลกำลังล่ามเข้าด้านในให้ถึงกับต้องนิ่วหน้ามองผู้กระทำอย่างหงุดหงิด

เล่นกันแรงนักนะ!

จิ้งจอกตัวร้ายกดเวทย์ลงบนบาดแผลหยุดการลุกลามของน้ำแข็งก่อนจะถอยหลังกลับไปตั้งหลัก

สงสัยนางจะอ่อนข้อให้แม่เด็กพวกนี้มากเกินไป ต้องเอาจริงให้รู้เสียหน่อยว่าอยู่ในอาณาเขตของใคร

“นี่ เล่นอย่างนี้ข้าก็หมดสนุกกันพอดี ยังไม่รู้สิเนี่ยว่าไม่ควรทำตัวก้าวร้าวในถิ่นข้า”   นางขู่ขณะเหลือบมองให้เห็นว่านางยังเป็นต่อ เพราะเด็กที่อยู่ในกำมือ ซึ่งกระตุ้นอารมณ์เดือดพล่านของมินามิอย่างดีเยี่ยม

“ปล่อย!” มินามิชูดาบชิดตัวเตรียมร่ายผลึกเวทย์จัดการปีศาจที่กล้าแตะต้องคนสำคัญ

“เจ้าไม่มีสิทธิ์ต่อรอง” ปีศาจร้ายยกยิ้มเหนือกว่ากำมือเข้าหากันบีบรัดแน่นจนได้ยินเสียงชีพจรเต้นตุบๆ วินาทีนั้นคนที่จิ้งจอกปลอมแปลงหลับใหลไม่ได้สติออกอาการดิ้นรนอย่างทรมานเหมือนขาดอากาศหายใจ

“หยุดเดี๋ยวนี้!! ”  น้ำเสียงเหมือนอย่างจะฆ่านางให้ตายแผดกังวาน ดาบบนมือนั้นสั่นบอกถึงความโกรธจัด หากนางไม่ยอมหยุดที่จะกระทำตามคำสั่ง

“บอกให้หยุดเดี๋ยวนี้!” อีกครั้งที่คมดาบเคลือบความโกรธถูกตวัดใส่นาง ร่างเล็กเคลื่อนที่พลิ้วไหวเข้ามาใกล้จนนางก้าวถอยหลบปล่อยพลังเข้าจู่โจมให้อีกฝ่ายจำตั้งรับ พวกที่สนับสนุนยังทำได้ดีเพียงนางกระพริบตาเท่านั้นขาข้างหนึ่งก็ถูกแม่สาวนักเวทย์พราวเสน่ห์จับเสียหลักก่อนนางจะใช้ความเป็นต่อหนึ่งเดียวเท่านั้น ทรมานเด็กในกำมือให้ส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด แม่นี้จึงเสียสมาธิปล่อยนางได้ตั้งหลัก

“ปล่อย อัตสึโกะ!” คนโมโหจัดบีบดาบแน่นจนรอยด้ามติดอยู่บนฝ่ามือ

“หืมม รักมากงั้นสินะ”

“ปล่อย!” เสียงนั้นยังคำรามก้องอวดดาบไล่ต้อนจิ้งจอกอย่างนาง ความโกรธที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นง่ายๆจากคนเย็นใจตลอดการถูกจับมาทำให้นึกสนุก

“แลกเปลี่ยนกัน” จิ้งจอกร้ายยื่นข้อเสนอ ซึ่งหมายเอาเปรียบอยู่แต่แรก

“บอกตัวจริงของเจ้ามาหน่อยเป็นไร ข้าอาจจะหยุดทรมานนางให้ก็ได้”

หึ เสียงสบถดังใกล้หูทำเอาเลิกคิ้ว แววตานั้นไม่มีทอดอ่อนลงเหมือนคนที่ควรจะต้องแพ้ คมดาบยังตวัดใกล้ต่อเนื่อง

“อัตสึมิจัง”

อะไรนะ

จิ้งจอกเก้าหางเหลือบมองหาเจ้าของชื่อที่หลุดมาจากปากของผู้หญิงคนนี้ เมื่อครู่เจ้าตัวเล็กนี่ยังอยู่ภายใต้การดูแลของนักพยากรณ์

แล้วนี่ เป็นไปได้ยังไง

ไม่มี เธอกระตุกใบหน้ามองด้านหลังโดยไว และมัน...

“ตั้ม!!” การถูกเวทย์อัดเข้าเต็มแผ่นหลังจนร่างกายจมแนบอยู่กับพื้นทำให้เจ็บไม่น้อย นางรีบลุกก่อนจะถูกการโจมตีของแม่สาวพราวเส่นห์ผู้ใช้เวทย์สะบัดคทาสั่งผลึกพันธนาการรุกเร้าเร่งเข้าหาตัวนางจนต้องสร้างเกาะป้องเผลอปล่อยให้คนที่ทรมานอยู่ได้รับอิสระ ก่อนนางจะทันเอะใจ เด็กที่โจมตีเมื่อครู่ก็ได้หายเข้าไปยืนใกล้แม่ของเจ้าตัว ฝ่ามือเล็กๆนั่นพยายามจะสะกิดปลุกคนไม่ได้สติให้รีบตื่น

เป็นไปได้อย่างไร ทำไมนางไม่ได้กลิ่นว่าเจ้าตัวเล็กนี้เคลื่อนไหวตั้งแต่ต้น ทั้งที่ไม่มีใครเคยรอดพ้นจมูกนาง

จิ้งจอกตัวร้ายปล่อยให้ตัวเองเผลอมากเกินไป ไม่รู้ว่ามินามิถือดาบเย็นเฉียบเคลื่อนตวัดดาบใกล้ถึงตัวอีกครั้งตั้งแต่เมื่อไหร่จนเกือบจะสกัดไว้ไม่ทัน

“ปล่อยอัตสึโกะ!”

“เรื่องอะไร” จิ้งจอกร้ายยังกวนอารมณ์ไม่เลิก นางถอยหลังพร้อมยกมือหงายขึ้นเรียกปีศาจใต้อาณัติออกมารุมล้อมรอบพวกเด็กนี้เอาไว้เพื่อหยุดการสผานโจมตีอันแสนร้ายกาจ

“ดูเหมือนจะได้ใจกันเกินไปหน่อย จงอย่าลืมว่าภายในนี้เป็นอาณาเขตของข้า”

“แก!” ยูโกะกัดฟันกรอดไม่ทันได้ตั้งตัวปีศาจใต้อาณัติของจิ้งจอกเก้าหางก็โฉบเข้ากวาดกรงเล็บใส่ โชคดีที่มาริโกะยิ่งธนูสกัดกันได้ทัน มิเช่นนั้นคงได้เจ็บตัว

“อุตส่าห์ใจดีด้วยแล้วแท้ๆเชียว” จิ้งจอกเก้าหางมองไปยังลูกสาวของมินามิซึ่งพยายามจะร่ายเวทย์คืนสติให้แม่ของเจ้าตัว

เปล่าประโยชน์น่า

“อย่าคิดจะทำอะไรกับเด็กคนนั้น!” มินามิโพลงอย่างรู้ทันในจังหวะที่เคลื่อนตัวหลบพวกลิ่วล้อ ดวงตาจ้องลูกสาวไม่กระพริบซึ่งตรงน้ัน ยังดีที่มีโทโมจินคอยช่วยตั้งค่ายป้องกันไม่ให้สมุนจิ้งจอกเก้าหางเข้าใกล้อัตสึมิจังได้

“แหม เป็นห่วงกันจริงนะ” ปีศาจร้ายยิ้มเยาะ สะใจเหลือเกินที่ยั่วอีกฝ่ายสำเร็จ “แต่เสียใจด้วย”

“หยุดเดี๋ยวนี้!!” เสียงตะโกนแห่งโทสะหมดประโยชน์เมื่อจิ้งจอกตัวร้ายปลุกอัตสึโกะขึ้นมาด้วยแววตาว่างเปล่าราวกับวิญญาณที่ไม่ได้อยู่ในร่างเป็นเพียงหุ่นที่จะจับทำอะไรก็ได้ก่อนออกคำสั่งกับคนไม่รู้ตัวให้โฉบเข้าจับตัวอัตสึมิจังจนลอยขึ้นฟ้า

“หยุดเดี๋ยวนี้ อย่าทำอะไรกับสองคนนั้น!”

“แล้วจะให้อะไรกับข้า ถ้าข้ายอมหยุด ไม่อยากเชื่อว่าคนใจเย็นอย่างเจ้าจะมีจุดอ่อนอย่างนี้” ช่างเป็นจุดอ่อนอันน่าสงสาร ผู้หญิงคนนี้กลับกลายเป็นไม่สามารถจะทำอะไรได้พอเป็นเรื่องของสองคนที่ตกอยู่ภายใต้เงื้อมมืของนาง

ความรักเปราะปางและอ่อนแอเถึงได้ทำให้พ่ายแพ้

“ทุกอย่าง! ปล่อยสองคนนั้น”

“หืมม ทุกอย่าง? แม้แต่วิญญาณอย่างนั้นหรือ”

“มาแลกกัน ปล่อยสองคนนั้นแล้วอยากจะได้อะไร ฉันจะยอมให้”

“โห เจ้ามีค่าขนาดนั้นเชียวหรือ”

มินามิกัดฟันอย่างหัวเสีย เธอจะปล่อยให้อัตสึโกะกับอัตสึมิเป็นอะไรไม่ได้เด็ดขาด

“ไอ้หมาบ้าอย่าทำอย่างนั้น!” ยูโกะแวดเสียงดัง ยอมให้อีกฝ่ายทำตัวงี่เง่าเอาตัวเองไปเสี่ยงไม่ได้ก็รู้ว่าจะเป็นอย่างไร  เธอไม่อยากเห็นอัตสึโกะเสียใจบ้าบอกับเรื่องพรรณนี้อีกแล้ว

มินามิเหลือบมองยูโกะครู่หนึ่ง สายตาเย็นชาไร้เยื่อใยบอกว่าไม่สนใจคำพูดนั่น เธอจำเป็นต้องทำให้ทั้งสองคนปลอดภัย ตัวเธอจะเป็นยังไงมันก็ช่าง

“คนจะวัดได้คือตัวเจ้า อยากได้ก็เข้ามาเอา”

“อย่าทำอะไรแบบนั้นนะ มินามิ! คราวนี้ฮารุนะร้องเตือน เจ้าตัวกับโทโมจินตรึงมือเต็มทีกับพวกลูกน้องที่จัดการไม่หมดไม่สิ้นรุมเข้ามาจากทั่วสารทิศ ไหนจะอัตสึมิที่ถูกอัตสึโกะจับ เรื่องจะหลุดออกมาไม่ได้เด็ดขาด

“ปล่อยสองคนนั้นก่อน!”  มินามิหมดทางเลือกยอมทิ้งดาบลงพื้นยอมให้จิ้งจอกเก้าหางผู้กระหายเข้ามาใกล้

“หลังจากที่ข้าได้วิญญาณเจ้ามาแล้ว” ปีศาจร้ายแสยะยิ้มง้างกรงเล็บเตรียมจะแทงทะลุกระชากวิญญาณมินามิตามที่คิด ทว่า…

“ป๊ะป๋า!!”

“ตั้ม!”  คลื่นพลังเวทย์รุนแรงถูกซาดซัดเข้าใส่ร่างของจิ้งจอกเก้าหางจนซวนเซไปอยู่อีกทาง ร่างของอัตสึมิจังปรากฏตัวป้องกันมินามิด้วยแววตาขุ่นเคืองนิ่งเข้มราวกับน้ำทะเลลึกเส้นผมประกายแสงสว่างเงางามบ่งบอกถึงความเกรี้ยวกราดโกรธจัดที่แฝงอยู่ หันไปดูอีกทางเห็นเพียงอัตสึโกะยืนงงที่ภายในมือว่างเปล่า

“อ๊ากก” จิ้งจอกตัวร้ายงอตัว คราวนี้บริเวณเอวและแขนข้างขวาถูกน้ำแข็งกัดเซาะแสบชาจนน้ำตาสะเทือน ทรมานมากกว่ารอยช้ำม่วงหรือคมดาบของมินามิในตอนแรกเสียอีก

เด็กบ้านี่!!

“มาได้ยังไง!” น้ำเสียงเข้มตวาดกล่าวไม่พอใจขณะเคลื่อนมือคลำละลายน้ำแข็งเจ้าปัญหา

"อย่าแตะต้อง" เสียงนิ่งลึกประกาศก้องอัตสึมิจังถูกกลืนกินด้วยความโกรธ ร่างเล็กราวกับก็อปปี้ของอัตสึโกะยกมือกำแน่นเร่งไล่ให้น้ำแข็งกัดเซาะจิ้งจอกเก้าห่าง แต่ปีศาจตัวร้ายยังเหนือชั้น สามารถสกัดเวทย์มนต์ของเด็กมือใหม่ได้สำเร็จ

“แสบเป็นบ้า” ปีศาจตัวร้ายสบถ จ้องใบหน้าของอัตสิมิจังเขม็ง

“ข้าพึ่งจะนึกออก เมื่อก่อนมีข่าวลือว่าผู้ปกครองอาณาจักรสีขาว ครอบครองนัยน์ตาสีท้องนภาและเส้นผมดุจดังหิมะ”

“คิดไม่ถึงว่าจะอยู่ตรงหน้าข้า พวกเจ้าทำได้อย่างไร ข้าได้ยินว่าเชื้อสายราชวงศ์โบราณได้สิ้นหายไปแล้ว นานนับเป็นพันๆปีก่อน” คราวนี้สายตาถูกเคลื่อนใส่คนที่อ้างตนเป็นพ่อของเด็กตัวร้าย ซึ่งสำหรับมินามิมันไม่ใช่เวลาของการถามตอบเหมือนที่เคยถูกถามในหลายๆครั้ง คำตอบมันถูกฝังไปพร้อมอดีตพวกนั้น ไม่จำเป็นจะต้องบอกอะไร หรือยืนยันความสัมพันธ์ให้แน่ใจว่า ใช่หรือไม่ใช่ หันส่งสัญญาณบอกมาริโกะ

ให้อาศัยจังหวะนี้เข้าชิงตัวอัตสึโกะ

แต่มันไม่ง่าย...

“อย่าคิดว่าจะรอดพ้นสายตาข้า!” จิ้งจอกเก้าหางแยกเขี้ยวโมโหสั่งอัตสึโกะที่ไม่ได้สติเดินเข้าหาถึงกลับทำให้ฝั่งมินามิสบถทันควัน

“ปล่อยหม่าม๊าคืนมา” น้ำเสียงของอัตสึมิจังยังกังวานแผ่ไอเย็นเอาเรื่องคนกล้าแตะต้องหม่าม๊าของตัวเอง เจ้าของดวงตาไร้ความปราณีขยับตัวเข้าใกล้จิ้งจอกตัวร้ายรวดเร็วประหนึ่งสายลม

“ป้องกันข้า” คนเล่นสกปรกออกคำสั่งใช้อัตสึโกะเป็นกำแพงป้องกันถึงกับทำให้อัตสึมิจังชะงักไม่สามารถขยับตัวต่อกรได้

“หม่าม๊า”

“โจมตี!”

“อัตสึโกะอย่า!” คำสั่งน่ารังเกียจถูกเปล่งอีกครั้ง มินามิแผดเสียงเกรี้ยวกราดกระโจนเข้าหาร่างของอัตสึมิจังหวังให้ทัน

“บึ้ม”

“มินามิ!” ฮารุนะร้องสียงหลงใจหายไปอยู่ตาตุ่มมองหน้าสลับกับคนรักที่ยืนเกือบทำดาบหลุดมือมองหมอกควันที่พึ่งถูกลมพัดก่อนต้องถอนหายใจโล่งอก ทว่าเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะแขนของคนที่โอบกอดเจ้าตัวเล็กเมื่อครู่ตกลงหมดสภาพอย่างใช้การไม่ได้เลือดไหลตั้งแต่ศีรษะลงมาจนถึงหัวไหล่ กลิ่นคราวนั้นโชยเข้าจมูกอัตสึมิจังให้ส่งเสียงร้องคำรามกองระงับอารมณ์ไม่อยู่ปลดปล่อยพลังเวทย์อย่างคลั่งแค้น

“อัตสึมิ อย่าค่ะ”  มินามิโน้มตัวก้มกระเสียงแผ่ว

บ้ามาก เธอไม่ได้เจ็บขนาดนี้นานเท่าไหร่แล้วเนี่ย

“มินามิ”

“ฉันไม่เป็นไร” เธอบอกพวกมาริโกะที่ส่งสายตาถามไถ่อย่างกังวลยืนยันว่ายังไหว ไอ้คำว่าไม่เป็นไรคือยังไม่ตายนั่นแหละก่อนจะต้องมาสนใจคนในวงแขนที่ยังปล่อยให้พลังเวทย์อาละวาด

“อย่านะคะ คนอื่นจะถูกเวทย์ของหนูไปด้วย” เธอทรุดตัวลงพื้นอย่างช่วยไม่ได้ เวทย์ที่โดนเมื่อครู่รุนแรงกว่ากำแพงเวทย์ของเธออยู่มาก ดีนะไม่ทะลุผ่านมาโดนอัตสึมิจังไปด้วย พึ่งจะรู้ว่าพลังเวทย์ของคนรักน่ากลัวก็วันนี้

“อัตสึมิจัง”

“ป๊ะป๋า” แววตาของเจ้าตัวเล็กวูบไหวอยู่ครู่หนึ่งให้เธอผ่อนลมหายใจเบาๆ เจ้าตัวเล็กยังไม่ขาดสติจนไม่ได้ยินเสียงของเธอ

“หนูจัดการได้ค่ะ แต่หนูจะให้คนอื่นถูกลูกหลงไม่ได้”

“ป๊ะป๋า” เธอเจ็บแปลบขึ้นมาเพราะฝ่ามือเล็กๆแตะลงบนไหล่ของเธอที่คาดว่ากระดูกน่าจะเคลื่อนหรือไม่ก็หักก่อนความเย็นเฉียบจะผ่านเข้ามา รอยแผลจากความเสียหายเมื่อครู่จางลงไปแล้วพร้อมๆกับความเจ็บแสบที่เกิดสดๆร้อนๆเหมือนไม่เคยมีอยู่

เธอยิ้มให้ลูกสาวที่ซบเข้ามาในวงแขน

“ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ” เธอลูบเส้นผมขาวโพลนของเจ้าตัวอย่างรักใคร่ “หนูจัดการพวกที่ก่อกวนป่ะป๋ายูของหนูไหวรึเปล่าคะ” เจ้าตัวเล็กกวาดส่ายตามองพวกที่คอยกันยูโกะออกห่างๆไม่ให้เข้ามาช่วยเธอได้แล้วจึงพยักหน้า

“ฝากหน่อยนะคะ” มินามิไม่ลืมแนะนำ “ถ้าเราสร้างได้พอๆกับจำนวนของมัน เราจะได้เปรียบค่ะ”

เจ้าตัวเล็กเข้าใจความหมายออกจากวงแขนตวัดยกสองมือขึ้นหลอมเวทย์น้ำแข็งสร้างกองทัพทหารมีชีวิต

  มินามิใช้จังหวะที่อัตสึมิจังเข้าช่วยพวกยูโกะชันตัวลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับจิ้งจอกเก้าหางที่ยืนทิ้งระยะรักษาบาดแผลของตัวเอง

“ข้ารู้ว่าเจ้าทำอะไรนางไม่ลง” จิ้งจอกที่อยู่ทางด้านหลังอัตสึโกะหัวเราะอย่างเป็นต่อ ในเมื่อนางรู้จุดอ่อนของคู่ต่อสู้ดี จะกลัวไปทำไม นางยังเป็นฝ่ายได้เปรียบตราบใดที่แม่เด็กนี่อยู่ในกำมือของนาง

“ขี้ขลาด”

“เป็นวิธีการที่จัดการให้ง่ายขึ้นต่างหาก” แววตาของจิ้งจอกเก้าหางไม่ได้รู้สึกรู้สากับเรื่องที่ทำ “ข้าจะลองสั่งนางจัดการเจ้าเป็นอย่างไรล่ะ น่าสนุกมั้ย”

มินามิหัวเราะ ‘หึ’ ในคำลำคอยากจะขยี้จิ้งจอกตัวนี้ให้ตาย

คำว่าเลวหรือชั่วยังน้อยไปที่จะใช้กับปีศาจอย่างนาง

 “ทำหน้าอวดดีแบบนี้ก็ช่วยเพิ่มความสนุกให้ข้าหน่อยแล้วกัน จัดการนางซะ”  จิ้งจอกตัวร้ายขบเขี้ยวอย่างโมโหที่สีหน้าแววตานั่นไม่คิดจะยอมสยบแก่นาง สั่งอัตสึโกะในเงื้อมมือจัดการสังการคนรักของตน

“อัตสึโกะ อย่าทำอย่างนั้น!” เสียงน่ารำคาญของลูกลิ่วลูกล้อแม่ตัวเล็กนี้ทำเอาเธออยากยกมืออุดหูก่อนจะเคลื่อนสายตาไปดูพลันหัวคิ้วกระตุกเมื่อเห็นว่าปีศาจที่ตนเรียกใช้งานกำลังถูกลดจำนวนลงแทบไม่เหลือสักตัว

เด็กนั้นอีกแล้ว!

นางถึงกับตรงดิ่งหมายจัดการกับลูกสาวของคนตัวเล็กที่ทำร้ายบาดเจ็บอย่างไม่น่าให้อภัย ทว่ามันไม่ง่ายเมื่อเจ้าตัวหลบได้แถมตั้งค่ายป้องกันเสียจนนางเป็นฝ่ายถอยหลังไปเอง ไม่อยากจะเชื่อว่าเด็กตัวแค่นี้จะร้ายน่ากลัว ซ่อนอะไรไว้มากมาย

ชิ ไม่สบอารมณ์เลย ขืนปล่อยให้โตมากกว่านี้จะยุ่งยากเอาเปล่าๆ และเป้าหมายของจิ้งจอกเก้าหางก็กลายเป็นว่ามุ่งจัดการอยู่กับอัตสึมิจัง

ส่วนมินามินั้นต้องมาติดพันรับมือกับคนรักอย่างอับจนหนทาง ถูกไล่ตอนไม่กล้าทำอันตรายได้แต่ป้องกันและถอยห่าง

“ไม่คิดจะสู้หน่อยหรือ” เสียงของจิ้งจอกเก้าหางเย้ยยันมาแต่ไกลนัยน์ตาคล้ายคนที่กำชัยอยู่ในที่เดียวกัน

“แน่จริงก็เลิกหลบอยู่หลังอัตสึโกะ”

“เจ้านี่มันคุยไม่รู้เรื่องจริงๆ”

“แม่นั่นเห็นเธอตอนนี้คงผิดหวัง ขี้ขลาดหลบอยู่หลังคนอื่นอย่างนี้” จิ้งจอกเลิกคิ้ว ผู้หญิงคนนี้พูดราวรู้จักเจ้านายใจอดีตของนาง ชวนให้หงุดหงิดจริงๆ

“กำลังอำข้าอยู่รึไง อีกครั้งแล้วที่เจ้าพูดราวกับรู้เรื่องอะไร ไม่เฉลยให้ชัดเจนมาเลยเล่า” มินามิหัวเราะ หึ ในลำคอก่อนเมินเฉยต่อเสียงของปีศาจมากท่าพยายามเชื่อมเวทย์ผสานกับอัตสึโกะเพื่อเรียกสติคืนมอย่างระวังมิให้จิ้งจอกเก้าหางรู้ตัว

 

“อัตสึโกะ” เสียงกระซิบแผ่วกังวานในดวงจิต มินามิปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งเข้ากับคลื่นกระแสพลังเวทย์ของคนรักในระหว่างที่จิ้งจอกเก้าหางเลือกจะให้ความสนใจลูกสาวของเธอ

“อัตสึโกะ ได้ยินมั้ย”

  

 

 สถานที่ห่างไกลหากทว่ากำลังโอบอุ้มเอาร่างบอบบางไว้ให้นอนนิ่งกำลังมีคลื่นเสียงสาดกระทบทำให้คนที่กำลังนอนอยู่อดใจไม่ไหวเมื่อถูกรบกวนด้วยการเรียกชื่อซ้ำๆลืมตามองแสงสว่าง

“อัตสึโกะ” เสียงดังคุ้นเคยดังอยู่ใกล้ๆทำให้เคลื่อนสายตามองหาอัตโนมัติ อยู่ที่ไหน

“มินามิ?”

“อัตสึโกะได้ยินแล้วใช่มั้ย” คราวนี้เธอลุกขึ้นวิ่งตามหาต้นตอของเสียงทว่าเหมือนถูกสิ่งใดกีดกันไม่ให้เจอกัน

 “มินามิ”

“อัตสึโกะเธอต้องตื่นแล้วนะ” เสียงนั้นดังไกลออกไปจากตอนแรกซึ่งเธอไม่สามารถเข้าใจความหมาย

“เร็วเข้า ฉันทำร้ายเธอไม่ได้” เหมือนเป็นเสียงสุดท้ายที่เธอได้ยินเพียงไม่กี่นาทีภาพทุกอย่างกลายเป็นความว่างเปล่า กลิ่นคราวเลือดฉุนติดจมูกใกล้ๆซึ่งทำให้หัวใจชาวาบ งุนงงสงสัยว่าเกิดอะไร แล้วเสียงแห่งความชุลมุนวุ่นวายก็มาต่อเนื่องแทรกสลับเสียงหัวเราะของใครสักคน

 

“ป๊ะป๋า!!!”

 

อัตสึโกะสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงร้องของลูกสาวกระทบเข้ามา เธอกระพริบตาอยู่สองสามครั้งมองดูสิ่งที่เกิดแล้วต้องตกใจเข่าแทบทรุดเพราะร่างของคนรักเปื้อนเลือดอยู่บนบ่า เธอมองมือตัวเองที่จับดาบของมินามิตาค้างแล้วรีบดึงกระตุกมันทิ้งลงพื้น

“มินามิ!!!” หยดน้ำตาไหลอาบแก้มพร้อมภาพรอบตัวหยุดเคลื่อนไหวร่างบอกบางสั่นเทาปล่อยเสียงร้องไห้ไม่คิดอายใคร

“มินามิ!”

“รู้สึกตัวสักที” เสียงพูดของเขาอ่อนแรงแต่ยังคงมีรอยยิ้มจางๆ เธอส่ายหน้า หัวใจชาวาบเย็นเฉียบกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆก่อนรีบจับประคองร่างเขาให้นอนลงในอ้อมแขน

“ป๊ะป๋า!” เสียงของลูกสาวยังร้องเรียกให้เธอได้เห็นสถานการณ์รอบข้างซึ่งแต่ละคนกำลังรุมทึ้งปีศาจที่เธอไม่คุ้นหน้าผู้เป็นเจ้าของเสียงหัวเราะสะใจในช่วงที่ผ่านมา รอบข้างเต็มไปด้วยหยาดหยดน้ำแข็ง เดาไม่ยากเลยว่าเป็นผลจากเวทย์ของอัตสึมิ

“มินามิ อย่าเป็นอะไรนะ” เธอกดมือร่ายเวทย์รักษาบนบาดแผลของเขาทั้งน้ำตาไหลจนมองเห็นหน้าเขาไม่ชัด

เธอทำอะไรลงไป เธอทำได้ยังไง

“ขี้แยน่า” เขายกมืออ่อนแรงเกลี่ยน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน  หากความจริงมันยังอยู่ตรงหน้า อยู่ในใจ อยู่บนฝ่ามือที่ชุ่มไปด้วยเลือดของเขา

เธอทำร้ายเขา ไม่ต่างจากที่ผู้หญิงคนนั้นทำเลย

“มินามิ”

“ไม่ใช่ความผิดเธอหรอก จิ้งจอกเก้าหางตัวนั้นต่างหาก” มินามิจับแก้มของอัตสึโกะอย่างเหนื่อยล้า  เวทย์ของอัตสึโกะมันคือความอบอุ่นในแบบที่เธอคิดถึงถ้าไม่ติดว่ามีเรื่องที่ต้องจัดการเธอคงยอมปล่อยให้ตัวเองหลับตาในวงแขนที่ประคอง

“ฉัน ฮึก”

“อย่าร้องนะ”

“แต่ฉันทำร้ายเธอ ฉัน…”

“เธอจะทำฉันเหนื่อยที่ต้องมาดูเธอร้องไห้เนี่ย” มินามิล้อเลียนอย่างเอ็นดู ลดมืออ่อนแรงวางทาบลงบนหลังมือที่กอบกุมบาดแผลตัวเอง

“แค่เธอไม่เป็นไรอะไรก็ดีแล้ว”

“แต่มินามิต้องมาบาดเจ็บ ต้องบาดเจ็บนะ!” อัตสึโกะไม่ยอม เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่เธอยอมได้ โดยเฉพาะเรื่องที่เธอทำร้าย เรื่องที่เธอทำให้เขาเจ็บตัว

“ไม่เอานะ ไม่โทษตัวเอง” มินามิลูบหลังมือปลอบใจ เธอไม่ชอบเห็นน้ำตาของอีกฝ่าย ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็ไม่ชอบ  “เธอกลับมาแล้ว ฉันจะได้จัดการเจ้าปีศาจนั่นได้นะ

ไม่ร้องแล้ว” มินามิยันร่างกายลุกพอบาดแผลเริ่มสมานเข้าหากันยอมรับว่าตัวเองเสียพลังไปมากเพราะบาดแผลที่ถูกคนรักทำให้เกิด

“ไม่ได้ ไม่ใช่ตอนนี้” อัตสึโกะดึงร่าง่อนแง่นกลับเข้าสู่วงแขนประคองรัดหลวมๆด้วยมือเพียงข้างเดียว “เธอเสียพลังเวทย์และบาดเจ็บมากเกินไป  ฉันยอมไม่ได้”

“แต่ถ้าไม่ทำอะไร พวกนั้นจะแย่” อัตสึโกะหันมองตามสิ่งที่เขาบอก ภาพที่เห็นเป็นความจริง พวกยูโกะสู้กับจิ้งจอกเก้าหางด้วยท่าทางที่อ่อนล้า การโจมตีของปีศาจนั่นรุนแรงและยังคงต่อเนื่อง คนที่พอรับมือได้อย่างอัตสึมิจังก็ยังเด็กเกินไป ถ้ายังปล่อยไว้พลังของแต่ละคนจะหมดเอาเสียก่อน

“ฉันจะสู้” อัตสึโกะประกาศแน่วแน่ทำท่าจะประคองคนในวงแขนนั่งลงแต่กลับถูกมินามิฉุดให้อยู่นิ่งๆก่อน

“พลังเธอพึ่งจะคืนกลับมา ฉันเป็นห่วง”

“แต่ถ้าไม่ทำ ทุกคนจะ...”

“ถ้าอย่างนั้น ให้ฉันสู้ด้วย ตกลงมั้ย”

“มินามิ แต่…”

“เธอฟื้นพลังเวทย์ให้ฉันได้นะ ไม่เป็นไร” มินามิส่งยิ้มจางๆพลางฉุดแขนของอัตสึโกะลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ตอนนี้ทางฝ่ายพวกเธอดูจะเสียเปรียบ จิ้งจอกเก้าหางได้ใช้อาคมฟาดลงใส่อัตสึมิจังที่ถูกโทโมจินเข้ามาป้องกันไว้ได้ทัน แต่ความเสียหายเกิดอยู่มาก โทโมจินเริ่มจะหายใจผิดปกติในจังหวะที่ฉุดร่างของอัตสึมิจังกลับเข้ามารวมกับมาริโกะได้สำเร็จ

“ต้องทำยังไงบ้าง มินามิ” เธอจับกุมมือของอัตสึโกะหลวมๆอย่างน้อยอัตสึโกะก็ไม่ดื้อจะยืนกรานไม่ยอมให้เธอเข้ารวมสู้

“ ลองดูนะ ค่อยๆรวมพลังแล้วลองเรียกคทาออกมา ฉันคิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไร”   อัตสึโกะพยักหน้าลองรวบรวมพลังเวทย์ที่ไม่ได้ใช้เนิบนานอยู่บนฝ่ามือก่อนมันจะกลายเป็นรูปร่างคทาไม้โบราณที่ถูกส่งมอบต่อมา

กลายเป็นว่าทุกสายตาเคลื่อนมองล้อมรอบอัตสึโกะไม่เว้นจิ้งจอกตัวร้ายซึ่งกำลังเบิกตาโพล่งขึ้นมา เมื่อคทาอันแสนคุ้นเคยอยู่ในมือของแม่เด็กที่เธอควบคุมไว้ก่อนหน้า

 

ได้ยังไง!

 

“เจ้า! คทานั่น ไปเอามาจากไหน” จิ้งจอกเก้าหางไม่รู้ว่าจะถามอะไรที่ดีเพราะขณะนี้กลายเป็นว่าตนเองสับสนมึนงง ไม่แน่ใจว่าตนกำลังสู้อยู่กับใคร

อัตสึโกะกำชับอาวุธหนึ่งเดียวยกขึ้น ไม่ได้สนใจการตอบคำถามมากกว่าการร่ายมนต์ฟื้นฟูพลังเวทย์ให้คนข้างกายและไม่ลืมจะเผื่อแผ่ไปยังคนที่เผชิญหน้ากับจิ้งจอกเก้าหาง

“หม่าม๊า” เจ้าตัวเล็กร้องเรียกเหมือนลูกหมากระโดดดีใจยิ้มกว้างให้เธออดยิ้มตอบไม่ได้

“หม่าม๊าขอโทษนะคะ ที่รัก แล้วก็ทุกคนด้วย”

“คราวนี้ช้านะ มินามิ”  มาริโกะเยาะเย้ยอดีตราชาซึ่งตีหน้าบึ้งกับประโยตเมื่อครู่เป็นสัญญาลักษณ์ประมาณว่า พูดมากน่า ไม่ตายก็ดีขนาดไหนแล้ว ก่อนพวกเธอจะต้องพากันเหวี่ยงตัวหลบเมื่อจิ้งจอกเห้าาหางปล่อยคลื่นพลังจู่โจมราวกับสึนามิถล่มเข้ามา

“ตอบข้ามา!”

“อันนี้น่ะนะ” อัตสึโกะตั้งตัวยืนตรงได้ใหม่ควงคทาในมือเล่นเหมือนเป็นเพียงท่อนไม้ธรรมดาๆยอมรับว่าไม่ชินมือเพราะไม่ได้แตะนาน อีกอย่างก็รู้สึกว่าพลังของตัวเองกับคทานี้ยังจูนกันได้ไม่ดีเท่าไหร่ เป็นของเจ้าปัญหาเหมือนคนที่ให้มาจริงๆ

“พอดีว่า คนที่ไม่ชอบหน้าให้มาเท่านั้นเอง” คำประกาศชัดเหมือนจงใจเล่นเอาคนมีอดีตกับเจ้าของคทารู้สึกหนาวอย่างไม่ทราบสาเหตุ นับว่าเป็นโชคดีที่อัตสึโกะไม่ได้รู้เรื่องเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ไม่อย่างนั้นไม่อยากจะคิดถึงสภาพว่าจะเป็นอย่างไร

ปราสาทอาจจะพังพินาศได้ง่ายๆเลยก็ได้

“ได้ยังไง คทานั่นมันอยู่มาตั้งแต่เมื่อพันปี”

“หืม” อัตสึโกะเลิกคิ้วสงสัยหันมองหน้ามินามิไม่เข้าใจ  จิ้งจอกตนนี้รู้จักอะไรกับคนในอดีตของมินามิ

‘ปีศาจตนนี้เคยเป็นบริวารของนาง’ เธอพยักหน้ารับรู้ให้เสียงแผ่วเบาที่ดังอยู่ในดวงจิตก่อนจะเผลอจิกตาใส่คนรัก เมื่อนึกได้ว่ามินามิไปรู้เรื่องนี้มาได้อย่างไร ไม่เห็นเล่าให้เธอฟังก่อน  เสร็จจากนี่เธอคงต้องขอคำอธิบายยาวๆ ไม่งั้นเธอไม่ยอมจบเรื่องง่ายแน่ๆ

“ เจ้าเป็นใครกันแน่” จิ้งจอกนั้นไม่ได้ถามเฉยๆ ยังแฝงคลื่นมนตร์ดิ่งตรงเข้าใส่พวกเธอ แต่ตอนนี้สถานการณ์ค่อนข้างจะพลิกผัน ครู่เดียวเท่านั้นที่เธอสบตามินามิ เจ้าตัวก็วาดคลื่นน้ำแข็งตั้งเป็นกำแพงป้องกัน

“หม่าม๊าให้หนูช่วยนะ”  เจ้าตัวเล็กผลุดเข้ามาหาเธอยกมืออยู่ในระดับไหล่ตัวเองพอดีกับจังหวะที่เธอปล่อยเวทย์อัดเข้าโจมตีจิ้งจอกตัวร้าย

“หึ! กระจอกน่า!” ฝ่ายนั้นยังคงปากเก่งวาดเมื่อครู่เดียวโล่เวทย์ทรงพลังก็เข้าป้องกันทว่าเธอยกยิ้มพอใจ จิ้งจอกตัวร้ายไม่ได้สังเกตการโจมตีที่แท้จริง มาริโกะชักคันธนูปล่อยศรเวทย์อาบพลังของอัตสึมิจังพุ่งเข้าหาจิ้งจิกเก้าหางตัวร้ายในจังหวะนั้น

“พุ่ม!”

“อ๊าก!!”

“ฮารุนะ โทโมจิน”

“รู้แล้วน่า” ทั้งสองผสานเวทย์กักขังเข้าด้วยกัน เคาะใส่จิ้งจอกเก้าหางที่เตรียมจะหนีแต่ยูโกะผสานเป็นแนวหน้าได้ดี กรีดเข้าโจมตีเพื่อเบี้ยงความสนใจมาที่ตน ทำให้จิ้งจอกตัวร้ายต้องยกมือสกัดดาบที่ถูกเพิ่มพลังทำลายโดยเวทย์ของฮารุนะ

“จังหวะนี้แหละ!” สิ้นเสียงคำสั่งก็ใช้เวทย์ผลึกผสมผสานพุ่งเข้าจับจิ้งจอกเก้าหาง เส้นใยเวทย์นับแสนทักทอรวบตัวปีศาจร้ายก่อนแข็งกลายเป็นแร่ทองคำดึงรั้งร่างของปีศาจนอนหมอบแนบไปกับพื้น

“อัตสึโกะใช้เวทย์นั่นเร็วๆเข้า”  คนถูกบอกให้ทำรู้ว่ามินามิกำลังพูดถึงเวทย์อะไร มันคือตาข่ายเวทย์มนตราของคนที่เธอไม่ชอบขี้หน้า แต่ต้องยอมรับฤทธิ์อำนาจมากขนาดกักกันพวกอสูรเทพได้ ภาษาที่เธอไม่คุ้นถูกสลักให้ปรากฏในหัวพอนึกถึงรูปร่างของมนตรา เธอยกคทาชี้ใส่หน้าจิ้งจอกเก้าหาง

“ผลึก!” สามเหลี่ยมสีเขียวแก่ปิดล้อมรอบตัวของปีศาจที่ดิ้นขับพลังทำลายพันธนาการอย่างเหลืออด ไม่ยอมจะเป็นฝ่ายแพ้ลูกเดียว

 

“จับได้สักที คราวนี้จงพาพวกเราออกไป” มินามิเดินเข้าใกล้จิ้งจอกที่ถูกกักตัวสำเร็จแต่พยศจ้องจะทำลายแต่วงเวทย์กักตัว

“ไม่มีทาง”

“ฉันไม่ใช่คนใจดีหรอกนะ” เพียงครู่นั้นเองที่เธอเห็นมินามิพึมพาใช้เวทย์อะไรสักอย่าง ก่อนแตะมันลงบนผลึกสามเหลี่ยมสีเขียวแก่ ราวกับเกิดแผ่นดินไหวอยู่ชั่วครู่แล้วจิ้งจอกเก้าหางก็ขดตัวงอเป็นกุ้ง

“ป๊ะป๋าทำอะไรคะ” เจ้าตัวเล็กที่กอดขมับที่ขาเธอส่งเสียงถามเขาอย่างสนใจ เอาง่ายๆพวกเธอที่ยืนห่างออกไปก็อยากรู้เหมือนกัน

“เวทย์เสียงน่ะ มันมีผลกระทบระบบการได้ยินโดยตรง ถ้าพวกที่หูดีเกินคนก็น่าจะรู้ผลว่าเป็นยังไง”

“อย่างนี้เอง พลาดไปได้” ยูโกะจงใจพูดเสียดสีคนที่อยู่ไม่ไกล เมื่อก่อนเธอน่าจะรู้ไม่จะได้เล่นงานอีกฝ่ายได้ หมั่นไส้มากๆตอนนั้น

มินามิส่งสายตาเขียวปัด  บอกมันใช่เวลามาหาเรื่องกันมั้ย

“ ปล่อยพวกเราออกไป ถ้าเธอยังไม่อยากทรมานมากกว่านี้”

“งั้นก็หยุดเวทย์บ้านี้สักที! หัวจะหนวกอยู่แล้ว!”

“ปล่อยพวกเราก่อน”

“ทำไม่ได้ ถ้าเวทย์นี้ยังก่อกวนอยู่อย่างนี้ โอ๊ยย”

มินามิหายใจฮึดฮัด ยอมหยุดเวทย์ที่ทรมานปีศาจตัวร้าย

นางหายใจเหนื่อยหอบแววตาเกลียดชังถูกส่งมาให้

“พากลับออกไปเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ฉันจะทำแบบเมื่อกี้อีก” น้อยครั้งมากจะได้เห็นมินามิสวมบทโหดยิ้มเย็นพร้อมจะสังหารใครสักคนที่หมดทางสู้ อย่างว่าเจ้าปีศาจตัวร้ายดันมาเล่นกับคนที่ไม่สมควรเล่น ถ้าเป็นเรื่องของอัตสึโกะกับอัตสึมิ มินามิพร้อมจะเอาชีวิตคนที่กล้าแตะได้ทุกวินาที

“รู้แล้วน่า!” เร็วเท่าคำพูด จิ้งจอกเก้าหางนางดีดนิ้วดัง ป๊อก บนอากาศก็เกิดช่องวางขนาดใหญ่ก่อนมันสูบเอาร่างของพวกเธอหายเข้าไป

 

“สุ่ม!” เสียงคล้ายมีสิ่งใดระเบิดลงมาจากท้องฟ้าเรียกให้ซาเอะ ซายากะ ยูกิริน มายุและเรียวฮะหันไปมองทางสถานที่จัดงานก่อนหน้านี้พวกอัตสึโกะถูกจับตัวไป ต่างคนต่างอ้าปากค้างเพราะสิ่งที่ลอยเหนือสถานที่จัดงาน มันคือวงเวทย์ขนาดมหึมาพาเอาคนที่ยังไม่ยอมกลับออกจากปราสาทแตกตื่นกันจำนวนมาก

 

“วงเวทย์!”

 

“ไปดูเร็ว1 ยืนอึ้งกันอยู่ได้”  ซาเอะเข้ามาดันหลังยูกิให้เลิกตกใจเพราะตอนนี้มีเพียงอีกฝ่ายกับมายุที่พอจะช่วยรับมือได้หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน


 

“โอ๊ยย เจ็บ เอาอีกแล้ว” ฮารุนะลูบบันท้ายอันแสนน่าภาคภูมิใจตวัดสายตามองไปยังปีศาจที่อยู่ในวงเวทย์คุมขังซึ่งนั่งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“ลุกออกไปได้แล้ว มันหนัก!” เสียงแวดแหลมหูเล่นเอาเธอต้องก้มลงดูก่อนจะเด้งตัวลุกอย่างตกใจที่เห็นโทโมจินกลายเป็นเบาะรองให้ครึ่งก้นของเธอ

“จะทำอะไรก็ให้มันดีหน่อยได้มั้ย!” ดูเหมือนโทโมจินจะโมโหมากก้าวเท้าสวบๆเข้าไปหาจิ้งจอกเก้าห่าง เหมือนพร้อมจะถลกหนังเต็มที่

“เรื่องมาก”

“แก!!” โทโมจินกัดฟันกรอดหักนิ้วมือดังกรอบจนมินามิที่ยืนคุ้มอยู่ใกล้จิ้งจอกเก้าหางต้องรีบร้องห้าม

“อย่าพึ่งน่า”

“ฉันจะฆ่ามัน!” คำพูดไร้ปราณีทำเอาคนอยู่ในเหตุการณ์สะดุ้ง นั่นอาจจะรวมถึงผู้ที่พึ่งเข้ามาเจอเห็นการณ์กำลังจะมาฆาตกรรมจิ้งจอกเก้าหาง

“ทุกคนปลอยภัยใช่มั้ย” ยูกิรินแทบจะน้ำตาไหลพอเห็นอัตสึมิจังกลับมาพร้อมพวกมินามิ  อยากจะถลาเข้ากอดขาอัตสึโกะตะโกนออกมาว่าเธอรอดแล้ว

“ยังไงก็เถอะ เธอคิดยังไงส่งอัตสึมิจังตามไปอย่างนั้น” คำถามกึ่งไม่พอใจของอดีตราชาเล่นเอาร่างเธอชาดิกแก้ตัวลิ้นพันกันยุ่ง

“ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นอย่างนั้น ฉันทดสอบก่อนแล้วด้วย แต่ไม่คิดว่า...อัตสึมิจังจะทำให้เวทย์เคลื่อนย้ายสำแดงผล” คนขอโทษหมอบกราบลงพื้นเสียมินามิต้องพ่นลมหายใจหงุดหงิด เพราะจะเอาผิดก็ใช่เรื่อง ถือว่าเป็นความชอบของฝ่ายนั้นด้วยที่พาตัวอัตสึมิจังมาให้ เลยทำให้รู้ว่าใครเป็นตัวปลอมในกลุ่ม

“ลุกมาเถอะน่า ฉันต้องขอบใจเธอด้วยซ้ำที่พาอัตสึมิจังมาให้”

“จริงนะ”

“แต่ใช่ว่าจะไม่โกรธ!” เสียงขู่กราวทำให้อัตสึโกะแอบหัวเราะมองยูกิรินที่ยืนกอดกับมายุกลมดิ๊ก ก็รู้มินามิไม่ได้จะทำอะไรสองคนนี้ ก่อนมาริโกะจะเบี่ยงความสนใจให้กลับมาที่ปีศาจซึ่งถูกเมินเฉย ว่าอย่างนี้ก็ไม่ถูกเท่าไหร่เพราะโทโมจินจะฆ่าให้ตายอยู่แล้วถ้ามาริโกะไม่คว้าแขนเอาไว้

ชวนหาเรื่องตายให้ตัวเองจริงๆ

“นี่ มินามิ แล้วจะเอายังไงกับจิ้งจอกนี่ เดี๋ยวก็ได้ถูกโทโมจินฆ่าตายพอดี”  คนข้างตัวนิ่งไปเงียบคิดอยู่นานพอถูกถามจนกระทั่งสายตาค่อยๆมองยังลูกสาวของพวกเธอ

“อัตสึโกะ คิดว่าถ้าจับปีศาจนี่ทำพันธสัญญากับอัตสึมิจังดีรึเปล่า”  

เธอหันควับมองคนรัก ประมาณว่า ที่พูดมาเอาจริงเหรอ แล้วต้องพากันอุดหูเพราะเสียงแวดไม่สบอารมณ์ของจิ้งจอกเก้าหาง

“ไม่มีทาง! ข้าไม่มีทางยอม”

“หืม อย่างนั้นหรือ” มินามิยิ้มเย็นประกอบกับลดสายตามองจิ้งจอกตัวร้ายคล้ายข่มขู่อยู่ในที

“หนูอยากได้สัตว์เลี้ยงมั้ยคะ อัตสึมิจัง”

“ปล่อยนะ ข้าไม่ยอมเด็ดขาด!”

“นี่ ฉันกำลังเสนอข้อได้เปรียบให้เธอเลยนะ อย่างน้อยเธอก็จะได้ไม่ต้องทำร้ายใคร อีกอย่างการยอมให้ทำพันธสัญญากับอัตสึมิจังเธอเองก็จะได้รับพลังเวทย์ในส่วนตรงนั้นด้วย ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหาย” จิ้งจอกเก้าหางแยกเขี้ยวอย่างไม่ชอบใจ ใครจะอยากถูกจับล่ามโซ่เหมือนแต่ก่อน

“ไม่มีทาง”

“ฉันไม่ได้ถามความเห็นเธอนิ” คนที่ยืนดูสองคนนี้ถกเถียงเงียบกริบ ไม่รู้จะเข้าไปแทรกตรงไหน ก็รู้ว่ามินามิกำลังเอาคืนจิ้งจอกเก้าหางอย่างโหดร้ายเสียด้วย

 “ตกลงว่ายังไงคะ ตัวเล็ก”

“ไม่มีปัญหาค่ะป๊ะป๋า” กับมินามินี้ก็ว่าง่ายเกินไม่มีอิดออดบอกปฏิเสธ เล่นเอาจิ้งจอกเก้าหางดิ้นหนีเหมือนกำลังจะตายภายใต้รอยยิ้มเย็นยะเยือกของมินามิที่เป็นผู้กำชัย

จวบจนสุดท้ายวงเวทย์แห่งพันธสัญญาก็ถูกวาดท่ามกลางความไม่เต็มใจของจิ้งจอกเก้าหางที่ทำอะไรไม่ได้

“ปล่อยข้า”

จิ้งจอกตัวร้ายยังดิ้นต่อเนื่องทั้งที่สัญญาได้เสร็จสิ้นลงแล้ว

“เงื่อนไขของสัญญามีอยู่ว่าจนกว่าอัตสึมิจะหมดอายุไขลงตามธรรมชาติ เธอจะต้องปกป้องคุ้มครอง ห้ามทำร้าย หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เป็นการทำให้เด็กคนนี้บาดเจ็บ มิอย่างนั้นเธอก็คงจะรู้ว่า หากละเมินสัญญาเป็นอย่างไร”

 มินามิหันมาพยักหน้าให้อัตสึโกะปล่อยปีศาจที่ถูกคุมขังซึ่งตอนนี้หมดฤทธิ์เดชทำอะไรไม่ได้เพราะคำสั่งบัญชาจากผู้ทำพันธสัญญา

“ป๊ะป๋า หนูใส่ปลอกคอให้เขาได้มั้ย” คำถามซื่อๆของเด็กตัวเล็กที่เห็นปีศาจจิ้งจอกกลายเป็นหมาเชื่องๆ เล่นเอาพวกเธอหัวเราะพรวดมองหน้าจิ้งจอกเก้าหางที่จ้องลูกสาวเธอเหมือนจะฆ่าให้ได้

นิสัยอัตสึโกะจริงๆ

“อย่าคิดทำอะไรแปลกๆได้มั้ย!” คนแพ้แยกเขี้ยวขู่ อยากจะซัดพวกตัวการซักทีสองที

“ตามใจเลยค่ะ ตัวเล็ก”  

“ควรถามความเห็นข้ามั้ย!” จิ้งจอกเก้าหางยังแหกปากโวยวายไม่เลิก ชักจะทำตัวโหวกเหวกเกินเหตุ

“นี่ ฉันว่าจับใส่กรงโชว์ให้แขกในงานดูสักวันก็น่าสนใจนะ” โทโมจินเสนอด้วยรอยยิ้มร้ายบอกความแค้นใจที่มีต่อจิ้งจอกเก้าหางไม่น้อยไปกว่ามินามิ ทีอย่างนี้ล่ะเข้าคู่กันดีเหลือเกินแต่ละคน

“พวกเจ้านี่มัน!”

“แกเล่นพวกฉันเจ็บแสบกว่านั้นเยอะ” คราวนี้ยูโกะสมทบเห็นพ้องกับโทโมจินอย่างเต็มที่

“แต่ฉันว่า ขอเอาลงไปกรีดท้องในทดลองก่อนได้มั้ย” ไม่รู้มันเป็นมุขหรือยังไรทุกคนถึงได้ผงกหัวให้มายุอย่างพร้อมเพียง

“ปล่อยข้านะ เจ้าพวกจิตไม่ปกติ!”

“นี่ เลิกโวยวายสักทีเถอะ” มินามิออกปากอย่างเบื่อหน่าย ไม่รู้จะแหกปากให้ได้อะไร ก็รู้ว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้

“เจ้านั้นแหละตัวการ จับข้าทำพันธสัญญา แล้วไม่บอกอะไรอีกต่างหาก! อย่างน้อยก็ควรให้ข้ารู้ข้อมูลอะไรบ้างได้ไหม” ชั่วพริบตานั้นแววตาคบกริบประกาศกร้าวว่าไม่มีทาง จนอัตสึโกะต้องแตะไหล่เบาๆ

“บอกแล้วไงว่าไม่จำเป็น”  มินามิหันหลังเดินหนีจิ้งจอกตัวร้ายคว้ามืออัตสึโกะชวนให้พาอัตสึมิจังไปนอน ทิ้งให้จิ้งจอกปากเสียถูกรุมจัดการอยู่ตรงนี้ก็ดี

เรียกร้องความสนใจเป็นบ้า

“อย่าเดินหนีข้า! เจ้าพูดถึงผู้หญิงที่ชื่อไมโกะหลายครั้ง ตอนอยู่ที่นั่น ถามเอากับข้าที่แปลงเป็นเด็กนี้ บอกข้ามาว่านางเป็นใคร”

คำพูดของจิ้งจอกที่อยู่ดีไม่ว่าดีดันทิ้งระเบิดลงกลางบ้านทำเอาบรรยาการเงียบกริบมินามิสัมผัสได้ถึงความเย็นฉาบของฝ่ามือที่คว้าจับค่อยๆเคลื่อนสายตามองหน้าคนรัก รู้สึกว่าอากาศมันเย็นๆหนาวๆวูบๆวาบๆเลยว่ามั้ย!?

“มินามิ! ขอคำอธิบายด้วยค่ะ” เอาแล้วไง แต่ละคนไม่มีใครกล้าแม้จะหายใจ กลัวไปรบกวนการไต่สวน เฮ้ย ไถ่ถาม ส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้มินาามิห่างๆ(อย่างห่วงๆ)  หากระเบิดพลีชีพลงจะได้หนีทัน

เป็นห่วงกันมากเลยแต่ละคน

“อ้อ คนรักเก่าของเจ้างั้นหรือ”

“เงียบได้มั้ย!” ไม่ใช่มินามินะ แม้จะตัวอยากจะพูดประโยคนี้ก็ตามเพราะตอนนี้กำลังหลับตาปี๋อยากจะยกมืออุดหู ก็คนที่เล่นตวาดใส่จิ้งจอกเก้าหางมันอัตสึโกะต่างหาก

 คนร่วมเหตุการณ์พากันขนลุกซู่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เคี่ยวเข็ญบอกจิ้งจอกเก้าหางให้หุบปาก ก่อนจะถูกรุมกระทืบจากพวกเธอ หาเรื่องตายไม่รู้จักเวลาอย่างน้อยก็ขอให้พวกเธอหนีก่อนได้มั้ย

รักกันมากเนอะ พวกนี้

“อัตสึโกะ ไม่ได้ใช่อย่างนั้นนะ” คนถูกเข้าใจผิดกำลังจะอธิบายแต่เหมือนจะไม่ทันเสียแล้วเมื่อเจ้าของชื่อเดินดุ่มๆหนีออกจากสถานที่จัดงานด้วยความน้อยใจให้มินามิหันมาเอาเรื่องกับจิ้งจอกเก้าหาง มันน่าฆ่าให้ตายจริงๆ

“มินามิ เร็วเข้า พวกฉันไม่อยากถูกลูกหลงด้วยนะ” ซาเอะป้องปากบอกอย่างหวาดหวั่นเวลาอัตสึโกะโกรธทีไร คนเดือนร้อนมันคนอยู่รอบตัวกันทั้งนั้น คราวก่อนยังจำได้ เดินผ่านหน้าไปอยู่ดีๆก็ถูกเขม่นสืบเนื่องมาจากมินามิเป็นต้นเหตุ แม้เรียวฮะจะรู้น้อยที่สุดในที่ตรงนี้แต่ก็ขอพยักหน้าเห็นด้วย  

“ฉันรู้แล้วน่า!” เธออยากจะบ้าตาย นี่มันวันบ้าอะไร แล้วไอ้เจ้าพวกนี้ก็ช่วยกันดีมาก ส่งกำลังใจบอกว่า โชคดีนะ มันควรจะตามเธอไปช่วยอธิบายไหมเล่า!

“อัตสึมิจัง วันนี้อยู่กับป๊ะป๊ายูของหนูก่อนนะคะ” เจ้าตัวเล็กขานรับเธออย่างชาญฉลาด มินามิจึงไม่รอช้าจะเสียเวลาแม้เพียงเสี้ยววินาที วิ่งตามหลังของคนรักออกไปให้ทัน

“ปากเธอนี่มันหาเรื่องจริงๆ” ยูโกะบ่นกระปอดกระแปด เกือบจะซวยกันไปหมดแล้วเห็นมั้ย

“หึ” จิ้งจอกเก้าหางเย้ยยิ้มเชิดหน้าขึ้นไม่สนใจ พราะมันคือความจงใจล้วนๆที่ได้เอาคืนคนจับเธอทำพันธสัญญาโง่ๆ

“ที่ยังเฉยอยู่ได้  เพราะไม่รู้ว่สินะว่าไมโกะคือใคร”  ฮารุนะพูดขึ้นลอยๆจ้องตาจิ้งจอกเก้าหางอย่างเอาเรื่องจนยูโกะต้องออกปาก ไม่อยากให้พูดถึง

“เถอะน่า มินามิไม่ได้ห้ามไว้เสียหน่อย”  จิ้งจอกเก้าหางถึงกับตวัดส่ายตามองสาวร่างสูงที่เคยยืนคู่อยู่กับยัยคนที่ตัวเล็กจิ๋วอารมณ์ร้อนราวกับเปลวไฟเดินเข้ามาใกล้

“มหาเวทย์รุ่นที่ 8 แห่งสมาคมจอมเวทย์ ‘อัตสึโกะ’ ชื่อนี้คงจะคุ้นหูเธอมากกว่าสินะ”

“ฮารุนะ!” ยูโกเตือนเพราะกลัวจะมีใครนอกจากพวกเธอมาได้ยินเข้า  มันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรพูด อาจจะทำให้ตัวตนของมินามิถูกเปิดเผยได้และสืบสาวเอาเรื่องจนรู้เรื่องเมืองสีขาวที่พวกเธอปิดเป็นความลับ ขนาดเด็กเรียวฮะนั้นยังเลิกคิ้วงงว่าพวกเธอพูดถึงใคร คงต้องเตี๊ยมกับซาเอะให้บ่ายเบี่ยงบอกน้องเอา

“หมายความว่ายังไง” จิ้งจอกเก้าหางแยกเขี้ยว ไม่ชอบจะถูกปั่นหัวคืนอย่างนี้ มันเป็นเรื่องนานนับพันๆปี  เด็กพวกนี้จะรู้จักกันได้อย่างไร อีกอย่างชื่อแม่นั่นมันควรเป็นความลับของพวกสมาคมเวทย์มนต์คนนอกไม่มีทางรู้ได้

อะไรกัน

“เธอพึ่งจะพูดไปว่าเป็นคนรักเก่าของมินามิ” ฮารุนะไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมกลับมาทิ้งหัวพิงไหล่ยูโกะหมดแรงที่ใช้เวทย์รบกับจิ้งจอกเก้าหางไปมาก เธอแค่อยากจะปั่นหัวแม่ปีศาจตนนี้คืนนิดๆหน่อยๆ ไม่ได้จริงจังจะบอกให้รู้อะไรหรอก

“พวกเจ้ารู้มาได้ยังไง ตอบมาเดี๋ยวนี้!” ผู้หญิงชื่อมินามิอีกแล้ว จะเอาอะไรกันหนักหนานางเป็นใครกันเนี่ย ถึงได้ดูรู้เรื่องเมื่อพันปีก่อนมากเหลือเกิน แถมยัยพวกนี้ยังบอกว่าเกี่ยวข้องกับแม่นั่นอีก จะเป็นไปได้ยังไง มนุษย์ไม่มีทางอายุยืนถึงตอนนี้ ไหนจะเชื้อสายแห่งราชวงศ์โบราณ อย่าบอกน่ะว่าทั้งหมดคือสิ่งที่เด็กพวกนี้ได้มาจากเมืองที่สาบสูญ แล้วแม่จอมเวทย์นั่นเข้าไปเกี่ยวข้องได้ยังไงกันอีกเล่า

ยิ่งคิดยิ่งปวดหัว!

“อย่ารู้มากก็ไปคะยันคะยอให้มินามิเล่าให้ฟังเถอะ” ฮารุนะตัดบทเล่นเอาทุกคนหันมองเจ้าตัวอย่างพร้อมเพรียง ประมาณว่าเอาจริงดิ  มีแต่จิ้งจอกเก้าหางที่แหกปากถามโน่นถามนี่ไม่เลิกจนพวกเธอเลิกจะสนใจ

“มินามิ ไม่อยู่แล้วจะเอายังไงกับแม่นี่ดี”  คำถามของซายากะเปิดประเด็นอีกครั้งให้ลงมติจัดการกับจิ้งจอกเก้าหางที่นั่งหัวโดอยู่ตรงนี้

“จับไปไว้ห้องทดลองของมายุก่อนดีมั้ย” ยูโกะยังนึกสนุกไม่เลิกเหมือนอยากจะดูมายุชำแหละจิ้งจอกตัวร้ายจริงๆ ซึ่งมันเข้าพูดหูมายุอยู่มากจัดแจงจะลงไปเตรียมอุปกรณ์ขึ้นมาถ้าไม่ถูกคนรักคว้าคอเอาไว้

“ ขอเอาไปทดลองไม่ได้เหรอ ยูกิริน”

“ขออัตสึมิจังก่อนมั้ย” คำพูดไม่มีห้ามปรามนั่นทำเอาจิ้งจอกที่ถูกพันธนาการแว้ดโวยวาย มีหวังถามเด็กบ้านั่นเธอจะได้ถูกจับทดลองจริงๆ

ปล่อยข้านะ เจ้าพวกจิตไม่ปกติ!!

“พอๆทั้งสามคน  เธอเองก็เลิกโวยวายได้แล้ว อยากจะเรียกคนเขาแห่กันเข้ามามากใช่มั้ย” มาริโกะรีบเบรคอยากจะยกมือนวดขมับแต่ละคนพอหลุดออกจากหนังสือนั่นได้จ้องจะยำจิ้งจอกตัวนี้ท่าเดียว โดยเฉพาะแม่สาวเขี้ยวข้างกายเธอ

“ทดลองมันน้อยไปจับไปทำพรมประดับห้องดีกว่า” นั่นแหละ โทโมจินไม่ยอมหยุดเป็นตัวตั้งตัวตีเสียที  คงจะฉุนแม่นี่อยู่มาก และมาริโกะก็รู้ว่าห้ามไปไม่มีประโยชน์ เลยหันไปถามกับหนูน้อยที่เดินไปเล่นกับเรียวฮะแทน

“อัตสึมิจังหนูทำอะไรกับพันธสัญญาได้มั้งคะ”  เจ้าตัวเล็กเอียงคอขมวดคิ้วมุ่ย สงสัยเธอจะถามคำถามกว้างเกินไป เอาใหม่

“เรียกจิ้งจอกเก้าหางเข้าไปในมิติของตัวเองเหมือนสัตว์เวทย์ทั่วไปได้มั้ยคะ” เจ้าตัวเอานิ้วจิ้มคางแล้วยิ้มกว้างพยักหน้า  บางทีเจ้าหนูน้อยก็รู้ภาษาเกินไปอย่างตอนนี้ที่ไม่งอแงหาอัตสึโกะกับมินามิ เพราะรู้ว่าพ่อกับแม่ของตัวเองมีเรื่องต้องคุยกันสองคน

“งั้นก็…”

“อย่าทำอย่างนั้นเด็ดขาด! ข้าจะยอมดูแลยัยเด็กคนนี้ให้ก็ต่อเมื่อไม่จับข้าไปไว้ในมิติของสัตว์เวทย์ ข้าต้องการอิสระ” จิ้งจอกตัวร้ายแทรกประท้วงสะบัดหัวไม่ยอมลูกเดียว

“ถ้าให้คุณจิ้งจอกอยู่ที่นี่ สัญญากันก่อนว่าจะไม่ทำร้ายใคร ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ตอนนี้หนูง่วงนอนแล้ว ไม่มีแรงจะสู้อีกนะ ถ้าไม่สัญญาจะต้องไปอยู่ในมิติเวทย์”

คำพูดใสซื่อของเจ้าตัวเล็กทำให้ผู้ใหญ่พากันกลั้นขำยิ่งเห็นสีหน้าของจิ้งจอกเก้าหางเหมือนกับว่าโลกทั้งใบจะแตกสลาย ก็พากันเบิดหัวเราะออกมาไม่หยุด

“ข้าตกลง ตกลง ออกคำสั่งให้ข้าขยับสักทีได้มั้ย” เจ้าตัวเล็กพยักหน้าให้ก่อนจะออกคำสั่งปลดเวทย์ ครู่นั้นคนถูกปล่อยรีบลุกขึ้นสะบัดแขนขาที่ถูกจับไว้จนเมือยล้าไล่สายตามองพวกเด็กที่ตนแพ้ให้อย่างแค้นใจ

โธ่เว้ย!

“คุณจิ้งจอก หนูง่วงนอน พาไปนอนหน่อยได้มั้ย วันนี้ป๊ะป๋ายูเหนื่อยมาก หนูไม่อยากให้ป๊ะป๋ายูอุ้ม” เสียงหัวเราะดังระงมพอได้ยินอัตสิมิจังพูดคล้ายสั่งคนตกเป็นเป็นเบี้ยล่าง จิ้งจอกเกาหางกัดฟันกรอก อยากจะแว้ดใส่ให้รู้แล้วรู้รอด

“รู้แล้วน่า ข้ารู้” เจ้าตัวช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้มอย่างช่วยไม่ได้ ชีวิตไม่คิดจะยุ่งกับเด็ก ทำไมต้องมาเจอยัยตัวเล็กนี้ด้วย!

“จะต้องพาเจ้าเด็กนี่ไปทีไหน” นางถามอย่างหัวเสียไม่พอใจ  พวกเด็กบ้าหัวเราะกันอยู่ได้

“ยูโกะ พาเจ้าตัวเล็กไปส่งห้องดีกว่าค่ะ จะได้นอนกันด้วย” ฮารุนะสะกิดไหล่คนรัก คิดว่าตอนนี้ถึงเวลาที่ทุกคนควรได้แยกกันพักผ่อนได้แล้วเพราะดูจากสีหน้า คงจะสลบกันเป็นแทบๆ เนื่องจากรบกับแม่ปีศาจที่กลายเป็นสัตว์เลี้ยงของอัตสึมิจังเกือบค่อนคืน ก็ได้แต่อธิฐานให้อีกฝั่งที่กำลังวุ่นวายโชคดีนะ

 

 

   ด้านคนหัวหมุนวิ่งวุ่นตามอัตสึโกะมาจนถึงธารเงียบภายในราชาวังตอนค่ำคืนถึงกับพ่นลมหายใจออกมาทางริมฝีปาก เดือดร้อนให้ตามจนเหอบ

“อัตสึโกะ หยุดวิ่งนะ” เธอดีดเท้าส่งแรงที่เท้าพุ่งเข้าหาคนรักจับคว้าแขนได้ทันก่อนอีกฝ่ายจะวิ่งเข้าไปไกลให้เธอต้องได้เป็นห่วงมากกว่าเดิม

โกรธได้น่ากลัวชะมัด คนอะไร

“ปล่อยค่ะ”  เสียงสะอื้นเบาๆกลายเป็นคมมีดบาดเข้าไปในหัวใจเพียงช่วงเสี้ยววินาที มินามิรั้งร่างของคนตัวสูงกว่ากอดรัดไว้ภายใต้วงแขนไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะดิ้นแรงขนาดไหน

“มันไม่มีอะไรจริงๆอัตสึโกะ”

“แต่มินามิก็พูดถึง!” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความขมขื่นตัดเพ้อต่อว่า เธอยอมรับผิดเต็มประตูที่คราวนี้ได้พูดถึงเรื่องของไมโกะจริงๆ

“ฉันทำเพื่อต้องการพิสูจน์ว่าจิ้งจอกนั่นไม่ใช่เธอ”

“แล้วถ้าเธอเกิดเป็นฉัน มินามิก็จะพูด ใช่สิ เพราะมินามิไม่เคยลืมนิ”  

“อัตสึโกะ” เธอร้องเรียกอย่างอ่อนใจพยายามให้อีกฝ่ายหันกลับมาเผชิญหน้ากันแต่มันไม่เป็นผล

“ไม่เอานะคะ หายโกรธกันนะ ไม่อยากฟังรึไงว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทำไมถึงต้องน้อยใจกันด้วย หันกลับมาคุยกันดีๆนะ” เธอยังเกลี้ยกล่อม ยอมรับว่าเหนื่อยมากจาการเจอศึกหนักเข้าไปค่อนคืน ดีที่ไม่ติดอยู่ในหนังสือบ้าบอนั้นจนถึงเช้า ทั้งที่เธอควรจะได้พักผ่อนสบายๆกับอัตสึโกะแล้วก็ลูกสาวในคืนนี้มั้ย จิ้งจอกตัวนั้นยังสร้างเรื่องให้เธอปวดหัวจนได้

“มันยังเหลือมินามิ  ที่ว่างยังถูกเว้นให้คนนั้นของมินามิ”

“ใครคะคนนั้น ถ้าเป็นเธอมาเอดะ อัตสึโกะ ฉันยอมรับ” มันคล้ายจะเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้เข้าใจความรู้สึกที่อยู่ด้านในว่ามันไม่ได้ซุกซ่อนใครอยู่ในนั้นจริงๆนอกจากคนที่อยู่ในอ้อมกอดของเธอ

“รู้มั้ยว่าฉันคิดมาตลอดเลยว่า ไม่อยากให้ความทรงจำกลับมา”

“เพราะมินามิลืมไม่ได้”

“ไม่ใช่”  มินามิปล่อยให้เสียงกระแสน้ำทำให้จิตใจของอัตสึโกะสงบลง  “วินาทีที่เรื่องทุกกลับคืนเข้ามาในหัว สิ่งแรกที่ฉันคิดมาตลอดคือเรื่องของเธอ ฉันไม่อยากให้เธอต้องรู้สึกว่าเธอเป็นคนอื่น น้อยใจว่าฉันจำใครได้   เพราะมันไม่สำคัญกับฉันเลย  เธอเป็นปัจจุบัน เป็นเวลาของฉัน อัตสึโกะ  หันกลับมามองหน้ากันหน่อยได้มั้ยคะ” มินามิยังคงใช้น้ำเสียงทอดอ่อนนำทาง ค่อยๆพลิกตัวอีกฝ่ายหันกลับมาสบตากันอย่างเชื่องช้า

“ตั้งแต่ที่เธอถอนคำสาปให้ฉันมันเป็นความจริงที่ว่าฉันมอบหัวใจทั้งหมดให้เธอ ต่อจะให้บอกกี่ครั้งความจริงข้อนี้ไม่ได้เปลี่ยนเลยอัตสึโกะ ฉันรักเธอ”

“แล้วในนั้นยังเหลือส่วนให้ผู้หญิงคนนั้นอยู่มั้ยคะ มีเสี้ยวของผู้หญิงคนนั้นอยู่รึเปล่า มินามิเรียกชื่อฉันที่เป็นฉันจริงๆหรือเป็นคนอื่น รู้มั้ยว่ามันกังวล มันสับสนทุกครั้งตั้งแต่ที่ต้องมารู้ว่าชื่อของฉันมันเคยเป็นของใคร” มินามิส่ายหน้าช้าๆประคองฝ่ามือของคนเจ้าคำถามช่างประชดประชันทาบลงบนอกด้านซ้าย

“หัวใจดวงนี้เป็นของเธอทั้งหมด ไม่เหลือให้ใครแล้ว เธอเข้ามาจอง มาสร้างโน่น ปลูกนี่ไว้มากมาย  จะให้ใครเข้ามาวุ่นวายอีก  หืม คุณมาเอดะ อัตสึโกะ ฉันเรียกเธอที่เป็นเธอ ไม่ใช่ใครอื่นเลย ทั้งหมดมันเป็นของเธอ ถ้าไม่มีเธอฉันเองก็คงไม่อยากมีชีวิตอยู่ตรงนี้” มันเป็นความรู้สึกเขินอายที่ไม่นึกฝันว่าตัวเองต้องมาพูดอะไรชวนเลี่ยนทำนองนี้ ทว่าหากมันเรียกร้อยยิ้มบนใบหน้าของอัตสึโกะกลับมาต่อให้ต้องพูดจนตัวเองท้องไส้ปั่นปวนเธอก็ยอม

“ฉันรักเธอ” ช่วงเวลาแบบนี้คำพูดกลายเป็นสิ่งไร้ความหมายเพราะอัตสึโกะไม่ได้ข้อพิสูจน์มันด้วยคำพูดอีกแล้ว ร่างของเธอถูกผลักขณะริมฝีปากถูกปิดสนิท

นี่เป็นการถูกแสดงความเป็นเจ้าของ แสดงว่าเจ้าตัวคือคนที่ครอบครองเธอ

อัตสึโกะไม่ปล่อยให้เธอหายใจลิ้นร้อนระอุราวกับเปลวไฟแทรกผ่านเข้ามาในกลีบปาก ร้อนและทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอจำใจต้องตวัดมือสร้างกำบังเวทย์อำพรางก่อนจะมีใครผ่านมาเห็นเข้า

“ยะ อย่าพึ่ง อ๊ะ” เธอรีบกัดริมฝีปากแน่นเมื่อเจ้าตัวเหมือนจะไม่ยอมให้เธอพูดกระชากเสื้อสูทโยนทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่งในที่ที่สายตาเธอมองไม่เห็นซ้ำยังลงแรงขยำก้อนเนื้อใต้เชิ้ตอย่างเอาแต่ใจ

“อะ อัตสึโกะ” เสียงเธอขาดหายเป็นห้วง เสี่ยวสันวาบหลังเพราะแววตาขุ่นมัวจริงจัง บอกว่ายอมให้ไม่ได้ จะไม่ยอมปล่อยเธอไปไหนเด็ดขาด

“ฉันจะฟังเรื่องทุกอย่าง หลังจากนี้” ไม่ทันจะให้เธอตั้งตัวเสื้ออีกตัวก็หลุดลอยปลิวไปเสียแล้ว  ริมฝีปากร้อนแผ่วขบลงบนผิวเธอซ้ำ น้ำหนักของมันแรงมากบ่งบอกอารมณ์ไม่พอใจของคนกระทำ

ขี้หวง เธอได้แต่ต่อว่าในใจหากไม่อยากต่อปากต่อคำ มันเป็นความรู้สึกเหมือนร่างถูกโยนใกล้เปลวไฟร้อนจนเหงื่อไหลไม่หยุดแต่กลับมีความสุขอย่างน่าประหลาดเล่นเอาต้องครางอื่อในลำคอ

“ยะ อย่าอัตสึโกะมันจะเป็นรอย” เธอไม่ได้หูฝาดเจ้าตัวส่งเสียงหึคล้ายบอกว่าไม่สนใจ จะทำ จะทำไม อะไรอย่างนี้

“อัตสึโกะ”

“เงียบนะ มินามิ”  เธอถึงกลับพูดต่อไม่ออกเจ้าตัวยังไล่ริมฝีปากร้อนลงต่ำขบเคี้ยวฟันลงบนผิวเธอจนเกอดรอยแดงเป็นวง มีหวังเจ้าตัวเล็กบังเอิญเห็นเข้าแล้วเธอจะตอบคำถามลูกยังไงเล่า! คนทำไม่ยอมให้ความรวมมืออีกสักนิด เกี้ยวติดอะไรก็ตามที่มันขวางทางร่างกายของเธอถูกโยนทิ้งไปเสียหมด

“อะ อัตสึโกะ” ยัยตัวร้ายแกล้งกันอยู่รึไง! สัมผัสบางเบาแตะจุดอ่อนไหวแต่ไม่ยอมขยับ ซ้ำยังลอยหน้าลอยตาอยู่เฉยคล้ายยั่วกันอยู่นั่น

“อัตสึโกะ จะให้...อ๊ะ”

เธอต้องกัดฟันอีกรอบเมื่อตัวร้ายจงใจขยับสัมผัสนวบนาบเชื่องช้าหากเน้นหนัก ราวกับจะจับเธอเหวี่ยงเข้าใกล้ปากเหวอยู่ระหว่างความเป็นความตาย อึดอัดอยากระบายร้องประท้วงให้หยุดแกล้งกันเสียที

เธออยากจะบ้าตาย

“อัตสึโกะ” เจ้าตัวยังไม่หยุดทรมานเธอง่ายๆมอบสัมผัสราวกับเปลวไฟที่ลุกพรึ่บแล้วก็ดับมอดเหมือนถูกคนเอาน้ำสาด ไม่ยอมต่อดีๆสักที

“อัตสึโกะ”  เธอเริ่มเน้นเสียงอย่างจริงจังหากอีกฝ่ายยังแกล้งเธอไม่หยุด เธอจะไม่เฉยแล้วนะ  ไม่รู้จะพอใจอะไรมากขนาดนั้นกับการแกล้งทรมานให้เธอเหมือนถูกจับโยนลงเหวครั้งแล้วครั้ง้ล่า มีการส่งรอยยิ้มร้ายกาจเหมือนตัวอย่างไม่ผิดอะไร

“อัตสึโกะ” คราวนี้คนร้ายกาจยอมเคลื่อนตัวลงไปยุ่งวุ่นวายกับการจัดการกับเรื่องที่กำลังแกล้งเธออยู่ให้เสร็จ ซึ่งคนตกเป็นรองเผลอคางเสียงต่ำสลับหายใจหนักหน่วงไม่ให้เสียงน่าอายหลุดลอด ก่อนจะรู้สึกตัว ร่างกายก็เกร็งกระตุกสั่นสะท้านคล้ายโลกทั้งใบแตกดับ

“พะ พอแล้ว ”  เธอร้องห้ามอย่าตกใจ มือเคลื่อนจับคนซุนซนให้อยู่นิ่ง สติหลุดลอยยังไม่กลับมาเต็มที่ถึงต้องมองคนช่างแกล้งตาปรือ

“ พะ พอก่อน อัตสึโกะ จะทำอะไรไว้ต่อที่ห้องดีๆ” มินามิผวาวาบลุกนั่งเมื่อเจ้าตัวยังไม่คิดยอมหยุดตามใจตัวเอง ให้เธอต้องรีบลงมือรั้งไหล่คนขี้แกล้งขึ้นมากอดไว้แน่นๆ

ใบหน้าเริ่มกลายเป็นสีแดงเพราะสภาพของตัวเองเปลือยเกือบจะหมด

แล้วดูอัตสึโกะสิ ครบทุกชิ้น

“พะ พอก่อนนะ ไว้กลับไปที่ห้องก่อนแล้วจะยอมตามใจ”  อัตสึโกะส่งค้อนยอมซบไหล่มินามินิ่งๆ  “อยากจะถามอะไรก่อนมั้ย เพราะถ้าปล่อยไปดูเหมือนฉันจะไม่ได้เล่าแน่ๆ”  คนแกล้งล้อเลียนถอนหายใจ คืนนี้เหมือนว่าเธอจะรับรู้ชะตากรรมตัวเอง

“ที่ให้จิ้งจอกเก้าหางทำพันธสัญญากับอัตสึมิจัง เพราะสงสารหรือว่าเพราะใครกันแน่” คนถูกถาหรี่ตามอง เรื่องจับผิดไม่มีใครเก่งเกิน แม่คนนี้ เธอยังไม่ได้ปริปากพูดถึงสักคำ พูดออกมาเหมือนเข้ามานั่งในใจเธออย่างนั้น

“ดีกว่าปล่อยให้ไปทำร้ายคนอื่นต่อไม่ใช่รึไงล่ะ หืม”

“แต่มินามิก็ไม่ได้ปฏิเสธอย่างหลัง” เธอขอยาดมได้มั้ย เวลาต้องเถียงกับอัตสึโกะทีไรเธออยากจะตายวันละล้านๆครั้ง ชักจะเรดาร์ดีจนน่ากลัว

 “แล้วถ้าฉันบอกว่ามีส่วนเธอจะโกรธรึเปล่า แต่ไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรือรู้สึก อย่าเข้าใจผิดนะ”

“แล้วแบบไหนขอเป็นคำอธิบายที่ชัดเจนได้มั้ยคะ” คนถูกไล่ตอนกดริมฝีปากลงบนหน้าผากของคนซักไซร้อย่างหมั่นไส้ ไม่ถามเลยล่ะว่าทีเธอทำอย่างนี้เพราะยังหลงเหลือเยื่อใยกับไมโกะใช่มั้ย

“ฉันแค่อยากทำอะไรทดแทนให้บ้าง” แววตาของมินามิหม่นลงเล็กน้อยเแสดงความรู้สึกผิดออกมาอย่างเห็นชัด เธอไม่คิดปิดบังในเรื่องที่ไม่สมควรจะปิด เพราะจะทำให้อัตสึโกะคิดมากเปล่าๆ  “เธอก็รู้ว่าฉันไม่ได้ทำอะไรอย่างนี้ให้ไมโกะเลยตอนที่เขามีชีวิตอยู่  ฉันแค่อยากจะตอบแทนมั้ง มันก็แค่นี้จริงๆ”

อัตสึโกะจับมือของเขากอบกุมอย่างอ่อนโยน ไม่ได้งี่เง่าขนาดจะโมโหในเรื่องที่ก็รู้ว่าไม่สมควรจะโมโห เธอรู้ว่ามินามิพยายามจะไม่นึกถึงหรือพูดถึงคนในอดีตให้เธอฟังแต่ก็ใช่ว่ามินามิจะไม่รู้สึกว่าตนเองมีส่วนผิดเกี่ยวกับเรื่องนั้น สิ่งที่มินามิรู้สึกมันคงประมาณว่าถ้าผลักไสให้ไมโกะไปจากตัวเองได้อีกฝ่ายคงไม่ต้องตาย คนรับผลกระทบจะมีแต่ตัวเองเพียงคนเดียว

ซึ่งเป็นเธอยอมไม่ได้ ถึงได้ไม่อยากจะให้มินามิพูดถึเขาบ่อยๆ

 

“ฉันยังยืนยันว่าไมโกะคืออดีต ส่วนเธอคือเวลาคือปัจจุบัน ความรู้สึกมันต่างกันมากๆ ไม่ได้เป็นความโหยหาต้องการหรืออะไรเลย”

“ฉันเข้าใจ” อัตสึโกะเลือกจะปล่อยให้มินามิพูดในสิ่งที่อยากพูดออกถาม เลือกจะฟังในสิ่งที่มินามิอยากเล่าให้ฟัง

“ตอนที่เธอไม่อยู่ด้วย ฉันกังวลมากเลยนะ กลัวว่าเธอจะเป็นอะไรมันทำให้ฉันเจ็บ คิดว่าตัวเองทำไมถึงปล่อยให้เธอตกอยู่ในอันตราย ฉันโกรธมากที่จิ้งจอกนั่นแตะต้องเธอ และยังปลอมเป็นเธอ”

“แล้วเกิดอะไรขึ้นคะ”

“จิ้งจอกเก้าหางพาพวกฉันไปที่ป่าอาถรรพ์ ไม่รู้ว่าจำลองเหตุการณ์มาจากใคร พยายามปั่นหัวพวกเราให้แตกคอกันเอง หลอกให้เราเล่นเกมโง่ๆหาตัวจริงของมันในกลุ่ม แล้วมันก็พาฉันไปเห็นตอนเธอถูกทำร้าย ยอมรับว่าตอนนั้นฉันทำอะไรไม่ถูกหัวใจหลบวูบคล้ายจะหยุดเต้น” อัตสึโกะพ่วงแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ ไม่คิดว่ามินามิจะบรรยายเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวเองให้ฟัง ก็รู้ว่านิสัยกันดีว่าเป็นอย่างไง พอได้ฟังแบบนี้แล้วเธอก็เขินเหมือนกัน ถึงกับต้องก้มหน้าเพื่อลดอาการเขินของตัวเอง

“แล้วฉันก็...เจอกับลินดา”

“คะ!?” อัตสึโกะถึงกลับช้อนสายตามองหน้าคนรักเปลี่ยนอารมณ์ไม่ทัน คิดว่าตัวเองหูฝาดแน่ๆ

“ลินดาไปที่นั่นและเจอกับไมโกะ”

“ได้ยังไง!?”

“ตอนที่เธอกำลังจะตายไมโกะปรากฏร่างออกมาเพื่อขอร้องให้ลินดาช่วยเธอ”

อัตสึโกะครางในลำคออย่างเหลือเชื่อ แล้วทำไมไม่มีใครรู้อะไรเรื่องนี้เลยรวมถึงเธอด้วย

“ไม่ต้องแปลกใจหรอก ลินดาเปลี่ยนความทรงจำใหม่ให้พวกเธอ ว่าพวกยูโกะช่วยเธอได้สำเร็จด้วยฝีมือของตัวเอง” ครู่หนึ่งแววตาของมินามิดำดิ่งสั่นไหวคล้ายเหมือนมีสิ่งที่ถูกทำให้หายไป

“หากลินดารู้ คงไม่สบายใจที่เห็นมินามิกำลังรู้สึกผิดอยู่” อัตสึโกะยันตัวขึ้นเป็นฝ่ายกอดคนรักเอาไว้บาง เธอเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของมินามิคงเพราะสายใยผูกกันตั้งแต่มินามิได้ชีวิตใหม่

“ฉันไม่ได้อยากทำให้เธอไม่สบายใจเลย”

“แต่ถ้ามินามิไม่พูดฉันจะไม่สบายใจมากกว่า”

“ฉันเจ็บที่รู้ตัวว่า ฉันเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อของยูโกะเกือบฆ่าเธอในตอนนั้น เป็นสาเหตุให้ลินต้องมาสละชีวิตให้ฉันในตอนนี้”

“มินามิ”

“เรย์คือคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด เรื่องนี้ฉันไม่กล้าแม้จะบอกฮารุนะ คิดว่าการที่เจ้าตัวไม่รู้มันดีที่สุดแล้ว ยูโกะรู้ยัยนั่นคงโมโหฉันน่าดู” อัตสึโกะลูบแผ่นหลังของคนรัก อย่างแผ่วเบา  มินามิไม่ได้เป็นคนผิดอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาเลย ไม่ว่าเธอจะเกือบตายหรือไม่ก็ตาม มันไม่ได้สำคัญกับตอนนี้อีกแล้ว ในตอนที่มีคำว่าเรา

“ถ้ามินามิยังเจ็บปวดกับมันอยู่ตอนนี้ ทุกคนที่อยู่ด้วยก็จะเสียใจตามไปด้วยนะ ตอนนี้มินามิไม่ใช่มินามิที่เป็นราชาอีกแล้ว แต่เป็นมินามิของฉัน เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไรกับเรื่องนี้อีกเลย ที่ลินดาให้ชีวิตใหม่กับมินามิ ก็คงต้องการให้เริ่มต้นนับจากศูนย์ ไม่ใช่นับจากสิ่งที่เคยมีอยู่เมื่อครั้งอดีต ฉันเริ่มคิดว่าถ้ามินามิความทรงจำไม่กลับมาอาจจะดีกว่า เพราะฉันไม่อยากเห็นเธอต้องมาเศร้ากับเรื่องพวกนี้อีก”

“รู้มั้ย” มินามิเงยหน้ามองคนที่สวมกอด  “เธอเป็นสิ่งหนึ่งที่ฉันคิดว่าโชคดีจริงๆที่ได้เจอ”

ปากหวานผิดปกติ เป็นนิยามอาการที่ทำให้คนฟังไม่เคยชิน ไม่รู้ว่าจิ้งจอกตัวร้ายหรือใครเล่นตกลงอะไรกับมินามิของเธอ ถึงได้ปากหวานขนาดนี้

“กลับห้องกันนะคะ”

มินามิรู้นี้ไม่ใช่คำชวนที่เป็นการบอกกลับห้องธรรมดาๆ มันหมายถึงว่าอัตสึโกะกำลังร้องเรียกสิทธิ์ของเจ้าตัวเองอยู่ต่างหาก ที่เธอเคยพูดไปว่าจะยอมตามใจ คิดถูกจริงๆที่ฝากอัตสึมิไว้กับยูโกะ เพราะคืนนี้เธอคงไม่ได้นอนอยู่เฉยๆที่เรียกว่านอน

 

“ยูจังค่ะ คิดว่าคืนนี้มินามิจะได้นอนรึเปล่า” ฮารุนะขยับตัวเข้ามากระซิบใกล้คนรักมองดูอัตสึมิจังที่ถูกเอามาฝากกำลังหลับปุ๋ยหลังจากปล่อยให้จิ้งจอกเก้าหางได้มีอิสระ   ก่อนหน้าเล่นเอาเธอหัวเราะขำไม่หยุดพอปีศาจนั่นอุ้มอัตสึมิจังมาถึงห้องเจ้าตัวเล็กกอดแน่นราวกับอีกฝ่ายเป็นหมอนหนุนกว่าอัตสึมิจังจะยอมขยับตัวเปลี่ยนท่าเล่นเอา จิ้งจอกร้ายหัวเสียน่าดู

“คำตอบอยู่ที่พรุ่งที่เช้าค่ะ” จะถามใช่มั้ยว่าเธอจะรู้ได้อย่างไร ก็รอดูสภาพมินามิตอนเจอหน้ากัน ถ้าวันไหนเพลียมากๆแสดงว่าวันนั้นคงถูกกวนไม่ได้นอนทั้งคืน และดูเหมือนครั้งนี้ไม่มีใครต้องเดาเพราะอัตสึโกะเล่นโกรธชัดขนาดนั้น

เธอลูบหลังอัตสึมิที่ซุกแนบติดอยู่กับเธออย่างเอ็นดู

“อยากมีเหมือนกันนะคะ”

“นอนเถอะค่ะ ยูจัง” ฮารุนะตัดบทล้มตัวลงนอนลงทันที เข้าใจว่าไออยากมีของยูจังมันคือการอยากทำเรื่องอะไรที่มันค่อนข้างจะอยูใต้สะดือซะมากกว่า

“นอนก็ได้”  เสียดายชะมัดเพราะอัตสึมิจังนอนอยู่ด้วยแท้ๆเชียว

  

 

จิ้งจอกเก้าหางกำลังนึกอยู่ว่าตัวเองมาอยู่ผิดที่ผิดทางหรืออย่างไรมันถึงได้แสลงหูชวนอ้วกขนาดนี้ สิ่งที่อยากรู้ก็ไม่ได้ยังได้ของแถมให้รู้สึกร้อนแผ่วที่ใบหน้ามาอีกเป็นกระบุง

 

เจ้าพวกมนุษย์เอ้ย! จะมาพลอดรักทำตัวหวานอะไรกันอยู่แถวนี้เล่า!

จะเอาคืนกันให้ทั่ว โดยเฉพาะยัยเด็กที่เอาปลอกคอมาใส่ให้

มันน่าสนุกตรงไหนมิทราบ

 

“ยังไม่เลิกทำหน้าเบื่อโลกอีกรึไง คิดยังไงมานั่งดูคนอื่นเขาอย่างนี้” ปีศาจตัวร้ายผงะเกือบตกจากต้นไม้ มันเสียงใครแววมาพูดด้วย เจ้าตัวหันมองรอบทิศไม่เจอใครยกเว้นกระดาษมนตราที่ปลิวอยู่ตรงหน้า

“ฉันรู้ว่าเธออยู่นานแล้ว” อยากจะถามเหลือเกินว่ารู้ได้ยังไง เจ้ากระดาษสื่อสารมนตราน่าเผาทิ้งเป็นบ้า

“ถ้าไม่มีอะไรก็ปล่อยให้ข้าอยู่สงบได้มั้ย ยังไม่พอใจอีกรึไงที่จับทำพันธสัญญากับเด็กนั่นได้”

“เชื้อสายราชวงศ์โบราณต่างหาก” นางคำรามอย่างหงุดหงิดเบื่อคนที่ชอบทำให้อยากจะรู้แล้วจะไม่ยอมบอกอะไร “สรุปอยากจะพูดอะไรกันห๊ะ”

“ก็แค่รู้ว่าปีศาจอย่างเธอจะไม่ยอมเลิกราง่ายๆถ้าไม่บอกอะไรเลย อย่างแรกนะ ฉันรู้จักกับเจ้านายของเธอ และอย่างที่สองขอยืนยันว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของฉัน”

“แต่พลังไม่ได้เหมือน”  เจ้ากระดาษสื่อสารส่งเสียง หึ ทำให้จิ้งจอกเก้าหางอยากจะจีบฉีกเป็นชิ้นๆไม่คงไม่คุยไม่ฟังมันแล้วเว้ย!!

อ๋อ เจ้านี้เป็นเวทย์สั่งการรูปแบ่งหนึ่งจะแบ่งเอาความคิดของผู้ใช้มาส่งต่อให้คนรับสาร

“มันมีเหตุจำเป็น และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องบอกต้อง”

“งั้นข้าขอเพียงคำถามเดียว  เจ้าเคยอยู่เมื่อพันปีก่อนงั้นหรือ”  เจ้าหุ่นกระดาษกระตุกยิ้มอย่างมีเลศนัย  

“ก็แค่ความทรงจำ”  แค่นี้นินะ! เล่นเอาคนนั่งอยู่บนต้นไม้เซ็งกว่าเดิม ช่วยตอบได้มาก ทำไมข้ายังต้องมาวนเวียนเกี่ยวกับแม่ตัวยุ่งในอดีตนั้นด้วยเล่า!

ไม่รู้ทำไมถึงฉุนขี้หน้า คนที่เป็นนายคนแรกขึ้นมาตระหงิดๆ

เหอะ ไม่รู้ว่าตอนนี้จะไปอยู่ไหน นานนับเป็นพันๆปีคงไม่เกิดไหนที่ๆไหนสักแห่ง

อย่างนี้แหละ มนุษย์ชีวิตสั่น นางจะรอจนกว่าวันจะได้หลุดพ้นจากเป็นสัตว์เลี้ยงบ้าบอนี้สักที

เจ้าพวกตัวแสบ นางคิดผิดเองแท้ๆที่มายุ่งกับเจ้าพวกเด็กนี้

 

...........................................................................................................................................................................................................................................................

Share this post


Link to post
Share on other sites
On 1/2/2018, 9:44:18, bambie said:

อัตสึโกะเป็นตัวปลอมนิเอง

ถ้าไม่มีอัตสึมิจังแย่แน่เลย:dookdik_bun_2:

ตอนต่อไปรอลุ้นอยู่นะคะ มาต่อไว้ๆนะคะ:dookdik_bun_14:

555 เป็นตัวช่วยที่พึ่งพาได้ค่ะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now