[SF] BodyGuard [Yukirin x Rena x Mayuyu] Ft...... 141007 (8) [Final]

59 posts in this topic

บทนำ

 

“นี่......โตขึ้นฉันเป็นแบบคนนี้แหละ”

“เอ๋......ทำไมอ่ะ....”

“ก็จะได้ปกป้องคนสำคัญไง....”

“คนสำคัญ....คืออะไรหรอ...”

“ก็อย่างเช่น นักการเมือง ดารา ไงล่ะ”

“โห....ได้ใกล้กับคนดังๆทั้งนั้นเลย....แล้วมันสำคัญยังไง”

“ก็คนพวกนี้เป็นคนสำคัญของสังคมไง...นี่ไงรูปนี้”

“เอ๋....จริงๆด้วย”

 

เด็กตัวน้อยสองคน สีผมดำทั้งสองคนยาวเป็นเส้นตรง เด็กคนหนึ่งกำลัง ตาเป็นประกาบก็หนังสือพิมพ์ที่ตัวเองแม้จะยังอ่านไม่อออกเลยแม้ตัวเดียว ส่วนอีกคนก็เออ ออ ไปกับคำพูดของเพื่อนรัก แต่การเล่นเนียนของทั้งสองได้ไม่นานเมื่อมีใครบางคนเรียกทั้งสองให้ไปกินข้าวเย็นได้แล้ว

..

.

“ยูกิริน...เรนะ...ไปทานข้าวกับเพื่อนๆได้แล้ว...มันจะเลยเวลาอาหารเย็นนะ”

“ค่ะ/ค่ะ”

 

พี่เลี้ยงใส่ชุดสีฟ้าท่าทางใจดี เดินมาเรียกเด็กน้อย สองคนที่อายุเพียง ห้าขวบให้หลุดจากความฝันต่างๆนานาเพราะได้เวลาอาหารเย็นแล้ว  ก่อนที่เด้กน้อยทั้งสองจะวิ่งเอาหนังสือพิมพ์ของพี่เลี้ยงใจดี มายื่นให้กับมือแล้วก็วิ่งไปยังโรงอาหาร

..

..

--สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าซากูระ—

..

..

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอนที่ 1

 

.

.

“นี่....ยูกิริน...พรุ่งนี้เราก็จะจบได้ทำงานจริงๆแล้วสินะ”

“อืม”

“ตื่นเต้นเนอะ....คิดถึงสมัยเข้ามาเรียนใหม่ๆ....แทบอยากลาออกเลยเนอะ”

“อืม”

“พรุ่งนี้พี่มาริโกะ จะงานเราไหม..แล้วเด็กที่สถานเลี้ยงเด็กจะมาแสดงความยินดีเราไหมนะ”

“อืม”

“นี่.........ยูกิรินฟังที่ฉันพูดหรือเปล่าเนี่ย”

 

ฝ่ายคนที่เริ่มมีน้ำโห หันมาหาคนที่หลับตาพริ้มรับลมอยู่บนดาดฟ้าของอาคารฝ่ายรักษาความปลอดภัยของรัฐบาลญี่ปุ่น ก่อนที่ฝ่ายหลับตากจะลืมตามาจ๊ะเอ๋กับเพื่อนสนิทที่สุดและมีเพียงคนเดียวอย่าง มัตสึอิ เรนะ ที่กำลังก้มหน้ามองหน้าตัวเองแบบหัวคิ้วชนกัน ก่อนที่ คาชิวากิ ยูกิ หรือยูกิริน จะ ส่งยิ้มให้คนที่อยู่เหนือกว่าเป็นการให้คำตอบว่า ฉันไม่ได้ฟังอะไรเลย

..

“โถ่ว...ยูกิรินสนใจกันบ้างสิ....ฉันไปอาบน้ำดีกว่าเชิญรับลมไปคนเดียวเลย”

“เอ๋......งั้นเดี๋ยวอีกแปปตามไปนะ”

“อย่านานนะ...เป็นหวัดขึ้นมาพรุ่งนี้ไม่สนุกแน่ๆ”

“จ้า”

ฝ่ายยูกิรินที่ยังนอนมองท้องฟ้ายามค่ำคืนได้ ยกมือโบกไปมาให้เรนะที่กำลังเดินลงจากดาดฟ้า เพื่อไปอาบน้ำเตรียมเข้านอนเพื่อจะเข้าพิธีแต่งตั้งในวันพรุ่งนี้

///ใครว่าฉันไม่สนใจเธอล่ะเรนะ....ฉันฟังทุกเรื่องที่เธออยากจะพูดเลยล่ะ///

..

..

พิธีแต่งตั้งนักเรียนรุ่นที่ห้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยญี่ปุ่น

งานถูกจัดที่ลานด้านหน้าของอาคาร ทุกอย่างเป็นไปอย่างเคร่งครัด มีทั้งคนที่มีพ่อแม่มาแสดงความยินดี และบางคนก็มีแฟน พี่น้องมาร่วมแสดงความยินดี และอีกกลุ่มหนึ่งที่ร่วมแสดงความยินจนทำให้ทุกสายตามองด้วยความเอ็นดู

..

“พี่เรนะ พี่ยูกิริน เท่ย์มากเลยนะคะ หนูอยากใส่ชุดแบบนี้บ้างจัง”

“เอ๋....งั้นมิโอะ ต้องตั้งใจเรียนไม่ดื้อ จะได้สอบเข้ามาเป็นรุ่นน้องพี่ไงคะ”

“มิโอะจะตั้งใจเรียน เนอะเมรุ เราจะเป็นแบบพี่เรนะ กับ พี่ยูกิริน”

เด็กน้อยสองคนวิ่งมาเป็นคู่แรกตรงดิ่งมายัง ยูกิรินและเรนะ ก่อนที่จะเป็นฝ่ายเรนะที่นั่งยองพลางลูปศีรษะเด็กน้อยอย่างเอ็นดู และไม่นานก็ตามมาด้วยเด็กอีกหลายคน ทำให้บรรยากาศดูหน้าเอ็นดูไปถนัดตา

..

“อ่ะ...พี่มาริโกะ..ต้องขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะคะ”

“ยินดีด้วยนะ ยูกิริน แล้วก็เรนะจังด้วย เด็กอยากมากันหมด นี่ก็เอาเฉพาะที่ว่านอนสอนง่ายมาแล้วนะ แต่ก็ดูเยอะไปไหมเนี่ย”

“ไม่หรอกค่ะ...ดูเรนะจะดีใจนะคะที่เด็กๆมาวันนี้”

“แล้วยูกิรินไม่ดีใจหรอ”

“ฉันแค่เห็นทุกคนมีความสุข ฉันก็มีความสุขค่ะ”

“แหมะ..นางเอกเชียวนะ.ยังไงก็ตั้งใจทำงาน อย่าฝืนตัวเองมากไปล่ะ”

“ค่ะ..รับทราบ”

“ฮ่า....ฮ่า”

เสียงหัวเราะของ ชิโนดะมาริโกะ พี่เลี้ยงสถานเลี้ยงเด็กำพร้าซากูระกับยูกิรินดังขึ้นจนเด็กที่กำลังมัวเล่นกับเรนะ ต้องหันมาแล้ววิ่งมาหายูกิรินและมาโกะ พร้อมด้วยเรนะที่วิ่งมา กลายเป็นภาพแห่งความทรงจำอีกภาพหนึ่งของทั้งยูกิรินและเรนะ ในวันสำคัญ..

..

.

3 ปีผ่านไป

“เฮ้อ...พรุ่งนี้ก็จะได้คุ้มครองท่านทูตจากฝรั่งเศสเป็นวันสุดท้ายท่านน่ารักเนอะ..ให้ขนมกินบ่อยมาก”

“เรนะเห็นแก่กินหรอ”

“บ้า...ยูกิรินก็กินงั้นก็เห็นแก่กินเหมือนกันสินะ”

“แต่ฉันไม่ชอบท่านทูตนิ”

“ทำไมล่ะท่านใจดีจะตายไป”

“ก็เวลาเค้ามองเรนะ ฉันหงุดหงิดยังไงไม่รู้ เจ้าชู้ล่ะไม่ว่า”

“แหนะก็บอกว่าไม่มีอะไร...ไม่ต้องห่วงระดับเหรียญทองคาราเต้อย่างฉันไม่มีคนทำร้ายได้หรอก”

“หรา....”

ไม่ว่าเปล่า เรนะ ตั้งท่าการเรียนป้องกันตัวโชว์เพื่อนสาวทันที ก่อนจะต้องหยุดลงเมื่อหัวหน้าหน่วยเรียกตัวทุกคนไปรวมกันที่หน้าตึกเพื่อไปรับท่านทูตที่เตรียมตัวจะออกจากโรงแรมไปทานอาหารค่ำกับนายกของญี่ปุ่น

..

..

รถสีดำคันหรูวิ่งแล่นผ่านใจกลางกรุงโตเกียว ด้วยการนำของตำรวจ ทุกอย่างดูเข้มงวด ด้วยเพราะมีคำขู่การรอบทำร้ายท่านทูตจากฝรั่งเศสจากลุ่มผู้ไม่หวังดีเรื่องการกระชับสัมพันธไมตรีของฝรั่งเศสและญี่ปุ่น ก่อนที่แล่นมายังเรียวกังแห่งหนึ่งที่ออกห่างจากโตเกียวมาไม่ไกล

 

ทุกอย่างดำเนินไปอย่างปกติ แต่ก่อนที่จะมีรับประทานอาการเสร็จและท่านทูตฝรั่งเศสเตรียมตัวขึ้นรถ ก็มีแสงสีแดงดิ่งมายังท่านทูต ทันที

ปัง...
 

เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด แต่ก็ช้าเกินไป ยูกิรินวิ่งเข้าไปผลักท่านทูตให้เข้าไปยังในรถทำให้เฉียดไปโดนยังประตูรถที่เปิดอยู่ ก่อนที่การ์ดทุกคนตั้งท่านและเล็งยิงไปต้นแสงสีแดงที่ห่างออกไปไม่ไกล และนั่นก็ตามด้วยเสียงปืนอีกหลายนัด

..

“ออกรถ...พาท่านออกไปก่อน..เรนะยิงคุ้มกันหน่อยฉันจะไปที่นั่นเอง”

“ได้...”

ยูกิรินส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมทีมก่อนที่เสียงปืนจะดังสนั่นไปทั่ว ยูกิรินพยามวิ่งหลบมาทาง ต้นไม้ของสวนทางเรียวกังเพื่อวิ่งไปยัง ยอดตึกที่ซึ่งเป็นที่ๆ แสงเลเซอร์ส่องลงมา ซึ่งแน่นอนว่า แสงนั้นก็เล็งมาทางยูกิรินด้วยเช่นกัน

ปัง.ปัง.ปัง.ปัง.ปัง.ปัง.ปัง.ปัง.ปัง.

ปัง.ปัง.ปัง.ปัง.ปัง.ปัง.ปัง.ปัง.ปัง.

 

เสียงกระสุนนับไม่ถ้วนต่างพาทำให้ นักท่องเที่ยว และแขกที่มาพักต่าง ส่งเสียดังและพริบตาเดียว แสงเลเซอร์นั้นก็หายไปพร้อมกับเสียงปืนที่เงียบลง ซึ่งสวนทางกับเสียงผู้คนที่ร้องกันระงม

ซึ่งแน่นอนว่าต่างพากันวิ่งออกมาพร้อมทั้งที่ วิ่งไปยังรถและขับรถออกไปทั้งที่ ตำรวจและการ์ดต่างห้ามให้ทุกคนออกจากเรียวกังนี้เพราะอาจมีคนร้ายปะปน แต่ก็ไม่เป็นผลทุกคนกลัวเกินจะห้ามไหวและด้วยจำนวนคนที่น้อยกว่า ทำให้ทะลักออกมาอย่างไม่ขาดสาย

..

เวลาผ่านไปร่วม สองชั่วโมง เหตุการณ์ค่อยคลี่คลาย ท่านทูตถึงสถานที่พักด้วยความปลอดภัย แต่ทางด้านยูกิรินและเรนะเองกลับจับตัวคนร้ายไม่ได้ ซึ่งคาดว่าอาจหลุดไปตอนช่วงที่ชุลมุนกัน

“เจ็บใจชะมัด”

“เอาน่ะ....อย่างน้อยท่านก็ปลอดภัยเรื่องที่เหลือปล่อยให้ตำรวจจัดการไปเถอะ”

“อืม.....แต่ก็เจ็บใจอยู่ดี มันมาได้ยังไง ทั้งที่เราให้ฝ่ายตรวจสอบสถานที่มาก่อนหน้านี้แล้ว”

“มันคงไม่ธรรมดาหรอก คิดจะฆ่าท่านทูตขนาดนี้...เอาเป็นว่า..กลับไปในเมืองทำหน้าที่เราต่อดีกว่า”

“อืม”

ยูกิรินทำท่าจะเดินหันหลังกลับไปที่รถหลังจาก บอกรายละเอียดกับเจ้าที่ตำรวจท้องถิ่นแล้วพร้อมกับเรนะ ซึ่งช่วงที่เดินกลับหลังไป ทำให้เรนะ เห็นรอยขาดที่เสื้อของยูกิรินจากสูทด้านนอก

..

“เดี๋ยวยูกิริน...ทำไมต้องเอามือไว้ในกระเป๋เสื้อด้วย...อ๊ะ....เสื้อขาดนิ..บาดเจ็บหรอ”

“ไม่นะ....คงไปเกี่ยวกับกิ่งไม้มั้ง.....เสื้อเลยขาด..โอ๊ย...โอ๊ย...เรนะ....”

“ไหนว่าเสื้อเลยขาด ถอดสูทหน่อยขอดูแผลหน่อยสิ”

“เอ๋.....ถอดทำไม ไปทำงานต่อกันเถอะท่านรออยู่”

“ก่อนไปฉันขอให้เธอทำแผลก่อน....มานี่.”

“โอ๊ย...เรนะ...เบาๆ อย่าจับตรงนั้นโอ๊ย....”

 

เรนะไม่รอช้าลากคนที่กำลังโวยวาย เจ็บปวด (ตอนแรกว่าแค่เสื้อขาดจะร้องทำไม) ตรงมายังรถพยาบาลที่มารถเผื่อมีคนได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่กิรินจะยอมถอดเสื้อสูทสีดำ ออกเผยให้เห็เสื้อเชิ้ตสีขาว ออกจะมอมแมมนิดหน่อย ส่วนแขนซ้ายก็เป็นไปตามคาดของเรนะ แดงเป็นสีเลือดสดๆ จนถึงปลายมือ ที่เลือดไม่ไหลออกมาหยอลงพื้นคงเพราะเอามือล้วงกระเป๋าเสื้อไว้ตลอดเวลา

 

เสียงร้องโอดโอย ทำเอาเพื่อนบอดี้การ์ดยิ้มและหัวเราะทุกครั้ง เพราะมันเป็นประจำที่เรนะกับยูกิรินต้องมานั่งเปลี่ยนกันทำแผล แต่ส่วนใหญ่ก็มักเป็นเรนะที่ต้องมาทำแผลให้ คนบ้าระห่ำอย่างยูกิรินที่ได้แผลเกือบทุกงานที่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น

 

“อ่ะ...เสร็จแล้ว...จะฝืนไปทำไม เจ็บก็บอกว่าบาดเจ็บสิ”

“ก็ฉันไม่อยากให้เสียงานนิ”

“ถ้าเธอเจ็บแล้วทำงานไม่ได้....จะเสียงานยิ่งกว่านี้อีก...ไปลุกได้แล้วอย่าทำเป็นตาละห้อยเหมือนคนสำนึกผิดนะ”

“ค่ะ...ท่านเรนะ”

“บ้า....ไปกันได้แล้ว”

ไม่ว่าเปล่าเรนะ ลืมตัวเผลอตบไปยังแผลของยูกิรินที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ จนต้องร้องจ๊ากขึ้นมาอีกครั้ง...

..

..

“ขอบคุณพวกคุณมากนะ”

“ยินดีค่ะ..ขอให้ท่านเดินทางปลอดภัยนะคะ”

“ขอให้หายไวๆนะครับ...ผมขอบคุณอีกครั้งที่ช่วยชีวิตผมไว้”

“ยินดีค่ะ...เป็นหน้าที่ของดิฉันอยู่แล้วค่ะ”

ทูตฝรั่งเศสเดินทางขึ้นเครื่องบินส่วนตัวกลับไปยังประเทศบ้านเกิดได้อย่างปลอดภัย ทางด้านยูกิรินและเรนะ จบงานนี้ก็ว่างไปอีกซักพัก เพราะด้วยเหนื่อล้าติดๆกับคณะบุคคลสำคัญของประเทศต่างๆพากันแห่มาญี่ปุ่นไม่เว้นมา สามเดือนติด จะมีอาทิตย์นี้แหละที่เพิ่งจะมีเว้นว่าง ก่อนจะมีศึกหนักเริ่มในอาทิตย์ถัดไปเพราะต้องต้อนรับคนสำคัญของฝรั่งเศสอีกคน ซึ่งยังไม่มีระบุหรือรายงานส่งลงมา

..

..

“ยูกิริน...เราไปเที่ยวทะเลกันไหม...ไม่ได้ไปนานแล้วเนอะ”

“เอาสิ แต่ขอนอนเต็ม หนึ่งวัน ค่อยไปพรุ่งนี้นะ”

“โอเค...ฉันว่าวันนี้จะไปหาเด็กๆช่วงเย็นๆเราไปกินข้าวกับพี่มาริโกะกันนะ”

“อืม”

..

..

“ว่าแต่เราไปทะเลที่ไหนล่ะเนี่ย”

“โอกินาว่าไง....ขึ้นเครื่องมาไม่เคยสนใจอะไรเลยจริง...ไหนดูหน่อยสิว่าหนังสือที่อ่านเนี่ยมันสนุกตรงไหน”

เรนะยื่นหน้าไปบังหนังสือทำให้ยูกิริน ต้องดันตัวเองติดเบาะ เพื่อไม่ให้ใกล้กับหัวของเรนะเกินไป แต่แล้วระยะห่างจากเส้นผมก็กลายเป็นหน้าแทน เมื่อเรนะเงยหน้ามองคนที่กำลังทำตัวลีบติดเบาะของเครื่องบิน

..

เรนะจ้องอยู่อย่างนั้นจนยูกิรินเองก็หน้าขึ้นสีแดงเล็กน้อย ก่อนที่ทุกอย่างจะพังลงเมื่อเรนะทักซะยูกิรินกลั้นหัวเราะไม่อยู่

“อ่านหนังสือบนเครื่อง....เวียนหัวเนาะ..อ่านไปได้ไง”

“ฮ่า....ฮ่า..ก็ฉันชอบอ่านนิ...ขยับไปได้แล้วอึดอัดนะ”

“แหมะ..ทำเป็นอึดอัดค่ะ....แม่บอดี้การ์ดหวงตัว..ขยับก็ได้”

“จ้า...แม่คนใจดี เอื้อเฟื้อไม่ถือตัว....เชิญกลับไปนั่งตรงๆนะคะ”

“เชอะ..”

 

ยูกิรินยิ้มให้เรนะเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจเล็กน้อยแล้วก็มาสนใจหนังสือในมือต่อ

///ตายๆ...ทำไมช่วงนี้รู้สึกแปลกๆกันนะ....หน้าร้อนๆแฮะ///

..

..

 

..

..

.

 

ปล.ยังไม่เช็คคำผิด ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย 

Share this post


Link to post
Share on other sites

ปักธง ปักธงรอต่อไปแบบใจจดจ่อ XD 

ฮิ้ววววววว

 

เชียร์ลงล็อก ยูกิเรนะตั้งกะเรื่องยังไม่เริ่มนะคะ XD 

แหมม เพื่อนตั้งแต่เด็กมีรึจะพลาดดด 

 

แต่ถ้าพลาดนี่กองอวยเช่นเราชํ้าตายเลย orz'

Share this post


Link to post
Share on other sites

ลุ้นว่าจะเข้าพล๊อตเพื่อนสมัยเด็กไหม 555555

กิรินเก๊ก -///-

Share this post


Link to post
Share on other sites

โอ้เย้ ~ เปิดมาก็ยูกิเรนะเลย เเอร๊กก ><

เขิ๊นเขินน 555 อ่า เพื่อนสมัยเด็กสินะ ๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites
ยูกิเรนะ!
555ฟินแต่ข้าน้อยรอมายูกิ >///<
กิรินเหมือนชอบเรนะ แต่เรนะไม่รู้ว่าคิดยังไง
เรนะก็คงมีซัมติงด้วยแหละ ไม่อยากเดา รอลุ้นต่อค่ะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอนที่ 2

 

ณ โอกินาว่า

 

"โรงแรมซะหรูเลย...ถูกหวยหรือไงแม่คุณ"

 

"เปล่า..แต่ท่านทูตรฝรั่งเศสให้มา ท่านบอก ขอบคุณที่เราคุ้มครองท่านอย่างดี"

 

"แพ้ของฟรีสิท่า....แล้วจะอยู่กี่คืนล่ะเนี่ย"

 

"5คืนพอ...เพราะวันจันทร์เราต้องไปรับงานใหม่เห็นหัวหน้าบอกลูกสาวท่านทูตรจะมาพักร้อนที่ญี่ปุ่น"

 

"พักร้อน....ตอนใกล้จะหน้าหนาว...คิดอะไรของเค้า"

 

"เอาน่ะ...ก็เค้าคงอยากให้ลูกมาเที่ยวล่ะมั้ง..ช่างเถอะ....ไปเล่นน้ำกัน"

 

"เหวออออ"

 

เรนะไม่ว่าเปล่า ลากคนที่นอนอยู่เตียงให้ลุกขึ่้นก่อนจะ ดึงจนตัวยูกิแทบล้ม ส่วนเจ้าตัวก็หัวเราะคิกคัก ก่อนจะยื่นชุดว่ายน้ำทูพีชให้ แล้วเร่งให้รีบตามลงมาที่สระ ฝ่ายยูกิรินได้แต่ส่ายหน้าไปมา แต่ก็เดินไปเลี่ยนชุดและลงไปที่สระ ถือว่าพักผ่อนตามปกติ

 

..

..

 

เรนะที่ลงเล่นน้ำไปก่อนแล้วก็ เดินไปมาในสระ บางทีก็ดำน้ำเล่น ตามประสาคนอารมณ์ดี ก่อนจะขึ้นสระตรงมายังคนที่นอนริมสระ พร้อมแว่นกันแดด อาบแดดอย่างสบายใจ 

 

..

"อ๊ะ......"

 

ยูกิรินร้องอุทานมาเบาๆ ก่อนจะรับรู้ว่าเพื่อนสนิทของตัวเองจะ บีบครีมกันแดดไล่ทาไปตามไหล่ 

 

"กิรินนี่ดีจังน้า....ผิวก็ขาว ผอมด้วย ใส่ชุดอย่างนี้เซ็กซี่จังเลยน๊าาาา"

 

"เรนะ...."

 

ยูกิรินเด้งตัวขึ้นมามองหน้าเรนะที่หยอกเล่น หัวเราะคิกคัก ข้างกายก่อนจะจับกิรินหันหลังแล้วก็ ทาครีมกันแดดต่อ 

 

"แต่เสียดายอ่ะ....มีแผลเยอะจัง....อย่าอะไรให้มันเกินตัวไปสิ...."

 

"ก็งานมันต้องทำนะ...ไม่ง้านคนร้ายก็หนีบ้าง...ขัดขืนบ้าง..ช่วยไม่ได้หนิ"

 

"พอๆ .... ไม่อยากคุยด้วยและ ป่ะไปเล่นน้ำกัน"

 

"เหวออออ ... ช้าๆ ขอถอดแว่นก่อน"

 

ยูกิรินโดนเรนะลากลงมายังสระ แน่นอน ผู้หญิงหุ่นดี 2 คนผิวขาว ผมยาว เล่นน้่ำกันสองคนดูหน้าสนุก ย่อมเป็นที่เหล่ มองของชายหนุ่มแน่นอน แต่นั่นก็ไม่เว้นพวกผู้หญิงก็ต่างมองเห็นตาเดียวกัน แต่ก็ทำให้สองสาว ยูกิริน เรนะ สนใจไม่ ก็ทำไมล่ะในเมื่อ นี่มันวันหยุดของพวกเธอ

 

////ยิ้มแบบนี้เธอก็น่าดีออกไม่เห็นต้องหน้าเคร่งเครียดตลอดเลยนะ...ยูกิ////

..

..

////แค่เธอไม่เป็นไร....มันก็คุ้มนะถ้าฉันจะไปเสี่ยงแทน...เรนะจัง////

 

..

 

..

..

 

ห้องอาหาร

 

"แหมะ...มื้อค่ำก็มาซะหรู เจอท่านทูตหัวงูต้องขอบคุณกันซะหน่อยแล้ว"

 

"กิริน...พูดงี้เดี๋ยวก็ได้เข้าซังเตหรอก..ทานๆไป ชอบไม่ใช่หรอของอร่อยน่ะ"

 

"ฮ่าา...ชอบหมดแหละ...ทานล่ะนะคะ"

 

อาหารมากมายบนโต๊ะ หมดลงภายในไม่กี่นางที สองสาวเดินออกห้องอาหารไป โดยแทบไม่คิดเลยว่าจะมีใครมองผู้หญิงสวยสองคนอยู่ด้วยกันได้อย่างไร โดยไร้ซึ่งชายหน้าตาดี ว่าแล้ว ผู้ชายที่มอง เรนะและยูกิรินตั้งแต่สระน้ำยันห้องอาหารก็ลุกตามไปเมื่อทั้งสองสาวตรงดิ่งไปยังชายหาดเพื่อย่อย อาหารค่ำก่อนเข้านอน

 

..

..

 

"ฮ้า..ลมเย็นดีจัง"

 

ยูกิรินที่วิ่งไปที่ชายหาดก่อน ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แต่ไม่ทันอากาศบริสุทธิ์จะได้เข้าเต็มปอดก็มีเสียงเลียนแบบดังใกล้ๆ 

 

"ฮ้า...อากาศแถวนี้ทำไมหอมจังน้า.....เอ๋....นั่นนางฟ้าหรือเปล่านะ..มิน่าล่ะอากาศแถวนี้ถึงได้ห๊อม..หอม"

 

"........................."

 

"สวัสดีครับ...มาคนเดียวหรอครับ...ถ้าไม่ว่าอะไรผมยืนด้วยได้ไหมครับ"

 

"........................."

 

ยูกิรินที่หันไปเจอผู้ชายรูปร่างสูงหน้าตาถือว่าโอเค ผิวคล้ำเล็กน้อย ยืนยกแขนแล้วก็พูดแซวมุกเสี่ยวๆ กลับมา แทบทำให้บรรยากาศที่ดูจะสบาย กลายเป็นน่าเบื่อทันที แต่ก่อนที่ยูกิรินจะได้ทำอะไร ฝั่งเรนะก็โดนผู้ชายอีกคนเข้ามาแขว่งชิงช้าที่นั่งอยู่ไปแล้ว

 

..

.

"ผมช่วยนะครับ.....อ่ะ....สูงๆไหมครับ....สนุกนะครับ"

 

"ว๊ายย....อย่าเลยค่ะ..ฉันกลัว....ว๊าย...คุณ...."

 

"ไม่หรอกครับ..ถ้าคุณตกเดี๋ยวผมจะรับไว้เอง...รับรองปลอดภัยแน่นอน"

 

เรนะทำท่าหวาดกลัว ตัวสั่น และไม่ชอบความสูง กรีดร้องเล็กน้อยพอเป็นพิธี นั่นยิ่งทำให้ยูกิริน ถอนหายใจยาวเฟื้อยทันที 

 

///แกล้งเล่นก็ให้มันดูเหมือนกว่านี้หน่อย...เรนะ....ถ้าชิงช้าแค่นี้กลัวแล้วไอ่ที่ไปไล่คนร้ายที่ริมตึกดูไบ ฉันว่านั่นคงเตี้ยไปสินะ////

 

ยูกิรินบ่นอุบในใจจนลืมไปว่า ผู้ชายที่พูดแซวจนหน้าเลี่ยนเมื่อกี้กำลังขยับเข้ามาใกล้ตัวเอง ก่อนจะถือวิสาสะ จับจนแขนยูกิริน แต่แน่นอนว่าประสาทและความเคยชินไวตามไปด้วย พริบตาเดียว เสียงที่ควรจะเป็น เสียงผู้หญิงร้องโวยวาย กลายเป็นผู้ชายคนนั้นลงไปกองกับพื้นทรายและร้องโอดโอยขึ้นมาแทน

 

"โอ๊ย....ผู้หญิงบ้าอะไร..ทำอะไรลงไปเนี่ย...แค่จับแขนแค่นี้..."

 

"ฉันไม่ชอบใครมาจับเนื้อต้องตัว....จำไว้"

 

"มีวิชาป้องกันตัวแค่นี้...ถ้าฉันคนนี้อยากได้อะไรก็ต้องได้"

 

 

ผู้ชายไม่ว่าเปล่า ลุกขึ่้นมาปัดทราย หมายจะจับตัวยูกิริน แต่ก็นะ..เหมือนกำลังเล่นผิดคน ยูกิิรินเห็นแบบนี้ก็ไม่มีอะไรต้องมานั่งออมมือกลัวเค้าบาดเจ็บ ก็จัดซะดอกใหญ่จน คนที่ต้องการอะไรต้องได้ ก็สลบคาทรายริมหาดจนเพื่อนที่เหวี่ยงชิงช้าเรนะ เปลี่ยนท่าที จะมาเล่นงานเรนะให้บ้าง แต่ก็เช่นกัน เรนะกระโดดตัวลอยออกจากชิงช้าเยี่ยงนักยิมนาสติก ก่อนจะ หันมาส่งม้านั่งกลับไปยังใต้คางของหนุ่มผู้โชคร้านอีกคน จนต้องสลบเป็นคนที่สอง 

 

"อึ๋ย...ขอโทษนะคะ...ขอบคุณที่มาแขว่งชิงช้าให้สนุกมากเลย"

 

"อย่ามัวแต่เล่น ขึ้นห้องได้แล้ว..เหงื่อออกอีกและ...เบื่อจริงๆเลยเชียว"

 

"หน่า.....งั้นเดี๋ยวฉันอาบน้ำให้"

 

"ไม่ต้อง.....ฉันอาบเองได้"

 

"ไม่เอาน่ะ..กิริน..ให้ฉันอาบให้นะ..ฉันก็เหงื่อออกนี่ไง นี่ไง"

 

"ไม่...."

 

ทั้งสองคนหยอกล้อกันขึ้นโรงแรมไป โดยทิ้งให้ชายหนุ่มโชคร้ายนอน สลบคากองทราย แต่ก็ลืมลากให้มาอยู่ในส่วนที่น้ำทะเลขึ้นมาไม่ถึงกันเห็นศพอืดในตอนเช้าด้วย

 

 

ผ่านไป หนึ่งอาทิตย์ไวยิ่งกว่าโกหก ยูกิรินและเรนะ เล่นสนุกกันทั้งกิจกรรมที่โรงแรมจัดให้ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเรนะมากกว่าที่จะ สนใจเล่นกิจกรรมส่วนยูกิริน จะอ่านหนังสือ ดูวิว ไม่ก็กินของอร่อยเป็นหลัก แล้วทั้งสองก็ต้องบินกลับโตเกียว ด้วยเรื่องงานที่แสนจะน่าเบื่อในสายตาของยูกิริน แต่เรนะกลับดี้ด้าใหญ่เมื่อมีเมลคอนเฟิร์มมาว่าจะเป็นเด็กผู้หญิงจากฝรั่งเศสมาถึงญี่ปุ่นในเย็นวันนี้

 

"ให้มันน้อยๆหน่อย....หลานท่านนะ..งานนะ..งาน"

 

"เอาน่ะ..รู้แล้วว่างาน แต่ถ้าทำงานด้วยความสุขมันจะได้ไม่เหนื่อยไง"

 

"อย่าเห็นว่าเป็นเด็กแล้วตามใจล่ะ...ฉันยังจำกรณีองค์หญิงของเกาหลีใต้ได้นะ..ตามใจซะจนเกือบได้เรื่องที่ตกต้นไม้เนี่ยฉันรับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะ"

 

"น่ะ...เด็กก็คือเด็กอย่าเข้ามงวดให้มากไปเลยน่ะ คุณคาชิวากิ"

 

"ค่ะ..มัตสึอิผู้เป็นที่รักของเด็กๆ"

 

"เข้าไปในเกทได้แล้ว..แซวอยู่ได้"

 

...

...

..

 

 

 

"งานนี้อย่าให้พลาด จับเป็นไม่ได้ ให้จับตายซะ ในเมื่อพ่อมันไม่รักดี การผลักดันให้ขึ้นเป็นทูตไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แค่ธุรกิจผิดกฎนิดหน่อยถึงกับต้องห้ามเรา สั่งสอนให้สำนึกว่าอย่ามาหือ"

 

"ค่ะท่าน..."

 

"งานนี้คุณอาจเหนื่อยหน่อย..ได้ข่าวว่าทางนั้นก็ให้คนที่ญี่ปุ่นคุ้มครองระดับผู้นำกันเลยทีเดียว"

 

"ค่ะ...รับรองว่าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังค่ะ"

 

"ผมเชื่อว่าคุณทำได้..ซาเอะ"

 

"ค่ะ"

 

///ไม่มีคำว่าทำไม่...เพื่อผู้ให้ชีวิตใหม่แล้วต่อให้ต้องระเบิดตัวเองตายฉันก็จะทำ/////

 

 

..

 

.

 

 

"ทำไมคุณพ่อต้องให้หนูไปญี่ปุ่นด้วยล่ะคะ...คุณแม่ก็เคนสอนญี่ปุ่นให้หนูไว้อยู่แล้ว"

 

"ลูกไม่อยากเห็นหรอ บ้านเกิดของคุณแม่ ซึ่งก็บ้านเกิดพ่อด้วยเหมือนกัน แม้ว่าพ่อจะเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสญี่ปุ่นก็ตาม"

 

"แต่หนูไม่ชอบนิคะ..คนที่นั่นจะกิน จะเป็นยังไง ก็ไม่สนิทด้วยให้ไปอยู่ตั้งสามเดือน..ไม่เอาด้วยหรอก"

 

"โถว่...ไปเถอะนะ พ่อจะได้วางใจ"

 

"วางใจอะไรกันคะ...ลูกสาวไปอยู่ไกลบ้านทั้งคน วางใจ"

 

"แต่อยู่ที่นี่ลูกจะไม่ปลอดภัย..มันอันตราย."

 

"คุณพ่อหมายความว่าไงกันแน่คะ..ทำไมถึงไม่ปลอดภัย"

 

"..................................."

 

ฝ่ายคนเป็นพ่อที่เผลอหลุดปากออกไปด้วยเพราะเข้าใจสถานการณ์ตัวเองและครอบครัวตอนนี้ดี แต่ไม่อยากให้ลูกสาวเพียงคนเดียวต้องรับรู้เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวเค้าให้ต้องรู้สึกอึดอัดใจ การที่เค้าต้องส่งให้ไปยังญี่ปุ่น นั่นเพราะเค้าไปเป็นทูตอยู่เพื่อคุยเจรจาการทำอาวุธผิดกฎหมายส่งขายยังยุโรปกับญี่ปุ่น และนั่นก็ขัดผลประโยชน์อย่างแรงก็คนที่ผลักดันเค้าให้เข้ามานั่งยังตำแหน่งท่านทูตของฝรั่งเศส รวมทั้งกลายเป็นคนสนิทของ ประธานธิบดีของฝรั่งเศสอีกด้วย

 

"เชื่อพ่อ..พ่อมีคนไว้ใจและจะดูแลลูกที่นั่น...หมดซัมเมอร์ค่อยกลับมาทุกอย่างจะปกติเหมือนเดิม"

 

"เดี๋ยวนะคะ..ทำไมถึงไม่อธิบายให้หนูเข้าใจบ้าง"

 

"วาตานาเบะ มายุ...ลูกจงทำตามที่พ่อสั่ง..ห้ามถาม"

 

หญิงสาวตัวเล็กในตากลม ผิวขาว จมูกโด่งที่ใช้ชื่อญี่ปุ่นล้วนตามนามสกุลของคนเป็นแม่ หันมาถามคนที่เป็นพ่ออย่างสงสัย แต่ด้วยนิสัยลูกคนเดียว การโดนขัดอย่างนี้ย่อยไม่ใช่เรื่องดีและนั่นก็ทำให้เด็กน้อยเริ่มโวยวายทันที

 

..

.

"ทำไมหนูต้องทำตามที่พ่อสั่งด้วยล่ะคะ"

 

"ถือว่าพ่อขอร้อง"

 

ชายวัยกลางคนตรงเข้ามาหาลูกรักก่อนโผกอดด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา จนทำให้ลูกน้อยของเค้าอารมณ์ค่อยๆอ่อนลง จนกลายเป็นจะร้องไห้แทน

 

"แต่หนูไม่อยากไป..มันทำให้..ทำให้มายุคิดถึงแม่นิคะ"

 

"พ่อขอโทษที่จะต้องไปในที่อย่างนั้น แต่ที่นั่นจะดีที่สุดเท่าที่พ่อจะทำได้..เชื่อพ่อนะมายุลูกรัก"

 

"หนูไม่อยากไป.....หนูไม่อยากไป"

 

คนเป็นพ่อได้กอดปลอดเด็กน้อยในอ้อมกอด เท่านั้น สิ่งที่ทำได้แค่นั้นจริงๆ หากต้องเลือกระหว่างความปลอดภัยกับความทรมารใจที่เด็กน้อยเสียแม่ไปเมื่อหลายปีก่อนนั้น ความปลอดภัยต้องมาก่อน เพื่อให้เด็กน้อยต้องเป็นอย่างคนรักของเค้าแน่นอน

 

 

////พ่อจะปกป้องหนูให้ได้/////

 

..

.

 

 

..

 

 

"เครื่องลงแล้วเรนะ..มายืนได้แล้ว"

 

"จ้าๆ...."

 

..

..

 

"ยินดีต้อนรับสู่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ..คุณหนูวาตานาเบะ มายุ"

 

"..........."

 

"ยินดีต้อนรับสู่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ..คุณหนูวาตานาเบะ มายุ

 

"..........."

 

 

มายูยุที่เพิ่งบินมาถึง ยูกิรินและเรนะ กล่าวคำทักทายเยี่ยงคนสำคัญของประเทศตามที่เคยทำๆมา แต่กลับไร้เสียงตอบรอบ ก่อนที่ทั้งสองที่โค้งเคารพให้ตามแบบญี่ปุ่นจะเงยหน้าขึ้น ทางด้านเรนะ เงยได้ตามปกติ แต่ด้านยูกิรินกลับ...

 

 

....โป๊ก....

 

"โอ๊ย......."

 

"ฮ่า.....ตลกชะมัด"

 

"เอ๊ย......เด็กนี่"

 

..

 

"กิริน.....ลูกท่านทูตนะ..อย่าเสียมารยาท"

 

".................."

 

 

..

..

 

"ใช่..ลูกท่านทูตอย่าเสียมารยาท ก้มคราวหน้าจะเอาให้โนลูกใหญ่กว่านี้...ไปกันได้แล้วซัซซี่"

 

"ค่ะคุณหนูมายุ"

 

..

..

 

คุณหนูจากแดนไกลลูกท่านทูตฝรั่งเศสมาวันแรกก็แผลงฤทธิ์เข้ากับคนที่ไม่ค่อยชอบเด็กอย่างยูกิริน ช่างเลือกเหลือเกิน ด้วยกันหยิบเอาสันหนังสือหนาที่อ่านมาบนเครื่องบินไว้เหนือศีรษะของยูกิรินตอนก้ม และแน่นอนเมื่อเงยหน้าก็โดนเข้ากับสันเต็มๆ จนต้องร้องโอ๊ยและเสียมารยาท ก่อนจะเดินสะบัดตูด เข้าไปทางช่องวีไอพีทันที

 

 

"เรนะ....เด็กคนนี้ฉันไม่ทนหรอกนะ"

 

"น่ะ...งาน..แค่สามเดือนเอง"

 

"สามเดือนนี้มีหวังฉันคงได้ฆ่าเด็กแน่ๆ..."

 

"ฮ่า..ไปกันเถอะ...ออกไปช้ากว่าคนเป็นนายจะมันผิดกฎนะ"

 

"เธอก็พูดได้สิ....ชอบสินะเด็กน่ะ....รอด้วยยย"

 

 

(ยูกิริน)

///ฝากไว้ก่อนยัยเด็กตัวแสบ////

 

(เรนะ)

///เด็กตัวแค่นี้..น่าสงสารจังที่ต้องมาต่างเมืองคนเดียว..ฉันจะดูแลเธอเอง วาตานาเบะ มายุ////

 

 

 

...

 

ปล. ยังไม่ตรวจคำผิดนะคะ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ben ayumu likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites

มาแล้วววววววว ผู้ชายสองคนนั้นน่าลงสารแฮะ เล่นผิดคนไปหน่อย

นี้มันอาร๊ายยยยย 4p เลยเหรอ =[]=

Share this post


Link to post
Share on other sites
มายุคงต้องแผลงฤิทธิ์ให้มากๆๆเลย

สนุกแน่คราวนี้!!!

Share this post


Link to post
Share on other sites
ยูกิ.......เรนะ...... แอร๋ยยย ผมไม่เคยทนกะคู่นี้เลย...น่ารัก น่าเอ็นดูที่สุด

Share this post


Link to post
Share on other sites
ไรท์อยู่ไหนอ่ะ...คิดถึงแล้ว///หันมองซ้ายขวา??

Share this post


Link to post
Share on other sites

 ตอนที่ 3

 

โรงแรมใจกลางกรุงโตเกียว

 

เด็กสาวที่เพิ่งเดินทางมาจากฝั่งยุโรปได้แต่นั่งมองไปยังหน้าต่างของโรงแรมโดยไม่ได้พูดอะไร และก็ยังมีพี่เลี้ยงข้างกายอย่างซัซซี่ยืนมองอย่างเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน

 

แต่ไม่นานความเงียบก็ถูกทำลาย เมื่อเด็กสาวหันกลับมาคุยกับคนสนิท ที่ยังคงยืนนิ่งเพื่อรอคำสั่งจากคนเป็นนายตรงหน้า ตามคำสั่งของพ่อเด็กสาวตรงหน้า

 

“นี่ซัซซี่.....ถ้าฉันตายพ่อจะปลอดภัยไหม”

 

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะคะคุณหนู”

 

“ฉันแค่ไม่อยากให้พ่อต้องลำบาก”

 

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะปกป้องคุณหนูไว้ด้วยชีวิตของฉันเองค่ะ...จะไม่ให้ใครมาทำร้ายคุณหนูได้อย่างแน่อน”

 

“ทำไมทุกคนต้องทำเพื่อฉันขนาดนั้นด้วย....แค่พ่อไปขัดผลประโยชน์มีหรอ ทำไมฉันจะไม่รู้”

 

“คุณหนู”

 

“แค่ฉันไม่พูดเท่านั้นเอง....แต่ช่างเถอะ..แค่อยู่ให้ปลอดภัยไม่เป็นภาระของพ่อก็พอสินะ”

 

“คุณหนู”

 

เด็กสาวหันมาทำตัวร่าเริงเหมือนเดิมก่อนจะได้ยินเสียงเคาะประตูจากใครบางคน

..

.

.

“ขอแนะนำตัวอีกครั้งนะคะ เราสองคนเป็นคนที่จะดูคุณหนูตลอดสามเดือนที่มาอยู่ในญี่ปุ่น ฉันมัตสึอิ เรนะ และ ทางนั้นคือคุณคาชิวากิ ยูกิ หากขาดเหลืออะไรก็แจ้งเราสองคนได้นะคะ”

 

เรนะเข้ามาทำการแนะนำตัวให้กับมายุ พร้อมด้วยยูกิริน ที่ยังคงทำหน้าบอกบุญไม่รับที่ต้องมานั่งดูแลคนที่ เหมือนจะหมั่นไส้ตั้งแต่แรกเห็นแบบนี้ ก่อนที่คนหน้าบูดจะต้องตกใจเมื่อเด็กน้อยจากแดนไกลเดินเข้ามาหาตัวเองแทนที่จะเป็นเรนะ

 

“หน้าบูดแบบนี้....ไม่ได้ถ่ายมากี่วันแล้วล่ะ”
 

“นี่นังหนู”

 

“โอ่......เรียกคนที่เป็นเจ้านายว่านังหนูเลยหรอ”

 

เรนะต้องสะกิดยูกิรินด้วยข้อศอกเข้าไปที่ท้องเล็กน้อย พลางทำหน้าให้คนที่เพิ่งหลุดปากไปเพราะอารมณ์โมโห ต้องถอนหายใจและกลับมาพูดกับเด็กน้อยที่แสนกวนคนนี้ดีๆ

 

“ขอโทษค่ะ คุณ...หนู..... อีกอย่าง...ฉันไม่ได้ท้องผูก...แต่บังเอิญ...เห็นหน้าบางคนแล้วพาลทำให้ลำไส้ทำงานไม่ปกติ”

 

“อ้อ.....หรอ.....ท่าทางจะลามไปที่หน้าด้วยนะ เริ่มจะแสดงอาการแล้วล่ะ”

 

“ยังไง”

 

“ก็เหมือนว่าหน้าจะแก่ลงเกินไวแล้วไงคะ คุณป้า”

 

“นังหนู......โอ๊ย....เรนะ..................................คุณ.....หนู...วาตา...นา...เบะ.....”

 

บอกเลยว่าถ้าคนตรงหน้าเป็นคนร้าย ป่านนี้คงได้เฝ้าบรรพบุรุษไปตั้งแต่กวนคำแรกแล้วล่ะ ไม่ได้ยืนสวยๆ น่ารัก ตรงหน้าหรอกนะ บอกไว้เลย เรนะที่แทบจะแทรกแผ่นดินหนี กับอารมณ์ของเพื่อนข้างกายที่ตอนนี้คงหมดความเยือกเย็นไปนานแล้ว ตั้งแต่รู้ว่าต้องหยุดพักร้อนมารับใช้เด็ก

 

“ถ้าไม่ว่าอะไร...คุณหนูวาตานาเบะ พวกเราขอตัวไปรอด้านนอกแล้วกันนะคะ”

 

“ทำไมต้องไปข้างนอกด้วยล่ะ...อยู่ในนี้แหละ...ฉันไม่อยากอยู่กับซัซซี่สองคน”

 

“แต่ว่า”

 

“เอาเป็นว่าให้ป้าอีกคนเค้าไปเข้าห้องน้ำก่อนแล้วกัน..ส่วนเธอ...เรนะสินะ....เป็นว่าตามฉันมาห้องหนังสือหน่อยสิมีเรื่องจะพูดด้วย”

 

“ค่ะ..”

 

ยูกิรินที่ได้ยินประโยคสุดท้ายแทบจะกรีดร้องให้อกแตกตาย ก่อนที่เรนะและมายุจะเดินไปยังห้องหนังสือโดยทิ้งไว้แต่ ซัซซี่และยูกิรินที่ยืนนิ่งมองหน้ากันไม่ได้พูดจาอะไร อาจมีเพียงเสียงหัวเราะเบาๆ ของซัซซี่เท่านั้นที่ทำให้ยูกิรินต้องหันมาสนทนาด้วยเท่านั้น

 

“ปกติยัยหนูนั่นกวนประสาทแบบนี้ตลอดเลยหรือเปล่า”

 

“ไม่หรอกค่ะ...ฉันก็เพิ่งเห็นเค้าเป็นกับคุณนี่แหละค่ะ”

 

“ปวดหัวเป็นบ้า...ทนทำงานด้วยได้ไงยังไงกัน”

 

“ไม่หรอกค่ะ.....คุณหนูผ่านอะไรมาเยอะมากมาย..สดใสแบบนั้นฉันว่าก็ดูเศร้ายิ่งกว่าอีกนะคะ”

 

“ปัญหาทางการเมืองสินะ”

 

“ค่ะ”

 

ยูกิรินได้แต่ถอนหายใจ ใช่เธอรู้เหตุผลว่าทำไมมายุมายังญี่ปุ่นหลังจากที่ต่อสายตรงคุยกับท่านทูตเมื่อก่อนที่มายุจะมาถึง ใช่การมาญี่ปุ่นครั้งนี้อาจไม่แน่ว่าจะสามเดือนหรือไม่ มันคงอาจเป็นทั้งชีวิตของเด็กน้อยคนนี้เลยก็ได้

 

..

..

 

.

“เธอรู้ว่าฉันมาทำไม”

 

“เอ๋...”
 

“ไม่ต้องทำหน้า งง ฉันมองเธอออก...เธอทำดีกับฉันไม่ใช่แค่หน้าที่..แต่เพราะสงสาร”

 

“เปล่านะคะ”

 

“และให้ฉันเดาไหม ว่าเธอสองคนคงคุยกับพ่อของฉันที่ฝรั่งเศสแล้วว่าทำไม ต้องส่งตัวฉันมาญี่ปุ่น  งั้นฉันจะไม่อ้อมค้อม...ปล่อยให้ฉันตายซะเพื่อพ่อ”

 

“ทำไมต้องทำอย่างนั้น”

 

“ถ้าการที่ชีวิตฉันมันทำให้พ่อต้องวุ่นวายและทำให้พ่อต้องตกอยู่ในอันตรายและเป็นข้อต่อรองสำหรับการทำผิด ฉันก็ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น”

 

“คุณหนู..”

 

“เธอคงไม่อยากให้พ่อแม่ต้องมาทุกข์เพียงเพราะปกป้องตัวเองใช่ไหม...เรนะ”

 

ความเงียบครอบงำห้องหนังสือที่ มายุค่อยๆเดินไปยังโซฟาในห้อง พลางนั่งลงและ ทำหน้านิ่งมองมายังเรนะที่ ยังคงยืนมองเด็กน้อยด้วยสายตาสงสาร ต่างจากในห้องเมื่อครู่นี้อย่างสิ้นเชิง และนั่นยิ่งทำให้มายุ ยิ่งหงุดหงิดไปใหญ่

 

“เธอไม่ควรจะมาเสียเวลากับงานไร้สาระอย่างนี้....ชีวิตฉันมันไม่สำคัญอะไรมาก โทรไปบอกพ่อซะว่าทำอย่างที่ต้องการและอย่าสนใจเลย ถ้ามันจะทำให้ท่านต้องตกอยู่ในอันตราย”

 

“มายุ”

 

“อย่ามาเรียกชื่อฉันเฉยๆนะเราไม่ได้สนิทกัน”

 

“คุณหนู....”

 

“ทำตามที่ฉันบอก...แล้วก็ไปซะ...ชีวิตฉันไม่ได้มีค่าขนาดต้องมีบอดี้การ์ดหรอก”

 

“คุณหนู”

 

“ฟังไม่เข้าใจหรือไง”
 

“นังหนู”

 

“........................”

 

มายุได้แต้อ้าปากค้างและต้องนิ่งไปเมื่อ เรนะเดินเข้ามาหาคนที่พูดไม่หยุดและดูถูกชีวิตตัวเอง ตลอดการสนทนา  เรนะเดินเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามและมองจ้องมายุด้วยสายตาที่เชิงตำหนิ

 

“เธอไม่เข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่จริงๆหรอ ว่าทำไมท่านถึงได้ต้องการให้เธอมีชีวิตอยู่”

 

“....................”

 

“ฉันจะบอกให้นะ ถ้าเธอว่าชีวิตมันไร้ค่าขนาดนั้นก็จงตายเองซะ”

 

เรนะไม่พูดเปล่า...วางมีดไว้ตรงหน้าเด็กน้อยที่ตอนนี้บอกเลยอารมณ์ชั่ววูบมันเยอะซะจนน่ากลัว

 

“เธอว่าความตายมันพิศมัยหรอ...บอกเลยว่า สิ่งนั้นมันเคยเกือบผ่านฉันและยูกิมาก่อนแล้ว และมันก็น่ากลัวซะจนถ้าเธอได้สัมผัสมันจะไม่อยากเอ่ยคำว่าตายอีกเลย”

 

“..............”

 

มายุที่ตอนนี้อารมณ์พาไป คว้าหยิบปืนขึ้นมาแหละหมายจะยิงเข้าไปที่ศีรษะทันนที

 

..

..

....................ตึ่ง...................โคร่ม ..................

 

ยูกิรินและซัซซี่ที่อยู่ด้านนอกได้ยินเสียงดังมาจากห้องหนังสือต่างพากันวิ่งไปยังห้องหนังสือทันทีและภาพที่เห็นตรงหน้าคือ เรนะกำลังจับที่ปลายมีดจนมีเลือดไหลออกมา ส่วนมายุกลับอยู่ด้านล่าง ซึ่งปลายมีดกำลังจ่อที่ท้องของเธอ พลางทำหน้าจริงจังใส่เรนะทันที

 

ยูกิรินที่เห็นอย่างนั้นรีบวิ่งตรงไปยังเรนะและมายุ ก่อนจะจัดการกับมีดเล่มนั้น ด้วยแรงที่เยอะกว่าทั้งเรนะและมายุ ก็จัดการมันไม่ยาก ส่วนทางด้านซัซซี่ก็วิ่งตรงเข้ามาช่วยมายุให้ลุกขึ้นก่อนจะได้ยินเสียงยูกิรินดังขึ้นทันที

 

“เธอต้องการอะไร...ทำไมเรนะต้องทำแบบนี้”

 

ก่อนที่คำพูดของยูกิรินจะเลยไปไกลมากกว่านี้ เรนะที่มือเต็มไปด้วยเลือด เอื้อมมาแตะไปยังไหล่ของยูกิรินที่ตอนนี้อารมณ์กำลังพลุ่งพล่าน และเรนะก็พูดเอ่ยขึ้นมาต่อ

 

“เมื่อกี้เห็นแล้วใช่ไหม...ว่าความตายมันไม่ไกล และฉันจะปกป้องเธอเองไม่ว่าเธอต้องการมันหรือไม่ก็ตาม...คุณหนู”

 

มายุที่ยังคงตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า และสมองกำลังย้อนกลับไปเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกิดขึ้นเร็วซะจนตอนนี้ตั้งสติไว้แทบไม่ทัน

..

..

 

“แน่จริงก็หยิบมีดแล้วแทงตัวเองซะสิ”

 

“เธออย่ามาท้าฉันนะ”

 

“เปล่า....เชิญ ฉันมอบมันให้เอง จะได้ไม่ถ่วงชีวิตคนอื่นเค้า”

 

มายุหยิบมีดขึ้นมา ด้วยอารมณ์ที่โกรธ ทำให้สามารถทำได้โดยไม่ได้ต้องคิด ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาและทำท่าจะแทงเข้าไปที่ท้อง ก่อนที่มีดจะปักเข้าไปที่ท้องของมายุ ไวกว่าคือมือของเระนที่คว้าตัวมีดไม่ได้ลงแรงไปมากกว่านี้

 

แววตาของเรนะเปลี่ยนไป พลางจ้องมองไปยังมายุที่ตกใจกับการกระทำของเรนะ ก่อนจะได้ยินเสียงเย็นเฉียบของเรนะ

 

“รู้ไหมว่า..ว่าฉันต้องมองเห็นพ่อแม่ของฉันตายต่อหน้าต่อตาโดยที่ไม่สามารถช่วยท่านได้ เพียงเพราะท่านโดยฆ่าข้อหาการฆ่าผิดตัว แล้วพอทุกอย่างเงียบ ฉันออกมาจากในตู้แล้วสิ่งสุดท้ายที่พ่อกับแม่ฉันพูดทิ้งไว้คืออะไร ........ จงอยู่ต่อไปและใช้ชีวิตให้คุ้มค่านะ”

 

“..................”

 

มายุไม่ได้พูดอะไร ทุกอย่างไว เสียจนมายุทำตัวไม่ถูกทั้งเรื่องของเรนะที่ได้ยิน ก่อนจะมองไปยังมือของเรนะที่ตอนนี้เต็มไปด้วยเลือด ก่อนที่เข่าของเรนะจะลื่นกับโต๊ะกระจกทำให้เอนไปจนจะทำให้มีปักเข้าท้องของมายุจริง

จังหวะนั้นเรนะจับมีดด้วยมือทั้งสองข้าง และให้ศอกเป็นตัวรับน้ำหนักตอนที่เก้าอี้จะเอนล้มลงไปทำให้ไปจนเข้ากับตู้หนังสือและก็เกิดเสียงดังจนทำให้ยูกิรินและซัซซี่เข้ามา

 

..

.

.

“เธอเข้าใจไหมว่า...ว่าทำไมพ่อของเธอถึงต้องส่งเธอมาที่นี่..และเข้าใจไหมว่าไม่มีใครรักและห่วงเธอมากกว่าพ่อและแม่ และไม่มีพ่อแม่คนไหนยอมให้ลูกของตัวเองตายหรอกนะ..มายุ”

 

เรนะตะโกนใส่หน้ามายุ ทำให้ยูกิรินที่โมโห กลายเป็นฝ่ายอึ้ง ก่อนจะหันไปมองมายุที่ตอนนี้น้ำตานองหน้า เพราะตั้งสติได้ และมองไปยังมือของเรนะที่ตอนนี้เลือดไหลไม่หยุด พลางพลักซัซซี่และตรงดิ่งมาหาเรนะทันที

 

“มือ....มือเธอ...”

 

“ไม่เป็นไรหรอก....เดี๋ยวทำแผลก็หาย”

 

“ฉัน...ฉันขอโทษ..”

 

“เข้าใจก็ดีแล้ว...”

 

...

“เดี๋ยวก่อนนะ...เรนะ...คุณหนู...พวกเธอทำอะไรกันและนี่มันเรื่องอะไรกัน”

 

..

.

คงจะมีแต่ยูกิรินกับซัซซี่เท่านั้นที่ งง กับเหตุการณ์ตรงหน้า และหลังจากนั้น มายุเป็นฝ่ายประคองเรนะให้ลุกขึ้นและเรียกหมอให้มาทำแผลที่ห้อง ซึ่งแน่นอนว่ามายุอยู่ด้วยตลอดเวลา จนทำให้ยูกิสงสัยว่า เหตุการณ์เมื่อกี้คืออะไรกันแน่ และเวลาผ่านไป เรนะที่หลับไปเพราะยาที่หมอให้ มายุก็หลับไปเพราะเหนื่อย จึงไม่มีใครอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเหตุการณ์นั้น

 

“ฉันว่า...งานนี้เธอทุ่มทุนไปหน่อยไหม..เรนะ”

 

ยูกิรินที่นั่งอยู่ข้างๆเตียงของเรนะ ปัดผมที่ปิดหน้าผากให้ไม่บดบังใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม แม้ว่ายูกิรินจะไม่เข้าใจว่าทำไม แต่คิดว่าคงเป็นวิธีของเรนะเองที่จะทำให้เด็กคนนั้นยอมรับอะไรซักอย่าง แค่รอให้เรนะตื่นและเล่าให้ฟัง มันก็ไม่สายไป

 

ราตรียามค่ำคืน ยังคงเงียบสงบต่อไป

 

..

.

“เหตุการณ์ทางนั้นเป็นไงบ้าง”

 

“ทุกอย่างยังอยู่ดี อาจมีเหตุการณ์แปลกๆนิดหน่อยแต่ก็ไม่มาก..ไม่นานทุกอย่างใกล้จะจบลงตามที่ต้องการแล้วล่ะ”

 

“ฝากด้วยแล้วกัน...งานนี้คงให้ปล่อยนานไม่ได้...เพราะทางเบื้องบนเร่งมาเหมือนกัน”

 

“เข้าใจแล้วล่ะ..แค่นี้ก่อนนะ”

..

..

 

 

..

 เช้าวัดถัดมา มายุมาหาเรนะที่ห้องแต่เช้า แน่นอนว่าห้องของโรงแรมถูกล็อกไว้เป็นห้องของ ลูกท่านทูตทั้งหมด ไม่แปลกเลยที่พวกยูกิรินและเรนะจะย้ายมาอยู่ด้วย แต่เมื่อมาถึงกลับพบว่าเรนะยังไม่ตื่น มีเพียงยูกิรินเท่านั้นที่ยังนั่งเฝ้าเรนะ อยู่ข้างๆเตียง

 

“ไม่หลับไม่นอนหรือไง”

 

“คุณหนูมีอะไรหรือเปล่า”

 

“โกรธฉันงั้นหรอ”

 

“ทำไมต้องโกรธล่ะ”

 

“ก็ฉันทำให้เพื่อนของเธอต้องบาดเจ็บ”

 

“แล้วทำไมต้องบาดเจ็บล่ะ”

 

“ฉัน.....ฉัน”

 

ก่อนที่ยูกิรินจะสอบสวนมายุไปมากกว่านี้เสียงของคนที่นอนหลับอยู่เพิ่งได้สติก็ตื่นขึ้นมาขัดจังหวะการพูดคุย(?)

 

“ยูกิ...พูดกับคุณหนูดีๆหน่อยสิ..”

 

“เรนะ/เรนะ”

 

สองเสียงประสานกันเมื่อเห็นว่าเรนะฟื้นแล้ว ก่อนที่มายุจะเป็นฝ่ายตรงไปยังข้างเตียงและพูดขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้

 

“ขอโทษนะ”

 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณหนู...ถ้ามันทำให้คุณหนูไม่อยากทำสิ่งนั้นอีกมันก็คุ้มนะคะ”

 

“เรียกว่ามายุก็ได้...เรนะซัง”

 

“งั้นก็เรียกเรนะ เฉยๆก็ได้ค่ะ...จะได้ไม่ดูพิธีการมาก”

 

ยูกิรินที่ดูเหมือนส่วนเกิดของห้องอ้าปากค้างกับเหตุการณ์ตรงหน้า ได้แต่ยืนเอ๋อรับประทานไป เพราะไม่รู้ว่าจะเริ่มตรงไหนดี เพราะท่าทางจะมีแค่เรนะกับมายุเท่านั้นที่รู้ว่าทำไม ถึงได้ดีกันได้ขนาดนี้

 

มายุกลับไปที่ห้องพักของตัวเพราะเรนะต้องทำภาระกิจส่วนตัว และจะไปหามายุที่ห้องเอง ซึ่งนั่นคือเวลาที่เรนะจะได้เล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดให้ยูกิรินฟัง ว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้เรนะต้องทำขนาดนี้

 

“เป็นบ้าไปแล้วหรอเรนะ”

 

ยูกิรินเขย่าร่างของเรนะที่นอนอยู่เล่นเอาเรนะต้องร้องเสียงโอดโอยเพราะเจ็บที่มือมันแล่นขึ้นมาจากการเขย่าแบบไม่คิดชีวิตของยูกิรินก่อนมันจะเปลี่ยนเป็นการ กอด

 

 

ยูกิรินดึงเรนะมากอด ก่อนจะกระซิบไปที่ข้างหูเบาๆ

 

 

 

“คนงี่เง่า”

 

ก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นมาอีกนิด ฝั่งเรนะก็กอดตอบ พลางหัวเราะเล็กๆให้รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร และเข้าความห่วงใยที่ยูกิรินมี

 

 

 

“สัญญานะว่าจะทำอะไรแบบนี้อีก”

 

“อืม”

 

“ว่าแต่...ไปอ่านการ์ตูนเล่มไหนมาเล่าซะเป็นตุเป็นตะเลย แม่โลลิค่อน”

 

 

 

ยูกิรินที่คลายอ้อมกอด  พลางจ้องมองเรนะ ด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ เรียกรอยยิ้มได้ทั้งตัวเองและเรนะ ซึ่งแน่นอนว่าประวัติของทั้งสองคนไม่ได้สวยหรูแต่ก็ไม่ได้ทรมารบาดใจเป็นนิยายน้ำเน่าขนาดนั้น  เรื่องที่เรนะเล่าไปดูจะใส่ไข่เป็นลังกันเลยทีเดียว

 

 

 

“เอาน่ะ..อย่างน้อยก็เรียกเด็กคนนั้นด้วยชื่อเฉยๆ สร้างความสนิทได้ล่ะนะ”

 

“แต่ก็เจ็บไปไม่ใช่น้อย....ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก..เดี๋ยวมันจะไม่คุ้มเอา”

 

“มันคุ้มหมดแหละ..การทำคนที่กำลังทุกข์หายน่ะ...เข้าใจไหมคะคุณคาชิวากิ...โอ๊ย...”

 

เรนะทำทาต่อยไปที่หน้าของยูกิรินเบาๆ แต่นั่นก็ทำแผลที่มือเจ็บเอาเรื่อง ก่อนที่ยูกิรินจะยิ้มส่งมาให้และไล่ให้คนเก่งไปอาบน้ำและเตรียมตัวไปหา คุณหนูมายุ ของเธอที่ห้องใหญ่ได้แล้ว

 

..

.

.

เรนะและยูกิรินเดินทางมายังห้องของมายุที่นั่งกินข้าวเช้าอยู่ และทางมายุเองก็เรียกให้เรนะนั่งทานอาหารเข้าด้วยกัน แต่ด้วยอาจใช้มือไม่ถนัดมายุก็จัดการให้เรนะนั่งข้างๆส่วนตัวเองจะเป็นคนป้อนให้เอง  แน่นอนว่าคนที่ถอนหายใจเซงกับภาพตรงหน้าคงไม่พ้นยูกิริน

 

/////สมใจล่ะสิ...แม่โลลิค่อน////

 

“มายุเลิกเล่นได้แล้ว วันนี้มีกำหนดจะทำอะไรไหมคะ”

 

“เดี๋ยวนะ..ฉันให้เรนะเรียกฉันได้คนเดียวไม่ใช่เธอ...ยูกิ”

 

“อ้อหรอ...งั้นก็ห้ามเรียกฉันด้วยชื่อเฉยๆเช่นกันคุณหนูวาตานาเบะ”

 

“ไม่...ฉันจะเรียกแบบที่เรนะพูด แต่เธอห้ามเรียกฉันด้วยชื่อเฉยๆ”

 

“ทำไมล่ะ..ทีเรนะยังเรียกได้เลย”

 

“ก็ฉันไม่ให้เรียก....นี่เป็นคำสั่ง...จงทำซะยูกิ”

 

“โอเคค่ะ.....คุณหนูวาตานาเบะ...วันนี้มีกำหนดการอะไรพิเศษไหมคะ”

 

เรนะได้แต่ทำหน้ายิ้มๆแล้วก็ส่งสายตาให้ยูกิรินว่าช่างมันเถอะ ปล่อยให้คนที่โดนกวน ต้องทนกับอารมณ์ขึ้นๆลงๆของคุณหนูเอาแต่ใจอย่างมายุต่อไปหน่อย ถือซะว่ามีน้องสาวเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคน ส่วนทางด้านมายุก็ยิ้มเยาะอย่างคนมีชัยทั้งๆที่ใช้อำนาจในทางที่ผิดแท้ๆ

 

“ไม่มี จนกว่าเรนะจะหายดี ฉันจะอยู่โรงแรมไปก่อน เธอก็เฝ้าแถวนี้แหละ หรือจะไปคุยกับซัซซี่ก็ได้ไม่มีปัญหา ฉันจะดูแลเรนะเอง”

 

“หา.......ดูแล.....คนอย่างคุณหนูจะดูแล.....จะให้เจ็บกว่าเก่าล่ะไม่ว่า”

 

“ว่าไงนะ”

 

“เปล่าค่ะ.....เชิญเลยค่ะ...เรนะเค้าอึด ทึกอยู่แล้วไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้วล่ะค่ะ”

 

“อย่ามาว่าเรนะอย่างนั้น...ใครจะไม่ถึงทนแบบเธอล่ะ...ยัยยีราฟทุ่งหญ้า”

 

“หา..................”

 

“ออกไปหาไรกินป่ะ...ฉันเบื่อหน้าเธอและที่เหลือฉันจะดูแลเรนะเอง”

 

“เอ๋.......................”

 

เรนะได้แต่ส่งสายตาให้ยูกิรินอีกครั้งว่าให้ฟังๆ มายุเถอะเพื่อที่สงครามกวนประสาทย่อมๆนั้นจะได้หมดไปเสียที ยูกิรินเองก็ยิ้มรับและโค้งให้เล็กน้อยเป็นมารยาทแต่ก็ไม่วายทำตาโตใส่มายุที่นั่งแลบลิ้นส่ง บอดี้การ์ดคนเก่งเด้งออกห้องอาหารไป จนเหลือเพียงแค่เรนะ กับ มายุเท่านั้น

..

.

“ทำไมถึงได้กวนประสาทยูกิอย่างนั้นล่ะมายุ”

 

“ก็หน้าตาหน้าหมั่นไส้เฉยๆ”

 

“เอ๋...ยูกิจริงๆเป็นคนใจดีนะ....กวนบ่อยๆเดี๋ยวก็โดนตีหรอก”

 

“ฉันโตแล้วนะ...ตีอะไรอีกอย่างฉันก็เป็นเจ้านายด้วยยูกิไม่กล้าหรอก ถีงกล้าเรนะก็จะช่วยฉันใช่ไหมล่ะ”

 

“จ้า...จ้า.....ยังไงก็อย่าไปกวนเค้ามากๆล่ะ เวลายูกิโมโห..น่ากลัวสุดๆไปเลย”

 

“หึ.......ก็ให้มันรู้ไป”

 

เรนะได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ พลางหัวเราะเล็กไปพร้อมกับมายุเท่านั้น

///โชคดีนะยูกิริน ฉันว่าเด็กคนนี้น่าจะชอบเธอมากกว่าฉันเสียอีกนะ/////

 

..

..

.
 

หลายสัปดาห์ผ่านไป เรนะมือที่อาการดีขึ้น และมายุก็เริ่มอยากออกไปเที่ยวด้านนอกโรงแรม ทั้งมายุ เรนะ ยูกิริน และลูกน้องของทั้งสอง ออกไปตามสถานที่ต่างๆ ตามที่มายุค้นเจอในอินเตอร์เน็ต ส่วนซัซซี่จะเป็นฝ่ายรออยู่โรงแรมเสมอ และวันนี้ก็เช่นกัน

 

“เรนะ..วันนี้ไปสวนสนุกกันนะ..เค้าบอกว่าจะมีขบวนพาเหรดยิ่งใหญ่ครอบรอบเปิดสวนสนุกด้วยล่ะ”

 

“เอ๋...แต่ที่นั่นคนเยอะมากเลยนะคะ..เราจะคุ้มครองมายุยากเอานะคะ”

 

“ผ่านมาเกือบเดือนแล้วก็ไม่เห็นมีไรนิ..เราไปก็หลายที่ก็ไม่มีไรเกิดขึ้นเลยนะ..นะ...นะ...ฉันอยากไป”

 

“แต่ว่า..”

 

“นะ...นะ....ฉันสัญญาว่าจะไม่ห่างจากเรนะกับยูกิเลย”

 

“ได้ค่ะ...สัญญาแล้วนะคะ”

 

“โอเค....งั้นไม่เตรียมตัวกันเถอะ”

 

มายุรีบวิ่งเข้าห้องตัวเองไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนที่เรนะจะเดินออกมาพร้อมกับออกคำสั่งให้ลูกน้องที่รออยู่ด้านล่างเตรียมตัวและบอกสถานที่ที่เป้าหมายกำลังจะออกเดินทาง และสิ่งที่เรนะกำลังกังวลก็เกิดขึ้น ไม่วายที่ยูกิรินต้องบ่นแน่นอนเรื่องการตามใจของเรนะ

 

“ว่าไงนะเรนะ...สวนสนุกเธอก็รู้ว่าคนมันเยอะ...ดูและลำบากนะ”

 

“น่ะ....อย่างน้อยคนเยอะ ไม่น่ามีใครกล้าทำไรบุ่มบ่ามหรอกน่ะ”

 

“ให้มันจริงอย่างที่เธอบอกเถอะ การดูแลก็ยาก การพลัดหลงก็ง่าย..ฉันล่ะไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอจะตามใจยัยคุณหนูได้ขนาดนี้”

 

“ไม่เอาน่ะยูกิ....ถือซะว่าไปสวนสนุกที่พวกเราไม่ได้ไปนานแล้วนะ..โอเคไหม”

 

“เรนะ”

 

“ขอร้องล่ะ....เห็นสายตามายุแล้วฉันทำใจปฏิเสธไม่ลงจริงๆ”

 

“ให้มันได้อย่างนี้......งั้นก็ลองดูพิกัดหน่อยแล้วกันว่าจะดูตรงไหนจะได้วางแผนถูก”

 

“โอเค...ขอบคุณนะ”

 

ยูกิรินได้แต่ถอนหายใจ ใช่เธอก็ตามใจเรนะเหมือนกัน เหมือนเช่นหลายๆงาน ส่วนใหญ่จะเป็นเรนะมากกว่าที่เข้าหาเหล่า ผู้บริหารหรือบุคคลสำคัญทั้งหลาย เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะเรนะดูน่าเข้าหามากกว่ายูกิรินที่หน้าตานิ่งเรียบตลอดเวลาน่ะสิ

 

“เอาเป็นว่าให้ดูจากมุมนี้แล้วกันลงไปข้างล่าง จะลำบากเอาแถมอาจมีคนคิดจะยิงจากระยะไกลได้ง่าย”

 

“อืม..ถือว่าโอเค ตามนี้แล้วกันนะ”

 

เวลาของการวางแผนก็ปิดจบลงด้วยมุมมองที่จะมองขบวนพาเหรดตรงที่ห้องรับรองพิเศษของสวนสนุก ซึ่งแน่นอนเมื่อถึงสถานที่ คุณหนูวาตานาเบะคนนี้ได้แต่นั่งเท้าคางทันที

..

..

“นี่มันอะไรกันเรนะ”

 

“อ่าวก็ดูพาเหรดไงคะ”

 

“ฉันไม่ได้ถามว่าเรามาดูอะไร...แต่ที่ฉันนั่งนี่มันอะไรกัน”

 

“ห้องรับรองพิเศษไงคะ..เป็นไงวิวดีไหม”

 

“ไกลลิบขนาดนี้ดูในทีวีที่ห้องยังชัดกว่าเลย...เรนะ....”

 

มายุที่ต้องนั่งห้องรับรองพิเศษแน่นอนว่ามันใหญ่และวิวดีที่สุด แต่เมื่อมองขบวนแล้ว เรียกได้ว่าตัวเท่ามดกันเลยทีเดียว ความอดทนของมายุขาดสะบั้น เมื่อต้องมานั่งจับเจ่าอยู่ในห้องไม่ได้ร่วมขบวนสนุกเหมือนอย่างกับที่เคยเห็นในทีวี

 

..

.

“มายุจะไปไหนน่ะ”

 

“เข้าห้องน้ำ”

 

“เดี๋ยวฉันไปด้วย”

 

“ไม่ต้อง...ฉันงอลเธอแล้ว....ฉันไปเองได้”

 

“แต่....ว่า”

 

“นี่เป็นคำสั่ง”

 

“ได้ค่ะ”

 

มายุที่เบื่อสุดทนกับการนั่งอยู่ไกล แน่นอนว่าการเข้าห้องน้ำของเธอมันไม่ใช่อยากจะเข้าห้องน้ำจริงๆแน่นอน คำสัญญากับเรนะหรอ .... ลืมมันไปได้เลย วินาทีนี้ความสนุกต้องมาก่อน ลืมแล้วสินะว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย วาตานาเบะมายุ

 

..

..

 

 

.

“คืนนี้จัดการพวกมันที่สวนสนุก...ทุกอย่างจะจบลงเสียที”

 

“ไม่นะ...แกจะทำอะไรลูกฉัน”

 

“หุบปาก.....แค่ได้ยินยังดิ้นพล่านขนาดนี้..รอไว้ได้ข่าวว่าลูกแกตายแล้วคงสนุกน่าดูนะ...ท่านทูต”

 

“แก.......”

 

……………..ตู๊ด...................

 

เสียงปลายสายถูกตัดไป โดยไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่าคำสั่งให้จัดการลูกสาวคนเดียวของท่านทูตฝรั่งเศส ก่อนที่เค้าจะกดหมายเลขปลายทาง ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นบอดี้การ์ดของลูกเค้าที่ญี่ปุ่นอย่างแน่นอน

 

..

 

“ว่ายังนะคะท่าน ...ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกค่ะ..คุณหนูอยู่กับพวกเรา”

 

“ฉันก็โล่งใจฝากดูแลด้วยนะ”

 

“ค่ะ....”

 

ยูกิรินวางสายของท่านทูตที่โทรตรงมาฝรั่งเศสก่อนจะหันไปหาเรนะที่เดินไปตาม มายุที่หายไปเข้าห้องน้ำนานผิดปกติ ก่อนจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ่น

 

..

“แย่แล้วยูกิ...”

 

“อะไร”

 

“มายุหายตัวไป”

 

“ว่าไงนะ”

..

..

.

.....

 

 

 

/////////////////

 

เช่นเคยไม่ได้เช็คคำผิดนะคะ 

ปล. ทำไมทวงขุดกันมาทุกเรื่องเลยล่ะคะ เค้าก่ะ ว่าจะ

เอาให้จบเป็นเรื่องๆไปแล้วกันเนาะ อันนี้เห็นว่านาน มาลง

ให้ก่อน เอาเป็นว่า จิกกันพอหอมปากหอมคอนะคะ 

 

ปล.2 ไรท์เตอร์บางคนก็ลงให้มันได้ทุกวันสิคะ 

ตั้งเป้าและ 1 เรื่อง 1 เรื่องค่ะ ถ้าลงเค้าก็จะลง wwww 

Share this post


Link to post
Share on other sites

ไรท์ท่านอื่นฟังไว้นะคะ หอมปากหอมคอนะคะ

อย่าจบแบบนี้สิคะ มาต่อไวๆสิคะ โฮฮฮอ

 

แบบรู้สึกอย่างเชียร์ทั้ง เรนะมายุ เรนะยูกิ มายุกิเลยแฮะ

 

แต่ปักธงไว้ก่อนแล้ว อดทน ฮึ่บ ฮึ่บ

 

เค้าเปล่าวขุดนะ :P ถ้าให้ขุด เดี๋ยวมีไปขุดอีกเรื่องแน่นอนนนส์

viki likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites

ลืมไปเลยว่ามีเรื่องนี้ด้วย 555

 

นั่นสิ เรื่องนี้มีวนกันครบคู่เลย พี่เรนะกับน้องมายุน่ารักจัง

 

 

เราคนอ่านอย่างเดียว ไร้พร้อมเขียนเรื่องไหนก่อนก้เรื่องนั้นเลยค่ะ

อัพเรื่องไหนก้ดีใจทั้งนั้น >.<

Share this post


Link to post
Share on other sites

เจาๆๆๆๆๆๆ มายุเรนะ

 

ยูกิเรนะ ก็ได้

 

 

 

///อะไรนะ เรื่องนี้มายุกิเหรอ?

Share this post


Link to post
Share on other sites
จิกกัดได้มุ้งมิ้งมาก!!

กิรินก็ตามใจเรนะมาก...เค้าเชียร์เรนะยูกิล่ะเรื่องนี้!!!

Share this post


Link to post
Share on other sites

ฟิคนี้ขอโบกธงเชียร์เรนะยูกิค่ะ!!! แต่จริงๆมายุเรนะก็มุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งอยู่นะ //เอ๊ะ ตกลงยังไง 5555
 

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอนที่ 4

 

 

..

..

 

 

“ว่าไงนะ”

 

“มายุหายไป....”

 

“หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

“คาดเดาว่าน่าจะไม่เกิน สิบนาทีหลังจากที่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ”

 

“โอเค...เรนะเธอดูเหตุการณ์จากด้านบน มือยังไม่หายดี ลงไปมันจะแย่เอาเปล่าๆ มองหามายุดู ฉันคิดว่ามายุน่าจะลงไปด้านล่าง ตอนนี้น่าจะยังไปได้ไม่ไกล”

 

“ได้..ระวังตัวด้วยนะ”

 

“ได้...ทุกคนมาพบฉันที่ห้องโถงด้านล่างทั้งหมดเดี๋ยวนี้”

 

 

 

...
 

..

 

 

เหตุการณ์ทั้งหมดดูจะฉุกเฉินไม่ใช่เล่น เจ้าหน้าที่ของสวนสนุกนำทางเหล่าบอดี้การ์ดที่ทำหน้าที่ดูแลมายุมารวมตัวกันที่ห้องโถง ก่อนที่ยูกิรินจะกางแผนผังและกำหนดการของ ขบวนพาเหรดเหล่านั้นว่ามีกำหนดการ อะไรยังไงบ้าง

 

“หน่วยที่หนึ่งไปดักรอตรงเครื่องเล่นที่ขบวนจะทำการผ่านและเลี้ยวกลับเพื่อหมุนรูปขบวน หน่วยที่สอง ไปดักรอตรงที่นั่งคนดูที่เป็นสแตนเผื่อคุณหนูจะไปที่นั่น หน่วยที่สามให้ไปค้นหาบริเวณทางเข้าออกของสวนสนุกและพยายามมองหาคนแปลกหน้าหน่วยที่สี่ ออกหาจุดที่เป็นมุมสูงหรือมุมที่ดูเป็นอันตรายต่อการซุ่มยิง ส่วนที่เหลือมากับฉันตกลงตามนี้นะ เราต้องหาคุณหนูให้พบก่อนที่จะมีเรื่องอะไรไม่ดีเกิดขึ้น ย้ำระวังประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย”

 

“ค่ะ/ครับ”

 

“แยกย้ายไปได้”

 

 

ทุกหน่วยแยกย้ายไปตามจุดต่างๆที่ ยูกิรินวางตำแหน่งไว้ ส่วนตัวเองจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆให้พร้อม พร้อมกับส่งสัญญาณให้เรนะที่คอยดูจากด้านบน ให้ส่งสัญญาณทุกเมื่อเมื่อพบสิ่งที่ผิดสังเกตหรือแม้แต่พบตัวมายุแล้วก็ตาม

 

 

“ตามนี้นะเรนะ...ฉันไปก่อนล่ะ”

 

“ระวังตัวด้วยล่ะ...อย่าบุ่มบ่ามล่ะ”

 

“อืม”

 

 

ยูกิรินพร้อมหน่วยตรงไปยังฝูงชนหน้าอาคารทันทีเพื่อค้นหาตัวมายุที่คาดว่าน่าจะหนีออกมาเพื่อมาดูขบวนพาเหรดใกล้ๆ

////ไหนสัญญาแล้วไงว่าจะไม่ห่างจากฉันไงมายุ///

 

 

 

ทุกคนทุกหน่วยเร่งออกตามหามายุกันให้ทั่วงานไปหมด แต่ปริมาณคนที่มาดูขบวนวันนี้ก็มากเสียจนการตามหา ไม่ต่างอะไรกับการงมเข็มในทะเล ทุกอย่างดูแย่ไปหมด ในความคิดของเรนะ

/////เธออยู่ไหนนะมายุ////

 

.

 

..
.

 

 

“อื้อหือมองใกล้ๆนี่มันสุดยอดจริงๆ ให้ตายสิ”

 

 

มายุที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งคนดู ที่ยังพอมีที่ว่างให้ได้นั่งพลาง กินสายไหมที่เพิ่งซื้อมาเมื่อครู่พร้อมกับหน้ากากหนึ่งอันที่เทินไว้บนหัว แสงสีเสียงที่อลังการทำให้ มายุลืมตัวไปเลยว่าการมาที่นี่ของตัวเองนั้นมันมีอันตรายรอบด้าน

 

 

“ว้าว..ขบวนนั้นมีเจ้าหญิงเต็มไปหมดเลย..สวยจัง”

 

 

เสียงปรบมือดังกึกก้องเมื่อขบวนเจ้าหญิงทั้งหลาย ผ่านมายังสแตนที่นั่ง มายุก็เช่นกันลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับความสวยงาม ก่อนจะมีพลุจุดขึ้นบนท้องฟ้าเป็นภาพที่แสนประทับใจของทุกคน

 

 

...ปัง....ปัง...

 

 

เสียงของพลุทำให้ อารมณ์ของยูกิรินตอนนี้พลุ่งพล่านที่สุด เพราะมันอาจเป็นเสียงของปืนก็เป็นได้ แต่ก็พยายามจะไม่พูดอะไรให้มาก และภาวนาให้คำเตือนของท่านทูตไม่เป็นจริงๆ ก่อนที่จะได้ยินสัญญาณจากเรนะดังขึ้นมา

 

 

“ยูกิ ฉันเจอมายุแล้วอยู่ตรงสแตนที่นั่งทางทิศตะวันออก...ฉันจะไปก่อน..เธอรีบตามมานะ”

 

“ระวังตัวด้วยนะเรนะ...”

 

“อืม”

 

“หน่วยสองและหน่วยสามตรงไปยังสแตนทางด้านทิศตะวันออก ตามไปช่วยเรนะ ส่วนหน่วยที่เหลือจับตาคนแปลกหน้าต่อไป อย่าประมาทตรงมุมสูงและจุดอับทั้งหลายเข้าใจตามนี้”

 

“ค่ะ/ครับ”

 

 

ทุกคนได้ยินเสียงของยูกิรินก็ต่างรีบวิ่งไปยังจุดหมายและแน่นอนหนึ่งในนั้นก็ไม่ใช่คนของทั้งยูกิรินและเรนะขานรับด้วยเช่นกัน

 

---“ค่ะ...ฉันจะรีบตามไปเก็บเด็กคนนั้นให้หายไปจากโลกนี้ทันที”---

..

.

.

.

เหล่าบอดี้การ์ดตรงไปยังเป้าหมายที่เรนะบอกไว้รวมทั้งยูกิรินด้วย ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ขบวนโจรสลัดมายังหน้าสแตนทันพร้อมกับเอฟเฟคสุดอลังการถ้ามันไม่ได้ถูกเตรียมการไว้เพื่ออะไรซักอย่าง

 

โจรสลัดด้านบน วิ่งลงจากขบวนตรงมายังสแตนด้านตะวันออกพร้อมกับดาบที่ยาว ตามแบบฉบับ ผู้คนแตกตื่น แต่ก็คิดว่าเป็นการแสดงที่เข้าถึงผู้ชมทุกคน แน่นอนว่านั่นสร้างความตื่นเต้นให้มายุไม่แพ้กัน ถึงกับเด้งขึ้นมาปรบมือและพูดว่าสุดยอด ตลอดวเวลา

.

“สุดยอด..สุดยอดจริง..สุดยอดไปเลย”

 

 

เห็นอย่างนั้นโจรสลัดคนนั้นก็ตรงดิ่งมายังมายุที่ยืนอยู่ได้ตั้งตัวอะไร ก่อนจะได้ยินเสียงของเรนะดังขึ้นมาทันพอดี

 

“มายุ.....ก้มลง”

.......ฟึบ.....

 

 

เสียงดาบที่ฟาดผ่านลมไปเฉียดตัวมายุไปเล็กน้อยเมื่อก้มลง ก่อนที่เรนะจะวิ่งมายังสแตนพร้อมกับถีบเต็มหน้าอกของคนร้ายและจับแขนมายุวิ่งทันที

 

 

“วิ่ง..”

 

 

คำเดียวที่เรนะพูดก่อนจะกระชากแขนมายุให้วิ่งออกจากจุดส่วนคนร้ายที่เห็นอย่างนั้นก็รีบลุกและวิ่งไล่ตามทันที  แน่นอนว่าผู้คนมากมายทำให้การวิ่งหนีและวิ่งตามเป็นไปอย่างทุลักทุเล และอีกอย่างคนร้ายไม่ได้มาแค่หนึ่ง

 

จู่ๆพลุก็ถูกจุดขึ้นบนท้องฟ้าทำให้ทุกคนมองไปยังท้องฟ้าหมด แต่มันกลับมาเสียงลูกโป่งแตกใกล้ๆกับที่เรนะและมายุกำลังวิ่งตรงไป

 

 

.....ปัง....ปัง...

 

 

“ยูกิ อยู่ไหน.....ช่วยหน่อยมุมสูงจากที่ไหนซักแห่งตอนนี้กำลังโดนเล่นงานอยู่ทางทิศตะวันออกวิ่งออกมาทางทิศใต้”

 

“เรนะ.....เป็นอะไรไหม..หน่วยที่หนึ่งและสี่มองหน้าเป้าหมายที่เล็งเป้าจากที่สูงไปยังสี่นาฬิกา  กลุ่มที่สองตรงไปยังขบวนที่เป็นโจรสลัดเพื่อขอให้หยุดขบวนและตามหาเผื่อมีคนร้ายในขบวนอีก ส่วนกลุ่มที่สามตามเรนะไปทางทิศใต้ด่วน”

 

“ค่ะ/ครับ”

 

ทุกคนวิ่งไปยังตามคำบอกของยูกิรินส่วนทางด้านยูกิรินเองก็พยายามฝ่าฝูงชนที่ตอนนี้ไหลตัวเองให้มาอยู่บริเวณลานตรงกลาง ทำให้ขยับตัวยังลำบาก

///รอก่อนนะเรนะ...รอฉันก่อน///

..

 

..

 

.

 

“เรนะ”

 

“ว่าไง”

 

“ฉันขอโทษ”

 

“เก็บคำขอโทษไว้ตอนที่เราหนีพวกนั้นให้ได้ก่อนเถอะ”

 

 

เรนะที่พามายุหลุดจากฝูงชนมาได้ก็วิ่งออกมาทางด้านลานทางด้านทิศใต้ที่ไม่มีขบวนผ่าน แต่ก็กลายเป็นลานโล่งเกินไป อาจทำให้ไม่ปลอดภัย ซึ่งแน่นอนเรื่องนั้นเรนะรู้ดี แต่ว่าทางที่วิ่งง่ายที่สุดและทำให้มายุ มีแรงวิ่งตามตัวเองมากที่สุดคือลานทิศใต้นี้

 

ในมือของเรนะตอนนี้มีอาวุธแค่ปืนหนึ่งกระบอกเท่านั้น ส่วนทางด้านมายุที่วิ่งมาตลอดตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ไหวแล้วที่จะวิ่งต่อไป สิ่งแรกที่เห็นคือร้านขายของตรงหน้าที่ปิดทำการไปแล้ว เรนะวิ่งตรงไปที่ร้านและไปหลบด้านข้าง

..

 

คนร้ายที่วิ่งตามมาประมาณ สามคนต่างพากันวิ่งหาเรนะและมายุทั้งหมด ก่อนที่เสียงหอบของมายุจะดังเกินกว่าที่จำเป็น เรนะพลางต้องเอามือปิดปากของมายุและยกปืนขึ้นมาเผื่อคนร้ายจะได้ยินแล้ว

 

..

 

 

“หายไปไหนว่ะ...เมื่อกี้ยังเห็นอยู่เลย”

 

“แกไปหาทางโน้นสิ....แล้วบอกไอ่พวกขบวนออกมาแล้วมาทางลานทิศใต้ ฉันว่ามันต้องอยู่แถวๆนี้แหละ”

 

 

 

คนร้ายวิ่งวุ่นไปทั่ว  ทางด้านฝั่งเรนะที่ยังคงหลบในมุมมืดของข้างร้านขายของ ซึ่งมีเพียงกล่องที่ไม่ใช้แล้วของร้านบดบังอยู่ และไม่ได้ยินเสียงมายุที่หอบเหนื่อยแล้วจึงปล่อยมือที่ปิดปากมายุไว้  แต่ทว่า

 

 

“เรนะ...เลือด”

 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...แผลน่าจะฉีกตอนจับราวเหล็กเมื่อกี้”

 

“แต่มันไหลเยอะมากเลยนะ”

 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...เงียบก่อนเดี๋ยวพวกมันได้ยิน”

 

 

 

มายุไม่ได้พูดอะไรต่อก่อนจะค่อยๆขยับตัวและหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองจากกระเป๋าเสื้อนอก และซับไปที่มือของเรนะ ซึ่งทำให้เรนะตกใจเล็กน้อยแต่ก็พอที่จะทำให้เรนะหายโกรธเรื่องที่หนีออกมาด้านนอกโดยไม่ได้บอกเรนะ จนเกิดเรื่องขึ้น

 

ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่ก็นานพอที่จะทำให้เหล่าคนร้ายเปลี่ยนสถานที่ไปหา เรนะและมายุด้านอื่น เสียงฝีเท้าทุกอย่างเงียบลงมาซักพัก ทำให้เรนะมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้แล้วก่อนที่เรนะจะส่งสัญญาณเรียกถามยูกิริน

 

 

 

“ยูกิ...เธออยู่ไหน”

 

“เรนะ...ไม่เป็นไรใช่ไหม....ฉันกำลังมุ่งไปทางลานทิศใต้”

 

“ฉันอยู่ข้างร้านขายของมาเร็วๆหน่อยดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่อยู่บริเวณนี้แล้ว แต่ฉันยังไม่อยากออกไปทั้งๆที่ยังไม่มีกำลังคน”

 

“ทราบแล้ว..กำลังรีบไป”

 

 

ทางด้านยูกิรินที่หลุดพ้นฝูงชนมาได้ ก็วิ่งตรงมายังที่เรนะบอก แต่ไม่ถึงนาที เสียงวิทยุของเรนะก็ดังด้วยเสียงที่ยูกิรินแทบจะอยากหายตัวไปอยู่ตรงนั้นทันที

 

..

 

..

 

 

“มาหลบตรงนี้เอง”

 

ปัง....ปัง.............................

 

ไม่รู้ว่าเหตุผลใดที่ทำให้คนร้ายหาเรนะและมายุเจอแต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาตั้งหาเหตุผลกันแล้ว เสียงปลายสายกำลังมีเสียงปืนดังพร้อมกับพลุของงานเริ่มพอดี

 

 

 

 

“เรนะ...เรนะ..”

 

…………..

 

บึ้ม.......................

 

 

..........ซ่า..............ปรี๊ด..................

 

“โอ๊ย....โถ่ว......”

 

 

 

 

 

ยูกิรินที่จู่ๆ หูฟังของเค้าก็ใช้การไม่ได้ ไฟทุกอย่างในงานดับลงทั้งหมด 

 

 

 

“งานเข้าล่ะ...”

 

 

 

คนในงานเริ่มแตกตื่นกันยกใหญ่  หลังจากที่เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ใดๆก็ใช้ไม่ได้ ไฟก็มาดับลง และเสียงปืนนั่นก็ยิ่งทำให้ ใจยูกิยิ่งหวั่นก่อนจะออกคำสั่งให้ลูกน้องของตัวเองไปจัดการเรื่องเสียงระเบิดส่วนตัวเองจะวิ่งไปทางเรนะ ก่อน

 

////อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปเลยนะเรนะ../////

 

 

“อีเอ็มพีงั้นหรอ”

 

 

เรนะหลังจากที่ยิงร้ายที่มาพบตัวเองกับมายุก็ทิ้งหูฟังทันทีเมื่อได้ยินเสียงหวีดก่อนจะรู้เรื่องได้ทันทีหลังจากไฟฟ้าทั้งหมดดับลงและเครื่องมือสื่อสารใดๆก็ใช้ไม่ได้

 

 

เสียงผู้คนในงานเริ่มแตกตื่นกันไปใหญ่เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ทั้งผู้คนที่มาดูขบวน พนักงานรวมไปถึงเจ้าหน้าพาเหรดทั้งหลาย ก่อนที่พลุของทางการแสดงจู่ๆก็ถูกจุดขึ้นหลายนัด ซึ่งสร้างจุดสนใจได้เป็นอย่างดีเพื่อกลบเสียงอะไรบางอย่าง

 

 

 

ปัง...............ปัง......................ปัง................

 

 

 

เสียงของปืนที่ดังเป็นระยะ ปนเปกับเสียงของการระเบิดของพลุ ยูกิรินมาถึงยังลานทิศใต้สำเร็จแต่กลับไม่เหลือคนอยู่เลยก่อนจะเห็นเงาของคนวิ่งลิบๆไปทางใต้สุดของลาน และเมื่อดอกไม้ไฟสว่าง นั่นยิ่งทำให้มั่นใจว่านั่นคือเรนะและมายุซึ่งกำลังวิ่งกลุ่มคนที่แต่งตัวแฟนซีอยู่

 

 

“เรนะ....”

 

 

 

ยูกิรินวิ่งตรงดิ่งไปทางที่เรนะและมายุกำลังวิ่ง ก่อนจะยิงสวนไปทันทีที่คนร้ายยกปืนขึ้นมาเพื่อเล็งไปยังเรนะที่กำลัววิ่ง

 

 

ปัง..................ปัง..............

 

 

 

เรนะหันไปมองเพื่อจะยิงสวนก็พบว่าคนร้านกำลังล้มพับลงและอีกคนที่เปลี่ยนทิศทางวิ่งหนีไปอีกทาง และรอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าเมื่อมองเห็นใครบางคนถือปืนวิ่งมาทางที่เรนะที่กำลังหยุดรออยู่

 

 

 

“ยูกิ”

 

“เรนะ...หมอบลง”

 

ปัง...ปัง

 

 

เสียงปืนดังขึ้นสองนัดติดกันก่อนที่จะได้ยินเสียงคนล้มใส่พุ่มไม้ คนร้ายที่วิ่งอ้อมมาดักด้านหลังเพื่อหลบยูกิรินและดักหน้ามายุและเรนะ ซึ่งพลุช่วยไว้ทำให้ยูกิรินมองเห็นทันพอดี

 

 

ยูกิรินวิ่งกึ่งหมอบตรงมายังเรนะและมายุที่กำลังหมอบอยู่ก่อนจะแสดงอาการเหนื่อยหอบให้เห็นว่ารีบมามากแค่ไหน

 

 

“เธอสองคนไม่เป็นไรใช่ไหม”

 

“อืม....คนอื่นล่ะ”

 

“ติดต่อไม่ได้....ระเบิดอีเอ็มพีสินะ”

 

“น่าจะใช่....รัศมีน่าจะไม่ไกลมากเพราะยังเห็นแสงไฟของฝั่งแม่น้ำด้านโน้นนะ”

 

“งานนี้ไม่ใช่เล่นแล้ว....ออกจากที่นี่ให้ได้ก่อนเถอะ...เหมือนว่าจะมีคนซุ่มด้านบนที่ยังจับตัวไม่ได้...อีกอย่างพวกที่ซ่อนอยู่เราก็ไม่รู้จำนวนคน...คนอื่นก็ติดต่อไม่ได้..ยังไงก็หลบไปที่ถนนใกล้ๆก่อนแล้วกัน...น่าจะพอมีรถอะไรให้เราหนีไปได้บ้าง”

 

“เข้าใจแล้ว”

 

 

 

ทุกอย่างดูรวดเร็วและผิดไปจากที่มายุคิดไว้มาก ในใจตอนนี้มีแต่เรื่องอกสั่นหวั่นไหว จะหนีรอดไหม คนสองคนนี้จะคุ้มครองเค้าได้ไหม แล้วจะมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเองไหม มีแต่เรื่องให้คิดเต็มไปหมดก่อนที่จะเกิดอาการคลื่นไส้ขึ้นมาทันทีทำให้ มีลักษณะจะอาเจียนออกมา

 

 

..

..

 

 

“เรนะ....อะ...อ่ะ........อ๊วกกกกกก....”

 

“มายุ”
 

 

 

เรนะที่เห็นอาการมายุที่อาเจียนออกมา ทำให้รู้ว่าเด็กสาวตรงหน้า จะให้วิ่งเร็วๆแบบเมื่อกี้คงไม่ไหวแน่ เลยตัดสินใจบอกให้ยูกิรินหาสถานที่พอหลบซ่อนตัวรอให้มายุอาการดีกว่านี้ค่อยหนีไปคงดีกว่า

 

 

“ได้.....แต่ตรงนี้คงไม่ปลอดภัยเท่าไหร่ หลบขึ้นไปทางทิศตะวันตกที่เป็นชิงช้าสวรรค์ก่อนแล้วกัน”

 

“อืม...ไหวนะมายุ”

 

 

เรนะที่ค่อยๆ ประคองมายุที่ยังคงมีอาการวิงเวียน โดยมียูกิรินคอยระวังหลังและรอบข้างไว้ให้ ทั้งสามคนๆค่อยพาตัวเองมายังซุ้มของชิงช้าสวรรค์ก่อนจะให้มายุนั่งลงด้านข้างของซุ้มนั้น โดยมีเรนะคอยใช้มืดพัดให้อากาศมายุ ส่วนยูกิรินก็ยืนป้องกันไว้ให้อยู่

..

 

..

 

 

“ไหวไหม...มายุ”

 

“ไหวค่ะ....เดี๋ยวเราไปกันต่อเลยดีกว่า”

 

‘อย่ามาทำปากดี

 

 

ยูกิรินพูดในประโยคท้าย ทั้งที่มือยังถือปืนแต่ก็ยังหันกลับมาต่อว่ามายุไม่ขาด แน่นอนว่าทำให้ มายุจู่ๆก็ลุกขึ้นมาโหวกเหวกโวยวายตามประสาคุณหนูไม่ทิ้งลายแน่นอน

 

 

“ฉันสบายดี.....จะไปกันต่อได้หรือยังหา....”

 

“เบาๆสิ..กลัวไม่รู้หรือไงว่าพวกเราอยู่ตรงนี้”

 

“ไหนว่าเก่งนักหนา...ปากดีอย่างนี้โชว์ให้ดูหน่อยสิ..ยัยป้าบ้า..โอ๊ะอ้าอี้อี๊....”

 

 

 

เรนะลุกขึ้นมาปิดปากมายุก่อนจะกดหัวให้ก้มลง ส่วนยูกิรินต้องรีบจ้องมองไปให้ทั่วเพราะเหมือนได้ยินเสียงฝีเท้าของคนหลายคนพุ่งตรงมาตรงนี้ทันทีหลังจากที่เสียงตะโกนของมายุดังลั่นไปทั่ว บริเวณที่แสนจะเงียบสงัด

 

แต่ไม่นานสิ่งที่ยูกิรินและเรนะรอ.......ก็เห็นผล

 

 

..

..

 

“ฉันได้ยินเสียงจากตรงนี้ส่งสัญญาณให้พวกที่อยู่บนตึกส่องกล้องจับหาความร้อนแถวๆนี้หน่อย”

“ครับ”

 

“คิดว่าจะหนีไปไหนพ้นหรือไง”

 

..

..

 

 

 

คนร้ายที่ตามมาจากเสียงสั่งการให้อีกกลุ่มที่มีกล้องจับความร้อนส่องมายังบริเวณที่ได้ยินเสียง แต่นอนมันต้องใช้เวลาเพราะมันไกลจากจุดที่ประจำการอยู่มาก ยูกิรินกระชับปืนในมือแน่นก่อนจะเตรียมพร้อมลุยเต็มที่ ส่วนด้านเรนะจับปืนแน่นพลางดันมายุที่ตอนนี้เนื้อตัวสั่นเทาไปหมด ..ให้ไปอยู่ด้านหลังของตัวเอง

 

“ถ้าพวกมันเจอพวกเราอยู่ด้วย...ทุกอย่างจะจบ...เราควรแยกกันไป...เรนะพามายุไปถนนให้เร็วที่สุด.คิดว่าคนของเราน่าจะตามมาที่นี่อีกไม่นาน ฉันจะล่อพวกไปอีกทาง..ตามนี้นะ”

 

“ยูกิ...มันเสี่ยงไปนะเราไม่รู้จำนวนมันเลยนะ”

 

“เราจะให้มายุมาเสี่ยงตรงนี้ไม่ได้..เรนะทำตามที่ฉันบอก...”

 

“ยูกิ”

 

 

 

ยูกิรินทำท่าสัญญาณมือที่คุ้นเคย ซึ่งแน่นอนว่าเรนะเข้าใจว่ามันคืออะไร...ขยับตัวเองให้ดันเข้าไปด้านในของซุ้มเพื่อไม่ให้ใครมองเห็น และรอสัญญาณของยูกิรินเพื่อล่อพวกคนร้ายให้เปลี่ยนทิศ

 

 

“โชคดี”

 

 

ยูกิรินวิ่งออกจากจุดซ่อนตัว พลางยิงไปที่กลุ่มของคนร้ายที่เดินวนเวียนแถวนั้น ซึ่งแน่นอนทำให้คนร้ายทั้งกลุ่มวิ่งตามยูกิรินไปทันที

 

ปัง.....ปัง.....ปัง.....ปัง.....ปัง.....ปัง.....ปัง.....ปัง

 

 

เสียงปืนดังหลายนัดแต่ก็ขยับไกลห่างออกจากจุดที่เรนะและมายุอยู่ไปเรื่อยๆ ในใจเรนะก็ไว้ใจ แต่ก็ด้วยเหตุการณ์มันก็อดหวั่นใจไม่ได้ ก่อนจะลืมทุกอย่างและต้องรีบพามายุไปยังที่ปลอดภัยให้เร็วที่สุดก่อน

 

 

“ไปกันได้แล้ว...พร้อมนะมายุ”

 

..

 

 

มายุพยักหน้ารับเบาๆ และเตรียมใจวิ่งอีกครั้ง แต่ไม่ทันที่จะได้วิ่งออกไปไหน เรนะก็ต้องหยุดนิ่งไปก่อนเพราะมีปลายกระบอกปืนจ่อมายังมายุและเรนะ อยู่ตรงหน้า ด้วยความมืดทำให้มองไม่เห็นใบหน้า แต่พริบตาที่พลุถูกจุดให้สว่าง ใบหน้าของคนร้ายที่ยังคงจ่อปืนไม่ให้เรนะและมายุขยับก็เผยโฉม

 

 

“ซายากะ”

 

 

เสียงเดียวที่เรนะหลุดออกมาเมื่อมองเห็นหน้าลูกน้องของตัวเองที่ทำงานด้วยกันมานาน แต่กลับกลายมาเป็นหนอนบ่อนไส้ของกลุ่มซะอย่างนั้น

 

 

 

“ใช่...หัวหน้ามัตสึอิ...อ๊ะ...อย่าตุกติกนะคะ..ฉันยิงแม่นคุณก็รู้”

 

“ทำไมถึงแบบนี้”

.

 

 

บทสนทนาดำเนินไปเรื่อยๆ พร้อมกับการออกมาจากที่หลบซ่อนอย่างช้าๆของเรนะและมายุ ก่อนที่ซายากะจะให้ลูกน้องเข้าไปเอาปืนจากมือของเรนะออกมา เพื่อไม่ให้ตุกติกหรือเล่นแง่กับตนได้

 

 

“มันมีเหตุผลน่ะค่ะ...พ่อของฉันทำงานให้กับพวกเค้า..และตอนนี้กำลังโดนจับตัวอยู่เพื่อแลกกับชีวิตของเด็กผู้หญิงคนนั้นฉันต้องทำมัน”

 

“แต่เธอบอกเราเพื่อไปช่วยพ่อได้นิไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้”

 

“ไม่มีทางหรอกค่ะ...หนทางที่แลกเปลี่ยนคือเด็กคนนี้ตายกับพ่อของฉันตายเท่านั้น..”

 

“แต่นั่นไม่ใช่ทางเลือกนะ...เด็กคนนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วยเธอเป็นแค่เหยื่อ...ของคนพวกนั้น..เธอก็เข้าใจมันดีนิ”

 

“ฉันจะไม่ยอมให้พ่อต้องเป็นอะไรไปแน่นอน”

 

“ซายากะ”

 

“เลิกหว่านล้อมได้แล้วค่ะ..ฉันไม่ใช่คนร้ายที่ไม่รู้วิธีการของคุณหรอกนะคะ...คำพูดพวกนั้นเปลี่ยนใจฉันไม่ได้หรอกนะ”

 

 

ซายากะเดินเข้ามาใกล้เรนะ เรื่อยๆ แน่นอนว่าปลายกระบอกปืนยังคงเล็งตรงมายังตัวของเรนะ ก่อนที่เหตุการณ์บางอย่างจะเกิดขึ้น

 

 

ปัง.....ปัง.....ปัง.....ปัง.....ปัง.....ปัง.....ปัง.....ปัง

 

 

เสียงปืนหลายนัดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนได้ยินเสียงการต่อสู้กัน....เรนะรีบกระโดดกลับเข้าซุ้มที่เพิ่งเดินออกมาพลางกอดมายุแน่นโดยตัวเองเป็นฝ่ายอยู่ด้านบน 

 

และเสียงปืนที่ดังนั้นคือฝ่ายของเรนะและยูกิรินที่ตามมาทัน กำลังยิงต่อสู้กัน โดยมียูกิรินที่วิ่งกลับมาหลังจากล่อคนร้ายไปทางอื่นได้แล้ว ยิงสวนกลับมา โดยพยายามยิงที่ขาคนร้ายเป็นหลัก เสียงปืนดังอย่างต่อเนื่อง ซายากะที่โดนยิงเข้าที่ขาสั่งการให้ลูกน้อง พาตัวเองออกจากจุดนี้เพราะตัวเองรู้ดีว่า ถ้าทีมมายังจุดนี้ครบคงต้านไม่ไหวแน่ จึงสั่งการให้ สไนท์เปอร์ยิงคุ้มกันให้จากที่สูงเพื่อให้พาตัวเองหนีออกจากที่นั่นก่อน

 

 

“หนีไม่พ้นหรอกนะ...ฉันจะไม่ทำอะไรถ้าเธอมีเหตุผลพอ”

 

“หัวหน้ายูกิไม่ต้องห่วง...เพราะจะไม่มีวันจับฉันได้หรอกค่ะ”

 

“ซายากะ..เธอไม่ใช่คนอย่างนี้นิ”

 

“หัวหน้าคงต้องกลับไปเข้าเรียนใหม่อีกครั้งเรื่องสังเกตการณ์ใหม่แล้วล่ะค่ะ”

 

“..............”

 

 

 

ซายากะไม่ได้พูดอะไรต่อ ส่วนทางด้านยูกิรินที่หลบอยู่หลังรูปปั้นก็โดนกระหน่ำยิงจากระยะไกลและใกล้ ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลงพร้อมกับเสียงพลุที่หยุดลง ยูกิรินพยายามที่จะมองหาการเล็งจากระยะไกลแต่ก็เกินเอื้อมมันมืดเสียจนทำอะไรไม่ได้

 

ยูกิรินค่อยๆออกจากที่ซ่อนอย่างระวังตัว เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรแล้วก็วิ่งตรงไปยังที่อยู่ของเรนะและมายุทันที

 

 

“เรนะ...คุณหนู...เรนะ...คุณหนู........สลบไปแล้ว..”

 

 

ยูกิรินที่ตรงไปยังคนที่นอนกอดกันอยู่กับพื้นก่อนจะยกร่างของเรนะและมายุขึ้นมาเพื่อเรียกสติ แต่ก็พบว่าทั้งสองคนสลบไปแล้ว ก่อนที่ยูกิรินจะเรียกให้ลูกน้องออกไปเรียกรถและพาทั้งสองคนกลับไปยังโรงแรม โดยที่เกิดเหตุเมื่อถึงโรงแรมยูกิรินก็จัดการโทรยังหน่วยกลางให้ลงไปเคลียร์พื้นที่ให้ด้วย

 

เหตุการณ์ผ่านไป หมอและพยาบาลถูกนำตัวมายังโรงแรมและทำการตรวจเช็คทั้ง มายุและเรนะ โดยมียูกิรินและซัซซี่คอยยืนเฝ้าอยู่ ผลออกมาทั้งคู่ปลอดภัยดี อาจมีเพียงแผลที่อักเสบของเรนะเท่านั้นที่ต้องให้ระวังไม่ให้แผลฉีกขาดอีก และก็รอยพกช้ำทั่วไป

 

..

 

 

.

 

มายุนอนพักโดยมีซัซซี่เฝ้าอยู่ในห้อง ส่วนเรนะถูกนำตัวมายังห้องของตัวเองโดยมียูกิรินคอยเฝ้าไข้อยู่ไม่ห่าง

 

 

“ฉันว่าบางที ฉันอยากคุยให้เธอเลิกทำงานนี้คงจะดีนะเรนะ”

 

 

ยูกิรินจับนั่งมองใบหน้าที่ซีดเซียวของเพื่อนรักตรงหน้า ปากก็เอ่ยความในใจที่ไม่กล้าบอกให้เรนะรับรู้ แต่ก็คงได้แค่คิดว่าเพราะคนที่คิดจะทำงานสายนี้ก็คือเรนะ คงจะยากถ้าจะให้เธอเลิกทำมันซะ

 

 

..

..

 

“งานนี้เธอพลาดนะ...รู้ไหมว่าต้องเสียหายไปเท่าไหร่”

 

“ขอโทษค่ะท่าน..ไม่คิดว่าทุกอย่างมันจะดูเป็นใจขนาดนี้”

 

“งานนี้ผมถือว่าคุณคือคนสำคัญขององค์กร...งานหน้าอย่าให้พลาดล่ะ..เพราะคุณจะไม่มีโอกาสได้พูดอีกเป็นครั้งที่สอง”

 

“ค่ะท่าน...งานหน้าฉันจะไม่พลาดค่ะ”

 

ปลายสายตัดสายไปโดยที่คนที่ถือโทรศัพท์ได้แต่กำโทรศัพท์มือถือแน่น

/////มันจะไม่โชคดีอย่างนี้เสมอไปหรอกนะ..วาตานาเบะ/////

..

.

 

.

 

“ค่ะท่าน..ต้องขอประทานโทษอย่างสูงค่ะ”

 

“ไม่เป็นไร..ลูกผมปลอดภัยดีนะ”

 

“ค่ะ....ไม่เป็นอะไรมาก แค่เหนื่อยแล้วก็เครียด ตอนนี้พักผ่อนที่ห้องอยู่ค่ะ”

 

“ขอบคุณนะ...ทุกคนคงเหนื่อยแย่”

 

“ต้องขออภัยอีกครั้งที่ทำให้มันวุ่นวาย...”

 

“ไม่หรอก เพราะผมต่างหากที่ทำให้พวกคุณต้องวุ่นวาย...แต่เรื่องทุกอย่างใกล้จะจบลงแล้วล่ะ...ผมฝากลูกผมด้วยนะคุณคาชิวากิ”

 

“ค่ะท่าน...ด้วยชีวิตเลยค่ะ”

 

“ขอบคุณครับ”

..

..

 

ยูกิรินโทรรายงานท่านทูตที่ฝรั่งเศสทันทีเมื่อมีโอกาส เพราะคิดว่าข่าวคงปิดได้ไม่มิดเท่าไหร่ แต่พอจะทำให้ข่าวนั้นเปลี่ยนเป็นข่าวธรรมดาไปได้ ไม่ใช่เรื่องขัดแย้งระดับประเทศชาติ ยูกิรินได้แต่นึกในใจ พลางมองไปยังวิวเมืองโตเกียวยามค่ำคืนที่ได้ยินเสียงรถไซเรนของตำรวจบ้าง รถดับเพลิงบ้างวุ่นวายไม่แพ้กลางวัน

 

////วุ่นวายจังนะ...เรื่องนี้//////

 

 

 

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตื่นเต้นดีค่ะ วิ่งหนีกระสุนกันกระจาย ><

ย้วยนี้ป่วนจริง - -" 3pที่คู่ควรค่ะ 

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now