[Fic] Onee-san daisuki! (Miyuki+sayaka,Paru+yui)[Rate-R] chap'8 30/06/2014

101 posts in this topic

เรื่องนี้ มิลกี้ เมะนะฮะ

 

พารุก็เมะ

 

ไม่รู้แหวกไปรึเปล่า หุๆ

 

 

 

 

 

[おねえさん ~ ] 

 

 

 

 

Chapter 1     น้องสาว                                   

 

                                                                             

 

                                                                                                               

+   +   +   +   +   +

 

 

 

 

 

[Sayanee talk]

 

 

 

 

งานแต่งงานใหม่ของแม่ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อสามวันก่อน... อันมีฉันป่วนเกือบตลอดทั้งงาน พยายามทำอะไรก็ตามที่ให้บ่าวสาวอับอาย แต่กลายเป็นฉันอายแทนซะงั้น เป็นทอร์คออฟเดอะทาวเลยเถอะ เหตุเพราะกะจะแกล้งสะดุดเอาเครื่องดื่มหกเลอะตัวพ่อใหม่ ฉันดันเสล่อสะดุดก่อนจริงๆจนน้ำอดลมเทกระจาดจาดหกรดเด็กสาวคนนึงเสียก่อน

 

 

 

 

“ซุ่มซ่ามนะ..หึ....หรือเรียกร้องความสนใจจากฉันกันล่ะ?..”

 

 

 

 

สาบานว่าเกิดมาไม่เคยเจอใครหลงตัวเองเท่านี้ ฉันก็เดือดสิ เราจ้องหน้ากันเหมือนหวิดจะวางมวยกลางงานแต่งงาน

 

เชอะ..แต่ระดับยามาโมโตะ ซายากะ ไม่ลดตัวไปทำร้ายใครหรอก และฉันก็ไม่ใช่คนพูดมาก เที่ยวด่ากราดใครเวลาโมโห สิ่งที่ฉันทำก็คือแช่งเธอในใจอย่างเมามันส์

 

 

 

 

“จะสายแล้วนะลูก! มัวแต่ทำอะไรอยู่น่ะ!!”

 

 

 

 

เสียงแม่ตะโกนเตือนทำให้ร่างบางรีบกวาดข้าวของลงกระเป๋าลวกๆ และถลาวิ่งตึงตังลงมาจากชั้นสอง และยังไม่ทันที่มารดาจะอ้าปากพูดอะไรเพิ่มเติม ลูกสาวสุดที่รักก็หยิบขนมปังปิ้งไปคาบในปาก เห็นได้ชัดว่าชั่วโมงเร่งรีบเธอทานอาหารมื้อเช้าแบบปกติไม่ทันแน่ๆ

 

 

 

 

“แล้วจะรีบกลับบ้านนะคะ”

สาวน้อยกล่าวลาอยู่หน้าประตูระหว่างใส่รองเท้า เสียงฟังอู้อี้เพราะเคี้ยวขนมปังจนแก้มตุ่ย

 

 

 

“อย่ามัวไปเถลไถลที่ไหนนะ..เอ้อ เย็นนี้ คุณวาตานาเบะจะย้ายเข้ามาอยู่บ้านเราแล้วนะ”มารดารีบพูด แต่เมื่อปลายตามองเห็นประตูบ้านเป็นอ้าซ่า และไร้ร่างลูก คนเป็นแม่ก็ได้แต่ถอนใจเฮือกใหญ่อยู่ที่โต๊ะทานอาหารคนเดียวด้วยสีหน้าปลงๆ

 

 

 

“ตายโหง...ถ้าขึ้นไม่ทันรถไฟรอบนี้...คงได้โดนทำโทษไปวิ่งรอบสนามแต่เช้าล่ะ หยึย ไม่เอานะ แค่นึกก็สยองล่ะ..”

นึกตามพลันขนลุก รีบเร่งฝีเท้าวิ่งสู้ฟัดแข่งกับเวลา มุ่งไปยังสถานีรถไฟแถวละแวกบ้าน เสมือนเป็นภาพสโลวโมชั่นที่เห็นประตูอัตโนมัติค่อยๆเลื่อนปิด ฉันยิ่งกัดฟันวิ่ง โนววว อย่าทำร้ายกันอย่างนี้นะไอ้รถไฟเฮงซวย!!

 

 

 

 

ปึก!

“ขะ ขอโทษค่ะ”ฉันทันชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด แต่พุ่งชนตาลุงมาดเฮี้ยบที่อยู่ใกล้ประตูเต็มรัก คล้ายว่าอีตานี่ถ้าฆ่าฉันผ่านการมองได้ เขาคงฆ่าฉันคนแรกอ่ะ

 

 

 

เออ ไม่ต้องห่วงลุง ถ้าฉันมีสกิลนั้น ฉันก็เลือกฆ่าลุงคนแรกเหมือนกัน เจ๊ากันไปเนอะ!

 

 

 

โอยร้อน คนแน่นชะมัด ฉันหายใจไม่สะดวกเลยเพราะมีคนคอยแย่งหายใจอยู่เยอะเยอะรอบตัว ผู้คนเบียดเสียดอัดแน่นกัน

 

 

เหมือนปลากระป๋องก็ไม่ปาน ขยับนิดเดียวก็ไปสัมผัสคนข้างๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเช้าก็มัวแต่หงุดหงิดเรื่องหล่อนคนนั้นจนลืมมองเวลา

 

 

 

แต่งตัวชักช้าจนได้เรื่องเสียเหงื่อแต่เช้า ฉันอยากกระพือเสื้อเป็นบ้า  คงจะเย็นกว่าเดิมไม่น้อย พอไปถึงโรงเรียนเดาได้เลยว่าเพื่อนสนิทหัวเราะเยาะกันชัวร์กับสภาพฉัน

 

 

 

“อุ..”ร่างอรชรเผลออุทานเมื่ออยู่ๆมีมือหยาบแตะไล้เรียวขา ใบหน้าสวยหันขวับไปมองต้นตออย่างหมายมาดจะเอาเรื่อง

 

 

 

“งายยย แหมดูทำหน้าเข้า…”หนุ่มน้อยหัวเราะคิกคิกกับปฏิกิริยาของซายากะ หรือที่เขามักเรียกเธอว่าซายาเน่

 

 

 

“ดีใจใหญ่เลย มีผู้ชายลวนลาม”

 

 

 

“ดีใจพ่อง!”ฉันสวน เปรียบเสมือนการทักทาย ริวจิทำท่าจะเอื้อมมือมาบีบคอฉัน ฉันเบี่ยงตัว มุดหลบไปยังทิศตรงข้ามทำหน้ากวนเบื้องล่างใส่ เป็นเพราะฉันเป็นผู้หญิง การจะขยับเบียดกับคนอื่นๆเขาเลยไม่มองว่าฉันเป็นพวกโรคจิต แต่กับผู้ชายหากทำอย่างนั้นจะถูกประณามทางสายตา ถูกมองว่าเป็นโรคจิต

 

 

 

ฉันหอบฮั่ก กระพือเสื้อเพื่อระบายความร้อน เมื่อพาร่างมาหย่อนที่โต๊ะประจำภายในห้องเรียนเรียบร้อยดีแล้ว วิ่งแซงครูประจำชั้นตรงโถงทางเดินอันชี้ชัดว่าเกือบไปแล้วจริงๆเช้านี้

 

 

 

“มัวแต่ดูหนังโป๊จนดึก ฉันบอกแล้วไงให้เพลาๆหน่อยซายาเน่”

คนนั่งติดมาถึงก็ปากพล่อยใส่ ฉันแหล่มอง ไม่มีกระจิตกระใจตอบโต้ เพราะยังเหนื่อยจนแทบขาดใจ หล่อนคือเพื่อนสนิทฉัน

เอง ปกติมันออกจะเงียบจนหลอน พอสนิทขึ้นมาล่ะเอื๊อมเอือม

 

 

 

 

“ทะลึ่ง…”ฉันเอ่ยปราม

พารุหัวเราะหึๆในลำคอ รูปกายของเธอเหมือนเจ้าหญิงดีๆนี่เอง หน้าตาน่ารักพริ้มเพรา วันวาเลนไทน์เธอได้ช็อกโกแลตจากหนุ่มๆเยอะมาก ส่วนฉันเหรอ...ไม่อยากจะพูด

 

 

 

มีแต่ผู้หญิงให้ T-T  ที่เด็ดกว่านั้นคือส่วนใหญ่บอบบาง น่าถนุถนอมหน้าตาน่าเอ็นดูชนิดที่ฉันนึกอิจฉา กิริยาอ่อนช้อยน่าจับเข้าไปส่งประกวดมารยาทซะ ฉัน...เงิบ 

 

 

 

“ทำไมห้องเรียนถึงสกปรกแบบนี้ กรุณาลุกขึ้นมาจัดการ”ครูประจำชั้นที่หมายจะเข้ามาโฮมรูมวางอำนาจกดดันนักเรียนเมื่อเห็นสภาพพื้นห้อง  เศษยางลบ ดินสอหักๆ เศษกระดาษ ประปรายกระจายกันอย่างสวยงาม

 

 

 

“โธ่จารย์คร้าบ”ฉันเห็นผ่านหางตาว่าริวจิมันเขยื้อนตัวช้ากว่าชาวบ้าน ส่งเสียงโอดครวญใส่อาจารย์ยูกิอย่างกล้าหาญชาญชัย 

 

 

 

เป็นปกติอยู่แล้วที่ห้องจะโสโครกเพราะพวกผู้ชายชอบขยำกระดาษปาหัวกันไปมาโดยเฉพาะแถวหลังห้อง งานงอกเลยทีนี้ นักเรียนทั้งชั้นแย่งไม้กวาดหลังห้องอย่างเมามันส์พอนึกภาพออกไหม เพราะไม่มีใครอยากก้มเก็บขยะ พวกรักสงบอย่างฉันไม่ขอเป็นผู้ท้าชิง ฉันกับพารุก้มเก็บกันเงียบๆ

 

 

 

“เอาล่ะ วันนี้เรามีนักเรียนใหม่เพิ่งย้ายมา เชิญเข้ามาแนะนำตัว..”ครูยูกิหันหน้าไปทางประตู นักเรียนทั้งชั้นทำตาม

 

 

 

สาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งที่กำลังยิ้มอย่างประหม่า ค่อยๆเดินเข้ามาหน้าชั้น ปฏิกิริยาของพวกผู้ชายชัดเจนมากว่ายินดีต้อนรับ

 

 

 

“หื้อ น่ารักนะ”พารุกระซิบบอก แต่ฉันตาแข็งมองนักเรียนใหม่ เราสบตากันเสี้ยววินาที และฉันสาบานว่าเห็นเธอยิ้มชั่วๆแวบหนึ่งส่งมาให้เหมือนในตอนนั้น ยัยหลงตัวเอง!! ...

 

 

 

“ซุ่มซ่ามนะ..หึ....หรือเรียกร้องความสนใจจากฉันกันล่ะ?..”

 

 

 

ความรู้สึกแรกคือความโมโหมันพุ่งขึ้นมาราวกับความดัน ฉันรู้สึกตัวเองเดือดดาลเหมือนกลับไปเจอสถานการณ์น่าอายที่งานแต่งงานเมื่อสามวันก่อนอีกครั้ง

 

 

 

“วาตานาเบะ มิยูกิ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

ความรู้สึกถัดมา ฉันรู้สึกใจหายวาบ อย่างกับร่วงไปอยู่ตาตุ่มอย่างไม่น่าเป็นไปได้ เธอกำลังแย้มยิ้มกว้าง มันดูเป็นรอยยิ้มที่ซื้อใจคนอื่นได้ไม่ยาก แต่อย่าคิดว่าจะซื้อใจฉัน ไม่มีทางมิยูกิ เธอยิ้มหลอกลวงชาวบ้านเขา แต่อย่ามาหลอกฉันให้ยาก ตัวตนที่แท้จริงของเธอ มองเหยียดหยามผู้อื่นเหมือนเห็นเป็นเชื้อโรคต่างหาก

 

 

 

 

อะไรทำให้มั่นใจงั้นหรอ เพราะฉันถูกเธอมองบ้าๆแบบนั้นมาแล้ว! แค่ทำน้ำแดงหกเลอะแขนเธอหน่อยเดียว

 

 

 

 

“เหลือที่ว่างหลังห้องที่นึงพอดี เชิญเลยจ๊ะมิยูกิ”ครูยูกิบอกนักเรียนใหม่อย่างเอ็นดู ฉันอยากจะอ้วกที่เห็นเธอยิ้มละมุนแสนจอมปลอมให้ทุกคนระหว่างเดินผ่าน

 

 

 

 

“ฉันริวจิ หวัดดี เธอย้ายมาจากที่ไหนเหรอ?”

 

 

 

 

“โตเกียวน่ะ แล้วนายล่ะเป็นคนที่นี่แต่เกิดเลยมั้ย”

ฉันพยายามไม่มองแต่หูมันดันได้ยินแว่วๆ ก็เธอนั่งตรงที่ว่างข้างริวจิ  หมอนั่นก็ชวนคุยอย่างกระตือรือร้น อย่าน่าริวจิ แกยุ่งผิดคนแล้ว ยัยนี่เสแสร้งนะ

 

 

 

“คาบชมรม ฉันโดดนะ”เสียงพารุเรียกสติฉันกลับคืนมา

อื้อหือ คุณพารุ คุณจะตรงไปไหมคะ คือฉันเป็นประธานชมรมเคนโด้หญิง คุณเธอเป็นสมาชิกชมรมธรรมดาคนนึง แต่มีหน้ามาพูดว่าจะโดดต่อหน้าต่อตาประธานชมรมอย่างฉัน

 

 

 

 

“ไปไหน”ฉันถอนใจ  เอือมกับเจ้าหญิงเหลือเกิน

 

 

 

 

“น้องยุย ไล่ตะเพิดเมื่อวาน”พารุตอบง่ายๆ

 

 

 

 

“ไอ้!...”ฉันหมดคำด่า บอกตรง น้องยุยเป็นรองประธานชมรมเคนโด้หญิง พารุไปแซะน้องทุกทีที่เห็นหน้า เป็นภาพชินตาหากใครเข้าห้องซ้อมชมรมมาจะเห็นรุ่นพี่รุ่นน้องคู่นี้วิ่งไล่กันอย่างสนุกสนาน สนุกสนานของรองประธานน่ะนะที่เอาดาบไม้ไล่ตีหัวพารุ

 

 

 

 

“น้องเขาไล่แกทุกทีที่เข้าใกล้นั่นแหล่ะ เดี๋ยวนี้ หัดกวนโอ๊ยใหญ่เลยนะ”ฉันล๊อคคอขาวๆของคนนั่งข้างๆ หลังเห็นว่าครูมัวแต่เขียนโจทย์บนกระดานดำ

 

 

 

 

“ฝึกไว้หน่อยก็ดีไง..แอ่กก”

ฉันเพิ่มแรงจนโดนมันสะบัดตัวหนี พอเลิกเล่นกัน เห็นคนนั่งอีกฝั่งในระนาบเดียวกันส่งสายตามอง เหมือนสนใจหน่อยๆ และแล้ววันนี้เธอก็มีโอกาสส่งสายตาเหยียดๆมาให้ฉันอีกครั้งจนได้ ฉันไม่มีสมาธิกับการเรียนอีกเลยตลอดวัน 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังเลิกเรียน

 

 

 

เมื่อบอกลาเพื่อน ฉันก็ถ่อสังขารกลับบ้าน แต่ดันเจอฉากที่ทำให้สตั๊น แฟนใหม่ของแม่ที่เพิ่งจดทะเบียนสมรสตามกฏหมายเมื่อไม่กี่วันก่อน คุณวาตานาเบะ ใช่..คนที่ฉันจะแกล้งทำน้ำหกใส่นั่นล่ะ

 

 

 

เขานั่งทานข้าวร่วมโต๊ะอยู่กับแม่..

 

 

 

“กลับมาแล้วค่ะ..”

เสียงฉันฟังดูเบาหวิวเหมือนไม่ใช่เสียงตัวเอง ฉันรู้สึกมวลท้องแปลกๆ ก้มหน้าก้มตาถอดรองเท้าเก็บใส่ตู้ไปพลางๆ เมื่อกี๊แอบเห็นแม่ทำหน้าหนักใจใส่ แม่คงคิดจะให้อยู่ทานร่วมโต๊ะกับเขา ฝันไปเหอะ..

 

 

 

 

ถึงตายก็ไม่ยอม ชีวิตนี้ฉันมีพ่อคนเดียว และท่านจากไปแล้วอย่างไม่มีวันหวนกลับ ฉันพยายามนึกหาทางบ่ายเบี่ยงเรื่องนี้ในหัวจนวุ่น

 

 

 

 

“มากินข้าวสิ ซายากะ วันนี้แม่ทำกับข้าวเยอะแยะเลยนะ”แม่เอาของกินมาล่อ!!

ฉันปลายตามองของอร่อยอย่างเสียดาย เกี้ยวซ่า ทงคัตสึ ข้าวหน้าปลาไหลย่าง และพอมองเห็นหน้าแฟนใหม่แม่ก็รู้สึกไม่อยากกินอะไรขึ้นมาทันที

 

 

 

“หนูไม่หิวอ่ะ การบ้านเต็มเลยวันนี้...”ฉันแถได้ไม่เนียนเลย

ก้าวอาดๆขึ้นบันได กลิ่นอาหารก็โชยมาเรียกน้ำย่อยในกระเพาะดีเหลือเกิน แต่ฉันต้องเก๊ก..ผู้ดีต้องมีมาด ฉันงัดประตูห้องนอนปิด พยายามหาอะไรทำเรื่อยเปื่อย ยกเว้นการบ้าน ฟังเพลง เล่นเกม ดูหนัง ท่องอินเตอร์เนต  

 

 

 

 

ก๊อกๆๆ!

ฉันลุกจากเก้าอี้ที่ราวกับมีกาวติดหนึบ ไปเปิดประตูต้อนรับแขก

 

 

 

“ซายากะ นี่ลูกสาวคุณวาตานาเบะ ชื่อ...”

 

 

 

“มิยูกิ”ฉันแทรก แม่ทำหน้าแปลกใจ

เธอยืนอยู่ข้างๆแม่ทำหน้ายิ้มแย้มทักทาย ฉันอึ้ง...นี่ลูกสาวคุณวาตานาเบะงั้นเหรอ บังเอิญอะไรขนาดนี้ เอ้อ เอาล่ะฉันพอเข้าใจแล้วที่เธอมองฉันเหมือนเศษสวะ เธอไม่พอใจเหมือนฉันแน่นอนที่พ่อแม่แต่งงานใหม่ ต่างกันที่เธอรู้ฐานะฉัน แต่ฉันไม่รู้...ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นลูกสาวคุณวาตาเบะ

 

 

 

 

เอ..แต่เคยได้ยินแว่วๆนะ คงเพราะเวลาแม่เล่าเรื่องแฟนใหม่ให้ฟังฉันจะหยิบจับนู้นนี่มาทำเสมอและไม่ได้ฟังอะไรเข้าหัวเลย ฉันเลยไม่รู้...ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมิยูกิสักอย่างนอกจากชื่อ

 

 

 

 

“บังเอิญจังเลยนะคะที่เรียนห้องเดียวกันด้วย” 

ฉันอยากข่วนหน้าเธอจริงๆทำยิ้มลอยหน้าลอยตา หันไปเออ ออ กับแม่ฉันเหมือนเป็นแม่ของตัวเอง

 

 

 

“อ้าวจริงเหรอลูก”

 

 

 

ฉันพยายามยิ้มแต่สิ่งที่ทำคือแยกเขี้ยวรับ

 

 

 

“แต่หนูอ่อนกว่าปีนึง ถึงจะเรียนชั้นเดียวกัน หนูจะเรียกพี่ซายากะนะ”

เธอบอกด้วยเสียงที่ฉันเผลอขยับมือ โอ้ยย อยากข่วนยัยนี่ เฟคได้โล่

 

 

 

 

“แม่ค่อยหายห่วงหน่อย ที่รู้จักกันแล้ว บังเอิญจริงๆที่ได้เรียนห้องเดียวกันด้วย ดูแลน้องดีๆนะ ถ้าทำน้องร้องไห้ แม่จะจับตีก้นลาย”

แม่ทำฉันขวัญผวานะ เธอยังคงยิ้มหวานเคลือบยาพิษมาให้ระหว่างที่ก้าวเข้ามาในห้อง ฉันเพิ่งสังเกตว่าเธอแบกเป้อยู่ด้วย นี่อย่าบอกนะว่า...

 

 

 

“แบ่งห้องนอนกับน้องนะ พรุ่งนี้แม่กับคุณวาตานาเบะจะไปฮันนีมูน”

ฉัน...ยืนตัวชาอยู่กับที่ แม่โหดร้ายมากที่ปิดประตูใส่หน้าทันทีที่พูดจบ ไม่ยอมให้ฉันอ้าปากท้วงสักคำ

 

 

 

 

“ฉันนอนเตียงนะ”

 

 

 

 

“ห้องฉัน! เธอนอนพื้น!..”ฉันหันไปตวาดอย่างลืมตัว น้องบ้าน้องบออะไร ฉันเป็นลูกคนเดียว!

 

 

 

 

“ถือว่าชดใช้ ที่เธอทำซุ่มซ่ามกับฉันคราวก่อนไง”

มิยูกิว่า ทำหน้าตาย เธอนั่งที่ปลายเตียง ส่งสายตาซึมกะทือมาให้

 

 

 

“ฉันไม่ได้ซุ่มซ่าม”

กว่าจะรู้ตัวฉันก็เถียงกลับไปแล้ว เธอทำหน้าประมาณว่าเหรอ จงใจ จงใจชัดๆ แถมยังมีหน้ายิ้มเยาะ ฉันบอกแล้วว่าดูคนไม่ผิด ยัยนี่เสแสร้ง

 

 

 

 

“งั้นแสดงว่า...สนใจฉัน? แหม แต่เรียกร้องความสนใจกันแบบนั้น มันเกินไปหน่อยนะ”เธอเอ่ยประโยคที่ทำฉันจุก ชีพจรพลันสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง ฉันรู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าว เธอกำลังเข้าใจผิดไปใหญ่ แต่ทำไมฉันต้องอธิบายด้วยไม่ใช่เรื่อง

 

 

 

 

“หลงตัวเองน่ะ”

 

 

 

 

“อะไรนะ?”

 

 

 

 

“เธอมันหลงตัวเอง”

เธอจ้องตาฉันด้วยสายตาแปลกๆ ฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จไม่นานเลยอยู่ในชุดธรรมดาๆ กางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดสีอ่อน รู้สึกแปลกพิลึกมากเมื่อมีคนในชุดมัธยมเข้ามานั่งจ้องเป๋งถึงห้องนอน สายตาแปลกๆที่เหมือนกำลังประเมินค่าสินค้าชนิดหนึ่ง มิยูกิใช้สายตาแปลกๆอย่างนั้นมองฉันอย่างเสียมารยาท

 

 

 

“ไม่มีใครปฏิเสธฉันมาก่อน...”

เหมือนเธอจะพึมพำกับตัวเอง ค่อยๆลุกจากเตียงช้าๆ รู้สึกใจหายใจคว่ำที่เธอเดินเข้ามาหาฉันด้วยสีหน้าที่ฉันพอสัมผัสได้ว่าฉาบด้วยความหงุดหงิดบางๆ

 

 

 

 

ปฏิกิริยาตอบโต้ คนแปลกหน้าที่เพิ่งรู้จักวันเดียวเดินเข้ามาประชิดตัว เป็นใครก็ต้องก้าวถอยหลัง ฉันเองก็ทำแบบนั้น ไม่ได้กลัวนะ แค่ไม่รู้ว่าเธอจะเล่นบ้าอะไรหรือกะจะมาไม้ไหน

 

 

 

 

ฉันเห็นเธอยิ่งขมวดคิ้วขึง ใบหน้าเริ่มจะบึ้งตึงขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าหวานใสพอมาดูในระยะประชิดแบบนี้ ใจมันเต้นผิดจังหวะเอาดื้อๆ สายตาร้ายกาจเหมือนอยากลำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า ทำให้ฉันเผลอหายใจผิดจังหวะรับ เราตัวสูงพอกัน รูปร่างก็ใกล้เคียง ถ้าฉันจะสู้ก็คงพอฟัดพอเหวี่ยง แต่ฉันรู้สึกกลัวมิยูกิ...รู้สึกตกเป็นรอง ทั้งๆที่คนตรงหน้ายังไม่ทันทำอะไร..

 

 

 

 

“บอกฉันที ว่าเธอแค่ประชดประชันฉันเท่านั้น...”เธอสั่งอย่างวางอำนาจด้วยการกระซิบ

 

 

 

 

ยิ่งเขยิบตัวเข้ามาใกล้จนฉันใจจะวาย เกิดมาไม่เคยใกล้ชิดใครขนาดนี้ แล้วคำพูดคำจา...มันก็....กลิ่นเหงื่ออ่อนๆ ปนกับกลิ่นหอมหวานจากร่างที่เข้ามาใกล้ทำให้ฉันจังงังอยู่กับที่อย่างมึนงง

 

 

 

 

“บอกฉันมาสิ บอกว่าเธอไม่ได้คิดจริงอย่างที่พูด เธอแค่ล้อเล่น...”

น้ำเสียงอ่อนลงชักจูงฉันได้มาก แต่ฉันไม่ได้โง่นะ สิ่งที่มิยูกิทำเป็นด้านแย่ๆที่เธอแสดงให้ฉันเห็นอยู่คนเดียว ฉันตกใจจริงๆเมื่อจู่ๆเธอก็สอดเรียวแขนเข้ามาเกี่ยวเอวฉัน

 

 

 

“..ได้..ฉันพูดจริง”บัลดาลโทสะ ฉันใช้อารมณ์ล้วนๆ

 

 

 

ร่างบางเริ่มดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนอุ่นนุ่ม แก้มนวลเนียนขึ้นสีเรื่อสุกปลั่ง ทั้งคู่ยิ่งสัมผัสกันเมื่อเป็นดังนี้ ในเมื่อมิยูกิไม่คิดจะปล่อย และซายากะดูเหมือนดิ้นไม่หลุด การพยศแบบนี้ร่างกายยิ่งบดเบียด ลำพังกลิ่นของคนเพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆก็แทบทำมิยูกิทนไม่ไหว...

 

 

 

“โกหก”

เสียงมั่นอกมั่นใจของเธอทำฉันอยากจะบ้า แต่พลังงานที่ใช้มาทั้งวันมันร่อยหรอไปมาก เรี่ยวแรงมันหดหายไปอย่างน่าโมโหเหลือเกิน

 

 

 

 

“ไม่ได้โกหก เธอน่ะหลงตัวเอ...”

เธอเบนหน้าเข้ามากะทันหัน ฉันหยุดหายใจโดยฉับพลัน ถ้อยคำกลืนลงคอไปจนหมดสิ้น มันใกล้ไปไหม ที่เธอมากอดทั้งๆที่ฉันยังไม่เคยมีแฟนมาแม้กระทั่งจับมือ เธอเป็นผู้หญิงบอบบางที่ทำฉันกลัวจนหัวหดได้เป็นคนแรก ฉันกลัวจนร่างกายมันสั่นเทิ้มอย่างห้ามไม่อยู่

 

 

 

สัญชาติญาณเข้าบงการสมอง มิยูกิเบนหน้าเข้าใกล้อีกนิด กระทั่งริมฝีปากนาบไปบนริมฝีปากร่างอันสั่นสะท้าน สัมผัสละมุนนุ่มเย้าใจทำให้คนรุกรานเอนปรับองศาช้าๆเพื่อค่อยๆบดเบียดกลีบปากที่เม้มแน่น

 

 

 

มือบางเลื่อนป่ายเข้าต้นแขนคนจูบ อารามตกใจแทนที่จะออกแรงดันกลับเผลอจิกเล็บ มิยูกิครางในลำคอไม่ใช่ด้วยความพึงใจแต่ด้วยความเจ็บที่ต้นแขนโดนเล็บจิกเสียลึก

 

 

 

ฉันคลายแรงเมื่อได้ยินเสียงเจ็บปวดจากอีกฝ่าย ฉันกลัวเธอเจ็บ แต่เธอกลับไม่เห็นใจเหมือนฉันบ้างเลย รู้สึกเหมือนกระทั่งแรงเม้มปากเธอก็จะพรากมันไปจากฉัน เธอเพียรเบียดปากอุ่นมาหนักๆปากฉันสั่นพอๆกับร่าง มันร้อนวูบวาบแปลกๆ

 

 

 

“อือ..”

ริมฝีปากอิ่มเพียรบดสัมผัสร้อนรุ่มบนกลีบปากสีสดจนคนไร้ประสบการณ์ทางด้านนี้ต้านทานไม่ไหว ครั้นปากเล็กเผยอน้อยๆ ได้จังหวะคนรุกรานเคลื่อนเข้าชอนไชหาความหวานจากโพรงปากอุ่นนุ่มอย่างไม่รอช้า เมื่อได้สัมผัสอย่างที่ต้องการมิยูกิคำรามอย่างพึงพอใจ

 

 

 

 

แล้วเรื่องของเราก็เริ่มต้นขึ้นหลังเหตุการณ์นี้สิ้นสุดลง...

Share this post


Link to post
Share on other sites
ในที่สุดเน่กับยุยก็ได้บทนางเอกซะทีรอคอยมาแสนนาน ~~~~~
มิลกี้เธอ.......เร็วไปนะ
ไม่ยักรู้ว่าพารุจีบน้องยุยด้วยวิธีแซะแซว รีบๆตามมิ้ลให้ทันนะเอ5555555555
รอตอนต่อไป~~~
Nee_milk likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites

มิลกี๊ !!! ตายแน่ๆซายาเน่ชั้น ได้บทนางเอกทั้งทีมาตอนแรกก็โดนมิ้ลกี้กดซะละ (ฮา)

Nee_milk likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites

เอ้ยเดี๋ยว ๆ มิ้วและพลุเมะ บ๊ะ! นี่แหละที่ต้องการล่ะ

ขอซุ่มปักธงรออ่านอย่างสงบ ฮาเน่นิดหน่อย สาวสวย เคะๆๆๆๆ

พลุเต๊าะเจ้ายุ้ยก่อน บ๊ะ! นานทีปีหน ปกติเจ้ายุ้ยมันจะแห้วก่อน

มาตอนแรกเน่ก็จะโดนกดซะละ จะเป็นพี่น้องกันแบบไหนนะคู่นี้ ?

Nee_milk likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites

มิ้ลกี้นี่เร็วมากก 555 ถ้าเรื่องนี้มิ้ลกี้ไม่เมะนะไรเตอร์ 55 โดยพี่เน่ต่อยปากเเน่ 5555

พารุจัง..ไม่สงสับที่ถูกไล่ตี เอิ๊กกก 55

Nee_milk likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites

ในที่สุดเน่กับยุยก็ได้บทนางเอกซะทีรอคอยมาแสนนาน ~~~~~
มิลกี้เธอ.......เร็วไปนะ
ไม่ยักรู้ว่าพารุจีบน้องยุยด้วยวิธีแซะแซว รีบๆตามมิ้ลให้ทันนะเอ5555555555
รอตอนต่อไป~~~

 

  มิลกี้วัยรุ่นครับ ใจร้อน555+

  เดี๋ยวรู้ครับจีบแบบไหน หุๆๆ

 

    

มิลกี๊ !!! ตายแน่ๆซายาเน่ชั้น ได้บทนางเอกทั้งทีมาตอนแรกก็โดนมิ้ลกี้กดซะละ (ฮา)

  

   นางเอกรันทดครับ ประหนึ่งสวรรค์เบี่ยง555

 

 

มิ้วมาถึงตอนแรกก็กด? เน่เลยนะเฮ้ย

 

   มิลกี้ไม่ได้หื่นนะฮับ แค่แตกตื่นเรื่องเพศเป็นบางเวลา

 

 

เอ้ยเดี๋ยว ๆ มิ้วและพลุเมะ บ๊ะ! นี่แหละที่ต้องการล่ะ

ขอซุ่มปักธงรออ่านอย่างสงบ ฮาเน่นิดหน่อย สาวสวย เคะๆๆๆๆ

พลุเต๊าะเจ้ายุ้ยก่อน บ๊ะ! นานทีปีหน ปกติเจ้ายุ้ยมันจะแห้วก่อน

มาตอนแรกเน่ก็จะโดนกดซะละ จะเป็นพี่น้องกันแบบไหนนะคู่นี้ ?

 

   ต้องการแบบนี้ ฮ่าฮ่าฮ่า! เจอแนวร่วม จับมือๆ!!

 

 

อยากอ่านแนวนี้มานานล่ะ!!!??? ปักธง!!!

 

 

   ขอบคุณคร้าบบบ ><

   อีกหนึ่งแนวร่วม55555

 

 

ภาคพิสดาร...สนุกล่ะซิ!!!

 

   เน่ออกจะเคะนะฮับ(หราาา)

 

 

มิ้ลกี้นี่เร็วมากก 555 ถ้าเรื่องนี้มิ้ลกี้ไม่เมะนะไรเตอร์ 55 โดยพี่เน่ต่อยปากเเน่ 5555

พารุจัง..ไม่สงสับที่ถูกไล่ตี เอิ๊กกก 55

 

   ขำ คห.นี้มาก เน่โหดขนาดนั้นเลยเหรอ5555+

   ไม่สงสัย แต่สงสารมั้ยประเด็นน่ะ 555

Edited by Nee_milk

Share this post


Link to post
Share on other sites

[おねえさん ~ ♥]

 

 

 

Chapter 2   หลีกหนี

 

 

 

+   +   +   +   +   +

 

 

 

[Sayanee talk]

 

 

 

“น้องยุยคะ”

 

 

 

“คะ?”

 

 

 

“พี่ง่วงอ่ะ ขอหนุนตักหน่อยได้มั้ย”

 

 

 

“ไม่ได้ค่ะ”

ฉันมองฉากวอนโดนดีจากพารุอย่างเอือมระอา นั่งอยู่ใกล้ๆก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะเห็นและได้ยิน คู่ซ้อมของฉันอย่างยุยสภาพเหงื่อชุ่มโชกพอๆกับฉันตอนนี้

 

 

 

“ซายาเน่ มีคนมาหาแน่ะ รออยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้อ”

ฉันลุกขึ้นอย่างไม่เต็มใจ ลากเท้าอ่อนเปลี้ยเข้าห้องที่เต็มไปด้วยล็อกเกอร์ เป็นห้องเล็กๆของชมรมเคนโด้หญิง

 

 

 

“…”คิดว่าคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดขนานใหญ่
มิยูกิ กอดอกพิงกำแพงเหมือนรอใครสักคน ฉันหันหลังกลับทันที มือเอื้อมไปถึงประตูอะลูมิเนียม หากแต่ได้ยินเสียงฝีเท้าถี่ๆและมืออีกฝ่ายที่ทาบยื้อไม่ให้ฉันบิดลูกบิดทันอย่างถือสิทธิ์

 

 

 

“ทำไมต้องหลบหน้า? สามสี่วันมานี่ หลังจากเรา..จู”

 

 

 

“อย่าพูดนะ!”ซายากะคำรามสะบัดมืออีกฝ่ายทิ้งอย่างแรง

เธอโกรธขึ้นมา และท่าทางตอนนี้ฉันเสียเปรียบ ตอนนี้เธอกึ่งกอดฉันจากทางด้านหลัง เราห่างประตูแค่สองสามก้าว สิ่งที่น่ากังวลคือหากมีใครเปิดประตูผางเข้ามาจะเปลี่ยนเสื้อผ้า...คงได้เอาไปเม้ากันสนุกปากแน่กับภาพที่พวกเขาเห็น

 

 

 

“ปล่อย...”

ฉันเอ่ยเว้าวอนทำเสียงอ่อน แต่คนขนาบหลังยิ่งเพิ่มแรงรัดที่สะโพกกันอย่างจาบจ้วง ซ้ำยังถูลู่ถูกังดึงตัวฉันติดมือเดินไปยังทิศด้านหลัง แล้วความรู้สึกวูบวาบด้วยความกลัวจับใจพลันกลับมาเยือนอีกครั้ง..

 

 

 

“เราต้องคุยกัน”

 

 

 

“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับเธอ!”

 

 

 

“อยู่นิ่งๆ”มิยูกิตำหนิ
เคยได้ยินไหมที่ว่ายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ฟังแล้วฉันยิ่งออกแรงดิ้นอยากหลีกหนีจากอ้อมแขนนั้นโดยอัตโนมัติ   

 

 

 

แต่เพิ่งซ้อมกิจกรรมที่ต้องออกแรงจนเหงื่อโทรมกาย ประจวบเหมาะที่มิยูกิเสนอหน้าเข้ามาหาฉันถึงในห้องชมรมซ้ำมากระทำล่อแหลมดังนี้ เหมือนยิ่งดิ้นโง่ๆทั้งๆที่รู้ว่าเปล่าประโยชน์ รังแต่จะทำให้ยิ่งรู้สึกแย่ ชักเริ่มสมเพชตัวเองขึ้นมา

 

 

 

เธอต้องการอะไรจากฉันนักหนานะ...

 

 

 

“อ๊ะ..”

ร่างบางเสียวสันหลังวูบ ตามแรงฉุดจากเรียวแขนที่เกี่ยวเอว ซายากะถูกแรงกระทำดังกล่าวจากอีกฝ่ายดึงรั้งให้ล้มตัวลงที่ม้านั่งยาวๆ แต่ครั้นสิ่งที่รองรับกลับเป็นหน้าขานุ่มๆที่มาพร้อมลมหายใจอุ่นวาบที่เป่ารดซอกคอ

 

 

 

“ฉันบอกให้...นิ่ง”มิยูกิคำราม เริ่มชักสีหน้ารำคาญ ในเมื่อร่างบนตักพยศไม่เลิกรา

 

 

 

“ไม่งั้นฉันจูบเธออีกนะ”
เสียงกระซิบชิดใบหูประโยคนี้ทำเอาร่างกายชะงักไปหมด อยากจะข่วนทุกตารางนิ้วบนผิวเธออย่างแรงกล้า ความจริงฉันทำไปแล้วแต่มันยังไม่หนำใจพอ

 

 

 

เมื่อรับรู้ว่าแท้จริงสิ่งที่รองรับตัวเป็นหน้าตักอุ่นๆ อารมณ์เกลียดราวกับถูกฉีดเข้ากระแสเลือด มือขยับข่วนท่อนแขนบริเวณเอวไปเองโดยสัญชาติญาณ

 

 

 

แต่ฉันเผลอแสดงออกไปเสี้ยววินาทีที่ชะงักร่างกาย ว่ากลัว...เหมือนมิยูกิเองชักจะรู้ถึงความจริงข้อนี้ที่ฉันพยายามปกปิดบ้างแล้ว

 

 

 

“...เป็นพี่ประสาอะไรไม่ดูแลน้อง?”

มิยูกิกล่าวโทษพล่อยๆออกมา มันทำฉันยั้วะ

 

 

 

“พี่น้องที่ไหนเขาจูบกันบ้างล่ะ!”

 

 

 

“ไม่รู้สิ”มิยูกิตอบปัด
พลางก้มดูผลงานที่คนบนตักฝากไว้ที่เรียวแขน รอยแดงเป็นแนวยาวตั้งแต่ข้อมือจรดศอก เป็นรอยข่วนที่เห็นได้ชัดๆว่าราวกับเพิ่งไปมีเรื่องตบตีมาไม่นาน

 

 

 

“มันแสบนะรู้ไหม”สาวหน้าหวานพูดแนวปราม เคลื่อนมือลูบร่องรอยที่ท้องแขนทั้งสองข้างของตนเบาๆ ดวงตาคู่ใสเหลือบมองเสี้ยวหน้าคนบนตักไปพลางๆคล้ายอาการเหม่อลอย เพียงแต่ดวงตาฉายแววตำหนิเด่นชัด

 

 

 

“สม...”

 

 

 

“ใจร้ายชะมัด”

 

 

“เดี๋ยวเราค่อยกลับไปคุยกันที่บ้านนะ”ฉันพยายามควบคุมโทนเสียงให้ฟังดูออดอ้อน

นี่มันน่าอายจริงๆ สองคนบนโลกที่ฉันเคยอ้อนใส่คือพ่อกับแม่ แต่สถานการณ์อันไม่น่าไว้วางใจตอนนี้ทำให้ต้องงัดออกมาใช้เพื่อเอาตัวรอด อย่างน้อยไปตายเอาดาบหน้าก็ยังดี...

 

 

 

“ไม่ได้..ฉันอึดอัดพอแล้ว เธอเอาแต่หลบหน้าฉัน ยังไงตอนนี้เราก็ต้องพูดกันให้รู้เรื่อง!...”

มิยูกิไม่พอใจดังคาด เธอกระชับท่อนแขนรั้งตัวฉันแน่นๆจนฉันประหม่าหนักกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เผลอเกร็งรับสัมผัสเบียดเสียดนั่นอย่างไม่เต็มใจ

 

 

 

“ขอล่ะ...มิยูกิ”

ฉันเหลือบมองธรณีประตู ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฝีเท้ามาวนเวียนใกล้ๆ ในฐานะประธานชมรมฉันต้องถูกซักไซ้อย่างแน่นอนที่สุด...เล่นถูกผู้หญิงท่าทางไม่มีพิษมีภัยจับมานั่งตักเอาง่ายๆ ในเมื่อสมาชิกชมรมขนานนามว่าฉันคือประธานสุดโหด

 

 

 

มิยูกิเธออย่าริอาจมาหักเหลี่ยมประธานชมรมเคนโด้หญิงเชียว...ถึงตายฉันก็ไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น!

 

 

 

“ก็ได้...แต่รู้เอาไว้เลยนะ ว่าเธอต้องจ่ายค่าเสียเวลาฉันทีหลัง..”
กลิ่นเหงื่อกลับยิ่งกระตุ้นให้มิยูกิพาลจะสอดมือเข้าไปในเสื้อยืดชุ่มๆของร่างบนตักอยู่รอมร่อ ครั้นมือบางจับตะครุบมือหยุกหยิกของเธอราวกับนกรู้ ช่างถูกจังหวะเหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งเสียนี่กะไร

 

 

 

มืออ่อนนุ่มป่ายนาบมาบนหลังมือเธอเพื่อดึงรั้งท่อนแขนให้ออกจากบั้นเอว เธอแกล้งๆออกแรงรั้งจนเมื่อได้สายตาขุ่นเคืองเลยยอมจำนนแต่โดยดีเพราะไม่อยากผิดคำพูด ครั้นพอไม่มีอะไรพันธนาการซายากะก็พลันหนีจากอุ้งมือมิยูกิไป

 

 

 

“ออกไป จะเปลี่ยนเสื้อผ้า”

ฉันกอดอกวางมาด แต่เธอยังคงนั่งอยู่กับที่พร้อมไหวไหล่

 

 

 

“ฉันเมื่อย”
เธอตอบพร้อมทำหน้าเนือยๆ เป็นการแสดงที่กวนน้ำให้ขุ่นโดยแท้ ฉันกำลังโต้กลับแต่ธรณีประตูเปิดผาง ทำให้รีบหยุดปากตัวเอง

 

 

 

“พี่ซายาเน่ คือ..พอดี หนูอยากซ้อมต่ออีกหน่อยน่ะค่ะ แต่ถ้าพี่รีบกลับบ้าน...ก็ไม่เป็นไรนะ”ยุยโผล่หน้าเข้ามา เธอเป็นรุ่นน้องขี้เกรงใจเสมอ ในฐานะคู่ซ้อมที่พอจะรู้นิสัย ฉันส่งยิ้มให้อย่างเป็นกันเอง

 

 

 

“พี่ยังไม่ได้เปลี่ยนชุดเลย ซ้อมต่ออีกสักนิดก็ดีเหมือนกัน”

 

 

 

“แต่เผอิญว่าวันนี้เธอต้องรีบกลับบ้านไม่ใช่เหรอ..?”มิยูกิที่มองสลับไปมาระหว่างสองรุ่นพี่รุ่นน้อง

 

 

 

เราประสานนัยน์ตากัน ฉันกำลังโดนน้องสาวกดดัน ก็รู้ทั้งรู้ว่าเธอต้องการให้ฉันกลับบ้านไปเคลียร์ปัญหาไวๆ แต่ฉันไม่ชอบเลยที่เธอโกหกได้หน้าตาเฉย เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ

 

 

 

“งั้น..ยุยไม่รบกวนล่ะค่ะ กลับบ้านดีๆนะคะพี่ซายาเน่”

คนฟังพยายามจะเปล่งเสียงเพื่อบอกความจริง แต่รุ่นน้องก้มหัวบอกลาเสร็จตามมารยาทก็รีบงัดประตูปิด เห็นได้ชัดว่ายุยคิดว่าเรายังคุยกันไม่เสร็จ

 

 

 

“ฉันให้เวลาห้านาที รีบๆเปลี่ยนชุดเข้าล่ะ”

มิยูกิสั่งอีกแล้ว ตกลงใครเป็นพี่เป็นน้องกันแน่ หรือเธอเป็นแม่ฉัน!!

 

 

 

 

 

 

[Milky talk]

 

 

 

เคยเบื่ออะไรมากๆจนคิดว่าเลิกสนใจเสียดีกว่าไหม?..แต่สุดท้ายสิ่งที่เคยเบื่อ ที่คิดว่าจะเลิกสนใจใยดี เรากลับย้อนกลับเข้าไปหาสิ่งๆนั้นมันซ้ำๆซากๆ เป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกเสียจริงๆ

 

 

 

เหมือนดั่งคนในครอบครัว ต่อให้เขาทำร้ายเราสาหัสสากรรจ์ เราก็ต้องออมชอม ยอมอภัย ทั้งๆที่ลึกๆฉันอยากจะหยิบอะไรที่มือเอื้อมถึงเพื่อฟาดใส่ คนที่ฉันเบื่อ..บุพการีฉันเอง และตอนนี้อาจเพิ่มมาคนนึงชั่วคราว

 

 

 

“นี่..ฉันอยากกินไอติม แวะซื้อแปปนึงก่อนถึงบ้านนะ”

แขนฉันถูกลากเข้าร้านมินิมาร์ทหลังเราลงจากรถไฟแปปเดียวเท่านั้น ความเบื่อทำให้ฉันเริ่มจะต้องนับหนึ่งถึงสิบในใจเงียบๆระหว่างเดินตามแรงที่เกาะแขนฉันเสียแน่น

 

 

 

“ซายากะ เธอถ่วงเวลาใช่มั้ย ถ่วงฉันทดนะ”ฉันพยายามทำเสียงเหี้ยมเกรียม
มันคงได้ผลบ้างล่ะ ถ้าไม่ติดว่าคนข้างๆมัวทำตาเป็นประกายขณะมองไอศกรีมในตู้แช่

 

 

 

ระหว่างเดินกลับกระทั่งถึงบ้าน เธอเดินชิวๆทานไอศกรีมจนรถจะซิวไปหลายหน เป็นภาระจริงๆให้ตายเถอะค่ะ เพื่อตัดปัญหาฉันคว้ามือนุ่มนิ่มของเธอมาจับมั่นๆ เดินนำ และก้าวเร็วๆจนเธอท้วงว่าจะรีบไปไหนหลายรอบทีเดียว

 

 

 

“ปล่อยได้แล้วน่า”ซายากะทู่ซี้บอกอย่างละเหี่ยใจไม่น้อย ทว่ามืออีกฝ่ายที่รัดหนึบที่มือตนไม่ได้คลายแรงรัดลงเลย

 

 

 

เมื่อสองสาวน้อยถอดรองเท้าเสร็จ คนที่ชักรู้สึกถึงการคุกคาม พยายามแกะมืออีกฝ่ายออกเป็นพัลวัน ซายากะเบ้ปากเพราะทันทีที่ทำอย่างนั้นคนเบื้องหน้ากระชากให้ตนเดินตามอย่างใจไม้ไส้ระกำ

 

 

 

“มะรืนกว่าพ่อฉันจะกลับ เธอกะจะหลบหน้าฉันถึงตอนนั้นล่ะสิ จะได้มีข้ออ้างเพิ่มขึ้น”มิยูกิบอกเชิงเยาะคิ้วเริ่มกระตุกบอกลางไม่ดีเมื่อร่างบางชักไม่ยอมเดินตามอย่างว่าง่าย

 

 

 

“ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นสักหน่อย...”ซายากะรีบปฏิเสธ แต่ด้วยเสียงอ่อยๆ สุดท้ายมิยูกิก็แค่พามานั่งที่โซฟารับแขก นั่นทำเอาพอจะเบาใจ

 

 

 

“เหรอ งั้นทำไมหนีมานอนโซฟา ห้องเธอฉันจะยึดอยู่แล้ว แล้วไหนตอนเช้าเธอจะรีบหายหัว ไม่เปิดโอกาสให้ฉันคุยสักคำ”

ฉันระเบิดออกมา นี่คุณพี่สาว คิดว่าฉันเป็นเด็กสิบเอ็ดขวบหรืออย่างไร ถึงกล้าโกหกไร้ชั้นเชิงขนาดนี้กับฉันซึ่งๆหน้า

 

 

 

“เอ้อ ฉันแค่..ไม่อยากไปโรงเรียนสายเฉยๆ”ถ้อยคำแก้ตัว ฉันถึงกับต้องสูดหายใจลึกๆเต็มปอด แขนพลันแสบแปล็บๆ

 

 

 

“ไปนอนที่ห้อง ไปโรงเรียนพร้อมฉันด้วย และ...ตอนนี้ ถึงเวลาจ่ายค่าเสียเวลาแล้วมั้ง”
เธอทำหน้าหงิก เมื่อฉันเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ๆ เอาแขนยันบ่าฉันไว้

 

 

 

“จะเบี้ยวรึไง หื้อ พี่ซายาเน่”มิยูกิเอ่ยทำลายขวัญกำลังใจอีกคนเล่นอย่างสนุกปาก

แขนน้อยที่ยันบ่าเริ่มไม่มั่นคง เครื่องหน้าคมสวยพลันค่อยๆหงิกงอมากเข้าอีกระดับ ร่างบางกระถดตัวหนีจนแผ่นหลังเบียดเบาะกำมะหยี่หนานุ่ม ส่งสายตาขู่อาฆาตว่าหากใกล้กว่านี้อาจไม่ใช่แขนของฉันเพียงอวัยวะเดียวที่จะลาย

 

 

 

“อย่า”  

 

 

 

“อย่าหยุดใช่มั้ย คิดอะไรทะลึ่งอยู่ล่ะสิ ค่าเสียเวลาที่ฉันหมายถึง คือการบ้านต่างหาก ขอลอกหน่อยนะคะ ฮึๆ..”

 

ร่างที่คร่อมทับเอ่ยเสียงทะเล้น ส่วนคนใต้ร่างผู้เสียรู้ ดวงหน้าแดงลามไปถึงใบหู

 

 

 

“แล้วนี่...กินอะไรเลอะเทอะ”มิยูกิจ้องมองดวงหน้าสะกดใจอย่างเผลอตัว เลยพลอยสังเกตเห็นคราบช็อกโกแลตที่ติดบนมุมปากกระจับเล็ก

นิ้วเรียวยาวเคลื่อนเกลี่ยออกเบาๆ ดวงตาคู่หวานเบนมองหน้าคนใต้ร่าง มิยูกิเผลอวาดยิ้มอ่อนๆยามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยิ่งเขิน ฉันเล็มคราบที่ติดปลายนิ้วเข้าปาก หวานจัง.. แก้มนวลบัดนี้ขึ้นสีสุกปลั่งเข้มขึ้น ท่าทางเชิญชวนเสียไม่มี

 

 

 

“อยากกินไอติม ต้องกินตอนอยู่กับฉันคนเดียวเท่านั้นรู้มั้ย”ฉันพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะทำเหมือนพูดเรื่องสบายๆปกติ ทั้งๆที่มันไม่ใช่ แล้วฉันก็ผละออกมาจากโซฟา จากร่างนั้น อย่างหงุดหงิด

 

 

 

สมองบ้าๆของฉันมันกำลังนึกภาพว่ามีชายหนุ่มหน้ามนเช็ดปากเลอะๆของซายากะ ความร้อนแรงจู่ๆก็ปะทุจากเบื้องลึกจนในอกมันร้อนราวมีไฟสุม

 

 

 

เดินตึงตังโครมครามขึ้นมาบนห้องนอน ไม่ลืมหยิบกระเป๋าติดมือมาด้วย เกือบจะมืดค่ำแล้วหรือเนี่ย พอมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นพระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน แสงสีทองอร่ามส่องลอดผ่านผ้าม่านสีอ่อนเข้ามา

 

 

 

ความจริง...การย้ายมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ได้แย่อย่างที่ฉันคิดนะ

 

 

 

“นั่นสินะ”ฉันพึมพำ โยนกระเป๋าลงเตียง แล้วกระโจนตัวใส่เตียงต่อจากกระเป๋าที่เพิ่งโยนทั้งสภาพชุดนักเรียน ขอนอนสักงีบเถอะ เหนื่อยจังเลยวันนี้..

 

 

 

+   +   +   +   +   +

 

 

 

 

 

[Yui Talk]

 

 

 

“น้องยุยคะ”

 

 

 

“คะ?”

 

 

 

“เมื่อไหร่จะยอมให้พี่เดินมาโรงเรียนด้วยซักทีล่ะคะ”คนตัวขาวเลียบๆเคียงๆถามคนข้างตัวที่ทำราวกับไม่มีใครถามอะไรสักประโยค เมินโดยสมบูรณ์แบบ ซ้ำยังล้างชามใบโตต่อปล่อยให้เสียงซู่ซ่าของสายน้ำปลอบใจรุ่นพี่ที่ถูกเมินเสียอย่างนั้น

 

 

 

“บ้านยุยไม่มีไม้เคนโด้ก็จริง...แต่มีไม้ตียุงนะ เพิ่งชาร์ตด้วย ถ้าพี่พูดอะไรไม่สร้างสรรค์อีกที ยุยจะหยิบมาช็อต”ฉันเห็นผ่านหางตาว่าไม้ตียุงแอ้งแม้งบนพื้นอย่างน่าสังเวช เลยหยิบยกขึ้นมาอวดอ้างสรรพคุณ

 

 

 

“ซาดิสม์จัง..”

 

 

 

“ขอบคุณที่ชมค่ะ นี่ก็เริ่มมืดแล้ว บ้านตัวเองไม่มีให้อยู่เหรอคะ”ฉันประชดประชันรุ่นพี่ที่ปากบ่นว่าเธอซาดิสม์แต่มือไม้เริ่มเลื้อยมาที่บั้นเอวอย่างล่วงละเมิด

 

 

 

“มีค่ะ แต่อยากค้างที่นี่อ่ะ”พารุงอแง

 

 

คนฟังเพียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ละจากชามใบโตในอ่าง นำมือเปียกปอนมาจัดการท่อนแขนบริเวณเอวตน ออกแรงดึงรั้งให้เรียวแขนรุ่นพี่หลุดพ้นออกไปโดยง่าย

 

 

 

ไม่รู้ทำไมพี่เขาเล่นคุกคามเธอตลอดเวลาขนาดนี้ ที่ฉันไม่มีใครกล้าเข้ามาจีบเพราะพี่พารุหรือเปล่านะ หนุ่มๆอาจจะคิดว่าฉันเป็นแฟนพี่พารุซะล่ะมั้ง ฉันต้องทำใจใช่มั้ยคะ..

 

 

 

“กลับไปได้แล้วค่ะ อีกเดี๋ยวพ่อกับแม่จะกลับบ้านแล้ว”ฉันเหลือบมองนาฬิกาแขวนบนผนัง นี่มันจวนเจียนเป็นเวลาประจำที่พ่อแม่จะกลับถึงบ้านแล้วล่ะสิ

 

 

 

“ขอค้างคืนนึงนะ แล้วพรุ่งนี้พี่จะไม่ยุ่งกะยุยเลย”

 

 

 

“แค่พรุ่งนี้น่ะสิ ใช่มั้ย ยุยไม่หลงกลหรอกน่า แต่ถ้านับแต่พรุ่งนี้สิคะ น่าสนใจ..”
ฉันหยิบไม้กันหมามาไว้ข้างตัว เป็นไม้ตียุงที่ขู่ว่าจะช็อตคนข้างๆ เพราะจะรีบล้างจานชามให้เสร็จๆไปโดยไม่ต้องละมาห้ามใครบางคนอีก

คนฟังชะงัก มีสีหน้าครุ่นคิดขึ้นมาชั่วประเดี๋ยว ก่อนจะตามมาด้วยรอยยิ้มพราย ก่อนที่ปากจะเอื้อนเอ่ยตกลงง่ายๆ

 

 

 

“งั้นเป็นอันตกลง..”

 

 

 

“พี่พูดจริงเหรอคะ จะเลิกยุ่งกันไปตลอดเลยนะ”ฉันต้องการแบบนั้นมาโดยตลอด ฉันไปมองหน้ารุ่นพี่ก็เห็นพยักหน้าหงึกหงัก ฉันก็เริ่มคิดวาดฝันถึงการออกเดทกับหนุ่มในโรงเรียน

 

 

 

อา..หนทางยังไม่มืดมนซะทีเดียว...

 

 

 

“ห้องยุยขึ้นบันไดไปอยู่ซ้ายมือ พี่ไปอาบน้ำ แล้วรีบๆนอนพักผ่อนนะ”

ฉันเห็นพี่พารุเดินกดพิมพ์ข้อความระหว่างเดินไปชั้นสองของบ้านฉันอย่างว่าง่าย สงสัยคงบอกทางบ้านว่าจะมานอนค้างที่บ้านเรา

หลังจากนั้นคลาดเพียงครึ่งนาทีพ่อกับแม่ก็กลับเข้าบ้าน หลังไปทำงานมาเหนื่อยๆ

 

 

 

“ตักข้าวให้พ่อทีสิลูก เอาพูนๆชามเลย หิวจะแย่..อย่าลืมตักเพื่อแม่ด้วยนะ”พ่อวานลูกสาวที่เห็นว่าอยู่ในครัวพอดี ดังนั้นลูกสาวเลยต้องปฏิบัติตามคำพูดบุพการีเสียมิได้

 

 

 

“วันนี้กลับช้าไปนิดนึงนะคะม๊า”ฉันทักแม่ที่พอพูดถึงก็เปิดประเด็นเรื่องรถติดยาวยืด ต่อท้ายด้วยบอกให้ฉันอ่านหนังสือทบทวน และลงท้ายด้วยไล่ตะเพิดไปทำการบ้านให้เสร็จๆ

 

 

 

ดังนั้นยุยเลยเดินหน้ายู่กลับมาบนห้องส่วนตัว ลืมเรื่องรุ่นพี่ที่แสนน่าหนักใจไปเสียสนิท เลยทำหน้าตื่นๆเมื่อเห็นร่างคนอื่นในห้องนอนตน

 

 

 

“ตกใจหมดเลย”

 

 

 

“ตกใจพี่น่ะนะ?”ยังมาทำหน้างงอีกแน่ะ ก็ใช่น่ะสิคะ

 

 

 

“ยุยลืมว่าพี่อยู่บนห้องน่ะ”ฉันแจงลายละเอียด ละลิ่วค้นตู้เสื้อผ้า หยิบของจำเป็นเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ

 

 

แล้วรีบออกมาทำการบ้านที่คั่งค้างเอาไว้ กว่าจะเสร็จ กว่าจะโถมตัวเข้าสู่เตียงนุ่มๆ เวลาก็ล่วงเลยไปไกล แต่ไม่วายเห็นรุ่นพี่ตัวขาวยังคงนั่งเล่นกับแมวอยู่บนพื้น

 

 

 

“น่ารักเหมือนยุยเลย...”ฉันได้ยินพี่เขาพูดหลายรอบแต่ทำไม่ใส่ใจ เห็นพี่เขาจุ๊บหัวน้องแมวไปกี่รอบแล้วก็ไม่รู้ พี่พารุก็รักสัตว์เหมือนกันเหรอเนี่ย ดูๆไปก็น่ารักดีเหมือนกันนะ...ไม่ยักรู้มาก่อนเลย..

 

 

 

“แต่ยุยน่ารักกว่านะ”พารุแหล่มองเจ้าของที่รีบเบนสายตามองไปทางอื่นแทบไม่ทัน หัวเราะหึๆในลำคอ

 

 

 

“ฮึ..”ฉันไม่เชื่อหรอก เล่นกับเจ้าเหมียว จุ๊บมันกี่รอบก็ไม่รู้ ไหนบอกว่าชอบเธอไง ทำไมไปจุ๊บสัตว์เลี้ยงเธอ แทนที่จะเป็นเธอล่ะ
เพราะอย่างนี้แหล่ะนะ มานึกเสียดายที่ไม่มีไม้เคนโด้แถวนี้ ไม่ตียุงก็น่าจะหยิบติดมือมาด้วยแต่แรก คันไม้คันมืออย่างฟาดคนกะล่อนจัง

 

 

 

“งอนพี่เหรอคะ”พารุเริ่มสังเกตความผิดปกติ เลยลูบหัวเจ้าแมวน้อยส่งท้าย พลางยันกายขึ้นมาก้าวอาดๆไปล้มตัวบนเตียง จ้องแผ่นหลังบอบบางตาเป็นมัน

 

 

 

“ใครงอนคะ”ฉันกระแทกเสียงตอบโต้

 

 

 

“ไม่งอน แล้วทำไมต้องนอนหันหลังใส่พี่ด้วย”

 

 

ฉันเผลอเม้มปากตัวเองแน่นจนรู้สึกเจ็บแปล๊บๆ อย่าไปหลงกลพี่พารุเขาท้าทายเราเฉยๆ ก็คิดแต่แรกแล้วว่าจะค้างคืนที่บ้านยุยทั้งที คงต้องมีแผนการอยู่แน่

 

 

 

แต่ฉันไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นหรอกค่ะ!!...

 

 

 

 

 

Share this post


Link to post
Share on other sites
คือมัน @^^$@#/&*"//$#@!^6@$6 อธิบายไม่ถูก >_<

ปล.มาต่อเร็วววววๆ << โลภ

Share this post


Link to post
Share on other sites
น้องยุยคะยอมๆไปเถอะ//ว่าไปนั่น
มิลกี้เป็นน้องที่น่ากลัวมากและเน่ก็เป็นพี่ที่ด๋อยมาก......
กรี๊ดพี่พารุคนหื่น!!!

Share this post


Link to post
Share on other sites

บ๊ะ! สองเคะเฉพาะกิจเรื่องนี้จะเสร็จเจ้าเมะไม่ได้เรื่องสองคนนี้แล้วสินะ

มีลางสังหรณ์ว่าน้องยุยจะเสร็จพี่พลุคืนนี้แล และเน่มิ้วคงไม่ต่างกันสักเท่าไหร่....

Share this post


Link to post
Share on other sites

มิ้วลุย เราเชียร์อยู่ 555

ส่วนยุยคงเสร็จพารุในไม่ช้านี้แหละ...

Share this post


Link to post
Share on other sites

อ๊ากกกกก  น้องยุย พี่พลุ  ว๊ายยยยยยย  ชอบอ่ะ!!  555555

 

รอไรท์มาต่อนะคะ  สู้ๆ  ^^

Share this post


Link to post
Share on other sites
มิ้วรุกจนเน่ด๋อยไปโดยปริยาย แถมซึนนิดๆอีก
ยุยคงเสร้าพลุเร็วๆนี้ ยุยมุ้งมิ้งชะมัด

Share this post


Link to post
Share on other sites

อ้ายยยยยยยยยยยยย มิ้วเมะ เอาเยอะๆเลยนะฮะะ

Share this post


Link to post
Share on other sites
กริ๊ดดดดดดดดด น้องยุยพี่พลุ น่ารักอ่ะ ><
มิ้ลเน่... อื้มมมม

Share this post


Link to post
Share on other sites

พารุนี่แบบ..กะล่อนใส่เเมว 555 อ่ะแหมม พี่ยุยอิจฉาล่ะเซ่ -3- เอาไม่ตียุงไล่ตีเลย 5555

เเต่แบบเป็นอันรู้กันว่าพี่ยุยต้องไม่รอด 55 เพราะพารุพูดงี้ กิกิ

พี่เน่พยายามเข้านะ เพราะเดี๋ยวจะติดเบ็ดเข้าให้ 5555

Share this post


Link to post
Share on other sites

ยุยน่าร๊ากกกกกกกก

 

   จ้ะ น่ารักจ้ะ (ไม่รุตอบไงดี555)

 

 

คือมัน @^^$@#/&*"//$#@!^6@$6 อธิบายไม่ถูก >_<

ปล.มาต่อเร็วววววๆ << โลภ

  

   ขอบคุณคร้าบ>< ผมจะพยายาม

 

น้องยุยคะยอมๆไปเถอะ//ว่าไปนั่น
มิลกี้เป็นน้องที่น่ากลัวมากและเน่ก็เป็นพี่ที่ด๋อยมาก......
กรี๊ดพี่พารุคนหื่น!!!

  

   แล้วคนหื่นลงเอ่ยอย่างไรหนอ...

 

บ๊ะ! สองเคะเฉพาะกิจเรื่องนี้จะเสร็จเจ้าเมะไม่ได้เรื่องสองคนนี้แล้วสินะ

มีลางสังหรณ์ว่าน้องยุยจะเสร็จพี่พลุคืนนี้แล และเน่มิ้วคงไม่ต่างกันสักเท่าไหร่....

   

   ผมสปอยไม่ได้ฮับไม่ดี...555

 

 

มิ้วลุย เราเชียร์อยู่ 555

ส่วนยุยคงเสร็จพารุในไม่ช้านี้แหละ...

 

   นั่นสินะครับ อืมๆ..อืม..นั่นสิ

 

อ๊ากกกกก  น้องยุย พี่พลุ  ว๊ายยยยยยย  ชอบอ่ะ!!  555555

 

รอไรท์มาต่อนะคะ  สู้ๆ  ^^

 

   ขอบคุณครับ ซึ้งTT

 

 

มิ้วรุกจนเน่ด๋อยไปโดยปริยาย แถมซึนนิดๆอีก
ยุยคงเสร้าพลุเร็วๆนี้ ยุยมุ้งมิ้งชะมัด

 

  บอกเน่ด๋อยสองคนแล้วนะ555+

 

 

อ้ายยยยยยยยยยยยย มิ้วเมะ เอาเยอะๆเลยนะฮะะ

 

  โอชิมิ้วแน่เรย คุๆๆ

 

กริ๊ดดดดดดดดด น้องยุยพี่พลุ น่ารักอ่ะ ><
มิ้ลเน่... อื้มมมม

 

  อื้มมม ใช่ครับ อิ้มมม... เอ๊ะ แล้วผมจะกวน_ตื๊ด_ทำไมล่ะเนี่ย

   

 

พารุนี่แบบ..กะล่อนใส่เเมว 555 อ่ะแหมม พี่ยุยอิจฉาล่ะเซ่ -3- เอาไม่ตียุงไล่ตีเลย 5555

เเต่แบบเป็นอันรู้กันว่าพี่ยุยต้องไม่รอด 55 เพราะพารุพูดงี้ กิกิ

พี่เน่พยายามเข้านะ เพราะเดี๋ยวจะติดเบ็ดเข้าให้ 5555

 

   ตอบไงดี เอาเป็นไหว้งามๆขอบคุณที่ติดตามนะคร้าบ

   (-/ \-) ทุกคนนน

Share this post


Link to post
Share on other sites

[おねえさん ~ ♥]

 

 

 

 

 

 

 

Chapter 3    เกลียด

 

 

 

+   +   +   +   +   +

 

 

  

[Milky talk]

 

 

 

 

 

“..น..ตื่น..ตื่นได้แล้ว!!..จะลอกมั้ยการบ้านน่ะ..”

 

 

 

เสียงแสบแก้วหูปลุกร่างบนเตียงให้ลุกขึ้นมานั่ง นัยน์ตาหวานฉายแววไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย ขณะมองตัวการที่ทำให้ตนต้องตื่นขึ้นกลางดึกสงัดเช่นนี้

 

 

 

“...ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีเรื่องที่ข่วนกันเลยนะ ขยันทำให้ฉันหงุดหงิดดีนักนี่..”มิยูกิกล่าวโทษร่างบางที่แอบเห็นผ่านหางตาว่ายังอุตส่าห์แอบเบ้ปาก

 

 

 

“ตกลงจะเอายังไงกันแน่ ฉันก็ทำหน้าที่พี่สาว อย่างที่เธอต้องการแล้วไง?”ซายากะตอบโต้อย่างไม่ลดละ ล้มตัวลงนอนและพอเห็นสายตาอีกฝ่ายก็รีบพลิกตัวหนีหน้า

 

 

 

สาวที่ยังคงอยู่ในชุดเครื่องแบบมัธยมปลาย ปรายตามองกระเป๋าเรียนของตนที่ถูกย้ายที่ไปบนโต๊ะเสี้ยววินาที ก่อนจะตวัดนัยน์ตากลับ

 

 

 

“ทำแบบขอไปทีแบบนี้ ฉันไม่ชอบ...”
ระหว่างเอื้อนเอ่ยวาจาในทำนองบอกให้ซายากะรับรู้ว่าเธออยากให้อีกฝ่ายปฏิบัติกันให้ดีกว่านี้หน่อย มือเรียวก็เอื้อมรั้งร่างบางเข้ามาด้วยเรี่ยวแรงมหาศาล

 

 

 

“อะไรอีกล่ะ!”คนถูกรบกวนแทบสบถ จำต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

 

ร่างคนรุกรานขนาบรั้งเบียดกายเข้าแนบชิดร่างบางในอ้อมแขน ซายากะขนลุกซู่ รู้สึกร้อนวูบวาบตามอาการขนลุกปกติทั่วไป หากแต่ความรู้สึกไม่ปกติคือเริ่มรู้สึกตัวว่าไปยั่วให้น้องสาวโกรธเข้าให้แล้วจริงๆ ไม่งั้นหล่อนไม่มาคุกคามเธอให้เสียเวลา

 

 

 

“...สมุดอยู่บนโต๊ะ ไม่ได้อยู่บนเตียง”ซายากะบอกเสียงอ่อนลง พยายามรั้งแขนอีกฝ่ายออกแต่ผลลัพธ์ช่างน่าผิดหวัง

ฉันเผลอสูดหายใจเข้าเต็มปอด กลิ่นสบู่หอมฟุ้งจากร่างอุ่นๆในวงแขนทำให้ฉันเคลิ้ม เมื่อกี๊ซายากะพูดว่าอะไร ฟังแทบไม่รู้เรื่องเลย

 

 

 

...ทนไม่ไหวแล้ว!...

 

 

 

“เธอเริ่มก่อนนะ”
จบประโยค มือเรียวเคลื่อนเข้าปิดปากซายากะไว้อย่างแน่นหนา กดน้ำหนักลงอย่างแรงจนอีกฝ่ายได้แต่ทำเสียงอู้อี้ทักท้วงในลำคอเมื่อเป็นดังนี้

 

 

 

“อา...หอมเป็นบ้าเลย”มิยูกิครวญครางเสียงหวานข้างหูคนที่ได้แต่ดิ้นไปมาอย่างหมดทางไป เมื่อสู้แรงไม่ได้ ท่อนแขนอีกข้างของน้องสาวยังเกี่ยวเอวคอดกิ่วเสียแน่นเพื่อบังคับให้เธอรับสัมผัสน่ารังเกียจเหล่านั้น

 

 

 

คนเตลิดเลื่อนศีรษะเข้าซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่น ปลายจมูกโด่งลากสัมผัสตรงเนื้อบอบบางอย่างจงใจ เสียจนร่างบางที่ได้แต่ส่งเสียงอู้อี้ ชักเริ่มเสียงอ่อนลง มิยูกิถูกความต้องการครอบงำจนหน้ามืดตามัว ริมฝีปากพรมจูบไปบนซอกคอขาวพร้อมทั้งส่งลิ้นร้อนๆออกมาชิมผิวเนื้อราวกับเป็นอาหารอันโอชะ

 

 

 

“อ๊ะ..”
ซายากะรู้สึกว่าฟันคมๆขบลงมาแรงๆ สมองเธอเริ่มตื้อชา แม้ว่ารู้สึกเจ็บ..แต่เกรงว่ามีความรู้สึกซาบซ่านแอบแฝงเข้ามาเหมือนเนื้อร้ายที่บงการให้เรี่ยวแรงหดหายไปจนหมดสิ้น

 

 

 

ไม่รอช้าเมื่อรู้สึกว่าร่างในอ้อมแขนเลิกดิ้นขลุกขลักไปมา มิยูกิสอดมือเข้าไล้ส่วนเว้าโค้ง ภายในเสื้อเชิ้ตตัวบาง ผิวอันลื่นมือทำให้เผลอส่งเสียงในลำคอ

 

 

 

“ซายากะ..ฉันไม่ไหวแล้วล่ะ..”
มิยูกิเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราวกับละเมอ ผละออกมาจากร่างบาง มือดึงรั้งเนกไทที่รัดบริเวณรอบคอตนที่ปมมัดเริ่มหลวม ดึงมันออกมามัดรวบข้อมือพี่สาวที่ทำให้เธอจะคลั่งตายในยามนี้

 

 

 

“..อย่าทำ..อย่าทำฉันเลยนะมิยูกิ..”เมื่อมือหนาปลดปล่อยจากริมผีปาก ซายากะเอ่ยเว้าวอนด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน ทว่ามิยูกิกลับยิ่งผูกเงื่อนมัดรอบข้อมือของตนเข้ากับซี่กรงหัวเตียงเข้าไปอีกชั้น

 

 

 

แต่ยามนี้คนที่พร่ำบอกว่าไม่ไหวแล้ว ไม่ยอมเสียเวลาแม้เสี้ยววินาทีเพื่อเอ่ยถ้อยวาจาร้ายๆตอบโต้อย่างเคย

 

 

 

“..อย่าเตะตัวฉัน ออกไป..”นัยน์ตาคนที่ไล่ตะเพิดเสียงเครือเอ่อล้นด้วยน้ำใสๆ แต่มิยูกิฟังที่ไหน มืออุ่นไล้เอวคอดกิ่วของคนใต้ร่างไปมาเพื่อเร้าอารมณ์ให้ร่างบางอย่างสนุกสนาน แล้วพลันค่อยๆเลื่อนระดับสูงขึ้น จนกระทั่งถึงอกอิ่ม

 

 

 

***
ย้ายถิ่นครับ  เรท ฉ
http://fromfiction.blogspot.com/2014/06/fic-onee-san-daisuki.html

 

***

 

 

[Paruru talk]

 

 

 

 

โอ๊ยยย ปวดหลังชะมัด ฉันเดินห่อเหี่ยวเข้ารั้วโรงเรียน หย่อนตัวนั่งลงข้างเพื่อนสนิท แล้วก็ต้องทำหน้าแปลกใจที่ยัยซายาเน่ฟุบหลับคาโต๊ะเรียน ปกติฉันมาก่อคุณเธอตลอดไง

 

 

 

ห้องยังร่อยหรอ เพราะมันยังเช้าอยู่พอสมควร ปวดหลังจริงๆ โอย อกหักแล้วยังไม่พออีกเหรอคะ สวรรค์กลั่นแกล้งข้าพเจ้าทำม้าย

 

 

 

“ซายาเน่ ไข้ขึ้นหรือไงถึงตื่นเช้ามาโรงเรียนได้น่ะ”ฉันแขวะ เธอไม่วายผงกหน้าขึ้นมาด้วยท่าทีอ่อนเปลี้ย

 

 

 

“อืม ฉันเป็นหวัด..”ซายากะสูดน้ำมูก ปลายจมูกแดงเรื่อ

 

 

 

คือฉันประชดนะ...ดันเป็นจริงซะงั้น...

 

 

 

“เฮ้อ..เน่เย็นนี้ไปร้องคาราโอเกะกัน ปลอบใจฉันหน่อย”พารุเอ่ยชวน สีหน้าเศร้าสลด คนข้างตัวขมวดคิ้วมอง

 

 

 

“ปลอบใจ?..แล้วแกเป็นอะไรล่ะ..”ซายากะอิดออด เนื่องด้วยพิษไข้ทำให้อยากนอนซมกับเตียงเหนือสิ่งอื่นใด

 

 

 

“ฉันโดนน้องยุยหักอกน่ะ น้องเขาถีบเลย”

 

 

 

“หื้อ ถีบ?”

 

 

 

“อือ”

 

 

 

“แกโดนน้องยุยถีบ?”

 

 

 

“จะย้ำทำไมนัก รึสะใจ”

 

 

 

“ปะ เปล่านะ ฮ่าๆๆ..”
เออ ไม่สะใจเลยค่ะคุณเธอว์ หัวเราะท้องคับท้องแข็งขนาดนี้น่ะ ฉันเลยถือโอกาสมองสำรวจไอ้คนฮาลั่นเพราะไม่รู้จะทำอะไร แต่แล้วกับเห็นพลาสเตอร์ยาสีเนื้อแปะคอซายาเน่ถึงสามอัน

 

 

 

“คอแกไปโดนอะไรมาน่ะ”พารุซักด้วยความฉงน

 

 

 

“ฮะ...คือฉันซุ่มซ่ามน่ะ...เออ แล้วเย็นนี้ฉันจะปลอบแกเอง ไม่ต้องห่วง เพื่อนไม่ทิ้งเพื่อนอยู่แล้ว!”ว่าไปนั่น มันล็อคคอฉันอีกแล้ว โอ๊ยย คนยิ่งปวดๆหลัง

 

 

 

“โอย เน่ฉันปวดหลังอยู่นะ”พารุครางหงิง เพื่อนเลยรีบผละออก ปากขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่

 

 

 

“โทษทีๆ”

 

 

 

ฉันถอนใจเฮือกใหญ่ น้องยุยหนักมือหนักเท้ากับพี่ถึงขั้นนี้แล้ว เฮิร์ตค่ะเฮิร์ต ขอเว้นระยะทำใจแปป โดดสักวันสองวันดีกว่าชมรม

เพื่อนร่วมชั้นอีกรายเดินเข้ามาในห้อง เด็กใหม่นี่เอง ฉันยิ้มทักทาย เธอมองมาพอดีเลยยิ้มทักกลับมา จะว่าไปแล้วตอนพักเที่ยงฉันเห็นเธอไปทานกับพวกกลุ่มผู้ชาย ลองชวนดูดีกว่า

 

 

 

“มิยูกิ”พารุเรียกพลางกวักมือเรียกหยอยๆ คนที่กำลังจัดวางกระเป๋าที่โต๊ะประจำชะงัก เงยหน้าขึ้นมามองแล้วก็ยิ้มหวานเดินเข้ามาหาคนร้องเรียก

 

 

 

ฉันค่อนข้าง งงที่เห็นยัยซายาเน่มองหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ อะไรของเธอว์ล่ะเนี่ย ฉันแค่เรียกเพื่อนใหม่มาทำความหนิดหนมเองนะ

 

 

 

“เห็นเธอสุงสิงกับพวกผู้ชายเดี๋ยว ผู้หญิงในห้องก็ได้พากันแห่หมั่นไส้หมดพอดี”

 

 

 

“งั้นให้ฉันมาสิงกับกลุ่มเธอแทนดีมั้ยล่ะ..?”มิยูกิปรายตามองซายากะด้วยสายตาของผู้มีชัย แล้วหันไปฉีกยิ้มให้มิตรสหายคนใหม่

 

 

 

“ไม่ดี!”

 

 

 

ฉันสะดุ้งเพราะเสียงซายาเน่ จู่ๆอะไรเข้าสิงมันอีกล่ะ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายแฮะเพื่อนเรา ทำไมใจร้ายกับเพื่อนใหม่จัง ชักจะใจดำไปแล้ว

 

 

 

“เอาสิ อย่าไปใส่ใจยัยผีเจ้าผีออกนี่เลยนะ”พารุตกลง หักหน้าเพื่อนใจดำที่ลุกพรวดจากที่นั่งหุนหันออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว

 

 

 

“จะดีเหรอ..ซายากะดูเกลียดขี้หน้าฉันซะขนาดนี้ ฉันก็ไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้...”มิยูกิว่า ดวงหน้าพลันเศร้าขึ้นมาเล็กน้อย

 

 

 

“ดีสิ ซายาเน่ไม่มีเหตุผลเลย”ฉันมุ่ยหน้าบอกมิยูกิ เธอยิ้มขึ้นมาได้หน่อยฉันก็พอใจชื้น

 

 

 

แล้วช่วงเที่ยงฉันกับซายากะก็มีเพื่อนทานข้าวเพิ่มมาหนึ่งคน ฉันเก็บงำความสงสัยเอาไว้ ท่าทางซายาเน่เท่าที่สังเกตตลอดวันคือมันพยายามไม่สบตา ไม่คุย ไม่ตอบ ไม่อะไรสักอย่างกับมิยูกิทั้งนั้น

 

 

 

จนฉันต้องมองเชิงปราม คุณเธอถึงจะยอมตอบเพื่อนใหม่เสียบ้าง

 

 

 

ตกเย็นฉันก็ลากทั้งเพื่อนเก่าเพื่อนใหม่ไปร้องคาราโอเกะเพื่อคลายอาการอกหักรักคุด อันที่จริงถ้าร้องเพลงแล้วมันจะหายปวดหลังก็คงจะซินะ...

 

 

 

+   +   +   +   +   +

 

 

 

[Milky Talk]

 

 

 

ฉันหงุดหงิดเหลือเกิน หงุดหงิดสะสมมาทั้งวัน จนแทบบ้าอยู่แล้ว...

 

 

 

มิยูกิถอนหายใจ หลังลุกออกมาจากห้องคาราโอเกะและเข้าห้องน้ำเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว เธอเห็นโซนร้านขายของกุ๊กกิ๊กน่ารักทางฝั่งตรงข้ามเลยเข้าไปสำรวจดูของภายในร้านนั้นเสียหน่อย

 

 

 

“น่ารักจัง..”ความหงุดหงิดเริ่มจะคลายเมื่อเห็นของสวยๆงามๆตามประสาผู้หญิง

 

 

 

พวงกุญแจหลายแบบจัง แต่ฉันคงไม่ใช้มันหรอก เพราะงั้นก็ไม่ซื้อน่ะสิคะ..

 

 

 

แต่ฉันเปลี่ยนใจในวินาทีถัดมาที่ตาเหลือบไปเห็นสร้อยคู่รัก คู่หนึ่ง อื้อหือโดนสอยเงินเกือบค่อนกระเป๋าเลยค่ะ เง้อ

 

 

 

“หายไปนานเลยนะ ร้องเพลงบ้างไหม แก้เครียด..อะ”ทันทีที่เพื่อนโผล่หน้าเข้ามาอีกครั้ง พารุก็ยื่นไมค์มาตรงหน้าเธอ

 

 

 

“อืมม อย่าดีกว่า”ฉันเหลือบไปเห็นอีกคนที่นั่งผล็อยหลับทั้งๆที่เสียงออกจะดัง ลำโพงก็ตั้งอยู่ตรงหน้า เสียงกระจายรอบทิศขนาดนี้ อยากจะปรมมือให้ดังๆเสียจริงๆ

 

 

 

“มันป่วยอยู่น่ะ”พารุตอบโดยที่มิยูกิไม่ทันตั้งคำถาม เมื่อเห็นสายตาเคลือบแคลงของมิยูกิที่จดจ้องคนหลับอยู่นานสองนอน

 

 

 

“ไปเข้าห้องน้ำแปปนึงนะ เธอจะร้องอะไรมันก็ไม่ตื่นหรอก ตามสบายเลย”

 

 

 

ทันทีที่ส่วนเกินหายหัว ฉันเข้าไปนั่งข้างซายากะ เอาหลังมืออังวัดอุณภูมิบนหน้าผากมน มันอุ่นจนร้อนเลยล่ะ แล้วฉันก็หงุดหงิดอีกเป็นเท่าทวี

 

 

 

“ทำไมไม่บอกสักคำ ฉันเข้าหาเธอทั้งวัน เธอก็เอาแต่ผลักไสกันแบบนี้ เป็นบ้าอะไรนักหนานะ”ฉันพึมพำระบายอย่างสุดจะกลั้น

 

 

 

ก็ใช่ว่าไม่รู้เสียทีเดียวหรอก เธอเอาแต่ร้องไห้ตอนที่ฉันครอบครอง ฉันเต็มใจรับผิดชอบ แต่ตื่นขึ้นมาเธอก็หายตัวออกไปจากบ้านแล้ว เย็นนี้พ่อก็กลับมาแล้วด้วย ไหนจะคุณน้าอีกล่ะ แล้วถ้าขืนคุณน้ารู้ว่าเราทำอะไรลูกสาวเขา เธอคงโดนเล่นงานจนอ่วม

 

 

 

“หื้อ..มายุ่งอะไรกับฉันน่ะพารุ ร้องต่อไปสิ..”คนถูกรบกวน ปัดมือที่นาบหน้าผากตนออก ปากส่งเสียงเชิงรำคาญ

 

 

 

“กวนใช่มั้ย ฮะ..อย่ามาโดนคอ มันจั๊กจี้..”

 

 

 

ฉันมองเธออย่างเอือมระอา  สวมสร้อยให้เธอเสร็จก็ผละออกมา ก้มมองสร้อยอีกเส้นในมือตวเอง

 

 

 

“เธอห้ามถอด ไม่ว่าจะยังไง”มิยูกิเก็บสร้อยอีกเส้นใส่กระเป๋า เสียงเธอทำให้คนข้างตัวลืมตาหนักอึ้งขึ้นมามองอย่างตื่นๆ

 

 

 

ซายากะส่งมือลูบคลำสร้อยที่รอบคอตน ก่อนจะรีบก้มมอง จี้แม่กุญแจ มือน้อยลูบมันเสร็จก็กำมันแน่นตั้งท่าเตรียมกระชากให้มันหลุดพ้นจากคอแทบจะทันทีที่ประมวลผลทุกอย่างที่พลาดไปได้

 

 

 

“อ๊ะๆ อย่าเชียวนะซายาเน่”มิยูกิรีบพูดปรามการกระทำสุดแสนจะท้าทาย เคลื่อนมือเลิกสาบเสื้อร่างบางออกเพื่อที่จะได้มองสำรวจลำคอระหงได้ถนัดๆ

 

 

“ประเดิมคิสมาร์คอีกสักสองสามรอยไหมล่ะ หรือพลาสเตอร์สามอันมันจะน้อยไป ฉันก็ว่าอยู่นะ...เธอชอบให้ฉันใช้ปากล่ะสิ..”
มืออีกข้างเคลื่อนเข้าไล้นิ้วเรียวยาวบนริมฝีปากหยุ่นนุ่มที่มีแผลแตกเชิงข่มขวัญซายากะอีกทาง

 

 

 

“เธอมัน..ทุเรศที่สุดเลย..”ซายากะปล่อยมือจากจี้ เบี่ยงหน้าหลบ นัยน์ตาสั่นระริก

 

 

 

“หัดพูดจาให้มันเพราะๆหน่อยเถอะนะ ไม่งั้น...คืนนี้เธอคงต้องเสียน้ำตาฟรีๆอีกนั่นแหล่ะ อย่าลืมครางเสียงหวานๆเหมือนเดิมนะ ฉันอยากฟัง”

 

 

 

ฉันเลิกคิ้วมองพี่สาวที่ลุกพรวดพราดขึ้น เธอคว้ากระเป๋าเดินโฉบออกไปจากห้องทันที คลาดกับพารุนิดเดียวเท่านั้น ฉันเลยทันได้ยินพารุร้องเรียกเธออย่าง งงๆ

 

 

 

“จะกลับแล้วเหรอ นี่..ซายาเน่...อะไรของมันนะ..”

 

 

 

“บอกแล้วว่าเขาเกลียดขี้หน้าฉันมากจริงๆ พารุ”ฉันแสร้งทำน้ำเสียงโศกสลด และทำหน้าให้มันสมจริงในทิศทางเดียวกัน

 

 

 

“แย่จริงๆนั่นแหล่ะ”พารุฟึดฟัด ก่อนคว้าสมุดเล่มหนามาไล่หาชื่อเพลงที่ต้องการไปพลางๆ

 

 

 

“แล้วทำไมเธอถึงอยากร้องเพลงล่ะ?”ฉันอดถามไม่ได้ ความจริงสารภาพว่าชักเริ่มเบื่อที่จะสวมบทบาทเพื่อนที่แสนดีขึ้นมาบ้างแล้ว หน่อยนึง

 

 

 

“อกหักไง...แต่อกหักสักสามวันพอ เดี๋ยวไปตื้อน้องเขาต่อ”

 

 

 

มิยูกิขำพรืด เลยได้สายตาค้อนขวับของคู่สนทนาเป็นรางวัล

 

 

 

“แล้วแบบนี้เขาเรียกอกหักที่ไหนล่ะ ถ้าคิดจะไปทู่ซี้ต่อน่ะ”ฉันตั้งแง่ เธอทำหน้านึกตามแล้วก็ตอบง่ายๆ

 

 

 

“ก็มันตัดใจไม่ลงนี่”

 

 

 

“เธอจีบผู้ชายยังไงกันเนี่ย ฉันชักสงสัยแล้วสิ ผู้ชายไม่ชอบให้รุกมากไปหรอกนะ..”

 

 

 

“น้องเขาเป็นผู้หญิงย่ะ”

 

 

 

มิยูกิทำหน้าเอ๋อไปแวบนึง สติกลับมาก็รีบปรับสีหน้าให้เรียบนิ่ง พลางเกริ่นนำเพื่อให้คำแนะนำดีๆให้อีกฝ่ายนำไปใช้ตามอัธยาศัย

 

 

 

“งั้นจะไปยากอะไรล่ะ...”

Share this post


Link to post
Share on other sites
ยุยออกแนวซึนใส่พารุตลอด
พี่เน่ท่าทางไม่รอดมือมิ้ลแน่นอน

Share this post


Link to post
Share on other sites
อูยมิ้ลโคตรรุนแรง......
พี่พารุคะเอาเวลาร้องเพลงแก้ช้ำใจไปหาวิธีง้อน้องยุยดีกว่ามั้ย55555
น้องยุยคนซึน
มิ้ลสอนอะไรพี่พารุคะ55555

Share this post


Link to post
Share on other sites

มิ้วแนะนำอะไรปรุ ห๊ะะ

ส่วนพี่เน่ มาขนาดนี้แล้วก็รักๆน้องมันไปเถอะ

 

ปูเสื่อรอตอนต่อไป...

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now