[Fic] Inside (MaYuki) PG | - Special - | 2014.12.26 | Sweet Dreams Before the nightmare

285 posts in this topic

Inside

 

aRuu0uV.png

 

กราบขอบพระคุณภาพประกอบ(ทวง)ฟิคจากคุณ taro015 さん อย่างสุดซึ้งค่ะ


  Episode 
1 | 2 | 3456 | 7 8 | 9 | 10 10.5 11 12 13 - Epilogue -

 

 

Special


Sweet Dreams Before the nightmare

 

 


---------------------------
Inside
Episode 1

(2.2k words)
 


 

เสียงสายฝนเทกระหน่ำ

ร่างของเด็กสาวทิ้งตัวลงนั่งพิงโซฟาอยู่กลางห้องพักของตน
สาวชุดนักเรียนคอกะลาสีสีดำสนิท จ้องมองตรงไปยังชุดสูทโรงเรียนสตรีหรูที่แขวนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า
เธอเอนคอพิงพนักโซฟา สองหูตั้งใจรับฟังเพลงที่ส่งผ่านมาจากโทรศัพท์มือถือในมือเข้ากับหูฟังแบบเฮดโฟนที่สวมอยู่
 

ฝนตกอีกแล้ว
เกลียดวันฝนตกเหลือเกิน
 

ใช้ช่วงเวลาส่วนตัวได้เพียงครู่เดียว โทรศัพท์ในมือก็กระพริบไฟ
เป็นสัญญาณว่ามีใครบางคนติดต่อเข้ามา
 

ครืด...
'หนึ่ง'
 

ครืด...
'สอง'

...


 
เด็กสาวทิ้งให้โทรศัพท์สั่นต่อไป เสมือนลองใจว่าความอดทนของฝ่ายไหนจะหมดก่อน
และเมื่อถึงครั้งที่สิบสอง เธอก็กดรับมันโดยไม่มองว่าปลายสายเป็นใคร
 

"เมื่อไรจะรับโทรศัพท์ให้เร็วขึ้นสักที นี่มันเรื่องด่วนนะ วาตานาเบะ!"
เสียงจากฝั่งตรงข้าม เริ่มบทสนทนาด้วยคำดุ
คำพูดที่จริงจังและน้ำเสียงเครียด บอกให้รู้ได้ทันทีว่าผู้โทรมานั้นมีเรื่องใหญ่อยู่ในใจ
 
"...มีธุระอะไรก็ว่ามา ทาคามินะซัง" น้ำเสียงเรียบตอบกลับไป
 

เสียงถอนหายใจเบาๆลอยออกมาจากปลายสาย
"... สวนสาธารณะข้างเมือง กำลังส่งรถไปรับ ลงมารอได้แล้ว"
 

สิ้นเสียงนั้น วาตานาเบะก็กดตัดสายไป
 

เธอลุกขึ้นยืน และเดินตรงออกไปที่หน้าประตูห้อง

มือคว้าเอาเสื้อคลุมมีฮู้ดสีดำสนิทที่แขวนพักอยู่ตรงแท่นแขวนเสื้อหน้าห้องมาสวมคลุมไว้
ใส่รองเท้าบู้ทสีน้ำตาลเข้มคู่โปรด และไม่ลืมที่จะสวมถุงมือหนังสีดำที่วางไว้บนตู้เก็บรองเท้าด้วย
กดเสียงเล่นเพลงให้ดังขึ้นก่อนจะยัดโทรศัพท์ลงไปในกระเป๋าเสื้อคลุม แล้วเดินออกจากห้องไป
 
 
...
 

พื้นที่เหนอะหนะในสวนสาธารณะเพราะพิษฝน ไม่ทำให้บรรยากาศแย่เท่าสายเทปสีเหลืองสลับดำที่ถูกพันปิดทางเข้าไว้หน้ารั้ว

สายเทปกันห้ามเข้าที่เกิดเหตุ

ร่างบางในชุดฮู้ด ก้าวลงจากรถตำรวจสีดำสนิทไม่แพ้เสื้อคลุม

นายตำรวจคนเดิมที่ขับรถไปรับและมาส่ง รีบลงจากรถ อ้อมมาถือร่มกางให้เด็กสาว แต่ก็ไม่ได้ทำตามที่หวัง เพราะคนที่ไปรับมานั้น ชิงเดินไปก่อนไกลแล้ว
สองมือของเด็กสาว ล้วงกระเป๋าเสื้อคลุมและเดินตรงผ่านเข้าไปยังสถานที่ที่ถูกกั้นไว้แบบไม่หยี่ระ
 

ตำรวจนายหนึ่ง ก้าวปรี่เข้ามาหมายจะห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องตามหน้าที่
เธอปรายตามองตำรวจคนนั้นด้วยสายตาหงุดหงิด และดึงโทรศัพท์ที่มีตราพิเศษของแผนกสืบสวนระดับสูงขึ้นมา
สิ่งนั้นทำให้นายตำรวจหน้าเสีย และหลีกทางให้กับเธอ
 

เดินเข้ามาถึงด้านใน ก็เห็นภาพแผนกสืบสวน กำลังเดินเก็บหลักฐานกันขวักไขว่
ตำรวจในชุดคลุมกันฝนหลายนาย ต่างตั้งใจทำหน้าที่ของตน
ในจำนวนนั้น มีนักสืบหญิงร่างเล็กคนหนึ่ง สังเกตเห็นและเดินตรงมาที่เธอ
 

"มาแล้วเหรอ วาตานาเบะ"
ท่าทางการพูดจาที่มีอำนาจประกอบกับมีตำรวจชั้นผู้น้อยกว่าเดินตามถือร่มให้ แม้คนที่ไม่รู้จัก เห็นครู่เดียวก็เดาได้ว่าผู้หญิงคนนี้ มีตำแหน่งใหญ่โตพอสมควร
 

"...ก็เห็นอยู่ตรงหน้าแล้วนี่ ทาคามินะซัง"
คำตอบของเด็กสาว ทำให้ผู้ฟังถึงกับถอนหายใจ

 
"ช่างเถอะ ฉันก็ไม่อยากรบกวนเวลาเธอจนดึกดื่นหรอกนะ ...โทษที ขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน"
"ตามมาทางนี้" ผู้มีอำนาจออกคำสั่งแล้วเดินนำไป

 
สาวน้อยในชุดฮู้ดก้าวเท้าตาม
 
เดินลึกเข้าไปในสวนเท่าไร ก็ยิ่งเห็นความอึมครึ้มของบรรยากาศ
 

ฝนยังคงตกปรอยๆ
รอบด้านของสวนที่เคยจำได้ว่า ตอนกลางวันจะมีความสดใส
บัดนี้ฟ้าเริ่มมืดครึ้ม ถูกทดแทนด้วยความหดหู่

 
"เธอยังใส่ชุดนักเรียนนั่นอยู่อีกเหรอ... ย้ายเข้าโรงเรียนใหม่เป็นอาทิตย์แล้วนะ"
ตำรวจหญิงเอ่ยถาม

 
"...ฉันไม่เหมาะกับที่นั่น ทาคามินะซัง" เด็กสาวยังคงตอบเสียงเรียบด้วยท่าทีไม่สนใจโลก
 

" อย่าบอกนะว่ายังโดดเรียนอยู่" เสียงผู้อายุมากกว่าเข้มขึ้น
 

"..." เด็กสาวร่างบางไม่ตอบใดๆ
ทาคามินะ ถอนหายใจ เพราะรู้ดีว่านิสัยของเด็กข้างๆเป็นอย่างไรจึงเลือกที่จะเงียบไม่พูดต่อ
 

...ทั้งคู่ พร้อมนายตำรวจถือร่มอีกหนึ่งนาย มาหยุดอยู่หน้าที่เกิดเหตุ
เจ้าพนักงานแต่ล่ะคนที่เห็นนายตนเดินมา ต่างหยุดการกระทำของตน และหันมาทำความเคารพ
"เชิญครับรองผู้กำกับทาคามินะ" นายตำรวจพูดทักทายเสร็จก็เบี่ยงตัวออก
 

เผยให้เห็นผู้โชคร้าย

หญิงสาววัยรุ่น นอนแน่นิ่งไร้ซึ่งสัญญาณชีวิตอยู่ที่พื้นหญ้าหลังพุ่มไม้นั่น
เลือดเจิงนองออกมาจากปาดแผลที่ข้อมือทั้งสองข้าง
บัดนี้เริ่มแห้งกรังและจับตัวเป็นก้อน

สภาพศพเสมือนหญิงสาวปาดข้อมือตนเองเพื่ออัตวินิบาตรรม
อาวุธเป็นมีดคัตเตอร์ตกอยู่ข้างกาย
 

"ดูยังไงก็เป็นการฆ่าตัวตายนะครับท่านรอง" นักสืบจากหน่วยสืบสวนผู้หนึ่งเดินแทรกเข้ามาออกความเห็น
 

"ถ้าคิดอย่างนั้นไปแล้วจะเรียกฉันมาให้เสียเวลาทำไมล่ะ" เด็กสาวในชุดกะลาสีพูดขึ้นเสียงเรียบ แต่ทำเอานักสืบคนนั้น ถึงกับเขม่นคิ้วเพราะคำถาง
 

"นี่เธอ!" ตำรวจสืบสวนนายนั้นขึ้นเสียง แต่ก็ถูกหยุดด้วยสายตาปรามของผู้บังคับบัญชา
 

"เพราะชั้นรู้สึกแปลกๆ เลยเรียกเธอมายืนยัน" ทาคามินะพูดแทรก "ทำหน้าที่ของเธอไปเถอะ วาตานาเบะ"
 

"..." เด็กสาวชุดดำไม่ตอบอะไร
เธอเดินตรงเข้าไปยังร่างไร้วิญญาณนั้น แล้วยืนพิจารณาสิ่งต่างๆ
วาตานาเบะ ถอดถุงมือหนังของตนเองออกข้างหนึ่ง ดึงหูฟังที่สวมอยู่ให้ลงมาพักไว้ที่ต้นคอ แล้วใช้ปลายนิ้วสัมผัสไปยังร่างของผู้ตาย
 

แค่เด็กนักเรียนมัธยมปลายยืนมองสถานที่เกิดเหตุแบบนี้โดยไม่กรีดร้องเสียสติก็น่าแปลกแล้ว นี่กลับเดินเข้าไปใกล้อย่างไม่เกรงกลัวใดๆอีก
เป็นภาพที่ทำให้ตำรวจหน้าใหม่หลายนายรู้สึกแปลกตายิ่งนัก
 

"...เด็กนั่นเป็นใครเหรอครับ รองมินามิ" ตำรวจผู้น้อยที่ถือร่มตามให้เอ่ยถาม
 

"นายเพิ่งเคยลงพื้นที่นี่นะ..." หญิงสาวร่างเล็กพูด "เด็กช่วยงานพิเศษของฉันเอง รอดูไปเถอะ"
 

เด็กสาวนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก็ลุกยืน เธอหันสายตาเย็นชาไปยังพนักงานสืบสวนด้านข้างแล้วพูดขึ้น

"กระเป๋าถือของผู้ตายล่ะ?"
"กระเป๋า? ไม่มีนะ ที่เราพบมีแค่ร่างกับอาวุธนั่นแค่นั้น" นายคนนั้นตอบ
 

"เดี๋ยวก็มี..." เด็กสาวพึมพำ

จังหวะนั้นเองมีอีกเสียงวิ่งมาจากอีกฟากหนึ่งของสวน ตำรวจนายหนึ่งวิ่งมาด้วยท่าทีร้อนรน
ในมือที่ใส่ถุงมือสีขาวถือสิ่งของชิ้นหนึ่งอย่างระมัดระวัง
 
"รองมินามิครับ! เราพบกระเป๋าถือ คาดว่าจะเป็นของผู้ตายตกอยู่ทางด้านโน้น"

"เห็นไหมล่ะ..." ร่างเล็กของเจ้าของรองเท้าบู้ท เดินตรงไปคว้าเอากระเป๋านั้นมา
ท่ามกลางความตกใจของตำรวจทุกนาย

"ดะ-เดี๋ยว! นี่เธอ! ลายนิ้วมือมัน...!" นายตำรวจผู้ถือกระเป๋ามาร้องโวยวาย
 
 

"ไม่ได้ฆ่าตัวตาย" เด็กสาวพูดขึ้นเสียงเรียบ ไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองด้วยสายตาขุ่นเคือง
 

"เฮอะ มั่วรึเปล่า" นักสืบที่เขม่นอยู่เป็นทุนเดิม พูดขัด
 

"มีเหตุผลอะไรเธอถึงคิดอย่างนั้น" รองผู้กำกับถาม ยื่นมือไปปรามคนที่พยายามหาเรื่อง
 
 
วาตานาเบะรู้อยู่แก่ใจ
 
 
ทาคามินะผู้ที่รู้เรื่องเธอดีอยู่แล้ว ไม่มีทางถามคำถามแบบนี้แน่
เธอเหลือบสายตามองไปโดยรอบ สังเกตเห็นตำรวจหน้าไม่คุ้นหลายนายจ้องมองเธออยู่
 

เพียงต้องการให้คนอื่นรับรู้ถึงความสามารถของเธอเท่านั้น
 

ทุกครั้งที่เคยถูกเรียกมา ก็เป็นคดีที่มีเพียงคนวงในไม่กี่คนควบคุม เป็นทีมเฉพาะกิจที่รองผู้กำกับทาคามินะจะเตรียมไว้ให้สืบเรื่องราวก่อนจะส่งสำนวนไปยังแผนกสืบสวนต่อไป
เธอเป็นผู้ช่วยพิเศษที่ทาคามินะพบตัว และรับเลี้ยงดูไว้สำหรับช่วยไขคดีที่มีปัญหา
หรือบางครั้ง อยากปิดคดีด่วน หาสาเหตุจูงใจอย่างรวดเร็ว ก็จะเรียกตัวเธอมา
 

"กระเป๋าถือของผู้ตายมีแต่เครื่องสำอางค์และกระเป๋าเงิน ไม่ได้พกกระเป๋าเครื่องเขียน จะพกคัตเตอร์อย่างเดียวมาทำไมในกระเป๋าเครื่องสำอางค์?"
เด็กสาวตั้งคำถาม ใช้คำพูดเชิงท้าทาย
 

"...ดูจากใบหน้าแล้วท่าทางอายุยังไม่เกินสิบแปด ชุดที่ใส่ก็ไม่ใช่ชุดนักเรียน แต่แต่งชุดเดรสสวยงาม แต่งหน้า ทาปาก มีกลิ่นน้ำหอมจางๆ คนที่แต่งตัวจัดเต็มแบบนี้ จะมาปลิดชีวิตตัวเองกลางสวนเงียบๆทำไม"
 

"ถ้าให้เฉพาะเจาะจงมากขึ้น ที่ต้นแขนมีรอยช้ำเล็กน้อย เป็นร่องรอยการต่อสู้แน่นอน แต่เห็นได้ชัดว่าพวกคุณรอแผนกชันสูตรอยู่สินะ ที่เกิดเหตุก็กั้นไว้ซะรอบแต่เพิ่งจะหาหลักฐานเจอเอาป่านนี้ มันถึงได้เสียเวลาสิ้นดีไงล่ะ"
 
 
"อีกอย่างที่ทาคามินะซังเรียกฉันมาปกติต้องเป็นคดีพิเศษ ไม่ก็งานลับแบบเงียบๆ แต่ครั้งนี้ฉันเดาว่าเหยื่อรายนี้ต้องเป็นคนสำคัญสักคนแน่ อาจจะเป็นลูกสาวนักการเมือง หรือผู้มีอำนาจสักคน ไม่งั้นไม่ยกมาทั้งกองแบบนี้หรอก"
 
 
เจ้าหน้าที่ทุกคนกลืนน้ำลายเงียบกับคำสันนิฐานของสาวน้อย ที่เดาความเป็นมาของเหยื่อถูกต้องเกือบร้อยเปอร์เซ็น
"ใช่ ...ผู้ตายเป็นหลานสาวคนเดียวของรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง" รองผู้กำกับทาคามินะตอบ
 

"ก็แค่เด็กวัยรุ่น ฆ่าตัวตายล่ะว้า" นักสืบหนุ่มสถบ


"...คุณมาจากกรมตำรวจกลางสินะ" วาตานาเบะหันไปถามผู้ที่คอยเขม่นเธอตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่ามกรายเข้ามา

"ใช่ มีปัญหาอะไร?" ตำรวจสืบสวนนายนั้นจับสูทเสื้อ และแสดงเข็มกลัดที่ปกบ่งบอกสถานะของตนเองอย่างอวดภูมิ
 

"พูดจาดูหมิ่นผู้ตาย นี่สินะสิ่งที่นักสืบกองกลางพึ่งกระทำ"
วาตานาเบะแค่นตามองอย่างดูถูก คำพูดรุนแรงของเด็กสาวตัวเล็กทำให้นายตำรวจใหญ่อารมณ์ขึ้น เตรียมเดินตรงปรี่เข้ามาด้วยสายตาแค้นเคือง
 

"ที่จริง ยัยนี่จะเป็นใคร เป็นอะไรตาย ฉันก็ไม่สนหรอก เพราะฉันแค่ทำหน้าที่ที่ฉันสัญญาไว้กับทาคามินะซังเท่านั้น" เด็กสาวพูดต่ออย่างรวดเร็ว
 
"แต่ให้ฉันเดาความคิดคุณให้ไหม? เพราะเป็นหลานสาวของนักการเมืองใหญ่ กองสืบสวนกลางถึงต้องลงมารับหน้าทำ ก็เลยอยากปัดปัญหากับรูปคดีให้เป็นว่าฆ่าตัวตายจะได้ไม่ต้องตามสืบสาวอะไรให้วุ่นวาย ...แค่หาแรงจูงใจ ปั้นแต่งสำนวนบิดเอานิดหน่อยโทษยัยนี่ว่าคิดสั้นเอาก็สิ้นเรื่อง"
 

นายตำรวจหนุ่มหยุดกึก
 

"แต่ถ้าหากบทมันพลิกออกมาเป็นถูกฆาตกรรม ให้ตายยังไงกรมตำรวจก็ต้องตามหาตัวฆาตกรมารับให้ได้ ไม่อย่างนั้นเสียทั้งหน้าและชื่อเสียง เอาเข้าจริงแค่ลูกนักการเมืองใหญ่มีข่าวว่าโดนฆาตกรรม ยังไม่ทันหาตัวฆาตกร ก็ฉาวโฉ่ไปทั้งกรมตำรวจแล้วด้วยซ้ำว่าปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง ไม่แปลกหรอกที่คุณ หรือใครต่อใครหลายคนพยายามจะบอกว่ามันเป็นการฆ่าตัวตายหนักหนา"
 

นักสืบหนุ่มสะอึก ไม่คิดว่าคำพูดของเด็กสาวจะเสียดแทงเข้าไปในจิตใจได้ถึงขนาดนั้น
 

"ฉันขอย้ำอีกที ใครจะเป็นจะตาย ไม่ใช่เรื่องของฉัน ฉันแค่พูดตามสิ่งที่เห็นและคาดการณ์เอาเท่านั้น ซึ่งฉันมั่นใจว่าการคาดเดาของฉันมีเปอร์เซ็นผิดพลาดน้อยมาก และจากหลักฐานทั้งหมดที่แสดงออกมาตอนนี้ ขอยืนยันอีกครั้งว่าเธอคนนี้ถูกฆาตกรรม"
 
 
เพียงการแสดงสันนิษฐานสั้นๆ กับสายตาที่ทรนงในตนเอง
 

ทุกคน ณ ที่นั้นก็ยอมรับความสามารถของเด็กสาวเรียบร้อย
ไม่แปลกใจที่รองผู้กำกับไว้ใจให้เด็กไร้หัวนอนปลายเท้าจากไหนไม่รู้มาร่วมการสืบสวน
 

วาตานาเบะ ลอบเหยียดยิ้มสมเพชทุกคนที่มองเธอด้วยสายตาชื่นชมอยู่ในใจ
 

หารู้ไม่ว่าความสามารถคาดเดาและสันนิษฐานอะไรนั่น
 

...โกหกทั้งเพ
 

 
 
---------
 
 
ฟิครายวูบเดียว ที่แอบคิดพล๊อกไว้นานแล้วแต่ไม่มีโอกาส
พอดีโดนจุดประกายว่า เขียนแนวสืบสวนสิ...
 
อิอิ...
 
แต่สืบสวนไม่น่ารอดค่ะ 
เพราะงั้นฟิคเรื่องนี้ไม่ใช่แนวสืบสวนหรอก
 
หากแต่งไปตามเรื่องนี่มันดาร์คสุดๆค่ะ ไม่มีบทหวานแน่
 
 
ยังไม่ทราบว่าจะมีกี่ตอน และไม่รู้ว่าจะมีต่อไหม
เสมือนลงซาวน์เสียงก่อนแล้วกันเนอะ โฮฮฮฮ
 
กราบขออภัยล่วงหน้า ถ้าใช้เวลายาวนานค่ะ
 
ปล. ชื่อเรื่องก็ตั้งสดเนี่ย ไม่รู้จะใช้ชื่ออะไร แค่คาดว่าไม่เปลี่ยนแล้วหล่ะค่ะ 5555

Share this post


Link to post
Share on other sites
ในที่สุดมันก็มา!! ปรบมือ! เย้ๆ!
ชอบอ่านแนวนี้มากเบย มายูกิ! มายูกิ!
[กำลังอ่านเรื่องInexpilcable Rival/Lover อยู่เลย] มารออ่านค่า~
จะมีเบิ้ลอิมารึป่าว~?

Share this post


Link to post
Share on other sites

หืมมมมมม คุณเบ๊อะบ๊ะ เปิดฟิคใหม่

ตอกเสาเข็มรอเลยค่ะ ^^ จะตามไปเรื่องๆนะคะ 

Share this post


Link to post
Share on other sites
แจ่ม.จะ.แดม.เเจ่ม..ว้าวว มากก ~ 5555 ย้วยนี่สุดยอด เก่งเเหะ
ปลูกบ้านในอนาคตรอค่ะ 55 ><

Share this post


Link to post
Share on other sites
ย้วยดูดาร์กมากเลยข่ัะ พสั่นนนน
แบบมีญาณพิเศษไรงี้แตะปุ๊ปรู้ปั้ปปุ้ปแป้ะะ???

Share this post


Link to post
Share on other sites

คราวนี้ย้วยจะมาแนวไหนเนี่ย

แล้วกิรินจะโผล่มายังไง

 

รออ่านค่ะ ดีใจที่ไร้มาเปิดเรื่องใหม่ เย่!

Share this post


Link to post
Share on other sites
ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น !!!

รอติดตามจ้าาา

Share this post


Link to post
Share on other sites

โอ้ มาช้าไปนิดแต่ขอปังเสากางเต้นรอตอนต่อไป หรือปลูกบ้านเลยดีหนิ 5555

อ๊าาาา รอบนี้วาตานาเบะซังได้เป็นตัวเอกด้วย ดีใจ ขอบคุณค่ะ  :dookdik_005_mushroom:

อ่านตอนแรกแบบมายุมีพลังพิเศษ เก่ง เป็นเอสเปอร์หรอ? แต่พออ่านถึงตรงประโยค

 

โกหกทั้งเพ....

 

เอิ่ม มายุคะ สำลักน้ำเลยค่ะ แค่กๆๆ

 

จะโกหกไม่โกหก จะเมพไม่เมพก็ขอดูต่อแล้วกันนะคะ

ชอบชุดมายุกับนิสัยแบบนี้ ดูแก่นๆน่ารักดี รักเลยยยยย   :dookdik_bun_20:

Share this post


Link to post
Share on other sites

ปลูกบ้านรอเลยได้มั้ยคะ55555

อ่านมาเรื่อยๆสะดุดตรง โกหกทั้งเพ

อ้าวคุณมายุคะ ไอ้ที่ว่าๆมาอย่างมีหลักการนั่น5555555555555

รึจะคือสกิลแถเนี่ยระดับเมพ? //โดนตบ

จะรอติดตามนะคะ อุฮิ <3

Share this post


Link to post
Share on other sites

มายูถ้าไม่อยู่หน่วนพิเศษอาจจะไปอยุ่ บริษัทส่งศพ(ไม่)จำกัด #ผิด

 

เนื้อหาน่าสนใจดีเรื่องนี้ รอตอนต่อไปนะคะ

Share this post


Link to post
Share on other sites
มายุเอ้ยยย
โกหกทั้งเพนี่มันอะไรกัน
5555555555555555555

Share this post


Link to post
Share on other sites

อะ อ้าววววว โกหกทั้งเพหรืออัลไลลลลลล  

อุตส่าห์แอบชื่นชมว่าเก่ง ไงทำแบบนี้ล่ะคะมายุ 555555555  :dookdik_bun_5:  :dookdik_bun_5:

Share this post


Link to post
Share on other sites
เป็นฟิควูบเดียวที่ทำให้ รีดเกือบวูบตาม
ทำไม มาย้วยมันน่ารักแบบนี้ เท่ห์มากมายเลยครับคุณ

Share this post


Link to post
Share on other sites

@NickyS9 : กรี๊ด ยินดีที่ชอบอ่านค่ะ ขอบคุณที่อ่านเรื่องเก่าด้วย โฮฮฮ 
สำหรับเบิ้ลอ ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ... 
หมีไม่ได้โอชิน้องจู เลยไม่กล้าใส่อะไรที่ไม่ค่อยรู้จักดีลงไปในเรื่องค่ะ
ขออภัย โฮฮ
 
@kmkpc22 : เฮฮฮ ขอบคุณค่ะ จะพยายามดันเรื่องนั้นให้จบ แล้วจะดันเรื่องนี้ให้จบตามด้วยค่ะ เย้เย่
 
@Poonjitsupa : ตอกเสาเข็มสร้างคอนโดเลยมั้ยคะ ฮาาา แบ่งๆกันอยู่ได้
 
@STT48 : ดาร์กทั้งเรื่องค่ะ เรื่องนี้ ตอนนี้เฉลยหมดแล้วค่าา ฮาาา
 
@marumorimari : สปอยโต้งๆว่า ดาร์กทั้งเรื่องค่ะ 
จริงๆเรื่องแวมไพร์ก็กะให้ดูดาร์ก แต่กลายเป็นฟิกตลกตั้งแต่เริ่มแล้ว 55 
เรื่องนี้จะพยายามคงความดาร์กทั้งเรื่องแน่นอนค่ะ
 
@bbillboyz : โฮฮฮ  ขอย้ำว่า ไม่ใช่ฟิคสืบสวนนะคะ 55
 
@wypokon : ฮาาา อ่านตอนนี้จบอาจเปลี่ยนความคิดที่บอกว่าแก่นไปก็ได้ค่ะ ฮาาา
เรื่องนี้ นาเบะซังเด่นค่า เฮฮฮ
 
@KIRI_PANG : ฮิ้วว ตอนนี้คงกระจ่างหมดแล้วค่ะ ยาวมากก
 
@cancan : เย่ ขอบคุณค่า มาลงต่อแล้วค่ะ
 
@Jorpakmah : ฮาาาาา มาเฉลยแล้วค่ะ ติดตามได้ในตอนเลย
 
@viki :  ฮี่ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
 
@kapok1r2 : ตอนนี้เดี๋ยวรู้กันค่ะว่าเพราะอะไร ฮาา 
 
@PeTerPanda : จะหลายวูบแล้วค่ะ โฮฮ มาอีกวูบนึง แต่งไปแต่งมาดูจำนวนหน้าตอนจบตอนแล้วช็อคมั่ก
 
 
 
ปล. ระวังตาแฉะนะคะ แต่งไปมา 30 หน้า
ยาวประมาณสามตอนปกติของที่เคยแต่ง โฮฮฮ
 
------------------------------------------
 

 

Inside
Episode 2

(5.3k words)
-----





 
'โลกนี้ไม่ได้โหดร้ายหรอกนะ'

...โกหก

คำที่โป้ปดที่บอกว่าโลกนี้สวยงามน่ะ

มันไร้สาระสิ้นดี

'หืม? ไม่เชื่อเหรอ'

ไม่ใช่ไม่เชื่อหรอก...

...เคย

...เคยเชื่อว่าโลกนี้สดใสอยู่

แต่มันเป็นอดีตไปตั้งนานแล้ว

'งั้นพี่จะแสดงให้มายุจังเห็นเอง'

...

ชีวิตของวาตานาเบะ มายุนั้นดีพร้อม
บิดาเป็นรัฐมนตรีใหญ่ ครอบครัวอบอุ่น
มีสมบัติและเงินทองมากมาย
เด็กน้อยได้รับการศึกษาและสอนสั่งให้เข้าสังคมเป็นเลิศตั้งแต่ยังเล็ก
เรียกได้ว่าเกิดมาเพื่อเป็นคุณหนูอย่างแท้จริง

หากเทียบในเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันแล้ว เป็นชีวิตสมบูรณ์แบบที่ใครต่อใครก็พาลอิจฉา
เพียงแต่ ถ้าวันที่เลวร้ายนั้นไม่เคยมาถึง

หลังวันฉลองครบรอบวันเกิดสิบปีได้ไม่นาน
บ้านหลังใหญ่ถูกโจรไร้หัวนอนปลายเท้าบุกขึ้นบ้าน
ขโมยของมีค่าและฆ่าทุกชีวิตในบ้าน
ด้วยไหวพริบของเด็กน้อยที่แอบซ่อนในตู้เสื้อผ้าได้ทัน ทำให้รอดพ้นมาได้
เมื่อตำรวจมาถึง เด็กน้อยผู้ได้รับการช่วยเหลือ ขอมองผู้ปกครองของตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย
แม้จะผิดจรรยาบรรณ แต่สายตามุ่งมั่นรวมกับท่าทางไร้ซึ่งการฟูมฟาย ผิดวิสัยของเด็กวัยสิบปีทั่วไป ก็ทำให้ตำรวจผู้ควบคุมยอมอ่อนใจ

ภาพบิดามารดาของตนนอนจมกองเลือด แม้ไม่ได้ตั้งใจแต่ก็ทิ้งให้ลูกสาวตัวน้อยเพียงคนเดียวเผชิญชะตากรรม

มันทำให้สายตาของวาตานาเบะ มายุเปลี่ยนไป
มายุเป็นเด็กฉลาด เธอรู้ดีว่าครอบครัวของเธอไม่ได้ถูกโจรธรรมดาฆ่า
แต่เป็นการจัดฉากของขั้วการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับบิดาของเธอ
ที่หวังจะกำจัดขวากหนาม

เด็กสาวที่เคยร่าเริงสดใส เปลี่ยนเป็นเงียบขรึมและโดดเดี่ยว

หลังจากเหตุการณ์เลวร้าย เด็กน้อยได้ถูกอุปการะจากเพื่อนสนิทของครอบครัว
นายพลมัตสึอิ รองผู้บังคับบัญชากรมตำรวจในขณะนั้น ผู้อาศัยอยู่กับลูกสาวคนเดียว
...

"วาตานาเบะซัง ชอบทานอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าคะ?"
เสียงไม่คุ้นเคย เอ่ยถามขึ้นมา ขณะที่มายุนั่งเหม่อมองท้องฟ้าอยู่ในสวนหลังบ้านของบ้านหลังใหม่

"..."
เด็กน้อยหันหน้ากลับมามองต้นเสียงนั้น พบกับเด็กวัยใส
ใบหน้าขาว ดวงตากลมโตจ้องเธอกลับมา

"ฉันชื่อ เรนะ, มัตสึอิ เรนะ อายุสิบห้าปี ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ"
เจ้าของบ้านเอ่ยทักก่อน
"คุณพ่อบอกว่า ตั้งแต่วันนี้วาตานาเบะซังจะมาอยู่กับพวกเรา"
"หวังว่าเราจะสนิทกันได้นะคะ"
เรนะยิ้มอย่างเป็นมิตร

"..." เด็กนามสกุลวาตานาเบะไม่ตอบอะไร เธอหันหน้าหนี และเหม่อมองท้องฟ้าเงียบๆ

ผู้ตั้งใจมาเริ่มสานสัมพันธ์ ยิ้มแบบอ่อนใจ
เรนะรู้ดีว่าเด็กสาวข้างๆต้องผ่านเรื่องหนักขนาดไหนมา
จะให้เริ่มพูดอะไรหรือผูกมิตรกับใครภายในเวลาครู่เดียวนั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้
การย้ายมาต่างถิ่น ต่างบ้านที่คุ้นเคย จึงจำเป็นต้องใช้เวลาปรับตัว
ขึ้นอยู่กับเวลาที่จะทำให้วาตานาเบะเปิดใจ...

ช่วงสองสัปดาห์แรก ทุกคืน เรนะจะมานั่งมองท้องฟ้ายามราตรีเป็นเพื่อนเด็กสาวทุกวัน
นั่งเงียบๆ ไม่เอ่ยคำพูดใด

จนกระทั่ง ในที่สุดมายุก็ยอมเอ่ยถามเอง

"มัตสึอิซัง..." เสียงเล็กๆที่บรรจุไปด้วยความเย็นชาไร้ชีวิตนั้นเอ่ยเบาๆ

"ไม่เบื่อเหรอคะ มาทำอะไรแบบนี้" คำถามที่เย็นชาไม่แพ้กัน

เรนะยิ้มบาง
"ไม่เบื่อหรอก นั่งดูดาวก็เพลินดี สวยออก"

"..."
'ไม่เห็นจริง'
มายุไม่ตอบอะไร ได้แต่นั่งเงียบและคิดในใจ

"แล้วมายุจังเห็นอะไรบนท้องฟ้านั่นเหรอ" เรนะถาม
"อ๊ะ ฉันเรียกเธอว่า มายุ ได้ใช่ไหม?"

'ก็เรียกไปแล้วไม่ใช่เหรอ'
"...ความว่างเปล่า" เด็กสาวตอบไป

"ดาวเต็มท้องฟ้าเลย ว่างเปล่าที่ไหนกันล่ะ" เรนะยิ้ม

'แต่ไม่มีพ่อแม่อยู่แล้วนี่นา...'
'ว่างเปล่าซะจนไม่อยากจะอยู่บนโลกสกปรกนี้แล้ว...'

"มายุรู้ไหม ว่าโลกนี้ยังมีสิ่งสวยงามให้เราค้นหาอีกเยอะ"
'สวยงามแล้วมันจะมีความหมายอะไรล่ะ'

"...เก็บมันเป็นเป้าหมายในการมีชีวิตอยู่ต่อไปสิ" คำพูดต่อเนื่องกัน พยายามให้กำลังใจเด็กน้อย
'ไร้สาระที่สุด'

"มายุจัง ต้องมองไปข้างหน้านะ" ร่างบางของเด็กสาวหน้ากลมเขยิบตัวเข้ามาใกล้ขึ้น
คิดว่าการชวนคุยของมายุนั้น คือการเริ่มเปิดใจให้ตนเอง

'ไม่เห็นจะมีอะไรให้มอง'
แต่เด็กน้อยยังคงเงียบไม่ตอบโต้ใดๆ

"ถ้าคิดว่ายังมองไม่เห็นหนทางข้างหน้า ก็มองคนที่อยู่ข้างๆนี้ก็ได้"
เรนะพูดต่อเหมือนรู้ทัน
"พี่จะทำให้มายุรู้เองว่าโลกนี้ยังมีเรื่องสวยงามให้เราทำอีกเยอะ ...อย่าเพิ่งหมดหวังเลยนะ"

วาตานาเบะหันกลับมามองต้นเสียงนั้น ที่จ้องมองเธอด้วยความเอ็นดู
"พี่รู้ว่าที่มายุจังเจอมานั้นมันหนักหนา แต่มายุจังไม่จำเป็นต้องเก็บมันไว้ให้เจ็บปวดหรอก"
เด็กสาวผู้อายุมากกว่าดึงร่างผอมบางของเด็กน้อยเข้าไปกอด
"...อยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเถอะ"
และนั่นเป็นครั้งแรกที่ มายุร้องไห้หลังจากผ่านเรื่องราวเลวร้ายมา

...

ความอบอุ่นของเรนะทำให้มายุเริ่มเปิดใจ
แม้ช่วงแรก จะตะกุกตะกัก
แต่ไม่นานนักทั้งสองก็สนิทกัน
แม้ช่วงอายุจะห่างกันถึงห้าปี แต่เรนะก็ปฏิบัติกับมายุเหมือนน้องสาวที่วัยไล่เลี่ยกัน
มายุยังคงไม่พูดกับใคร นอกจากเรนะที่คอยให้กำลังใจเธอ

เรนะเป็นเหมือนพี่สาวที่รู้ใจ
ไม่ว่าเมื่อไรก็จะมีรอยยิ้มให้เธอ
ไม่ว่าสิ่งใด ก็จะเลือกสิ่งที่มายุชอบที่สุดให้เสมอ

...

"นี่ มายุจัง อยากทานอะไรเหรอ"
"ร้านของหวาน ร้านเค้ก ร้านกาแฟ เต็มไปหมดเลยเนอะ"
เรนะพูดอย่างร่าเริงกลางแหล่งการค้าใหญ่ในวันหยุดสุดสัปดาห์
วันที่พวกเธอสามารถออกมาเที่ยวเล่นกันได้โดยไม่ติดเรียน

"...แล้วแต่พี่เรนะ" มายุตอบเสียงเบา
'อยากทานข้าวหน้าเนื้อจัง'

"เอ... แต่ว่าเริ่มหิวซะแล้วล่ะ แวะทานข้าวหน้าเนื้อร้านนั้นก่อนแล้วกันเนอะ?"

...

'ตุ๊กตาตัวนั้นน่ารักจัง'
เด็กน้อยนามมายุ เผลอหยุดดูเหล่าตุ๊กตาที่เรียงรายอยู่ตามชั้นของสินค้า
ท่าทีสนอกสนใจครู่เดียวนั้น สะดุดใจสาวอีกคนที่เดินนำอยู่

"มายุจังอยากได้ตุ๊กตาเหรอ?" เรนะหันกลับมาถาม

"ปะ..เปล่าค่ะ" มายุสั่นหัวปฏิเสธ
เด็กสาวที่โตกว่ายิ้ม และจูงมือเด็กตัวเล็กให้เดินตามเข้าไป

"อยากได้ตัวไหนล่ะ?" เรนะถาม

"ไม่อยากได้หรอกค่ะ..."
'แค่มาอาศัยอยู่ด้วยก็รบกวนจะแย่...'

"ไม่ต้องเกรงใจหรอกน่า ถือเป็นของขวัญที่เราได้มาเป็นพี่น้องกัน" เรนะย่อตัวลงมาลูบหัวเด็กตัวเล็ก "ตั้งปีกว่าแล้ว พี่ยังไม่เคยซื้ออะไรให้มายุจังเลย"
"ถ้างั้นพี่เลือกให้นะ"

เห็นท่าทีเด็กน้อยไม่ยอมเลือกเรนะจึงอาศัยคำบังคับ เธอเดินไปหยิบตุ๊กตามาสามตัว
สุนัข หมี กระต่าย ถูกอุ้มมาไว้ตรงหน้ามายุ
"อยากได้ตัวไหนที่สุดคะ?" รอยยิ้มสดใสของเรนะ สร้างความตื้นตันให้เด็กน้อย
...แต่มารยาทและความเกรงใจที่ถูกสอนสั่งมามีมากกว่า

"ไม่อยากได้สักตัวเลยค่ะ ...หนูโตแล้ว ไม่เล่นตุ๊กตาหรอก"
คือคำตอบของเด็กน้อยที่ออกมาจากริมฝีปากเล็ก
แต่สายตากับความคิดนั้น แอบเหลือบมองไปยังชั้นวางที่เคยหยุดดู
'อัลปาก้าตรงนั้นน่ารักกว่าอีก...'

"งั้นเหรอ... เข้าใจแล้ว" เรนะมองตุ๊กตาในมือ แล้วถือมันไปเก็บที่เดิม
มายุทำสีหน้าหม่นลงเล็กน้อย แต่ก็หันหน้าเดินหนี พยายามอดทนไม่ให้เรนะลำบากใจ
พร่ำบอกตัวเองไว้ว่าเติบโตเกินกว่าจะกอดตุ๊กตา

"ขอตัวนี้หนึ่งตัวค่ะ" เสียงใสของเรนะทำให้เธอหันควับ มองไปยังเคาเตอร์แคชเชียร์ ที่พนักงานกำลังหยิบตุ๊กตาตัวหนึ่งห่อใส่ถุงกระดาษ
เร็วจนมองไม่ทันว่าเป็นตัวอะไร
พอคนซื้อหันกลับมาสบตากับเด็กตัวเล็กที่ทำสายตาจวนร้องไห้ ก็อดลูบหัวไม่ได้
"ไว้ไปลุ้นที่บ้านนะ" เรนะยิ้มอ่อนโยนให้น้องต่างสายเลือดของตนเอง

เมื่อถึงบ้าน เรนะยื่นถุงของขวัญให้
มายุแกะมันอย่างลังเลใจ

อัลปาก้าที่เคยหมายตาไว้ อยู่ตรงหน้าเธอนี่เอง
เด็กน้อยเงยหน้ามองผู้ให้อย่างตื้นตันจนทำให้เรนะเผลอยิ้ม

"พี่เดาเอาน่ะ ว่ามายุจังน่าจะชอบตัวนี้มากกว่า"

เป็นอีกครั้งที่การคาดเดาของเรนะ บังเอิญเลือกของที่ถูกใจเธอที่สุดมา

ด้วยเหตุนี้ วาตานาเบะ มายุที่เคยสันโดษและมืดหม่น จึงค่อยๆกลับมายิ้มได้อีกครั้ง
กลับมาเป็นเด็กน้อยที่เคยสดใสดังเดิม

...
"พี่เรนะคุยกับใครรึคะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียว" มายุวัยสิบสองปี เอ่ยถามพี่สาวที่นั่งกดโทรศัพท์มือถือส่งอีเมล์หาใครบางคน

"เพื่อนพี่น่ะ" เรนะยิ้ม "บอกว่าพรุ่งนี้น้องสาวที่น่ารักของพี่จะขึ้นมัธยมต้นที่เดียวกับพี่แล้ว"

จากที่ได้มาอาศัย เป็นเวลาเกือบสองปี มายุถึงวัยที่จะเปลี่ยนจากนักเรียนประถม เป็นเด็กมัธยมต้น
ซึ่งที่นั่นก็คือโรงเรียนไม่ไกลบ้าน ที่เดียวกับเรนะ

"ท่าทางพี่เรนะมีความสุขจัง"
'แฟนรึเปล่านะ'

"แหม ใช่ที่ไหน ...ดีใจเพราะน้องสาวพี่ทั้งคน ทีนี้จะได้เจอกันทั้งตอนกลางวันด้วยไงล่ะ" เรนะปฏิเสธออกมา
หน้าเริ่มขึ้นสีแดง

'นี่เราเผลอพูดไปเหรอ' มายุถามตนเอง เพราะเห็นท่าทางเขินอายของพี่สาวตรงหน้า
'อาจจะเผลอถามไปก็ได้มั้ง'

"พี่เขาเป็นคนยังไงรึคะ?" มายุเปิดประเด็น "เค้าจะใจดีเหมือนพี่เรนะรึเปล่า"

"ใจดีสิ" เรนะโพล่ง เกาแก้มแก้ความเขิน "ถึงจะดูนิ่งๆ แต่ใจดีมากเลย ชอบช่วยเหลือคนอื่น แล้วอนาคตเค้าก็อยากเป็นตำรวจเหมือนพี่ด้วยล่ะ"
"บางครั้งก็ดูมืดๆไปหน่อยนะ แต่เป็นความมืดที่อบอุ่นน่ะ" พี่สาวต่างสายเลือดยิ้มอย่างสดใส

เรนะที่โตมากับครอบครัวของตำรวจ มีพ่อเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจ จึงเลือกทางเดินของตนเองตั้งแต่เล็ก
ไม่มากนักที่จะมีเพื่อนตั้งใจเป็นตำรวจเช่นเดียวกัน

"เห ฟังแล้วเป็นคนดีมากเลยนะคะ อยากพบจัง" มายุพูดด้วยท่าทางสนอกสนใจ
"ไม่ต้องห่วง พรุ่งนี้จะพามาหาแน่นอน พี่เล่าเรื่องของมายุให้เค้าฟังเต็มไปหมดเลย" เรนะตอบร่าเริง

"พี่เค้าชื่ออะไรเหรอคะ?" มายุถาม

"เค้าชื่อ..." ก่อนที่จะได้ตอบ หญิงสาวก็เด้งตัวขึ้นมาจากเก้าอี้นวมที่นั่งอยู่ จ้องเขม็งไปยังทิศทางหลังบ้าน
หน้าตาตรึงเครียดฉับพลันกับเหงื่อเม็ดน้อยๆที่ผุดออกมาทำให้มายุหวั่นใจ

"มายุจัง ทำตามที่พี่บอกนะ" เรนะพูดเร็วๆแล้วดึงตัวมายุให้ตามไป
เรนะตรงไปเปิดประตูห้องเก็บของใต้บันไดบานเล็ก ดันตัวมายุที่ร่างกายเล็กกว่าให้เข้าไป
"แอบไว้นะ อย่าส่งเสียงล่ะ"

"พะ-พี่เรนะ!" เด็กน้อยเรียกด้วยเสียงสั่นเทา
มืออ่อนโยนยื่นตรงเข้ามา ลูบหัวมายุไว้ พยายามปลอบเด็กสาวให้หายกลัว

"มายุจัง สองปีที่ผ่านมา มายุจังสนุกหรือเปล่า"
"สะ-สนุกค่ะ พี่เรนะต้องอยู่กับมายุนะ" น้ำตาใสๆของเด็กน้อยเอ่อล้น ทันทีเมื่อได้ยินเสียงกระจกแตกจากทางหลังบ้าน

"มายุจังเชื่อหรือยัง ว่าโลกนี้ยังมีอะไรสนุกๆและสวยงามรอให้ เราค้นหาอยู่"
มืออบอุ่นนั้นเลื่อนมาจับแก้มใส ใช้นิ้วเรียวปาดน้ำตา
"เชื่อแล้วค่ะ ... แต่พี่เรนะต้องพามายุไปนะ"

เรนะคลี่ยิ้ม
"อาจมีหลายสิ่งที่พี่ยังไม่ได้บอก ได้สอนมายุจัง แต่สิ่งหนึ่งที่พี่ไม่อยากให้มายุลืมก็คือ..."

"สิ่งเดียวที่จะช่วยรักษาความมืดมิดของอดีตได้ คือปัจจุบัน และการเฝ้ามองไปที่อนาคต..."

"เพราะงั้น ตอนนี้เราเก็บความทรงจำที่ดีไว้ และจากกันด้วยรอยยิ้มดีกว่า"

เรนะโน้มตัวมาจูบหน้าฝากของเด็กสาวเป็นครั้งสุดท้าย
...จังหวะเดียวกับเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามา

พี่สาวเพียงคนเดียวของเธอเลื่อนมือปิดประตูช้าๆ
และทุกอย่างก็มืดลง
'ขอโทษนะ ...มายุจัง'

...

รู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่ได้ยินเสียงประหลาด
เป็นเสียงที่ดังก้องอยู่ในหัว
'สุดท้ายก็ไม่เจอไอ้เด็กวาตานาเบะนั่น'
'ยัยผู้หญิงคนนั้นก็น่ารำคาญซะจริง'

'แม่งเอ้ย รีบเผ่นดีกว่า'

มายุตั้งสติ แม้จะตื่นกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เสียงดังก้องในหัวนั้นทำให้มึนงง แต่ก็ไม่ปล่อยให้ความกลัวมาทำให้สติสัมปชัญญะลดลง
เธอเฝ้าคอยจนไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าใดๆแล้ว ถึงเลื่อนเปิดประตูเดินคลานออกมาจากห้องใต้บันได

"พี่เรนะ..." มายุแค่นเสียงพูดแผ่วเบา
พยายามเดินหาพี่สาวบุญธรรมของเธอ

"พี่เรนะ"
ข้าวของกระจัดกระจาย ร่องรอยเลือดและการต่อสู้ ชโลมไปทั่วบ้าน
ทำให้ภาพเก่าๆที่จวนลืมไปแล้ว ย้อนกลับมา

ยิ่งก้าวเท้าลึกเข้าไป
ยิ่งเห็นเลือดสีแดงเปรอะเปื้อนมากขึ้น

มายุกลั้นใจเดินตรงเข้าไปหาต้นกำเนิดของมัน
ภาพที่เห็นยิ่งทำให้เด็กน้อยลืมหายใจ

พี่สาวที่เคยอบอุ่น
พี่สาวที่แสนอ่อนโยน

นอนสงบนิ่งไม่ไหวติง
ร่องรอยการถูกทำร้าย รอยช้ำและรอยบาดของมีคมปรากฏทั่วร่างกาย

มายุยืนมองภาพนั้นในความเงียบงัน
ความทรงจำเก่าๆที่เคยเกิดขึ้น ปรากฏในสายตาเธออีกครั้ง

...พ่อ ...แม่ ...เรนะ

อีกแล้ว...

เพราะเรางั้นเหรอ?


มือขาวกำแน่น จิกเนื้อตัวเองให้รับความจริงตรงหน้า

'...ไม่จริงหรอก...'
เสียงก้องในหัวดังขึ้นมาอีกครั้ง มายุเงยหน้ามองร่างนิ่ง ที่ยังคงหายใจรวยริน

'...ไม่ใช่เพราะมายุจังหรอกนะ...'

การที่เห็นเรนะยังหายใจ
มันสำคัญจนลืมคิดไปว่าเสียงที่ได้ยินนั้นมาได้อย่างไร

มายุตรงเข้าไปจับมือเรนะไว้ราวกับกลัวว่ามันจะสลายไป

"พี่เรนะ..."

'...ทำให้น้องเห็นภาพไม่น่าดูซะได้'

"พี่เรนะ... นี่ฉัน..."

'ขอโทษนะ ที่ไม่ได้อธิบายอะไรให้ฟัง'

'...อย่าลืมนะ สิ่งเดียวที่ช่วยรักษาอดีตได้ ก็คืออนาคต...'

'...มายุต้องก้าวต่อไปนะ'
มือบางที่เกาะกุมอยู่ เย็นลงทุกขณะ
"พี่เรนะ..."

'...โลกใบนี้ กับชีวิตน่ะมันสวยงามเสมอ...'
นั่นคือความคิดสุดท้าย ก่อนที่ลมหายใจนั้น จะหยุดลง

เมื่อชีพจรชีวิตนั้นดับลง พลันนั้นเองมือที่จับอยู่ก็ทำให้มายุรู้สึกถึงบางสิ่ง
ความคิดทั้งหลายของเรนะ ย้อนกลับมาเข้าในหัวเธอ
ความคิดที่เดาได้ว่า มาจากช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต

'มายุจะปลอดภัยรึเปล่า'
'มายุต้องอยู่ต่อไปนะ'
'มายุต้องเข้มแข็ง'



iP0P0tQ.png

'ขอโทษที่พี่ไม่ได้ดูแลมายุให้ถึงที่สุด...'
'รับปากแล้วแท้ๆว่าจะคอยช่วยดูแลมายุให้เจอกับโลกที่ไม่โหดร้าย'
'ผิดคำพูดซะได้'
'มายุจะกลัวไหมนะ...'
'แต่มายุเป็นเด็กฉลาด ไม่เป็นไรหรอก'

 
iP0P0tQ.png

 

'เจ็บจัง... เผลอห่วงมายุมากไปหน่อย ไม่ทันระวังเลย'
 
iP0P0tQ.png

'ไม่เป็นไรแล้วล่ะ มายุจัง'

'พี่จะปกป้องมายุเอง'

'อย่าจมอยู่กับความเจ็บปวดเลย'


iP0P0tQ.png

 


'...ยังไม่ได้บอกลาคุณเลย... iP0P0tQ.png ซัง'
 

iP0P0tQ.png

ความคิดต่างๆ หยุดเพียงแค่นั้น กลับกลายเป็นความมืดมิด
บางครั้งก็ขาดหาย
บางครั้งก็มีเสียงซ่าขัดขึ้นมา
รึบางครั้งก็เป็นภาพดำๆตัดไปมา

มายุลองปล่อยมือ และสัมผัสมันอีกครั้ง
ทุกอย่างเล่นย้อนมาเหมือนเดิม

สมองที่ฉับไว ทำให้เด็กสาวประมวลเรื่องราวที่ผ่านมา
แล้วก็ได้คำตอบที่ว่า ทำไมเรนะถึงรู้ใจเธอไปทุกอย่าง

มายุยกมือลูบใบหน้าขาวเนียนที่เปรอะไปด้วยเลือด ปาดไรผมและจัดท่าทางให้เรนะเสมือนนอนหลับใหล
เสียงในหัวยังคงดังก้องซ้ำๆทุกครั้งที่สัมผัส
ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า ฝ่ามือ ผิวกาย รึแม้กระทั่งเส้นผม
วาตานาเบะ ลุกขึ้น เดินไปหยิบกรรไกรที่โต๊ะเขียนหนังสือ กลับมาตัดเอาปอยผมไว้ส่วนหนึ่ง
ห่อใส่กระดาษเก็บลงกระเป๋าเงินไว้

เด็กน้อยเดินกลับไปยังห้องของตัวเอง หยิบกระเป๋าสะพายและเสื้อผ้าที่จำเป็น
หากสิ่งที่มันต้องการคือตัวเธอ รั้งอยู่ต่อไปก็จะสร้างความลำบากให้นายพลมัตสึอิเปล่าๆ
จดหมายลาที่ทิ้งไว้ มีเพียงสมุดบัญชีมรดก กับบัตรเครดิตทั้งหลายที่สามารถสาวตามถึงตัวเธอได้
มายุทิ้งทุกอย่างไว้แทนค่าตอบแทนและคำขอบคุณที่เลี้ยงดูมา



เสียงรถตำรวจดังแว่วสวนไป ตามทางที่เดินจากมา
ความคิดทั้งหลายของผู้คนที่ลอยผ่าน
หากเป็นคนทั่วไป ที่มีเสียงมากมายประทังเข้ามาในหัวขนาดนี้
คงเป็นบ้าไปแล้ว

แต่วาตานาเบะ มีเรื่องให้คิดมากกว่านั้น

แปลกนะ ที่อยากร้องไห้แค่ไหนกลับไม่มีน้ำตา

คำพูดที่ว่า โลกนี้ไม่ได้มืดหม่น
แล้วทำไมถูกทิ้งไว้อีกครั้ง

...พี่เรนะ

ผู้ที่คอยจุดประกายให้ความหวัง
ผู้ที่ทำให้มองเห็นแสงสว่างครั้งที่สอง

สุดท้ายแล้วมันก็พังทลายลงกับตา

ไหนล่ะโลกที่สดใส
ไหนล่ะโลกที่สวยงาม

สุดท้ายมันก็แค่คำลวง
คำโป้ปดหลอกผู้คนให้มีความหวัง

วาตานาเบะทิ้งทุกอย่างที่เคยยึดมั่น
ทุกอย่างที่เคยตั้งความหวัง
ทุกอย่างที่เคยยึดถือ

ทิ้งกระทั่งตัวตนของตนเอง

วาตานาเบะ มายุที่เคยสดใส ได้ตายจากไปแล้ว
พร้อมกับความทรงจำที่งดงาม

...

ห้าปีที่เรียนอยู่ได้ด้วยตัวเอง

ช่วงแรกก็ทดลองใช้พลังอ่านความคิด คำนวณเดาใจผู้คน
เมื่อไรร้านสะดวกซื้อจะทิ้ง อาหารหมดอายุ
เมื่อไรตำรวจจะบุกมาไล่ที่คนไร้บ้านกลางสวนสาธารณะ
ไหนๆ ถ้าชีวิตของเธอมันจะมืดมนแล้ว ก็ขอให้มันมืดหม่นจนถึงที่สุด
สลัดคราบจากคุณหนู กลายมาเป็นเด็กจรจัด

เธอใช้ความสามารถที่ได้รับมา รวมกับไหวพริบและมันสมองที่ดีอยู่แล้วในการหาอาชีพ
เล่นกล ทายไพ่ เดาใจ และใช้ทักษะการพูดจาให้ดูน่าเชื่อถือ หาเหตุผลมารองรับ เพื่อหาเงินประทังชีวิต
เด็กสาวเรียนรู้ว่าวิธีการนี้ ช่วยปิดบังพลังของตนเองได้ดีกว่า
เพราะหากไปป่าวประกาศไปว่าตนมีพลังที่ไม่สามารถอธิบายได้
จะกลายเป็นคนบ้าไปเสียเปล่า

การอ่านความคิดได้รับการฝึกฝน จนรู้วิธีใช้และควบคุมได้อย่างช่ำชอง

หากตั้งใจฟังเสียงสักเสียง หรือปิดหูตนเองไว้ ก็จะไม่ได้รับการรบกวนจากเสียงความคิดไร้สาระที่ลอยผ่านไปมา
วาตานาเบะจึงเลือกที่จะสวมหูฟังตลอดเวลา

ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งได้สัมผัส ความคิดนั้นจะยิ่งชัดเจน เพราะเหตุนั้น เด็กสาวผู้โดดเดี่ยวจึงเลือกสวมถุงมือที่จะได้ไม่ต้องสัมผัสสิ่งใด

และบางครั้งชีวิตมุมมืด ก็พาเธอไปพบกลับกลิ่นคาวเลือดและเรื่องโสมมเช่นกัน
ถูกจ้างวานให้สืบเส้นทางส่งของพวกยากุซ่าบ้าง
เป็นนกต่อ รึแม้กระทั่งบอกทางหนีพวกตำรวจ

ศพ รึร่างของคนตาย ที่ไม่ค่อยได้สัมผัสนั้น ก็เคยสัมผัส
ทำให้รู้ว่า สิ่งที่เธอได้จากคนตายนั้นคือความคิดสุดท้าย ความคิดตกค้างจากผู้ตาย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ทุกอย่างจะสื่อออกมาชัดเจนทุกถ้อยคำ

มีเพียงสิ่งเดียวที่เธอนั้นไม่เข้าใจ
ปลายเส้นผมของเรนะ ที่เก็บไว้เป็นเครื่องยึดเหนียวจิตใจเพียงอย่างเดียว
ถูกเก็บไว้ในล็อกเก็ตห้อยคออย่างดี
ทุกครั้งที่นึกถึง ก็จะเลื่อนมือสัมผัสมัน
เหมือนเทปม้วนเดิมกรอกลับมา
เสียงเดิมๆ
เสียงแทรกซ้อน
และภาพสีดำ

ความคิดตกค้างของเรนะ เป็นสิ่งเดียวที่มีภาพแทรกเข้ามา
แม้มันจะเป็นภาพสีดำสนิทเพียงครู่ แต่ก็เป็นคนเดียวที่มี'ภาพ'
ส่วนความคิดอื่นนั้น เป็นเพียงเสียงเท่านั้น

อาจเพราะเป็นคนที่มีพลังเหมือนกัน
อาจเพราะเป็นผู้มอบพลังให้แก่เธอ
พลังที่ไม่สามารถอธิบายได้
จะมีสิ่งที่หาคำตอบไม่ได้บ้างก็ไม่แปลก

เป็นแค่ความไม่เข้าใจ แต่ไม่คิดตั้งคำถามมัน

...

ช่วงกลางปีก่อน เป็นช่วงที่ชีวิตผกฝันอีกครั้ง
ชีวิตมุมมืดของเธอ โดนจับได้ ในห้องพักราคาถูกย่านสลัม

เด็กสาวผู้คอยเป็นหูเป็นตา ย่อมเป็นที่ต้องการของตำรวจ
แม้ไม่ได้กระทำผิดโดยตรง แต่การช่วยเหลือผู้ร้ายก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ

"บอกมาตรงๆ พวกเธอทำงานกันกี่คน! ใช้เส้นสายแบบไหนในการส่งข่าว!"
เสียงตะคอกของตำรวจชายคนหนึ่ง ทุบโต๊ะและก่นใส่เด็กสาวอายุสิบหก

"ก็บอกแล้ว ว่าฉันทำงานคนเดียว" เด็กสาวตอบเรียบๆ

"อย่ามาโกหกนะ ยัยเด็กสกปรก!"
'น่าเบื่อจริงๆ ต้องมาทำอะไรแบบนี้ ไร้สาระหว่ะ'
'เผยไต๋มาสักที เสียเวลา'

"ฉันพูดความจริงไปแล้ว ถ้าไม่เชื่อมันก็เรื่องของคุณ... แต่ถ้าเบื่อนัก ฉันแนะนำให้คุณเลิกขึ้นเสียงใช้แรงสิ้นเปลือง หัดนั่งและใช้หัวคิดบ้างนะคะ"
มายุพูดสิ่งที่อยู่ในหัวออกไปตรงๆ
ชีวิตที่ผ่านมาทำให้คำพูดคำจาและนิสัยของเธอเปลี่ยนไปแบบไม่เกรงกลัวคน

"ไอ้เด็กปากดี!!" ความโมโหของคน ถ้าจี้ได้ถูกจุดก็ขาดสติได้ไม่ยากนัก
มือใหญ่ๆถูกเงื้อมขึ้นมา หมายจะตบหน้าเด็กตรงหน้า

"หยุดเดี๋ยวนี้!!" เสียงทรงอำนาจดังขึ้นขัดการกระทำของนายตำรวจ

"ออกไปได้แล้ว ต่อจากนี้ฉันจัดการเอง"
"คะ-ครับ ท่านรอง"
หญิงสาวร่างเล็กเดินสวนเข้าห้องสอบสวน โบกมือไล่ให้ผู้ที่อยู่ก่อนถอยออกไป
ผมมันรวบๆถูกกัดเป็นสีทองประกาย สายตาเอาจริงเอาจังน่าเกรงขาม

"ฉัน ทาคาฮาชิ มินามิ รองผู้กำกับของสถานีนี้ ...เรียกฉันว่า ทาคามินะ ก็ได้"
ผู้มาใหม่แนะนำตัว แล้ววางเอกสารที่ถือมาด้วยในมือลง
"เธอชื่ออะไร?"

คำถามแรกที่ถูกถามออกมา
เด็กสาวจ้องตรงไปยังดวงตาที่มุ่งมั่นนั้น

"คุณมีเอกสารในมือแล้ว จะถามฉันอีกทำไม"
เด็กสาวตอบเสียงเรียบ แล้วเสตามองไปทางอื่น

"ฉันหมายถึง ชื่อจริงๆของเธอ"
คำถามนั้นทำให้วาตานาเบะเอียงคอสงสัย

"ตอนนี้... ฉันมีอยู่ชื่อเดียว"
เด็กสาวตอบกลับ

'ชื่อปลอม ทักษะ ชั้นเชิงการพูดจา ไม่ใช่เด็กธรรมดา'

"บอกมาเถอะ ว่าเธอเป็นสายให้พวกผู้ร้ายยังไง"
'ดูจากสายตา ...ไม่ใช่เด็กเลวร้ายเลยนะ'

หูฟัง มือถือ ที่โดนยึดไว้เป็นของกลาง ทำให้ความสามารถของเธอทำงานโดยไม่ได้ตั้งใจ

'...เป็นสายตาที่ผ่านอะไรมาเยอะก็เท่านั้น'

อย่ามามองฉัน... ด้วยสายตาแบบนั้นนะ
"ก็แค่โทรบอก พอรู้แล้วก็โทรบอก..."

"แล้วเธอรู้ความเคลื่อนไหวของตำรวจได้ยังไง? ดักฟังวิทยุ? ขโมยข้อมูล? หรือว่ามีหนอนบ่อนไส้?"

"เดาเอา ... ฉันเดาเก่ง"
'เดา... งั้นเหรอ? ตามรายงานที่สอบปากคำ เด็กคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องการเล่นกลเดาใจด้วยนี่นะ'

แปลกดีนะ ที่ไม่โมโห
พอบอกว่าเดาทีไร ความคิดที่โต้กลับมามักเป็นคำดูถูก ไม่ก็ว่าโกหกแท้ๆ

"เธอใช้หลักการเดายังไงบ้างล่ะ ถึงเดาเส้นทางของพวกเราถูกทุกครั้ง เท่าที่อ่านรายงานเธอมา ดูเหมือนว่าเธอมีทักษะเรื่องนี้พอตัวเลย"

จะอธิบายยังไงดีนะ...
"พวกตำรวจ ถูกฝึกมาให้มีวิธีการจับผู้ร้ายตามตำราใช่มั้ยล่ะ..." เด็กสาวใช้สมองประมวลคำพูด คิดหาวิธีที่เธอใช้ในการชักจูงผู้คน
"เพราะงั้นรูปแบบมันก็มีอยู่ไม่กี่แบบหรอก"
เมื่อเห็นอีกฝ่ายตั้งใจฟัง เธอเลยพูดต่อ
"แต่พวกโจรนั้นน่ะ มีหนังสือที่ไหนเค้าสอนการเป็นโจร เป็นยากุซ่ากัน? พอเจออะไรก็พลิกแพลงใช้ไหวพริบหลบหลีกกันได้ง่ายๆแล้ว …ฉันก็แค่มองหาหนทางที่ตำรวจจะทำ แล้วก็บอกวิธีหลบให้พวกนั้นแค่นั้น"
'หืม... เด็กคนนี้มีความคิดจริงๆด้วย'

"เธอใช้หลักการแค่นั้นเองเหรอ" ทาคามินะถาม

"โชคด้วย" สาวน้อยตอบทันควัน

"...ไม่น่าเชื่อเลยนะ" รองผู้กำกับพึมพำ

"แล้วคุณเชื่อรึเปล่าล่ะ" วาตานาเบะ ลองเชิงถาม

"เชื่อสิ" คำตอบสั้นๆนั้นทำให้คนถามเองยังแปลกใจ
'เพราะสายตาของเธอไม่โกหก'

ความคิดซื่อตรงแบบไม่เคยพบมาก่อน
คนๆนี้ แปลก...

"...แล้วถ้าชั้นบอกว่าอ่านใจคนได้จริง คุณจะเชื่อรึเปล่า?"
วาตานาเบะหย่อนคำถามไป
กลั้นหายใจ ฟังคำตอบที่กำลังออกมา
ทั้งคำพูด และเสียงในใจ

"...เชื่อสิ" คำตอบเดิม แต่หนักแน่นกว่าเดิมตอบกลับมา
ส่วนเสียงในใจกลับไม่มีสิ่งใด

หมายความว่าคนๆนี้กำลังพูดสิ่งที่คิดจากหัวใจออกมา
"เพราะเธอไม่ได้โกหก"

"แปลกดีนะ คุณเนี่ย" วาตานาเบะพูด

"...ฉันขอให้เธอเลิกเป็นสายให้พวกแก็งค์มิจฉาชีพได้ไหม เพราะเนื่องจากเธอยังเป็นผู้เยาว์ พวกเราก็ทำอะไรเธอมากไม่ได้"
'...ไม่อยากเห็นเด็กเข้ามานั่งในห้องสอบสวนนี่บ่อยๆด้วย'

"มันเป็นอาชีพของฉันนะ" เด็กสาวตอบ

"ถ้างั้น ฉันมีข้อเสนอ..."
หญิงสาวร่างเล็กคลี่ยิ้ม
"ใช้ความสามารถในการคาดคะเน การเดา การอ่านใจของเธอ มาช่วยงายฉันหน่อยเป็นไง?"

เลยเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับความเป็นอยู่ในทุกวันนี้
ที่พัก รายได้ โรงเรียน
แม้ความรู้ของเธอสามารถเข้าสอบระดับมหาวิทยาลัยได้สบาย
แต่การไม่ได้เข้าเรียนตามระดับการศึกษา ทำให้ต้องกลับเข้าเรียนตามระดับช่วงอายุ
ชีวิตเด็กเร่ร่อนจึงกลับเป็นเด็กมัธยมปลายปกติทั่วไป
พอช่วยงานไปได้สักระยะ วาตานาเบะจึงยอมเปิดใจ เผยความสามารถของตนเองเล็กน้อยเพื่อช่วยในการสืบคดี
รองผู้กำกับทาคามินะ ยอมเชื่อ และไว้ใจวาตานาเบะเสมอมา

ด้วยผลการเรียนระดับท๊อปของชั้น พอขึ้นมัธยมปลายปีสองเมื่ออาทิตย์ก่อน
ทาคามินะจึงให้ย้ายไปอยู่โรงเรียนเอกชน ขั้นหัวกระทิแทน

...

'วันนี้แต่งตัวดีหรือยังนะ...'
'ทาโร่คุงจะมารึเปล่า'
'คุณปู่คงไม่ว่าเราเนอะ แอบแว่บออกมาแป๊บเดียวเอง'

'...เอ๊ะ... ใครเดินตามเรามาน่ะ รู้สึกไม่ดีเลย'
...
'ไม่นะ ไม่!! คุณปู่! คุณพ่อ! คุณแม่!! ใครก็ได้! ช่วยด้วย!!"
เสียงความคิดตกค้าง หยุดลงที่แค่นั้น
วาตานาเบะ ปล่อยมือออกจากร่างเย็นชืดของเหยื่อผู้โชคร้าย พิจารณาทุกสิ่งตามความเคยชิน
และเอ่ยความจริงที่ได้ยินออกมา

"...ไม่ได้ฆ่าตัวตาย"


...เพราะงั้น ทุกคำพูดของเธอที่เอ่ยมาเพื่อรองรับ ไม่มีการคาดเดา หรือคาดคะเน สันนิษฐานอะไรทั้งนั้น
มีแต่ความจริงเท่านั้น...


...

"ยัยเด็กนี่มันก็ดีแต่พูดล่ะวะ เอาความมั่นใจอะไรหนักนามายืนยัน" นักสืบหนุ่มสบถ หลังจากที่เด็กสาวชุดดำแสดงสันนิษฐานของตน
วาตานาเบะยกหูฟังขึ้นมาสวม ใส่ถุงมือคืน แบบไม่สนใจโลกใดๆ
ไม่ใช่ไม่ได้ยิน แค่ขี้เกียจพูดอะไรซ้ำๆให้น่ารำคาญ

ถึงแม้จะทำงานร่วมกัน แต่ส่วนมากนอกจากรองผู้กำกับทาคามินะแล้ว เธอก็มักไม่ได้ร่วมงานกับใครซ้ำสอง
เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องที่ต้องแคร์

"เงียบได้แล้ว อิจิโร่..." เสียงเรียบดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทุกสายตาหันกลับไปจ้องยังต้นเสียงนั้น

ร่างสูงบางของใครบางคน กำลังย่อตัวลงสำรวจร่างของผู้ตาย ปลายผมยาวถูกมัดรวบไว้เป็นหางม้า ชุดสูทสืบสวนสีดำสนิท ราวกับไว้อาลัยให้เหยื่อตรงหน้า
"เด็กคนนี้ถูกฆาตกรรมจริงๆ..." เสียงของผู้หญิงคนนั้นยืนยันอีกครั้ง
แล้วลุกขึ้นตรงมายังกลุ่มคนที่ยืนคุยกันอยู่
เด็กสาวแอบเหล่มองด้วยท่าทีเฉยชา

"อะ...เอ่อ... มาถึงแล้วเหรอครับ หัวหน้า..."

"สักพักแล้วล่ะ คุยกับผู้ดูแลงานทางนั้นอยู่" เธอคนนั้นสวมถุงมือ และโค้งหัวเชิงขอโทษกับหญิงร่างเล็กที่เป็นผู้บังคับบัญชางานสืบสวนครั้งนี้
"ขอโทษด้วยนะคะ ที่คนของทางเราเสียมารยาทไป ทาคาฮาชิซัง"

"ไม่เป็นไร ...คนที่คู่ควรกับคำขอโทษนั้น ไม่ใช่ฉันหรอก" รองผู้กำกับกล่าว แล้วส่งสายตาไปยังอีกคนที่ยืนอยู่
หญิงสาวผู้มาใหม่ หันไปสบตากับเด็กสาวที่ล้วงมือในกระเป๋า

"ขอโทษด้วยนะ ที่คนของฉันทำตัวไม่ดีกับเธอ..."
หญิงสาวคนนั้นกล่าวอย่างสุภาพ แล้วยื่นมือออกมาแสดงคำทักทาย

"ฉัน หัวหน้าแผนกสืบสวน กองตำรวจกลาง คาชิวากิ ยูกิ ยินดีที่ได้รู้จัก"

วาตานาเบะจ้องมองมือนั้น แล้วเปลี่ยนไปมองใบหน้าของเจ้าของมือ ส่วนสูงของอีกคนที่มากกว่าทำให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นไปสบตา

ถึงต่างฝ่ายต่างใส่ถุงมือ และวาตานาเบะยังสวมหูฟังก็ตาม
แต่ใกล้ขนาดนี้ เธอก็สามารถได้ยินเสียงความคิดของผู้อื่นได้แล้ว
น่าแปลกที่คนตรงหน้า...ไม่มีเสียงของความคิดสักนิด

เด็กสาวดึงมือออกมาจากเป๋าเสื้อคลุม ไปตอบรับการทักทาย

ทันทีที่สองมือสัมผัสกัน วินาทีนั้น วาตานาเบะก็ได้คำตอบว่าเพราะเหตุใด

ความมืดมิด
มีเพียงความมืดมิดเท่านั้นที่ปรากฏออกมา

"...ฉัน เนซึมิ, วาตานาเบะ เนซึมิ ...ยินดีที่ได้รู้จัก..."



 



--------------------
 
โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ 
ขอเติมพลังอีกหลายๆวูบ
ยาวขนาดนี้ ท่าท่างไม่กี่ตอนก็จบม๊างงงง
แต่แบบ คงเว้นช่วงแต่ล่ะตอนนาน เพราะยาวมากค่ะ โฮฮ
 
ปล. ลองย้อนไปอ่านตอนแรกสิ :P มิได้เรียก วาตานาเบะซังว่ามายุเลยสักคำนะเค่อะ <3

Share this post


Link to post
Share on other sites

เรนะ มั่ยน๊ะ! ;___________;

 

อ่านแล้วอยากให้เรนะคู่กับมายุเลยอ่ะ ส่งกิรินไปตายแทนได้ม้ายย /จะบ้าเรอะ!

แต่แบบว่า โมเม้นท์เรนะกับมายุมันน่ารักง่ะ 

กิรินเฉยชา(?)เกินไป อิชั้นรับไม่ด้ายยยยย

Share this post


Link to post
Share on other sites

เรนะนี่...ชะตากรรมเศร้าทุกเรื่องที่แต่งเลยนะครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites
เมื่อคืนดูละครจบก็สลบไปเลย ไม่ได้รออ่าน 55555
ขอโทษด้วยค่ะรีบตื่นมาอ่านแล้ววว
เรนะน่าสงสารทุกเรื่องแต่เรื่องนี้ยังดีหน่อยตายไปไม่ต้องเห็นภาพบาดตาเรื่อยๆ//ดีตรงไหนหนิ!!!
ภาพสุดท้ายที่เห็นคงไม่พ้นพี่กิรินแน่ๆ(เดาเอา)
พี่หมีไม่ถนัดแต่จูจังสินะ เลยไม่มีเบิ้ลอิ ไม่เป็นไรๆ แค่นี้สนุกแล้ว
ขอกริ๊ดยาวๆแป๊บ
กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
มายุเจอยูกิแล้ว มายุเจอยูกิแล้ว มายุเจอยูกิแล้ว เย้!!!!
ยูกิคงเป็นแฟนของเรนะแหละมั้ง 'เดา' จากสภาพรอบๆ
เป็นตำรวจเหมือนที่เรนะเคยบอกด้วย
ส่วนเนสึมิ ขอ 'เดา' ว่า นามแฝงหรอคะมายุ
เรนะแอบฟินล่ะสิเลี้ยงมายุน้อยที่น่ารักด้วย
ชอบทาคามินะดูแบบเป็นคนดีจริงๆ
ส่วนมายุที่มีพลังนี่ตกใจนิดๆ แต่แอบคิดๆแล้วว่าต้องมีอะไรที่ไม่ธรรมดา อิอิ
แต่ที่ว่าโกหก หมายถึงที่พูดมีเรื่องจริงปนกับโกหกใช่มะ 5555
รอติดตามมายุจังต่อขอรับ ^^

Share this post


Link to post
Share on other sites
ใครได้มายุเป็นแฟนนี่เหนื่อยหน่อยนะ 555

รอตอนต่อไปครับบ

Share this post


Link to post
Share on other sites

เรนะนี้คงคอนเซ็ปต์โลลิค่อนตลอดเลย 55555

เจอกันแบบนี้ คู่ฟ้าประทานชัดๆ ^^

พี่เรนะตายซะหละ - -"

เรื่องนี้ก็มีอะไรให้เดาเล่นเหมือนกันนะคะ 555555555

Share this post


Link to post
Share on other sites

ที่ทายได้ถูกนี่คือบวกความสามารถพิเศษกับการเดาและมีคำโกหกปนไปนิดหน่อยใช่มั้ย มายุ

แอบฟิน มายุเรนะแปบนึง น่ารักอ่าา เรนะดูใจดีสุดไปเลย เพราะมายุเด็กสิน๊าา เจ้าแม่โลลิ

ทาคามินะเป็นคนมีเหตุผล ตรงไปตรงมา เป็นคนดีจังน๊าาาท่านรอง

ได้เจอกันแล้วน๊าา มายูกิ แม่ยกฟินๆ

ยูกิดูเย็นชาจังเลย นิ่ง ดูน่ากลัวอะ มีความสามารถคล้ายกันสินะ ทั้งมายุ และ ยูกิ

ใช้นามแฝงสินะ ยัยหนู เนซึมิ

Share this post


Link to post
Share on other sites
สงสารเรนะ ขอให้เธอไปดีนะ //ซับน้ำตา
ยิ่งกว่านั้นสงสารมายุมากกว่า โธ่ๆ
ได้เจอยูกิแล้ว เหมือนยูกิจะมีอะไรพิเศษรึเปล่านะ
มีอะไรให้เดาได้ตลอด สนุก55555

Share this post


Link to post
Share on other sites

เฮีย..... เศร้าแปป 

 

ได้เจอกันแล้วนะคู่นี้

 

จะเป็นยังไงต่อนะ กลัวมันจะดราม่าพอยูกิรู้ก็แค้นมายูเพราะคิดว่ามายูเป็นสาเหตุ 

 

เรื่องชักสนุกขึ้นเรื่อยๆ รอตอนต่อไปนะคะ 

Share this post


Link to post
Share on other sites
ใช่คุณคนนี้หรือเปล่า
ที่เรนะพูดถึงตอนนั้น ???
มายุดูชีวิตขึ้นๆลงๆดีนะ 555

Share this post


Link to post
Share on other sites
@ingfaco2sh : มาเรื่องนี้ จะเปลี่ยนเป็นหัวหน้ากฏบเรนะมายุแล้วเหรอคะ ฮาา 
พี่กิรินออกมาไม่กี่บรรทัดเอง ใจเย็นก่อนนะคะ โฮฮฮ  อย่าเพิ่งรีบแช่งกัน 5555
 
 
@ValKyRieS : 555 กราบสิบที โดนทักเป็นท่านที่สี่แล้วค่ะ เรื่องเก่าเสียสละขั้นสุดแล้วยังแอบดองลืม 55
โอ้ย  โถ่วว คุณมัตสึอิ 55
 
@wypokon : เอ๊ะ! ยังไง ดับไปตั้งกะต้นเรื่องนี่คือดีใช่มั้ยคะ  555
เกรงว่าให้อยู่ต่อไปนานๆจะลังเลไปจบรูทยูกิเรค่ะ เลยตัดไฟแต่ต้นลม *ล้อเล่นนะ 55
เจอกันแล้วค่าาาา แต่จะโคจรมาเจออีกมั้ย ต้องติดตาม *เจอแน่ล่ะ ก็คู่เอกพระนาง 555
 
เพราะมายุบอกว่าทิ้งทุกอย่างไปแล้วไงคะ จึงทิ้งกระทั่งชื่อตัวเอง ฮาาา
ที่ว่าโกหกทั้งเพนั่นหมายถึง
ทุกครั้งที่เธอพูดอะอไรให้คนเชื่อ เธอแถเนียนหมดค่ะ
มีความจริงอยู่ในใจแล้ว แต่พูดโต้งๆไป ไม่มีใครเชื่อหรอก เลยต้องหาเหตุผลมารองรับ
เป็นหนทางดำรงชีวิตค่า
 
@bbillboyz : นั่นสิคะ 555 รู้ใจทุกอย่าง ถถถถ โกหกไมได้เลย ฮาา
 
@kmkpc22 : เดาไม่ยากหรอกค่ะ เรื่องนี้แต่งๆนี่ไม่คิดให้เดาอะไรเลยนะคะ 555 มีอะไรใส่หมด
ไม่เหมือนเรื่องเก่าให้เดาเล่น ฮาาาา
แต่เดาไม่ยากหรอกค่ะ หมีไม่เคยหลอกใครน้าาา
 
@MiNaYu : ใช่เลยค่ะ ตามที่ตอบไว้ให้คุณ wypokon 
เธอแถเนียนหมดล่ะค่า 5555 แต่พอที่พูดมันสนับสนุนความจริงได้ ทุกคนก็เลือกเชื่อกัน
ความสามารถยูกิ ยังคงต้องรอหาคำตอบนะคะ มืดสนิทแบบนั้น อาจจะเป็นคนไม่คิดอะไรก็ได้ (เรอะ?) 555
 
@KIRI_PANG : ฮาาา เดาไม่ยากหรอกค่าาาา 
ยินดี ดีใจ ปรีดาที่เขียนแล้วสนุกกัน โฮฮฮฮ ปลื้มปริ่ม 
เรื่องยูกิ คงอีกสัก ไม่รู้กี่ตอน ร่วมลุ้นไปกะมายุดีกว่า 555
 
@cancan : นั่นสินะคะ คนที่เรนะพูดถึงจะเป็นยูกิริเปล่าหนอ 555 เอาจริงก็ไม่ต้องเดาล่ะค่ะ 55 ฮาา
ส่วนจะทำอะไรไหม ต้องรอลุ้นกัน ฮี่ฮี่
 
@GdoubleN : เดาไม่ยากเลยค่ะ 5555 
คุณหนูมายุ นี่ลุ่มๆดอนๆ ตกระกำลำบาก แต่ตอนนี้ก็คงตัวล่ะค่ะ โดนชุบเลี้ยง บายทั่นเตี้ย 5555
 
 
ปั่นมาไว เพราะวันนี้วันหยุดล่ะค่ะ 555 เฮฮฮฮ
ที่จริงว่าจะเขียนต่อ แต่กลัวว่ามันจะยาวไปแบบตอนที่แล้ว เจอจุดตัดได้ ตัดฉับซะเลย เย้ จะได้ไม่นาน
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่าา

 

---------------------------
Inside
Episode 3

(2k Words)

 


 



ความมืด
ภาพสีดำมืดมิด
ดำสนิทแบบไม่มีสิ่งใดแทรกซ้อน
ปรากฏออกมากจากคนผู้นั้น

คาชิวากิ ยูกิ

เป็นใครกันแน่นะ

วาตานาเบะคลายมือออก ล้วงเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อคลุมมีฮู้ดดังเดิม
พอจบสถานการณ์ทักทายสั้นๆแล้ว หัวหน้าทีมสืบสวนก็หันไปพูดกับหัวหน้าคดีนี้ต่อ
"ไม่ได้เจอกันตั้งนานนะคะ ทาคาฮาชิซัง... สบายดีรึเปล่าคะ"

"ถ้าฝนยังไม่หยุดแบบนี้ ก็คงเริ่มไม่สบายแล้วล่ะ" หญิงสาวร่างเล็กพูดบ่น
"ที่กองกลางเรียกเธอมาด้วยแบบนี้ แปลว่าอยากปิดคดีให้เร็วที่สุดล่ะสิ"

หญิงสาวร่างสูงพยักหน้าแผ่วเบา ฝนปรอยลงมา แต่ก็เป็นอีกคนที่ไม่คิดกางร่มเอง
ดีที่มีนักสืบหนุ่มผู้โดนปราบไปเมื่อครู่นั้น ยื่นร่มขึ้นมากางบังให้

"ก็คงอย่างนั้นมั้งคะ ทางนี้โดนเร่งมาเหมือนกัน"
"...คดีเพิ่งเกิดได้ไม่กี่ชั่วโมงเอง ถ้าเป็นไปได้คงอยากเก็บเงียบให้เร็วที่สุด"
วาตานาเบะลอบสังเกตคำพูดและสายตานั้น
เสียงเรียบแบบไม่มีความรู้สึกใด
สายตาที่มองทางไหนก็มีแต่แววมืดหม่นไร้ชีวิตชีวา
ชุดสูทสีดำ ถุงสีดำ รองเท้าหนังยกส้นทำงานสีดำ
...มืดมิด ไม่แตกต่างจากชุดกะลาสีดำที่เธอแต่งแม้แต่น้อย

และ 'ภาพ' สีดำสนิทนั่น ...
แปลว่าคนคนนี้ มีอะไรไม่ธรรมดา

"...ฉันพอจะรู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว คาดว่าคงใช้เวลาไม่นาน ...กลับสถานีไปก็คงออกภาพเสก็ตผู้ต้องหาให้ได้"

"สมเป็นเธอเลยนะ คาชิวากิซัง ไม่แปลกใจเลยที่ตอนนี้ได้เป็นหัวหน้าหน่วยสืบสวนแล้ว ...อยากรู้จริงๆว่าเธอใช้วิธีไหนในการสืบกัน"

"เป็นวิธีที่ไม่น่าดูนักหรอกค่ะ" ใบหน้านิ่งตอบเสียงเรียบ สั่นหัวเบาๆ

"...ว่าแต่เด็กคนนั้นจ้องฉันมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว คนนี้ใช่ไหมคะที่คุณเคยเล่าให้ฟังว่าช่วยงานคุณอยู่"

คำพูดที่ออกมาแบบไม่มีความคิดนำมาก่อน ทำให้วาตานาเบะสะดุดนิดหน่อยเมื่อถูกพูดถึง

"อื้ม คนนี้ล่ะ" รองผู้กำกับยิ้มบาง "น่าสนใจดีไหมล่ะ"

"... นิดหน่อยมั้งคะ" หญิงสาวร่างสูงตอบ ด้วยสีหน้านิ่งไม่เหมือนคำตอบสักนิด

"...ทาคามินะซัง เสร็จหน้าที่ของฉันแล้ว ฉันกลับได้เลยรึเปล่าคะ" เด็กสาววัยสิบเจ็ดเอ่ยถาม ขัดขึ้นมากลางบทสนทนา
"อื้ม มืดมากแล้ว เดี๋ยวฉันไปส่งแล้วกัน ...ไหนๆคาชิวากิซังก็มาแล้ว ฉับรบกวนฝากเรื่องต่อเลยแล้วกัน"
คาชิวากิโค้งหน้ารับคำสั่ง

คดีพิเศษนี้ มีทีมประจำพื้นที่เป็นเจ้าของคดีใหญ่ และทีมสืบสวนจากกองกลางเป็นผู้ดูแลคดีร่วม

เมื่อหัวหน้าของทั้งสองฝ่ายพบกันเรียบร้อย ด้วยอำนาจและความน่านับถือของหัวหน้ากองคนใหม่ จึงวางใจมอบหมายให้อีกคนดูแล

"ขอบคุณเธอมากนะ ที่ช่วยแนะนำรูปการณ์ที่เป็นประโยชน์แก่การสืบสวน สมแล้วที่ทาคาฮาชิซังชมให้ฟังบ่อยๆ"
สาวร่างสูงหันมากล่าวลา
"หากมีโอกาสเราคงได้ร่วมงานกันอีก"

เปิดโอกาสให้คนอย่างวาตานาเบะลองเชิงถามสิ่งที่สงสัยดู
"แต่ถ้ามีคุณ ฉันคิดว่า ฉันก็คงไม่จำเป็นแล้วมั้งคะ"

ผู้ที่มีภาพสีดำ นอกจากเรนะ ก็ไม่เคยพบคนอื่น
การที่หัวหน้าหน่วยสืบสวนคนนี้มีภาพแสดงออกมา
...สวมถุงมือ ...รวมกับท่าทางการระมัดระวังตัวในการสัมผัสคนอื่นด้วยผิวเปลือย

อาจเป็นไปได้ว่า... คาชิวากิคนนี้ มีพลังเช่นเดียวกัน

หวังเพียงว่าคนตรงหน้าจะพอที่เข้าใจสิ่งที่สื่อไว้ในคำถาม

"...ไม่หรอก เพราะความสามารถของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การที่ได้ฟังคำสันนิษฐานหลายๆแบบ มันช่วยให้วิเคราะห์รูปคดีได้ง่ายขึ้น ...ดีไม่ดี ฉันอาจขอยืมตัวเธอจากทาคาฮาชิซังมาช่วยงานเองก็ได้นะ…"
"...วาตานาเบะ เนซึมิซัง"

หญิงสาวร่างสูงตอบเสียงเรียบอย่างชัดถ้อยชัดคำ ก่อนที่จะเดินหันหลังกลับไปสั่งการเจ้าพนักงานต่อ

คำตอบที่ไม่รู้ว่าจะสื่อออกมารูปแบบไหน
มันเป็นคำตอบธรรมดาที่ดูจริงจัง
คำตอบที่ยอมรับในความสามารถของเธอ

วาตานาเบะพยายามหาจุดที่ฟังดูเป็นนัยว่ารับรู้พลังพิเศษ
แต่ก็ไม่สามารถยืนยันได้เลยจริงๆ

"พร้อมรึยัง วาตานาเบะ" รองผู้กำกับเอ่ยทัก ยื่นร่มสีดำคันเล็กส่งมาให้ "เปียกฝนไปหมดแล้วนะ"

"เพราะเปียกไปแล้ว ร่มมันถึงไม่จำเป็นไงคะ...ทาคามินะซัง"
พูดจบเด็กสาวก็เดินตามไปที่จอดรถของผู้บังคับบัญชา

...

"เค้าเป็นใครเหรอคะ ทาคามินะซัง" เสียงของวาตานาเบะ ถามทำลายความเงียบในรถยนต์ที่กำลังแล่นกลับไปยังคอนโดที่พักของตน ...ที่พักที่รองผู้กำกับเช่าไว้ให้
"...หัวหน้าแผนกสืบสวนคนนั้น"

"แปลกนะที่เธอดูสนใจคนอื่น วาตานาเบะซัง" หญิงร่างเล็กพูดแหย่ "ปกติไม่เห็นถามอะไรแบบนี้"
"บอกมาเถอะ ทาคามินะซัง..." เด็กสาวพูดเรียบ ให้รู้ว่าไม่ได้อยู่ในอารมณ์จะโต้เถียง

"คาชิวากิ ยูกิ อายุ22ปี ...ตอนที่ยังไม่ทันเรียนจบมัธยมปลาย ก็มีส่วนช่วยในการสืบคดี ตามหาคนร้ายในคดีดังหลายเคสแล้ว แน่นอนว่าเป็นผู้เยาว์ ตอนนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเก็บเป็นความลับ ยิ่งเจ้าตัวไม่ค่อยชอบออกข่าวเท่าไรด้วย..."

"พอเรียนจบออกมาก็เข้าโรงเรียนตำรวจเลย เลือกลงแผนกสืบสวนสอบสวน จบมาด้วยคะแนนสูงสุดจึงโดนเรียกประจำกองกลาง และด้วยผลงานเบื้องหลังมากมายหลังเข้าทำงาน ตอนนี้เลยข้ามหน้าข้ามตารับตำแหน่งหัวหน้ากองสืบสวนไป..."
"ถ้าจำไม่ผิดก็เมื่อสามเดือนที่แล้วเองมั้ง ...แต่ก็เป็นคนที่ไม่ถือตำแหน่งนะ ถ้ามีคดีด่วนก็จะลงมาทำงานเองเนี่ยล่ะ ไม่ชอบใช้ใครมาต่อ"

"…เป็นตำนานแผนกสืบสวนที่สามารถหาผู้กระทำผิดได้เร็วที่สุดของกรมเลย" รองผู้กำกับพูดอย่างชื่นชม
"แต่อาวุธเด็ดของเค้าคือการสอบสวนผู้ต้องหาให้รับสารภาพ... ไม่ว่าคดีไหน พอเจอเค้าผู้ต้องหาจะยอมรับสารภาพทุกราย"

"ใช้วิธีไหนในการสอบสวนเหรอคะ?" วาตานาเบะถาม พลางมองออกไปนอกกระจกรถ ฝนปรอยๆ ทำให้แสงจากไฟข้างทางไหลสะท้อนกับพื้นถนน

"ได้ยินมาแค่คำเล่าลือ ยังไม่เคยเห็นของจริงเหมือนกัน พวกสืบสวนกลางบอกกันว่า เวลาเข้าห้องสอบสวน คาชิวากิจะเข้าไปคนเดียว และห้ามคนข้างนอกเปิดไมค์ฟัง... คนที่ยืนดูจะเห็นแค่คาชิวากิยืนพูดเฉยๆ แล้วเดินออกมาเท่านั้นก็จบ"

"...ขู่ให้รับสารภาพบ้างรึเปล่าคะ มีจับผิดตัวบ้างไหม" เสียงคนเหม่อมองท้องถนนถาม

"เจอแค่ครู่เดียว มองเค้าเป็นคนยังไงแล้ว วาตานาเบะ" ทาคามินะพูดเชิงตำหนิ "หัวหน้าแผนกสืบสวนคนนั้น ไม่เคยจับผิดตัวแม้แต่ครั้งเดียว เวลาเค้ารู้ว่าผู้ต้องหาคนไหนบริสุทธิ์ ก็ปล่อยตัวทันที ไม่มีลังเล"

"ดูมั่นใจในตัวเองดีนะคะ" เด็กสาวกล่าวลอยๆ

"คล้ายๆกับเธอเลยนะฉันว่า ...แล้วเมื่อไรจะยอมมาช่วยชี้ตัวผู้ต้องหาเหมือนเดิมล่ะ"
หญิงร่างเล็กตอบ มือก็หมุนพวงมาลัยให้เลี้ยวไปตามเส้นทาง

"ไม่ล่ะค่ะ ฉันไม่ชอบไปในที่คนเยอะ... วันนี้ก็ไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่จะเยอะขนาดนี้..."
"ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อน... คดีด่วนน่ะ" ทาคามินะยอมรับ
เด็กสาวเคยบอกเธอไว้ว่าหากให้มาช่วยงาน ขอให้บริเวณนั้นมีเจ้าหน้าที่น้อยที่สุด
ซึ่งเมื่อก่อนก็เคยขอให้ช่วยเป็นลูกมือสอบสวน ยืนยันผู้ต้องหา ไม่ก็ยืนยันว่าพยานพูดความจริงที่สถานี แต่ช่วงหลังวาตานาเบะขอไม่เข้าไปช่วยงานในสถานีตำรวจบ่อย โดยให้เหตุผลว่า เพราะเป็นเป้าสายตาคนอื่น และคนเกินเยอะไป
ทาคามินะยอมรับว่าอาจเรียกใช้งานเด็กสาวบ่อยเกิน จึงยอมรับความเห็นของพนักงานพิเศษของเธอ และขอร้องให้มายามจำเป็นเท่านั้น ซึ่งเด็กสาวก็ยอมรับได้
"เรื่องคดีคราวนี้ อาจจะต้องให้เธอมาช่วยอีกครั้งถ้าได้ตัวผู้ต้องหาแล้ว …แต่จะเตรียมกันคนให้แล้วกัน"
"...ทราบแล้วค่ะ" วาตานาเบะถอนหายใจ

"ถึงแล้ว" คนมาส่งพูดขึ้นเมื่อแตะเบรกรถให้มาหยุดหน้าคอนโดของเด็กสาว "แล้วก็ไปโรงเรียนบ้างนะ" เสียงดุๆกำชับ
'ไม่งั้นฉันจะลดเงินเดือนเธอ'

"ฉันไม่ได้ต้องการเงินอยู่แล้วนี่คะ ทาคาฮาชิซัง" ชื่อเรียกที่เปลี่ยนเป็นชื่อสกุล ทำให้รองผู้กำกับไม่แน่ใจว่าเด็กสาวกำลังพูดเล่นหรือพูดจริง
แต่ด้วยความที่เป็นคนตรงๆ เธอจึงไม่มีปัญหาเรื่องการโดนอ่านใจ
...ว่าไปก็ร่วมงานกันจนชินแล้ว กับคำแซวเล็กๆน้อยๆแค่นี้ของเด็กสาว ไม่ได้ทำให้เธอใส่ใจเท่าไรนัก
"อย่างน้อยก็เห็นแก่ฉันหน่อยเถอะ" สาวร่างเล็กพูดโต้กลับ

เด็กสาวชุดกะลาสีก้าวลงจากรถ เธอเดินอ้อมมาฝั่งคนขับและเตรียมเข้าประตูต้อนรับด้านล่าง
"ทาคามินะซัง... ฉันมีเรื่องจะถาม" เด็กสาวหันกลับมา ยกมือดันหูฟังของตนเองที่สวมอยู่ให้ตกลงมาพักที่ต้นคอ
สายตาที่จริงจัง และท่าทางชัดเจนนั่น บอกให้รู้ว่าเด็กสาวกำลังใช้พลังค้นหาคำตอบที่อยากรู้จริงๆ

รองผู้กำกับ ไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย

"... ที่คนๆนั้นเค้าบอกว่าได้ยินเรื่องของฉันจากคุณ คุณเคยพูดถึงเรื่องพลังของฉันรึเปล่าคะ"

"…ฉันไม่เคยผิดสัญญา เธอบอกไม่ให้ฉันเล่าเรื่องพลังของเธอกับใครฉันก็ไม่เคยเล่า..."
"อีกอย่างบอกใครไปเค้าจะว่าฉันเป็นคนบ้าซะเปล่า"
ทาคาฮาชิ พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง

"นั่นสินะ มีแต่คนบ้าซะเปล่า..." วาตานาเบะพูดซ้ำ แล้วดึงหูฟังกลับมาสวมไว้ตามเดิม "ขอโทษนะคะ ที่ทำให้คุณกดดัน"

"อย่างกับโดนสอบสวนซะเอง ฉันไม่ชอบเลยจริงๆ" หญิงสาวร่างเล็กบ่น
ความกดดันที่ได้รับเมื่อครู่นั้น ขนาดรู้อยู่แล้วว่าโดนอ่านใจ ยังรู้สึกมวนกระเพาะ ไม่อยากนึกภาพผู้ต้องหาที่เคยขอร้องให้เด็กสาวไปสอบสวนให้ ว่าจะกัดดันกว่าขนาดไหน...

"...ถึงบอกไปแล้วจะดูเหมือนคนบ้า ก็ยังมีคนบ้า บางคนเชื่อฉันนะคะ"

"เอ๊ะ นี่เธอว่าฉันเหรอ!" ทาคามินะโวยวาย
แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้ดีว่าคำที่วาตานาเบะพูดอยู่คือคำขอบคุณ

เด็กสาวคลี่ยิ้มบาง รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งจากสายตาที่โดดเดี่ยวนั่น
"ฉันขอโทษอีกครั้งที่ทำให้คุณรู้สึกไม่ดีเมื่อครู่ …แทนคำขอโทษนั้น ตั้งแต่พรุ่งนี้ฉันจะยอมไปโรงเรียนค่ะ"
พูดจบ เด็กสาวก็หันหลังเดินเข้าไปยังที่พัก

ทาคามินะถอนหายใจ
'เด็กอะไรเนี่ย เดาใจยากจริงๆให้ตาย'

"ฉันได้ยินนะคะ" เสียงเรียบลอยตอบกลับมาตามลม
...


 
 
---------

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now