[Fiction] ในห้วงคำนึง (Yuki, Rena, Jurina, Miona) [ภาคต่อ] - CH13A.NC - UPDATE 10/11/2015

593 posts in this topic

ฉบับรีไรท์

เนื้อหาเหมาะสำหรับผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

 

***ประกาศเกี่ยวกับภาคสอง***

 

 

 

ภาคต่อ

 

(Yuki, Rena, Jurina, Miona)

 

-------------------

 

 

 

ภาค 1

(YukiRena, Ikomayu, Sayamilky)

 

ตอนที่ 1

ตอนที่ 2

ตอนที่ 3

ตอนที่ 4

ตอนที่ 5

ตอนที่ 6

ตอนที่ 7

ตอนที่ 8

ตอนที่ 9

ตอนที่ 9.5

ตอนที่ 10

ตอนที่ 11

ตอนที่ 12

ตอนที่ 12.5

ตอนที่ 13

ตอนที่ 13.5

ตอนที่ 14

ตอนที่ 15

ตอนที่ 16

ตอนที่ 17

ตอนที่ 18

ตอนที่ 19

ตอนที่ 19.5

ตอนจบแบบที่ 1

ตอนจบแบบที่ 2


- ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนจบค่ะ -


ตอนพิเศษ (10/6/2015)


-------------------











ในห้องนี้ (ฉบับเก่า)
(Yuki x Rena)
***ไม่มีฉาก 18+ แต่ไม่เหมาะสำหรับเด็ก***
***โปรดเข้าใจว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง***





ทุกครั้งที่รู้สึกอ่อนระโหยโรยแรง หญิงสาวจะพาร่างอันเหนื่อยล้ากลับมายังห้องๆนี้ ห้องเล็กๆที่เธอเช่าทิ้งไว้เมื่อสี่เดือนก่อนเพื่อรอการมาถึงของ ‘เธอคนนั้น’

ถึงแม้จะเป็นการรอคอยที่ดูเหมือนว่าวันที่เฝ้ารอจะไม่มีทางมาถึงอีกแล้ว...





คาชิวากิยูกิเป็นสาวออฟฟิศในย่านชินจูกุ เธอเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง ขยันขันแข็ง เอาจริงเอาจัง ทุ่มเทให้กับงานเป็นหลัก จนอย่าว่าแต่จะมีเวลาหาผู้ชายดีๆสักคนมาเป็นเพื่อนรู้ใจเลย แค่จะนอนหลับพักผ่อนก็ยังแทบไม่มีเวลา...

ทั้งหมดนี้คือภาพลักษณ์ที่คนทั่วไปมองยูกิว่าเป็นเช่นนั้น จะมีคนสักกี่คนที่รู้ว่าเธอ...



“มัตสึอิซัง คืนนี้คุณมาหาฉันที่ห้องเช่าเดิมแถวยาโยอิได้ไหม?” ยูกิถามปลายสาย เสียงอึกทึกตึงตังบ่งบอกว่าคนที่คุยด้วยยังอยู่ที่ทำงาน

“นั่นใครคะ?” คำถามที่สุดแสนธรรมดาที่ถามกลับมาได้กรีดใจคนฟังโดยไม่รู้ตัว

“ฉันเอง คาชิวากิ” สาวออฟฟิศสุดสวยที่ผู้ชายหลายคนหมายปองให้คำตอบเสียงราบเรียบ “คนที่จ้างเธอมานอนด้วยเมื่อคืนวันศุกร์ที่แล้วไง”

“อ้อ คุณนั่นเอง...” หญิงสาวร้องอ๋อหลังนึกออกว่าเมื่อศุกร์ที่แล้วเธอรับลูกค้าแค่คนเดียว แล้วก็เป็นผู้หญิงเหมือนกันซะด้วย “ห้องที่ว่านี่หมายเลขอะไรนะคะ? ฉันลืมแล้ว”

“อพาร์ตเมนท์ซากะ ชั้น 7 ห้อง 7”

“ค่ะ อีกชั่วโมงครึ่งฉันคงไปถึงที่นั่น... อดทนรอหน่อยนะคะ”


วลีที่บอกให้อดทนรอนั้นช่างแผ่วเบาและเย้ายวนจนยูกิแทบจะรออีกชั่วโมงครึ่งไม่ไหว เธอตอบรับแล้ววางสาย ก่อนจะเปิดไวน์ที่ซื้อมาติดห้องไว้รินใส่แก้วแล้วยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมดจนไม่ทันให้ลิ้นได้ลิ้มรสอย่างละเมียด



แก้วแล้วแก้วเล่าที่เธอจิบและดื่มเพื่อรอผู้หญิงคนนั้น ไวน์ที่ดื่มเข้าไปครึ่งขวดทำให้เธอร้อนขึ้นกว่าเดิมจนต้องถอดเสื้อสูทแล้วปลดกระดุมสองเม็ดบน

กริ๊ง!

เสียงออดหน้าห้องที่ดังขึ้นหนึ่งครั้งทำให้ยูกิลุกพรวดจากโซฟาขนาดใหญ่ เมื่อเปิดประตูก็พบหญิงสาวที่เธอคุ้นหน้า ผู้หญิงที่ยูกิอยากเจอมากที่สุดในเวลานี้

มัตสึอิเรนะ


“เข้ามาสิ” ยูกิบอกพร้อมทั้งหลีกทางให้เรนะเข้ามา “ทานอะไรมาหรือยังคะ?”

“ทานแล้วค่ะ คาชิวากิซังหิวหรือคะ?”

“หิวมากเลยด้วยล่ะ” ยูกิกระซิบจากด้านหลัง “แต่อยากคุยมากกว่า...”

“หึ...” เรนะยกยิ้มมุมปากแล้วหมุนตัวกลับไปมองหน้าผู้หญิงที่เรียกเธอมาคืนนี้ “กลิ่นไวน์หึ่งเลยนะคะ คุณจะไม่อาบน้ำหน่อยเหรอ?”

“งั้นฉันจะไปล้างปากแล้วกัน”


ประโยคที่ยูกิพูดมาไม่ได้ทำให้เรนะรู้สึกอะไรนอกจากออกอาการขำแค่เล็กน้อย สาวออฟฟิศจากบริษัทชั้นหนึ่งเข้าไปบ้วนปากแล้วล้างหน้าล้างตา ก่อนกลับออกมาเห็นเรนะอยู่ในสภาพสวมเสื้อซับในสีดำกับกางเกงในสีครีมตัวจิ๋วนั่งรออยู่บนโซฟา


“มัตสึอิซัง”

“เรียกฉันว่าเรนะเถอะค่ะ”

“ก็ได้ เรนะ ฉันมีเรื่องอยากเล่าให้เธอฟังอีกแล้ว เธอจะรับฟังได้ไหม...?”


เรนะยิ้มแล้วพยักหน้า ฝ่ามือก็ตบลงบนที่ว่างให้หญิงสาวที่จ้างเธอมานั่ง ยูกินั่งลงชิดเรนะแล้วซบศีรษะลงบนไหล่เจ้าหล่อน พ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนแล้วเริ่มระบายความเครียดและความท้อแท้ใจที่เจอจากที่ทำงานให้อีกคนฟัง เรนะก็รับฟังอย่างตั้งใจสมกับค่าตัวที่แพงโข


“คาชิวากิซังคงเหนื่อยมากเลยสินะคะ” เรนะเอ่ยอย่างเห็นใจหลังฟังจบ ก่อนจะออกความเห็น “แบกรับความคาดหวังจากทุกคนมากเกินไปก็ทำให้สุขภาพจิตแย่ลงได้นะคะ”

“แล้วฉันควรทำยังไง?” ยูกิหลับตาถามโดยยังซบไหล่เรนะอยู่อย่างนั้น

“อืม...คุณควรทำเท่าที่คุณสามารถทำได้ อย่าฝืนตัวเองมากจะดีกว่าค่ะ” คำแนะนำของหญิงสาวจากผับย่านกินซ่าฟังดูเข้าท่าสำหรับคนฟัง “คุณจะนอนตักฉันก็ได้นะคะ”

“ขอบคุณนะ” ยูกิค่อยๆย้ายศีรษะไปหนุนบนตักเปล่าเปลือย เธอต้องห้ามใจอย่างมากไม่ให้สายตาชำเลืองไปมองสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้กางเกงในของเรนะ


เธอค่อยๆหลับตาลงอีกครั้งเพื่อผ่อนคลาย แต่ก็ต้องลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่ามือของอีกคนกำลังลูบผมเธออยู่ ทันทีที่ลืมตาภาพที่เธอเห็นคือใบหน้าของเรนะที่ก้มมองเธอพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน เธอสบตาเรนะจนกระทั่งรู้สึกว่าตัวเองเริ่มล่องลอยอยู่ในทะเลสายตาของหญิงสาว


“คุณต้องการให้ฉันจูบคุณหรือเปล่าคะคาชิวากิซัง...?”

“ปกติเธอก็ถามแบบนี้กับทุกคนเหรอ?” ยูกิถามกลับอย่างเคลิบเคลิ้ม

“ไม่หรอกค่ะ ฉันถามกับคุณคนเดียว”


ถึงจะไม่เข้าใจว่าทำไมเรนะถึงถามแบบนี้กับเธอแค่คนเดียว แต่ยูกิก็พยักหน้าแทนคำตอบ เรนะจึงยิ้มกว้างขึ้นอีกแล้วค่อยๆก้มลงมาจูบริมฝีปากของคนที่นอนอยู่บนตักเบาๆ ยูกิหลับตาซึมซับความอ่อนโยนของจูบนั้น ยังไม่ทันจะจูบมากกว่านั้นยูกิก็บอกให้พอแล้ว


“หึ...” รอยยิ้มของเรนะช่างดูขมขื่นพิกล แต่ยิ้มนั้นก็ปรากฏอยู่แค่แวบเดียวก่อนกลับมาเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนเหมือนเดิม “คาชิวากิซังเนี่ยแตกต่างจากคนอื่นๆจริงๆ”

“ตรงที่ฉันไม่ทำอะไรเธอมากไปกว่าจูบน่ะเหรอ?”

“คุณจ้างฉันมาเป็นเพื่อนนอนตั้งแพง ถ้าคุณไม่ทำอะไรเลยคุณจะขาดทุนนะคะ”

“ฉันไม่ได้ต้องการมีเซ็กส์กับเธอ ฉันแค่ต้องการคนที่จะหลับไปเป็นเพื่อนฉัน”




คำตอบของยูกิทำให้เรนะเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งด้วยความประหลาดใจ ตั้งแต่เริ่มทำงานกลางคืนมาไม่เคยมีใครจ้างเธอเพื่อแค่นอนหลับเป็นเพื่อนเลย ผู้ชายทุกคนมักจะทำมากกว่านอนเสมอ เธอเคยมีลูกค้าผู้หญิงก็จริง แต่ผู้หญิงคนนี้แตกต่างออกไป


“ฉันว่าคาชิวากิซังต้องการคนรับฟังปัญหาของคุณมากกว่า” เรนะพูดเหมือนรู้ทัน “ฉันจะยอมฟังทุกเรื่องที่คุณอยากเล่า และยินดีจะให้คำปรึกษา...ถ้าคุณต้องการนะคะ”




สำหรับคาชิวากิยูกิที่ย้ายมาอยู่โตเกียวเพียงลำพัง ไม่มีเพื่อนที่รู้ใจหรือแฟนหนุ่มแฟนสาว การว่าจ้างผู้หญิงสวยๆสักคนมาคุยด้วยและรับฟังเรื่องที่เธออยากพูดจึงเป็นทางออกหนึ่ง แม้ผู้หญิงคนนั้นจะไม่ใช่คนที่น่านับถือในสายตาของคนในสังคมก็ตาม


“ขอบคุณนะคะ เธอใจดีจริงๆ” ยูกิยิ้มให้เรนะที่กำลังมองหน้าเธออยู่ “เธอจะเล่าเรื่องไม่สบายให้ฉันฟังบ้างก็ได้นะถ้าเธออยากเล่า”

“ฉันไม่มีเรื่องหนักใจหรอกค่ะ สำหรับฉัน...ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่มีอะไรติดอยู่กับฉันได้นาน ก็เหมือนกับงานของฉันนั่นแหละ”

“บอกได้ไหมว่าทำไมถึงทำงานนี้...?” รู้ว่าไม่สมควรถามแต่ยูกิก็คิดว่าผู้หญิงที่มองหน้าเธอคงไม่โกรธ เพราะเรนะดูเป็นคนใจเย็น


ยิ้มของคนถูกถามเจื่อนลงทันที เธอแหงนหน้ามองหลอดไฟที่ไม่ได้เปิดสวิตช์พร้อมกับเม้มริมฝีปาก ท่าทางแบบนั้นทำให้ยูกิสำนึกได้ว่าตนถามเรื่องที่ไม่ควรถามไปเสียแล้ว แต่ก่อนที่ยูกิจะได้ขอโทษ เรนะก็เปิดปากพูดโดยไม่มองหน้าเธอ


“คุณเป็นคนแรกเลยนะที่ถามแบบนี้” น้ำเสียงของเรนะบ่งบอกว่าหนักใจที่จะต้องเล่า แต่ในเมื่อเป็นเรื่องที่ลูกค้าอยากรู้เธอก็ต้องเล่า “เหตุผลเดียวค่ะ...เงิน

“อืม...ทุกคนต้องการเงินสำหรับดำรงชีวิตทั้งนั้นแหละ” ยูกิพูดอย่างไม่นึกรังเกียจหรือสมเพช ตรงกันข้ามเธอเข้าใจด้วยซ้ำ “เธอคงมีเรื่องที่ต้องใช้เงินมากสินะ?”

“ฉันต้องเลี้ยงดูแม่และน้องๆสี่คนที่อยู่จังหวัดโออิตะ”

“เข้าใจล่ะ” ยูกิบอกแล้วลุกขึ้นนั่ง แล้วหันหน้ามายิ้มอย่างไม่มีนัยอื่นแอบแฝง นอกจาก... “งั้นถ้าเรนะยอมนอนเป็นเพื่อนฉันจนถึงเช้า ฉันจะเพิ่มค่าจ้างให้อีกเท่านึง”




พูดจบก็ลุกไปเปิดลิ้นชักหยิบผ้าเช็ดตัวและชุดนอนลายกล้วยหอมจอมซนเดินเข้าห้องน้ำไป เหลือแต่เรนะที่นั่งนิ่งบนโซฟา นึกแปลกใจเหลือเกินที่ยูกิยอมจ่ายเงินจำนวนมากให้เธอโดยที่เธอไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากนั่งฟังและนอนหลับเคียงข้าง

เธอตัดสินใจลุกขึ้นไปเคาะประตูห้องน้ำเพื่อรับข้อเสนอนั้น


“คุณต้องการให้ฉันช่วยขัดหลังไหมคะ?” แทนที่จะบอกว่ายอมอยู่เป็นเพื่อนจนเช้า แต่ปากเจ้ากรรมดันถามเป็นอย่างอื่นเสียนี่ แต่ก็...ใช่ว่าไม่เคยอาบน้ำกับคนอื่นนี่นา

“ก็ดีค่ะ” ยูกิเปิดประตูให้หญิงสาวเข้ามาในห้องอาบน้ำอย่างไม่คิดอะไร คิดแค่ว่าไม่อยากเสียเวลาเพราะเริ่มง่วงแล้ว “ขอความกรุณาด้วยนะคะ”


ทั้งสองนั่งลงบนม้านั่งเตี้ยๆคนละตัว ยูกิเปิดฝักบัวรดศีรษะให้น้ำไหลรดทั้งตัวแล้วส่งผ้าขนหนูผืนเล็กกับครีมอาบน้ำให้เรนะ สาวออฟฟิศผู้มีรายได้หลายแสนเยนไม่รู้ตัวเลยว่าขณะที่เปิดน้ำรดศีรษะ หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างหลังได้ถอดเสื้อผ้าออกหมดแล้ว

ขณะใช้ผ้าขนหนูขัดหลังให้ยูกิ ดวงตาของเรนะก็จับจ้องแต่แผ่นหลังขาวละเอียด เธอไม่คิดมาก่อนว่าจะมาอายผู้หญิงด้วยกันได้จึงรีบๆตั้งใจถูให้เสร็จๆไป พอเสร็จแล้วยูกิก็หมุนก็อกฝักบัว แต่เปิดแรงเกินไปหน่อยจนน้ำไปโดนตัวเรนะจนสาวเจ้าร้องว้าย


“อ๊ะ! ฉันขอโทษ” ยูกิหันตัวไปขอโทษหญิงสาว แต่ภาพที่เห็นทำให้เธอตาค้าง ร้อนวูบวาบไปหมดทั้งหน้า...


ก็เรนะยกแขนทั้งสองข้างปิดหน้าอกมองเธอด้วยสายตาเขินอายนี่นา เป็นอาการตอบรับที่ทำให้คนมองใจเต้นแรง เรนะเองเห็นสายตาและหน้าแดงๆของยูกิแล้วก็อดเขินไม่ได้เช่นกัน


“เสร็จแล้วฉันขอตัวนะคะ” หญิงสาวบอกแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันรอบกายก่อนออกจากห้องน้ำไป ทิ้งให้ยูกินั่งอ้าปากค้างอยู่คนเดียว




เมื่อยูกิอาบน้ำเสร็จก็เห็นเรนะใส่ชุดเดิมคือเสื้อซับในสีดำกับกางเกงในสีครีมนั่งมองหน้าจอมือถืออยู่บนโซฟา เธอเข้าใจว่า ‘แขก’ ของเรนะคงส่งข้อความมาเรียก เธอจึงลืมๆคำขอของตัวเองไปเสียเพราะคิดว่าอย่างไรเรนะก็คงไม่เสียเวลานอนหลับจนเช้าหรอก


“คาชิวากิซังจะนอนแล้วใช่ไหมคะ?” เรนะถามเมื่อเห็นยูกินั่งบนเตียง ยูกิพยักหน้าแล้วกำลังจะบอกว่าถ้าจะออกไปให้กดล็อกประตูห้องให้ด้วย แต่เรนะ...กลับเดินมานั่งข้างๆ

“เอ่อ...” ยูกิทำหน้างง แล้วถามคำถามที่ทำให้เรนะแปลกใจออกไป “จะนอนเหรอ?”

“คุณจ้างให้ฉันนอนหลับเป็นเพื่อนถึงเช้าไม่ใช่เหรอคะ”

“ก็ใช่ แต่ฉันนึกว่าเธอ... ไม่ว่าง” ยูกิพยายามหลีกเลี่ยงคำว่า ‘แขก’ หรือ 'ลูกค้า'


เรนะยิ้มบางๆแล้วเอนตัวลงนอนด้านที่ติดกับหน้าต่าง เธอนอนตะแคงหันหน้ามองยูกิ แต่คนถูกมองรู้สึกเขินเลยนอนหลังให้ ทำให้เรนะหุบยิ้มทันใด เธอนอนมองต้นคอของยูกิอยู่อีกพักหนึ่ง รอจนได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแล้วจึงหลับตาบ้าง

......




แสงแดดยามเช้าที่ส่องผ่านกระจกหน้าต่างแยงตาหญิงสาวให้ตื่น เรนะหันมองข้างกายก็พบแต่รอยยับของผ้าปูที่นอนจึงลุกขึ้นนั่งกวาดสายตาไปทั่วห้องแต่ก็ไม่มีแม้เงาของยูกิ วินาทีที่คิดว่าคงโดนเบี้ยวแล้ว ยูกิก็ไขประตูห้องเข้ามาพร้อมกับถุงจากร้านสะดวกซื้อ


“อรุณสวัสดิ์ พอดีที่นี่ไม่มีตู้เย็นฉันเลยไปซื้อข้าวกล่องมาให้เธอน่ะ”


ตอนเห็นหน้ายูกิ เรนะโล่งใจมาก... ไม่ใช่เพราะไม่โดนเบี้ยวเงิน แต่ดีใจที่รู้ว่ายูกิไม่ได้ทิ้งให้เธอตื่นมาพบกับความเดียวดาย ดีใจที่อีกคนให้เกียรติและใจดีกับเธอเหลือเกิน








To be continued...


---------

ฟิคนี้เป็นฟิคแก้บนนางเอกของเรื่องค่ะ แต่งเพื่อแก้บนโดยเฉพาะ

ไม่รู้จะกี่ตอน แต่กะจะไม่ให้เกิน 3 ตอนค่ะ แต่งยาวเดี๋ยวจบยาก

แล้วก็... แหะๆ หวังว่าคงเข้าใจนะคะว่ามันเป็นแค่ฟิค


ล.ใครบนอะไรกับหลวงพ่อองค์ไหนก็อย่าลืมไปแก้บนนะคะ อิอิอิ

Edited by JR24.18

Share this post


Link to post
Share on other sites
ซื้อตัวนางถาวรเลยพี่ริน สงสารนางพี่รินจะได้ช่วยนางด้วยไง
ฟิคเจ้มีเรื่องไหนเรนะซังไม่รันทดมีบ้างหรือเปล่าเนี่ย??

มีอยู่องค์เดียวที่บนประจำ รู้ๆกันอยู่น่าเจ้ ฮ่าๆ
ปล.ยังไม่ได้บนเลยจะให้แก้บนแล้วเหรอ?

Share this post


Link to post
Share on other sites

อ่านฟิคแล้วอยากเอาเรนะมาออกสกู๊ปชีวิตค่ะ
ถึงจะเป็นนางเอก แต่ชีวิตเธอรันทดทุกเรื่องเลยเนี่ย
:dookdik_bun_11:

Share this post


Link to post
Share on other sites

ขอเรนะใส่ถุงกลับบ้านหนึ่งค่ะ ไรท์เตอร์ อร๊ายยยยยยย พี่กรคะ ซื้อมาอยู่ด้วยถาวรเลยดีกว่าค่ะ

นอกจากจะเป็นที่ปรึกษา เพื่อนอน เผลอๆ อาจจะได้มาเป็นคู่ชีวิตด้วยนะพี่กรรรรรร 555555+

อ่านคู่นี้แล้ว ดาเมจ+คริติคอล รุนแรงยังไงก็ไม่รู้ค่ >//////////////<

Share this post


Link to post
Share on other sites

***เข้ามาตอบอย่างด่วน เพื่อไม่ให้เข้าใจผิด

 

ซื้อตัวนางถาวรเลยพี่ริน สงสารนางพี่รินจะได้ช่วยนางด้วยไง
ฟิคเจ้มีเรื่องไหนเรนะซังไม่รันทดมีบ้างหรือเปล่าเนี่ย??

มีอยู่องค์เดียวที่บนประจำ รู้ๆกันอยู่น่าเจ้ ฮ่าๆ
ปล.ยังไม่ได้บนเลยจะให้แก้บนแล้วเหรอ?

อ่านฟิคแล้วอยากเอาเรนะมาออกสกู๊ปชีวิตค่ะ
ถึงจะเป็นนางเอก แต่ชีวิตเธอรันทดทุกเรื่องเลยเนี่ย
:dookdik_bun_11:

 

มีนะ!  Our love is like candy ไง!  

แล้วก็มีอีกหลายเรื่องที่เราแต่งแล้วชีวิตเรนะไม่รันทด  เรื่องเรนะทิ้งจูยังมีเลยค่ะ

แค่ช่วงนี้แนวเรนะรันทดมาติดๆกันเท่านั้นเอง

 

ปล. ยังไม่บนแล้วจะแก้ทำไมล่ะจ๊ะ  เจ้แค่สะกิดคนที่บนไว้แล้วลืมแก้  

 

 

ขอเรนะใส่ถุงกลับบ้านหนึ่งค่ะ ไรท์เตอร์ อร๊ายยยยยยย พี่กรคะ ซื้อมาอยู่ด้วยถาวรเลยดีกว่าค่ะ

นอกจากจะเป็นที่ปรึกษา เพื่อนอน เผลอๆ อาจจะได้มาเป็นคู่ชีวิตด้วยนะพี่กรรรรรร 555555+

อ่านคู่นี้แล้ว ดาเมจ+คริติคอล รุนแรงยังไงก็ไม่รู้ค่ >//////////////<

 

พี่กรไม่ซื้อหรอกค่ะ  เพราะในสายตาพี่กร เรนะมีค่ามากกว่านั้น  ฮ่าๆๆ

พี่กรจะทำให้เรนะรักพี่กร  เอาเป็นว่าชีวิตเรนะรันทดแค่ตอนแรกเท่านั้นแหละค่ะ

ตอนต่อไปทุกอย่างจะดีขึ้น

Share this post


Link to post
Share on other sites

มาเฝ้าแบบติดขอบเลยค่ะะะ

 

สตอรี่ในฝันเลยย โอยยย คู่นี่ <3 ปลื้มปริ่ม

จ้างถาวรเลยค่ะพี่กิรินนนน <3 

อ๊ะ เห็นเม้นว่า ไม่ซื้อ งั้นให้รักจนไม่ต้องซื้อเลยค่ะะะ กรีีดดด เฝ้ารออออ

Share this post


Link to post
Share on other sites

โอ้ววว คู่โปรดเลยค่ะคู่นี้ นอกใจเบิ้ลอิแปป lol
มาต่อไวๆนะคะ เนื้อเรื่องน่าติดตามมากจริงๆ :)

Share this post


Link to post
Share on other sites
เป็นคู่โปรดมาก
อ่านแล้วไปจิ้นต่อเอง 555

Share this post


Link to post
Share on other sites
พี่กิรินเป็นคนดี๊ดี 55555 ไหนๆก็ไหนๆแล้ว มาอยู่ด้วยกันถาวรเลยดีกว่า 55 
พี่กิรินตั้งใจทำงานแปลว่าคงมีเงินเยอะ(มั้ง) 55 เอาไปเลี้ยงดูครอบครัวเฮียเค้าบ้างง กิกิ
อ่านไปเขินไป ><

Share this post


Link to post
Share on other sites

2nd

 

 

 

 

                 ยูกิและเรนะนัดพบกันที่ห้องเช่าห้องนี้ทุกคืนวันศุกร์  ทุกครั้งจบลงแค่นอนหลับข้างกันบนเตียง  และไม่เคยมีอะไรมากไปกว่าจูบกันเบาๆ  ทำอย่างนี้จนเวลาผ่านไปเดือนครึ่ง

 

                 ......

 

 

 

 

                 คืนวันศุกร์ในฤดูใบไม้ร่วง ยูกิโทรศัพท์ขอให้เรนะมาหาเธออีก  ระหว่างคุยกันเธอได้ยินเสียงผู้ชายจากทางปลายสายถามว่าใครโทรมา  ซึ่งเรนะให้คำตอบว่า ‘เพื่อน  ยูกิได้ยินไม่ชัดว่าชายคนนั้นพูดอะไรอีก  แต่พอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นคำถามว่า ‘ใช่เพื่อนแน่เหรอ?’  เพราะเรนะตอบว่า ‘ก็ใช่น่ะสิคะ’   

 

 

                 “เอ่อ... ถ้าเธอไม่ว่างก็ไม่ต้องมาหาฉันก็ได้นะ ฉันจะได้ตรงกลับคอนโดเลย”  ยูกิบอกอย่างไม่นึกโกรธ  เธอแค่เสียดายนิดๆเท่านั้น

 

                 “ว่างค่ะ ฉันจะไป  ช่วยรอหน่อยนะคะ”  เรนะให้คำตอบแล้วรีบวางสายเพราะกลัวหญิงสาวที่โทรมาจะได้ยินอะไรที่ทำให้เสียความรู้สึกเข้า  เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องแคร์ยูกิ

 

 

 

 

                 เรนะแต่งตัวออกจากผับในกินซ่า ขึ้นรถไฟไปเขตบุงเคียว  ระหว่างอยู่บนรถไฟที่แทบจะมีแต่พนักงานบริษัท เธอก็นึกถึงครั้งล่าสุดที่เจอคาชิวากิยูกิ...  

 

                 เช้าวันนั้นเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองคนออกมานั่งจิบกาแฟด้วยกัน  เธอไม่เคยได้กินข้าวร่วมกับลูกค้าคนไหนแล้วสบายใจอย่างนี้มาก่อน  คิดว่าคงเป็นเพราะยูกิเข้าใจและให้เกียรติเธอมากกว่าคนอื่น  เธอดีใจมากที่ยูกิเรียกตัวเธอไปหาอีกครั้ง

 

 

 

 

                 เมื่อไปถึงชั้นล่างของอพาร์ตเมนท์ก็เห็นยูกิกำลังยืนรอเธออยู่  เธอยิ้มแล้ววิ่งเหยาะๆไปหาหญิงสาวที่กำลังยืนกอดอกมองปลายเท้าตัวเองอยู่

 

 

                 “รอใครอยู่คะคาชิวากิซัง?”  เรนะแกล้งถามไปอย่างนั้นเพราะรู้อยู่แล้วว่ายูกิรอเธอ  “รอสาวอื่นอยู่หรือเปล่าเอ่ย...?”

 

                 “หึ!  ก็รอเธอนั่นแหละ”  ยูกิในชุดทำงานยิ้มตอบแล้วเดินนำเข้าไปในลิฟต์

 

                 “วันนี้มีเรื่องอึดอัดใจจากที่ทำงานสินะคะถึงได้เรียกฉันมา” 

 

                 “เปล่าหรอก  ฉันแค่อยากมีเพื่อนคุย”  คำตอบของยูกิทำให้เรนะแปลกใจเล็กน้อย  “หมายถึงคุยเรื่องทั่วๆไปน่ะ  เธอคุยกับฉันได้ใช่ไหม?”

 

 

                 เรนะดีใจอย่างประหลาดเมื่อรู้ว่าคราวนี้อีกคนเรียกเธอมาเพราะอยากเจอและอยากคุยด้วย  เธอเผลออมยิ้มจนยูกิเห็นเข้า  จึงรีบบอกว่าไม่มีอะไรแต่ยูกิก็ยังเซ้าซี้ถามจนทั้งสองคนมาถึงชั้น 7 ห้อง 7  ถึงยอมเลิกถามได้

 

                 ขณะที่เรนะถอดเสื้อโค้ทสีครีมออก อีกคนก็หันกลับมาเห็นเธอในเดรสสีดำที่มีเสื้อคลุมบางๆสวมทับแล้วมองอยู่อย่างนั้น 

 

 

                 “อะไรคะ?”

 

                 “ก็แค่จะบอกว่าไม่ต้องถอดเดรสออกนะ”  ยูกิบอกเพราะรู้ดีว่าถ้าผู้หญิงตรงหน้าถอดเสื้อผ้าอีกเธอคงควบคุมอารมณ์ลำบาก

 

                 “หึ... วันนี้ต่อให้อยากถอดก็ถอดไม่ได้หรอก”  หญิงสาวที่สวมเดรสยาวสีดำทับด้วยเสื้อคลุมฉีกยิ้มเศร้าๆแล้วเดินไปนั่งไขว่ห้างบนโซฟาตัวเดิม

 

                 “ทำไมเหรอ?”  เจ้าของห้องถามขณะเดินไปหยิบขวดไวน์แดงมาเปิดด้วยที่เปิดไวน์

 

                 “ถ้ารู้แล้วคุณคงไม่อยากเห็นหลังของฉันอีกเลยล่ะค่ะ”  เรนะหยิบแก้วไวน์ที่อีกคนรินให้ขึ้นดื่มรวดเดียวหมด 

 

                 “เล่าให้ฉันฟังสิเรนะ  อย่างน้อยก็มีฉันที่ให้คำปรึกษาเธอได้นะ”  หญิงสาวผู้เช่าห้องนี้ไว้บอกแล้วนั่งลงชิดกับคนที่กำลังรินไวน์ใส่แก้ว

 

 

                 เรนะส่ายหน้า หยิบแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มจนหมดไปอีกแก้วแล้วพ่นลมหายใจออกทางปาก  นึกแปลกใจตัวเองจริงๆที่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิงคนนี้  ทั้งๆที่เป็นแค่คนที่จ้างเธอมาและถือว่าเธอเป็นเพื่อนนอนเท่านั้น

 

 

                 “กะจะเมาไวน์เลยหรือไง?”  ยูกิถามติดตลกนิดๆแล้วนั่งเงียบๆอยู่อีกครู่หนึ่ง  ก่อนแกล้งชวนเรนะให้ไปถูหลังให้เธออีก  “ช่วยถูหลังให้ฉันอีกทีสิ”

 

 

 

 

                 คนถูกขอลุกขึ้นไปหยิบเสื้อผ้าและผ้าขนหนูจากลิ้นชักที่เจ้าของห้องเคยหยิบ  แล้วเปิดไฟห้องน้ำรอให้ยูกิเดินเข้าไปก่อน  ยูกิเห็นผู้หญิงตรงหน้าเอาจริงก็เลยต้องเข้าไปถอดเสื้อผ้าในห้องน้ำอย่างไม่อยากขัดใจ  สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อจะได้ไม่วอกแวก  พอถอดเสร็จก็บอกให้เรนะเข้ามาได้

 

 

                 “คราวนี้คุณยืนอาบไปแล้วฉันก็จะถูหลังให้ละกันนะคะ”  เรนะถอดเสื้อคลุมออกแล้วหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กๆมาไว้ในมือ

 

 

                 เมื่อยูกิเปิดฝักบัว เรนะถึงกับสะดุ้งและร้องออกมาเมื่อน้ำกระเซ็นมาโดนแขนเธอ  นั่นทำให้ยูกิตกใจรีบหันไปมองโดยอัตโนมัติ  สิ่งที่เธอเห็นคือรอยแผลแดงๆบางจุดมีเลือดซิบ เหมือนถูกเข็มขัดหรือแส้ฟาดอยู่บนแขนทั้งสองข้าง

 

 

                 “เธอไปโดนอะไรมาน่ะ!?”  ยูกิรีบปิดน้ำแล้วเข้าไปดูแผลของอีกคนอย่างลืมอายไปเลยว่าตัวเองเปลือยอยู่  “อย่าบอกนะว่าที่หลังก็...”

 

                 “ช่างเถอะค่ะ  แผลใกล้จะหายแล้ว”  เรนะรีบชักมือกลับแล้วออกจากห้องน้ำ

 

 

                 ยูกิเกือบจะเดินตามไปทั้งที่เปลือยกายแล้ว  โชคดีที่นึกได้ว่าตัวเองโป๊เลยรีบหยิบชุดนอนมาสวมอย่างลวกๆแล้วออกไปนั่งข้างเรนะที่เอามือปิดหน้า  เธอคิดว่าคงเดาไม่ผิดเรื่องรอยแผลที่น่าจะเกิดจากเข็มขัด  นั่นทำให้เธอสงสารผู้หญิงที่ชื่อเรนะอย่างมาก

 

 

                 “ถ้าเธอต้องเจ็บปวดทั้งกายและใจแบบนี้... ก็เลิกทำเถอะนะ”

 

                 “ถ้าไม่ทำแล้วที่บ้านจะเป็นยังไง”  เรนะถามทั้งที่ยังเอามือปิดหน้าไม่ให้คนข้างๆเห็นน้ำตาที่ไหลพราก

 

                 “มันยังมีงานอื่นที่เธอทำได้อีกตั้งเยอะแยะนะ  ทำไมต้องทำแต่งานอย่างนี้ด้วยล่ะ?”

 

                 “คุณไม่เข้าใจหรอกค่ะคาชิวากิซัง  เพราะคุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฉันเลย”  เรนะใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างเช็ดน้ำตาตัวเอง 

 

 

 

                 ภาพหญิงสาวผู้น่าสงสารที่กำลังร้องไห้ให้เห็นทำให้ยูกิดึงตัวเธอมากอด  ยอมรับว่าไม่รู้จักโลกอีกด้านที่หญิงสาวคนนี้อยู่เลย  ส่วนเรนะนั้นแม้แขนของอีกคนจะโดนแผลเธอบ้างแต่ความอบอุ่นทั้งกายและใจทำให้ความเจ็บกลายเป็นเรื่องเล็กน้อย

 

 

                 “เล่าให้ฉันฟังสิ  เล่าทั้งหมดที่จะทำให้ฉันได้รู้จักเธอมากกว่านี้...”  ยูกิลูบผมคนในอ้อมกอดแล้วบอกข้างหูด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

                 ......

 

 

 

 

                 หลังจากที่เล่าสาเหตุที่ทำให้ต้องมาทำงานในผับให้ยูกิฟังแล้วเรนะที่ร้องไห้หนักก็ผลอยหลับบนโซฟา  ยูกิไม่อยากปลุกจึงหยิบผ้าห่มมาค่อยๆห่มให้อย่างเบามือที่สุด  ส่วนตัวเองก็นั่งบนพื้นเฝ้ามองใบหน้ายามหลับที่เหมือนลูกแมวถูกทิ้งของหญิงสาวคนนี้...

 

                     ‘สงสารจับใจ  คือความรู้สึกของยูกิในเวลานี้  ความจริงเธอสามารถช่วยเรนะได้ด้วยเงินเดือนจำนวนหลายแสน  แต่เรนะไม่ได้เป็นอะไรกับเธอมากไปกว่าคนที่เธอจ้างมาให้นอนหลับเป็นเพื่อน

 

 

                     ‘ แล้วถ้าเป็นมากกว่านั้นล่ะ?

 

 

                 ทันทีที่คิดแบบนี้เธอก็รีบสะบัดศีรษะไล่ความคิดบ้าๆนี้ออกไป  เสี้ยวหนึ่งในใจอยากให้เรนะเป็นมากกว่าเพื่อนคุยหรือเพื่อนนอน  แต่คงเป็นไปไม่ได้  เพราะนอกจากจะไม่ได้รักกันแล้ว ถ้าพ่อแม่เธอรู้ความจริงเรื่องเรนะเข้าก็คงลำบากอีก

 

 

 

 

                 เช้าวันใหม่ของยูกิมาถึงพร้อมกับเสียงเปิดประตูดังปัง  ทำให้สาวเจ้าสะดุ้งตื่นหันซ้ายหันขวาหาว่าเกิดอะไรขึ้น  แต่เมื่อมองไปที่ประตูก็เห็นเรนะกำลังหอบหิ้วถุงใส่อะไรต่อมิอะไรเยอะแยะเข้ามาวางในห้อง

 

 

                 “พวกนั้นอะไรน่ะ?”  ยูกิที่ตาสว่างแล้วรีบลุกไปรับถุงมา  “อ๊ะ นี่มัน...”

 

                 “อาหารกระป๋อง เครื่องดื่มแล้วก็ข้าวกล่องสำหรับเช้านี้ไงคะ”  เรนะยิ้มกว้างพลางหิ้วถุงที่เหลือไปวางบนโต๊ะ  “ตอบแทนที่เมื่อคืนคาชิวากิซังช่วยปลอบใจฉัน...”

 

                 “อ่า... แบบนี้เหมือนแฟนที่ย้ายมาอยู่ด้วยกันเลยนะ”  คนเพิ่งตื่นพูดอย่างไม่ทันคิด

 

 

                 ประโยคนี้ทำให้คนฟังหน้าแดงอย่างห้ามไม่ได้  เรนะรีบหันหน้าไปทางอื่น ทำเป็นหยิบของที่ซื้อมาออกจากถุง  แต่ยูกิก็เห็นไปแล้วว่าคนตรงหน้ากำลังเขินอาย  ทำให้เธอพลอยเขินไปด้วยอีกคน  แต่ก็ยังเข้าไปช่วยหยิบของออกมาวางบนโต๊ะ

 

 

 

 

                 นับตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลายมา เรนะไม่ได้รู้สึกเขินจนใจเต้นแรงอย่างนี้มานานแล้ว  คล้ายกับตอนคนที่เธอแอบชอบมาบอกรักอย่างไรอย่างนั้น  แต่เธอก็บอกตัวเองว่าไม่ใช่  ไม่มีทางเลยที่จะรักคนที่เพิ่งเจอหน้ากันแค่ 7-8 ครั้ง แถมยังเป็นลูกค้าอีกต่างหาก  อีกอย่าง...คนมีหน้าที่การงานดีอย่างยูกิคงไม่คบเธอเป็นแฟนหรอก

 

 

                 “จริงสิ  คุณไม่รีบไปทำงานหรือคะ?” 

 

                 “ตายแล้ว!  จริงด้วย!!”  ยูกิวิ่งไปหยิบนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูเวลา  เลยเวลาเข้างานไปแล้วครึ่งชั่วโมง  เธอจึงถอนหายใจอย่างปลงๆ  “ไม่ทันแล้วล่ะเรนะ  สายโด่งแล้ว”

 

 

                 เรนะพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงรับรู้ แล้วหันไปจัดของต่อเพราะไม่รู้จะช่วยยังไง  พลางคิดว่าบทสนทนานี้เหมือนคนอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน  เธอพยายามเบนความสนใจไปกับการจัดวางของ แต่แล้วก็ต้องเงยหน้าจากข้าวของบนชั้นวางอยู่ดีเมื่อยูกิย่องมากระซิบจากด้านหลัง

 

 

                 “ช่วงกลางวันเธอว่างใช่ไหม?  งั้นเราไปเที่ยวด้วยกันนะ”

 

                 “หืม?”  เรนะหันไปมองหน้าพร้อมกับร้องหืมใส่คนชวน  “นี่ชวนในฐานะอะไรคะเนี่ย?”

 

                 “เพื่อนไงล่ะ  เพื่อนจริงๆที่ไม่ใช่แค่เพื่อนนอน...”  ยูกิมองตาแล้วยิ้มหวานให้

 

 

                 หัวใจของคนฟังเต้นถี่ขึ้นจนรู้สึกได้  เพราะถึงจะบอกว่าในฐานะเพื่อนแต่การกระทำต่างๆของยูกิ  ไม่ว่าจะเรื่องชอบกระซิบเสียงแผ่ว กอดเธอ หรือแม้แต่อยากให้เธอจูบ  ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันจนถึงตอนนี้เหมือนกับ... ยูกิกำลังสนใจเธอ  แต่เธอก็โต้แย้งในใจว่าไม่มีทาง  อีกคนแค่สงสาร และนี่ก็ไม่ใช่เดทด้วย

 

 

                 “งั้นก็ไปแต่งตัวสิคะ  จะได้รีบไป”  เรนะไล่ให้ไปล้างหน้าแปรงฟันและแต่งตัว

 

 

 

 

                 ยูกิพาเรนะไปเที่ยวชิบุยะ  อันที่จริงก็เป็นย่านที่เรนะมาบ่อยอยู่แล้ว เพียงแต่วันนี้แตกต่างตรงที่มาตอนกลางวันและมากับลูกค้าผู้หญิงที่ชื่อคาชิวากิยูกิ  ยูกิพาเรนะไปซื้อเสื้อผ้าที่ Shibuya 109  ดูหนังที่ Le Cinèma  แล้วมากินอาหารกลางวันในร้านฟาสต์ฟู้ดอย่างแมคโดนัลด์

 

 

                 “ไม่ได้เข้าร้านแมคฯซะนาน เลยเลือกไม่ถูก”  เรนะพูดพลางมองดูเมนู  ยูกิจึงอาสาเลือกบีฟเบอร์เกอร์ให้  “ฉันนึกว่าคุณจะไม่ชอบกินอาหารแบบนี้ซะอีกนะ”

 

                 “ฉันมากินออกบ่อย  แค่คิดว่าเธอคงไม่ค่อยได้กินเลยพามา”  ยูกิถือถาดเดินไปนั่งที่โต๊ะริมกระจกใส สามารถมองเห็นผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ด้านนอกได้

 

                 “ก็ใช่ค่ะ  แต่ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงต้องจ่ายเงินซื้อเสื้อผ้าแพงๆให้ฉัน  แถมยังให้เปลี่ยนชุดทันทีอีก”  เรนะแกะกระดาษห่อเบอร์เกอร์พร้อมกับเหลือบตามองหน้าคนที่พามา

 

                 “นั่นเป็นเสื้อผ้าสำหรับใส่ตอนกลางวันไง”  ยูกิตอบแล้วหยิบแก้วโค้กมาดูด  “จริงๆฉันอยากไปร้านขายยาซื้อยาทาป้องกันแผลเป็นให้เธอด้วย  กินเสร็จแล้วไปกันนะ”

 

 

                 ความห่วงใยที่คนฟังสัมผัสได้นี้ทำให้เรนะหลบตาแล้วกลืนน้ำลาย ยกเบอร์เกอร์ขึ้นมากัด  ตอนนี้เธอสับสนไปหมดว่าอีกคนต้องการอะไรถึงทำดีกับเธอขนาดนี้  ทำไมต้องเป็นห่วงและหวังดีกับเธอขนาดนี้  แล้วยูกิจะเคยทำแบบนี้กับคนอื่นบ้างหรือเปล่า  เรนะได้แต่คิด

 

 

                 “หึ  เรนะนี่ก็มีมุมที่เหมือนเด็กๆอยู่เหมือนกันนะ”  ยูกิยิ้มขำพลางหยิบทิชชูมาเช็ดมุมปากให้คนที่นั่งตรงกันข้าม  ทำเอาเรนะต้องรีบบอกว่าเช็ดเองได้ 

 

 

                 ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของเรนะก็ดังขึ้น  เธอหยิบขึ้นมาดูชื่อคนโทรเข้าและกดสายทิ้งไปอย่างรวดเร็ว  ยูกิเห็นอย่างนั้นจึงบอกว่าถ้าไม่ว่างก็กลับไปก่อนได้  แต่เรนะก็หยิบเบอร์เกอร์ขึ้นมากินต่ออย่างไม่สนใจ

 

 

                 “ตอนนี้เป็นช่วงเวลาส่วนตัวของฉันค่ะ  ฉันมีสิทธิไม่รับสายหรือไปไหนกับใครก็ได้ที่ฉันอยากไปด้วย” 

 

                 “เป็นเกียรติมากที่ได้เข้ามาอยู่ในช่วงเวลาส่วนตัวของเธอ”  ยูกิมองตาแล้วยิ้มกว้าง

 

                 “ฉันต่างหากค่ะที่รู้สึกเป็นเกียรติที่คาชิวากิซังยอมมาเดินด้วย”

 

                 “ประเมินค่าตัวเองต่ำไปหน่อยหรือเปล่า... เธอมีค่านะ”  ยูกิบอกด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความจริงจัง  “...อย่างน้อยก็สำหรับฉัน”

 

 

                 คนฟังหัวเราะหึๆในลำคอกลบเกลื่อนความดีใจหลังอึ้งไปชั่วขณะ  กัดเบอร์เกอร์เข้าไปคำโตเพื่อแก้เขิน  ปกติเธอไม่ใช่คนเชื่อคนง่ายแต่จะลองเชื่อผู้หญิงคนนี้ดู  เพราะรับรู้ได้แววตาของยูกิ น้ำเสียงของยูกิ การกระทำของยูกิ ไม่ใช่การเสแสร้ง

 

 

 

 

                 ทั้งสองคนกลับไปที่ห้องเช่าในสภาพหอบถุงเสื้อผ้าพะรุงพะรัง  พอนั่งพักจนหายเมื่อยยูกิก็บอกให้เรนะถอดเสื้อออก  ทำให้เรนะงงมากว่าคิดจะทำอะไร  เพราะที่ผ่านมายูกิไม่เคยบอกให้เธอถอดเสื้อผ้าเลย  มีแต่จะห้ามด้วยซ้ำ  แต่เธอก็ยอมถอดเสื้อจนเหลือแต่เสื้อชั้นใน

 

 

                 “ถอดออกด้วย  ฉันจะทายาที่หลังให้จะได้ไม่เป็นแผลเป็นไง”  สั่งแล้วก็หยิบหลอดยาขึ้นมาเตรียมแล้วบอกให้เรนะหันหลังมา  ก่อนจะบีบยาแล้วทาให้อย่างเบามือ

 

 

                 เมื่อมองหลังขาวๆที่มีร่องรอยถูกฟาดถึงสี่รอยแล้วก็สงสารเรนะมากขึ้นไปอีก  เธอทาวนๆบริเวณเดิมจนเรนะเอี้ยวตัวกลับไปมอง  วินาทีที่สบตากันทั้งสองต่างรู้สึกถึงอารมณ์ที่พล่านอยู่ในกายตัวเอง  ความรู้สึกนั้นส่งผ่านออกมาทางดวงตาจนแทบไม่อาจหักห้ามใจ

 

                 ยูกิเอียงหน้าจูบเรนะ  ฝ่ายถูกจูบก็ตอบรับจูบนั้นอย่างเต็มใจแล้วเปลี่ยนเป็นผู้นำบ้าง  จูบที่ช่ำชองของเรนะทำให้ยูกิแทบละลาย ต้องผละริมฝีปากออก  ทั้งสองต่างกอดกันและกัน สายตาสอดประสานกัน  เรนะมองหาความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น  เธอคิดว่ามองไม่ผิด

 

 

                 “ถ้าฉันบอกว่าฉันทนไม่ไหว  คุณจะช่วยฉันไหมคะคาชิวากิซัง...?”

 

                 “ฉันช่วยเธอได้นะ... แต่ไม่ใช่เรื่องนี้”

 

 

                 คำตอบของยูกิทำให้เรนะผิดหวังและสูญเสียความมั่นใจไปไม่น้อย  เธอหันหน้าไปทางอื่นเพราะรู้สึกว่าน้ำตาตัวเองจะไหล  อากัปกิริยาเหล่านี้อยู่ในสายตายูกิ

 

 

                 “ฉันทำงานเกี่ยวกับการตลาด  ฉันช่วยออกทุนให้เธอทำธุรกิจอะไรสักอย่างได้นะ”  ยูกิยื่นข้อเสนอที่น่าจะเข้าท่าสำหรับเรนะ  “แลกกับการเลิกทำงานกลางคืน...”

 

 

                 เรนะหันกลับมามองหน้าคนพูด  สงสัยและสับสนเหลือเกินว่ายูกิทำไปเพื่ออะไร  เพราะสงสารหรือเพราะรู้สึกแบบเดียวกัน... รู้สึกรัก 

 

 

 

 

 

 

 

To be contiued... 

Share this post


Link to post
Share on other sites

สงสารเรนะมากๆอ่ะ จะอะไรกับต้องรองรับแขกโรคจิตใช้เข็มขัดฟาด

พี่กรช่วยเรนะด้วยนะ เค้าอยากให้เรนะหลุดออกจากวงจรชีวิตแบบนั้นเต็มทน

พี่กรแมนแหะ ให้เกียรตินางเองของเรื่องสุดๆ #เรนะรับข้อเสนอเถอะนะT^T

 

ปล. รู้สึกช่วงนี้เจ้ขยันแหะ ไม่ได้ๆต้องเคลียร์บ้าง

Share this post


Link to post
Share on other sites

ความรู้สึกเมื่ออ่านตอนนี้ เอิ่ม

[spoiler][attachment=9426:10153705_10202779667765182_1515406318597890012_n.jpg][/spoiler]

 
สงสารเรนะมากค่ะ อิแขกวิปริตนั่นก็ ฮึ่ย
เมื่อไหร่ชีวิตนางจะดีขึ้นคะ พี่กรช่วยหน่อยสิ>> ก็ช่วยแล้วนี่หว่า
ไม่ว่าจะเกิดจากความสงสารหรืออะไรก็ช่าง แต่ก็.....................
อยากให้เรนะรับข้อเสนอนั้นจัง อย่างน้อยก็ไม่ต้องทนทำงานแบบนี้
 

SORS24TH likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites

แส้ฟาด เอิ่ม =____= ผู้ชายคนนั้นมันอยู่ไหนคะไรท์ เดี๋ยวเราจะไปฟาดมันกลับค่ะ

ตอนที่แล้วอยากเอาเรนะกลับบ้าน แต่ตอนนี้ ขอไปเป็นทาสรับใช้ให้พี่กรได้มั้ยคะเนี่ยยย

ดูๆๆๆ ที่พี่กรทำ โอ๊ยยย ดูแล เทคแคร์สารพัด แถมตอนสุดท้ายนั่น ก็ยังไม่ทิ้งมาดนักธุรกิจ

การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน พี่กรออกทุนให้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องมาเป้นศรีภรรยาก่อน เฮ้ยยย

ไม่ใช่ๆๆๆ 555555555+ ปล.นึกถึงผิวเรนะ แล้วโดนเข็มขัดฟาด ฮึ้ยยยยยยยยย 

SORS24TH likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites
ที่พี่กรปฏิเสธ
เพราะไม่เคยทำสินะ 5555
วรั้ยยยย พูดอะไรของไป >////<

Share this post


Link to post
Share on other sites

ปกติอ่านมายูกิเป็นหลัก แต่ยูกิเรนะเรื่องนี้ชวนฟินมากเลยค่ะ

อร๊าย เขินน >///<

Share this post


Link to post
Share on other sites

ฟาดเข็มขัด? มันเปนครายยย ข้าจะไปฆ่าม๊านนนนนน อ๊ากกก กล้าดียังไงมาทำเฮียหนูอย่างเน้ ตายซ้าาาาาา /// พ่นไฟแล้ว

พี่กรช่างแสนดีและเป็นสุภาพบุรุษ (ได้ข่าวเป็นเผู้หญิง) เรนะ อย่าปล่อยให้หลุดมือนะ ผู้ชายดีๆ อย่างนี้หาไม่ได้อีกแล้วนะ (ก็ได้ข่าวว่าเป็นผู้หญิงอีก)

จะรอดูนะฮร้าา เฮียจะเอาเช่นไรกับข้อเสนอนี้ ว้าวววว // อดีตเรนะเราก็ยังไม่รู้แฮะ

ben ayumu likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites
สงสารเฮียจับใจจ T^T ทำงานแบบนี้ไม่พอยังจะถูกฟาดอีก เฮ้อออ ~
เฮียจัดไปเลยค่ะ อย่าทำอิดออด เลิกทำงานแแบนี้ได้เเล้วว 55555 
#โอ๊ะ~แอบเครียดนะเนี่ยยย

Share this post


Link to post
Share on other sites

พี่กรแมนฝุดๆ แต่งเข้าบ้านเลยจะได้ไม่ลำบาก

Share this post


Link to post
Share on other sites

สงสารเรนะมากๆอ่ะ จะอะไรกับต้องรองรับแขกโรคจิตใช้เข็มขัดฟาด

พี่กรช่วยเรนะด้วยนะ เค้าอยากให้เรนะหลุดออกจากวงจรชีวิตแบบนั้นเต็มทน

พี่กรแมนแหะ ให้เกียรตินางเองของเรื่องสุดๆ #เรนะรับข้อเสนอเถอะนะT^T

 

ปล. รู้สึกช่วงนี้เจ้ขยันแหะ ไม่ได้ๆต้องเคลียร์บ้าง

 

เจ้ต้องขยันอยู่แล้วล่ะ  เพราะเจ้ยังมีเรื่องอื่นรออยู่เป็นหางว่าว   TT  TT

ตอนหน้าจบแล้วจ้ะ  แต่อาจจะมี After Story ในกรณีที่ยังขยันอยู่

ขอบคุณนะจ๊ะ

 

ความรู้สึกเมื่ออ่านตอนนี้ เอิ่ม

[spoiler]attachicon.gif10153705_10202779667765182_1515406318597890012_n.jpg[/spoiler]

 
สงสารเรนะมากค่ะ อิแขกวิปริตนั่นก็ ฮึ่ย
เมื่อไหร่ชีวิตนางจะดีขึ้นคะ พี่กรช่วยหน่อยสิ>> ก็ช่วยแล้วนี่หว่า
ไม่ว่าจะเกิดจากความสงสารหรืออะไรก็ช่าง แต่ก็.....................
อยากให้เรนะรับข้อเสนอนั้นจัง อย่างน้อยก็ไม่ต้องทนทำงานแบบนี้
 

 

ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ  ไอ้รูปนั้นมันอะไร๊!?

ช่างมีอารมณ์ขันเสียจริงนะคะ  ตอนหน้าจบแล้วค่ะ

ขอบคุณนะคะ  ^ ^

 

แส้ฟาด เอิ่ม =____= ผู้ชายคนนั้นมันอยู่ไหนคะไรท์ เดี๋ยวเราจะไปฟาดมันกลับค่ะ

ตอนที่แล้วอยากเอาเรนะกลับบ้าน แต่ตอนนี้ ขอไปเป็นทาสรับใช้ให้พี่กรได้มั้ยคะเนี่ยยย

ดูๆๆๆ ที่พี่กรทำ โอ๊ยยย ดูแล เทคแคร์สารพัด แถมตอนสุดท้ายนั่น ก็ยังไม่ทิ้งมาดนักธุรกิจ

การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกัน พี่กรออกทุนให้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องมาเป้นศรีภรรยาก่อน เฮ้ยยย

ไม่ใช่ๆๆๆ 555555555+ ปล.นึกถึงผิวเรนะ แล้วโดนเข็มขัดฟาด ฮึ้ยยยยยยยยย 

 

นั่นสิคะ  ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใคร!?

แต่ถ้าคุณไปเป็นทาสรับใช้พี่กร  ระวังเรนะหึงจนกลายเป็นเกคิคาระนะคะ  ฮ่าๆๆๆๆ

ขอบคุณมากค่ะ 

 

โถ่เรนะ....ชีวิตรันทดสุดๆ 

 

ตอนต่อไปไม่รันทดแล้วล่ะค่ะ  ฮ่าๆๆ

ขอบคุณนะคะ

 

ที่พี่กรปฏิเสธ
เพราะไม่เคยทำสินะ 5555
วรั้ยยยย พูดอะไรของไป >////<

 

พี่กร  :  ห๊ะ!  รู้ได้ไงว่าเค้าไม่เคย!?  เดี๋ยวจะกดเรนะโชว์

//ไม่ใช่แล้วค่ะพี่กิริน  - -"

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์นะคะ

 

ปกติอ่านมายูกิเป็นหลัก แต่ยูกิเรนะเรื่องนี้ชวนฟินมากเลยค่ะ

อร๊าย เขินน >///<

 

โอ้  ขอบคุณมากค่ะ  เราตั้งใจแต่งเรื่องนี้อย่างมากเลย

แต่ก็ไม่แต่งยาว  เพราะยังมีคิวเรื่องที่ค้างไว้ยาวมาก  - -"

 

ฟาดเข็มขัด? มันเปนครายยย ข้าจะไปฆ่าม๊านนนนนน อ๊ากกก กล้าดียังไงมาทำเฮียหนูอย่างเน้ ตายซ้าาาาาา /// พ่นไฟแล้ว

พี่กรช่างแสนดีและเป็นสุภาพบุรุษ (ได้ข่าวเป็นเผู้หญิง) เรนะ อย่าปล่อยให้หลุดมือนะ ผู้ชายดีๆ อย่างนี้หาไม่ได้อีกแล้วนะ (ก็ได้ข่าวว่าเป็นผู้หญิงอีก)

จะรอดูนะฮร้าา เฮียจะเอาเช่นไรกับข้อเสนอนี้ ว้าวววว // อดีตเรนะเราก็ยังไม่รู้แฮะ

 

อดีตเรนะ สุดท้ายก็ไม่ได้เฉลยนะคะ  

แต่อาจจะไปเล่าในตอนพิเศษแทน  (ถ้าขยันแต่งต่อนะ)

ฮ่าๆๆ  ขอบคุณมากค่า

 

โถว่ เรนะ....

พี่กรแมนมากกกกกกกก~

 

พี่กร  :  แน่น๊อน!  อยู่กับเรนะต้องแมน  อยู่กับมายุต้องหวาน

 

 

สงสารเฮียจับใจจ T^T ทำงานแบบนี้ไม่พอยังจะถูกฟาดอีก เฮ้อออ ~
เฮียจัดไปเลยค่ะ อย่าทำอิดออด เลิกทำงานแแบนี้ได้เเล้วว 55555 
#โอ๊ะ~แอบเครียดนะเนี่ยยย

 

 

ฮ่าๆๆๆ  ขำตรง  "อย่าทำอิดออด"

อย่าเครียดเลยค่ะ  ตอนหน้าเคลียร์แล้ว

ขอบคุณมากค่ะ

 

พี่กรแมนฝุดๆ แต่งเข้าบ้านเลยจะได้ไม่ลำบาก

 

นั่นสินะคะ  พี่กรก็อยากได้ศรีภรรยามาทำกับข้าวให้กินอยู่เหมือนกันแหละ

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ค่ะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now