[FIC 13+] ขอได้ไหม...หัวใจของเธอ [MeruMio] - ch.20 และแล้ว...- จบแล้ว - 13/08/14 - Edit 23.55

714 posts in this topic

----------------------------------よこそ---------------------------------

 

ลงรันใหม่จากบอร์ดเก่า

 

สำหรับผู้ที่เพิ่งเคยได้เปิดอ่านเป็นครั้งแรก ยินดีต้อนรับนะคะ

 

และสำหรับผู้ที่เคยอ่านตอนที่เคยลงแล้ว อยากอ่านอีก เม้นอีกก็ได้นะคะ 55

 

มาอ่านมาเม้นกันเยอะ ๆ นะ ><

 

-----------------------------------------------------------------------------------

 

ทุกคู่ยกเว้นคู่หลัก (Meru x Mio) จะอยู่ในตอน Special ของแต่ละตอน

 

-----------------------------------------------------------------------------------

 

ฟิคเรื่องนี้เน้นฝั่ง HKT48นะคะ

คู่หลัก

Meru x Mio

(Tashima Meru x Tomonaga Mio)

[attachment=6884:2014-01-30 (1) G+Meru.jpg]

...

คู่รอง

Natsu x Madoka

(Matsuoka Natsumi x Moriyasu Madoka)

[attachment=6885:28 - 1.jpg]

คู่อื่น ๆ

.

.

.

Shinamon x Wakachan

(Shimono Yuki x Wakatabe Haruka)

[attachment=8085:2014-04-10 (1) G+Wakachan.jpg]

.

.

.

Boss x Aoi

(Tanaka Natsumi x Motomura Aoi)

[attachment=8086:08 - 1.jpg]

.

.

.

Anya x Sakura

(Murashige Anna x Miyawaki Sakura)

[attachment=6888:14 - 1.jpg]

.

.

.

Jina x Mai

(Kojina Yui x Fujigami Mai)

[attachment=6892:jryj.jpg]

*หมายเหตุ - คู่นี้ไม่มีโมเม้นหรอก แต่ฟิคมันพาไปค่ะ

.

.

.

Haruppi x Cap

(Kodama Haruka x Anai Chihiro)

[attachment=7726:2014-17 - 1.jpg]

.

.

.

Sasshi x Lovetan

(Sashihara Rino x Ota Aika)

[attachment=7727:Sasshi Lovetan.jpg]

 

........................................

 

คู่ที่มาจาก AKB48

Tomu x Yuka

(Mutou Tomu x Tano Yuka)

[attachment=6890:tano-yuka-muto-tomu.jpg]

...

Mogi x Saho

(Shinobu Mogi x Iwatate Saho)

[attachment=6889:Mogi-Saho.png]

.

.

.

3P สามทหารเสือ

(Kojima Mako x Okada Nana x Nishino Miki)

[attachment=7728:3P.jpg]

.

.

.

............................................

 

คู่จิ้นข้ามวง SKE48 NMB48

Nagisa x Ryoha

(Shibuya Nagisa x Kitagawa Ryoha)

[attachment=7729:29 - 1.jpg]

 

 

 

---------------------------------- ลิ้งของแต่ละตอน ----------------------------

ตอนที่ 1 - ทางเดียวกัน
ตอนที่ 2 - ข่าวลือ
ตอนที่ 3 - แฟนเก่า

ตอนที่ 4 - ฉันเกลียดเธอ
ตอนที่ 5 - จูบ
ตอนที่ 6 - สัมผัส...ครั้งแรก
ตอนที่ 7 - เลิกซะ!... / รัก = เธอ (มี 2 ลิ้งนะ)
ตอนที่ 8 - วันเกิด
ตอนที่ 9 - ความจริงที่ต้องยอมรับ
ตอนที่ 10 - ยาวิเศษของมิโอะ
ตอนที่ 11 - งานโรงเรียนกับความรู้สึกใหม่ ๆ
ตอนที่ 12 - คริสต์มาสครั้งแรก และ ครั้งสุดท้าย?
ตอนที่ 13 - คู่แข่ง
ตอนที่ 14 - เหตุเกิดจากช็อคโกแลต
ตอนที่ 15 - ความเชื่อใจ
ตอนที่ 16 - กล่องความทรงจำ
ตอนที่ 17 - คนร้ายตัวจริง
ตอนที่ 18 - การพบเจอที่เจ็บปวด
ตอนที่ 19 - รำลึกความหลัง
ตอนที่ 20 - และแล้ว... 

---------------------------------------------------------------------------------

- Super Special - ต้อนรับสงกรานต์ TomuTano, MogiSaho

---------------------------------------------------------------------------------

Share this post


Link to post
Share on other sites

ถ้าย้ายตั้งแต่แรกก็ดีนะคะ

เผื่อมีคนที่เขาเข้ามาใหม่ เขาจะได้อ่านสะดวก เข้าใจเนื้อเรื่อง 

แต่ไรเตอร์อาจจะต้องใช้เวลาเยอะอยู่เหมือนกัน เพราะมันหลายตอนแล้ว

ไหนจะจัดรูปแบบใหม่อีก เหนื่อยแน่เลยค่ะ

 

หรือไม่ก็ทำลิงค์แนบไปที่ในบอร์ดเก่า ในเนื้อหาตอนเก่าๆ แล้วเริ่มลงตอนใหม่

แต่ถ้าใช้วิธีนี้ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทางเว็ปเขาจะปิดเว็บเก่าตอนไหนอ่ะค่ะ

 

ลองดูคนอื่นเพิ่มแล้วกันค่ะ :wub: :wub:

Chaya likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites

งั้นลงใหม่ตั้งแต่ตอนแรกเลยแล้วกันเนอะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ  :D

Share this post


Link to post
Share on other sites

เอาล่ะ เริ่มใหม่ตั้งแต่ ตอนที่ 1

-----------------------------------------------------------------------------------

 

คู่หลัก :: ทาชิมะ เมรุ + โทโมะนากะ มิโอะ ... (ซึ่งจะอยู่ในเนื้อเรื่องหลัก)

คู่รอง  :: มัตสึโอกะ นัตสึมิ (นัตสึ) + โมริยาสึ มาโดกะ (โมริโปะ) ... (อยู่ในตอนสเปเชี่ยลของแต่ละตอน)

             มุโต้ โทมุ + ทาโนะ ยูกะ (อยู่ในตอนสเปเชี่ยลฝั่ง "โรงเรียนมัธยมปลายอะกิฮาบาระ")

             ชิโนบุ โมกิ + อิวะทาเทะ ซะโฮ่ (อยู่ในตอนสเปเชี่ยลฝั่ง "โรงเรียนมัธยมปลายอะกิฮาบาระ")

             

คู่อื่น ๆ :: ทานากะ นัตสึมิ (บอส) + โมโตมุระ อาโออิ

              ชิโมโนะ ยูกิ (ชินาม่อน) + วากาทาเบะ ฮารุกะ (วากะจัง)

              มุระชิเกะ อันนะ (อาเนีย) + มิยาวากิ ซากุระ

 

-----------------------------------------------------------------------------------

 

ตอนที่ 1 - ทางเดียวกัน

[Meru]

             

 

               เมื่อก้าวเข้าสู่พื้นที่สนามฟุตบอลของโรงเรียนที่มีลู่วิ่งอยู่ขอบสนาม “ทาชิมะ เมรุ”  หรือ “เมรุ” นักเรียนชั้น ม. ชมรมกรีฑา วันนี้เธอได้มาอยู่ต้อนรับน้อง ๆ ม. 1 ที่มาเข้าชมรมกันเยอะ สงสัยจะเป็นเพราะ “คุมาซาว่า เซรินะ” หรือ “รินุ” รุ่นพี่ ม.ปลาย ที่เมื่อกีฬาสีครั้งที่แล้วได้โชว์เทพไว้ โดยการวิ่งทำลายสถิติของรุ่นพี่คนก่อน ๆ ได้สำเร็จ จนทำให้ตอนนี้พี่แกก็ป๊อปใช่ย่อย 

               

 

               สมาชิกในชมรมที่โดดเด่นก็มีอีกไม่กี่คน เช่น อิมาดะ มินะ หรือ มินะโซว ประธานชมรมผู้มีทักษะด้านกีฬามากมาย,มัตสึโอกะ นัตสึ เห็นหน้าตาน่ารักแต่ทักษะกีฬาดีใช้ได้เลย, มิชิโมโนะ ยูกิ หรือ ชินาม่อน เพื่อนสนิทของนัตสึ ทักษาพอใช้ได้ แต่ปฐมพยาบาลเป็น แล้วก็ยังมีสมาชิกอื่น ๆ อีกเยอะที่น่าจับตามอง

 

 

               อ๊ะ...เสียงดนตรีของชมรมดนตรีดังมาจากตึกเรียนใกล้ ๆ เมรุหันไปทางต้นเสียง

 

 

“นี่มันเสียงคลาริเน็ตหนิ เพราะจังเลยน๊า... จะว่าไปรุ่นพี่โทโมะนากะก็เล่นคลาริเน็ตนี่หน่า” เมรุหลับตาพริ้มฟังเสียงคลาริเน็ตอย่างตั้งใจ

 

“เมรุจัง...ทำอะไรอยู่น่ะ แนะนำตัวให้น้อง ๆ รู้จักด้วยซิคะ” มินะโซว ประธานชมรมเรียกสติเมรุกลับคืนมา เมรุสะดุ้งนิดหน่อย ทำเอารุ่นพี่ทั้งหลายแอบอมยิ้มกับท่าทางของเมรุไม่ได้ แม้กระทั่งรุ่นน้องก็ตาม

 

 

“อ่า...ค่ะ...ชื่อ ทาชิมะ เมรุ ค่ะ อยู่ ม. ห้อง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”เมรุโค้งลงอย่างสุภาพ ก่อนที่จะยิ้มให้รุ่นน้องโดยใช้มือทั้งสองแตะที่แก้ม เป็นท่าเขินอายประจำตัว เรียกคำชมว่าน่ารักจากรุ่นน้องได้เยอะพอดู – ก็มันเขินจริง ๆ นี่หน่า -//////-

 

 

               ในระหว่างที่ทุกคนกำลังวอร์มอัพร่างกาย นัตสึและชินาม่อน สองเพื่อนซี้คู่ดูโอ้ก็พูดคุยกันเหมือนเคย อู้ซ้อมนั่นแหละ

 

 

“รู้สึกว่ามาโดกะจังปีนี้จะลงแข่งเปียโนด้วยซิน๊า ปีที่แล้วมาโดกะจังนี่สุดยอดเลยนะ ยังประทับใจไม่หาย” นัตสึเอ่ยปากชมมาโดกะ ประธานชมดนตรี ที่เข้าแข่งขันเปียโน และคว้าชัยชนะมาได้

 

“แหนะ...ไหนปีที่แล้วบอกเล่น ไม่ได้เรื่องไง ชอบมาโดกะจังเข้าแล้วล่ะซี๊ เห็นกัด ๆ กันอยู่นี่นา เอาเถอะ...อย่ามายุ่งกับมิโอะจังของฉันก็พอ” ชินาม่อนทำหน้าเพ้อถึงมิโอะจังผู้น่ารัก ป็อปที่สุดในโรงเรียน

 

“เฮ้ย ได้ไง มิโอะจังของฉันเว้ย” นัตสึหน้าเริ่มแดง รู้สึกร้อน ๆ ที่ใบหน้า จนต้องผลักไหล่ชินาม่อนกลบเกลื่อนความเขิน แต่ผลักแรงจนไปชนกันเมรุที่วอร์มร่างกายอยู่ข้าง ๆ

 

“โทษที ๆ” ชินาม่อนกับนัตสึกล่าวขอโทษเมรุที่วอร์มร่างกายอยู่ – แต่ก็แอบฟังอยู่นะ  ฮ่า ๆ

 

“รุ่นพี่นี่สนิทกันจังเลยนะคะ” เมรุยิ้มให้รุ่นพี่ทั้งสองคน

 

“ไม่หรอก ๆ เมื่อกี้เขาเรียกว่ากัดกัน ไม่ได้เรียกว่าสนิทหรอกนะเมรุจัง” นัตสึพูดแล้วหันไปขำกับชินาม่อน – นี่หรอไม่สนิท ดีจังเลยน๊า มีเพื่อนสนิทเนี่ย ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่มีเพื่อนหรอกนะ แต่ก็ไม่รู้ว่าถึงขั้นสนิทหรือยังไงดี แต่ก็นะ ชั่งเถอะ ซ้อมต่อดีกว่า

 

 

               เวลาผ่านไปชั่วโมงครึ่ง น้ำเหงื่อในร่างกายผุดออกมาตามผิวหนังครั้งแล้วครั้งเล่า น้ำในขวดเริ่มหมด - ใกล้จะหมดคาบชมรมแล้ว ไว้ค่อยซื้อตอนกลับบ้านล่ะกัน

 

“เมรุจางงงงงงงงง” เสียงเบา ๆ ลอยมาจากข้างสนามที่สูงขึ้นไป เมรุหันไปทางต้นเสียง หญิงสาวตัวเล็ก ผมสั้น ยืนโบกมือให้เธอ พร้อมรอยยิ้มที่มีเขี้ยวทรงเสน่ห์ “โทโมนะกะ มิโอะ” “มิโอะจัง” นั่นเอง เมรุยิ้มรับ โบกมือกลับ แล้วเดินขึ้นบันไดไปหามิโอะจัง

 

 

“เห๊...?!” ชินาม่อนกับนัตสึมองตามเมรุ ที่เดินไป ด้วยสีหน้าตกใจปนอึ้ง

 

 

“เมรุจัง วันนี้กลับบ้านด้วยกันนะ” มิโอะจังเอ่ยชวนสาวร่างโปร่งด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม – เพราะก่อนหน้านี้ เราบังเอิญกลับทางเดียวกัน และเพิ่งรู้ว่าบ้านเราสองคนอยู่ใกล้กันมากน่ะซิ

 

“อื้ม ได้ซิ...แล้วรุ่นพี่โทโมนะกะ เลิกชมรมแล้วหรอคะ” เมรุเห็นว่ามิโอะจังถือกระเป๋านักเรียนลงมาด้วยจึงถามกลับไป แต่ยังไม่ทันได้คำตอบ...

 

“เรียกมิโอะเฉย ๆ ไม่ได้หรือไง” มิโอะทำแก้มป่องใส่เมรุ – ก็โดนงอนซะแล้ว น่ารักจัง -////-

 

“อ่า...ก็ได้อยู่หรอกนะ...แต่ว่า...” เมรุยิ้มแห้ง ๆ ให้มิโอะจัง - รู้สึกเกรงใจยังไม่รู้ซิ - -

 

“ก็ได้ ๆ...จะรอจนกว่าเมรุจังจะเรียกเค้าว่ามิโอะแล้วกันนะ” มิโอะพูดเสร็จก็เดินลงบันไดลงไปที่นั่งพักนักกีฬาแล้วก็นั่งลงมองคนในชมรมกรีฑาซ้อมกัน เมรุเดินตามลงมา ด้วยใบหน้าแดงก่ำ ทำตัวไม่ถูก แต่แล้วก็ต้องถูกสอบถามจากคู่ดูโอ้

 

“นี่ ๆ เมรุจัง” ชินาม่อนเรียกเมรุไว้ เมรุหันมามองชินาม่อน

 

“รู้จักกับมิโอะจังด้วยหรอ” ชินาม่อนทำตาลุกวาว แต่อีกคนก็วาวไม่แพ้กัน

 

“อ่อ ค่ะ ก็เพิ่งได้คุยกันเมื่อไม่นานนี่เอง พอดีบ้านอยู่ทางเดียวกันอ่ะคะ” เมรุยิ้มให้รุ่นพี่ทั้งสอง

 

“งั้น ๆ ๆ ๆ ๆ พี่ขอกลับด้วยได้มั้ยอ่า...” ชินาม่อนทำสีหน้าอ้อนวอน “ผวั๊วะ” เสียงฝ่ามือของนัตสึที่ลงบนหน้าผากของชินาม่อน

 

“บ้านอยู่คนละทางไม่ใช่หรอไงคุณเพื่อน” นัตสึถามด้วยสีหน้ากวน ๆ

 

“เออ นั่นซิ โหย...อดเลย” นัตสึดันชินาม่อนให้ออกไปซ้อมซักที เมรุยืนมองรุ่นพี่อย่าง งง ๆ แล้วไปเดินตามไปซ้อมเช่นกัน

 

 

หลังเลิกชมรม

 

                เมรุลารุ่นพี่ที่ยังอยู่ในชมรม และหยิบกระเป๋าจากมือมิโอะที่หยิบมาให้ เมรุยิ้มรับขอบคุณ แล้วก็เดินออกไปด้วยกัน

 

 

“นี่เมรุจัง เมื่อวานเค้าไปซื้อคลาริเน็ตของตัวเองมาแหละ” มิโอะพูดพลางหยิบคลาริเน็ตในกระเป๋า แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ

 

“แย่จังเลย ดันลืมไว้ในห้องชมรม เค้าต้องไปเอาที่ห้องก่อน เมรุจังรอเค้าก่อนนะ”มิโอะกำลังจะเดินไป แต่...

 

“อ่ะ...ให้ไปเป็นเพื่อนมั้ยคะ” – พูดทำไมล่ะนั่น - -*

 

“ได้ซิ” มิโอะยิ้มตอบรับ -แต่แย่ละ เย็นขนาดนี้แล้ว คนก็ไม่ค่อยมีแล้วด้วย เอาหน่าไปสองคน ไม่น่ากลัวหรอกนะ ท่องไว้เมรุเอ๋ยไม่น่ากลัว ๆ

 

            ทั้งสองคนเข้ามาในตัวอาคารเรียน เมรุเดินตัวเกร็งเพราะกลัวผี จนมาถึงห้องชมรมดนตรี

 

“กลับกันไปหมดแล้วซินะ อยู่ไหนน๊า” มิโอะหาคลาริเน็ตของตัวเองจนไปเจออยู่ข้าง ๆ เปียโนตัวใหญ่

 

“เย้ เจอแล้ว” มิโอะชูคลาริเน็ตให้เมรุดูด้วยสีหน้าดีใจ แต่นั่นก็ทำให้หัวใจของเมรุเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก หน้าก็เริ่มแดงขึ้น - น่ะ...น่ารัก -/////-

 

“เมรุจัง เป็นอะไร น่าแดงเชียว รีบกลับบ้านกันดีกว่าเนอะ” มิโอะถามเมรุด้วยความเป็นห่วง

 

“ขอโทษนะเมรุจัง ที่ต้องมาเป็นเพื่อนเค้า” ระหว่างทางเดินออกจากอาคารมิโอะกล่าวขอโทษและมองหน้าเมรุที่มีสีหน้ากลัวอย่างชัดเจน

 

“ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องแค่นี้เอง” เมรุตอบด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ มือเย็น ๆ ที่แกว่งไปมาเบา ๆ ข้าง ๆ ลำตัว กลับรู้สึกอุ่นขึ้นด้วยมือเล็ก ๆ ของคนตัวเล็กข้าง ๆ ทำเอาเมรุหัวใจเต้นแรงอีกครั้ง

 

“แบบนี้คงหายกลัวลงบ้างแล้วล่ะนะ” มิโอะยิ้มให้เมรุ รอยยิ้มนั้นทำให้เมรุหน้าแดงเข้าไปอีก – ให้ตายซิ ที่ฉันเดินเกร็ง ๆ คงไม่ใช่เพราะกลัวพี่แล้วแหละ ก็เพราะเธอนั่นแหละมิโอะจัง

Share this post


Link to post
Share on other sites

[Mio]

 

 

ห้องชมรมดนตรี

                

 

               ห้องโถงอันกว้างใหญ่แห่งนี้เป็นห้องชมรมดนตรีที่มีนักเรียนในชมรมมากอยู่เหมือนกัน แต่ละคนเป็นนักดนตรีที่ฝีมือร้ายกาจกวาดรางวัล และชื่อเสียงโรงเรียนมาไม่น้อย เครื่องดนตรีที่มีครบครันทำให้นักเรียนสามารถเลือกเล่นตามที่ตัวเองชอบได้ บางคนก็นำของตัวเองมา และในชมรมแห่งนี้ก็มีสาวน้อยน่ารัก ป็อปในโรงเรียน อย่าง “โทโมนะกะ มิโอะ” หรือ “มิโอะจัง” เธอถนัดเป่าคลาริเน็ตที่สุดในบรรดาเครื่องดนตรีทั้งหมด

 

               สมาชิกยังมีหลากหลายความถนัด เช่น “อานาอิ จิฮิโร่” หรือ “จีจัง” ชอบเล่นกีตาร์ แต่ก็ยังเล่นได้ไม่เก่งเท่าไหร่ และก็ยังมี “อุเอกิ นาโอะ” หรือ “นาโอะจัง” เล่นดนตรีได้หลายอย่าง แต่ที่ถนัดก็คงเป็นเปียโน ซึ่งเหมือนกับ “โมริยาสุ มาโดกะ” หรือ “โมริโปะ” ที่นั่งเก้าอี้ประธานตั้งแต่อยู่ต้น เพราะว่าเธอมีเพอร์เฟคพิช สามารถแยกโน้ตต่าง ๆ ได้เพียงเพราะฟัง และก็ยังมีสมาชิกคนอื่น ๆ อีกหลายคน

 

 

“รุ่นพี่มาโดกะคะ” มิโอะสาวน้อยน่ารัก ตัวเล็ก ๆ - แต่เป็นรุ่นพี่ ม.แล้วนะเรียกรุ่นพี่ ม. ปลาย แถมเป็นประธานชมรมกำลังหาโน้ตเพลงอยู่ในกระเป๋า มาโดกะหันไปหามิโอะ

 

“โน้ตเพลงตรงนี้มันแปลก ๆ หรือป่าวคะ ช่วยดูให้หน่อย” มิโอะยื่นใบโน้ตเพลงให้มาโดกะดู มาโดกะหยิบมาดูแล้วเดินไปดีดเปียโนเทียบเสียง

 

“ตรงนี้ต้องเป็น ฟามีเร นะ ไม่ใช่ ซอลมีเร” มาโดกะที่มีเพอร์เฟคพิชจัดการแก้ตัวโน้ตให้รุ่นน้องอย่างมิโอะเสร็จสรรพ มิโอะจึงเป่าคลาริเน็ตให้มาโดกะฟังอีกที

 

“สุดยอด...ขอบคุณค่ะรุ่นพี่” มิโอะโพล่งตาเล็ก ๆ ดีใจที่โน้ตถูกแล้ว หลังจากที่ตัวเองแกะผิดมา

 

“รุ่นพี่อานาอิคะ คอร์ดกีต้าร์อยู่ในแฟ้มนี้นะ ซ้อมบ่อย ๆ หน่อยนะคะ” มาโดกะหันไปบอกจีจังที่นั่งกดโทรศัพท์อยู่

 

“โอเคจ้ะ จะพยายามนะ” จีจังเงยหน้าขึ้นมาตอนยิ้ม ๆ แล้วก็ก้มหน้ากดต่อ

 

“นาโอะจัง ปีนี้จะลงแข่งเปียโนกับฉันด้วยหรือป่าว” มาโดกะถามเพื่อนรักด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 

“ลง ๆ ยังไงปีนี้ฉันจะไม่แพ้เธอเด็ดขาด ฮ่าๆๆ” นาโอะยกมือขวาที่ถือเฮอร์โมนิก้า แสดงความมั่นใจ

 

“ได้เลย ยินดีเสมอ อย่ามัวแต่ฝึกเฮอร์โมนิก้าล่ะ” มาโดกะบอกด้วยสีหน้ายิ้ม

 

“ค๊า ๆ ท่านประธาน” นาโอะตอบรับแล้วก็ฝึกเป่าเฮอร์โมนิก้าต่อ

 

 

                    เวลาผ่านไปชั่วโมงครึ่ง ก็ถึงเวลาเลิกชมรมของชมรมดนตรี มิโอะหยิบกระเป๋าบอกลารุ่นพี่แล้วเดินลงไปที่สนามฟุตบอล เพื่อที่จะไปหาเมรุ และกลับบ้านด้วยกัน

 

 

               "เมื่อหลายวันก่อนในระหว่างที่ฉันเดินกลับบ้าน ก็บังเอิญเจอเมรุเดินอยู่ข้างหน้าพอดี ฉันได้ยินชื่อเสียงของเมรุมาพอดู เลยลองเข้าไปคุยดู เมรุจังนี่น่ารักจังเลยน๊า คุยเก่งจริง ๆ บ้านเราอยู่ทางเดียวกันแบบนี้ก็ดีซินะ ระหว่างทางจะได้มีเพื่อนคุย"

 

 

“เมรุจางงงงงงงงง” มิโอะตะโกนสุดเสียงเพราะเธอเป็นคนเสียงเบา ๆ จากข้างสนาม สาวน้อยหน้าเรียวยาว ผมมัดผมหางม้าที่กำลังซ้อมอยู่หันมองมาทางมิโอะ เมรุโบกมือกลับและเดินขึ้นบันไดมาหามิโอะจัง

 

“เมรุจัง วันนี้กลับบ้านด้วยกันนะ” มิโอะจังเอ่ยชวนสาวร่างโปร่งด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

 

“อื้ม ได้ซิ...แล้วคุณโทโมนะกะ เลิกชมรมแล้วหรอคะ” เมรุยังคงไม่เรียกมิโอะอย่างสนิทสนม

 

“เรียกมิโอะเฉย ๆ ไม่ได้หรือไง” มิโอะทำแก้มป่องใส่เมรุ – มันดูห่างเหินจังเลยเมรุจัง

 

“อ่า...ก็ได้อยู่หรอกนะ...แต่ว่า...” เมรุยิ้มแห้ง ๆ ให้มิโอะจัง – เฮ้อ...ทำไมรู้สึกอยากงอนยังไงก็ไม่รู้

 

“ก็ได้ ๆ...จะรอจนกว่าเมรุจังจะเรียกเค้าว่ามิโอะแล้วกันนะ” มิโอะพูดเสร็จก็เดินลงบันไดลงไปที่นั่งพักนักกีฬาแล้วก็นั่งลงมองคนในชมรมกรีฑาซ้อมกัน เมรุเดินตามลงมา

 

 

หลังเลิกชมรม

 

 

                พอรู้ว่าชมรมเลิกแล้ว มิโอะก็หยิบกระเป๋าของตัวเองแล้วก็ของเมรุขึ้นมาถือ จนเมรุเดินมาที่นั่งก็ยื่นกระเป๋าให้ เมรุยิ้มรับขอบคุณ แล้วก็เดินออกไปด้วยกัน

 

“นี่เมรุจัง เมื่อวานเค้าไปซื้อคลาริเน็ตของตัวเองมาแหละ” มิโอะพูดพลางหยิบคลาริเน็ตในกระเป๋า แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ – แย่ล่ะซิ ดันลืมไว้ที่ห้องชมรมซะได้

 

“แย่จังเลย ดันลืมไว้ในห้องชมรม เค้าต้องไปเอาที่ห้องก่อน เมรุจังรอเค้าก่อนนะ”มิโอะกำลังจะเดินไป แต่...

 

“อ่ะ...ให้ไปเป็นเพื่อนมั้ยคะ” ตึกๆ ตึก ๆ คำพูดอ่อนโยนทำให้มิโอะหัวใจเต้นแรง แต่ซ่อนความเขินอายไว้

 

“มาซิ” มิโอะยิ้มตอบรับ เมรุเดินเข้ามาใกล้ แต่แปลกที่หัวใจกลับเต้นแรงขึ้น ๆ –ทำไมใจเต้นแรงอย่างนี้น๊า...

 

 

                ทั้งสองคนเข้ามาในตัวอาคารเรียน เมรุเดินตัวเกร็งเพราะกลัวผี จนมาถึงห้องชมรมดนตรี

 

 

“กลับกันไปหมดแล้วซินะ อยู่ไหนน๊า” มิโอะหาคลาริเน็ตของตัวเองจนไปเจออยู่ข้าง ๆ เปียโนตัวใหญ่

 

“เย้ เจอแล้ว” มิโอะชูคลาริเน็ตให้เมรุดูด้วยสีหน้าดีใจ เห็นเมรุยืนตัวเกร็งหน้าแดงอยู่

 

“เมรุจัง เป็นอะไร น่าแดงเชียว รีบกลับบ้านกันดีกว่าเนอะ” มิโอะถามเมรุด้วยความเป็นห่วง

 

“ขอโทษนะเมรุจัง ที่ต้องมาเป็นเพื่อนเค้า” ระหว่างทางเดินออกจากอาคารมิโอะกล่าวขอโทษและมองหน้าเมรุที่มีสีหน้ากลัวอย่างชัดเจน – ฉันทำให้เมรุจังกลัวหรือเปล่านะ

 

“ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องแค่นี้เอง” เมรุตอบด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ มิโอะไม่อยากเป็นคนทำให้เมรุกลัว จึงนำมือเล็ก ๆ ของเธอ ประสานมือกับมือของเมรุจัง – มือเย็นจัง คงกลัวอยู่ซินะมิโอะจับมือเมรุแน่นขึ้น

 

“แบบนี้คงหายกลัวลงบ้างแล้วล่ะนะ” มิโอะยิ้มให้เมรุ เมรุหน้าแดงขึ้นมาอีก  – ตอนนี้เธอไม่ได้เดินอยู่คนเดียวนะเมรุจัง ฉันจะเดินเป็นเพื่อนเธอจนถึงบ้าน ทุกวันเลย..

Share this post


Link to post
Share on other sites

อ่านแล้วอ่านอีกไม่เบื่อเลยค่ะ ฟินเหมือนเดิม ^ q^)

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอนที่ 2 - ข่าวลือ

[Meru]

 

                แสงสีทองสอดส่องไปยังพื้นผิวทางเดิน สายลมเย็นยามเช้าที่พัดผ่านร่างกาย ผมยาวตรงสีดำไสวไปมาอย่างอ่อนโยน หญิงสาวที่กำลังเดินทางไปโรงเรียนเพียงลำพังมาโดยตลอด แต่บัดนี้ได้มีเพื่อนร่วมทางที่แสนจะน่ารักและดูน่าทะนุถนอม ใคร ๆ ก็อยากจะดูแลเธอ แม้แต่เมรุเองก็ตาม

 

 

“อ่ะ...อรุณสวัสดิ์ค่ะ รุ่นพี่โทโมะนากะ” เมรุกล่าวทักทายหลังจากเห็นมิโอะจังเดินออกมาจากบ้านพอดี

 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ...เฮ้อ...เมรุจังเนี่ยนะ ไม่เรียกเค้าว่ามิโอะ แถมยังเรียกรุ่นพี่อีกนะ” มิโอะทำแก้มป่องใส่เมรุอีกตามเคย แล้ววิ่งสั้น ๆ เพื่อเดินให้ทันเมรุ– หน้างอนของมิโอะจังทำไมถึงน่ารักอย่างนี้นะ “ตุ๊บ ๆ” แย่ล่ะซิ ทำเอาหัวใจหวิวแต่เช้าเลยนะคะ

 

“อ่า...ขอโทษนะคะ” เมรุทำหน้ารู้สึกผิดที่เธอไม่เรียกมิโอะว่ามิโอะจังซักที - ฉันแค่อยากจะเห็นใบหน้างอนของมิโอะไปอีกซักพัก ก็มิโอะจังทำหน้างอนแบบนี้มันน่ารักซะจริง ๆ นี่หน่า

 

“เอาเถอะ ๆ เมรุจังเรียกเค้าว่ามิโอะจังได้เมื่อไหร่ ฉันจะเลี้ยงเค้กสิบชิ้นเลย” มิโอะทำท่าทางน่ารักอีกเช่นเคย และรอยยิ้มที่แสนน่ารักนั้น ทำเอาหน้าเมรุแดงขึ้นมาทันที

 

“แหม...อย่าเอาของกินมาล่อกันอย่างนี้ซิคะ” เมรุพูดขึ้นมาหลังจากตั้งสติได้

 

“ฮี่ ๆ ^[+++++]^ ก็เค้าเห็นว่าเมรุจังชอบกินนี่หน่า ก็เลยเอาของกินมาล่อ เป็นไง...ข้อเสนอนี้สนมั้ยล่ะ?” มิโอะเดินมาข้างหน้าเมรุ ทำให้เมรุหยุดเดินกะทันหัน – ยะ...อย่าเอาหน้าเข้ามาใกล้อย่างนี้ซิคะ -////-

 

“เอ...เอาไงดีน๊า” เมรุใช้นิ้วชี้จิ้มคาง แล้วแหงนมองดูด้านบน – ไม่ใช่อะไร เพราะหน้าของมิโอะจังอยู่ตรงหน้า ทำให้ฉันไม่สามารถมองได้ ก็มะ...มันเขินหนิ

 

“คิดดูก่อนแล้วกันนะคะ” เมรุพูดไปพลางมองไปที่อื่น เพราะไม่กล้าสบตามิโอะจัง ๆ

 

“โหย...งอนแล่ว...บู่ว์” มิโอะแลบลิ้นใส่เมรุด้วยท่าทางโมเอ้ แล้วหันกลับไปเดินด้วยท่าทีงอน ๆ – งอนอีกแล้ว...แต่ก็น่ารักจังเลยน๊า รุ่นพี่โทโมะนากะ เอ้ยมิโอะจัง

 

“งอนจริง ๆ หรอคะ รุ่นพี่” เมรุวิ่งสั้น ๆ ตามไป มิโอะหันมามองเมรุด้วยใบหน้างอน ๆ

 

“ไม่รู้ไม่ชี้” ท่าทางงอน ๆ ของมิโอะ ทำให้เมรุอดอมยิ้มไม่ได้กับความน่ารักของมิโอะ

 

 

                กลีบดอกซากุระที่พัดปลิวไปตามสายลม เส้นทางเดินที่เริ่มจะมีนักเรียนเดินทางไปโรงเรียนเพิ่มมากขึ้น ทั้งสองคนเดินคุยกันมาตลอดทาง และนั่นทำให้ทั้งสองคนสนิทกันมากขึ้น จนคนรอบ ๆ ข้างเริ่มคิดว่าทั้งสองคนอาจจะเริ่มคุยกันในฐานะที่มากกว่าคนรู้จัก และอาจจะมากกว่าเพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้อง

 

 

ม.2ห้อง B

 

                เมรุเดินเข้ามาในห้องทักทายเพื่อน ๆ ตามปรกติ แต่ที่ผิดสังเกตก็คือสายตาทุกคนต่างมองเมรุเป็นสายตาเดียว– สยิวไม่เบาแหะ เมรุนั่งลงที่ตัวเองอย่าง งง ๆ ในความคิด และแล้วเพื่อนในห้องที่เมรุสนิทก็มาไขปริศนาในสมอง

 

 

“นี่...เมรุจัง ถามอะไรหน่อยได้ป่ะ”“อะกิโยชิ ยูกะ” หรือ “ยูกะจัง” สาวน้อยตัวเล็กกระจิริด ชอบกินส้มเป็นที่สุด เอ่ยถามเมรุด้วยความสนใจ ทั้งที่ ๆ ถือส้มอยู่ในมือ

 

“เอ๋?...อ่ะ...อื้ม...ว่ามาซิ” เมรุตอบไปอย่าง งง ๆ

 

“คือ...แบบว่า...” ยูกะจังคงยังไม่กล้าถาม เมรุทำหน้าสงสัย

 

“ตอนนี้อ่ะนะ มีข่าวลือ ว่าเธอกับรุ่นพี่มิโอะ กำลังแบบว่า...” “อิวาฮะนะ ชิโนะ” หรือ “ชิโนะจัง” สาวร่างเล็กอีกคนช่วยยูกิจังพูดอีกแรง แต่ก็ยังไม่กล้าถามแบบตรง ๆ ทำให้เมรุยิ่ง งง หนักเข้าไปอีก

 

“เขาว่าเธอกับรุ่นพี่มิโอะ กำลังคบกันอยู่น่ะ” เสียงนิ่ง ๆ ดังมาจากโต๊ะหลังห้องที่ห่างจากโต๊ะของเมรุไม่เท่าไหร่ ทั้งสามคนหันไปตามเสียงอย่างพร้อมเพียง ก็เห็นสาวร่างสูง “ทานากะ นัตสึมิ” หรือ “นัตสึมิคัง” หัวหน้าห้องที่นั่งอ่านหนังสือด้วยท่าพิสดารโดยพาดขายาว ๆ มาขึ้นบนโต๊ะ นัตสึมิคังเอาขาลงแล้ววางหนังสือลงบนโต๊ะ แล้วก็เดินมาที่โต๊ะของเมรุ

 

“ฉันชอบเธอมาตั้งแต่ ม.1เธอทำอย่างนี้ไม่เห็นใจกันบ้างเลยนะ เมรุจัง” นัตสึมิคังเชยคางของเมรุแล้วก้มตัวจนลงไปหาเมรุจนจมูกเกือบจะชนกัน เมรุเอาหน้าถอยห่างออกมาแบบอัตโนมัติ

 

“เอ่อคือ...มะ...มันไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิดนะ” เมรุจังเริ่มน่าแดง พูดตะกุกตะกักปฏิเสธ

 

“อย่างนั้นหรอ แสดงว่าฉันยังมีสิทธิ์ซินะ” นัตสึมิคังตั้งตัวขึ้นแล้วยิ้มอย่างสบายใจก่อนที่จะเดินกลับไปที่โต๊ะ เมรุหันมาคิดกับตัวเอง รู้สึกมึน ๆ งง ๆ กับข่าวลือที่เกิดขึ้น  – แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น ฉันก็ไม่อยากห่างจากมิโอะจัง เพียงเพราะข่าวลือแบบนี้ ป่านนี้มิโอะจังคงรู้เรื่องข่าวลือแล้วมั้ง จะเป็นยังไงบ้างน๊า...เป็นห่วงจัง

 

 

พักเที่ยง

 

                ภายในห้องเรียน ม. ห้อง นักเรียนต่างพากันจับกลุ่มแล้วหยิบเอาข้าวกล่องขึ้นมาทาน ข้าวกล่องของเมรุก็เช่นเดียวกัน มันถูกหยิบออกมาจากกระเป๋า แต่ยังไม่ทันได้เปิดทาน ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นมิโอะเดินเข้ามาในห้องโดยไม่ได้บอกกล่าว

 

 

“รุ่นพี่โทโมะนากะ” เมรุมองมิโอะด้วยสีหน้าสงสัย มิโอะไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบเอาข้าวกล่องของเมรุแล้วจูงมือเมรุออกไปจากห้องทำเอาเพื่อน ๆ ในห้องโห่ร้องแซวกันใหญ่ นัตสึมิคังที่ชอบเมรุจังมองตามอย่างเสียไม่ได้

 

 

ดาดฟ้าของโรงเรียน

 

“รุ่นพี่...” เมรุเรียกมิโอะเพื่อจะถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

“หยุดเรียกรุ่นพี่ได้แล้วนะ ในห้องมันเสียงดังน่ะ มากินข้าวบนดาดฟ้าดีกว่า อากาศเย็นดี แถมเห็นวิวทิวทัศน์ด้วย แล้วก็ห้ามถามอะไรทั้งนั้นนะ” มิโอะพูดจบก็ยิ้มออกมาน่ารักเหมือนเคย ทำเอาเมรุทั้ง งง ทั้ง เขิน ในเวลาเดียวกัน

 

“ได้ยินข่าวลือ หรือยังคะ”เมรุอดถามไม่ได้

 

“อ่อ ข่าวลือนั่นน่ะหรอ เค้าไม่สนใจหรอก เมรุจังเองก็อย่าไปสนใจเลยนะ” มิโอะพูดแล้วหยิบข้าวขึ้นมากินต่อ – ที่สนใจไม่ใช่เพราะข่าวลือนั่นหรอก แต่แคร์ความรู้สึกของคนตรงหน้ามากกว่าว่ารู้สึกยังไง แต่เห็นสบายดีแบบนี้ก็ดีแล้วแหละนะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

[Mio]

 

 

บ้านโทโมะนากะ

 

                หลังประตูหน้าบ้าน สาวน้อยผมสั้นในชุดนักเรียนกำลังใส่รองเท้านักเรียนอย่างกระตือรือร้น – รีบหน่อยนะเดี๋ยวจะไปทันเมรุจัง เวลานี้แหละเมรุจังจะผ่านหน้าบ้านฉันทุกวัน

 

 

“ไปแล้วนะคะ” เสียงเบา ๆ  ออกมาจากลำคอของหญิงสาวร่างเล็ก แล้วก็เปิดประตูเดินไปที่รั่วหน้าบ้าน เป็นไปตามคาดเมรุเดินผ่านหน้าบ้านมิโอะพอดี – เฮ้อ...โล่งอกไปทีนึกว่าจะไม่ทัน

 

“อ่ะ...อรุณสวัสดิ์ค่ะ รุ่นพี่โทโมะนากะ” เมรุกล่าวทักทายหลังจากเห็นมิโอะจังเดินออกมาจากบ้านพอดี – หึ่ย...บอกกี่ที่แล้วว่าให้เรียกมิโอะจัง

 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” มิโอะทำเป็นบังเอิญออกมาเจอกันกับเมรุ

 

“เฮ้อ...เมรุจังเนี่ยนะ ไม่เรียกเค้าว่ามิโอะ แถมยังเรียกรุ่นพี่อีกนะ” มิโอะทำแก้มป่องใส่เมรุอีกตามเคย แล้ววิ่งสั้น ๆ เพื่อเดินให้ทันเมรุ– เด็กอะไรเย็นชาชะมัดเลย จะให้รอถึงเมื่อไหร่นะ

 

“อ่า...ขอโทษนะคะ” เมรุทำหน้ารู้สึกผิดที่เธอไม่เรียกมิโอะว่ามิโอะจังซักที – อย่าทำหน้าแบบนี้ซิ อย่างนี้ฉันก็งอนไม่ลงนะ

 

“เอาเถอะ ๆ เมรุจังเรียกเค้าว่ามิโอะจังได้เมื่อไหร่ ฉันจะเลี้ยงเค้กสิบชิ้นเลย” มิโอะเสนอของกินอันแสนอร่อยให้เมรุ รีบตัดสินใจรับมิโอะเป็นคนสนิทโดยเร็ว และต่อด้วยท่าทางน่ารักที่ถนัด หวังมัดใจเมรุให้อยู่หมัด – หน้าแดงแล้วซินะ เพิ่งรู้จากรุ่นพี่นัตสึที่อยู่ชมรมเดียวกับเมรุนะเนี่ย ว่าเมรุชอบกินเป็นที่สุด ข้อเสนอนี้สงสัยจะได้ผล อิอิ

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันก่อน

 

 

                มิโอะและเหล่าสมาชิกในชมรมดนตรีกำลังฝึกเล่นดนตรีของตัวเองอย่างสนุกสนาน จู่ ๆ มิโอะก็รู้สึกปวดท้องเลยเดินออกจากห้องมาเพื่อที่จะไปเข้าห้องน้ำ ดันเหลือบไปเห็นหญิงสาวผมยาวร่างสูงกำลังด้อม ๆ มอง ๆ แถวประตูทางเข้าข้างหน้าของห้อง มิโอะเดินย่องเข้าไปอย่างช้า ๆ

 

 

“มาหาใครหรือเปล่าคะ?” มิโอะถามออกไป ทำให้หญิงสาวคนนั้นหันกลับมาด้วยความตกใจ

 

“เฮ้ย!” นัตสึ นักเรียนชั้น ม. 5หน้าถอดสี

 

“มิโอะจังเองหรอ?” นัตสึถอนหายใจเพราะคนที่มาทักคือมิโอะ

 

“อ้าว...รุ่นพี่มัตสึโอกะ มาทำอะไรหรอคะ?” มิโอะถามด้วยความสงสัย

 

“เอ่อ...อ่ะ...อ๋อ...มะ...มาทำอะไร? นั่นซินะ พี่มาทำอะไรน๊า” นัตสึเกิดอาการติดอ่าง ไม่กล้าบอกว่าตัวเองแอบมาส่อง “มาโดกะ” นักเรียนชั้น ม. 4 และประธานชมรมดรตรี ที่ตัวเองแอบชอบ

 

“เอ่อ...พี่ขอตัวไปเข้าชมรมก่อนนะคะ” นัตสึรีบชิ่งก่อนที่จะโดนถามไปมากกว่านี้

 

“เดี๋ยวค่ะ ๆ” มิโอะเรียกนัตสึที่กำลังจะก้าวขาไว้

 

“ขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยคะ?” นัตสึค่อย ๆ หันมาเหมือนกลัวจะโดนคำถามอะไรที่จี้จุดดำ มิโอะเดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วกระซิบถามข้างหูนัตสึ ทำให้นัตสึโล่งอกที่เป็นเรื่องของเมรุ นัตสึให้ข้อมูลเกี่ยวกับเมรุหลายอย่าง จนทำให้มิโอะพอใจและกล่าวขอบคุณนัตสึ นัตสึขอตัวแล้วรีบวิ่งไปทันที

 

 

กลับเข้าสู่ปัจจุบัน

 

 

“แหม...อย่าเอาของกินมาล่อกันอย่างนี้ซิคะ” เมรุพูดขึ้นมาหลังจากตั้งสติจากการคิดถึงเรื่องของกินได้

 

“ฮี่ ๆ ^[+++++]^ ก็เค้าเห็นว่าเมรุจังชอบกินนี่หน่า ก็เลยเอาของกินมาล่อ เป็นไง...ข้อเสนอนี้สนมั้ยล่ะ?” มิโอะเดินมาข้างหน้าเมรุ ทำให้เมรุหยุดเดินกะทันหัน มิโอะแหงนหน้าขึ้นไปมองหน้าเมรุ – “ตึก ๆ” มะ...มันใกล้เกินไปแล้วนะ -////- ฉันกำลังทำอะไรอยู่เนี่ย ใบหน้าสวยเรียวยาวของเมรุ ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อน ๆ จะถอยออกมาก็ไม่ได้ตัวเกร็งไปหมด

 

“เอ...เอาไงดีน๊า” เมรุใช้นิ้วชี้จิ้มคาง แล้วแหงนมองดูด้านบน – ต้นคอขาวจัง – ., – แอร๊ย...คิดอะไรอยู่เนี่ยเรา

 

“คิดดูก่อนแล้วกันนะคะ” เมรุพูดไปพลางมองไปที่อื่น เพราะไม่กล้าสบตามิโอะจัง ๆ

 

“โหย...งอนแล่ว...บู่ว์” มิโอะแลบลิ้นใส่เมรุด้วยท่าทางโมเอ้ แล้วหันกลับไปเดินด้วยท่าทีงอน ๆ – มันน่างอนที่สุดเลย เมื่อไหร่ ๆ ๆ ๆ นะเมรุจัง!!!

 

“งอนจริง ๆ หรอคะ รุ่นพี่” เมรุวิ่งสั้น ๆ ตามไป มิโอะหันมามองเมรุด้วยใบหน้างอน ๆ – ชิ ๆ

 

“ไม่รู้ไม่ชี้” ท่าทางงอน ๆ ของมิโอะ ทำให้เมรุอดอมยิ้มไม่ได้กับความน่ารักของมิโอะ – ยังจะมายิ้ม นี่ฉันงอนอยู่น๊า...:’|

 

 

                กลีบดอกซากุระที่พัดปลิวไปตามสายลม เส้นทางเดินที่เริ่มจะมีนักเรียนเดินทางไปโรงเรียนเพิ่มมากขึ้น ทั้งสองคนเดินคุยกันมาตลอดทาง และนั่นทำให้ทั้งสองคนสนิทกันมากขึ้น จนคนรอบ ๆ ข้างเริ่มคิดว่าทั้งสองคนอาจจะเริ่มคุยกันในฐานะที่มากกว่าคนรู้จัก และอาจจะมากกว่าเพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้อง

 

 

ม. ห้อง A

 

 

“ลาลาลา...ลาลา...ลั๊นลา...อรุณสวัสดิ์ค่ะทุกคน...” มิโอะเดินเข้าห้องด้วยท่าทางอารมณ์ดี

 

“แหม ๆ อารมณ์ดีจังเลยมิโอะจัง” มิยาวากิ ซากุระ หรือ ซากุระ แซวมิโอะทันทีเมื่อมิโอะเดินมานั่งที่โต๊ะ

 

“คนมีแฟนแล้วก็งี้แหละ” มุระชิเกะ อันนะ หรือ อาเนีย สาวลูกครึ่งรัสเซีย พูดขึ้นมาทั้ง ๆ  ที่กำลังเล่นปลายผมของซากุระจังอยู่บนโต๊ะเรียน ((นั่งบนโต๊ะ ซากุระนั่งเก้าอี้))

 

“เห๊? ใครมีแฟน” มิโอะถามขึ้นด้วยความงง

 

“ก็มิโอะจังไง คบกับเด็ก ม. 2ห้อง B อยู่ชมรมกรีฑา เขารู้กันหมดแล้ว ไม่ต้องปิดหรอก” อาเนียพูดจบก็ก้มลงมากอดคอซากุระหมับ โดยมีมือของซากุระดันหน้าอาเนียให้ออกห่างจากตัว

 

“ใครปิด บ้า!ไม่มีไรหรอก” มิโอะพูดแบบยิ้ม ๆ เลยทำให้ซากุระ อาเนีย และเพื่อน ๆ ในห้องที่เงี่ยหูฟังเชื่อไปกันใหญ่ว่ามิโอะกำลังคบกับเมรุจริง ๆ – ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดีซิ แต่...เมรุจังจะคิดเหมือนกันมั้ยนะ หลังจากที่คิดกับตัวเองใบหน้าที่ยิ้มแย้มก็หุบลง และเป็นห่วงความรู้สึกของเมรุเหลือเกิน

 

 

พักเที่ยง

 

                เสียงเจาะแจะของเด็กผู้หญิงหลายคนตั้งกลุ่มคุยกันอย่างสนุกสนาน ท่ามกลางกล่องข้าวที่หลาย ๆ คนต่างนำเอามาทานที่โรงเรียน มิโอะรู้สึกเป็นห่วงเมรุเรื่องข่าวลือที่ตัวเองอยากให้เป็นจริงก็ตาม แต่มิโอะไม่สามารถรู้ถึงใจของเมรุได้ว่าคิดอย่างไร จึงตัดสินใจหยิบข้าวกล่องของตัวเองแล้วเดินไปหาเมรุที่ห้องเรียน ม. ห้อง B

 

 

“อ้าว...มิโอะจัง จะไปไหนน่ะ”ซากุระตกใจที่มิโอะลุกพรวดออกไป

 

“ไปหาเมรุจัง” มิโอะตอบแล้วก็รีบเดินออกไป – นี่ฉันตอบตรงไปหรือป่าว ดูซิมองกันใหญ่เลย รีบไปดีกว่า_///_

 

                ระหว่างทางเดินไปที่ห้องเรียนของเมรุ สายตาหลายคู่จับจ้องมาที่มิโอะ ซึ่งเธอถือว่าเป็นบุคคลที่ทุกคนรู้จัก และหลายคนปลื้มในความน่ารัก ถึงได้มีข่าวลือเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน

 

 

ม.2ห้อง B

 

 

                มิโอะเดินมาถึงหน้าห้องเรียนของเมรุ หญิงสาวที่มีใบหน้าสวย และมีผิวขาวเปล่งประกาย ทำให้มิโอะจับโฟกัสได้ทันที มิโอะเดินไปที่โต๊ะของเมรุอย่างไม่ลังเล ข้าวกล่องที่กำลังจะถูกเปิด ใบหน้าสวยจับจ้องมาที่มิโอะที่กำลังเดินเข้าไปหาเธออย่างเหวอ ๆ

 

 

“รุ่นพี่โทโมะนากะ” เมรุมองมิโอะด้วยสีหน้าสงสัย มิโอะไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบเอาข้าวกล่องของเมรุแล้วจูงมือเมรุออกไปจากห้องทำเอาคนในห้องเรียนของเมรุโห่ร้องแซวกันใหญ่ แต่เมรุก็ยอมตามมาแต่โดยดี

 

 

ดาดฟ้าของโรงเรียน

 

 

“รุ่นพี่...” เมรุเรียกมิโอะเพื่อจะถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น – อ่ะ...เรียกรุ่นพี่อีกแล้ว (. .)

 

“หยุดเรียกรุ่นพี่ได้แล้วนะ ในห้องมันเสียงดังน่ะ มากินข้าวบนดาดฟ้าดีกว่า อากาศเย็นดี แถมเห็นวิวทิวทัศน์ด้วย แล้วก็ห้ามถามอะไรทั้งนั้นนะ” มิโอะพูดจบก็ยิ้มออกมาน่ารักเหมือนเคย – จะให้บอกตรง ๆ มันก็ยังไงอยู่นะ ที่จริงฉันอยากจะมาทานข้าวกับเมรุจังสองคนมากกว่า แต่ทำแบบนี้ข่าวลือมันจะไม่ยิ่งไปกันใหญ่หรอ เป็นห่วงจัง

 

“ได้ยินข่าวลือ หรือยังคะ”เมรุอดถามไม่ได้ เลยถามมิโอะด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม – แววตานั่น...อบอุ่นจัง เธอก็เป็นห่วงฉันอยู่ใช่มั้ยเมรุจัง มิโอะมองตาเมรุอยู่นานเมื่อตั้งสติได้จึงพูดปัดออกไป

 

“อ่อ ข่าวลือนั่นน่ะหรอ เค้าไม่สนใจหรอก เมรุจังเองก็อย่าไปสนใจเลยนะ” มิโอะพูดเหมือนไม่สนใจอะไร แต่แววตาที่ดูเป็นห่วงของเมรุก็ยังไม่จางหายไป ทำเอามิโอะหน้าแดง จนไม่กล้าสบตา จึงคีบอาหารขึ้นมากินปกปิดความเขิน – เธอคงเป็นห่วงฉันเหมือนกันซินะ ดีใจจัง ^////^ …ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าตอนนี้เธอคิดยังไง แต่ฉันไม่กล้าถาม ฉันไม่กล้าพอ แต่...สักวัน ฉันจะบอกเธอให้ได้ ว่า...“ฉันชอบเมรุจังที่สุดเลย...”

Share this post


Link to post
Share on other sites
ฟิคนี้น่ารักเกินไปแล้วนะคะ อ่านไปเขินไปเลย >///<

Share this post


Link to post
Share on other sites

เรื่องนี้อ่านกี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อเลยค่ะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอนที่ 3 - แฟนเก่า

[Meru]

 

 

                ดาดฟ้าโรงเรียนกลายเป็นสถานที่ ที่หลายวันมานี้ มิโอะได้พาเมรุขึ้นมาทานข้าวกลางวันด้วยกันสองคน เมรุเองก็ไม่เคยปฏิเสธการกระทำของมิโอะแม้แต่น้อย เพราะนั่นคือสิ่งที่เมรุพึงพอใจเช่นกัน

 

 

                ตั้งแต่มีข่าวลือเรื่องเมรุกับมิโอะเป็นแฟนกัน เมรุก็ตกเป็นเป้าสายตาของหลาย ๆ คน จะเดินไปไหนก็มีคนมอง และซุบซิบกัน เมรุทั้งรู้สึกแย่ที่ถูกจ้องจับผิดตลอดเวลา แต่ก็รู้สึกดีที่ได้อยู่ใกล้มิโอะ – ฉันไม่ควรไปสนใจอย่างที่มิโอะจังว่านั่นแหละ

 

 

                จากบันไดทางขึ้นดาดฟ้าลงมาสู่ทางเดินกลับไปยังห้องเรียน ห้องเรียนของเมรุจะถึงก่อนห้องเรียนของมิโอะ เมรุและมิโอะเดินคุยกันอย่างสนิทสนม จนเลยห้องเรียนของเมรุไป แต่ไม่ใช่ว่าเมรุไม่รู้ตัว เพราะเธอเองก็ตั้งใจที่จะเดินไปส่งมิโอะที่ห้องเรียนอยู่แล้ว

 

 

หน้าห้อง ม. ห้อง A

 

 

“ห๊ะ!นี่มันห้องเรียนเค้าหนิ” มิโอะแหงนมองดูป้ายหน้าห้อง แล้วหันมาบอกเมรุด้วยท่าทาง งง ๆ – ก็ใช่น่ะซิคะ^^

 

“อ่าว...คุยกันเพลินเลย ดันเดินเลยห้องตัวเองมาซะได้” เมรุแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง

 

“ขอโทษนะ...เดี๋ยวเดินกลับไปส่งนะ” มิโอะคิ้วตกพนมมือขอโทษ และเผลอจับมือเมรุ เมรุหน้าแดงขึ้นมาทันที – มืออุ่น ๆ ของมิโอะจัง ทำไมมันร้อนที่หน้าอย่างนี้นะ

 

“ไม่เป็นไรค่ะ ๆ ไม่ต้องเดินไปเดินมาหรอกค่ะ เค้าเดินกลับเองได้” เมรุห้ามไว้หลังได้สติ

 

“อ่า...เอาอย่างนั้นก็ได้ กลับดี ๆ นะ” มิโอะโบกมือลาสั้น ๆ แล้วส่งยิ้มหวานให้เมรุ – เข้าใจเลยว่าทำไมใคร ๆ ถึงชอบมิโอะจัง เพราะรอยยิ้มแบบนี้นี่เอง ชักไม่อยากให้ใครอยู่ใกล้แล้วซิ เห๊? นี่ฉันหวงรุ่นพี่งั้นหรอ ไม่ม๊างง...

 

“เมรุจัง” เมรุที่เดินหันหลังไปหยุดชะงัก แล้วหันกลับมา

 

“เลิกเรียนแล้วเค้าจะรอที่หน้าโรงเรียนนะ...” มิโอะยิ้มหวานให้อีกรอบ ทำเอาเมรุใจอ่อนยวบ -////- น่ารักชะมัด เมรุพยักหน้ายิ้ม ๆ ให้มิโอะแล้วเดินกลับห้องไปทันทีก่อนที่ใจจะอ่อนระทวยลงไปกว่านี้

 

 

หลังเลิกเรียน

 

 

                เมรุเดินออกจากห้องเรียนมาพร้อมกับชิโนะจังและยูกะจังสองเพื่อนตัวจิ๋ว ไปยังล็อกเกอร์เก็บรองเท้าเพื่อที่จะเปลี่ยนรองเท้านักเรียนกลับบ้าน เมื่อเมรุเปิดประตูล็อกเกอร์ของตัวเองก็พบกระดาษหนึ่งแผ่นวางอยู่บนรองเท้า เมรุหยิบขึ้นมาดูอย่างสงสัย

 

 

“กรุณามาพบฉันที่โรงเก็บอุปกรณ์กีฬา” ข้อความที่เขียนบนกระดาษ ไม่ได้ลงชื่อไว้ ทำให้เมรุสงสัยหนักกว่าเดิม

 

“แหนะ จดหมายรักหรอ” ชิโนะจังที่เปลี่ยนรองเท้าเสร็จแล้วเดินมาแซวเมรุที่ยืนงงอยู่

 

“ของรุ่นพี่โทโมะนากะหรือป่าว” ยูกะมาร่วมแซวอีกคน แต่เมรุไม่มีอาการเขินซักนิด เพราะกำลังคิดว่า เหมือนเคยเห็นลายมือนี้ที่ไหน

 

“พวกเธอสองคนกลับไปก่อนเลยนะ ฉันไปทำธุระก่อน” เมรุพูดเสร็จก็รีบใส่รองเท้านักเรียนของตัวเอง แล้วก็ตรงดิ่งไปที่โรงเก็บอุปกรณ์กีฬาข้าง ๆ สนามฟุตบอล ชิโนะและยูกะมองหน้ากันแล้วยิ้มอย่างเป็นนัยน์

 

 

โรงเก็บอุปกรณ์กีฬา

 

 

               เมรุเดินมาถึงสถานที่นัดพบ ถึงโรงเก็บอุปกรณ์กีฬาจะอยู่ข้างสนามฟุตบอล - แต่...หายไปไหนกันหมดนะ ไม่เห็นมีใครอยู่เลย โดนแกล้งแน่ ๆ เลยเรา พอคิดอย่างนั้นเมรุก็หันหลังเดินกลับ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาออก ก็มีใครบางคนมาฉุดแขนเมรุไปชิดกำแพงมุมอับไร้คน เมรุได้แต่หลับตาปี๋ด้วยความกลัว มืออุ่น ๆ ของใครบางคนกำลังปิดปากของเธอเอาไว้ไม่ให้ส่งเสียง

 

 

“เค้าเอง” มืออุ่น ๆ นั่นคลายออกจากของเมรุ – เสียงนั่นมัน...เมรุค่อยลืมตาขึ้นมา

 

“มะ...ไม” เมรุพูดออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นคนตรงหน้า เป็น...

 

“ใช่...เค้าเอง” ฟุจิกามิ ไม หรือ ไมจัง เพื่อนห้องเดียวกับรุ่นพี่ในชมรมกรีฑา และยังเป็นแฟนเก่าของเมรุที่เลิกกันไปได้สักพักหนึ่งแล้ว

 

“ทำไม...?” ยังไม่ทันได้พูดจบ สาวน้อยตรงหน้าก็โผเข้ากอดเมรุทันที เมรุหน้าเหวอด้วยความตกใจ

 

“รุ่นพี่ ทำอย่างนี้ไม่ได้นะคะ” เมรุจังดันไหล่ของหญิงสาวที่โผเข้ากอดเธอแบบไม่ทันตั้งตัว

 

“ฉันคิดถึงเธอ...เมรุจัง ยิ่งตอนนี้ได้ยินข่าวลือว่าเมรุจังกำลังคบกับคุณโทโมนะกะอยู่ ฉัน...รู้สึก...หวงเธอขึ้นมา” ไมจังคลายกอดเมรุแต่โดยดี และพูดด้วยน้ำเสียงสั่นคลอน

 

“แต่ตอนนี้เราเลิกกันแล้วนะคะ แล้วรุ่นพี่ก็เป็นคนบอกเลิกเค้าเองด้วย” เมรุพูดเหตุผลขึ้นมา ทำเอาหญิงสาวตรงหน้าจุกจนน้ำตาไหล

 

“เค้าขอโทษ...ตั้งแต่มีข่าวออกมา ทำให้เค้ารู้ว่า เค้ายังรักเมรุจังอยู่” ไมมองหน้าเมรุด้วยใบหน้าที่มีน้ำตานองเอ่อนอง

 

“แต่เค้า...” เมรุหลบตาไปทางอื่น

 

“ชอบมิโอะจังจริง ๆ ซินะ” ไมปาดน้ำตาที่แก้มของตัวเอง คำพูดของไมทำให้เมรุจุกอย่างบอกไม่ถูก

 

“เขารออยู่หน้าโรงเรียนหนิ ไปเถอะ...” ไมยิ้มให้เมรุแสดงถึงความเข้มแข็งของเธอ เมรุมองหน้าไมอย่างเป็นห่วง

 

“เย็นแล้ว...กลับบ้านได้แล้วนะคะ” เมรุยกมือขึ้นไปวางบนศีรษะของไม หญิงสาวผู้เคยเป็นที่รักเบา ๆ แสดงถึงความอบอุ่นของเธอที่มี แล้วเดินออกไป ปล่อยให้ไมยืนมองเธอด้วยความรู้สึกเจ็บปวดเพราะตัวเองทำตัวเองแท้ ๆ

 

 

หน้าโรงเรียน

 

 

                เมรุใช้ความเป็นนักเรียนชมรมกรีฑาวิ่ง 4x100 เมตร เพื่อจะไปหามิโอะที่รออยู่หน้าโรงเรียน แต่กลับพบว่ามิโอะไม่ได้อยู่หน้าโรงเรียนแล้ว – กลับไปแล้วหรอเนี่ย ไม่ได้แลกเมลล์ไว้ เบอร์ก็ไม่มี= =” เมรุมองเวลาในโทรศัพท์ – โธ่เอ้ย...ป่านนี้แล้วหรอเนี่ย แต่เมรุยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ คิดว่ามิโอะยังคงไปได้ไม่ไกล เมรุจึงวิ่งออกจากหน้าโรงเรียนด้วยความเร็ว เผื่อจะไปให้ทันมิโอะ – ทำไมฉันถึงต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยนะ เพราะอะไรกัน?

Share this post


Link to post
Share on other sites

[Mio]

 

 

               จากบันไดทางขึ้นดาดฟ้าลงมาสู่ทางเดินกลับไปยังห้องเรียน ห้องเรียนของเมรุจะถึงก่อนห้องเรียนของมิโอะ เมรุและมิโอะเดินคุยกันอย่างสนิทสนม จนเลยห้องเรียนของเมรุไป กว่ามิโอะจะรู้ตัวก็มาอยู่หน้าห้องเรียนของตัวเองซะแล้ว

 

 

หน้าห้อง ม. ห้อง A

 

 

“ห๊ะ!นี่มันห้องเรียนเค้าหนิ” มิโอะแหงนมองดูป้ายหน้าห้อง แล้วหันมาบอกเมรุด้วยท่าทาง งง ๆ

 

“อ่าว...คุยกันเพลินเลย ดันเดินเลยห้องตัวเองมาซะได้” เมรุยิ้มแห้ง ๆ – แกล้งไม่เนียนเลยนะเมรุจัง

 

“ขอโทษนะ...เดี๋ยวเดินกลับไปส่งนะ” มิโอะคิ้วตกพนมมือขอโทษ แกล้งทำเป็นดูไม่ออก เผลอจับมือเมรุเพื่อจะกลับไปส่ง

 

“ไม่เป็นไรค่ะ ๆ ไม่ต้องเดินไปเดินมาหรอกค่ะ เค้าเดินกลับเองได้” มิโอะจะเดินนำไป แต่เมรุห้ามไว้

 

“อ่า...เอาอย่างนั้นก็ได้ กลับดี ๆ นะ” มิโอะโบกมือลาสั้น ๆ แล้วส่งยิ้มหวานให้เมรุอย่างเคย– ห๊ะ...ลืมเลย

 

“เมรุจัง” เมรุที่เดินหันหลังไปหยุดชะงัก แล้วหันกลับมา

 

“เลิกเรียนแล้วเค้าจะรอที่หน้าโรงเรียนนะ...” มิโอะยิ้มหวานให้อีกรอบ คราวนี้มิโอะสังเกตอาการของเมรุได้ชัดเจนว่าเขินขนาดไหน – เขินอีก ๆ ใจอ่อนซักทีซิ เมรุจัง

 

 

                ใกล้จะถึงเวลาเรียนคาบบ่าย มิโอะจึงชวนซากุระไปเข้าห้องน้ำเป็นเพื่อน - แต่มีมุระชิเกะพ่วงไปด้วย เกาะติดซากุระอย่างกับตังเม ถึงซากุระจะหงุดหงิดรำคาญไปบ้าง แต่ก็เห็นรักกันดี ดีจังเลยน๊า...

 

 

ห้องน้ำ

 

 

                มิโอะ ซากุระ มุราชิเกะ เดินเข้ามาในห้องน้ำที่ใกล้ ๆ มิโอะเดินเข้าห้องน้ำไป ซากุระเข้าห้องแรกแต่ยังไม่ทันปิดประตู มุราชิเกะก็เดินตามเข้าไป

 

 

“นี่!จะเข้าทำไม...ออกไป” ซากุระดันมุราชิเกะ มุราชิเกะก็ยิ่งดันตัวเข้า จนซากุระต้องใช้ไม้ตาย โดยใช้ลูกถีบ ถีบมุราชิเกะออกไป มุราชิเกะกระเด็นจอดในนัดเดียว ซากุระรีบปิดประตูทันที

 

“โหย...ไม่เห็นต้องเล่นแรงอย่างนี้เลย” มุราชิเกะกุมท้องด้วยความจุก แล้วก็เดินเข้าห้องน้ำอีกห้อง

 

“ก็ตัวเองเล่นไม่รู้เรื่องอ่ะ สมน้ำหน้า” ซากุระพูดออกมาจากในห้องน้ำ

 

 

                มิโอะถึงกับส่ายหัว และยิ้มให้กับความน่ารักปนซาดิสของคู่นี้ ทั้งสามคนเพิ่งเข้าห้องน้ำได้ไม่นาน ก็มีคนเข้ามาอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งก็เข้ามาแค่ล้างมือ และก็เม้า มิโอะที่ทำธุระเสร็จแล้วกำลังจะเปิดประตูออกพอดี

 

 

“เขาว่ากันว่ารุ่นพี่ฟุจิกามิเป็นแฟนเก่าของเมรุจัง จริง ๆ น่ะหรอ” นักเรียนคนหนึ่งถามเพื่อนอีกคนที่มาด้วยกัน ยังไมทันได้เปิดประตู มิโอะได้ยินเขาพูดถึงเมรุก็หยุดฟังอย่างตั้งใจ – แฟนเก่าของเมรุจัง อย่างนั้นหรอ

 

“เห็นว่าอย่างนั้นนะ เพิ่งเลิกกันได้ไม่นานเอง” นักเรียนอีกคนตอบไปเท่าที่รู้มา สีหน้าของมิโอะเริ่มเศร้าลงทันที

 

“รุ่นพี่ที่ชมรมฉันน่ะ สนิทกับกับรุ่นพี่ฟุจิกามิ เขาเล่าให้ฟังว่า ตอนนี้เขาโดนแฟนใหม่ทิ้ง ก็เลยจะกลับมาหาเมรุจัง แต่ก็นะ เมรุจังคบกับรุ่นพี่โทโมะนากะอยู่นี่หน่า” เมื่อได้ยินคำว่าแฟนเก่าของเมรุจะกลับมา มิโอะรู้สึกแปลบ ๆ ในใจ

 

“แต่เห็นว่าเมื่อก่อนเขารักกันมากนะ” มิโอะเริ่มน้ำตาคลอทีละนิด ด้วยความกลัวใจของเมรุ แต่ก็ต้องกลั้นไว้แล้วเปิดประตูออกไป นักเรียนสองคนนั้นเห็นมิโอะด้วยท่าทางตกใจ และรีบเดินออกไปทันที – อย่ากลับไปนะ ถึงจะเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัวไปหน่อย แต่อย่าเปลี่ยนไปนะเมรุจัง

 

 

               มิโอะได้แต่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องน้ำ ความคิดมากมายผุดขึ้นมาในหัว น้ำตาที่ว่ากลั้นไว้ กลับไหลออกมาไม่ขาดสาย ซากุระและมุราชิเกะที่แอบฟังเหมือนกันเปิดประตูเดินออกมาแตะไหล่มิโอะเบา ๆ เพื่อปลอบใจ

 

 

ห้อง ม. ห้อง A

 

 

               ระหว่างเรียนคาบบ่าย เด็กสาวที่ร่าเริงสดใส กลับกลายเป็นคนเหม่อลอย ในหัวคิดอะไรมากมาย แววตาที่เคยเปล่งประกาย ก็เศร้าลงอย่างชัดเจน ซากุระได้แต่มองเพื่อนสาวอย่างเป็นห่วง ส่วนมุราชิเกะก็นั่งหลับอย่างสบายใจอยู่ที่โต๊ะหลังที่ติดกับซากุระ ซากุระเปิดสมุดโน้ตของตัวเองแล้วเขียนข้อความลงไป

 

 

“มันไม่มีอะไรหรอก เชื่อฉันซิ” ซากุระส่งสมุดหน้าที่เขียนข้อความวางบนโต๊ะมิโอะที่อยู่ข้าง ๆ มิโอะก้มอ่านข้อความในสมุด แล้วหยิบปากกาของตัวเองเขียนลงไปบ้าง

 

“ฉันไม่เป็นไรหรอก ขอบคุณนะ ^^” มิโอะยื่นสมุดกลับไปให้ซากุระ ซากุระอ่านแล้วหันมามองมิโอะ เธอจึงยิ้มแทนคำว่าไม่เป็นไร ซากุระได้แต่เป็นห่วงเพื่อนสาวอยู่ในใจ

 

 

               หลังเลิกเรียนมิโอะยังคงเหม่อลอยไปที่ตู้ล็อกเกอร์เปลี่ยนรองเท้า เมื่อเปิดล็อกเกอร์ก็เห็นกระดาษแผ่นนึงวางอยู่บนรองเท้า – เห๊!กระดาษอะไรอ่ะ แต่ข้อความในนั้นกลับทำให้เธอน้ำตาคลออีกครั้ง – ทะ...ทำไม ซากุระและมุราชิเกะเห็นมิโอะนิ่งไปเลยเดินเข้ามาดูว่าเป็นอะไรไป

 

 

“เลิกยุ่งกับเมรุจังซะ” มุราชิเกะอ่านข้อความในกระดาษที่มิโอะถือ เหมือนเป็นการตอกย้ำให้มิโอะเจ็บมากขึ้น ทำให้เธอน้ำตาไหลออกมาอย่างเสียไม่ได้ – นี่เป็นเรื่องจริงใช่มั้ย?...ทำไมตัวฉันมันชาอย่างนี้ :’(

 

“จะอ่านออกเสียงทำไมเล่า” ซากุระตีไปที่แขนของมุระชิเกะ มุระชิเกะรีบขอโทษขอโพยทันที ซากุระดึงกระดาษแผ่นนั้นจากมือมิโอะแล้วขยำทิ้ง

 

“กลับกันเถอะ” ซากุระเอ่ยชวนมิโอะที่ยืนนิ่ง และก็เดินไปแต่โดยดี – ฉันต้องพบกับเมรุจัง ให้ฉันออกไปจากชีวิตเมรุจัง ฉันทำไม่ได้หรอก!!! แต่เมื่อมาถึงหน้าโรงเรียนมิโอะกลับหยุดเดิน

 

 

หน้าโรงเรียน

 

 

“ฉันจะรอเมรุจัง ฉันบอกเขาว่าจะรอหน้าโรงเรียน” มิโอะเอ่ยออกมาเสียงเบา ๆ – ฉันต้องพบเมรุจัง

 

“เอางั้นหรอ?” ซากุระหยุดเดินแล้วหันมาถามมิโอะ ด้วยความเป็นห่วง มิโอะพยักหน้า มั่นใจ

 

“งั้น...ฉันกลับก่อนนะ ดูแลตัวเองด้วย” ซากุระโบกมือสั้น ๆ บอกลาเพื่อนสาว โดยมีมุราชิเกะเดินตามไป

 

 

                แดดยามเย็นค่อย ๆ จางลงเป็นแสงสีส้ม ลมเย็น ๆ พัดใบไม้ที่ร่วงลงมาพลิ้วไปตามลม เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง เมรุก็ยังไม่ออกมาจากโรงเรียน ทำให้มิโอะคิดไกลเข้าไปอีก – ทำไมยังไม่ออกมาอีกนะ หรือว่ากลับไปแล้ว เธอไม่อยากกลับกับฉันซินะเมรุจัง :’( คิดได้อย่างนั้นมิโอะก็ตัดสินใจก้าวเท้าเดินออกไป ความคิดต่าง ๆ นา ๆ ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง มิโอะเดินอย่างเหม่อลอยไกลออกจากโรงเรียนทุกที ๆ ใบหน้าที่เลอะคราบน้ำตา เช็ดเท่าไหร่น้ำตาก็ไหลออกมาเหมือนเดิม – ฉันจะทำยังไงดีเมรุจัง :’(ขอร้องล่ะ

 

 

“รุ่นพี่...” เสียงคุ้นเคยตะโกนมาจากข้างหลัง – หรือว่าจะ...

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอนที่ 4 - ฉันเกลียดเธอ

[Meru]

                

 

                 เสียงฝีเท้ารัวของหญิงสาวที่วิ่งออกมาจากหน้าโรงเรียน ไปตามทางเดินริมถนน บนสะพานข้ามแม่น้ำ ก็ยังไม่เจอวี่แววเด็กสาวที่เธอกำลังวิ่งตามให้ทัน จนตอนนี้เธอได้วิ่งมาถึงทางถนนเล็ก ๆ ทางเข้าหมู่บ้าน – อ๊ะ ชุดนักเรียน ตัวเล็ก ๆ ผมสั้นแบบนี้ ไม่ผิดแน่

 

 

“รุ่นพี่...” เมรุตะโกนสุดเสียงเพื่อให้หญิงสาวตรงทางข้างหน้าได้ยิน มิโอะหยุดเดินแล้วหันมาโดยไม่ทันสังเกต ว่าตัวเองยืนอยู่ตรงทางแยกพอดี

 

“ปริ้น ๆ...” เสียงแตรรถสี่ล้อที่ดังมาจากทางด้านข้าง มิโอะที่กำลังเหม่อ ยืนนิ่งมองรถที่กำลังจะพุ่งเข้าหาเธอด้วยดีหน้าตกใจแต่ไม่ยอมหลบรถ เมรุเห็นดังนั้นจึงเพิ่มสปีดความเร็วไม่ให้เสียชื่อชมรมกรีฑา ระยะทางที่ไม่ห่างมากเมรุจึงวิ่งมาดึงตัวมิโอะได้ทัน “ปัก!!” ข้อมือของเมรุไปชนกับเสาไฟถนนอย่างแรง มิโอะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความกลัว แต่ในเวลานี้เมรุไม่ได้ห่วงตัวเองแต่อย่างใด คนตรงหน้ามากกว่าที่เป็นห่วงเหลือเกิน

 

“เป็นอะไรมั้ยหนู” หญิงมีอายุเจ้าของรถเลื่อนกระจกรถลงมาถามไถ่อาการ

 

“ไม่เป็นไรค่ะ” เมรุตอบไปแบบยิ้ม ๆ หญิงมีอายุยิ้มกลับแล้วขับรถออกไป

 

“ทำไมถึงยืนนิ่งไม่ยอมหลบรถล่ะ เกือบตายแล้วรู้มั้ย” เมรุนั่งลงตรงหน้ามิโอะ และเผลอต่อว่ามิโอะด้วยความเป็นห่วง มิโอะมองหน้าเมรุ น้ำตาที่กลั้นไว้ไม่อยู่ก็ไหลออกมา – นะ...นี่เราทำมิโอะร้องไห้ TT

 

“คะ...เค้าขอโทษ” เมรุก้มหน้ารู้สึกผิดที่ทำให้มิโอะร้องไห้

 

“เมรุจังเป็นห่วงเค้าใช่มั้ย?” มิโอะถามเมรุด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น – อย่าร้องไห้ซิ จะร้องตามแล้วนะ :’(

 

“อะ...อื้อ” เมรุไม่กล้าสบตามิโอะแม้แต่น้อย  – เป็นห่วงมาก ๆ เลยต่างหาก

 

“เมรุจังไม่ได้เกลียดเค้าใช่มั้ย?” น้ำเสียงที่ดูจริงจัง ปนเสียงสะอึกสะอื้นของมิโอะ ทำให้เมรุที่หลบตา หันกลับมามองตารูปทรงเม็ดมะม่วงหิมพานต์อีกครั้ง – ทำไมถึงคิดอย่างนั้นนะมิโอะจัง

 

 

               มือเรียวค่อย ๆ ยกขึ้นประคองใบหน้าเช็ดน้ำตาที่อาบแก้มเนียนใสของคนที่อยู่ตรงหน้า แววตาสองคู่มองเห็นกันและกันอย่างชัดเจน ใบหน้าของทั้งสองคนค่อย ๆ ใกล้เข้าหากัน เมรุค่อย ๆ เลื่อนริมฝีปากประทับเปลือกตาที่หลับพริ้ม เมรุค่อย ๆ เลื่อนใบหน้าออกมา มองตามิโอะอีกครั้ง

 

 

“เค้าเกลียด...เกลียดมิโอะจังมาก ๆ เลย” เมรุยิ้มออกมาให้มิโอะสบายใจ ว่าเธอไม่ได้เกลียดจริง และนั่นก็ทำให้มิโอะยิ้มออกมา

 

“เมรุจัง” มิโอะโผกอดเมรุด้วยความดีใจ ทำให้เมรุหน้าแดงด้วยความเขิน เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้กอดกับมิโอะ แต่เมรุก็ยกแขนโอบกอดกลับด้วยความเต็มใจ

 

“เมรุจังเรียกเค้าว่ามิโอะจังแล้ว ดีใจจังเลย” มิโอะพูดระหว่างอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นของเมรุ น้ำตาที่ไหลออกมา ไม่ใช่เพราะความเศร้า เสียใจ แต่เป็นน้ำตาที่แสนดีใจ ที่เมรุรับมิโอะเป็นเพื่อนสนิท แม้ว่าเมรุไม่ได้บอกว่าชอบตรง ๆ ก็ตาม

 

“กลับบ้านกัน” เมรุพายมือให้มิโอะยืนขึ้น มิโอะจับมือเมรุแล้วยืนขึ้น

 

“โอ้ย...” เมรุเผลอยืนมือที่โดนเสาไฟถนน จึงทำให้เธอเจ็บจนร้องออกมา ข้อมือขวาที่มีจุดช้ำสีเขียวเกือบม่วงเห็นชัดเจนกับผิวสีขาว

 

“เมรุจัง...ข้อมือช้ำหนิคะ” มิโอะมองหน้าเมรุด้วยความเป็นห่วง – หยุดหน้าแบบนี้ซักทีเถอะหน่า-///-

 

“เพราะเค้าแท้ ๆ เลย” มิโอะทำหน้าเหมือนจะร้องอีกแล้ว – เง้อ...อย่าร้องไห้นะ โอ๋ ๆ

 

“ไม่เป็นไรหรอกหน่า ไกลหัวใจ” เมรุยิ้มให้มิโอะอย่างกวน ๆ แล้วก็เดินนำไป มิโอะทำหน้าบู้ วิ่งสั้น ๆ ตามไปเดินข้างเมรุ

 

“แต่ร้องขนาดนี้ กระดูกไม่เป็นไรหรอคะ ไปหาหมอดีกว่ามั้ย” มิโอะถามด้วยความเป็นห่วง

 

“หน่า ๆ...โอะ...โอยยย” เมรุเผลอใช้มือขวาโบกมือที่หน้า จำเกิดอาการเจ็บอีก– ซวยชะมัดเลยเรา - -

 

“น่ะ เห็นมั้ย ดื้อจริง ๆ เลย” มิโอะอดไม่ได้กับความดื้อของเมรุ แต่ก็อดมีความสุขไม่ได้ที่คนที่เดินข้าง ๆ ตอนนี้เป็นเมรุจัง คนที่เธอชอบที่สุด

 

 

                เมรุและมิโอะเดินทางกลับบ้านด้วยกันอีกครั้ง ถึงจะเป็นระยะทางที่สั้น แต่ก็เป็นเวลาที่เป็นความทรงจำได้เป็นอย่างดี – ฉันแลกเมลล์กับมิโอะจังแล้วล่ะ ได้เบอร์โทรมาด้วย ยัตต้า~แต่ก็นะ...ขนาดพิมพ์ข้อความในมือถือยังลำบากเลย เพราะอาการเจ็บข้อมือแท้ ๆ แต่มิโอะจังก็บอกมาว่า “ถ้าพิมพ์ข้อความไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะ ไว้หายดีแล้วค่อยคุยเมลล์กันก็ได้” อ่อนโยนจังเลยน๊า...ฉันชอบมิโอะจังก็ตรงนี้แหละ

 

 

บ้านทาชิมะ

 

 

“กลับมาแล้วค๊า...” เมรุพูดหลังจากเปิดประตูเข้ามาในบ้าน

 

“กลับมาแล้วหรอจ้ะ” คุณแม่ที่ยังวุ่น ๆ เตรียมอาหารอยู่ในครัว พูดโต้กลับมา

 

“อาบน้ำเสร็จแล้วลงมาทานข้าวนะลูก เดี๋ยวคุณพ่อก็กลับมาแล้ว” เมรุเดินขึ้นบันไดไปชั้น 2เพื่อที่จะไปห้องนอนของตัวเองพร้อมกับฟังคุณแม่ไปด้วย

 

“ค๊า...” เสียงเมรุก้องลงมาจากข้างบนเพราะเดินพ้นบันไดไปแล้ว

 

 

ห้องนอนเมรุ

 

 

                เมรุจัดการวางกระเป๋าไว้ข้าง ๆ โต๊ะเขียนหนังสือ แล้วทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนอย่างหมดแรง แต่ยังไม่ทันได้พักหายใจ เมลล์ข้อความก็ถูกส่งเข้ามาในมือถือของเธอ – อ่า...ของมิโอะจังนี่หน่า

 

“ถึงบ้านแล้วซินะ ทานข้าว ทานยาแก้อักเสบด้วยนะคะ^^<3~”ข้อความที่ปรากฏในเมลล์ – เห๊...ส่งมาตรงเวลาดีแหะ แอบตั้งกล้องไว้ในห้องหรือป่าวเนี่ย เมรุหันซ้าย หันขวา มองไปทั่วห้อง – บ้า ก็คิดไปนั่น

 

“ถึงบ้านแล้วค่ะ กำลังจะอาบน้ำ ลงไปกินข้าว แปรงฟัน แล้วก็นอน ... มิโอะจังก็อย่าลืมทานข้าวนะคะ” ถึงจะมือเจ็บแต่ฉันก็พยายามใช้มือข้างซ้ายพิมพ์อย่างทุลักทุเล แล้วกดส่งไปให้มิโอะทันที

 

 

โต๊ะทานข้าว

 

 

                เมื่ออาบน้ำเสร็จเมรุก็เดินลงมาทานข้าวข้างล่าง โดยมีคุณพ่อนั่งรออยู่ คุณแม่ก็กำลังตั้งโต๊ะอาหาร เมรุจึงเดินไปช่วยคุณแม่อีกแรง แต่ว่าข้อมือไม่อำนวย จนคุณแม่จับสังเกตได้

 

 

“ข้อมือไปโดนอะไรมาลูก” คุณแม่วางอาหารไว้ที่เดิมแล้วหันมาสนใจข้อมือของลูกสาวแทน

 

“เอ่อ..คือ...ซะ...ซ้อมวิ่ง...แล้วล้มนิดหน่อยค่ะ” เมรุตะกุกตะกักไม่กล้าบอกความจริง มือพรานเกาน่องเสียบุคลิก

 

“เจ็บมากหรือเปล่า” คุณแม่กดเบา ๆ ที่รอยช้ำ

 

“โอ๊ย...”ฉันร้องออกมาด้วยความเจ็บ

 

“ร้องขนาดนั้นเป็นที่กระดูกแล้วมั้งลูก ไปหาหมอดีกว่า” คุณพ่อที่นั่งอ่านหนังสือรอตั้งโต๊ะเสร็จพูดออกมาด้วยความเป็นห่วง – จากนั้นฉันก็โดนพาไปหาหมอ โดยคุณพ่อ แล้วก็ตรวจพบว่าแค่ช้ำในเฉย ๆ แต่ก็ได้ยาแก้อักเสบมา ดีนะพรุ่งนี้เป็นวันหยุด

 

 

บ้านทาชิมะ

 

 

                หลังจากที่กลับมาจากคลินิกใกล้บ้าน ก็ทานอาหารกันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่เมรุก็ยังใช้ตะเกียบข้างซ้ายอย่างทุลักทุเล เมื่อทานเสร็จก็ไปแปรงฟันเตรียมตัวเข้านอน

 

 

ห้องนอนเมรุ

 

                ไฟห้องถูกดับลง หญิงสาวนอนราบอยู่บนเตียง มีแต่แสงจากมือถือเท่านั้น ที่ตอนนี้เมรุกำลังส่งเมลล์หามิโอะ

 

“มิโอะจังนอนหรือยัง ทางนี้กำลังจะนอนแล้วนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” ข้อความที่เมรุพิมพ์

 

“กำลังจะนอนแล้วเหมือนกัน ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” ส่งไปไม่ทันไรมิโอะก็ส่งเมลล์กลับมาทันที ทำให้เมรุยิ้มออกมา – ความรักมันเป็นแบบไหนกันนะ มิโอะจัง...เธอทำให้ฉันได้รู้ทีละนิด ๆ แล้วล่ะนะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

[Mio]

 

 

“รุ่นพี่...” เสียงคุ้นเคยตะโกนมาจากข้างหลัง – หรือว่าจะ...มะ...เมรุจัง มิโอะหยุดเดินแล้วหันมาโดยไม่ทันสังเกต ว่าตัวเองยืนอยู่ตรงทางแยกพอดี

 

 

“ปริ้น ๆ...” เสียงแตรรถสี่ล้อที่ดังมาจากทางด้านข้าง มิโอะที่กำลังเหม่อ ยืนนิ่งมองรถที่กำลังจะพุ่งเข้าหาเธอด้วยดีหน้าตกใจ – ทะ...ทำไม ตัวฉันถึงรู้สึกเกร็งไปหมด ไม่น๊า... รถที่กำลังพุ่งมาทำให้มิโอะหลับตาปี๋รอรับชะตากรรม แต่เพียงแว๊บเดียวเท่านั้นก็รู้สึกเหมือนโดนดึงและเหวี่ยงอย่างแรง “ปัก!!” ไม่ใช่ร่างกายของมิโอะไปโดนอะไรแต่อย่างใด แต่เป็นข้อมือของเมรุต่างหากไปชนกับเสาไฟถนนอย่างแรง มิโอะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นด้วยความกลัว – ฉัน...ยังไม่ตาย

 

 

“เป็นอะไรมั้ยหนู” เสียงหญิงมีอายุเจ้าของรถเลื่อนกระจกรถลงมาถามไถ่อาการ

 

“ไม่เป็นไรค่ะ” เมรุตอบไปแบบยิ้ม ๆ หญิงมีอายุยิ้มกลับแล้วขับรถออกไป – เสียงนั่น เมรุจังหรอ เธอช่วยฉันไว้หรอ...

 

 

“ทำไมถึงยืนนิ่งไม่ยอมหลบรถล่ะ เกือบตายแล้วรู้มั้ย” เมรุนั่งลงตรงหน้ามิโอะ และเผลอต่อว่ามิโอะด้วยความเป็นห่วง มิโอะมองหน้าเมรุ – เมรุจริง ๆ ด้วย เพียงแค่คนตรงหน้าคือเมรุคนที่อยากให้อยู่ด้วยตอนนี้มากที่สุด น้ำตาก็ไหลออกมาอย่างไม่มีเหตุผล

 

“คะ...เค้าขอโทษ” เมรุก้มหน้ารู้สึกผิดที่ทำให้มิโอะร้องไห้ – ไม่ใช่...ไม่ใช่เรื่องนั้น ที่ฉันร้องไห้เพราะเธออยู่ตรงนี้ ข้างหน้าฉัน เธอไม่ได้ทิ้งฉันไปไหน :’(

 

“เมรุจังเป็นห่วงเค้าใช่มั้ย?” คำถามมากมายที่อัดอั้นอยู่ในใจ ในที่สุดมิโอะก็ถามออกมาด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น

 

“อะ...อื้อ” เมรุไม่กล้าสบตามิโอะแม้แต่น้อย แต่นั่นก็ทำให้มิโอะยิ้มในใจ  – เธอเป็นห่วงฉันจริง ๆ หรอ ดีใจจัง

 

“เมรุจังไม่ได้เกลียดเค้าใช่มั้ย?” น้ำเสียงที่ดูจริงจัง ปนเสียงสะอึกสะอื้นของมิโอะ ทำให้เมรุที่หลบตา หันกลับมามองตารูปทรงเม็ดมะม่วงหิมพานต์อีกครั้ง – ขอร้องล่ะเมรุจัง คำตอบต่อไปนี้ฉันกลัวเหลือเกิน TT

 

 

               ใบหน้าที่เลอะน้ำตาถูกเช็ดเบา ๆ ด้วยนิ้วเรียว มืออุ่นจากคนตรงหน้า ประคองใบหน้าของมิโอะอย่างอ่อนโยน แววตาสองคู่มองเห็นกันและกัน ถึงแม้ว่าจะมีม่านน้ำตาขั้นให้มองเห็นคนตรงหน้าไม่ชัดเท่าไหร่ ใบหน้าของทั้งสองคนค่อย ๆ ใกล้เข้าหากัน “ตึก ๆ” หัวใจเริ่มเต้นแรง รู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก มิโอะหลับตาพริ้มพร้อมรับความรู้สึก ริมฝีปากนิ่มประทับบนเปลือกตาที่ปิดลง – ความรู้สึกนี้มัน...อบอุ่นจัง ^____^ เมรุค่อย ๆ เลื่อนใบหน้าออกมา มิโอะค่อย ๆ ลืมตามองตาเมรุอีกครั้ง – แววตาที่จริงใจนั่น...แย่แล้ว...ใจเต้นไม่หยุดเลย

 

 

“เค้าเกลียด...เกลียดมิโอะจังมาก ๆ เลย” เมรุยิ้มออกมาให้มิโอะสบายใจ – มะ...มะ...มะ...มิโอะจัง อย่างนั้นหรอ? เมรุจังเรียกชื่อเค้าแล้ว อย่างนั้นหรอ? ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย?

 

“เมรุจัง” มิโอะโผกอดเมรุด้วยความดีใจ เมรุหน้าแดงด้วยความเขิน เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้กอดกับมิโอะ เมรุยกแขนโอบกอดกลับด้วยความเต็มใจ – อุ่นจัง ><

 

“เมรุจังเรียกเค้าว่ามิโอะจังแล้ว ดีใจจังเลย” มิโอะพูดระหว่างอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นของเมรุ น้ำตาที่ไหลออกมา ไม่ใช่เพราะความเศร้า เสียใจ แต่เป็นน้ำตาที่แสนดีใจ ที่เมรุรับมิโอะเป็นเพื่อนสนิท แม้ว่าเมรุไม่ได้บอกว่าชอบตรง ๆ ก็ตาม

 

“กลับบ้านกัน” เมรุพายมือให้มิโอะยืนขึ้น มิโอะปาดน้ำตาที่แก้มตัวเองแล้วจับมือเมรุยืนขึ้น

 

“โอ้ย...” เมรุเผลอยื่นมือที่โดนเสาไฟถนน จึงทำให้เธอเจ็บจนร้องออกมา ข้อมือขวาที่มีจุดช้ำสีเขียวเกือบม่วงเห็นชัดเจนกับผิวสีขาว

 

“เมรุจัง...ข้อมือช้ำหนิคะ” มิโอะมองหน้าเมรุด้วยความเป็นห่วง – เสียงที่ดังตอนที่มาช่วยฉันแน่เลย

 

“เพราะเค้าแท้ ๆ เลย” มิโอะทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เมรุจึงรีบพูดกลับ

 

“ไม่เป็นไรหรอกหน่า ไกลหัวใจ” เมรุยิ้มให้มิโอะอย่างกวน ๆ แล้วก็เดินนำไป– นิสัยกวน ๆ นี่มาจากไหนกันนะ มิโอะทำหน้าบู้ วิ่งสั้น ๆ ตามไปเดินข้างเมรุ

 

“แต่ร้องขนาดนี้ กระดูกไม่เป็นไรหรอคะ ไปหาหมอดีกว่ามั้ย” มิโอะถามด้วยความเป็นห่วง

 

“หน่า ๆ...โอะ...โอยยย” เมรุเผลอใช้มือขวาโบกมือที่หน้า จนเกิดอาการเจ็บอีก– นั่นไง ยังไม่ทันขาดคำ - -

 

“น่ะ เห็นมั้ย ดื้อจริง ๆ เลย” มิโอะอดไม่ได้กับความดื้อของเมรุ แต่ก็อดมีความสุขไม่ได้ที่คนที่เดินข้าง ๆ ตอนนี้เป็นเมรุจัง คนที่เธอชอบที่สุด

 

 

                เมรุและมิโอะเดินทางกลับบ้านด้วยกันอีกครั้ง ถึงจะเป็นระยะทางที่สั้น แต่ก็เป็นเวลาที่เป็นความทรงจำได้เป็นอย่างดี – เมรุจังแลกเมลล์ และเบอร์โทรกับฉัน อิอิ...คืนนี้จะได้คุยกับเมรุแล้วซินะ แต่ว่านะ...ข้อมือเจ็บแล้วจะพิมพ์ข้อความยังไง แต่ฉันก็บอกเมรุจังแล้วนะว่า “ถ้าพิมพ์ข้อความไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรนะ ไว้หายดีแล้วค่อยคุยเมลล์กันก็ได้” ฉันจะเดินไปส่งก็ไปไม่ยอม แต่เอาเถอะ...

 

 

บ้านโทโมะนากะ

 

 

“กลับมาแล้วค๊า...” มิโอะพูดขณะที่กำลังปิดประตูบ้าน และจัดการถอดรองเท้าและเดินเข้าบ้าน

 

“กลับมาแล้วหรอจ้ะ ทำไมวันนี้กลับเย็นจังล่ะลูก” คุณแม่ที่นั่งดูทีวีอยู่ เดินมาคุยกับลูกสาวตรงทางเดินหน้าห้องรับแขก

 

“อ่ะ อ๋อ...พอดี...หนูยุ่งเรื่องชมรมนิดหน่อยค่ะ คุณแม่ดูอะไรอยู่หรอคะ” มิโอะไม่กล้าบอกความจริง ทำเนียนคุยเรื่องอื่น มิโอะเดินมายืนดูโทรทัศน์ด้วยความสนใจ

 

“อ่อ...ดูเขาทำขนมไดฟุกุอยู่น่ะลูก กะว่าจะลองทำดู” คุณแม่ที่เดินตามเข้ามาแล้วมานั่งที่เก่า

 

“งั้นขอหนูเป็นลูกมือนะคะ” มิโอะยิ้มอ้อนคุณแม่เหมือนอย่างเคย – เรื่องทำขนมขอให้บอก

 

“ให้หนูช่วย ไดฟุกุก็เค็มหมดซิจ้ะ” คุณแม่หยอกล้อเล่นกับลูกสาวอย่างอารมณ์ดี – โหย...พลาดครั้งเดียวแซวใหญ่เลยนะคะคุณแม่-3-

 

“ง่า...คุณแม่อ่า...” มิโอะทำแก้มป่องใส่คุณแม่ แล้วทั้งสองก็พากันหัวเราะออกมา

 

“ขอตัวขึ้นข้างบนก่อนนะคะ” มิโอะยิ้มให้คุณแม่แล้วก็เดินขึ้นห้องไป

 

 

ห้องนอนมิโอะ

 

 

                มิโอะหยิบมือถือของออกมาจากกระเป๋านักเรียนแล้วแขวนกระเป๋านักเรียนไว้ตรงตะขอแขวนผ้า เธอเดินไปหยิบตุ๊กตาหมูที่วางอยู่บนหัวที่นอนแล้วมานั่งกอดที่เก้าอี้โต๊ะเขียนหนังสือ เธอหยิบมือถือเตรียมพิมพ์ส่งเมลล์ให้เมรุ

 

 

“ถึงบ้านแล้วซินะ ทานข้าว ทานยาแก้อักเสบด้วยนะคะ ^^<3~”ข้อความที่มิโอะพิมพ์ไปหาเมรุ – อ๊ะ...เผลอพิมพ์หัวใจไปซะได้ พิมพ์เองเขินเองล่ะทีนี้ >///<พิมพ์ส่งไปได้ไม่นาน เสียงเมลล์เข้าก็ดังขึ้นมาทันที

 

“ถึงบ้านแล้วค่ะ กำลังจะอาบน้ำ ลงไปกินข้าว แปรงฟัน แล้วก็นอน ... มิโอะจังก็อย่าลืมทานข้าวนะคะ” เมลล์ที่เมรุส่งมาทำให้มิโอะเขินจนหน้าแดงขึ้นไปอีก รัดตุ๊กตาหมูจนบี้แบน“ก๊อก ๆ ๆ” เสียงเคาะประตูห้องทำให้มิโอะสะดุ้งออกจากภวังค์

 

“มิโอะจัง...ลงไปทานข้าวได้แล้วลูก คุณพ่อกลับมาแล้ว” – อ่า...เสียงคุณแม่นั่นเอง -3-

 

“ค๊า...” มิโอะพูดตอบกลับไปวางมือถือกับตุ๊กตาหมูไว้บนโต๊ะแล้วเดินลงไปทานข้าวข้างล่าง

 

 

โต๊ะอาหาร

 

 

“ทานแล้วนะคะ” มิโอะเตรียมพร้อมลงมือทานอาหารฝีมือคุณแม่

 

“เชิญจ้า...มิโอะจัง พรุ่งนี้ไปไหนหรือป่าวลูก” คุณแม่เริ่มบทสนทนา

 

“อืม...ไม่ได้ไปไหนค่ะ ทำไมหรอคะ” มิโอะที่ถือตะเกียบค้างไว้ที่มือตอบคำถามพร้อมคีบอาหารเข้าปาก

 

“เปล่าหรอกจ้ะ แค่จะให้ออกไปซื้อของแทนแม่หน่อย” – พรุ่งนี้วันหยุดหนินะ ดีกว่าอยู่บ้านเฉย ๆ จริงซิ!!ชวนเมรุจังไปด้วยดีกว่า ^_____^

 

“ได้เลยค๊า...” มิโอะยิ้มอย่างร่าเริง เมื่อคิดว่าพรุ่งนี้จะได้ออกไปข้างนอกกับเมรุเป็นครั้งแรกในวันหยุด และพฤติกรรมนี้ก็ทำให้คุณพ่อกับคุณแม่หน้ากันอย่างสงสัยลูกสาวตัวเอง

 

 

ห้องนอนมิโอะ

 

 

               ประตูห้องถูกปิดลงเบา ๆ กำลังจะหยิบโทรศัพท์โทรไปถามเมรุเรื่องพรุ่งนี้ แต่ต้องหยุดความคิด เมื่อมีอีกความคิดแทรกเข้ามาในหัว – ไว้ค่อยไปชวนที่บ้านพรุ่งนี้ดีกว่า หลังจากที่คิดได้แบบนั้นก็วางโทรศัพท์ลง แล้วหยิบผ้าขนหนูไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอนทันที

 

 

ผ่านไปครึ่งชั่วโมง

 

 

                มิโอะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เดินเข้ามาในห้องอย่างสบายตัว เดินเอาผ้าขนหนูตากไว้ แล้วเดินมาหยิบมือถือกะจะส่งเมลล์ไปหาเมรุก่อนนอน แต่ยังไม่ทันได้กดพิมพ์ข้อความ เมลล์ก็เข้ามาซะก่อน และเมลล์ที่เข้ามานั้นทำให้มิโอะยิ้มออกมาอย่างอัตโนมัติ

 

 

“มิโอะจังนอนหรือยัง ทางนี้กำลังจะนอนแล้วนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” – จะนอนพร้อมกันเลย จะว่าบังเอิญหรืออะไรดีนะ

 

“กำลังจะนอนแล้วเหมือนกัน ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” มิโอะพิมพ์ข้อความส่งกลับไปกลับไปทันที พร้อมรอยยิ้มกับแก้มที่แดงฝาดด้วยความเขิน – ทำไมฉันถึงรู้สึกกับเธอมากขนาดนี้นะเมรุจัง เธอกำลังทำให้ฉันบ้า ยิ้มให้โทรศัพท์บ่อยไปแล้วนะ ><

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอนที่ 5 จูบ

[Meru]

                

                แสงสว่างสีทองสอดส่องลอดผ่านผืนผ้าม่านสีขาว สาวน้อยใบหน้าเรียวยาว เปลือกตาที่มีขนตาดกหนาค่อย ๆ ลืมตาจากการหลับใหลตลอดคืน – เช้าแล้วซินะ หญิงสาวค่อย ๆ พยุงร่างของตัวเองขึ้นมานั่งด้วยความงัวเงีย พร้อมกับบิดขี้เกียจไปมา – อื้อออออ...((เสียงบิดขี้เกียจ))...วันหยุดนี่นะวันนี้ จะมีใครชวนไปไหนหรือเปล่าเนี่ย มือก็เจ็บ...เมรุยกมือขวาที่มีรอยช้ำยังไม่จางหายขึ้น – หน้ามิโอะจังก็ลอยเข้ามาเลยแหะ ฝากรอยให้นึกถึงหรือไงกัน เมรุขำตัวเองเบา ๆ

 

               นั่งคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่บนที่นอนซักพัก เมรุจึงหย่อนขาลงจากที่นอนเพื่อเดินไปเปิดผ้าม่านให้แสงสว่างเข้าห้องก่อนที่จะเดินไปเปิดประตูลงไปข้างล่าง

 

“อรุณสวัสดิ์ค๊า...” เมรุกล่าวทักทายตอนเช้าเมื่อเห็นคุณแม่กำลังเตรียมอาหารเช้า ด้วยสภาพเอื่อย ๆ เหมือนคนเพิ่งตื่นนอน – ก็เพิ่งตื่นนอนน่ะซิ ((พูดกับใคร?))

 

“อรุณสวัสดิ์จ้า...เจ็บมืออยู่หรือเปล่า วันนี้ไม่ต้องช่วยแม่ทำก็ได้นะลูก” คุณแม่กล่าวทักทายกลับด้วยรอยยิ้ม และถามด้วยความเป็นห่วงก่อนที่ลูกสาวสุดขยันจะเข้าไปช่วยเหลือในครัว

 

“ก็...ยังเจ็บอยู่ค่ะ” เมรุยกมือขึ้นมาขยับทดสอบความเจ็บ

 

“งั้น...หนูก็ไปอาบน้ำแล้วลงมาทานข้าวแล้วกันนะ” คุณแม่หันมาพูดกับเมรุที่ยืนอยู่หน้าครัว แล้วหันไปทำอาหารต่อ

 

“ค๊า...” เมรุขานรับ แล้วเดินขึ้นข้างบนเพื่อจะไปอาบน้ำ เดินสวนกับคุณพ่อพอดี

 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” เมรุกล่าวทักทายเมื่อเดินสวนกับคุณพ่อที่กำลังจะลงบันไดไปข้างล่างพอดี

 

“อื้อ...อรุณสวัสดิ์” คุณพ่อกล่าวทักทายลูกสาวพร้อมเดินลงบันได

 

“ลูกสาวเรานี่ดีจังเลยน๊า...ไม่ต้องให้พ่อแม่คอยปลุกตอนเช้า” คุณพ่อพูดพรางนั่งลงบนเก้าอี้โต๊ะทานข้าว ที่มีหนังสือพิมพ์ และชาร้อนวางอยู่บนโต๊ะเตรียมไว้ให้แล้ว

 

“นั่นซินะคะ” คุณแม่หันมายิ้มให้คุณพ่อก่อนจะเดินไปล้างมือ– นินทาอ่ะ ได้ยินนะคะ-3-

 

 

เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง

โต๊ะทานข้าว

 

 

                บนโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารรสเลิศจากฝีมือคุณแม่ ทำให้เด็กสาวที่หลงใหลในการกินหน้าระรื่น และกินอย่างไม่หยุดหย่อน แม้ว่าสภาพมือข้างขวาจะไม่เอื้ออำนวยซักเท่าไหร่ก็ตาม

 

“ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้ค๊า...” เมรุพนมมือกล่าวหลังทานเสร็จ – แอร๊...อร่อยยยย

 

“เน๊...เมรุจัง ที่โรงเรียนเป็นยังไงบ้าง มีเพื่อนหรือยัง” คุณแม่ถามเมื่อเห็นเมรุทานเสร็จ

 

“อ่อค่ะ...ถึงจะเปลี่ยนห้องใหม่ แต่ก็เจอเพื่อนตอน ม.1บ้างค่ะ แล้วก็...ได้เพื่อนใหม่มาด้วย” – อยู่ ๆ ก็นึกถึงมิโอะขึ้นมาซิหน่า ก็เพิ่งเผลอเรียกชื่อเล่นไป ยังอยากแกล้งอีกซักหน่อยเชียว

 

“จริงหรอจ้ะ ดีจังเลยน๊า...ไว้พามาเล่นที่บ้านบ้างซิ” – เห๊...จะดีหรอคะ ถ้ามาหาที่บ้านจริง ฉันคงนั่งตัวเกร็งหมดน่ะซิ

 

                “ติ๊งหน่อง ๆ ”  เสียงอ็อดหน้าบ้านดังขึ้นมาพอดี ทำให้จบบทสนทนากะทันหัน

 

“อ๊ะ...ใครมากดกริ่งหน้าบ้านแต่เช้า” คุณแม่ที่ทานข้าวเสร็จแล้วเหมือนกันรีบลุกไปดูหน้าบ้าน

 

“งั้นพ่อไปทำงานละ เดี๋ยวจะสาย ไปแล้วนะ” คุณพ่อลุกขึ้นจากเก้าอี้โต๊ะอาหาร หยิบสูทและกระเป๋าเดินตรงไปหน้าบ้านตามคุณแม่ไป

 

“ไปดีมาดีนะคะ” เมรุขานรับไล่หลัง พร้อมลุกขึ้นเก็บจาน

 

 

               คุณแม่หายไปสักพักก่อนจะกลับเข้ามา – อ่ะ....คนเดียว มีเด็กมากดเล่นซินะ - - เมรุเห็นคุณแม่เดินมาคนเดียวไม่ได้พาใครเข้ามาด้วย เคลียโต๊ะเสร็จกำลังจะขึ้นไปบนห้องอ่านหนังสือ แต่คุณแม่มาเรียกไว้ก่อน

 

“เมรุจัง มีเพื่อนมาหาน่ะลูก แม่ให้รออยู่ห้องรับแขก เอาน้ำกับขนมไปเสิร์ฟด้วยล่ะ” - เห๊?...ใครมากันนะ คุณแม่พูดเสร็จก็เดินไปล้างจานตรงครัว

 

 

                เมรุเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบเหยือกน้ำรินใส่แก้ว แล้วจัดเอาคุกกี้ของตัวเองวางใส่จานอย่างดี โดยหยิบแก้วน้ำไปก่อนเพราะถือสองมือไม่ได้ เมรุเดินไปยังห้องรับแขกอย่างระมัดระวัง

 

 

                เมื่อมาถึงห้องรับแขกก็ทำเอาเมรุใจเต้นแรง แค่เห็นเพื่อนที่มาหานั้นคือมิโอะที่กำลังนั่งยิ้มให้เมรุอยู่ที่โซฟา ปรี๊ดดดด...ความร้อนในตัวพุ่งขึ้นใบหน้าทันที เพียงแค่รอยยิ้มของมิโอะ เมรุยืนอึ้งสักพักเมื่อตั้งสติได้จึงเดินเข้าไปหามิโอะด้วยอาการเก้ ๆ กัง ๆ – ทะ...ทำไมรู้สึก ขะ...ขะ...ขาสั่นอย่างนี้น๊า เจอครั้งนี้ทำไมความรู้สึกใจเต้นแปลกไปจากเดิม เมื่อวานฉันแค่เรียกมิโอะจัง กับ...จะ...จุ๊บ ๆ ที่ตาเอง -////-

 

อรุณสวัสดิ์...เมรุจัง” มิโอะที่เห็นเมรุอยู่หน้าห้องแล้ว จึงกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มที่น่ารักเหมือนเดิม

 

“อะ...อรุณสวัสดิ์ค่ะ...มิโอะจัง” เมรุนั่งลงข้าง ๆ มิโอะวางแก้วน้ำไว้บนโต๊ะเล็กหน้าโซฟา จนลืมไปว่าต้องไปเอาคุกกี้มาอีก

 

“ดะ...เดี๋ยวไปเอาคุกกี้มาให้อีกนะ” เมรุเตรียมลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปหยิบจานคุกกี้

 

“เอ่อ...ไม่ต้องหรอก ๆ ไม่เป็นไร” มิโอะเผลอจับข้อมือเมรุแบบไม่ตั้งใจ แต่เมรุเก็บอาการเจ็บไว้ TT

 

“ต้องพันข้อมือไว้ขนาดนี้เลยหรอ...ขอโทษนะ เพราะเค้าแท้ ๆ เลย” มิโอะที่เห็นผ้าพันกล้ามเนื้อพันอยู่ที่ข้อมือ จึงถามออกมาด้วยความเป็นห่วง รอยยิ้มที่เคยมีกลับทำหน้าเศร้ารู้สึกผิด – ทำไมถึงทำหน้าแบบไหนก็น่ารักไปซะหมดเลยน๊า...มิโอะจัง ถ้าเป็นแฟนจริง ๆ ไม่หวงแย่หรอ - -

 

“หน่า ๆ ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ ว่าแต่มิโอะจังมาหาเค้าแต่เช้ามีอะไรหรือเปล่าคะ” – จริงซิ ยังไม่ได้ถามเลยหนินะ

 

“พอดีคุณแม่เค้าใช้ให้เค้าออกไปซื้อของให้อ่ะ เลยมาชวนเมรุจังไปเป็นเพื่อน...แต่เห็นข้อมือเมรุจังแล้วคงจะ...”

 

“ไม่เป็นไร ๆ ไปเป็นเพื่อนได้ค่ะ” เมรุตอบตกลงออกไปซื้อของเป็นมิโอะ

 

“จริงนะ...เย้...” มิโอะเผลอเอียงตัวไปกอดเมรุที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยความดีใจ ทำเอาเมรุนั่งตัวเกร็ง หน้าเริ่มร้อนและมีเหงื่อซึม– จะดีใจอะไรมากขนาดนั้นมิโอะจัง แต่ที่แน่ ๆ ... เหอ ๆ นิ่ม... - ., - ((อะไรนิ่ม? บอกมาน๊า...))

 

 

หลังประตูหน้าบ้าน

 

 

“ไปแล้วนะคะ” เมรุกล่าวลาคุณแม่หลังจากที่ขออนุญาตออกไปข้างนอกได้แล้ว

 

“จ้า...ไปดีมาดีนะ” คุณแม่เดินมาส่งทั้งสองคนที่หน้าประตู

 

“ค๊า...” เมรุเปิดประตูรอมิโอะที่กล่าวลาคุณแม่อยู่

 

“ไปแล้วนะคะ ขอโทษที่รบกวนค่ะ” มิโอะกล่าวลาคุณแม่ของเมรุด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินตามเมรุออกไป

 

“ไม่เป็นไรจ้ะ วันหลังมาเที่ยวบ่อย ๆ นะลูกนะ” – ความจริงก็อยากให้มานะ อยากอยู่ใกล้ ๆ ทุกวัน แต่ว่ามัน...เขิน >< ทั้งสองคนยิ้มให้คุณแม่ก่อนปิดประตูแล้วเดินออกไปด้วยกัน

 

 

ป้ายรถเมล์

 

 

“เน่...มิโอะจัง จะไปซื้อของที่ย่านเทนจินหรอ” เมรุถามขึ้นระหว่างยืนรอที่ป้ายรถเมล์

 

“อื้อ...เค้าไปซื้อของที่นั่นประจำแหละ” มิโอะตอบด้วยรอยยิ้มเหมือนเคย

 

“จะว่าไป...บ้านเราก็อยู่ใกล้กันขนาดนี้ ทำไมก่อนหน้านี้...นอกจากที่โรงเรียนแล้ว...ก็ไม่ค่อยเจอเลยนะคะ” เมรุหันมาถามด้วยสีหน้าสงสัย

 

“เอาจริง ๆ หรือเปล่าคะ” มิโอะหันมองหน้าแล้วยิ้มอย่างเป็นเลศนัยน์ – ยิ้มแบบนี้ มะ...หมายความว่าไงห๊า... -////-

 

“ที่จริง...เค้าอยู่บ้านคุณยายที่เขตซาวะระน่ะ แต่เพิ่งย้ายออกมาอยู่กับคุณพ่อที่นี่ ตั้งแต่ที่เราเดินกลับด้วยกันนั่นแหละ ^^…อีกอย่างใกล้โรงเรียนมากกว่าด้วย” มิโอะปรับสีหน้าปกติแล้วบอกความจริงกับเมรุผู้สงสัยฟัง

 

“เห๊...อย่างนั้นหรอคะ” เมรุพยักหน้ารับรู้ แต่ก็ละสายตาจากใบหน้าที่น่ารักของมิโอะไม่ได้

 

“รถมาแล้ว” มิโอะที่หันหน้าไปทางเมรุ เห็นรถเมล์วิ่งมาพอดี ทำให้เมรุที่มองหน้าเธออยู่สะดุ้งรู้สึกตัว

 

 

                รถเมล์วิ่งมาจอดตรงป้ายพอดี เมื่อประตูรถเปิดทั้งสองก็ก้าวขึ้นรถ หยิบตั๋ว ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งเบาะคู่ที่ว่างอยู่ โดยมิโอะนั่งริมหน้าต่างและเมรุนั่งฝั่งทางเดิน – วันนี้รถโล่งดีจัง แต่เอ๊ะ!?...ทำไมเงียบ ๆ ทุกทีจะต้องมีเสียงมิโอะชวนคุยตลอดทุกครั้งเลยนี่หน่า

 

                เมรุหันไปจะชวนมิโอะคุย แต่สิ่งที่เห็นคือ – หลับ - -ไปอดหลับอดนอนมาจากไหนกันนะ รถเพิ่งออกไม่ถึงนาทีเอง แต่ว่า...เวลานอน...นี่...น่ารักจังเลยน๊า... >< เมรุมองมิโอะตาไม่กระพริบ หลงในความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กสาวข้าง ๆ แต่เพียงแค่มิโอะขยับตัว เมรุก็ทำเป็นมองวิวทางฝั่งซ้ายแทน – คงไม่รู้ตัวหรอกนะ มะ...มะกี้ไม่ได้มองนะ ไม่เลย -////- เงียบแหะ สงสัยแค่ขยับตัว ฟูว์... เมรุถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

 

 

                แต่ก็ไม่ทันได้หายใจสะดวกต่อ มิโอะก็พิงมาซบไหล่ของเมรุ ((ปรี๊ดดดดด)) แก้มที่แดงอยู่แล้วเริ่มร้อน และแดงเข้าไปอีก – โอย...มิโอะจัง...จะทำให้ฉันใจเต้นไปถึงไหนกันนะ ((ฮี่ ๆ )) เมรุนึกสนุกอย่างแกล้งมิโอะขึ้นมาจึงหยิบมือถือตัวเองออกจากกระเป๋า กดถ่ายรูปมิโอะที่กำลังหลับบนไหล่ของเธออย่างสบายใจ – ถือซะว่าเอาคืนที่ทำให้ฉันใจเต้นแล้วกันนะ และก็ยอมให้มิโอะนอนซบไหล่ตลอดทาง

 

 

[attachment=731:2013-04-18 (3) G+Meru.png]

 

 

“มิโอะจัง ตื่นได้แล้วนะ ใกล้จะถึงแล้ว” เมรุสะกิดแขนมิโอะ

 

“หืม?...” มิโอะเอนตัวนั่ง สีหน้าบูดบึ้ง ส่งสายตาอันน่ากลัวให้เมรุจัง แล้วหันไปนั่งอึนกับตัวเอง – อะจึ๋ย...เสียวหลังวูบเลยแหะ =[]=*

 

“ขะ...ขอโทษนะ...ใกล้จะถึงแล้วก็เลยปลุก” เมรุยิ้มแหย พนมมือขอโทษ แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากคนข้าง ๆ แต่อย่างใด – อารมณ์บูดจนได้ ทำไงดีเนี่ย เฮ้อออ... เมรุหันมานั่งตรงถอนหายใจอย่างเป็นกังวล

 

 

ย่านเทนจิน((แหล่งฃ็อปปิ้งใจกลางเมืองฟุกุโอกะ))

               

 

                 เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รถเมล์ก็เดินทางมาถึงที่หมาย ที่นี่คือย่าน “เทนจิน” เป็นแหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่ของเมืองฟุกุโอกะแห่งนี้ เมรุและมิโอะเดินลงมาจากรถเมล์สู่พื้นที่อันคุ้นเคย แต่เมื่อได้ลงมาสัมผัสกับบรรยากาศ มิโอะก็กลับมายิ้มได้เหมือนเดิม ทำให้เมรุถอนหายใจอีกรอบด้วยความโล่งอก

                

 

                 เมื่อเดินเข้ามาในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งของย่านเทนจิน ภายในนั้นมีสินค้าเยอะแยะมากมายให้เลือกซื้อ ผู้คนมากมายจับจ่ายซื้อสอยกันอย่างล้นมือ – แต่ตอนนี้ฉันมาอยู่ที่เกมเซ็นเตอร์ - -* มิโอะจังจะมาซื้อของหรือจะมาเล่นเกมกันแน่เนี่ย

 

 

“มิโอะจัง...ชอบตุ๊กตาหมูหรอ” ฉันถามเมื่อเห็น มิโอะมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าตู้หนีบตุ๊กตาหมู

 

“อื้อ...ใช่ค่ะ เค้าชอบมาก ๆ เลย มันน่าร๊าก...มาก ๆ เลยนะ แต่ทุกครั้งที่มาไม่เคยหนีบได้ซักที วันนี้ต้องลองอีก” มิโอะแสดงสีหน้ามุ่งมั่น – สงสัยจะอยากได้จริงแหะ อยากช่วยนะ แต่มือเราดันเจ็บซะได้ เฮ้อออ รอดูสถานการณ์ไปก่อนละกัน

 

 

                เมรุยืนลุ้นกับการหนีบตุ๊กตาหมูของมิโอะอยู่ห่าง ๆ แต่ครั้งแล้วครั้งเล่าก็หยิบไม่ได้ เมรุจึงตัดสินใจเดินเข้าไปจับแขนมิโอะ แสดงสีหน้าจริงจัง ดึงตัวมิโอะมาอยู่ข้าง ๆ – ตอนนี้ฉันอยู่ที่หน้าตู้หนีบตุ๊กตาหมูแล้ว ข้อมือขวาเอ๋ยอย่าเพิ่งสำแดงฤทธิ์ให้ข้าเจ็บตอนนี้เลย แววตามุ่งมั่นของเมรุที่ตั้งใจจะหนีบตุ๊กตาหมูให้มิโอะภายในครั้งเดียว – ดูยิ่งใหญ่เนอะ

 

 

                เมรุตั้งสมาธิ แล้วหยอดเหรียญเตรียมหนีบตุ๊กตา เสียงเพลงจากตู้ดังขึ้นเพื่อให้รู้ว่าตู้ได้เริ่มทำงานแล้ว ตัวหนีบขยับพร้อมกับเมรุที่หน้าแดงก่ำน้ำตาคลอเพราะเจ็บข้อมือ และในที่สุดก็หนีบตุ๊กตาหมูให้มิโอะได้สำเร็จ – ภารกิจสำเร็จ TT เมรุก้มลงไปหยิบตุ๊กตาที่หล่นลงมาและยื่นให้มิโอะที่ทำหน้าดีใจอยู่ข้าง ๆ มิโอะรับตุ๊กตาหมูมากอดด้วยความดีใจ และเผลอจุ๊บแก้มแดง ๆ ของเมรุที่ทนเจ็บข้อมืออยู่ – จะ...จุ๊บแก้มหรอ -/////- เมรุยืนอึ้ง ยกมือขึ้นจับที่แก้มตัวเอง มิโอะที่เพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไปก็หน้าแดงตาม

 

 

“ขอบคุณนะ” ทั้งสองคนยิ้มให้กันด้วยความเขิน – ถึงทำเกินไปหน่อย แต่เอาเถอะ...อารมณ์ดีได้ก็ดีใจแล้ว

 

“ได้แล้วโว้ย...” เสียงหญิงสาวที่คุ้นหูดังมาจากตู้ด้านหลัง เมรุหันไปดูเห็นเด็กสาวประมาณ ม.ปลาย เล่นหนีบตุ๊กตาเช่นกัน – แต่ว่ามันคุ้น ๆ แหะ จังหวะที่เด็กสาวคนนั้นหันมาพอดี – ระ...รุ่นพี่นัตสึ เมรุเดินเข้าไปหารุ่นพี่ในชมรมทันที

 

“รุ่นพี่นัตสึ” เมรุทักนัตสึเมื่อเดินมาถึงตัว

 

“อ่าว...เมรุจัง มิโอะจัง หวัดดี เจอแพคคู่อย่างนี้ มาเดทกันซิท่า” นัตสึหัวเราะทำหน้าทะเล้นเชิงแซว

 

“เย้ย...ปะ...เปล่าค่ะ มาเป็นเพื่อนมิโอะซื้อของเฉย ๆ ” ทั้งเมรุ และมิโอะหน้าแดงขึ้นมาพร้อมกัน

 

“แล้ว...ข้อมือไปโดนอะไรมา ทำไมพันผ้าไว้ด้วยอ่ะ” นัตสึถามขึ้นเมื่อเห็นผ้าพันแผลที่มือของเมรุ

 

“เอ่อ...คือ...ซ้อมวิ่ง...แถวบ้านแล้วหกล้ม...อื้ม...นั้นแหละ” นัตสึทำหน้าสงสัย เพราะเมรุโกหกไม่เนียนเอาซะเลย

 

“ว่าแต่...มาคนเดียวหรอ” เมรุหันซ้ายหันขวาก็ไม่เห็นคนรู้จัก แม้แต่ชินาม่อน เพื่อนสนิทของนัตสึ

 

“เอ่อ...เออ...ใช่...มาคนเดียว” นัตสึลังเลที่จะตอบ ทำให้เมรุสงสัย – โกหกไม่เนียนเลยนะรุ่นพี่ แอบพาสาวมาเดทแน่เลย

 

“อ่าวรุ่นพี่มาโดกะ สวัสดีค่ะ” มิโอะที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เมรุ เห็นรุ่นพี่ที่ชมรมเดินมาทางนี้พอดี – หรือว่าจะเป็นคนนี้นะ

 

“อ่าว...มิโอะจัง หวัดดี แล้ว...” มาโดกะมองมาทางเมรุที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มิโอะ เพราะว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

 

“เมรุจังค่ะ เพื่อนเค้าเอง นี่รุ่นพี่มาโดกะ ประธานชมรมดนตรี” มิโอะแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน

 

“ทาชิมะ เมรุ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เมรุแนะนำตัวกับมาโดกะ

 

“โมริยาสุ มาโดกะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันจ้ะ” มาโดกะทำความรู้จักกับเมรุเรียบร้อย – สวยจังเลยน๊า...สเปครุ่นพี่นัตสึนี่หน่า

 

“แล้ว...รู้จักกันด้วยหรอคะ” มิโอะถามถึงมาโดกะและนัตสึที่มาด้วยกัน

 

“อย่าบอกนะว่ามาเดทกับรุ่นพี่คนสวยคนนี้อ่ะ” เมรุเข้าไปถามนัตสึแบบกระซิบกระซาบ

 

“จะมาสารภาพรักวันนี้แหละ ตื่นเต้นเป็นบ้า” นัตสึทำท่าตื่นเต้น หน้าแดงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

“เห๊...จริงหรอ? สู้ ๆ นะ เสืออย่างรุ่นพี่ทำได้อยู่แล้ว” เมรุโชว์นิ้วโป้งสุดยอดให้นัตสึ

 

“ชมหรืออะไรเนี่ย” นัตสึทำหน้าเอือม

 

 

                เมรุห่างออกมาทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วลานัตสึและมาโดกะไปทำอย่างอื่นต่อ เมื่อพ้นสายตาคู่เดทคู่นั้น เมรุก็ป้องหูมิโอะแล้วกระซิบบอกว่านัตสึกำลังจะสารภาพรักมาโดกะ ทำให้มิโอะมีหน้าตกใจ ทั้งคู่ตัดสินใจติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ลืมไปว่าวันนี้ต้องมาทำอะไร

 

              สถานที่ปลอดคน เป็นสถานที่ ที่นัตสึจะมาสารภาพรักกับมาโดกะ โดยมีเมรุและมิโอะและตุ๊กตาหมูสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกลนัก นัตสึและมาโดกันยืนประจันหน้ากัน ศึกแห่งรักครั้งนี้นัตสึจะผ่านลุล่วงไปได้หรือไม่

 

 

“ที่ผ่านมา เราพูดไม่ดีกันมาตลอด ทะเลาะกันตลอดที่เจอหน้า แต่พอนานวัน ฉันได้รู้จักเธอในหลาย ๆ ด้าน ทำให้ฉันตัดสินใจ อยากที่จะมาบอกกับเธอวันนี้...คือฉัน...” นัตสึพูดความรู้สึกที่ผ่านมาก่อนที่จะรวบรวมความกล้าก่อนที่จะบอกประโยคสำคัญ มาโดกะที่กำลังจะถูกสารภาพรัก หน้าแดงออกมาทันที

 

“จะพูดแล้ว...” เมรุและมิโอะตื่นเต้น และลุ้นกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า แต่มิโอะรู้สึกเกร็ง ๆ เพราะท่าที่ทั้งสองสังเกตการณ์หลังเสาใหญ่ คือ เมรุกำลังค่อมตัวมิโอะจากด้านหลังมิโอะอยู่ ทำให้มิโอะใจเต้นพอ ๆ กับนัตสึที่กำลังจะสารภาพรัก แต่เมรุก็ไม่ได้สังเกตอะไร ยังคงลุ้นกับการสารภาพรักต่อไป

 

“ฉัน...ฉันชอบเธอ...กรุณาคบกับฉันด้วยค่ะ” เมื่อรวบรวมความกล้าได้ทั้งหมด นัตสึได้บอกออกไปตามที่คาด แต่ไม่รู้จะเป็นอย่างที่หวังหรือไม่

 

 

                มาโดกะยังคงนิ่งเงียบ แววตาที่ยังคงอึ้งกับคำสารภาพของนัตสึ นัตสึก้มหน้าลุ้นจนน้ำตาคลอ

 

 

“ถึงจะรู้มาบ้างว่าเธอเจ้าชู้ แต่ฉันก็ยังจับผิดเธอไม่ได้ ถ้าต่อจากนี้ไป ฉันจับผิดได้เมื่อไหร่ เธอตายแน่นัตสึ” คำพูดของมาโดกะทำให้นัตสึเงยหน้าขึ้นมามองมาโดกะเต็ม ๆ ตา

 

“ฝากตัวด้วยนะ” มาโดกะฝากฝังตัวเองกับมานัตสึเรียบร้อย

 

“ทางนี้ก็เช่นกัน ฝากตัวด้วยนะ” นัตสึฝากตัวเองกับมาโดกะอีกคน และทั้งสองวิ่งเข้ากอดกันด้วยความดีใจ เมรุกับมิโอะก็แอบน้ำตาคลอด้วยเหมือนกัน

 

“ขอบคุณนะ” นัตสึพูดขอบคุณระหว่างอ้อมกอด นัตสึคลายกอดออกมาแล้วมองตามาโดกะด้วยแววตาที่หวานซึ้ง ใบหน้าที่ใกล้กัน ทำให้รู้สึกถึงลมหายใจของคนตรงหน้า ริมฝีปากถูกประทับกันอย่างยินดี

 

 

                เมรุและมิโอะที่สังเกตการณ์อยู่อึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมรุเริ่มรู้สึกตัวว่ากำลังค่อมตัวมิโอะอยู่ สถานการณ์ตอนนี้เหตุการณ์ของรุ่นพี่ก็ไม่มีความหมายแล้ว “ตุ๊บ ๆ” เมรุหัวใจเต้นแรงขึ้นทุกที ๆ – ใจเต้นอีกแล้ว ><

 

“เออ ลืมเรื่องซื้อของไปเลยอ่ะ เม...รุ...จัง...” มิโอะที่หันตัวมาประจวบเหมาะกับเมรุมองเธออยู่พอดี มิโอะมองหน้าเมรุที่อยู่ใกล้เธอแค่ปลายจมูก – ความรู้สึกที่อยากจะ...จูบ มันเป็นแบบนี้หรอเนี่ย

 

                 “ตุ๊บ ๆ” หัวใจของทั้งสองคนเต้นแรงไม่เป็นจนจังหวะ “ตุ๊บ ๆ” ใบหน้าที่เข้าใกล้เข้าไปทุกที ๆ ริมฝีปากที่ไม่เคยสัมผัสกัน ตอนนี้ทั้งสองคนต่างหลับตาพริ้ม ลิ้มรสสัมผัสริมฝีปากของกันและกัน – ตอนนี้ฉัน...จูบกับมิโอะจัง...ไม่อยากจะเชื่อ...ฉันทำลงไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่เรายังไม่ได้เป็นแฟนกัน มันจะไม่เป็นไรใช่มั้ย ต่อจากนี้...เธอจะเกลียดฉันมั้ยมิโอะจัง

Share this post


Link to post
Share on other sites

[Mio]

 

 

บ้านโทโมะนากะ

 

 

                    ท่ามกลางบรรยากาศที่มืดมิด มีแค่แสงไฟสลัว ๆ จากภายนอกหน้าต่าง ทำให้เด็กสาวผมสั้นมองเห็นคนตรงหน้าไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก - แต่ความรู้สึกที่อัดอั้นในใจ และจะบอกคนตรงหน้าเอาซะให้ได้ นี่มันอะไรกันนะ

 

 

                    คนตรงหน้าค่อย ๆ เดินเข้ามาหาเด็กสาวที่มีอาการกลัว ๆ อยู่ไม่น้อย ยิ่งเดินใกล้เข้ามาก็ยิ่งเห็นชัดเจนว่าคนตรงหน้านั้นคือใคร เด็กสาวที่มีผมตรงยาวสวย ริมฝีปากที่อวบอิ่ม ใบหน้าเรียวยาวได้รูปแบบนี้ - หรือว่า...เมรุจังหรอ
 

 

"ใช่...เมรุจังหรือป่าว" เด็กสาวถามคนตรงหน้าอย่างสงสัย
 

"ก็เค้าไง มิโอะจังเรียกเค้ามาไม่ใช่หรอคะ" เมรุท้วงติงกับคำถามของมิโอะ

 

 

                    ใบหน้าที่คุ้นเคยของหญิงสาวตรงหน้าเห็นชัดขึ้นทุกที ๆ ยิ่งเห็นชัดก็ยิ่งอยากบอกความรู้สึกที่มีอยู่ตอนนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไป
 

 

"เค้า...เรียกเมรุจังมา...อย่างนั้นหรอคะ?" มิโอะยังคงสงสัย และมึนงง
 

"ว่าไงคะ...มีอะไรหรือเปล่า" เมรุก้มหน้าลงมาถามคนตัวเล็กข้างหน้าตัวเอง เอาล่ะ นี่เป็นโอกาสดี บอกความในใจของเราไปเลย ถึงแม้จะงงกับสถานการณ์ก็เถอะ
 

"เอ่อ...คือว่า...จริง ๆ แล้วเค้า...ชอบเมรุจังมาตลอดเลย ชอบมาก ๆ ...เอ่อ...ถ้าไม่รังเกียจ...กรุณาคบกับฉันด้วยนะคะ" มิโอะตัดสินใจบอกออกไป และมองหน้าเมรุด้วยแววตาที่มีความหวัง เมรุได้แต่ทำหน้านิ่ง เหมือนไม่ได้ยินที่มิโอะพูด - เมรุจัง...ไม่ได้ชอบเค้าจริง ๆ ซินะ มิโอะแววตาเศร้าลงทันที
 

"เอ่อ...คือ...มิโอะจัง..." เมรุขยับปากพูด แต่เหมือนมิโอะไม่ได้ยินว่าเมรุพูดอะไร แต่แววตาจริงจังแบบนั้น ทำให้มิโอะอยากรู้เข้าไปอีก แต่ตั้งใจฟังเท่าไหร่ก็ไม่ได้ยิน – ทำไม...ทำไมถึงไม่ได้ยินเมรุจังพูด
 

"มิโอะจัง...ได้ยินเค้ามั้ย" เมรุเรียกมิโอะที่กำลังตั้งใจฟังเมรุ – เมรุจังจะบอกอะไรเค้า เค้าไม่ได้ยิน
 

"มิโอะจัง..." เมรุจังยังคงเรียกต่อไป เสียงเรียกชื่อค่อย ๆ ดังขึ้น แต่ไม่ใช่เสียงของเมรุแล้ว

 

 

------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

"มิโอะจัง...ตื่นได้แล้วลูก" คุณแม่เข้ามาปลุกในห้องนอนของมิโอะ เด็กสาวตัวเล็กที่กำลังนอนฝันอยู่บนที่นอน
 

"มิโอะจัง...จะนอนไปถึงเมื่อไหร่ลูก...ตื่นไปอาบน้ำทานข้าวแล้วออกไปซื้อของให้แม่ เร็ว ๆ เข้า" คุณแม่พูดพร้อมเปิดผ้าม่านให้แสงสว่างเข้ามาในห้อง
 

"คุณแม่อย่าเพิ่งมาปลุกตอนนี้ได้มั้ยคะ" - อดรู้กันพอดีว่าเมรุจังพูดอะไร
 

"แล้วเมรุจังนี่คือใครกัน ถึงกับนอนละเมอเรียกชื่อเลย" คุณแม่ถามเชิงแซว ทำให้มิโอะตาสว่าง
 

"เพื่อนเฉย ๆ ค่ะ" มิโอะยังมุดอยู่ในผ้าห่ม กอดตุ๊กตาหมูเหมือนเดิม
 

"ตื่นได้แล้วมิโอะจัง" คุณแม่พูดพร้อมเดินไปที่ประตูห้องก่อนที่จะเดินออกไป

 

 

                    มิโอะค่อย ๆ พยุงตัวเองออกจากที่นอนที่แสนนุ่มอย่างยากเย็น เมื่อลุกนั่งได้แล้วจึงค่อย ๆ หย่อนขาลงจากเตียงเพื่อจะไปอาบน้ำแต่งตัว

 

โต๊ะทานข้าว
 

 

"อ่าว...คุณพ่อล่ะคะ" มิโอะถามคุณแม่เมื่อไม่เห็นคุณพ่อที่โต๊ะอาหาร
 

"ออกไปทำงานแล้วจ้ะ" - เพราะหนูช้าซินะคะ
 

"มิโอะจัง เดี๋ยวนี้มีแฟนแล้วหรอ" คุณแม่เปิดประเด็นสนทนา ทำให้มิโอะแทบสำลัก
 

"ยังไม่มีซักหน่อย" มิโอะก้มหน้ามุด พูดเสียงเบาแทบจะไม่ได้ยิน
 

"ไว้พาเขามาเล่นที่บ้านบ้างซิจ้ะ อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าคนที่ลูกละเมอถึงเนี่ยจะน่ารักขนาดไหน" คำเชื้อเชิญเมรุจากคุณแม่ทำเอามิโอะหน้าแดงขึ้นมาทันที - เมื่อกี้ไม่ได้ฟังเลยซินะว่ายังไม่มีแฟน เมรุจังนะเมรุจัง มาเข้าฝันเค้าได้ ทำให้เค้าละเมออีก เพราะเมรุจังคนเดียวเลย ((เมรุ : ง่ะ...โทษเค้าอีก TT ))

 

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

“ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้ค่ะ” มิโอะพนมมือขอบคุณอาหารหลังทานอาหารเสร็จ และลุกเก็บจานของตัวเอง

 

“คุณแม่คะ เงินที่จะซื้อของเอาลงติดตัวมาหรือเปล่าคะ” มิโอะถามคุณแม่พร้อมวางจานลงในอ่างล้างจาน

 

“นี่จ้ะ ๆ ” คุณแม่เดินไปหยิบเงินในกระเป๋ากางเกงพร้อมกระดาษที่เขียนลิสของที่จะซื้อยื่นให้มิโอะที่เดินออกมาจากครัว มิโอะรับไปใส่ไว้ในกระเป๋าเงินแบบสะพายของตัวเอง

 

“ไปแล้วนะคะ”มิโอะกล่าวลา แล้วเดินไปที่หน้าประตูบ้านเพื่อใส่รองเท้า

 

“ไปดีมาดีจ้า อย่ากลับเย็นมากนะลูก” คุณแม่พูดไล่หลังมาจากโต๊ะทานข้าว

 

“ค๊า...” เสียงเบา ๆ ตอบขานรับลอยมาตามอากาศ เพียงแต่คุณแม่จะได้ยินหรือไม่

มิโอะเดินออกจากบ้านด้วยท่าทางอารมณ์ดี ถึงแม้ว่าจะต้องย้อนไปที่บ้านเมรุจังซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของเธอเพียงไม่กี่บล็อก – บ้านทาชิมะ ทาชิมะ ทาชิมะ อ๊ะ...นี่ไง ใช่หรือเปล่านะ?มิโอะยืนมองหน้าบ้านเมรุอยู่ตรงประตูรั้วเล็ก ๆ หน้าบ้าน สักพักก็ตัดสินใจกดอ็อดที่ติดไว้ตรงกำแพงใกล้รั้ว

 

 

บ้านทาชิมะ

 

 

“ติ๊งหน่อง ๆ ” มิโอะกดอ็อดแล้วยืนรอเจ้าของบ้านออกมาต้อนรับ และหวังว่าคงจะใช่บ้านหลังนี้ – อ๊ะ...มีคนออกมาแล้ว

 

“เอ๋?...เพื่อนเมรุจังหรอจ้ะ” มิโอะยังไม่ได้ทันถามอะไร คุณแม่ของเมรุก็พูดทักมาก่อนซะแล้ว – สวยจัง เมรุจังคงได้สวยเหมือนแม่ซินะเนี่ย

 

“ค่ะ...อรุณสวัสดิ์ค่ะ โทโมะนากะ มิโอะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” มิโอะกล่าวทักทายคุณแม่เมรุด้วยรอยยิ้มน่ารักเหมือนเดิม

 

“อรุณสวัสดิ์จ้า...แหม...น่าตาน่ารักจังเลยนะจ้ะ มิโอะจัง...เชิญเข้ามาข้างในก่อนซิจ้ะ” คุณแม่เมรุเดินมาเปิดประตูรั้วให้มิโอะเข้าไปข้างในบ้าน

 

“ขอบคุณค่ะ รบกวนด้วยนะคะ” มิโอะกล่าวขอบคุณแล้วก้าวเดินเข้าไป รอให้คุณแม่เมรุปิดประตูรั้วแล้วนำเธอเข้าไป

 

 

                เมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไปก็จะเห็นทางเดิน มีห้องต่าง ๆ อยู่รอบข้าง – ลักษณะข้างในบ้านก็คล้ายบ้านเราเลยแหะ มิโอะเดินตามคุณแม่เมรุไปที่ห้องรับแขกที่มีโซฟาสีขาวตั้งอยู่กลางห้อง

 

 

“มิโอะจังนั่งรอก่อนนะจ้ะ เดี๋ยวไปตามเมรุจังมาให้” – คุณแม่ของเมรุดูใจดีจัง

 

“ค่ะ” มิโอะตอบกลับยิ้ม ๆ พอหย่อนก้นนั่งโซฟาได้ไม่กี่วิ ก็สังเกตเห็นกรอบรูปที่ตั้งโชว์อยู่ข้าง ๆ ทีวี จึงเดินไปดูอย่างสนใจ – เห๊...รูปเมรุจังตอนเด็ก ๆ หรอ น่าร๊าก...><หน้าไม่เปลี่ยนเลยนะเนี่ย...มีคนเดินมาแล้ว! มิโอะกลับไปนั่งที่โซฟาอย่างรีบร้อน

 

 

                คนที่ยืนถือแก้วน้ำ ทำหน้าอึนอยู่ตรงหน้าประตูห้องรับแขกก็คือเมรุ คนที่เธอมาหานั่นเอง

 

 

“อรุณสวัสดิ์...เมรุจัง” มิโอะที่เห็นเมรุอยู่หน้าห้องแล้ว จึงกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มที่น่ารักเหมือนเดิม

 

“อะ...อรุณสวัสดิ์ค่ะ...มิโอะจัง” เมรุนั่งลงข้าง ๆ มิโอะวางแก้วน้ำไว้บนโต๊ะเล็กหน้าโซฟา จนลืมไปว่าต้องไปเอาคุกกี้มาอีก

 

“ดะ...เดี๋ยวไปเอาคุกกี้มาให้อีกนะ” เมรุเตรียมลุกขึ้นเพื่อจะเดินไปหยิบจานคุกกี้

 

“เอ่อ...ไม่ต้องหรอก ๆ ไม่เป็นไร” มิโอะเผลอจับข้อมือเมรุแบบไม่ตั้งใจ แต่เมรุเก็บอาการเจ็บไว้ – เห๊...ที่มือนั่น...

 

“ต้องพันข้อมือไว้ขนาดนี้เลยหรอ...ขอโทษนะ เพราะเค้าแท้ ๆ เลย” มิโอะที่เห็นผ้าพันกล้ามเนื้อพันอยู่ที่ข้อมือ จึงถามออกมาด้วยความเป็นห่วง รอยยิ้มที่เคยมีกลับทำหน้าเศร้ารู้สึกผิด – เพราะฉันแท้ ๆ เลย ทำให้เมรุต้องเจ็บตัวแบบนี้ :’(

 

“หน่า ๆ ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ ว่าแต่มิโอะจังมาหาเค้าแต่เช้ามีอะไรหรือเปล่าคะ” – อ่ะ นั่นซิ ถ้าไม่ถามนี่ลืมแล้วนะ มัวแต่ห่วงเธอนั่นแหละ

 

“พอดีคุณแม่เค้าใช้ให้เค้าออกไปซื้อของให้อ่ะ เลยมาชวนเมรุจังไปเป็นเพื่อน...แต่เห็นข้อมือเมรุจังแล้วคงจะ...”

 

“ไม่เป็นไร ๆ ไปเป็นเพื่อนได้ค่ะ” เมรุตอบตกลงออกไปซื้อของเป็นมิโอะ ด้วยความที่อยากออกไปข้างนอกกับเมรุ ทำให้มิโอะดีใจจนออกนอกหน้า 

 

“จริงนะ...เย้...” มิโอะเผลอเอียงตัวไปกอดเมรุที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ด้วยความดีใจ ทำเอาเมรุนั่งตัวเกร็ง หน้าแดง แต่เมื่อมิโอะรู้สึกตัวว่ากอดเมรุอยู่ ก็เด้งตัวกลับนั่งก้มหน้าที่แดงก่ำเพราะความเขิน

 

 

หลังประตูหน้าบ้าน

 

 

“ไปแล้วนะคะ” เมรุกล่าวลาคุณแม่หลังจากที่ขออนุญาตออกไปข้างนอกได้แล้ว

 

“จ้า...ไปดีมาดีนะ” คุณแม่เดินมาส่งทั้งสองคนที่หน้าประตู

 

“ค๊า...” เมรุเปิดประตูรอมิโอะที่กล่าวลาคุณแม่อยู่

 

“ไปแล้วนะคะ ขอโทษที่รบกวนค่ะ” มิโอะกล่าวลาคุณแม่ของเมรุด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินตามเมรุออกไป

 

“ไม่เป็นไรจ้ะ วันหลังมาเที่ยวบ่อย ๆ นะลูกนะ” – รู้สึกว่า...ยังอยากอยู่ต่ออีกหน่อย หรือว่าเพราะได้เห็นมุมที่ฉันไม่เคยเห็นของเมรุจังแหละมั้ง วันหลังจะมาอีกให้ได้เลยทั้งสองคนยิ้มให้คุณแม่ก่อนปิดประตูแล้วเดินออกไปด้วยกัน

 

 

ป้ายรถเมล์

 

 

“เน่...มิโอะจัง จะไปซื้อของที่ย่านเทนจินหรอ” เมรุถามขึ้นระหว่างยืนรอที่ป้ายรถเมล์

 

“อื้อ...เค้าไปซื้อของที่นั่นประจำแหละ” มิโอะตอบด้วยรอยยิ้มเหมือนเคย – เป็นอะไรนะ แค่เมรุจังเอ่ยถามก็ใจเต้นแล้ว ท่าจะอาการหนักนะเราเนี่ย

 

“จะว่าไป...บ้านเราก็อยู่ใกล้กันขนาดนี้ ทำไมก่อนหน้านี้...นอกจากที่โรงเรียนแล้ว...ก็ไม่ค่อยเจอเลยนะคะ” เมรุหันมาถามด้วยสีหน้าสงสัย – นี่เมรุกำลังสนใจในตัวเราอยู่หรือเปล่านะ อย่าให้ฉันคิดไปเองเลย

 

“เอาจริง ๆ หรือเปล่าคะ” มิโอะหันมองหน้าแล้วยิ้มอย่างเป็นเลศนัยน์ – จะเอาตอบแบบไหนดีล่ะคะเมรุจัง เอาเรื่องจริงหรือชวนอ๊วก ^^ถ้าให้ตอบชวนอ๊วกก็จะตอบว่า เพราะว่าฉันอยากอยู่ใกล้กับเมรุทุกวันล่ะมั้ง ><

 

“ที่จริง...เค้าอยู่บ้านคุณยายที่เขตซาวะระน่ะ แต่เพิ่งย้ายออกมาอยู่กับคุณพ่อที่นี่ ตั้งแต่ที่เราเดินกลับด้วยกันนั่นแหละ ^^…อีกอย่างใกล้โรงเรียนมากกว่าด้วย” มิโอะปรับสีหน้าปกติแล้วบอกความจริงกับเมรุผู้สงสัยฟัง – ตอบตามจริงแหละนะ ไม่อยากแกล้งคน ^^

 

“เห๊...อย่างนั้นหรอคะ” เมรุพยักหน้ารับรู้ แต่ก็ละสายตาจากใบหน้าที่น่ารักของมิโอะไม่ได้ – อย่าจ้องตลอดเวลาแบบนั้นซิ เค้าเขินเป็นนะ มิโอะไม่กล้าสบตาเมรุแม้แต่น้อย

 

“รถมาแล้ว” มิโอะที่หันหน้าไปทางเมรุ เห็นรถเมล์วิ่งมาพอดี ทำให้เมรุที่มองหน้าเธออยู่สะดุ้งรู้สึกตัว – เฮือก...รถเมล์ช่วยชีวิต ไม่งั้นฉันคงละลายไปตรงนั้นแล้วล่ะ เล่นมองกันซะขนาดนั้น ><

 

 

                รถเมล์วิ่งมาจอดตรงป้ายพอดี เมื่อประตูรถเปิดทั้งสองก็ก้าวขึ้นรถ หยิบตั๋ว ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งเบาะคู่ที่ว่างอยู่ โดยมิโอะนั่งริมหน้าต่างและเมรุนั่งฝั่งทางเดิน – สบายจัง...ฮ๊าวววว...เมื่อเช้าดันโดนปลุกแต่เช้าของีบซักหน่อยละกัน มิโอะเอนตัวพิงกระจกหน้าต่าง และหลับตางีบ และหลังจากนั้นก็ไม่รับรู้อะไรอีก จนกระทั่ง...

 

 

“มิโอะจัง ตื่นได้แล้วนะ ใกล้จะถึงแล้ว” เมรุสะกิดแขนมิโอะ – ใครมาปลุกอีกแล้วรอบสองแล้วนะ!

 

“หืม?...” มิโอะเอนตัวนั่ง สีหน้าบูดบึ้ง ส่งสายตาอันน่ากลัวให้เมรุจัง แล้วหันไปนั่งอึนกับตัวเอง – เมรุจะรีบปลุกเค้าทำไม ง่วงน๊า...!!! ((จะไม่ลงหรือไงคะ - -*))

 

“ขะ...ขอโทษนะ...ใกล้จะถึงแล้วก็เลยปลุก” เมรุยิ้มแหย พนมมือขอโทษ แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับจากคนข้าง ๆ แต่อย่างใด – ตอนนี้ง่วง...ไม่อยากหงุดหงิดใส่ มิโอะที่เป็นห่วงเมรุอยู่ลึก ๆ ที่ต้องมารองรับอารมณ์ของตัวเองตอนโดนปลุก เมรุหันมานั่งตรงถอนหายใจอย่างเป็นกังวล

 

 

ย่านเทนจิน ((แหล่งอปปิ้งใจกลางเมืองฟุกุโอกะ))

 

                เพียงไม่ถึงครึ่งชั่วโมง รถเมล์ก็เดินทางมาถึงที่หมาย ที่นี่คือย่าน “เทนจิน” เป็นแหล่งช็อปปิ้งขนาดใหญ่ของเมืองฟุกุโอกะแห่งนี้ เมรุและมิโอะเดินลงมาจากรถเมล์สู่พื้นที่อันคุ้นเคย แต่เมื่อได้ลงมาสัมผัสกับบรรยากาศ มิโอะก็กลับมายิ้มได้เหมือนเดิม ทำให้เมรุถอนหายใจอีกรอบด้วยความโล่งอก – ฮ๊ายย...ค่อยอารมณ์ดีขึ้นหน่อย หายง่วงเลย

 

                เมื่อเดินเข้ามาในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งของย่านเทนจิน ภายในนั้นมีสินค้าเยอะแยะมากมายให้เลือกซื้อ ผู้คนมากมายจับจ่ายซื้อสอยกันอย่างล้นมือ และวันนี้มิโอะก็มาซื้อของเช่นกัน แต่กลับเดินมาที่เกมเซ็นเตอร์เป็นที่แรก – เรื่องซื้อของเอาไว้ก่อน วันนี้ต้องเอาน้องหมูกลับบ้านไปให้ได้ ฮึ!

 

“มิโอะจัง...ชอบตุ๊กตาหมูหรอ” เมรุถามเมื่อเห็น มิโอะมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าตู้หนีบตุ๊กตาหมู

 

“อื้อ...ใช่ค่ะ เค้าชอบมาก ๆ เลย มันน่าร๊าก...มาก ๆ เลยนะ แต่ทุกครั้งที่มาไม่เคยหนีบได้ซักที วันนี้ต้องลองอีก” มิโอะแสดงสีหน้ามุ่งมั่น – ใช่วันนี้ต้องได้!!!

 

                มิโอะหยอดเหรียญ และตั้งตัวพร้อมที่จะหนีบตุ๊กตาหมูให้ได้ แต่จนแล้วจนเล่าก็ยังไม่ได้ มิโอะเริ่มรู้สึกท้อ และหมดแรง จะหยุดเล่น แต่อยู่ ๆ มืออุ่นของเมรุมาจับที่แขน มิโอะหันไปมองอย่างสงสัย เมรุที่แสดงสีหน้าจริงจัง ดึงตัวมิโอะมาอยู่ข้าง ๆ – อย่าบอกนะว่า...จะหนีบตุ๊กตาหมูให้ จะไหวหรอเนี่ย มือก็เจ็บ แต่แววตาที่มุ่งมั่นของเมรุ ทำให้มิโอะยอมออกมาอยู่ข้าง ๆ อย่างว่าง่าย

 

                มิโอะยืนลุ้นกับการหนีบตุ๊กตาของเมรุ – จะไหวมั้ยเนี่ย หน้าแดงหมดแล้ว มิโอะเป็นห่วงเมรุขึ้นมา แต่ทว่าในที่สุดเมรุก็หนีบตุ๊กตาให้มิโอะสำเร็จ – ว้าว...ได้แล้ว เมรุจังเก่งจัง หนีบครั้งเดียวได้เลย ทำไมฉันหนีบไม่เคยได้เลยนะ -3-  มิโอะมองดูเมรุที่ก้มลงไปหยิบตุ๊กตาที่หล่นลงมา เมรุยื่นตุ๊กตาหมูให้มิโอะ มิโอะรับตุ๊กตาหมูมากอดด้วยความดีใจ และเผลอจุ๊บแก้มแดง ๆ ของเมรุที่ทนเจ็บข้อมืออยู่ ทำให้เมรุยืนทำหน้าอึ้ง ยกมือขึ้นจับที่แก้มตัวเอง มิโอะที่เพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไปก็หน้าแดงตาม – แย่แล้ว...ทำอะไรลงไปเนี่ย มิโอะก้มหน้ากลบความอาย

 

“ขอบคุณนะ” มิโอะกล่าวขอบคุณเมรุด้วยรอยยิ้มแบบเขิน ๆ – เมรุจังไม่โกรธเค้าก็ดีแล้วนะ โล่งไปที ฟู่วว์

 

 

 

“ได้แล้วโว้ย...” เสียงหญิงสาวที่คุ้นหูดังมาจากตู้ด้านหลัง มิโอะหันตามเมรุไปดู ก็เห็นเด็กสาวประมาณ ม.ปลาย เล่นหนีบตุ๊กตาเช่นกัน – เห๊...นั่นมัน... จังหวะที่เด็กสาวคนนั้นหันมาพอดี – รุ่นพี่มัตสึโอกะo_O”มิโอะเดินตามเมรุที่เดินเข้าไปหารุ่นพี่ในชมรมล่วงหน้าก่อน

 

“รุ่นพี่นัตสึ” เมรุทักนัตสึเมื่อเดินมาถึงตัว

 

“อ่าว...เมรุจัง มิโอะจัง หวัดดี เจอแพคคู่อย่างนี้ มาเดทกันซิท่า” นัตสึหัวเราะทำหน้าทะเล้นเชิงแซว – จะว่าไปตอนนั้น... มิโอะนึกถึงเมื่อวานที่เมรุเข้ามาช่วยเธอไม่ให้ถูกรถชน “ไม่เป็นไรหรอกหน่า ไกลหัวใจ”ใบหน้าของเมรุที่ยิ้มอย่างกวน ๆ ในตอนนั้นทำให้มิโอะนึกออกทันที – ติดกวนมาจากรุ่นพี่นี่เอง ฮึ!

 

“เย้ย...ปะ...เปล่าค่ะ มาเป็นเพื่อนมิโอะซื้อของเฉย ๆ ” ทั้งเมรุ และมิโอะหน้าแดงขึ้นมาพร้อมกัน

 

“แล้ว...ข้อมือไปโดนอะไรมา ทำไมพันผ้าไว้ด้วยอ่ะ” นัตสึถามขึ้นเมื่อเห็นผ้าพันแผลที่มือของเมรุ – แย่ละ...ถ้าเล่าความจริงไปนี่มีหวังโดนแซวกว่าเดิมอีกแน่เลย เมรุจังจะตอบยังไงนะ มิโอะลุ้นกับคำตอบของเมรุ

 

“เอ่อ...คือ...ซ้อมวิ่ง...แถวบ้านแล้วหกล้ม...อื้ม...นั้นแหละ” นัตสึทำหน้าสงสัย – เหอะ ๆ - -* เมรุจัง...โกหกไม่เนียนเอาซะเลยนะ แต่ก็พอถูไถแหละนะ

 

“ว่าแต่...มาคนเดียวหรอ” เมรุหันซ้ายหันขวาก็ไม่เห็นคนรู้จัก แม้แต่ชินาม่อน เพื่อนสนิทของนัตสึ

 

“เอ่อ...เออ...ใช่...มาคนเดียว” นัตสึลังเลที่จะตอบ ทำให้เมรุสงสัย – เหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้อง - -*

 

“อ่าวรุ่นพี่มาโดกะ สวัสดีค่ะ” มิโอะเหลือบไปเห็นมาโดกะ รุ่นพี่ที่ชมรมดนตรีเดินมาพอดี

 

“อ่าว...มิโอะจัง หวัดดี แล้ว...” มาโดกะกล่าวทักทายกลับ มองมาทางเมรุที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มิโอะ เพราะว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

 

“เมรุจังค่ะ เพื่อนเค้าเอง นี่รุ่นพี่มาโดกะ ประธานชมรมดนตรี” มิโอะแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน

 

“ทาชิมะ เมรุ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เมรุแนะนำตัวกับมาโดกะ

 

“โมริยาสุ มาโดกะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันจ้ะ” มาโดกะทำความรู้จักกับเมรุเรียบร้อย

 

“แล้ว...รู้จักกันด้วยหรอคะ” มิโอะถามถึงมาโดกะและนัตสึที่มาด้วยกัน – ...ว่าแล้ว...เมื่อวันก่อนเห็นรุ่นพี่มัตสึโอกะไปด่อม ๆ มอง ๆ อยู่หน้าห้องชมรม เพราะอย่างนี้นี่เอง

 

“แล้วรุ่นพี่มาทำอะไรหรอคะ” มิโอะถามรุ่นพี่ในชมรม เพราะแปลกใจที่เจอ

 

“อ่อ...รุ่นพี่นัตสึน่ะซิ ชวนพี่มา ย้ำนักย้ำหนาว่ามาให้ได้ ก็เลยมา” มาโดกะตอบพร้อมมองนัตสึที่กำลังกระซิบซาบกับเมรุ

 

“อย่างนั้นหรอคะ” มิโอะพูดพร้อมมองไปทางพี่น้องจอมกวนเหมือนกัน – คุยอะไรกันนะ ทำไมต้องกระซิบกันด้วย

 

                เมรุห่างออกมาทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มิโอะมองทั้งสองคนอย่างสงสัย เมรุลานัตสึและมาโดกะเพื่อที่จะไปที่ทำอย่างอื่นต่อ แต่เมื่อพ้นสายตาของสองคนนั้นแล้ว เมรุก็ป้องหูมิโอะแล้วกระซิบบอกในสิ่งที่นัตสึบอกมา ทำให้มิโอะเบิกตาโตตกใจ – รุ่นพี่นัตสึกำลังจะสารภาพรักรุ่นพี่มาโดกะ?? เมรุและมิโอะตัดสินใจติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และลืมไปว่าวันนี้ต้องมาทำอะไร

 

               สถานที่ปลอดคน เป็นสถานที่ ที่นัตสึจะมาสารภาพรักกับมาโดกะ โดยมีเมรุและมิโอะและตุ๊กตาหมูสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกลนัก นัตสึและมาโดกะยืนประจันหน้ากัน ศึกแห่งรักครั้งนี้นัตสึจะผ่านลุล่วงไปได้หรือไม่– ขนาดเราไม่ได้สารภาพยังตื่นเต้นไปด้วยเลย แต่สักวันฉันก็คงต้องเป็นแบบนี้ซินะ เพราะฉันต้องสารภาพกับเมรุจังให้ได้ แต่ถ้าวันนั้นมาถึง หัวใจของฉันคงเต้นแรงกว่าวันนี้แน่ ๆ เลย

 

 

“ที่ผ่านมา เราพูดไม่ดีกันมาตลอด ทะเลาะกันตลอดที่เจอหน้า แต่พอนานวัน ฉันได้รู้จักเธอในหลาย ๆ ด้าน ทำให้ฉันตัดสินใจ อยากที่จะมาบอกกับเธอวันนี้...คือฉัน...” นัตสึพูดความรู้สึกที่ผ่านมาก่อนที่จะรวบรวมความกล้าก่อนที่จะบอกประโยคสำคัญ มาโดกะที่กำลังจะถูกสารภาพรัก หน้าแดงออกมาทันที

 

 

“จะพูดแล้ว...” เมรุและมิโอะตื่นเต้น และลุ้นกับเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้า แต่มิโอะรู้สึกถึงไออุ่นจากตัวของเมรุจากข้างหลังของตัวเอง เพราะท่าที่ทั้งสองสังเกตการณ์หลังเสาใหญ่ คือ เมรุกำลังค่อมตัวมิโอะจากด้านหลัง ทำให้มิโอะใจเต้นพอ ๆ กับนัตสึที่กำลังจะสารภาพรัก – กะ...เกร็งไปหมดแล้ว อยากจะหันไปกอดซะเดี๋ยวนี้ แต่เมรุก็ไม่ได้สังเกตอะไร ยังคงลุ้นกับการสารภาพรักต่อไป

 

 

“ฉัน...ฉันชอบเธอ...กรุณาคบกับฉันด้วยค่ะ” เมื่อรวบรวมความกล้าได้ทั้งหมด นัตสึได้บอกออกไปตามที่คาด แต่ไม่รู้จะเป็นอย่างที่หวังหรือไม่ – บอกไปแล้ว!รุ่นพี่มาโดกะจะว่าไงนะ ตื่นเต้นจัง

 

 

                มาโดกะยังคงนิ่งเงียบ แววตาที่ยังคงอึ้งกับคำสารภาพของนัตสึ นัตสึก้มหน้าลุ้นจนน้ำตาคลอ

 

 

“ถึงจะรู้มาบ้างว่าเธอเจ้าชู้ แต่ฉันก็ยังจับผิดเธอไม่ได้ ถ้าต่อจากนี้ไป ฉันจับผิดได้เมื่อไหร่ เธอตายแน่นัตสึ” คำพูดของมาโดกะทำให้นัตสึเงยหน้าขึ้นมามองมาโดกะเต็ม ๆ ตา

 

“ฝากตัวด้วยนะ” มาโดกะฝากฝังตัวเองกับมานัตสึเรียบร้อย

 

“ทางนี้ก็เช่นกัน ฝากตัวด้วยนะ” นัตสึฝากตัวเองกับมาโดกะอีกคน และทั้งสองวิ่งเข้ากอดกันด้วยความดีใจ เมรุกับมิโอะก็แอบน้ำตาคลอด้วยเหมือนกัน – ถ้าเป็นฉัน...น้ำตาคงกลั้นไว้ไม่อยู่แน่

 

“ขอบคุณนะ” นัตสึพูดขอบคุณระหว่างอ้อมกอด นัตสึคลายกอดออกมาแล้วมองตามาโดกะด้วยแววตาที่หวานซึ้ง ใบหน้าที่ใกล้กัน ทำให้รู้สึกถึงลมหายใจของคนตรงหน้า ริมฝีปากถูกประทับกันอย่างยินดี – ว๋า...โรแมนติกจัง >///<

 

 

              เมรุและมิโอะที่สังเกตการณ์อยู่อึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มิโอะที่รู้สึกตัว และเพิ่งนึกได้ว่าต้องไปซื้อของให้คุณแม่

 

 

“เออ ลืมเรื่องซื้อของไปเลยอ่ะ เม...รุ...จัง...” มิโอะที่หันตัวมาประจวบเหมาะกับเมรุมองเธออยู่พอดี “ตุ๊บ ๆ” มิโอะมองหน้าเมรุที่อยู่ใกล้เธอแค่ปลายจมูก – ความรู้สึกนี่มัน... หัวใจของทั้งสองคนเต้นแรงจนไม่เป็นจังหวะ “ตุ๊บ ๆ” ใบหน้าที่เข้าใกล้เข้าไปทุกที ๆ ริมฝีปากที่ไม่เคยสัมผัสกัน ตอนนี้ทั้งสองคนต่างหลับตาพริ้ม ลิ้มรสสัมผัสริมฝีปากของกันและกัน – จูบหรอ...นี่เป็นจูบจากเมรุจัง คนที่ฉันชอบมากที่สุด ทำไม...ร่างกายถึงได้ร้อนขนาดนี้นะ ความรู้สึกที่เมรุจังส่งมาให้ ฉันรับรู้แล้วนะ ถึงเธอจะไม่ได้พูดออกมาก็ตาม ขอบคุณนะ...เมรุจัง...

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอนที่ 6 - สัมผัส...ครั้งแรก

[Meru]

 

 

            “ภาพใบหน้าของมิโอะจังในระยะประชิด กับสัมผัสที่เพิ่งเคยได้รับ มันยังคงติดตา และวนเวียนอยู่ในหัว มิโอะจังเองก็ไม่ได้ปฏิเสธสัมผัสนั้นแต่อย่างใด...ฉันรู้สึกแบบนั้น...บางทีสิ่งนี้ อาจเป็นสิ่งที่ฉันต้องการค้นหาก็ได้ และฉันอยากจะลองค้นหามันอีกสักครั้ง...”

 

 

ซุปเปอร์มาร์เก็ต แถวย่านเทนจิน

 

 

                เมรุและมิโอะกลับมาซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ต หลังจากที่ไปสังเกตการณ์สารภาพรักของนัตสึ และได้... – อร๊าย...อย่าบอกใครนะ ชู่ว์... >x<อ่า ๆ ((คนอ่านเขารู้กันหมดแล้วแหละ))...เมรุเดินกอดตุ๊กตาหมูที่หนีบจากตู้แทนมิโอะ เพราะมิโอะต้องถือตะกร้าซื้อของ – ที่จริงอยากช่วยนะ แม่มือดันมาเจ็บซะนี่ เมรุเหม่อมองมิโอะแบบไม่ได้ตั้งใจ - หัวใจเต้นแรงไม่หยุดเลย แต่ก็เลิกมองไม่ได้ซักที เมรุที่เหม่อมองมิโอะจากข้างหลังกลับสะดุ้งโหยงเมื่อมีมือใครบางคนมาจับที่ไหล่

 

 

“อ้าว...นัตสึมิคัง! มา...คนเดียวหรอ” เมรุหันมาเห็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนตัวสูง ก็ทักทายอย่างเป็นมิตร มิโอะที่เลือกซื้อของอยู่ข้าง ๆ ก็หันมาดู และยิ้มทักทายให้เช่นกัน แต่กลับได้รับใบหน้านิ่งเฉยจากรุ่นน้อง

 

“อื้อ...ก็ตามประสาคนโสด ไม่เหมือนใครบางคนหรอก” นัตสึมิคังพูดกวน ๆ ชำเลืองมองมิโอะแว๊บนึง แล้วหันกลับมาตีหน้าเฉยใส่เมรุจัง – น่าหมันไส้เป็นบ้าเลย ไอ้เพื่อนคนนี้ - -*

 

“ทำไมไม่เป็นฉันนะเมรุจัง” เด็กสาวร่างสูงพูดด้วยสีหน้ากวน ๆ ไม่มองหน้า พลางหยิบของในชั้นมาดูแก้อาการเจ็บใจที่มีอยู่ไม่น้อย

 

“...นัตสึมิคัง...หมายถึงอะไรหรอ?” เมรุยังคงสงสัยในคำพูดของนัตสึมิคัง แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบจากคนปากแข็ง

 

“เปล๊า...ไม่มีอะไรหรอก เที่ยวกันตามสบาย ขอตัวล่ะ” นัตสึมิคังวางของที่หยิบมาดูไว้ที่เดิม ยกมือลาเมรุจัง แล้วหันหลังเดินจากไป - เห๊?...ไม่เห็นจะเข้าใจเขาเลยแหะ เมรุสะดุ้งอีกครั้งเมื่อมีเมลล์เข้ามาในมือถือ เป็นเมลล์จากนัตสึมิคัง เด็กสาวตัวผอมสูง ที่ชอบเมรุมาตั้งแต่ ม.1

 

“อย่าคิดว่าไม่เห็นนะ ว่าไปทำอะไรกันมา” เมรุเบิกตาโตตกใจกับเมลล์ที่นัตสึมิคังส่งมา แก้มก็เริ่มแดงขึ้นด้วยความอาย – หะ...เห็นด้วยหรอเนี่ยเดี๋ยวค่อยตอบเมลล์ละกัน ฉันเชื่อว่าเธอจะไม่เอาไปบอกใครเมรุไม่ได้สงสัยเลยว่าวันนี้ทั้งวัน นัตสึมิคังแอบสะกดรอยตามเธอตลอด

 

“ไปซื้อกันต่อเถอะมิโอะจัง อะ...อ่าว” เมรุหันไปหามิโอะ แต่มิโอะก็ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว – เดินไปตอนไหนล่ะเนี่ย - -*

 

 

                เมรุเดินหามิโอะ แต่ไม่นานก็เจอ เพราะมิโอะเดินมาดูของอีกล็อกใกล้ ๆ เมรุรีบเดินตรงไปที่มิโอะกำลังเลือกซื้อของ

 

 

“เดินมาไม่บอกเลยนะคะ” เมรุทำหน้าบูดใส่มิโอะที่เลือกสินค้าอยู่

 

“อ่า...โทษทีนะ เห็นว่าคุยกับเพื่อนอยู่ เลยไม่กล้าขัดน่ะ” มิโอะพูดยิ้มนิด ๆ  – เราทำอะไรผิดไปหรือเปล่าเนี่ย

 

“ขอโทษนะคะ แต่...” ไม่ทันได้พูดอะไรต่อ มิโอะก็คว้ามือเมรุทันที – -//////-

 

“ไปจ่ายตังกัน ซื้อของครบแล้วแหละ” – เป็นอะไรของเขานะ?

 

“อ่า...อื้อ” มิโอะเดินจูงมือเมรุไปที่แคชเชียร์ เมรุยังคงมองมิโอะอย่างสงสัย และไม่เข้าใจในบางอารมณ์

 

 

------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

“ก่อนกลับแวะไปซื้อเค้กก่อนนะ” มิโอะพูดขึ้นในระหว่างที่เดินออกมาจากแคชเชียร์

 

“อ่า...อื้อ” เมรุพยักหน้าเออออ

 

 

                มิโอะเดินนำเข้าไปในร้านเค้กเบเกอรี่ที่อยู่ใกล้ ๆ ยืนต่อแถวได้ไม่นานก็ถึงคิว มิโอะจัดการสั่งเค้กที่อยู่ในตู้สิบกว่าชิ้น แถมยังเดินไปหยิบเมล่อนปังมาอีก – กินเยอะเหมือนกันแหะ

 

 

“โห...ซื้อเยอะจัง กินคนเดียวหรอเนี่ย” เมรุถามด้วยความประหลาดใจ มีแต่เพียงรอยยิ้มที่ชวนหลงใหลตอบกลับมาแทน

 

 

                ผู้คนที่ต้องการมาจับจ่ายใช้สอย หรือมาเที่ยวเล่นกันที่นี่ เริ่มหนาตาขึ้น บรรยากาศนอกห้างสรรพสินค้าคึกคักต่างจากเมื่อเช้า เมรุและมิโอะมายืนรอรถเมล์เพื่อจะกลับบ้าน ยืนรอได้ไม่นานรถก็มาจอดเทียบป้าย

 

 

“วันนี้อยู่ทานเค้กด้วยกันก่อนนะ” มิโอะเอ่ยชวนเมรุที่กำลังนั่งชมวิวข้างทาง

 

“มิน่าล่ะ ซื้อเค้กมาซะเยอะ กะจะให้เค้าทานด้วยล่ะซิ๊...” เมรุหันมาพูดเชิงแซว ยิ้มทะเล้น

 

“บ้า...ก็...ทำตามสัญญาไง” มิโอะหน้าแดง หลบสายตาเมรุแทบไม่ทัน เพราะมันมีความจริงอยู่ครึ่งหนึ่ง – สัญญาอะไร ทำไมวันนี้มีแต่คนทำให้งง - -*

 

“เค้าเคยพูดไว้ไม่ใช่หรอ ว่าถ้าเมรุจังเรียกเค้าว่ามิโอะจัง เค้าจะเลี้ยงเค้ก 10 ชิ้น” มิโอะพูดโดยไม่มองหน้าเมรุ – เอาจริงหรอเนี่ย นึกว่าพูดเล่น

 

“...ไม่เห็นต้องเลี้ยงเลยหนิคะ เค้าเต็มใจเรียกนี่หน่า” เมรุพูดความจริงจากใจ ทำให้มิโอะหันมามองเมรุตรง ๆ

 

“จะกินไม่กินคะ” แต่กลับกลายเป็นว่า... – โดนดุซะงั้น:’(

 

“กิน...แหะ ๆ ^^” เมรุทำเสียงอ้อนทำให้มิโอะหน้าแดงขึ้นไปอีก – ไม่ได้เห็นแก่กินนะคะ ไม่เลยจริง ๆ ^^”

 

 

บ้านโทโมะนากะ

 

 

“กลับมาแล้วค่ะ” มิโอะพูดพร้อมถอดรองเท้าเก็บไว้ข้าง ๆ

 

“รบกวนด้วยนะคะ” เมรุที่เดินตามหลังมา ปิดประตูให้เรียบร้อย

 

“กลับมาแล้วหรอจ้ะ” คุณแม่โผล่มาต้อนรับ ออกมาจากห้องรับแขก

 

“อ้าว...พาเพื่อนมาด้วยหรอ หรือว่า เมรุจัง ใช่มั้ย?” คุณแม่ถามขึ้นทันที – รู้จักเราด้วยหรอเนี่ย หรือว่ามิโอะจังจะเล่าเรื่องเราให้ฟัง

 

“อ่า...ค่ะ...ทาชิมะ เมรุ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” เมรุฝากฝังตัวเป็นลูกเขย เอ้ย!แนะนำตัวเอง

 

“ยินดีที่ได้รู้จักจ้า หน้าตาสวยมากเลยนะเนี่ย มิน่าละเมื่อเช้ามิโอะจังถึงได้นอนละเมอถึงหนู” คุณแม่พูดหน้าตายิ้มแย้มท่าทางใจดี ทำให้เมรุไม่รู้รู้สึกเกร็ง – แต่เอ๊ะ!นอนละเมอถึงเราเลยหรอ ดีใจนะเนี่ย ><

 

“คุณแม่คะ...- 3 -” มิโอะทำหน้าบู้ด้วยท่าทางงอน ๆ ที่คุณแม่เผาตัวเองต่อหน้าเมรุ ทำให้เมรุอดขำเบา ๆ ไม่ได้ – ไม่เห็นต้องเขินเลย ฮ่า ๆ น่ารักจริง ๆ เลยนะ...มิโอะจัง ^///^

 

“เอาของมานี่มา เดี๋ยวแม่เอาไปเก็บเอง” มิโอะยื่นถุงใส่ของให้คุณแม่เหลือไว้แต่ถุงเค้กและขนมปัง

 

“พาเมรุจังขึ้นไปเล่นบนห้องไป วันนี้แม่มีแขก จะทานขนมก็พากันขึ้นไปทานบนห้อง ห้องตัวเองดูแลความสะอาดดี ๆ”

 

“ค๊า...” มิโอะที่หน้างออยู่ เดินนำเมรุเพื่อจะพาไปที่ห้องของตัวเอง

 

“ตามสบายนะจ้ะ” คุณแม่ยิ้มส่งท้ายให้เมรุ แล้วก็เอาของไปเก็บ เมรุยิ้มกลับ แล้วเดินตามมิโอะขึ้นไป

 

 

                ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่กว้างพอสำหรับพาเพื่อนมานั่งเล่นได้หลายคน ห้องสีขาวที่มีสิ่งของส่วนใหญ่เป็นสีชมพูและสีแดง ตุ๊กตาหมูที่เจ้าของห้องชอบเอามาก ๆ วางอยู่รอบ ๆ หัวที่นอน – ห้องน่ารัก คนก็น่ารัก แต่ชอบหมูซะจริง ๆ เลยน๊า...วันนี้ก็ได้เพิ่มมาตัวนึงอีก สักวันหมูคงล้นห้อง ฮ่า ๆๆ เมรุนั่งลงกับที่พร้อมตุ๊กตาหมู

 

 

“เดี๋ยวไปเอาจานกับส้อมมาให้นะคะ” มิโอะพูดยิ้ม ๆ หลังวางถุงขนมเค้กและขนมปังลงบนโต๊ะเล็ก เมรุพยักหน้ายิ้ม ๆ

 

 

                เมื่อมิโอะเดินออกไป เมรุจึงคิดสนุกเอาตุ๊กตาหมูที่ตัวเองอุ้มอยู่ไปซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้า แต่เมื่อเปิดบานตู้เสื้อผ้าข้างที่มีกระจกก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นรูปตัวเองติดอยู่ 3 - 4 ใบ – นะ...นี่มันอะไรกัน? นี่มันรูปฉันนี่หน่า ทำไม... ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ เสียงคนเดินมาทำให้เมรุรนรีบเอาตุ๊กตาซ่อน ปิดบานตู้ และกลับมานั่งที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

“มาแล้ว...” มิโอะถือจานใบเล็กซ้อนกัน 2 ใบ และส้อมคันเล็กอีก 2 คันสำหรับกินเค้ก

 

“เย้...” เมรุยังคงทำเหมือนไม่มีอะไร แกะกล่องขนมเค้กหยิบเค้กมาวางที่จานมิโอะ 1 ชิ้น และจานตัวเองอีก 1 ชิ้น

 

“ไม่เกรงใจล่ะนะ ทานแล้วนะคะ” เมรุหยิบส้อมจิ้มเค้กลงมือทานอย่างไม่รีรอ มิโอะได้แต่มองหน้าเมรุที่กินอย่างเอร็ดอร่อยด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ มีความสุข

 

“มิโอะจังก็ทานด้วยซิ หน้าเค้าไม่ใช่เค้กนะ อ่ะ...” เมรุตักเค้กของตัวเอง 1 คำยื่นให้มิโอะที่นั่งอยู่ฝั่งข้าง มิโอะหน้าแดงอย่างชัดเจน แต่พออ้าปากจะกินชิ้นที่เมรุยื่นให้ เมรุก็วนเข้าปากตัวเองทันที

 

“ฮ่า ๆ....” เมรุขำออกมาที่แกล้งมิโอะสำเร็จ ทำให้มิโอะทำหน้าบู้ว์ เชิงงอนเมรุ

 

“งื้อ...เมรุจัง!” นิ้วเรียว ๆ ดีดไปที่หน้าผ้าของเด็กซน จนหน้าม้าปลิว – โอ้ยยยยยย!

 

“เง้อ...เจ็บนะ T^T” เมรุจับหน้าผากตัวเอง ฟุบลงกับโต๊ะด้วยความเจ็บ– แกล้งแค่นี้ต้องทำร้ายร่างกายกันด้วย :’(

 

“สมน้ำหน้า แกล้งเค้าก่อนทำไมล่ะ ...ไหนมาดูซิ” มิโอะทำท่าทีใจร้าย แต่ก็อดห่วงเด็กซนที่ฟุบอยู่ตรงหน้าไม่ได้

 

 

                เมรุยืดตัวขึ้นนั่งทำหน้างอ แต่มิโอะก็อดขำเบา ๆ ไม่ได้เพราะที่หน้าผากเป็นรอยแดง มิโอะขยับเข้าไปนั่งข้าง ๆ เมรุ จับเก็บผมม้าไว้ด้านข้างเพื่อจะดูรอยแดงที่หน้าผากนั้นชัด ๆ แต่เมรุที่ทำหน้างอกลับซบลงตรงไหล่ของมิโอะ – อยากอ้อนจัง เขาบอกว่าคนกรุ๊ปบีถ้ามีแฟนแล้วจะขี้อ้อนเป็นแมวเหมียวทันที แบบนี้ซินะ...ถึงตอนนี้ไม่ใช่แฟนก็เหมือนใช่แหละนะ เหมียว... มือที่จับผมไว้กลับวางไว้ที่ไหล่ของเมรุแทน อยู่ในท่าโอบไหล่ “ตึก ๆ” หัวใจของทั้งสองเต้นแรงอีกครั้ง

 

 

“เป็นอะไร...” มิโอะถามเมรุด้วยความเป็นห่วง – ไม่ได้เป็นอะไร...แค่อยากอ้อนเฉย ๆ

 

“อ๊ะ...เมรุจัง ตุ๊กตาหมูหายไปไหน” เด็กสาวที่ชอบตุ๊กตาหมูถามขึ้นเมื่อสังเกตว่ามันไม่อยู่ – เหยื่อติดเบ็ดแล้ว

 

“นั่นซิคะ เค้าลืมไว้ที่ห้างหรือเปล่าเนี่ย” เมรุแกล้งทำเป็นกระต่ายตื่นตูม เด้งตัวขึ้นมาทันที

 

“แต่เค้ายังเห็นเมรุจังกอดมันอยู่เลยนะ” มิโอะเริ่มน้ำตาคลอ เพราะตุ๊กตาตัวนั้นเมรุเป็นคนให้ – เย้ย...อย่าเพิ่งร้องนะ ง่า...แกล้งต่อดีมั้ยเนี่ย...แต่แบบนี้...ก็ยังน่าร๊ากกกก...>< เมรุหลุดลอยไปกับใบหน้าอันน่ารักยามร้องไห้ของมิโอะ แต่เมื่อได้สติกลับมา เมรุจึงลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า

 

 

“อย่าเปิดนะ!” แต่ยังไม่ทันเปิดมิโอะก็มาห้ามไว้ เพราะเพิ่งนึกได้ว่าแปะรูปเมรุไว้ตรงบานประตู – กลัวเห็นความลับอะดิ๊ เห็นหมดแล้วล่ะนะ ไม่ต้องห่วง ฮ่าๆๆ

 

 

“ก็ ๆ...ตุ๊กตา...มันอยู่ในนี้” เมรุชี้ไปที่จุดเกิดเหตุ

 

“แสดงว่า...เห็นหมดแล้วหรอ” มิโอะน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด – เง้อ...ขอโทษ โอ๋ ๆ อย่าร้องนะ

 

“อื้อ...หมดแล้ว...แหะ ๆ  ^_^” ขอโทษนะ...ไม่รู้จะเอาซ่อนไว้ที่ไหน...((นิ้วจิ้ม ๆ กัน))” – รู้สึกผิดแหะเรา TT

 

“เมรุจังจะไม่เกลียดเค้าใช่มั้ย?” มิโอะมองตาเมรุแล้วร้องไห้หนักเข้าไปอีก

 

“เค้าเคยบอกแล้วไงว่าเค้าเกลียดมิโอะจัง ชอบมาทำให้หัวใจเต้นแรงอยู่เรื่อย ตอนนี้ก็เหมือนกัน เค้าใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนะ...รู้มั้ย” เมรุยกมือขึ้นจับปลายผมเบา ๆ

 

“เค้าก็เหมือนกัน ใจเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ๆ เมรุจัง เรารู้สึกเหมือนกันใช่มั้ย?” มิโอะรอคอยคำตอบด้วยความหวัง เมรุยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน พยักหน้าเบา ๆ

 

“งั้น...เราเป็นแฟนกันนะคะ” แววตาที่มุ่งมั่นของหญิงสาวตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้า เมรุรู้สึกถึงความจริงใจทันที

 

“เอ๊...ยังไงดีน๊า...” เมรุแกล้งทำเป็นคิดหนัก แต่ที่จริงตัวเองมีคำตอบในใจอยู่แล้ว

 

“ง่า...อย่าแกล้งซิ” มิโอะชกท้องเมรุเบา ๆ เมรุหัวเราะนิด ๆ เพราะสนุกที่แกล้งมิโอะ

 

 

               มือข้างที่ไม่เจ็บเปิดบานตู้เสื้อผ้า ควานหาตุ๊กตาหมูที่ซ่อนไว้ในตู้ เมรุยกตุ๊กตาหมูที่เพิ่งหยิบออกมาจากที่ซ่อนมาบังหน้าไว้ แล้วดัดเสียงเล็ก ๆ พากย์เสียงตุ๊กตา

 

 

“ได้ซิคะ” เมรุเอาตุ๊กตาหมูลงไปจากใบหน้าให้เห็นคนตรงหน้าชัด ๆ ก็เห็นรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้ามิโอะอีกครั้ง

 

“จากนี้ก็ขอฝากด้วยนะคะ” คำฝากตัวจากเมรุทำให้มิโอะโผเข้ากอดเด็กสาวตรงหน้าอย่างดีใจ

 

“ทางนี้ก็ขอฝากด้วยนะคะ” มิโอะพูดในอ้อมกอดของเมรุ ที่ตอนนี้ช่างดูอบอุ่นกว่าตอนไหน ๆ

 

 

                ทั้งสองคลายกอดจากกัน มือเรียวประคองใบหน้าที่อาบน้ำตา และเช็ดคราบน้ำตาออกเบา ๆ สายตาที่มองกันช่างลึกซึ่งกว่าเดิมหลายเท่านัก ใบหน้าที่ใกล้กันจนได้กลิ่นลมหายใจ ปลายจมูกได้ทักทายกันสักพัก ก่อนที่ริมฝีปากจะค่อย ๆ สัมผัสกันอย่างอ่อนโยน

 

 

                เมรุลดมือลงไปกอดที่เอวของมิโอะและดันเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง ปลายลิ้นกำลังเริ่มเข้าไปซุกซนอีกคนก็เปิดรับอย่างยินดี มิโอะยกมือขึ้นจับใบหน้าของเมรุรับความรู้สึกได้อย่างเต็มเปี่ยม มือของเด็กสาวที่ข้างนึงมีผ้าพันมุดเข้าไปปัดป่ายอยู่ในเสื้อของมิโอะอย่างซุกซนจนตะขอที่เกี่ยวหลุดออกจากกัน มิโอะสะดุ้งกับการที่เมรุปลดตะขอเสื้อชั้นในของตัวเอง จึงถอนริมฝีปาก ผลักไหล่เมรุเบา ๆ อย่างตกใจ

 

 

“เป็นเด็กเป็นเล็กไปรู้เรื่องพวกนี้จากไหน?” มิโอะทำหน้าโกรธทีเล่นทีจริง กลบความเขินของตัวเอง เพราะที่จริงนี่เป็นครั้งแรกของมิโอะที่ถลำลึกมาถึงขนาดนี้ เมรุส่ายหน้าแล้วยิ้ม ๆ เป็นนัยน์  ๆ ว่าไม่บอกหรอก แล้วก็ก้มตัวลงไปซุกที่คอขาว ๆ ของมิโอะ เด็กสาวตัวเล็กหน้าแดง รู้สึกขนลุกสยิวร้องเสียงหลงขึ้นมาทันที

 

 

               – ถึงฉันจะเคยมีแฟนก็เถอะ แต่กับไมจัง ฉันไม่เคยจูบหรืออะไรเลย หรือเพราะว่าฉันสนิทกับรุ่นพี่นัตสึกับรุ่นพี่ชินาม่อน เขาเล่าเรื่องแบบว่า ๆ ให้ฟังบ่อย ๆ ((นัตสึ//ชินาม่อนอย่ามาพาดพิงช้านได้ม๊ายย))

 

 

“ก๊อก ๆ ๆ” เสียงเคาะประตูห้องมาขัดจังหวะ ทำเอาคนในห้องรุกรี้รุกรนทำตัวตามปกติ เมรุช่วยติดตะขอเสื้อชั้นในให้มิโอะ แล้วก็นั่งลงทานเค้กตามปกติ

 

 

“มิโอะจัง...มีเพื่อนมาหาแหนะลูก” เสียงคุณแม่ลอยมาจากหน้าห้อง – ใครมากันนะ...มิโอะกำลังเคลิ้มเลยเชียว กลยุทธ์จากพี่ดูโอ้ ขอบคุณนะคะ((นัตสึ//ชินาม่อน: ไม่เป็นไรไอ้น้อง))^^ เมื่อกี้ยังบอกห้ามพาดพิงอยู่เลยนะ - -*

 

“ค๊า...” มิโอะเดินไปเปิดประตูต้อนรับเพื่อนที่มาหา

 

“อ้าว...หวัดดี ซากุระ อาเนีย เข้ามาก่อนซิ” เมื่อเห็นเพื่อนสนิทปรากฏกายอยู่หน้าประตู มิโอะเลยทักทายเพื่อน และชวนเข้ามาในห้อง เมรุมองดูที่หน้าประตูว่าใครมา

 

“เห๊...เมรุจังก็อยู่ด้วยหรอ มาขัดจังหวะหรือเปล่าเนี่ย” ซากุระทักขึ้นเมื่อเห็นเมรุนั่งอยู่ในห้องด้วย – ขัดเต็ม ๆ เลยค่ะรุ่นพี่

 

“สวัสดีค่ะ ๆ” เมรุกล่าวทักทายรุ่นพี่เพื่อนร่วมห้องของมิโอะทั้ง 2 คนยิ้ม ๆ

 

“กินเค้กกันอยู่หรอ กินบ้างได้เปล่า? แล้วทำไมหน้าแดงกันทั้งสองคนเลยอ่ะ เมาเค้กหรอ?” อาเนียเล่นมุขจนทั้งห้องเงียบไม่มีเสียงใด ๆ ประมาณ 5 วินาที – เหอ ๆ = =

 

“เออนี่ ฉันก็เอาขนมมากินด้วยเหมือนกัน” ซากุระเริ่มบทสนทนาต่อหลังจากความเงียบ ไม่สนใจอาเนีย

 

“ใจร้าย...T^T...ตกลงกินได้มั้ย” อาเนียยังคงขอทานเค้กด้วย

 

“อันนี้ต้องถาม มิโอะจังแล้วค่ะ เพราะมิโอะจังเป็นคนซื้อมา” เมรุให้คำตอบไม่ได้เพราะไม่ได้เป็นคนซื้อ ถึงมิโอะจะซื้อให้เมรุทานคนเดียวก็เถอะ

 

“กินชิ้นเดียวพอนะ ฉันซื้อมาให้เมรุคนเดียว” มิโอะทำเสียงดุใส่อาเนียทีเล่นทีจริง เดินมานั่งข้าง ๆ เมรุเหมือนเดิม

 

“แหม...ทีกับเพื่อนไม่เคยเลี้ยง ซื้อมาเลี้ยงแฟน ไม่กินก็ด๊าย...” อาเนียทำเสียงสูงเชิงประชด ทั้งเมรุและมิโอะหน้าแดง สะดุ้งกับคำว่าแฟน – เพิ่งตกลงเป็นแฟนกันเมื่อกี้นี่หน่า รู้สึก...เขินจัง -////-

 

“ล้อเล่น กินได้ แต่อย่าเยอะ” มิโอะพูดแกล้งเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม

 

“ไม่ต่างกันเลย...” สาวลูกครึ่งสบถออกมาเบา ๆ และตักเค้กกินอย่างเอร็ดอร่อย

 

 

                บรรยากาศคุยกันสนุกสนานตามประสาเด็กสาววัยรุ่น ทำให้เมรุได้รู้เรื่องต่าง ๆ ที่ไม่เคยรู้เกี่ยวกับมิโอะเยอะขึ้น เพราะซากุระ และอาเนียเผาเพื่อนได้อย่างไม่เหลือซาก และเค้กก็ไม่เหลือซากด้วยฝีมือเมรุกับอาเนียเช่นกัน – ถึงฉันจะอายุน้อยกว่า แต่จะขอเอาความตัวใหญ่กว่าปกป้องเธอ ต่อจากนี้ฉันจะดูแลเธอเป็นอย่างดี ถึงแม้จะตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งโรงเรียน ฉันก็จะอยู่เขียงข้างเธอ...มิโอะจัง...ไดสึกิเดส

Share this post


Link to post
Share on other sites

[Mio]

           

 

               “ความสุขที่เอ่อล้นจนอธิบายออกมาไม่ได้ ทั้งหมดนั้นฉันได้รับมันมาจากเธอ...ขอบคุณที่มอบให้กันอย่างเต็มใจ ฉันเคยกลัว...ว่าถ้าหากฉันบอกรักเธอไป มันอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของเราลดลง แต่สัมผัสอ่อนโยนนั้นมันทำให้ฉันเริ่มมั่นใจ และมีความหวัง ว่าเธอเอง...ก็คงคิดไม่ต่างกัน”   

 

 

ซุปเปอร์มาร์เก็ต แถวย่านเทนจิน

 

 

                เมรุและมิโอะกลับมาซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ต หลังจากที่ไปสังเกตการณ์สารภาพรักของนัตสึ มิโอะเดินเลือกซื้อของ โดยมีเมรุเดินกอดตุ๊กตาหมูเดินตามมาข้างหลัง  – ที่จริงคนป่วยเขาจะช่วยถือของ แต่ไม่ดูสภาพมือตัวเองเลย ถือตุ๊กตาไปน่ะดีแล้ว

 

 

“อ้าว...นัตสึมิคัง!มา...คนเดียวหรอ” เสียงเมรุทักทายเพื่อนร่วมชั้นเรียนตัวสูง มิโอะก็หันมาดู และยิ้มทักทายให้เพื่อนของเมรุเช่นกัน แต่กลับได้รับใบหน้านิ่งเฉยจากรุ่นน้อง – เด็กคนนี้นี่มันยังไงกัน - -*

 

“อื้อ...ก็ตามประสาคนโสด ไม่เหมือนใครบางคนหรอก” นัตสึมิคังพูดกวน ๆ ชำเลืองมองมิโอะแว๊บนึง แล้วหันกลับมาตีหน้าเฉยใส่เมรุจัง – น่าหมันไส้เป็นบ้าเลย ไอ้เพื่อนคนนี้ - -*

 

“ทำไมไม่เป็นฉันนะเมรุจัง” เด็กสาวร่างสูงพูดด้วยสีหน้ากวน ๆ ไม่มองหน้า พลางหยิบของในชั้นมาดูแก้อาการเจ็บใจที่มีอยู่ไม่น้อย – เพื่อนเมรุจังคนนี้...ชอบเมรุจังหรอ? มิโอะเหมือนไฟสุมในใจ เพราะประโยคที่เด็กตัวสูงพูดนั้นทำเอาทิ่มแทงใจเข้าอย่างจัง– นี่เรา...หึง...เมรุจัง? รู้สึกหวงขึ้นมาซะงั้น

 

 

               มิโอะเดินห่างออกไปซื้อของที่ล็อกอื่น เพราะไม่อยากได้ยินอะไรอีก แต่ไม่ได้บอกเมรุ ทำให้เมรุตามหาตัวเมื่อคุยกับเพื่อนเสร็จ เมรุเดินตรงไปที่มิโอะกำลังเลือกซื้อของ

 

 

“เดินมาไม่บอกเลยนะคะ” เมรุทำหน้าบูดใส่มิโอะที่เลือกสินค้าอยู่ – ยังจะมาทำหน้างอนใส่อีกนะ

 

“อ่า...โทษทีนะ เห็นว่าคุยกับเพื่อนอยู่ เลยไม่กล้าขัดน่ะ” มิโอะพูดยิ้มนิด ๆ ยังรู้สึกขุ่น ๆ ในใจ

 

“ขอโทษนะคะ แต่...” ไม่ทันได้พูดอะไรต่อ

 

“ไปจ่ายตังกัน ซื้อของครบแล้วแหละ” มิโอะก็คว้ามือเมรุทันที– แต่ชั่งเถอะ...ทำตัวตามปกติดีกว่า

 

“อ่า...อื้อ” มิโอะเดินจูงมือเมรุไปที่แคชเชียร์ และยังคงไม่รู้ตัวว่าคนข้าง ๆ กำลังมองเธออย่างสงสัย

 

 

------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

“ก่อนกลับแวะไปซื้อเค้กก่อนนะ” มิโอะพูดขึ้นในระหว่างที่เดินออกมาจากแคชเชียร์

 

“อ่า...อื้อ” เมรุพยักหน้าเออออ

 

 

                มิโอะเดินนำเข้าไปในร้านเค้กเบเกอรี่ที่อยู่ใกล้ ๆ ยืนต่อแถวได้ไม่นานก็ถึงคิว มิโอะจัดการสั่งเค้กที่อยู่ในตู้สิบกว่าชิ้น แถมยังเดินไปหยิบเมล่อนปังมาอีก – ที่ซื้อเยอะนี่ไม่ได้กินคนเดียวหรอกนะคะ ซื้อให้เด็กน้อยแถวนี้ตะหาก

 

 

“โห...ซื้อเยอะจัง กินคนเดียวหรอเนี่ย” เมรุถามด้วยความประหลาดใจ มีแต่เพียงรอยยิ้มที่ชวนหลงใหลตอบกลับมาแทน

 

 

                ผู้คนที่ต้องการมาจับจ่ายใช้สอย หรือมาเที่ยวเล่นกันที่นี่ เริ่มหนาตาขึ้น บรรยากาศนอกห้างสรรพสินค้าคึกคักต่างจากเมื่อเช้า เมรุและมิโอะมายืนรอรถเมล์เพื่อจะกลับบ้าน ยืนรอได้ไม่นานรถก็มาจอดเทียบป้าย

 

 

“วันนี้อยู่ทานเค้กด้วยกันก่อนนะ” มิโอะเอ่ยชวนเมรุที่กำลังนั่งชมวิวข้างทาง

 

“มิน่าล่ะ ซื้อเค้กมาซะเยอะ กะจะให้เค้าทานด้วยล่ะซิ๊...” เมรุหันมาพูดเชิงแซว ยิ้มทะเล้น – ทำหน้าแบบนี้อีกแล้วนะ -///-

 

“บ้า...ก็...ทำตามสัญญาไง” มิโอะหน้าแดง หลบสายตาเมรุแทบไม่ทัน เพราะมันมีความจริงอยู่ครึ่งหนึ่ง – อย่ามารู้ทันได้มั้ยเนี่ย ><

 

“เค้าเคยพูดไว้ไม่ใช่หรอ ว่าถ้าเมรุจังเรียกเค้าว่ามิโอะจัง เค้าจะเลี้ยงเค้ก 10 ชิ้น” มิโอะพูดโดยไม่มองหน้าเมรุ – ไม่รู้ทำไม หมู่นี้มองหน้าเมรุนาน ๆ ไม่ได้เลย รู้สึกเขิน ๆ แปลก ๆ

 

“...ไม่เห็นต้องเลี้ยงเลยหนิคะ เค้าเต็มใจเรียกนี่หน่า” เมรุพูดความจริงจากใจ ทำให้มิโอะหันมามองเมรุตรง ๆ

 

“จะกินไม่กินคะ” มิโอะวางมาดดุ – ดื้อจริง ๆ เลย ;’(

 

“กิน...แหะ ๆ ^^” เมรุทำเสียงอ้อนทำให้มิโอะหน้าแดงขึ้นไปอีก – แต่ก็ชอบเมรุจังที่เป็นแบบนี้ล่ะนะ ^^

 

 

บ้านโทโมะนากะ

 

 

“กลับมาแล้วค่ะ” มิโอะพูดพร้อมถอดรองเท้าเก็บไว้ข้าง ๆ

 

“รบกวนด้วยนะคะ” เมรุที่เดินตามหลังมา ปิดประตูให้เรียบร้อย

 

“กลับมาแล้วหรอจ้ะ” คุณแม่โผล่มาต้อนรับ ออกมาจากห้องรับแขก

 

“อ้าว...พาเพื่อนมาด้วยหรอ หรือว่า เมรุจัง ใช่มั้ย?” คุณแม่ถามขึ้นทันที – เริ่มรางสังหรณ์ไม่ดีละ ร้อน ๆ เหมือนจะโดนเผา

 

“อ่า...ค่ะ...ทาชิมะ เมรุ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” เมรุฝากฝังตัวเป็นลูกเขย เอ้ย!แนะนำตัวเอง

 

“ยินดีที่ได้รู้จักจ้า หน้าตาสวยมากเลยนะเนี่ย มิน่าละเมื่อเช้ามิโอะจังถึงได้นอนละเมอถึงหนู” คุณแม่พูดหน้าตายิ้มแย้มท่าทางใจดี – เย้ย...คุณแม่พูดทำไม???????? -////-

 

“คุณแม่คะ...- 3 -” มิโอะทำหน้าบู้ด้วยท่าทางงอน ๆ ที่คุณแม่เผาตัวเองต่อหน้าเมรุ ทำให้เมรุอดขำเบา ๆ ไม่ได้ – ขำอะไรนะ กวนจริง ๆ เลย แต่เข้ากับคุณแม่ได้ก็ดีแล้วล่ะนะ ^^

 

“เอาของมานี่มา เดี๋ยวแม่เอาไปเก็บเอง” มิโอะยื่นถุงใส่ของให้คุณแม่เหลือไว้แต่ถุงเค้กและขนมปัง

 

“พาเมรุจังขึ้นไปเล่นบนห้องไป วันนี้แม่มีแขก จะทานขนมก็พากันขึ้นไปทานบนห้อง ห้องตัวเองดูแลความสะอาดดี ๆ”

 

“ค๊า...” มิโอะที่หน้างออยู่ เดินนำเมรุเพื่อจะพาไปที่ห้องของตัวเอง

 

“ตามสบายนะจ้ะ” คุณแม่ยิ้มส่งท้ายให้เมรุ แล้วก็เอาของไปเก็บ เมรุยิ้มกลับ แล้วเดินตามมิโอะขึ้นไป

 

 

                ภายในห้องสี่เหลี่ยมที่กว้างพอสำหรับพาเพื่อนมานั่งเล่นได้หลายคน ห้องสีขาวที่มีสิ่งของส่วนใหญ่เป็นสีชมพูและสีแดง ตุ๊กตาหมูที่เจ้าของห้องชอบเอามาก ๆ วางอยู่รอบ ๆ หัวที่นอน – ดีนะที่วันนี้ห้องไม่รก ที่จริงจะกินที่ห้องรับแขก แต่คุณแม่ดันมีแขก ได้มากินบนห้องซะได้

 

 

“เดี๋ยวไปเอาจานกับส้อมมาให้นะคะ” มิโอะพูดยิ้ม ๆ หลังวางถุงขนมเค้กและขนมปังลงบนโต๊ะเล็ก เมรุนั่งลงกับที่พร้อมตุ๊กตาหมู พยักหน้ายิ้ม ๆ

 

 

               มิโอะเดินออกจากห้องลงไปที่ครัว หยิบจานใบเล็กซ้อนกัน 2 ใบ และส้อมคันเล็กอีก 2 คันสำหรับกินเค้กจากชั้นวงจาน แล้วเดินขึ้นไปบนห้อง

 

 

“มาแล้ว...” มิโอะวางของที่ถือมาลงบนโต๊ะ และนั่งลงฝั่งข้าง จากเมรุ

 

“เย้...” ถึงจะตัวโตกว่าแต่เมรุยังคงความเป็นเด็ก ดูอารมณ์ดีที่ได้กินเค้ก เมรุจัดการแกะกล่องขนมเค้กหยิบเค้กมาวางที่จานมิโอะ 1 ชิ้น และจานตัวเองอีก 1 ชิ้น มิโอะยิ้มกับความน่ารักแบบเด็ก ๆ ของเมรุ

 

“ไม่เกรงใจล่ะนะ ทานแล้วนะคะ” เมรุหยิบส้อมจิ้มเค้กลงมือทานอย่างไม่รีรอ มิโอะได้แต่มองหน้าเมรุที่กินอย่างเอร็ดอร่อยด้วยใบหน้ายิ้ม ๆ มีความสุข – น่ารักจริง ๆ เลยน๊า...เวลาปกติถึงจะดูเป็นผู้ใหญ่ แต่พอมาอยู่กับของกินแล้วดูเป็นเด็กเลย

 

“มิโอะจังก็ทานด้วยซิ หน้าเค้าไม่ใช่เค้กนะ อ่ะ...” เมรุตักเค้กของตัวเอง 1 คำยื่นให้มิโอะที่นั่งอยู่ฝั่งข้าง มิโอะหน้าแดงอย่างชัดเจน แต่พออ้าปากจะกินชิ้นที่เมรุยื่นให้ เมรุก็วนเข้าปากตัวเองทันที

 

“ฮ่า ๆ....” เมรุขำออกมาที่แกล้งมิโอะสำเร็จ ทำให้มิโอะทำหน้าบู้ว์ เชิงงอนเมรุ – โดนแกล้งอีกแล้ว ขี้แกล้งจังเลยเด็กคนนี้

 

“งื้อ...เมรุจัง!” นิ้วเรียว ๆ ดีดไปที่หน้าผ้าของเด็กซน จนหน้าม้าปลิว – นี่แหนะ...หมั่นเขี้ยวจริง ๆ เลย

 

“เง้อ...เจ็บนะ T^T” เมรุจับหน้าผากตัวเอง ฟุบลงกับโต๊ะด้วยความเจ็บ– ชิ!

 

“สมน้ำหน้า แกล้งเค้าก่อนทำไมล่ะ ...ไหนมาดูซิ” มิโอะทำท่าทีใจร้าย แต่ก็อดห่วงเด็กซนที่ฟุบอยู่ตรงหน้าไม่ได้

 

                เมรุยืดตัวขึ้นนั่งทำหน้างอ แต่มิโอะก็อดขำเบา ๆ ไม่ได้เพราะที่หน้าผากเป็นรอยแดง มิโอะขยับเข้าไปนั่งข้าง ๆ เมรุ จับเก็บผมม้าไว้ด้านข้างเพื่อจะดูรอยแดงที่หน้าผากนั้นชัด ๆ แต่เมรุที่ทำหน้างอกลับซบลงตรงไหล่ของมิโอะ – อ๊ะ...น่ะ ทั้งกวน ทั้งดื้อ แถมยังขี้อ้อนอีกหรอเนี่ย จะน่ารักไปถึงไหนห๊ะ... มือที่จับผมไว้กลับวางไว้ที่ไหล่ของเมรุแทน อยู่ในท่าโอบไหล่ “ตึก ๆ” หัวใจของทั้งสองเต้นแรงอีกครั้ง

 

 

“เป็นอะไร...” มิโอะถามเมรุด้วยความเป็นห่วง – เค้าดีดเจ็บมากเลยหรอ?...เห๊!ไม่อยู่...ตุ๊กตาหมูไม่อยู่

 

“อ๊ะ...เมรุจัง ตุ๊กตาหมูหายไปไหน” เด็กสาวที่ชอบตุ๊กตาหมูถามขึ้นเมื่อสังเกตว่ามันไม่อยู่ – ง่า... :’(

 

“นั่นซิคะ เค้าลืมไว้ที่ห้างหรือเปล่าเนี่ย” เมรุแกล้งทำเป็นกระต่ายตื่นตูม เด้งตัวขึ้นมาทันที

 

“แต่เค้ายังเห็นเมรุจังกอดมันอยู่เลยนะ” มิโอะเริ่มน้ำตาคลอ – ไม่เอานะ...ตุ๊กตาหมูตัวนี้เมรุเป็นคนให้เค้านะ T^T อยู่ ๆ เมรุก็ลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ทำให้มิโอะตกใจ...

 

 

“อย่าเปิดนะ!” แต่ยังไม่ทันเปิดมิโอะก็มาห้ามไว้ เพราะเพิ่งนึกได้ว่าแปะรูปเมรุไว้ตรงบานประตู – อย่าเปิดนะเมรุจัง...ฉันยังไม่กล้าพอที่จะให้เธอรู้...

 

“ก็ ๆ...ตุ๊กตา...มันอยู่ในนี้” เมรุชี้ไปที่จุดเกิดเหตุ – หรือว่า...เมรุแกล้งเค้าอีกแล้วT^T

 

“แสดงว่า...เห็นหมดแล้วหรอ” มิโอะน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด – ไม่น๊า...

 

“อื้อ...หมดแล้ว...แหะ ๆ  ^_^” ขอโทษนะ...ไม่รู้จะเอาซ่อนไว้ที่ไหน...((นิ้วจิ้ม ๆ กัน))” – ไม่ต้องมาทำหน้ารู้สึกผิดเลย

 

“เมรุจังจะไม่เกลียดเค้าใช่มั้ย?” มิโอะมองตาเมรุแล้วร้องไห้หนักเข้าไปอีก

 

“เค้าเคยบอกแล้วไงว่าเค้าเกลียดมิโอะจัง ชอบมาทำให้หัวใจเต้นแรงอยู่เรื่อย ตอนนี้ก็เหมือนกัน เค้าใจเต้นแรงไม่หยุดเลยนะ...รู้มั้ย” เมรุยกมือขึ้นจับปลายผมเบา ๆ

 

“เค้าก็เหมือนกัน ใจเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ๆ เมรุจัง เรารู้สึกเหมือนกันใช่มั้ย?” มิโอะรอคอยคำตอบด้วยความหวัง เมรุยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน พยักหน้าเบา ๆ

 

“งั้น...เราเป็นแฟนกันนะคะ” แววตาที่มุ่งมั่นของหญิงสาวตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้า เมรุรู้สึกถึงความจริงใจทันที

 

“เอ๊...ยังไงดีน๊า...” เมรุแกล้งทำเป็นคิดหนัก แต่ที่จริงตัวเองมีคำตอบในใจอยู่แล้ว

 

“ง่า...อย่าแกล้งซิ” มิโอะชกท้องเมรุเบา ๆ เมรุหัวเราะนิด ๆ เพราะสนุกที่แกล้งมิโอะ – เวลาแบบนี้ก็ยังจะแกล้งนะ:’(

 

 

                มือข้างที่ไม่เจ็บเปิดบานตู้เสื้อผ้า ควานหาตุ๊กตาหมูที่ซ่อนไว้ในตู้ เมรุยกตุ๊กตาหมูที่เพิ่งหยิบออกมาจากที่ซ่อนมาบังหน้าไว้ แล้วดัดเสียงเล็ก ๆ พากย์เสียงตุ๊กตา

 

 

“ได้ซิคะ” เมรุเอาตุ๊กตาหมูลงไปจากใบหน้าให้เห็นคนตรงหน้าชัด ๆ ก็เห็นรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้ามิโอะอีกครั้ง

 

“จากนี้ก็ขอฝากด้วยนะคะ” คำฝากตัวจากเมรุทำให้มิโอะโผเข้ากอดเด็กสาวตรงหน้าอย่างดีใจ

 

“ทางนี้ก็ขอฝากด้วยนะคะ” มิโอะพูดในอ้อมกอดของเมรุ ที่ตอนนี้ช่างดูอบอุ่นกว่าตอนไหน ๆ

 

 

                ทั้งสองคลายกอดจากกัน มือเรียวประคองใบหน้าที่อาบน้ำตา และเช็ดคราบน้ำตาออกเบา ๆ สายตาที่มองกันช่างลึกซึ่งกว่าเดิมหลายเท่านัก ใบหน้าที่ใกล้กันจนได้กลิ่นลมหายใจ ปลายจมูกได้ทักทายกันสักพัก ก่อนที่ริมฝีปากจะค่อย ๆ สัมผัสกันอย่างอ่อนโยน

 

 

                เมรุลดมือลงไปกอดที่เอวของมิโอะและดันเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง ปลายลิ้นกำลังเริ่มเข้าไปซุกซนอีกคนก็เปิดรับอย่างยินดี มิโอะยกมือขึ้นจับใบหน้าของเมรุรับความรู้สึกได้อย่างเต็มเปี่ยม มือของเด็กสาวที่ข้างนึงมีผ้าพันมุดเข้าไปปัดป่ายอยู่ในเสื้อของมิโอะอย่างซุกซนจนตะขอที่เกี่ยวหลุดออกจากกัน มิโอะสะดุ้งกับการที่เมรุปลดตะขอเสื้อชั้นในของตัวเอง จึงถอนริมฝีปาก ผลักไหล่เมรุเบา ๆ อย่างตกใจ

 

 

               – จะให้จับตรงหน้าอกนั้นมัน...ยัง...เขิน ๆ อยู่เลยนะ >////< ...ไม่เคยให้ใครแตะต้องมาก่อน...ก็เลย...ตกใจนิดหน่อย ขอโทษนะเมรุจัง...

 

 

“เป็นเด็กเป็นเล็กไปรู้เรื่องพวกนี้จากไหน?” มิโอะทำหน้าโกรธทีเล่นทีจริง กลบความเขินของตัวเอง เพราะที่จริงนี่เป็นครั้งแรกของมิโอะที่ถลำลึกมาถึงขนาดนี้ เมรุส่ายหน้าแล้วยิ้ม ๆ เป็นนัยน์  ๆ ว่าไม่บอกหรอก แล้วก็ก้มตัวลงไปซุกที่คอขาว ๆ ของมิโอะ เด็กสาวตัวเล็กหน้าแดง รู้สึกขนลุกสยิวร้องเสียงหลงขึ้นมาทันที – แต่มาถึงขนาดนี้แล้วคงต้อง...

 

 

“ก๊อก ๆ ๆ” เสียงเคาะประตูห้องมาขัดจังหวะ ทำเอาคนในห้องรุกรี้รุกรนทำตัวตามปกติ เมรุช่วยติดตะขอเสื้อชั้นในให้มิโอะ แล้วก็นั่งลงทานเค้กตามปกติ

 

 

“มิโอะจัง...มีเพื่อนมาหาแหนะลูก” เสียงคุณแม่ลอยมาจากหน้าห้อง – ใครมากันนะ...ตรงเวลาดีจัง ((ประชด))

 

“ค๊า...” มิโอะเดินไปเปิดประตูต้อนรับเพื่อนที่มาหา – ห๋า...นึกว่าใคร - -*

 

“อ้าว...หวัดดี ซากุระ อาเนีย เข้ามาก่อนซิ” เมื่อเห็นเพื่อนสนิทปรากฏกายอยู่หน้าประตู มิโอะเลยทักทายเพื่อน และชวนเข้ามาในห้อง เมรุมองดูที่หน้าประตูว่าใครมา

 

“เห๊...เมรุจังก็อยู่ด้วยหรอ มาขัดจังหวะหรือเปล่าเนี่ย” ซากุระทักขึ้นเมื่อเห็นเมรุนั่งอยู่ในห้องด้วย – ไม่น่าถามนะคะ

 

“สวัสดีค่ะ ๆ” เมรุกล่าวทักทายรุ่นพี่เพื่อนร่วมห้องของมิโอะทั้ง 2 คนยิ้ม ๆ

 

“กินเค้กกันอยู่หรอ กินบ้างได้เปล่า? แล้วทำไมหน้าแดงกันทั้งสองคนเลยอ่ะ เมาเค้กหรอ?” อาเนียเล่นมุขจนทั้งห้องเงียบไม่มีเสียงใด ๆ ประมาณ 5 วินาที – เหอ ๆ = =

 

“เออนี่ ฉันก็เอาขนมมากินด้วยเหมือนกัน” ซากุระเริ่มบทสนทนาต่อหลังจากความเงียบ ไม่สนใจอาเนีย

 

“ใจร้าย...T^T...ตกลงกินได้มั้ย” อาเนียยังคงขอทานเค้กด้วย

 

“อันนี้ต้องถาม มิโอะจังแล้วค่ะ เพราะมิโอะจังเป็นคนซื้อมา” เมรุให้คำตอบไม่ได้เพราะไม่ได้เป็นคนซื้อ ถึงมิโอะจะซื้อให้เมรุทานคนเดียวก็เถอะ

 

“กินชิ้นเดียวพอนะ ฉันซื้อมาให้เมรุคนเดียว” มิโอะทำเสียงดุใส่อาเนียทีเล่นทีจริง เดินมานั่งข้าง ๆ เมรุเหมือนเดิม

 

“แหม...ทีกับเพื่อนไม่เคยเลี้ยง ซื้อมาเลี้ยงแฟน ไม่กินก็ด๊าย...” อาเนียทำเสียงสูงเชิงประชด ทั้งเมรุและมิโอะหน้าแดง สะดุ้งกับคำว่าแฟน – เพิ่งตกลงเป็นแฟนกันเมื่อกี้นี่หน่า รู้สึก...เขินจัง -////-

 

“ล้อเล่น กินได้ แต่อย่าเยอะ” มิโอะพูดแกล้งเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ตรงข้าม

 

“ไม่ต่างกันเลย...” สาวลูกครึ่งสบถออกมาเบา ๆ และตักเค้กกินอย่างเอร็ดอร่อย

 

 

                บรรยากาศคุยกันสนุกสนานตามประสาเด็กสาววัยรุ่น แต่ซากุระ และ อาเนีย เล่นเผามิโอะให้เมรุฟังไม่เหลือซาก แต่นั่นก็ทำให้เมรุสนิทกับเพื่อนของมิโอะได้อย่างรวดเร็ว เค้ก 10 กว่าชิ้นก็ถูกนักกินแหลก 2 คนกินไปไม่เหลือซาก  – เมรุจังรู้มั้ย...วันนี้เค้ามีความสุขที่สุดเลย ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ^^และต่อจากนี้ฉันจะพยายามเป็นแฟนที่ดีของเมรุจังนะ เมรุจังก็ต้องเป็นแฟนที่ดีของเค้าด้วยนะรู้มั้ย เค้าโหดนะจะบอกให้ ^^

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอนที่ 7 - เลิกซะ!

[Meru]

 

 

                หลังวันหยุดยาว Golden Week ก็ถึงคราวที่ต้องไปโรงเรียนตามปกติ นักเรียนหญิงจำนวนมาก ต่างพากันจับกลุ่มเดินคุยกันเข้าโรงเรียน ไม่เว้นแม้แต่เมรุและมิโอะที่เพิ่งเป็นแฟนกันได้เพียงแค่หนึ่งอาทิตย์ วันนี้ทั้ง 2 คนก็เดินมาโรงเรียนด้วยกันอย่างเช่นทุกวัน

 

 

“ที่มือเริ่มหายแล้ว ดีจังเลยนะ” มิโอะเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่ข้อมือของเมรุไม่มีผ้าพันไว้แล้ว

 

“อื้ม...ถึงจะไม่ต้องพันผ้าแล้ว แต่ก็ยังเจ็บ ๆ อยู่นิดหน่อย ถ้าไม่ทำอะไรหักโหม ก็คงไม่เป็นอะไรมาหรอกค่ะ” เมรุยิ้มตอบรับไม่ให้มิโอะรู้สึกเป็นห่วง

 

“เขียนหนังสือได้หรือยัง” มิโอะถามเผื่อเวลาเรียนต้องจดอะไร

 

“ได้แล้วค่ะ สบายมาก” เมรุยกมือขึ้นมาโชว์กำแบบให้ดูว่าไม่ค่อยเจ็บแล้ว – แต่ถ้าหมุนข้อมือนี่ซิ :’(

 

“เฮ้ อรุณสวัสดิ์” เซรินะรุ่นพี่ ม.4 ในชมรมวิ่งมาตีไหล่เมรุจากข้างหลัง ทักทายอย่างร่าเริง

 

“ฮ๊า...อรุณสวัสดิ์ค่ะรุ่นพี่รินุ” เมรุตะโกนไล่หลังรุ่นพี่ที่วิ่งไปข้างหน้าแล้ว

 

“ไว้เจอกันที่ชมรมนะ” รินุหันมาโบกมือให้ทั้ง ๆ ที่กำลังวิ่งอยู่กับที่ แล้วหันกลับไปวิ่งตามเดิม– ฟิตแต่เช้าเลยน๊า...จริงซิ!วันนี้ต้องเข้าชมรมด้วยนี่หน่า แถมมีเรียนพละด้วย จะไหวมั้ยเนี่ย

 

 

ม.2ห้อง B

 

 

“งั้นแยกกันตรงนี้นะคะ เจอกันตอนพักนะ” มิโอะกล่าวพร้อมรอยยิ้มสดใส เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องเรียนของเมรุ – ยิ้มได้ตลอดจริง ๆ น๊า...ไม่รักก็บ้าแล้วแบบนี้-/////-

 

“ไว้เจอกันค่ะ” ทั้งสองยิ้มและโบกมือสั้น ๆ ให้กัน เมรุมองมิโอะที่เดินออกไป ก่อนเดินเข้าไปในห้องเรียน

 

 

               เมรุเดินเข้าไปในห้องเรียนทักทายเพื่อน ๆ ตามปกติ เห็นนัตสึมิคังนั่งท้าวคางทำหน้ามุ่ยอยู่ตรงโต๊ะมุมริมหน้าต่างหลังห้อง

 

 

“อรุณสวัสดิ์จ้ะ นัตสึมิคัง” เมรุทักทายหัวหน้าห้องด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ระหว่างที่เดินไปที่นั่งของตัวเอง แต่กลับมีสายตาเฉยชามองมาแว๊บนึง – เอ่อ... - -*

 

“อื้อ...หวัดดี” นัตสึมิคังทักทายกลับโดยไม่มองหน้าเมรุจัง – เป็นอะไรของเขานะ อารมณ์ไม่ดีแต่เช้าเลยแหะ เมรุนั่งลงกับที่ แขวนกระเป๋านักเรียนไว้ข้าง ๆ โต๊ะ หยิบหนังสือนิยายในกระเป๋าขึ้นมาอ่านฆ่าเวลาก่อนโฮมรูม

 

“อรุณสวัสดิ์ค๊า...” เสียงเล็ก ๆ ประสานกันอยู่หน้าประตูห้องเรียน เมรุเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือไปที่ประตู – อ่า...สองกุมารทองตัวจิ๋วนั่นเอง คิดถึงจังเลยน๊า...

 

“อรุณสวัสดิ์จ้า” เมรุกล่าวทักทายเมื่อสองสาวตัวจิ๋วต่างวิ่งมาหาเมรุที่โต๊ะ

 

“เมรุจัง...ดีใจด้วยน๊า...” สาวน้อยทั้งสองเขย่าตัวเมรุแสดงความยินดี – โอย ๆ มึน ๆ @_@

 

“เห๊? เดี๋ยว ๆ ...ดีใจเรื่องอะไร?” เมรุห้ามทั้งสองคนเขย่าตัวแล้วมองอย่างสงสัย

 

“ก็เรื่องที่...เมรุจังกับรุ่นพี่โทโมะนากะ...เป็นแฟนกันแล้วไง...” กุมารทองทั้งสองพูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

 

“เห๋...ไปรู้มาจากไหน” เมรุเริ่มหน้าแดง รู้สึกเขิน ทำเป็นจับหนังสืออ่าน

 

“ได้ยินพี่ ม.3 เขาคุยกัน” – เอ่อ...พอรู้ละ ก็มีที่รู้เรื่อง 4 คน ตัดเรากับมิโอะจังก็เหลือแต่ รุ่นพี่มิยาวากิ กับ รุ่นพี่มุราชิเกะ แต่คนหลังนี่น่าสงสัยที่สุด

 

 

                “ปึ้ง!” เสียงทุบโต๊ะดังมาจากข้างหลังห้องมุมเดิม เมรุและเพื่อนตัวจิ๋วทั้งสองหันไปทางต้นเสียง เด็กสาวร่างผอมสูงลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ แล้วก็เดินออกจากห้องทางประตูหลังไป – จะเข้าคาบโฮมรูมอยู่แล้ว จะไปไหนของเขานะ แต่...ดู...น่ากลัว ๆ ชอบกลนะวันนี้

 

 

                หลังจากจบการโฮมรูมของครูประจำชั้น การเรียนวันนี้ก็เหมือนปกติทุกครั้ง แต่เหมือนเมรุใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเอาซะเลย– อ่า...เมื่อไหร่จะพักซักทีนะ คิดถึงมิโอะจังเลยเมรุเหม่อมองนอกหน้าต่าง ไม่รู้ตัวว่าคุณครูกำลังเรียกเธออยู่

 

“...คุณทาชิมะ” เมรุสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์

 

“คะ...ค่ะ” สาวน้อยรนรานทำให้เพื่อนทั้งห้องหัวเราะกับความเอ๋อของเธอ

 

“อ่านย่อหน้าต่อจากเพื่อนค่ะ” เมรุหยิบหนังสือขึ้นมา – แย่ล่ะที่นี้ ย่อหน้าไหนล่ะเนี่ย ยูกะที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ชี้ย่อหน้าให้เมรุดู เมรุจึงอ่านต่อไปได้อย่างถูกต้อง – เฮ้อ...เกือบไป - -

 

 

พักเที่ยง

 

 

                พื้นที่กว้างขวางบนตึกเรียน เห็นวิวเมืองฟุกุโอะรอบทิศ ลมพัดเย็น ๆ พัดผ่านผ่อนคลายอารมณ์ เวลานี้เป็นเวลาที่เมรุและมิโอะนัดพบกันเพื่อที่จะมาทานข้าวด้วยกันที่นี่ – ดีใจจัง...ได้เจอหน้ามิโอะซักที ^^

 

 

หลังทานข้าวเสร็จ

 

 

“เน่...มิโอะจัง รู้มั้ยว่าวันนี้เค้าเหม่อในห้องเรียนด้วย” เมรุเอนตัวนอนลงบนตักนิ่ม ๆ ของมิโอะ

 

“เห๊...ทำไมถึงเหม่อล่ะ มัวแต่คิดถึงเค้าอยู่ล่ะซิ” มิโอะก้มลงไปแซวเมรุที่เล่นปลายผ้าสามเหลี่ยมของตนเอง ((ไม่รู้จะเรียกอะไร ขอเรียกผ้าสามเหลี่ยมละกันนะ เห็นมันคล้าย ๆ ของเนตรนารี แหะๆ)) เมรุหน้าแดงขึ้นมาทันที – ก็ใช่น่ะซิค่ะ เพราะมิโอะจังนั่นแหละ หมั่นเขี้ยว นี่แหนะ จิ้ม ๆ เมรุจิ้มไปที่เมล่อนปังของมิโอะ ((คงรู้ว่าคืออะไร))

 

“อ๊ะ...ทะลึ่ง!” มิโอะปัดมือเมรุออก เตรียมนิ้วจะดีดหน้าผากของเมรุ แต่เมรุเอามือปิดหน้าผากไว้ทัน – เง้ออออออ

 

“เอามือออก...” เมรุส่ายหน้ากลัวโดนดีดหน้าผากอีก– เอาออกก็โดนดีดซิ ไม่เอาหรอก

 

“ไม่งั้นไม่ได้จุ๊บนะ” มิโอะพูดข้อเสนอ ทำให้เมรุค่อย ๆ เอามือออกจากหน้าผาก มิโอะค่อย ๆ ก้มลงไปจุ๊บไปที่หน้าผากของเด็กสาวที่นอนอยู่บนตัก แต่เมรุขยับตัวขึ้นจุ๊บที่ปากมิโอะแทน เล่นเอามิโอะสะดุ้งตกใจ – ฮ่า ๆ ๆ

 

“นิสัยไม่ดี...ฉวยโอกาส เดี๋ยวบีบให้ดั้งหักเลย” มิโอะทำหน้ามุ่ยบีบจมูกโด่ง ๆ ของเมรุด้วยความหมั่นเขี้ยวปนความเขิน เมรุหัวเราะออกมาอย่างสนุกที่แกล้งมิโอะได้อีกแล้ว – น่ารักจริง ๆ เลย แฟนใครเนี่ย ><

 

 

                 ใกล้ถึงเวลาเรียนคาบบ่าย ทั้งสองคนก็พากันกลับไปที่ห้องเรียน เมรุลามิโอะหน้าห้องแล้วเดินเข้าห้องเรียนไปอย่างอารมณ์ดี แต่เมื่อเดินไปถึงที่โต๊ะกลับเจอกระดาษใบเล็ก ๆ 1 แผ่น ข้อความข้างในนั้นเขียนว่า

 

 

“อยากได้หนังสือคืน ไปเอาได้ที่โรงเก็บอุปกรณ์กีฬา ก่อนที่มันจะถูกเผาเป็นจุล” ข้อความที่เห็นทำให้เมรุตกใจ รีบค้นดูหนังสือในกระเป๋านักเรียน – หายไปจริง ๆ ด้วย ใครกันนะ ไม่ตลกเลยนะแบบนี้ เมรุห่วงหนังสือเล่มนั้นเพราะมันเป็นหนังสือของคุณพ่อที่เมรุเอามาอ่าน

 

 

                เมรุรีบวิ่งไปโรงเก็บอุปกรณ์กีฬาข้าง ๆ สนามฟุตบอลที่ตอนนี้นักเรียนคงทยอยกันขึ้นห้องเรียนเตรียมเรียนตอนบ่ายกันหมดแล้ว

 

 

“มีใครอยู่มั้ยคะ” เมรุพูดออกมาเมื่อเดินมาถึงหน้าประตูโรงเก็บอุปกรณ์ เด็กสาวค่อย ๆ เดินเข้าไปหาหนังสือ

 

“ปั้ง” เสียงประตูปิด เมรุหันกลับไปด้วยความตกใจ – เฮ้ย...ไม่นะ เรา...โดนขังหรอ เมรุน้ำตาคลอควานหาโทรศัพท์มือถือจะโทรให้คนมาช่วย แต่โดนมือใครบางคนมาจับไว้ซะก่อน เมรุหันด้วยความตกใจ

 

“นะ...นัตสึมิคัง” เด็กสาวร่างสูงตรงหน้ายิ้มออกมาอย่างเฉยชา– ฝีมือเธอหรอ?

 

“ไม่ต้องกลัวหรอกหน่า” นัตสึมิคังปล่อยมือออกจากแขนของเมรุ

 

“เธอเป็นคนจัดการใช่มั้ย? ไหนหนังสือเราอ่ะ?” เมรุทวงถามหนังสือทันที

 

“ไม่มี” นัตสึมิคังปฏิเสธหน้าตาย – หืยยยย...ทำไมเป็นคนอย่างนี้น๊า...!!!!

 

“แล้วไหนเขียนบอกว่า...” เมรุยังไม่ทันได้พูดต่อ

 

“เอาตามตรงมั้ย เมรุจัง...ฉัน...จะมาสารภาพรักกับเธอ” นัตสึมิคังพูดคัดขึ้นมาทันที

 

“เห๊...พะ...พูดว่าไรนะ” เมรุไม่เชื่อหูตัวเอง – นัตสึมิคังเนี่ยนะ ชอบฉัน?

 

“เธอก็รู้ใช่มะ ว่าฉันชอบเธอมาตั้งนานแล้ว เลิกกับโทโมะนากะซะ แล้วมาคบกับฉัน” นัตสึมิคังเผด็จการชีวิตเมรุ

 

“บ้า...จะบ้าไปกันใหญ่แล้ว เอาหนังสือเราคืนมานะ...ทานากะ!” เมรุเริ่มฉุนเพราะคิดว่านัตสึมิคังล้อเล่นกับตัวเอง

 

“เธอคิดว่าฉันพูดเล่นหรือยังไง” นัตสึมิคังจับข้อมือทั้งสองข้างของเมรุและดันตัวเด็กสาวพิงฐานกระโดดสูงที่วางซ้อนกันเป็นชั้นสูง สีหน้าดูจริงจังจนเมรุเริ่มกลัว – ข้อมือฉัน...เจ็บบบTT

 

“จะทำอะไรอ่ะ ปล่อยนะ” เมรุพยายามดิ้นข้อมือให้หลุดจากการโดนจับขึง แต่ยิ่งดิ้นนัตสึมิคังก็ยิ่งบีบแรง อาการเจ็บที่ข้อมือขวาเริ่มทวีคูณ

 

“เชื่อแล้ว ๆ ปล่อยเราเถอะนะ” เมรุน้ำตาคลอเพราะความเจ็บราวข้อมือจะหลุดซะให้ได้

 

“เชื่ออย่างเดียวไม่ได้หรอกนะ เธอต้องคบกับฉัน ฉันรักเธอนะ...เมรุจัง” นัตสึมิคังพยายามจะจูบเมรุ แต่เมรุหันหน้าหนี และพยายามจะขยับข้อมือให้หลุด แต่ก็ทำไม่ได้เพราะเด็กร่างสูงบีบแรงซะจนเจ็บรวดร้าว นัตสึมิคังกดหน้าไปที่ซอกคอขาว ๆ ของเมรุจัง

 

“ไม่นะ...ปล่อยยยย...” เมรุกลัวจนร้องไห้ออกมา ดิ้นจนจะหมดแรงนัตสึมิคังก็ไม่มีท่าทีจะหยุด

 

 

                “แอ๊ด ๆ ๆ ๆ” เสียงเปิดประตูโรงเก็บอุปกรณ์กีฬา เซรินะที่จะมาเตรียมอุปกรณ์ชมรมเข้ามาเห็นสิ่งที่ไม่คาดคิดพอดี ใครบางคนกำลังพยายามปล้ำรุ่นน้องในชมรม

 

 

“เมรุจัง! แกทำอะไรเมรุจังอ่ะ” นัตสึมิคังปล่อยเมรุอย่างง่ายดาย แต่สีหน้าไม่ได้สะทกสะท้านใด ๆ ทั้งสิ้น เมรุทรุดลงกองกับพื้น – ใคร...ใครมาช่วย...เรา... เมรุมองเห็นภาพลาง ๆ ว่ามีคนวิ่งเข้ามาช่วยอุ้มเธอออกไป หลังจากนั้นก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย

 

 

ห้องพยาบาล

 

 

“เมรุจัง...เมรุจัง” เสียงครุมเครือเหมือนจะร้องไห้ของมิโอะ อยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นเมรุค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา

 

“มิโอะ...จัง” เสียงเบา ๆ ผ่านออกมาจากลำคอของคนป่วยที่นอนพักฟื้น – เพลียจัง

 

“ฟื้นแล้วหรอ ไม่เป็นอะไรมากหรอก แค่ช็อคจนหมดสติ” คุณครูห้องพยาบาลได้ยินเสียงก็เข้ามาดูอาการทันที

 

“ใครกันนะเล่นซะข้อมือช้ำเลย ครูจัดยาแก้อักเสบไว้ให้นะจ้ะ ยังไงก็นอนพักก่อน ถ้าไม่ไหวค่อยกลับบ้าน”

 

“ขอบคุณนะคะครูโคจิมะ” มิโอะกล่าวขอบคุณ ครูโคจิมะพยักหน้ายิ้ม ๆ แล้วเดินออกไป

 

“เป็นไงบ้าง เค้าเป็นห่วงนะ” มิโอะพูดด้วยน้ำเสียงครุมเครือน้ำตาคลอ เมรุยิ้มพยักหน้าเบา ๆ

 

“ขอบคุณนะคะ” เสียงเบา ๆ ของเมรุทำให้มิโอะก้มตัวลงไปฟัง เมรุเอื้อมมือข้างซ้ายจับหัวมิโอะเบา ๆ มิโอะจับมือเมรุมาไว้ที่แก้มของตนเอง น้ำตาเริ่มกลั้นไว้ไม่อยู่ – ร้องไห้อีกแล้ว : )

 

“เมรุจังนอนพักเถอะนะ เค้าอยู่ตรงนี้แหละไม่ไปไหนหรอก” มิโอะจับมือของเมรุด้วยความเป็นห่วง

 

“ไม่เข้าเรียนหรอคะ” เมรุพูดออกมาเบา ๆ

 

“เค้าให้เพื่อนบอกครูให้แล้วแหละ เมรุจังนอนพักนะ” มิโอะจัดการนั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ เตียง เธอไม่มีกะจิตกะใจเรียนแล้วต่างหาก เพราะเป็นห่วงเมรุเหลือเกิน เด็กสาวบนเตียงค่อยหลับตาลงนอนพักอีกครั้ง - อ่อนแอจังเลยเรา อยากจะเป็นคนปกป้องคนที่ฉันรักแท้ ๆ แต่กลับกลายเป็นแบบนี้ซะได้ ขอโทษนะมิโอะจัง ที่ทำให้เป็นห่วง เค้าจะพยายามให้มากกว่านี้

 

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

[Special Part]

                

 

               เซรินุเปิดประตูโรงเก็บอุปกรณ์กีฬาเพื่อจะเข้าไปเตรียมอุปกรณ์สำหรับคาบชมรม แต่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อรินุได้ไปเห็นเหตุการณ์ที่เด็กสาวร่างสูงขืนใจเด็กสาวอีกคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาเข้าพอดี เด็กสาวที่ถูกทำร้ายตรงหน้าคือรุ่นน้องในชมรมกรีฑาเช่นเดียวกัน รินุเห็นดังนั้นจึงวิ่งเข้าไปผลักนัตสึมิคังให้ออกห่างจากตัวของเมรุ และอุ้มร่างเมรุที่จวนจะสลบอยู่ตรงนั้นทันที นัตสึมิคังมองตามด้วยใบหน้าที่เฉยชา ไม่รู้สึกรู้สาอะไร

               

 

               ระหว่างที่พาเมรุไปห้องพยาบาล ซากุระและอาเนียที่เดินมาซื้อขนมทานที่โรงอาหาร เห็นรุ่นพี่ ม.ปลายอุ้มเมรุที่สลบไสลไม่รู้เรื่อง 
 

 

"เฮ้ย!...นั่นเมรุจังไม่ใช่หรอ" อาเนียสะกิดให้ซากุระที่ยืนเลือกขนมหันไปดู
 

"ใช่จริง ๆ ด้วย เมรุจังเป็นอะไร ทำไมถึงเป็นแบบนั้นล่ะ" ถามกันไปก็คงไม่ได้ความ ทั้งสองจึงวิ่งไปถามรุ่นพี่ทันที
 

"เมรุจังเป็นอะไรหรอคะ" ซากุระถามรินุด้วยสีหน้าตกใจ
 

"น่าจะช็อกจนหมดสติน่ะ ขอตัวก่อนนะ จะพาเมรุจังไปที่ห้องพยาบาล" ได้ความดังนั้นซากุระและอาเนียก็รีบวิ่งหน้าตั้งไปที่ห้องเรียนของตัวเอง เพื่อที่จะไปบอกมิโอะจังให้รู้เรื่อง
 

"อาเนียรอเค้าด้วยเซ่..." ซากุระที่วิ่งช้าด้วยท่าประหลาดตะโกนบอกอาเนียให้วิ่งชะลอหน่อย แต่เวลาแบบนี้มันชะลอไม่ได้แล้ว

 

 

ม.ห้อง A

 

 

                อาเนียวิ่งมาถึงที่ห้องก่อนคนแรก มิโอะที่นั่งคุยกับเพื่อนคนอื่นอย่างสนุกสนานมองอาเนียที่วิ่งเข้ามาอย่างแปลกใจ
 

 

"เป็นอะไรกัน วิ่งหน้าตั้งกันมาเชียว" มิโอะยังคงมีใบหน้ายิ้มแย้ม 
 

"คือว่านะ...แฮ่กๆ" อาเนียได้แต่หอบเหนื่อย ยังไม่ได้เล่าในสิ่งที่ได้เห็นมา แต่สีหน้าบ่งบอกว่าเป็นเรื่องไม่ดีแน่
 

"มิโอะ ๆ" ซากุระที่วิ่งเข้ามาทีหลังเรียกชื่อมิโอะมาแต่ไกล
 

"ตกลงมีเรื่องอะไรกัน ฉันงงไปหมดแล้ว" มิโอะถามด้วยใบหน้าสงสัย
 

"ตอนฉันสองคนอยู่ที่โรงอาหาร เห็นรุ่นพี่คนนึงอุ้มเมรุจังมาจากทางสนามน่ะ พอเข้าไปถามเขาบอกว่าเมรุช็อกหมดสติ กำลังจะพาเมรุจังไปที่ห้องพยาบาล" ซากุระเล่ารายละเอียดให้ฟังด้วยอาการหอบเหนื่อย
 

"เมรุจัง!" มิโอะได้ฟังดังนั้น ก็มีสีหน้าไม่สู้ดีรีบวิ่งออกจากห้องไปที่ห้องพยาบาลทันที

 

 

ห้องพยาบาล

 

 

                เซรินะที่อุ้มร่างเมรุที่ไร้สติมาถึงห้องพยาบาล คุณครูโคจิมะที่อยู่ห้องพยาบาลเห็นดังนั้นก็รีบเปิดผ้าม่านสีขาวให้รินุวางเมรุไว้ที่เตียง เซรินะออกไปยืนรอหลังม่านให้คุณครูจัดการปฐมพยาบาลให้เมรุจัง มิโอะที่วิ่งมาถึงห้องพยาบาล เห็นเซรินะยืนอยู่แล้วจำได้เลยเดินเข้าไปถามอาการเมรุด้วยความเป็นห่วง
 

 

"อ่ะ...เพื่อนเมรุจังเมื่อเช้าหนิ" เซรินะเห็นมิโอะก็จำได้ทันที
 

"เมรุจังเป็นอะไรหรอคะ ทำไมถึงต้องมาห้องพยาบาล" มิโอะถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้ากังวล
 

"พี่ไปเจอเขาที่โรงเก็บอุปกรณ์กีฬาน่ะนะ ก็ไปเจอเขากำลังโดนขืนใจอยู่ แถมยังโดนบีบข้อมือจนเป็นรอยช้ำอีก แรงเยอะจริง ๆ เลยนะคนนั้น" เซรินะแง้มม่านเปิดให้มิโอะดูสภาพของสาวน้อยที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง มิโอะมองเมรุอย่างเป็นห่วงน้ำตาคลอ อยากจะเข้าไปหาซะเดี๋ยวนี้

 

"เป็นแฟนซินะ คงไม่ใช่เพื่อนธรรมดา ๆ หรอกมั้งเนี่ย" เซรินุสังเกตเห็นแววตาและอาการของมิโอะที่เป็นห่วงคนรักมากมายเหลือเกิน
 

"เพื่อนมาอีกคนแล้วหรอ เฝ้าได้คนเดียวนะ เดี๋ยวมันจะแออัด" คุณครูโคจิม่าเดินออกมาเพื่อจะหยิบแอมโมเนีย
 

"งั้นพี่ไปล่ะ เธอก็อยู่เฝ้าเมรุไปก็แล้วกัน ถ้าเขาฟื้นแล้วฝากบอกด้วยนะ ว่าวันนี้ไม่ต้องเข้าชมรมก็ได้" เซรินะพูดยิ้ม ๆ มิโอะพยักหน้ารับรู้
 

"ขอโทษที่รบกวนนะคะ" เซรินุกล่าวลาแล้วเดินออกจากห้องพยาบาลไป
 

"อ่ะนี่...เอาให้เขาดมนะจ้ะ ไม่เป็นไรแล้วล่ะ คงไปเจออะไรที่ตกใจมา เดี๋ยวก็ฟื้น" คุณครูโคจิม่ายื่นถาดเล็กๆ ที่มีสีชุบแอมโมเนียอยู่ 3-4 ก้อนให้มิโอะไปดูแลเมรุ มิโอะเดินเข้าไปดูแลเมรุอย่างใกล้ชิด

 

 

ม. ห้อง B

 

 

                ความวุ่นวายก่อนเข้าคาบเรียนทำให้ไม่มีใครสนใจอะไรนัก นัตสึมิคังเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทางปกติ หยิบหนังสือของเมรุที่เอาซ่อนไว้ในโต๊ะของตัวเองเอาไปคืนที่โต๊ะของเมรุ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าเด็กสาวร่างสูง และเดินกลับไปที่โต๊ะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คู่หูตัวจิ๋วเดินเข้ามาในห้องเรียนด้วยท่าทางอารมณ์ดีเหมือนเคย
 

 

"เอ...เมรุยังทานข้าวกับรุ่นพี่มิโอะไม่เสร็จหรอเนี่ย" ชิโนะสงสัยเมื่อไม่เห็นเมรุอยู่ที่โต๊ะ
 

"นั่นซินะ อาจจะทานเสร็จแล้ว กำลังจู๋จี๋กันอยู่มั้ง" ยูกะพูดความเห็นของตัวเอง แล้วหัวเราะกันอย่างสนุก นัตสึมิคังยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

 

 

               ระหว่างเรียนคาบบ่าย โต๊ะว่างที่ไม่มีร่องรอยของเจ้าของโต๊ะกลับมานั่ง ชิโนะและยูกะจังมองหน้ากันอย่างสงสัยและนึกเป็นห่วงเมรุขึ้นมา

 

ภายนอกอาคารเรียน

 

 

                ทางเดินในโรงเรียนใกล้สนามเทนนิส นัตสึและชินาม่อนมาวิ่งวอร์มรอบโรงเรียนก่อนเข้าคาบชมรม ชินาม่อนหยุดวิ่งและขอตัวเข้าห้องน้ำที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของสนาม นัตสึเลยเดินมาล้างหน้าตรงอ่างล้างหน้ายาว สาวน้อยแววตาใสคนหนึ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ และกำลังจะเดินไปล้างมือที่อ่างยาว นัตสึที่เคยหน้าขึ้นมาจากการล้างหน้าเข้าพอดี ต่อมเจ้าชู้เริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ
 

 

"ใช่เพื่อน...ของชินาม่อนหรือเปล่าคะ" นัตสึเริ่มทักทายแบบเสี่ยว ๆ เด็กสาวข้างทำหน้างง
 

"อ่าว ไม่ใช่หรอ ขอโทษนะ จำคนผิด แหะๆ ^^' แต่หน้าคล้ายกันมากเลย...ชื่ออะไรหรอคะ" นัตสึเนียนถามชื่อสาวน้อยแววตาใส
 

"เอ่อ...อาโออิ...ค่ะ โมโตมุระ อาโออิ" ถึงสาวน้อยจะทำหน้างงแต่ก็ตอบชื่อด้วยรอยยิ้มน่ารัก
 

"ขอเรียกอาโออิจังได้มั้ยอ่ะ...เราชื่อ มัตสึโอกะ นัตสึมิ หรือเรียกนัตสึก็ได้นะ อยู่ ม.ชมรมกรีฑา ชอบกินไส้หมู อ่อนโยน ใจดี มีทรัพย์ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ" นัตสึยิ้มแป้นแนะนำตัวเอง

 

"รุ่นพี่ซินะคะ" อาโออิเอียงคอยิ้มสดใส ทำให้นัตสึหัวใจเต้นตุบๆ ตาเป็นประกาย
 

"อาโออิตัน..." เสียงเพื่อนเรียกจากในสนามเทนนิสทำให้อาโออิตันต้องรีบไป
 

"อ่ะ...ต้องไปเข้าชมรมแล้วค่ะ ขอตัวก่อนนะคะรุ่นพี่" พูดเสร็จก็รีบวิ่งไปที่สนามเทนนิสทันที
 

"แหม...ไอ้เสือผู้หญิง เห็นสาวน้อยน่ารัก ๆ ไม่ได้เลยนะ เดี๋ยวเถอะ จะไปฟ้องมาโดกะจังให้มาจัดการ" ชินาม่อนที่เห็นเหตุการณ์หมันไส้เพื่อนตัวเองขึ้นมา
 

"เอ้ย...อย่านะเว้ย ฉันก็แค่ถามชื่อเขาเฉย ๆ ไม่ได้คิดอะไรนะ" นัตสึรู้สึกเสียวสันหลังเมื่อได้ยินชื่อแฟนตัวเอง ชินาม่อนทำหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แล้วทั้งสองคนก็เดินไปที่ชมรมด้วยกัน

 

ลู่วิ่งข้างสนามฟุตบอล

 

 

                นักเรียนชมรมกรีฑาต่างพากันทยอยเข้าเรียนคาบชมรม นัตสึและชินาม่อนเดินมาวางกระเป๋าที่ที่นั่งพักนักกีฬา ได้ยินที่เซรินุคุยกับมินะโซวประธานชมรมเข้าพอดี
 

 

"วันนี้เมรุจังอาจจะไม่เข้าชมรมนะ พอดีน้องเขาเกิดไม่สบายขึ้นมาน่ะ" เซรินะบอกประธานชมรมให้รู้
 

"อ่าว เป็นอะไรอ่ะ" นัตสึร่วมเข้าวงสนมนาด้วยความเป็นห่วงน้อง ชินาม่อนเดินตามอีกคน
 

"เอ่อ...คือแบบว่านะ..." เซรินุเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟัง ทุกคนถามถึงตัวการ แต่เซรินุก็จำไม่ค่อยได้ รู้แค่ว่าเป็นเด็กผมสั้นตัวผอมสูง

 

 

                เมรุที่อาการค่อยยังชั่วจากการพักฟื้น เดินมาที่ที่นั่งพักของนักกีฬา โดยมีมิโอะมาส่ง
 

 

"แหม...เป็นห่วงกันเหลือเกินนะคู่นี้" ชินาม่อนเริ่มแซวเมื่อหันมาเห็นพอดี
 

"เป็นไงบ้างเนี่ย พี่ได้ยินเรื่องจากเจ้ารินุแล้วล่ะ ที่จริงวันนี้ไม่ต้องเข้าชมรมก็ได้นะ" นัตสึถามอาการน้องด้วยความเป็นห่วง
 

"เห๊...รุ่นพี่รินุเป็นช่วยไว้หรอคะ ขอบคุณนะคะ" เมรุกล่าวขอบคุณรินุที่ช่วยตัวเองออกมา ไม่งั้นคงเสร็จนัตสึมิคังไปแล้ว
 

"ไม่เป็นไร ๆ ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วล่ะนะ" เซรินะยิ้มให้เมรุจังอย่างอ่อนโยน
 

"มิโอะจังพาเมรุไปที่ชมรมด้วยก็ได้นะ อยู่ตรงนี้มีแต่ลมแต่แดด เดี๋ยวจะเป็นหนักเอา" มินะโซวประธานชมรมบอกด้วยความเป็นห่วง

 

"ได้หรอคะ? งั้นขอตัวเมรุไปเลยนะคะ" มิโอะก็เป็นห่วงเมรุเรื่องนี้เหมือนกัน
 

"อื้อ...ดูแลกันดี ๆ ล่ะ" มินะโซวฝากมิโอะดูแล
 

"ไปแล้วนะคะ ขอบคุณทุกคนมาก ๆ นะคะที่เป็นห่วง" เมรุบอกลารุ่นพี่ทั้งหลายแล้วเดินไปกับมิโอะ
 

"ไปด้วยซิ เค้าก็อยากไปหาแฟนเค้าน๊า..." นัตสึร้องงอแงขอตามไปด้วย เพราะมิโอะอยู่ชมรมเดียวกับมาโดกะจัง
 

"อยู่นี่แหละ เดี๋ยวก็ต้องไปส่งมาโดกะจังเขาที่บ้านไม่ใช่หรอ" ชินาม่อนดึงคอเสื้อนัตสึรั้งไว้
 

"ค๊าาาาา" นัตสึทำหน้างอเหมือนเด็ก ชินาม่อนปล่อยมือออกจากคอเสื้อของนัตสึ และพากันไปวอร์มร่างกาย

 

 

                ระหว่างที่เดินกลับเข้าอาคารเรียนไปที่ชมรมดนตรี เมรุและมิโอะก็เจอเพื่อนตัวจิ๋วพอดี

 

 

“อ๊ะ...เมรุจัง อยู่นี่นี่เอง กะจะเอากระเป๋าไปให้ที่ชมรมพอดี อยู่ ๆ ก็ไม่เข้าเรียนเป็นอะไรหรือเปล่า” ยูกะถามเมรุด้วยความเป็นห่วง พร้อมยื่นกระเป๋าให้ แต่มิโอะเป็นคนรับกระเป๋าไว้แทน

 

“นอนอยู่ห้องพยาบาลน่ะ พอดีไม่สบายนิดหน่อย” เมรุตอบด้วยน้ำเสียงเบาๆ

 

“อ่า...งั้นหรอ...รุ่นพี่มิโอะฝากดูแลเมรุจังด้วยนะคะ ดูแลตัวเองด้วยนะ เค้าสองคนไปละ” ชิโนะบอกลาทั้งสองและไปเข้าชมรมของตัวเอง

 

 

ชมรมดนตรี

 

 

                มิโอะพาเมรุไปที่ชมรมดนตรีที่มีแอร์เย็นสบาย เมรุนั่งมองมิโอะเล่นเป่าคลาริเน็ทให้ฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงจะไม่ได้เป่าคลาริเน็ทแล้วก็ยังนั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ไปไหน ยิ้มเบา ๆ ของเมรุแต่เปี่ยมล้นด้วยความสุข ลืมเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดก่อนหน้านี้ เพียงเพราะได้อยู่กับมิโอะ รอยยิ้มของมิโอะบรรเทาอาการเจ็บได้อย่างน่ามหัศจรรย์

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอนที่ 7 - รัก = เธอ

[Mio]

 

                หลังวันหยุดยาว Golden Week ก็ถึงคราวที่ต้องไปโรงเรียนตามปกติ นักเรียนหญิงจำนวนมาก ต่างพากันจับกลุ่มเดินคุยกันเข้าโรงเรียน ไม่เว้นแม้แต่เมรุและมิโอะที่เพิ่งเป็นแฟนกันได้เพียงแค่หนึ่งอาทิตย์ วันนี้ทั้ง 2 คนก็เดินมาโรงเรียนด้วยกันอย่างเช่นทุกวัน

 

 

“ที่มือเริ่มหายแล้ว ดีจังเลยนะ” มิโอะเพิ่งสังเกตเห็นว่าที่ข้อมือของเมรุไม่มีผ้าพันไว้แล้ว

 

“อื้ม...ถึงจะไม่ต้องพันผ้าแล้ว แต่ก็ยังเจ็บ ๆ อยู่นิดหน่อย ถ้าไม่ทำอะไรหักโหม ก็คงไม่เป็นอะไรมาหรอกค่ะ” เมรุยิ้มตอบรับไม่ให้มิโอะรู้สึกเป็นห่วง – ค่อยยังชั่วที ^^

 

“เขียนหนังสือได้หรือยัง” มิโอะถามเผื่อเวลาเรียนต้องจดอะไร

 

“ได้แล้วค่ะ สบายมาก” เมรุยกมือขึ้นมาโชว์กำแบให้ดูว่าไม่ค่อยเจ็บแล้ว – กำแบไม่เห็นจะเกี่ยวกับข้อมือซักหน่อย ทำให้เค้าสบายใจมากกว่าล่ะซิ ใช่มั้ย?

 

“เฮ้ อรุณสวัสดิ์” ใครบางคนวิ่งมาตีไหล่ของเมรุจากด้านหลัง ทักทายกันอย่างร่าเริง – เห๊?...ใครกันนะ

 

“ฮ๊า...อรุณสวัสดิ์ค่ะรุ่นพี่รินุ” เมรุตะโกนไล่หลังรุ่นพี่ที่วิ่งไปข้างหน้าแล้ว – อ่อ...รุ่นพี่นี่เอง สงสัยจะรุ่นพี่ในชมรม

 

“ไว้เจอกันที่ชมรมนะ” รุ่นพี่คนนั้นหันมาโบกมือให้เมรุทั้ง ๆ ที่กำลังวิ่งอยู่กับที่ แล้วหันกลับไปวิ่งตามเดิม– รุ่นพี่รุ่นน้องชมรมนี้เขาสนิทกันดีจริง ๆ เลย ก็ดีแล้วล่ะนะ

 

“งั้นแยกกันตรงนี้นะคะ เจอกันตอนพักนะ” มิโอะกล่าวพร้อมรอยยิ้มสดใส เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องเรียนของเมรุ – ง่าา...ต้องแยกจากกันแล้ว อีกตั้งหลายชั่วโมง กว่าจะพัก:’(

 

“ไว้เจอกันค่ะ” ทั้งสองยิ้มและโบกมือสั้น ๆ ให้กัน มิโอะหันเดินไปที่ห้องเรียนของตัวเอง

 

 

ม. 3 ห้อง A

 

 

“อรุณสวัสดิ์” มิโอะกล่าวทักทายเพื่อน ๆ ในห้องอย่างอารมณ์ดี แล้วเดินยิ้มไปที่โต๊ะของตัวเอง

 

“อรุณสวัสดิ์” คำกล่าวทักทายกลับจากเพื่อน ๆ ในห้องดังขึ้นทีละจุด ๆ

 

“แหม ๆ เดี๋ยวนี้นะ อารมณ์ดีผิดหูผิดตา ไปทำอะไรมายะ” วากะจังสาวร่างสูงผิวสีน้ำผึ้งพูดแซวขึ้นมาเมื่อเห็นมิโอะดูสดใสกว่าปกติ “วากาทาเบะ ฮารุกะ” หรือ “วากะจัง” นอกจากซากุระและอาเนียแล้ว มิโอะยังมีวากะจังที่เพิ่งสนิทได้ไม่นาน

 

“จะไปทำอะร๊าย...ตั้งแต่เป็นแฟนกับเมรุจัง ก็เป็นอย่างที่เห็น” คำพูดของอาเนียทำให้มิโอะหน้าแดงก้มหน้ามุด

 

 

                “ครืด..ครืด...” เสียงเปิดปิดประตูห้องเรียน ของคุณครูที่ปรึกษา ถึงเวลาชั่วโมงโฮมรูม ทุกคนพากันไปนั่งที่เมื่อเห็นคุณครูเข้ามาในห้องเรียนแล้ว และกล่าวทักทายกันอย่างพร้อมเพรียง

 

 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะนักเรียนทุกคน ก่อนจะเช็คชื่อ วันนี้มีนักเรียนใหม่มาแนะนำให้ทุกคนรู้จัก ครูขอให้ทุกคนต้อนรับเขาเป็นอย่างดีด้วยนะจ้ะ” – เห๊...? นักเรียนใหม่หรอ

 

“ค๊า...” ทุกคนมีท่าทีตื่นเต้นกับนักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายมา – ตื่นเต้นจัง จะเป็นคนยังไงกันนะ

 

“นักเรียนใหม่เข้ามาได้จ้ะ” นักเรียนใหม่ที่ยืนรออยู่ข้างนอกห้องเดินเข้ามายืนตรงหน้ากระดาน

 

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ โคจินะ ยุย ค่ะ หรือ จีนะ ย้ายมาจากโรงเรียนหญิงล้วนโจนันค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” จีนะพูดแนะนำตัวเสร็จก็โค้งคำนับอย่างมีมารยาท เด็กสาวผิวขาว ผมดำยาวตรง ใส่เหล็กดัดฟัน ซึ่งในญี่ปุ่นไม่ค่อยมีคนทำกัน ทำเอาทุกคนในห้องต่างพากันพูดว่า “น่าร๊าก...” กันยกใหญ่ – โรงเรียนหญิงล้วน โรงเรียนเอกชนมีแต่ลูกคุณหนูทั้งนั้นเลยนี่หน่าทำไมถึงย้ายมาเรียนที่นี่นะ

 

 

               เรด้าสายตาของเด็กนักเรียนใหม่จับจ้องมองมาที่มิโอะ– เห๊?...มะ...มองมาที่ฉัน...งั้นหรอ? ก็เขินอยู่นะ...แต่...ความรู้สึกไม่เหมือนกับเมรุจังเลย

 

 

“งั้น...ไปนั่งตรงที่ว่างข้าง ๆ วากาทาเบะ ล่ะกันนะจ้ะ” คุณครูผายมือมาที่นั่งข้าง ๆ วากะจัง ซึ่งอยู่ข้างหลังมิโอะพอดี

 

“ค๊า...” วากะจังยกมือขึ้นให้จีนะรู้ที่ของตัวเอง เด็กสาวหน้าห้องเดินมานั่งนี่อย่างสงบเสงี่ยม แต่สายตายังมองคงมองมิโอะตลอด แม้กระทั่งนั่งที่แล้วยังคงมองมิโอะจากข้างหลัง – เสียวสันหลังวูบเลยแหะ รู้สึกรางฯไม่ดียังไงชอบกล

 

 

พักเที่ยง

 

 

                พื้นที่กว้างขวางบนตึกเรียน เห็นวิวเมืองฟุกุโอะรอบทิศ ลมเย็น ๆ พัดผ่านผ่อนคลายอารมณ์ เวลานี้เป็นเวลาที่เมรุและมิโอะนัดพบกันเพื่อที่จะมาทานข้าวด้วยกันที่นี่ มิโอะมารับเมรุที่ห้องเรียนเช่นเคย – ก็ต้องผ่านหน้าห้องอยู่แล้วนี่หน่า

 

 

หลังทานข้าวเสร็จ

 

 

“เน่...มิโอะจัง รู้มั้ยว่าวันนี้เค้าเหม่อในห้องเรียนด้วย” เมรุเอนตัวนอนลงบนตักนิ่ม ๆ ของมิโอะ– กินแล้วนอนเดี๋ยวก็เป็นหมูหรอก แต่เห็นกินเยอะขนาดไหน ก็ไม่เห็นอ้วนเลยน๊า...เมรุจังเนี่ย น่าอิจฉาจัง

 

“เห๊...ทำไมถึงเหม่อล่ะ มัวแต่คิดถึงเค้าอยู่ล่ะซิ” มิโอะก้มลงไปแซวเมรุที่เล่นปลายผ้าสามเหลี่ยมของตนเอง ((ไม่รู้จะเรียกอะไร ขอเรียกผ้าสามเหลี่ยมละกันนะ เห็นมันคล้าย ๆ ของเนตรนารี แหะๆ)) คำพูดแซวเล่นของมิโอะทำให้เมรุหน้าแดงขึ้นมาทันที – แซวแค่นี่หน้าแดง? ^^ น่ารักจริง ๆ เลย ><มิโอะชมเมรุในใจ แต่ไม่ทันขาดคำ เด็กสาวที่นอนหนุนตัก จิ้มไปที่หน้าอกของตนเอง “ปรี๊ดดดดด...” มิโอะหน้าแดงขึ้นมาทันที

 

“อ๊ะ...ทะลึ่ง!” มิโอะปัดมือเมรุออก เตรียมนิ้วจะดีดหน้าผากของเมรุ แต่เมรุเอามือปิดหน้าผากไว้ทัน – มันน่ามั้ยเนี่ย...ขี้แกล้งจริง ๆ เลย ;(

 

“เอามือออก...” มิโอะทำเสียงดุเล่น ๆ เมรุส่ายหน้ากลัวโดนดีดหน้าผากอีก– โดนดีดหน้าผากครั้งเดียว กลัวเลยหรอ ฮ่าๆ

 

“ไม่งั้นไม่ได้จุ๊บนะ” มิโอะลดมือลงพูดข้อเสนอที่เมรุน่าจะสนใจ เมรุมองหน้ามิโอะแล้วค่อย ๆ เอามือออกจากหน้าผาก มิโอะค่อย ๆ ก้มลงไปจุ๊บไปที่หน้าผากของเด็กสาวที่นอนอยู่บนตัก แต่เมรุขยับตัวขึ้นจุ๊บที่ปากมิโอะแทน เล่นเอามิโอะสะดุ้งตกใจ หน้าแดงอีกรอบ – โดนแกล้งอีกแล้ว!!!เด็กขี้แกล้ง!!!แต่ก็ยอมให้แกล้งคนเดียวนั่นแหละนะ

 

“นิสัยไม่ดี...ฉวยโอกาส เดี๋ยวบีบให้ดั้งหักเลย” มิโอะทำหน้ามุ่ยบีบจมูกโด่ง ๆ ของเมรุด้วยความหมั่นเขี้ยวปนความเขิน เมรุหัวเราะออกมาอย่างสนุกที่แกล้งมิโอะได้อีกแล้ว – อย่าให้ถึงทีเค้าบ้างนะ จะแกล้งให้เข็ดเลย หึ่ย!!!...หมั่นเขี้ยว!!!

ใกล้ถึงเวลาเรียนคาบบ่าย ทั้งสองคนก็พากันกลับไปที่ห้องเรียน เมรุลามิโอะหน้าห้องแล้วเดินเข้าห้องเรียนไปอย่างอารมณ์ดี – รู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ๆ นี่คงเรียกว่าความรักซินะ เมรุจัง...เมรุจังคือความรักของเค้านะ ><

 

“อ่าว...มิโอะจัง ฉันกับอาเนียจะไปซื้อขนมที่โรงอาหาร ไปด้วยกันมั้ย” ซากุระเอ่ยชวนมิโอะเมื่อเดินสวนกัน

 

“ไม่เป็นไร ไปเถอะ” มิโอะบอกยิ้ม ๆ ไม่อยากกินอะไรแล้ว เพราะอิ่มอกอิ่มใจ

 

“งั้น...ไปก่อนนะ จะรีบมา” ซากุระพูดเสร็จก็จูงมืออาเนียออกไป

 

 

ม.ห้อง A

 

 

“อิจฉาจังเลยคนมีแฟน...อยากมีบ้างจังเลยน๊า...” วากะจังที่นั่งอยู่กับจีนะแซวขึ้นมาเมื่อเห็นมิโอะเดินเข้ามา

 

“ก็หาซิ...ได้ข่าวว่าไปแอบดู รุ่นพี่ชินาม่อน ชมรมกรีฑาอยู่ไม่ใช่หรอ” มิโอะนั่งลงบนที่นั่งของตัวเอง และหันตัวมาคุยกับเพื่อนข้างหลัง คำแซวของมิโอะทำเอาวากะจังหน้าแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด – แสดงว่าชอบจริง ๆ นะเนี่ย ^^

 

“จะ...จะบ้าหรอ ฉันไม่ได้ไปแอบดูซักหน่อย ชมรมฉันมันอยู่ใกล้ ๆ แถวนั้นพอดีนี่หน่า” วากะจังพูดตะกุกตะกัก – เถียงไม่ขึ้นเลยหรอกนะวากะจัง...ก็ตอนที่ฉันไปหาเมรุจังที่ชมรม ก็เห็นเธอเต็ม ๆ เลยนี่หน่า...^^

 

“ชมรมกรีฑามีรุ่นพี่ดัง ๆ เยอะหรอคะ” จีนะถามด้วยความสนใจ

 

“ก็พอสมควรนะ แถมยังมีรุ่นน้องที่เป็นที่จับตามองด้วยนะ แต่ถ้าจะชอบต้องข้ามศพมิโอะจังไปก่อนล่ะ ฮ่า ๆ...” วากะจังแซวมิโอะกลับบ้าง มิโอะตกหลุมพรางหน้าแดงขึ้นมาทันที จีนะมองมิโอะด้วยความสงสัย

 

“ชอบได้แต่ห้ามคิดไกล คนนี้ไม่ได้ห้าม ๆ ๆ ๆ ๆ หวง!!!” มิโอะทำหน้าขู่เพื่อน ๆ แล้วก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน – ดู ๆ ไปจีนะก็ไม่มีอะไรนะ เราคงคิดมาไปเอง

 

 

               ความสนุกสนานกำลังจะหมดไป เมื่ออาเนียวิ่งมาถึงที่ห้องด้วยสีหน้าตื่นตกใจ มิโอะที่นั่งคุยกับเพื่อนคนอื่นอย่างสนุกสนานมองอาเนียที่วิ่งเข้ามาอย่างแปลกใจ
 

"เป็นอะไรกัน วิ่งหน้าตั้งกันมาเชียว" มิโอะยังคงมีใบหน้ายิ้มแย้ม 
 

"คือว่านะ...แฮ่กๆ" อาเนียได้แต่หอบเหนื่อย ยังไม่ได้เล่าในสิ่งที่ได้เห็นมา – เอ้า...จะรู้เรื่องกันมั้ยวันนี้
 

"มิโอะ ๆ" ซากุระวิ่งเข้ามาทีอีกคน – มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าเนี่ย เริ่มใจไม่ดีแล้วนะ
 

"ตกลงมีเรื่องอะไรกัน ฉันงงไปหมดแล้ว" มิโอะถามด้วยใบหน้าสงสัย
 

"ตอนฉันสองคนอยู่ที่โรงอาหาร เห็นรุ่นพี่คนนึงอุ้มเมรุจังมาจากทางสนามน่ะ พอเข้าไปถามเขาบอกว่าเมรุช็อกหมดสติ กำลังจะพาเมรุจังไปที่ห้องพยาบาล" ซากุระเล่ารายละเอียดให้ฟังด้วยอาการหอบเหนื่อย – วะ...ว่ายังไงนะ!? เมรุจังเป็นอะไร!?
 

"เมรุจัง!" มิโอะได้ฟังดังนั้น ก็มีสีหน้าไม่สู้ดีรีบวิ่งออกจากห้องไปที่ห้องพยาบาลทันที – เมรุจัง...รอเค้าก่อนนะ :’(

 

 

ห้องพยาบาล

 

 

                ระยะทางที่วิ่งเท่าไหร่ก็ไม่รู้สึกเหนื่อย เพราะความเป็นห่วงคนที่รักจนลืมความเหนื่อยไปหมดแล้ว มิโอะวิ่งมาถึงห้องพยาบาล ก็เห็นรุ่นพี่คนที่มาทักเมรุเมื่อเช้ายืนอยู่แล้ว และคิดว่ารุ่นพี่คนนี้ต้องเป็นคนที่ช่วยเมรุจังไว้แน่ ๆ เลยเดินเข้าไปถามอาการเมรุด้วยความเป็นห่วง
 

 

"อ่ะ...เพื่อนเมรุจังเมื่อเช้าหนิ" เซรินะเห็นมิโอะก็จำได้ทันที
 

"เมรุจังเป็นอะไรหรอคะ ทำไมถึงต้องมาห้องพยาบาล" มิโอะถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้ากังวล
 

"พี่ไปเจอเขาที่โรงเก็บอุปกรณ์กีฬาน่ะนะ ก็ไปเจอเขากำลังโดนขืนใจอยู่ แถมยังโดนบีบข้อมือจนเป็นรอยช้ำอีก แรงเยอะจริง ๆ เลยนะคนนั้น" เซรินะแง้มม่านเปิดให้มิโอะดูสภาพของสาวน้อยที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง มิโอะมองเมรุอย่างเป็นห่วงน้ำตาคลอ อยากจะเข้าไปหาซะเดี๋ยวนี้ – ...เมรุจัง... ((น้ำตาคลอ)) ...ใครกันนะทำกันได้ น่าสงสาร...อยากจะเข้าไปกอดจังเลย :’(

 

"เป็นแฟนซินะ คงไม่ใช่เพื่อนธรรมดา ๆ หรอกมั้งเนี่ย" เซรินุสังเกตเห็นแววตาและอาการของมิโอะที่เป็นห่วงคนรักมากมายเหลือเกิน
 

"เพื่อนมาอีกคนแล้วหรอ เฝ้าได้คนเดียวนะ เดี๋ยวมันจะแออัด" คุณครูโคจิม่าเดินออกมาเพื่อจะหยิบแอมโมเนีย
 

"งั้นพี่ไปล่ะ เธอก็อยู่เฝ้าเมรุไปก็แล้วกัน ถ้าเขาฟื้นแล้วฝากบอกด้วยนะ ว่าวันนี้ไม่ต้องเข้าชมรมก็ได้" เซรินะพูดยิ้ม ๆ มิโอะพยักหน้ารับรู้ – เห็นแบบนี้แล้ว...ฉัน...พูดอะไรไม่ออกเลย :’(
 

"ขอโทษที่รบกวนนะคะ" เซรินุกล่าวลาแล้วเดินออกจากห้องพยาบาลไป
 

"อ่ะนี่...เอาให้เขาดมนะจ้ะ ไม่เป็นไรแล้วล่ะ คงไปเจออะไรที่ตกใจมา เดี๋ยวก็ฟื้น" คุณครูโคจิม่ายื่นถาดเล็กๆ ที่มีสีชุบแอมโมเนียอยู่ 3-4 ก้อนให้มิโอะไปดูแลเมรุ

 

 

                มิโอะรับถาดนั้นจากคุณครูโคจิม่าและรีบเดินเข้าไปดูแลเมรุอย่างใกล้ชิด แอมโมเนียถูกหยิบไปให้คนป่วยที่นอนหมดสติอยู่บนที่นอนดม – เมรุจ๋า...ฟื้นซักทีซิคะ เค้าเป็นห่วงนะ TT

 

 

“เมรุจัง...เมรุจัง” เสียงครุมเครือเหมือนจะร้องไห้ของมิโอะ อยู่ข้าง ๆ เมื่อเห็นเมรุค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา

 

“มิโอะ...จัง” เสียงเบา ๆ ผ่านออกมาจากลำคอของคนป่วยที่นอนพักฟื้น – ฟื้นแล้ว...โล่งอกไปที T^T

 

“ฟื้นแล้วหรอ ไม่เป็นอะไรมากหรอก แค่ช็อกจนหมดสติ” คุณครูห้องพยาบาลได้ยินเสียงก็เข้ามาดูอาการทันที

 

“ใครกันนะเล่นซะข้อมือช้ำเลย” – นั่นซิ...ใครกันนะ อยากจะถามเมรุซะตอนนี้ แต่ไว้ให้หายก่อนแล้วค่อยถามดีกว่า

 

“ครูจัดยาแก้อักเสบไว้ให้นะจ้ะ ยังไงก็นอนพักก่อน ถ้าไม่ไหวค่อยกลับบ้าน”

 

“ขอบคุณนะคะครูโคจิมะ” มิโอะกล่าวขอบคุณ ครูโคจิมะพยักหน้ายิ้ม ๆ แล้วเดินออกไป

 

“เป็นไงบ้าง เค้าเป็นห่วงนะ” มิโอะพูดด้วยน้ำเสียงครุมเครือน้ำตาคลอ เมรุยิ้มพยักหน้าเบา ๆ

 

“ขอบคุณนะคะ” เสียงเบา ๆ ของเมรุทำให้มิโอะก้มตัวลงไปฟัง เมรุเอื้อมมือข้างซ้ายจับหัวมิโอะเบา ๆ มิโอะจับมือเมรุมาไว้ที่แก้มของตนเอง น้ำตาเริ่มกลั้นไว้ไม่อยู่ มัน...กลั้น...น้ำตา...ไว้ไม่อยู่แล้ว...TT

 

“เมรุจังนอนพักเถอะนะ เค้าอยู่ตรงนี้แหละไม่ไปไหนหรอก” มิโอะจับมือของเมรุด้วยความเป็นห่วง

 

“ไม่เข้าเรียนหรอคะ” เมรุพูดออกมาเบา ๆ

 

“เค้าให้เพื่อนบอกครูให้แล้วแหละ เมรุจังนอนพักนะ” มิโอะจัดการนั่งลงที่เก้าอี้ข้าง ๆ เตียง มองเมรุที่หลับตาลงพักผ่อนอีกครั้ง แต่มือยังคงจับกันไว้แน่น – ใครจะมีกะจิตกะใจเรียนล่ะตอนนี้ ฉันอยากจะอยู่ดูแลเธอมากกว่า ทดแทนที่ฉันปล่อยให้เธอต้องไปเจอกับเหตุการณ์ที่ต้องเจ็บตัวแบบนี้ เค้าขอโทษนะเมรุจัง TT

 

 

                เมรุที่อาการค่อยยังชั่วจากการพักฟื้น เดินมาที่ที่นั่งพักของนักกีฬา โดยมีมิโอะมาส่ง
 

 

"แหม...เป็นห่วงกันเหลือเกินนะคู่นี้" ชินาม่อนเริ่มแซวเมื่อหันมาเห็นพอดี
 

"เป็นไงบ้างเนี่ย พี่ได้ยินเรื่องจากเจ้ารินุแล้วล่ะ ที่จริงวันนี้ไม่ต้องเข้าชมรมก็ได้นะ" นัตสึถามอาการน้องด้วยความเป็นห่วง
 

"เห๊...รุ่นพี่รินุเป็นช่วยไว้หรอคะ ขอบคุณนะคะ" เมรุกล่าวขอบคุณรินุที่ช่วยตัวเองออกมา ไม่งั้นคงเสร็จนัตสึมิคังไปแล้ว
 

"ไม่เป็นไร ๆ ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วล่ะนะ" เซรินะยิ้มให้เมรุจังอย่างอ่อนโยน
 

"มิโอะจังพาเมรุไปที่ชมรมด้วยก็ได้นะ อยู่ตรงนี้มีแต่ลมแต่แดด เดี๋ยวจะเป็นหนักเอา" มินะโซวประธานชมรมบอกด้วยความเป็นห่วง
 

"ได้หรอคะ? งั้นขอตัวเมรุไปเลยนะคะ" มิโอะก็เป็นห่วงเมรุเรื่องนี้เหมือนกัน
 

"อื้อ...ดูแลกันดี ๆ ล่ะ" มินะโซวฝากมิโอะดูแล
 

"ไปแล้วนะคะ ขอบคุณทุกคนมาก ๆ นะคะที่เป็นห่วง" เมรุบอกลารุ่นพี่ทั้งหลายแล้วพากันเดินออกไป

 

 

                ระหว่างที่เดินกลับเข้าอาคารเรียนไปที่ชมรมดนตรี เมรุและมิโอะก็เจอเพื่อนตัวจิ๋วพอดี

 

 

“อ๊ะ...เมรุจัง อยู่นี่นี่เอง กะจะเอากระเป๋าไปให้ที่ชมรมพอดี อยู่ ๆ ก็ไม่เข้าเรียนเป็นอะไรหรือเปล่า” ยูกะถามเมรุด้วยความเป็นห่วง พร้อมยื่นกระเป๋าให้ แต่มิโอะเป็นคนรับกระเป๋าไว้แทน

 

“นอนอยู่ห้องพยาบาลน่ะ พอดีไม่สบายนิดหน่อย” เมรุตอบด้วยน้ำเสียงเบาๆ

 

“อ่า...งั้นหรอ...รุ่นพี่มิโอะฝากดูแลเมรุจังด้วยนะคะ” มิโอะพยักหน้ายิ้มตอบรับ

 

“ดูแลตัวเองด้วยนะ เค้าสองคนไปละ” ชิโนะบอกลาเมรุและมิโอะก่อนพากันเดินไปเข้าชมรมของตัวเอง

 

 

ชมรมดนตรี

 

 

                เมื่อมิโอะพาเมรุมาถึงห้องชมรมดนตรี ก็ได้รับคำถามมากมายจากสมาชิกในชมรม แต่มิโอะก็ไม่ได้ตอบไร กลับมาหน้ากันแล้วยิ้มหัวเราะเบา ๆ ออกมา

 

 

“มาแล้วค่ะ” มิโอะทักทายคนในชมรมด้วยรอยยิ้มเช่นเคย เมรุก็ยิ้มทักทายทุกคนเช่นกัน

 

“มาแล้วหรอ...อ่าว...เมรุ เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมดูไม่ค่อยแรง" มาโดกะถามเมื่อเห็นสภาพร่างกายของเมรุไม่ค่อยดีนัก

 

“ไม่สบายนิดหน่อยค่ะ ขอพาเมรุมานั่งพักที่นี่นะคะ” มิโอะขออนุญาตประธานชมรม พร้อมประคองเมรุนั่งบนเก้าอี้ใกล้ ๆ ประตูหน้าห้อง

 

“ไม่มีปัญหาจ้ะ ตามสบายเลย อ้อ!เมื่อกี้มีเพื่อนเอากระเป๋ามาให้น่ะ” มาโดกะเดินไปหยิบกระเป๋านักเรียนของมิโอะที่วางอยู่ข้าง ๆ เปียโนมาให้

 

“อ่า...งั้นหรอคะ...ขอบคุณค่ะ” มิโอะรับกระเป๋ามาจากมาโดกะ แล้วเดินมานั่งลงข้าง ๆ เมรุ และหยิบคลาริเน็ทในกระเป๋าตัวเองมาเป่าบรรเลงเพลงให้เมรุฟัง เมรุนั่งมองมิโอะเป่าคลาริเน็ทให้ฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงจะไม่ได้เป่าคลาริเน็ทแล้วก็ยังนั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ไปไหน ยิ้มเบา ๆ ของเมรุแต่เปี่ยมล้นด้วยความสุข – หวังว่าเพลงที่เค้าเล่นจะทำให้เมรุจังลืมความเจ็บ ลืมเรื่องร้าย ๆ บ้างนะ ถึงจะเป็นแค่ส่วนหนึ่งแต่เค้าก็เต็มใจทำนะ หวังว่าคงได้รับรู้ความรู้สึกห่วงใยจากบทเพลงนี้บ้างล่ะนะ...เมรุจัง

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------

 

 

[Special Part]

                

 

                บ้านญี่ปุ่นหลังใหญ่ ฟุจิกามิ เป็นหนึ่งในตระกูลเก่าแก่ที่ทรงอิทธิพลในแถบโจนัน หลานสาวคนเดียวของท่านฟุจิกามิ เคียวโซ ก็คือ ฟุจิกามิ ไม คุณหนูผู้จริงจัง เรียบร้อย ไม่ฝักใฝ่การต่อสู้ ท่านเคียวโซเลยให้ โคจินะ ยุย หลานสาวของตระกูลที่ปรนนิบัติภักดีต่อตระกูลฟุจิกามิมาหลายชั่วโคตร มาคอยดูแลหลานสาวของตัวเองตั้งแต่มัธยมต้น ตระกูลฟุจิกามิเป็นแค่ตระกูลผู้ดีเก่าแก่ ไม่ใช่ตระกูลนักเลง หรือ ยากุซ่าแต่อย่างใด

 

 

เมื่อวันก่อน

 

 

                ตกโพล้เพล้ ภายในห้องนอนขนาด 10 เสื่อที่นี่เป็นห้องของ ฟุจิกามิ ไม ซึ่งเป็นคนหนูของที่นี่ ไมเรียก โคจินะ ยุย  คนดูแล มาหาที่เรือนใหญ่ เพื่อจะวานอะไรบางอย่าง

 

 

“มาแล้วค่ะ คุณหนู” จีนะนั่งรออยู่หน้าประตู

 

“มาแล้วหรอ เข้ามาซิ” ไมเรียกจีนะเข้าไปในห้อง จีนะเลื่อนเปิดประตูเข้ามา หันไปปิดก่อนคลานเข้ามา

 

“มีอะไรให้รับใช้หรือคะ” จีนะขอคำสั่งเมื่อมาใกล้ตัวเจ้านาย

 

“ถ้าฉันจะให้เธอย้ายโรงเรียน เธอจะว่ายังไง” ไมถามความเห็นจากเจ้าตัว

 

“ตามใจคุณหนูเถอะค่ะ แต่ทำไม...” จีนะสงสัยกับความคิดของนาย

 

“จำเมรุ แฟนเก่าฉันได้หรือเปล่า ฉันลางสังหรณ์ไม่ดี ว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับเขาน่ะ ฉันเลยอยากให้เธอย้ายโรงเรียนเพื่อคอยดูแลเขาหน่อย” ไมบอกเรื่องที่เรียกให้จีนะมาพบ

 

“แต่ก็แค่แฟนเก่าไม่ใช่หรอคะ” จีนะพูดพร้อมก้มหน้ากลัวสิ่งที่ตนพูดอาจจะทำให้โดนนายโกรธ

 

“ใช่...แต่ฉัน...อยากจะทำในสิ่งที่ฉันทำพลาดไป...ช่วยฉันหน่อยได้มั้ยโคจินะ” แววตาไมเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด จีนะเงยหน้าขึ้นมามอง เมื่อได้ยินไมขอร้อง

 

“ฉันต้องทำตามคำสั่งอยู่แล้ว คุณหนูโปรดเชื่อใจฉันเถอะค่ะ” จีนะพูดด้วยใบหน้ามุ่งมั่น ไมไม่พูดอะไรได้แต่ยิ้ม และยื่นรูปภาพของมิโอะให้จีนะดู

 

“นี่คือ แฟนใหม่ของเมรุ ชื่อ โทโมะนากะ มิโอะ” จีนะรับรูปมาดู

 

“ตั้งแต่พรุ่งนี้....เธอเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนหญิงล้วนฮากาตะ ส่วนชุดวันแรกให้ใส่ของฉันไปก่อน” ไมหยิบกองผ้าชุดนักเรียนที่พับไว้เรียบร้อยส่งให้จีนะ

 

“ฉันให้คุณปู่ช่วยจัดการเรื่องนี้แล้ว เธอจะได้ไปอยู่ห้องเดียวกับมิโอะ...อยู่ที่โรงเรียน อย่าให้คนอื่นรู้ว่าเรารู้จักกัน...ฝากดูแลเขาทั้งสองคนด้วยนะ ฉันจะคอยดูอยู่ห่าง ๆ” ไมยื่นคำสั่งอีกครั้ง

 

“ค่ะ!” คำตอบรับเข้มแข็งทำให้ไมโล่งอกไปเปราะหนึ่ง

 

“ไปได้แล้วจ้ะ” จีนะก้มคำนับ แล้วคลานออกไป

 

“เป็นทางเดียวที่ฉันจะพอทดแทนสิ่งที่ทำผิดพลาดไปนะเมรุจัง” ไมพูดในใจ มองกรอบรูปที่มีรูปคู่กับเมรุบนโต๊ะเขียนหนังสือ

 

 

เข้าสู้ปัจจุบัน

 

 

               ภายในบ้านญี่ปุ่นหลังใหญ่อีกหลังแห่งตระกูลโมริยาสุ หัวหน้าตระกูลยังเป็นคุณปู่ที่ยังไม่ล่วงลับ และยังมีตระกูลย่อยอีกตระกูล อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ คือ ตระกูลโมโตมุระ แต่ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นสายเลือดโมริยาสุทั้งสิ้น

 

“อาโออิตัน...ทำอะไรเสร็จหรือยัง...ชักช้าเดี๋ยวฉันจะไปโรงเรียนก่อนนะ” มาโดกะตะโกนเรียกอาโออิ สาวน้อยขี้แย ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องวัยเดียวกัน แถมยังเรียนห้องเดียวกันอีกตะหาก

 

“มาแล้ว ๆ...” อาโอตันวิ่งลงบันไดอย่างรวดเร็ว

 

“โทษทีน๊า...พอดีลืมว่าเอาไม้เทนนิสไว้ตรงไหน เลยหาซะวุ่นเลย” อาโออิบอกเหตุผลที่ตัวเองช้า

 

“อื้อ...ไปกันได้แล้วใช่มั้ย” อาโออิพยักหน้าเดินออกจากบ้านพร้อมกัน

 

 

โรงเรียน

 

 

               ระยะทางจากบ้านถึงโรงเรียนก็ไม่ถือว่าไกลมากนัก เดินไม่เท่าไหร่ก็ถึงโรงเรียนแล้ว มาโดกะเห็นเด็กสาวสองคนที่เดินอยู่ข้างหน้าไกล ๆ แต่ก็พอเดาได้ว่าเป็นใคร

 

“อ่า...มิโอะจังกับเมรุจัง ท่าทางจะคบกันแล้วซินะเนี่ย” มาโดกะพูดกับตัวเองเมื่อเห็นรุ่นน้องทั้งสองคนเดินจับมือกัน

 

“เห๊...ใครหรอ?” อาโออิได้ยินเข้าจึงคิดสงสัยอยากรู้

 

“นู้นไง...เด็กผู้หญิงสองคนที่เดินจับมือกันน่ะ” มาโดกะพะเยิบหน้าให้อาโออิมองดูข้างหน้า

 

“ไม่เห็นแปลกเลย เด็กผู้หญิงจับมือกัน” อาโออิผู้ไร้เดียงสา ผู้ยังไม่เคยมีประสบการณ์ความรัก พูดตามที่เห็นเท่านั้น

 

“.ดูดี ๆ ซิ...ฉันว่า..เธอน่าจะหัดไปชอบใครซักคนดูบ้างนะ” คำพูดของมาโดกะจังดูจริงจัง จนอาโออิน้ำตาคลอ

 

“เอ้ย...ฉันไม่ได้ว่า แค่บอกเฉย ๆ ห้ามร้องนะ” มาโดกะปลอบด้วยท่าทางอ่อนโยน อาโอตันพยักหน้ากลั้นน้ำตา

 

 

                เมื่อย้อนกลับไปในวัยเด็ก มาโดกะเป็นคนที่คอยดูแล และคอยปกป้องลูกพี่ลูกน้องคนนี้ตอนถูกรังแกอยู่เสมอ ถึงมาโดกะจะอ่อนกว่าอาโออิ 2 เดือน แต่มาโดกะกลับมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าหลายเท่า

 

 

ม. 5 ห้อง B

 

 

“ไอ้เสือ...ไอ้นัตสึโว้ย...” ชินาม่อนตะโกนเรียกนัตสึวิ่งเข้ามาในห้อง พร้อมเปิดรูปในมือถือค้างไว้

 

“เอ้ย...มีไร...เรียกซะดังเชียว” นัตสึที่นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างเพื่อนผู้หญิงในห้องล้อมรอบ คุยกันอย่างสนุกสนาน

 

“มานี่ ๆ มีอะไรให้แกดู” ชินาม่อนกวักมือเรียก

 

“หึ...ไม่ไปอ่ะ” นัตสึส่ายหน้า คิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระอีกตามเคย นัตสึจึงหันไปคุยกับสาว ๆ ต่อ

 

“โห...ไอ่นี่ เห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อน ไม่มาดูแล้วจะเสียใจนะเว้ย...นักเรียนใหม่ขาวน่ารัก...((นัตสึ หูผึ่ง))...แถมยังอยู่ห้องเดียวกับมิโอะจังด้วยน๊า...” ชินาม่อนพูดเชิญชวนเต็มที่ และก็ประสบผลสำเร็จ นัตสึวิ่งมาดูรูปในมือถือของชินาม่อนทันที ไมที่ทำเหมือนไม่ได้สนใจเหตุการณ์ในห้องเรียน แต่ก็แอบนั่งฟังอยู่

 

“โว้ว...สุดยอดเลยเพื่อน นักเรียนใหม่ห้องมิโอะจังหรอ” นัตสึทำหน้าเพ้อฝัน ตาเป็นประกาย

 

“ไม่ต้องเลย ๆ มีแฟนแล้ว...ห้ามหลีเว้ย...” ชินาม่อนขัดเพื่อนซี้ที่กำลังเพ้อ แย่งมือถือคืนมา

 

“โหย...กันท่าตลอด...จะจีบเขาไง?” นัตสึกอดคอถามเพื่อนซี้ด้วยในหน้ากวน

 

“ไม่จีบหรอก...ฉันยังมั่นคงกับมิโอะจังอยู่” ชินาม่อนพูดเหมือนลืมอะไรไปอย่าง

 

“เฮ้ย...แฟนน้อง ๆ” นัตสึเลิกกอดคอ มาเป็นผลักไหล่เตือน เมื่อชินาม่อนลืมไปว่ามิโอะกับเมรุจังเป็นแฟนกันแล้ว

 

“เออว่ะ...” ชินาม่อนไม่ทันได้พูดอะไรต่อ คุณครูประจำชั้นก็เข้ามาโฮมรูมอย่างเช่นทุกวัน นักเรียนก็พากันนั่งที่ของตัวเองอย่างเรียบร้อย

 

 

ม. 3 ห้อง A

 

 

               โคจินะ ยุย ย้ายโรงเรียนตามคำขอของ ฟุจิกามิ ไม เจ้านายของตัวเอง เดินตามครูประจำชั้นมาอยู่ที่หน้าห้องเรียน ม.3 ห้อง A

 

 

“รออยู่ตรงนี้ก่อนนะ ครูเรียกแล้วค่อยเข้าไป” คุณครูบอกก่อนเดินเข้าห้องไป

 

“ครืด..ครืด...” เสียงเปิดปิดประตูห้องเรียน ของคุณครูที่ปรึกษา ถึงเวลาชั่วโมงโฮมรูม ทุกคนพากันไปนั่งที่เมื่อเห็นคุณครูเข้ามาในห้องเรียนแล้ว และกล่าวทักทายกันอย่างพร้อมเพรียง

 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะนักเรียนทุกคน ก่อนจะเช็คชื่อ วันนี้มีนักเรียนใหม่มาแนะนำให้ทุกคนรู้จัก ครูขอให้ทุกคนต้อนรับเขาเป็นอย่างดีด้วยนะจ้ะ” คุณครูขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือ

 

“ค๊า...” ทุกคนมีท่าทีตื่นเต้นกับนักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายมา

 

“นักเรียนใหม่เข้ามาได้จ้ะ” เมื่อได้ยินเสียงคุณครูเรียกแล้ว ยุยที่ยืนรออยู่ข้างนอกห้องก็เดินเข้าไปยืนหันหน้าเข้าหาทุกคนตรงหน้ากระดาน

 

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ โคจินะ ยุย ค่ะ หรือ จีนะ ย้ายมาจากโรงเรียนหญิงล้วนโจนันค่ะ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ” จีนะพูดแนะนำตัวเสร็จก็โค้งคำนับอย่างมีมารยาท เด็กสาวผิวขาว ผมดำยาวตรง ใส่เหล็กดัดฟัน ซึ่งในญี่ปุ่นไม่ค่อยมีคนทำกัน ทำเอาทุกคนในห้องต่างพากันพูดว่า “น่าร๊าก...” กันยกใหญ่ ความสนใจไม่ได้อยู่ที่เสียงชมของเพื่อนในห้อง เพราะกำลังสอดส่องสายตาหามิโอะ เด็กสาวผมสั้น หน้าตาน่ารัก คนที่เจ้านายฝากดูแลอีกคน นอกจากเมรุ

 

“งั้น...ไปนั่งตรงที่ว่างข้าง ๆ วากาทาเบะ ล่ะกันนะจ้ะ” คุณครูผายมือมาที่นั่งข้าง ๆ วากะจัง ซึ่งอยู่ข้างหลังมิโอะพอดี

 

“ค๊า...” วากะจังยกมือขึ้นให้จีนะรู้ที่ของตัวเอง จีนะเดินมานั่งนี่อย่างสงบเสงี่ยม แต่สายตายังมองคงมองมิโอะตลอด แม้กระทั่งนั่งที่แล้วยังคงมองมิโอะจากข้างหลัง และคิดว่าใช่คนนี้แน่

 

 

ม.4 ห้อง  A

 

 

                ระหว่างนั่งเรียนคาบสุดท้ายเป็นวิชาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น มาโดกะรู้สึกเบื่อขึ้นมาเลยหยิบมือถือขึ้นมาส่งเมลล์หานัตสึแฟนสาวจอมเจ้าชู้

 

“เรียนประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นอยู่แหละ เบื่อจัง...อยากคุยด้วย...ว่างคุยหรือเปล่า” มาโดกะพิมพ์เสร็จก็กดส่ง

 

“คุยได้ค่ะ...เบื่อหรอ...คิดถึงหน้าเค้าไว้ซิจะได้ไม่เบื่อ อิอิ” เพียงไม่นานนัตสึก็ตอบกลับมา ประโยคชวนเลี่ยน

 

“ฮ่า ๆ ...ไอ้บ้า...พักเที่ยงเค้าจะไปทานข้าวที่ชมดนตรี ไปทานด้วยกันนะคะ” มาโดกะยิ้มเพราะความทะเล้นของนัตสึ จนอาโออิทำที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ ทำหน้าสงสัย แต่ก็หันไปเรียนต่อ

 

“ด้วยความยินดีค๊า...เดี๋ยวไปรับที่ห้องนะ” นัตสึบริการแฟนสุดฤทธิ์ ถึงจะเจ้าชู้ แต่ก็รู้ว่าใครสำคัญ ((อ๊วกกกก))

 

 

พักเที่ยง

 

 

“อาโออิตัน วันนี้ฉันจะไปทานข้าวกับรุ่นพี่ที่ห้องดนตรีนะ จะไปด้วยกันมั้ย” มาโดกะเอ่ยชวนลูกพี่ลูกน้องจอมขี้แยกลัวจะเหงาถ้าทิ้งไว้คนเดียว

 

“ไม่เป็นไร รู้ว่าจะไปทานกับแฟน ไปเถอะ เค้ากินกับเพื่อน ๆ ในห้องนี้แหละ” อาโออิยิ้มหวานให้มาโดกะ มาโดกะพยักหน้ายิ้ม ๆ แล้วเดินถือกล่องข้าวออกไปรอนัตสึหน้าห้องเรียน

 

 

               นัตสึเดินถือกล่องข้าวด้วยอารมณ์ลัลล๊าลงบันไดมาจากข้างบนเพื่อไปรับมาโดกะไปกินข้าวตามที่บอกไว้ ก็เห็นมาโดกะยืนรออยู่หน้าห้องเรียนอยู่แล้ว

 

“มาเร็วดีจังนะคะ” มาโดกะเดินเข้าไปหานัตสึที่ก็เดินมาหาเธอเหมือนกัน

 

“ก็คิดถึงไง...อยากเจอเร็ว ๆ” นัตสึฉีกยิ้มหวาน กลเม็ดอย่างหนึ่งมัดใจสาว แล้วก็ได้ผลมาโดกะหน้าแดงขึ้นมาทันที

 

“...ไปได้แล้ว” มาโดกะออกเดินนำก้มหน้าแดง ๆ ด้วยความเขิน นัตสึยิ้มดีใจที่ทำให้มาโดกะหน้าแดง และวิ่งสั้น ๆ ไปจับมือเดินไปห้องชมรมดนตรีด้วยกัน

 

 

ห้องชมรมดนตรี

 

 

                เมื่อมาถึงห้องชมรมดนตรีก็ปรากฏว่ามีสมาชิกในชมรมบางคนเข้ามาทานอาหารกลางวันที่นี่เหมือนกัน ทำเอานัตสึเสียอารมณ์ไปนิดนึง

 

“อ่าว...ท่านประธาน สวัสดี...พาใครมาด้วยล่ะนั่น แฟนหรอ” อานาอิ จิฮิโระ หรือ จีจัง สมาชิกในชมรมเอ่ยแซวเมื่อเห็นเดินจับมือกันเข้ามา มาโดกะหน้าแดงอีกรอบ

 

“จีจัง เราไปทานข้าวกันที่อื่นดีกว่ามั้ง” นาโอะเข้าร่วมขบวนการแซวอีกคน

 

“เอ้ย...ไม่เป็นไร ๆ กินด้วยกันที่นี่แหละ” มาโดกะรีบค้าน เพราะจริง ๆ ก็คิดอยู่แล้วว่าต้องมีคนมาทานข้าวที่นี่ แต่นัตสึแอบตะหงิดในใจอยากอยู่กับมาโดกะสองคน

 

“หน่า ๆ ... ไม่เป็นไรเหมือนกัน ที่จริงกะจะไปนั่งกินที่สวนข้างล่างล่ะ...งั้นไปเลยแล้วกัน” นาโอะและจีจังจัดข้าวกล่องกลับที่เดิม เตรียมจะไปทานข้างล่าง

 

“เดี๋ยวล็อกห้องให้นะ” จีจังที่ออกเป็นคนสุดท้ายหันหน้ามาแซวก่อนออกไป แต่ก็ล็อกจริง ๆ ทำให้นัตสึรู้สึกของคุณเพื่อนของมาโดกะในใจ

 

“มาทานข้าวกันเถอะ” มาโดกะเดินไปที่โซฟาตรงที่เพื่อนสองคนเมื่อกี้นั่ง นั่งลงเตรียมเปิดกล่องข้าว แต่ยังไม่ทันได้เปิด

 

“ฟอดดดด” จมูกของนัตสึฝังเข้าไปที่แก้มของมาโดกะเต็ม ๆ มาโดกะหันมามองนัตสึอย่างตกใจ มือกุมแก้มที่โดนหอม นัตสึยิ้มกรุ้มกริ่ม เอาหน้าเข้าไปจะหอมอีกที แต่โดนมาโดกะดันหน้าไว้ จนหน้าบู้ว์ -3-

 

“ทานข้าวก่อน...” มาโดกะเลิกดันหน้านัตสึ หันมาเปิดกล่องข้าว

 

“ทานเสร็จแล้วจุ๊บได้ใช่ป่าว?” นัตสึทำตาลุกวาว เป็นประกาย

 

“ไม่! จะกินไม่กิน” มาโดกะหันมาทำหน้าดุใส่

 

“กินก็ได้ค๊า...”  นัตสึทำหน้าหงอย ยอมทานข้าวแต่โดยดี มาโดกะเห็นนัตสึมีท่าทีหงอย ๆ และคิดว่าเป็นเพราะตัวเองดุใส่ จึงเอื้อมมือจับหน้านัตสึให้หันมา แล้วประทับริมฝีปากทันที เพื่อเป็นการง้อ

 

“ไม่ต้องหงอยแล้ว” มาโดกะพูดหลังจากถอนริมฝีปากจากรุ่นพี่จอมทะเล้น เมื่อโยนเศษไม้เข้ากองไฟ ไฟก็ยิ่งลุกโชน

 

“อื้ม...” มาโดกะร้องในลำคอ ตาโตด้วยความตกใจ เมื่อโดนนัตสึจับกดนอนอกับโซฟาโผเข้าไปประกบปากมาโดกะอีกครั้ง มาโดกะพยายามดันไหล่ของนัตสึออกไปให้หยุดการกระทำ นัตสึถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย

 

“นี่...เค้าหิวข้าว คะ...คราวหลังนะ” มาโดกะหันหน้าไม่อีกทางหลบสายตาหื่นของนัตสึ

 

“พูดเองนะ คราวหลังไม่รอดแน่” นัตสึยิ้มกว้างลุกขึ้นนั่งตามปกติ มาโดกะลุกขึ้นนั่งตาม หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เริ่มรู้สึกหวั่นไหวในใจ ถ้าไม่ติดว่าทานข้าวอยู่คงเสร็จแฟนจอมหื่นไปแล้ว

 

 

หลังเลิกเรียน

 

 

                นักเรียนต่างพากันทยอยกลับบ้าน มิโอะค่อย ๆ พาเมรุเดินออกจากโรงเรียน เด็กสาวร่างผอมสูงยืนรอใครซักคนที่หน้าโรงเรียน เมื่อเห็นคนที่กำลังรอเดินออกมา ก็เดินเข้าไปทักทันที

 

“โย่ว” นัตสึมิคังเดินเข้าไปทักทายเมรุ ที่เดินออกมากับมิโอะ “ตุ๊บ ๆ” หัวใจเมรุเต้นแรงเพราะความกลัว ก้มหน้ามุดหลบสายตาเย็นชาของนัตสึมิคัง

 

“เป็นอะไรไป กลับบ้านดี ๆ ล่ะ พรุ่งนี้มาสนุกกันใหม่” นัตสึมิคังตบไปที่ไหล่ของเมรุเบา ๆ แล้วก็เดินออกไปพร้อมรอยยิ้มเบา ๆ ที่มุมปาก มิโอะมองตามนึกสงสัยว่าเด็กสาวร่างสูงคนนั้นอาจจะเป็นคนทำร้ายเมรุก็ได้ เมรุที่เพิ่งหายตกใจได้ไม่นาน กลับมีอาการสั่นอีกรอบ น้ำตาคลอ

 

“เมรุจัง ไหวมั้ย” มิโอะถามด้วยความเป็นห่วง น้ำตาเริ่มคลอตาม เมรุพยักหน้าเบา ๆ มิโอะจึงค่อย ๆ พาเดินออกไป จีนะที่ยืนมองดูเหตุการณ์รู้สึกผิดที่วันนี้ไม่ได้ช่วยเมรุไว้ เพราะมันกะทันหันเกินไป และหมายหัวนัตสึมิคังไว้สงสัยว่าเป็นตัวการ

 

 

ระหว่างทางกลับบ้าน

 

 

“วันนี้เค้าไปนอนบ้านเมรุจังนะ” มิโอะเอ่ยขอนอนที่บ้านเมื่อใกล้จะถึงบ้านตัวเอง

 

“ไม่เป็นไรค่ะ ลำบากเปล่า ๆ นะ” เมรุรู้ว่ามิโอะเป็นห่วง แต่ก็ไม่อยากให้ลำบาก เพราะคิดว่าดูแลตัวเองได้

 

“ก็เค้าเป็นห่วงหนิ เค้าอยากดูแลเมรุจัง อย่าดื้อ!” มิโอะดุเมรุทีเล่นทีจริง เมรุพยักหน้า และยิ้มเบา ๆ ยอมให้มิโอะไปนอนด้วย

 

 

บ้านโทโมะนากะ

 

 

                เมื่อมาถึงหน้าบ้านโทโมะนากะ มิโอะก็ให้เมรุรออยู่ที่ห้องรับแขก และไปขออนุญาตคุณพ่อคุณแม่ไปนอนค้างบ้านเมรุ เมื่อขอได้ ตัวเองก็เดินขึ้นไปหยิบเสื้อผ้าชุดนอน ชุดนักเรียนที่จะใส่ไปโรงเรียนพรุ่งนี้ ของจำเป็นอย่างอื่น และไม่ลืมที่จะหยิบตุ๊กตาหมูที่เมรุเล่นหนีบตู้ให้ไปด้วย เมื่อจัดของเสร็จก็ลาที่บ้านเพื่อไปที่บ้านเมรุต่อ

 

 

บ้านทาชิมะ

 

 

                มิโอะถูกต้อนรับอย่างดี เมื่อมาถึงที่บ้านเมรุ คุณแม่ที่เห็นสภาพลูกสาวก็เลยได้ความว่าไม่สบายปวดหัว แล้วก็มือที่ช้ำแดงขึ้นมาอีกก็เพราะว่าล้มและดันเอามือขวาค้ำไว้ ทุกอย่างเป็นเรื่องแต่งเพียงเพราะไม่อยากบอกความจริงให้ที่บ้านรู้ ทั้งสองได้แต่ขอโทษในใจ

 

 

โต๊ะทานข้าว

 

                มิโอะได้รับเชิญให้ลงมาทานข้าวร่วมกับครอบครัวของเมรุ คุณพ่อและคุณแม่ต่างพากันเผาลูกตัวเองให้มิโอะฟัง แต่เมรุก็ไม่ได้โกรธอะไร แถมยังรู้สึกโล่งใจด้วยซ้ำที่ ที่ทุกคนในบ้านต่างก็รักมิโอะเหมือนลูกสาวอีกคน แถมยังฝากฝังให้มิโอะดูแลเมรุอีกต่างหาก เมรุได้แต่คิดในใจ ว่าโชคดีจริง ๆ

 

 

ห้องนอนของเมรุ

 

 

                ในระหว่างที่กำลังผลัดกันอาบน้ำ มิโอะที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วกำลังนั่งหน้ากระจกทาครีมบำรุงผิวก่อนนอนคุณแม่ก็ขนที่นอน หมอน ผ้าห่มมาให้มิโอะที่ห้อง มิโอะจึงรีบไปรับมาจัดที่นอนเอง เมรุที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จก็เข้ามาตอนที่คุณแม่จะออกจากห้องพอดี

 

“ราตรีสวัสดิ์นะจ้ะ” คุณแม่กล่าวราตรีสวัสดิ์เด็กทั้งสอง แล้วเดินออกไป

 

“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” เด็ก ๆ กล่าวราตรีสวัสดิ์ไล่หลัง

 

“ตัวเองง่วงยัง” มิโอะถามเพราะเพิ่งกินยาไปหลังอาหาร เมรุตกใจที่มิโอะเรียกตนว่าตัวเอง

 

“นิดหน่อยค่ะ ตัวเองล่ะ ง่วงยัง” มิโอะโดนเรียกตัวเองกลับบ้าง แก้มเริ่มแดงฝาดทันที

 

“ไม่เอาแล้ว นอนดีกว่า” ด้วยความเขิน มิโอะพูดเสร็จก็มุดตัวเองลงในผ้าห่มบนที่นอนที่คุณแม่เอามาให้

 

“ไม่ขึ้นมานอนกับเค้าหรอ” มิโอะแกล้งนอนนิ่งไม่ขยับ เมรุยิ้มส่ายหน้ากับความน่ารักเหมือนเด็กของมิโอะ แล้วเดินไปปิดไฟที่ข้างประตู

 

“ไม่ขึ้นไปนอนกับเค้า เค้าลงนอนกับมิโอะจังก็ได้” เมรุเปิดผ้าห่มนอนมุดในผ้าห่มผืนเดียวกับมิโอะ แสงจากพระจันทร์และไปริมถนนทำให้มองคนตรงหน้าได้สลัว ๆ

 

“หลับแล้วหรอคะ” เมรุถามเมื่อเห็นมิโอะหลับตาสนิท เมรุเผลอมองใบหน้าน่ารักยามหลับของมิโอะ เมรุอยากรู้ว่าหลับจริงหรือเปล่า เลยไถตัวเองลงไปในผ้าห่ม มือข้างซ้ายที่ไม่ได้เป็นอะไร เริ่มซนค่อย ๆ ปลดกระดุมชุดนอนของมิโอะ

 

“นี่! ทำอะไร” มิโอะจับมือเมรุออกจากเสื้อของตัวเอง

 

“โทษฐานที่แกล้งหลับ” เมรุแหงนหน้าไปซุกที่คอเนียน ๆ ของมิโอะ นิ้วชี้วนอยู่หน้าท้อง ปลุกอารมณ์ขนลุก มิโอะขยับแขนวางมือประคองศีรษะเมรุ นิ้วโป้งลูบที่ใบหูตอบรับอารมณ์

 

                เมรุขยับตัวเองขึ้นไปที่เดิม แต่ใกล้หน้ามิโอะจนจมูกใกล้ชนกัน มือของมิโอะยังประคองศีรษะเมรุ เด็กสาวผมยาวยกตัวเองขึ้นคร่อมสาวร่างเล็ก แววตาที่เห็นในแสงที่มืดสลัวแต่ชั่งเป็นแววตาที่โหยหาซึ่งกันและกัน

 

                เด็กสาวผมยาวค่อยเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้เด็กสาวร่างเล็กจนลิ้มรสที่เคยสัมผัสอีกครั้ง แต่คราวนี้ทำไมถึงได้ร้อนแรงยิ่งนัก ความร้อนในร่างกายเริ่มถาโถมเข้าใส่ ปลายลิ้นความหาบางอย่างจากโพรงปากของคนอีกคน มิโอะยกแขนข้างหนึ่งจับท้ายทอย อีกข้างจับที่บ่าใกล้ต้นคอคนข้างบน

 

               มือซ้ายอ้อมไปด้านหลัง แต่ครั้งนี้มิโอะยอมยกตัวเองให้เมรุปลดตะขอเสื้อใน และถอดผ้าปิดร่างกายท่อนบนหมดอย่างว่าง่าย ปลายนิ้วยังคงวิ่งเล่นอยู่บนเนินเขาลูกใหญ่สองลูก พร้อมกับประทับริมฝีปากที่ใบหูที่เริ่มร้อน หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ สาวร่างเล็กกระตุกตอบรับ พลางเรียกชื่อคนรักด้วยลมหายใจเริ่มหอบถี่

 

               คืนนี้อีกยาวไกลนัก ~ไอชิเตรุ~ คำบอกกล่าวที่ทั้งสองคนบอกก่อนที่ร่างของเด็กสาวสองคนนอนกอดกันภายในห้องที่มืดสลัวด้วยสภาพเปลือยเปล่า เราได้กลายเป็นคน ๆ เดียวกันแล้ว ความสุขที่มีมันเอ่อล้นจนไม่สามารถบรรยายได้ ความรัก ความต้องการ ความห่วงหา ของเราสองคน เรารู้สึกถึงกันและกันได้ โดยไม่ต้องเอ่ย เราจะมีกัน...ต่อไปเรื่อย ๆ รักเราจะไม่มีวันเปลี่ยน... ((เมรุ – มิโอะ : ฉันสัญญา))

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

 

                ร่างเปลือยเปล่าภายใต้ผ้าห่มของเด็กสาวสองคนที่นอนกอดกัน เสื้อผ้ากระจัดจายอยู่รอบที่นอน ปกติเมรุที่เป็นคนตื่นเช้า เพราะเหตุใดยังคงนอนนิ่งอยู่บนที่นอน

 

“ ((ก๊อก ๆ ๆ )) ... ((เสียงเคาะประตู)) เมรุจัง มิโอะจัง ตื่นได้แล้วลูก เดี๋ยวไปโรงเรียนสายนะ” คุณแม่เห็นว่าผิดปกติจะเข้ามาดูแต่ห้องกลับล็อกเลยได้แต่เคาะประตูอยู่หน้าห้อง

 

“ค๊า...” เสียงมิโอะงัวเงียตื่นขึ้นมาขานรับ

 

“เมรุจัง...” มิโอะสะกิดตัวเมรุจากนอกผ้าห่ม แต่ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับ เมรุยังคงนอนนิ่ง เริ่มรู้สึกแปลก ๆ เลยยกมือจับที่หน้าผากของเมรุ

 

“อ๊ะ...ตัวร้อนจังเลย เมรุจัง ๆ” มิโอะเขย่าตัวเมรุ เมรุค่อย ๆ ลืมตาขึ้น และจะลุกขึ้น แต่ลุกไม่ไหว ลงไปฟุบกับหมอนเหมือนเดิม มิโอะจังรนจนไม่รู้ต้องทำอะไรก่อนหลัง รีบใส่เสื้อผ้าให้เมรุ และรีบใส่ของตัวเองลงไปบอกคุณแม่ พอคุณแม่รู้เรื่องก็รีบขึ้นมาดูลูกสาวอย่างเป็นห่วง โดยมีมิโอะคอยดูอยู่ข้าง ๆ ด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน

 

“มิโอะจังรีบไปอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนเถอะลูกป่ะ เดี๋ยวแม่จะเช็ดตัวให้เมรุเอง” คุณแม่บอกมิโอะพร้อมไปเตรียมน้ำ

 

“อ่า...ขะ...ค่ะ” มิโอะทำตามที่คุณแม่บอก ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปโรงเรียน

 

 

                เพียงไม่กี่นาทีมิโอะก็แต่งตัวเสร็จ ลงไปทานข้าวที่คุณแม่เมรุเตรียมไว้ให้ แต่ก็ทานไม่หมดเพราะใจห่วงแต่เมรุ ไม่อยากไปโรงเรียน อยู่ดูแลเมรุ แต่ก็ต้องไปโรงเรียน คุณแม่ของเมรุยังเตรียมข้าวกล่องไว้ให้มิโอะอีก มิโอะรู้สึกเกรงใจที่ครอบครัวของเมรุทำให้เธอขนาดนี้ เธอคิดเอาไว้ว่าจะดูแลลูกสาวของบ้านนี้ให้ดีที่สุด ให้สมกับที่เขาต้อนรับเราอย่างดี

 

 

                มิโอะเดินไปโรงเรียนคนเดียวความเงียบเหงา ในใจยังคิดถึงคนที่นอนซมอยู่บนที่นอน การเรียนของวันนี้มันชั่งไม่สนุกเอาเสียเลย อยากกลับบ้าน กลับไปหาเมรุจัง คิดถึงจังเลย เป็นห่วงจังเลย ในหัวของมิโอะคิดแต่เรื่องเมรุทั้งวัน มิโอะที่ร่าเริง กลับเงียบผิดปกติ จนเพื่อนถามว่าเป็นอะไร แต่เธอก็ไม่ได้ตอบอะไร ได้แต่ยิ้มให้เพื่อนเบา ๆ เมื่อได้เวลาเลิกเรียนมิโอะก็รีบกลับบ้านเมรุไปดูเฝ้าไข้เมรุทันที

 

“เค้ากลับมาแล้วนะ เมรุจัง” มิโอะจังลูบหัวของเด็กสาวที่นอนซมอยู่บนเตียงนอนของตัวเอง ความร้อนบนหน้าผากลดลงไปจากเมื่อเช้านิดหน่อย มิโอะน้ำตาคลอด้วยความเป็นห่วง

 

“อย่าร้องนะ...” เมรุพูดออกมาเบา ๆ ทั้ง ๆ ที่หลับตานอนหลับอยู่ ฝันหรอ? หรือ ละเมอ? แต่นั่นก็ทำให้มิโอะน้ำตาไหลออกมา หรือว่าเพราะใจเราสองคนมันสื่อถึงกันได้ – บอกหน่อยเมรุจัง

Berukun likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอนที่ 8 - วันเกิด

[Meru]

               

 

             คืนยามวิกาลถนนในหมู่บ้านมีเพียงแค่ไฟจากเสาไฟ และแสงจากพระจันทร์ที่ล้อมรอบด้วยดวงดาวนับล้านดวง หลายบ้านต่างพากันปิดไฟหลับนอน หน้าต่างที่ยังคงมีแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะภายในห้อง เมรุกำลังจมอยู่กับการบ้านที่ได้มาชดเชยหลังหยุดเรียนเพราะไม่สบาย คืนนี้เด็กสาวรู้สึกเงียบเหงาแปลก ๆ เพราะเมื่อเมรุหายดีแล้ว มิโอะก็กลับไปนอนที่บ้านของตัวเองเช่นเดิม

             

 

             - ตั้งแต่วันที่ฉันขาดเรียนเพราะไม่สบาย มิโอะก็มานอนค้างที่บ้านอยู่ดูแลฉันทุกวันหลังเลิกเรียนเป็นอาทิตย์ ขอบคุณนะคะ...มิโอะจัง^^ ฉันสัญญากับตัวเองไว้แล้วแท้ ๆ ว่าจะเป็นคนดูแลมิโอะ แต่กลับกลายเป็นมิโอะเป็นฝ่ายดูแลฉันซะงั้น แต่ก็ชั่งมันเถอะ ยังไงซะ...นอกจากคุณพ่อกับคุณแม่แล้ว มิโอะคือ...คนที่ฉันรักมากที่สุด นี่ก็ครึ่งเดือนแล้วซินะ...ที่เราคบกัน ใกล้วันเกิดของมิโอะจังเข้าไปทุกที อยากตอบแทนที่มิโอะจังดูแลฉันมาตลอด แล้วฉันจะทำอะไรให้ดีน๊า...

             

 

             เมรุที่กำลังมองปฏิทินตั้งโต๊ะที่วงวันที่ 17 พฤษภาคม เป็นรูปหัวใจด้วยหมึกสีแดง การบ้านที่กองอยู่ตรงหน้า แต่ในหัวคิดแต่เรื่องวันเกิดของแฟนสาว ข้อมือขวาที่หายสนิท นิ้วมือจับปากกาหมุนอย่างคล่องแคล่ว บ่งบอกว่ากำลังใช้ความคิด– ((การบ้านหนูจะเสร็จมั้ย?))

             

 

             “ครืด...ครืด...” มือถือสั่นเพราะมีเมลล์เข้ามา เมรุหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ – ห๊ะ...มิโอะจังหนิ ยังไม่นอนอีกหรอ ก็โทรฝันดีกันนานแล้วนี่หน่า...

 

 

“ไม่หลับไม่นอนนะคะ ทำอะไรอยู่หรอ?” ข้อความในเมลล์ปรากฏเมื่อเมรุเปิดอ่าน – เห๊?...หรือว่า...มองเห็นด้วยหรอ? เมรุเดินไปเปิดผ้าม่านและหน้าต่างฝั่งทางไปบ้านมิโอะ แสงไฟสลัวปรากฏร่างสาวน้อยผมสั้นที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างในห้องตัวเอง ถึงแม้ว่าจะไกลจนเห็นเหลือตัวนิดเดียว แต่ก็พอดูออกว่าคือมิโอะ – ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะเนี่ย ว่าบ้านเราสองคนจะเห็นกัน เมรุหยิบมือถือขึ้นมากดเบอร์มิโอะ และโทรออกทันที

 

“ฮัลโหล” เสียงหวานในมือถือดังขึ้นเมื่อปลายสายกดรับ

 

“นอนไม่หลับหรอคะ?” เมรุถามด้วยความเป็นห่วง

 

“ค่ะ...นอนไม่หลับ แล้วตัวเองทำอะไร ยังไม่ปิดไฟนอนอีก” เสียงดุเบา ๆ ของมิโอะ แต่ก็ทำเอาเมรุใจสั่นตอบไม่ถูก

 

“อ่า...คือ...ทำการบ้านอยู่อ่ะค่ะ คิดไม่ออกเลย” เมรุแก้ตัวน้ำขุ่น – ก็เพราะมัวแต่คิดเรื่องที่จะให้อะไรในวันเกิดของตัวเองนั่นแหละ

 

“ไม่ต้องทำแล้ว ไว้พรุ่งนี้เค้าไปสอนการบ้านให้ที่โรงเรียน นอนได้แล้วนะคะ” เสียงเชิงดุของมิโอะทำให้เมรุยอมไปนอน

 

“อ่า...ค่ะ งั้น...เราไปนอนพร้อมกันนะ ฝันดีนะคะ” เมรุบอกฝันดีอีกรอบก่อนจะเข้านอนจริง ๆ

 

“อื้อ...ฝันดีค่ะ...อ่า...เมรุจัง...” เมรุจะกดวางสายแต่มิโอะเรียกไว้

 

“หืม?...” เมรุขานรับ

 

“...((เงียบ))...เค้า...คิดถึง...” ปลายสายพูดน้ำเสียงคลุมเครือ เมรุใจแป้วเมื่อมิโอะกำลังจะร้องไห้

 

“อ่า...อย่าร้องน๊า...เค้าก็คิดถึง...พรุ่งนี้เราก็เจอกันแล้วไงคะ” เมรุปลอบประโลมแฟนสาวอย่างอ่อนโยน

 

“เค้าอยากไปนอนกับตัวเอง...” น้ำเสียงออดอ้อนปลายสายทำให้เด็กสาวหัวใจเต้นตึกตัก

 

“แต่ว่า...มันดึกแล้วนะคะ ออกมามันอันตราย” คำพูดแสดงความเป็นห่วงของเมรุทำให้มิโอะยอมไปนอนง่ายดาย

 

“อื้ม...เข้าใจแล้วค่ะ จะพยายามนอนให้หลับนะ” เมรุยังคงมองไปที่มิโอะที่กำลังเอามือปากน้ำตาที่แก้ม

 

“ไม่ต้องร้องแล้วนะคะคนดี เดี๋ยวก็เช้าแล้ว ไปนอนกันนะ” ทั้งสองวางสายพร้อมกัน โบกมือให้กันก่อนจะปิดหน้าต่างและปิดผ้าม่าน

 

 

                เมรุเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือจัดเก็บของทุกอย่างเข้าที่ ปิดโคมไฟ แล้วเดินไปเอนกายลงบนที่นอน เปลือกตาปิดเข้าหากัน แล้วอยู่ ๆ น้ำใส ๆ ก็ไหลออกมาจากตา – เค้าคิดถึงมิโอะจังนะ อยากนอนกอดเหมือนทุกครั้ง เหมือนตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา ฉัน...อยากให้เธอมานอนอยู่ตรงนี้ เมรุพยายามข่มตานอนให้หลับทั้งน้ำตา

 

 

หน้าบ้านโทโมะนากะ

 

 

                เด็กสาวผมยาวยืนพิงกำแพงรอคนรักออกมาจากบ้านเพื่อจะไปโรงเรียนด้วยกัน เพียงแค่เวลาไม่นานเด็กสาวผมตัวเล็กก็เปิดประตูรั้วเดินออกมา เมื่อมิโอะเห็นหน้าเมรุแล้วก็โผเข้าประทับริมฝีปากทันทีจนเมรุตกใจหน้าแดง

 

“มอร์นิ่งคิสค่ะ” มิโอะพูดด้วยท่าทางร่าเริงยิ้มตาปิด น่ารักเหมือนเคย

 

“มะ...มอนิ่ง...คะ...คิส...ค่ะ” เมรุทักทายกลับด้วยท่าทีเขินอาย– จริง ๆ เลยน๊า...ชอบทำให้ใจเต้นแต่เช้าตลอดเลย

 

“เมื่อคืนนอนหลับหรือเปล่าคะ” เมรุถามต่อด้วยความเป็นห่วงเมื่อนึกขึ้นได้ระหว่างทาง

 

“ก็ไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ค่ะ แล้วเมรุจังล่ะ นอนหลับมั้ย” มิโอะหันมาถามเมรุที่เดินอยู่ข้าง ๆ

 

“...((ยิ้ม))...ก็เหมือนกันนั่นแหละ” เมรุตอบแล้วยิ้มหวานให้มิโอะ เพื่อให้รู้ว่า “ก็คิดถึงเหมือนกันนั่นแหละ” รอยยิ้มของเมรุทำให้มิโอะหน้าแดงเป็นลูกตำลึง เมรุจิ้มไปที่แก้มของมิโอะ – น่ารัก >< “งั่ม...” มิโอะอ้าปากกัดที่นิ้วชี้ของเมรุเบา ๆ

 

“งื้อ...เจ็บน๊า...” เมรุทำหน้าบู้ใส่ มิโอะไม่ยอมแพ้แลบลิ้นใส่แล้วก็หัวเราะวิ่งหนีไป มีหรือที่นักเรียนชมรมกรีฑาจะยอมแพ้ วิ่งช้าแบบนี้ ไม่กี่ก้าวก็วิ่งทัน เมื่อใกล้ถึงตัว เมรุก็รีบคว้าแขนมิโอะให้หยุดวิ่ง มิโอะหยุดวิ่งแล้วหันกลับมาหัวเราะเบา ๆ ระดับมือลดลงไปจับมือกัน แล้วทั้งสองก็เดินจับมือไปโรงเรียน อย่างเช่นเคย

 

โรงเรียนหญิงล้วนฮากาตะ

ม.2 ห้อง B

 

 

                เมรุเดินเข้าห้องมาอย่างอารมณ์ดี แต่เมื่อเหลือบไปเห็นนัตสึมิคังที่นั่งพาดขาวางบนโต๊ะอ่านหนังสืออยู่ อารมณ์ก็เปลี่ยนเป็นระแวงทันที เมรุค่อย ๆ เดินก้มหน้าไปนั่งที่โต๊ะ ทำเป็นไม่มอง แค่เสียงนัตสึมิคังเอาเท้าลงจากโต๊ะก็ทำเอาเมรุสะดุ้งเบา ๆ – ทำไม...ทำไมฉันต้องมานั่งกลัวแบบนี้ด้วย ฉันต้องทนเป็นแบบนี้ทุกวันหรอ? ฉันไม่สามารถทำอะไรได้เลยหรอ? เมรุได้แต่เจ็บใจตัวเอง

 

 

พักเที่ยง

 

 

                บนดาดฟ้าสถานที่นัดพบของเมรุและมิโอะเพื่อที่จะมาทานข้าวกล่องด้วยกัน และเมรุก็ไม่ลืมที่จะหยิบสมุดการบ้านมาให้มิโอะช่วยสอน – ตามคำสั่งของมิโอะจังนั่นแหละ เมื่อทานข้าวเสร็จเมรุก็นั่งฟังมิโอะสอนการบ้าน แต่ตากลับมองที่เด็กสาวผมสั้นพูดอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้สนใจมองสมุดการบ้านเลย “จ๊วบ...” เสียงเมรุจุ๊บไปแก้มมิโอะ

 

“เมรุจัง! ไม่ได้ฟังเค้าเลยใช่มั้ย?” มิโอะทำหน้าดุ เมรุรู้ว่ามิโอะไม่ได้ดุจริง ระดมคอมโบจุ๊บแก้มใหญ่ มิโอะที่โดนกระทำหอมแก้มรัว รู้สึกสับสนว่าจะจัดการยังไง พอได้จังหวะก็ยกสมุดที่ตัวเองถือไว้ฟาดไปที่หัวของเมรุจัง ๆ – งื้อ...โดนทำร้ายร่างกายอีกแล้ว T^T

 

“ไปติดนิสัยหื่นมาจากใครเนี่ย...” มิโอะถามพร้อมใบหน้าแดง ๆ เพราะความเขิน เมรุหยุดการรัวหอมมิโอะ และนั่งทำหน้าคิดสักพัก หน้านัตสึกับชินาม่อนรุ่นพี่ในชมรมก็ลอยมา – ใช่เลย เพราะพี่สองคนนั้นนั่นแหละ เมรุได้แต่คิดว่าเป็นเพราะรุ่นพี่ดูโอ้ทั้งสองมาเล่าเรื่อง...?...ให้ฟังบ่อย ๆ ถึงได้ติดนิสัยมา โดยลืมคิดไปว่า อีกเหตุผลหนึ่งคือความรู้สึกของตัวเองเวลาอยู่ใกล้มิโอะจังแล้วอยากจะคลอเคลียด้วยตลอดเวลา

 

 

                เมื่อเลิกเรียนแล้วเมรุกับมิโอะก็รอกลับบ้านด้วยกัน ระหว่างทางก็หยอกล้อกันสนุกสนานจนมาถึงหน้าบ้านของมิโอะ เมื่อแยกกับมิโอะจังแล้ว เมรุก็รีบกลับมาที่บ้าน เตรียมออกไปข้างนอก เพื่อไปหาซื้อของขวัญวันเกิดให้มิโอะที่ย่านเทนจิน ระหว่างที่เดินเลือกซื้อของ – รู้สึกเหมือน...มีคนสะกดรอยตาม เมรุรู้สึกระแวงขึ้นมา กลัวว่าจะเป็นนัตสึมิคัง เหมือนวันที่มาเดินซื้อของเป็นเพื่อนมิโอะแล้วเจอนัตสึมิคังที่นี่

 

“เฮือะ!” เมรุสะดุ้งโหยงเมื่อมีมือใครบางคนมาแตะที่ไหล่ของตัวเอง จึงหันไปดูด้วยใบหน้าที่ถอดสี

 

“ระ...รุ่นพี่โคจินะ” เมรุโล่งอกเมื่อเห็นคนที่มาแต่ไหล่คือโคจินะ เพื่อนร่วมชั้นของมิโอะ

 

“มะกี้...เหมือนมีคนตามเค้ามา ใช่รุ่นพี่หรือเปล่าคะ” เมรุถามด้วยสีหน้าสงสัย

 

“เอ้ย...บ้า...พี่เพิ่งเห็นเมรุจังเนี่ย” จีนะคร่ำคิดในใจ นึกโล่งใจที่มาเจอเมรุที่นี่ บุคคลที่ตามเมรุมาอาจจะยังอยู่แถวนี้ – ละ...แล้วใครกันล่ะ เมรุเริ่มรู้สึกกลัวในใจ

 

“มาซื้อของขวัญให้มิโอะจังหรอ” จีนะถามยิ้ม ๆ เชิงแซว

 

“ค่ะ รุ่นพี่รู้วันเกิดมิโอะจังแล้วหรอ รุ่นพี่ก็เหมือนกันหรอคะ” เมรุถามอย่างสงสัย

 

“อื้อ...ก็นะ...เพิ่งเริ่มเป็นเพื่อนกันได้ไม่นานก็เลยไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรดี” จีนะทำหน้างง นิ้วชี้เกาหางคิ้ว

 

“งั้นไปเดินซื้อด้วยกันเลยซิคะ” เมรุเอ่ยชวน จีนะพยักหน้าตกลง และไปหาซื้อของขวัญวันเกิดด้วยกัน

 

 

                ทั้งสองคนมายืนอยู่ที่ร้านขายผ้าพันคอ พร้อมรับปัก – แต่จะเข้าหน้าร้อนอยู่แล้วน๊า...ซื้อไปจะดีหรอเนี่ย

 

“ก็ไว้ใช้ตอนหน้าหนาวก็ได้นี่นะ ไม่เป็นไรหรอก” จีนะให้คำแนะนำ เมรุจึงตัดสินใจซื้อผ้าพันคอผืนสีขาวผืนใหญ่สำหรับหน้าหนาว แล้วให้เขาปักเป็นรูปหมูสีชมพู และตัวอักษรย่อ MM สีดำตัวใหญ่ ๆ ไว้ตรงปลาย

 

“อีกสองวันถึงจะเสร็จนะคะ พอดีช่วงนี้ลูกค้าเยอะ ขออภัยด้วยนะคะ” พนักงานในร้านบอกเมรุเรื่องวันรับของ – อีกสองวัน...ก็วันเกิดพอดีซินะ

 

“โอเคค่ะ เดี๋ยวจะมารับช่วงเย็น ๆ นะคะ” เมรุตอบตกลงทันที

 

“ได้ค่ะ ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ” พนักงานกล่าวขอบคุณแล้วยื่นบัตรจองให้ เมรุรับไว้เก็บใส่กระเป๋าสตางค์อย่างดี

 

 

                เมรุแยกกับจีนะที่ป้ายรถเมล์แถวย่านเทนจิน และขอให้จีนะทำอะไรบางอย่างก่อนที่จะถึงวันเกิดของมิโอะ จีนะก็รับปากว่าจะทำให้ ระหว่างทางเดินเข้าหมู่บ้านกลับรู้สึกโล่งที่ไม่ได้รู้สึกว่ามีคนตามมาเหมือนตอนขาไป แต่ก็ต้องรีบเดินเข้าบ้านเพราะท้องฟ้าเริ่มมืดลงแล้ว

 

 

                ก่อนเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 16 พฤษภาคม บานหน้าต่างที่เปิดรับลมเข้ามาภายในห้อง เป็นที่ประจำที่เมรุจะยืนคุยโทรศัพท์กับมิโอะ เพราะจะได้เห็นกันถึงแม้ว่าจะไกลลิบ แต่ก็พอมองเห็นกันและกัน การสนทนาเป็นไปตามปกติ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับวันเกิดแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าจะเลยเที่ยงคืน เข้าสู่วันที่ 17 พฤษภาคมแล้วก็ตาม

 

“เมรุจังรู้หรือเปล่าว่าวันนี้วันอะไร” มิโอะเริ่มคุยแปลก ๆ เหมือนว่ากำลังเคืองที่เมรุไม่บอก Happy Birthday ซักที

 

“วันศุกร์ไงคะ ลืมวันลืมคืนแล้วหรอ ฮ่า ๆ” เมรุทำเป็นตอบเฉไฉไปทางอื่น

 

“ใครกันแน่ที่ลืมวันลืมคืนเมรุจัง!” มิโอะทำเสียงดุกรอกตามสาย เมรุได้แต่งึมงำอดทนไม่บอก – วันนี้ทั้งวัน ฉันคงต้องยอมให้มิโอะโกรธ...อดทนไว้...อดทนไว้

 

“เค้าจะนอนแล้ว ฝันดีนะ...((ตื๊ด...ตื๊ด...ตื๊ด))...” พูดจบมิโอะก็วางสายไป พร้อมกับปิดหน้าต่าง และผ้าม่านห้องหายไปในห้อง เมรุพยายามโทรหามิโอะอีกรอบ มิโอะก็ไม่รับสาย – โกรธจริง ๆ แล้วซินะ ฉันทำถูกแล้วหรือเปล่า ฉันควรจะทำยังไงดี กลัวจัง...กลัวมิโอะจังไม่หายโกรธ :’(

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

 

 

                เมรุเดินไปรอหน้าบ้านมิโอะเหมือนกันเคย ในใจก็แอบหวั่นว่ามิโอะคงทำท่าทีเฉยเมยใส่ เพราะโกรธอยู่ และก็จริงอย่างที่กังวล เมื่อมิโอะเดินออกมาจากหน้ามิโอะมองหน้าเมรุจังด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย แล้วก็เดินนำไปไม่รอ เมรุเดินตามด้วยท่าทีหงอย ๆ – อึดอัดจังเลยน๊า...อยากจะบอกซะเดี๋ยวนี้

 

 

                เมรุลองเดินไปจับมือกับมิโอะ และมิโอะก็ยอมให้จับแต่ก็จับแค่หลวม ๆ ไม่มอง ไม่คุยกับเมรุเลยแม้แต่น้อย วันนี้ชั่งดูเงียบเหงาซะเหลือเกิน เมรุน้ำตาคลออยู่ข้างใน ไม่กล้าร้องต่อหน้ามิโอะ– ฉันอยากจะร้องไห้ T^T ไม่ชอบเลยที่มิโอะจังเป็นแบบนี้ แต่ถ้าฉันล้มเลิก ที่ทำไปก็ไม่มีความหมายน่ะซิ :’(

 

 

โรงเรียนหญิงล้วนฮากาตะ : พักเที่ยง

 

 

                บรรยากาศทานข้าวกล่องตอนเที่ยงดูอึมครึมยิ่งนัก ทั้ง ๆ ที่ท้องฟ้ายังคงแจ่มใสไร้เมฆฝน ถึงจะขึ้นมาทานข้าวด้วยกันสองคนบนดาดฟ้า แต่ต่างคนต่างค่อย ๆ กิน บทสนทนาที่นับคำได้ เมรุพยายามหาเรื่องมาคุย แต่ก็ได้คำตอบรับแค่คำสองคำเท่านั้น – อยากให้ถึงตอนเย็นเร็ว ๆ จัง ไม่อยากเป็นแบบนี้แล้ว T^T

 

 

หลังเลิกเรียน

 

 

                เมรุรีบเก็บข้าวของใส่กระเป๋าของตัวเองแล้วรีบไปรอมิโอะที่หน้าห้อง ม.3 ห้อง A จีนะทำมือโอเคให้เมรุ เมื่อสังเกตเห็นเมรุยืนอยู่ตรงประตูหลังห้องเพื่อรับรู้ว่าแผนการบางอย่างสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เมรุพยักหน้ารับรู้ แต่ในใจกลับยิ้มได้ไม่ค่อยออก – ก็เหลืออีกอย่างเดียวซินะ อดทนไว้เมรุ!

 

 

                มิโอะเดินออกมาพร้อมกลุ่มของตัวเอง มองหน้าเมรุแล้วเดินออกไปพร้อมเพื่อน ๆ เมรุได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินตามอยู่ข้างหลังด้วยท่าทางหงอย ๆ พอถึงหน้าโรงเรียนเพื่อน ๆ ต่างก็แยกย้ายกันจนเหลือเมรุและมิโอะแค่สองคน ระหว่างเดินกลับบ้านด้วยกัน บรรยากาศราวกับคนไม่รู้จักกัน

 

“กลับบ้านดี ๆ นะ” เป็นบทสนทนาเมื่อถึงหน้าบ้านของมิโอะ รอยยิ้มน่ารักทีเคยปรากฏบนใบหน้ากลับกลายเป็นใบหน้าที่นิ่งเฉย ความกังวลเข้าถาโถมใส่ ถึงแม้จะรู้ว่ามิโอะโกรธเรื่องอะไร แต่ก็กลัวว่าแฟนสาวจะไม่ยอมคืนดี

 

 

                เมื่อมิโอะเดินเข้าบ้านไปแล้ว เมรุก็เดินย้อนกลับไปที่หน้าหมู่บ้านเพื่อจะไปป้ายรถเมล์ เดินทางไปย่านเทนจิน ไปเอาของที่สั่งไว้

 

 

ย่านเทนจิน

 

 

“มารับของที่สั่งไว้ค่ะ” เมรุยื่นบัตรรับของให้พนักงาน

 

“กรุณารอสักครู่นะคะ” พนักงานรับบัตรแล้วเดินไปหยิบของ เพียงไม่ถึงนาทีพนักงานก็เดินมาแต่ไม่ได้ถืออะไรออกมา – เห๊...หมายความว่ายังไง ทำไม่เสร็จหรอ?

 

“คือว่าทางเราเกิดข้อผิดพลาดนิดหน่อย อีก 1 ชั่วโมงค่อยมารับได้หรือเปล่าคะ ต้องขออภัยจริง ๆ ค่ะ” พนักงานก้มหัวขอโทษหลายครั้ง เมรุจำต้องไปเดินเล่นฆ่าเวลา – มิโอะจัง ป่านนี้คงนั่งหัวปั่นแย่เลย เฮ้อ...ขอโทษนะคะ จะกลับไปให้ทันนะ

 

 

ผ่านไปชั่วโมงครึ่ง

 

 

                ภายในห้างมีของให้เลือกเดินดูมากมาย ทำให้เมรุเดินเล่นเพลินจนเลยเวลาหนึ่งชั่วโมง เมื่อรู้ตัวอีกทีก็รีบไปที่ร้านผ้าพันคอทันที ผ้าพันคอผืนใหญ่ลายหมูสีชมพู และตัวอักษร MM สีดำถูกใส่ไว้ในถุงหิ้วกระดาษเงาสีชมพูสลับเหลืองสีประจำของร้าน เมรุจ่ายเงินที่เหลือแล้วถือถุงออกไป

 

“ครืด...ครืด...” มือถือสั่นเตือนเมลล์เข้า เมรุหยิบมือถือขึ้นมาดู หน้าจอปรากฏจีนะเป็นคนส่งเมลล์มา เมรุกดเปิดอ่าน

 

“ตอนนี้ทุกคนใกล้จะถึงบ้านมิโอะแล้วนะ เมรุจังอยู่ไหน?” ข้อความในเมลล์ที่จีนะส่งมา

 

“มาเอาผ้าพันคอที่สั่งทำไว้ค่ะ กำลังจะกลับ ถ้าอีก 15 นาที เค้ายังไม่ถึงก็เข้าไปหามิโอะจังก่อนเลยก็ได้ค่ะ” เมรุพิมพ์ตอบกลับไป แล้วรีบไปรอรถเมล์เพื่อเดินทางกลับ

 

 

ทางเข้าหมู่บ้าน

 

 

                ท้องฟ้าเริ่มมืดลงเพราะเมฆฝนปกคลุม ลมพัดแรงจนต้องเดินก้มหน้ากึ่งวิ่งกึ่ง “ปึ๊ก!” จนทำให้เดินชนกับใครบางคน ที่จงใจยืนขวางไว้

 

“อ่ะ...ขอโทษค่ะ...” เมรุเงยหน้าขึ้นมาอย่างตกใจ แต่ก็ต้องตกใจหนักกว่าเดิม เมื่อคนตรงหน้าคือ “นัตสึมิคัง” คนที่แอบชอบเมรุ แต่การแสดงความชอบดูห่ามซะเหลือเกิน

 

“นะ...นัตสิมิคัง” เมรุพูดกับตัวเองเบา ๆ แล้วจะเดินหนีไป

 

“จะไปไหนเล่า ไม่ทักไม่ทายเพื่อนร่วมห้องเลยนะ” ขายาว ๆ ของเด็กสาวร่างสูงเดินมาขวางไว้อีก

 

“หลีกไป” เมรุพูดด้วยหน้าตาจริงจัง ตัดสินใจเอาความกล้าเข้าสู้ นัตสึมิคังทำหน้ากวนไม่ยอมหลีก เมรุเดินหนีก็เดินมาขวางอีก – ขอร้องล่ะนัตสึมิคัง ฉันต้องรีบไป

 

“เอ...วันนี้วันสำคัญของใครน๊า...เห็นเพื่อนมาที่บ้านกันเต็มเลยหนิ ไหนเอามาดูซิ...” นัตสึมิคังแย่งถุงไปจากมือของเมรุ แล้วหยิบขึ้นมาดู

 

“เอาคืนมานะ!” เมรุพยายามแย่งกลับคืนมา แต่ด้วยความสูงของนัตสึมิคังทำให้เมรุยื้อแย่งกลับมาลำบาก ในระหว่างที่เมรุกำลังเขย่งตัวแย่งถุงของขวัญที่ตัวเองตั้งใจจะมอบให้มิโอะ ด้วยความต้องใกล้ตัวกับนัตสึมิคัง เมรุจึงโดนเด็กสาวร่างสูงรวบกอดด้วยมือที่ว่างแล้วดันเข้ามาหาตัวเอง แล้วประกบริมฝีปากเมรุทันที – เฮ้ย! จูบงั้นหรอ?!

 

“อื้อ!~” เมรุเบิกตาโพรงร้องเสียงหลงอยู่ในลำคอด้วยความตกใจ ผลักตัวของนัตสึมิคังออกไปก็ไม่หลุดจากการโจมตีกะทันหัน – หะ...หายใจไม่ออก ขอร้อง...ช่วยหยุดทีเถอะ;’( น้ำตาเอ่อนองไหลลงแก้มอย่างหมดทางสู้ เมรุฮึดแรงสุดท้ายผลักนัตสึมิคังจนหลุดออกในที่สุด

 

 

               “เพี๊ยะ!” ฝ่ามือฟาดเข้าที่แก้มเด็กสาวร่างสูงอย่างแรง พร้อมหอบหายใจเพราะหายใจไม่ออก เมรุแย่งถุงคืนมาได้แล้วจะวิ่งหนี แต่นัตสึมิคังคว้าแขนไว้ก่อน

 

“เธออย่ามายั้วะฉันนะ!” ใบหน้าที่น่ากลัวของนัตสึมิคังทำเอาเมรุกลัวจนอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกล เด็กสาวอารมณ์ร้อนลากเมรุไปในสวนสาธารณะที่มีเครื่องเล่นเด็ก ซึ่งตอนนี้ฝนกำลังจะตกจึงไร้ผู้คนอยู่บริเวณนั้น

 

 

                เมรุทำถุงหลุดมือหล่นลงกลางทาง กระเป๋านักเรียนก็หล่นตามไปด้วย แต่จะไปเก็บก็โดนนัตสึมิคังลากแขนไปไกลแล้ว – เหตุการณ์แบบนี้อีกแล้วหรอ ฉันไม่อยากเจอแบบนั้นอีกแล้ว ช่วยหยุดการกระทำแบบนี้ซักทีเถอะ TT

 

“นัตสึมิคัง...เมื่อกี้เค้าขอโทษนะ ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไปเถอะนะ” เมรุขอร้องด้วยน้ำเสียงกลัวจนร้องไห้ แต่นัตสึมิไม่ฟัง พาตัวเมรุลอดไปข้างใต้ที่เล่นปีนป่ายและสไลเดอร์อันใหญ่ของเด็ก จับเมรุเหวี่ยงเข้าพิงผนังด้วยความโมโห – โอ้ย! หัวไปฟาดกับผนังที่เป็นพลาสติก แต่เหมือนนัตสึมิคังคอยจะทำตามใจตัวเองอย่างเดียว

 

 

               ครั้งที่สองกับการขืนใจ การรัดเข้าหาตัวทำให้เมรุดิ้นได้ลำบาก ถึงจะดิ้นสุดแรงเกิดได้เยอะกว่าครั้งแรก แต่ก็สู้แรงของนัตสึมิคังไม่ได้ ต้นคอไล่ถึงใบหู ถูกใบหน้าของนัตสึมิคังต้องสัมผัสไม่แบบไม่ยินดี มือข้างหนึ่งลอดเข้าไปใต้ในเสื้อของเด็กสาวผมยาวพร้อมลูบคลำหน้าอกนอกเสื้อชั้นในอย่างหื่นกระหาย เมรุพยายามแกะมือของนัตสึมิคังออก – หยุดซักที...ใครก็ได้ช่วยด้วย เมรุร้องไห้ออกด้วยความกลัว และเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้

 

 

               “คลื่น...” เสียงฟ้าร้อง พร้อมเม็ดฝนเบา ๆ โปรยปรายลงมา “เปาะแปะ ๆ” ... “ซ่า...” ฝนตกหนักขึ้น เด็กร่างสูงก็ยังทำตามใจตัวเองไม่ลดละ ตะขอเสื้อในถูกปลด ฝ่ามือเข้าไปสัมผัสเนื้อในไร้ผ้าปกปิด เมื่อเมรุหันไปหันมาไม่ยอมให้จูบ นัตสึมิคังเลยซุกหน้าที่ต้นคอแทน เมรุเริ่มหมดแรงดิ้น พยายามแกะมือของเด็กสาวร่างสูงออกไปจากหน้าอกของตัวเอง เมรุร้องไห้หนักจนเกือบจะหมดสติเหมือนวันนั้น ได้แต่ขอพรให้คนมาช่วยในใจ – มิโอะจัง ยกโทษให้เค้าด้วยนะ เค้าคงไปงานวันเกิดไม่ทันแล้ว เค้ารักมิโอะจังคนเดียวนะ :’(

 

 

“เมรุจัง...” เสียงเบา ๆ ปนมากับสายฝน – มีคนเรียกฉัน?...

 

“เมรุจัง...อยู่ไหน...ฮือ...” เสียงคุ้ยเคยที่เรียกชื่อตนด้วยน้ำเสียงที่กำลังร้องไห้ – มิโอะจัง มาตามหาเค้าแล้ว TT

 

“มิโอะจังเค้าอยู่นี่ ช่วยเค้าด้วย...มิโอะ” เมรุรวบรวมพลังเสียงตะโกนออก “ปัง ๆ ๆ ๆ” เมรุพยายามเอาส้นเท้าเคาะไปที่ผนังพลาสติกที่ตนพิงอยู่ให้มิโอะได้ยิน

 

“ทำอะไรน่ะ แค่คนตัวเล็ก ๆ คนเดียวมาช่วยอะไรเธอไม่ได้หรอกนะ” นัตสึมิคังกลับมามองหน้าเมรุที่น้ำตาอาบแก้ม ตาจะปิดเพราะความเหนื่อยล้า

 

“ใครว่ามิโอะมาคนเดียวล่ะ....” จีนะดึงแขนนัตสึมิคังออกมาจากข้างใต้ทีเล่นปีนป่ายของเด็กออกไปจัดการข้างนอก ((จัดการแบบไหน ติดตามตอนสเปเชี่ยล))

 

“เมรุจัง...” มิโอะโผเข้ากอดเมรุที่เหมือนจะหมดสติ

 

“มิ...โอะ...จัง” เสียงเมรุพูดออกมาเบา ๆ – มิโอะจริง ๆ ใช่มั้ย?

 

“เค้าขอโทษนะ...” เมรุกล่าวขอโทษที่วันนี้ทั้งวันเธอทำให้มิโอะต้องโกรธ

 

“ไม่...อย่าขอโทษ...เค้าต่างหากที่ต้องขอโทษ...เค้าเป็นห่วงเมรุจัง...เค้ารักเมรุจังนะ...((ร้องไห้))...” มิโอะร้องไห้พร้อมโผเข้ากอดเมรุอีกครั้ง

 

"แฮ๊ปปี้...เบิร์ด...เดย์..." เสียงแผ่วเบาอวยพรวันเิกิดก่อนที่จะหมดสติ

 

“เมรุจัง...เมรุจัง...” มิโอะสะกิดตัวเมรุที่ทิ้งตัวลงบนไหล่ของมิโอะ

 

 

              ...ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างต่อจากนั้น แต่เมื่อฉันรู้สึกตัว ลืมตาขึ้นมากลางดึก ฉันก็มาอยู่ในห้องที่ไม่ใช่ห้องนอนของฉัน แต่เมื่อเห็นตุ๊กตาหมูบนที่นอน ก็รู้ทันทีว่าเป็นห้องของมิโอะจัง อุ่นจัง...ยังอยากอยู่แบบนี้ อย่าเพิ่งเช้าได้มั้ย ขออยู่ในอ้อมกอดอุ่น ๆ ของมิโอะจังนาน ๆ ได้หรือเปล่า...

Share this post


Link to post
Share on other sites

[Mio]

           

 

             ...หนึ่งอาทิตย์ที่ฉันไปนอนค้างที่บ้านเมรุจัง เพราะไปดูแลคนป่วย ...ก็เมรุจังนั่นแหละ แต่ว่าตอนนี้เมรุจังหายดีแล้ว ฉันเลยต้องกลับมานอนที่บ้าน ...รู้เหงา ๆ ยังไงชอบกล ป่านนี้กี่โมงแล้วนะ ทำไมฉันถึงหลับไม่ลงซักที...

 

 

                สาวน้อยผมสั้นนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนที่นอนเพียงเพราะความเคยชินที่นอนกับเมรุจังมาอาทิตย์นึง ทำให้เด็กสาวร่างเล็กคิดถึงคนรักแทบขาดใจ มิโอะตัดสินใจเดินไปเปิดผ้าม่านมองท้องฟ้ายามค่ำคืนผ่านหน้าต่างบานเลื่อน หางตาเห็นแสงไฟจากในบ้านมาบ้านของใครบางคน แต่เมื่อสังเกตดี ๆ ก็คิดว่าน่าจะเป็นบ้านของเมรุไม่ผิดแน่ มิโอะจึงกลับไปหยิบมือถือกดส่งเมลล์หาเมรุทันที – ป่านนี้แล้วทำไมยังไม่นอนนะ

 

 

“ไม่หลับไม่นอนนะคะ ทำอะไรอยู่หรอ?” ข้อความที่มิโอะพิมพ์ส่งไป เพียงไม่กี่วินาที แสงสว่างจากภายในห้องของบ้านเมรุปรากฏร่างของเมรุยืนอยู่ตรงหน้าต่าง พร้อมกับเสียงเรียกเข้ามือถือดังขึ้น

 

“ฮัลโหล” มิโอะกดรับยกมือถือแนบหู

 

“นอนไม่หลับหรอคะ?” เสียงในสายถามด้วยความเป็นห่วง

 

“ค่ะ...นอนไม่หลับ แล้วตัวเองทำอะไร ยังไม่ปิดไฟนอนอีก” มิโอะทำเสียงดุเบา ๆ  – มันน่างอนมั้ยเนี่ย บอกจะไปนอนพร้อมกันแท้ ๆ ตัวเองดันยังไม่ปิดไปนอน ;(

 

“อ่า...คือ...ทำการบ้านอยู่อ่ะค่ะ คิดไม่ออกเลย” ปลายสายพูดตะกุกตะกัก มิโอะมองดูท่าทางของเมรุที่อยู่ระยะไกล

 

“ไม่ต้องทำแล้ว ไว้พรุ่งนี้เค้าไปสอนการบ้านให้ที่โรงเรียน นอนได้แล้วนะคะ” เสียงเชิงดุของมิโอะทำให้เมรุยอมไปนอน

 

“อ่า...ค่ะ งั้น...เราไปนอนพร้อมกันนะ ฝันดีนะคะ” เมรุบอกฝันดีอีกรอบ

 

“อื้อ...ฝันดีค่ะ...อ่า...เมรุจัง...” มิโอะเรียกไว้ก่อนที่เมรุจะวางสาย – ถึงจะบอกให้เมรุจังไปนอนแต่ก็ยังอยากคุยต่อ ถึงแม้จะเห็นหน้าเมรุจังไม่ชัด แต่ก็อยากมองดูแบบนี้อีกสักพัก

 

“หืม?...” เมรุขานรับ – แย่ล่ะ...น้ำตามันมาแล้ว :’(

 

“...((เงียบ))...เค้า...คิดถึง...” มิโอะพูดน้ำเสียงคลุมเครือ กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

 

“อ่า...อย่าร้องน๊า...เค้าก็คิดถึง...พรุ่งนี้เราก็เจอกันแล้วไงคะ” เมรุปลอบประโลมแฟนสาวอย่างอ่อนโยน

 

“เค้าอยากไปนอนกับตัวเอง...” น้ำเสียงออดอ้อนที่ออกมาจากใจจริง เริ่มเห็นภาพลาง ๆ เพราะน้ำตา

 

“แต่ว่า...มันดึกแล้วนะคะ ออกมามันอันตราย” คำพูดแสดงความเป็นห่วงของเมรุทำให้มิโอะยอมไปนอนง่ายดาย

 

“อื้ม...เข้าใจแล้วค่ะ จะพยายามนอนให้หลับนะ” มิโอะเอามือปากน้ำตาที่แก้ม

 

“ไม่ต้องร้องแล้วนะคะคนดี เดี๋ยวก็เช้าแล้ว ไปนอนกันนะ” ทั้ง ๆ ที่ยังไม่อยากวาง แต่ก็ต้องวาง เพราะตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ทั้งสองวางสายพร้อมกัน โบกมือให้กันก่อนจะปิดหน้าต่างและผ้าม่าน

 

 

บ้านโทโมะนากะ

 

 

                มิโอะรีบออกมาจากบ้านเพราะรู้ว่าเมรุมายืนรอที่หน้าบ้านแล้ว เด็กสาวตัวเล็กเปิดประตูรั้วเดินออกมาอย่างอารมณ์ดี เพราะวันนี้ได้เดินไปโรงเรียนกับเมรุ จากที่เดินไปโรงเรียนคนเดียวมาหลายวัน เมื่อมิโอะเห็นหน้าเมรุแล้วก็โผเข้าประทับริมฝีปากทันทีจนเมรุตกใจหน้าแดง – เย้ย...เราทำอะไรลงไปเนี่ย แต่ก็ทำไปแล้วหนินะ ก็แฟนนี่หน่า...ไม่เป็นไรหรอกเนอะ ^^

 

 

“มอร์นิ่งคิสค่ะ” มิโอะพูดด้วยท่าทางร่าเริงยิ้มตาปิด น่ารักเหมือนเคย

 

“มะ...มอนิ่ง...คะ...คิส...ค่ะ” เมรุทักทายกลับด้วยท่าทีเขินอาย– เวลาเมรุน่าแดงนี่น่ารักจังเลยน๊า...สงสัยต้องทำให้หน้าแดงบ่อย ๆ ซะแล้ว :’)

 

“เมื่อคืนนอนหลับหรือเปล่าคะ” เมรุเอ่ยถามระหว่างทาง

 

“ก็ไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ค่ะ แล้วเมรุจังล่ะ นอนหลับมั้ย” มิโอะหันมาถามเมรุที่เดินอยู่ข้าง ๆ

 

“...((ยิ้ม))...ก็เหมือนกันนั่นแหละ” เมรุตอบแล้วยิ้มหวานให้มิโอะ คราวนี้มิโอะหน้าแดงบ้าง – ร้อนจังเลยวันนี้ ((หน้าแดง)) จู่ ๆ เมรุก็มาจิ้มแก้มของมิโอะ “งั่ม...” มิโอะอ้าปากกัดที่นิ้วชี้ของเมรุเบา ๆ– ฮึ่ยย! หมั่นเขี้ยว

 

“งื้อ...เจ็บน๊า...” เมรุทำหน้าบู้ใส่ มิโอะไม่ยอมแพ้แลบลิ้นใส่แล้วก็หัวเราะวิ่งหนีไป แต่เมรุก็วิ่งทันจนได้ – ลืมไปว่าอยู่ชมรมกรีฑานี่เนอะ -3- เมรุคว้าแขนมิโอะให้หยุดวิ่ง มิโอะหยุดวิ่งอย่างง่ายดายแล้วหันกลับมาหัวเราะเบา ๆ ระดับมือลดลงไปจับมือกัน แล้วทั้งสองก็เดินจับมือไปโรงเรียน อย่างเช่นเคย – เช้านี้มีความสุขจัง >///<

 

 

โรงเรียนหญิงล้วนฮากาตะ

ม.3 ห้อง A

 

 

                เสียงเจี๊ยวจ๊าวภายในห้องเรียนก่อนเข้าคาบโฮมรูม บรรยากาศที่สนุกสนานกับเรื่องเม้ามอยของเด็กผู้หญิง กลุ่มเพื่อนของมิโอะตอนนี้เป็นกลุ่มใหญ่ขึ้น เมื่อมีวากะทาเบะและโคจินะเข้ามาร่วมกลุ่มด้วย อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันสำคัญของมิโอะ ก็คือวันเกิดนั่นเอง

 

 

“วันศุกร์นี้ไปกินวันเกิดที่บ้านฉันมั้ย” มิโอะเอ่ยชวนเพื่อน ๆ ให้ไปกินเลี้ยงวันเกิดที่บ้าน

 

“ไป!” อาเนียรีบยกมือคนแรกพูดเสียงดังขึ้นมาแบบไม่ลังเลเมื่อได้ยินเรื่องของกิน

 

“วันเกิดมิโอะจังหรอ?! อาจจะไปนะ ไว้เดี๋ยวบอกอีกทีได้เปล่า?” วากะจังไม่แน่ใจ

 

“ได้ซิ” มิโอะตอบด้วยรอยยิ้มไม่ได้คิดนอยน์อะไร

 

“แต่ฉันกับอาเนียไปอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง” ซากุระพูดอย่างมั่นใจว่าจะไปงานวันเกิดเพื่อนได้อยู่แล้ว

 

“ก็ไปอยู่ทุกปีนี่หน่า...((ยิ้ม))...แล้วจีนะจังล่ะ?” มิโอะหันไปถามจีนะที่นั่งเหม่อคิดอะไรอยู่

 

“เห๊?...ก็...ยังไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวบอกอีกทีนะ” จีนะสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันมาตอบมิโอะยิ้ม ๆ

 

“อื้อ...” มิโอะพยักหน้ายิ้ม ๆ แล้วเม้ากับเพื่อนต่อ – หวังว่าคงจะเป็นวันเกิดที่วิเศษที่สุดนะ ฉันหวังว่าอย่างนั้น

 

 

พักเที่ยง

 

 

                บนดาดฟ้าสถานที่นัดพบของเมรุและมิโอะเพื่อที่จะมาทานข้าวกล่องด้วยกัน ระหว่างทานข้าวมิโอะก็โดนเมรุหยอกแกล้งอยู่เป็นประจำ – ไม่คิดว่าจะซนขนาดนี้นะเนี่ย แต่ก็...มีความสุขจัง ^^

 

               เมื่อทานข้าวเสร็จมิโอะหยิบสมุดการบ้านของเมรุมาเปิดดู การบ้านไม่ได้อยากอะไรมิโอะจึงเริ่มทำการสอนการบ้านเมรุ แต่หารู้ไม่ว่าที่จริงเมรุก็ทำได้แต่อยากหาเรื่องอยู่กับมิโอะนาน ๆ เมรุนั่งฟังมิโอะสอนการบ้านอย่างสงบเสงี่ยม มิโอะรู้สึกผิดปกติที่เมรุไม่ซน แต่ยังไม่ทันได้หันมามอง “จ๊วบ...” เสียงเมรุจุ๊บไปแก้มมิโอะ มิโอะหันไปมองเมรุด้วยสีหน้าตกใจปนอึ้ง จึงได้ความว่าเมรุนั่งมองตัวเองอยู่ไม่ได้สนใจมองสมุดการบ้านเลย – เอาอีกแล้วนะ ;(

 

 

“เมรุจัง! ไม่ได้ฟังเค้าเลยใช่มั้ย?” มิโอะทำหน้าดุ เมรุไม่ได้กลัวแต่อย่างใด ระดมคอมโบจุ๊บแก้มแดง ๆ ของมิโอะชุดใหญ่ – จะจัดการกับเด็กซนคนนี้ยังไงก่อนดีเนี่ย มารัว ๆ แบบนี้มันคิดไม่ทันน๊า... มิโอะที่โดนกระทำหอมแก้มรัว รู้สึกสับสนว่าจะจัดการยังไง พอได้จังหวะก็ยกสมุดที่ตัวเองถือไว้ฟาดไปที่หัวของเมรุจัง ๆ – จะหยุดมั้ย?

 

“ไปติดนิสัยหื่นมาจากใครเนี่ย...” มิโอะถามพร้อมใบหน้าแดง ๆ เพราะความเขิน เมรุหยุดการรัวหอมมิโอะ และนั่งทำหน้าคิดสักพัก แล้วก็ยิ้มแห้ง ๆ ให้ – ยิ้มแบบนี้มันหมายความว่ายังไง -3-         

 

 

              หลังจากเลิกเรียนแล้วเมรุกับมิโอะก็รอกลับบ้านด้วยกันเช่นเคย ระหว่างทางก็หยอกล้อกันสนุกสนาน จนมาถึงหน้าบ้านของมิโอะ หลังจากที่ลากันมิโอะก็เดินเข้าบ้านไป เมื่อมาถึงห้องของตัวเองก็วางกระเป๋าไว้ข้าง ๆ โต๊ะเขียนหนังสือ ฟุบตัวลงนอนกับที่นอนด้วยท่าทางอารมณ์ดี หันไปเห็นตุ๊กตาหมูที่เมรุหนีบจากตู้ให้ จึงเอื้อมมือคว้ามานอนกอดแน่น – เราตั้งใจว่าจะยังไม่ชวนเมรุจังมากินเลี้ยงวันเกิด ก็เพราะว่า...อยากจะรู้น่ะซิ...ว่าจำวันเกิดเราได้หรือเปล่า เมรุจังจะจำวันเกิดของเราได้หรือเปล่านะ

 

 

             ก่อนเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 16 พฤษภาคม บานหน้าต่างที่เปิดรับลมเข้ามาภายในห้อง กลายเป็นที่ประจำที่เมรุแล้วมิโอะมายืนคุยโทรศัพท์ด้วยกัน เพราะจะได้เห็นกันถึงแม้ว่าจะไกลลิบ แต่ก็พอมองเห็นกันและกัน การสนทนาเป็นไปตามปกติ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับวันเกิดแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าจะเลยเที่ยงคืน เข้าสู่วันที่ 17 พฤษภาคมแล้วก็ตาม– ทำไมยังไม่พูด Happy Birthday กับเราซักทีนะ

 

 

“เมรุจังรู้หรือเปล่าว่าวันนี้วันอะไร” มิโอะเริ่มถามด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นเคือง

 

“วันศุกร์ไงคะ ลืมวันลืมคืนแล้วหรอ ฮ่า ๆ” เมรุทำเป็นตอบเฉไฉไปทางอื่น – ยังทำเป็นเล่นอีกนะ จำไม่ได้จริง ๆ หรอ

 

“ใครกันแน่ที่ลืมวันลืมคืนเมรุจัง!” มิโอะรู้สึกโกรธจริง จนไม่อยากจะพูดต่อ

 

“เค้าจะนอนแล้ว ฝันดีนะ...((ตื๊ด...ตื๊ด...ตื๊ด))...” หลังจากพูดฝันดีแบบถ้วน ๆ มิโอะก็วางสายไป พร้อมกับปิดหน้าต่าง และผ้าม่านหายเข้าไปในห้อง สายเมรุโทรเข้าอีกรอบ มิโอะกดปิดเสียงไม่อยากรับแล้ววางไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือ

 

 

             สาวร่างเล็กล้มตัวลงบนที่นอน ตามองตุ๊กตาหมูของเมรุที่วางไว้ข้าง ๆ แล้วก็หันหลังให้ อย่างอารมณ์หงุดหงิด – เมรุจังนะเมรุจัง คอยดูพรุ่งนี้จะไม่คุยด้วยเลย ;(

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

 

 

                มิโอะที่ตั้งใจว่าวันนี้จะไม่คุยกับเมรุเลย เช้านี้เมื่อมิโอะเห็นหน้าเมรุตอนเดินออกมาจากบ้าน มิโอะมองหน้าเมรุจังด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย แล้วก็เดินนำไปไม่รอ เมรุเดินตามด้วยท่าทีหงอย ๆ – จะว่าอยากคุยด้วยก็อยาก แต่ตอนนี้ความโกรธครอบงำอยู่ โกรธ ๆ ๆ ๆ

 

 

                เมรุเดินมาจับมือมิโอะด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ แต่มิโอะก็ยอมให้จับแต่ก็จับแค่หลวม ๆ ไม่มอง ไม่คุยกับเมรุเลยแม้แต่น้อย – ทำไมฉันถึงยอมให้เมรุจับมือนะ ในใจลึก ๆ แล้ว...ฉัน...ก็คงอยากให้มันเป็นเหมือนทุก ๆ วันล่ะมั้ง แต่จะยอมคุยก็ต่อเมื่อ เมรุจังจะบอกเค้าล่ะนะ

 

 

โรงเรียนหญิงล้วนฮากาตะ : พักเที่ยง

 

 

                บรรยากาศทานข้าวกล่องตอนเที่ยงดูอึมครึมยิ่งนัก ทั้ง ๆ ที่ท้องฟ้ายังคงแจ่มใสไร้เมฆฝน ถึงจะขึ้นมาทานข้าวด้วยกันสองคนบนดาดฟ้า แต่ต่างคนต่างค่อย ๆ กิน บทสนทนาที่นับคำได้ – แล้วทำไมฉันถึงมานั่งอยู่ตรงนี้ ทั้ง ๆ ที่ควรจะไปกินข้าวกับเพื่อน ๆ ในห้องเรียน นี่เราโกรธเมรุจังอยู่นะมิโอะได้แต่บ่นกับตัวเองในใจ

 

 

ม.3 ห้อง A

 

 

                หลังจากพักเที่ยงที่เงียบเหงาสำหรับคู่รักแล้ว มิโอะก็กลับมาที่ห้องตามเดิมด้วยใบหน้านิ่งเฉย แต่ก็ต้องเจอเรื่องที่ทำให้รู้สึกไม่ดีเข้าไปอีกเมื่อเพื่อนแต่ละคนต่างพากันบอกว่าวันนี้ไม่ว่าง ไปกินเลี้ยงวันเกิดด้วยไม่ได้ซะแล้ว แม้แต่ซากุระและอาเนียที่พูดมั่นใจนักหนาว่าไปได้ ถึงมิโอะจะรู้สึกไม่ดีอยู่นิดหน่อย – แต่จะให้ทำยังไงได้เพื่อนไม่ว่างกันซักคนนี่หน่า กับเมรุก็โกรธอยู่ วันเกิดปีนี้คงเป็นปีที่แย่ที่สุดเลยก็ได้มั้ง:’(

 

 

หลังเลิกเรียน

 

 

                มิโอะเดินออกจากห้องพร้อมกลุ่มของตัวเอง เห็นเมรุยืนรออยู่หน้าห้อง มองหน้าเมรุแล้วเดินออกไปพร้อมเพื่อน ๆ เมรุได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินตามอยู่ข้างหลังด้วยท่าทางหงอย ๆ พอถึงหน้าโรงเรียนเพื่อน ๆ ต่างก็แยกย้ายกันจนเหลือเมรุและมิโอะแค่สองคน ระหว่างเดินกลับบ้านด้วยกัน บรรยากาศราวกับคนไม่รู้จักกัน

 

 

บ้านโทโมะนากะ

 

 

“กลับบ้านดี ๆ นะ” เป็นบทสนทนาเมื่อถึงหน้าบ้านของมิโอะ รอยยิ้มน่ารักทีเคยปรากฏบนใบหน้ากลับกลายเป็นใบหน้าที่นิ่งเฉย – จะชวนดีมั้ยนะ? เรื่องจำวันเกิดไม่ได้จะหายโกรธดีมั้ย? มิโอะคิดกับตัวเอง แต่เท้ากลับเดินเข้าห้องตัวเองไปแล้ว มิโอะลังเลอยู่นานจนกว่าจะตัดสินใจว่าจะหายโกรธ เปิดผ้าม่านหน้าต่างส่องดูหน้าบ้านว่าเมรุเดินกลับถึงบ้านแล้วหรือยัง

 

 

                มิโอะคิดไม่ตกยังคงเดินไปเดินมาอยู่ในห้องใช้ความคิด – เอาไงดีน๊า... “ติ๊งหน่องๆ” เสียงกดอ็อดหน้าบ้านทำเอามิโอะสะดุ้งตกใจ – เมรุจัง... รีบเปิดผ้าม่านส่องดู – ไม่ใช่หรอ... :’( มิโอะยิ้มให้เพื่อน ๆ ที่ยืนโบกมือให้อยู่หน้าบ้าน แล้วเดินลงไปรีบเพื่อน ๆ

 

 

ห้องรับแขก

 

 

“ไหนบอกจะไม่มากันไง” มิโอะถามด้วยสีหน้างอน ๆ

 

“ติดกับเข้าแล้วไง...ฮ่า ๆ” เพื่อน ๆ ต่างพากันหัวเราะที่แกล้งมิโอะสำเร็จ – หึ่ม...พวกเธอน๊า...

 

“ความคิดใครบอกมาซะดี ๆ” มิโอะทำท่าเหมือนจะร้องไห้ ทุกคนต่างพากันชี้ไปที่จีนะที่เป็นคนต้นเรื่องบอกให้ทุกคนบอกว่าไม่ว่างมากินเลี้ยงวันเกิด

 

“ปะ...เปล่า...ไม่ใช่เค้านะ” จีนะปฏิเสธเพราะคนคิดจริง ๆ คือเมรุ

 

“อย่ามาปฏิเสธ...เธอนั่นแหละที่บอกให้พวกฉันทำ” อาเนียโวยวาย หันไปกอดซากุระเช่นเดิม

 

“เอ้ย...ไม่ใช่ฉันจริง ๆ” จีนะยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง

 

“ไม่ใช่แล้วจะเป็นใคร?” วากะจังโวยวายอีกคน มิโอะมองความวุ่นวายอยากจะกุมขมับ

 

“คลื่น...” เสียงฟ้าร้อง หยุดการสนทนาที่วุ่นวาย มิโอะเดินไปดูท้องฟ้าที่หน้าต่าง เม็ดฝนเบา ๆ โปรยปรายลงมา “เปาะแปะ