[Fic] MOONLIGHT : Blood&Chocolate [Yui&Paru] Chapter 13 06/07/2559

151 posts in this topic

1

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ท่ามกลางป่ารกทึบในค่ำคืนอันมืดมิด 

ที่มีเพียงแสงของจันทราส่องสว่าง

 

 

ร่างเล็กอันสั่นเทาของเด็กหญิงตระกรองกอดหญิงสาว 

ที่ทั่วทั้งร่างสะบักสะบอมนอนนิ่งอยู่บนพื้นเอาไว้แน่น

ฝ่ามือเล็กๆนั้น  พยายามห้ามเลือดที่ไหลริน

ออกตามร่างกายของหญิงสาวไม่หยุดทั้งน้ำตา

 

 

 

 

“ฮะ...ฮึก  ไม่เป็นไรนะ  ฮึก...ฮือ

พี่จะต้องไม่เป็นไร...  อยู่กับเค้านะพี่พารุ

อย่าหลับนะ  ฮือ... อย่าหลับซิ”

 

 

 

ริมฝีปากบางของหญิงสาวพยายามฝืนคลี่ยิ้มตอบ  

เด็กน้อยของเธออย่างอ่อนโยน   มือเรียวยกขึ้นหมายจะเช็ดน้ำตาให้ 

แต่พอเห็นว่ามือของเธอนั้นเปรอะเปื้อนเต็มไปด้วยเลือด  

หญิงสาวก็ได้แต่หักห้ามใจเอาไว้   เพราะเธอไม่อยากให้อีกคนตกใจกลัวไปมากกว่านี้

 

 

 

“ฉันไม่เป็นไรแล้วล่ะ...  

ยุยจังไม่ต้องร้องไห้แล้วนะ.....”

 

 

 

“อ...อือ   เค้าจะไม่ร้อง  เค้าจะไม่ร้องแล้ว”

 

 

 

 

ยุยสะอื้นฮึกฮักรับคำปาดน้ำตาตัวเองทิ้งลวกๆ

พร้อมกับกระชับกอดหญิงสาวแน่นขึ้นอีก

 

 

 

“พี่พารุทำใจดีๆไว้นะ  อีกเดี๋ยวอัตสึโกะซังก็คงจะมาแล้วล่ะ

เค้าเล่าเรื่องตลกให้ฟังเอามั้ย?  พี่จะได้ไม่ง่วงไง”

 

 

ได้ฟังคำที่เด็กหญิงสรรหามาปลอบ  พารุก็ได้แต่อมยิ้มด้วยความสุขใจ

 

 

 

 

ไม่เป็นไร....  ถ้าตอนนี้มันถึงเวลาที่เธอต้องลาจากโลกนี้ไปจริงๆ

ได้จบลมหายใจอันเป็นนิรันดร์นี้  ในอ้อมกอดของเด็กน้อยของเธอ

เธอก็คงจะไม่นึกเสียใจอะไรอีกแล้ว

 

 

 

มีเพียงอย่างเดียวที่หญิงสาวนึกห่วงก็คือ.....

ยุยไม่มีเพื่อน  ในโลกของเด็กน้อยนั้นมีแค่เธอคนเดียว

จะโศกเศร้ามากขนาดไหนกันนะ ถ้าขาดเพื่อนเล่นอย่างเธอไป

 

 

 

 

 

 

 

 

สวบๆๆๆ

 

 

 

 

เสียงฝีเท้าหลายคู่ที่กำลังก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบ

ทำให้หญิงสาวหยุดความคิดทุกอย่างลง

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงสดราวกับทับทิมเม็ดงามล้ำค่า

พร้อมกับขืนตัวเองขึ้นยืนพลางดันยุยให้มาแอบด้านหลังอย่างปกป้อง

 

 

 

 

 

“เจอซักที!   เธอเสร็จฉันแน่!!!

 

 

สาวร่างเล็กที่ถลาออกมาเป็นคนแรก

พร้อมๆกับนัยน์ตาสีเหลืองประกายทองเอ่ยเสียงกร้าว

 

 

 

“ทำไมคุณต้องทำแบบนี้ด้วยทาคามินะซัง

มันเป็นความเข้าใจผิด  คุณก็รู้ทุกอย่างดีนี่คะ?”

 

 

 

“มันไม่ใช่ความเข้าใจผิด!!” 

 

 

หญิงสาวโต้กลับอย่างดุดัน  ใบหูกลมมนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นแหลมยาว

ก่อนร่างทั้งร่างของเธอจะกลายเป็นหมาป่าสีดำตัวใหญ่

 

 

 

“พวกเธอละเมิดกฎสัญญาของพวกเราก่อน

พี่น้องของฉันต้องล้มตายมากมาย  ก็เพราะเผ่าพันธุ์เธอ!

 

 

 

“มันไม่จริงเลยนะคะ  พวกนั้นเป็นพวกนอกรีตต่างถิ่น

เรื่องนี้พวกเราไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยเลย”

 

 

 

“หุบปากยังไงซะพวกแกก็เป็นแวมไพร์เหมือนกัน

คราวนี้แหละฉันจะล้างบางแบบถอนรากถอนโคนให้หมดสิ้นเลย

ไอ่พวกปากว่าตาขยิบแบบพวกแกน่ะ   มันไว้ใจไม่ได้!!!

 

 

ทาคามินะว่าพลางแยกเขี้ยวขู่ฟ่อ  พร้อมๆกับที่หมาป่าอีกสามสี่ตัว

กระโดดโผล่พรวดออกมาสมทบ

 

 

 

 

 

แวมไพร์สาวถึงกับหน้าซีดเผือดกลืนน้ำลายไม่ลงคอ

แต่อาการสั่นกลัวของเด็กน้อยทางด้านหลังของเธอ

มันบีบให้เธอต้องทำเป็นเข็มแข็งแยกเขี้ยวกางเล็บขู่ตอบ

 

 

 

 

 

ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้นะ........

มันไม่น่าเป็นแบบนี้เลย.....   ทำไม?

 

 

 

พารุได้แต่ร้องครวญในใจ   มันเป็นเวลานานมาหลายร้อยปีแล้ว

ที่แวมไพร์อย่างพวกเธออยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขกับพวกมนุษย์และไลแคนท์

พวกเรามีกฎว่าจะไม่ล้ำเส้นใครจะไม่ฆ่ากันและต่างคนต่างอยู่

 

 

แต่ทุกอย่างก็ต้องมาพังลง...  เพราะพวกแวมไพร์นอกรีตกลุ่มหนึ่ง

ที่เกิดบ้าคลั่งไล่ฆ่ามนุษย์เป็นผักปลา  ก่อนจะเริ่มล่าไลแคนท์ด้วย

จนทำให้เป็นสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์อยู่ในตอนนี้

 

 

 

 

 

“ฉันขอร้องล่ะค่ะทาคามินะซัง  ปล่อยฉันไปเถอะ

ฉันไม่เคยคิดร้ายกับใคร  และก็ไม่คิดที่จะทำด้วย”

 

 

 

“อย่ามาพูดให้ตลกไปหน่อยเลย   แล้วที่เธอฆ่าอิโต้กับซากิไปนั่นล่ะ

เธอกล้าปฏิเสธอย่างนั้นหรอ!?”   เจ้าหมาป่าสีดำว่าเสียงเยาะในลำคอ

 

 

 

“นั่นเป็นเพราะพวกเขาจะทำร้ายฉันกับยุยก่อนต่างหาก!

ฉันจำเป็นต้องทำเพื่อป้องกันตัว”   แวมไพร์สาวโต้เสียงสั่น

 

 

 

 

 

ใช่!  ถ้าหมาป่าหนุ่มสองคนนั้นคิดจะฟังกันซักนิด

ว่าเธอแค่พายุยออกมาซื้อพุดดิ้งตามที่เด็กหญิงออดอ้อน

เธอก็คงจะไม่ทำมันลงไป

 

 

 

 

 

“หยุดโกหกซักทีเธอก็รู้กฎดีแล้วนี่

ว่าพวกแวมไพร์ที่โผล่หัวออกมาในเวลานี้

จะโดนตัดสินว่าเป็นพวกนอกรีตทั้งหมด 

หุบปากแล้วส่งยุยคืนมาให้ฉัน  แล้วก็เตรียมตัวตายซะ!!!

 

 

 

ทาคามินะตะโกนลั่นก่อนจะกระโจนเข้าหา 

อุ้งเท้าใหญ่โตเตรียมฟาดตะปบลงที่ใบหน้าของพารุเต็มที่

แต่แค่อีกนิดเดียวที่เธอจะทำมันได้สำเร็จ

ร่างบางของแวมไพร์สาวอีกคนก็โผล่พรวดเข้ามาถีบยันเข้ากลางลำตัว

ของเจ้าหมาป่าสีดำจนกระเด็นกระแทกเข้ากับต้นสนดังลั่นล้มครืน

 

 

 

 

 

“อัตสึโกะซัง!!!” 

 

 

 

พารุร้องเรียกชื่อคนที่เข้ามาช่วยเธอเอาไว้ได้ทันท่วงทีอย่างดีใจ

แต่พอเจอสายตาดุๆของอีกคนที่ตวัดมองมา  ก็ได้แต่ทำหน้าเจื่อน

 

 

 

 

“ฉันบอกเธอแล้วใช่มั้ย!  ว่าอย่าออกมาเวลานี้?”

 

 

 

“นั่นซิ...  แบบนี้มันอันตรายมากๆเลยนะคะพารุซัง

คุณเกือบจะตายแล้วนะคะเนี่ย”

 

 

เสียงหวานของหนึ่งในแวมไพร์สาว 

ที่โดดตามมาสมทบอีกสามคนเอ่ยเสียงเรียบ

 

 

 

 

“ขอโทษนะ... อันนิน   พวกเธอด้วย”

 

 

 

พารุพูดเสียงจ๋อยให้กับครอบครัวของเธอ  ที่กำลังทำหน้าตึงใส่

อิริยาม่า  อันนะ  คาวาเอย์  รินะ  และ  วาตานาเบะ  มิยูกิ

 

 

 

“เรื่องนั้นไว้ค่อยพูดกันทีหลัง  เตรียมตัวรับมือ

กับสถานการณ์ตรงหน้านี้กันก่อนเถอะ”

 

 

 

มิยูกิเอ่ยขัดพร้อมกับหันมองทาคามินะในร่างหมาป่า

ที่ตั้งหลักได้แล้ว เตรียมตัวจะพุ่งเข้าใส่พวกเธออีกรอบ

 

 

 

 

 

“หยุดได้แล้วทาคามินะ   มันจบแล้ว!!!

 

 

อัตสึโกะตะโกนใส่ให้หมาป่าสาวเบรกตัวหยุดกึก

 

 

 

 

“เธอพูดบ้าอะไร?  มันเพิ่งจะเริ่มต่างหาก....

มากันให้หมดก็ดีแล้ว   ฉันจะได้จัดการทีเดียวเลย”

 

 

 

 

 

“พอได้แล้วทาคามินะ!” 

 

 

 

เสียงดังก้องแทรกขึ้น  พร้อมกับการปรากฏตัวของหมาป่าสีขาว

ก่อนจะกลายร่างเป็นหญิงสาวผมสั้น  ที่พวกเธอคุ้นเคยกันดี

ชิโนดะ  มาริโกะ   ผู้นำของเหล่าไลแคนท์

 

 

 

 

“มันหมายความว่ายังไงกัน?   มาริโกะซามะ”

 

 

ทาคามินะครางถามเสียงงงงวย  พร้อมๆกับที่เหล่าหมาป่า

เริ่มคืนร่างกลับเป็นมนุษย์กันหมด

 

 

เรือนร่างระหงส์สูงของผู้นำไลแคนท์เดินออกมาตรงกลางวง

 

 

 

 

“สัญญาของเรากลับคืนมาดั่งเดิมแล้ว 

พวกเขาจับตัวพวกแวมไพร์นอกรีตนั้นให้เราได้แล้ว  

ทุกอย่างมันจบลงแล้ว   ทาคามินะ.....”

 

 

 

“ได้ยังไง!   แล้วพวกพ้องของเราที่ล้มตายไปเป็นเบือ

เพราะยัยผีดูดเลือดพวกนี้ล่ะ!?”

 

 

 

“พูดอย่างนี้จะหาเรื่องกันใช่มั้ย?”

 

 

อัตสึโกะถลึงตามองหมาป่าสาวปากดีอย่างไม่ค่อยพอใจ

เพราะคำว่าผีดูดเลือดนั้นสำหรับแวมไพร์อย่างพวกเธอแล้ว

มันถือเป็นคำที่สบประมาทกันอย่างรุนแรง

 

 

 

“ถ้าฉันจะหาเรื่องแล้วทำไม?”

 

 

 

 

นอกจากไม่สำนึกแล้วยังกวนประสาท

 

 

แวมไพร์สาวแยกเขี้ยวกางเล็บออกด้วยความโมโห 

คิดจับทาคามินะถลกหนังมาทำพรมเช็ดเท้าเต็มที่  

ร้อนถึงมาริโกะที่ต้องเข้ามาห้ามแทบไม่ทัน

 

 

 

 

“ฉันบอกให้พอไง!   หยุดบ้ากันซักที!!!

จะต้องล้มตายกันอีกเท่าไหร่   พวกเธอถึงจะพอใจห๊า!!?”

 

 

หญิงสาวร่างสูงตวาดลั่น  ดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นสีเหลืองประกายทอง

บ่งบอกว่าเริ่มยั๊วะ   ทำให้ทุกคนหยุดนิ่งหุบปากฉับทำตัวแข็งทื่อ

 

 

 

 

 

“ฉันบอกว่าจบก็คือจบเข้าใจมั้ย!?”

 

 

 

 

เงียบ.........

 

 

 

 

“ฉันถามว่าเข้าใจมั้ย!!!?”

 

 

 

 

“ค่ะ!

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากเหตุการณ์ทุกอย่างเริ่มคลี่คลายสงบลง

ยุยก็ค่อยๆเผยตัวออกมาจากทางด้านหลังของพารุ

แต่พอเห็นสายตาเขียวปั๊ดของผู้ปกครองอย่างทาคามินะ

เด็กหญิงก็รีบหลบแอบดังเดิมแทบไม่ทัน

 

 

 

ใช่โยโกยาม่า  ยุย(7) คือเด็กในการเลี้ยงดูของหมาป่าสาว

เด็ก....ที่สาวร่างเล็กรับมาเลี้ยงตั้งแต่ยังแบเบาะดั่งไข่ในหิน

เด็กของไลแคนท์ที่ชอบทำตัวนอกคอกไปสนิทสนมกับพวกแวมไพร์

ทั้งๆที่ห้ามปรามไม่รู้ตั้งกี่ครั้งก็ยังไม่ฟัง   และที่สำคัญ.....

ยุยยังเป็นมนุษย์เต็มตัว

 

 

ทาคามินะทำหน้าเครียดที่เห็นเด็กหญิง

ดูจะติดแวมไพร์สาวมากเกินไป

 

 

 

 

เธอคิดว่ามันถึงเวลาแล้วล่ะ

ที่จะต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม.......

 

 

 

 

 

“มานี่เดี๋ยวนี้เลยนะยุย!

 

 

เรียกเสียงเหี้ยมให้เด็กหญิงสะดุ้งเฮือก   มือเล็กๆกำชายกระโปรง

ชุดเดรสของพารุไว้แน่น   แวมไพร์สาวถอนใจน้อยๆ

 

 

 

“คุณกำลังทำให้ยุยจังกลัวนะคะทาคามินะซัง”   พารุว่าเสียงเรียบ

 

 

 

“เธอน่ะไม่ต้องยุ่งเลย  แล้วขอบอกไว้ก่อนเลยนะ

ว่าอย่ามายุ่งกับยุยอีก!   ซายากะไปเอาตัวยุยมา!!!

 

 

ชี้สั่งให้พรรคพวกอย่าง  อากิโมโตะ  ซายากะ ทำหน้าเอือมแต่ก็ยอมทำตาม  

เพราะเธอไม่อยากเห็นเพื่อนซี้อย่างทาคามินะคลั่งไปมากกว่านี้

 

 

 

 

“ไม่เอานะพี่พารุ... พี่พารุ....ฮือ”

 

 

ยุยร้องโฮพยายามดิ้นรนออกจากการฉุดดึงของซายากะ

มือเล็กๆเกาะเกี่ยวกุมมือแวมไพร์สาวไว้แน่น

 

 

 

“ไม่เป็นไรนะยุยจัง...  เดี๋ยวพี่จะไปหาเธอเอง

กลับบ้านไปก่อนเถอะนะเด็กดี”

 

 

พารุพูดปลอบโยนเด็กน้อยของเธอ 

ทั้งๆที่ก็ไม่อยากจะปล่อยมืออีกคนซักเท่าไหร่นัก 

แต่เธอก็ไม่อยากให้เหตุการณ์ทุกอย่างมันแย่ลงไปมากกว่านี้

เอาไว้ให้ผู้ปกครองของเด็กหญิงเย็นลงแล้ว  เรื่องมันอาจจะดีขึ้น

จนกลายกลับมาเป็นเหมือนเดิมก็ได้

 

 

 

แต่พารุไม่เคยคิดเลยว่า.... มันจะเป็นความคิดที่ผิดพลาด

เพราะทันทีที่เด็กหญิงกลับคืนไปอยู่ในมือของทาคามินะ

อีกคนก็รีบบอกให้ซายากะจัดการทันที

 

 

 

 

“ลบความจำของยุยให้หมดซะซายากะ”

 

 

 

“อะไรนะ!!!  คุณคิดจะทำอะไรของคุณ

ทาคามินะซัง!?”

 

 

แวมไพร์สาวร้องลั่นถลาตัวเข้าไปหายุย

ก็โดนหมาป่าสาวเข้าขวางผลักกระเด็นออกมา

จนพวกของเธอช่วยกันรับไว้แทบไม่ทัน

 

 

 

“นี่มันเป็นเรื่องภายในครอบครัวของพวกฉัน  

พวกเธอไม่มีสิทธิ์ยุ่ง!   ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าไม่เตือน”

 

 

 

“อะไรกัน!?  ทำแบบนี้มันเกินไปแล้วนะคะมาริโกะซามะ”

 

 

อัตสึโกะแย้งเสียงหลง  หันไปหาหัวหน้าจ่าฝูงพวกไลแคนท์ที่ยังยืนนิ่งอยู่

มาริโกะถอนใจน้อยๆ

 

 

 

“ขอโทษทีนะ... แต่ที่ทาคามินะพูดมันถูก

นี่มันเป็นเรื่องของทางฝั่งฉันพวกเธอไม่เกี่ยว

กลับไปกันซะเถอะ  แล้วก็ช่วยรักษากฎของเราไว้ด้วย”

 

 

 

“ไม่นะ..  อย่าทำแบบนี้...  ไม่นะ...”

 

 

พารุได้แต่ร้องครางในลำคอเมื่อเห็นว่าอีกคนนอกจากไม่ช่วยแล้ว

ยังคล้ายจะสนับสนุนพวกตัวเองอีกต่างหาก

 

 

แวมไพร์สาวดีดตัวเข้าหาจะช่วยเด็กน้อยของเธออีกครั้ง

แต่กายบางก็โดนมิยูกิรั้งเอาไว้ซะก่อน

 

 

 

 

“อย่าพารุอย่าคิดทำอะไรบ้าๆเชียวนะ

ถ้าเธอละเมิดกฎตอนนี้พวกเขาไม่เอาเธอไว้แน่”

 

 

 

“ก็ช่างมันซิปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะมิยูกิ

ฉันยอมให้ยุยจังลืมฉันไม่ได้  ปล่อยฉัน!!!

 

 

 

“พารุซังใจเย็นๆก่อนค่ะ  พารุซัง...”

 

 

อันนินกับคาวาเอย์ต้องเข้ามาช่วยมิยูกิห้ามแวมไพร์สาว

ที่ดูคลุ้มคลั่งไปแล้วอีกแรง

 

 

 

 

“ยุยจังยุยจัง!   ไม่นะอย่าทำแบบนี้!!!

 

 

 

“ไม่เอ๊า!!!  ฮือ... ไม่เอา   พี่พารุช่วยด้วย!

เค้าไม่อยากลืมอ่ะ   ไม่อยากลืม....   พี่พารุ    ฮือ... พี่พารุ...”

 

 

ยุยแหกปากโวยวายลั่น  พยายามไขว่คว้ามือเรียวของพารุ

แต่เพราะต่างฝ่ายต่างโดนรั้งตัวเอาไว้  จึงทำให้สัมผัสกันได้เพียงแค่ปลายนิ้ว

 

 

 

 

 

“รีบๆทำซักทีซิ  ซายากะ!

 

 

 

 

 

 

 

ไม่นะ!!!!!!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Share this post


Link to post
Share on other sites
ตัดจบโหดมากกกกกก//รีดกระอักเลยทีเดียว
จะเป็นไรมั๊ยถ้าจะบอกว่าหมั่นไส้ทาคามินะ -*-
โดนอัตสึโกะตะปบคอหอยทีสิ
พลุไม่ต้องห่วงยุยนะเดี๋ยวเราจะเป็นเพื่อนเล่นยุยให้เอง

Share this post


Link to post
Share on other sites
กรี้ดดดดดน้องยุยเจ็ดขวบบบ จิ้มลิ้มม
พี่พารุคะะะเอาน้องกลับมานะอย่าให้ลบความจำน้องน้าาาาา

Share this post


Link to post
Share on other sites

ไรท์ใจร้ายกับยุยจังไปแล้ว!!! ฮือออ

แต่ยุยจังต้องจำพารุตอนโตแล้วให้ได้น่ะ!!

Share this post


Link to post
Share on other sites

อันนินนนนนนนนน 

 

ปล.สงสารยุยต้องลืมพารุT...T

Share this post


Link to post
Share on other sites

ทกมน น่าหมั่นไส้มาก สมควรสั่งอดข้าวค่ะ
สงสารยุยจังยังเด็กแท้ๆๆ>> อันนินน่ารัก ถถ

Share this post


Link to post
Share on other sites

น่าสงสารยุยกับพารุจัง ไม่เป็นไรนะทั้งสองคน เมื่อถึงเวลาชะตาจะพาให้มาพบกันเหมือนเดิม

แต่ละคนเจ๋งมากๆ พารุเกือบตายแล้วถ้าอัตสึโกะมาไม่ทัน มินามิเนี่ยใจร้อนจริงๆ

มารอตอนต่อไปนะคะไรท์

Share this post


Link to post
Share on other sites

ส่อแววดราม่ามาเลยเชียว

สงสัยต้องได้ร้าวกันอีกมากต้องเตรียมเครื่องในสำรองเอาไว้แน่ๆ

กว่าอะไรๆมันจะบรรจบมาพบเจอกัน แถมเจอกันแล้วก็ยังต้องมีอะไรอีกหลายอย่าง

การต่อสู้ ความรัก การลาจาก และศักดิ์ศรีของเผ่าพันธ์

คงได้เฉือนกันสนุก 

 

ขอบคุณครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites
ทาคามินะใจร้าย ทำไมต้องพรากน้องยุยไปจากพี่พารุด้วย

Share this post


Link to post
Share on other sites

ลาก่อนความทรงจำของสองเรา สงสารรรรร

ไม่รู้ทําไม ยุยดูโลลิแรงมาก...

Share this post


Link to post
Share on other sites

ไรท์!!!!!ตัดไปแบบบบบอือฮืออออออ 

มันคือรักที่ตัดกันไม่ลงจริงๆ

ยุยน้อยกับพารุ

Share this post


Link to post
Share on other sites
เปิดเรื่องมาก็มาม่าใส่ใข่เลย .. รอกินชามต่อไปอยู่นะคราป

Share this post


Link to post
Share on other sites
โอ๊ยยยยยยยยย อัตคะ จัดการทากามินะทีค่ะ!!"
เป็นเรื่องแรกที่รู้สึกเขม่นทากามินะมากขนาดนี้... 5555555

Share this post


Link to post
Share on other sites
โห้วว ทาคามินะ เอ็งทำเกินไปเเร้ววว !
เเต่เรื่องนี้ปรี้ยุยเราก้เป้นมนุษย์จะโดนพารุกัดมั้ยน้าา ~

Share this post


Link to post
Share on other sites

2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

12ปีต่อมา........

 

 

 

 

 

 

 

 

“ตื่นได้แล้วจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนเนี่ย?

เกิดเรื่องแล้วเว้ย!!!

 

 

เสียงแหว๋วดังลั่นพร้อมกับกระชากผ้าห่มออก

ให้เจ้าของร่างที่กำลังคุดคู้หลับฝันดีอยู่บนที่นอน

ลุกขึ้นมาทำหน้ามึนใส่

 

 

 

 

“ฮ้าว...  มีเรื่องอะไรซายาเน่?

วันนี้ฉันไม่มีเรียนนะ  แกลืมไปแล้วรึไง?”

 

 

โยโกยาม่า  ยุย  ในวัย19ปี  ถามรูมเมทร่วมห้อง

อย่าง  ยามาโมโต้  ซายากะ   เสียงขุ่นก่อนจะทิ้งตัวลงนอนดังเดิม

 

 

 

 

“แกลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะยุย  น้าทากะของแกแย่แล้ว!

เมื่อกี้ริเอะซังเพิ่งโทรมาบอก”

 

 

 

“อะไรนะน้าทากะน่ะหรอ?”

 

 

หญิงสาวทะลึ่งตัวพรวดตื่นเต็มตาขึ้นมาทันที

เมื่อได้รับข่าวสารของน้าสาวสุดที่รัก(?)

 

 

 

 

“ก็เออน่ะซิ   น้าทากะตกบันไดน่ะ”

 

 

 

“บ้าจริงไปทำอิท่าไหนเนี่ย

แล้วเป็นอะไรมากมั้ย?”   ยุยสบถถามเพื่อนอย่างหัวเสีย

 

 

 

“เห็นว่าขาหักน่ะ  คงต้องใส่เฝือกซักสองสามเดือน

แต่ก็กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านแล้ว  ว่าแต่แกจะไม่ไปเยี่ยมหน่อยหรอ?”

 

 

 

“เฮอะถึงกลับไปเดี๋ยวก็รีบไล่กลับมาอยู่ดี

ปล่อยไว้แบบนั้นอ่ะดีแล้ว....  สมน้ำหน้า”   หญิงสาวว่าเสียงเยาะ

 

 

 

 

เพราะมันเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว  

ตั้งแต่จำความได้   สาวตาคมก็โดนน้าตัวเองขับไสไล่ส่ง 

ให้มาอยู่ประจำในเมืองหลวงตั้งแต่เด็กๆ    

ขอกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดก็ไม่ยอม  สบประมาทว่าน้ำหน้าอย่างเธอ

ทนอยู่บ้านนอกแบบนั้นไม่ได้แน่ๆ  ทะเลาะกันทุกครั้งในเรื่องนี้จนเธอเบื่อ 

เลยให้อีกคนเป็นฝ่ายมาหาเองในเวลาที่คิดถึงกัน

 

 

 

 

เดี๋ยวจะปล่อยให้แห้งเหี่ยวตายไปคนเดียวเลยคอยดูซิ!

 

 

 

ยุยคิดพลางทำหน้ามู่  แต่เพราะด้วยความที่มีกันอยู่แค่สองคน

พ่อแม่ของเธอเองก็ตายหมดแล้วด้วยอุบัติเหตุ(ตามที่น้าทากะบอก)

ญาติโกโหรติกาที่ไหนก็ไม่มี  จะไม่ไปดูเลยก็คงจะดูใจจืดใจดำไปหน่อยล่ะมั้ง?

 

 

 

 

“โอ้ยหงุดหงิด”

 

 

อยู่ๆสาวตาคมก็แว้ดขึ้นมาให้ซายากะสะดุ้งเฮือก

ก่อนจะเดินไปหยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำ

 

 

 

 

“ไหนว่าไม่มีเรียนไง   แล้วจะไปไหนอ่ะ

ไม่นอนต่อแล้วหรอ?”

 

 

 

“ไม่นอนแล้วจะกลับบ้านแล้วแกก็ไม่ต้องโทรไปบอกเขาด้วยนะ

จะไปแบบเซอร์ไพรส์ๆแบบนี้ล่ะ  เอาให้ตกใจจนช็อคตายไปเลย!

 

 

ยุยตะโกนตอบกลับออกมาจากในห้องน้ำให้รูมเมทยิ้มขำ

 

 

 

 

ห่วงก็บอกมาเถอะ  ทำเป็นเก๊กไปได้

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

“แล้วทำไมแกต้องตามมาด้วยเนี่ย?”

 

 

ยุยเลิ่กคิ้วถามซายากะที่กำลังเคี้ยวข้าวกล่องตุ้ยๆ

นั่งอยู่ในรถไฟข้างๆกัน

 

 

 

“แหม๋...  ก็วันนี้ฉันก็ไม่มีเรียนเหมือนกันนี่

ขอไปเดินเล่นบ้านเกิดแกหน่อยเถอะ 

ฉันชอบนะเย็นสบายดี  แดดก็ไม่ค่อยมีด้วย”

 

 

 

 

 

เมืองที่อึมครึมไม่เห็นเดือนเห็นตะวันทั้งปีทั้งชาติ

แบบนั้นน่ะนะดี?

 

 

หญิงสาวเบ้ปากบ่นพึมพำเบาๆ  เพราะบ้านเกิดของเธอนั้น

นอกจากจะไกลปืนเที่ยงชนิดเรียกว่าบ้านนอกยังไม่พอ

ยังจะอยู่ลึกในหุบเขาอย่างกับเมืองลับแลอีกด้วย

 

 

 

 

 

“ไสหัวกลับไปเดี๋ยวนี้เลยนะแกมาทำอะไรที่นี่ห๊าไอ่เด็กบ้า!!?

ฉันบอกแล้วไงว่าอย่ากลับมา!!!

 

 

 

 

นั่นไงอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด

 

 

 

ยุยยืนนิ่งทำหน้าเอือมอยู่หน้าห้องคนป่วย 

ที่กำลังแหกปากไล่ทันทีที่เจอหน้ากัน

 

 

 

 

“ก็แค่จะมาดูว่าตายรึยังน่ะ”

 

 

สวนกลับพร้อมกับยักคิ้วกวนโอ้ย  ให้ทาคามินะโกรธจนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า

เห็นทีว่าถ้าท่อนขาข้างซ้ายไม่ใส่เฝือกห้อยต่องแต่งแขวนอยู่กับเพดานอยู่แล้วล่ะก็

สาวตาคมคงโดนคนเป็นน้ากระโจนเข้าใส่ตบหัวไม่ยั้งแบบที่เคยทำเป็นแน่แท้

 

 

 

“อ่า... ใจเย็นๆก่อนนะคะน้าทากะ 

พอดียุยเขาเป็นห่วงน้าทากะน่ะค่ะ

ก็เลยอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าน้าสบายดี...”

 

 

 

“ไม่ต้องมาห่วง!/ ไม่ได้เป็นห่วง(เฟ้ย!)”

 

 

 

 

พอกันทั้งคู่....

 

 

 

ซายากะได้แต่คิดทำหน้าปุเลี่ยนๆ  เมื่อเธอพยายามไกล่เกลี่ยด้วยความหวังดี

แต่กลับโดนสองน้าหลานหันมาตวาดแว้ดพร้อมกันใส่แทน

 

 

 

“เอาน่าๆทาคามินะซังก็...  ไหนๆยุยจังก็มาแล้ว

ให้ค้างที่นี่ซักคืนสองคืนก่อนให้กลับก็ได้นี่ค่ะ”

 

 

คิตาฮาร่า ริเอะ(26)  รุ่นน้องคนสนิทของทาคามินะ

ที่ยืนหัวโด่อยู่ในห้องด้วย  เอ่ยห้ามเสียงกลั้วหัวเราะ

 

 

 

 

“ไม่ต้องมาขำเลยนะริเอะ   เธอใช่มั้ยที่โทรไปบอกมันน่ะ?

จะโทรบอกมันทำไมห๊า!!!?”

 

 

 

“โอ้ย! พอซักที  ฉันกลับก็ได้พอใจยัง

เลิกว่าคนนั้นคนนี้ได้แล้ว”

 

 

ยุยเอ่ยแทรกอย่างหัวเสียที่เห็นน้าสาวเริ่มระรานคนอื่นไปทั่ว

เพียงเพราะแค่เธอกลับมาเยี่ยมเยือนอีกฝ่ายก็แค่นั้นเอง

 

 

 

 

“ไม่ได้นะยุยจัง   มันจะมืดแล้วนะ 

อีกอย่างรถไฟมันก็หมดไปแล้วด้วย

เธอจะกลับกันได้ยังไง?  ยังไงก็ค้างที่นี่ซักคืนเถอะนะ

แล้วพรุ่งนี้ค่อยกลับรอบเช้าก็ได้”

 

 

 

 

“หนูเดินตามรางรถไฟไปเรื่อยๆก็ได้ค่ะ

 ริเอะซังไม่ต้องเป็นห่วงหรอก.....

ในเมื่อคนเป็นน้าแท้ๆของหนูเขายังไม่ห่วงเลย

ถึงจะโดนลากไปฆ่าข่มขืนเขาก็คงไม่สนหรอกค่ะ”

 

 

หญิงสาวว่าเสียงประชดประชันให้น้าสาวสะอึกอึ้ง

พอเห็นหลานสาวหันตัวจะเดินจากไปจริงๆก็เรียกรั้งไว้ลั่น

 

 

 

 

“เออๆแค่คืนเดียวก็ได้   แล้วพรุ่งนี้แกก็รีบกลับเลยล่ะกัน

หยุดเรียนมากๆมันไม่ดีหรอกนะ”

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

ตุ่บ!!!

 

 

 

 

 

ยุยโยนกระเป๋าเสื้อผ้าลงบนเตียงนอนอย่างอารมณ์เสีย

ก่อนจะหันไปมองค้อนซายากะที่ยังยืนหัวเราะไม่เลิก

 

 

 

 

“เมื่อไหร่แกจะเลิกขำห๊ะ? 

ที่ฉันโดนด่าแบบนี้ก็เพราะแกนั่นแหละ

บอกแล้วไงว่าอย่ามาๆ   ก็ไม่เชื่อ!

 

 

 

“เอ๊าความผิดฉันหรอเนี่ย?”

 

 

สาวหน้าคมเลิ่กคิ้วถามชี้หน้าตัวเองงงๆ

 

 

 

“เออก็เพราะแกนั่นแหละฉันจะนอนแล้ว

พรุ่งนี้ต้องรีบกลับแต่เช้า   ไม่ต้องมากวนล่ะ”

 

 

บอกเสร็จก็ทิ้งตัวลงนอนให้ซายากะส่ายหน้าน้อยๆ

 

 

 

“ไม่อาบน้ำก่อนหรอ?  นอนเลยแบบนี้ตัวเหม็นตาย”

 

 

 

“ช่างฉันเถอะน่าทนไม่ได้แกก็ไปนอนห้องอื่นซะซี้”

 

 

 

 

 

 

 

หลับเร็วจังแฮะ  สงสัยคงจะเพลีย

 

 

สาวหน้าคมที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จจนตัวหอมฉุย

ทรุดลงนั่งข้างๆเตียงมองยุยที่นอนหลับปุ๋ยด้วยความสุขใจ

ก่อนจะเอื้อมมือไปปัดผมที่เกะกะบนใบหน้าสวยคมของคนนอนหลับออก

 

 

 

ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มน้อยๆ

 

 

เธอชอบแอบดูใบหน้ายามหลับใหลของยุย   ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่

ที่จากความผูกพันฉันท์เพื่อนได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นความรัก....

หญิงสาวยอมรับว่าตอนนี้เธอคิดไม่ซื่อกับเพื่อนสนิทของเธอเอง

 

 

 

เธอรักยุย....

 

 

แต่มันก็เป็นความรักที่ต้องเก็บเงียบเอาไว้  ความรักที่เธอรู้ว่ามันไม่มีวันที่จะสมหวัง

เพราะอีกฝ่ายให้เธอได้แค่เพียงคำว่า.... เพื่อนสนิท

 

 

 

 

แต่ไม่เป็นไร...  แค่ได้อยู่ด้วยกัน

ได้อยู่เคียงข้างกันตลอดไป  แค่นี้เธอก็พอใจแล้ว

ส่วนความรักที่น่ารังเกียจแบบนี้เธอจะเก็บมันไว้ให้ลึกสุดใจ

เหมือนที่เคยทำมา...... 

 

 

 

“อย่าเพิ่งรีบมีแฟนล่ะ...  ขอฉันยืดเวลา

เก็บเกี่ยวความสุขแบบนี้ไว้ก่อนเถอะนะ”

 

 

กระซิบบอกคนนอนหลับเสียงแหบพร่า  พร้อมกับจะฉวยโอกาสกดจูบลงที่แก้มใส

แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากจะแตะโดน  ประตูกระจกตรงระเบียงก็เปิดอ้า 

ให้ซายากะตกใจกับการปรากฏกายของคนๆหนึ่ง

 

 

 

 

“คุณ...”

 

 

ร้องถามได้แค่นี้สติของหญิงสาวก็ดับวูบอย่างกับโดนสับสวิตซ์

เมื่อสบเข้ากับดวงตาสีแดงสด

 

 

เจ้าของดวงตาสีแดงตวัดมองสาวหน้าคม  ที่นอนนิ่งสลบไสลอยู่บนพื้นอย่างไม่ใส่ใจนัก

เรียวขาสวยก้าวข้ามกายซายากะเข้าไปหายุยพร้อมกับน้ำตาที่รินไหลเงียบๆ

 

 

 

 

 

 

“ยุย.....ของฉัน...”

Share this post


Link to post
Share on other sites
ซายากะแอบรักยุย

กลิ่นเกย์โชยมาเบาๆ

แต่เรื่องนี้ปรี้ยุยเป็น (เด็ก?) ของพารุนะฮะ

Share this post


Link to post
Share on other sites
กลิ่นเกย์โชยมา~
ชัวร์เลยว่าคนที่มาอ่ะคือพลุ!!
เด็กมันจำได้หรือเปล่าอีกเรื่องนึง 555

Share this post


Link to post
Share on other sites
แอร๊ยยยยยย พารุ~~~//กลิ่นเกย์นี่หึ่งมาเชียว

Share this post


Link to post
Share on other sites
อือหือออ เน่แอบชอบยุย จะก้มลงไปจูบด้วย กลิ่นเกย์ช่างร้อนแรงจริงๆ
ก่อนทำไรเค้าดูก่อนนะลูกว่าเเค้าเด็กใคร
พลุโผล่มาทันเวลาพอดี 55555

Share this post


Link to post
Share on other sites
 

อ่านไปแล้วรู้สึกว่าซายากะคงไม่ใช่เด็กสาวธรรมดา (หรือเปล่า เดาล้วนๆ)

เหมือนโดนส่งมาเป็นบอดี้การ์ดของยุยยังไงก็ไม่รู้

ทาคามินะกับเหตุผลที่ไม่อยากให้กลับมานี่ก็ชัดเจนแจ้มแจ้ง

คงไม่อยากให้กลับมาเพราะกลัวจะเจอกับคนที่คุณก็รู้ว่าใคร

แต่สุดท้ายก็หนีกันไม่พ้น แล้วคนคนนั้นก็มายืนตรงหน้าของยุยอยู่ดี

แม้ยุยจะหลับอยู่ก็เถอะนะ คงต้องรอดูกันต่อไป

 

สู้ ๆ นะครับผม ^ ^

Share this post


Link to post
Share on other sites

กลิ่นเกย์ลอยมาแป๊ปเดี๋ยว โดนสายตาสีแดง(?)ตัดดัง 'ฉับ!'

น้าหลานคู่นี้เป็นห่วงกันแต่ปากมักจะแข็งเสมอ ดีนะที่พลุโผล่มาเวลานี้555

Share this post


Link to post
Share on other sites
กลิ่นเกย์มัน...แรงมาก///ไม่เป็นไรพลุกินเด็กอัมตะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now