[Fic] MOONLIGHT : Blood&Chocolate [Yui&Paru] Chapter 13 06/07/2559

151 posts in this topic

เน่ยุย //กลิ่นเกย์โชยมาเเต่ไกลเลย 

ยุยของฉัน >////<

ซึนกันทั้งหน้าทั้งหลาน 555555

Share this post


Link to post
Share on other sites

อะไรกันเกย์งั้นเหรอ....!!!!! 

พลุมาหายุยแล้วพี่เน่คงเงิบสินะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

พารุ สงสัยจะมีสายดี

เย่ เอ็งก็อกหักไปก่อนนะ ยุยเด็กพารุเค้าละ

Share this post


Link to post
Share on other sites

โอ้ววเกย์มาเลย555

ยุยกลับมาแค่วันเดียว ชิมาซากินางข่าวไวมากกก

นี่บุกมาขนาดนี้อย่าบอกนะจะลักพาตัว!? 

Share this post


Link to post
Share on other sites
ที่ทาคามินะไม่อยากให้ยุยกลับบ้านเพราะมีคนรอเคลมอยู่สินะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

พลุมันจะลักหลับเด็ก!!!!

นั่นเห้นเเววเกย์มาเเล้ววว555

Share this post


Link to post
Share on other sites

3

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ขอโทษด้วยนะ  เลยทำให้ต้องหยุดเรียนไปด้วยเลย”

 

 

ซายากะที่นอนซมอยู่บนเตียง

เอ่ยบอกยุยด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น

 

 

 

“หยุดพูดแล้วก็นอนๆไปซะ  จะได้หายไวๆ” 

ว่าแต่แกเหม็นตัวฉัน  ขนาดยอมนอนที่พื้นทั้งคืนเลยหรอ?”

 

 

ยุยถามทำหน้ามู่ให้ซายากะหัวเราะพรืด 

ก็เพราะสาเหตุที่สาวหน้าคมไข้ขึ้นจนทะลุปรอทแบบนี้

มาจากการนอนหลับยาวที่พื้นโดยไม่มีแม้กระทั่งหมอนจนถึงเช้านั่นแหละ

 

 

 

“สงสัยจะเหนื่อยเกินไปมากกว่าน่ะ  หลับไปตอนไหนฉันยังไม่รู้ตัวเลย

ไม่ใช่เพราะกลิ่นตัวจากแกแน่นอนไม่ต้องห่วง......

เพราะถ้าโดนจริงๆ   ฉันคงไม่มีโอกาสฟื้นขึ้นมาแบบนี้หรอก”

 

 

 

“ย๊าพูดแบบนี้อยากจะโดนดีดใช่มั้ยเนี่ย?”

 

 

 

“ฮ่ะ... ฮ่ะ.... ว่าแต่อยู่ต่อแบบนี้ไม่เป็นไรใช่มั้ย?”

 

 

 

“ไม่เป็นไรหรอก   เห็นอย่างนั้นเขาก็เป็นห่วงแกเหมือนกันนะ”

 

 

 

สาวตาคมบอกพร้อมเบ้หน้าน้อยๆ  พลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า

ที่ตอนแรกรู้ว่าพวกเธอจะอยู่ต่อทาคามินะถึงกับทำตาโตผมตั้ง

แต่เมื่อได้รู้เหตุผลก็ยอมโอนอ่อนให้อย่างง่ายดาย

 

 

 

 

 

ใช่ซี้...  ยังไงซายากะก็เป็นคนโปรดของน้าสาวเธอ

มากกว่าตัวเธอเองอยู่แล้วนี่

 

 

 

ยุยคิดเคืองก่อนจะหันไปทุบไหล่คนป่วย

ให้อีกคนทำหน้างง

 

 

 

 

“อะไร?  ตีฉันทำไมเนี่ย??”

 

 

 

“หมั่นไส้แบบไม่มีเหตุผลอ่ะทำไม!?”

 

 

 

“เอ๊าซะงั้นอ่ะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

“อืม..  วุ้นเส้น  ไข่  สาหร่าย  แล้วก็อะไรอีกน้า

ยุยจังอยากจะกินอะไรอีกรึเปล่าจ้ะ?”

 

 

ริเอะหันมาถามยุยที่กำลังเข็นรถเข็นเดินตามเธอต้อยๆ  ในซูปเปอร์มาเก็ตแถวบ้าน

เพราะอยู่ๆสองสาวก็ขออยู่ต่อกะทันหัน  เลยทำให้หญิงสาวต้องออกมาซื้อวัตถุดิบ

สำหรับอาหารเย็นเพิ่ม

 

 

 

“ไม่ค่ะ  แค่นี้ก็พอแล้วมั้งคะ”

 

 

 

“โอเคงั้นเราก็ไปจ่ายเงินกันเถอะ

ปล่อยคนป่วยไว้แค่สองคนในบ้าน  ชักจะห่วงขึ้นมานิดๆแล้วล่ะ”

 

 

 

“ค่ะ..”

 

 

สาวตาคมตอบรับคำด้วยรอยยิ้มก่อนจะนึกขึ้นได้

ว่าลืมซื้ออะไรบางอย่างไป

 

 

 

“อ๊ะริเอะซังค่ะ  ฉันลืมซื้อพุดดิ้ง

ริเอะซังรอตรงนี้แป๊บนึงนะคะ  เดี๋ยวฉันมา”

 

 

บอกพลางหันตัววิ่งออกไปทันที  ทิ้งให้ริเอะได้แต่ชะเง้อมองตามด้วยความเป็นกังวล

 

 

 

 

แค่ไปหยิบพุดดิ้ง...  คงจะไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง?

 

 

หญิงสาวถอนใจน้อยๆพลางคิดถึงคำสั่งของทาคามินะ

ที่พอรู้ว่าหลานสาวจะออกมาช่วยเธอซื้อของ

ก็ย้ำนักย้ำหนาว่าอย่าปล่อยให้ยุยคลาดสายตา

จนริเอะชักจะสงสัยแล้วว่า....  ในเมื่อหวงขนาดนี้

แล้วทำไมรุ่นพี่ของเธอถึงได้ส่งอีกคนให้ไปอยู่คนเดียวไกลหูไกลตาแบบนั้นนะ?

 

 

 

 

 

“เอ๊!?   ทำไมถึงไม่มีล่ะ  มันหมดหรอเนี่ย?”

 

 

ยุยบ่นพึมพำทำตาละห้อยอยู่หน้าชั้นวางขายพุดดิ้งหลากหลายยี่ห้อ

แต่ดูเหมือนว่ายี่ห้อที่เธอต้องการนั้นจะไม่มี

 

 

 

“งื้อ~*  ชักอยากกลับโตเกียวซะแล้วซิ  เอ๊ะ?”

 

 

สาวตาคมถึงกับอุทานด้วยความประหลาดใจ

เมื่อมีมือเรียวหยิบยื่นพุดดิ้งที่เธอต้องการส่งมาให้

และพอเธอหันไปมองก็ถึงกับตื่นตะลึง

 

 

 

เพราะหญิงสาวตรงหน้าคนนี้สวย..... สวยมาก......

สวยจนผู้หญิงด้วยกันอย่างเธอเห็นแล้วยังแทบจะลืมหายใจ

 

 

 

 

“รับไปซิ   ของชอบของเธอไม่ใช่หรอ?

หรือว่า.... ไม่ชอบมันแล้ว”

 

 

 

“เอ๊ะชอบค่ะยังชอบอยู่”

 

 

 

“งั้นก็ดีแล้วล่ะ” 

 

 

เธอพูดด้วยรอยยิ้มเล็กๆก่อนจะเดินจากไป  ทิ้งให้ยุยยืนนิ่งมองจนลับสายตา

มองจนลืมคิดสงสัยว่า...  อีกคนรู้ได้ยังไง?   ว่าเธอชื่นชอบเจ้าพุดดิ้งที่อยู่ในมือนี้

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ไง...” 

 

 

ทาคามินะเอ่ยทักสาวหน้าคม  ที่ยืนเหม่อมองทิวทัศน์ตรงระเบียง

ทั้งๆที่อีกฝ่ายควรจะนอนซมตามที่ยุยบอก  แต่ถึงอย่างนั้นก็ดูหมาป่าสาว

จะไม่รู้สึกแปลกใจซักเท่าไหร่

 

 

 

“มีอะไรจะคุยกับฉันหรอ?

ถึงได้ถ่วงเวลาอยู่ต่อแบบนี้น่ะ”

 

 

ถามพลางเดินโขยกเขยกลงนั่งบนเตียง  ให้ซายากะอดยิ้มขำไม่ได้

 

 

 

“หมดมาดเลยนะคะทาคามินะซัง”

 

 

 

“ย๊าไม่ต้องมาแซวเลยนะ   ถ้าวันนั้นยัยริเอะไม่อยู่ด้วยแล้วล่ะก็

ฉันก็คงไม่ต้องมาแบกไอ่เฝือกบ้าๆนี่   ไปไหนมาไหนแบบนี้ด้วยหรอก”

 

 

บอกเสียงแหลมด้วยอาการยั๊วะสุดขีด  เพราะไลแคนท์แบบพวกเธอนั้น

กะอิแค่กระดูกหักบิดเบี้ยวนิดๆหน่อยๆมันไม่ทำให้สะเทือนหรอก

 

 

แต่ที่จำใจต้องไปหาหมอใส่เฝือก  ก็เพราะรุ่นน้องสาวดันเห็นเหตุการณ์

ทั้งหมดตั้งแต่ต้นน่ะซิ....   แล้วริเอะก็เป็นมนุษย์

การที่ร่วงจากบันไดลงมาสิบกว่าขั้นแล้วไม่เป็นอะไรเลย  มันอาจจะทำให้เธอสงสัยเอาได้

 

 

 

 

“มีอะไรก็รีบๆพูดมาเถอะ  เดี๋ยวสองคนนั้นกลับมา

แล้วจะซวยเอา....”

 

 

 

“ทาคามินะซังค่ะ  เมื่อคืนแวมไพร์ตนนั้นมาหายุยค่ะ”

 

 

 

“อะไรนะ!!?”  

 

 

หมาป่าสาวอุทานดังลั่น  ก่อนจะลุกขึ้นเดินลากเฝือกเข้ามาหาซายากะ

ด้วยใบหน้าตื่นตกใจ

 

 

 

“ทำไมฉันถึงไม่ได้กลิ่นเลยล่ะ?  ทั้งๆที่ยัยนั่นมาเหยียบถึงในถิ่นเราแท้ๆ

แล้วยุยล่ะ    ยัยนั่นทำอะไรกับยุยรึเปล่า!?”

 

 

 

“ใจเย็นๆก่อนค่ะทาคามินะซัง....  เธอไม่ได้ทำอะไรยุย

ดูเหมือนว่าจะแค่มาดูหน้าเฉยๆ   เธอเอาแต่นั่งมองยุยจนถึงรุ่งสางค่ะ”

 

 

ได้ยินที่สาวหน้าคมบอกทาคามินะถึงกับถอนใจโล่งอก

แต่แค่แป๊บเดียวคิ้วเรียวก็ขมวดวุ่น

 

 

 

“ว่าแต่เธอยังไม่หลุด  จนยัยนั่นจับได้ใช่มั้ย?”

 

 

ซายากะอมยิ้มน้อยๆกับคำถามของอีกคน

 

 

 

 

“ค่ะ....  เธอยังไม่รู้....

ว่าฉันเป็นไลแคนท์”

Share this post


Link to post
Share on other sites
นั่นไง
สงสัยตะหงิดๆตั้งแต่เริ่มฉากที่ซายาเน่อยู่กับทาคามินะ2คนแหละ
เขาเจอกันแล้วค่ะ พระนางของเรา 555

Share this post


Link to post
Share on other sites
ทาคามินะไม่ห่วงยุยเพราะมีซายากะคอยเป็นสปายให้

แต่ควรห่วงนะฮะ เน่มันชอบยุยพี่รู้มั๊ย 555

Share this post


Link to post
Share on other sites
วรั๊ยยย พารุ~~//พี่เน่เป็นไลแคนท์นี่เอง...

Share this post


Link to post
Share on other sites
 

ก็เป็นไปตามที่เดาว่าซายากะคงไม่ได้มาแค่นี้

แล้วเธอก็ทำหน้าที่ของเธอได้ดีที่ยังปิดบังตัวเองไม่ให้ยุยรู้

ส่วนพารุนั้นผมไม่แน่ใจว่ารู้แล้วหรือเปล่า หรือว่าเธอแกล้งทำเป็นไม่รู้เพราะกลัวจะแตกตื่นกันไป

ตอนนี้ก็มีมนุษย์ในเรื่องอยู่สองคน ริเอะกับยุยที่ยังไม่รู้อะไรเลย แต่อยู่กลางดงเห็น ๆ

ก็ต้องมารอดูว่าพารุจะทำอะไรต่อ จะตามไปถึงในเมืองเลยไหม

แล้วทาคามินะจะทำอย่างไรเมื่อรู้ว่าพารุมาหายุยด้วยตัวเองแล้วสำคัญคือพารุรู้ได้ยังไงว่ายุยกลับมา

(เฝ้ามองมาตลอด หรือว่าพารุเองก็มีสายเหมือนกันไม่ใช่แค่ท่านโซ)

แต่ที่แน่ ๆ ความสวยของพารุกระแทกตายุยเต็ม ๆ ครับผม

 

สู้ ๆ นะครับผม ^ ^

Share this post


Link to post
Share on other sites
เน่เป็นไลเเคนท์ กรี้ดแปบ >\\<
ยุยเจอพารุแล้ว!!!
เน่กับทาคามินะจะทำยังไงต่อน่าา?

Share this post


Link to post
Share on other sites

พุดดิ้งแห่งความหลังหรือจะสู้พลังคู่เกย์>>เชื่อสิ เราสัมผัสได้ ถถถ

Share this post


Link to post
Share on other sites
เน่ม่างงงงงงงงงง !!!
ที่ทาคามินะควรระวังคือยัยนี่ ไม่ใช่พลุ !
แต่ยุยพลุเจอกันแล้ว ดีจายย
มียื่นพุดดิ้งให้ด้วย จำได้ด้วยว่าของชอบคืออะไร
ใส่ใจรายละเอียดจังน้า ><

Share this post


Link to post
Share on other sites

พี่ยุย หน้าตาพี่มันไม่เหมาะกับพุดดิ้งว่ะ

เจอกันแล้ว เว้ยเฮ้ย//ปรบมือรัวๆ 

Share this post


Link to post
Share on other sites
มีพลุเป็นแวมไพร์สุดสวย...
มีเน่เป็นไลแคนท์สุดหล่อ...//รู้สึกเขิน อร้ายยย

Share this post


Link to post
Share on other sites

เน่เป็นบอดี้การ์ดพี่ยุยสินะ ถถถ 

แต่ว่า แต่ว่านะ พารุ น่ะถึงตัวยุยแล้วละเฟร้ยย

Share this post


Link to post
Share on other sites
นั้นไงว่าทำไมทาคามินะถึงไม่ห่วงยุยเลย(ที่จริงแอบห่วงอยู่แน่)
พี่เน่เป็นการ์ดให้นั้นเอง......เงอะ!!!

Share this post


Link to post
Share on other sites

เจอกันด้วยซีนนุ่มๆ อ่านแล้วเขิลแรงกับฉากยื่นพุดดิ้ง โฮๆ

นึกว่าพารุจะพูดอะไรเยอะกว่านี้แล้วสิ แต่แบบนี้เท่แฮะ

เหมือนแค่มาตามดูด้วยรักแและคิดถึงยังไงยังงั้นถถ

 

ถ้าทาคามินะรู้ว่าเน่ชอบยุยจะยังวางใจแบบนี้มุ้ยย

Share this post


Link to post
Share on other sites

ทาคามินะวางใจเน่เนี่ย ผิดคนแล้วมั้ง อิอิ

พลุก็แอบมาแบบละมุนๆ

ปล. รักพี่(พลุ) ต้องหนีน้า โอเคป่ะยุย??

Share this post


Link to post
Share on other sites

4

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“โอ้ย...  ทำไมมันเยอะแบบนี้เนี่ย

พวกแกจดมาให้ผิดรึเปล่า?” 

 

 

 

ยุยบ่นงึมงำพลางลอกเล็คเชอร์อันยาวเหยียดลงสมุด

หลังจากกลับมาจากบ้านเกิด  หญิงสาวก็ต้องปวดหัวกับรายงานกองเบ้อเร่อ

ที่อาจารย์มอบหมายให้

 

 

 

 

“ให้มันน้อยๆหน่อยเหอะย่ะ  พวกฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายบ่นน่ะ

กลับบ้านก็ไม่บอก   จดมาให้พวกแกลอกก็บุญหัวขนาดไหนแล้วห๊ะ!?”

 

 

โอบะ  มินะ(19)  เพื่อนร่วมแก๊งค์ว่าเสียงขุ่น 

เพราะยัยสองเพื่อนซี้นี่อยู่ๆก็หายตัวไป

ทำให้เธอกับ  ชิมาดะ  ฮารุกะ(19)

เพื่อนร่วมแก๊งค์อีกคนต้องลำบากจดให้แทน

 

 

 

 

“ขอบใจนะมินะ”   ซายากะพูดพลางส่งยิ้มให้

 

 

 

“มันต้องอย่างซายากะนี่ซิ  ดูตัวอย่างไว้นะยุย

บุญคุณไม่ทดแทนคำขอบใจไม่มีไม่ว่า... 

ขอแค่อย่ามานั่งบ่นกันก็พอ”

 

 

หญิงสาวว่ากัดจนยุยได้แต่ทำหน้าเบ้

 

 

 

 

 

ใช่ซี้...  อะไรๆซายากะของทุกคนก็ดีเลิศไปหมดนั่นแหละ

มีแต่ฉันที่มันเป็นหมาหัวเน่าอยู่คนเดียว  เฮอะ!

 

 

 

 

“น่าๆอย่าทะเลาะกันเลย  ว่าแต่ชิมะมันเป็นอะไรไป

เมื่อเช้าไม่ได้กินข้าวมาหรอ?”  

 

 

สาวหน้าคมพูดกลั้วหัวเราะ  ก่อนจะหันไปมองเพื่อนสาว

ที่นั่งตาลอยไม่พูดไม่จาผิดนิสัยเจ้าตัว

 

 

มินะรุนถอนใจน้อยๆ

 

 

 

 

“อย่าไปสนมันเลย  มันกำลังสับสนทางเพศอยู่น่ะ”

 

 

 

“ห๊ะ!??”

 

 

 

“ก็ตอนที่พวกแกหยุดไป  มีเด็กใหม่เข้ามาเรียนสองคน

และชิมะมันก็คลั่งมาก  จนมีสภาพอย่างทุกวันนี้แหละ

ฉันล่ะสงสารพ่อแม่มันจริงๆ”

 

 

 

“ย๊าจะมากไปแล้วนะยะ  ไม่ได้สับสนทางเพศเว้ย

แค่คนที่ฉันตกหลุมรัก  เขาเป็นผู้หญิงเหมือนกันก็แค่นั้นเอง”

 

 

 

ชิมาดะผู้ถูกพาดพิงหันมาตวาดแว้ดใส่

ให้สามสาวหัวเราะร่วน

 

 

 

“ทำเป็นพูดดีไปเถอะมินะ  แกน่ะสู้ไม่ได้

ถึงได้อิจฉาเขาใช่มั้ยล่ะ?”

 

 

 

“โอ้ยยย... จ้ะ  สาวๆของแกน่ะ 

สวยเล่อเริ่ดที่สุดในสามโลกแล้วย่ะ  ใครๆก็สู้ไม่ได้หรอก”

 

 

 

“เออรู้ตัวก็ดีแล้ว”

 

 

ชิมาดะย้อนให้เพื่อนสาวเดือดปุดๆ  จนแทบจะแจกมะเหงกใส่

แต่ก็ได้ยุยกับซายากะเข้ามาห้ามเอาไว้ก่อน

 

 

 

“อย่าทะเลาะกันๆ”

 

 

 

“อ๊ะ! มาแล้วๆ  พารุซังมิยูกิซังทางค่ะทางนี้

ฉันจองที่เอาไว้ให้แล้ว...”

 

 

 

 

 

ถึงกับจองที่นั่งให้เลยเร๊อะ!?  

นี่แกเป็นมากอย่างที่มินะรุนพูดจริงๆแล้วนะชิมะ

 

 

 

 

สาวตาคมอุทานดังลั่นในใจ  ก่อนจะหันไปมองหน้าคนที่ชิมาดะตะโกนเรียก

และเธอเองก็ต้องยืนนิ่งตะลึงงัน  เมื่อหญิงสาวหนึ่งในสองคนนั้น

เป็นคนเดียวกับผู้หญิงที่ยื่นพุดดิ้งให้เธอในซูปเปอร์มาเก็ต

คนเดียวกับเจ้าของใบหน้าสวยหวาน....   ที่เธอเก็บไปฝันถึงตั้งหลายคืน

 

 

 

 

“นี่ๆ  ฉันจะแนะนำให้รู้จักเพื่อน  ที่ฉันเคยเล่าให้ฟัง

คนนี้  โยโกยาม่า ยุย  ส่วนคนนี้  ยามาโมโต้  ซายากะ”

 

 

 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ  ฉันวาตานาเบะ  มิยูกิ  เรียกว่ามิลกี้ก็ได้นะ

ส่วนนี่เพื่อนฉัน  ชิมาซากิ  ฮารุกะ  จะเรียกว่าพารุก็ได้เหมือนกัน”

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เอ๊?  อย่างนั้นหรอกหรอ   ตลกจังเลย...”

 

 

 

“จริงๆนะ  เธอเองก็ไม่เชื่อใช่มั้ยล่ะ?

แต่มันคือเรื่องจริงนะ”

 

 

 

ยุยแอบมองเพื่อนของเธอคุยหัวเราะคิกคัก  กับเพื่อนใหม่อย่างออกรส

แต่คนที่เธอสนใจไม่ใช่หญิงสาวที่กำลังยิ้มร่ากับมุขเสี่ยวๆของชิมาดะ 

แต่เป็นอีกคนที่กำลังนั่งฟังอยู่เงียบๆมากกว่า

 

 

ใบหน้าสวยหวานนั้นเรียบนิ่งอย่างกับกระเบื้องเซรามิคชั้นดี

แต่ในขณะเดียวกันนั้นก็น่าดึงดูดจนละสายตาไม่ได้

เธอคิดว่าเธอไม่แปลกใจแล้วล่ะ  ว่าทำไมเพื่อนสาวตัวอวบของเธอ

ถึงได้คลั่งไคล้เจ้าหล่อนจนมินะรุนหมั่นไส้

 

 

พอคิดได้เพลินๆดวงตาสวยหวานก็มองสบเข้ากับดวงตาคมของเธอพอดี

และนั้นก็ทำให้ยุยสะดุ้งเฮือก  ก่อนจะแสร้งไม่สนใจก้มหน้าก้มตาลอกเล็คเชอร์ต่อ

ให้แวมไพร์สาวที่เห็นอาการนั้นถึงกับกระตุกยิ้มน้อยๆ

เธอตัดสินใจลุกขึ้นเดินเข้ามาหายุย  นิ้วเรียวจิ้มลงที่สมุดของอีกฝ่าย

 

 

 

 

“ตรงนี้เธอเขียนผิดแล้วล่ะ”

 

 

 

“เอ๊ะ?”

 

 

สาวตาคมเงยหน้าขึ้นมาทำหน้าตาเหรอหราใส่

แต่พอได้เห็นรอยยิ้มหวานที่อีกคนส่งมาให้

ก็ก้มงุดลงไปดังเดิม

 

 

 

 

“อ่า... ขอบใจนะ  มันผิดจริงๆด้วย...”

 

 

 

“ค่อยๆเขียนก็ได้นิ   ไม่ต้องรีบหรอกนะยุย.....”

 

 

 

 

 

 

อ๊ะ!!?

 

 

 

ทั้งๆที่หญิงสาวเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม

แต่ยุยกลับรู้สึกปวดหัวแปล๊บขึ้นมาอย่างกะทันหัน

เธอรู้สึกราวกับว่าศีรษะของเธอกำลังจะระเบิด......

พร้อมๆกับความทรงจำหนึ่งที่แล่นเข้ามา

 

 

 

 

 

“ทำไมตัวอะของเค้า  มันไม่เห็นสวยเหมือนของพี่เลยอ่า~*”

 

 

 

“ค่อยๆเขียนก็ได้นิ  ไม่ต้องรีบหรอกนะยุย...”

 

 

 

 

 

ภาพที่เห็นเป็นภาพของเธอในวัยเด็ก  กำลังนั่งเขียดเขียนตัวหนังสืออยู่กับใครคนหนึ่ง

แต่ราวกับมีเมฆหมอกมาบดบังใบหน้าของเจ้าหล่อนเอาไว้  จนพร่าเลือนมองไม่เห็น

ทำให้ยุยรู้แค่ว่าเธอใส่ชุดเดรสสีขาวสวย  และเป็นคนที่มีผิวขาวมากจนออกซีดไปด้วยซ้ำ

 

 

 

 

 

ใครกันนะ?  คนที่พูดคำนี้คุณเป็นใครกัน!?

 

 

 

 

“โอ้ย!!!

 

 

 

นึกได้แค่นี้สาวตาคมก็ร้องลั่น  เพราะความเจ็บปวดภายในศีรษะ

มันกดทับรุนแรงขึ้นจนทนไม่ไหว  ให้ซายากะที่นั่งข้างๆตกใจ

 

 

 

 

“ยุยแกเป็นอะไรไป?”

 

 

 

“ปวด.. ปวดหัว  ฉันปวดหัวซายาเน่”

 

 

 

ยุยล่ะล่ำล่ะลักบอกเพื่อนทั้งน้ำตา 

จนสาวหน้าคมต้องรีบพาอีกคนออกจากห้องเรียน

 

 

 

“ไม่ต้องตกใจกันหรอกนะ  ยุยมันเป็นแบบนี้ประจำแหละ

ดูเหมือนว่าสมองมันจะมีปัญหาน่ะ  ไม่ค่อยเต็มก็เป็นแบบนี้แหละเดี๋ยวก็หาย”

 

 

ชิมาดะว่ากลั้วหัวเราะทั้งๆที่ในใจ  ก็นึกห่วงเพื่อนสาวอยู่เหมือนกัน

แต่เธอเองก็ไม่อยากให้เพื่อนใหม่ที่กำลังนั่งทำหน้างงอยู่  ต้องรู้สึกกังวลไปด้วย

 

 

 

“อย่างนั้นหรอ...  นึกว่าจะเครียดเพราะพวกฉันซะอีก

ที่อยู่ๆก็เข้ามาร่วมก๊วนแบบนี้น่ะ”

 

 

 

“เปล่าๆ  ไม่ใช่เพราะพวกเธอหรอก

อย่าคิดมากเลยน่า...  เน๊อะมินะรุน”

 

 

สาวร่างอวบรีบแย้งคำมิยูกิ  ก่อนจะหันไปขอคำสนับสนุน

มินะรุนพยักหน้ารับ   ให้สาวยิ้มหวานถอนใจโล่งอก

ก่อนจะคุยเฮฮากันต่อ  โดยที่พารุไม่ได้รู้สึกสนุกตามไปด้วยเลยซักนิด

แวมไพร์สาวเอาแต่คิดถึงเด็กน้อยของเธอด้วยความกังวลใจ

 

 

 

หรือว่ามนต์สะกดนั้นจะทรงพลังมากกว่าที่เธอคาดเอาไว้

ถ้าอย่างนั้นการฝืนรีบฟื้นความทรงจำของยุยในตอนนี้....

 

 

 

มันคงจะไม่ใช่ความคิดที่ดีซะแล้วซิ

Share this post


Link to post
Share on other sites
พารุตามมาถึงที่เลย
ทาคามินะซัง~ ห้ามเขาไม่ให้เจอกันยากแล้วหล่ะค่ะ

Share this post


Link to post
Share on other sites
มันพีคตรงกระเบื้องเซรามิค...แวมไพรหรือะไรคะพลุ//นิ่งเกิน555555
ตามมาขนาดนี่ ทาคามินะรู้เข้าคงโลกแตก//แอบมองแรง

Share this post


Link to post
Share on other sites
พารุรีบเกิ้น
พอเจอกันที่นู้น
ก็ตามมาหาที่นี่เลยหรอ 555
ซายากะจะเอาไปฟ้องทาคามินะไหมเนี่ย

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now