[Fic] MOONLIGHT : Blood&Chocolate [Yui&Paru] Chapter 13 06/07/2559

151 posts in this topic

ยุยอย่าพึ่ง!! ความทรงจำอย่าพึ่งกลับมา
เน่ต้องไปบอกทาคาแน่

Share this post


Link to post
Share on other sites
 

คิดว่าต้องตามมาแต่ไม่คิดว่าจะเข้ามาในรูปแบบนี้ อันนี้งานเข้าของจริง

แต่ประเด็นความสนใจมันกลับไปอยู่ที่เน่ซะหมด คือแกล้งไม่รู้ แกล้งไม่ได้กลิ่น

เพราะเท่าที่ดูเน่ไม่ได้กากขนาดจะไม่รู้ว่าพารุกับมิยูกิไม่ใช่มนุษย์(เหมารวมมิลค์ไปแล้ว555)

เว้นแต่ว่าพลังเวทของพารุกับเพื่อนใหม่จะแรงมากล่ะนะ

รอตอนต่อไปครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites
พารุไม่ต้องรีบหรอก

ยังไงก็ต้องอยู่ด้วยกัน

Share this post


Link to post
Share on other sites
ตามมาถึงที่เลยแฮะ มิ้ลช่วยกันเน่มันไว้ให้หน่อยนะ
ให้น้องยุยกับพี่พารุเค้าได้อยู่ด้วยกันบ้าง

Share this post


Link to post
Share on other sites

วรั้ยยย สาวที่ยื่นพุดดิ้งให้วันก่อน วันนี้มาอยู่ห้องเดียวกันซะละ

พารุนี้ มาเร็วจริมๆ ส่วนยัยมิ้ว... (จับเนเน่ไว้นะคะ!!)

Share this post


Link to post
Share on other sites

ทาคามินะ ได้จับแยกอีกรอบแน่>>ถ้านางรู้นะ เฮ้อ

Share this post


Link to post
Share on other sites

พลุอาจยังไม่ฟื้นความทรงจำให้ยุยตอนนี้สินะ 

คงเชียร์ให้คู่อื่นกินกันก่อนแล้วล่ะ555

Share this post


Link to post
Share on other sites

5

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ตอนนี้เวลาการลงโทษของพารุมันจบลงแล้ว 

ต่อจากนี้ยัยนั่นคงไม่รออยู่เฉยๆ  ให้ยุยกลับมาหาเหมือนอย่างที่เคยทำเป็นแน่”

 

ทาคามินะพูดพลางทำหน้าเครียด   พลอยให้ซายากะเครียดตามไปด้วย

 

 

 

เพราะอย่างที่พวกเธอทั้งคู่รู้กันดี........  

ว่าเรื่องในครั้งนั้นทำให้พารุสติแตกอาละวาด

ทำร้ายพวกไลแคนท์มากมาย

เลยทำให้แวมไพร์สาวโดนลงทัณฑ์จากสภาแวมไพร์

โดยที่ห้ามก้าวออกจากเมืองที่อาศัยอยู่แม้แต่ก้าวเดียว

เป็นเวลา12ปี........

 

 

 

แต่ตอนนี้เวลาการลงโทษนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว

และนั่นก็หมายความว่า......

 

 

ต่อจากนี้หล่อนจะไปที่ไหน

หรือจะไปหายุยยังไงก็ได้...... 

เธอก็ไม่มีความผิดแม้แต่นิดเดียว

 

 

 

 

 

คิ้วเรียวของสาวหน้าคมขมวดวุ่น

 

 

“แล้วเราจะทำยังไงกันดีคะทาคามินะซัง?”

 

 

 

“ไม่ต้องห่วงนะ   ฉันจะให้จูริเข้าโตเกียวคอยช่วยเธออีกแรง

ระหว่างนี้พวกเธอสองคน  ก็คอยกันให้พารุอยู่ห่างๆยุยเอาไว้

เพราะอีกไม่กี่เดือนยุยก็จะอายุครบ20แล้ว

เมื่อถึงเวลานั้น...... ฉันจะเปลี่ยนยุยให้เป็นไลแคนท์เต็มตัวเอง”

 

 

 

 

 

ซายากะหวนคิดถึงคำพูดของทาคามินะ  ที่บอกกับเธอเอาไว้พลางถอนใจน้อยๆ

ดวงตาคมมองหญิงสาวที่นอนหลับลึกเพราะฤทธิ์ยาอยู่ในห้องพยาบาลด้วยความกังวลใจ

ก่อนจะจับเรียวมือของอีกฝ่ายขึ้นมาจุมพิตอย่างรักใคร่

 

 

 

เห็นทีคงต้องรีบทำอะไรซักอย่างซะแล้วซิ

เพราะเธอจะต้องไม่ทำให้ทาคามินะผิดหวัง

และก็จะ......ไม่ยอมเสียยุยไปให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น

 

 

 

 

“จูริ...”

 

 

แค่เรียกชื่อเบาๆ  หญิงสาวในชุดเสื้อฮู้ดคลุมศีรษะ

ก็โผล่กายออกมายืนด้านหลังหญิงสาว

 

 

 

“ค่ะซายากะซัง”

 

 

 

“เห็นทีว่า...  เธอคงจะต้องออกโรงเร็วกว่าที่คาดเอาไว้แล้วล่ะ”

 

 

 

“ซายากะซังจะให้ฉันทำอะไรคะ?”   หมาป่ารุ่นน้องถามเสียงเรียบ

 

 

 

“ไปจัดการแวมไพร์สองตนนั้นซะ   เอาให้เร็วที่สุดได้ยิ่งดี”

 

 

จูริกระตุกยิ้มน้อยๆ  เมื่อได้รับคำสั่ง

 

 

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ   ฉันไม่ทำให้ซายากะซังผิดหวังแน่นอน….

 

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

.

 

 

 

 

 

 

“กลับมาแล้วหรอคะ”

 

 

 

“นาเนี๊ยะ!   เธอมาทำอะไรที่นี่เนี่ย?”

 

 

สองแวมไพร์สาวถึงกับทำตาโต  เมื่อเปิดประตูห้องคอนโดหรูที่พวกเธออาศัยอยู่

ก็เจอกับสมาชิกใหม่ของครอบครัว  ที่เพิ่งจะเพิ่มเข้ามาเมื่อสองสามปีที่แล้ว

โอวาดะ  นานะ 

 

 

 

“หนูมาเยี่ยมค่ะ   คาวาเอย์ซังกับอันนินซังก็มาด้วยนะคะ

แต่ว่าตอนนี้พวกเขาออกไปเที่ยวชมเมืองหลวงกันอยู่น่ะค่ะ ^^

 

 

แวมไพร์เด็กในสายตาของมิยูกิกับพารุ  บอกพลางส่งยิ้มแป้น

ให้ทั้งคู่ถอนใจเฮือกใหญ่

 

 

 

“ยัยบ้าพวกนั้นนี่อยากไปเดทกัน

ถึงขนาดปล่อยเธอทิ้งไว้คนเดียวเลยหรอ?”

 

 

 

“อ่า... ไม่ใช่ความผิดของคาวาเอย์ซังกับอันนินซังหรอกนะคะ

พวกเขาชวนหนูแล้ว  เพียงแต่หนูไม่อยากออกไปด้วยเอง

ขี้เกียจพอกครีมกันแดดน่ะค่ะ”

 

 

 

“เธอนี่จริงๆเลยนะ”   เมื่อได้ฟังเหตุผลแล้วมิยูกิถึงกับยิ้มขำ  

 

 

 

มันเป็นเรื่องธรรมดาที่แวมไพร์แบบพวกเธอ  ไม่ค่อยถูกกับแสงแดดเท่าไหร่นัก 

แต่มันก็แค่ทำให้อ่อนแรง  ไม่ถึงขนาดสลายเป็นผุยผงแบบในหนังหรอก

อีกอย่างครีมกันแดดสมัยนี้ก็ช่วยพวกเธอได้เยอะเหมือนกัน

 

 

 

“แล้วอัตสึโกะซังก็ฝากนี่มาให้ด้วยค่ะ”

 

 

แวมไพร์เด็กยื่นกระเป๋าน้ำแข็งที่มีถุงเลือดเต็มเอี๊ยด

ให้มิยูกิตาลุกวาว

 

 

 

“รักอัตสึโกะซังจังเลย ><”   

 

 

 

“กินซักหน่อยมั้ยคะพารุซัง   คุณดูเพลียๆไปนะคะ”

 

 

นาเนี๊ยะเอ่ยถามพารุที่สีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

ด้วยความเป็นห่วง

 

 

 

“อ่า.. ฉันไม่เป็นไรหรอก  ขอบใจนะนาเนี๊ยะ”

 

 

 

“อย่าไปโกหกเด็กมันหน่อยเลย   กินๆไปเถอะน่า

เธอไม่ได้กินมาเป็นอาทิตย์แล้วนะ  เดี๋ยวก็แย่หรอก”

 

 

แวมไพร์สาวว่าพลางยื่นถุงเลือดให้

พารุรับมันมาก่อนจะถอนหายใจน้อยๆ

 

 

 

“อือ.. ขอบใจนะ  แต่เอาไว้ก่อนแล้วกัน”

 

 

พูดจบก็เดินหนีเข้าห้องนอน   ให้มิยูกิที่นั่งดูดเลือดจากถุงอยู่

บนโซฟาทำหน้าเอือม

 

 

 

“ท่าทางจะอาการหนักแฮะ”   แวมไพร์สาวบ่นพึมพำเบาๆ

 

 

 

เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่าการที่เธอสนับสนุนให้พารุมาเจอกับยุยจะเป็นความคิดที่ดี  

เพราะดูท่าอีกคนจะดูเศร้าซึมมากกว่า....  ตอนที่ไม่ได้พบหน้ากันซะอีก

 

 

 

 

 

 

 

 

ตุ่บ!!!

 

 

 

 

พารุทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง  ดวงตาสวยหวานนั้นคลอไปด้วยน้ำใสๆ

พลางคิดถึงเรื่องเด็กน้อยของเธอ

 

 

 

ยุยนั้นดูไม่ได้เปลี่ยนไปเลย  ถึงจะเติบโตขึ้นมากก็เถอะ

แต่เด็กน้อยของเธอนั้นก็ยังมีรอยยิ้มน่ารักกับนิสัยขี้เล่นขี้อาย

เหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน   คิดถึงได้แค่ตรงนี้น้ำตาที่เก็บกักไว้ก็ไหลรินรดใบหน้าสวย

 

 

 

 

“เมื่อไหร่จะจำได้นะ  ต้องทำยังไง?

เธอถึงจะจำพี่ได้ซักที  ยุยจัง.....”   แวมไพร์สาวสะอื้นไห้กอดตัวเองอย่างเจ็บปวด  

 

 

 

 

เธอนั้นไม่ได้ต้องการอะไรเลย    เธอก็แค่อยากได้เด็กน้อยของเธอคืน

อยากได้เด็กคนนั้นที่เธอรักดั่งน้องสาวคืนมา.....  ก็แค่นั้นเอง

 

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อยู่ที่นี่เอง..  เฮอะ! กลิ่นเลือดหึ่งเชียวนะ”

 

 

จูริทำจมูกฟุดฟิดสูดกลิ่นอยู่หน้าคอนโดหรูอย่างพึงพอใจ

ดวงตาเรียวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองประกายทองพร้อมรอยยิ้มกว้าง

 

 

 

 

“ฉันจะฉีกพวกแกให้เป็นชิ้นๆเลยคอยดูซิ….

ไอ่พวกผีดูดเลือดโสโครก  น่าขยะแขยง”

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อืม... กระดูกฟื้นตัวเร็วมากๆเลยนะคะ

คิดว่าอีกไม่ถึงอาทิตย์  คงจะถอดเฝือกออกได้แล้วล่ะค่ะ”

 

 

แวมไพร์สาวในคราบหมอประจำเมือง

หันมาบอกทาคามินะกับริเอะด้วยรอยยิ้ม

 

 

 

“ดีจังเลยนะคะทาคามินะซัง

แบบนี้คุณก็กลับมาทำงานได้เร็วขึ้นแล้วซินะคะ”   สาวผมดำร้องลั่นด้วยความดีใจ

 

 

 

“ให้มันน้อยๆหน่อยเห๊อะ!   หายปุ๊บ

ก็จะให้ฉันกลับไปทำงานปั๊บเลยเร๊อะ?”  หมาป่าสาวถามเสียงขุ่น

 

 

“แหม๋...  ก็ที่โรงพิมพ์อ่ะ   ไม่มีใครตั้งใจฟังฉันซักคน

ให้ทาคามินะซังกลับไปคุมเหมือนเดิมอ่ะดีแล้วค่ะ”

 

 

ริเอะบ่นเบาๆ   ให้ทาคามินะถอนใจ

 

 

 

 

ก็บริษัทหนังสือพิมพ์ชื่อดังประจำเมืองที่เธอกับริเอะทำงานอยู่นั้น

ส่วนมากจะเป็นพวกไลแคนท์ในคราบพนักงานเหมือนเธอทั้งนั้นแหละ

 

 

เพราะฉะนั้นมันเลยไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นัก

ที่พวกนั้นไม่คิดจะทำตามคำสั่งของมนุษย์อย่างริเอะ

 

 

 

“เออเดี๋ยวฉันจัดการให้   ไปเอายาให้ฉันได้แล้ว

จะได้กลับบ้านกันซักที”

 

 

 

“โอเคค่ะ   ทาคามินะซังรอแป๊บนะคะ”

 

 

 

“อ๊ะ! เดี๋ยวซิ   เอาฉันไปด้วย!!!

 

 

หมาป่าสาวร้องลั่นแต่ดูเหมือนจะไม่ทัน  เพราะริเอะเดินตัวปลิวไปนู้นแล้ว

เลยได้แต่นั่งทำหน้ามุ่ยบ่นงึมงำอยู่บนวิลแชร์  มีอัตสึโกะยืนมองกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ

 

 

 

“ตลกมากรึไง!?”  ถามเสียงเขียวปั๊ด

 

 

แวมไพร์สาวเลิ่กคิ้วขึ้นน้อยๆ

 

 

 

“คะ???”

 

 

 

“ฉันถามว่าตลกมากรึไง   สะใจมากมั้ย?

ที่จับฉันใส่เฝือกได้เนี่ย!?”

 

 

 

“อืม...  ความจริงจะสะใจมากกว่านี้นะคะ

ถ้าจับใส่ได้ทั้งตัวน่ะ”

 

 

ตอบรับพลางกระตุกยิ้มกว้าง  ให้ทาคามินะสั่นด้วยความโกรธจัด

 

 

 

 

 

จะว่าไปถ้าวันนั้นหมอหนุ่มที่เป็นพรรคพวกของเธอ

ไม่โดนยัยแวมไพร์นี่แย่งเคสของเธอมา

เธอเองก็คงไม่ต้องทนใส่ไอ่เฝือกบ้าๆนี่ต้องหลายเดือนแบบนี้หรอก

 

 

 

“ซักวันฉันจะฉีกเธอเป็นชิ้นๆ   คอยดูเถอะ!

 

 

หมาป่าสาวเอ่ยเสียงกร้าว  ดวงตาทอสีเหลืองประกายทองขึ้นมาทันที

อัตสึโกะถอนใจน้อยๆ   ดวงตาสวยหลุบต่ำลง

 

 

 

“เราจะคุยกันดีๆซักครั้งไม่ได้หรอทาคามินะ?”

 

 

 

“เฮอะเธอรู้ตัวมั้ยเนี่ย?   ว่าเธอพูดอะไรออกมา!?”

 

 

 

“ฉันรู้ว่ามันคงเป็นไปไม่ได้  แต่ฉันก็หวังว่าซักวันหนึ่ง

เราคงจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้....”

 

 

 

“หุบปาก!   ถ้าเธอยังพูดอะไรเพ้อเจ้ออีกแค่คำเดียว

ฉันจะฆ่าเธอ!!!”   

 

 

ทาคามินะตะโกนลั่น   เฝือกที่ขาของหมาป่าสาวเริ่มปริแตก

เพราะว่าตอนนี้เธอโมโหจัด  จนแทบจะกลายร่างเต็มตัวอยู่แล้ว

 

 

 

“โอเคๆ   ฉันจะไม่พูดถึงมันแล้ว  เธอน่ะใจเย็นๆก่อนเถอะ

ที่นี่มันโรงพยาบาลนะ  อย่าลืมซิ...”

 

 

 

“รู้แล้วน่า!!!

 

 

หลังจากสงบสติลงได้แล้ว   หญิงสาวร่างเล็กก็รีบหมุนล้อวิลแชร์

พาตัวเองออกจากห้องตรวจของแวมไพร์สาวทันที

 

 

 

“ถ้าวันนั้นคนที่ตายคือฉัน....   ไม่ใช่ยูโกะ

มันคงจะดีกว่านี้ใช่มั้ย?” 

 

 

คำถามที่มาพร้อมกับน้ำเสียงอันสั่นเครือ  ทำให้ร่างของหมาป่าสาวหยุดชะงัก

แต่แค่แป๊บเดียวเธอก็หมุนล้อรถต่อ 

ทิ้งให้อัตสึโกะได้แต่มองแผ่นหลังที่คุ้นเคยห่างไกลออกไป

ด้วยสภาพน้ำตานองหน้า

 

 

 

 

“นั่นซินะ.... ไม่น่าถามเลย

สำหรับเธอแล้วยังไงคนที่สมควรตาย  ก็คือฉัน....”

Share this post


Link to post
Share on other sites

ทาคามินะโหดโฮกกกกกกกกกกก อย่าไปว่าริเอะซิ // กระโดดเข้าไปขวาง

พลุนิเหี่ยวเฉาจริงๆ // ถอนหายใจแรง

ยุยรีบๆ จำพลุได้เร็วๆเน้อสงสารพลุว่ะ ส่วนเน่นิเอิ่มไม่ต้องพูดถึง // กวักมือเรียกมิ้ลให้ไปด้วยกันไม่ต้องสนเกย์หรอกเนาะ :dookdik_penguin_4:

 

ส่วนตัวเราชอบทุกเรื่องที่ไรท์เขียนเลยอ่ะ มันดูคล้ายชีวิตประจำวันของคนเราดี ฮาเรื่อยเปื่อย 5555

เริ่มติดตามทันทีที่ได้อ่าน  :dookdik_penguin_12:  ทำฟิคหนุกๆมาให้อ่านเยอะๆนะคะ // โบกป้ายเป็น FC

Share this post


Link to post
Share on other sites

ย้าาา ปรี้ยุยรีบๆจำพลุให้ได้เดะ  ทากะอย่าใจร้ายกับอัตจังมากนักสิ-3-

Share this post


Link to post
Share on other sites
อย่างนี้เนี่ยเอง //พยักหน้า
แต่ตอนนี้ก็เหลือแต่ฟื้นความจำเด็กน้อยของเธอน่ะพารุจัง~
ทาคามินะโหดกับอัตจังไปแล้ว!

Share this post


Link to post
Share on other sites
เดี๋ยวจูริ ก็จะเปลี่ยนจากบุกไปทำร้าย เป็นอย่างอื่นแน่ เพราะเจอนาเนี๊ยะ /// พลุน่าสงสาร TAT ยุยรีบๆจำให้ได้นะ
ท่านโซเราจะใจหินไปไหนฮะ!!!! ลดฑิฐิของตัวเองลงได้แล้ว

Share this post


Link to post
Share on other sites

มันจะดราม่าซับซ้อนอะไรเยี่ยงนี้ แง้ววววววววว
เราว่าจูริ เจอแวมไพร์หุ่นกะปุ๊กลุ๊กแล้วต้องใจอ่อนชัวร์ ถถ

Share this post


Link to post
Share on other sites
ยูโกะมาแต่ชื่อ ตัวตายไปแล้ว..... กระซิกๆ
เหตุการณ์ในอดีตของคู่อัตสึมินะคืออะไรกันแน่...

ซายาเน่นี่ก็ร้ายเบาๆ ร้ายเพราะรักสินะ มิ้ลกี้จัดการทีค่ะ

ส่วนพารุ สู้ๆ ทำให้ยุยจังจำให้ได้นะ #เชียร์

Share this post


Link to post
Share on other sites
ยูโกะมาแค่ชื่อ....แหม่~
พี่เน่เหมือนจะหึงยุยนะ...5555
ในใจยุยอย่าพึ่งจำพลุได้นะ....

Share this post


Link to post
Share on other sites

ยูโกะนี่ลาโลกไปแล้วหรอค่ะเนี้ยT^T

ไลแคนท์ VS แวมไพร์ แต่แวมไพร์มีตั้ง3 จะรอดมั้ยเนี้ย555

Share this post


Link to post
Share on other sites

6

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อึ่ก...  บ้าจริง....

พวกมันมีมากกว่าที่คิดเอาไว้

 

 

 

 

 

จูริในร่างหมาป่าสีน้ำตาลพยายามยันกายลุกขึ้นยืน

แต่เพราะบาดแผลเต็มตัวแถมบางแห่งยังหนักหนาสาหัส

ก็เลยทำให้ทำไม่ได้อย่างที่ใจคิด

 

 

ดวงตาสีเหลืองประกายทองเหลือบมองแวมไพร์สาว5ตน

ที่ยืนรายล้อมรอบกายเธอ  ในห้องชุดคอนโดหรูของพวกหล่อนอย่างคับแค้นใจ

 

 

 

 

“จะฆ่าก็ฆ่าซะ!  อย่าพิรี้พิไรมากมันน่ารำคาญ!!!

 

 

 

“หื้ม....?”  

 

 

 

 

“ถ้าไม่ฆ่าฉันตอนนี้  พวกแกจะต้องเสียใจไปจนวันตายแน่ๆ!

 

 

 

มิยูกิเลิ่กคิ้วขึ้นน้อยๆ   แวมไพร์สาวมองจูริที่ทรุดลงไป

นอนนิ่งหายใจรวยระรินอยู่กับพื้น   แต่ยังมีแรงปากดีได้อย่างชอบอกชอบใจ

 

 

 

 

“เก่งจังตัวแค่นี้เองไม่รู้จักกลัวตายด้วยอ่ะ~*

 

 

พูดพลางลูบหัวเจ้าหมาป่าสีน้ำตาลปอยๆ  จนอีกฝ่ายว๊ากลั่น

 

 

 

“ย๊าอย่ามาทำเหมือนว่าฉันเป็นหมานะยัยบ้า!!!

 

 

 

“แหม๋...  ก็เป็นหมาจริงๆไม่ใช่หรอ?”

 

 

 

“ไม่ใช่!   หมาป่าเฟ้ยหมาป่า!!

อย่ามาดูถูกสายเลือดอันศักดิ์สิทธิ์ของพวกเรานะ

เดี๋ยวก็ฆ่าซะหรอก!!!

 

 

 

“ดุจัง...  ถ้าหมาน้อยยังดุอยู่แบบนี้

เย็นนี้พี่สาวจะให้อดข้าวเย็นนะคะ”

 

 

 

“โอ้ยฆ่าฉันซักทีเถอะ

พวกแกตัวไหนก็ได้ฆ่าฉันซักที!!

 

 

 

“มิยูกิซังค่ะ   อย่าไปแหย่มากซิค่ะ

เขาโกรธจริงๆแล้วนะคะ”

 

 

นาเนี๊ยะเข้าห้ามพลางทำหน้าสงสาร

จนจูริยิ่งรู้สึกสมเพชตัวเองเข้าไปใหญ่

 

 

 

“แล้วจะเอาไงต่อดีอ่ะ...  จะฆ่ามั้ย

หรือจะถลกหนังเอามาทำพรมดี?”

 

 

 

คาวาเอย์เอ่ยถามเสียงเหี้ยม   แวมไพร์สาวยังรู้สึกยั้วะไม่หาย

ที่จู่ๆอีกฝ่ายก็โดดพรวดเข้ามาทางหน้าต่างจนกระจกแตกกระจาย

กระเด็นมาโดนคนรักของเธอจนเกิดบาดแผลยังไม่พอ

อุ้งเท้าใหญ่โตของหมาป่าสาวยังเหยียบย่ำโมเดล 

ที่เธออุตส่าห์นั่งต่อเป็นชั่วโมงจนแหลกละเอียดอีกด้วย

 

 

 

“อย่านะคะอย่าถึงกับฆ่าแกงกันเลยนะคะ

ขอร้องล่ะค่ะ....”   นาเนี๊ยะถลาเข้ามาขวางอีกรอบ

 

 

 

“แต่มันคิดจะฆ่าพวกเรานะ”

 

 

 

“แต่ว่า.....”  

 

 

แวมไพร์เด็กทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างน่ารัก

ดวงตากลมโตเหลือบมองเจ้าหมาป่าสีน้ำตาล

ที่มองจ้องเธอก่อนอยู่แล้ว  ก่อนจะตัดสินใจพูดออกไป

 

 

 

 

“ขอให้หนูเถอะนะคะ   หนูจะเป็นคนเลี้ยงเอง!

รับรองว่าเขาจะต้องเป็นเด็กดีขึ้นได้แน่ๆเลยค่ะ”

 

 

 

“จะต้องให้บอกอีกกี่รอบกันห๊า!?

ว่าฉันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงอ๊ะห๊ะยัยพวกบ้า!!!”   

 

 

หมาป่าสาวคำรามลั่น  แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจฟัง

 

 

 

 

แวมไพร์สาวสี่ตนหันหน้าคุยกัน  โดยมีนาเนี๊ยะรอฟังคำตอบอย่างลุ้นระทึก

และมี.....  จูริแหกปากโวยวายอยู่ทางด้านหลัง

 

 

 

 

 

“โอเค...ก็ได้จ้ะ   แต่เธอต้องรับผิดชอบมันนะ

แล้วทางที่ดีก็ควรล่ามโซ่เอาไว้ด้วย 

เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะหาซื้อปลอกคอมาให้ล่ะกัน”

 

 

 

มิยูกิบอกยิ้มๆพลางลูบหัว  ให้แวมไพร์เด็ก

ฉีกยิ้มกว้างตบมือเปาะแปะด้วยความดีใจ

ก่อนจะรีบลากเจ้าหมาป่าสีน้ำตาลตัวโต

ที่ยังโวยวายไม่เลิกเข้าห้องนอนอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

“จำเอาไว้เลยนะ!   ความอัปยศในครั้งนี้พวกแกต้องได้ชดใช้แน่ๆ

ฉันจะฉีกพวกแกให้เป็นชิ้นๆ  จนจำไม่ได้เลยคอยดูซี้!!!

 

 

 

“มัดปากไว้ด้วยก็ดีนะจ้ะนาเนี๊ยะ

เดี๋ยวเสียงเห่าหอนมันจะไปรบกวนเพื่อนบ้านเขา”

 

 

 

“ค่า~* ^^

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จูริหายไปไหนนะ?

 

 

 

 

 

ซายากะคิดพลางทำคิ้วขมวดวุ่น  สาวหน้าคมรู้สึกไม่สบายใจนัก

ที่อยู่ๆหมาป่ารุ่นน้องก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ขาดการติดต่อกับเธอมาได้เกือบสองอาทิตย์เข้าไปแล้ว

 

 

 

 

“เป็นอะไรไปคะ?  ทำหน้าเครียดเชียว

ซายากะจังมีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า??”

 

 

มิยูกิเอียงคอถามด้วยท่าทางน่ารัก  ดูเหมือนว่าตอนนี้แวมไพร์สาว

จะเข้ามาตีสนิทร่วมกลุ่มได้อย่างไม่เคอะเขินอะไรอีกแล้ว

 

 

 

“ไม่มีอะไรหรอก   ขอบคุณนะที่เป็นห่วง

ฉันก็แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ”

 

 

ซายากะแสร้งตอบกลับด้วยรอยยิ้ม  ก่อนจะเหลือบมองยุย

ที่พักนี้ดูสนิทสนมกับพารุมากขึ้นด้วยความกังวลใจ

 

 

ถึงความจำของหญิงสาวจะยังไม่หวนคืนกลับมา

แต่ความผูกพันที่เคยมีร่วมกันกับแวมไพร์สาวนั้น

กลับกลายเป็นตัวกระตุ้นให้ยุยเปิดใจรับอีกฝ่ายเข้ามาง่ายๆ

โดยที่ไม่รู้ตัว…..

 

 

 

 

 

 

“อย่างนั้นหรอ  อยากไปขนาดนั้นเชียว?”

 

 

พารุเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มน้อยๆ  เมื่อยุยเอาแต่พูดคุยถึงเรื่องพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ

ที่ได้ดูในทีวีเมื่อคืนให้เธอฟัง 

 

 

ถึงจะโตขึ้นมากแค่ไหน  แต่ยังไงก็ยังไม่ทิ้งนิสัยเด็กๆล่ะนะ

ชอบตื่นเต้นกับอะไรจำพวกนี้เรื่อยเลย

ไม่ว่าจะของจุกจิกน่ารักๆ  หรืออะไรก็ตามที่ดูแล้วมันมุ้งมิ้ง

ไม่เหมาะกับตัวเองแบบนั้นน่ะ

 

 

แวมไพร์สาวได้แต่คิดขันในใจ

 

 

 

 

“ฉันน่ะอยากไปมากๆเลยล่ะ  แต่หาคนไปเป็นเพื่อนไม่ได้ซักที

ชวนซายาเน่แล้วก็เอาแต่บ่นว่ามันไร้สาระน่ะ    ช่างไม่เข้าใจกันบ้างเลย”

 

 

ยุยว่าพลางทำหน้ามู่ให้พารุอมยิ้มเอ็นดู

 

 

 

“จะให้ฉันไปด้วยมั้ย?  ฉันไปเป็นเพื่อนก็ได้นะ”

 

 

 

“เอ๊จริงนะเธอพูดจริงๆหรอ?”

 

 

 

“อือ...จริงซิ” 

 

 

แวมไพร์สาวบอกพลางลูบไล้แก้มใส

ของเด็กน้อยของเธอเบาๆด้วยความเคยชิน

 

 

 

“ฉันจะพาเธอไปเอง   อยากเห็นนักไม่ใช่หรอ?

น้องเพนกวินน้อยของเธอน่ะ

 

 

 

“อ...อือ...”

 

 

ยุยตอบรับหน้าแดงแปร๊ด

เธอไม่รู้ว่ามันเร็วไปมั้ย?

 

 

 

 

 

 

แต่เธอคิดว่า....  เธอไม่ได้คิดกับพารุ

แค่คำว่าเพื่อนซะแล้วซิ

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ทำไมไม่กินล่ะ.... จูริจังไม่ชอบหรอ?

อยากกินอย่างอื่นก็บอกได้นะ”

 

 

แวมไพร์เด็กเอ่ยปากถามจูริที่อยู่ในร่างมนุษย์

มีโซ่ล่ามข้อขาใส่ปลอกคอ   ด้วยความกังวลใจ

เพราะหมาป่าสาวไม่ยอมกินข้าวกินน้ำที่เธอเตรียมเอาไว้ให้เลย

 

 

 

“ฉันจะฆ่าเธอคอยดูนะ... ฉันจะฉีกเธอให้เป็นชิ้นๆ

เอาให้จำสภาพเดิมไม่ได้เลย  คอยดูซิ”

 

 

 

“นิสัยไม่ดี...”   นาเนี๊ยะว่าพึมพำทำหน้าบึ้ง

 

 

ทั้งๆที่อุตส่าห์ดีด้วยขนาดนี้  แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สำนึก

เอาแต่พูดซ้ำซากว่าจะฆ่า  ทั้งยังแยกเขี้ยวขู่ฟ่อๆเวลาเธอเข้าใกล้อีกด้วย

มือเรียวเลยคว้าหมับบิดแก้มหมาป่าสาว  ให้ร้องลั่นด้วยความหมั่นไส้

 

 

 

“เจ็บนะยัยเด็กบ้า!!!   ทำอะไรของเธอห๊ะเนี่ย!?”

 

 

 

“ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ!   ถึงร่างจะคงสภาพไว้ที่อายุ16ก็เถอะ

ความจริงฉันจะ19แล้วนะ”

 

 

 

“เห๊อะสำหรับฉันเธอมันก็แค่เด็กน้อยอยู่ดีแระ

ฉันน่ะ21แล้ว(เฟ้ย)”  บอกพลางยืดอกขึ้นน้อยๆ

 

 

 

“โอ้ยยย.... เด็กทั้งคู่นั่นแหละ

จะโวยวายเสียงดังอะไรกันนักกันหนาห๊ะ!?”

 

 

คาวาเอย์ที่ทนฟังอยู่นาน  เปิดประตูห้องผ่างเข้ามาตวาดแว้ด

ใส่หมาบ้า(ในสายตาเธอ)กับเจ้าของ(?)  ด้วยความรำคาญใจ

 

 

 

“ก็จูริน่ะซิค่ะ  ดื้อ!” 

 

 

นาเนี๊ยะฟ้องแวมไพร์สาว   พลางตวัดค้อนมองให้อีกคนเดือดปุดๆ

 

 

 

“อย่ามาทำเหมือนฉันเป็นสัตว์เลี้ยงของเธอนะ!!!!

 

 

 

“ก็เป็นจริงๆนี่ค่ะ    คนเขารับมาเลี้ยงดูปูเสื่อขนาดนี้

ยังไม่สำนึกบุญคุณอีก  เดี๋ยวก็ใส่ลังไปทิ้งไว้ข้างถนนซะเลย”

 

 

 

“ย๊ายัยเด็กนี่  เดี๋ยวก็ฆ่าซะหรอก!!

 

 

 

“พูดแบบนี้อีกแล้วนะ”   ว่าพลางหยิกแก้มหมับอีกรอบ

 

 

 

“โอ้ยยย…  มันเจ็บนะ!

 

 

 

“ก็หัดทำตัวให้มันดีๆหน่อยซิ  ไหนขอมือหน่อยซิ....”

 

 

 

“ฉันจะฆ่าเธอ!!!   โอ้ย... ก็บอกว่ามันเจ็บยังไงเล่า!

 

 

 

 

 

 

 

คุณพระคุณเจ้า......

ฉันกำลังจะเป็นบ้าจริงๆแล้วนะเนี่ย!!!

 

 

 

คาวาเอย์ร้องลั่นในใจก่อนจะปิดประตูห้องลงดังเดิม

แวมไพร์สาวเดินทำหน้ามุ่ยมาหาคนรัก  ที่กำลังนั่งหัวเราะคิกคักอยู่บนโซฟา

 

 

 

“เธอไม่คิดจะทำอะไรหน่อยหรอ?”

 

 

ถามพลางชี้ไปที่ห้องของนาเนี๊ยะ  ให้อันนินเลิ่กคิ้วขึ้นน้อยๆ

 

 

 

“ทำอะไรคะ?  ปล่อยไว้แบบนี้น่ะดีแล้ว

น่ารักดีออก^^

 

 

 

“ห๊ะ!?  แบบนี้น่ะนะน่ารัก?” 

 

 

แวมไพร์สาวร้องลั่นทำตาโต เธอชักอยากจะรู้แล้วซิ

ว่าคนรักใช้อะไรเป็นมาตรฐานในการวัด

 

 

 

“ก็ถ้าอยู่บ้านแล้วเธอรำคาญ.....จะออกไปข้างนอกมั้ย?

หรือว่าจะเข้าห้องหาอะไรทำฆ่าเวลาดีล่ะ^^

 

 

อันนินท้าวคางถามด้วยรอยยิ้มหวาน

ให้คาวาเอย์หน้าแดงเถือก

 

 

 

“เอ๊ะ!?”

 

 

 

“ว่าไง....จะไปข้างนอกหรือจะเข้าห้องคะ?” ^^

 

 

 

“อะ..เอ่อ...  วันนี้แดดแร๊งงงแรง

งั้นเราก็เข้าห้องกันดีกว่าเถอะเน๊อะ...” ><

Share this post


Link to post
Share on other sites

พี่ยุยใจง่ายเนาะ ชอบพารุเร็วจริงไรจริง

คู่เด็กนิ มุ้งมิ้ง? กันจริง // มันมุ้งมิ้งตรงไหนฟระ

เอ้นิก็ไม่หื่นเล๊ยยยยยยย // หมั่นไส้แรง

Share this post


Link to post
Share on other sites
รู้สึกแดดแรง....คือนินอ่อยเอ้หรือเอ้มันคิดฟะ5555
คู่จูริเนี๊ยะนี่มุ้งมิ้งจริง

ส่วนยุยแกนี่มันทำอะไรเหมือนเด็กเลย....บางทีก็เร็วไปที่ยุยจะชอบพลุตรงนี้

Share this post


Link to post
Share on other sites
แล้ว จูริจะเชื่องมั้ยเนี่ย??? หวังว่าคอนโดจะพอรองรับอีกสักตัวนะ เพื่อให้ซายาเน่ด้วย //// หลบ

Share this post


Link to post
Share on other sites
ทำไมจูรินาเนียะมันมุ้งมิ้งขนาดนี้ ><
เมื่อไหร่มิยูกิจะจับเน่มาเลี้ยงบ้าง -///-
เอ้ ยังสว่างอยู่เลยนะ..
พารุนี่อ่อนโยนกับยุยจังเลย มิ้วจัดการเน่ไปให้พ้นทางทีซิ

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now