[Fic] Be My Baby (Mayuki,Yuiparu,Wmatsui,Sayamilky) แช่แข็งฟิคชั่วคราว

123 posts in this topic

Be My Baby

ว่าด้วยเรื่องกฎหมายคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชน ไม่ประว่าในประเทศไหนกฎหมายนี้ก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในกฎหมายที่ถูกให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยปัญหาสังคมเกี่ยวกับเด็กในโลกปัจจุบันนี้มีรอให้แก้ไขไม่จบไม่สิ้น

คำว่า “เด็ก” ในทางกฎหมายนั้น ได้ให้ความหมายไว้ว่า บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส

ในที่นี้ยังรวมถึง “เด็ก” อีกหลายๆประเภท ที่ดำรงชีวิตอยู่และเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาสังคมอันยากจะหาทางแก้ไข และแน่นอนว่าเด็กเหล่านั้นไม่ได้อยากจะมีชีวิตความเป็นอยู่เช่นนั้นเลย พวกเขาสมควรได้มีคุณภาพชีวิตและอนาคตที่ดีเหมือนกับเด็กทั่วๆไป

ถ้าหากนึกถึงปัญหาสังคมเกี่ยวกับเด็กแล้วมีมากมายแทบจะนับไม่ถ้วน แล้วคุณล่ะเมื่อนึกถึงมันแล้ว คุณคิดถึง “เด็ก” แบบไหนบ้าง








PROLOGUE :: อารัมภบท




Mayuki : คุณลูกตัวร้าย กับยัยคุณแม่จำเป็น




Yuiparu : ตา หู จมูก ปาก แขน ขา หรือว่าหัวใจ ไม่ว่าอย่างไหนฉันก็จะเป็นให้เธอ




Wmatsui : จงสยบแทบเท้าฉันซะ ยัยน้องสาวเจ้าปัญหา




Sayamilky : อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย ต้องยอมพลีกาย ให้เจ้าบ้านขี้เล่น (1) (2)




CHAPTER


[1]

[2]

[Special]

[3]

[4]

[5]

[6]

[7]

__________________________________________________________________________________________________

TALK : ขอขึ้นไว้แค่นี้ก่อนเนอะ อารมณ์อยากลงเรื่องใหม่ค่ะ55555

Share this post


Link to post
Share on other sites
ตั้งหน้าตั้งตารอเลยค่ะ 55555
แค่ขึ้นไว้ก็เด็ดแล้ว หึหึหึ

ยอมสยบแทบเท้าฉันนี้. . .เรนะซังจะใช้ค.รุนแรงหรอคะ?
แล้วยอมพลีกายนี้. . . (เห็นภาพ5555)
PiRsquare likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites

ทำไมคู่ซายะมิ้ลกี้คำคมมันแปลกๆ 

คู่ยุยพารุดูละมุนละไมสุดละมั้ง

Share this post


Link to post
Share on other sites

:dookdik_001_mushroom:  woww

รอลลลล์

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตั้งหน้าตั้งตารอเลยค่ะ 55555
แค่ขึ้นไว้ก็เด็ดแล้ว หึหึหึ

ยอมสยบแทบเท้าฉันนี้. . .เรนะซังจะใช้ค.รุนแรงหรอคะ?
แล้วยอมพลีกายนี้. . . (เห็นภาพ5555)

เฮียเป็นพวกซาดิสค่ะ55555 อันนี้ต้องรอดู

พลีกาย...//นึกภาพ เฮื้อออ ขอเลือดกรุ๊ปโอด่วนค่ะ!

 

//ปักธงรอค่ะ

เย้ดีใจมีคนรอ5555

 

รอซายะมิ้ลกี้เลยค่ะะ

ฟีดแบคเน่มิ้ลเค้าดีจริงค่ะ555555

 

สร้างบ้านรอ เบิ้ลอิ :dookdik_001_mushroom:

เดี๋ยวถ้าเบิ้ลอิมาจะเคาะประตูเรียกนะคะ

อ่านมายูกิไปก่อนก็ได้น้ะค้ะ

 

ซายามิ้ล >/////<

แอร้ยยยย XD

 

มีแต่เด็กมีปัญหาทั้งนั้นนนน แต่ละคู่

เป็นธีมของเรื่องค่ะ555555

 

นอนหลับรอเลยค่ะ อัพแล้วปลุกเค้าด้วยนะ

ตื่นๆๆได้แล้วค่ะ//เขย่าตัว อั่ก! โดนละเมอถีบ

 

รอซายะมิ้ลกี้ด้วยคน /// อิ อิ

ซายะมิลกี้มาอีกคนแล้ววว5555

 

รอออออออ^ω^

มาแล้วค่าาา

 

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

เด็กมีปัญหาทั้งนั้น XD
ปล.ชอบคำโปรยของSayamilkyจัง XD

คำโปรยนี่คิดนานมากค่ะ สุดท้ายก็ลงเอยแบบนี้

กลายเป็นว่าเด็ดสุดซะงั้น55555

 

ทำไมคู่ซายะมิ้ลกี้คำคมมันแปลกๆ 

คู่ยุยพารุดูละมุนละไมสุดละมั้ง

คำคมแปลกๆนี่คือดูส่อแปลกๆใช่มั๊ยคะ55555

ยุยพารุมาธีมเลี่ยนตายกันไปข้างค่ะ

 

ย้วยย  รอดูค่ะ 5555

มาแล้วค่าาา

 

รอเน่มิ้ว

น่อวววว เน่มิ้วมาอีกราย55555

 

:dookdik_001_mushroom:  woww

รอลลลล์

มาแล้วโน้ะะะะ

 

:dookdik_bun_20:   :dookdik_bun_20:  รอๆๆ

:dookdik_001_mushroom:

 

มารอด้วยยยยย

มาแล้วค่ะ เม้นปุ๊บมาปั๊บ :dookdik_003_mushroom:

Share this post


Link to post
Share on other sites

อารัมภบทที่ 1

คุณลูกตัวร้าย กับยัยคุณแม่จำเป็น

 

        “เด็กกำพร้า” ในทางกฎหมายได้ให้ความหมายไว้ว่า เด็กที่บิดาหรือมารดาเสียชีวิต เด็กที่ไม่ปรากฏบิดามารดาหรือไม่สามารถสืบหาบิดามารดาได้

 

        “เด็กกำพร้า” นับเป็นส่วนหนึ่งในปัญหาสังคมปัจจุบันที่ยากจะแก้เช่นเดียวกัน พวกเขาเหล่านั้นถูกมองว่าโชคร้าย บางครั้งก็ถูกเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองดูหมิ่น บางครั้งก็ถูกรังแก ถึงมันจะช่วยไม่ได้เพราะมนุษย์เรานั้นไม่สามารถเลือกเกิดได้ แต่พวกเขาก็สมควรที่จะได้รับไออุ่นและการดูแลเช่นเดียวกับเด็กทั่วๆไป

 

        “คุณแม่คะ!!!!!” เสียงของเด็กสาวดังกึกก้องไปทั่ว เรียกได้ว่าได้ยินกันสามบ้านแปดบ้านเลยทีเดียว

       

        คนถูกเรียกเมื่อได้ยินเสียงเรียกดังลั่นก็ละทิ้งสิ่งที่กำลังทำอยู่และรีบวิ่งถลาออกมาจากห้องทำงานของตัวเองทันที

       

        คาชิวากิ ยูกิ อายุ 23 ปี จบการศึกษาจากระดับอุดมศึกษาได้ไม่นาน และเพิ่งได้งานเป็นพนักงานในบริษัทออแกไนซ์ แถมตอนนี้ยังพ่วงตำแหน่งคุณแม่ยังสาวอีกด้วย

       

        และตอนนี้ยูกิก็กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงประดุจดั่งกำลังแข่งวิ่งร้อยเมตรหญิงชิงแชมป์โลกเพื่อไปยังห้องนอนซึ่งเป็นที่มาของเสียงเรียก

 

        “เกิดอะไรขึ้น มายุ!” ยูกิเปิดประตูห้องที่ทั้งเก่าและโทรมสุดแรงเกิด

 

        ภาพตรงหน้าคือเด็กสาวตัวเล็กน่ารักที่กำลังใช้มือน้อยๆขยี้ตาในสภาพงัวเงียจากการเพิ่งตื่นนอน ผมสีดำขลับที่กระเซอะกระเซิง ดวงตาที่เหมือนจะยังลืมไม่ขึ้น แสงแดดในตอนเช้าที่ลอดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างส่องมายังเด็กน้อยที่นั่งโงนเงนอยู่บนเตียง ทำให้ผิวขาวเนียนและอ่อนเยาว์ของเธอยิ่งเปล่งประกาย ชุดนอนตัวยาวสีขาวที่ปกคลุมร่างกายตอนนี้เริ่มค่อยๆหลุดลงมาทีละน้อย

 

        ชื่อของเธอคือ วาตานาเบะ มายุ อายุ 8 ปี ผู้ซึ่งตะโกนเรียกคุณแม่เมื่อครู่

 

        “ถอดชุดให้มายุหน่อย มายุจะอาบน้ำ” ประโยคนั้นทำเอายูกิแทบจะหน้าคะมำลงกับพื้นด้วยเรี่ยวแรงที่ยังหลงเหลืออยู่ ก็คนเค้าอุตส่าห์รีบวิ่งมาด้วยความเป็นห่วงนึกว่าเป็นอะไรไป

 

        “เป็นอะไรตั้งแต่เช้าล่ะเนี่ย ปกติก็ทำเองไม่ใช่หรอ”

         

        “ก็วันนี้มายุอยากให้คุณแม่ทำให้อ่ะ ช่วยหน่อยสิ”

 

     “เป็นเด็กที่เอาแต่ใจจริงๆเลยนะ แล้วก็…เลิกเรียกฉันว่าคุณแม่ซักทีเถอะ รู้สึกแปลกๆยังไงก็ไม่รู้” ยูกิพูดขึ้นพลางยกมือเหน็บผมข้างหูก่อนเข้าไปหามายุเพื่อถอดเสื้อให้

 

     ขณะที่ยูกิคุกเข่าลงกับพื้นและกำลังจะปลดกระดุมชุดนอนเม็ดแรกของมายุ จู่ๆเด็กสาวก็เลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ยูกิ และกระซิบที่ข้างหูอย่างแผ่วเบาแต่ช่างชัดเจน จนทำให้ใบหน้าขาวเนียนของคนฟังถูกเจือไปด้วยสีชมพูระเรื่อ

 

     “งั้น…เรียกว่า‘ ที่รัก’ดีมั๊ย”

 

        “ยะ ยัยเด็กแก่แด-  อุ๊บ“ ยังพูดได้ไม่ทันจบยูกิก็โดนจู่โจมด้วยจุมพิตรับอรุณจากเด็กสาว ทำให้อุณภูมิร่างกายของยูกิสูงเสียยิ่งกว่าแสงแดดที่เจิดจ้าในเช้านี้เสียอีก และแน่นอนว่าจุมพิตนั้นไม่ได้หยุดอยู่แค่จุมพิตธรรมดา ริมฝีปากสวยได้รูปของยูกิที่ถูกละเลงด้วยริมฝีปากน้อยๆก็เริ่มสัมผัสได้ถึงแรงดันจากลิ้นอุ่นๆ และทันทีที่ยูกิมีช่องว่างลิ้นนั่นก็ค่อยๆสอดเข้าไปในโพรงปาก มือของยูกิที่กำลังจะปลดกระดุมเปลี่ยนเป็นลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างเล็กๆของมายุ เด็กสาวเองก็ใช้มือเล็กๆลูบไล้ตามลำคอของยูกิ และสัมผัสนั้นก็ค่อยๆทวีความร้อนแรงมากขึ้น มากขึ้น

 

ในวันนั้น

 

        “เสียใจด้วยนะครับ ยูกิซัง เรื่องพี่สาวของคุณ ขอให้คุณสู้ต่อไปนะครับ”

        พี่สาวของยูกิเสียชีวิตจากการโดนลูกหลงในขณะที่เกิดการวิวาทกันในหมู่วัยรุ่น พวกนั้นใช้ปืนขึ้นขู่กันแต่แล้วมันก็ลั่น แต่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าพี่สาวของยูกิที่เพียงเดินผ่านจะกลายเป็นผู้เคราะห์ร้ายที่โดนกระสุนปืนนั่นเข้าตรงกลางหัวใจพอดิบพอดี วันนั้นพี่สาวของยูกิตั้งใจจะไปซื้อของทำเซอร์ไพรส์วันเกิดให้ลูกสาว(ลูกติดพ่อ)ที่ซึ่งถูกสามีทิ้งไว้ให้ตนเลี้ยงเพียงคนเดียว

 

        “แล้วจะทำยังไงกับเด็กคนนี้ดีล่ะคะ” ท่ามกลางวงสนทนาของบรรดาแขกผู้ร่วมงานพิธีศพมีหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น

 

        “ดิฉันเอง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะรับเลี้ยงเอาไว้นะคะ แต่ที่บ้านฉันมีลูกอยู่แล้วสี่คน”

 

        “ผมเองก็สงสารนะ แต่บ้านผมเองก็เต็มที่แล้วเหมือนกัน”

 

        “ที่อยู่ที่นี่ส่วนใหญ่ก็มีแต่เพื่อนร่วมงานของคาชิวากิซัง ไม่มีญาติที่ไหนอีกบ้างหรอคะ”

 

       “ลองติดต่อพ่อของเด็กคนนี้ดูมั๊ย”

 

       “หรือไม่ก็ลองติดต่อสถานสงเคราะห์

 

        “เดี๋ยวก่อนค่ะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางเสียงพูดคุยมากมาย ผู้พูดนั้นก็คือน้องสาวของผู้เสียชีวิต และเธอยังคงพูดต่อ

 

        “ฉันจะรับเลี้ยงเด็กคนนี้เองค่ะ”

 

        “ยูกิซัง คุณยังอายุน้อยอยู่เลยนะครับ อีกอย่างตอนนี้คุณก็ตัวคนเดียวแล้วนะ จะไหวหรอ”

 

        “ก็จริงอย่างที่คุณพูด ตอนนี้ฉันเหลือตัวคนเดียว ฉันไม่มีใครอีกแล้ว พ่อแม่ฉันก็ไม่มีมาตั้งนานแล้ว ใช่ ฉันเองก็เด็กกำพร้าดีๆนี่แหละ เพราะฉะนั้นฉันจึงเข้าใจความรู้สึกของเด็กคนนี้ดี แล้วอีกอย่างก่อนที่พวกคุณจะตัดสินว่าให้เค้าไปอยู่ที่นั่นที่โน่น คุณถามความเห็นของเค้าหรือยัง”

 

         “ยูกิซัง เราไม่ได้กำลังเล่นเกมกันอยู่นะคะ คุณยังเป็นแค่นักศึกษา ลำพังตัวเองยังลำบากแล้วเลย ถ้ามีเด็กคนนี้อีกคนจะไม่ยิ่งลำบากหรอคะ แล้วถึงต่อให้เค้าไม่อยาก แต่เพื่อชีวิตของเค้าเองมันก็จำเป็นนะคะ”

 

       “มันก็อาจจะจริง แต่ฉันจะทำให้ได้ ฉันจะเลี้ยงเด็กคนนี้เอง ทั้งค่ากินค่าอยู่ ค่าเล่าเรียน ฉันไม่มีทางยอมให้เค้าเป็นเด็กกำพร้าในสถานสงเคราะห์ หรือให้ใครที่ไว้ใจไม่ได้มารับผิดชอบชีวิตเด็กคนนี้ ฉันจะเป็นแม่ให้เค้าเองค่ะ”

 

        “แต่คุณยังอายุไม่ถึงเกณฑ์ที่จะรับบุตรบุญธรรมได้นี่ครับ”

 

        “อีกไม่กี่ปีก็ถึงแล้วค่ะ พอถึงวันนั้นเด็กคนนี้ก็จะเป็นลูกสาวของฉันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เค้าจะต้องมีชีวิตที่ดีไม่แพ้เด็กคนอื่นๆ ฉันจะหาเลี้ยงเค้าด้วยสมองและสองมือของฉันนี่แหละ คอยดูนะคะ”

 

     แล้วยูกิก็เดินไปคุกเข่าลงตรงหน้าเด็กน้อยที่เอาแต่ยืนนิ่งเงียบ เด็กสาวไม่มีน้ำตาแม้ซักหยดเดียว แม้แต่เสียงสะอื้นก็ไม่มีเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินเลยซักแอะ

 

        “ไม่ต้องห่วงนะ เธอไม่ใช่เด็กกำพร้าหรอกนะ ถ้าอยากจะร้องไห้ก็ร้องออกมาเถอะ เพราะหลังจากนี้ฉันจะไม่ให้เธอมีน้ำตาอีกแล้ว” ทันใดนั้นเด็กน้อยก็ปล่อยโฮชุดใหญ่ออกมาทันที ยูกิจึงโอบกอดเด็กน้อยและลูบหัวเป็นการปลอบประโลม เด็กน้อยกอดยูกิกลับและปล่อยให้น้ำตาพรั่งพรูออกมา ท่ามกลางสายตาที่สื่อถึงความเวทนาของผู้ใหญ่ที่มองมายังทั้งสองคน

 

และเพราะวันนั้นจึงทำให้ทุกวันนี้

 

        “นี่ คุณแม่คะ”

 

        ขณะนี้ทั้งคู่กำลังนอนทอดกายอยู่บนตียงสีขาวในห้องนอนในสภาพเปลือยเปล่า เสื้อผ้ากระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นห้อง

 

        “ระ เรียกยูกิสิ…ทำขนาดนี้ยังจะเรียกว่าแม่กับลูกได้อีกหรอ” ยูกิตอบกลับอย่างอ้อมแอ้ม

 

        “นั่นสิเนอะ ยูกิ ขอบคุณนะคะที่ช่วยถอดเสื้อให้” มายุพูดและหันไปส่งสายตาหวานเยิ้มให้ยูกิ

 

        “มันจะเป็นแค่การถอดเสื้อให้ปกติ ถ้ามายุไม่ทำแบบนั้น…” ยูกิพูดด้วยใบหน้าที่แดงเล็กน้อย

 

        “ทำแบบนี้น่ะหรอ จุ๊บ” มายุยันตัวเองขึ้นให้ใบหน้าประชิดกับยูกิที่นอนหงายอยู่แล้วเลื่อนริมฝีปากไปแตะริมฝีปากของยูกิเบาๆ

 

        “ละ เลิกทำแบบนี้ซะทีได้มั๊ย ยังไงฉันก็จะเป็นแม่ของเธอในอนาคตนะ” ถึงจะเขินแต่ยูกิก็ยังมีท่าทีปฏิเสธ

 

        “แบบนั้นก็รักกันไม่ได้น่ะสิ เลิกคิดที่จะเป็นคุณแม่ แล้วมาเป็นเจ้าสาวของมายุแทนดีกว่านะคะ”

 

        “บางทีฉันก็แอบคิดนะ ว่าเธอเป็นเด็กอยู่จริงๆหรือเปล่า”

 

        “มายุโตแล้วนะคะ เพราะมายุรู้จักความรักแล้วไง ยูกิล่ะโตหรือยัง”

 

        “ฉันก็โตแล้วน่ะสิ ดูสิตัวโตกว่ามายุตั้งเยอะ”

 

        “ไม่ได้หมายถึงตัว หมายถึงตรงนี้ต่างหาก…หัวใจน่ะ” มายุพูดพลางกุมมือยูกิแล้วนำมาวางทาบบนอกข้างซ้าย ซึ่งการกระทำนั้นทำให้ยูกิหัวใจเต้นระรัว ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงหู

 

        “ก็อาจจะโตแล้วหละมั้ง…ฉันว่าฉันคงเป็นโรคจิตประเภทนึงแน่ๆที่ไปหลงรักเด็กน้อยแบบนี้” ประโยคสุดท้ายนั้นเป็นเพียงการบ่นเบาๆ แต่ก็ชัดเจนพอให้มายุได้ยิน

 

        “ถึงจะโรคจิตก็ร้ากกกกก” มายุพูดพร้อมกับเอาหน้าฟัดแขนยูกิไปมา

 

       ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเจอกับอุปสรรคแบบไหน แต่นับตั้งแต่วันที่ยูกิมีมายุเข้ามาในชีวิต เธอก็ได้ให้สัญญากับตัวเองว่าจะขอดูแลมายุให้ดีที่สุด จะให้ความรักและความอบอุ่นกับมายุให้มากกว่าพ่อแม่ทุกคนบนโลกนี้ที่ให้ลูก ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม

 

     ‘มีคนเคยกล่าวไว้ว่า ความรักไม่ใช่สิ่งที่ผิด ถ้าอย่างนั้นคงไม่ผิดใช่มั๊ยที่คุณแม่จำเป็นอย่างฉันจะรักลูกตัวร้ายอย่างเธอ

 

แม่รักลูก…ก็เรื่องปกตินี่เนอะ

 

 

___________________________________________________________________________________________________

 

TALK : ตอนนี้ดูชักจูงไปทางผิดศีลธรรมยังไงไม่รู้555555

มายุนางร้ายมาก โลลิมากกกก555

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะคะ 

Share this post


Link to post
Share on other sites

อ่อยยยยยยย มายุ!!!! หนู 8 ขวบ จริงง่ะ!!? คือแบบช็อคค่ะ // ไซเรนตำรวจผ่านตะกี้นี่เอง ใจหายแว๊บเลยเชียว :dookdik_penguin_4:

ผิดศีลธรรมนิดหน่อย(ไม่หน่อยแล้วมั๊งนิ)ก็ไม่เป็นไรหรอกเนาะ ก็เด็กมันน่ารักกกกกอ่ะ :dookdik_003_mushroom:

ปล. 23 กับ 8 ไม่ใช่แค่แม่แล้วค่ะ เรียกป้าได้เลยแหละเนี่ย555555555

Share this post


Link to post
Share on other sites
คือแบบว่า มายุ หนู 8 ขวบจริงๆน่ะลูก ความคิดหนูเกินตัวมากกก
ผิดศีลธรรมไปนิด แต่ก็ฟินแท้~

Share this post


Link to post
Share on other sites
มายุ หนูไปเรียนมาจากไหนลูก
จะเป็นลม 5555

ดูวีแววแล้ว อีก3ตอนที่เหลือ ก็คงจะผิดศีลธรรมสินะคะ หึหึหึหึ
PiRsquare likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites
มาแนวนี้เลยหรอ∑(;°Д°)
มายุนี่มาแนวเดียวกับเรื่องออแฟนใช่ไหม
ที่ปลอมตัวเป็นเด็ก ยูกิซังควรตรวจสอบประวัติก่อนนะคะ∩( ・ω・)∩

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now