[SF] Why are you so annoying? (wmatsui) 06[END] up*03-04-2016

87 posts in this topic

05

 

 

 

 

 

 

 

                ระหว่างคาบเรียน ฉันเอาแต่มองไปทางหัวหน้าห้องที่นั่งตั้งอกตั้งใจเรียนอยู่อย่างนั้น ผิดกับฉันที่มีอะไรมากมายให้ต้องขบคิด ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหางคิ้วของตัวเอง ยังเจ็บอยู่เลยแฮะ กว่าจะหายคงสักสองสามวัน

 

 

พอถึงเวลาพักเที่ยง จูรินะก็เดินมายืนอยู่หน้าโต๊ะของฉันเหมือนเคย รอยยิ้มของเธอก็ยังคงเด่นชัด ส่วนที่ข้อมือของเธอก็ยังคงพันผ้าพันเคล็ดเอาไว้ คงจะไม่หายในเร็ววันนี้แน่ ๆ

 

 

 

                “ไปกินข้าวกัน”   เธอยังทำตัวเหมือนปกติ เหมือนเคย ฉันก็เลยคิดว่า ฉันก็ควรทำตัวเป็นปกติเช่นกัน ฉันลุกขึ้นแต่ตั้งใจจะไปกับจูรินะ แต่ว่า...

 

                “มัตสึอิ”

 

 

 

ทั้งฉันและเธอหันไปทางหน้าห้องพร้อมกัน คนที่ยืนอยู่หน้าห้องทำหน้างงสักพัก ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าทั้งฉันและจูรินะนามสกุลเดียวกัน

 

 

 

                “อ่า จูรินะน่ะ ขอคุยด้วยหน่อยสิ”

 

 

 

จูรินะพยักหน้า และเดินไปคุยกับหญิงสาวคนนั้น ก่อนจะมองมาทางฉัน และบอกกับฉันเป็นการขยับปากให้ฉันไปก่อนได้เลย ส่วนเธอก็หายไปกับหญิงสาวคนนั้น

 

 

แล้วเธอไปไหนกันนะ ฉันได้แค่ถอนหายใจออกมา จะตามไปดีมั้ย หรือจะไปหาอะไรกินที่โรงอาหาร หรือว่า... จะไปนั่งเงียบ ๆ คนเดียวบนดาดฟ้า วันนี้อาจจะได้เงียบจริงก็ได้ เพราะจูรินะไม่อยู่ด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

..........................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                แต่ทว่า ฉันกลับไม่ได้ไปโรงอาหาร และไม่ได้ไปที่ดาดฟ้า ตอนนี้ฉันได้แต่เดินไปทั่วอาคารเรียน เพราะไม่รู้ว่าจูรินะไปไหนของเธอกัน จนได้เจอกับคนที่มาหาจูรินะที่ห้อง

 

 

 

                “แล้วจูรินะล่ะ”    ฉันถามเธอคนนั้น ก่อนที่เธอจะเดินผ่านฉันไป

 

                “เอ่อ ไปคุยกับนัตสึกิน่ะ”   นัตสึกิอย่างนั้นหรอ ฉันขมวดคิ้วเข้าหากัน ไปคุยกันด้วยเรื่องอะไร

 

                “เธอให้มาตามจูรินะไปคุยด้วยหรอ”

 

 

 

เพื่อนร่วมชั้นคนนั้นพยักหน้ารับ และเดินจากไป ส่วนฉัน... รู้สึกไม่ค่อยดีเลยที่นัตสึกิเรียกจูรินะไปคุยด้วย และไปคุยกันที่ไหน โรงเรียนนี้ ก็ไม่ได้เล็ก ๆ ซะด้วย จะหาเจอมั้ยนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

…………………………

               

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ฉันเดินเลาะไปตามทางเดินแคบ ๆ หลังตึกเรียน ฉันไม่รู้นัตสึกิเรียกจูรินะไปคุยเรื่องอะไร แต่ฉันว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ดีเท่าไหร่ ก็เมื่อวานฉันซัดเธอไปซะน่วม แล้ววันนี้จะมาคุยกับจูรินะเนี่ยนะ น่าแปลกใจชะมัด

 

 

และ... ทำไมฉันต้องห่วงจูรินะมากมายขนาดนี้กันนะ เพื่อนกันงั้นหรอ ฉันแค่นเสียงในคอ มันจะเป็นแค่นั้นได้ยังไงกันล่ะ

 

 

 

                “ถ้าเธอเอาเรื่องนี้ไปบอกกับพวกครู พวกมาเซอร์ เธอเดือดร้อนแน่”

 

 

 

ฉันได้ยินเสียงไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่ฉันยืนอยู่ และถ้าจำไม่ผิด ก็น่าจะเป็นเสียงของนัตสึกิ ฉันไม่ลืมเสียงคนที่ไม่ชอบขี้หน้าหรอกนะ

 

 

 

                “ฉันไม่บอกหรอก ยังไงก็ไม่บอก”    และเสียงนี้คือเสียงของคนที่ฉันตามหา คุยเรื่องอะไรกัน เรื่องเมื่อวานอย่างนั้นหรอ

 

                “ฉันจะเชื่อใจเธอได้ยังไง อย่างน้อยมันก็ต้องมีหลักประกันกันบ้าง”   

 

 

 

ดูจากรูปประโยคแล้ว ท่าทางจูรินะน่าจะตกที่นั่งลำบาก ฉันเลยรีบเดินไปทางต้นเสียง ก่อนจะพบจูรินะ อยู่กับนัตสึกิ และก็เพื่อนกลุ่มเดิมของเธอ

 

 

 

                “คุยอะไรกันอยู่หรอ”   ฉันถามเสียงเรียบ แต่สีหน้าของฉันแสดงออกว่าพร้อมมีเรื่องเต็มที่ ส่วนนัตสึกิก็ทำหน้าไม่ค่อยพอใจเหมือนกันที่เห็นฉันปรากฏตัว แต่เพื่อนของเธอกลับดูไม่อยากจะเสี่ยงกับเรื่องนี้

 

                “ก็แค่คุยตกลงอะไรกันนิดหน่อย”    นัตสึกิถอยตัวออกจากจูรินะ จูรินะมองมาทางฉัน พอเห็นฉันปรากฏตัวเท่านั้นแหละ เธอก็ยิ้มออกมา ให้ตายสิ นี่ไม่ได้เข้าใจสถานการณ์เลยใช่มั้ย ว่ามันอะไรยังไง ยังยิ้มออกมาได้อีกทั้ง ๆ ที่เรื่องซวยกำลังรออยู่ตรงหน้า

 

                “คุยเสร็จแล้วใช่มั้ย”

 

 

 

คำถามที่ฉันไม่ได้ต้องการคำตอบ ฉันเดินเข้าไปคว้าข้อมือข้างที่ไม่เจ็บของจูรินะ พาเธอออกมาจากตรงนั้น ไม่มีการตอบโต้ หรือขัดขืนใด ๆ จากอีกฝั่ง ดูเหมือนพวกนัตสึกิก็คงไม่อยากมีเรื่องกับฉัน เพราะเพิ่งเจ็บตัวมา

 

 

ฉันเดินพาจูรินะออกมาโดยที่ไม่หันมองเธอ แต่รู้สึกได้ถึงมือของเธอที่จับข้อมือของฉันเอาไว้เหมือนกัน

 

 

 

                “เป็นห่วงหรอ ถึงมาน่ะ”    จูรินะถามฉันแบบนี้อีกแล้ว ถามเรื่องเป็นห่วง... ฉันได้แต่ถอนหายใจ ไม่ได้ตอบคำถามนั้น

 

                “แล้วทำไมถึงยอมมาคุยกับยัยนั่น”   ฉันพูดถึงนัตสึกิ โดยที่ไม่หันไปมองคนที่คุยด้วย    “ก็รู้ว่าเมื่อวานเพิ่งมีเรื่องกับฉัน คงไม่ได้ชวนเธอมาจิบน้ำชาพร้อมชมนกชมไม้หรอกมั้ง”

 

                “รู้”   รู้แล้วยังจะทำ ฉันไม่เข้าใจเลยว่ามันเพราะอะไร    “แต่ก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าเธอจะมามั้ย”

 

 

 

เล่นเอาฉันหยุดเดิน ส่วนจูรินะเองก็หยุดเหมือนกัน ปล่อยมือจากเธอ และหันมองคนที่ยังมีรอยยิ้มอยู่เต็มใบหน้า สถานการณ์แบบนี้ยังจะยิ้ม

 

 

 

                “ต้องการอะไร”    นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอพูดจาอะไรแบบนี้ และฉันไม่เข้าใจเอาเสียเลย ว่าเธอต้องการสื่ออะไรกันแน่

 

                “ก็แค่... อยากให้รู้ว่าฉันรู้สึกยังไง”    เธอยังคงพูดเรื่องอะไรพวกนี้ออกมาได้อย่างง่ายดาย    “แล้วเรนะซังล่ะ ไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกับฉัน... อย่างนั้นหรอ”

 

                “ไม่”  

 

 

 

ฉันรีบตอบออกไปทันที แต่ดูจูรินะจะไม่ได้ผิดหวัง หรือเสียใจกับคำตอบของฉันแม้สักนิด เธอแค่ยิ้ม และมองจ้องฉันอยู่แบบนั้น มองฉันเหมือนกับว่า เธอรู้ดียิ่งกว่าตัวฉันรู้ใจตัวเองเสียอีก

 

 

 

                “ฝนพอมันตกลงมาแล้ว ยังไงก็ต้องเปียก”

 

                “ก็หลบฝนจนกว่ามันจะหยุดสิ จะออกไปเปียกทำไม”   ฉันตอบคำถามออกไปทั้ง ๆ ที่ก็ไม่เข้าใจชัดเจนหรอกว่าจูรินะพูดมานั้น เธอต้องการจะสื่ออะไรกันแน่

 

 

                “ชอบฉันก็บอกมาเถอะ”

 

 

 

 

อื้อหือ ถามออกมาไม่ได้เกรงไม่ได้กลัวอะไรเลย แถมยังเดินเข้ามาใกล้อีก ฉันถอยหลังออกห่างจากจูรินะ แต่จูรินะยังคงยิ้ม และเดินเข้าหาท่าทางสนุก ๆ อะไรของเธอกันนะ

 

 

 

                “นี่ ทำไมต้องปากแข็งด้วย เป็นห่วงฉันก็บอก ชอบฉันก็บอก ไม่ได้หรอ”    เธอทำเป็นเหมือนกับรู้ใจฉันดีนัก ทั้ง ๆ ที่... ทั้ง ๆ ที่... ฉันไม่อยากยอมรับมันสักนิด

 

                “ไม่”

 

 

 

ไม่รู้ว่ามันคือ ไม่ ไหน ไม่ชอบ ไม่ห่วง หรือไม่บอก ฉันเองก็ยังไม่แน่ใจ แต่จูรินะกลับพยักหน้าออกมาน้อย ๆ และทำหน้าเศร้า ๆ แต่ดูเหมือนจะล้อเล่นกับฉันยังไงก็ไม่รู้

 

 

 

                “ฉันชอบเรนะซังนะ ชอบมาก ชอบจนเก็บความรู้สึกนี้เอาไว้แค่ในใจไม่ได้อีกแล้ว”   

 

 

 

กลายเป็นจูรินะที่บอกชอบฉันออกมาไม่หยุด บอกแบบฟูลคอมโบ้ด้วย ฉันรู้สึกว่าตัวเองหน้าร้อนผ่าวกับความรู้สึกของจูรินะที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างง่ายดาย ...สุดท้ายฉันก็ทนเผชิญหน้ากับจูรินะไม่ได้ เลยหันไปทางอื่น และเดินไปให้พ้นจากที่ตรงนั้น

 

 

 

                “นี่ ไม่คิดฉันจะบอกฉันหน่อยหรอ ว่าเรนะซังรู้สึกยังไงกับฉันกันแน่”   ยังตามมาถามอีก ฉันหันมองเธอท่าทางเอาเรื่อง   “อุ้ย”

 

 

 

ทำเป็นตกใจ แต่ตั้งใจกวนประสาทแน่ ๆ โอ๊ย ทำไมต้องมีคนแบบนี้มาคอยตามติดฉันด้วยนะ

 

 

 

                “เขินหรอ”    ยังไม่เลิกอีกนะ จูรินะ

 

                “ปัดโธ่”

 

 

 

ฉันสบถออกมาเสียงดัง พร้อม ๆ กับเสียงหัวเราะของจูรินะ ก็ได้แต่หงุดหงิดใจกับเสียงหัวเราะคิกคักของคนที่เดินข้าง ๆ น่ะนะ ก็ได้แค่หงุดหงิดใจ... ในเมื่อทำอะไรไม่ได้แล้วนี่ ทำอะไรไม่ได้จริง ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

…………………………….

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ตอนค่ำ ฉันได้แต่เอาปากกาเคาะโต๊ะ กับหน้ากระดาษการบ้านที่ว่างเปล่า คิดอะไรไม่ออกเลย เพราะมีเรื่องของจูรินะมากวนใจอยู่เนี่ยน่ะสิ ไอ้คนยิ้มเก่งคนนั้น...

 

 

 

                ก๊อก ก๊อกก๊อกก๊อก ก๊อกก๊อก

 

 

 

มาเป็นจังหวะเลย ฉันเกาหัวตัวเองแล้วลุกไปเปิดประตู จะเป็นใครไปได้ นอกจากคนที่ทำให้ฉันคิดอะไรวุ่นวายในหัวจนไม่เป็นอันทำอะไร

 

 

 

                “มีอะไร”

 

 

 

เธอยกมือข้างที่ถือยานวดกับผ้าพันเคล็ดให้ฉันเห็น กลายเป็นความรับผิดชอบชองฉันไปแล้วงั้นสิ ฉันผ่อนลมหายใจออกมา แล้วยอมให้อีกคนเดินเข้ามาในห้อง อีกคน... ที่ยังยิ้ม... ยิ้มเหมือนกำลังจะกวนประสาทฉันอย่างไรอย่างนั้น

 

 

เธอไปนั่งลงที่เตียงโดยที่ฉันไม่ทันได้บอก ฉันเลยได้แต่เดินไปนั่งข้าง ๆ และดึงมือข้างที่เจ็บมา หยิบยานวดมาทาให้ มันบวมยิ่งกว่าเดิมเสียอีก คงเพราะเมื่อวานที่เธอโดนดาบชิไนฟาดเข้าไป ฉันส่ายศีรษะออกมา ทำอะไรไม่เข้าเรื่องอยู่เรื่อย

 

 

 

                “จะหายเมื่อไหร่เนี่ย”   ฉันบ่นไปทายาไป

 

                “เป็นห่วงหรอ”

 

                “เปล่า”   รีบตอบเหมือนเคย   “ก็แค่ไม่อยากต้องมานั่งทายาพันผ้าให้คนที่มันทำเองไม่ได้น่ะ”

 

 

 

หัวเราะงั้นหรอ ฉันเงยหน้ามองจูรินะ หัวเราะอะไร ล้อเล่นกับฉันงั้นหรอ ฉันส่ายศีรษะ แล้วทำเป็นไม่สนใจ

 

 

 

                “ไม่เห็นจะต้องปากแข็งเลย”   ยังไม่หยุดอีกนะจูรินะ ทำไมถึงเป็นคนที่ทำให้ฉันรู้สึกรำคาญใจได้มากขนาดนี้   “เป็นห่วงขนาดนี้ ถ้าไม่รู้สึกอะไรเลยจริง ๆ ก็เกินไปแล้ว”

 

                “เงียบไปเลย”   ฉันบอก เริ่มจะอารมณ์ไม่ดีแล้ว จูรินะทำเป็นพูดเหมือนมองฉันได้ทะลุปรุโปร่งอย่างนั้นหละ หรือถ้าไม่ เธอก็คงหลงตัวเองอยู่ไม่น้อย

 

                “ทำไม เขินรึไง”    เธอถามลอยหน้าลอยตา หน้าตาของจูรินะตอนนี้มันน่าหมั่นไส้จนบอกไม่ถูก ฉันกัดกรามตัวเองแน่น หงุดหงิดกับทุกคำพูดที่เธอพูดออกมาก็ว่าได้

 

                “ถ้าพูดอะไรออกมาอีกล่ะก็...”

              

                “เรนะซังจะทำอะไรฉันอย่างนั้นหรอ”   เธอพูดเสียงท้าทาย และดูจะไม่เข้าใจในความอดทนของฉันที่มีอยู่อย่างจำกัด   “ก็แค่พูดความรู้สึกออกมา...”

 

 

 

ยังไม่ทันที่จูรินะจะพูดจบ ฉันก็ปล่อยมือจากเธอ และเปลี่ยนไปดันไหล่ของเธอไปด้านหลัง กดเธอลงกับเตียง คราวนี้ได้เห็นสีหน้าตกใจของจูรินะเต็ม ๆ ทำไมถึงเป็นคนพูดมากได้ขนาดนี้นะ

 

 

 

                “เฮะ เรนะซัง...”

 

 

 

ไม่ทันที่เธอจะได้พูดอะไรต่อ ฉันก็โน้มตัวลงไป ปิดปากคนปากมาก... ด้วยริมฝีปากของฉัน อยากรู้นักใช่มั้ย.... ช่างถามนักใช่มั้ย

 

 

ฉันรู้สึกได้เลยว่าเธอตกใจเพียงไม่นาน สุดท้ายเธอก็ตอบรับรอยจูบของฉัน ฉันได้ยินเสียงเธอครางในคอ เสียงนั้นที่ทำให้กลางอกของฉันร้อนรุ่มเหมือนโดนไฟแผดเผา

 

 

ความรู้สึก ทั้งอ่อนโยน ทั้งร้อนแรง สร้างความปวดแปลบข้างในหัวใจของฉัน เหมือนว่าความเจ็บแน่นนั้นมันพร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ

 

 

 

            

               สักพักฉันก็ดันตัวเองขึ้น เฝ้ามองคนด้านล่างที่หน้าอกขยับเคลื่อนไหวรุนแรงเพื่อพยายามรักษาระดับลมหายใจของตัวเอง เธอ...ไม่ได้ยิ้มเหมือนทุกครั้ง

 

 

ฉันลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะเอามือลูบใบหน้า ความคิดหลากหลายตีรวนอยู่ในหัววุ่นวายไปหมด จูบเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้น ๆ แต่ความรู้สึกบางอย่างคงตกค้างอยู่ในใจเป็นเวลายาวนาน

 

 

แอบลอบมองคนที่ยังทิ้งตัวนอนอยู่ที่เตียงไม่ยอมลุกขึ้นมา เธอหลบสายตาฉันไป แต่ฉันเห็นรอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากของเธอ

 

 

รอยยิ้มที่ฉันไม่ได้รู้สึกรำคาญมันอีกแล้ว

 

 

 

                “อย่าพูดอะไร..”   ฉันพูดเสียงไม่ค่อยพอใจ ไม่พอใจตัวเอง และจูรินะดูจะยอมฟังที่ฉันพูดบ้างแล้ว

 

 

 

 

                ไม่นานเธอก็ลุกขึ้น และส่งผ้าพันเคล็ดให้ฉัน เราไม่ได้พูดอะไรกันอีก อย่างน้อยฉันก็คิดถูก ที่จะทำให้คนอีกคนหนึ่งเลิกพูด เลิกถามไปได้

 

 

ฉันพันผ้าให้เธอเสร็จ เธอขอบคุณฉันเสียงแผ่ว และเดินออกจากห้องไปเงียบ ๆ ฉันได้แต่เฝ้ามองดูบานประตูที่ปิดลง มองค้างอยู่อย่างนั้นเป็นนาที

 

 

                               

                “ใครจะไปพูดอะไรน่าอายแบบนั้นออกมาได้ง่ายดายเหมือนเธอกันล่ะ”

 

 

 

ฉันบ่นจูรินะทั้ง ๆ ที่เธอก็ไม่ได้อยู่ในห้องนี้แล้ว ความรู้สึกบางอย่างฝังแน่นอยู่ที่ริมฝีปาก... และข้างในหัวใจ

 

 

ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง จ้องมองเพดานสีสะอาดและถอนหายใจออกมา มันน่าเจ็บใจไม่ใช่หรอ ที่ต้องยอมรับสิ่งที่อีกคนพูดออกมาได้หน้าตาเฉย ถูกมองออกขนาดนั้นเลยหรอ และ... มันจะไม่อะไรเลย ถ้าคนอีกคนไม่ใช่จูรินะ ไอ้คนน่าหมั่นไส้คนนั้น ที่พูดความรู้สึกออกมาได้หน้าตาเฉย เหมือนมันไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร

 

 

ฉันหลับตาลง ยกมือขึ้นแตะริมฝีปากของตัวเอง หรือเพราะว่าจูรินะเป็นคนแบบนี้กันนะ ถึงได้ทำให้ฉันปั่นป่วนไปหมด

 

 

 

                “สงสัยคงต้องยอมแพ้”

 

 

 

คงต้องยอมแพ้ให้กับหัวใจตัวเองแล้วจริง ๆ

 

 

 

………………………….

 

 

 

 

TBC.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

=========================================

 

 

ยอมแพ้ไปซะ!!!

เรนะซัง

juretanz likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites
รู้สึกแปลกๆ (ถ้าเราไม่ได้คิดไปเองนะ)
ถ้ามันไม่มีอะไรอย่างที่เรารู้สึกคงใกล้จบแล้วสินะคะ
เรนะนี่ปากแข็งได้น่ารักจริงๆ // ความทาสมาเต็ม ฮาาา
อิจูคงไม่ได้มาหลอกเรนะหรอกนะแบบอยากเอาชนะไรเงี้ยนี่แหละสิ่งที่รู้สึกแปลกๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites
เรื่องมันจะง่ายขนาดนี้เชียวหรอ ไม่มั้ง..

Share this post


Link to post
Share on other sites

รอยยิ้มหลังโดนเรนะจูบนั่นอยากรู้จริงๆว่าเป็นเพราะดีใจหรือเพราะ "ตามแผนเป๊ะ"
ถ้าจูไม่ได้ชอบเรนะอย่างที่ปากพูดจริงๆล่ะก็... เรนะจังจะน่าสงสารมากเลยนะ

อย่าให้เรนะที่น่าสงสารต้องน่าสงสารหนักกว่าเดิมเลยนะคะ

Share this post


Link to post
Share on other sites
ระวังไว้ก่อน จูมีแผนอะไรรึป่าวเนี่ยรู้สึกไม่ดีเลย

Share this post


Link to post
Share on other sites

อิยิ้มมุมปากนั่น>>แผนอ่อยสำเร็จ?
แล้วนัตสึกิ พูดอะไรกับจูรินะ มันน่าสงสัย
จูบางทีก็อ่านใจไม่ออก อ่อยแรงเพราะอะไรรึเปล่าน้อ
นี่ก็สายดาร์คมากเกินไป พออ่านๆไปเริ่มไม่ค่อยวางใจล่ะ ฮ่าๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

จูตั้งใจอ่อยใช่ไหมนั้น ชอบเระจริงๆใช่ไหม ทำไมรู้สึกว่ารอยยิ้มของจูมันดูชั่วร้ายยังไงก็ไม่รู้ ฮ่าๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

5555555 จะเชื่อพี่สักครั้งนะ
ว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ ถ้ามีขึ้นมานะ...

Share this post


Link to post
Share on other sites
จะมาบอกว่าตามอ่านอยู่น้า
ซึนเดเระ น่าร๊ากกกกกกกก 55555

Share this post


Link to post
Share on other sites

ฟิน มันฟินดีจริงๆ!!

แต่เรารู้สึกแปลกๆเหมือนกันนะ คือเราคิดได้สองแบบ

1.จูชอบเรนะจริงๆ เลยอยู่ใกล้ คอยกวน(โดยไม่รู้ตัว)ตลอด

โอเค อันนี้ไม่มีไรมาก น่ารักมุ้งมิ้งดี แต่!!

2.มันเป็นแผน แบบหลอกให้เรนะรัก อะไรประมาณนี้ เพราะตอนเรนะปฏิเสธ จูไม่เห็นเศร้า ผิดหวังอะไรแบบนั้นเลยอ่ะ

รอยยิ้มจูดูมีเลศสะนัยไปอ๊ะป่าว หรือเราคิดไปเอง 

เพราะรู้สึกว่าเรื่องมันง่ายเกินไป หรือถ้าคบกันแล้วจะมีอุปสรรค? หรือเรื่องนี้เป็นช็อตฟิค หรือๆๆ #อินี่ก็หรือเยอะจัง

แต่ถ้าเราเดาผิดนี่หน้าแตกยับเลยนา 5555

จูเอ้ยนอกจากจะปัญญาอ่อนไม่ธรรมดาแล้ว ยังหลงตัวเองแบบไม่ธรรมดาอีกต่างหาก(มากกกกก)

แต่เราว่าจูมันฉลาดเหมือนกันนะ มองเรนะออกทะลุปรุโปร่งเลย ทั้งๆที่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัวเลย

เกคิ-- เอ้ย เรนะ อย่าเพิ่งยอมแพ้ใจตัวเองนะ เล่นตัวกว่านี้หน่อยสิ อยากรู้ว่าจูรักเธอจริงรึเปล่า

ไม่ใช่ว่าพอวันต่อมาเรนะจะบอกความรู้สึกกับจู ดันไปรู้ความจริงว่าถูกหลอกมาตลอดนี่ เศร้าเลยนะ ทั้งเรนะทั้งเราเนี่ยแหละ

 

ป.ล.เราอยากให้เป็นแบบแรกมากกว่านะ เพราะไม่อย่างนั้นเรนะคงไม่เชื่อใจใครอีกเลยอ่ะ

แบบ...หมดแล้วความเชื่อใจในผู้คน อะไรแบบเนี้ย อุตส่าห์มีคนที่สามารถเชื่อใจได้ แต่สุดท้ายก็ถูกหักหลัง อย่าให้เป็นแบบนั้นเลย เพี้ยง!!

Share this post


Link to post
Share on other sites
อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็ขอแสดงความคิดเห็นบ้างนะคะ
คือน้องจูยิ้มอ่อนได้อีก เจ็บตัวแถมยังได้แค่จูบเดียวเอง น้องจูรักเรนะจริงๆใช่มั้ยคะ
เค้าไม่อยากจะไว้ใจไรท์เลยเพราะทุกเรื่องที่ไรท์แต่งที่เราตามอ่านมาตลอดจะต้องมีบ่อน้ำตาแตกดราม่ากระจุยตลอดเลยอ่ะT_T
เรนะจังเค้าอยู่ข้างเธอนะ

Share this post


Link to post
Share on other sites
ไรท์อยู่ รร อะไรอะ คุ้นๆนะ มีเข้าโบสวันอาทิตย์ มาเซอร์ ละก็อยู่หอ มีแม่สายอีก เราอยู่เชียงรายนะ

Share this post


Link to post
Share on other sites
ทำไมทุกคนดูเหมือนไม่เชื่อไรท์ เราก็ไม่เชื่อ
ล้อเล่น เชื่อไรท์ก็ได้ค่ะ เรื่องนี้ง่ายๆใสๆไม่มีปวดตับ
เพราะแต่ละเรื่องของไรท์ปวดจนไม่มีตับให้ปวดล่ะ 555

Share this post


Link to post
Share on other sites

รู้สึกแปลกๆ (ถ้าเราไม่ได้คิดไปเองนะ)
ถ้ามันไม่มีอะไรอย่างที่เรารู้สึกคงใกล้จบแล้วสินะคะ
เรนะนี่ปากแข็งได้น่ารักจริงๆ // ความทาสมาเต็ม ฮาาา
อิจูคงไม่ได้มาหลอกเรนะหรอกนะแบบอยากเอาชนะไรเงี้ยนี่แหละสิ่งที่รู้สึกแปลกๆ

 

มีอะไรแปลกหรอครับ

จริง ๆ ก็ใกล้จบแล้วหละครับ

เรนะปากแข็งหรือจูมันพูดไม่หยุดกันแน่ก็ไม่รู้

แต่จะให้หลอกอะไรแบบนั้น คงไม่มีหรอกครับ เชื่อใจผมได้!!! เรื่องสั้นครับ

 

 

เรื่องมันจะง่ายขนาดนี้เชียวหรอ ไม่มั้ง..

 

ง่าย ๆ เถอะครับ ได้โปรด

 

 

รอยยิ้มหลังโดนเรนะจูบนั่นอยากรู้จริงๆว่าเป็นเพราะดีใจหรือเพราะ "ตามแผนเป๊ะ"
ถ้าจูไม่ได้ชอบเรนะอย่างที่ปากพูดจริงๆล่ะก็... เรนะจังจะน่าสงสารมากเลยนะ

อย่าให้เรนะที่น่าสงสารต้องน่าสงสารหนักกว่าเดิมเลยนะคะ

 

ดีใจสิครับ ทำไมดูไม่มีใครเชื่อใจไอ้จูเลย น่าสงสารรร

ถ้าจูไม่ชอบเรนะคงไม่ตามขนาดนั้นหรอกครับ

ผมคงไม่เขียนอะไรน่าสงสารขนาดนั้นครับ ไว้ใจผมเถอะ 55

 

 

ระวังไว้ก่อน จูมีแผนอะไรรึป่าวเนี่ยรู้สึกไม่ดีเลย

 

โอ๊ย ไม่มีอะไรหรอกครับ ไว้ใจเจ้าจูและผมได้เลย

 

 

อิยิ้มมุมปากนั่น>>แผนอ่อยสำเร็จ?
แล้วนัตสึกิ พูดอะไรกับจูรินะ มันน่าสงสัย
จูบางทีก็อ่านใจไม่ออก อ่อยแรงเพราะอะไรรึเปล่าน้อ
นี่ก็สายดาร์คมากเกินไป พออ่านๆไปเริ่มไม่ค่อยวางใจล่ะ ฮ่าๆ

 

ก็อ่อยเขาจริง ๆ แหละน้า 5555

ก็แค่พุดเรื่องที่ไปตีกันนอกโรงเรียนนั่นแหละครับ...

ผมเขียนซับซ้อนไปหรอ ฮือออออ

กลับมาสายสว่างครับ เรื่องนี้ไม่มีพิษมีภัย

 

 

จูตั้งใจอ่อยใช่ไหมนั้น ชอบเระจริงๆใช่ไหม ทำไมรู้สึกว่ารอยยิ้มของจูมันดูชั่วร้ายยังไงก็ไม่รู้ ฮ่าๆ

 

ตั้งใจอ่อยก็เพราะชอบเขานั่นแหละครับ แหม รอยยิ้มน่ารักจะตาย เรนะยังชอบเลย 555

 

 

5555555 จะเชื่อพี่สักครั้งนะ
ว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ ถ้ามีขึ้นมานะ...

 

เชื่อเถอะนะ!!

เรื่องสั้น ไม่มีอะไรซับซ้อนมากหรอก

Share this post


Link to post
Share on other sites

รู้สึกแปลกๆ (ถ้าเราไม่ได้คิดไปเองนะ)
ถ้ามันไม่มีอะไรอย่างที่เรารู้สึกคงใกล้จบแล้วสินะคะ
เรนะนี่ปากแข็งได้น่ารักจริงๆ // ความทาสมาเต็ม ฮาาา
อิจูคงไม่ได้มาหลอกเรนะหรอกนะแบบอยากเอาชนะไรเงี้ยนี่แหละสิ่งที่รู้สึกแปลกๆ

 

มีอะไรแปลกหรอครับ

จริง ๆ ก็ใกล้จบแล้วหละครับ

เรนะปากแข็งหรือจูมันพูดไม่หยุดกันแน่ก็ไม่รู้

แต่จะให้หลอกอะไรแบบนั้น คงไม่มีหรอกครับ เชื่อใจผมได้!!! เรื่องสั้นครับ

 

 

เรื่องมันจะง่ายขนาดนี้เชียวหรอ ไม่มั้ง..

 

ง่าย ๆ เถอะครับ ได้โปรด

 

 

รอยยิ้มหลังโดนเรนะจูบนั่นอยากรู้จริงๆว่าเป็นเพราะดีใจหรือเพราะ "ตามแผนเป๊ะ"
ถ้าจูไม่ได้ชอบเรนะอย่างที่ปากพูดจริงๆล่ะก็... เรนะจังจะน่าสงสารมากเลยนะ

อย่าให้เรนะที่น่าสงสารต้องน่าสงสารหนักกว่าเดิมเลยนะคะ

 

ดีใจสิครับ ทำไมดูไม่มีใครเชื่อใจไอ้จูเลย น่าสงสารรร

ถ้าจูไม่ชอบเรนะคงไม่ตามขนาดนั้นหรอกครับ

ผมคงไม่เขียนอะไรน่าสงสารขนาดนั้นครับ ไว้ใจผมเถอะ 55

 

 

ระวังไว้ก่อน จูมีแผนอะไรรึป่าวเนี่ยรู้สึกไม่ดีเลย

 

โอ๊ย ไม่มีอะไรหรอกครับ ไว้ใจเจ้าจูและผมได้เลย

 

 

อิยิ้มมุมปากนั่น>>แผนอ่อยสำเร็จ?
แล้วนัตสึกิ พูดอะไรกับจูรินะ มันน่าสงสัย
จูบางทีก็อ่านใจไม่ออก อ่อยแรงเพราะอะไรรึเปล่าน้อ
นี่ก็สายดาร์คมากเกินไป พออ่านๆไปเริ่มไม่ค่อยวางใจล่ะ ฮ่าๆ

 

ก็อ่อยเขาจริง ๆ แหละน้า 5555

ก็แค่พุดเรื่องที่ไปตีกันนอกโรงเรียนนั่นแหละครับ...

ผมเขียนซับซ้อนไปหรอ ฮือออออ

กลับมาสายสว่างครับ เรื่องนี้ไม่มีพิษมีภัย

 

 

จูตั้งใจอ่อยใช่ไหมนั้น ชอบเระจริงๆใช่ไหม ทำไมรู้สึกว่ารอยยิ้มของจูมันดูชั่วร้ายยังไงก็ไม่รู้ ฮ่าๆ

 

ตั้งใจอ่อยก็เพราะชอบเขานั่นแหละครับ แหม รอยยิ้มน่ารักจะตาย เรนะยังชอบเลย 555

 

 

5555555 จะเชื่อพี่สักครั้งนะ
ว่ามันไม่มีอะไรจริงๆ ถ้ามีขึ้นมานะ...

 

เชื่อเถอะนะ!!

เรื่องสั้น ไม่มีอะไรซับซ้อนมากหรอก

Share this post


Link to post
Share on other sites

ปรากฎว่าจูรินะมีแฟนแล้วคือนัตสึกิ 55555555

 

ไม่น้าาาาาาาาาาาาา

 

 

จะมาบอกว่าตามอ่านอยู่น้า
ซึนเดเระ น่าร๊ากกกกกกกก 55555

 

ครับผม

เรนะปากแข็งเหลือเกินครับ

 

 

ฟิน มันฟินดีจริงๆ!!

แต่เรารู้สึกแปลกๆเหมือนกันนะ คือเราคิดได้สองแบบ

1.จูชอบเรนะจริงๆ เลยอยู่ใกล้ คอยกวน(โดยไม่รู้ตัว)ตลอด

โอเค อันนี้ไม่มีไรมาก น่ารักมุ้งมิ้งดี แต่!!

2.มันเป็นแผน แบบหลอกให้เรนะรัก อะไรประมาณนี้ เพราะตอนเรนะปฏิเสธ จูไม่เห็นเศร้า ผิดหวังอะไรแบบนั้นเลยอ่ะ

รอยยิ้มจูดูมีเลศสะนัยไปอ๊ะป่าว หรือเราคิดไปเอง 

เพราะรู้สึกว่าเรื่องมันง่ายเกินไป หรือถ้าคบกันแล้วจะมีอุปสรรค? หรือเรื่องนี้เป็นช็อตฟิค หรือๆๆ #อินี่ก็หรือเยอะจัง

แต่ถ้าเราเดาผิดนี่หน้าแตกยับเลยนา 5555

จูเอ้ยนอกจากจะปัญญาอ่อนไม่ธรรมดาแล้ว ยังหลงตัวเองแบบไม่ธรรมดาอีกต่างหาก(มากกกกก)

แต่เราว่าจูมันฉลาดเหมือนกันนะ มองเรนะออกทะลุปรุโปร่งเลย ทั้งๆที่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัวเลย

เกคิ-- เอ้ย เรนะ อย่าเพิ่งยอมแพ้ใจตัวเองนะ เล่นตัวกว่านี้หน่อยสิ อยากรู้ว่าจูรักเธอจริงรึเปล่า

ไม่ใช่ว่าพอวันต่อมาเรนะจะบอกความรู้สึกกับจู ดันไปรู้ความจริงว่าถูกหลอกมาตลอดนี่ เศร้าเลยนะ ทั้งเรนะทั้งเราเนี่ยแหละ

 

ป.ล.เราอยากให้เป็นแบบแรกมากกว่านะ เพราะไม่อย่างนั้นเรนะคงไม่เชื่อใจใครอีกเลยอ่ะ

แบบ...หมดแล้วความเชื่อใจในผู้คน อะไรแบบเนี้ย อุตส่าห์มีคนที่สามารถเชื่อใจได้ แต่สุดท้ายก็ถูกหักหลัง อย่าให้เป็นแบบนั้นเลย เพี้ยง!!

 

เอ๋ ฟินก็ดีแล้วนี่ครับ ทำไมรู้สึกแปลก ๆ กัน

จูมันชอบเรนะจริง ๆ ครับ ตามสไตล์ เรื่องสั้นของผม

ไม่มีแผนอะไรทั้งนั้น ทำไมทุกคนดูไม่ไว้ใจ ฮือออออ

เจ้าจูมันแค่เป็นคนยิ้มเก่งเฉย ๆ และที่ไม่คิดอะไรตอนเรนะปฏิเสธ เพราะรู้ว่าเรนะน่ะ แค่ปากแข็งครับ

เห็นบ้า ๆ แบบนั้น ก็อ่านคนออกนะครับ 55555

ง่าย ๆ เถอะครับ อย่ายากเลย เรื่องสั้นเรื่องนี้ผลแต่งชิล ๆ ครับ อ่านกันแบบชิล ๆ นะครับ ได้โปรด

เอาเป็๋นว่าดูกันตอนหน้าแล้วกันนะครับ ว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไง

ผมคงไม่จบรุนแรงโหดร้ายขนาดนั้นหรอกครับ สดใสร่าเริงมาตั้งห้าตอน แหม ๆๆๆ

 

 

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็ขอแสดงความคิดเห็นบ้างนะคะ
คือน้องจูยิ้มอ่อนได้อีก เจ็บตัวแถมยังได้แค่จูบเดียวเอง น้องจูรักเรนะจริงๆใช่มั้ยคะ
เค้าไม่อยากจะไว้ใจไรท์เลยเพราะทุกเรื่องที่ไรท์แต่งที่เราตามอ่านมาตลอดจะต้องมีบ่อน้ำตาแตกดราม่ากระจุยตลอดเลยอ่ะT_T
เรนะจังเค้าอยู่ข้างเธอนะ

 

ยิ้มอ่อน!!!!

จริง ๆ มันเป็นคนยิ้มง่ายเฉย ๆ ครับ จริง ๆ ก็ไม่ได้คิดจะเจ็บตัวแลกจูบหรอกครับ มันเจ็บตัวของมันเอง T^T

ส่วนที่ไม่ไว้ใจผม ส่วนใหญ่เรื่องสั้นผมแต่งสบาย ๆ ครับ เครียดไม่ไหว มันบีบหัวใจ ตอนมันน้อยเกิน วางใจได้ครับ

เอาเป็นว่า รอดูตอนต่อไปละกันครับ

 

 

ไรท์อยู่ รร อะไรอะ คุ้นๆนะ มีเข้าโบสวันอาทิตย์ มาเซอร์ ละก็อยู่หอ มีแม่สายอีก เราอยู่เชียงรายนะ

 

โหย ถามว่าอยู่โรงเรียนอะไร ผมนี่นึกนานเลย 555555 เอาเป็นว่าอยู่โรงเรียนในกรุงเทพครับ และก็ไม่ได้บรรยากาศแบบในฟิคเท่าไหร่หรอกครับ

 

 

ทำไมทุกคนดูเหมือนไม่เชื่อไรท์ เราก็ไม่เชื่อ
ล้อเล่น เชื่อไรท์ก็ได้ค่ะ เรื่องนี้ง่ายๆใสๆไม่มีปวดตับ
เพราะแต่ละเรื่องของไรท์ปวดจนไม่มีตับให้ปวดล่ะ 555

 

เอ๊า สรุปว่าเชื่อใช่มั้ยครับ ฮืออออ

เรื่องสั้นใส ๆ ไร้พิษภัยครับ อ่านสบาย ๆ

เรื่องดราม่า ปวดตับ ไปขมวดกันเรื่องยาวดีกว่าครับ สะใจดี เฮ้ววว!!

 

 

ระแวง.....

 

อย่าระแวงผมเลย งือออ

Share this post


Link to post
Share on other sites

06 [END]

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                 ฉันนั่งมองดูจูรินะที่คุยกับมายุอยู่ที่หน้าห้องก่อนเข้าเรียน หลังจากเรื่องเมื่อคืน กลายเป็นว่าตอนเช้าเราไม่ได้คุยอะไรกันเลย และตอนนี้ เธอก็ออกไปคุยกับมายุอย่างออกรส ทั้งสองคน... มีเรื่องอะไรให้คุยกันนักหนา

 

 

ผ่อนลมหายใจออกมา และมองไปทางนอกหน้าต่างห้องเรียน... ความรู้สึกหึงหวงอย่างนั้นหรอ จะพูดแบบนั้นก็ไม่ใช่เสียทีเดียว ยังไม่ใช่เสียทีเดียว

 

 

 

                “มัตสึอิ เรนะซัง”

 

 

 

ใครกันนะที่เรียกชื่อฉันเสียเต็มยศ ฉันหันมองไปทางประตูหลังห้อง ต้นเสียงก็คงมาจากทางนั้น หญิงสาวผมยาวรูปร่างสูงโปร่งที่ฉันคุ้นหน้าคุ้นตา แต่จำไม่ได้ว่าเธอเป็นใคร

 

 

 

                “คุยด้วยหน่อยได้มั้ย”  

 

 

 

เธอถามและยังยืนรอฉันอยู่ ฉันถอนหายใจออกมา มองไปทางจูรินะ ทั้งจูรินะและมายุก็มองมาทางฉันเหมือนกัน สุดท้ายฉันก็เลยต้องลุกขึ้นและเดินไปหาเธอ พยายามคิดอยู่ว่า เธอคนนี้คือใครกันแน่ แต่ยัง... คิดไม่ออกเสียที

 

 

 

                “ฉันยังไม่เคยแนะนำตัวอย่างเป็นทางการเลยใช่มั้ย”   เฝ้ามองเธออย่างพิจารณา เคยเจอที่ไหนกันนะ   “คาชิวากิ ยูกิ”

 

 

 

จำได้แล้ว จำได้จากชื่อของเธอเนี่ยแหละ คนที่จูรินะเรียกว่ารุ่นพี่ยูกิเมื่อตอนนั้น หัวหน้าชมรมเคนโดของโรงเรียน และฉันรู้ดีเลยว่า เธอมาหาฉันทำไม

 

 

 

                “ถ้าจะมาชวนฉันเข้าชมรม...”    ยังไม่ทันจะได้ปฏิเสธเธอก็รีบแทรก

 

                “เปล่า ๆ จะมาชวนไปเดทน่ะ”

 

                “ฮะ!”

 

 

 

ฉันขมวดคิ้วเข้าหากัน และมองจ้องหญิงสาวตรงหน้าให้แน่ใจ ก่อนที่เธอคนนี้ คาชิวากิคนนี้ จะหัวเราะออกมา

 

 

 

                “ล้อเล่นน่า ไม่ได้ชวนไปเดทหรอก”   เธอพูดพร้อม ๆ กับหัวเราะไปด้วย และฉันก็ได้ยินเสียงหัวเราะของคนอีกคนที่อยู่ถัดไปตรงประตูหน้าห้อง ฉันหันมองจูรินะ เธอเองก็หัวเราะอยู่เหมือนกัน    “ก็ว่าจะมาชวนไปเข้าชมรมเนี่ยแหละ อย่าเพิ่งปฏิเสธนะ ลองเข้าชมรมดูก่อน แล้วค่อยปฏิเสธ ไม่ได้หรอ”

 

                “ฉันบอกแล้วว่าฉันไม่ชอบอยู่ในกฎ”    โรงเรียนนี้มีแต่คนเพี้ยน ๆ รึไงกันนะ   “และอีกอย่าง ฉันก็ไม่ชอบเล่นเคนโดด้วย”

 

                “ไม่ชอบงั้นหรอ”   รุ่นพี่คนนี้ทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ    “ขนาดไม่ชอบยังเล่นได้ดีขนาดนั้น... ไม่ชอบจริง ๆ หรอ”

 

 

 

คำถามที่ทำเอาฉันนิ่งเงียบไปสักพัก ฉันมองจ้องคาชิวากิ ยูกิ คำถามที่ทำให้ฉันต้องฉุกคิดกับตัวเองอะไรพวกนี้ ฉันไม่ค่อยชอบมันเลย

 

 

 

                “ไม่ชอบ”    ฉันไม่คิดจะให้มันยืดเยื้อมากไปกว่านี้แล้ว    “และก็ไม่คิดจะเข้าชมรมอะไรทั้งนั้น”

 

 

 

รุ่นพี่คนนั้นดูจะไม่ยอมรับคำปฏิเสธของฉันแม้สักนิด เธอตั้งท่าจะตื๊อฉันต่อ แต่ออดเข้าเรียนที่ดังขึ้นเป็นเหมือนระฆังหมดยก เธอเป่าปากไม่พอใจ และเดินกลับออกไปจากห้องเรียนของฉัน ถึงอย่างนั้นฉันก็รู้ได้เลยว่าเธอไม่ยอมแพ้แค่นี้แน่ ฉันส่ายศีรษะ แล้วกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง วุ่นวายอีกเรื่องแล้วหรอ นอกจากเรื่องของ...

 

 

ฉันมองไปที่ประตูหน้าห้อง จูรินะเดินกลับเข้ามาในห้องเรียนเหมือนกัน พอเห็นว่าฉันมอง เธอก็ส่งยิ้มมาให้ พร้อมขยิบตาแถมมาด้วยอีกหนึ่งที

 

 

 

                “โอย”

 

 

 

ฉันบ่น แล้วฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะเรียน รู้สึกถึงความร้อนฉ่าบนใบหน้า แล้ววันนี้ฉันจะเรียนรู้เรื่องมั้ยเนี่ย จูรินะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

…………………….

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ตอนพักกลางวัน ฉันกับจูรินะตั้งใจจะไปหาอะไรกินที่โรงอาหาร ระยะห่างระหว่างฉันกับเธอยังเท่าเดิม ระยะห่างระหว่างการเดิน แต่ระยะห่างเรื่องอื่นนั้น... ฉันไม่ค่อยแน่ใจนัก

 

 

 

                “ตอนรุ่นพี่ยูกิมาหา และบอกว่าจะชวนเรนะซังเดทน่ะ ฉันตกใจหมดเลย”    จูรินะพูดเรื่องที่หัวหน้าชมรมเคนโดมาหาฉันเมื่อตอนเช้า และก็หาเรื่องกวนฉันไปหนึ่งเรื่อง

 

                “ตกใจว่าฉันจะตอบตกลงรึไง”    ฉันถามเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ก็อยากรู้ความคิดเห็นของเธออยู่ไม่น้อย

 

                “ก็อาจจะอย่างนั้น แต่ถึงเรนะซังจะตอบตกลง แต่ก็คงไม่ได้ไปเดทกันจริง ๆ หรอก”

 

 

 

หมายความว่ายังไง ฉันหันมองจูรินะ แต่เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ ถ้าฉันตอบตกลง แล้วทำไมถึงจะไม่ได้ไปเดทล่ะ เธอจะมาขัดขวางรึยังไงกัน

 

 

 

 

 

                และพอมาถึงที่โรงอาหาร กลายเป็นว่าที่โต๊ะ ไม่ได้มีแค่ฉันและจูรินะแค่สองคน ฉันนั่งมองจูรินะที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม และทำตัวเกาะแกะมายุเหมือนเคย ท่าทางสนิทสนม...จนมันน่ารำคาญใจ

 

 

 

                “มีอะไรรึเปล่า”   จูรินะหันมาถามฉัน คงเพราะเห็นฉันมองจ้องอยู่นาน ฉันส่ายศีรษะปฏิเสธ และก้มหน้าก้มตาทานข้าวต่อ

 

                “จูรินะ”   เสียงนี้ ฉันเริ่มจะคุ้นกับเสียงของหญิงสาวคนนี้แล้วสิ รุ่นพี่... ยูกิ

 

                “จ๋า”    แล้วดูคำตอบรับของจูรินะสิ น่าหมั่นไส้ยังไงก็ไม่รู้ ฉันเงยหน้าขึ้นมอง นึกว่ายูกิจะเข้ามาทักจูรินะ เพื่อที่จะหาเรื่องมาคุยกับฉัน เรื่องชวนฉันเข้าชมรมเคนโด แต่ภาพที่ฉันเห็นกลับเป็น...   “โอ๊ย”

 

 

 

จูรินะเอามือกุมหน้าผาก หลังจากที่โดนยูกิดีดเข้าเต็ม ๆ ฉันเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเห็นท่าทางของจูรินะที่ดูโอดโอยเกินจริงตามสไตล์ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะหึหึออกมา

 

 

 

                “อะไรเนี่ย รุ่นพี่”    จูรินะทำหน้าเบะ และถามรุ่นพี่คนนั้น

 

                “ก็ใครใช้ให้มาเกาะแกมายุของฉันล่ะ”

 

 

 

หืม... เหมือนจะเข้าใจอะไรขึ้นมาแล้ว มายุของฉันอย่างนั้นหรอ ฉันมองรุ่นพี่ยูกิ และมายุ ดูท่ามายุก็ไม่ได้เขินอายกับคำพูดนั้นของยูกิซักเสียด้วย ซ้ำยังสมน้ำหน้าจูรินะอีกต่างหาก ท่าจะรำคาญเหมือนกัน ที่จูรินะเข้าไปวุ่นวายไม่เลิก

 

 

 

                “ไปนั่งที่อื่นเลยไป”   รุ่นพี่คนนั้นไล่จูรินะให้ลุก และเธอก็เข้าไปนั่งแทนที่ จูรินะทำหน้ามุ่ยแล้วเดินมานั่งข้างฉัน

 

                “หัวเราะอะไร เรนะซัง”   เธอถาม พร้อมกับลูกมือตรงหน้าผากที่ยังเจ็บอยู่ แต่คำถามของเธอก็มาพร้อมการหัวเราะเยาะตัวเองเช่นกัน ฉันส่ายศีรษะไม่ตอบคำถาม และทานข้าวของตัวเองต่อ

 

                “ไม่เคยเห็นมัตสึอิซังยิ้มแบบนี้มาก่อน”    มายุนี่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามฉันพูดขึ้น ฉันเงยหน้ามองมายุ ใช่... ตอนนี้ฉันกำลังยิ้มอยู่ ยิ้มกับท่าทางของจูรินะนั่นแหละ

 

                “งั้นหรอ”   ฉันถามพร้อมพยักหน้ากับตัวเอง พยักหน้าเหมือนจะเข้าใจอะไรขึ้นมา และก็หันไปมองจูรินะ

 

                “ว่าแต่ มัตสึอิซัง เข้าชมรมเคนโดเถอะนะ”    ยังไม่ลดละความพยายามจริง ๆ รุ่นพี่ช่างตื้อคนนี้    “ขอร้องล่ะ”

 

 

 

ถึงกับยกมือไหว้กันเลย อื้อหือ อยากให้ฉันเข้าชมรมขนาดนั้นเชียวหรอ

 

 

 

                “เฮ้ ยูกิ อย่าทำให้คนอื่นลำบากใจสิ”   มายุหันไปปรามคนที่แสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเธอก่อนหน้า

 

                “อีกอย่างนะ รุ่นพี่ยูกิ”   คราวนี้จูรินะพูดขึ้นมาบ้าง    “ถ้าให้เรนะซังเข้าชมรม แทนที่จะได้ไปแข่งกับโรงเรียนอื่น คงได้ตีกับสมาชิกในชมรมจนตายกันไปข้างก่อนอะไรทั้งนั้น”

 

                “รู้ดีเหลือเกินนะ”    ฉันหันไปพูดกับจูรินะ จะทำมาเป็นรู้ดีในเรื่องของฉันมากเกินไปหน่อยมั้ง

 

                “ก็ต้องรู้ดีสิ”   แถมยังตอบกลับมาแบบไม่ได้หวาดเกรงอะไรด้วย    “ฉันน่ะ รู้จักเรนะซังดีเลยแหละ รู้จักอย่างลึกซึ้งเลยด้วย”

 

 

 

คำพูดนั้น ฉันรู้เลยว่ามายุกับรุ่นพี่ยูกิต้องสงสัยแน่ ๆ ก็คำพูดมันฟังล่อแหลมซะขนาดนั้น ทั้ง ๆ ที่เราสองคน... จะเรียกว่าลึกซึ้ง มันจะเป็นไปถึงขนาดนั้นได้ยังไงเล่า

 

 

 

                “ยังไงกัน”   และมายุก็ถามสิ่งที่สงสัยออกมาทันที    “เธอสองคน...”

 

                “ไม่มีอะไร”   ฉันรีบตอบปฏิเสธ ไม่อยากให้ใครมาวุ่นวายกับเรื่องนี้ แต่ดูเหมือนจูรินะจะไม่ได้เข้าใจฉันไปทุกอย่าง เพราะเธอยังพูดต่อไม่หยุด

 

                “คงเขินน่ะ”  

 

                 ผั้วะ

 

 

 

จบคำพูดของจูรินะ ฉันก็โบกเข้าเต็ม ๆ กลางศีรษะของคนที่ทำหน้าทำตาน่าหมั่นไส้

 

 

 

                “โอ๊ย”   จูรินะร้องเสียงหลง และเอามือกุมหัว ฉันได้ยินเสียงทั้งมายุ และรุ่นพี่ยูกิหัวเราะออกมา

 

 

 

ส่วนจูรินะน่ะหรอ พอเห็นฉันเริ่มจะเอาจริง เธอก็กลัวหงอไปเลย แต่ฉันคิดว่าจูรินะแกล้งทำมากกว่า ก็คนอ่านสถานการณ์อะไรไม่เป็นอย่างจูรินะ ก็แค่หลอกให้ฉันตายใจเท่านั้นแหละ อีกไม่เกินนาที คงหาเรื่องพูดมากอีกตามเคย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

…………………………..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

               

                ฉันมองเข็มนาฬิกาที่เดินไปเรื่อย ๆ บนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ เฝ้ามองเวลาที่เคลื่อนผ่านอย่างไม่มีจุดหมาย จนได้ยินเสียงเคาะประตู

 

 

ลุกจากโต๊ะอ่านหนังสือ มองจ้องประตูอยู่สักพัก ก่อนจะเปิดออก ใบหน้าของเธอยังคงยิ้มแย้มเช่นเดิม ในมือของเธอก็ยังมีของสองสิ่ง.... เหมือนเดิม

 

 

ฉันถอยตัวให้เธอเดินเข้ามาอย่างว่าง่าย และเป็นเหมือนทุกคนครั้ง คนที่เป็นฝ่ายปิดประตู คือจูรินะ

 

 

 

                “ที่เธอบอกว่าฉันคงไปเดทกับรุ่นพี่คนนั้นไม่ได้ เพราะเขาคบกับวาตานาเบะซังใช่มั้ย”   ฉันถามก่อนที่เธอจะได้เดินไปที่เตียง

 

                “อืม”   เธอตอบ และหยุดยืนอยู่ตรงนั้นเช่นกัน

 

                “แล้วทำไม... เธอถึงชอบไปเกาะแกะกับวาตานาเบะซังล่ะ ทั้ง ๆ ที่เขาก็คบอยู่กับรุ่นพี่คนนั้น”    ฉันถามเหมือนไม่ได้คิดอะไร แต่คนที่ถูกถาม เหมือนจะจับใจความที่แฝงอยู่ในเนื้อประโยคนั้นได้

 

                “ทำไมถามล่ะ หึงหรอ”

 

 

 

เธอมองจ้องฉันราวกับอยากได้คำตอบอย่างที่ใจเธอต้องการ ฉันยังคงนิ่งเฉยกับคำถามนั้น แต่หัวใจของฉันกลับเจ็บแปลบ เจ็บที่โดนเธออ่านได้ง่ายดายขนาดนี้

 

 

 

                “ไม่ได้หึง”   ฉันตอบกลับไปแบบนั้น ตอบกลับไปทั้ง ๆ ที่ก็รู้แก่ใจดี

 

                “ไม่ได้หึงหรอ”   จูรินะลอยหน้าลอยตาพูด ท่าทางน่าหมั่นไส้อะไรได้ขนาดนี้    “เธอไม่ได้หึงฉันจริง ๆ หรอ”

 

 

 

ฉันกัดกรามตัวเองแน่น ก่อนจะดันตัวจูรินะไปติดกำแพง เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

 

 

 

                “ถ้าฉันบอกว่าฉันหึงล่ะ”    ความหึงหวงอย่างนั้นหรอ ฉันอาจจะปล่อยให้ความรู้สึกนั้นครอบงำตัวฉันไปแล้วในตอนนี้ คงเป็นอย่างนั้น

 

                “เธอจะมาหึงฉันได้ยังไง ในเมื่อ... เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”

 

 

 

คำพูดที่ท้าทายแบบนี้มันหมายความว่ายังไง เธอรู้ทุกอย่างจูรินะ รู้ว่าจะกระตุ้นอารมณ์โกรธของฉันยังไง รู้ว่าจะทำยังไงให้ฉันหงุดหงิด และเธอก็ทำมันสำเร็จทุกครั้ง

 

 

ฉันจับพวงแก้มนุ่มเนียนของเธอ ก่อนจะช่วงชิงริมฝีปากของเธอมาเป็นของฉัน ริมฝีปากบาง ๆ ที่พูดอะไรออกมาได้ง่ายดาย ริมฝีปากบาง ๆ กับคำพูดไม่กี่คำของเธอ ที่ทำให้ฉันเต้นตามเหมือนคนควบคุมตัวเองไม่ได้

 

 

แทรกลิ้นร้อน ๆ เข้าไปในโพรงปากเมื่อเธอเผลอร้องครางออกมา ฉันได้ยินเสียงลมหายใจของเธอ ได้ใกล้ชิดกับร่างกายที่กระเพื่อมไหวตามแรงปรารถนา ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างตกลงกระทบพื้น ก่อนจะรู้สึกถึงปลายฝ่ามือของเธอที่สอดเข้าไปใต้เรือนผมของฉัน เธอกำลังจมดิ่งไปกับ... กับรอยจูบที่ฉันมอบให้

 

 

ฉันถอยตัวออก แต่เธอยังคงดูดเม้มริมฝีปากของฉันอย่างพึงพอใจ จนเธอยอมหยุด เอนหลังพิงกำแพง มองจ้องฉันพร้อมลมหายใจที่ยังไม่เป็นปกตินัก

 

 

 

                “เราไม่ได้เป็นอะไรกัน... แต่เธอยอมให้ฉันจูบ”   ฉันพูดเสียงเบา พร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก    “หมายความว่ายังไงกันนะ”

 

 

 

สอดมือเข้าไปใต้ชายเสื้อ สัมผัสผ่านอุณหภูมิของร่างกายเธอที่ร้อนระอุ ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าอกของเธอ ฉันมองเธอด้วยใบหน้าที่แสดงความประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้าเธออีกแล้ว มีเพียงความเขินอายที่ไม่ได้พบเห็นบ่อย ๆ นั่นยิ่งทำให้ฉันรู้สึกสนุก

 

 

 

                “เธอไม่ได้ใส่เสื้อใน”    ฉันถามออกไปตรง ๆ

 

                “ก็...อาบน้ำ... เตรียมจะนอนแล้ว”   เธอพูดเสียงตะกุกตะกัก

 

                “หรือเธอตั้งใจจะไม่ใส่มาหาฉัน”   ฉันพูดพร้อมโน้มหน้าเข้าไปใกล้ลูบสัมผัสหน้าอกของเธอเหมือนแกล้ง เธอสะดุ้งเกร็ง แต่ก็ยังมองจ้องฉันพร้อมเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยไม่ยอมแพ้    “เธอไม่ได้อยากได้แค่จูบเหมือนเมื่อวานอย่างนั้นรึเปล่า”

 

                “ไม่ใช่สักหน่อย”    จูรินะปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้าเธอเริ่มเป็นสีแดงจัดและไม่ยอมสบตาฉันเหมือนเคย

 

                “ใจง่าย”

 

                “ไม่ใช่นะ”

 

 

 

เธอรีบตอบ ฉันเลยเกลี่ยนิ้วโป้งที่ยอดอกของเธอที่ตอนนี้มันเริ่มแข็งสู้มือ เธอร้องครางออกมาทันที พร้อมใบหน้าที่ไม่ได้ดูถือดีเหมือนเมื่อครู่

 

 

 

                “เนี่ยนะที่ว่าไม่ใจง่าย ปล่อยให้ฉันทำขนาดนี้...”

 

                “ใช่ ฉันใจง่าย”    เธอพูดเสียงเบาก่อนที่ฉันจะพูดจนจบประโยค ท่าทาง...เธอจะยอมพ่ายแพ้ให้กับฉันแล้ว   “แค่... แค่กับเธอคนเดียว”

 

 

 

และก็ซบหน้าลงกับไหล่ของฉัน น่ารักชะมัด เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่ฉันรู้สึกว่าจูรินะน่ารักได้ขนาดนี้  เธอใช้มือข้างที่ไม่เจ็บกอบเอวฉันไว้หลวม ๆ ในขณะที่มือของฉันก็ค่อย ๆ สัมผัสหน้าอกของเธอ ได้ยินเสียงครางของเธอเป็นระยะ พร้อมร่างกายของเธอที่สั่นไหวไปหมด

 

 

ฉันยิ้มออกมา ก่อนจะกระซิบข้างหูของเธอ

 

 

 

                “ฉันว่า ฉันยอมแพ้แล้วหละ”

 

 

 

 

 

พาเข้ารักเข้าพงครับ

 

ใครไม่อยากอ่าน ผ่านลิ้งค์ไปโลดดด

 

 

https://drive.google.com/file/d/0B2CTAercI96QQ1NsTXJ3cGw3ck0/view?usp=sharing

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                “นอนด้วยนะ คืนนี้”   เป็นคำขออย่างนั้นหรอ ฉันคิดว่ามันอาจจะเป็นประโยคบอกเล่ามากกว่า เธอไม่คิดจะขออนุญาตฉันหรอก

 

                “แล้วถ้าไล่ให้กับห้อง จะกลับมั้ย”

 

                “ไม่กลับ”

 

 

 

คำตอบที่ทำให้ฉันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ก็รู้อยู่แล้วหละว่าต้องตอบแบบนี้  ฉันเลยรวบตัวเธอเข้ามาใกล้ และดึงเธอให้ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงพร้อมกับฉัน

 

 

 

                “แล้ว... เรนะ เรียกแบบนี้ได้แล้วใช่มั้ย”   เธอลองถาม ฉันพยักหน้ารับ    “ไม่แฟร์เลยนี่ ที่เธอทำแบบนั้นกับฉันอยู่ฝ่ายเดียว”

 

                “ไม่เห็นจะไม่แฟร์ตรงไหนเลย”   ฉันตอบเสียงเรียบ แต่อีกฝ่ายดูท่าจะไม่ยอม

 

                “เสียเปรียบเป็นบ้า”   เธอพูดพร้อมพองลมเต็มแก้ม

 

                “นอนไป”   ฉันบอกกับเธอ และดันหน้าเธอออกห่าง หมั่นไส้นิดหน่อยน่ะ ไม่ได้อะไรหรอก

 

                “ไม่เอา ๆๆๆๆๆ”   และก็โวยวายออกมาอีก โอ๊ย อะไรของเธอเนี่ย น่ารักอยู่แป๊บเดียว ทำตัวน่ารำคาญอีกแล้ว แบบนี้ล่ะก็...

 

 

 

ฉันยกมือขึ้นมา จูรินะรีบเอามือกุมหัวอย่างรวดเร็ว พอได้เห็นท่าทางหวาดกลัวเกินจริงของคนทีนอนตะแคงอยู่ข้าง ๆ ฉันก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง จูรินะค่อย ๆ หรี่ตาขึ้นมอง พอเห็นฉันไม่ทำอะไร ก็ทำหน้ามุ่ยใส่

 

 

 

                “ใช้ความรุนแรงตลอด”    เธอเอามือออกจากศีรษะของตัวเอง ใช้ความรุนแรงอะไร ยังไม่ได้ทันได้ทำสักหน่อย กลัวไปเองต่างหาก

 

                “ถ้าให้เธอทำ เธอรู้หรอ ว่าต้องทำยังไง” 

 

                “ตอนนี้ไม่รู้ แต่อีกเดี๋ยวคงรู้”

 

 

 

เธอย้อนคำพูดของฉันนี่นา เราสองคนหัวเราะออกมาเบา ๆ คำตอบแบบนี้ มันน่าเขินอยู่เหมือนกันแฮะ

 

 

เสียงหัวเราะหยุดลงแล้ว เหลือเพียงเธอและฉัน กับสายตาที่สบกันอยู่แบบนั้น เธอยิ้มออกมาน้อย ๆ และเขยิบตัวเข้าหา

 

 

เราสองคนจูบกันอีกครั้ง

 

 

เรื่องที่ไม่เคยรู้ อีกเดี๋ยวคงได้รู้... คงเป็นอย่างนั้นหละนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

……………………………

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ฉันนั่งอยู่ที่ดาดฟ้าในช่วงพักกลางวัน ช่วงนี้ไม่ได้ไปที่โรงอาหารเลย เพราะไม่อยากเจอหน้ารุ่นพี่ชมรมเคนโด ผ่านมาเป็นเดือน ยังไม่เลิกตื๊อให้ฉันไปเข้าชมรมอยู่ได้ ช่างมีความพยายามมากมายอะไรขนาดนั้น

 

 

 

                “อ่ะ”

 

 

 

เสียงที่มาพร้อมถุงขนมปัง ฉันมองคนที่ซื้อขนมมาให้ฉัน ก่อนจะรับมันมาวางไว้ข้างตัว ไม่ได้กินเหมือนทุกครั้ง ส่วนเธอก็นั่งลงข้าง ๆ และกินขนมปังของเธอ... เหมือนทุกครั้ง

 

 

 

                “รุ่นพี่ยูกิตามหาอยู่น่ะ”   ยังตามหาไม่เลิกจริง ๆ ด้วย ฉันทำหน้าเบื่อหน่าย แต่จูรินะกลับหัวเราะออกมา สนุกนักสิ ที่เห็นฉันเป็นแบบนี้

 

                “ไม่ได้อยากเข้าชมรมสักนิด ทำยังไงรุ่นพี่คนนั้นถึงจะเลิกตามฉันสักทีนะ”   ฉันบ่น ๆ พร้อมเป่าลมออกจากปากท่าทางเซ็ง ๆ

 

                “ไม่อยากเล่นเคนโดอย่างนั้นหรอ”

 

                “ไม่อยาก”   ฉันตอบออกไปอย่างรวดเร็ว   “ไม่อยากทำอะไรที่พ่อเคยอยากให้ทำน่ะ”

 

                “วัยต่อต้านรึไง”   จูรินะพูดแบบไม่ได้ต้องการคำตอบ

 

 

 

วัยต่อต้านงั้นหรอ อาจจะอย่างนั้นหละมั้ง ฉันเฝ้ามองจูรินะที่กำลังกินขนมปังของเธออยู่ จะทำให้ยังไงให้หัวหน้าชมรมเคนโดคนนั้นเลิกมาคอยวอแวกับฉันได้นะ ถ้ายังอยู่ในโรงเรียนนี้ ยังไงก็ไม่น่ารอด

 

 

 

                “นี่จูรินะ”

 

                จ๋า”   ดูตอบเข้า หันมองมาหน้าฉันพร้อมยิ้มหวานอีกด้วย

 

                “ขออัดเธอหน่อยได้มั้ย”   หาเรื่องให้โดนไล่ออกจากโรงเรียน จะได้ไม่ต้องโดนตามตี๊อดีมั้ยนะ

 

                “เห”    ร้องออกมาเสียงหลงเลย    “ฉันทำอะไรผิดล่ะเนี่ย หรือว่าเรนะเกลียดฉันเข้าให้แล้ว ไม่นะ ไม่ ๆๆ”

 

 

 

โอย ไม่น่าพูดออกไปเลย ฉันเอามือกุมหัว จูรินะก็ยังโวยวายอยู่ข้าง ๆ ไม่เลิก จนฉันลุกขึ้น จูรินะเองก็รีบลุกตาม ก่อนจะถอยออกไปไกลจากฉันเป็นเมตร ฉันหันมอง... นี่คิดจริง ๆ หรอว่าฉันจะทำอะไรเธอ

 

 

แบบนี้ก็สนุกสิ ฉันรีบเดินเข้าไปใกล้ คราวนี้ถึงขั้นวิ่งหนีกันเลย ฉันรีบวิ่งตามไป และคว้าแขนเธอไว้ ดึงเธอให้หันกลับมาหา ไอ้ท่าทางกลัวหัวหด แถมหลับตาปี๋แบบนี้ ตลกเป็นบ้าเลย

 

 

 

                “นี่ จูรินะ”   ฉันเรียกให้เธอลืมตามามองฉัน แต่ดูท่ามันจะเป็นเรื่องยาก ฉันส่ายศีรษะเล็กน้อย ท่าจะกลัวจริงแฮะคราวนี้ ก็เลย... ต้องเรียกสติเธอด้วยวิธีอื่น

 

 

 

โน้มตัวเข้าไปใกล้ และช่วงชิงริมฝีปากบาง ๆ ของเธอด้วยริมฝีปากของฉันอย่างรวดเร็ว มีสติขึ้นมารึยังนะ

 

 

 

                “เอ๊ะ”   จูรินะลืมตาขึ้นมอง และแตะปากตัวเอง หลังจากโดนฉันขโมยจูบไป

 

                “คิดว่าจะอัดเธอจริง ๆ หรอ”   ให้ตายสิ คิดไปแบบนั้นได้ยังไงนะ

 

 

 

ถ้าขืนทำจริง แล้วโดนไล่ออกจากโรงเรียน ก็จะไม่มีใครมาทำตัววุ่นวายกับฉัน แบบนั้นมันคงน่าเบื่อน่าดู และอีกอย่างนะ...

 

 

 

                “เพราะฉันน่ารักจนเรนะไม่กล้าทำร้ายฉันล่ะสิ”    แล้วก็พูดจาน่าหมั่นไส้ออกมาจนได้       

        

                “เปล่า”   ฉันยอมปล่อยมือของเธอให้เป็นอิสระ    “เพราะชอบมากจนไม่อยากทำให้เจ็บตัวต่างหาก”

 

 

 

พูดเสร็จก็ลูบหัวของเธอและเดินไปนั่งที่เดิมอีกครั้ง จูรินะเผยรอยยิ้มน่ารัก ๆ ออกมา และเดินมานั่งข้างฉันเงียบ ๆ ในที่สุด โลกของฉันก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง

 

 

แต่ก็คงไม่นานหรอก ไม่น่าจะนานมาก

 

 

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ... มันคงไม่เป็นไร

 

 

เพราะฉัน... เริ่มชินกับคนวุ่นวายคนนี้ไปแล้วน่ะสิ

 

 

 

 

…...............…………………..

 

 

 

 

[END]

 

 

 

 

 

 

 

 

 

====================================================

 

 

ฮูเร่!!!! จบแล้วครับ

เรื่องสั้นผมไม่ดราม่าหรอกครับ ไว้ใจได้

มีแค่ 5-6 ตอน ขมวดปมไม่ไหวหรอกครับ

จริง ๆ ผมออกจะเขียนเรื่องน่ารักกุ๊กกิ๊ก หวานแหววจะตาย 555

 

ไว้ใจผมเถอะ!!!

Share this post


Link to post
Share on other sites
ทำไมให้อิจูโดนกดฝ่ายเดียวอ่ะ!!! ไม่ยอมมมมม ให้อิจูกดป้าบ้างสิ งืออออออ
จูนิมันกวนได้ตลอดเวลาจริงๆ
ขอบคุณสำหรับฟิคน่ารักๆ นะคะ

Share this post


Link to post
Share on other sites
เฮียหล่อมากกกก/// เล่นซะเด็กจูสาวเลยเรื่องนี้
ขอบคุณ ไรท์มากค่ะที่เขียนฟิคสนุกๆมาให้อ่าน
รอติดตามเรื่องต่อไปของไรท์อยู่นะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

น่ารักจริงๆด้วย เราเชื่อไรท์แล้ว(ในตอนจบเนี่ยนะ!!)

ที่เราไม่เชื่อในตอนแรก เพราะคงติดมาจากเรื่อง RAIN ล่ะมั้ง หลอนปวดตับซะขนาดนั้น

แต่เรื่องนี้มุ้งมิ้ง&แฮปปี้เอนดิ้ง (มีโหดนิดๆตรงฉากเกคิ)

อิจูก็ยังคงความน่าหมั่นไส้ไว้เหมือนเดิม ความน่ารักก็เช่นกัน 5555

แถมอ่อยแรงอีกต่างหาก อ่อยจนเรนะใจอ่อน รถอ้อยคว่ำเลยล่ะ

จูไม่ได้ใจง่ายนะ จูไม่ได้อ่อย แค่รอให้เฮียเระมาสอยแค่นั้นเอง หุหุ #จูรินะมิได้กล่าวไว้ 

เฮียแมนอ่ะ ทำเอาจูแต๋วแตกเลยทีเดียว

มายูกิเป็นแฟนกันนี่เอง มิน่าล่ะ จูถึงมั่นใจและไม่หึงเรนะกับพี่กร

ถ้าแปลไทยเรื่องนี้คงชื่อ สาววุ่นวายกับนาย(ยัย)ขาโหด อะไรแบบนี้ป่ะ 5555

 

อันที่จริงน่าจะมีฉากที่แบบเรนะจบออกมาแล้วไปใช้ชีวิตอยู่กับจู

ไม่สนพ่อแม่ ทำงานได้ดิบได้ดี ตอกหน้าครอบครัวให้หงายเงิบไปเลยอ่ะ สงสารเรนะเวลาพ่อแม่พูดถึงพี่ชาย

คงกดดันน่าดู

 

ป.ล.อยากให้ลองแต่งเบิ้ลอิแนวดันโซดูบ้างอ่ะ เรนะเป็นชายก็ได้ เพราะหลังๆมาชอบเห็นอิจูโดนรุก 5555

ลองเก็บเอาไปพิจารณาหน่อยนะจ๊ะ แหะๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอนแรกเรากะจะชิปเรนะยูกิแล้วนะ
แต่พอโดนลากเข้ารกเข้าพง เอ่อ จูเรนะเหมือนเดิมก็ได้
ไม่เสียแรงอ่อยใช่มั้ยล่ะ อ่อยแรง จนคอมพลีท>>โดนตบ
เฮ้อ ดีจังค่ะ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านกันมาตลอดนะคะ แง้วววววว

Share this post


Link to post
Share on other sites
จูนี่ซื่อบื้อยันตอนจบอะ กลัวเรนะอัดซะได้ แต่ก็นะ น่ารักมุ้งมิ้งจริงแหละ

ขอบคุณที่แต่ฟิคน่ารักๆให้นะครับ ชอบมากๆ น่ารักมากๆเลยครับ

Share this post


Link to post
Share on other sites
โอเคคะไรท์เรื่องนี้เราว่างใจแล้ว จะไม่มีมาม่าในเรื่องสั้นของไรท์อย่างแน่นอนเราไว้ใจไรท์ได้ใช่มั้ย?
ส่วนน้องจูไม่ต้องกลัวขนาดนั้นก็ได้เรนะอ่ะรักแล้วต้องถนุถนอมไม่ทำให้เจ็บ น้องจูอ่อยแรงจนสำเร็จอ่ะ ฟินกับการเดินป่ามาก
แล้วเจอกันใหม่นะไรท์

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now