[3-SHOTS] SEX Friend 1:45 AM (wmatsui) danso - END

31 posts in this topic

SEX Friend 1:45 AM 

 

01  :  02  :  03 

 

 

- 1 -

 

5.. 4.. 3.. 2.. 1 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

     

ในคืนวันศุกร์ที่กำลังเข้าสู่เช้าวันเสาร์ ประตูห้องของผมจะถูกเคาะเวลาเดิม ตีหนึ่งสี่สิบห้า จากเธอคนเดิม…

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก! 

 

ผมที่นั่งมองนาฬิกาข้อมือที่ใช้นับถอยหลังรอเธอ ถอนหายใจอยู่สองสามทีจนเสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง จังหวะเดิม แต่หนักขึ้น

 

“ชักช้าจังเลยนะจุน~”

 

“ไม่คิดว่ามันจะรบกวนการพักผ่อนของผมบ้างรึไงครับเรนะซัง”

 

แล้วก็เป็นเช่นเดิม ผมประครองหญิงสาวรุ่นพี่ในออฟฟิศ ที่กำลังมึนเมาเข้าห้อง เท่าที่เคยไปดื่มกับเธอมา เธอเป็นคนที่คอแข็งพอสมควร เมาได้ขนาดนี้แสดงว่าดื่มหนักมาอีกแล้วแน่ๆ ผมวางเธอลงบนโซฟา ไม่รู้เธอจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตรงที่เธอนั่งรึเปล่า ผมนั่งรอเธอตั้งนาน ถึงแม้ว่าจะง่วงแต่ผมก็รอเพราะรู้ว่ายังไงคืนนี้เธอก็จะมา

 

“เมามาแทบทุกครั้งเลยนะครับ แบบนี้มันอันตรายนะ ถ้าใครลากคุณไปจะทำยังไง” ผมบ่นไปถอดรองเท้าคัทชูให้เธอไป แรกๆ ก็ไม่ชินหรอกแต่ตอนนี้ผมชินซะแล้ว กับการนั่งคุกเข่าถอดรองเท้าให้ผู้หญิงเมาเนี่ย

 

“งืมมม บ่นอีกแล้ว บ่นเหมือนเดิมเลยนะจุน” เธอปรือตามามองผม ตาที่หยาดเยิ้มเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ กับรอยยิ้มที่แสนยั่วยวน ผมอยากจะดึงเธอเข้ามากอดเสียตอนนี้เลย แต่ไม่เป็นไร อีกไม่ช้าความปรารถนาของผมและความปรารถนาของเธอที่ไม่รู้ว่าเหมือนกันมากแค่น้อยแค่ไหนก็จะได้รับการตอบสนองในแบบเดียวกันแล้ว ขอเวลาให้ผมได้พูดคุยกับคนเมาคนนี้ต่ออีกสักหน่อย 

 

“จำได้ก็ทำตามด้วยสิครับ”  ในที่สุดผมก็ถอดรองเท้าให้เธอเสร็จ ลุกไปรินน้ำใส่แก้วและส่งให้เธอ

 

เธอรับแก้ว แต่ยังไม่ดื่มมัน ถือจ่ออยู่ที่ปากอยู่อย่างนั้น หรี่ตามองพร้อมยิ้มยกมุมปาก

 

“เป็นห่วงหรอ?” 

 

“นิดหน่อยครับ ก็เรนะซังเป็นผู้หญิงนี่นา” ผมนั่งลงข้างเธอ โดยรักษาระยะห่างหนึ่งคนนั่งตรงกลาง แต่อีกไม่นานเราก็คงใกล้ชิดกัน ไม่ใช่ในห้องนี้ แต่เป็นอีกห้องหนึ่ง… ห้องนอนของผม

 

“งือออ อยู่ด้วยกันสองคนแล้ว เรียกเรนะเถอะ”

 

“…อืม เรนะ”

 

พอผมพูดจบรุ่นพี่ขี้เมาก็วางแก้วน้ำที่ยังไม่ดื่มสักอึกลงบนโต๊ะรับแขก เสียงแก้วกระทบแก้วกระจกบนโต๊ะรับแขกดังขึ้นเหมือนเป็นสัญญาณเปิดเกมของคืนนี้...

 

ยามเช้ามาถึง ผมลืมตาตื่นแล้ว นอนตะแคงมองออกไปข้างนอกเตียง มองดูท้องฟ้ายามเช้าผ่านกระจกหน้าต่างบานใหญ่ในห้องนอน เธอคงเปิดม่านเอาไว้ให้ ผมนอนอยู่อย่างนั้นครุ่นคิดถึงสิ่งที่เราทำ ทบทวนความสัมพันธ์ของเรา ว่ามันจะมีทางเป็นไปได้มากกว่า เซ็กส์เฟรนด์ รึเปล่า 

 

ผมหันตะแคงกลับมา ภาวนาให้เธอยังนอนอยู่ แต่ก็ไม่เคยอยู่ เหลือทิ้งไว้เพียงความเย็นบนผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่ บ่อยครั้งที่ผมถามเธอ เราทำแบบนี้กันทำไม เธอบอกแต่เพียงว่า เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ จุนไม่ชอบรึไง น้ำเสียงเธอเจือความหงุดหงิด แล้วผมก็ไม่กล้าถามเธออีกเลยเพราะผมกลัว... กลัวว่าเธอจะไม่มาหาผมอีก เป็นแบบนั้นผมคงแย่

 

เพราะผมรักเธอ

 

 

……….

 

เราไม่ได้เป็นอะไรกันมากไปกว่าเพื่อนร่วมงานในบริษัทขายประกัน มัตสึอิ เรนะ ผู้ทำงานตำแหน่งเดียวกันแต่ประสบการณ์มากกว่าและอายุมากกว่าผมถึงสี่ปี เธอเป็นรุ่นพี่ที่คอยช่วยแนะนำสิ่งต่างๆ ให้ผมในฐานะรุ่นพี่คนหนึ่งเท่านั้น

 

“นี่รายชื่อลูกค้าเดือนนี้นะ มัตสึอิคุง” 

 

“ครับ”

 

เธอเอาแฟ้มใส่เอกสารมาให้ผมแล้วก็เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของเธอตามเดิม โต๊ะเธออยู่อีกฝั่งของทางเดินเลยโต๊ะผมไปสองโต๊ะเท่านั้น ผมมองเห็นเธอ เห็นแผ่นหลังที่แบกรับความภาคภูมิใจและความชื่นชมของทุกคน ไม่แปลกอะไร ก็เธอเป็นพนักงานตัวอย่างเลยนี่นา แต่จะมีสักกี่คนนะที่ได้เห็นแผ่นหลังตอนเปลือยเปล่าของเธอ...นอกจากผม

 

ผมลุกไปชงกาแฟในห้องพักผนังงาน ผมชอบห้องนี้นะ เป็นห้องแคบๆ มีเคาน์เตอร์ที่วางตระกร้าใส่ซองกาแฟ น้ำตาล และครีมเทียม มีเครื่องต้มน้ำร้องอีกหนึ่งเครื่อง ในสุดของห้องมีโต๊ะเล็กๆ พร้อมเก้าอี้สองตัว ตอนเห็นครั้งแรกผมไม่เห็นว่ามันจะเป็นห้องพักผนักงานตรงไหน แม้แต่ตอนนี้ก็ไม่คิด

 

เครื่องต้มน้ำร้อนต้องใช้เวลาสักหน่อยกว่าน้ำจะเดือด ผมจึงเปิดต้มน้ำก่อน จากนั้นจึงค่อยฉีกซองกาแฟใส่ถ้วยกระดาษใช้แล้วทิ้ง

 

“ชงให้ฉันบ้างสิ”

 

เสียงกระซิบจากด้านหลังทำผมสะดุ้ง รุ่นพี่มัตสึอินั่นเอง เธอแค่ยิ้มคล้ายจะหัวเราะแต่ก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาเลย เธอเดินมายืนข้างผม หยิบถ้วยกระดาษ ฉีกซองใส่กาแฟ ตามด้วยน้ำตาลอีกครึ่งซอง ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองเท่าไหร่ว่าเธอเห็นผมเดินมาในห้องนี้เลยเดินตามเข้ามา ทางเข้ามันเป็นมุมอับสายตาแถมในห้องนี้ก็เป็นเหมือนซอยตัน ใครแอบทำอะไรก็ไม่มีใครรู้นอกเสียจากเดินเข้ามาเจอ

 

“…มาเงียบๆ แบบนี้ผมตกใจนะครับ”

 

“ไม่ชอบรึไง ความตื่นเต้นน่ะ” ยังกวนผมด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเหมือนเคย

 

“ไม่ชอบครับ แต่ถ้าเป็นรุ่นพี่มัตสึอิล่ะก็ ผม..”

 

“อ้ะ น้ำเดือดแล้ว”

 

แกล้งเฉไฉรึเปล่าผมไม่รู้หรอก เธอใช้ต้นแขนดันตัวผมที่ยืนอยู่ข้างๆ ออกห่างจากจุดหน้าเครื่องต้มน้ำร้อน กดน้ำที่ผมเป็นคนกดต้มใส่ถ้วยกระดาษหน้าตาเฉย แซงนี่หว่า

 

“นี่ รุ่นพี่ครับ” ในที่ทำงานผมเรียกเธอแบบนั้น “เย็นนี้เราไปกินข้าวกันเถอะ”

 

“เรียบร้อยแล้ว มัตสึอิคุง เชิญเลยค่ะ”  ด้วยความที่นามสกุลเหมือนกันเธอจึงเรียกนามสกุลของผมแล้วลงท้ายด้วยคุง แทนที่จะเรียกชื่อผมห้วนๆ เหมือนตอนที่เราอยู่ด้วยกันสองต่อสองที่คอนโดของผม 

 

“เรนะ”

 

ผมเรียกเธอที่กำลังจะเดินออกไป ไม่แน่ใจว่าจะเรียกทำไม มันก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้ ชวนเธอทีไรก็โดนปฏิเสธตลอด นอกเสียจากจะไปกันหลายๆ คน

 

“อย่าเรียกชื่อฉันในที่แบบนี้ แล้วเย็นนี้ฉันมีนัดกับแฟนแล้วด้วย”

 

 

มันเป็นคำตอบที่ทำผมอึ้งค้างไปหลายนาที เธอมีแฟนแล้ว? แล้วมายุ่งกับผมทำไม!?  อยากจะรู้จริงๆ ว่าผมมีสิทธิ์จะเรียกร้องอะไรได้มั้ย สิทธิ์ของ เซ็กส์เฟรนด์ จะใช้ได้รึเปล่านะ? แต่เรื่องส่วนตัวเขาห้ามก้าวก่ายกันนี่นา เฮ้อ เอาซะกาแฟถ้วยนั้นขมชนิดที่เติมน้ำตาลไปเท่าไหร่ก็ไม่หายขม บ้าจริง

 

 

เวลาเลิกงานมาถึงแต่งานผมยังค้างอยู่ แล้วดูท่าคนที่บอกว่ามีนัดกับแฟนก็ยังมีงานค้างอยู่เช่นกัน คนอื่นๆ ก็ทยอยกลับออกไปกันหมดแล้ว เหลือแต่ผมและพนักงานดีเด่นคนนั้น

 

“มีนัด...ไม่ใช่หรอครับ” 

 

ผมถามจากด้านหลัง เห็นเธอหยุดชะงักนิดหน่อยก่อนที่แขนเธอจะขยับพิมพ์งานต่อไป

 

“งานยังไม่เสร็จนี่”

 

“นึกว่าจะไม่ตอบซะแล้ว” ค่อยยังชั่ว ถึงจะไม่หันมาตอบแต่ก็ยังดี 

 

“ให้ผมทำแทนก็ได้นะครับ ผมยินดี”

 

เธอหันมามองผม คิ้วเธอนี่บมวดกันเป็นปมเลยทีเดียว พอผมขำออกมานิดๆ เธอก็เลิกคิ้วขึ้นทั้งอย่างนั้น น่ารักซะไม่มี เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ชูขึ้นระดับอกแล้วชี้ไปที่มัน เหมือนจะบอกให้ผมหยิบออกมาตามเธอ

 

Rena :  หมายความว่ายังไงที่จะทำแทน

 

JUN :  หมายความตามที่พูดนั่นแหละครับ

 

Rena :  ไม่โกรธฉันรึไง ที่มีแฟนแล้วแต่ก็ยังมายุ่งกับเธอโดยไม่บอกเธอก่อน

 

JUN :  โกรธสิ

 

ใช่ผมโกรธ ตั้งแต่งานสังสรรค์เมื่อสามเดือนก่อน รุ่นพี่ที่น่าจะโบกมือลากันแล้วกลับมาเคาะประตูห้องผม ไม่พูดไม่จา แล้วความสัมพันธ์แบบนี้ของเราก็เริ่มต้นขึ้นโดยไม่บอกเหตุผลใดๆ เลย แล้วผมก็ดันยอมเธออีก การที่มารู้ว่านอกจากผมแล้วยังมีคนที่สามรถทำเรื่องแบบนั้นให้เธอได้ ได้เห็นแผ่นหลังของเธอ ได้ยินเสียงอันสั่นเครือเพราะความสุขของเธอ ได้ดูแลเธอ ผมก็หึงน่ะสิ แต่ก็...

 

“แต่ผมรักคุณเกินกว่าที่จะโกรธลง”  และผมก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะโกรธคุณ

 

ประโยคสุดท้ายผมพูดมันออกมากลางที่ทำงานซึ่งมีเพียงเราสองคนนั่งอยู่ สบตากัน ก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายหลบสายตาผมไป เซฟงานใส่ไดฟ์ ปิดเครื่อง หยิบกระเป๋า แล้วเดินออกไป

 

อย่างน้อยก็ถือว่าผมได้พูดสิ่งที่อยากพูดล่ะนะ ละเมิดกฏก็ช่างมันสิ

 

 

……….

 

วันต่อมาเธอมาทำงานตามปกติ แต่ท่ีแปลกไปก็คือมีพลาสเตอร์ยาติดอยู่ที่หางคิ้วข้างหนึ่ง หน้าตาดูไม่สดใสเหมือนทุกที ผมรอโอกาสที่จะเข้าไปทักแล้วถามถึงแผลนั่นถึงแม้เธอจะบอกคนอื่นๆ ไปว่าหัวกระแทกขอบตู้เก็บของในครัวก็เถอะ ผมวางใจไม่ลงหรอก ไอ้หมอนั่นมันต้องทำอะไรเธอแน่ๆ 

 

JUN :  ตรงหางคิ้วไปโดนอะไรมาครับ

 

ผมรอไม่ไหวจึงเลือกที่จะส่งข้อความออกไปแทน

 

Rena :  ชนขอบตู้ไง

 

JUN :  ผมไม่เชื่อ แฟนคุณทำอะไรคุณรึเปล่า

 

เธออ่านแต่ไม่ตอบผมเลย... ทำไมกันล่ะ เรนะ แต่วันนี้วันศุกร์เดี๋ยวเธอก็มาหาผมเหมือนเคย ไว้ค่อยถามเอาอีกทีตอนนั้นก็ได้ ว่าแต่... ผมไปเอาความมั่นใจขนาดนี้มาจากไหนกันนะ

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

 

เวลาเดิมเป๊ะ ผมรีบลุกไปเปิดประตู วันนี้ไม่เมามากแต่กลิ่นแอลกอฮอล์ก็ยังคลุ้งอยู่ ผมเบี่ยงตัวหลบให้เธอเดินเข้ามา ไปรินน้ำใส่แก้วมาเธอเหมือนเคย นั่งลงข้างเธอ มองใบหน้าเรียบนิ่งที่แดงก่ำเพราะฤทธิ์เหล้า มองไล่ขึ้นไปจนถึงหางคิ้วนั่น

 

“บอกผมมาเถอะ เขาทำอะไรคุณรึเปล่า”

 

“อืม แผลนี่น่ะเขาทำ เขาผลักฉัน ปัดป่ายความหวังดีของฉัน เมื่อวานเป็นวันครบรอบของเรา ฉันกลับห้องไปช้า แค่ไม่กี่นาทีเอง...” 

 

“เรนะ”

 

ผมเรียกให้เธอหันมาแต่เธอก็เอาแต่จ้องมองแก้วน้ำบนโต๊ะรับแขก สายตาเธอดูเจ็บปวด เธอคงรักเขามากสินะ ผมจับมือเธอ ฝ่ามือที่เคยลูบไล้ไปตามลำตัวและทั่วแผ่นหลังของผม ผมรักมือนี้และรักเจ้าของมือนี้ เกินกว่าที่จะทนเห็นเธอเจ็บปวดกับผู้ชายที่ทำร้ายร่างกายเธอ

 

“ผมไม่โกรธที่คุณปิดบังผมเรื่องนี้ แต่ผมจะโกรธก็ตรงที่คุณยอมให้เขาทำร้ายคุณ” 

 

“ช่างเขาเถอะ ฉันอยากจะลืมเรื่องของเขาไปสักพัก”

 

แล้วเธอก็ยอมสบตามองผม ใช้ฝ่ามือที่ผมหลงรักสัมผัสอกของผม ลูบไล่ขึ้นมาถึงคอ โอบรอบคอของผม ดึงผมเข้าไปหาเธอ หาริมฝีปากบาง และหลังจากนั้นก็เป็นทีของผม ผมค่อยๆ ผลักเธอนอนราบไปกับโซฟา ปากของเราไม่ยอมผละออกจากกัน เคล้นคลึงกันอยู่แบบนั้นสักพัก 

 

“จุน..”  เสียงเธอแหบพล่าราวกับกำลังเจ็บปวดจากภายในหรือบางทีผมก็ควรจะเกลียดตัวเองที่ทำให้คุณเจ็บด้วยเหมือนกันนะ ทั้งๆ ที่รู้ว่าคุณมีคนที่คบหาดูใจอยู่แล้ว ผมควรจะหยุดตรงนี้ แค่นี้ แบบนั้นมันจะดีรึเปล่า?

 

“หยุดทำไมคะ”

 

“ผมไม่รู้ว่าผมควรจะทำแบบนี้กับคุณต่อไปได้มั้ย”

 

เธอนิ่ง... จ้องมองตาผมจากเบื้องล่าง

 

“ที่ผ่านมาเราก็ทำกันได้ มันต่างกันตรงไหน จุนไม่ต้องการฉัน เกลียดฉันแล้วอย่างนั้นหรอ?”

 

“ไม่มีทาง ผมเคยบอกคุณแล้วว่าผมรักคุณ”

 

“พิสูจน์สิ พิสูจน์คำนั้นในคืนนี้อีกครั้งหนึ่งเถอะนะ”

 

เธอไม่รอให้ผมได้พูดอะไรต่อ ดึงตัวผมลงไปหาเธออีกครั้ง ดึงผมไปหาความลับภายใต้รอยจูบของเธอ เรื่องราวในชีวิตเธอผมไม่รู้อะไรเลย แม้แต่ที่อยู่ผมก็ไม่รู้ แต่ว่า อีกครั้งหนึ่ง งั้นหรอ มันคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายหรอกนะ มือผมลูบไล้ไปตามเรียวขาของเธอ ลูบขึ้นมาอย่างไม่สนใจอะไร ดันกระโปรงเธอขึ้นไป ฝ่ามือของผมที่เริ่มร้อนสัมผัสกับต้นขาเนียนของเธอ มือของเราต่างทำหน้าที่ของมันจนกระทั่ง...

 

เมื่อเธอเริ่มรุกล้ำเข้ามาภายในเสื้อเชิ้ตสีเรียบของผม สัมผัสจากหน้าท้องอ้อมไปหาแผ่นหลัง และเริ่มที่จะสอดมือเข้าไปในกางเกงนอนของผม นั่นแหละจึงทำให้ผมรู้สึกตัว นึกอะไรได้บางอย่างขึ้นมาได้

 

“….”  ผมดันตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเธอที่กำลังเคลิบเคลิ้มยังตกใจ

 

“คราวนี้มีอะไรอีกล่ะคะ”

 

“…..ถุงยางผมหมด” 

 

เธอหัวเราะออกกมานิดหน่อย ก่อนจะใช้มือขึ้นมาตบหัวผมเบาๆ สองทีคล้ายโอ๋เด็ก ขยี้ผมหน้าที่ไม่ได้เซทนั่นอีกต่างหาก แล้วก็วางมันอยู่อย่างนั้น

 

“ครั้งเดียวเองไม่เป็นไรหรอก”  ยิ้มแรกของวันปรากฏขึ้นบนหน้าที่แสนเศร้าของเธอ ผมทั้งดีใจและเจ็บปวดใจในคราเดียว

 

“เรนะแน่ใจนะ”  

 

“อื้ม”

 

เราจูบกันอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง ผมจูบด้วยความรัก ความเป็นห่วงและความคิดถึง แล้วคุณล่ะเรนะ ตอนจูบผมคุณรู้สึกยังไงและคิดอะไรอยู่กันนะ  อา... นี่ผมชักจะเมาเพราะกลิ่นเหล้าจากในโพรงปากของคุณซะแล้วสิ

 

 

เช้าวันเสาร์ 

 

ม่านไม่ได้ถูกเปิดเหมือนอย่างเคย ผมจึงรีบผลิกตัวกลับมาหวังว่าจะเจอคนนอนอยู่ข้างๆ

 

“อรุณสวัสดิ์” เธอนอนตะแคงหันมาทางผม ไม่รู้ว่าตื่นนานรึยัง

 

“อื้ม อรุณสวัสดิ์”  ดีใจจังที่คุณยังอยู่

 

“นึกว่าคุณจะไปซะแล้ว”

 

“ตอนนี้ยัง”  เธอยิ้มบางๆ ตาฉายแววเศร้าอีกครั้ง ไม่ชอบเลยที่เห็นคุณเศร้าแบบนี้ ยอมเห็นคุณเมาหัวราน้ำซะยังจะดีกว่า

 

“หมายความว่ายังไง”

 

“ฉันว่า...ให้นี่มันเป็นครั้งสุดท้ายของเราดีกว่านะ”  

 

นี่สินะเหตุผลที่คุณยังนอนอยู่ตรงนี้ เพื่อที่จะยกเลิกความสัมพันธ์ของเรา ผมเงียบก็จริง แต่ในหัวมันกำลังครุ่นคิดหาคำพูดต่างๆ นานา ที่จะรั้งเธอไว้ให้อยู่กับผมต่อ ผมยอมเป็นแค่เพื่อนคลายเหงาก็ได้ ขอแค่เธอไม่ทิ้งผมไป ความรักนี่มันช่างน่ากลัวจริงๆ มันทำให้ผู้ชายอกสามศอกอย่างผมยอมให้กับผู้หญิงตัวบางๆ ที่กำลังนอนส่งยิ้มปนความทุกข์มาให้

 

“สงสัยมาตลอดสินะว่าทำไมต้องเป็นช่วงคืนวันศุกร์” 

 

“….”

 

“แทบทุกวันแฟนของฉันเขาจะออกไปผลาญเงินเล่น ส่วนใหญ่จะเป็นเงินในส่วนที่ฉันหามาได้ จะมีก็วันศุกร์นี่แหละที่มันจะหายหัวไปเลย กลับมาอีกทีไม่ค่ำๆ วันเสาร์ ก็วันอาทิตย์  เมื่อก่อนเขาก็ดีอยู่หรอกแต่มันเริ่มออกลายก็หลังจาก...เฮ้อ ฉันที่อยู่ห้องไปก็ฟุ้งซ่านเปล่าๆ เลยมักจะออกไปดื่มคนเดียวที่ร้านประจำ ไม่ไกลจากคอนโดของเธอนี่แหละ”  ผมพอจะนึกออกว่าร้านไหน แต่ไม่คิดว่าเธอจะไปที่นั่นแทบทุกสัปดาห์

 

อยู่ๆ เธอก็ตอบข้อข้องใจของผมออกมาแทบจะทั้งหมด ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าที่เป็นแบบนี้มันเป็นเพราะอะไร เธอกำลังคบกับผู้ชายเฮงซวยคนหนึ่ง แต่ที่ไม่เข้าใจเลยก็คือ “ทำไมคุณไม่เลิกกับเขาซะ”

 

“ขอโทษนะ ที่ฉันมานอนกับเธอเหมือนเห็นเธอเป็นที่ระบายอารมณ์ ระบายความใคร่ เห็นห้องเธอเป็นที่พักให้สร่างเมาก่อนกลับคอนโดของตัวเอง ฉันขอโทษจริงๆ นะ”

 

เหมือนเธอจะไม่ได้สนใจคำถามของผม เธอได้แต่พ้นคำขอโทษและคำสารภาพออกมา ยอมรับนะว่าผมเจ็บ ที่ผมมีค่ากับเธอแค่นั้น มันดูน้อยกว่าที่ผมคิดไว้หน่อยเดียวเอง แต่ผมก็หวังไว้สูงว่ามันจะอีกอย่าง

 

ผมใช้มือเกลี่ยผมที่ปรกหน้าเธอขึ้นถัดหู มองใบหน้ายามเช้าของเธอที่ไม่ได้สดใสนัก นิ้วของผมเฉียดโดนพลาสเตอร์ยาที่หางคิ้วของเธอ เฉียดโดนดวงใจผมไป เห็นเธอเจ็บตัวเพราะคนแย่ๆ ที่เธอเลือกนี่มัน...

 

“เรนะ คุณยังไม่ได้ตอบผมเลยนะ ทำไมถึงยังคบกับเขาอยู่ ผมไม่ได้ยุให้พวกคุณแตกแยกแต่ที่ฟังมาเขาก็ไม่ใช่คนดีอะไร”

 

“ที่ทำกับเธอแบบนี้ ฉันเองก็ไม่ใช่คนดีอะไรหรอกนะ จุน” เธอย้อนแยงผม โดยใช้ตัวเธอมาเปรียบ มันไม่เหมือนกันนะ ที่ผมยังอยู่ตรงนี้และยังยอมคุณ นั่นก็เพราะผมรักคุณ

 

“คุณคงรักเขามาก...” แล้วผมก็ผลิกตัวแหงนหน้ามองเพดาน กลัวว่าน้ำตามันจะไหลหากนอนตะแคงตอนพูดคำนั้นจบ

 

“มันซับซ้อนกว่านั้น...” อะไรกันที่ซับซ้อน เธอเขยิบตัวเข้ามาใกล้ผม โอบกอดผมภายใต้ผ้าห่มที่ปกปิดเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของเราทั้งสอง วางใบหน้าไว้บนไหล่ของผม

 

“ต่อไปนี้จะเป็นความลับอย่างสุดท้ายที่ฉันจะบอก ต่อจากนี้ไม่ว่าจะหลังฉันพูดจบ ลุกออกจากเตียงหรือออกจากห้องไปแล้ว หากจุนจะเกลียด ฉันเข้าใจ”

 

“หึ นี่คุณพูดเอาซะผมกลัวแล้วนะ” 

 

“เขาไม่ใช่แค่แฟนแต่เขาเป็นสามีที่ถูกต้องตามกฏหมายของฉัน”

 

รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงมากลางอกของผมในห้องนี้เลย ตอนนี้ผมชาไปหมด ชา...ไปถึงปลายเท้า นี่หัวใจผมยังเต้นอยู่มั้ยเนี่ย รู้อย่างงี้ผมน่าจะทำประกันชีวิตกับบริษัทของตัวเองไว้สักหน่อยแฮะ นึกให้ขำยังไงตอนนี้มันก็ขำไม่ออกแล้ว ที่ออกมาก็คงมีแต่น้ำตาของผมนี่แหละ

 

เธอใช้นิ้วเกลี่ยเช็ดน้ำตาให้ผม โดยที่ไม่รู้เลยว่าความอ่อนโยนของเธอมันยิ่งทำให้ผมเจ็บปวดเป็นเท่าตัว ผมรักทุกความอ่อนโยน ทุกการสัมผัส ทุกคำพูด ทุกการกระทำของเธอ และพอคิดว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ ใกล้ชิดกันแบบนี้แล้ว....

 

ผมแทบจะขาดใจตายไปเสียตรงนั้นเลย

 

**********

 

อ่านแล้วรู้สึกตะหงิดๆ แปลกๆ ก็ขออภัยด้วยนะคะออกแนวด้นสด ปิ๊งตอนเดินลู่ขณะฟัง one more night ของ maroon5

 

Edit แก้คำ 

Share this post


Link to post
Share on other sites

โอ้ววว ฟิคนี้มัน...นี่สินะโลกของผู้ใหญ่ เรายังไม่เข้าใจเท่าไหร่ขออนุญาตเก็บความรู้ไว้แต่งฟิคตัวเองในโอกาสหน้านะคะ อิอิ//กราบงามๆ 

เจอคำว่าสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายเข้าไปนี่รู้สึกเหมือนโดนต่อยที่ท้อง จุกเลย ถ้าหย่าก็ต้องมีเรื่องของข้อตกลงที่ทำไว้ตอนจะจดทะเบียนมากมายสินะ

คือแบบอ่านแล้วพยายามคิดหาทางออกต่างๆนานา ว่าเรนะจะทำยังไงดีถึงจะได้รักกับจุน พอเลื่อนอ่านลงมาอีกนิด อ่าวจบ...

งือออออ แบบนี้จุนก็จบแบบปวดใจปวดตับปวดไส้ปวดพุงเลยสิ น่าสงสาร

แต่ตอนรอเรนะมาหา นั่งรอ เอาน้ำให้ คุกเข่าถอดรองเท้าให้ จุนคุงนี่แลอบอุ่นละมุนละไมละม่อมมาก ><

 

ปล. เห็นฟิคนี้เลยนึกได้รีบไปใส่คำว่าดันโซในฟิคตัวเองอย่างไว

ปล.2 มีความชอบฟิคท่านมาก เกิดปีเดียวกะเราแท้ๆ(แอบส่องมา555) แต่แต่งฟิคได้เข้มข้นถูกใจเรามาก ถูกใจยิ่งกว่าฟิคตัวเอง ฮา ไว้มีโอกาสจะไปตามอ่าน ลวสฟ. นะคะ ^^

ปล.3 เราชอบเพลง One more night มาก อยู่โรงเรียนนี่ร้องโคฟกะเพื่อนอย่างมันส์555

ปล.4 ขออภัยที่เม้นยาวนะคะ อิอิ

Share this post


Link to post
Share on other sites
ชอบชื่อฟิค55555น้องจูเป็นได้แค่เพื่อนนอนหรอ เรนะเธอมันใจร้าย ได้กับน้องไม่ใส่ถุงเดี๋ยวก็ป่องจนได้หรอก แต่เราเชื่อในความเป็นความสุภาพบุรุษของน้องนะคะ ยังไงน้องก็ต้องรับผิดชอบนังเร555555

Share this post


Link to post
Share on other sites
อ่านจบแล้วคิดเหมือนกันเลยว่า เอ่อ...อ่า... นี่สินะ โลกของผู้ใหญ่ ;_______;

Share this post


Link to post
Share on other sites

ความสัมพันธ์ลับๆที่ซับซ้อนแบบนี้ เพลียใจจังค่ะ
ควรจะสงสารใครดี อิจุนเหรอ หรือเรนะ เฮ้อ.......
แต่ก็นะถ้า ผช มัน here ขนาดนั้นทำไมไม่เลิกๆไปค่ะ
เผื่อชีวิตจะแฮปปี้เอนบ้าง ง่อววววววววววววววววววว
ตอนแรกอ่านชื่อเรื่องเรานึกว่าจะมาแนวเอโร่ยๆแน่เลย
แต่ผิดคาดแฮ่ะ เราชอบนะไม่ได้ขายฉากอย่างว่ามาก
จุดเด่นอยู่ที่ความอึดอัดที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ชั่ววูบระหว่างคน 2 คน
พอรู้ว่าที่เรนะเป็นแบบนี้ เพราะอะไรเราก็เกลียดไม่ลงแฮะ

ปล. นอกจาก one more night แล้ว เราว่าเพลง feelings ก็โอเคนะ 55 ถ้าในกรณีที่อิจุนหัดเห็นแก่ตัวหน่อย แบบแย่งเรนะมางี้  
      อีกนิ๊ดดดดด ถ้ามีตอนต่อก็ดีนะคะ>>โดนน้องตบ

Share this post


Link to post
Share on other sites
ว้าว! เห็นชื่อเรื่องก็ร้องว้าวแต่พอเปิดอ่านจนจบร้องว้าวววววววยาวๆ 55555
ความรู้สึกหลังอ่านจบคือสงสารและหมดหวังแทนเจ้าจุนยังไงไม่รู้สิ
เรนะเหมือนจะรักสามีไม่ก็ผูกพัน หรือไม่ก็มีเหตุผลที่ทำให้เลิกไม่ได้
คนมาทีหลังและไม่รู้เรื่องอะไรก็น่าสงสารไป จุนเอ้ย... ซดน้ำใบบัวบกนะลูก
แต่เรนะเองก็ไม่ใช่ว่าไม่น่าสงสาร น่าสงสารมากกว่าจุนด้วยซ้ำที่ผูกมัดตัวเองกับสามีแบบนั้นไปแล้ว

Share this post


Link to post
Share on other sites
ไอครั้งเดียวนั่นขอให้มันป่องทีเถอะ น้องจูจะได้มีกำลังใจแย่งมา
แต่ก็นะการหย่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ บางทีอาจจะยากและคิดหนักมากกว่าตอนแต่งด้วยมั้ง
ยิ่งถ้าเรนะซังมีลูกอยู่แล้วด้วยนี่ยิ่งลำบากใจกันเข้าไปใหญ่ อึดอัดกันหมดสองสามสี่คน
โลกของคนสามคนเป็นอะไรที่เข้าถึงยากจริงๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites
อ่านแล้วเข้าใจโดยทันทีว่าความรู้สึกมันเป็นยังไง เพราะเคยโดนลักษณะทำนองนี้มาเหมือนกัน

Share this post


Link to post
Share on other sites

โอ้ววว ฟิคนี้มัน...นี่สินะโลกของผู้ใหญ่ เรายังไม่เข้าใจเท่าไหร่ขออนุญาตเก็บความรู้ไว้แต่งฟิคตัวเองในโอกาสหน้านะคะ อิอิ//กราบงามๆ 

เจอคำว่าสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายเข้าไปนี่รู้สึกเหมือนโดนต่อยที่ท้อง จุกเลย ถ้าหย่าก็ต้องมีเรื่องของข้อตกลงที่ทำไว้ตอนจะจดทะเบียนมากมายสินะ

คือแบบอ่านแล้วพยายามคิดหาทางออกต่างๆนานา ว่าเรนะจะทำยังไงดีถึงจะได้รักกับจุน พอเลื่อนอ่านลงมาอีกนิด อ่าวจบ...

งือออออ แบบนี้จุนก็จบแบบปวดใจปวดตับปวดไส้ปวดพุงเลยสิ น่าสงสาร

แต่ตอนรอเรนะมาหา นั่งรอ เอาน้ำให้ คุกเข่าถอดรองเท้าให้ จุนคุงนี่แลอบอุ่นละมุนละไมละม่อมมาก ><

 

ปล. เห็นฟิคนี้เลยนึกได้รีบไปใส่คำว่าดันโซในฟิคตัวเองอย่างไว

ปล.2 มีความชอบฟิคท่านมาก เกิดปีเดียวกะเราแท้ๆ(แอบส่องมา555) แต่แต่งฟิคได้เข้มข้นถูกใจเรามาก ถูกใจยิ่งกว่าฟิคตัวเอง ฮา ไว้มีโอกาสจะไปตามอ่าน ลวสฟ. นะคะ ^^

ปล.3 เราชอบเพลง One more night มาก อยู่โรงเรียนนี่ร้องโคฟกะเพื่อนอย่างมันส์555

ปล.4 ขออภัยที่เม้นยาวนะคะ อิอิ

 

จริงๆ เราแค่แก่เดือนแค่นั้นเองนะคะ ฮ่าๆๆๆ โลกของผู้ใหญ่ก็ไม่ได้เข้าใจอะไรมาก อาศัยเคาะๆ สิ่งที่กักเก็บมาจากการดูหนังนี่แหละค่ะ 

เรื่องหนึ่งที่ช่วยให้เกิดเรื่องนี้คือ Friend with Benefits ที่เราเคยดูไปเมื่อปีที่แล้ว แล้วเมื่อเร็วๆ นี้คำว่า เซ็กส์เฟรนด์ ก็เข้ามาในหัวอีกครั้งเพราะเราไปอ่านเรื่องหนึ่งในสวนมา.. เรื่องที่เราไปเม้นน่ะ ฮ่าๆๆๆ แล้วก็เพื่อยืนยันสิ่งที่อยู่ในหัว เราก็ไปเสริชหาอ่านใน Pantip มาหน่อยนึง ที่เหลือก็ใช้แรงมโนเอาน่ะค่ะ   :dookdik_bun_5: 

 

 

ชอบชื่อฟิค55555น้องจูเป็นได้แค่เพื่อนนอนหรอ เรนะเธอมันใจร้าย ได้กับน้องไม่ใส่ถุงเดี๋ยวก็ป่องจนได้หรอก แต่เราเชื่อในความเป็นความสุภาพบุรุษของน้องนะคะ ยังไงน้องก็ต้องรับผิดชอบนังเร555555

 

เราก็ชอบบบบ พิมพ์ไปขำไป นึกตลกอยู่ว่ามันล่อแหลมไปรึเปล่า จริงๆ เรื่องนี้เกือบจะชื่อเรื่อง ตีหนึ่งสี่สิบห้า แล้วล่ะแต่มันดูคล้ายชื่อหนังผีเรื่องหนึ่งของไทยเลยเปลี่ยน ฮ่าๆๆๆ

 
 

 

อ่านจบแล้วคิดเหมือนกันเลยว่า เอ่อ...อ่า... นี่สินะ โลกของผู้ใหญ่ ;_______;

 

เอ่อ.. อ่า.. เราพิมพ์จบยันดอกจันสุดท้ายก็งงๆ เหมือนกันว่าพิมพ์อะไรมา อึดอัดแต่ก็สนุกแบบแปลกๆ 

 

 

 

โลกนี้มันโหดร้ายจริงๆ

 

'โลกนี้มันโหดร้าย..แต่ก็งดงาม' มิคาสะ แอกเคอร์แมน เธอกล่าวอะไรแบบนี้ไว้ เคยดูปะ Attack on titan อ่ะ  - v -

 

 

 

ความสัมพันธ์ลับๆที่ซับซ้อนแบบนี้ เพลียใจจังค่ะ
ควรจะสงสารใครดี อิจุนเหรอ หรือเรนะ เฮ้อ.......
แต่ก็นะถ้า ผช มัน here ขนาดนั้นทำไมไม่เลิกๆไปค่ะ
เผื่อชีวิตจะแฮปปี้เอนบ้าง ง่อววววววววววววววววววว
ตอนแรกอ่านชื่อเรื่องเรานึกว่าจะมาแนวเอโร่ยๆแน่เลย
แต่ผิดคาดแฮ่ะ เราชอบนะไม่ได้ขายฉากอย่างว่ามาก
จุดเด่นอยู่ที่ความอึดอัดที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ชั่ววูบระหว่างคน 2 คน
พอรู้ว่าที่เรนะเป็นแบบนี้ เพราะอะไรเราก็เกลียดไม่ลงแฮะ

ปล. นอกจาก one more night แล้ว เราว่าเพลง feelings ก็โอเคนะ 55 ถ้าในกรณีที่อิจุนหัดเห็นแก่ตัวหน่อย แบบแย่งเรนะมางี้  
      อีกนิ๊ดดดดด ถ้ามีตอนต่อก็ดีนะคะ>>โดนน้องตบ

 

เอโร่ยๆ.... นี่ก็เอโร่ยแล้วนะคะ สงสัยจะเบาบางไปนิส /หยอก แค่ลากเข้าจุดไข่ปลาในครั้งที่สองนี่ก็ลำบากแล้วค่ะ จะบรรยายยังไง รู้สึกแบบไหน ฮิฮิ

แต่ถ้าถามว่าทำไมถึงไม่เลิก.. ของแบบนี้จะเลิกฝ่ายเดียวก็ไม่น่าจะได้แต่งงานแล้วอีกต่างหาก.... จะเอายังไงต่อดีนะ ฮ่าๆๆๆ   

 

 

 

ว้าว! เห็นชื่อเรื่องก็ร้องว้าวแต่พอเปิดอ่านจนจบร้องว้าวววววววยาวๆ 55555
ความรู้สึกหลังอ่านจบคือสงสารและหมดหวังแทนเจ้าจุนยังไงไม่รู้สิ
เรนะเหมือนจะรักสามีไม่ก็ผูกพัน หรือไม่ก็มีเหตุผลที่ทำให้เลิกไม่ได้
คนมาทีหลังและไม่รู้เรื่องอะไรก็น่าสงสารไป จุนเอ้ย... ซดน้ำใบบัวบกนะลูก
แต่เรนะเองก็ไม่ใช่ว่าไม่น่าสงสาร น่าสงสารมากกว่าจุนด้วยซ้ำที่ผูกมัดตัวเองกับสามีแบบนั้นไปแล้ว

 

โอ้ อื่อออ หืมมมมม <---- สเต็ปการอุทานในใจหลังจากอ่าน ว้าวๆๆ ในแต่ละที ทำไมอ่านจบต้องว้าวยาวๆ คะ มันทำไมหรอ ฮ่าๆๆๆๆๆ

ปล.คนเราต้องมีหวังนะคะ แต่ในกรณีนี้... ลุกจากเตียงไปซดน้ำใบบัวบกแบบที่พี่บอกก็น่าจะดีนะ

 

 

ไอครั้งเดียวนั่นขอให้มันป่องทีเถอะ น้องจูจะได้มีกำลังใจแย่งมา
แต่ก็นะการหย่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ บางทีอาจจะยากและคิดหนักมากกว่าตอนแต่งด้วยมั้ง
ยิ่งถ้าเรนะซังมีลูกอยู่แล้วด้วยนี่ยิ่งลำบากใจกันเข้าไปใหญ่ อึดอัดกันหมดสองสามสี่คน
โลกของคนสามคนเป็นอะไรที่เข้าถึงยากจริงๆ

 

จะป่องหรือไม่ป่องขึ้นอยู่กับน้ำยาของจุนแล้วล่ะ!   :dookdik_bun_29:

 

 

อ่านแล้วเข้าใจโดยทันทีว่าความรู้สึกมันเป็นยังไง เพราะเคยโดนลักษณะทำนองนี้มาเหมือนกัน

 

ในส่วนของตัวคนแต่งนั้น.... มีประมาณคล้ายเราหวงเค้า แต่จะบ้าหรอไป หวงเขาทำไม ฮ่าๆๆๆ 

แต่ตอนแต่งก็แต่งไปพร้อมกับอารมณ์ของจุนที่เราสร้างขึ้นมานั่นแหละ ไม่รู้ว่าลึกๆแล้วเราเอา ครส. ตอนรู้สึกหวงคนนั้นมาเป็นตัวพาไปรึเปล่า เห้อะ งง  :dookdik_bun_5:

 

 

 

กลับไปดูบางจุดในเรื่องมาบ้าง ก็มีจุดที่คิดว่าคนที่มาอ่านเขาจะเข้าใจมั้ย ยังไงก็ขอบคุณที่มองข้ามๆ กันมานะคะ - v -

ตอนต่อเราแค่ยังไม่มั่นใจในเนื้อเรื่องน่ะ กลัวจะเละซะ... ถึงยังไงก็อย่าเพิ่งมองเฮียในแง่ไม่ดีนะ สำหรับเราเฮียน่าสงสารมากกว่าจุนอีก

- ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ค่ะ -

 

ปล. เราชอบเรื่องเจ็บๆ แต่ไม่ชอบแบดเอ็นหรอกนะ ยกเว้นว่า ขก. (?) 

PiRsquare likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites
อ่านจบอารมณ์แบบ อุส่าห์เอาไฟฉายมาทำไมไม่ได้ใช้ 5555

แต่ไม่เป็นไร น้องจูช่างน่าสงสารโดน ผญ หลอกให้ฟันแล้วก็จากไป //มามะ อกพี่ว่างซบได้นะ
nampme27 likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites

SEX Friend 1:45 AM   

 

- 2 -

 

 

          ฉันนอนมองแผ่นหลังที่สั่นเทิ่มของเขา พยายามยกมือลูบปลอบแต่นั่นมันยิ่งทำให้เขาร้องไห้หนักกว่าเดิม ใครมาเห็นผู้ชายตัวโตนอนร้องไห้แบบนี้คงหัวเราะเยาะเขา แล้วพลานคิดว่าเขาเป็นผู้ชายอ่อนปวกเปียกไม่เอาไหนแน่ๆ แต่ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะจุนเป็นคนอ่อนโยน ใจดีกับทุกสิ่ง ซื่อตรงต่อความรู้สึก เหมือนอย่างตอนนี้... 

 

 

          ฉันขอโทษนะจุน เธอไม่ควรมาเจอผู้หญิงแย่ๆ แบบฉันเลยจริงๆ ฉันว่าฉันควรไปจากที่นี่สักที

 

 

          “เดินทางปลอดภัยนะครับ”

 

 

เสียงอู้อี้ที่ดังไล่หลังมามันทำให้ฉันอดที่จะยิ้มไม่ได้ แม้แต่ตอนนี้ ตอนที่ฉันทำลายความรู้สึกเขา เขายังเป็นห่วงฉันอยู่อีกหรอ ขอร้องล่ะจุน ช่วยเกลียดฉันทีเถอะเผื่ออะไรๆ มันจะง่ายขึ้น

 

 

 

……….

 

 

          ฉันกลับมาเจอห้องในสภาพที่เหมือนโดนพายุถล่มใส่ ก่อนออกไปไม่มันไม่ใช่แบบนี้ ทั้งรองเท้าบนชั้นวาง ทั้งโทรศัพท์บ้านที่ตอนนี้ไปนอนกองกับพื้นห้อง ฉันนึกภาพตามได้เป็นฉากๆ ว่าคนที่มาถึงก่อนหน้าฉันเขากลับมาในสภาพไหน เฮ้อ ถอนหายใจไปก็เท่านั้น ตานั่นคงกลับมาแล้วสินะ มัตสึอิ โชจิ ผู้ชายที่เคยพร่ำบอกว่ารักฉัน หลังจากแต่งงานได้ไม่นานก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน เที่ยวใช้เงินที่ฉันหามาเพื่อสร้างครอบครัวของเราไปทั่ว มือไม่พายยังจะเอาเท้าราน้ำ และอีกไม่นานเรือที่มีแต่รอยร้าวนี่คงล่มในสักวัน 

 

 

          ฉันอยากจะเลิกกับเขา

 

 

          “ไง กลับมาช้ากว่าผมอีกนะ”

 

 

          โชจินั่งอ้าแขนขาเต็มโซฟา ถอดเสื้อเชิ้ตตัวเหยียบหมื่นที่ขอให้ฉันซื้อให้ในวันเกิดพาดอยู่ที่บ่า สภาพมันยับเยินไม่ต่างจากของมือสองราคาถูกที่หาซื้อได้ทั่วไป ฉันมองตามลำตัวขาวของเขา เห็นทั้งรอยเล็กและรอยลิปสติกจางๆ เต็มไปหมด ยังจะกล้าถอดเสื้อโชว์ น่าไม่อาย ทำไมถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้

 

 

          “ต่างคน... ก็ต่างมีความสุขในแบบของตัวเองล่ะเนอะ” 

 

 

          “เหอะ ต่างคนต่างมีความสุขหรอ ถ้าแน่จริงก็อย่ามาแบมือขอเงินฉันสิ!”

 

 

          “แหม่ อย่าพูดอะไรใจร้ายแบบนั้นสิเรนะจัง”

 

 

          เขาลุกขึ้นมาลูบแขนทั้งสองข้างของฉันอย่างเนิบนาบ ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าฉันยังรู้สึกดีกับเขาอยู่ ฉันยังคิดถึงตัวเขาในอดีต ยิ่งท่าทีแบบนี้ น้ำเสียงแบบนี้ มันทำให้ฉันใจอ่อนมากี่ครั้งไม่รู้ต่อกี่ครั้งแต่ครั้งนี้มันควรจะเป็นครั้งสุดท้ายสักทีถึงจะเพิ่งแต่งงานกันมาได้ไม่ถึงปีก็ช่าง ฉันทนไม่ไว้แล้วจริงๆ

 

 

           “เราเลิกกันเถอะนะ

 

 

          จากมือที่แค่สัมผัสกลับบีบแขนของฉันแน่น โชจิจ้องตาฉันเขม็ง เหตุการณ์มันคล้ายกับเมื่อคืนก่อนเลย คืนนั้นเรามีปากเสียงกันหนักมากจนฉันท้าขอเลิกกับเขา ตอนนั้นมันชั่ววูบก็จริงแต่ครั้งนี้ไม่

 

 

          “เรนะ! เราคุยกันแล้วนะเรื่องนี้”

 

 

          “คุยแล้วแต่คนแถวนี้ก็ยังไม่เลิก ทำตัวเลวๆ....

 

 

          ผลัวะ!

 

 

            ....เขาทำร้ายฉันอีกแล้วแต่ความเจ็บคราวนี้ฉันยินดีรับมัน อย่างน้อยก็เพื่อชดเชยกับสิ่งที่ฉันทำกับจุนไว้ นายจะเจ็บมากหรือน้อยกว่าฉันในตอนนี้กันนะ

 

 

          “เลิกก็โง่สิ! ไม่สิ ผมไม่มีทางเลิกกับคุณ” 

 

 

          เขาผลักฉันกระแทกกำแพงก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องนอน และออกมาพร้อมผ้าเช็ดตัวที่พันรอบเอวเอาไว้ เขาเดินมาหยุดตรงหน้าฉันที่ยังยืนอยู่ที่เดิม ใช้มือข้างที่เพิ่งตบหน้าฉันเมื่อกี้ เชยค้างของฉันขึ้นเพื่อให้เราสบตากัน... แต่ฉันไม่ทำ เบนสายตาออกไปจากคนตรงหน้า ฉันไม่อยากจะเห็นหน้าเขา

 

 

          “เดี๋ยวผมจะออกไปข้างนอกหน่อย อยู่ไปก็ทะเลาะกันเปล่าๆ ถ้าคุณอยากจะไปนอนกับคนอื่นก็ตามใจ”

 

 

           ที่บอกว่า นอนกับคนอื่น มันทำให้ฉันนึกถึงจุน ผู้ชายที่สุภาพที่สุดที่ฉันเคยเจอมา ต่างจากสามีของฉันโดยสิ้นเชิง ฉันสบตาเขา มองเข้าไปในแววตายิ้มเยาะเสมือนว่าตัวเองดูดีกว่า สูงส่งกว่า แต่มันช่างต่ำต้อย เมื่อก่อนที่ว่าดีเขายังดีไม่เท่าจุนเลยด้วยซ้ำ ทำไมฉันถึงได้รีบตกลงปลงใจกับเขานักนะ คงคิดว่ามันเป็นรักแท้ล่ะมั้ง

 

 

           “เผื่อเขาจะทำให้คุณหายคลั่งหรือ...... อยากจะให้ผมช่วยคุณแทน”

 

 

           “ชิ! คุณจะไปไหนก็ไป”

 

 

           บอกไล่เสร็จฉันก็สบัดหน้าหนี เดินหลบเข้าไปในห้องนอน โยนชุดที่เขาเลือกวางไว้บนเตียงออกไปนอกห้อง จากนั้นก็ปิดประตู ล็อกกอน... ฉันอยากอยู่คนเดียว ไม่สิ แค่ไม่อยากเห็นหน้าเคนก็เท่านั้น ฉันหันหลังพิงประตู ยกแขนขึ้นกอดตัวเอง ควานหาไออุ่นที่จุนมอบให้เมื่อคืน ซึ่งมันอาจจะยังหลงเหลืออยู่สักที่บนร่างกาย พลันน้ำตาฉันที่อัดอั้นไว้ตั้งแต่เมื่อวานก็ไหลออกมา 

 

 

          ฉันคิดถึงจุน 

 

 

          ผิดมากมั้ยที่จะรู้สึกแบบนี้ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งทำร้ายความรู้สึกของนายไป

 

 

 

 

……….

 

 

            ทุกอย่างดูจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ที่ทำงานก็ยังดูครื้นเครงกันดี ส่วนฉันกับจุน.... เราสองคนก็ต่างคนต่างอยู่ ต่อหน้าทุกคนเรามีปฏิสัมพันธ์กันไม่มากนัก ทักทาย คุยงาน สอนงาน ทำให้ฉันนึกถึงเมื่อสามเดือนก่อนตอนที่ฉันพบจุนครั้งแรก เขาเดินเข้ามาพร้อมกับหัวหน้าฝ่ายของเรา แนะนำตัวด้วยท่าทีเคอะเขิน 

 

 

          ‘มัตสึอิ จุน อายุ 21 ปี เพิ่งเรียนจบ จะมาฝึกงานที่นี่เป็นที่แรก ขอความกรุณาและฝากเนื้อฝากตัวดด้วยครับ’

 

 

          ตลกมั้ยล่ะ ฉันจำคำพูดและท่าทางตอนที่เขาแนะนำตัวได้แม่นหรือนี่จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าฉันสนใจเขาตั้งแต่แรกเจอ หลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีนัดไปเลี้ยงน้องใหม่อย่างจุน ไปร้านที่ฉันไปนั่งประจำคืนวันศุกร์นั่นแหละ ตอนที่นั่งดื่มกันฉันได้ยินว่าคอนโดเขาอยู่แถวนั้น จะกลับดึกแค่ไหนก็ได้ หลังจากแยกกันฉันที่ไม่รู้ว่าจะรีบกลับห้องของตัวเองไปทำไม กลับไปก็พบแต่ความว่างเปล่า คงไม่มีใครรอคอยการกลับไปของฉันหรอก คืนนั้นฉันเอาแต่ดื่ม ดื่ม ดื่ม แล้วก็ดื่ม เพราะมันเป็นช่วงที่โชจิทำตัวแย่ๆ จนมีปากเสียงหนักสุดตั้งแต่คบกันมาพอดี ยิ่งนึกถึงหน้าไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่นแล้วยิ่งเจ็บใจ หวังว่าแอลกอฮอล์ที่ดื่มนี่มันจะช่วยล้างแผลในใจ

 

 

          แต่ฉันมันบ้าจะล้างได้ยังไงล่ะ นอกจากล้างไม่ได้ฉันยังเมาแอ๋ จนคนที่ทำงานต้องเดินมาสะกิดบอกให้กลับได้แล้วร้านกำลังจะปิด เที่ยงคืน เมาแบบนี้แถมรถก็คงหมดแล้วบ้านของคนที่เหลือก็ไปคนละทางกับห้องของฉันแถมพวกนั้นก็ไม่ได้ตัวคนเดียวอีก 

 

 

Rena :   คืนนี้ฉันขอไปนั่งพักที่ห้องเธออหน่อยได้มั้ย สัญญาว่าพอเช้าแล้วจะรีบกลับ

 

 

          ก็ไม่ได้หวังว่าเขาจะเปิดประตูรับคนที่เพิ่งรู้จักกันอย่างฉันเข้าห้องตอนตีหนึ่งสี่สิบห้าหรอกแต่เขาก็อ้าแขนรับฉันอย่างไม่รังเกียจ แถมยังส่งข้อความกลับมาถามอีกว่าจะเดินมาถูกรึเปล่า? ไหวแน่นะ? ให้เดินไปรับมั้ย? นึกสงสัยเหมือนกันนะว่าเขาใจดีแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนเลยรึเปล่า แต่ก็นั่นแหละจุน ผู้ชายที่ใจดีและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอ เขาไม่คิดจะล่วงเกินฉันเลยด้วยซ้ำ แต่วันนั้นฉันผิดเองยัดเยียดความสัมพันธ์แย่ๆ ให้เขา ตอนที่เขามาช่วยประครองฉันที่หน้าประตู ใจฉันมันเต้นแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้แต่กับสามีของฉันเอง อาจเป็นเพราะฤทธิ์เหล้าล่ะมั้ง

 

 

          จำรสชาติของจูบแรกที่ฉันเป็นฝ่ายเริ่มหลังจากเรามองตากันสักพักได้ รสชาติของยาสีฟัน กลิ่นมิ้นต์ เขาคงกำลังจะเข้านอน แต่ก็ยังรอเปิดประตูรับฉัน ใจดีจังเลยนะ ฉันคิดแบบนั้นตอนที่จูบแรกของเราเริ่มแปรเปลี่ยนจากทักทายเป็นการหยอกล้อก่อนจะเริ่มร้อนแรงขึ้น ฉันจำได้ว่าเขาสั่นเล็กน้อย อาจจะสั่นสู้ล่ะมั้ง เพราะหลังจากนั้นฉันก็ปล่อยเลยตามเลย ตามใจอยากของเขา

 

 

          และของเรา... 

 

 

           ก่อนที่เราจะจากกันไปในความฝันของใครของมัน เขาบอกขอโทษฉัน สีหน้าฉายแววสำนึกผิดต่างจากเมื่อกี้ลิบลับ เหมือนเด็กที่เล่นสนุกจนทำข้าวของเสียหายและกำลังจะโดนดุงั้นแหละ

 

 

          “จะขอโทษทำไม ทำอย่างกับไม่เคย”

 

 

          “......ไม่ใช่ครับ”

 

 

          “ไม่ใช่?..... หรือว่าจริงๆ แล้วจุนไม่ชอบมีอะไรกับผู้หญิง?”

 

 

          “ไม่ใช๊!”  เสียงสูงเชียวนะ แซวเล่นหน่อยเดียวเอง

 

 

          “แต่นี่มันกับรุ่นพี่ที่ทำงาน......”

 

 

          “อย่าคิดมากน่า ฉันเป็นผู้หญิงฉันยังไม่คิดมากเลย”  ดูใจง่ายไปหน่อยรึเปล่า ช่างเหอะ  “นอนเถอะ ฉันเริ่มง่วงแล้ว”

 

 

          ฉันตัดบทเด็กหนุ่มคนนั้น เอามือขยี้หัวเขาด้วยความเอ็นดู  เขาหลบสายตาฉันพลันใบหน้าก็ขึ้นสีอีกครั้ง ผู้ชายอะไรขี้อายชะมัด น่ารักซะจริงๆ

 

 

          พอตอนเช้าฉันนอนจ้องใบหน้ายามหลับของเขานานเท่าไหร่ก็ไม่อาจบอกได้ ใบหน้าเหมือนเด็กน้อยที่ไปวิ่งซนมาทั้งวัน กลับบ้านมาก็นอนหมดเรี่ยวหมดแรง ไม่รับรู้อะไร คิ้วเข้มและสันจมูก ดูโดดเด่นรับกับผิวขาวละเอียด ไฝเม็ดเล็กที่คางก็ช่างดึงดูดใบหน้าฉันให้โน้มหาเจ้าของของมัน Morning Kiss  จากนั้นฉันจึงค่อยลุกจากเตียง หยิบเสื้อผ้าแล้วไปแต่งตัวในห้องน้ำ เสร็จกลับมาจุนก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น เปิดม่านให้แสงมันแยงตาเล่นซะเลยดีมั้ยนะ 

 

 

          ครืดดดด

 

 

          เสียงรูดม่านก็ออกจะดังแต่จุนก็ไม่ทีท่าว่าจะตื่น 

 

 

          เฮ้อ  ยอมแพ้ความขี้เซาของเขาจริงๆ 

 

 

          ฉันเดินมาจูบลาเขาก่อนที่จะเดินออกจาห้องไป... ฉันทำแบบนี้ทุกครั้งที่เรามานอนด้วยกันแต่เขาคงไม่รู้หรอกขี้เซาขนาดนี้

 

 

          ทีแรกฉันกะว่านั่นจะเป็นแค่ครั้งเดียวของเรา ทว่าไม่ใช่อย่างนั้น ฉันไปดื่มที่ร้านนั้นทุกวันศุกร์ตั้งแต่วันนั้น ไปบ่อยจนมันกลายเป็นร้านประจำของฉันไป แล้วทุกครั้งที่เดินผ่านคอนโดของเขา ฉันก็จะใช้ประโยคเดิมๆ แล้วขึ้นไปหาเขาที่ห้อง ทำแบบนี้มาเรื่อยๆ พอหนักๆ เข้าก็ไม่จำเป็นต้องส่งข้อความไปบอกเขาแล้ว จนถึงเมื่อครั้งล่าสุดที่ฉันตัดสิ้นใจยุติข้อตกลงทุกอย่างในการเป็น เซ็กส์เฟรนด์ ของเรา 

 

 

          กฏบ้าที่เราตั้งกันขึ้นว่าจะไม่ก้าวก่ายกัน ไม่บอกใคร ห้ามทำตัวสนิท น่าแปลกที่จุนเขายอมรับมันอย่างว่าง่าย แต่เราดันละเมิดกฏพื้นฐานของมันมาข้อหนึ่งด้วยกันแล้วทั้งคู่...... นั่นคือ ห้ามมีใจให้กัน

 

 

          หรือบางทีเราอาจจะละเมิดมันมาตั้งแต่ครั้งแรกที่เรามีอะไรกัน

 

 

 

          มัวแต่นั่งคิดถึงเรื่องอดีตจนงานไม่เดิน หัวก็มึนตื้อไปหมด จริงสิ วันนี้ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าเลย กว่าจะพักเที่ยงก็อีกตั้งหลายชั่วโมง ฉันเลยเลือกที่จะไปชงกาแฟมาดื่มแก้ขัดไปก่อน ดีกว่าปล่อยให้ท้องมันว่างแบบนี้ แน่นอนว่าฉันต้องเดินผ่านโต๊ะของเขา 

 

 

          อ้าวไม่อยู่แฮะ 

 

 

           ฉันพบเขาอีกทีในห้องพักพนักงาน เขายืนเท้าแขนก้มหน้าอยู่กับเคานเตอร์ชงกาแฟ ยืนรอให้น้ำเดือด เหมือนเขาจะรู้สึกตัวว่ามีคนกำลังมองเขาอยู่ เขาหันมายิ้มให้แล้วกล่าวทักทาย เหมือนเขาจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างบนหน้าของฉัน ดูเขาเพ่งอยู่นานจนฉันต้องถามว่า มีอะไรติดหน้ารึไง แต่แทนที่จะได้รับคำตอบ กลับได้รับไออุ่นจากฝ่ามือของเขาแทน มือนั้นแนบลงมาบนแก้มข้างที่บอบช้ำของฉันอย่างเบามือ

 

 

           “หน้าของคุณ... เขาทำร้ายคุณอีกแล้วหรอ”  รอยมันยังไม่หายหรอก นี่ก็ว่าทาลองพื้นมาดีแล้ว ยังจะสังเกตเห็นอีก

 

 

          “อืม มีปากเสียงกันนิดหน่อยน่ะ”

 

 

          จุนลดมือลง มองตาฉันเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่พูดอะไรกลับเลือกที่จะถอนหายใจออกมาแทน แล้วหันไปหยิบถ้วยกระดาษอีกถ้วย ฉีกซองกาแฟ ฉีกซองน้ำตาลแต่ใส่แค่ครึ่งซอง กดน้ำที่เพิ่งเดือดใส่ถ้วยนั้น สุดท้ายก็ยื่นส่งมันมาให้ฉัน เขาจำได้ด้วยหรอ

 

 

          “อยากให้รู้ไว้ว่าผมเป็นห่วงคุณ อย่างน้อยก็ในฐานะ... เด็กฝึกงานคนหนึ่ง”

 

 

          ฉันรับแก้วนั้นมา กล่าวขอบคุณแล้วเดินออกจากห้องนั้น และคิดว่าฉันควรจะเดินออกไปจากชีวิตเขาจริงๆ จังๆ เสียที หาก... ฉันยังรักเขาและยังเป็นหห่วงเขาอยู่ ควรปล่อยให้เขาไปเจอคนอื่นที่ดีกว่าได้แล้ว

 

 

          หลังจากนั้นฉันก็ตีตัวออกห่างเขามากขึ้น ฉันหลบหน้าหลบตาเขามากขึ้น ส่งข้อความหากันเฉพาะเรื่องงาน หากเขาส่งมาถามเรื่องอื่นๆ ไม่จำเป็นจริงๆ ฉันก็จะแค่กดอ่านเท่านั้น เดินสวนกันฉันก็ไม่ทักเขาก่อน มันเหมือนฉันใจร้ายใส่เขา แต่คิดว่านี่คงเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว สักวันมันก็คงกลับไปอยู่ในที่มันควรจะเป็นตั้งแต่แรก 

 

 

 

แต่เรื่องบางเรื่องมันก็ไม่สามารถย้อนกลับได้

 

 

 

เพราะสองเดือนต่อมา ขีดแดงสองขีดก็ปรากฏบนที่ตรวจครรภ์....... ฉันท้อง 

 

 

 

 

 

**********

 

 

มาหย่อนตอนต่อแบบงงๆ คงสงสัยว่ามาทำไมอีก 55555

ปล. เรื่องอาจดำเนินเร็วไปหน่อยโปรดรัดเข็มขัด

Share this post


Link to post
Share on other sites
เอาแล้ว...จุนทำพี่เระท้อง
เลิกกับมันเลยค่ะ เลือกจุนเถอะค่ะ เพื่อลูกและความสุขที่แท้จริง ㅠ ㅇ ㅠ
nampme27 likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites
เอาแล้วไงเรนะ ไปหาจุนซะ แล้วเลิกกับหมอนั่น เพื่อตัวเธอและเด็กเองนะ
nampme27 likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites
เอาแล้วไงเรนะ ไปหาจุนซะ แล้วเลิกกับหมอนั่น เพื่อตัวเธอและเด็กเองนะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

เอาแล้ว...จุนทำพี่เระท้อง
เลิกกับมันเลยค่ะ เลือกจุนเถอะค่ะ เพื่อลูกและความสุขที่แท้จริง ㅠ ㅇ ㅠ

 

 

เอาแล้วไงเรนะ ไปหาจุนซะ แล้วเลิกกับหมอนั่น เพื่อตัวเธอและเด็กเองนะ

 

 

มาลุ้นกันค่ะว่าจะเลิกไม่เลิก.... แต่สัญญากับเราก่อนนะว่าไม่สาปส่งเราเมื่ออ่านจบ 555555

เดี๋ยวลงต่อคืนนี้เลยนี่แหละค่ะ เผื่อพรุ่งนี้ขี้เกียจ ()

Share this post


Link to post
Share on other sites
ไม่สาปส่งเมื่ออ่านตอนจบ หมายความว่างายยยย
อย่านะอย่า อย่าทำแบบนั้น แค่นี้ก็เจ็บปวดพอแล้วววว
มันทั้งสนุก น่าติดตาม และอึดอัดกับเนื้อเรื่องอ่ะ
หย่าไปเถอะ ขอให้เป็นลูกจุนนน หย่ากับหมอนั่นแล้วมาอยู่กับจุนดีกว่าน่า เพื่อเธอเองและจุน จะได้มีความสุข...
nampme27 likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites

SEX Friend 1:45 AM   

- 3 - 

(End)

 

 

 

 

          แล้วนี่ฉันควรจะทำยังไงต่อ เด็กคนนี้อาจจะเป็นลูกของจุนหรือเปล่า........ ที่ชัดเจนที่สุดตอนนี้คือฉันกับโชจิ เรายังคงเป็นสามีภรรยาที่ดูรักใคร่กันดีในสายตาของพวกผู้ใหญ่ ทั้งพ่อแม่ฝ่ายเขาและฉันต่างก็คาดหวังว่าจะได้อุ้มหลาน แต่งามหน้ามั้ยล่ะว่าหลานคนนี้อาจจะไม่ใช่หลานที่เกิดจากผู้ชายที่ฉันแต่งงานด้วย ฉันนั่งคิดเป็นตุเป็นตะในห้องน้ำอยู่นานจนมีเสียงเรียกจากด้านนอก

 

 

          “จะเข้าอีกนานมั้ยเรนะจัง เดี๋ยวก็สายหรอก”

 

 

          “ค่ะ จะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ” ฉันห่อที่ตรวจครรภ์ด้วยกระดาษชำระแล้วซุกมันให้ลึกที่สุดในถังขยะ หวังว่าเขาจะไม่พิเรณมาค้นขยะเล่นหรอกนะ ฉันยังไม่พร้อมที่จะให้เขารู้ในตอนนี้

 

 

          วันนี้เรามีนัดทานข้าวกับพ่อแม่ของเขาฉันเองที่กำลังกลุ่มกับเรื่องเด็กในท้องว่าควรจะทำยังไงต่อดีก็นั่งเงียบตลอดตั้งแต่ขึ้นรถ รถแล่นไปเรื่อยๆ ไปบนเส้นทางที่ควรจะไปแต่ตัวฉันน่ะสิ ไม่รู้เลยว่าจะไปทางไหน ทำยังไงต่อ ถ้าบอกความจริงกับทุกคนแน่นอนว่าที่เสียใจที่สุดคงเป็นพ่อแม่ของฉัน หรือถ้าจะบอกแค่โชจิเขาก็คงไม่รับลูกในท้องของฉันแน่ๆ 

 

 

          “เงียบจัง” อยู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมา เงียบก็ดีแล้วนี่ นายอยากจะฟังเสียงของฉันนักรึไง 

 

 

          “เรนะจัง......... ที่ผ่านมาผมขอโทษนะ” 

 

 

          อะไรกัน อยู่ๆ มาพูดขอโทษเนี่ยนะ “คิดอะไรอยู่?”

 

 

          “แค่คิดทบทวนสิ่งที่ผ่านมา ทีแรกผมตั้งใจจะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์กับเรนะจังแต่พอมาตกงานแล้วยังหางานทำไม่ได้ผมก็ชักรู้สึกจนตรอกเลยทำตัวแย่ประชดชีวิตไป คุณคงไม่รู้ ทางบ้านโทรมาด่าผมปาวๆ ว่าเมื่อไหร่จะหางานได้ ครอบครัวน่ะจะดูแลได้รึไง เฮ้อ พูดไปก็เหมือนคำแก้ตัวแต่อย่างน้อยช่วยรับคำขอโทษจากผู้ชายเลวๆ คนนี้ทีเถอะนะ ผมรักคุณมากนะเรนะจัง ผมขอโทษ

 

 

น้ำตา...

 

 

          น้ำตาฉันร่วงออกโดยไม่ทันได้ตั้งตัว โชจิใช้มือที่ว่างจากการจับพวงมาลัยเอื้อมไปดึงกระดาษทิชชู่หน้ารถและยื่นส่งมาให้ฉัน มือฉันสั่นตอนที่รับมันมา ฉันสับสนไปหมดแล้ว เขาพูดจริงหรือแค่พูดลอยๆ แต่น้ำเสียงเขาหนักแน่นเปี่ยมไปด้วยความจริงใจเหมือนตอนที่เขาบอกรักฉันครั้งแรก คนที่ต้องรู้สึกผิดแล้วพูดขอโทษมันควรจะเป็นฉันรึเปล่า ฉันที่ทนรับกับนิสัยที่เปลี่ยนไปของสามีไม่ได้ ฉันที่ไม่เคยแคร์หรือพูดเปิดอกเกี่ยวกับปัญหาที่เขากำลังเผชิญ ระหว่างทางไปร้านอาหารนั่นฉันก็เอาแต่โทษตัวเอง ทบทวนข้อเสียต่างนานาของตัเอง ถ้าเลิกกับโชจิจริงฉันก็ไม่มีหน้าไปคบกับใครที่ไหนอีกแล้ว

 

 

          “เรนะจังงง แม่คิดถึงหนูจังเลย” คุณแม่ของโชจิท่านไม่เคยเปลี่ยนไปเลยเห่อลูกสะใภ้ยังไงก็ยังคงเห่ออยู่อย่างนั้น คุณพ่อของเขาก็ด้วย ทั้งสองดูแลฉันประหนึ่งเป็นลูกของตัวเองปล่อยเจ้าลูกชายยืนหัวโด่อยู่อย่างนั้น

 

 

          “เอ้า ยืนอยู่ได้ นั่งลงสักทีสิ” แล้วโชจิก็นั่งลงตามที่พ่อเขาสั่ง ฉันลอบมองเขาเป็นระยะขณะที่นั่งฟังคุณแม่เล่านู่นนี่ให้ฟัง เขายิ้ม คงยิ้มกับภาพที่เห็นตรงหน้า ภาพของพ่อแม่ที่กำลังมีความสุข เสียงพูดคุยเสียงหัวเราะดังระงมไปทั่วโต๊ะอาหาร ไม่นานนักอาหารที่พวกท่านสั่งเอาไว้ก็มาถึง

 

 

           ช่างประจวบเหมาะเหลือเกิน อาการแพ้ท้องครั้งแรกของฉันก็มาเช่นกัน

 

 

           “เรนะจัง ไหวมั้ยจ้ะ” 

 

 

          “อืม ไหวค่ะ ไม่ได้เป็นอะไรมาก”

 

 

          “เห็นแบบนี้ก็อดที่จะถามซ้ำๆ ไม่ได้........ เมื่อไหร่จะมีลูกกันสักทีล่ะ

 

 

          โดนคุณแม่ถามคำถามนี้ทุกทีที่เจอหน้ากัน นี่ไงคะตอนนี้หนูน่ะท้องแล้วแต่น่าอายที่ต้องบอกต่อว่าไม่รู้ว่าพ่อของเด็กเป็นใครกันแน่

 

 

           “หรือว่าไอ้เจ้าโชจิมันไม่มีน้ำยา??”

 

 

          “พ่อ!”

 

 

          ไม่วายที่สามีฉันจะโดนแขวะ จากนั้นฉันก็พยายามเลี่ยงเรื่องลูก ถามถึงกิจการส่วนตัวที่พวกท่านทำกัน อาหารมื้อนี้มันคงจะจบลงด้วยดีโดยที่ความจริงบางอย่างที่ฉันยังไม่พร้อมเปิดเผยถูกเก็บเอาไว้ แต่โชคร้ายที่อยู่ๆ ฉันก็ดันหน้ามืดไปหมดสติโดยที่ไ่รู้ตัวเสียก่อน

 

 

 

 

………

 

 

      

         “ฟื้นแล้วหรอ”

 

 

          เสียงโชจิดังขึ้นจากด้านข้าง ฉันหันไปมองก็พบกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง เขายิ้มให้ฉันอยู่นานเมื่อเห็นว่าฉันไม่พูดอะไรเขาจึงเริ่มพูดต่อ

 

 

          “คุณหน้ามืดไปน่ะ พ่อกับแม่ผมเขากลับไปเมื้อกี้เอง”

 

 

          “งั้นหรอคะ ฉันคงทำให้พวกท่านเป็นห่วง”

 

 

          “ไม่ใช่แค่พวกท่านนะที่ห่วงคุณ ผมก็ด้วย คุณรู้ตัวมั้ยว่าตัวเองกำลังตั้งท้อง

 

 

          “……..รู้ค่ะ”  แม้จะรู้ก่อนคุณไม่นานก็เถอะนะ “แต่ฉันแค่ยัง...... ไม่แน่ใจ”

 

 

          “ไม่แน่ใจอะไร?”

 

 

           ไม่อยากเชื่อว่าฉันจะต้องมาเผชิญกับสถานการณ์แบบนี้เร็วกว่าที่คิด เหมือนเขาจะรู้ว่าฉันไม่แน่ใจอะไร เสียงเขาสั่นไม่แพ้กันเลย เขาคงภาวนาว่าคำพูดที่ออกจากปากฉันต่อจากนี้คงไม่ใช่อย่างที่เขาคิด

 

 

          “ไม่แน่ใจว่าใครคือพ่อของเด็ก”

 

 

          เขาเงียบไปพักใหญ่ ก้มหน้าสูดลมหายใจเข้าออกเหมือนพยายามจะตั้งสติ ท้ายที่สุดเขาจึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มให้ฉันแล้วกุมมือฉันแน่น

 

 

          “ไม่เป็นไร ไม่ต้องคิดมากนะ ไม่ว่าจะเป็นลูกของใครผมก็พร้อมจะดูแลคุณและลูก ขอเพียงคุณให้โอกาส.....ฮึก ให้โอกาสผมอีกสักครั้ง”  ตั้งแต่คบกันมาฉันยังไม่เคยเห็นเขาร้องไห้เลยสักครั้ง นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันได้เห็นอีกด้านของเขา

 

 

          “ให้โอกาสผมนะเรนะ ผมสัญญาว่าผมจะดูแลคุณและลูกเป็นอย่างดี”  โชจิซุกหน้ากับมือฉัน ร้องไห้และพร่ำบอกประโยคเดิม ถึงเมื่อเดือนสองเดือนก่อนฉันจะเคยบอกว่าอยากเลิกกับเขาก็เถอะแต่ลึกๆ แล้วฉันยังรักเขาอยู่ ทั้งรักทั้งผูกพัน 

 

 

          “ฉันขอโทษนะคะที่ฉันมันไม่มั่นคง ฉันควรจะอดทนให้มากกว่านี้ ควรแคร์คุณให้มากกว่านี้ โชจิยังต้องการผู้หญิงแย่ๆ คนนี้อยู่อีกหรอคะ”  ฉันถามย้ำทั้งน้ำตาที่เอ่อนอง ถามเพื่อความแน่ใจ อยากได้ยินจากปากเขาอีกสักครั้งว่าเขายังต้องการฉันจริงๆ

 

 

          “อื้ม ต้องการสิ ผมก็ผิดด้วยเช่นกันเพราะงั้นเรามาเริ่มกันใหม่นะ มาเริ่มกันใหม่สามคน”

 

 

 

 

……….

 

 

‘นี่ๆ มัตสึอิซังน่ะท้องแล้วนะ รู้รึยัง’

 

 

‘เห จริงดิ ก็ไม่เห็นแปลกนี่แต่งกันมาสักพักแล้วไม่ใช่หรอ’

 

 

‘นั่นสิ ข้าวใหม่ปลามัน ไฟมันแรง ท้องก็ไม่เห็นจะแปลก’

 

 

‘พวกเธอก็พูดไป ฮ่าๆๆๆ’

 

 

          ตั้งแต่เช้าแล้ว มีแต่บทสนาทำนองนี้ดังไม่เลิกแต่ผมก็ยังไม่เชื่อสนิทใจจนกว่าจะได้ยินจากปากของเจ้าตัว ผมหันไปมองที่ประตูห้องหัวหน้าแผนก เรนะเดินเข้าไปในนั้นตั้งนานแล้วยังไม่ออกมาอีก ผมพ้นจากตำแหน่งเด็กฝึกงานของเธอมานานแล้วล่ะ แต่ที่ผมยังอยู่ที่นี่ก็เพราะเธอ ผมเป็นห่วงและยังรอเธอมาตลอด บางครั้งก็ต้องแกล้งโง่เพื่อส่งข้อความไปถามเรื่องงานแต่พอเปลี่ยนไปเป็นหัวข้ออื่นปุ๊บถ้าไม่รีบตัดบทเธอก็อ่านไม่ตอบเลย 

 

 

          เฮ้อ เหนื่อยใจชะมัด....

 

 

          “เอาล่ะทุกคนฟังทางนี้หน่อยนะคะ” หัวหน้าแผนกที่เดินออกมาพร้อมกับเรนะตะเบงเสียงเรียกความสนใจจากทุกคนในห้องนี้รวมถึงตัวผมที่นั่งคิดนู่นนี่ รายงานสรุปการประชุมก็ยังคาอยู่หน้าหนึ่ง

 

 

          “วันนี้จะเป็นวันทำงานวันสุดท้าย ของมัตสึอิซังแล้วนะคะ”

 

 

          ห้ะ วันสุดท้าย? หมายความว่า....

 

 

          “ฉันคุยเรื่องนี้กับทาคาฮาชิซังมาสักพักแล้วล่ะค่ะ งานก็เคลียร์ไปจนหมดแล้ววันนี้จึงแค่มายื่นเอกสารลาออกแล้วก็มาเก็บของเท่านั้น ขอโทษทุกคนด้วยนะคะที่ไม่ได้บอกก่อน” 

 

 

เธอพูดเสริมเพื่อขยายความให้กับสิ่งที่หัวหน้าแผนกตัวเล็กของเราบอก ถ้าหากถามความรู้สึกของผมตอนนี้ล่ะก็.... มันไม่ต่างอะไรจากตอนที่เพิ่งรู้ว่าเรนะมีสามีอยู่แล้วเลยล่ะแต่คราวนี้ฟ้ามันผ่าลงกลางหัวผมเลยน่ะสิ มึนไปหมดแล้ว ผู้หญิงที่ผมเฝ้ารอเฝ้าเป็นห่วงวันหนึ่งเธอก็จะจากผมไปโดยที่ผมไม่มีสิทธิ์รู้เรื่องนี้ก่อนใคร ในสายตาเธอคงผมมันไม่ได้มีค่ามากไปกว่าคนอื่นเลยสินะ

 

 

          แผนกของเราตัดสินใจกัน ณ ตอนนั้นเลยว่าจะจัดงานเลี้ยงอำลาให้เธอ จังหวะจากเสียงเพลงที่ดังอึกทึกในอกตอนนี้ยังรบกวนใจผมไม่ได้ครึ่งหนึ่งในเรื่องของเธอเลย ตั้งแต่เรามาผมยังไม่เห็นเเธอดื่มสักอึกต่างจากครั้งแรกที่เรามาที่นี่ด้วยกันลิบลับ เธอคงเป็นห่วงเด็กในท้อง เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเธอท้องจริง ผมไม่ได้ไปถามเธอโดยตรงอย่างที่ตั้งใจไว้หรอก ได้แต่เงี่ยหูฟังจากโต๊ะข้างๆ เธอนี่แหละ สักพักเรนะก็ขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก ผมเห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะที่ผมจะได้คุยกับเธอผมเลยอ้างว่าจะไปห้องน้ำแล้วจึงแอบเดินตามเธอออกไป

 

 

          “ค่าาา ไม่ได้ดื่มค่ะ โชจิก็เหมือนกัน เลิกงานแล้วส่งข้อความมาบอกก็ได้นะ ขับรถระวังๆ ด้วย รักนะคะ” 

 

 

ดูเหมือนผมจะมาได้ยินบทสนทนาหวานเลี่ยนระคายหูเข้าให้แล้ว เธอกับสามีคืนดีกันได้ผมก็ควรจะดีใจกับเธอสิ ทำไมผมต้องรู้สึกเศร้าขนาดนี้ด้วยนะ ราวกับ.... เธอจะจากผมไปทั้งตัวและหัวใจ

 

 

          “เรนะ...ซัง”  เมื่อเห็นว่าเธอวางสายไปแล้วผมจึงเดินเข้าไปใกล้ เรียกชื่อด้วยความคิดถึงและโหยหาในตัวของเจ้าของชื่อ 

 

 

          “มีอะไรหรอมัตสึอิคุง”  มันจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้วจริงๆ ใช่มั้ย

 

 

          “ทำไมคุณถึงต้องลาออกด้วยเพราะผมที่ไม่ยอมไปอย่างนั้นรึเปล่า”

 

 

           “ไม่ใช่เพราะมัตสึอิคุงหรอกนะ ฉันแค่ตั้งใจจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับสามีและลูกเท่านั้นเอง” พูดถึงตรงนี้เธอก็ยกมือขึ้นลูบหน้าท้องที่ยังไม่เห็นความโตชัดเท่าไหร่นั่นอย่างทะนุทะนอม 

 

 

          “ที่ไหนหรอ คุณจะไปที่ไหน”

 

 

          “มัตสึอิคุงอย่ารู้เลยดีกว่านะ”

 

 

          นั่นสิ รู้ไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมาในเมื่อเธอกำลังจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับสามีของเธอ “ผมมันมีค่ากับคุณมากแค่ไหนหรอ” เสียงผมสั่นเพราะผมแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว ทำไมเธอทำเหมือนผมเป็นของเล่นแบบนี้นะ เบื่อแล้วก็ทิ้ง ไม่มุมใดมุมหนึ่งในห้องก็คงเป็นในถังขยะ

 

 

          เธอดึงมือผมให้เดินตามไปที่ข้างร้านเป็นมุมที่แสงส่องไม่ถึงแต่เราก็ยังเห็นหน้ากันชัด เธอคงไม่อยากให้ใครเปิดประตูร้านออกมาแล้วเห็นเราสองคนยืนคุยกันในสภาพที่ผมเกือบจะร้องไห้แบบนี้ เรนะเงยหน้ามองผมยกมือขึ้นมาวางทาบบนหน้าของผม

 

 

          “จุนมีค่าสำหรับฉันเสมอ” 

 

 

          “แล้วทำไม....” 

 

 

          “เพราะเรื่องของเรามันไม่มีทางเป็นไปได้ ฉันขอโทษนะ”

 

 

          อา ผมต้องย้ำตัวเองอีกสักกี่ทีว่าเธอแต่งงานแล้ว แล้วผมมันก็ไม่ต่างอะไรจากอดีตชู้รัก.... รัก อย่างนั้นหรอ อยากจะพูดคำนั้นให้คุณฟังอีกสักครั้งจังแต่ผมก็พูดไม่ออก กลัวว่าคำพูดของผมมันจะทำให้คุณรำคาญใจและเริ่มชีวิตใหม่ได้ไม่เต็มที่ แค่ได้รู้ว่าผมมีค่าสำหรับคุณผมก็....พอใจแล้วล่ะ

 

 

          “ไม่เป็นไรครับ ผมขอถามอีกอย่างหนึ่งได้มั้ยครับ” คำถามสุดท้ายจริงๆ แล้วล่ะ

 

 

          “อื้ม ว่ามาสิ” 

 

 

          “เด็กในท้องนี่ใช่ลูกผมรึเปล่า” ผมสงสัยมากและหวังให้เธอตอบผมออกมาโดยตรง

 

 

          “พูดตามตรง........ฉันก็ยังไม่มั่นใจเลยค่ะ หลังจากเลิกยุ่งกับจุนฉัน...ก็มีนอนกับสามีบ้าง”

 

 

          “แล้วสามีคุณล่ะ? เขาจะรับได้หรอถ้าวันหนึ่งเด็กนี่ไม่ใช่ลูกของเขา??” ความกังวลใจถาโถมเข้ามาเรื่อยๆ ผมรนไปหมดเมื่อคิดว่าเด็กคนนี้อาจจะเป็นลูกของผม

 

 

          “ฉันเปิดอกคุยกับเขาแล้ว เขารับได้ค่ะ จุนไม่ต้องเป็นห่วงนะ ยังไงซะเด็กคนนี้ก็เป็นลูกของฉันอย่างแน่นอนเพราะงั้นฉันจะดูแลลูกของฉันให้ดีที่สุดค่ะ ฉันสัญญา”

 

 

          ผมขยับกายเข้าไปใกล้เธอ ก้มลงมองดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ก่อนจะเอ่ยคำร้องขอสุดท้าย “ผมขอ...” แต่ผมดันพูดไม่ออกทำแค่ยกมือขึ้นมาในระดับเดียวกับหน้าท้องของเธอ เรนะพยักหน้ารับก่อนจะยิ้มน้อยๆ ให้ เธอคงรู้ว่าผมหมายถึงอะไร แวบแรกที่ผมสัมผัสผมรับรู้ได้ถึงความรู้สึกบางอย่าง อาจจะเป็นความรู้สึกของคนเป็นพ่อก็ได้มั้งเพราะผมอยากที่จะทะนุถนอมเจ้าตัวน้อยในนี้ อยากจะเห็นเขาลืมตาดูโลกและอยากจะเห็นเขาเติบโต 

 

 

          มันก็คงเป็นแค่ความคิดและความรู้สึกของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังอกหัก ความรู้สึกที่อยากจะหาข้อผูกมัดให้เธอได้อยู่กับผม แต่ผมจะไม่ทำหรอก ผมทำไม่ลง

 

 

          “ผมขอให้เรนะซังและลูกมีความสุขนะ”

 

 

          รอยยิ้มที่เรามอบให้กันในคืนนั้นคงเป็นรอยยิ้มสุดท้ายเพราะหลังจากนั้นผมก็ไม่ได้เจอเธออีกเลย

 

 

 

 

………

 

 

4 เดือนผ่านไป

 

 

          ตัวผม มัตสึอิ จุน ก็ยังคงทำงานอยู่ที่เดิมครับ ไม่ใช่ว่าผมยังตัดใจจากเธอไม่ได้ ผมก็แค่ยังไม่ลืมเธอก็เท่านั้น (มันต่างกันตรงไหน) ที่จริงก็ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากย้ายที่ทำงานหรอกแต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องที่อยู่ เรื่องทางบ้าน และพวกจบใหม่แบบผมประสบการณ์ยังน้อยใช่ว่าจะหางานใหม่ได้ง่ายๆ นี่

 

 

          มาคิดๆ ดูถ้าตอนนั้นผมรั้งเธอไว้เธอจะเลือกที่จะมาอยู่กับผมมั้ยนะแต่หากย้อนกลับไปได้ผมก็คงเลือกที่จะปล่อยเธอไปเหมือนเดิม เชื่อว่าทั้งเธอและผมตัดสินใจดีที่สุดแล้ว ผมไม่อยากทำตัวงอแงเป็นเด็กเอาแต่ใจและไม่อยากจะทำให้คนที่ผมรักต้องลำบากใจ

 

 

          ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นผมจะเฮิร์ตอย่างหนักก็ตาม แล้วความรู้สึกนั้นก็ตีกลับมาเป็นระยะๆ เมื่อผมมองไปยังโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าของเธอซะด้วยสิ 

 

 

          ว่างเปล่า?

 

 

           ....เอ จะว่าไปวันนี้ถ้าจำไม่ผิดวันนี้มัน

 

 

          “ทุกคนคะ ในที่สุดเราก็ได้พนักงานใหม่มาแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่แล้วนะคะ”

 

 

           ผมละสายตาจากโต๊ะทำงานเก่าของเธอคนนั้น หันไปมองตามเสียงของหัวหน้าแผนกคนเดิม ข้างๆ ทากาฮาชิซังนั้นมีผู้หญิงตัวเล็กที่คาดว่าน่าจะเป็นพนักงานใหม่ยืนอยู่  หน้าตาน่ารักเหมือนกันแฮะ

 

 

          “เชิญแนะนำตัวเลยค่ะ”

 

 

          “อ่ะ... ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ฉันชื่อ โฮริ มิโอนะ ค่ะตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”

 

 

 

 

 

 

……….

 

THE END

 

 

 

เย่ จบแล้วค่ะ ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ 

ต้องขอบคุณ เพื่อน อ. ที่บอกว่าชอบเรื่องนี้แล้วช่วยเชียร์ให้เราแต่งต่อนะ

เราสองตัว(?) ลงความเห็นกันว่าจบแบบนี้แหละดีแล้ว เพราะความจริงก็คงไม่ได้มีอะไรได้ดั่งใจไปเสียหมด... แค่ความเห็นส่วนตัวนะคะ

แล้วท้ายที่สุดเพื่อไม่ให้หนุ่มจุนดูน่าสงสารเลยใส่ตัวละครเพิ่มอีกตัว จะแฮปปี้หรือไม่อยู่ที่ความคิดของผู้อ่านแล้วค่ะ ฮ่ะๆ

 

 

 

One Direction - Perfect (The Tide Cover)

(เพลงนี้อาจจะไม่ได้ตรงกับเนื้อหาทั้งหมด)

Share this post


Link to post
Share on other sites

จบแบบนี้แม้จะจุกๆบ้าง แต่เราว่าต้องเป็นลูกอิจุนแน่เลย
สรุปเรนะ ก็ยังคงรักสามีสินะ จะดีใจค่ะถ้าอิโชจิกลับใจจริงๆ
ส่วนจุนคงได้เริ่มต้นใหม่กับโฮริมั้งนะ แต่ก็สงสารมันตั้งแต่ต้นจนจบ
โดยเฉพาะฉากขอลูบท้องเรนะน่ะ เฮ้อ ป่วงค่ะป่วงงงงงงงงงงงง 

nampme27 likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites
สามีรู้สามีจะฆ่าเรนะซังไหมคะ
หรือว่าจะใช้เป็นข้ออ้างหย่าแล้วเรียกร้องค่าเสียหาย
ผู้ชายทำได้ไหมเนี่ย ฮ่าาา

Share this post


Link to post
Share on other sites

ไม่สาปส่งเมื่ออ่านตอนจบ หมายความว่างายยยย
อย่านะอย่า อย่าทำแบบนั้น แค่นี้ก็เจ็บปวดพอแล้วววว
มันทั้งสนุก น่าติดตาม และอึดอัดกับเนื้อเรื่องอ่ะ
หย่าไปเถอะ ขอให้เป็นลูกจุนนน หย่ากับหมอนั่นแล้วมาอยู่กับจุนดีกว่าน่า เพื่อเธอเองและจุน จะได้มีความสุข...

 

อยู่ที่จินตนาการของคนอ่านแล้วค่ะว่าจะมีความสุขมั้ย...... /ไร้ความรับผิดชอบสุดๆ

 

 

น้องน้ำ เอามาให้พี่อ่านเดี๋ยวนี้ค่ะ
จากสถานการณ์ เรนะคงไม่บอกจุนแน่ว่าท้อง
จะลงแดงแล้ว เสี้ยนมากกกกกกกกกกกกกกก
Edit : ทันใจมาก เด๋วมาเม้นท์ต่อ

 

เฮือก! เม้นก็มาเร็วทันใจเหลือเกินค่ะ 555555

Share this post


Link to post
Share on other sites
ยังไงจุนก็ดูน่าสงสารอยู่ดีอ่ะ
ก็รู้นะว่าอะไรก็คงไม่ได้ดั่งใจไปซะทุกย่าง ตอนจบคงไม่สวยงามไปซะทุกครั้ง
แค่ว่านะ...แทบทุกเรื่องที่เป็นเบิ้ลอิก็จบแบบเนี้ยแหละ เรื่องที่หวานๆก็มีนะ แต่มาม่ามีมากกว่า(ม.ม้าเยอะไปไหน)
จนเรายกให้เบิ้ลอิเป็นคู่รักแห่งวงการมาม่าเลยล่ะ(คงอร่อย...ถุยยย)
เจ็บปวดดดดที่สวดดดด ถึงจะมีมิโอนะมาดามใจก็เถอะ มันก็เป็นสิ่งที่เราต้องมโนขึ้นเองนี่นา ใช่มะ
แต่สิ่งที่อ่านมา มันตรึงในความทรงจำเราเลยนา(ขนาดนั้นเลยเหรอ) เรนะน่ะ เรนะน่ะ เร.....โฮฮฮฮฮฮฮ
จะไม่พูดถึงเรนะแล้วววว

เอ่อ ไม่ต้องไปสนใจที่เราเพ้อข้างบนนี้หรอกนะ
แค่อยากบอกว่า สนุก แต่งได้ดีจนเราอินเลยล่ะ ฮ่า
เราชอบอ่านจูจังเวอร์ชั่นดันโซแบบนี้นะ ทำให้รู้สึกว่าเป็นผู้ชายน่ารักอ่ะ แต่ก็นั่นแหละ ถึงจะน่ารักยังไง ถ้าเรนะไม่รักก็คือไม่รัก...พอๆๆ หยุดเพ้อ
คือที่อ่านมาน่ะ ฉากที่ทรมานใจที่สุดคงเป็นฉากที่จุนลูบท้องเรนะล่ะนะ
คือยังไงดีล่ะ รักมาก แต่รักไม่ได้ รู้ว่าเป็นของเราแต่ก็เป็นเจ้าของไม่ได้ ประมาณนี้ล่ะมั้ง อึดอัดใจสุดๆไปเลยล่ะ
ถ้ายังไง แต่งเบิ้ลอิดันโซอีกนะ ใครดันโซก็ไก้ขอเป็นเบิ้ลอิ ฮ่า ล้อเล่นน่ะ แต่ถ้าแต่งจริง ขอให้ แฮปปี้เอนนะ เหอๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites
เกือบจะกรี๊ดใส่ไรท์ แต่พอเห็นชื่อฮจจังก็ให้อภัย55555

Share this post


Link to post
Share on other sites

จบแบบนี้แม้จะจุกๆบ้าง แต่เราว่าต้องเป็นลูกอิจุนแน่เลย
สรุปเรนะ ก็ยังคงรักสามีสินะ จะดีใจค่ะถ้าอิโชจิกลับใจจริงๆ
ส่วนจุนคงได้เริ่มต้นใหม่กับโฮริมั้งนะ แต่ก็สงสารมันตั้งแต่ต้นจนจบ
โดยเฉพาะฉากขอลูบท้องเรนะน่ะ เฮ้อ ป่วงค่ะป่วงงงงงงงงงงงง 

 

ศัพท์ใหม่วันนี้คือคำว่า ป่วง จริงๆ โชจิมันก็ดูกลับใจง่ายเนอะแต่เพราะมันแค่สามตอนจบทำให้ง่ายไว้น่าจะดี

 

 

อ้าว กดโพสปุ๊บตอนต่อไปมาเลย

 

ไวทันใจมั้ยล่ะคะ *ส่งวิ้งค์สยอง

 

 

ยังไงจุนก็ดูน่าสงสารอยู่ดีอ่ะ
ก็รู้นะว่าอะไรก็คงไม่ได้ดั่งใจไปซะทุกย่าง ตอนจบคงไม่สวยงามไปซะทุกครั้ง
แค่ว่านะ...แทบทุกเรื่องที่เป็นเบิ้ลอิก็จบแบบเนี้ยแหละ เรื่องที่หวานๆก็มีนะ แต่มาม่ามีมากกว่า(ม.ม้าเยอะไปไหน)
จนเรายกให้เบิ้ลอิเป็นคู่รักแห่งวงการมาม่าเลยล่ะ(คงอร่อย...ถุยยย)
เจ็บปวดดดดที่สวดดดด ถึงจะมีมิโอนะมาดามใจก็เถอะ มันก็เป็นสิ่งที่เราต้องมโนขึ้นเองนี่นา ใช่มะ
แต่สิ่งที่อ่านมา มันตรึงในความทรงจำเราเลยนา(ขนาดนั้นเลยเหรอ) เรนะน่ะ เรนะน่ะ เร.....โฮฮฮฮฮฮฮ
จะไม่พูดถึงเรนะแล้วววว

เอ่อ ไม่ต้องไปสนใจที่เราเพ้อข้างบนนี้หรอกนะ
แค่อยากบอกว่า สนุก แต่งได้ดีจนเราอินเลยล่ะ ฮ่า
เราชอบอ่านจูจังเวอร์ชั่นดันโซแบบนี้นะ ทำให้รู้สึกว่าเป็นผู้ชายน่ารักอ่ะ แต่ก็นั่นแหละ ถึงจะน่ารักยังไง ถ้าเรนะไม่รักก็คือไม่รัก...พอๆๆ หยุดเพ้อ
คือที่อ่านมาน่ะ ฉากที่ทรมานใจที่สุดคงเป็นฉากที่จุนลูบท้องเรนะล่ะนะ
คือยังไงดีล่ะ รักมาก แต่รักไม่ได้ รู้ว่าเป็นของเราแต่ก็เป็นเจ้าของไม่ได้ ประมาณนี้ล่ะมั้ง อึดอัดใจสุดๆไปเลยล่ะ
ถ้ายังไง แต่งเบิ้ลอิดันโซอีกนะ ใครดันโซก็ไก้ขอเป็นเบิ้ลอิ ฮ่า ล้อเล่นน่ะ แต่ถ้าแต่งจริง ขอให้ แฮปปี้เอนนะ เหอๆ

 

อ่านเม้นนี้แล้วเราดีใจมากเลย ดีใจที่ทำให้คนอ่านโฮ่ร้องได้แบบนี้ 5555555

เราเกลียดเรื่องแนวๆ นี้นะ อ่านมาตั้งนานดันจบแบบปวดใจแต่เราก็ยังจะเสาะหาแนวๆ นี้อ่านอยู่.... 

 

 

เกือบจะกรี๊ดใส่ไรท์ แต่พอเห็นชื่อฮจจังก็ให้อภัย55555

 

ขอบคุณฮจจังมา ณ ที่นี้ด้วย - v -

 

 

พอกลับไปดูตอนหนึ่งใหม่มันก็มีจุดที่พิมพ์พลาดไปเหมือนกันแต่แค่นิดหน่อยค่ะ

แล้วตอนทั้งหมดก็ไม่รู้จะย้อนแยงกันมากน้อยแค่ไหน ยังไงก็ขอบคุณที่มองข้ามๆ กันมานะคะ...

 

 

*** ขอลบลิ้งค์ที่รวมออกก่อนนะคะ มีพิมพ์พลาดอีกแล้ว T v T

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now