Sign in to follow this  
Followers 0

[SF] my heart หัวใจฉัน.. เป็นของเธอ (atsumina,kojiyuu,yuiparu) EP.11

44 posts in this topic

เม้นแรกอีกละ 555 เชียร์ยุยพารุแปป รู้สึกผิดต่ออัตสึมินะจัง

ถถถถถ ข้าน้อยสนับสนุนให้เชียร์ // อักก โดนถีบ

Share this post


Link to post
Share on other sites

พึงเห็นเรื่องนี้ไรท์ อ้ากกกกกกก พลาดสุดๆ

เป็นเรื่องที่มาม่าเยอะมากสำหรับคู่พ่อแม่

ข้าน้อยสงสารอัตสึมากายขอรับ อย่าให้อัตสึเจ็บปวดมากไปกว่านี้เลย

ส่วนคู่ลูก มันฮาได้อีกนะไรท์ โดยเฉพาะเพื่อนๆมโนกระจาย ชงกันจนเข้ม

ลุ้นๆว่าพลุจะเค็มเข็มข้นกว่าหรือจะเป็นยุยที่นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว ใครกันจะเป็นผู้อยู่รอด

รออยู่เสมอนะคะไรท์ สู้สู้  :dookdik_greenTea_2:

Share this post


Link to post
Share on other sites
ไรต์มาแล้วววววว
สงสารอัตสึจัง แต่จะโทษยุยก็ไม่ได้ด้วย
รอต่อไปค่า

Share this post


Link to post
Share on other sites
ลงดึก5555เพิ่งมาอ่าน กรี๊ดดรู้สึกชอบยุย

Share this post


Link to post
Share on other sites
มาแล้วววววรอมานาน

พี่ยุยจะพลุไปทำไร
พลุก็ร้ายไม่เบานะ
สงสารอัตสึอ่ะเจอลูกแต่ลูกดันหนี

Share this post


Link to post
Share on other sites

Ch 4 อุบัติเหตุหรือจงใจ

 

ร่างบอบบางของนักเรียนใหม่ถูกเหวี่ยงเข้าไปในห้องสภานักเรียนก่อนจะตามด้วยเสียงปิดประตูดัง ปัง พารุกำลังจะอ้าปากด่าไอ้คนที่ลากเข้ามาโดยไม่สนว่าเธอจะเจ็บหรือไม่ แต่ไม่ทันไรอีกฝ่ายก็ชิงโวยวายใส่จนต้องรียกมือปิดหู

 

“เธอกล้ามากที่ทำแบบนั้นหน้าโรงเรียน!

 

 อะแฮม ก็ใครใช่ให้เก๊กมาดละ หมั่นไส้

 

“ฉันกล้าทำอะไรล่ะคะ ยุยจัง”

 

“นิเธอ!” ยุยสาวเท้าเข้าประชิดคนหาเรื่องก่อนเอากำปั้นทบโต๊ะดัง ตึงพารุแอบสะดุ้งเล็กน้อย ท่าทางแมวน้ำจะโกรธให้แล้วทีนี้

 

มีหรือคนอย่างเธอจะยอมขอโทษง่ายๆ เสียศักดิ์ศรีหมด

 

“แหม เข้ามาใกล้ฉันขนาดนี้จะทำอะไรล่ะคะ” พารุเชิดหน้าท้าทาย เชิญชวนอีกฝ่ายว่า ถ้ากล้าก็ลองดูสิ เธอจะเอาไปป่าวประกาศให้รู้กันทั้งโรงเรียนเลยว่ารองประธานนักเรียนผู้เก๊กมาดชอบรังแกคนอ่อนแอกว่า

 

“มันจะมากเกินไปแล้วนะคุณโอชิมะ ฉันไม่ใช่คนที่เธอจะมาเล่นหัวเล่นหางด้วย!

 

ยุยฉุดข้อมือของร่างบางกำไว้แน่น

 

“ก็ไม่ได้เล่นหัวเล่นหางนิค่ะ หรือคุณเป็นหมา”

 

“นิ เธ..

 

“พอแล้วค่ะ ฉันปวดหู อีกอย่างนะคะ ช่วยกรุณาปล่อยแขนฉันด้วย”

 

“ไม่!” ยุยดึงแขนของพารุเข้ามาทางตัวเองมากขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มจะต่อต้านพยายามสะบัดข้อมือให้หลุดจากแรงบีบของเธอ

 

“ปล่อยค่ะ”

 

“ไม่”

 

“ปล่อยคะ”

 

“ไม่”

 

 พารุเริ่มจะโมโหบ้าง เธอสะบัดมือออกอย่างแรง แต่ยุยก็ยังไม่ปล่อยจนเธอทนไม่ไหวยกมือข้างที่ไม่ได้ถูกจับไว้ฝาดใส่ใบหน้าของรองประธานนักเรียนอย่างจัง

 

“เพียะ”

 

“เธอ!!

 

 คนถูกตบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่กระชากร่างของพารุเข้ามาหาตัวเอง ด้วยสวนสูงที่ไม่ต่างกันมาก ทำให้ร่างบอบบางคนของที่ไม่ทันตั้งตัวถลาตัวเข้าหา ริมฝีปากชนเข้ากันอย่างไม่ได้ตั้งใจ ยุยเบิกตาโพลงก่อนจะรู้ตัวอีกทีก็ถูกตบหน้าอีกข้างไปเสียแล้ว

 

 “เพียะ”

 

“เธ

 

“ปัง! คนถูกตบหน้าพึ่งจะได้สติกลับมา ยกแขนค้างจะเรียกคนที่พึ่งตบหน้าเธอไปเมื่อครู่ก็ไม่ทันซะแล้ว

 

เมื่อกี้ เธอไม่ได้ตั้งใจนะ!!!!

 

มันเป็นอุบัติเหตุ

 

ไม่ได้ตั้งใจให้มันออกมาอย่างนี้!!

 

ทำยังไงดีละ  ยิ่งง้อคนไม่เป็นอยู่

 

หูยย เจ็บชะมัด ยัยเด็กเรียนใหม่มือหนักเป็นบ้า

 

 

 

 

 

   ฝ่ายคนโกรธจัดก้าวเท้าบึงปังมาถึงห้องเรียน เธอเหวี่ยงกระเป๋าลงโต๊ะ ฟุบหน้าลงไม่อยากคุยกับใครแม้แต่คาวาเอ้ที่เข้ามาทักจนอีกฝ่ายงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

 

“พารุ เธอเป็นอะไร หลับอยู่รึเปล่า”  คนหลับบ้านไหนจะตอบได้ เธอไม่ได้หลับแค่อารมณ์ไม่ดี

 

แล้วอีกอย่าง เธออยากอยู่คนเดียว เข้าใจมั้ย อยากอยู่คนเดียว เพราะไอ้แมวน้ำบ้านั้นแท้ๆ

 

นั้นมันจูบแรกของเธอนะ!!!

 

 “นี่ พารุ”

 

อย่ามายุ่งกับฉันได้มั้ย  ไปจัดการกับเพื่อนของเธอโน้น! ไอ้รองประธานบ้า งี้เงา

 

ฉันเกลียดคนแบบนี้ที่สุด!

 

“พารุ”

 

“หนวกหูน่า!! เธอเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะตะโกนใส่อาวาเอ้อย่างเหลืออด อยากมีเรื่องกับเธอมากนักรึไง แต่เห็นอีกฝ่ายยิ้มแหะๆชี้ให้เธอดูหน้าห้องเท่านั้นแหละ..

 

 เธอหุบปากที่อ้าคางไว้แทบไม่ทัน รู้สึกหายใจไม่ออกชั่วขณะ

 

อาจารย์คาไซฉีกยิ้มหวานยกมือกอดอก เธอก็รับรู้ชะตากรรมของตัวเองทันทีว่า

 

งานเข้า!!

 

 “การที่ครูเข้ามามันทำให้เธอหนวกหูขนาดนั้นเลยเหรอค่ะคุณโอชิมะ ฮารุกะ”

 

แหม มาซะเต็มยศเลยนะคะ ท่านอาจารย์ที่เคารพรัก

 

  “นะ.หนูขอโทษค่ะ”

 

เธอรีบลุกขึ้นโค้งให้อาจารย์แล้วนั่งลงด้วยพวงแก้มที่เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเพราะเสียงหัวเราะจากทั่วทั้งห้อง  และท่านอาจารย์อันแสนน่าเคารพรักยังกรุณาอบรมสั่งสอนเธอเกือบสิบห้านาที ให้ต้องรีบปาดเหงื่อกันเลย

 

หูเธอบอดไปแล้วมั้ง ถึงได้อื้ออึงอย่างนี้

 

 เธอได้แต่ขยับปากสาปแช่งไอ้คนที่ไม่รู้จักบอกให้เร็วกว่านี้

 

   มีการกระซิบบอกเธออีกนะว่า ฉันพยายามบอกเธอแล้วนะ

 

แต่ไอ้ที่ก่อนหน้ามันพยายามกวนเธอนิหน่า ใครจะไปอยากฟังกันเล่า!!

 

แล้วไอ้หัวหน้าห้องมันไปไหน ปกติต้องเป็นหน้าที่มันมาเตือนไม่ใช่เหรอ

 

 ไอ้คนไม่รับผิดชอบเอ้ย!

 

 เธอลืมไปรึเปล่าว่าเธอไปตบหน้าเขามา พารุ

 

“ขอโทษนะคะ ที่เข้าสาย”

 

  คนที่เธอกำลังสบถด่าอยู่ในใจ จู่ๆก็เปิดประตูห้องเข้ามาโค้งหัวขอโทษอาจารย์ แต่กลับเรียกสายตาตกใจจากทุกคนในชั้นเรียน อนึ่งอาจเป็นเพราะไม่เคยเห็นรองประธานนักเรียนเข้าสาย ยกเว้นมีประชุมสภาและสองคงเป็นเพราะพวงแก้มทั้งสองติดแผ่นความเย็นลดการอักแสบ

 

ดูก็รู้ว่าพึ่งออกมาจากห้องพยาบาล

 

 สมนำหน้า

 

“เกิดอะไรขึ้น! คุณทาคาฮาชิ”

 

อาจารย์คาไซทำหน้าตกใจเวอร์มาก ยกมือเข้าไปแตะบ่าทั่งสองข้างของไอ้แมวน้ำแล้วเขย่าตัวเบาๆ เธอว่าก่อนไอ้แมวน้ำนั้นจะได้ตอบคำถามคงเวียนหัวตายพอดี

 

ยุยลอบมองคนทำแล้วถอนหายใจ เพราะยัยแสบนี้แท้ๆ

 

“โดนลูกหลงนิดหน่อยตอนเข้าห้ามคนตีกันน่ะค่ะ”

 

 อาจารย์คายิ้มแหะๆ ยกมือเตะหัวเตะแก้มไอ้แมวน้ำอย่างเป็นห่วง

 

จะห่วงอะไรขนาดนั้นค่ะ อาจารย์

 

อาจารย์กำลังห่วงแต่เธอกำลังหวง เฮ้ยย ไม่ใช่ หมั่นไส้ต่างหาก หมั่นไส้

 

 “เอ่อ..ไปนั่งที่เถอะ”

 

“ขอบคุณค่ะ”

 

 คนอะไรโกหกไหล่ลื่นชะมัด

 

แบร่ ถ้าอาจารย์ไม่อยู่ เธอจะทำให้ไอ้แมวน้ำจนตรอก สารภาพความผิดที่ไปก่อมาต่อหน้าคนทั้งห้องเลย ค่อยดู

 

บังอาจมาชิงจูบแรกเธอ

 

พูดแล้วโมโห เธอตวัดสายตาจ้องคนกำลังเดินมานั่งที่ก่อนเชิดหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง

 

 คนถูกโกรธถึงกับหน้าซีด มันไม่ใช่ความผิดของเธอสักหน่อย!

 

แถมคนที่หาเรื่องกันก่อนก็ยัยนักเรียนใหม่แท้ๆ

 

 

 

 

 

  

 

   เฮ้อ ทำไมต้องนึกถึงเรื่องพรรค์นี้นะ

 

   วันนี้เธอได้ออกมาทำงานนอกสถานที่แล้วบังเอิญผ่านสวนสาธารณะที่เมื่อก่อนชอบมาเดินเล่นกับผู้หญิงคนนั้นบ่อยๆ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ มือแสนอบอุ่นที่จับจูงกันคู่นั้น

 

  พอนึกถึงเรื่องนี้ทีไร ไม่รู้ทำไมถึงเจ็บจนหายใจไม่ออก รู้ตัวอีกทีน้ำตาก็ไหลเสียแล้ว

 

ไม่อยากเจอ..แต่ก็โหยหา

 

ไม่อยากได้ยินเสียง...แต่ก็คิดถึง

 

บางครั้งเธอก็อยากให้เรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตเธอเป็นแค่ความฝัน

 

   เธอทอดน่องยาวมาถึงมุมประจำก่อนนั่งลงไปบนพื้นหญ้า มองสายน้ำพุที่ขึ้นมาจากสระแล้วยิ้มเศร้า  บางครั้งก็เกลียดตัวเองที่เป็นคนความจำดีเกินไป

 

ไม่ลืมแม้กระทั้งมุมโปรดของผู้หญิงคนนั้นในสวนสาธารณะแห่งนี้

 

ชอบพาเธอมานั่งตรงนี้ เอนศีรษะมาพิงแล้วชวนคุยเรื่องราวขบขัน

 

เธอเจ็บปวดทั้งที่ไม่ได้ทำผิด

 

คิดถึงคนที่ไม่เห็นค่าของเธอ

 

งี้เง่าชะมัด เธอน่ะ

 

 “คุณชอบตรงนี้มากเหรอคะ” น้ำเสียงหวานนุ่มคุ้นหูทำให้เธอเงยหน้าขึ้นไปดู จึงพบกับมาสคอตรณรงค์ของสวนสาธารณะแห่งนี้ เจ้ากระต่ายสีขาว

 

ทำไมเจ้าตัวนี้ถึงทำให้หัวใจของเธอทุกข์ทรมานได้นะ

 

ไม่ยุติธรรมกับเธอเลย ที่เธอต้องมาจำเรื่องมากมายเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น

 

ยัยนั้น ชอบเจ้านี้ถึงขนาดรบเร้าขอให้เธอถ่ายรูปคู่ให้

 

เธอเคยแอบอิจฉา เพราะผู้หญิงคนนั้นสนใจเจ้าตัวนี้มากกว่าเธอ

 

“ไม่ได้ชอบค่ะ” เธอตัดสินใจตอบด้วยคำพูดสุขภาพแล้วเบือนหน้าออกไปยังบึงน้ำเหมือนเดิม

 

“แต่ฉันชอบตรงนี้มากนะคะ” เจ้ามาสคอตเสียมารยาทนั่งลงข้างเธอโดยที่ไม่สนว่าเธอจะเต็มใจให้นั่งด้วยหรือไม่และคำพูดที่เหมือนจะแฝงนัยอะไรเอาไว้

 

เธอแกล้งทำเป็นไม่สนใจ ทั้งทีอีกใจก็อยากให้เจ้ากระต่ายพูดให้จบ

 

 “ดูคุณมีเรื่องไม่สบายใจนะคะ”

 

“ปกติมาสคอตเขาห้ามพูดไม่ใช่เหรอคะ”

 

“กรณีพิเศษค่ะ ฉันเห็นคุณไม่สบายใจอยู่”

 

“นอกจากเป็นมาสคอตแล้วยังเป็นหมอดูด้วย?

 

 “ฉันก็พอจะดูคนออกนะคะ” เธอเห็นเจ้ามาสคอตกระต่ายขาวยกนิ้วโป้งให้จนต้องแอบส่ายหน้าและถอนหายใจออกมา

 

“การถอนหายใจทำให้พลังชีวิตหายไปนะคะ คุณไม่สบายใจเรื่องอะไรถึงขนาดต้องถอนหายใจ”

 

“ฉันแค่กำลังนึกถึงเรื่องเมื่อก่อนของคนบางคนน่ะค่ะ” มินามิตัดสินใจบอกความจริงออกมาอยากรู้เหมือนกันว่าคู่สนทนาจะแสดงท่าทีอย่างไร

 

 “ฉันขอถามคุณหนึ่งคำถามได้มั้ยคะ”  เจ้ากระต่ายหันมองมาทางเธอด้วยน้ำเสียงเว้าวอน แล้วอย่างนี้ถ้าเธอไม่เปิดโอกาสให้ถามก็ดูจะใจร้ายเกินไปหน่อย

 

 “อะไรคะ”

 

“ถ้าสมมุติมีคนที่ทำผิดกับคุณมากๆแต่เขามีเหตุผลบางอย่างที่บอกคุณไม่ได้ คุณจะให้อภัยเขามั้ยค่ะ” เธอขมวดคิ้วลงทันที  ชั่งเป็นคำถามที่จี้ใจเธอเหลือเกิน

 

ต้องการเอาคำตอบไปตอบกับใครกันละ

 

“ถ้าในทางทฤษฎี ฉันคงต้องฟังเหตุผลก่อนมั้งค่ะ แต่ในความรู้สึก ฉันไม่รู้หรอกค่ะ อาจจะไม่มีทางให้อภัยเลยก็ได้” มินามิลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นที่เสื้อผ้าก่อนหันมองเจ้ากระต่ายขาว

 

“แล้วคุณละคะ เคยทำผิดกับใครไว้ ความรู้สึกของคนไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาล้อเล่นหรอกนะคะ” แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปวดราวจนคนในชุดมาสคอตกระต่ายรู้สึกหน้าชา

 

“ฉันขอตัวก่อนนะคะ”  

 

อยากจะเอือมมือไปรั้งเขากลับมา แต่เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีสิทธิ์ เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ยิ่งเห็นเขาเดินไกลออกไป เธอก็ไม่สามารถห้ามหยาดน้ำตาให้มันหยุดไหลได้

 

คิดถึง คือ คำคำเดียวที่กำลังร้องดังในจิตใจของเธอ

 

 

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ยูโกะมานั่งเฝ้าเพื่อนสนิทซึ่งมีสภาพเหมือนคนใกล้ตาย ไม่ยอมพูดกับเธอสักคำตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน หลังจากโทรศัพท์ขอให้เธอไปรับอยู่สวนสาธารณะ ซึ่งเจ้าตัวตั้งใจไปทำงานพิเศษ เธอห้ามแล้วห้ามอีก เพราะกลัวจะมีเรื่องอะไร

 

และแล้ว.. ก็มีเรื่องตามคาด อีกอย่างเกิดพวกนั้นมันหาตัวอัตสึโกะเจอไม่แย่หรือ

 

เอาแต่ใจตัวเองจริงๆเพื่อนเธอเนี่ย

 

“เธอจะไม่พูดอะไรใช่มั้ย อัตจัง” ยูโกะถามย้ำอีกครั้ง ฝ่ายนั้นก็เอาแต่ส่ายหน้า

 

“เอาอะไรร้อนๆหน่อยมั้ย เดี๋ยวฉันไปหยิบให้”

 

“ไม่เป็นไร ยูจังไปทำงานเถอะ”

 

“เธอจะไม่เป็นอะไรได้ไง ดูสภาพเธอสิ หรือต้องให้ฉันเอากระจกมาให้ดู”  

 

ทำไมอัตสึโกะหัวดื้ออย่างนี้

 

“เธอยังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่มั้ย อัตจัง”

 

มาตรการสุดท้ายถูกงัดออกมาใช้ เธอจับมือของอัตสึโกะมกอบกุม ขอให้เชื่อใจว่าเธอพร้อมจะรับฟังและช่วยแก้ปัญหา

 

 “ฉันขออยู่คนเดียวก่อนนะ ยูจัง” อัตสึโกะค่อยๆดึงมือกลับไปพร้อมกับน้ำตาที่รินไหลต่อ แค่เห็นหน้าเขาคนนั้นเธอก็ทนไม่ไหว ความรู้สึกมากมายพุ่งปะทุออกมาเหมือนไม่เคยเกิดมาก่อน อยากตะโกนบอก ว่ารักเขา อยากขอโทษเขากับเรื่องที่ผ่านมา อยากอธิบายให้เขารู้ว่าเธอไม่มีวันลืมเขาได้ อยากบอกกับเขาว่า เธอคิดถึงเขาแค่ไหน แต่เธอก็กลายเป็นแค่คนน้ำท่วมปาก  

 

 ทำไมโชคชะตาถึงต้องค่อยกลั่นแกล้งเธอ  ครั้งก่อนส่งลูกมาเจอเธอแล้วยังไม่พอใช่มั้ย ถึงต้องส่งเขามาทำร้ายเธอ แล้วเธอจะใจแข็งได้อย่างไร เมื่อหัวใจของเธอร้องเรียกหาเขาอยู่อย่างนี้

 

 “ฉันจะรอฟังตอนที่เธอพร้อมนะ อัตจัง”

 

ยูโกะยกมือลูบศีรษะของเพื่อนสนิทเบาๆ

 

ใครกันที่ทำให้เพื่อนเธอเป็นได้ขนาดนี้...

 

 

 

 

 

 

 

 ไม่ว่าจะด้วยเหตุอะไรเอาเป็นว่าตอนนี้ทาคาฮาชิ ยุยกำลังเดินตามยัยนักเรียนย้ายใหม่ตั้งแต่หน้าห้องเรียนถึงหน้าประตูโรงเรียนหลังจากที่เลิกเรียนได้ไม่นาน

 

ยัยนั้นก็เดินฉับๆถือประเป๋าออกจากห้อง ไม่สนใจเสียงเรียกของเธอ แถมตอนกลางวันก็เอาแต่หลบหนี้กต่างหาก

 

ชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ

 

“คุณโอชิมะ” เธอเดินเร็วๆเข้าไปฉุดแขนให้อีกฝ่ายหันมา ซึ่งมันได้ผลตามคาดเมื่อฝ่ายนั้นตวัดดวงตาขุ่นมัวมองเธอก่อนบัดมือเธอออกอย่างแรง

 

“ถ้าจะขอโทษก็บอกแล้วว่าฉันไม่ต้องการ กลับไปทำหน้าที่ของคุณไม่ดีกว่าเหรอค่ะ คุณรองประธาน”

 

“เธอจะโกรธอะไรฉันนักหนามันเป็นแค่อุบัติเหตุ”

 

แค่อุบัติเหตุงั้นเหรอ!  ไอ้แมวน้ำซื่อบื้อ ไอ้แมวน้ำหน้าโง่ ไอ้แมวน้ำงี้เงา

 

“คุณก็ไม่ต้องอธิบายอะไรอีก ฉันเข้าใจ และตอนนี้ฉันก็รีบมาก”

 

“เดี๋ยวสิ” ยุยวิ่งไปขว้างหน้าคนที่กำลังจะเดินหนี “จะให้ฉันไถ่โทษยังไงว่ามา”

 

อะไรนะ” นี้ เธอไม่ได้หูแววไปเองใช่มั้ย ไอ้แมวน้ำบอกว่าจะไถ่โทษเธอ

 

“ก็บอกว่าจะไถ่โทษให้”

 

 พารุชักสีหน้าไม่พอใจ ก็ดี เธอจะได้แกล้งให้เข็ด

 

“โอเค เริ่มจากพูดดีๆกับฉันซะก่อนสิ ฟังคำสั่งฉัน ห้ามขัดใจ แค่นี้ทำได้รึเปล่า”

 

“นิเธ.. เอ่อ..จะให้ฉันทำทั้งหมดจริงๆเหรอ” ยุยรีบเปลี่ยนคำพูดพอเห็นสายตาถูกดูของอีกฝ่าย ประมาณว่าแค่จะเริ่มพูดดีๆด้วยก็ทำไม่ได้ซะแล้ว

 

 “ทำไมมีปัญหารึยังไง อ๋อ ฉันลืมไปรองประธานนักเรียนผู้ดีอย่างเธอคงไม่มาทำอะไรอย่างนี้เหรอมั้ง”

 

“ทำไมฉันจะทำไม่ได้” ยุยขึ้นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์ “ของแค่นี้ ฉันทำได้สบาย”

 

“แล้วฉันจะรอดูนะคะ ยุยจัง” พารุยกยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจและเดินผ่านตัวคนที่ขว้างทางไปโดยไม่ลืมจะสร้างความปั่นป่วนให้ เธอก้มลงไปขโมยหอมแก้มที่แปะแผ่นเย็นก่อนจะชิ่งหนีไป

 

ให้คนโดนแกล้งยืนค้างใบหน้าขึ้นสีเลือดฝาดเหมือนคนมีไข้

 

 

 

“ยัยนักเรียนใหม่!! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ  เกิดอะไรกับหัวใจเธอมันเต้นแรงจนรู้สึกร้อนไปหมดแล้ว

 

 

 

 

 

   ไม่รู้ทำไมถึงต้องอารมณ์ดีเดินไปยิ้มทั้งทางอย่างนี้ สงสัยเพราะเธอเอาชนะรองประธานสุดขี้เก๊กได้ละมั้ง

 

“ยิ้มอะไรคะ พี่พารุ”  สาวน้อยจูรีเอียงคอถามอย่างสงสัยหลังจากพี่สาวมารับกลับ ก็เห็นเอาแต่ยิ้มออกอาการจนผิดสังเกต

 

“ไม่มีอะไรค่ะจูรีจัง” พูดจบคนเป็นพี่ก็พยายามหุบยิ้ม ไม่อยากให้มีพิรุธต่อหน้าน้องสาว แต่ใครจะห้ามได้ละ เมื่อนึกถึงหน้าสำนึกผิดของรองประธานนักเรียนมันก็ทำเอาเธอขำทุกที

 

ค่อยดูเถอะ เธอจะแกล้งให้เข็ด ไอ้คุณรองประธานหน้าแมวน้ำ

 

 “พี่พารุ รถมาแล้วค่ะ”

 

 สาวน้อยสะกิดพี่สาวที่ดูท่าทางเหมอลอยจนหลุดจากภวังค์ รีบจูงน้องขึ้นรถบัส  

 

เพราะไอ้แมวน้ำนั้นแท้ๆเชียว หลุดออกจากความคิดของเธอเลยนะ!

 

 

 

 มินามิเลี้ยวรถมาจอดที่หน้าโรงเรียนของลูกสาวหลังจากโทรบอกได้ไม่นานว่า จะแวะมารับ ซึ่งยุยดูจะประหลาดใจพอสมควร ในเมื่อปกติเวลานี้เป็นเวลาที่ปะป๋าคนขยันของเธอจะนั่งเคลียร์งานจนเสร็จก่อนกลับมากินข้าวเย็นที่บ้าน

 

เธอเปิดประตูรถคันหรูเข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับเห็นพ่อส่งยิ้มให้พร้อมกับคำถามที่เอาเธอหน้าเหวอ

 

“ใครแกล้งมาคะ แก้มบวมเชียว”

 

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่เข้าไปห้ามคนตีกัน ถูกลูกหลงมาเท่านั้น.. ทำไมวันนี้ถึงมารับละคะ” เธอหาทางเปลี่ยนเรื่องให้เร็วที่สุด รู้ดีว่า พ่อเป็นอัยการเท้าความเก่งยิ่งกว่าอะไร ขืนยังพูดเรื่องนี้ต่อไป เธอจะเป็นฝ่ายสารภาพความจริงกับพ่อเสียเอง

 

โอ๊ยย คิดแล้วปวดหัวชะมัด

 

 เพราะมัวเอาแต่คิดถึงเรื่องของตัวเอง ยุยเลยไม่ทันสังเกตแววตาไหววูบไปช่วงนึ่งของคุณพ่อสุดที่รักก่อนจะกลับมาปกติอีกครั้ง

 

“พ่อออกมาทำงานนอกสถานที่แล้วผ่านทางโรงเรียนลูกน่ะ”  มินามิยังคงระบายยิ้มอ่อนโยนให้ลูกสาว แม้ว่าภายในใจยังคงวนเวียนถึงเรื่องเมื่อกลางวัน

 

ถ้าสมมุติมีคนที่ทำผิดกับคุณมากๆแต่เขามีเหตุผลบางอย่างที่บอกคุณไม่ได้ คุณจะให้อภัยเขามั้ยค่ะ

 

 กับสิ่งที่เธอทำ เธอคิดว่าฉันจะให้อภัยเธอรึไง

 

ทำไมถึงยังมาให้ฉันเห็นอีก

 

เธอเป็นคนบอกเองว่าไม่ต้องการฉัน แล้วจะมาวุ่นวายกับชีวิตฉันทำไม

 

เธอไม่รู้ หรือ แกล้งไม่รู้จริงๆว่า ฉันจะไม่รู้ ว่าคือเธอ อัตสึโกะ

 

  ฉันอยากจะลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมเรื่องที่เคยเกิดขึ้นระหว่างเราสองคน

 

ทำเหมือนพวกเราไม่รู้จักกัน ทำเหมือนว่าทุกอย่างเป็นแค่คำพูดของคนแปลกหน้าสองคน

 

 ฉันโง่มั้ยละ โง่ที่ยังรักเธอ ทั้งที่เธอทำกับฉันขนาดนี้

 

ขอให้วันนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เจอกัน..

 

เพราะครั้งต่อไป

 

ฉันจะไม่ทำดีกับเธออย่างนี้อีก

 

 

 

……………………………………………………………………………………………….

 

 

 

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

Ch.5 โลกกลม

 

‘Rrrr’ เสียงโทรศัพท์ดังตั้งแต่เข็มสั้นยังไม่กระดิกไปถึงเลขเจ็ดปลุกให้คนในผ้าห่มโผล่หน้าออกมาควานหาเครื่องมือสื่อสารขนาดจิ๋วก่อนจะรีบกดรับสายที่เข้ามารบกวนการพักผ่อนตั้งแต่เช้า

 

“อือ.. รู้แล้วๆ”

 

“จำได้ๆ.. แค่นี้นะ” เธอกดตัดสายโทรศัพท์ไปก่อนโยนมันวางไว้ที่ไหนสักแห่งบนที่นอน ไม่นานก็ค่อยๆโผล่ตัวออกมาจากผ้าห่ม

 

“อื่ออ”  ถูกรบกวนการนอนตั้งแต่เช้าทั้งที่อุสาลาหยุด เพื่อวันนี้จะได้อยู่บ้านสบายๆ

 

    หลังจากเหตุการณ์ในสวนสาธารณะ เธอยังรู้สึกไม่อยากทำอะไร แม้แต่วันนี้ที่เพื่อนสนิทนัดไว้ยังอยากโทรไปขอยกเลิกนัดเสียด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดว่าจะเสียมารยาทกับครอบครัวนั้น และเพื่อนสนิทเธอที่โทรตามตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงอย่างนี้

 

เฮ้ออ  กลัวเธอจะเบี้ยวนัดขนาดนั้นเชียว คุณนายโอชิมะ

 

 

 

เธอนึกขันเพื่อนตัวเองก่อนจะหันไปหยิบกรอบรูปบนเตียงนอนมาดู

 

 ไม่กี่ปีลูกสาวของเธอโตขนาดนี้แล้ว เมื่อก่อนยังมาขอนอนห้องเดียวกับเธออยู่บ่อยๆเลย

 

ชอบฟังนิทานก่อนนอน ชอบให้ร้องเพลงให้ฟัง ชอบให้วาดรูปให้ดู ชอบให้พาเล่นเกม

 

เด็กน้อยยุยในตอนนั้นกลายมาเป็นคนที่พึ่งพาตัวเองได้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ

 

พอคิดว่าจะไม่ได้เห็นภาพของยุยที่เป็นอย่างนั้นแล้ว คนเป็นพ่อก็ใจหาย

 

ทั้งที่ยังอยากให้เป็นเด็กไปนานๆแท้ๆ

 

มินามิเอี่ยวตัวนำกรอบรูปวางไว้ที่เดิม

 

ตัดสินใจลุกจากเตียงตรงไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำ

 

เธอดีใจนะ ที่สามารถเลี้ยงเขาให้เติบโตสมบูรณ์แข็งแรงด้วยตัวคนเดียว

 

 

 

 

 

  กินหอมของอาหารที่ลอยอบอวลออกจากห้องครัวทำให้มินามิต้องส่ายศีรษะ ขนาดวันหยุดแท้ๆลูกสาวเธอยังตื่นเช้ามาทำอาหาร นิสัยเหมือนกันไม่มีผิด

 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”

 

มินามิเดินเข้าไปลูบหัวลูกสาวจอมขยันก่อนนั่งลงบนโต๊ะอาหาร กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล ลูกสาวเธอรู้ใจเสมอ เธอใช้เวลาในการละเมียดละไมรสชาติของมันอยู่สักพักก่อนยกหนังสือพิมพ์ประจำวันขึ้นมาอ่าน

 

 “เราตื่นเช้าเกินไปรึเปล่ายุย”

 

  “มันชินนิค่ะ” เจ้าตัวจัดการปิดเตาแก๊สก่อนจะยกอาหารที่เตรียมเสร็จหมาดๆมาให้ปะป๋าสุดที่รัก

 

“เย็นนี้เตรียมตัวพร้อมรึยังคะ” ยุยส่งเสียงแซวคุณพ่อร่างเล็ก เรื่องที่จะออกไปเจอกับเพื่อนสนิทตอนเย็น ซึ่งพ่อห่างหายจากงานสังสรรค์มานาน วันนี้ถึงได้ดูดีใจมากกว่าปกติ ถึงพ่อจะไม่ได้แสดงออก เธอก็พอจะสัมผัสได้จากน้ำเสียงและแววตาของพ่อ

 

“เดี๋ยวนี้กล้าแซวพ่อเหรอเราน่ะ” มินามิยกมือไปยีหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู

 

 ยุยพยายามจับมือของคุณพ่อร่างเล็กออกเพราะตอนนี้ผมของเธอกำลังจะยุ่ง แต่กลับทำให้คุณพ่อยิ่งแกล้งเธอจนต้องขอยอมแพ้ บอกปะป๋าให้เลิกยีหัวสักที

 

“ดูสิค่ะ ยุ่งหมดเลย” ยุยส่งค้อนให้ผู้ให้กำเนิดที่ยังหัวเราะไม่หยุด เห็นคุณพ่อมีความสุขเธอก็อดยิ้มไม่ได้ ไม่บ่อยเลยที่คุณพ่อจะหัวเราะ ทั้งทีเธออยากให้พ่อหัวเราะทุกวันแท้ๆ แต่ก็ทำไม่ได้

 

 คงจะมีแต่แม่คนเดียวที่ทำได้ ในเมื่อแม่เป็นคนพรากมันไปด้วยมือของตัวเอง

 

 พูดถึงแม่ หลังจากเหตุการณ์ที่เจอกันในห้องสรรพสินค้า เธอยังไม่มีโอกาสได้บังเอิญเจออีกเลย

 

มันอาจดีต่อตัวเธอเองก็ได้ เพราะไม่รู้เจอกันเธอจะทำตัวอย่างไร

 

 ในเมื่อโลกของเธอตอนนี้ มีแค่เธอกับพ่อเท่านั้น

 

เธอหนักใจจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องของแม่ แต่ยังรวมถึงเรื่องของตัวเอง

 

ยัยนักเรียนใหม่ อาทิตย์นี้ทำกับเธอไว้แสบมาก ใช้เธออย่างกับทาส

 

พอยอมหน่อยได้ใจใหญ่ ไม่กลัวเธอแถมยังมีการเอาข้อต่อรองมาขู่

 

เธอยอมเพราะรู้สึกผิดเรื่องอุบัติเหตุเท่านั้น ไม่งั้นอย่าหวังว่ายัยนักเรียนใหม่นั้นจะได้ขมเธอ

 

“ยุยลูก คิดอะไรอยู่ พ่อเรียกเราตั้งนานแล้วนะ”

 

ยุยสะดุ้งจากภวังค์เมื่อมือพ่อเตะแขนเธอเบาๆ เธอเงยหน้าส่งยิ้มให้พ่อเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ

 

“ช่วงนี้เหมอบ่อยนะเรา”

 

“โธ่..พ่อค่ะ หนูบอกแล้วไงค่ะว่าช่วงนี้งานเยอะ คิดเรื่องงาน”

 

“แน่ใจนะว่าแค่เรื่องงาน” นั้นไงมาแล้ว วิธีจับผิดของพ่อ

 

“แน่ใจสิค่ะ”

 

“ไม่ใช่ว่าเพราะเพื่อนที่โทรหาลูกช่วงนี้บ่อยๆเหรอคะ”

 

“ไม่ใช่ค่ะ!” เธอตกใจเผลอตะโกนเสียงดัง ไม่คิดว่าพ่อจะรู้ถึงขั้นนั้น เห็นพ่อกลั้นยิ้มขำเธอรีบหาทางแก้ตัวต่อเป็นพัลวัน

 

“ไม่ใช่ค่ะพ่อ หนูบอกแล้วไงค่ะว่าเรื่องงาน หรือพ่อไม่เชื่อหนูคะ”

 

 มินามิกลั้นขำจนปวดท้อง ลูกสาวคิดว่าเขาดูไม่ออกรึไงว่าแอบทำตัวแปลกๆไปในช่วงนี้ ครั้งก่อนก็เรื่องที่แก้มบวมไปรอบหนึ่ง ซึ่งเจ้าตัวบอกเข้าไปห้ามคนตีกัน

 

 เอาตามตรง.. เธอไม่เชื่อ อย่างยุยหรือจะยอมให้ใครทำร้ายง่ายๆ เห็นอย่างนี้เธอให้ลูกเรียนศิลปะป้องกันตัวตั้งแต่เด็ก ไม่มีทางเสียหรอกจะถูกลูกหลงขนาดนี้

 

ดูยังไงรอยนั้นก็เป็นรอยที่ถูกตบในระยะประชิดเหมือนคนกำลังยืนเผชิญหน้ากันมากกว่าจะโดนลูกหลงอย่างเจ้าตัวว่ามา..

 

ส่วนสาเหตุของการที่ถูกตบเธอไม่อยากสืบหรอกนะ

 

เรื่องของลูกก็ควรปล่อยให้ลูกจักการเอง เธอแค่สังเกตการอยู่ห่างๆพอ

 

“ยังไม่ได้บอกเลยนะคะว่าไม่เชื่อ แล้ววันนี้ไม่ต้องออกไปไหนเหรอคะ”

 

คำทึกทักของปะป๋าทำให้คนที่พึ่งนึกออกว่ามีนัดตาโต ยัยนั้นดันโทรบอกเธอเมื่อคืนว่า เช้านี้จะออกไปซื้อของให้ตามไปช่วยขนหน่อย

 

เกินไปมั้ยละ! วันหยุดเธอยังไม่เว้น  เธออุสาปฏิเสธเพราะวันนี้มีนัดกับพ่อ แต่ฝ่ายนั้นไม่พอใจทำเสียงประชดประชันใส่ว่าแค่นี้ยังช่วยไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาไถ่โทษ เธอเลยต้องเออออห่อหมกตาม

 

นี้ ถ้าพ่อไม่พูดเธอคงลืมไปเสียสนิท

 

ขอเบอร์เธอจากคาวาเอ้ได้ก็เอาใหญ่เลยนะ วันนี้เธอจะคุยให้รู้เรื่องค่อยดู

 

“หนูเกือบลืมไปเลย เดี๋ยวหนูขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะคะ” ยุยถอดผ้ากันเปื้อนสีสันสวยงามออกแล้วรีบวิ่งขึ้นไปชั้นสองของบ้านให้คุณพ่อร่างเล็กหัวเราะไล่หลัง

 

ยังไม่ทันจะแปดโมงด้วยซ้ำไม่รู้ลูกจะรีบไหน

 

 

 

 

 

 สุดท้ายยุยก็มาถึงก่อนเวลานัด เธอก้มลงมองนาฬิกาที่ตอนนี้พึ่งจะเก้าโมงสิบห้านาที ยัยนักเรียนใหม่นัดเธอไว้ตอนสิบโมง

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอต้องรีบมา คงเพราะกลัวว่ายัยเด็กเรียนใหม่จะหาเรื่องเธอถ้าเธอมาช้ากว่านี้

 

 

 

ปากร้าย กวนประสาท นิยามที่เธอตั้งให้บุคคลที่กล่าวถึง

 

 

 

ยุยตัดสินใจทิ้งตัวลงบนม้านั่งหินอ่อนกลางลานน้ำพุหน้าห้างสรรพสินค้า คิดว่าการออกมาก่อนเวลาดีตรงที่ว่า เธอมีเวลานั่งเล่นมองบรรยากาศยามเช้าสบายๆ ไม่ต้องรีบร้อนกระวนกระวายเพราะกลัวจะมาไม่ทัน

 

 เธอไม่ได้ขอให้พ่อมาส่งหรอกนะ เพราะอยากให้ท่านพักอยู่บ้านๆสบายๆ จึงนั่งรถประจำทางมาเอง

 

  ไม่ทันไรเสียงเครื่องมือสื่อสารขนาดจิ๋วก็ร้องเตือนให้เธอต้องหยิบมันขึ้นมาดู

 

  และเป็นดังคาดเมื่อเธอล่วงมันออกจากกางเกงยีนส์สีดำตัวโปรดก็เจอกับชื่อที่โชว์เด่นหลา ยัยจอมกวนสงสัยจะโทรมาเตือนเธอเรื่องนัด เสียใจด้วยยัยจอมหาเรื่อง ฉันมาถึงที่นัดหมายแล้ว

 

“ค่ะ ว่าไงคะ” รู้สึกกระด่างปากจริงๆที่ต้องพูด คะ ขา กับยัยนี้ ถ้าไม่เป็นเพราะข้อตกลงที่ให้ไว้อย่าหวังเลยว่า เธอจะพูด

 

“ยุย ตื่นรึยัง” จำไม่ได้ว่าอนุญาตให้เรียกเธอว่า ยุย เฉยๆเมื่อไหร่ ยัยนักเรียนใหม่เนียนเฉยเลย มันน่าอารมณ์เสียมั้ย

 

   “จนมาถึงแล้ว..คะ” เธอแอบกวนประสาทยัยนักเรียนใหม่แต่ก็ยังพยายามบังคับปากให้เติมคำว่า คะ ลงไปนะ

 

 ไม่รู้ทำไมทรมานหัวใจอย่างนี้ เธออยากจะบ้าตาย

 

“ถึงแล้ว!

 

“จะตะโกนทำไมเนี่ย..คะ” เกือบจะลืมพูด คะ แหนะ

 

“ก็จะรีบออกไปไหน คุณรู้มั้ยว่าคนอื่นจะคิดยังไงที่เห็นคุณไปนั่งรอฉันก่อนอย่างนี้”  

 

อ้าว นี้เธอกลายเป็นฝ่ายผิดรึไง แม่คุณ

 

“เอาเป็นว่าฉันผิดโอเคที่มาก่อน เธอไม่ต้องรีบ แค่นี้ละ” พูดจบก็ตัดสายทิ้งไปโดยไม่สนใจว่าพารุจะพูดอะไรต่อ เพราะเธอขี้เกียจฟังยัยเด็กเรียนใหม่โวยวาย

 

 ไอ้แมวน้ำบ้า! ไอ้แมวน้ำงี้เง่า!!

 

แล้วมาบอกให้ไม่ต้องรีบ  เห็นเธอเป็นคนยังไงกัน!! เดี๋ยวแม่ปล่อยให้รอสักสามชั่วโมงเลยดีมั้ย

 

พารุรีบเด้งตัวลงจากเตียงตรงดิ่งไปเข้าน้ำแบบลวกๆ ไม่สนใจแต่งตกแต่งตัวมันแล้ว หยิบชุดไหนได้ก็ใส่ๆไป ไปในสภาพนี้แหละ ชั่งมัน ขนาดป๊าม๊ายังทักเธอเลยว่าจะรีบไปไหน

 

 

 

 

 

ผ่านมาเกือบยี่สิบนาทีคนที่ยุยนั่งรอก็บึ่งรถเข้ามาในสภาพที่ต้องแอบลอบยิ้ม เมื่อเห็นผมยุ่งๆหน้าแทบไม่ได้แต่งเติม สงสัยแต่งตัวไม่ทันแน่ๆถึงมาในลุกกระแซะกระเซิงอย่างนี้

 

 “ไม่ต้องมายิ้มมันความผิดคุณนั้นแหละ” พารุหันไปขอบคุณคนของพ่อที่ขับรถมาส่งให้แล้วสาวเท้าเข้ามาต่อว่ายุยที่นั่งไม่รู้ไม่ชี้

 

“ก็บอกว่าไม่ต้องรีบ” ยุยส่งขวดน้ำยื่นให้คนที่กำลังยืนหอบหายใจ  ฝ่ายนั้นมองมาอย่างสงสัย ไม่ยอมรับไปดื่มที

 

“เหนื่อยไม่ใช่รึไง ดื่มซะสิ ”  เธอไม่ได้ซื้อมาเผื่อยัยนี้หรอกนะ แค่ถือเงินไปเกินก็เลยซื้อมาสองขวดเท่านั้นเอง

 

“ขะ..ขอบใจนะ” เอาอีกแล้วอาการหายใจไม่ทันอย่างนี้  ทำไมต้องเกิดขึ้นตอนที่แมวน้ำทำดีด้วย พอรับขวดน้ำมาแล้วเธอก็ดื่มโดยที่ไม่ทันสังเกตว่าหน้าตัวเองแดงขนาดไหน จนไอ้แมวน้ำเอามือมาแตะหน้าผากเธอจนเกือบสำลักน้ำตาย

 

“แค๊กๆ ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย”

 

 ยุยมองแขนเสื้อเชิ้ตของตัวเองที่เปียกน้ำด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายก่อนจะมองกลับมายังคนที่ต่อว่าไม่หยุด

 

“ก็เห็นหน้าแดงๆนึกว่าไม่สบาย”

 

ฉันจะไม่สบายเพราะเธอนี้แหละ ไอ้แมวน้ำบ้า

 

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ใครเขาพากันวัดไข้แบบนี้”

 

ยุยอยากเถียงคืนไปมากว่าคนทั่วไปนั้นละ ไม่รู้จะตกใจอะไรนักหนา

 

“แล้วสรุปจะให้ฉันมาช่วยถืออะไร”  เธอจบปัญหาโดยการเปลี่ยนเรื่อง เถียงก็แพ้ เงียบดีกว่า เบื่อ เซ็ง ทำอะไรก็ไม่ได้ ยังต้องมาเปียกเพราะน้ำที่ยัยนี้พ้นออกมาอีก

 

“ของฝากให้น้อง”

 

“เธอมีน้องด้วยเหรอ” อ้าว.. ก็ในประวัติบอกว่าเป็นลูกคนเดียว เธอไม่มีทางจำผิดแน่ๆ

 

หยุด ใครว่าเธอสืบประวัติยัยนี้ เธอแค่จำได้จากเอกสารข้อมูลที่ทางโรงเรียนส่งมาให้อ่าน ยัยนี้เล่นย้ายมากลางเทอม เด่นขนาดนี้ เธอต้องจำข้อมูลพื้นฐานได้เป็นธรรมดาอยู่แล้ว

 

“มีสิ น้องสาวฉันน่ารักมากเลยนะ พูดเก่ง ฉลาด แล้วยังขี้อ้อนมากๆ” บรรยายสรรพคุณน้องสาวเสร็จสรรพก็เดินนำเข้าไปในห้าง ให้คนที่ยังยืนงงๆอยู่รีบเดินตาม นี้ ไม่คิดจะขอโทษเรื่องแขนเสื้อเธอหน่อยรึไง อย่างน้อยก็ควรพาเธอเข้าไปล่างตัวเอาสิ่งสกปกออกนะ

 

เฮ้ออ เธอควรจะปลงดีมั้ย

 

“ไม่ใช่น้องแท้ๆเธอละสิ”

 

“ลูกของเพื่อนสนิทพ่อฉันน่ะ” นั้นไงเธอกะแล้ว

 

ฝ่ายคนถูกถามไม่ได้เอะใจว่ายุยรู้ได้อย่างไรว่าเด็กที่พูดถึงไม่ใช่น้องแท้ๆของเธอ

 

“แล้วเธอไม่มีพี่น้องบ้างรึไง” คำถามนี้ราวกับเป็นคมมีดที่ปักลงกลางใจของยุย เธอกัดริมฝีปากเล็กน้อยก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ จนคนถามไม่เข้าใจว่าเธอถามอะไรผิดตรงไหน

 

“ไม่มีหรอก”

 

ทำไมต้องทำหน้าเหมือนฝังใจอะไรขนาดนั้น

 

 

 

จากที่เธอวางแพลนว่าวันนี้จะแวะเข้าดูอัตสึโกะที่บ้านเก่ากลายเป็นว่าอัตสึโกะย้ายมาอยู่ในบ้านที่เธอจัดหาให้เร็วกว่ากำหนด วันนี้เธอจึงว่างทั้งวัน.. ซึ่งเหมือนจะเป็นอย่างนั้นสุดท้ายเธอก็ต้องมานั่งอยู่เป็นเพื่อนอัตสึโกะที่ดูไม่ปกติในหลายวันที่ผ่านมา

 

“หรือ..เธอเจอหมอนั้น” ผู้ชายที่อยากได้อัตสึโกะจนตัวสั่น นึกแล้วอยากเข้าไปกระทืบมันดูสักตั้งสองตั้ง ข่าวล่าสุดรายงานว่าหมอนั้นเข้าไปบ้านใหญ่ของอัตสึโกะ ไม่รู้ว่าเข้าไปติดต่ออะไรกับพ่อของอัตสึโกะอีกรึเปล่า

 

แค่ได้ยินเธอก็หนักใจ กลัวความเคลื่อนไหวของทางพ่ออัตสึโกะเหมือนกัน

 

ทำไมถึงต้องทำลูกแท้ๆของตัวเองขนาดนี้นะ

 

ทั้งที่ท่านน่าจะสำนึกได้ว่าอัตสึโกะเป็นคน มีจิตใจ ไม่ใช่หุ่นเชิดของท่านเหมือนอย่างที่ท่านกำลังทำอยู่

 

 “วันนี้ ยูจัง จะพาออกไปกินข้าวที่ไหนคะ ได้ข่าวว่าจะเจอกับเพื่อนสนิทของฮารุนะด้วย” นอกจากไม่ยอมตอบคำถามแล้วยังพาเธอเปลี่ยนเรื่องได้หน้าตาเฉย นี้ก็เหลือเกิน

 

 เธอหมดหนทางจะคาดคั้นจริงๆ ความจริงก็ไม่อยากคาดคั้น ถ้าเพื่อนสนิทไม่มีสีหน้าผิดปกติตั้งแต่วันเกิดเรื่องที่สวนสาธารณะ

 

 ไม่รู้ไปเจออะไรมา

 

“ร้าน sps ติดริมแม่น้ำน่ะ ” เธอยอมๆปล่อยไปก่อน บทจะเงียบต่อให้เอาครีมมาง้างปากอัตสึโกะก็ไม่ยอมพูดหรอก  

 

“แล้วตกลงเธอบอกความจริงเรื่องพ่อเขากับลูกยัง”  เธอเห็นแววตาหม่นหมองไหววูบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกลับมานิ่งเหมือนเดิม นี้ก็คงจะไม่ได้บอกสินะ

 

“ฉันยังไม่มีโอกาสดีๆได้บอกสักที” นั้นไงกะแล้ว

 

  อัตสึโกะยิ้มออกมาด้วยความเศร้า หวนนึกถึงใบหน้าที่ได้เจอกันเมื่อไม่นาน เขาซูบผอมลงไปมาก ไม่รู้เพราะโหมงานหนักรึเปล่า

 

 ยิ่งเจอยิ่งคิดถึง ยิ่งอยากเข้าหา อยากเข้าไปถามว่าเขาเป็นอย่างไร

 

 “แล้วจูรี..

 

“ลูกบอกว่าจะรอจนกว่าฉันจะพร้อมเล่าให้ฟัง”

 

“เป็นเด็กดีนะ”

 

“ใช่..เป็นเด็กดีมาก” เหมือนเขาคนนั้น

 

ลูกทำให้เธอคิดถึงเขาได้มากขนาดนี้เลยหรือ

 

“ถ้าเธอมีอะไรจะเล่าก็เล่าได้นะอัตจัง”

 

“ขอบใจนะ แต่ว่า.. ฉันยังไม่พร้อมจริงๆ” ยูโกะตบบ่าเพื่อนสนิทเบาๆบอกว่าเธอเข้าใจ จะไม่เซ้าซี้อีก

 

“เอาเป็นว่า เธอเตรียมตัวรอนะ ให้สวยที่สุดในค่ำคืนนี้เลย เราไปเที่ยวกัน”

 

อัตสึโกะยกยิ้มเล็กน้อยกับคนทำหน้าทะเล้นขยิบตาให้เธอ แค่ไปกินข้าวกับเพื่อนสนิทของคนรัก นินะ ยูจัง

 

 

 

   ฮารุนะเดินออกจากบ้านมาพักใหญ่นั่งรอคนรักที่หายเข้าไปภายในบ้านหลังข้างกันนานสองนาน ตั้งแต่กินข้าวเสร็จ คนรักของเธอก็หายหน้าหายตาออกจากบ้านเพื่อไปอยู่กับเพื่อนสนิท

 

เธอไม่ได้อยากเห็นแก่ตัวหรอกนะ แต่เธอกำลังรู้สึกน้อยใจที่ความสำคัญของเธอลดลงไปทั้งที่ปกติยูโกะจะใช้เวลาเอื่อยเฉื่อยอยู่กับเธอในช่วงเวลาวันหยุดก่อนถึงเวลานัดไปไหนแท้ๆ

 

หมู่นี้..ยูโกะใส่ใจอัตสึโกะมากเกินไปจนเธอกลัว..

 

ทั้งที่ยังอยู่ด้วยกันทุกวันแต่เธอกลับเริ่มรู้สึกถึงความห่างไกล

 

“ฮ้าว ฮารุนะ” เสียงทักอันคุ้นเคยทำให้เธอรีบปั้นหน้ายิ้มส่งให้คนรัก

 

“ทำไมมานั่งตรงนี้คะ” ยูโกะถามด้วยความเป็นห่วง แม้ตรงนี้จะมีเงาของต้นไม้ต้นใหญ่บด แต่ทว่าอากาศข้างนอกค่อนข้างร้อน เธอกลัวคนรักจะเป็นลมเวียนหัวไปซะก่อน

 

“ออกมานั่งคิดอะไรเพลินๆ อยู่ในบ้านแล้วเบื่อๆน่ะค่ะ” เธอก้มลงมองพื้น ต้องเบื่ออยู่แล้วถูกทิ้งให้อยู่ภายในบ้านเพียงคนเดียวนิ

 

 ไม่ใช่ว่ายูโกะไม่สังเกตอาการผิดปกติของคนรัก แต่เธอคิดว่าคนรักของเธออาจจะเหนื่อยหรือกลุ้มใจอะไรหลายๆเรื่องในช่วงนี้ถึงได้ทำตัวแปลกๆ

 

 เธอจับมือของฮารุนะมากุม

 

“วันนี้แต่งตัวให้สวยเลยนะคะ ได้เจอเพื่อนทั้งที ฉันจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงให้เอง”เธอทำท่าตบกระเป๋าเหมือนพวกเสี่ยที่ชอบทำในภาพยนตร์ชื่อดังทำให้คนรักของเธอค่อยๆยิ้มออกมา

 

แค่นี้เธอก็โล่งใจแล้ว

 

“เลี้ยงไหวแน่เหรอค่ะ”

 

“ไหวสิค่ะเพื่อภรรยาสุดที่รักทั้งที” เธอก้มลงไปขโมยหมอแก้มคนรักฟอดใหญ่จนถูกฝ่ามือปะทุสะร้าย

 

คนบ้า เป็นคำที่ฮารุนะค้อนเธอก่อนจะเดินหายเข้าไปในบ้าน

 

ได้หยอกฮารุนะวันละนิดวันละหน่อย แค่นี้เธอก็มีความสุขแล้ว

 

ใครจะเชื่อว่าฮารุนะแสนเซ็กซี่ของเธอจะเขินให้เธอเวลาที่เธอแสดงความรักอย่างนี้

 

 

 

 

 

     เวลาผ่านมาเกือบจะห้าโมง มินามิได้รับข้อความจากลูกสาวว่าจะตามไปเจอที่ร้านอาหารเพราะป่านนี้คนที่ชวนไปซื้อของยังหาของถูกใจไม่ได้เลย และ..ตัวลูกของก็ยังไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้

 

 เป็นเรื่องน่าขบขันอย่างหนึ่งที่ลูกเธอยอมตามใจคนอื่น ถึงขนาดเรียกว่าตามใจในระดับไม่ธรรมดา อยากจะรู้นักว่าเป็นลูกเต่าเหล่าใครถึงสามารถควบคุมลูกสาวเธอได้

 

จวนจะใกล้เวลานัดเสียงโทรศัพท์ก็ร้องเรียกอย่างไม่ขาดตกบกพร่องหน้าที

 

รู้งานจริงนะ  โทรเช้า โทรเย็นเลย

 

 เห็นเธอคนไม่รักษาสัญญาตั้งแต่เมื่อไหร่ ยัยฮารุนะ

 

“คนบ้างาน อยู่ไหนแล้ว” คำทักทายทำให้มินามิคิ้วขมวด เมื่อไหร่จะเลิกเรียกฌะออย่างนี้นะ

 

“กำลังจะออกไป”  

 

“แล้วเจอกันนะ ฉันมีคนจะแนะนำให้เธอรู้จักด้วย” 

 

คนที่นั่งอยู่แบะหลังส่งยิ้มแหะๆ เธอรู้สึกเกรงใจอยู่ที่มาด้วยทั้งที่ไม่ได้มีความเกี่ยวโยงกัน แต่เพราะยูโกะคะยั้นคะยอขอให้เธออกมาตั้งแต่หลายวันก่อน โดยให้เหตุผลว่า ไม่อยากทิ้งเธอกับลูกไว้ที่บ้านเพียงลำพังเพราะกลัวคนของพ่อเธอจะตามตัวเจอ ด้วยเหตุผลนี้เธอถึงปฎิเสธไม่ได้

 

“อะไรของเธอหะ  ฮารุนะ ไม่เห็นบอกฉันก่อนเลย” มินามิบ่นใส่ปลายสาย นี้จะมีคนอื่นนอกจากคนในครอบครัวไปด้วยเหรอ ไม่รู้จักบอกเธอล่วงหน้า แล้วเธอจะทำตัวถูกมั้ยละทีนี้

 

“เอาน่า ถึงแล้วเธอก็รู้จักเอง คนนี้เป็นเพื่อนสนิทของคนรักฉัน เธอเป็นคนดีน้า เป็นกันเอง น่ารักด้วย”  คนถูกชมก้มหน้างุดพวงแก้มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ถูกคนอื่นชมต่อหน้าอย่างนี้เป็นใครใครก็ต้องเขิน

 

“ก็คนกันเองสินะ เอาเถอะๆ ฉันจะรีบออกไป” มินามิตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะกดตัดสายเพื่อนสนิท มีคนเพิ่มมาอีกก็น่าจะทำให้มืออาหารนี้มีสีสันขึ้นละมั้ง

 

ชอบทำอะไรไม่ปรึกษากันอยู่เรื่อยเพื่อนเธอคนนี้

 

 

 

 

 

    ยุยกระวนกระวายอยู่พักใหญ่หลังจากมองนาฬิกาที่เข้าใกล้เวลานัดกับพ่อเข้าไปทุกที ออกมาตั้งแต่เช้าเดินขาลากมาจนเย็น แต่อีกฝ่ายยังไม่มีท่าจะหยุดซื้อของจนเธอชักจะทนไม่ไหว

 

 “เสร็จรึยัง ฉันรีบอยู่นะ” เธอชักสีหน้าต่อว่าคนที่ไม่รู้จักสำนึกว่ากำลังจะทำให้เธอเดือดร้อยโดยการผิดนัดกับผู้ใหญ่

 

“คุณจะรีบไปไหนของคุณ”

 

“ก็บอกแล้วว่าฉันมีนัดกับพ่อที่ร้านอาหารตอนห้าโมงครึ่ง” พารุก้มมองนาฬิกา ขาดอีกห้านาทีก็จะห้าโมง ไม่แปลกใจว่าทำไมแมวหน้าน้ำนิ่งถึงแสดงอารมณ์ไม่พอใจออกมา

 

 ถ้าเธอยังแกล้งต่อก็ดูจะไม่ให้เกียรติอีกฝ่าย เอาเถอะ ถือว่าวันนี้พอแค่นี้ก่อน เพราะเธอเองก็มีนัดกับครอบครัวเหมือนกัน

 

“กลับก็กลับสิ”  พารุเดินนำออกไปจากห้างโดยโยนของทั้งหมดที่ซื้อมาให้ยุยถืออีกตามเคย

 

ไอ้แมวน้ำหรือจะกล้ามีปากเสียง ในเมื่ออยู่ในช่วงไถ่โทษเธออยู่

 

“แล้วนี้เธอจะกลับยังไง” ไม่รู้ทำไมถึงต้องถาม คงเป็นเพราะท้องฟ้าเริ่มมืดและท้องถนนคับคั่งด้วยรถยนต์ หากอีกฝ่ายจะโดยสารรถประจำทางกลับก็คงไม่มีทางทันเวลานัดที่บอกไว้

 

เธอไม่ได้เป็นห่วงสักนิด

 

“ฉันจะนั่งแท็กซี่ไปเจอพ่อที่ร้านอาหารเลย” 

 

ผู้หญิงคนเดียวนั่งแท็กซี่นินะ ฆ่าตัวตายชัดๆ

 

“เอาอย่างนี้ ไปกับฉัน เดี๋ยวฉันแวะไปส่ง”

 

“ไม่ต้อง”

 

“คุณยังมีข้อตกลงกับฉันอยู่นะ” เธองัดไม้ตายมาต่อรองให้คนที่ต่อปากต่อคำไม่กล้าเถียงต่อ

 

“จะไปลงที่ไหน”

 

“ร้านอาหาร sps” คำตอบของรองประธานนักเรียนทำให้พารุยืนแข็งทื่อจนเผลออุทาออกมาว่า

 

“อะไรนะ”

 

“ก็บอกว่าร้าน sps

 

 มันจะบังเอิญเกินไปรึเปล่า มันร้านเดียวกับที่ป๊านัดเธอไว้ แถมเวลายัง….

 

หวังว่าคงไม่..

 

“งั้นไปกับฉัน ไม่ต้องปฏิเสธ”

 

ยุยถูกลากแขนไปด้วยความมึนงง อะไรของยัยนี้กัน..

 

เดินลิ่วๆไม่ห่วงสวัสดีภาพเธอเลย ช้าหน่อยก็ได้แม่คุณ

 

ถ้าของที่ไปถล่มซื้อมาเสียหาย เธอจะไม่รับผิดชอบด้วยนะ

 

 

 

 

 

    เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะหลังจากมินามิเดินเข้ามาถึงโต๊ะที่เพื่อนสนิทโบกมือเรียกให้เข้าไปนั่ง ภาพของผู้หญิงในชุดกระโปรงสีดำเกล้าผมเก็บเรียบร้อยแต่งหน้าอ่อนๆกำลังสบตากับเธอด้วยความตกใจ ทำให้เธอเผลอกำหมัดแน่น ลำคอแห้งผาดไล่สายตามองไปยังเด็กตัวเล็กที่กอดผู้หญิงแพศยาไว้และแสยะยิ้มออกมาก่อนก้าวขาออกจากร้านโดยไม่สนใจเสียงเรียกของเพื่อนสนิทที่ตะโกนไล่หลังเธอ

 

“มินามิ เดี๋ยว..!” คนบนโต๊ะยังมึนงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ยูโกะเห็นคนรักวิ่งออกจากร้านำปเพื่อตามเพื่อนของตัวเองกลับมา ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของบริกรและแย่กว่า คืออัตสึโกะกำลังปล่อยน้ำตาออกมาโดยไม่สนว่าลูกจะอยู่ด้วยรึเปล่า จูริไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ร้องไห้ตามคุณแม่

 

  โชคดีที่เธอจองร้านในมุมที่ค่อนข้างเป็นสวนตัว ไม่เช่นนั้นคงมีสายตาหลายร้อยคู่มองมาที่โต๊ะเธอเป็นตาเดียวกัน

 

“อัตสึโกะ” เธอลูบหลังของเพื่อนสนิทให้หยุดร้อง หน้าของอัตสึโกะเหมือนคนกำลังจะขาดใจ เธอไม่เข้าใจสถานการณ์ว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้น แล้วเพื่อนสนิทของฮารุนะกับอัตสึโกะรู้จักกันมาก่อนรึไง ถึงได้มองกันด้วยสายตาอย่างนั้น

 

“ยูจัง ฮึก เขา เขาคนนั้น เขาคือ คนนั้นๆ” ความจริงที่ออกมาปนเสียงสะอื้นทำให้ยูโกะตาโต หันควับมองประตูร้าน

 

“อะไรนะ! เธอพลาดแล้ว พลาดมากๆ เธอลืมไปได้ยังไงกันว่ารูปคนรักที่อัตสึโกะเคยเอาให้ดูเป็นคนเดียวกับเพื่อนสนิทของฮารุนะ!!

 

แล้วแบบนี้เธอจะทำอย่างไร ในเมื่อเธอเป็นคนยื่นมีดให้เพื่อนสนิทด้วยตัวเอง

 

ไม่ได้แล้ว เธอต้องตามผู้หญิงคนนั้นกลับมาคุยกับอัตสึโกะให้รู้ความจริง

 

 

 

...................................................................

 

เนื่องจากหายไปนาน ขอไถ่โทษให้โดยการลงสองตอนเลย
เอาแล้วไง น้ำเดือนปุดๆเลย อัตสึมินะ เจอกันแล้ว 

Share this post


Link to post
Share on other sites
On 7/11/2016, 10:36:05, W_rose159 said:

พึงเห็นเรื่องนี้ไรท์ อ้ากกกกกกก พลาดสุดๆ

เป็นเรื่องที่มาม่าเยอะมากสำหรับคู่พ่อแม่

ข้าน้อยสงสารอัตสึมากายขอรับ อย่าให้อัตสึเจ็บปวดมากไปกว่านี้เลย

ส่วนคู่ลูก มันฮาได้อีกนะไรท์ โดยเฉพาะเพื่อนๆมโนกระจาย ชงกันจนเข้ม

ลุ้นๆว่าพลุจะเค็มเข็มข้นกว่าหรือจะเป็นยุยที่นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว ใครกันจะเป็นผู้อยู่รอด

รออยู่เสมอนะคะไรท์ สู้สู้  :dookdik_greenTea_2:

5555+ เรื่องนี้ท่านอาจจะได้กินมาม่าคู่พ่อแม่จนอิ่ม
ส่วนเด็กๆมารอลุ้นกันที่กว่าว่า ใครจะได้เปรียบใคร 

 

On 7/12/2016, 1:25:16, MilkyWay said:

ไรต์มาแล้วววววว
สงสารอัตสึจัง แต่จะโทษยุยก็ไม่ได้ด้วย
รอต่อไปค่า


อัตสึก็ยังคงน่าสงสารต่อไป หลังจากเจอลูกแล้ว มาเจอพ่อกันต่อดีกว่า...

On 7/12/2016, 2:18:15, to juri said:

ลงดึก5555เพิ่งมาอ่าน กรี๊ดดรู้สึกชอบยุย

ชอบให้ถูกแกล้งหรือท่าน

On 7/12/2016, 7:06:46, NEW48 said:

มาแล้วววววรอมานาน

พี่ยุยจะพลุไปทำไร
พลุก็ร้ายไม่เบานะ
สงสารอัตสึอ่ะเจอลูกแต่ลูกดันหนี

พาไปทำไม่ดีไม่ร้าย! ผิดๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

อัตสึมินะ คงจะมาม่าอีกหลาตอนสินะ

ยุยจะกลับมาเป็นผู้นำได้ไหมเนี้ย

Share this post


Link to post
Share on other sites

Ch.6 คราบน้ำตา

 

 ความรู้สึกแรกที่พบกันราวกับหัวใจฉันจะหยุดเต้น มันกำลังขาดสะบั่นลงช้าๆ ช้าๆ และช้าๆ

 

ไม่มีรอยแผล ไม่มีแม้แต่ร้องให้ได้ยิน

 

มีเพียงแต่น้ำตาที่ไหลอาบลงข้างแก้ม

 

สวรรค์กลั่นแกล้งกันเกินเหลือ ใยจึงต้องส่งกันมาเจอคนที่กลายเป็นอดีต ส่งมาตอกย้ำให้รู้ถึงความโง่ของตัวเองไปถึงไหน แค่นี้ไม่ยังไม่พออีกใช่ไหม

 

 “มินามิ มินามิ เปิดประตูก่อน” ฮารุนะลงมือทุบกระจกรถด้านคนขับด้วยความร้อนรน เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเพื่อนสนิทมีอาการอย่างนี้และตนก็งงงวยเต็มทีว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เพราะภายในไม่กี่นาทีที่ผ่านมามินามิได้วิ่งหนีออกจากร้านทั้งที่ไม่มีแววครึมฟ้าครึมฝน

 

 ความนิ่งเงียบเป็นปฏิกิริยาตอบกลับทำให้คนที่ยืนรอภายนอกรู้สึกว่าต้องทำอะไรบางอย่าง ไม่นานเธอก็เห็นคนรักวิ่งตามออกมาจากร้านอาหารด้วยสภาพเหงื่อท่วมตัว

 

ยูโกะหน้าซีดจัดจ้องตาฮารุนะอยู่สักพักก่อนแทรกตัวเข้าไปจัดการกับประตูคนขับ

 

“ฉันขอร้องเปิดประตูออกมาก่อน  คุณมีเรื่องที่ยังต้องรู้อีกมาก ออกมาฟังฉันอธิบายก่อน”

 

 ไม่มีสิ่งใดตอบกลับมาเลยนอกจากความเงียบ

 

มินามิไม่แม้แต่จะเงยหน้าออกจากพวงมาลัยรถที่ซบใบหน้าไว้ เมื่อหัวใจมันราวเกินกว่าจะรับฟังอะไรนอกจากเสียงร้องแห่งความเสียใจ กระทั่งเสียงของเครื่องมือคู่ชีพแผดร้องออกมา อาจไม่ใช่อารมณ์ที่ควรจะสนใจถ้ามันไม่ใช่สายเรียกเข้าของลูกสาวเพียงคนเดียว

 

ความลังเลเริ่มเกิดขึ้นบวกกับเสียงของเพื่อนสนิทที่ดังอยู่ด้านนอกทำให้มินามิค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองออกไปภายนอกรถและไม่นานเสียงโทรศัพท์ก็เงียบลงไปอีกครั้ง มินามิได้ยินเสียงข้อความดังขึ้นมาแทน ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากในการตวัดสายตาอ่านข้อความสั้นๆนั้นรวดเดียวจนหมด

 

[หนูถึงแล้วนะคะ] ยุยฮัง

 

อ่า เธอควรทำอย่างไร เธอควรเข้มแข็งเพื่อลูกไม่ใช่หรืออย่างไร

 

 “มินามิ ออกมาเดี๋ยวนี้!เธอยังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่ไหม มีอะไรก็บอกกันสิ ไม่ใช่เอาแต่ร้องไห้!” ฮารุนะทุบกระจกรถดัง ตึง หน้าตาของเธอบอกว่าจะไม่ทนอีกแล้วหากฉันยังปฏิเสธที่จะคุยกับเธอ

 

 คนจำใจเจ็บต้องแบกเอาใจราวๆเปิดล็อคประตูรถเพื่อเชิญให้เพื่อนสนิทเข้ามานั่งด้านใน

 

“ยูจังกลับเข้าไปก่อนนะคะ ทางนี้เดี๋ยวฉันเคลียร์เอง” เจ้าของชื่อทำท่าอักอึก เมื่อเธอเองก็มีเรื่องอยากจะคุยกับคนที่นั่งแช่ตัวอยู่ในรถ จนกระทั่งได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่สั่นเตือน ซึ่งไม่ต้องหยิบจับก็พอจะรู้ว่าใครโทรเข้ามา

 

“ฝากทางนั้นหน่อยนะคะ ยูจัง” เธอจำใจถอยห่างออกมาช้าๆ หากยังเฝ้ารอสถานการณ์ว่าจะเกิดอะไรไม่คาดฝันขึ้นรึเปล่า

 

 

 

“อย่านั่งเงียบแบบนี้ มินามิ”

 

“แล้วเธอจะให้ฉันพูดอะไร! ฮารุนะ!” มินามิเผลอแผดอารมณ์ออกมาจนคนด้านข้างตกใจ เธอพึ่งเคยจะเห็นมินามิเป็นอย่างนี้ครั้งแรก เพราะอะไรเพื่อนเธอถึงได้ดูเสียใจมากขนาดนี้ มีเพียงเรื่องเดียวที่เธอพอจะนึกออกและก็เป็นเพียงเรื่องนั้น

 

 “อัตสึโกะซัง คือผู้หญิงที่ทิ้งเธอไปใช่มั้ย” ฮารุนะโยนหินตามทาง เพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้เดาเรื่องทั้งหมดผิดและเหตุผลที่ว่าทำไมเธอถึงได้คุ้นหน้าคุ้นตาอัตสึโกะมากนัก อาจจะเพราะรูปสมัยก่อนที่อีกฝ่ายเอาให้เธอดูก็เป็นได้

 

และการอีกฝ่ายไม่ยอมตอบคำถามเพียงแค่แสยะยิ้มที่มุมปาก นั้นทำให้เธอรู้คำตอบให้เธอแล้วว่า  มันใช่!

 

 “อะไรจะบังเอิญขนาดนี้” ฮารุนะยกมือทาบอกครางเสียงต่ำ มองมินามิด้วยแววตาเห็นใจ อยากจะบอกความจริงออกไป ว่าทำไมอัตสึโกะคนนี้ถึงได้ทิ้งเพื่อนของเธอ แต่ไม่ใช่เรื่องที่เธอควรเล่าด้วยตัวเอง แม้เธอพอรู้ละเอียดอยู่บางเพราะได้ฟังมาจากสามี

 

“มินามิ ฟังฉันนะ ทุกคนย่อมที่เหตุผลของตัวเอง บางทีอัตสึโกะซังก็ไม่ได้อยากทำให้เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้น” 

 

มินามิตวัดสายตาแข็งกร้าวขึ้นมามอง และฮารุนะไม่คิดว่าเธอจะได้ยินคำพูดร้ายกาจแบบนี้จากปากของมินามิ

 

“เธอคงถูกผู้หญิงคนนั้นล้างสมองมาสินะ จ้างเธอเท่าไหร่ละ ถึงยอมพูดกับฉันแบบนี้ หรือผู้หญิงคนนั้นจะพูดเอาดีเข้าตัวจนตัวเองกลายเป็นคนน่าสงสาร!

 

 ราวกับมินามิคนนี้เป็นคนที่เธอไม่รู้จัก ความเกรี้ยวกาจในแววตาที่แสดงออกมานั้นทำให้ใจเธอเกิดความรู้สึกหวั่นไหว

 

 มินามิเจ็บ เจ็บมากเกินไป จนไม่อยากจะฟังเธอพูดอะไร

 

“เธอลืมแล้วหรือว่าฉันเป็นคนอย่างไร ถ้าเขาไม่น่าสงสารฉันคงไม่พูดกับเธอแบบนี้ เปิดใจเธอฟังสักนิดสิ คนที่ทิ้งเธอไปเขาก็เจ็บอะไรไม่ต่างกับเธอนะ”

 

“คงจะเจ็บมากสินะที่ทิ้งฉันไปอยู่กับคนใหม่ เหอะ เธออย่ามาพูดตลกๆน่า ฮารุนะ เธอก็เห็นเด็กคนนั้น พยานรักของคนที่ผู้หญิงแพศยาคนนี้ตอนไปมีชู้”

 

“เพียะ!

 

“มินามิ มีสติหน่อยได้มั้ย! ฉันไม่ได้อยากทะเลาะกับเธอ เธอจะพูดยังไงก็ได้แต่อย่าพูดถึงจูรี หรืออัตสึโกะแบบนี้ เขาอาจจะผิดที่ทิ้งเธอไป แต่เขาไม่เคยนอกใจเธอ!

 

 เป็นครั้งแรกที่มินามิถูกเพื่อนสนิทตบหน้า เธอทั้งโกรธและรู้สึกหน้าชา คำพูดของฮารุนะไม่ได้มีคำใดเข้าหัวเธอเลยด้วยซ้ำ

 

“เหอะ!! ไม่นอกใจเหรอ แล้วเรื่องที่ฉันเจอมามันคืออะไร! มันยังเจ็บไม่พออีกรึไง!อย่างเธอมันจะมาเข้าใจอะไร เธอไม่ได้มาเจ็บเหมือนฉัน ก็ดี ฉันจะได้รู้ว่าเธอถูกผู้หญิงแพศยาพรรค์นั้นล้างสมอง จริงสินะ สามีเธอก็สนิทกับผู้หญิงคนนั้น คงจะช่วยใสสีตีไข่จนทำให้ตัวเองดูดีขึ้นมาสิท่า”

 

“มินามิ!” ฮารุนะคิดไม่ถึง คิดไม่ถึงจริงๆว่าตอนมินามิร้ายจะเป็นอย่างนี้ ไม่เหลือเคาของมินิมที่เธอรู้จักเลย มินามิคนนี้เกี้ยวกาจและเย็นชาราวกับปีศาจ

 

ฮารุนะกัดริมฝีปากแน่น พยายามจัดการกับอารมณ์ก่อนลงมือเปิดประตูเพื่อออกไปข้างนอก

 

“ฉันจะบอกให้เธอรู้ไว้ว่า อัตสึโกะไม่ได้ทรยศเธอ! ไม่เคยเลยแม้กายหรือใจ”

 

“ปัง” เธอปิดประตูแล้วก้าวขาไวๆ ไม่ได้เหลียวมองคนที่ได้ก้มหน้าปล่อยน้ำตากับพวงมาลัยอีกครั้งอีกคราว

 

 มินามิแค่พวกแสร้งทำเก่ง ปากร้าย ทั้งที่รู้ว่าใจมันราว เธอรู้ว่าเธอต้องการผู้หญิงใจร้าย เธอเฝ้าภาวนาขอให้เขากลับมา แม้จะสั่งให้ใจมันเกลียด ไม่คิดถึง ไม่รู้สึก ก็ยังทำไม่ได้ เธอไม่เคยปฏิเสธตัวเอง ว่าเธอไม่เคยลืม ไม่เคยลืมผู้หญิงใจร้าย

 

 เจ็บปวดเกินกว่าจะทำใจยอมอภัยให้ได้จริงๆ แม้ไม่ได้อยากเกลียดเลย

 

เพราะไม่เคยลืมว่ารักมากเพียงไร และไม่เคยลืมว่าต้องเจ็บปางตายอย่างไร..

 

 

 

ยุยฮังยังยืนกระวนกระวายอยู่หน้าร้านเนื่องจากต่อสายถึงผู้ให้กำเนิดไม่ติด

 

สงสัยว่าจะมีเรื่องอะไรหรือเปล่า หรือคุณพ่อร่างเล็กจะปิดเสียงไว้จนไม่ทันได้ยินเสียงสายเรียกเข้าของเธอ แล้วเธอจะทำอย่างไร ไม่รู้เสียด้วยว่าเพื่อนของพ่อและพ่อนั่งอยู่โต๊ะไหน ก่อนเหลือบมองคนด้านข้างที่พึ่งวางโทรศัพท์ไปเมื่อครู่

 

 “ทำไม โทรหาพ่อไม่ติดหรือไง” ยุยส่ายหน้าให้อย่างจำใจ ปกติ ถ้าไม่ใช่เวลาทำงานพ่อจะเปิดโทรศัพท์ไว้ตลอดนิน่า แล้วทำไมถึงไม่ยอมรับสายนะ ที่แปลกเข้าไปใหญ่คือเธอส่งข้อความไปแล้วพ่อยังไม่ยอมตอบกลับมา

 

“เอางี้ เดี๋ยวฉันช่วยเดินหาหรือเธอจะเข้าไปนั่งโต๊ะที่เดียวกับฉันก่อน พ่อฉันกำลังเดินมา” พารุยังพูดไม่ทันขาดคำก็เห็นร่างของปะป๋าวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยความรีบร้อน

 

 ยูโกะพยายามแสร้งยิ้มให้ลูกสาวทั้งที่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เลวร้ายขนาดไหน อย่าว่าแต่จะให้นั่งกินข้าวเลยไม่รู้ว่าคนที่อยู่ด้านในร้านจะหยุดร้องไห้แล้วหรือยัง นึกถึงแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้

 

  “ป๊าคะ นี่เพื่อนหนูชื่อ

 

“สวัสดีค่ะ ทาคาฮาชิ ยุยค่ะ

 

“ทาคาฮาชิ!” ยูโกะไม่อยากเชื่อสายตาอะไรจะบังเอิญขนาดนี้ แสดงว่าเด็กคนนี้ก็

 

“เออ ยินดีที่ได้รู้จักจ๊ะ หนูทาคาฮาชิ”

 

“เรียกยุยก็ได้ค่ะ คุณน้า”  แหมที่กับเธอละไม่ยอมให้เรียกนะ ไอ้แมวน้ำบ้า! ที่กับป๊าเธอทำเป็นสุภาพนอบน้อม ยอมให้เรียกชื่อต้น สร้างภาพชะมัด!

 

ยูโกะถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอจะต้องตัดสินใจว่าสมควรพาเด็กคนนี้เข้าไปในร้านด้วยรึไม่ เพราะถ้าพาเข้าไป.. ใช่ เพื่อนของเธออาจจะต้องเจ็บปวดซ้ำสองกับการพบเด็กคนนี้ พบกับลูกสาวตัวเอง

 

แต่ก่อนจะอะไรนั้นเธอก็เห็นฮารุนะเดินเข้ามา และส่งเสียงเรียกเธอกับลูกเอาไว้

 

“ยูจัง พารุ”

 

“ม๊า” ยุยหันมองคนที่ยัยนักเรียนใหม่เรียกว่าม๊าแล้วต้องตะลึงเพราะผู้หญิงที่เข้ามาสวยราวกับนางแบบ หุ่นดีจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานมีลูกมาแล้ว  หากมาเจอกันลำพังเธอคงคิดว่าเป็นไฮโซสาวสวยที่ไหนมานั่งกินข้าวคนเดียว

 

 ครู่นั้นยูโกะสบตากับฮารุนะพยายามจะบอกว่าเด็กคนนี้เป็นลูกสาวของคนที่อยู่ด้านล่าง และไม่นานเสียงของโทรศัพท์ยุยก็ดังขึ้นให้เจ้าตัวหันไปสนใจ พอรู้ว่าใครโทรเขามายุยก็เลี่ยงขอตัวออกมารับโทรศัพท์ท่ามกลางสายตาหนักใจของสองสามีภรรยาตระกูลโอชิมะ

 

“ยูจัง เขาไปดูอัตสึโกะก่อนเถอะค่ะ ทางนี้เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

 

“ฮารุนะ”

 

“ไปเถอะค่ะ ฉันรู้ว่ายูจังเป็นห่วงอัตสึโกะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง” ยูโกะพยักหน้าให้อย่างรวดเร็วและไม่รีรอที่จะกลับเข้าไปในร้านคงมีแต่ลูกสาวคนเดียวอย่างพารุที่ยืนงงว่าป๊ากับม๊าของตนกำลังคุยอะไรกันอยู่

 

 “เกิดอะไรขึ้นคะม๊า”

 

ฮารุนะสบตาลูกสาวที่จ้องจะเอาคำตอบอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจที่จะไม่เล่าเรื่องใดออกมา

 

“วันนี้ม๊าขอโทษหนูด้วยนะคะ แต่อีกสักพักเราคงต้องกลับบ้านกัน”

 

“อ้าว ทำไม

 

“เออ ขอบใจมากนะที่อุสาพามา แต่ฉันต้องกลับแล้วละ พ่อบอกว่ารออยู่ที่รถ ลาก่อนนะคะคุณน้า”

 

“อ้าว นี่ เธอ เดี๋ยว..” พารุยิ่งุนงงหนักกว่าเดิมที่เห็นคนพึ่งคุยโทรศัพท์เสร็จรีบล่ำลาเธอกับแม่แล้วเดินตรงไปยังลานจอดรถของร้านอาหาร

 

สรุปว่ามันเกิดอะไรขึ้นละเนี่ย

 

 

 

   กลับมาภายในห้องรับประทานอาหาร ยูโกะตรงกลับเข้ามาก็เห็นคนที่นั่งร้องไห้อยู่ก่อนหน้ากำลังจับกระดาษทิชชูบนโต๊ะซับน้ำตาตัวเองช้าๆ ข้างๆมีจูรีที่บีบมือของคุณแม่อย่างให้กำลังใจ เธอรู้สึกสะเทือกจับภาพที่เห็นจนทำได้แต่เงียบแล้วเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ว่างด้านข้าง

 

“ฉันขอโทษ”

 

“ไม่ใช่ความผิดของเธอจะขอโทษทำไมเล่า ยูโกะ”

 

อ่า อัตสึโกะพยายามยิ้มให้เธอ แต่เป็นรอยยิ้มที่ดูเศร้าเหลือเกิน

 

 “อัตสึโกะ”

 

“ยูจัง ฉันน่ะ..

 

“ฉันเข้าใจ” เธอจับมืออีกข้างของเพื่อนมาบีบไว้อย่างให้กำลังใจเช่นเดียวกับจูริ เธอเองก็สงสารจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ได้เพียงขอโทษที่ทำให้เพื่อนต้องมาเสียใจอย่างนี้

 

“เธอไม่ร้องนะ ต้องเข้มแข็งเพื่อจูริสิ”

 

ชื่อของลูกทำให้เธอฝืนกล่ำกลืนความขมขืนลงไปภายในหัวใจแล้วจับเอาเจ้าของร่างเล็กที่จ้องเธอด้วยสายตาน่าสงสารขึ้นมานั่งไว้บนตัก เธอกอดเด็กคนนี้แน่นราวกับกลัวว่าใครจะมาแย่งไป

 

 “ถึงเวลาแล้วค่ะ จูริ ที่หนูต้องรู้ความจริง”

 

จังหวะนั้นเองที่ประตูห้องอาหารถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของผู้หญิงสองคนที่พากันเข้ามา ยูโกะกำลังจะบอกให้ภรรยาพาลูกสาวออกไปก่อน แต่อัตสึโกะกลับส่ายหน้าปฏิเสธ

 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะยูจัง”

 

“แต่มันเรื่องภายในครอบครัวเธอนะ”

 

 อัตสึโกะส่วยหน้า เธอยืนกรานให้ทั้งสองคนมาใหม่เข้ามานั่งที่เดิมจนยูโกะไม่มีสิทธิ์ค้าน

 

พารุรู้สึกเกรงใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะเธอกำลังรู้สึกว่าตัวเองเสียมารยาทที่ได้เข้ามาฟังเรื่องส่วนตัวของคุณน้าอัตสึโกะแต่จะให้ออกไปตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว

 

“ก่อนอื่นฉันต้องขอโทษทั้งยูโกะแล้วก็ฮารุนะซังด้วยนะคะ หนูพารุด้วยนะ ที่ทำให้การมารับประทานอาหารในครั้งนี้ต้องกร่อย”

 

“อัตสึโกะ” ผู้ใหญ่สองคนมองหน้ากันอย่างเข้าใจ ไม่เคยคิดจะโทษเลย ทางเขาต่างหากที่ควรขอโทษเพราะทำให้เพื่อนต้องมาเจ็บปวดกับการพบกันอีก

 

“แล้วก็จูริค่ะ หนูเห็นผู้หญิงคนเมื่อกี้รึเปล่า”

 

“เขาทำให้มามี้ร้องไห้”  คำทักท้วงอย่างไม่ชอบใจจากปากของเด็กสาวที่ช้อนสายตามองหน้าของอัตสึโกะทำให้คนเป็นแม่ต้องกระซับกอดแน่นขึ้นอย่างสงบใจ

 

เธอไม่อยากให้ลูกว่าเขา ไม่อยากให้ลูกใจเขาผิด

 

“ไม่ใช่ค่ะ เขาไม่ได้ทำให้มามี้ร้องไห้แต่เป็นมามี้ต่างหากที่ทำให้เขาร้องไห้” มาตลอด ทำให้เขาทนทุกข์มาตลอด มินามิ ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ

 

“ไม่เห็นจริงเลยก็เมื่อกี้เขาเข้ามามามี้ของจูริก็ร้องไห้”

 

พารุยังไม่เข้าใจสถานการณ์ตั้งแต่เมื่อตอนที่อยู่หน้าร้าน ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แล้วใครอะไร ทำไมคุณน้าอัตสึโกะถึงร้องไห้ นี่หรือคือสาเหตุที่ทำให้การดินเนอร์ถูกยกเลิกไป แล้วตัวเธอเองควรอยู่ฟังเรื่องนี้จริงๆหรืออย่างไร เพราะดูท่าจะไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลย

 

 “จูริฟังนะคะ คนที่หนูเจอเมื่อกี้นี่ เขาเป็นพ่อแท้ๆของหนู”

 

     “จริงเหรอคะ มามี้” จูริดูจะช็อกมากกับสิ่งที่คุณแม่เล่าให้ฟังจนนั่งตัวแข็งราวกับรูปปั้น คนเมื่อกี้เป็นคุณพ่อแท้ๆของเธอ จริงใช่มั้ย พ่อของเธอไม่ใช่คนเดียวกับที่คุณตาบอก ไม่ใช่คนที่ชอบมาหาคุณแม่แล้วทำให้คนแม่เจ็บตัว

 

 “ใช่ค่ะ จูริ มันเป็นความจริง แล้วหนูยังมีพี่สาวแท้ๆอีกหนึ่ง ชื่อ ทาคาฮาชิ ยุย หนูจำได้รึเปล่าค่ะว่าหนูเคยเจอพี่เขาตอนที่ไปซื้อของกับมามี้”

 

“พี่สาวคนนั้น” ด้วยความเป็นเด็กทำให้จูริไม่รู้จะพูดอะไรออกมากับความสับสนของตัวเองเมื่อมีข้อมูลใหม่ที่ผิดจากความเข้าใจเดิมถูกป้อนเข้ามา ซึ่งตรงกันข้ามกับพี่สาวอีกคนราวกับถูกหินถล่มใส่หัว

 

อะไรนะ!

 

ไม่สิ มันต้องเป็นคนละคนสิ  นาม สนุกทาคาฮาชิ มีคนใช้เยอะจะตาย แล้วทำไมเธอถึงต้องคิดว่าเป็นไอ้แมวน้ำงี้เง้านั้น

 

เธอไม่มีน้องบ้างรึไง

 

ไม่มีหรอกเธอจำได้คำตอบที่เย็นชาของไอ้แมวน้ำที่บอกกับเธอได้ดี ว่าตัวเองไม่มีน้อง เพราะฉะนั้นต้องเป็นคนละคนสิ หรือถ้าไม่แล้ว ทำไมไอ้แมวน้ำถึงไม่ยอมรับว่าตัวเองมีน้อง หหรือแท้จริงเพราะไม่รู้ว่าตัวเองมีน้อง

 

“มามี้ขอโทษนะคะที่บิดบังหนู  มามี้มีความจำเป็นค่ะ เพื่อตัวหนูเอง มามี้ต้องปกป้องหนูจากคุณตา คุณตาเขาพยายามจะทำร้ายหนู  อย่าโกรธคุณพ่อหนูเลยนะคะที่เขาทำกับมามี้กับหนูอย่างนี้ เพราะเขาไม่รู้ว่าหนูเป็นลูก ไม่รู้ว่ามามี้ไม่ได้ทรยศเขา“ อยู่ๆเด็กสาวในอ้อมแขนของอัตสึโกะก็ร้องไห้เสียงดังซึ่งทำให้ผู้ใหญ่ที่กันบนโต๊ะอาหารตกใจพยายามจะเข้าไปช่วยอัตสึโกะที่แนบแก้มลงไปบนศีรษะของลูกสาวแล้วโยกตัวของคนในอ้อมกอดไปมาเบาๆเพื่อปลอบให้ลูกหยุดร้องไห้

 

 อัตสึโกะเข้าใจว่าลูกอาจจะรับไม่ได้ที่จู่ๆเธอก็เล่าเรื่องอะไรอย่างนี้ให้ฟัง เพราะเธอปิดบังที่จะพูดถึงพ่อของเจ้าตัวมาตลอด สำหรับจูรีแล้วที่บ้านใหญ่ตระกูลมาเอดะก็คือบ้าน ซึ่งแตกต่างจากเธอที่คิดว่ามันคือนรก

 

“แล้วทำไมเขาถึงไม่อยู่กับมามี้ เขาปล่อยให้มามี้อยู่คนเดียวได้ยังไง”

 

“เพราะมามี้ผิดเองค่ะ มามี้โกหกเขาว่าจูรีไม่ใช่ลูกของเขา”

 

“มามี้” อัตสึโกะกัดฟันแน่นเมื่อเรื่องราวในอดีตกำลังฉายชัดขึ้นมาเป็นฉากๆ เธอแทบจะไม่มีแรงที่จะขยับปากต่ออีกเลย เธอทำผิดกับเขามากเหลือเกิน และทำผิดกับลูกมากเหลือเกิน

 

“มามี้ขอโทษค่ะจูริ ถ้าหนูจะโกรธอย่าโกรธคุณพ่อเลยนะคะ ให้หนูโกรธมามี้ เพราะมามี้เป็นคนสร้างเรื่องเอง” เด็กสาวผู้ร่ำร้องพยายามเก็บเสียงงอแงของตัวเองไม่ให้ออกมาอีกเมื่อเห็นดวงตาแสนเศร้าสร้อยของคนเป็นแม่ คุณแม่ตอนนี้ดูไม่มีความสุขอีกแล้ว

 

“มามี้ หนูอยากขอร้อง”

 

“คะ”

 

“กลับไปคืนดีกันได้มั้ยค่ะ” คำขอที่แสนใสซื้อของเด็กสาวเหมือนเป็นใบมีดที่ปักเข้าไปในใจของผู้ใหญ่ให้รู้สึกปวดราว ไม่ใช่ไม่อยากทำอย่างนั้นเลย แต่มันทำไมได้

 

“จูริ”

 

“เพราะคุณตาใช่ไหมคะ” อัตสึโกะพูดไม่ออก จูรีเป็นเด็กที่หัวไวและสิ่งที่ลูกพูดมันก็ถูกเกือบทุกอย่าง ใช่ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะพ่อของเธอแล้วผู้ชายที่แสนจะเลวร้ายคนนั้น

 

“มามี้ หนูอยากเห็นมามี้มีความสุข” ความปรารภนาของเด็กน้อยทำให้ผู้ใหญ่อีกครอบครัวสบตากัน พวกเธอสงสาร สงสารจูริเหลือเกิน ทั้งที่หนึ่งชีวิตเล็กๆนี้ควรมีความสุขกับชีวิตครอบครัวแท้ๆ แต่ทำไมผู้ใหญ่พวกนั้นถึงได้ใจร้าย กล้าใช้เด็กตัวเล็กแค่นี้เป็นเครื่องมือ

 

“จูริ มามี้ขอโทษ”

 

“หนูรู้นะคะ ว่ามามี้ไม่มีความสุขตอนอยู่บ้านกับคุณตา มามี้ไม่ยิ้มให้คนอื่นเลยนอกจากหนูกับคุณลุงพ่อบ้าน หนูอยากเห็นมามี้มีความสุข ฉะนั้นคืนดีกันได้มั้ยค่ะ”

 

 ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่น้ำตาซึ่งเคยแห้งเหือดไปไหลออกมาอีกครั้งจนกระทั่งสัมผัสอบอุ่นของมือเล็กๆคู่นี้ เช็ดออกไปให้เธอ

 

จูริทำให้เธอยิ่งคิดถึงมินามิ เด็กคนนี้เหมือนมินามิมากจริงๆ นิสัย  การพูดการจา แล้วจะไม่ให้เธอคิดถึงได้อย่างไร

 

   ไม่ใช่เธอไม่อยากทำ แต่เธอทำไมได้ต่างหาก เธอจะยอมให้สิ่งที่ทำมาสูญเปล่าไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด

 

“มามี้ขอโทษที่ทำให้หนูในตอนนี้ไม่ได้ สำหรับตอนนี้แค่หนูยังอยู่ยังเข้าใจมามี้ มามี้ก็มีความสุขแล้วค่ะ”

 

  ยูโกะเผลอกำหมัดจนแน่น เธอต้องทำอะไรสักอย่างให้สองคนนี้หันหน้าเข้าหากัน อัตสึโกะเผชิญปัญหาคนเดียวมามากพอแล้ว เธอไม่อยากเห็นภาพของเพื่อนที่ต้องเจ็บปวดเพราะทนคิดถึงเจ้าของหัวใจซ้ำแล้วซ้ำอีก

 

เธอจะต้องจัดการอะไรบ้างอย่างกับบ้านตระกูลมาเอดะ

 

 

 

 

 

  อีกทางด้านหนึ่งที่มีสภาพดูไม่จืดเช่นกัน ตลอดทางที่คุณพ่อร่างเล็กขับรถกลับบ้านคุณพ่อแทบจะไม่ยอมพูดอะไรกับเธอ ซึ่งค่อนข้างผิดปกติอย่างมาก และที่สำคัญกว่าคือรอยแดงบนใบหน้าของคุณพ่อ ซึ่งดูอย่างไรรอยนี่ก็เป็นรอยถูกตบ

 

ใครเป็นคนทำร้ายคุณพ่อแล้วมันเกิดอะไรขึ้นที่ร้านอาหารแห่งนั้น คุณพ่อถึงได้บอกเธอว่าตัวเองกับเพื่อนได้ยกเลิกนัดกันกะทันหันแล้วรอรับเธอกลับบ้านอยู่ที่ลานจอดรถ

 

 ยุยพาตัวเองเดินเข้ามาจัดการเปิดไฟในตัวบ้านที่อยู่กันเพียงสองคนพ่อลูกก่อนเข้าไปในครัวเพื่อหยิบน้ำมาให้กับคนที่พึ่งจะจอดรถเสร็จ

 

   มินามิทิ้งตัวลงบนโซฟาห้องรับแขกแล้วรับแก้วน้ำมาจากลูกสาวพลางส่งยิ้มบางๆแทนคำขอบคุณ ไม่มีทางที่ลูกจะไม่รู้ว่าเธอร้องไห้เพราะขนาดเธอยังรู้สึกปวดทั้งตา ปวดทั้งแก้ม แต่ลูกก็ยังเลือกที่จะไม่ถามเธอ และรอคอยคำฟังตอบจากเธอในยามที่เธอพร้อม

 

  “เรื่องวันนี้พ่อขอโทษนะคะ”

 

“เกิดอะไรขึ้นค่ะคุณพ่อ”

 

“วันนี้ที่ร้านอาหาร..พ่อเจอ..ผู้หญิงคนนั้น”

 

“อะไรนะคะ!” ยุยตาโตแทบจะทันทีที่ได้ยินคำสารภาพของคุณพ่อร่างเล็ก เธอดึงมือของพ่อมากุมไว้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีใครบอกเธอกูรู้ว่าพ่อเจ็บปวดมากแค่ไหน ขนาดเธอเองยังทำใจไม่ได้ แล้วพ่อละ พ่อของเธอจะเป็นอย่างไร

 

อ่า เธอสงสารเหลือเกิน คุณพ่อไม่ควรมาเจอกับเรื่องอย่างนี้เลย

 

“พ่อขอโทษจริงๆนะคะ ที่ดึงเอาหนูออกมาทั้งที่หนูไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย”

 

“คุณพ่อ” ยุยส่ายหน้าให้คุณพ่อร่างเล็กแล้วเข้ากอดคุณพ่อของเธอเอาไว้ คุณพ่อไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ที่ไม่ได้ให้เธอเจอกับผู้หญิงคนนั้น คุณพ่อก็แค่ต้องการปกป้องเธอ เพราะคุณพ่อรู้ว่าเธอคงจะเสียใจไม่ต่างกันถ้าเธอได้เจอกับแม่

 

“ลูกอยากเจอเขารึเปล่า”  ยุยรีบส่ายหน้าด้วยความรวดเร็ว เธอไม่ได้มีความต้องการนั้นอยู่เลย ไม่อยากเจออีกแล้วคนที่ทำให้พ่อต้องเจ็บปวด

 

 “ยุย”

 

“คุณพ่อขึ้นไปพักดีกว่านะคะ คืนนี้หนูขอนอนด้วย” เธอไม่อยากให้พ่อต้องเจ็บปวดมากกว่านี้หากยังพูดถึงเรื่องของแม่ต่อไป พ่อจะต้องเสียใจมากกว่าเดิมเพราะมียังมีอิทธิพลกับพ่ออยู่มาก แค่ตอนนี้พ่อก็เสียใจกับแม่มากพอแล้ว ทำไมทุกสิ่งทุกอย่างถึงได้บังเอิญอย่างนี้ ให้เธอได้เจอแม่ไม่พอ ยังให้พ่อของเธอได้เจอแม่อีก ไม่รู้หรืออย่างไรว่ามันเป็นการยื่นยาพิษให้พ่อของเธอ

 

 

 

หลังจากจัดการกับสภาพที่ดูไม่ได้ของตัวเองเสร็จสิ้น มินามิฝังร่างของตัวเองลงบนเตียงนอนขนาดใหญ่ที่วันนี้ดูจะแคบลงไปเพราะเตียงนอนอีกฝั่งถูกใช้งานโดยลูกสาวที่หลับไปก่อนแล้ว สงสัยเธอจะอยู่ในห้องน้ำนานเกินเพราะมัวแต่คิดเรื่องที่ยังคงคาราคาชังในหัว ความเจ็บปวดที่เกาะกินใจเธอไว้แน่นหนาทำให้เธอไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้  

 

ไม่เคยทรยศเธองั้นหรือ แล้วภาพในวันนั้นมันคืออะไร

 

คำพูดของผู้หญิงคนนั้นเธอจำได้ขึ้นใจ

 

เราหย่ากันเถอะค่ะ เพราะฉันท้องกับคนอื่น

 

ผู้ชายแปลกหน้าที่ถูกผู้หญิงแพศยาควงเข้ามาพร้อมกับใบตรวจครรภ์ว่าผู้หญิงแพศยาท้องกับมัน ผู้หญิงหน้าด้านไม่รู้จักพอ เล่นชู้กับคนอื่นในขณะที่อาศัยอยู่กับเธอ

 

ทำไมถึงต้องฆ่าฉันให้ตายทั้งเป็นแบบนี้ด้วยอัตสึโกะ

 

หรือเพราะความจริง เธอไม่เคยรักฉันเลย

 

 

...................................................................................................................................................................................................


แอบเสียใจที่อันเก่าลงไว้หายไป ตอนล่าสุดไรท์ไม่ได้เซฟไว้ในเครื่องด้วย ขอทำใจนั่งแต่งใหม่ก่อน T^T

Share this post


Link to post
Share on other sites

โอ้วววววว ลงตอน 6 แล้ว ขอบคุณมากครับไรท์ T_T

 

ถ้าจำไม่ผิดตอนที่ 7 น่าจะประมาณว่ายูโกะทะเลาะกับเนี้ยงนิดหน่อย แล้วก็นัดมากามินะให้มาคุยด้วยใช่รึเปล่าครับ ????

Share this post


Link to post
Share on other sites
6 minutes ago, wargreymon44 said:

โอ้วววววว ลงตอน 6 แล้ว ขอบคุณมากครับไรท์ T_T

 

ถ้าจำไม่ผิดตอนที่ 7 น่าจะประมาณว่ายูโกะทะเลาะกับเนี้ยงนิดหน่อย แล้วก็นัดมากามินะให้มาคุยด้วยใช่รึเปล่าครับ ????

ใช่แล้วค่ะ แล้วเป็นตอนที่ไรท์ไม่ได้เซฟไวในเครื่องเลยต้องนั่งเขียนใหม่ T^T

Share this post


Link to post
Share on other sites

ch.7 แค่อยากรู้

 

   รองประธานนักเรียนหมุนปากกาในมืออย่างเหม่อลอยตั้งแต่เมื่อคืนวานจนถึงเช้าวันนี้เธอเห็นคุณพ่อของเธอมีสีหน้าเศร้าลงอย่างเห็นชัดแม้จะพยายามยิ้มให้เธอเหมือนทุกครั้ง แต่เธอก็รู้ดีว่าภายในใจของคุณพ่อนั้นไม่ได้ยิ้มตามเลย ทั้งที่พ่อของเธอใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อลืมผู้หญิงคนนั้นแต่โชคชะตาดันเล่นตลกให้พ่อของเธอมาเจอกับแม่โดยบังเอิญ แล้วอย่างนี้จะต่างอะไรกับการถูกชำแหละแผลที่ไม่เคยแห้งสนิท ไม่เคยแม้แต่จะกลายเป็นสะเก็ด  เธอไม่เคยเข้าใจสิ่งที่แม่ทำทั้งที่พ่อของเธอรักมากขนาดนี้ แต่ทำไมถึงยังหักหลังทรยศต่อความรักของพ่อได้ลงคอ ทำไมแม่ของเธอไม่รู้จักพอ ต้องไปคว้าเอาคนอื่น แล้วทิ้งพ่อของเธอไว้กับความเจ็บปวด

เฮ้ออ ปวดหัวชะมัด

ปัง!

หลบหน้าฉันทำไมคนที่นั่งเหม่ออยู่สะดุ้งตกใจจนปากกาในมือกลิ้งตกลงไปบนพื้นเธอตวัดสายตาเร็วๆมองคนที่เปิดประตูเข้ามาเสียงดังโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต

คุณโอชิมะ! ห้องสภานักเรียนไม่ใช่ที่ที่คุณคิดอยากจะเข้ามาก็เข้ามา กรุณารักษากฎด้วย!เธอตะเบ็งเสียงอย่างไม่พอใจ ไม่ใช่เธอยอมเข้าหน่อยยัยนักเรียนใหม่จะทำอะไรก็ได้นะ แม้ว่าความจริงฝ่ายนั้นจะพูดถูกเต็มเปาว่าเธอจงใจหลบหน้าเพราะเรื่องของพ่อทำให้เธอกลุ้มจนไม่มีอารมณ์จะมานั่งต่อล้อต่อเถียงกับคนที่เข้ามาก่อกวนความสงบสุขของเธอในช่วงนี้

อ๋ออ ขอโทษด้วยนะคะ คุณรองประธานนักเรียน ดิฉันไม่ได้ตั้งใจ แค่จะเข้ามาตามคนที่กล้าหลบหน้าดิฉันค่ะ

นี่เธอ!ยุยทำท่าจะลุกจากโต๊ะอย่างโมโหเมื่ออีกฝ่ายกล้ามางัดข้อกับเธอถึงที คนยิ่งเครียดๆอยู่ โธ่ เว้ย!!

ออกไปเดี๋ยวนี้!

ไล่อยู่ได้ ดีแต่ไล่คนอื่นเป็นรึยังไง   ลืมข้อตกลงไปแล้วรึไงคะ ทำได้ไม่กี่วันก็ปอดแหก กลืนคำพูดตัวเอง  ก็พึ่งรู้นะคะ ว่ารองประธานนักเรียนจะเป็นคนไร้น้ำยา ไม่รักษาคำพูดอย่างนี้ด้วยอารมณ์โกรธปนหมั่นไส้พารุจึงด่าฉาดใหญ่อย่างไม่ไว้หน้า ถามหน่อยตัวเองผิดอะไร มาไล่กันเหมือนหมูเหมือนหมา

 มันจะมากไปแล้วนะ คุณโอชิมะ

มากไปยังไงคะ คุณรองประธาน กรุณาชี้แจงรายละเอียดมาด้วยคะ

ไม่พอแค่นั่นพารุยังผลักไหล่ยุยให้ล้มลงไปนั่งบนเก้าอี้แล้วยังเอามือกดบ่าไว้เรียกสายตาไม่พอใจราวกับว่าจะกินเลือดกินเนื้อเธอจ้องคืนมา

อยากจะโดนขึ้นบัญชีดำนักใช่มั้ย ถึงกล้าทำอย่างนี้

กล้าทำอย่างไงคะ คุณรองประธานพารุยังไม่เลิกยื่นหน้าเข้าไปใกล้คนที่แยกเขี้ยวขู่แล้วใช้แขนคล้องคออีกฝ่าย จนได้เห็นดวงตาตื่นตระหนกทำท่าจะผลักไสเธอออก ก่อนพวงแก้มที่เคยขาวผ่องจะอมชมพูขึ้นมาทำเอาเธอกลั้นขำจนตัวโยน แต่คนขี้เก๊กก็ยังเก๊กได้ต่อ

ปล่อยฉัน แล้วออกไปก่อนฉันจะจัดการกับเธอ

จัดการยังไงคะ ยุยจัง หรือจะจูบฉันอีกรอบเหรอคะด้วยความหมั่นไส้ถึงขั้นขีดสุด  พารุจึงกล้าที่จะยียวนคนชอบวางมาดขรึม คอยดูเถอะ เธอจะปั่นหัวให้เข็ด กล้ามากที่มาไล่คนอย่างเธอได้อย่างไร

นี่เธอ!

ก็บอกแล้วไงคะ ว่าชื่อพารุ กรุณาเรียกให้ถูกด้วยสิคะ

ต้องการอะไรกันแน่เสียงรอดไร้ฟันของคนที่โกรธจัด ไม่ได้มีผลให้เธอสะทกสะท้าน นอกเสียจากอาการหายใจติดขัดของตัวเองตอนเข้าใกล้ไอ้แมวน้ำ เล่นอย่างนี้ไม่ใช่แค่แมวน้ำจะแย่ เธอก็จะแย่เหมือนกัน

บอกมาก่อนคะว่าหลบหน้าฉันทำไม

ไม่ได้หลบ ฉันมีงานของฉันในห้องสภา เธอก็เห็นยุยปฏิเสธหน้าตาย ใครจะยอมรับง่ายๆว่าเธอจงใจหลบหน้า เรื่องส่วนตัวของเธอไม่ได้เกี่ยวข้องกับยัยนักเรียนใหม่สักหน่อย

น่าเชื่อมากพารุบ่นงึมงำอย่างหมั่นไส้

 ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันจะรีบเคลียร์งานต่อ

ตอบคำถามฉันมาอีกข้อก่อนคะยุยชักสีหน้าอย่างหงุดหงิด ใครจะรู้บ้างว่าการที่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้มันน่าอึดอัดขนาดไหน ยัยบ้า เอาหน้าออกไปไกลๆหน่อยเถอะ หัวใจฉันไม่แข็งแรงเต้นแรงจนคิดว่ามันจะเป็นโรคหัวใจเข้าแล้วเนี่ย

อะไร

พูดไม่เพราะ

อะไรคะยุยอยากลุกขึ้นเหวี่ยงยัยนักเรียกใหม่ออกนอกหน้าต่างห้องสภานักเรียนเหลือเกินกับรอยยิ้มสะใจราวกับว่าตัวเองเป็นผู้ชนะ

ยุยมีน้องมั้ย

คำถามนี้เล่นเอาเขาเธอชะงัก เธอจำได้ว่าบอกไปแล้วนะว่าไม่มีน้อง แล้วยัยนักเรียนใหม่จะมาอะไรกับเธออีก

เธอไม่มีน้อง ไม่มีวัน

ก็บอกแล้วไงว่าไม่มี

แน่นะคะสายตาจ้องจะจับผิดทำให้เธอหายใจฟืดฟัดด้วยความไม่ชอบใจ จะอะไรกับเธอนักหนา

ไม่มีก็คือไม่มีสิ!

ก็แค่นี้เอง ไม่เห็นต้องขึ้นเสียงเลย เย็นนี้กลับด้วยกันนะแล้วจะได้รู้กันว่าคนบอกไม่มีน้องความจริงมีรึเปล่า เธอต้องทำให้รองประธานนักเรียกจอมวางมาดสารภาพให้ได้

ทำไมฉันต้อ…”

แล้วจะรอที่หน้าโรงเรียนนะคะพารุไม่ปล่อยให้ยุยปฏิเสธรีบพูดตัดบทแล้วแกล้งกดปลายจมูกใส่แก้มของคุณรองประธานเล่นเอาคุณถูกหอมหน้าเหวอตะโกนโวยวายไล่หลังคนที่พึ่งเดินตัวปลิวออกไปจากห้องด้วยใบหน้าร้อนฉ่า

 โอชิมะ ฮารุกะ!!กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!ยุยยกมือทาบอก รู้สึกใจลอยอย่างประหลาด

 ยัยนักเรียนใหม่โอชิมะ ฮารุกะ! ทำไมต้องมาทำให้เธอใจสั่นเหมือนจะหลุดออกมาด้วย โอ๊ยย เธออยากจะบ้า   ความรู้สึกนี้มันอะไรกันเนี่ย ยัยเด็กเรียกใหม่มาทำอะไรกับหัวใจของเธอ!!

 

 

 

กาแฟค่ะบอสแก้วทรงกลมที่บรรจุของเหลวสีดำถูกนำมาเสิร์ฟไว้ตรงหน้าของคนที่นั่งเหม่อมองกองแฟ้มคดีความร่วมหลายชั่วโมงให้เงยหน้าขึ้นมองผู้ช่วยที่สวยระดับนางแบบ ขาเรียวยาว ผิวขาวผ่องดวงตากลมโตโค้งคล้ายรูปจันทร์เสี่ยว จมูกเป็นโครงรับกับรูปหน้าเรียว ไหนจะริมฝีปากบางเฉียบที่ดูมีเสน่ห์ดึงดูดเคลือบด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อนมันวาว อยู่ในชุดกระโปรงทรงเอเสื้อเชิ้ตขาว ไม่ต้องให้เธอบรรยายถึงรูปร่างใต้ชุดรัดรูปนั้น เอาเป็นว่าผู้ชายมองตามตั้งแต่แม่นี้เดินผ่านหน้าประตูบริษัทเข้ามา

 ขอบใจเธอยกกาแฟขึ้นจิบหวังให้รสชาติของมันช่วยบรรเทาความเครียดที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ทำไมต้องเจอ ทำไมต้องเจอกันอีก

 บอสมีอะไรไม่สบายใจรึเปล่าคะ

แหม แม่คนช่างสังเกต เธอเหลือบมองผู้ช่วยที่ยังไม่ได้ขยับไปไหนอย่างเอือมละอา แม่นี่ชักจะรู้ดีเกินไปล่ะ มีการยกยิ้มหวังรอคำตอบจากเธอ เคยมีคนถามเธอหวั่นไหวกับแม่นี่บ้างไหม ทำงานด้วยกันทุกวัน

เธอตอบได้คำเดียวเลยว่าไม่ เพราะหัวใจยังคงมีแต่ภาพของผู้หญิงคนนั้น จับจองพื้นที่อยู่เต็มไปหมด แล้วจะเอาอะไรมาไหวหวั่น

นิดหน่อยน่ะเธอยอมรับตามตรง เอื้อมมือวางแก้วกาแฟลงบนถาด บางทีการที่ได้ระบายหรือปรึกษาใครสักคนในเวลาที่คิดอะไรไม่ออกก็ดีเหมือนกัน โดยเฉพาะแม่นี้ที่ขึ้นชื่อว่ารู้ไต่ไล่ทันกัน

ฉันถามอะไรหน่อยสิ

คะ?”

 ถ้าสมมุติมีคนมาถามเธอว่า เขาทำผิดกับเธอมากๆแต่เขามีเหตุผลที่บอกเธอไม่ได้ เธอจะอภัยให้เขามั้ย เธอจะตอบว่ายังไง

แม่ผู้ช่วยสาวของเธอเลิกคิ้วอย่างสนเท่ห์ ก็สมควรอยู่หรอก จู่ๆเธอเล่นถามอะไรไม่รู้ เพราะคำพูดของเพื่อนสนิทกับผู้หญิงคนนั้นแท้ๆ มันติดอยู่ในใจของเธอตลอดเวลา

  เฮ้อ ขนาดตัวอยู่ไกลแต่ใจดันอยู่ใกล้ เกลียดหัวใจตัวเองเหลือเกิน

แล้วถ้าเป็นบอสล่ะคะ จะตอบว่าอย่างไรเธอชักสีหน้ากับคำยอกย้อน ยัยนี่ก็ฉลาดตอบเกิน กะจะให้เธอไกด์ไลน์คำตอบให้ก่อนว่างั้น

ฉันคงตอบไปว่า ในทางทฤษฏีมันใช่ ฉันจะฟังเหตุผล แต่ในความรู้สึกมันยาก

ยากเพราะบอสโกรธหรือไม่พอใจล่ะคะ หรือว่าน้อยใจเขาแบบนี้เหรอคะเธอเผลอส่งค้อนใส่แม่คนรู้ดี หวังจะมาไล่ตอนเธอให้จนมุมฝันไปเถอะ

ฉันรอคำตอบของเธออยู่คุณคาชิวากิ ไม่ใช่ให้มาถามกลับยังมีหน้ามาหัวเราะคิกคักส่งสายตาเหลี่ยมจัดมาให้เธอ เฮ้อ อยากจะไล่แม่นี่กระเด็นออกไปอยู่ไกลๆ

  ก็เหมือนเวลาบอสทำคดีนิคะ ถ้าให้ดิฉันตอบ ก็คงต้องมีหลักฐานชัดเจนก่อนถึงจะตัดสินได้ว่าควรทำอย่างไร บางทีเขาอาจจะมีเหตุผลสำคัญจริงๆถ้าเป็นอย่างนั้นดิฉันเลือกจะพิสูจน์ความจริงว่าสมควรจะอภัยให้เขารึเปล่า

 อัตสึโกะไม่ได้ทรยศเธอคำพูดเหยียดยาวของแม่ผู้ช่วยทำให้เธอนึกถึงเรื่องที่คุยกับเพื่อนสนิทในรถแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจทั้งวันทั้งคืนไม่เป็นตัวของตัวเองก็เพราะคำคำนี้นี่แหละ

เธอควรจะต้องพิสูจน์ใช่มั้ยว่าสิ่งที่เพื่อนสนิทพูดหมายความว่าอย่างไร

 

บ่ายนี้ฉันไม่เข้านะ

ค่ะ บอส

 

เธอทำอย่างนี้ถูกแล้วใช่มั้ย เพื่อจะได้พิสูจน์เรื่องที่ค้างคาใจของเธอ  

 

 

   ฮารุนะยืนเอาไหล่พิงขอบหน้าต่างบ้านชั้นสองมองคนรักกับเพื่อนสนิทที่นั่งกอดปลอบกันอยู่ในสวนข้างบ้านของอีกฝ่าย รู้สึกว่าหัวใจมันชาๆ ใครบอกว่าเธอไม่เข้าใจ ใครบอกว่าเธอไร้เหตุผล เธอเข้าใจมันทุกอย่าง ไม่งั้นเธอคงลงไปโวยวายแหกปากอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องให้คนรักอยู่กับเพื่อนคนสนิท ตอนนี้อัตสึโกะรู้สึกอย่างไรกับเรื่องที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนวาน  เธอก็เข้าใจดี  แต่ทำไมหัวใจถึงไม่รักดีเอาเสียเลย มีแต่อยากจะเรียกร้องหาสิทธิ์ความเป็นภรรยา  เมื่อภาพของทั้งมันช่างบาดตา  บันทอนความเชื่อใจของเธอลงช้าๆเหมือนยาพิษร้ายที่ค่อยๆซึมลงสู่กระแสเลือด

  เธอเกลียดความรู้สึกหวั่นไหวและกลัวว่าคนรักจะเผลอคิดอะไรกับอัตสึโกะ เพราะเอาเข้าจริงๆ  เธอก็แค่ผู้หญิงมาที่หลังหากจะเทียบกับคนน่าสงสารที่อยู่ในอ้อมกอดคนรักตรงนั้น ความผูกผันเธอสู้ไม่ได้จริงๆ ยิ่งเวลาที่ยูโกะร้อนเนื้อเหนื่อยใจเพราะเพื่อนสนิทยิ่งทำเอาเธอนั่งไม่ติดเพราะกลัวว่าคนรักจะเปลี่ยนใจจริงๆ

 ไม่ได้อย่างเป็นอย่างนี้เลย เธอควรจะเชื่อใจยูโกะไม่ใช่หรืออย่างไร

ชั่วครู่ใหญ่ที่เธอยังไม่ได้ขยับออกจากที่ขอบหน้าต่างจนเห็นว่าคนรักวิ่งกลับเข้ามาทางบ้าน เธอจึงผละออกมาทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา  ไม่ช้าเสียงฝีเท้าก็ดังเข้ามาใกล้ก่อนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเศร้าใจของคนรักจะปรากฏให้เห็นชัด

 ฮารุนะ ขอเบอร์โทรศัพท์ของคุณทาคาฮาชิหน่อยได้มั้ยคะ ฉันต้องพูดกับเขาให้ได้จริงๆ ไม่งั้น อัตจังคง…”

ทำไมยูจังต้องเอาแต่สนใจเรื่องของอัตสึโกะด้วย!เธอเผลอขึ้นเสียงใส่คนรักอย่างลืมตัว พอได้สติเธอรีบก้มหน้าควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าเพื่อเอาเบอร์ของเพื่อนสนิทให้คนรัก ซึ่งมองมาด้วยความตกใจ ยูโกะสาวเท้าไวๆทิ้งตัวลงบนโซฟาติดกับฮารุนะ

ฮารุนะเธอจับมือของคนรักให้หยุดสิ่งที่ทำอยู่ บังคับให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเธอ ซึ่งฝ่ายนั้นเอาแต่ก้มหน้าก้มตาลูกเดียว

ขอโทษนะคะ พอดีฉันเหนื่อยๆเลยเผลอหงุดหงิดใส่โกหกคำโตถูกตั้งเป็นกำแพงเพื่อปิดกันความรู้สึกหวั่นไหวของเธอในขณะที่ค่อยๆเงยหน้าขึ้นสบตากับคนรัก  เธอเลือกที่จะไม่พูดถึงมัน ก็รู้ว่าสิ่งที่เธอคิดมันไร้สาระอย่างไร เธอก็ไม่ใช่แม่พระที่จะไม่ได้คิดอะไรเลยในเมื่อเห็นคนรักยืนโอบยืนกอดอยู่กับคนอื่น

ฮารุนะ

ยูจังไม่รีบ…” ยูโกะไม่ปล่อยให้คนรักได้พูดอะไรมากกว่านี้เข้าประกบริมฝีปากกลืนเสียงที่จะเปล่งออกมานั้นให้หายลงไปสู่ลำคอ รสจูบดำเนินไปอย่างอ่อนหวานนุ่มนวลเต็มไปด้วยความรู้สึกขอโทษจากหัวใจ หวังให้ความไม่ไว้ใจสงสัยต่างๆนาๆหลุดร่อนออกไปกับรสจูบนี้ ฮารุนะถึงกับน้ำตาไหล ไม่สามารถห้ามมันได้ ยิ่งฝ่ามือของคนรักเกลี่ยมันออกมาให้ยิ่งทำให้ความรู้สึหผิดทวีในใจ

 คนที่ต้องขอโทษทางนี้ต่างหาก ขอโทษนะคะที่ทำให้ไม่สบายใจไปด้วย  เธอไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่รู้เลยว่าคนรักกำลังมีปฏิกิริยาอะไร หากเป็นเธอตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับคนรัก เธอคงรู้สึกไม่ต่างกันเท่าไหร่ ดีตรงที่ฮารุนะไม่ได้ลุกขึ้นมาโวยวาย พยายามจะเข้าใจสิ่งที่เธอทำ เธออยากจะรีบจบเรื่องให้เร็วที่สุดเพราะไม่อยากมีปัญหากับคนรักเพิ่มเติม และคิดว่าเรื่องนี้คงถึงเวลาที่เพื่อนสนิทของฮารุนะจะต้องรู้ความจริงเสียที

 นี่ค่ะ ยูจังฮารุนะหลบตาลง ส่งมือถือที่แกล้งหาเบอร์ของเพื่อนสนิทอยู่นานให้คนรักทั้งที่ความจริงเธอพึ่งโทรหาไปเมื่อคืนวานแล้วไม่ได้ติดต่อใครอีกเลย รายชื่อจึงเด่นหลาอยู่บนสุดของสมุดรายชื่อโทรออก

ขอบคุณนะคะ   ยูโกะแอบถอนหายใจ บอกตามตรงว่าเธอกำลังหนักใจเมื่อสบตากับฮารุนะ ความหวั่นไหวที่อยู่ในนั้นเป็นคลื่นระลอกใหญ่ที่พร้อมจะซัดเข้าฝั่งทำลายทุกอย่างให้พังพินาศ หากคนรักเธอยังไม่อยากพูดอะไร เธอก็ไม่ควรจะเซ้าซี้หรือบังคับ เพราะเอาเข้าจริงเธอก็ยังไม่พร้อมจะรับมือกับปัญหาทั้งสองด้าน เธอเลือกจะลุกมากดโทรศัพท์หาปลายสายที่ต้องการ หลังจบจากเรื่องนี้เมื่อไหร่ เธอจะพาฮารุนะไปพักผ่อนปรับความเข้าใจกันสองต่อสอง

  เธอไม่ชอบความคางคา ไม่ชอบให้เรื่องราวมันยืดเยื้อวุ่นวาย เพราะมาถึงจุดนี้ได้มันก็มากเกินพอแล้ว

 

 

 

     มินามิไม่รู้เลยว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้ขับรถจากสำนักงานอัยการมาจนถึงบ้านสีครีมสองชั้นที่ภายนอกดูร่มรื่นสบายตา ไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นพวกมาโซคิสหรืออย่างไรถึงได้กล้าพาตัวเองกลับมายังจุดเริ่มต้นแห่งความสัมพันธ์ของเธอกับผู้หญิงคนนั้น

 ใช่แล้ว บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เธอกับผู้หญิงคนนั้นช่วยกันสร้างหลังจากแต่งงานแล้วมียุยตัวน้อยๆด้วยกัน รอยยิ้มและความหอมหวานในภาพความทรงจำทำให้เธอเผลอปล่อยน้ำตา หัวใจกระตุกซาบซ่านคิดถึงช่วงเวลาที่เคยใช้ร่วมกัน ก่อนทุกอย่างจะจบลงที่ประตูบ้านถูกเปิดออกพร้อมด้วยรถลีมูซีนสีดำจอดสนิทหน้าตัวบ้าน ผู้หญิงคนนั้นก้าวลงมาพร้อมด้วยชายชู้ ไม่ต้องให้เธอสาธยายเหตุการณ์ซ้ำอีกรอบ มันจบลงตรงที่ผู้หญิงสำส่อนยื่นคำขาดว่าจะหย่า และเธอเป็นคนตัดสินใจจะขายบ้านหลังนี้ให้เจ้าของคนใหม่ ตั้งแต่นั้นมาเธอก็ไม่พบหน้าผู้หญิงคนนั้นอีก เธอทำทุกอย่างเพื่อลบล้างอดีตที่แสนปวดร้าวออกจากหัวใจ ลบมันออกว่าเคยรักใครในอดีตคนนั้นขนาดไหน

แต่ดูเหมือนว่ามัน

จะไม่ได้ผลเลย

ทุกครั้งยังคงคิดและยังคงนึกถึงน้ำเสียงห่วงใย รอยยิ้มจริงใจของใครคนนั้น

แม้จะเป็นคนที่ทำให้เธอมีสภาพปางตาย เธอก็ตัดใจลืมไม่ได้

เธอควรจะทำอย่างไรกับหัวใจดวงนี้  ต้องกินอะไรหรือต้องรักษาอย่างไร มันถึงจะกลับมาเข้มแข็งได้เหมือนเดิม เธอยังคงจมปลักกับเรื่องในอดีต จมปลักอยู่กับผู้หญิงคนเดิม กระทั่งเสียงโทรศัพท์ที่ไม่ได้ปิดเครื่องเอาไว้แผดร้องก้องรถคันโปรดดึงสายตาเธอออกมาจากบ้านหลังเก่าและยังดึงเอาสติเธอกลับมาอยู่กับปัจจุบัน

 เบอร์ไม่คุ้นทำให้หัวคิ้วของเธอเลิกขึ้นสูงหากยังกดรับ เพราะอาจเป็นสายลูกค้าหรือใครก็ได้ที่ทางสำนักงานให้เบอร์ติดต่อเอเอาไว้

ทาคาฮาชิ มินามิพูดค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณทาคาฮาชิ ดิฉันโอชิมะ ยูโกะชื่อที่พึ่งได้ยินเกือบทำให้เธอเคลื่อนมือกดวางสายโทรศัพท์ถ้าฝ่ายนั้นไม่รีบร้อนพูดจาดักทางกันเสียก่อน

อย่าพึ่งวางนะคะ ฉันมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับคุณจริงๆเกี่ยวกับอัตสึโกะ มีเรื่องที่ฉันอยากให้คุณรู้ ขอร้องนะคะ มาเจอฉันที่บ้านตอนนี้ได้มั้ย คุณสะดวกรึเปล่าเธอคล้ายคนคลำหาเสียงตัวเองไม่เจอพอชื่อต้องห้ามหลุดเข้ามาในโสตประสาท เผลอกำมือข้างที่ว่างจากโทรศัพท์เข้าหากันโดยไม่รู้ตัว เธออกมาจากสำนักงานก็เพื่อสิ่งนี้ไม่ใช่หรือไง สิ่งที่เธอต้องการรู้ให้ได้

แล้วเธอจะกลัวอะไรอีก

เธอต้องไป

ตกลงค่ะ

หากเธอฟังไม่ผิดเธอได้ยินเสียงร้องคล้ายคนดีใจดังมาจากปลายสาย แต่ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะใส่ใจ นอกจากเรื่องที่เธอจะต้องรู้ให้ได้

 

ระหว่างไปสู่จุดหมายเธอไม่ค่อยแน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันถูกรึเปล่า จีพีเอสยังคงระบุเส้นทางไปสู่บ้านของคนที่ขอพบเธออย่างชัดเจน แอบถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า เธอไม่ชอบสถานการณ์ตอนนี้ หัวใจเต้นถี่และบีบรัดแน่นพอๆกับภาพความทรงจำที่เด่นชัดเป็นฉากๆตั้งแต่ผู้หญิงคนนั้นพาชายชู้เข้ามาบ้าน หลังจากนั้นใบตรวจครรภ์ก็ถูกยื่นให้เธอราวกับเศษกระดาษพร้อมด้วยสายตาโหดเหี้ยมอำมหิตของชายหญิงคู่นั้นที่มองเธออย่างสมเพช เธอกลายเป็นคนโง่ที่สุดในโลกโดยไม่ต้องให้ใครบอก ภรรยานอกใจไปนอนกับชายอื่นจนท้องป่องแล้วมาขอให้เธอหย่า

น่าสมเพชใช่มั้ย

หวังว่าคุณจะไม่มายุ่งกับฉันอีกนะคะอีกแล้วที่คำพูดของผู้หญิงคนนั้นยังชัดเจนเหมือนกับพึ่งเกิดขึ้นได้ไม่นานหลังจากยื่นคำขอหย่าให้เธอ เธอก้าวขาไม่ออกขอบตาร้อนแผ่ว ใจชาวาบ ปวดราวถึงปลายเท้า พึ่งเข้าใจคำว่าใจสลายมันเป็นอย่างไร  พยายามค้นหาความจริงในแววตาของผู้หญิงที่รักหมดใจ แต่ก็ไม่ได้อะไรนอกจากความเย็นชาที่ให้คืนกลับมา

ทำไมถึง…” สายตาของเธอลอยคว้างราวกับคนสติเลอะเลือน ได้แต่ภาวนาขอให้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องโกหก

ก็เขาเบื่อแกแล้วยังไงละนังโง่ อัตสึโกะก็แค่อยากลองของแปลก  พอเขาเบื่อก็เขี่ยแกทิ้ง ไม่เห็นรึไงว่าเขากำลังมีลูกกับฉัน!

 คำพูดของผู้ชายที่ยืนโอบไหล่ของผู้หญิงแพศยา ทำให้เธอขบกัดริมฝีปากแน่นจนรับรู้ได้ถึงรสฝาดของเลือด จิกเล็บลงบนฝ่ามือจนรู้สึกปวดแสบปวดร้อน เธอตวัดสายตาผิดหวังตัดเพ้อคนที่เธอมอบความรักให้หมดใจ

 เธอพยุงเอาร่างหมดแรงเดินออกนอกห้องรับแขก ไม่มีคำใดหลุดออกจากริมฝีปาก นอกจากคำด่าผู้หญิงอันเป็นที่รักว่า แพศยาก่อนเหลือบไปเห็นลูกสาวที่เกาะอยู่ที่ขอบประตูด้วยท่าทางสับสนงุนงง บนใบหน้าเจือนองด้วยน้ำตาหยดเล็กๆ  ไม่รู้ว่ามาเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่เมื่อไหร่เธอรีบจับลูกเข้ามาในอ้อมกอดไว้ ไม่ปล่อยให้รับรู้เรื่องเลวร้ายไปมากกกว่านี้ อย่างน้อยเธอยังเหลือเด็กคนนี้ เธอจะไม่ยอมให้ผู้หญิงแพศยาคนนนั้นมาทำอะไร จะไม่ยอมให้มาแย่งไปเด็ดขาด 

ไปกับพ่อนะคะ 

มีเพียงการพยักหน้าแผ่วเบาในอ้อมกอด เธอก็พร้อมจะอุ้มลูกออกไปให้พ้นตากผู้หญิงคนนี้

มาเอดะ อัตสึโกะ ผู้หญิงที่เธอจะไม่มีวันอภัยให้เด็ดขาด!

 

ใช่ เธอตอกย้ำตัวเองอย่างนั้น ตอกย้ำว่าอภัยให้ไม่ได้ แต่หัวใจเธอเคยฟังสักครั้งหรืออย่างไร เอาแต่คิดถึงอยู่ร่ำไป คิดถึงจนแทบขาดใจบังคับให้เธอต้องเสียน้ำตา ทั้งที่ผู้หญิงคนนั้นไม่มีค่าพอเลย

 

 สามสิบนาทีต่อมารถยุโรปคันโปรดของคุณอัยการได้มาจอดอยู่หน้าประตูรัวสีดำของบ้านที่ภายนอกถูกสร้างแบบยุโรปคลาสสิคประกอบด้วยอิฐสีครีมอ่อนสลับดำขลับให้ดูไฮโซบ่งบอกฐานะของเจ้าของบ้าน ไม่นานเธอก็เหลือบเห็นคนที่ไม่น่าจะสูงกว่าเธอสักเท่าไหร่วิ่งออกมาต้อนรับ ประตูไฟฟ้าเลื่อนเปิดให้เธออัตโนมัติ ฝ่ายนั้นโบกรถนำเธอเข้าไปจอดภายในลานจอดรถที่ว่าง เธอค่อนข้างแปลกใจที่ไม่ได้เห็นฮารุนะอยู่ด้วย

 ขอบคุณนะคะที่คุณมาตามคำขอ  เธอเลือกจะไม่แสดงท่าทางยินดียินร้ายกับคำพูดของผู้หญิงที่อยู่ในชุดสบายๆ ก่อนถูกพามาถึงห้องรับแขกซึ่งมีโซฟาหุ้มกำมะหยี่อย่างดีตั้งอยู่ริมห้อง เจ้าของบ้านเชิญเธอนั่งบนโซฟาตัวใหญ่พร้อมด้วยน้ำและขนมที่ถูกนำมาเสิร์ฟ

เข้าเรื่องเลยดีกว่าค่ะเธอเลือกแสดงท่าทีนิ่งเฉยทั้งที่ข้างในมันร้อนรุ่ม  ลึกๆแล้วเธอกลัวความจริง ว่ามันจะไม่เป็นไปตามที่เธอคิด

 เจ้าของบ้านทิ้งตัวลงนั่งโซฟาตัวถัดกัน  ใช้สายตาพิจารณามองคู่สนทนา เรื่องที่เธอจะพูดต่อไปนี้เป็นเรื่องสำคัญ มีผลต่ออนาคตของชีวิตคนๆหนึ่ง เธอจึงอยากแน่ใจว่าคนที่จะรับฟังต้องการรับฟังมันจริงๆ ไม่ใช่แค่ต้องการเอาชนะ

ฉันขอถามคุณก่อนจะเล่าอะไรให้ฟังได้มั้ยคะ คุณยังรักอัตสึโกะอยู่รึเปล่า

คำถามแรกเล่นเอาคุณอัยการกระอัก กดมือลงบนโซฟาอย่างแรงจนเป็นรอยบุ๋มลงไป 

รัก!? รักอย่างนั้นหรือ อย่ามาพูดอะไรบ้าๆ!!

ผู้หญิงทรยศอย่างนั้น ยังจะให้เธอรักได้อีกหรือไง!

กรุณาเข้าเรื่องด้วยค่ะ ฉันไม่มีเวลามาตอบคำถามไร้สาระ

ไร้สาระ!?” ยูโกะไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน พยายามค้นหาความจริงว่าฝ่ายนั้นพูดในสิ่งที่ใจคิดรึเปล่า แต่มันไม่ได้ผล อาจด้วยชั้นเชิงที่ฝ่ายนั้นทำงานด้านนี้มานานทำให้การวางตัวยังคงเหมือนเดิม

ถ้าฉันจะบอกคุณว่าสิ่งที่อัตสึโกะทำไปทั้งหมดมันเพื่อคุณ คุณจะเชื่อรึเปล่า

 เพื่อฉัน!?”  มินามิหัวเราะในลำคอราวกับสิ่งที่ได้ยินเป็นสิ่งที่ตลกที่สุดในชีวิต ผู้หญิงคนนั้นหรือจะทำอะไรเพื่อเธอ ทำเพื่อความสุขสบายสิไม่ว่า

เหอะ อย่ามาพูดอะไรตลกๆหน่อยเลย! ผู้หญิงคนนี้เหรอจะทำอะไรเพื่อฉัน! คงทำเพื่อตัวเองมากกว่า  ถึงได้นอนอ้าขาให้ผู้ชายทำจนท้อง!

อัตสึโกะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดนะ! อัตสึโกะเองเขาก็เจ็บไม่ต่างจากคุณกับเรื่องที่ผ่านมา

อ๋ออ คงเจ็บมากสิท่า ทิ้งฉันไปอยู่กับชายชู้! แล้วตอนนี้เป็นยังไงหรือผู้ชายคนนั้นจะเบื่อแล้วพยายามเขี่ยผู้หญิงแพศยาคนนั้นทิ้ง ก็ดี! จะได้รู้ว่าความรู้สึกฉันมันเป็นยังไง!

 ยูโกะกัดฟันแน่น นี่หรือ ผู้หญิงที่อัตสึโกะยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องออกจากความเลวร้ายของครอบครัว  ทำไมถึงไม่ยอมรับฟังเหตุผลอะไรเลย  มอบเพียงคำพูดดูถูก เหยียดหยามให้เพื่อนสนิทของเธอ

                ใครจะรู้ความจริงว่าภายใต้คำดูถูกว่าร้ายมินามิกำลังเจ็บปวดมากแค่ไหน ยิ่งต้องทนฟังชื่อของผู้หญิงที่มีผลกับความรู้สึกข้าง  มันยิ่งทำให้หัวใจเหมือนถูกเข็มแทงทะลุซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เพียงแค่ไม่ตะโกนออกมาว่าพอสักที หยุดทรมานฉันสักที

ฉันไม่คิดว่าคุณจะเป็นคนไร้เหตุผลอย่างนี้

ใครจะมีเหตุผลเหมือนผู้หญิงสำส่อนแบบนั้น มีเหตุผลมากถึงขนาดเล่นชู้!

ฉันเสียใจแทนอัตสึโกะ ที่รักคน

ยูจัง พอเถอะ!!ประตูบ้านที่เคยปิดสนิทถูกเปิดออกเล่นเอาทั้งสองตกอยู่ในความเงียบ สองดวงตาเคลื่อนประสานกันแทบจะทันที คุณอัยการตัวชาวาบลำคอแห้งผาด อากาศหายใจที่เคยคิดว่ามีอยู่น้อยนิดยิ่งน้อยลงไป ไม่แม้จะกล้าขยับเคลื่อนไหว เห็นเพียงวงหน้าผู้หญิงที่ยังตรึงอยู่ในใจ คนที่เธอตราหน้าไว้ว่าจะไม่มีวันอภัยปล่อยสายน้ำตาไหลเปียกชุ่มข้างแก้มก่อนวิ่งหนีออกไปจากสายตาของเธอ

   อัตสึโกะได้ยินทุกๆถ้อยคำมันเป็นดั่งคมมีดหลายร้อยพันเสียดแทงหัวใจของเธอ ตั้งแต่ยูโกะพาเขามาเธอก็เห็นหมดทุกอย่างกระทั่งฮารุนะเข้ามาตามเธอมายังบ้านหลังนี้ เขาคงเกลียดเธอมากจากคำพูดที่ออกมา มันก็สาสมแล้วกับสิ่งที่เธอเคยทำกับเขา อย่างนี้มันเรียกว่าน้อยไปเสียอีกกับความใจร้ายของเธอ ที่ทิ้งเขาไปอย่างไม่ใยดี

อัตสึโกะเดี๋ยวก่อน!ยูโกะตวัดสายตามองกลับมายังคนที่ยืนนิ่งแล้วรีบก้าวขาวิ่งตามเพื่อนสนิท

นับว่าเป็นเวลานานกว่ามินามิจะรู้ตัวเธอสบตากับฮารุนะที่มองเธอด้วยสายตาต่อว่าอยู่หน้าประตูห้องรับแขก หากความปวดหนึบลึกๆกำลังตีตื่นมาบีบรัดให้เธอต้องแสร้งตีหน้าเรียบเอ่ยขอตัวลาอย่างเย็นชา เพราะเข้าใจดีว่าถ้าหากยังอยู่ต่อไปสิ่งที่เก็บกักเอาไว้จะพรั่งพรูออกมา

 

 

 

พารุยืนกอดอกอยู่หน้าโรงเรียนพลางก้มลงมองนาฬิกาข้อมือสลับกับตัวอาคารเรียนเพื่อรอให้คนที่หลบหน้าเธอตั้งแต่เช้าปรากฏตัวออกมาตามเวลานัด ลึกๆเธอก็เป็นห่วงกับอาการแปลกๆของอีกฝ่ายทั้งที่ปกติไม่เคยเป็น

และแล้วเกือบสิบนาทีต่อมา คุณรองประธานนักเรียนที่นำกองชีทเอกสารของเพื่อนรวมห้องทั้งหมดไปส่งให้อาจารย์ประจำชั้นตรวจก็เดินออกมาจากตัวอาคารเรียน สายตาไม่ค่อยจะชอบใจส่งมาให้เธอจนต้องกลั้นยิ้มเอาไว้

คุณนี่ ทำหน้าทำตาให้เป็นมิตรกับคนอื่นเขาหน่อยสิ

เรื่องของฉันยุยเบือนหน้าหนี  รำคาญเต็มทีที่จะพูดคุย

นอกจากรักษาคำพูดไม่ได้ยังไร้มารยาอีกนะ คุยกันมีที่ไหนหันหน้าหนีแบบนั้น

เธอจะมาวุ่นวายอะไรกับฉันนักหนาห๊ะ!อาจด้วยความตรึงเครียดที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อวานทำให้ยุยเผลอตะโกนใส่พารุเรียกความสนใจจากนักเรียกที่กำลังเดินออกนอกประตูโรงเรียกพากันหยุดชะงักมองคู่ที่กำลังเป็นข่าวรัก?ทะเลาะกันด้วยความสนใจ

 พารุมองคนที่เธอแอบเป็นห่วงด้วยสายตาตัดเพ้อ รู้อย่างนี้ ไม่น่าเป็นห่วงเลยก็ดี ไอ้แมวน้ำงี่เง่า!

ขอโทษแล้วกันที่ฉันมาวุ่นวายกับคุณ! ทีหลังฉันจะไม่ยุ่งกับคุณอีก จะเป็นจะตายยังไงก็เชิญ!

เธอสะบัดหน้าหนีอย่างมีน้ำโหก้าวขา เตรียมไปให้พ้นหน้าของคนที่ขึ้นเสียงใส่แต่ยุยยังไวรีบคว้าแขนของแม่ตัวยุ่งเอาไว้

เอ่อ..ฉะ.. ฉันขอโทษ

ถ้าคุณไม่เต็มใจพูด ก็ไม่เป็นไร ฉันเองก็ไม่ได้อยากฟัง!

ก็บอกแล้วไงว่าฉันขอโทษรองประธานนักเรียนเริ่มจะหงุดหงิด ทำไมยัยนี้ต้องมางี่เง่าอย่างนี้ เธอไม่เต็มใจพูดตรงไหนกัน!

ก็บอกแล้วว่า ถ้าไม่เต็มใจก็ไม่ต้องพูด แล้วก็ปล่อย ฉันไม่ชอบคนไม่รักษาคำพูด!

พารุ ฉันขอโทษคราวนี้เล่นเอาคนกำลังโมโหยืนนิ่ง

เธอไม่ได้หูฝาด แมวน้ำเรียกชื่อเธอครั้งแรก!!

หยุดๆ หัวใจช่วยหยุดกระเด้งเหมือนจะหลุดสักทีสิ

เธอจะใจอ่อนยอมง่ายๆไม่ได้

ถ้าจะขอโทษแค่นี้ก็ปล่อย ฉันไม่อยากยุ่งกับคุณ

พารุฉันขอโทษทีขึ้นเสียงใส่ ฉันไม่ได้ตั้งใจ หายโกรธกันนะคะ

กรี๊ดดด ขอแอบดีใจเงียบๆคนเดียวได้ไหม รองประธานหน้าแมวน้ำพูดเพราะๆขอโทษเธอด้วย เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอัดเสียงตอนนี้แล้วส่งออกอากาศได้มั้ยเนี่ย ไม่รู้ทำไมถึงต้องร้อนที่พวงแก้ม

ฉันยกโทษให้คุณก็ได้ 

กรี๊ดดดเสียงไม่คาดคิดดังขึ้นให้พวกเธอพร้อมใจกันมองสภาพแวดล้อมรอบตัว เล่นเอาต้องอ้าปากค้างตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มีคนมามุงกันมากขนาดนี้ แล้วยังได้ยินเสียงชัดเตอร์ของกล้องถ่ายรูปจากประธานชมรมหนังสือพิมพ์อีก  ยุยรีบตวัดสายตาตามมองคนที่วิ่งหนีไปไม่เห็นฝุ่น

ข่าวใหญ่ค่ะ ข่าวใหญ่ รองประธานนักเรียนโชว์หวาน ยืนง้อสาวดีกรีเด็กนอกหน้าโรงเรียนเวลาเลิก เหตุเพราะเรื่องผิดใจ ทะเลาะกันเรื่อง…” เล่นเอายุยอยากวิ่งตามไปลากคอคนประกาศเรื่องไม่มีมูลความจริงกลับมาเพราะมันทำให้แก้มของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อก่อนต้องหันกลับมาสนใจพวกชอบมุงทั้งหลาย

เลิกเรียกแล้วก็กลับบ้าน หรืออยากจะอยู่ทำความสะอาดโรงเรียนต่อ!เพียงเท่านั้นคนที่กำลังซุบซิบนินทาต่างพากันวงแตกแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น บางคนพารุยังสงสัยว่ามันรู้จักกันจริงๆรึเปล่า ชวนกันคุยเสียสนิท

 คนอะไรขี้เก๊กชะมัด

เธอว่าอะไรนะ

เปล่าสักหน่อยพารุทำท่าไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่แอบหัวเราะคนชอบอารมณ์เสีย แกล้งนิดแกล้งหน่อยทำเป็นดุนะ

แล้วจะกลับไม่กลับยืนนิ่งอยู่ได้

เดี๋ยวสิ ฉันรอน้องอยู่

น้องเธอที่เคยบอกสินะยุยยังพูดไม่ทันขาดคำหน้าประตูโรงเรียนก็มีเด็กสะพายกระเป๋าเป้สีแดงเดินเข้ามาเล่นเอาเธอไม่กล้าละสายตา หัวใจเต้นสะท้าน เธอจำได้ว่าเด็กคนนี้

ไม่ใช่น้องฉัน น้องเธอต่างหาก

พี่สาวราวกับเวลาถูกหยุดไว้ ยุยไม่แม้แต่จะเคลื่อนสายตามองเสียงที่กระซิบรอดผ่านไป

 

ยัยนี่ รู้อะไรเกี่ยวกับครอบครัวเธอกันแน่!!

 

.................................................................................................................................................................................................................................................................................

แอบมาโยนระเบิดทิ้งไว้ 

Share this post


Link to post
Share on other sites

Ch.8 แม่ลูก

 พูดอะไรของเธอคำนี้ดังก้องในหัวของยุยจนทำให้รู้สึกมึนเบลอ หากเธอก็ข่มใจไม่ให้เผลอพูดอะไรออกไป เธอต้องจำไว้ว่า เธอจะเอาความโกรธ ความโมโหมาลงกับเด็กที่ไม่รู้เรื่องไม่ได้ คนผิดคือแม่ของเธอไม่ใช่เด็กคนนี้ รอยยิ้มจึงถูกปั้นแต่งส่งให้น้องต่างพ่อ

พี่สาวคำแผ่วเบาหลุดลอยจากริมฝีปากเล็กได้รูปเหมือนคนละเมอ เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกราวกับว่าระบบประสาทสัมผัสทั้งห้าถูกตัดออกจากการควบคุม

คุณยืนเงียบทำไมแล้วเสียงคนข้างกายก็กระตุ้นให้ดวงตาเธอขยับเขยื้อนไปมองที่เจ้าตัว มีคำถามร้อยแปดที่เธออยากถามมากมายแต่กลับถามไม่ได้ เธอทำได้แต่มองกลับมาที่เด็กสาวอันมีศักดิ์เป็นน้องต่างพ่อ

ใช่ เด็กคนนี้ ลูกของชู้แม่

มาหาพี่พารุเหรอคะเธออยากให้รางวัลตัวเองเหลือเกินที่สามารถแสดงละครออกมาได้อย่างแนบเนียน เธอไม่มีวันยอมรับเรื่องของเด็กคนนี้ ไม่มีวัน ภาพวันนั้นที่เธอเห็นเธอยังจำได้ติดตา

ค่ะ พี่สาว พี่พารุบอกว่าให้เดินมาหาที่นี่คำตอบตรงไปตรงมาเคลื่อนสายตาของยุยให้มองไปที่พารุโดยอัตโนมัติ เธอเกลียดคนที่คิดจะเล่นกับความรู้สึกคนอื่น

งั้นเรากลับกันเลยดีมั้ยคะ

พี่สาวจำหนูได้มั้ยคะ ที่เจอกันที่ห้างวันนั้น

จำได้สิ ไม่มีวันลืม

เธอแสยะยิ้มให้ตัวเองในใจ

 ค่ะ  การที่เธอเลือกจะประหยัดถ้อยคำเป็นการบอกคู่สนทนาอยู่กลายๆว่าเธอไม่ต้องการคุยด้วย ไม่ต้องรังเกียจ แค่ไม่อยากข้องเกี่ยว หรือจะต้องเรียกว่าไม่อยากเจอเลยมากกว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมช่วงนี้เธอต้องมาวุ่นวายกับเรื่องพวกนี้ด้วย

 หนูชื่อจูรินะคะ พี่สาว

ค่ะ

นี่คุณ ช่วยพูดอะไรให้มันยาวกว่าคำว่า ค่ะได้มั้ย! อย่างน้อยเด็กคนนี้เป็นน้องคุณนะ!

 คำหลุดออกมาจากปากของคนอวดฉลาดทำให้ดวงตาของรองประธานแข็งกร้าว

อย่างเธอจะมาเข้าใจอะไร!

ก็แล้วจะยังไง! อย่ามาพูดจาไร้สาระ ฉันเป็นลูกคนเดียวไม่เคยมีน้อง!  เธอพยายามจะถนอมน้ำใจเด็กสาวที่ไม่รู้เรื่องอะไรแล้วนะ แต่ยัยนี้ก็ทำให้เธอโกรธ  ให้มันรู้ไปเลยว่าเธอรังเกียจเด็กคนนี้ขนาดไหน   จูริที่อยู่ในเหตุการณ์ตกใจวิ่งไปหลบอยู่หลังพารุจนคนอายุมากกว่าต้องจับน้องเข้ามาโอ๋

 คุณพูดอย่างนี้ได้ยังไง!

เธออย่างมายุ่งเรื่องของฉันได้มั้ย อย่างเธอจะมารู้อะไร ก็แค่นักเรียนย้ายมาใหม่!

ใช่ ฉันมันก็แค่นักเรียนย้ายใหม่! แต่คุณก็ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าแม่ของคุณคือแม่ของจูริ

อย่ามาพูดอะไรบ้าๆ ฉันไม่รู้ว่าเธอเอาเรื่องบ้าบอนี่มาจากไหน หยุดพูดก่อนที่มันจะทำให้ฉันหัวเสียกับเธอมากกว่านี้!

งั้นคุณก็ปฏิเสธมาสิว่าคุณไม่ใช่ลูกของคุณน้าอัตสึโกะ!

 ชื่อที่พึ่งหลุดออดมาเป็นเหมือนหอกแทงทะลุหัวใจให้ร่างชาวาบชั่วครู่ใหญ่ ดวงตาเธอเบิกกว้าง

ยัยนี่รู้จักแม่ของเธอได้อย่างไร

ฉันไม่ใช่ลูกของผู้หญิงคนนั้น!

มันจะไม่มากไปหน่อยเหรอยุยที่เรียกแม่ตัวเองว่า ผู้หญิงคนนั้น คุณรู้รึเปล่าว่าน้าอัตสึโกะเขาเสียใจแค่ไหนที่ต้องปิดบังเด็กคนนี้ว่าคุณคือพี่สาว ว่าผู้หญิงที่เจอกันที่ร้านอาหารเป็นพ่อของจูริ!” 

 คำว่าร้านอาหารทำให้ยุยสะดุด พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวเมื่อวานได้คราวๆแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้าที่เธอจะไปถึง แล้วมันหมายความว่ายังไงที่ว่าพ่อของเธอเป็นพ่อของเด็กคนนี้

 เด็กคนนี้อยากให้ครอบครัวเขากลับมาสมบูรณ์ เขาขอร้องให้น้าอัตสึโกะคืนดีกับพ่อของเขา เขาอยากอยู่กับพี่สาว กับพ่อของแท้ๆเขาเอง มันไม่ใช่เรื่องที่ฉันต้องมายุ่งเลย ถ้าไม่เห็นเด็กคนนี้ต้องร้องไห้

เธออย่ามาพูดอะไรบ้าๆ!

ฉันไม่ได้พูดอะไรบ้าๆฉันพูดความจริงเขาเป็นลูกของพ่อเธอ!

ความจริง!? อย่ามาตลก!! เธอถูกจ้างมาเท่าไหร่ล่ะ ให้มาพูดกรอกหูฉันขนาดนี้

นี่คุณ! มันจะมากไปแล้วนะ ทำไมทำตัวงี่เง่าอย่างนี้ หรือจะให้ฉันพาเด็กคนนี้เป็นตรวจดีเอ็นเอ คุณถึงจะเชื่อ ในสิ่งที่ฉันพูด  คุณน้าอัตสึโกะเป็นคนบอกเองว่าเขาเป็นน้องแท้ๆของคุณ เป็นลูกแท้ๆของพ่อคุณ!

ฉันไม่เชื่อ!

 แต่คุณต้องเชื่อ! ฉันไม่รู้หรอกนะว่า เกิดเรื่องอะไรในครอบครัวของคุณ แต่คุณจะปล่อยให้เรื่องมันเป็นอย่างนี้ต่อไปรึไง ทำไมไม่ไปถามทุกอย่างจากปากของน้าอัตสึโกะเอง คุณน้าอัตสึโกะเขาเจ็บปวดมากเลยนะตอนที่พูดถึงคุณกับพ่อของเด็กคนนี้พารุลูบเส้นผมของเด็กที่สะอื้นน้อยๆในอ้อมกอด เธอโมโหจัดจนเผลอใส่อารมณ์เต็มทีกับอีกฝ่ายที่ยังยืนเป็นแมวน้ำหน้าตายก่อนมีโอกาสได้สบตากันเธอเห็นความสับสนไม่เข้าใจอยู่เต็มสองดวงตาคู่นั้น กระทั่ง

เธอพาฉันไปหาแม่ได้ใช่มั้ยเธอยกยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่รองประธานนักเรียนขอให้เธอทำ

แน่นอนสิ

หากสิ่งที่เธอทำได้มีเท่านี้เธอก็จะช่วยให้เต็มที่ คำขอร้องจูริเธอจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้มันกลายเป็นจริง เธอไม่รู้เหรอว่ายุยกำลังคิดอะไร หรือจะเกิดอะไรต่อจากที่ถ้าเจ้าตัวได้พบกับคุณน้าอัตสึโกะจริงๆ

 

 

  ขัดแย้ง ขัดแย้ง ทำไมความจริงกับเรื่องที่พึ่งได้ยินจากปากของยัยนักเรียนใหม่มันถึงได้ขัดแย้งกันขนาดนี้ หมายความว่าอย่างไร กับเรื่องที่ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกแท้ๆของพ่อเธอ ก็ในเมื่อตอนนั้นแม่เป็นคนประกาศเองว่าท้องกับผู้ชายคนอื่น ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจ หัวสมองของยุยปวดหนึบเหมือนถูกใครมาบีบจับไว้ เคลื่อนสายตาเหม่อลอยมองเด็กที่นั่งก้มหน้านิ่งอยู่บนตักของโอชิมะ ฮารุกะ

กลัวเธอมากสินะ กับเรื่องที่พึ่งเกิดเมื่อครู่

ถึงไม่กล้ามองหน้าเธอเลย

  ก็ดี เพราะเธอเองก็ยังไม่อยากจะพูดอะไรมากเหมือนกัน แค่เรื่องที่กำลังคิดตอนนี้ก็ตีกันยุ่งไปหมดแล้ว เธอไม่ได้ไร้เหตุผลถึงขนาดจะไม่รับฟังอะไร หากลองมองในมุมกลับ มีเหตุผลอะไรที่ให้แม่ของเธอต้องทำถึงขนาดนี้ หมายถึงที่โกหกเธอกับพ่อก่อนจะตัดขาดอย่างไร้เยื่อใย  เพียงคิดตรงนี้หัวใจก็หนวงเด้วยความเจ็บปวด  หยดน้ำตาเอ่อล้นคลออยู่ตรงขอบเบ้าจนได้ยินเสียงเรียกจากพารุเธอถึงรีบเงยหน้าเช็ดน้ำตาออก

เป็นอะไรรึเปล่า คุณ

เปล่าเธอยังทำตัวเหมือนเดิมได้คงเส้นคงวา

ก็ดี เห็นร้องไห้นึกว่าเป็นอะไร

ใคร!?”

ก็คุณไงเธอหายใจอย่างหงุดหงิดตวัดสายตาไม่พอใจใส่คนที่มีรอยยิ้มรู้ทัน

มั่ว ฝุ่นเข้าตา

จริงเหรอคะพารุลากเสียงยาวล้อเลียน ใครเชื่อก็บ้า ดูทำหน้าทำตาเข้า คิดว่าคนอย่างเธอจะกลัวหรือไง เบื่อจริงกับคนขี้เก๊ก

นี่เธ..

จะพูดว่าอะไรนะคะ

เปล่ายุยหันหน้าหนีอย่างหัวเสียพอถูกดักทางด้วยแววตาจับผิดของคนที่นั่งตรงข้ามประมาณว่า จะหลุดคำพูดไม่ระรื่นออกมาอีกแล้วใช่ไหม เธอเบื่อ เธอเซ็ง ทำไมยัยนี่ต้องมาทำให้ชีวิตเธอวุ่นวายด้วย

ไม่มีอะไรก็ได้แล้วนี่ ไหนพูดเพราะๆให้ฟังสักประโยค เอาเหมือนก่อนหน้านี้ที่หน้าประตูนะคะ

ครู่นั่นแหละ ยุยถึงกลับหันขวับมองคนยียวนไม่เลิก จะมาวุ่นวายอะไรกับเธออีก

เธอปล่อยให้ฉันอยู่เงียบๆไม่ได้รึไง

อ๋อ ที่แท้คุณก็อยากนั่งดราม่าเตรียมทำเอ็มวีอยู่นั่นเอง

หยุดกวนฉัน

ฉันไม่ได้กวนสักหน่อยพารุบอกหน้าตายเธอแอบมองจูริที่มีปฏิกิริยาดีขึ้นก็แอบลอบถอนหายใจ เห็นน้องนั่งอึดอัดตั้งนาน

 ยุยเลือกจะหันหน้ากลับไปตามเดิมไม่อยากต่อปากต่อคำ เพราะรู้ว่าอย่างไรก็แพ้ ขี้เกียจจะพูดเต็มที

เอาอีกแล้วคุณ

อะไรของเธออีกยุยงึมงำอย่างรำคาญจะไม่ปล่อยให้เธออยู่เงียบๆเลยใช่มั้ย อาจจะเป็นโชคดีรึเปล่าไม่รู้ที่รถบัสขากลับเที่ยวนี้ไม่ได้มีคนมาก  ทั้งสองเลยเชือดเฉือนกันได้อย่างสบายๆ

ก็คุณคิดจะไม่คุยกับใครเลยรึไง นั่งอยู่ด้วยกันเยอะแยะ ช่วยมีมนุษย์สัมพันธ์หน่อยสิคุณ

แล้วจะให้ฉันคุยอะไรใครก็ได้ช่วยจับยัยนักเรียนใหม่ไปให้พ้นหน้าเธอที

อะไรก็ได้สิคุณ คุยน่ะคุย หัดชวนคนอื่นเขาคุยบ้างยุยพ้นลมหายใจอย่างหงุดหงิดขัดใจ มันจะตายรึไงถ้าไม่ได้แหย่เธอ

เอาอย่างนี้แล้วก็ ฝากจูรินั่งตักคุณแปบนึงสิ ฉันรู้สึปวดๆขาน่ะ

อะไรนะ!!

แล้วนี่ได้ถามเด็กมันไหมว่าอยากมานั่งกับเธอรึเปล่า ดูทำหน้าตื่นเข้า เหมือนจะเป็นจะตาย

เห็นเธอกลายเป็นยักษ์เป็นมารไปแล้วมั้ง

ยุยสะบัดศีรษะอย่างหัวเสีย ให้มันได้อย่างนี้สิ มัดมือชกกันเห็นๆ

พี่พารุ ถ้าเมื่อยเดี๋ยวหนูย้ายไปนั่งเบาะหลังตรงนั่นก็ได้คะ

ไม่ต้อง มานี่ยุยเสียงแข็งใส่เด็กที่ทำท่าเลิกลั่น เธอไม่ได้ใจร้ายไส้ระกำสักหน่อย แค่ให้มานั่งด้วยมันจะเป็นอะไรไป ดูยังอึกอักอยู่ได้

ไปนั่งกับพี่เขาเถอะ จูริ คนแบบนี้ขี้เก๊กไปงั้นยุยแยกเขี้ยวขวับ เกลียดคำพูดคำจาของยัยนักเรียนใหม่ชะมัด

ไม่ดีกว่าค่ะ พี่พารุ

บอกให้มาก็มาสิ!

คุณ!! พูดกับน้องตัวเองให้มันดีๆหน่อยไม่ได้รึไง จูริยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ แล้วพูดอย่างคุณใครเขาอยากจะไปนั่งด้วยพารุแวดอย่างหัวเสีย ดูสิ มันน่าโมโหมั้ยทำน้องตัวสั่น ไอ้แมวน้ำบ้าบอ

อีกนานไหมกว่าจะถึง  เปลี่ยนเรื่อง น่าโมโหนักไอ้รองประธานนักเรียนหน้าแมวน้ำ

ถึงแล้วฉันบอกเองน่า ตกลงจะเอาน้องไปนั่งด้วยได้รึยัง

ก็บอกให้มาแล้วไม่มาเองยุยบ่นเสียงเบา

คุณพูดว่าอะไรนะ

อะไร

พวกหนูเป็นแฟนกันรึจ๊ะ ยายนั่งฟังพวกหนูนั่งเถียงกันตั้งนานแล้ว ดูรักกันดีนะจ๊ะ

ตรงไหนกัน!! ทั้งสองเสียงผสานแทบจะพร้อมกัน หันมองต้นตอของเสียงด้วยกันทั้งคู่ก็เห็นคุณยายท่าทางมีอายุส่งยิ้มมาให้

 ไม่ใช่นะคะ/ไม่มีทางหรอกคะ

ฮ่าๆ ไม่ต้องอายหรอกจ๊ะ ยายเข้าใจ สาวๆก็อย่างนี้ชอบทะเลาะกัน ชอบงอนกัน เดียวก็ดีกันเอง ฟังพวกหนูนั่งเถียงกันก็เพลินดีเหมือนกัน ยายลงแล้วนะจ๊ะ

ก็บอกว่าไม่ใช่ยังไงค่ะยุยตะโกนไล่หลังคุณยายที่พึ่งจะลงจากรถเมื่อครู่ อย่างเธอหรือจะคิดพิศวาสยัยคนกวนประสาทแบบนี้ ผู้หญิงมาชอบเอเป็นกระบุงยังไม่เคยส่ง

 เพราะเธอคนเดียว

ฉันผิดอะไรพารุสวนกลับด้วยความรวดเร็วแม้ใบหน้าจะแดงก่ำ เธอไม่มีทางเอาคนแบบนี้มาเป็นแฟนเด็ดขาด

 ยุยไม่ตอบกลับเลือกจะหลบซ่อนใบหน้าของรู้สึกร้อนแผ่วของตัวเองเอาไว้ เธอไม่ชอบเลยเวลาที่หัวใจเต้นตึกๆตักๆอย่างนี้

อะไรหรือว่าคุณเขิน แอบคิดอะไรกับฉันรึไงคะ ยุยพารุได้โอกาสก็หาเรื่องแกล้งคนชอบเก๊ก

 ใครเขิน!

เอ๊ะ ไม่เขินจริงเหรอคะพารุส่งสายตาจับผิด ไม่เขินเลย เล่นพูดไม่ยอมมองหน้ากันนะคนเรา 

เลิกวุ่นวายกับฉันสักทีเหอะ

แย่จังเลยนะคะ ฉันอุสาชอบ อยากจะวุ่นวายกับยุยให้มากๆ

เล่นเอาคนนั่งฟังสะอึกไม่รู้ว่าคนพูดคิดอะไรอยู่ เธอไม่ชอบเวลาที่เธออ่านคนไม่ออก โดยเฉพาะคนที่เข้ามาก่อกวนให้จังหวะหัวใจของเธอเต้นแปลกๆ

เธอจะกวนฉันอีกใช่มั้ย

ใครกวนยุยเหรอคะ ฉัน จีบ อยู่ต่างหาก

ยิ่งกว่าสะอึกยุยนั่งอ้าปากค้างปล่อยให้คนที่นั่งส่งยิ้มหวานหัวเราะชอบใจราวกับเป็นผู้ชนะ

ล้อเล่นน่าคุณ ทำหน้าตาตลกไปได้ แกล้งคุณนี่สนุกชะมัด  ล้อเล่น!! ของแบบนี้มันสมควรเอามาล้อเล่นรึไงห๊ะ!! 

 ยุยส่งสายตาเขียวปัดใส่คนเล่นไม่รู้เรื่อง ทำอย่างนี้มันสนุกมากรึไงเล่า!!

เรื่องแม่ไม่พอ ยังเอาเรื่องนี้มาเล่นกับเธออีก

ยัยนักเรียนใหม่ตัวยุ่ง!!

 

 

 ยูโกะลูบเส้นผมของคนหลับสนิทหมดแรงอยู่บนเตียงเพราะร้องไห้อย่างหนัก ไม่รู้ว่าไข้ที่มีอยู่เกิดจากความอ่อนเพลียหรือความเครียดกันแน่ เธอพึ่งเรียกหมอให้มาดูอาการซึ่งก็จับเจ้าตัวฉีดยาไปหมาดๆ ตอนที่อัตสึโกะวิ่งออกจากบ้านเล่นเอาเธอใจหายวาบรีบตามจนทันเห็นว่าอัตสึโกะเป็นลมล้มอยู่บนพื้นตัวร้อนจี๋ด้วยพิษไข้  ไม่รู้ว่า ควรจะโทษใครระหว่างคนใจร้ายของอัตสึโกะกับคนขี้แยคนนี้ดี

อัตสึโกะเป็นยังไงบ้างคะ ยูจังเธอเงยหน้ามองคนที่พึ่งเปิดประตูเข้ามาพร้อมกะละมังน้ำ เธอเป็นคนขอฮารุนะเช็ดตัวให้อัตสึโกะ ไม่ใช่เธอไม่บริสุทธิ์ใจที่จะทำอะไรอย่างนี้ แต่เธอทำเพื่อความสบายใจของคนรักเธอเอง

ไข้ยังไม่ค่อยลดเท่าไหร่เลยค่ะ ถ้าไม่ดีขึ้นอาจจะต้องพาไปส่งโรงพยาบาล  เธอเลือกจะลุกจากเตียงนอนของอัตสึโกะสร้างความชัดเจนว่าความรู้สึกของเธอไม่ได้พิเศษเกินเลยกว่าคำว่าเพื่อน

 น่าสงสารนะคะ  ยูโกะพยักกน้าเงียบๆ อยากช่วยแต่ทำอะไรไม่ได้

น่าสงสาร คำนี้อาจจะน้อยไปสำหรับอัตสึโกะก็ได้

เฮ้อ เธออยากจะช่วยแท้ๆ แต่ทำไมเรื่องทุกอย่างมันเป็นอย่างนี้

เดี๋ยวฉันออกไปรอข้างนอกนะเธอกระซิบบอกคนรักเสียงเบาค่อยๆสาวเท้าเดินไปที่หน้าประตู

แล้วก็ได้ยินเสียงเรียกเธอแววๆมาจากในบ้าน หันมองซ้ายมองขวาตอนแรกคิดว่าตัวเองหูฝาด แต่ก็ไม่ใช่เพราะเสียงเรียกนั่นยังดังอย่างต่อเนื่อง และยังคงดังขึ้นอีก

อ่า ลูกสาวเธอต้องกลับถึงบ้านแล้วแน่ๆ

เธอเดินลงมาจากชั้นสองของตัวบ้านอัตสึโกะไปยังประตูเชื่อมเข้าบ้านตัวเอง

ไม่ผิดแน่ๆเสียงของลูกสาวเธอจริงๆ

 

ป๊าคะ ม๊าคะ

แปลกจังพารุบ่นกับตัวเองหลังจากพาน้องสาวกับแขกของเธอมานั่งรอในห้องรับแขกเธอก็เดินหาป๊าม๊าจนทั่วบ้านแต่ไม่เห็นทั้งครู่ หรือจะออกไปจู๋จี๋กันที่ไหนอีก เธอกำลังจะออกไปดูว่าทั้งคู่อาจจะอยู่บ้านน้าอัตสึโกะก็ได้ แต่ไม่ทันไร ป๊าเธอก็เข้ามาเสียก่อน

ป๊าอยู่นี้ค่ะ พารุ

ป๊า หนูตกใจหมด

เรียกหาป๊าทำไมค่ะ แล้วน้องล่ะคะ

น้องนั่งเล่นอยู่ข้างในค่ะ ป๊ากับม๊าไปไหนมาคะเนี่ย หนูเรียกตั้งนานยูโกะหันหน้าไปทางบ้านหลังติดกันให้พารุเข้าใจได้ในทันที ผิดจากที่เธอคาดที่ไหน

วันนี้ป๊าฝากหนูดูน้องหน่อยนะคะ

อ้าว ทำไมลล่ะคะ

อัตสึโกะไม่สบายน่ะค่ะ

แล้วคุณน้าเป็นอะไรมากรึเปล่าคะพารุชักเป็นห่วง ป๊าจะรู้ไหมเนี่ยว่าเธอพาใครมาหาคุณน้า อุตส่าห์มีโอกาสพาไอ้รองประธานหน้าแมวน้ำมาแล้วแท้ๆคุณน้าอัตสึโกะดันมาป่วยเสียได้

ตอนนี้ม๊าหนูเขาเช็ดตัวให้อยู่ค่ะ ถ้าไข้ไม่ลดพรุ่งนี้ป๊าอาจต้องพาไปโรงพยาบาล

แล้วทำไมจู่ๆคนน้าป่วยได้ล่ะคะ

ยูโกะไม่รู้จะบอกลูกอย่างไร สาเหตุเธอก็รู้อยู่เต็มอกแต่จะให้เอามาบอกลูกมันก็ไม่ใช่เรื่อง

คงจะเพลียๆมั้งคะ ป๊าเองก็ไม่รู้ หมอก็ไม่ได้บอกด้วย

อ้าว แล้วหนูพาน้องกับเพื่อนขึ้นไปเยี่ยมคุณน้าได้มั้ยคะ

เพื่อนหนู??”

ค่ะพารุขยายความต่อ

เขานั่งรออยู่ในห้องรับแขกน่ะค่ะ เขามาเพื่อเจอคุณน้าโดยเฉพาะ

ใครคะยูโกะไม่อยากให้สิ่งที่ตัวเองคิดเป็นจริงเลย ถ้าใช้แล้วจะเกิดอะไรขึ้นอีกทีนี้

ทาคาฮาชิ ยุยค่ะและคำตอบเล่นเอายูโกะช็อคเมื่อถูกลูกสาวทำเซอร์ไพรส์ ชีวิตเธอเป็นอะไรถึงต้องวนเวียนกับตระกูลนี้ คนที่ทำให้เพื่อนเธอเครียดหนักจนถึงเป็นลมไข้ขึ้นก็พ่อของเด็กคนนี้ แล้วนี่ ลูกสาวเธอยังพาคนลูดมาหาอีก จิตใจของอัตสึโกะจะรับไหวได้อย่างไร

ป๊าคะ เงียบทำไมคะ

เอ่อคือ ป๊าไม่แน่ใจ

ไม่แน่ใจ??”

ป๊ากลัวอัตสึโกะจะรับไม่ไหว

หมายความว่ายังไงคะ

ก็เมื่อไม่นาน…”

ให้ฉันขึ้นไปเยี่ยมเถอะค่ะ

 ยูโกะถึงกับยืนตัวแข็งทื่อไม่รู้ว่าเด็กที่อยู่ข้างหลังลูกสาวของเธอเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่แถมยังจูงเมื่อของจูริออกมาด้วย

ขอโทษนะคะ หนูไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังคุณน้าคุยกัน พอดีเด็กคนนี้เขาอยากออกมาตามพารุเพราะไม่กลับเข้าไปสักที เลยต้องพาออกมาแล้วบังเอิญได้ยินเข้า ยุยพูดความจริง เธอลดอคติต่อน้องสาวลงไปมากตั้งแต่บนรถบัส แค่เธอยังไม่อยากจะแสดงออกมาตรงๆว่าเธอไม่ได้อะไรด้วยแล้ว

จะเอาจริงๆเหรอ

ยังไงเขาก็เป็นแม่ของหนูค่ะ  เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ยุยยอมพูดคำนี้ออกมา

พูดขนาดนี้ น้าคงห้ามอะไรหนูไม่ได้ คิดจะทำอะไรกันแน่คะ

หนูแค่อยากรู้ความจริงค่ะ

ความจริง?”

พารุเป็นคนบอกหนูว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นพารุหันมองคนที่เรียกชื่อเล่นของเธอย่างเต็มปากเต็มคำมาสองครั้งตั้งแต่เข้ามาในบ้านต่อหน้าป๊า

 น้าขอถามได้มั้ย ถ้ารู้แล้วจะทำยังไง สภาพอัตสึโกะตอนนี้คงบอกอะไรหนูไม่ได้หรือถ้าปกติดี ก็ไม่รู้ว่าจะยอมบอกมั้ย

ไม่รู้สิค่ะ มันก็ยังดีกว่าการถูกโกหกอยู่อย่างนี้ ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา หนูไม่รู้หรอกค่ะว่าแม่คิดอะไรอยู่ หนูแค่อยากเข้าใจเท่านั้น  แค่นี้หนูว่ามันก็ทรมารทั้งสองฝ่ายแล้วไม่ใช่เหรอไงคะ

เด็กคนนี้ฉลาด ใจเย็นได้อย่างไม่น่าเชื่อ เธอเห็นประกายบางอย่างที่อยู่ในแววตาซึ่งคล้ายกับพ่อของเจ้าตัวมากๆ

แล้วถ้าความจริง ไม่ได้เป็นอย่างที่หนูคิด จะอภัยให้อัตสึโกะได้รึเปล่า

เรื่องอะไรค่ะ เรื่องที่ปิดบังว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของคุณพ่อ หรือเรื่องที่แม่โกหกอยู่ หนูควรถามเองมากกว่าว่าอยากจะให้หนูอภัยเรื่องอะไรยุยถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน หากเลือกจะโกรธเธอควรจะโกรธว่าทำไมแม่ถึงปิดบังความจริง

หนูขอตัวก่อนนะคะ

เดี๋…”

ไม่เป็นไรหรอกค่ะป๊าพารุรั้งพ่อของตนไว้ ท่าทางของยุยไม่ได้น่าเป็นห่วงเหมือนกับตอนที่อยู่ในโรงเรียนดูเหมือนว่าคุณรองประธานนักเรียนจะยอมลดกำแพงทิฐิลงมาอย่างมาก

 หนูว่าปล่อยให้เขาทำตามใจตัวเองหน่อยนะคะ เขาคงสงสัยอยู่มาก

แปลกนะคะ ที่ลูกสาวป๊าสนิทกับหนูยุยเขาขนาดนี้ มีอะไรไม่ได้บอกป๊ารึเปล่าคะ

ไม่มีหรอกค่ะ!พารุแกล้งโวยวายกลบเกลื้อนเธอหันหน้าแดงๆหนีสายตาจับผิดของผู้ให้กำเนิดพาน้องสาวหมุนตัวกลับเข้าไปอยู่ในห้องนั่งเล่น

เธอไม่ได้คิดอะไรกับไอ้แมวน้ำจริงๆ ไม่ได้คิดเลย!

 

 เห็นว่าลูกสาวไปแล้วยูโกะก็รู้สึกหนักใจขึ้นมาดื้อๆหวังว่าจะไม่เป็นอะไรหรอกนะ เธอกังวลจนถอนสายตาออกจากบ้านหลังติดกันไม่ได้จริงๆ

 

 

ฮารุนะชะงักเมื่อที่กำลังติดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้ายให้คนที่นอนไม่ได้สติเพราะเจ้าของร่างที่เธอไม่คาดคิดว่าจะมาอยู่ที่นี่

สวัสดีค่ะ คุณน้าเธอจำได้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นแม่ของยัยนักเรียนใหม่จอมยุ่งที่เธอแอบชมว่าสวยสาวราวกับนางแบบ

ขอให้หนูดูแลต่อได้มั้ยคะเธอขออนุญาตคนที่นั่งอึ้งไม่มีเสียงใดหลุดออกมา

 คุณน้าคะ

เอ่อ ทำไมหนูถึงมาอยู่ที่นี่คะ

หนูขอดูแลต่อนะคะยุยเลือกที่จะไม่ตอบคำถามว่าทำไมตัวเองถึงมาอยู่ที่นี่ เอาเข้าจริง เธอก็ไม่แน่ใจนัก กับคำตอบ

 ฮารุนะยอมหลีกทางให้ เธอควรออกไปรอด้านนอกสินะ

น้าฝากด้วยนะ  เธอทำในสิ่งที่ถูกแล้วใช่มั้ย ถึงได้ปล่อยให้ลูกสาวเผชิญหน้ากับแม่ของตัวเองแม้จะรู้อยู่ในใจลึกๆว่าเด็กคนนี้มีความรู้สึกอะไรต่ออัตสึโกะ

  ประตูถูกปิดอย่างเบาที่สุดยุยเดินเข้ามาใกล้เตียงหลังจากไม่เห็นเงาของฮารุนะใบหน้าในความทรงจำปรากฏให้เธอเห็นชัดอีกครั้งหากมันกลับแดงก่ำเต็มไปด้วยพิษไข้

 ทำไมปล่อยให้ตัวเองป่วยหนักขนาดนี้

คุณแม่เธอใจกล้าเอ่ยคำนี้ออกมาอย่างแผ่วเบา เคยวาดฝันไว้ตลอดว่าสักวันหนึ่งจะมีโอกาสได้พูดคำคำนี้อีกครั้ว เธอไม่เข้าใจว่าชีวิตของเธอมาอยู่ในจุดนี้ได้อย่างไร ในจุดที่ต้องกลับมาหาคนที่ทิ้งพ่อกับเธอไป

มะ มินามิคำละเมอเล่นเอาตัวเธอชาวาบหน้าของพ่อลอยเข้ามาทันทีในวินาทีนั้น

ขะ ขอโทษมินามิ ฉันขอโทษทำไมลำคอของเธอต้องแห้งผาดเจ็บปวดขนาดต้องยกมือขึ้นมากุมหน้าอกไว้ ไม่ต่างไม่ต่างอะไรกับพ่อเลย ทั้งที่รักกันอยู่อย่างนี้แต่กลับต้องแยกจากการน่ะนะ ไม่เข้าใจแม่เลยจริงๆ

คุณแม่เธอกลั้นหยดน้ำตาที่ตื้นเขินอยู่ในขอบนั่งยองลงข้างๆเตียงก่อนจับมือของคนที่นอนอยู่บีบเบาๆ เธอไม่ปฏิเสธเลยว่าเธอคิดถึงฝ่ามือคู่นี้ คิดถึงอ้อมกอดของแม่ที่เคยมอบให้เธอ

มะ มินามิ อย่าไป อย่าไปนะ ฉันขอโทษ มินามิเอาอีกแล้ว เธอต้องกลั้นน้ำตาไว้ แม้ในใจจะเจ็บปวดขนาดไหนที่เห็นน้ำตาของคนนอนหลับไหลลงมาอาบบนหมอน

เธอพึ่งสังเกตรอบดวงตาที่ปิดสนิทว่ามันบวมขึ้นมาและเป็นสีม่วงซ้ำๆ

มินามิ ขอโทษ มินามิ เอาอีกแล้วกับคำพึมพำที่ไม่หยุดออกมาจากริมฝีปากซีดจัดเร่งให้น้ำตานั่นยิ่งไหลมากกว่าเดิม มันบอกเธอชัดว่าคนที่หลับอยู่ร้องไห้เพราะอะไร

มินามิ ฉันรักเธอเล่นเอาเธอจุกจนขยับตัวไปไหนไม่ได้ รัก แต่ทิ้งพ่อทิ้งเธอไป เพราะอะไรกันเล่า! แล้วตอนนี้ยังเอาแต่เรียกหาชื่อของพ่อเธอ เธอสมควรจะโกรธไม่ใช่รึไง แต่ทำไมเธอถึงต้องเสียใจขนาดนี้

คุณแม่ ไม่ร้องแล้วนะคะเธอเอือมมือเกลี่ยน้ำตาออกให้คนที่นอนอย่างเบามือ เธอไม่เข้าใจตัวเองว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ ทั้งที่เธอควรจะโกรธให้มากกว่านี้

นอนพักนะคะ หนูอยู่ตรงนี้ ถึงหนูจะไม่ใช่คุณพ่อ แต่วันนี้หนูมาหานะคะเธอกระซับมือชื้นเหงื่อของคนที่หลับอยู่เบาๆ ไม่ได้อยากเห็นสภาพของแม่ที่เป็นอย่างนี้ ต่อจะให้บอกว่าไม่ชอบ ไม่อยากเจอ แต่พอเอาเข้าจริง เธอก็ใจอ่อน

พ่อของเธอเองก็ไม่ต่างกันหรอก เพราะยังรักแม่อยู่มาก

ถ้าแม่ไม่นอนอยู่เธอคงจะถาม ถามเรื่องทั้งหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถึงได้จงใจทิ้งเธอทิ้งพ่อของเธอ

คุณแม่อาจจะไม่รู้ว่าคนที่คุณแม่เรียกหาอยู่เขาไม่มีทางลืมคุณแม่ ไม่แม้แต่จะอยากลืม ทำไมถึงทำอย่างนี้คะ คุณแม่รู้รึเปล่าว่าคุณพ่อเขาทรมานขนาดไหน เขาคิดถึงคุณแม่แค่ไหน และที่สำคัญขารักคุณแม่มากนะคะมากถึงขนาดที่ไม่เคยตัดใจทิ้งความทรงจำที่เกี่ยวกับแม่ได้จริงๆ หลายคืนที่ยังละเมอเพ้อหา หลงเรียกชื่อติดปากออกมาโดยไม่รู้ตัว

คุณพ่อเขาโหมงานหนักมากเลยนะคะ  เพราะเขาไม่อยากคิดถึงคุณแม่ ทำไมคุณแม่ใจร้ายอย่างนี้ค่ะ คุณแม่เองก็รักคุณพ่ออยู่ไม่ใช่หรือไง  น้ำตาเธอมันไหลตั้งแต่ตอนไหนไม่อาจรู้ รู้แค่ว่าเธอเสียใจ

 ไม่ใช่แค่พ่อ หนูก็คิดถึงแม่นะคะ รู้ไหมว่าคุณแม่ทำคุณพ่อต้องร้องไห้ทุกครั้งที่เจอที่นึกถึง คุณพ่อเขาเจ็บมากนะคะ คุณพ่อเขาไม่เคยลืมเรื่องที่เกิดขึ้นได้เลย คุณแม่ใจร้าย ใจร้ายมากๆ…”

ยะ ยุยเสียงเรียกเบาหวิวเอาให้ยุยตกใจ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ดวงตาอ่อนแรงลืมขึ้นมา เธอกำลังจะชักมือกลับแต่ถูกคนแรงน้อยกว่าจับเอาไว้

แม่ขอโทษอัตสึโกะพูดออกมาได้แค่นั้นก็ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาต่อ อาการปวดหัวกลับมารุมเร้ารู้สึกอึดอัดร้อนระอุในร่างกายจนต้องเลื่อนมือขึ้นมากุมขมับเแล้วกัดฟันหวังบรรเทาอาการปวดหัวให้ทุเลาลง

เป็นอะไรมากรึเปล่าคะยุยชะโงกหน้ามองอย่างเป็นห่วง  ทำไมคนบนเตียงถึงปล่อยให้ตัวเองอาการหนักขนาดนี้ คำถามที่เธอตั้งใจจะถามว่าตื่นตั้งแต่ตอนไหนถูกเก็บเงียบหายไปในลำคอสนิท

เดี่ยวหนูลงออกไปตามคุณน้าให้นะคะอัตสึโกะส่งเสียงแหบพร่าอย่างคนอ่อนแรงปราม

ไม่เป็นไรค่ะ

 คุณแม่อย่าพึ่งดื้อได้ไหมคะ ถ้าไม่หายแล้วเรื่องที่หนูสงสัยอยู่จะถามใครคะอัตสึโกะอยากจะยิ้มแต่ก็ยิ้มไม่ได้เพราะความแวดหนึบที่ขมับ ไม่นานฮารุนะกับยูโกะก็พากันเข้ามารวมถึงลูกสาวอีกคนของเธอเพราะยุยลงไปเรียกให้มาดูอาการเธอ

 หม่ามี้

อัตสึโกะ เป็นยังไงบ้างจูริเดินเข้าไปใกล้เตียงนอนของคนไม่สบายอย่างเป็นห่วง ถ้าเป็นปกติเจ้าตัวเล็กคงพาตัวเองไปนั่งอยู่ใกล้ๆหม่ามี้บนเตียงแล้ว

ปวดหัว

ไปโรงพยาบาลกันไหม

อย่าเลย เดี๋ยวก็ดีขึ้น

แต่…”

ถ้าพรุ่งนี้ไม่ดีขึ้นฉันจะยอมไปอัตสึโกะต่อรองอย่างอ่อนแรง เธอปวดหัวจนไม่อยากจะลืมตา

จะเอาอย่างนี้จริงเหรอ  คนไม่สบายขานรับในลำคอเบาๆ

เอางั้นก็ได้ เดี๋ยวนี้ฉันจะอยู่เฝ้าไข้เธอให้คนพูดหันไปขออนุญาตคนรักอย่างเกรงใจ

ฮารุนะก็เข้าใจเรื่องนี้อยู่ว่ามันเป็นเรื่องเลี่ยงไม่ได้ จะให้มาไม่พอใจก็ไม่ใช่ที่

ไม่เป็นไรหรอก ยูโกะ

แต่…”

เดี๋ยวหนูอยู่ที่นี่ให้ก็ได้ค่ะทุกคนในห้องหันมองคนเสนอตัวอย่างประหลาดใจ จะมีแต่จูริที่ดูท่าทางดีใจที่ยุยหรือพี่สาวตัวจริงจะค้างอยู่ที่นี่

จะไม่เป็นไรแน่เหรอสิ่งที่ยูโกะถามเป็นสิ่งเดียวกับที่อัตสึโกะอยากรู้เหมือนกันแม้จะดีใจแค่ไหนก็ตาม ก็รู้อยู่ว่าเขา

ค่ะ ไม่เป็นไรยุยไม่ได้โง่ที่จะอ่านไม่ออกว่าผู้ใหญ่เขาต้องการจะสื่ออะไรกับเธอ ก่อนหน้าจะมานี้เธอก็ส่งข้อความบอกพ่อผ่านโปรแกรมแชทยอดนิยมแล้วว่าจะมาบ้านเพื่อนอาจจะกลับดึก เธอส่งไปบอกใหม่ก็ได้ว่าคงต้องได้ค้าง แม้อาจจะทำให้คุณพ่อแปลกใจอยู่บ้าง

ถ้าอย่างนั้นฝากด้วยนะ หนูยุยยูโกะหันสบตากับลูกสาวว่าควรจะออกไปปล่อยให้เขาได้อยู่ด้วยกันตามลำพังประสาคนในครอบครัว พารุไม่ลืมจะเรียกจูริออกมาด้วยคิดว่าควรปล่อยให้สองแม่ลุกเขาปรับความเข้าใจกันก่อนดีกว่า

วันนี้ไปนอนกับพี่นะคะ

จูริพยักหน้ารับอย่างง่ายดายเธอปืนขึ้นไปจุ๊บแก้มหม่ามี้บอกให้หายเร็วๆก่อนจะเดินออกไปจากห้อง หลงเหลือไว้เพียงความเงียบระหว่างคนที่นอนลืมตากับยุยที่อยู่ในชุดนักเรียน

เฮ้อ สงสัยวันนี้เธอต้องได้ยืมเสื้อของยัยนักเรียนใหม่ใส่ไปก่อนแน่ๆใครจะคิดว่าจะต้องมาค้างที่นี่

ขอตัวออกไปโทรศัพท์ก่อนนะคะยุยแค่บอกให้ทราบไม่ต้องการคำอนุญาต เธอรู้เชียวแหละว่าแม่รู้ว่าเธอจะออกไปคุยกับใครซึ่งนั้นทำให้ดวงตาของอัตสึโกะหวั่นไหว อยากจะฟังเสียงของคนที่พึ่งจากเธอไปแม้สักนิดก็ยังดี ต่อให้เขาจะว่าเธอเลวอีกเท่าไหร่ เธอก็ยอม

เสร็จแล้วเหรอคะยุยพยักหน้าให้คนถาม เธอชักจะเป็นห่วงแล้วว่าเกิดอะไรกับพ่อรึเปล่า เพราะน้ำเสียงแปลกๆที่เธอได้ยินเมื่อครู่เหมือนพ่อของเธอร้องไห้อยู่เลย

ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างคะเธอนั่งลงข้างเตียงเอื้อมมือจับต้องศีรษะที่แม่ของเธอบอกว่าปวดแล้วนวดให้เบาๆ

 ยังปวดมึนๆค่ะ

ถึงหนูอยากจะถามตอนนี้คงถามไม่ได้สินะคะ หนูขอแค่คำถามเดียวได้มั้ยคะ แม่ยังรักพ่อใช่รึเปล่าเล่นเอาคนถูกถามแน่นิ่งเกือบลืมวิธีหายใจว่ามันเป็นอย่างไร อัตสึโกะเหนื่อยเกินกว่าจะร้องไห้ ร่างกายของเธอไม่มีเรี่ยวแรงตอบสนองต่ออะไรอีกแล้ว

หนูขอความจริง ความจริงที่ตอนนี้คุณแม่รู้สึกอยู่

อัตสึโกะเลี่ยงไม่ได้ที่จะเปล่งเสียงเป็นคำพูดออกมาอย่างแผ่วเบา มันสิ่งเดียวที่เธอคงเก็บไว้ในหัวใจตั้งแต่วันที่เธอได้ทำร้ายบุคคลอันเป็นที่รักของเธอ

 รักค่ะ รักมาตลอด

จริงๆ หนูอยากจะถามมากว่านี้ อยากจะถามเรื่องที่คุณแม่ทำลงไป หนูรู้จากปากของพารุเมื่อวานว่าคุณแม่บอกอะไร แต่หนูก็รู้ว่าถามตอนนี้ไม่ได้น้ำตาของยุยร่วงแหมะ เธอเจ็บไม่รู้ว่าเพราะอะไรพ่อกับแม่ของเธอถึงได้กลายมาเป็นอย่างนี้

ยุย แม่ขอโทษอีกแล้วกับคำขอโทษ อีกแล้วกับฝ่ามืออ่อนโยนของแม่ที่ไร้เรี่ยวแรงจับบนแก้มของเธอ

หนูไม่ต้องการฟังคำขอโทษ แม่ก็รู้ว่ามันไม่ทำให้อะไรดีขึ้น

ถ้าทำได้ตอนนั้น แม่ก็คงไม่มีทางปล่อยให้เรื่องทั้งหมดเป็นอย่างนี้อัตสึโกะปล่อยเสียงอันอ่อนแรงที่เต็มไปด้วยความขมขื่นออกมา เธอไม่ได้เจ็บปวดน้อยไปกว่ายุยหรือมินามิเลย

คุณพ่อรักคุณแม่มากนะคะยุยกลั่นใจจะพูดคำนี้ให้แม่ของตนเองได้ยิน ซึ่งทำให้อัตสึโกะสะอึก เธอรู้ เธอถึงได้เกลียดตัวเอง เกลียดตัวเองที่เป็นคนทำลายมันด้วยมือของเธอเอง

แต่ตอนนี้เขาคงเกลียดแม่มาก

มันไม่จริงเลยสักนิดจะจริงที่ไหน ถ้าเกลียดจะร้องไห้รึเปล่า

ไม่เคย คุณพ่อไม่เคยจะเกลียด ทุกครั้งที่คุณพ่อร้องไห้ก็มีแต่เรื่องของคุณแม่ ยิ่งตอนที่เจอ…” ยุยหยุดไว้เท่านี้ ไม่อยากจะพูดต่อ

คุณพ่อทรมานมากเลยนะคะแค่นั้นราวกับวิญญาณของอัตสึโกะเหมือนถูกกระตุกออกจากร่าง เธอไม่เหลือน้ำตา ไม่เหลือแม้แต่แรงจะร้องไห้มีเพียงหัวใจที่บีบเค้น และเจ็บปวดทรมานอยู่ในอก

อยากเจอเหลือเกิน เพียงแค่ครั้งเดียวก็ได้

 

  ยุยปล่อยให้คนไม่สบายได้นอนหลับพักผ่อนดังเดิมก่อนเธอจะบากหน้าพาตัวเองมายังบ้านอีกหลังข้างกัน เธอลงมือกดกริ้งหน้าบ้านซึ่งคนออกมาเปิดให้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเจ้าของบ้าน พ่อของพารุ

อัตสึโกะหลับไปแล้วเหรอ

ยุยพยักหน้าอย่างคนมีเรื่องไม่สบายใจติดอยู่ในใจ

ถึงอัตสึโกะเล่าตอนนี้ไม่ได้แต่น้าเล่าให้ฟังได้นะ อาจจะไม่ละเอียดเท่าอัตสึโกะ แต่อยากจะฟังตอนนี้รึเปล่าอยากสิ อยากมากๆ

หนูขอถามอะไรสักอย่างได้มั้ยคะ ทำไมคุณแม่ถึงบอกว่าถ้าทำได้คงไม่ปล่อยให้เป็นอย่างนี้

เพราะไม่มีทางเลือกยังไงล่ะค่ะ เข้ามานั่งคุยกันข้างในดีกว่า แล้วน้าจะตอบทุกข้อสงสัยให้

ไม่มีการปฎิเสธเกิดขึ้นยุยตามคนเชิญชวนไปยังห้องรับแขกที่เคยเข้ามานั่งก่อนหน้า คุณน้าฮารุนะตอนรับอย่างดีโดยการชงชามาให้ก่อนขอตัวออกไป

อ๋อ หนูยุย น้าบอกพารุเอาชุดมาไว้ให้หนูแล้วนะคะ หนูไม่ได้เตรียมชุดมาใช่ไหม เดี๋ยวขึ้นไปเอาด้านบนนะคะ ห้องพารุอยู่มุมซ้ายสุดของชั้นสองทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือนถูกขี้โพร่งให้กระรอกอะไรอย่างนั้น เอาเถอะ สงสัยคิดมากไป

ค่ะ คุณน้าเธอขานรับแม่ของพารุยกชาขึ้นจิ๊บแก้เกลอจู่ๆก็รู้สึกว่ามันเขินๆที่ต้องเดินไปเอาเสื้อในห้องของยัยเด็กใหม่

หนูยุยรู้จักบ้านตระกูลมาเอดะมั้ยคะแล้วเธอต้องสะดุ้งเกือบสำลักชากับคำถามที่มาตอนเธอยังไม่ทันได้ตั้งตัวเพราะมัวแต่คิดถึงแต่เรื่องของคนที่เข้ามาก่อกวนในจิตใจ

ไม่ค่ะ แต่เคยได้ยิน

น้าจะเล่าคร่าวๆก่อนนะคะ บ้านตระกูลมาเอดะ เป็นบ้านพ่อของอัตสึโกะซึ่งก็คือบ้านคุณตาของหนู พ่อของอัตสึโกะเป็นนักธุรกิจที่มีกิจการอยู่หลายอย่าง อาจจะไม่ถึงขั้นผิดกฎหมายแต่กิจการสีเทาๆมันก็มี

แล้วยังไงค่ะ เกี่ยวกับเรื่องที่ทำให้คุณแม่ต้องทิ้งหนูกับพ่อไปใช่มั้ย

ยูโกะมองด้วยแววตาเจ็บปวดอย่างสงสารแล้วค่อยๆพยักหน้าให้

อัตสึโกะไม่ได้อยากทำอย่างนั้นเลย ไม่อยากเลยแม้แต่นิดเดียว

แล้วเพราะอะไรคะ

ตอนนั้นแม่ของหนู กำลังท้องจูริคะ

หนูไม่เห็นเข้าใจเลยแค่ท้องน้องแล้วทำไมต้องมาขอหย่ากับพ่อ

ความจริงแล้วเรื่องจูริ อัตสึโกะจะเก็บไว้เซอร์ไพรส์หนูกับพ่อของหนูค่ะ ถ้าคุณตาของหนูไม่มารู้เรื่องเข้าเสียก่อน

หมายความว่าคุณตาทำอะไรบ้างอย่างกับคุณแม่หรือคะ

ใช่ค่ะ ตอนนั้นคุณตาหนูกำลังจะเริ่มธุรกิจใหม่จึงต้องจับมือกับคนมีอำนาจและแม่ของหนูก็เหมาะที่สุด…”

ในการต่อรองเหรอคะยูโกะพยักหน้า เด็กคนนี้ฉลาดเลือกจะรับฟังอย่างใจเย็นแล้ววิเคราะห์ตาม

ตอนนั้นน้าไม่ได้อยู่ที่ญี่ปุ่นถึงทำอะไรไม่ได้ จนมารู้จากอัตสึโกะทีหลัง

แล้วทำไมคุณแม่ถึงยอมง่ายๆคะ

เพราะตาแก่นั่น…” ยูโกะกัดฟันกรอดเธอเกลียดพ่อของอัตสึโกะที่กล้ายื่นข้อเสนอเลวๆให้ลูกสาวยอมทำตาม เธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอัตสึโกะถึงหนีออกมาจากที่นั่น

ให้อัตสึโกะเลือกระหว่างเด็กในท้องกับทาคาฮาชิ มินามิ

อะไรนะคะ!

หนูฟังไม่ผิดหรอกค่ะ ถ้าอัตสึโกะไม่ทำน้องหนูก็จะตายหรือไม่ก็คนที่รัก อัตสึโกะต้องทำเพื่อปกป้องทั้งสองสิ่งเอาไว้ อัตสึโกะไม่มีทางเลือก

เลยไปกับผู้ชายคนนั้น

ใช่ค่ะ ผู้ชายสารเลวคนนั้นมันหาทางทำทุกอย่างให้ได้ครอบครองอัตสึโกะหลังจากอัตสึโกะกลับไปอยู่บ้านพ่อ เกือบถูกมันขืนใจหลายครัั้ง โชคยังดีที่ลุงพ่อบ้านคนเก่าคนแก่ช่วยเอาไว้ พ่อของอัตสึโกะก็ไม่คิดจะช่วยอะไรด้วย ห่วงแต่ผลประโยชน์ทางธุรกิจ ชีวิตอัตสึโกะเหมือนตกนรกทั้งเป็นตั้งแต่ถูกจับใส่พานให้มัน

แล้วทำไมคุณแม่ถึงต้องทนมาถึงป่านนี้…” ยุยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เธอสะเทือนใจอยากจะโวยวายร้องไห้ อาละวาดเอาสิทธิ์ของเธอและพ่อคืนมา เป็นเพราะความเห็นแก่ตัวของคนไม่กี่คนแท้ๆ ที่ทำให้ครอบครัวของเธอต้องพัง

เพราะตาแก่นั่นใช้หนูจูริเป็นข้อต่อรอง หากอัตสึโกะไม่ยอมจูริจะเป็นอันตราย

คุณแม่…” ยุยครางอย่างเจ็บปวดความเกลียดชังทิ่มแทงลงในใจของเธอ คนที่กล้าทำอย่างนี้มันมีมนุษยธรรมอยู่ไหม

แต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว อัตสึโกะพาหนูจูริออกมาอยู่นี่ได้ น้าก็วางใจได้เปราะหนึ่ง ตอนนี้น้าให้คนจับตาดูบ้านทางนั้นกับหมอนั่นอยู่  หลักฐานที่กำลังถูกรวบรวมมาต้องช่วยให้อัตสึโกะหลุดออกมาจากหมอนั้นได้แน่

ยุยรู้สึกหมดแรงกับเรื่องที่ได้ยินทำไมมันเลวร้ายขนาดนี้ ทำไมแม่ของเธอต้องมาเจอเรื่องอย่างนี้ แล้วแม่ทนอยู่อย่างนี้ได้อย่างไร เป็นอีกครั้งที่ยุยปล่อยน้ำตา เธอเคยโกรธ ไม่เข้าใจ ต่อว่าแม่ต่างๆนาๆ ทั้งที่ความจริงมันต่างออกไป

ขอบคุณนะคะ ที่ยอมเล่าให้ฟังเธอเปล่งเสียงอันสั่นเครือขอบคุณพ่อของพารุ ใครจะรู้ว่าตอนนี้เธอเจ็บปวดแค่กับความจริงที่เพิ่งรู้หมาดๆ เรื่องนี้จะโทษพ่อหรือแม่ของเธอก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้มีใครที่ผิดเลย มันผิดตรงคนที่คิดลายความรักของทั้งสองคนต่างหาก

ตอนนี้ผู้ชายคนนั้นมันยังพยายามตามตัวอัตสึโกะอยู่ ทางบ้านใหญ่ของอัตสึโกะเองก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้วด้วย

หมายความว่ายังไงคะ

พวกมันกำลังหาตัวอัตสึโกะเพื่อเอากลับไปเป็นเครื่องมือเหมือนเดิม อล้วตอนนี้พวกมันรู้แล้วด้วยว่าน้าเป็นคนให้ความช่วยเหลืออัตสึโกะอยู่ ขึ้นอยู่กับเวลาว่ามันจะเจอตัวอัตสึโกะเมื่อไหร่ เพราะบริษัทของน้าเริ่มจะมีการเคลื่อนไหวของหุ้นแปลกๆ

หนอนบ่อนไส้เหรอคะ

จะเรียกอย่างนั้นก็ไม่ผิดหรอก ถ้าจะให้ถูกคงถูกซื้อตัวไปมากกว่า แต่เอาเถอะ คนในบริษัทน้าไว้ใจได้ ตาแก่นั่นทำอะไรไม่ได้ง่ายหรอก

แล้วคุณน้าจะไม่มีปัญหาหรอกคะ

อย่างเลวร้ายก็ถูกปิดกั้นช่องทางการจัดจำหน่าย เอาเถอะบริษัทล้มละลายไปสักที่คงไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอก

เดี๋ยว แน่ใจว่ายุยไม่ผิด

หนูรีบขึ้นไปเอาเสื้อผ้าเถอะ จะได้ไปอาบน้ำเตรียมเข้านอน

ขอบคุณนะคะ สำหรับทุกอย่าง แล้วก็ขอบคุณด้วยนะคะเรื่องของคุณแม่เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรนอกจากคำขอบตุณ ความรู้สึกขุ่นมัวขับข้องใจจะหายไปจนหลงเหลือเพียงความน้อยใจต่อผู้เป็นแม่เท่านั้น

จะดีกว่านะถ้าเปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นทำให้เขายอมฟังคำอธิบายยูโกะยิ้มให้ลูกสาวของเพื่อนสนิท เชื่อว่าเด็กคนนี้ฉลาดพอจะเข้าใจว่า เขาที่เธอพูดถึงคือใคร

 น้าไปแล้วนะ

ยุยถอนหายใจ ไม่ใช่ว่าไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น เธอเองก็อยากทำอยากให้พ่อรู้ความจริง ตั้งแต่ที่แม่บอกว่ายังรักอยู่ รักมาตลอด

แต่เธอจะทำได้อย่างไร เมื่ออยู่ว่าเรื่องของแม่ที่จะเอ่ยออกไป เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับ ทาคาฮาชิ มินามิ  แล้วเธอควรทำอย่างไรดีล่ะ พ่อถึงจะยอมรับฟังเธอ

 

               

                    ไม่รู้ว่าเธอนั่งถอนหายใจอยู่นานเท่าไหร่กว่าจะเดินขึ้นมาบนชั้นสองของตัวบ้าน เธอมีความรู้สึกประหม่าหลังจากนั่งกลุ้มเรื่องพ่อแม่อยู่นาน  ยอมรับว่าไม่ชอบใจที่แม่เลือกจะทำอะไรอย่างนี้โดยไม่บอกพ่อ เธอเชื่อถ้าตอนนั้นแม่บอกพ่อ พ่อจะต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เรื่องเป็นอย่างนี้ และพ่อคงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้  คิดแล้วปวดหัวตุบๆ อยากจะนอนเป็นคนป่วยขึ้นมา

เธอสะบัดหัวแรงๆเพื่อตั้งสติก่อนลงมือเคาะประตูตรงหน้า ไม่นานมันก็ถูกเปิดหากไม่ใช่เจ้าของห้องเสียทีเดียวที่เปิดประตูให้เธอ

พี่สาว

เรียกพี่ยุยสิค่ะ แล้วพารุล่ะคงเพราะความจริงจากปากคุณน้ายูโกะทำให้เธอไม่ได้อคติอะไรกับเด็กคนนี้อีก มีเพียงความสงสารที่เจอปนอยู่ในแววตา เธออยากพาเด็กคนนี้ไปเจอกับพ่อ ถ้าพ่อรู้ความจริงว่าเป็นลูกอีกคนจะดีใจขนาดไหนนะ แต่กว่าจะถึงเวลานั้นเธออาจจะเป็นโรคเครียดไปก่อนก็ได้

พี่พารุอาบน้ำอยู่ค่ะ

หม่ามี๊ล่ะคะ พี่ยุยเสียงใสซื่อยังถามเธอเจือแจ๋วจนเธออดไม่ได้จะย่อเข่าลงเอามือลูบเบาๆบนศีรษะของน้องสาว

ก่อนหน้านี้พี่ขอโทษนะคะ ที่พูดไม่ดีใส่ คุณแม่นอนแล้วค่ะเด็กสาวส่ายหน้าหยุกหยิกดูน่ารักน่าฟัดให้คนโตกว่าแอบอมยิ้ม

พี่พารุบอกว่าไม่ให้จูริโกรธพี่ยุย ที่พี่ยุยทำไปเพราะเข้าใจจูริกับหม่ามี้ผิดยุยเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ คนชอบกวนประสาทอย่างนั้นน่ะหรือ จะสอนน้องเธอไว้ดีขนาดนี้ เชื่อไม่ลงเลยแหะ

 ขอบคุณนะคะ ตัวเล็กที่ไม่โกรธพี่ แล้วเสื้อผ้าที่จะให้พี่ใส่อยู่ไหนคะ พี่จะได้ไปอาบน้ำแล้วจะไปเฝ้าคุณแม่ต่อ

พี่พารุพับไว้ตรงนั้นค่ะยุยเคลื่อนส่ายตามองตามที่น้องสาวชี้ใหดูแล้วแทบอยากจะตะโกนเอ็ดตะโรให้ลั่นบ้าน ยัยจอมกวนประสาท!!คิดหรือว่าเธอจะยอมใส่อะไรอย่างนี้ ก็ดูตรงนั้นสิ ชุดนอนกระโปรงสีชมพูหวานแหววลายคิตตี้ ไม่ได้เข้ากับลุกของเจ้าของห้องเลยด้วยซ้ำ ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีชุดอย่างนี้อยู่

แน่ใจนะคะ

ค่ะ พี่พารุบอกว่าจะให้พี่ยุยยืมตัวนี้เธออยากจะจับแม่คนกวนประสาทมาบีบคอนัก ช่วยหาชุดที่มันดีกว่านี้ให้ไม่ได้รึไง

 ไม่ทันไรคนที่เธอด่ากราดในใจก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาในชุดนอนเรียบร้อยสีครีมซึ่งเป็นกางเกงขายาวกับเสื้อแขนสั้นธรรมดา แล้วทำไมไม่หาเสื้ออย่างนี้ให้เธอใส่!!

อ้าว ยุย

เธอไม่มีชุดนอนที่ไม่ดีกว่านี้แล้วรึไงยุยชี้ใส่ชุดนอนที่ถูกเตรียมไว้อย่างพอใจ เธอไม่ได้เป็นคนเรื่องมากแต่ยัยนี้จงใจแกล้งเธอชัดๆ จะให้เธอใส่ชุดนอนน่าอายอย่างนี้นินะ ฝันไปเถอะ!

มีอะไรก็ใส่ๆไปเถอะคุณ มาค้างบ้านคนอื่นเขาแท้ๆ

บ้านแม่ฉันยุยสวนอย่างหงุดหงิด

ยอมรับหน้าตายเลยนะ ใส่ๆไปเถอะน่าคุณ

เธอจะกวนฉันใช่มั้ย

ไม่เรียกพารุแล้วเหรอคะ

นี่ เธอ!!

อย่านะคะ ยุยจัง เห็นมั้ยคะว่าน้องอยู่ด้วยพารุยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะอีกครั้ง การได้เห็นสีหน้าไม่พอใจของอีกฝ่ายนับว่าเป็นความบันเทิงอย่างหนึ่งของเธอ คนอะไรขี้โมโหชะมัด แกล้งนิดแกล้งน้อยก็แหกปากโวยวาย

ฉันกลับไปหาเสื้อที่บ้านแม่ฉันก็ได้ ถ้าจะยืมเธอยากขนาดนี้

ใจร้อนน่าคุณแกล้งนิดแกล้งหน่อยเอง เข้ามาสิพารุเชิญคนที่เธอปล่อยให้ยืนเถียงหน้าประตูอยู่นานสองนานเข้ามาในห้องส่วนตัว ซึ่งปกติเธอจะหวง ไม่ยอมให้คนอื่นเข้ามาง่ายๆ

น่า แมวน้ำถือเป็นลูกของคุณน้าอัตสึโกะ แล้วก็ยังเป็นพี่สาวของจูริ จึงยอมยกให้เป็นกรณีพิเศษ

ตรงนั้นน่ะ เธอเลือกเอาเลย อ๋อ เสร็จแล้วก็อาบน้ำอยู่นี้ล่ะ จะได้ไม่ต้องถือเสื้อไปๆกลับๆ ฉันจะซักให้ เห็นแก่ว่าเธอมาอยู่ดูคุณน้า

เธอจะซักนินะ

ทำไม

หรือเธอไม่เชื่อรึไงว่าฉันทำเป็น

แน่สิ ยัยนี้ลูกคุณหนูจะตายใครจะเชื่อว่าทำเป็น

หน้าอย่างนั้นไม่เชื่อใช่มั้ย

ฉันยังไม่ได้พูด

แต่หน้าเธอมันฟ้อง

พี่พารุ พี่ยุย หนูนอนก่อนนะคะคนกำลังจะอ้าปากเถียงหุบลงแทบไม่ทันหันไปบอกราตรีสวัสดิ์น้องแล้วผ่อนลมหายใจออกมาอย่างหัวเสีย ส่วนคนถูกเบรกก็ได้แต่สะบัดหน้าไปอีกทางแล้วค่อยๆพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

ฉันอยู่เมืองนอกพ่อแม่ฉันให้ทำเองหมด คนใช้อยู่นั้นไม่มีหรอก

เธอนิก็มีเรื่องให้ประหลาดใจกับเขาเหมือนกันนะยุยเคลื่อนสายตาสำรวจอีกฝ่ายพูดออกมาตามที่คิด ใครจะกล้าบอกว่าลึกๆเธอกำลังชื่นชมคนที่กอดอกอยู่ต่างหาก

ทำไม

ก็เธอดูเอาแต่ใจตัวเอง ชอบกวนประสาทเปล่า เธอไม่ได้มีเจตนาจะว่ายัยลูกคุณหนูนี้แต่อย่างได้ แต่ภาพลักษณ์มันให้ แล้วสิ่งที่ชอบทำกับเธอสิ่งที่เธอพูด มันผิดกันเมื่อไหร่

ใครกันแน่!

น้องจะนอนยุยส่งเสียงดุให้เบาที่สุดชี้ให้ดูเด็กบนเตียงที่มีท่าทางงัวเงียมีหวังเธอเถียงกับยัยลูกคุณหนูต่อคืนนี้น้องคงไม่ได้หลับไม่ได้นอนพอดี

เห็นแก่จูริหรอกนะ

พารุกระแทกลมหายใจ หงุดหงิดที่ต้องยอมถอยให้ เดินกระแทกเท้าไปกดน้ำหนักลงบนเก้าอี้นวมในห้องนอนปล่อยให้คนที่ทำเธอไม่สบอารมณ์หายเข้าไปในห้องน้ำ เธอไม่ลืมจะช้อนสายตามองตามก่อนยกยิ้มที่มุมปาก

เธอไม่ยอมแพ้ง่ายๆหรอกนะ คอยดู

เธอยิ่งเกลียดความพ่ายแพ้อยู่

 

 แล้วคนที่บอกไม่ยอมแพ้ง่ายๆก็เล่นเอายุยปวดหัวหลังอาบน้ำเสร็จ มันจะอะไรยัยเสียอีกล่ะ เมื่อโอชิมะ ฮารุกะดันเธอกลับเข้ามาในห้องน้ำแถมยังล็อกประตูอีกต่างหาก

อะไรของเธอห๊ะ จะทำอะไร!!

จะโวยวายทำไมคะ เดี๋ยวน้องก็ตื่น

จะไม่ให้โวยวายได้ไง เธอจะทำอะไรของเธอ

แหม เธออยู่ได้ บอกแล้วไงค่ะว่า พารุ ไงคะ

เธอ!

ชู่ๆ เบาๆสิคะ หรือจะต้องให้ปิดปากด้วยปาก

ยัย…” มันไม่ใช่คำเตือนอย่างที่ยุยคิดเพราะริมฝีปากเธอกำลังถูกปิดสนิทด้วยริมฝีปากนุ่มนิ่มของคนที่จงใจยื่นมาปิด เล่นเอาเธอหน้าแดงก่ำยกมือผลักคนที่เล่นอะไรบ้าๆออก ก่อนถอยหลังจนชนกับผนังห้องน้ำ มันอะไรกันเนี่ย!! ยัยบ้านี้ไปกินอะไรผิดสำแดงมา!!

เล่นอะไรของเธอห๊ะ!!

ฮ่าๆๆ อะไรเนี่ย เขินด้วยเหรอ ไม่เคยรึไงคะ จูบทักทายแบบตะวันตก

ทักทายบ้าบออะไรตอนใกล้เที่ยงคืน!เธอไม่รู้ว่าควรจะโกรธควรจะเขินกันแน่ ที่รู้ๆเธอทำอะไรไม่ถูก ราวกับถูกสูบแรงไปหมดเพราะจูบเมื่อครู่

ก็เตือนแล้ว ยุยเสียงดังเองทำไม

ใครเสียงดังมิทราบ

หรือต้องให้ทำอีกครั้งเหรอคะ ถึงจะรู้

พะ พอ ยัยลูกคุณหนู เธอต้องการอะไรยุยรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหยียดไปสุดแขนห้ามไม่ให้ยัยนักเรียนใหม่เข้ามาใกล้แค่นี้หัวใจจะวายตายอยู่แล้ว

โอ๊ยย แล้วทำไม่เธอถึงยอมง่ายๆอย่างนี้ เธอเรียนศิลปะป้องกันตัวมานะ

จะมากลัวอะไรกับยัยนี้!

ขอโทษฉันก่อนที่เธอว่าฉันว่าเอาแต่ใจ กวนประสาท

แค่นี้นินะ!!! ยุยแทบจะกระโจนเข้าไปบีบคอีกฝ่าย  เพราะเรื่องแค่นี้ถึงต้องมาแกล้งเธอ

เธอจะไม่โวยวายหรอกถ้ามันเป็นการแกล้งธรรมดาๆ นี่ มันจูบนะ จูบ!!

ยัย..!! เธอไม่รู้จะสรรหาคำใดมาด่ายัยนี้ดี

ไม่เรื่องอะไรเธอจะยอมง่ายๆ ไม่ใช่ความผิดเธอเสียหน่อยจะให้มาขอโทษ ฝันไปเถอะ ยัยลูกคุณหนู

ก็ดีพารุเดินเข้ามาใกล้อย่างกลั่นแกล้ง ยิ่งเห็นใบหน้าแดงก่ำของคนหลังชนฝายิ่งสนุก เสียดาย น่าจะติดกล้องเข้ามา เธอจะได้ถ่ายรูปของรองประธานนักเรียนที่หมดสภาพไปประจานให้เขารู้กันทั่วโรงเรียน ว่าคนขี้เก๊กที่แท้ก็ไก่อ่อน ขนาดจูบยังทำไม่เป็นเลย

พะ..พอ ไม่ต้องเข้ามา ฉันขอโทษที่ว่าเธอ ปล่อยฉันไปได้แล้ว ฉันจะรีบไปดูแม่

ก็แค่นี้พารุหยักไหล่ยอมเปิดทางให้ยุยเดินออกไป เล่นเอาคนถูกปล่อยตัวเหล่มองอย่างระแวง และไม่ค่อยจะผิดคาดเมื่อเธอกำลังจะออกพ้นประตูห้องน้ำ กลับถูกคว้าแขนเสื้อจนเกือบเซล้มลงไปชนหน้าอกอีกฝ่าย แล้วต้องหัวใจกระตุกวาบเพราะริมฝีปากที่ทาบลงมาบนแก้ม

ฝันดีนะคะ ยุยจัง

นี่ แหละ ตาย!! ยัยนักเรียกใหม่กระชากวิญญาณเธอไปไหนแล้ว!!

โอชิมะ ฮารุกะ!! เจอกันที่โรงเรียนฉันจับเธอยัดใส่แบล็กลิสแน่!

 

ใครจะรู้คนชอบแกล้งอย่างพารุต้องมายืนจับหัวใจที่กำลังเต้นอย่างวูบไหว  ลมหายใจมันเริ่มติดขัดตั้งแต่พาตัวเองเข้าไปชิดใกล้กับเขา ไม่ใช่เธอจะไม่รู้ตัว ตั้งแต่เจอไอ้แมวน้ำที่ห้องสภา มันก็มีความรู้สึกว่าอยากพาตัวเองไปอยู่ใกล้ๆ แม้แมวน้ำจะชอบทำให้เธอหมั่นไส้อยู่บ่อยๆก็ตาม

ยิ่งอุบัติเหตุการณ์ต้องต้องเมาท์ทูเมาท์กันวันนั้น

เธอไม่อยากยอมรับ

ว่าเธอรู้สึกดีมาก

ไม่งั้นคงไม่ยื่นข้อเสนออะไรก็ตาม ที่ยอมให้แมวน้ำเข้ามาวนเวียนอยู่ใกล้ๆเธอ

.....................................................................................................................................................................................................................

Share this post


Link to post
Share on other sites

Ch.9 เธอและฉัน ฉันและเธอ

    มินามินอนลืมตาอยู่บนเตียงด้วยอาการมึนงง เธอเกลียดสภาพของตัวเองที่สุด จำไม่ได้เลยว่าเมื่อคืนตัวเองทำอะไรลงไปบ้างห้องถึงได้เลอะเทอะกระจัดกระจายอยู่อย่างนี้  น้ำเมากลายเป็นเพื่อนของเธอหลังจากคุยโทรศัพท์กับลูกสาวเสร็จ คงเป็นโชคดีเล็กๆเพราะไม่รู้ว่าถ้าลูกอยู่เธอจะทำตัวยังไง  เธอเอาแต่ร้องไห้ ทำตัวบ้าบอตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน

 มันเจ็บ กี่ครั้งมันก็เจ็บ เธอรู้สึกหน่วงในหัวใจเมื่อได้เห็นใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง

เธอเกลียดผู้หญิงคนนั้นเพราะเธอคิดถึงเขาตลอดเวลา

เธอทำใจกับมันไม่ได้

เธอคิดผิดใช่รึเปล่าที่ไปบ้านของฮารุนะเมื่อวาน

ใครจะคาดคิดว่าผู้หญิงคนนั้นจะอยู่ด้วย

“Rrrr”  เสียงโทรศัพท์ข้างหัวเตียงทำให้เธอต้องพลิกร่างกายที่รู้สึกหนักอึ้งจนไม่อยากขยับหยิบมารับสาย

 เธอไม่น่าดื่มอะไรไปมากมายอย่างนี้เลย บ้าชะมัด

คุณพ่อ ตื่นรึยังคะเสียงที่ผ่านมาตามยสายทำให้เธอต้องตอบอ้อแอ้กลับไป ลำคอเธอแห้งผาด รู้สึกไม่อยากจะพูดอะไรไหนจะหัวที่ปวดหนึบ เต้นตึบๆเป็นจังหวะ

แย่ที่สุด มันแย่ที่สุด

ค่ะ

หนูจะให้พ่อไปรับรึเปล่าคะ  มันเป็นอีกบทบาทหนึ่งในตัว ทาคาฮาชิ มินามิ ที่ต่อให้มีสภาพอย่างไร แต่ถ้าเป็นเรื่องของคนครอบครัว ก็จะไม่มีทางปล่อยปะละเลยเด็ดขาด

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ หนูโทรหาคุณพ่อเฉยๆ เดี๋ยวหนูนั่งรถจากที่นี่ไปเอง ไว้เจอกันตอนเย็นนะคะ แล้วคุณพ่อไม่สบายรึเปล่า น้ำเสียงฟังดูไม่ดีเลยเธออยากหัวเราะใส่โทรศัพท์กับคำถามยาวเป็นชุดของลูกสาวที่แฝงไปด้วยห่วงใย

 พ่อสบายดีค่ะ พึ่งตื่นเลยยังเบลอๆ กำลังจะลุกไปอาบน้ำแล้วค่ะเธอไม่ได้โกหก เธอแค่พูดความจริงไม่หมดเท่านั้น อย่างไรเสียวันนี้ก่อนออกไปทำงานเธอก็ต้องจัดการกับสภาพตัวเองและสภาพห้องนอนเสียก่อน

ดูไม่ได้เลย เละเหมือนมีคนตีกันแหนะ

หนูเป็นห่วงนะคะ ถ้าคุณพ่อไม่สบายอีกค.. ขึ้นมาจะแย่เอานะคะเหมือนลูกสาวเธอจะพูดอะไรบ้างอย่างก่อนจะเปลี่ยนให้มันไปเป็นคำอื่นอย่างรวดเร็วเล่นเอาหัวคิ้วเธอเลิกขึ้นสู่หน้าผากก่อนมันจะกลับมาขมวดเป็นปมเพราะรู้สึกว่าเส้นสมองยังคงเต้นตุบตับๆ

เธอยกมือข้างหนึ่งกดนวดขมับ

ไม่น่าดื่มเลยจริงๆ

พ่อรู้แล้วค่ะ เมื่อคืนหนูรีบวาง พ่อเลยไม่ได้ถาม ไปค้างที่ไหนเหรอคะ  เธอได้ยินเสียงอึกอักมาจากปลายสาย เหมือนพวกจำเลยที่ไม่อยากตอบทำถาม ยิ่งทำให้เธอสงสัย

บ้านของคาวาเอ้ค่ะพ่อ  ต่างฝ่ายต่างโกหกกันและกัน เพราะไม่อยากให้ความจริงเข้ามาทำลายความรู้สึกของกันและกันในตอนนี้ โดยเฉพาะทางฝั่งของยุยซึ่งกำลังกลายเป็นคนกลางที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก

 พอถูกบอกอย่างนี้คนที่แฮงค์ค้างก็ไม่อยากซักแม้จะตะขิดตะขวงใจอยู่มากก็ตาม

งั้นเหรอค่ะ หนูจะเดินทางไปโรงเรียนก็ระวังด้วยนะคะ

ค่ะ คุณพ่อ ไม่ต้องห่วงทางนี้นะคะ

โทรศัพท์ถูกว่างไปแล้วหากเธอยังมองจอสีดำของเครื่องมือสื่อสารอยู่อย่างนั้น ไม่เข้าใจประโยคที่ลูกสาวบอกเมิ่อสักครู่

ทำไมยุยถึงบอกว่า ไม่ต้องห่วงทางนี้

เธอรู้มันไม่ใช่ประโยคปกติที่ลูกจะพูด

เธอเผลอกัดริมฝีปากขบกรามแน่นขนัดเมื่อดันคิดนึกผู้หญิงคนนั้น

ใครบอกน้ำเมาสามารถลบความทรงจำได้ มันแค่เรื่องไร้สาระ เป็นแค่เรื่องที่เกิดครึ่งเพียงเสี้ยวนาที

แค่เมาก็ลืมได้เหรอ เปล่าเลย มันยังอยู่ และมันยิ่งเจ็บ มันยิ่งเอาแต่เพ้อหาผู้หญิงคนนั้นมากเป็นเท่าตัว

 อะไรทำให้เธอมาอยู่ในสภาพนี้

 ตอนที่พบกัน ต้องเป็นเธอรึเปล่าที่ควรจะร้องไห้แล้ววิ่งหนี

แล้วทำไม

ทำไมถึงได้กล้าร้องไห้ต่อหน้าเธอ

กล้าวิ่งหนีเธอ หรือจะพึ่งมามีสำนึกกับสิ่งที่ตัวเองเคยทำไว้ ถึงไม่กล้าสู้หน้าเธอ

เธอสับสนเหลือเกินเพราะน้ำตาเมื่อวาน มันทะลุทะลวงกำแพงเปราะบางที่เธอสร้าง หากเป็นเมื่อก่อนคงก้าวเท้าเข้าไปจับคว้านำร่างนั้นมาเข้าสู่อ้อมกอด

เกลียดตัวเอง เกลียดหัวใจที่ไม่เคยรู้จักเข็ดหลาบ ไม่ยอมจำสักทีว่าผู้หญิงคนนั้นทำอะไรไว้บ้าง คำว่า แม่มดหรือผู้หญิงแพศยาที่เธอด่ามันยังน้อยไป เป็นผู้หญิงที่ร้ายและสารเลวสิ้นดี

 

 

 

เขาเหรอคะยุยหันมองคนที่ลุกขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงหลังจากที่เธอพึ่งป้อนข้าวป้อนยาให้ อาการของแม่ดีขึ้นจนเธอโล่งใจ คิดว่าต้องได้พาไปโรงพยาบาลจริงๆแล้วเสียอีกถ้าแม่ยังปวดหัวไม่เลิก

ค่ะยุยไม่ค่อยอยากตอบคำถามสักเท่าไหร่ ในเมื่อเธอบอกไปก็เห็นเพียงดวงตาสั่นระริกคู่สวย

อย่างที่เขาบอกว่าความคิดถึงไม่เคยเข้าใครออกใคร

 ขอโทษนะคะแม่ของเธอพูดคำนี้เป็นรอบที่ล้าน แม้ตอนที่หลับเพราะฤทธิ์ยาก็ยังเพ้อออกมาอยู่ร่ำๆ ไม่ต้องให้เธอถามหรอกว่า ขอโทษใคร ก็เล่นแสดงชัดเจนขนาดนั้น คงอยากจะพูดต่อหน้าพ่อเป็นล้านๆครั้ง ว่าตัวเองรู้สึกผิดอย่างไร

เมื่อวานคุณน้ายูโกะเล่าให้หนูฟังแล้วนะคะ  ราวกับคนฟังถูกทิ่มแทงด้วยคำพูด หยาดน้ำตาที่เคยเหือดแห้งจึงถูกกลั่นออกมาทีละนิดทีละนิด

 คุณแม่ร้องทำไมคะ  ยุยดันตัวเองขึ้นนั่งบนขอบเตียงแววตาประกายความสงสัยว่าเธอพูดสิ่งใดผิดไปถึงได้เข้าไปสะกิดแผลใจของผู้ให้กำเนิด

แม่ขอโทษนะคะ ขอโทษที่ทำอย่างนั้น

หนูไม่ได้โกรธนะคะ หนูแค่เสียใจ ทำไมคุณแม่ไม่ยอมบอก คุณแม่คิดจะแก้ปัญหาเองทุกอย่าง ทำให้ตัวเองแล้วก็คุณพ่อทรมานยุยขยับตัวกอดมารดาที่ซบหน้าลงมาร้องไห้บนบ่าของเธอ ในใจเธอมันดิ้นพล่านอยากจะพาคนที่ร้องไห้อยู่กับบ่าไปพบพ่อของเธอเหลือเกิน ไปเล่าความจริงให้พ่อของเธอฟัง

แม่เลือกไม่ได้ แม่ไม่มีทาง..ฮึก..ไม่มีทางเลือก คุณตาจับตาดูแม่ตลอด แม่ไม่น่า..ฮึก กลับไปบ้านตอนนั้นเลย ถ้าแม่ไม่กลับ..ฮึก..คงไม่เกิดเรื่องอย่างนี้

เกิดอะไรกันคะยุยเคลื่อนมือข้างหนึ่งบีบมือของผู้ให้กำเนิดอย่างให้กำลังใจแม้เสียงพูดปนคำสะอื้นจะฟังออกยากมากขนาดไหนเธอก็ฟังมันได้ใจความ

วันนั้นฮึก..เป็นวันครบรอบวันวันตายของคุณยายหนู..ฮึก. แม่เลยจำเป็นต้องกลับไปที่บ้านแม่กำลังท้องน้องของหนูได้ประมาณสองเดือน  อัตสึโกะสูดลมหายใจเข้าลึกขณะที่ซบหน้านิ่งอยู่บนบ่าของลูกสาว บังคับให้ตัวเองหยุดทำตัวเป็นคนอ่อนแอ

ตาของหนูรู้เรื่องนี้เพราะแม่..ฮึก..กำลังแพ้ท้อง แม่กะจะบอกให้มินามิรู้หลังจากนั้น แต่…”  ยุยสะอึกเธอยังจำเหตุการณ์ตอนนั้นได้ดีที่แม่พาผู้ชายแปลกหน้าเข้าไปที่บ้านแล้วประกาศหย่ากับพ่อของเธอด้วยท่าทางเย็นชา ถ้าเธอไม่ลืมกล่องดินสอไว้ที่ชั้นล่าง เธอไม่มีทางผ่านลงมาเจอเหตุการณ์ที่สะเทือนอกเทือนใจอยู่ในความทรงจำอย่างตอนนี้แน่

 แล้วมันเกิดอะไรขึ้นคะ

คุณตาใช้แม่เป็นเครื่องต่อรองทางธุรกิจกับผู้ชายคนนั้น ขู่บังคับให้แม่หย่ากับพ่อของหนู ถ้าไม่ทำคุณตาจะฆ่าเด็กในท้องฮึก แม่รู้ว่าคุณตาไม่ใช่แค่ขู่ คุณตาคิดจะทำจริงๆ แม่ปล่อยให้ลูกของมินามิตายไม่ได้.. ฮื่อๆ

คุณแม่…” ยุยกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส เธอเกลียดคนในบ้านตระกูลมาเอดะ เธอไม่มีวันยอมรับว่าคนอย่างนั้นเป็นตาของเธอ ก็แค่ผู้ชายสารเลวคนหนึ่ง 

คุณแม่ไม่ร้องนะคะ

ผะ..ผู้ชายคนนั้นต้องการตัวแม่..ฮึกแม่ไม่เคยยอม ไม่เคย…” อัตสึโกะไม่อยากจะพูดถึงผู้ชายน่ารังเกียจที่เห็นผู้หญิงเป็นเพียงของเล่น ต้องการเพียงแค่เอาชนะเธอ

 แม่รักมินามิ รักมากจนยอมให้ผู้ชายคนนั้นไม่ได้ แม่ยอมถูกมินามิเกลียดดีกว่าต้องให้เข้ามาเดือดร้อนเพราะแม่ยุยชาราบกับประโยคสดๆร้อนๆของผู้ให้กำเนิดจนต้องค่อยๆดันตัวออกมาเพื่อจ้องมองดวงตาที่กำลังมีริ้วรอยบาดแผลแห่งความเจ็บปวดฉายชัด

ทำไมถึงต้องทำอย่างนี้ ทำไมถึงต้องทำร้ายตัวเองอย่างนี้

คุณตาพยายามบังคับให้แม่แต่งงานใหม่หลังจากที่เซ็นใบหย่ากับมินามิ  แต่แม่ไม่ทำตาม ชีวิตของแม่เหมือนอยู่ในกรงขังที่ไม่มีทางออก เอาแต่หนีผู้ชายคนนั้น  แม่ทำอะไรไม่ได้เพราะจูริ ถ้าแม่คิดจะหนี น้องจะอยู่ในอันตรายอัตสึโกะหัวเราะหึในลำคอด้วยความสมเพชตัวเอง ชีวิตของเธอมันแย่ เลวร้าย เธอเกลียดตัวเองที่ต้องทำร้ายคนที่ตัวเองบอกว่ารัก ต้องทำให้เขาเกลียดจนไม่อยากมองหน้า ต้องโกหกสารพัด แม้ครั้งสุดท้ายที่จะจากกันยังมอบให้เพียงความเย็นชา ทั้งที่หัวใจมันขาดเป็นริ้วๆ สายตาเว้าวอนของมินามิทำให้เธออยากลงไปดิ้นพล่านดึงรั้งเขาเข้ามาบอกความจริงทุกสิ่งทุกอย่าง  ขนาดตอบคำถามง่ายๆว่าทำไม เธอยังตอบไม่ได้ แค่เห็นว่าเขาต้องเจ็บมากเธอก็ไม่อยากจะมีลมหายใจอยู่  หากเธอก็ต้องทำ ทำให้เขาเจ็บ ทำโดยเลี่ยงไม่ได้ ไม่คิดด้วยซ้ำว่าวันนั้นยุยจะเป็นอีกคนที่เข้ามาเห็นเหตุการณ์ เล่นเอาตัวเธอชาวาบอย่างคาดไม่ถึง เกือบทรุดลงหมดแรงแค่เขาไม่พอแต่เธอยังทำร้ายลูกของเขา ลูกของเธอ

เธอมันเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง เป็นผู้หญิงที่เลวที่สุด

คุณพ่อรักคุณแม่นะคะคราวนี้เธอถึงกับปล่อยโฮ่ออกมา เพียงแค่คำพูดไม่กี่คำของลูกสาว เธอปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอ้อมกอดของลูกหรือความอ่อนโยนทำให้เธอคิดถึงเขามากกว่าทุกครั้งที่เคยนึก ทั้งที่พยายามจะสะกดมันไม่ให้โหยหาสัมผัสจากเขาอีก แต่มันก็ทำไม่ได้

ยุยลูก…”

ไปหาคุณพ่อได้มั้ยคะเธอรู้ว่าตัวเองขอมากเกินไปไหนจะหยาดน้ำตาที่ไหลพรั่งพรูเอาความเสียใจออกมา แต่ถ้าไม่ทำวิธีนี้มันจะไม่มีอะไรดีขึ้น

ยุย

คุณพ่อเขาอยากเจอคุณแม่อยู่ตลอดเลยนะคะเวลานี้อัตสึโกะไม่รู้ว่าควรจัดการความรู้สึกที่บีบบังคับหัวใจอยู่อย่างไร จะเผชิญหน้ากับเขาได้อย่างไร ก็รู้ดีว่าเจอกันทีไร เขาก็มอบให้เพียงแต่ความเจ็บช้ำ แววตาที่เธอคิดถึงมันเปลี่ยนเป็นคมมีดทุกครั้งที่สบตา

ไปเถอะนะคะยุยรู้ว่าเธอกำลังยื่นดาบสองคมให้กับแม่และพ่อของตัวเอง หากไร้ทางเลือก ไม่เช่นนั้นทั้งสองคนคงไม่มีวันเข้าใจกันเสียที เธออยู่กับพ่อมานานจนจักรู้นิสัยใจคอ ต่อให้โกรธกว่านี้ก็เป็นร้อยเท่า ก็ไม่มีทางที่จะตัดขาดจากแม่ได้อย่างจริงๆจังๆ

ไปเจอคุณพ่อเหมือนวันแรกที่เจอกันได้รึเปล่าคะ หนูจะไม่บอกให้แม่ลืมเรื่องที่ผ่านมา เพราะคือความทรงจำ มันคือความผิดพลาด มันคือสิ่งที่ต้องเรียนรู้ หนูแค่อยากให้แม่เริ่มใหม่นะคะ

ยุย…” เธอควรจะทำตามที่ลูกบอกใช่มั้ย  เธอควรจะไปหาเขา เธอควรจะเผชิญหน้ากลับเขาแล้วเล่าสิ่งที่เธอทำมาทั้งหมด

แม่กลัวเขาจะเป็นอันตราย

เชื่อคุณพ่อสิคะ คุณพ่อจัดการกับคนของคุณตาได้ คุณพ่อไม่ยอมให้ครอบครัวของตัวเองเป็นอะไรหรอกค่ะ   ยุยเห็นความไม่มั่นใจที่ประกายออกมา

เชื่อใจคุณพ่อนะคะ ตอนนี้กับตอนนั้น มันไม่เหมือนกันอีกแล้ว แม่ควรเริ่มใหม่ได้แล้วนะคะ

ยุย

สัญญากับหนูมาสิคะคุณแม่

เธอควรต้องทำอย่างนี้หรือ ควรทำมันจริงๆใช่มั้ย หากต้องเจอกับอะไร เธอพร้อมจะเผชิญหน้ากับมันอย่างนั้นหรือ

แม่สัญญาค่ะ

ขอแค่ได้พบอีกครั้ง แค่เท่านี้จริงๆ

 

   ดูเหมือนจะเรียบร้อยดีสินะยูโกะยืนยิ้มอยู่หลังประตูที่แอบแง้มเข้าไปดูความเรียบร้อย อย่างน้อยเธอก็เบาใจเรื่องของอัตสึโกะไปได้อีกเปราะ แม้จะไม่ได้ยินเรื่องที่คนข้างในเขาคุยกันทั้งหมดแต่พอเห็นอัตสึโกะมีท่าทางยิ้มแย้มขึ้นมาก็เบาใจ ต้องยกความดีความชอบให้ยุยจริงๆ

แบบนี้จะดีเหรอคะฮารุนะกระซิบเสียงเบาให้ยูโกะมองอย่างอ่อนใจ เธอรู้ว่าฮารุนะไม่ชอบใจนักที่เธอต้องใกล้ชิดกับอัตสึโกะ ไม่งั้นคงไม่ตึงๆใส่เธอ

ทำไมล่ะคะ

ก็ถ้าให้ไปหามินามิ…” เธอดึงเอาร่างเพียวสูงกว่าเข้ามาสู่ออมกอดก่อนจะก้มลงปลายกดจมูกลงบนหลังมือของคนรัก

ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ อัตสึโกะตัดสินใจจะทำอย่างนั้นแล้ว ฉันจะให้คนตามดูอยู่ห่างๆ

ฮารุนะ เรื่องอัตสึโกะน่ะ  เธอเห็นคนรักเคลื่อนสายตาหลบเป็นการบอกชัดว่าไม่ต้องการจะให้เธอพูดถึงแต่เธอก็ปล่อยผ่านไม่ได้ เธอไม่ชอบช่องว่างที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับคนรัก

มันไม่มีอะไรจริงๆนะคะ เชื่อใจกันได้รึเปล่าคะ

ฉัน.. ยูจังฉันเธอเห็นดวงตาแดงก่ำของคนรักที่พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ มันเล่นงานหัวใจของเธอให้รู้สึกชาวาบ เธอไม่อยากเห็นสภาพของคนรักเป็นอย่างนี้ เธอรู้ว่าความไว้ใจที่ฮารุนะมอบให้มันสั่นคลอนหายไปทีละนิดเป็นเหมือนยาพิษที่แทรกซึมในกระแสเลือดช้าๆและดูเหมือนว่ามันเริ่มจะออกฤทธิ์ ซึ่งมีพลังทำลายมหาศาล

ไม่ต้องพูดแล้วนะคะเธอเอื้อมมือเช็ดน้ำตาให้คนรักอย่างอ่อนโยน

ฉันเข้าใจดีทุกอย่าง ได้โปรดอย่าทำตัวเหินห่างกันเลยนะคะ ฉันรู้ว่าความรู้สึกมันห้ามไม่ได้ ฉันขอแค่ตอนนี้ที่จะช่วยอัตสึโกะให้เต็มที

ฉัน..ฮึก..แย่มากเลยใช่มั้ยคะยูจังฮารุนะก้มหน้าซบบนบ่าของเจ้าของอ้อมกอด แค่ความเชื่อใจทำไมเธอถึงให้กับยูโกะไม่ได้ ทำไมมันต้องเจ็บที่รู้ว่ายูโกะต้องมาดูแลอัตสึโกะ ขนาดมันหลุดออกมาจากปากคนรักของเธอเองว่าเขาไม่ได้คิดอะไร แต่เธอยังเจ็บได้มากขนาดนี้

ไม่ค่ะไม่เลย ไม่ร้องแล้วนะคะ มันไม่มีอะไรจริงๆ ฉันรักเธอ ฉันรักเธอแค่คนเดียว กับอัตสึโกะ มันแค่เป็นความผูกพันที่มีให้กันมาตั้งแต่เด็ก ไม่ได้มีอะไรมากกว่านี้เลย ยูโกะเคลื่อนมือที่เคยยกขึ้นเช็ดน้ำตาให้คนรักขยับมากอบกุมมือเอาไว้แทน

เวลาที่ฉันมองตาเธอมันทำให้หัวใจฉันเต้นแรง เวลาที่ฉันจับมือเธอย่างนี้มันทำให้ฉันอุ่นใจ เวลาที่ฉันจูบเธอมันทำให้ฉันรู้สึกว่าโชคดีที่สุดในโลกที่ได้ใกล้เธอและเวลาที่ฉันได้สัมผัสเธอมัทำให้ฉันรู้ว่าฉันเป็นของเธอ เป็นของเธอคนเดียว ฉันไม่มีทางมีความรู้สึกอย่างนี้เกิดขึ้นมาได้ซ้ำสอง ไม่มีทางหวั่นไหวให้ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นกับใคร

ฉันรักเธอฮารุนะไม่รู้ว่าทำไมเฮารุนะถึงได้ยินดีกับคำบอกรักของคนรักมากกว่าครั้งไหน จนต้องก้มลงไปบดเบียดจูบที่เต็มไปด้วยคำขอโทษ

 ขอโทษที่เธอไม่เชื่อใจ ขอโทษที่เธอทำให้หนักใจ

อื้อ

พะ พอก่อนนะคะยูโกะยิ้มให้คนที่ถอนริมฝีปากออกมาซบนิ่งอยู่บนไหล่ของเธอ หากสถานที่อำนวยเธอจะไม่ปล่อยให้ฮารุนะอยู่เฉยๆอย่างนี้หรอก

สบายใจขึ้นรึยังคะฮารุนะไม่ตอบแค่เพียงพยักหน้าเบาๆอยู่ตรงซอกคอของคนรัก

เราลงไปกันดีกว่านะคะ เดี๋ยวหนูยุยกับอัตสึโกะออกมาเจอจะตกใจเอานะคะ ป่านนี้ลูกกับหนูจูริก็รอกินข้าวกันแล้งมั้ง

ค่ะ ยูจังเอาเป็นว่าตอนนี้ปัญหาของเธอก็ค่อนข้างจะคลี่คลายแล้วเหลือแต่ของอัตสึโกะนี้แหละ ที่ต้องมารอลุ้นกันอีกที เพราะตัวแปรสำคัญอยู่ที่ ทาคาฮาชิ มินามิ

 

  บนโต๊ะอาหารสำหรับครอบครัว คนเป็นแม่อย่างอัตสึโกะค่อนข้างจะแปลกใจกับท่าทางกับลูกสาวคนโตที่นั่งติดกับหนูพารุ เธอไม่แน่ใจว่าเธอไม่ได้อยู่กับลูกนานจนไม่รู้นิสัยหรือว่ายุยกำลังเขินให้หนูพารุอยู่กันแน่ถึงมีท่าทางคีบอาหารผิดคีบอาหารถูก เธอเองก็พึ่งจะรู้จากปากของลูกสาวว่าบังเอิญเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับหนูพารุเลยมาที่นี่ด้วยกันได้ เมื่อวานก็เอาแต่เบลอเพราะพิษไข้เลยไม่ได้แปลกใจ ซักไซร้สงสัยว่าทำไมลูกสาวคนโตถึงได้มาอยู่ที่บ้านของเธอ

 ไม่สบายรึเปล่าคะเธอถามลูกสาวที่รีบเคี้ยวอาหารอย่างเป็นห่วง เธอบอกไม่ถูกหรอกกับความรู้สึกอิ่มเอมที่ถูกเติมเต็มอย่างช้าๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีโอกาสได้ปรับความเข้าใจและนั่งกินข้าวกับลูกสาวคนโตอย่างวันนี้ นึกแล้วก็คิดถึงเขาขึ้นมา จะมีวันได้อยู่พร้อมหรือรึเปล่าระ

 ปะ เปล่าคะ คุณแม่ทานอันนี้สิคะ อร่อยนะคะยุยกลบเกลื่อนความรู้สึกร้อนๆบนใบหน้าคีบอาหารใกล้ตัวให้กับผู้เป็นมารดา

พี่ยุยคีบให้แต่หม่ามี๊แล้วส่งประท้วงเล็กๆก็ทำให้เธออมยิ้มขยับตัวคีบอาหารให้กับน้องสาวบ้าง

นี่ค่ะ ไม่งอนพี่นะคะ

พารุไม่ค่อยเชื่อสายตาตัวเองเท่าไหร่ว่าคนชอบเก๊กมาดตลอดเวลาอย่างยุยเวลาอยู่กับครอบครัวจะกลายเป็นคนละคน ดูแลเอาใจใส่คนในครอบคัวดีจนเธออยากจะสมัครเป็นหนึ่งในครอบครัวจริงๆเสียแล้ว

ผิดๆ

หรือนี่จะเป็นตัวตนจริงๆของคนขี้เก๊กกันแน่

ขอบคุณพี่เขารึยังคะจูริจัง

ขอบคุณค่ะเธออดจะยิ้มออกมาให้กับท่าทางว่านอนสอนง่ายของจูริ คุณน้าอัตสึโกะเหลือเกินที่มีเด็กฉลาดๆน่ารักอย่างนี้เป็นลูก  ต่างกับแมวน้ำลิบลับ ทำไมแมวน้ำนี่ไม่ทำตัวน่ารักเหมือนน้องมั้งนะ

ยูโกะกับฮารุนะมองหน้ากันแล้วก็ยิ้มให้กับแม่ลูกสอง ถ้ามินามิอยู่ตรงนี้ด้วย อัตสึโกะคงมีความสุขมากกว่านี้แน่

จริงสิหนูยุยอยู่โรงเรียนเดี๋ยวกับพารุใช่มั้ยคะ ที่โรงเรียนน้าฝากพารุด้วยนะคะ กลัวจะไปมีเรื่องกับใครเขาอีกเสียงแววๆอย่างสดใสของฮารุนะเล่นเอาลูกสาวที่ยังไม่ทันตั้งตัวว่าจะถูกพูดถึงเรื่องโรงเรียนเสี่ยวสันหลังวาบ อยากจะลุกขึ้นไปเอามือปิดปากมารดาเดี๋ยวนี้เลย

  มีเรื่องเหรอคะ?”  จำเป็นต้องถามไหม! ไอ้แมวน้ำงี้เง้า!! เธอส่งสายตาค้อนใส่คนข้างๆที่ไม่ได้สังเกตมันแม้สักนิด

ก็คราวก่อนเห็นบ่นๆว่ามีเรื่องกับรอง..

ม๊า!!พารุร้องห้ามอย่างตกใจเพราะแม่ของเธอเกือบหลุดเล่าเรื่องที่เธอเอาไอ้คนข้างๆมาขาย

จะโวยวายทำไมคะ หรืออายหนูยุยเขา

หนูจะอายทำไมล่ะคะเธอปฏิเสธเสียงแข็ง ใครจะมาอายแมวน้ำ มีแต่ไม่อยากให้ผู้ใหญ่รู้กันว่าคนที่เธอเคยนินทานั่งร่วมโต๊ะอาหารกับเธออยู่ในตอนนี้ ก็ใครจะไปนึกว่าแมวน้ำจอมเย็นชาจะเป็นลูกของน้าอัตสึโกะ

หรือว่าคนที่หนูพูดถึงคือยุยเหรอคะ พารุจังคราวนี้ทำเอาเธอหน้าชากระตุกสายตามองเจ้าของน้ำเสียงนุ่มๆที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามซึ่งกำลังส่งยิ้มละมุ่นให้เธอ

คุณน้าอัตสึโกะรู้ได้ไง!??

หรือเมื่อคืนแมวน้ำไปบอกอะไรคุณน้าอัตสึโกะเข้า!! 

ท่าทางอย่างนี้ แน่ๆเลยค่ะ ลูกสาวป๊า เป็นอย่างนี้เอง

ป๊า!!  ดูสิ ดู ป๊าเธอก็เอากับเขาด้วย รอยยิ้มถูกอกถูกใจทำให้เธอรู้สึกร้อนๆหนาวๆ

ถึงว่าสิ ตอนที่ได้ยินจากปากลูกสาวน้า ก็ว่านิสัยคุ้นๆเหมือนใคร ไม่แปลกเลยที่อัตสึโกะจะรู้ หนูยุยเนี่ยเหมือนมินามิเลยเอ่อ..ด้วยความคะนองปากทำให้ฮารุนะเผลอหลุดชื่อของเพื่อนสนิทออกมา พอรู้ตัวอีกทีก็แทบอยากจะเอามือตบปากตัวเอง ขอโทษอัตสึโกะที่ฝืนยิ้มค้างอยู่บนใบหน้า

 คุณน้าค่ะ เอาเป็นว่าจากนี้หนูจะช่วยดูแลให้นะคะยุยรีบหาทางจบเรื่องโดยไว้รีบตัดบทรับคำอย่างเร็ว หวังให้แม่ของเธอรู้สึกดีขึ้นเพราะเธอสัมผัสได้ถึงบรรยากาศหม่นๆรอบตัวมารดา

เธอไม่อยากให้แม่คิดมากเรื่องพ่อ

แหมๆหนูยุยรับปากจะดูแล อย่างนี้ต้องบอกอัตสึโกะมาขอไปนะคะหนูยุย น้าไม่ยกให้ฟรีๆนะคะ  ยูโกะรับไม้ต่อเป็นอย่างดีพลางหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นหน้าตาเหรอหราของพวกเด็กๆ

 หนูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะคะคุณน้า! 

แล้วหมายความว่ายังไงคะ หนูยุยนี่น้า เอ๊ะ หรือจะเรียกว่าป๊าเหมือนพารุดีล่ะคะ…”

ป๊าค่ะ!พารุโวยวายตวัดสายตามองคุณพ่อที่แกล้งไม่เลิกเสียที มีอย่างที่ไหนมาขายลูกสาวให้คนอื่น

ม๊าว่าไม่แน่นะ หรือจะเป็นฝ่ายเราไปขอเขาก่อนนี่ ก็อีกคน! ลูกคู่กับป๊าดีเหลือเกิน!

ม๊า หยุดเลยนะคะ

คุณก็เหมือนกันรีบไปได้แล้วเดี๋ยวก็สาย  พอรู้สึกจนมุมพารุจึงหันมาโวยเอากับคนนั่งไม่รู้เรื่อง ไม่น่าปล่อยให้ป๊ากับม๊ารู้เรื่องของเธอเลย แทนที่จะช่วยกันแต่มาแกล้งแหย่เธออยู่ได้

เดี๋ยวสิฉัน..

เงียบน่าคุณ จูริคะ พวกพี่ออกไปรอด้านนอกนะคะเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างอัตสึโกะพยักหน้างึกงักมองพวกพี่ๆเขาลากกันอกจากโต๊ะกินข้าว แล้วหันมองหน้าหม่ามี้ที่หัวเราะออกมาเบาๆกับพวกน้ายูโกะ

สงสัยเราจะได้เกี่ยวดองกันจริงๆแล้วนะเนี่ย  ยูโกะลอบมองสีหน้าของคนที่นั่งถัดจากเธอ

 นั่นสิ พึ่งเคยเห็นยุยเป็นอย่างนี้ เหมือนมินามิเมื่อก่อนไม่ผิด

อัตสึโกะ 

ไม่เป็นไรหรอกค่ะเธอไม่ได้เป็นอะไรขนาดนั้นเสียหน่อยแม้จะคิดถึงเจ้าของชื่อแค่ไหนก็ตาม เธอไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น

 เมื่อสักครู่ขอโทษด้วยนะคะ ที่เผลอพูดถึง มินามิคราวนี้ฮารุนะเอ่ยเสียงอ่อยๆเธอรู้ว่าตัวเองผิดเต็มประตูที่เผลอพูดชื่อของเพื่อนสนิทออกมา

ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ ไม่เห็นต้องรู้สึกผิดเลย ก็ออกจะเหมือนกันจริงๆนิคะ ถึงฮารุนะซังไม่พูดฉันก็คิดใช่ คำพูดของฮารุนะเป็นแค่การตอกย้ำความคิดของเธอเท่านั้น เธอรู้ตัวดีว่าตั้งแต่ยุยอยู่ที่นี่เมื่อวานจนถึงเมื่อกี้ ไม่มีวินาทีไหนเลยที่เธอจะไม่คิดถึงมินามิ

ยูโกะ ฉันวานให้ช่วยอะไรหน่อยได้มั้ยคนถูกขอร้องเหลือบมองเพื่อนสนิท

ไปส่งฉันที่สำนักงานอัยการพิเศษหน่อยนะคะ

อัตสึโกะ!คู่สามีภรรยาหันมองหน้ากันแทบจะทันทีอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง แม้จะรู้ว่าอัตสึโกะมีความตั้งใจจะไปหา แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้ ก็เมื่อวานมินามิพึ่งจะทำให้อัตสึโกะเสียใจจนทรุดอยู่หยกๆแล้วเจ้าตัวไปเจอเองอย่างนี้จะไม่เสียใจถึงขนาดต้องเข้าโรงพยาบาลจริงๆเลยหรืออย่างไร

ถือว่าฉันขอนะคะคนที่ต้องให้คำตอบรู้สึกไม่อยากตอบออกมาดื้อๆ

เธอไม่รับปากได้ไหม เธอกลัวอัตสึโกะไม่พร้อมจะรับมือกับอดีตคนรัก

ยูโกะฉันขอร้อง

แต่ว่า…”

ฉันจริงจังนะคนเป็นเพื่อนกันมานานรู้ว่าสายตาของอัตสึโกะตอนนี้ หมือนคราวที่เจ้าตัวบอกเธอว่าจะแต่งงานกับทาคาฮาชิ มินามิ

ดึงดัน

ลองได้เป็นอย่างนี้ คงไม่ยอมง่ายๆหรอก

เข้าใจแล้ว

เธอจำเป็นต้องรับปาก ทั้งที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรตามมา

  

   ยุยคิดว่าบรรยากาศระหว่างทางมาโรงเรียนกับยัยนักเรียนใหม่มันเริ่มแปลกๆตั้งแต่ถูกผู้ใหญ่แซวเรื่องของเธอกับคนที่ก้าวขาเดินมาข้างกัน อุณหภูมิร่างกายของเธอผิดปกติอย่างไม่ต้องสังเกต ไม่ค่อยอยากจะมองหน้ายัยนักเรียนใหม่ตรงๆเท่าไหร่ แล้วสมองของเธอก็ดันคิดไปถึงเหตุการณ์ขอยืมเสื้อผ้าเมื่อวานเล่นเอาหน้าแดงก่ำต้องรีบสะบัดศีรษะหลายครั้ง

นี่ เธอคิดอะไรอยู่ เงียบอีกแล้วนะ

เปล่าเธอปฏิเสธหน้าตาย ใครจะบอกว่าคิดถึงเรื่องเมื่อวาน

หรือว่าคำพูดของป๊าฉัน

บ้านเธอสิ! แต่พอถูกทักก็ต้องกลับมาคิดให้พ่วงแก้มที่เคยขาวสนิทร้อนขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่รู้ลิมิต เท่านั้นเองให้คนแอบสังเกตเผยยิ้มร้าย

ชักจะเริ่มสนุกแล้วสิ คุณรองประธานนักเรียน

หน้าแดง คิดจริงๆล่ะสิ

ใครหน้าแดง ฉันไม่ได้คิด เธออย่ามามั่วเรื่องอะไรเธอจะยอมรับว่าตัวเองแอบคิด

ไม่คิดก็ไม่คิดสิ จะโวยวายทำไม ใช่มั้ยคะ จูริเด็กไม่ได้รู้เรื่องด้วยกับพี่ๆพยักหน้าเออออให้ยุยส่งค้อนใส่คนที่ลากเอาน้องสาวเขาเข้ามาเกี่ยวด้วย จงใจยั่วโมโหเธอชัดๆ

ไม่ต้องลากน้องฉันเข้ามาเกี่ยวได้มั้ย

อะไร น้องฉันต่างหาก

เธอ

ใช่มั้ยคะ จูริจังแล้วพี่สาวที่แท้จริงอย่างยุยก็เห็นน้องสาวพยักหน้ารัวๆให้พารุ เธอควรจะงอนน้องดีมั้ย

 ไม่รู้ทำไมน้องถึงไปติดคนชอบวุ่นวายอย่างยัยนักเรียนใหม่ได้

เห็นมั้ยล่ะดูยังมีการยักคิ้วหลิ่วตาให้เธอ มันน่าจับหักคอให้ตายจริงๆกวนประสาทเธออยู่ได้

อะไรสายตาอย่างนั้น ด่าฉันอยู่รึไง

ฉันยังไม่ทันอะไร อย่าหาเรื่องกันได้มั้ย  ทำไมเธอต้องมาต่อปากต่อคำกับยัยนี่ตั้งแต่เช้าด้วย ก่อนจะออกจากบ้านเธอก็ยังไม่ทันจะอิ่ม ดันถูกลากออกมาจากห้องอาหาร อะไรของยัยนี่ไม่รู้

ใครหาเรื่องคุณ ฉันแค่ถาม

เธอจะกวนฉันไปถึงไหนอันนี้เป็นความจริงที่เธออยากรู้ ยัยนี่ไม่หยุดรวนเธอตั้งแต่เช้า

ไปก่อนนะคะจูริแทรกพวกพี่ๆที่ยังฉะฝีปากกันไม่หยุดเมื่อมาถึงหน้าประตูโรงเรียนแผนกประถม

 เจอกันตอนเลิกเรียนนะคะ จูริเธอยอตัวลูบหัวน้องสาวที่กอดคอเธอไว้แน่นแล้วเดินไปกอดคนข้างๆเธอ

แล้วเจอกันค่ะ พี่ยุย พี่พารุพวกเธอโบกมือลารอจนน้องเดินลับตาเข้าประตูโรงเรียนถึงได้เดินไปที่โรงเรียนกันต่อ ก็แปลกดีเหมือนกันที่ได้มาส่งน้องสาวตัวเอง ทั้งที่เมื่อไม่กี่วันก่อนเธอยังไม่อยากมองหน้าเด็กคนนี้ด้วยซ้ำ

นี่ คุณไม่ได้คิดเรื่องเมื่อเช้าจริงๆนะ

อะไรของเธอ จะเซ้าซี้ทำไม

ก็เพื่อคุณคิดไงแล้วฉันคิดมันจะทำไมเล่า!! ก่อกวนความรู้สึกเธออยู่ได้

อะไรของเธอ ถามอยู่ได้ยุยหยุดเดินอย่างหัวเสียจะให้เธอบอกคิดให้ได้เลยใช่มั้ย

ไม่คิดสักหน่อยเลยเหรอคุณ

ก็บอกไม่ได้คิดไงความจริงก็คิดอยู่เห็นๆ

แย่จัง

เธอป่วยรึเปล่าเนี่ยยุยชักจะสงสัยร้อยวันพันปีไม่เห็นจะทำตัวเป็นเจ้าหนูจำไมช่างตื้อแล้ววันนี้เกิดเป็นอะไร  อดนอนมากจากไหน เธอต้องยกมือขึ้นไปทาบบนหน้าผากอีกฝ่าย ตัวก็ไม่ร้อน ไข้ก็ไม่มี หัวก็ไม่ได้ชนอะไรแล้วทำไมมีอาการแปลกๆ พารุรีบเอามือปัดมือยุยออก ไอ้แมวน้ำทำอย่างนี้อีกแล้ว เธอจะไม่สบายเพราะถูกทำอย่างนี้นี่แหละ

ใครเขาจะป่วยห๊ะ ฉันป่วยคงไม่ยืนเถียงกับเธออยู่นี้หรอก

ก็นึกว่าเป็นอะไร ตื้อฉันอยู่ได้

ใครตื้อคุณ!

เปล่ายุยขี้เกียจเถียงรีบตัดบทให้จบๆ กำลังจะก้าวขาเดินต่อหากอีกฝ่ายไม่ทำให้เธอชะงักจนลืมวิธีเดินไปเสียก่อน

แล้วถ้าฉันคิดล่ะ

คิดอะไร

ลองคบกันไหม 

ห๋า!!!! ราวกับว่าเธอถูกค้อนป้อนทุบเข้าตรงกลางกระหม่อมกลายเป็นคนไม่มีสติ หัวใจเธอเต้นกระตุกถี่อึดอัดจนหายใจลำบาก เสียงเธอเองถูกกลืนหายไปกับอากาศ

อยู่ๆมาขอเธอคบนินะ!!  ยัยนี่ไม่เพี้ยนก็ต้องบ้าแล้วแน่ๆ

 อย่านิ่งสิคุณ

เธอนั่นแหละ สติยังดีรึเปล่าถึงมาขอฉันคบ  กว่าเธอจะหาเสียงตัวเองเจอเล่นผ่านไปหลายนาที ค่อยๆยอมหันหลังกับมาเผชิญหน้ากับคนที่จู่ๆไม่รู้ก็พูดอะไรออกมา

ถึงขั้นนี้แล้วน่าคุณ ถือว่าเป็นการรับผิดชอบที่คุณจูบฉันไง

ใครกันแน่!!! แล้วได้ข่าวว่าเธอก็รับผิดชอบไปแล้วนะ

เรื่องจูบเนี่ยครั้งแรกนั่นมันอุบัติเหตุชัดๆ แต่ครั้งต่อๆไป เธอว่าเธอไม่ใช่คนเริ่มนะ

แล้วไม่ใช่ความจงใจของเธอด้วย

ยัย

เงียบแสดงว่าคุณตกลงนะ

ตรงไหนมิทราบ!

อ้าว แล้วคุณจะไม่ตกลงหรือไงพารุแกล้งตีหน้าเศร้าทั้งที่ในใจกำลังแอบยิ้ม ดูทำหน้าขรึมหน้าดำหน้าแดงเชียว

ก็แน่สิ!

เอาจริงเหรอคุณ ฉันอุตส่าห์เป็นคนขอเลยนะ คุณจะไม่รับผิดชอบความรู้สึกของฉันหน่อยรึไง

แล้วทำไมฉันต้อง…”

เอาน่าคุณ คบกับฉันนะอยู่ๆยุยก็อยากเป็นลมปวดหัวตุบๆเหมือนถูกคนเอาคีมมาบีบ   ทำไมยัยนักเรียนใหม่ต้องมาวุ่นวายกับเธอขนาดนี้

ถ้าฉันไม่ตกลงเดี๋ยวๆๆ เธอจะทำอะไรของเธอรองประธานนักเรียนไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองจนมุมเท่านี้มาก่อนพอเห็นคนที่เธอไม่ค่อยจะถูกชะตาด้วยย่างเข้ามาใกล้

ถ้าคุณไม่ตกลง ฉันจะจูบคุณ

 อะไรนะ!! แล้วมาให้เธอรับผิดชอบทั้งที่ฝ่ายเสียหายมันเธอไม่ใช่รึไง ไม่คิดว่ามันจะแปลกไปหน่อยเหรอ!!

พอๆๆฉันตกลงคบก็คบ

ก็แค่นี้เองชอบทำให้เรื่องมันยากตลอดแล้วเธอก็เห็นรอยยิ้มที่มุมปากของแม่ตัวร้ายเล่นเอาขนลุกเกรียวอย่างอดไม่ได้ เธอไม่ชอบความรู้สึกไม่ปลอดภัยเสี่ยวสันหลังวูบวาบอย่างนี้เลย

 และในวินาทีต่อมาทำเอาเธอต้องอ้าปากค้างเมื่ออีกฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาแตะริมฝีปากลงไปบริเวณเดียวกันเล่นเอาหูเธออื้อ ต้องยกมือยันกำแพงด้านหลัง

ทำอะไรของเธอห๊ะ!!

โวยวายอีกแล้วน่าคุณ คบกันแล้วเรื่องแค่นี้ธรรมดาน่า

ตรงไหนมิทราบ!!! โอชิมะ ฮารุกะ!!

เธอเริ่มรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่เอาตัวเองมาเกี่ยวข้องกับยัยลูกคุณหนูคนนี้

เพราะหัวใจเธอกำลังเต้นแรงแสดงถึงความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่คุ้นเคย

 

 

  คนที่ถูกพามาถึงสำนักอัยการปฏิเสธไม่ได้เลยว่าใจของเธอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แม้จะเตรียมคำพูดต่างๆนาๆมาร้อยแปดแต่พอเอาเข้าจริง สิ่งที่คิดว่าเตรียมมาดีมันก็ไม่เหลือโดยเฉพาะใจ ความรู้สึกตื่นเต้นผสมผสานกับความกลัวที่จะต้องเผชิญหน้ากับคนในอดีตเล่นเอาเธอนั่งนิ่งรวบรวมสติอยู่บนรถนานสองนาน

 แน่ใจแล้วนะ อัตสึโกะคนอาสาขับรถพามาส่งถึงที่ถามด้วยความไม่ไว้ใจ เธอไม่ได้สนับสนุนให้อัตสึโกะรีบตัดสินใจทำอะไรอย่างนี้ ก็รู้ๆอยู่ว่าถ้ายังไม่พร้อมแล้วมาเจอจะเป็นอย่างไร

รอให้ผ่านไปอีกสักหน่อยก็ไม่ได้หรือ

ทาคาฮาชิ มินามิ ตอนนี้เชี่ยวยิ่งกว่าน้ำป่าหลากเสียอีก ดุยิ่งกว่าหมาพิทบลู

ฉันต้องทำน่ะ ถ้าไม่ทำคงไม่มีวันได้คุยกับเขาอีก

ก็เวลาอื่นได้ไหมเล่า หนึ่งปีมีตั้ง 365 วัน โลกไม่ได้จะแตกพรุ่งนี้เสียหน่อย

ทำอย่างกับกลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้คุยกับเขาอีกงั้นแหละ

 ให้ฉันไปเป็นเพื่อนมั้ยเธอเสนอตัวอย่างเป็นห่วงอย่างน้อยถ้าอัตสึโกะไม่ไหว เธอจะได้ช่วยทัน สองหัวยอมดีกว่าหัวเดียวน่า

 ขอบคุณนะ ยูโกะ แต่ไม่เป็นไรหรอก ฉันอยากจะคุยกับเขาด้วยตัวเอง

อัตสึโกะเธอเรียกชื่อเพื่อนสนิทอย่างละเหี่ยใจ บอกตามตรงว่าเธอไม่อยากให้อัตสึโกะลงจากรถแม้เพียงสักนิด เพื่อนเธอกำลังแกว่งเท้าหาเสี้ยนชัดๆ

ถ้าไม่ไหวจริงๆฉันจะโทรบอกเธอสารถีจำเป็นถอนหายใจเธอรู้จักนิสัยของอัตสึโกะดี ลองให้พูดถึงขนาดนี้ ก็จะไปคนเดียวให้ได้

ก็ได้ๆ เอาเป็นว่าฉันขอให้โชคดีนะ

ขอบคุณมากๆเลยนะ ที่คอยช่วยฉัน

จะไม่ช่วยได้ไงล่ะ ก็เธอเป็นเสียแบบนี้  ในสายตาของเธออัตสึโกะไม่เคยเปลี่ยนเลยตั้งแต่เมื่อตอนเด็กๆ เป็นคนที่เหมือนจะอ่อนแอแต่ก็ไม่อ่อนแอ ครั้งแรกที่อัตสึโกะทำเธอเซอร์ไพรส์ก็ตอนตัดสินใจหนีออกจากบ้านมาเอดะและมาแต่งงานกับทาคาฮาชิ มินามิ  ถึงแม้หลังจากนั้นจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันตามมาจนทำให้ครอบครัวที่อัตสึโกะอุตส่าห์สร้างพังลงไม่เป็นท่าก็ตาม

เธอนับถือที่อัตสึโกะกล้าตัดสินใจทำอะไรเพื่อตัวเอง

 ฉันไปแล้วนะ

อือ อย่าฝืนนักล่ะเธอพูดไล่หลังเจ้าของร่างบางที่ก้าวหายเข้าไปยังตึกอัยการ ภาวนาขอให้ทุกอย่างเป็นดังที่อัตสึโกะคาดหวัง เธอยังไม่อยากเห็นอัตสึโกะกลับไปนั่งร้องไห้อีก

ขอแค่ให้อัตสึโกะคืนดีกับทาคาฮาชิ มินามิ ให้ได้ก็พอ

 

  ไม่รู้เป็นเวลานานเท่าไหร่ที่ร่างเล็กนั่งจมดิ่งลงกับกองเอกสารพลางถอนหายใจยาวๆ ไม่สบอารมณ์ หงุดหงิดหรืออะไรก็ช่างมัน รู้เพียงว่าตัวเองไม่พร้อมกับการทำงานในวันนี้  เธอตัดสินใจวางปากกาในมือลง เป็นครั้งแรกที่สมาธิของเธอกระจัดกระจายจนไม่เป็นอันมาหากินอะไร ทั้งที่ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมาเธอคบงานเป็นเพื่อน พอมีเวลาว่างนึกถึงอดีตเธอก็จะหยิบยกงานขึ้นมาทำปล่อยตัวเองจมลงไปกับกองเอกสารมากมาย แต่วันนี้มันค่อนข้างแตกต่าง

กระทั่งเสียงประตูถูกเคาะอยู่สองสามที เธอจึงยกใบหน้าขึ้นมาก่อนเปล่งเสียงเรียบเป็นการอนุญาต

เข้ามา

บอส เอ่อคือ มีคนมาขอพบค่ะ

หืมม ลูกค้า??” หัวคิ้วเธอกดลงอย่างไม่ได้ตั้งใจ จำได้ว่าวันนี้ไม่มีคิวนัดลูกค้าตนไหน แล้วใครจะมาขอพบเธอ

ก็ไม่เชิงค่ะคุณผู้ช่วยอึกอักเมื่อหญิงสาวที่จัดว่าหน้าตาอยู่ในระดับดีทีเดียวติดต่อประชาสัมพันธ์ด้านล่างขึ้นมาว่ามีความประสงค์ต้องการพบเจ้านายของเธอ ซึ่งไม่ยอมแจ้งชื่อเอาไว้ บอกเพียงว่าอย่างไรก็จะต้องพบให้ได้ จะรอจนกว่าจะให้เข้าพบ มีเรื่องสำคัญต้องการคุยกับเจ้านายเธอ

อ้าว แล้วเป็นใครมาจากไหนคนบนโต๊ะทำงานเริ่มซัก ท่าทางไม่รู้ว่าคนมาขอพบจะไว้ใจได้รึเปล่า

เธอไม่ได้บอกเอาไว้ค่ะ แจ้งเพียงว่ามีความประสงค์ต้องการเข้าพบ ดิฉันไม่แน่ใจว่าจะเป็นคนรู้จักของบอสรึเปล่า เธอบอกจะรอจนกว่าจะได้พบค่ะ

มีอย่างนี้ด้วยหรือมินามินิ่วหน้า ไม่ค่อยพอใจกับการกระทำของคนมาขอพบ แค่นี้เธอก็กลุ้มใจจะตาย ดันมาเจอคนแปลกๆ เอาแต่ใจตัวเองอีก ไม่รู้รึไงว่าทำอย่างนี้คนอื่นเขาจะเดือดร้อน

เอ่อ บอสจะให้ดิฉันทำยังไงคะ

ไปเชิญมาเถอะ อาจจะเป็นลูกค้าก็ได้

จะดีเหรอคะบอสผู้ช่วยสาวสวยถามอย่างกังวล ถ้าเกิดปล่อยให้คนไม่น่าไว้ใจขึ้นมาบนตึกง่ายๆอาจเกิดเรื่องก็ได้

ดีกว่าปล่อยให้รอนานน่า คงไม่มีอะไรก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น

รับทราบค่ะบอส

แม่ผู้ช่วยสวยแซบฮอตนับเบอร์วันในตึกเดินออกจากห้องทำงานของเธอไปแล้ว เธอกลับมานั่งจับปากกาเคาะลงบนโต๊ะเบาๆ อย่างใช้ความคิดพยายามนึกว่าใครจะมาอยากพบเธอในเวลานี้ เป็นบรรดาเพื่อนๆก็อาจจะใช่เพราะแต่ละคนกระจายกันออกไปเรียนอยู่คนละทิศละทางหลังต่างฝ่ายต่างเรียนจบ อาจจะมีใครสักคนกลับมาแล้วแวะทักทายเธอ

แต่ก็น่าจะแจ้งชื่อไว้สักหน่อย

หรือจะเป็นลูกค้าจริงๆ

 

จังหวะนั้นเองที่มินามิเงยหน้าพร้อมเสียงประตูที่ถูกแม่ผู้ช่วยสาวเปิดเข้ามาอีกครั้งทำเอาเธอตัวชาวาบ ภาพทุกอย่างกลายเป็นภาพสโลว์โมชั่นหัวใจกระดอนบีบอัดรัดรุนแรงคล้ายโดนหนามแทงจากทั่วทุกสารทิศ มุมปากเธอบึงตึง แววตาเต็มไปด้วยโทสะ โมโหจนตัวสั่น

กล้าดียังไง กล้ามาโผล่หน้าที่นี่ได้อย่างไร!!!

ออกไป!!ประโยคเย็นชาตัดขาดอย่างไร้เยื้อใยเล่นเอาสองสาวที่กำลังก้าวขาเข้ามาชะงัก ผู้ช่วยสาวมองหน้าเจ้านายเลิกลั่นว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆไปโกรธใครที่ไหนมา ถึงได้มีบอมกลางห้องทำงาน

 ส่วนอีกสาวพยายามกดความเสียใจไว้นหน้ายิ้มออกมาอย่างที่สุด แกล้งทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดขับไล่ ทั้งที่อุตส่าห์เตรียมใจเอาไว้แล้วแท้ๆ ไม่คิดว่าการได้ยินคำพูดไร้เยื่อใยของเขาจะบาดใจเธอขนาดนี้

เอ่อ..บอส..

เชิญผู้หญิงคนนี้ออกไป! คุณคาชิวากิคนลำบากใจกลายเป็นสาวฮอตประจำตึกที่ไม่รู้อิโน่อิแหน่อะไร ใครเอารังแตนมาให้เจ้านายเธอกินรึเปล่า ถึงได้อาละวาดไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม  ตั้งแต่ทำงานด้วยกันมา เธอก็พึ่งจะเคยให้บอสในโหมดอวตารร่างปีศาจ

ฉันบอกไม่ได้ยินรึไง ยืนนิ่งทำไม!

บอส…”

พึ่งรู้ว่าคุณอัยการไล่แขกอย่างนี้เหรอคะ

เธอไม่ใช่แขกของฉัน! กรุณาออกไปด้วย  ความเสียใจของเธอมันเป็นเหมือนคลื่นสึนามิที่ก่อตัวอยู่ใต้น้ำ ไม่ได้แสดงผลออกมาทันทีแต่มันค่อยๆเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นทุกช่วงขณะระยะที่เผชิญหน้า เธอกักเก็บคำถาม ว่า ทำไม  ทำไม อยากบีบขยำผู้หญิงแพศยาคนนี้ให้ตาย

ต้องการอะไรจากเธอ ก็ปล่อยให้ไปเริงรักกับผู้ชายคนนั้นแล้วไง ยังกลับมาให้เธอเห็นทำไมอีก

 มินามิ

อย่าเรียกชื่อฉัน!! ชื่อฉันมันมีค่ามากกว่าที่ผู้หญิงแพศยาอย่างเธอจะเรียก!!  คนที่บังเอิญตกอยู่ในเหตุการณ์เผ็ดร้อนแทบจะไม่กล้าหายใจออกมาคล้ายตัวเองถูกสาปให้มาอยู่ผิดทีผิดทาง ทั้งที่ในหัวมีแต่คำถามว่าผู้หญิงที่เธอพามามีเรื่องบาดหมางรุนแรงอะไรกับบอสของเธอถึงได้ทำให้บอสของเธอพิโรธ โกรธจนเอารถดับเพลิงมาดับก็ไม่อยู่

มินามิ

บอกว่าอย่าเรียกชื่อของฉัน!! เธอจะกลับมาอีกทำไม! ออกไปให้พ้นๆหน้าฉันสักที ออกไปจากชีวิตฉัน ฉันให้ได้สิ่งที่เธอต้องการหมดแล้ว ฉันโง่พอแล้วกับเรื่องของเธอ!

ฉะ..ฉัน

คุณคาชิวากิ บอกว่าให้พาผู้หญิงคนนี้ออกไป!  คุณผู้ช่วยหลับตาปี๋ ไม่กล้าตอบรับหรือปฏิเสธคำสั่งของเจ้านายคิดอยากจะทำตัวให้เล็กลีบบางที่สุดเพื่อสายลมจะช่วยฉุดเธอปลิวออกจากห้องทำงานของเจ้านายตอนนี้ได้

คุณคาชิวากิ

เราต้องคุยกันนะคะอัตสึโกะคุมน้ำเสียงตัวเองให้นิ่งที่สุดค่อยๆพูดออกมาอย่างชัดถอยชักคำทั้งที่ในใจมันดิ้นพล่านปล่อยโฮ่ออกมาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาเหยียบห้องทำงานของเขา

รู้แค่เธอจะหนีไม่ได้

ฉันไม่มีอะไรต้องคุยกับผู้หญิงแพศยาอย่างเธอ!

ยูกิรินสะอึกกับคำที่เจ้านายใช่เรียกหญิงสาวข้างๆถึงสองครั้ง  อึดอัดจนหายใจไม่ออก ใครก็ได้ช่วยมาอธิบายให้เธอฟังหน่อยว่าต้องทำตัวอย่างไร พึ่งเคยจะได้ยินคำกระทบกระทั่งหยาบคายจากเจ้านายตัวเอง ขนลุกแทนคนโดนด่าเป็นเธอจะเริ่มเอาหน้าราวๆไปไกลๆ

 มินา..

อย่าเรียกชื่อของฉัน!น้ำเสียงแห่งโทสะระบายความเจ็บปวด เกลียดทุกสิ่งทุกอย่างของตัวเองที่พร้อมจะใจอ่อนให้ผู้หญิงแพศยา โดยเฉพาะอวัยวะเท่ากำปั้นที่อกข้างซ้ายทั้งที่มันเจ็บเจียนตายแต่ยังมีอารมณ์ดีใจปนออกมา เพียงผู้หญิงคนนี้ปรากฏตัวอีกครั้ง

เธอจะหน้าด้านถึงเมื่อไหร่ ฉันไล่แล้วก็ออกไปสักที!

ฉันไม่มีทางไป ไม่มีทาง ฉันจะไม่ไปไหน มินามิ ฉันจะไม่ไปคำพูดสั่นเครือทะลักออกมาจากก้นบึงของหัวใจ ขอแค่ให้เขารู้สักนิดว่าเธอคิดถึงมากขนาดไหนก็ดี

ทุเรศ!ไม่ใช่แค่คุณผู้ช่วยที่สะดุ้งใจหายไปอยู่ตาตุ่มแต่คนถูกคำนี้เข้าไปก็น้ำตาร่วงแหมะกลั่นไม่ไหวอีกต่อไป ผิดหวังเสียใจจนไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร

เธอยังมีหน้ามาพูดอย่างนี้อีกได้ยังไง! เธอไม่ใช่รึไงที่ทิ้งฉันไป ขอให้ฉันหย่า! ฉันก็ให้!แล้วยังมีหน้ากลับมาหาฉันอีกทำไม ไปมีความสุขกับชู้ของเธอสิ ทำไม! ไม่ระริกระรี้เหมือนเมื่อก่อน ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าอยากจะอยู่กับผู้ชายสารเลวนั่น!! เธอเป็นคนบอกเองไม่ใช่รึไง!ความน้อยเนื้อต่ำใจถูกระบายออกมาเป็นคำพูดหยาบกระด่างทำให้คนแสร้งเข้มแข็งถือดีกล้าเผชิญหน้าเข่าอ่อนทิ้งตัวลงพื้นร้องไห้อย่างไม่อาย เล่นเอาคุณผู้ช่วยที่พึ่งได้สติต้องลดตัวลงไปช่วยประคอง คำพูดคำจาของเจ้านายยังอื้ออยู่ในหู

ความสัมพันธ์ที่ถูกเฉลยคล้ายหมัดหนักๆที่ชกเข้าหน้าของเธอให้มีแอบมึนเบลอกันบาง

เจ้านายเคยแต่งงาน ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำงานด้วยกันเป็นชาติ ก็พึ่งจะมารู้

พาผู้หญิงคนนี้ออกไป! ฉันไม่อยากเห็นคนอย่างนี้มาคร่ำครวญใกล้ๆ! ขวางลูกหูลูกตา เกะกะเวลาทำงานมันจะต่างอะไรกับวันที่เธอถูกไล่ สายตาคู่นั่นมองเธอด้วยความไร้เยื่อใย ไม่ว่าเธอจะเว้าวอนขอร้องยังไง คนที่เคยรักหมดใจก็ไม่สนใจสะบัดตัวออกห่าง ทำราวกับเธอเป็นสิ่งมีชีวิตน่ารังเกียจ แล้วทำไมพอเธอทำกลับคืนตัวเองถึงได้ทรมานใจขนาดนี้ แค่น้ำตาที่เห็นก็เป็นดังเข็มพันเล่มที่ทิ่มแทง

ฮือๆ มินามิ ฉัน…”

คุณ!!  ผู้ช่วยสาวตวัดมือเข้าประคองตัวคนที่หงายหลังทิ้งตัวลงพื้นด้วยความตกใจ

ทำไมตัวร้อนอย่างนี้  มือที่เคลื่อนแตะตามลำคอเกือบชักกลับไม่ทันเมื่อสัมผัสได้ถึงไอ้ร้อนที่มากกว่าปกติ มินามิก้าวเท้าอ้อมโต๊ะอย่างลืมตัว

ออกไป ฉันจะดูเองผู้ช่วยสาวเคลื่อนสายตามองอย่างลังเลว่าเจ้านายจะมาบีบคอผู้หญิงคนนี้รึเปล่า

บะบอสแน่ใจนะคะ

ฉันไม่ฆ่าหรอก ไม่อยากทำคดีให้ตัวเองรังสีน่าสะพรึงทำเอาคุณผู้ช่วยหลีกทางให้อย่างหวาดๆ ยอมออกมาเฝ้าสังเกตการณ์อยู่วงนอก

ไม่เคยคาดฝันว่าจะต้องมาเจอเจ้านายในโหมดโกรธจัด เดาทางไม่ถูกเลย

ไม่รู้วิธีจะเข้าหาเจ้านายตอนนี้ด้วย

งี่เง่าเธอได้ยินเสียงเจ้านายสบถให้แอบสะดุ้ง เลิกคิ้วเป็นคำถามที่พูดเมื่อครู่ไม่ได้ด่าเธอใช่มั้ย

คุณคาชิวากิ

คะ!?” เธอขนาดรับตกอกตกใจ หัวใจจะวายเจ้านายเลิกทำเสียงเข้มได้มั้ย

เธอแบกไหวใช่มั้ย

คะ!?” เล่นเอางง เบลอ เจ้านายจะไม่ใช้ให้เธอพาผู้หญิงคนนี้ออกไปโยนทิ้งนอกห้องใช่มั้ย

เธอชักจะหวาดเพราะเห็นเจ้านายเวอร์ชั่นโหดแล้วคิดออกได้ทางเดียว

แบกไปที่รถฉัน

คะ!?”

คะอะไร เร็วๆ!

ค่ะ เจ้านายมึนมากกว่าเดิมร้อยเท่าเหมือนถูกตบหัวแล้วลูบหลัง เจ้านายจะให้เธอเอาผู้หญิงคนนี้ไปที่รถทำไม จะพาไปไหน

เธอจับร่างร้อนจี๋ของผู้หญิงสมส่วนขึ้นหลังช่วยกันกับเจ้านายอย่างทุลักทุเลมาจนถึงรถคันโปรดของเจ้านายแล้วส่งเอาร่างไม่ได้สติเข้าไปอยู่บนเบาะข้างคนขับ

วันนี้ฉันไม่เข้าแล้ว ถ้าใครมีธุระเอาไว้ก่อน

คะ!?” เธอกลายเป็นคนโง่ทันที ไม่เข้าใจเจ้านายต้องการอะไร เมื่อสักครู่ยังโกรธจะฆ่าผู้หญิงคนนี้อยู่เลย แล้วนี่กำลังจะทำอะไร

ไม่ต้องคะแล้ว ฉันจะพาผู้หญิงคนนี้ไปโรงพยาบาล เธอคงไม่อยากให้มีคนตายที่สำนักงานหรอกใช่มั้ย

กว่าจะเข้าใจเจ้านายก็เล่นเอาเธอปล่อยไก่ออกมาหลายตัวรีบพยักหน้าขานรับ เพราะดูจากอาการก็ควรต้องพาส่งโรงพยาบาลจริงๆ

 

 รถยุโรปสีดำเคลื่อนตัวออกจากสำนักงานอัยการด้วยความรวดเร็ว มินามิค่อนข้างหัวเสียและโมโหมากกว่าเดิมหลายเท่า ไม่อยากจะหันมองหน้าคนที่ไม่ได้สติตัวสั่นน้อยๆเพราะความหนาวขนาดเธอหรี่แอร์ลงให้เบาที่สุดแล้วปากของคนนอนยังสั่นไม่หาย เลยต้องเอี้ยวตัวไปหลังรถหยิบเอาผ้าห่มผืนเล็กๆมาคลุมให้

เธอรู้ว่าตัวเองไม่เคยใจแข็งได้พอๆกับความเจ็บที่เข้าปะทะอยู่เรื่อยๆเมื่อเจอกับผู้หญิงคนนี้

 ขนาดนี้ยังใจอ่อนยอมพามาโรงพยาบาล

ไม่อยากยอมรับว่าที่กำลังโกรธอยู่ตอนนี้มันต่างจากตอนแรก

โกรธเพราะความหัวดื้อ โมโหเพราะผู้หญิงคนนี้ปล่อยให้ตัวเองเป็นหนักแล้วยังทำเก่งมาหาเธอถึงที่

นะ.. หนาวถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอคงสามารถจับกอดได้อย่างไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจหรือขยะแขยงไม่อยากเข้าใกล้  แค่นึกถึงว่าผู้หญิงคนนี้เคยทำอะไรไว้ท้องไส้มันก็ปั่นป่วนอยากจะอ้วกออกมา

ฉันไม่ได้ตั้งใจ อย่าไป อย่าไปนะ อย่าคำพูดที่ละเมอหลุดออกมาเรียกความสนใจเธอจากไฟ น้ำตาของผู้หญิงที่เธอเกลียดเข้าไส้ไหลลงแอบแก้มขาวผ่อง วาดมือยกเคว้งอยู่บนอากาศพยายามไขว้คว้าหาบางอย่าง

อย่า มินามิ อย่าไปคราวนี้เหมือนหัวใจถูกแผดเผาด้วยเปลวไฟแห่งความเจ็บปวด คลื่นโทสะซัดเข้าจู่โจมอยากจะเอือมมือเปิดล็อคประตูผลักผู้หญิงคนนี้ตกลงไปบนถนนให้ตาย

กล้าได้อย่างไร กล้าพูดคำพวกนี้ได้อย่างไร!!

 ขอโทษ

ทำไมเธอถึงรู้สึกรังเกียจผู้หญิงที่เคยรักมากขนาดนี้ ไม่เข้าใจ สับสน ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ต้องการอะไรกับเธอกันแน่

พ้นไฟแดงมาได้เธอเหยียบคันเร่งต่อด้วยความไวอยากพาตัวเองออกให้ไกลจากผู้หญิงคนนี้ ไม่อยากให้ชีวิตของตัวเองต้องข้องเกี่ยวกันอีกต่อไป

   ทันใดที่รถจอดเทียบโรงพยาบาลบุรุษพยาบาลสองคนก็เข้ามาช่วยเธอพาคนที่มีไข้จนเพ้อไร้สาระลงจากรถ เธอไม่ได้มีทางเลือก ต้องมาอยู่เป็นญาติคนไข้ อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขนาดปล่อยให้คนไม่สบาย นอนอยู่ที่โรงพยาบาลคนเดียว

คุณเป็นญาติคนไข้ใช่มั้ยครับ

เธอเงยหน้าแล้วส่งเสียงตอบรับเบาๆ ไม่ได้อยากจะมายุ่งเกี่ยวอะไรด้วยเลยแม้แต่น้อย ถ้าผู้หญิงคนนี้ไม่ดึงดันทำตัวเองให้เป็นหนักมาล้มพลับหมดาติในที่ทำงานของเธอ

ผมจะให้คนไข้อยู่ดูอาการสักครู่นะครับ ทางเราพึ่งฉีดยาลดไข้ให้ ถ้าอาการดีขึ้นก็สามารถกลับได้เลยครับมินามิพยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้ก่อนคุณหมอคนเดิมจะพาเธอเดินมายังห้องสังเกตอาการผู้ป่วยที่ผู้หญิงคนนี้นอนหลับสติอยู่บนเตียง

ผมอยากให้ทางญาติช่วยระวังด้วยนะครับ จากที่ตรวจดูเบื้องต้น ส่วนหนึ่งอาการของคนไข้เกิดจากความเครียดมินามิแอบชักสีหน้าผู้หญิงแพศยาอย่างนี้หรือจะมีอะไรให้เครียดนอกจากเรื่องวิ่งตามจับคนโน้นคนนี้ ไม่รู้ว่านอกจากเขาแล้วจะมีควายให้ผู้หญิงคนนี้เลี้ยงอีกกี่ตัว

 เข้าใจแล้วค่ะ

งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ สักครู่ผมจะมาใหม่

มินามิทอดสายตามองคนบนเตียงด้วยแววตาไม่สบอารมณ์ เธอต้องเสียงานเพราะผู้หญิงคนนี้ไม่รู้กี่ครั้ง ตั้งแต่ที่บังเอิญเจอกันเมื่อวานลากยาวมาจนวันนี้ มันทั้งน่าโมโห หงุดหงิดและ

 เธอคว้าเอาเก้าอี้สำหรับเฝ้าคนป่วยมาหย่อนตัวนั่งลงกอดอก ใครจะเข้าใจว่า เธอไม่ได้อยากโมโหใส่ ไม่ได้อยากทำร้าย แต่เธอห้ามไม่ได้เพราะเจอหน้ากันกี่ครั้งคืนวันอันแสนขมขื่นก็สาดโครมเข้ามาในความทรงจำ จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งมันก็ทนไม่ได้

ในวันที่เธอเชื่อใจ ผู้หญิงคนนี้ก็ทำลายมัน

แล้วจะให้เธอทำได้อย่างไร

เธอเจ็บเป็น เธอกลัวเป็น และเรียนรู้ที่จะหาทางไม่เจ็บเป็น

เธอค้นพบว่าไม่ควรเอาตัวมาใกล้กับผู้หญิงคนนี้อีก

ไม่ควรเลย

มินามิ

เสียงแหบพร่าบางเบาเหมือนเสียงกระซิบทำให้เธอเคลื่อนสายตาจับจ้องวงหน้าที่เธอเคยใกล้ น้ำเสียงที่เธอเคยฟัง ดวงตาที่เธอเคยจ้องคายออกหลังจากที่มันปิดสนิทบอกว่าสติของคนป่วยได้กลับมา เธอเหยียดตัวลุกขึ้นในทันทีหันหลังจะหนีไม่อยากฟัง

ยะ อย่าไปได้ไหม อย่าไปอีกได้มั้ยน้ำเสียงอ่อนแรงสะเทือกเข้ามาถึงหัวใจของคนที่ยืนยัดตั้งมั่นไม่อยากมีชีวิตข้องเกี่ยวกัน

มินามิ

แล้วตอนนั้นใครเป็นคนบอกให้ฉันไป!เธอกระแทกเสียงด้วยโทสะหันหน้ากลับมาเผชิญกับเจ้าของน้ำตาที่ไหลนองเต็มหน้า

เธอเกลียดน้ำตาที่มันเข่นฆ่าหัวใจของเธอ

เลิกเสแสร้งร้องไห้สักทีเธออยากอาละวาดให้ผู้หญิงคนนี้หยุดทำหน้าเศร้าโสกเสียใจ เพราะผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่หรือไงที่ทำให้ทุกอย่างมันเป็นอย่างนี้

มินามิ ฉัน…”

ฉันไม่อยากฟัง เลิกพูดมากสักที

มินา…”

ถ้าเธอยังไม่หยุดฉันจะออกไปเท่านั้นเองที่ทำให้อัตสึโกะหยุดจะร้องเรียก มีเพียงเสียงสะอื้นกับตัวเองเงียบๆราวกับต้องการปลดเปลื้องน้ำตาแห่งความอาวรณ์ที่เกาะกินหัวใจออกมาให้หมด เขาอยู่ใกล้เพียงแค่นี้ แต่เธอกลับไม่มีปัญญาทำอะไร ไม่แม้แต่จะทำอะไรได้

ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะเหลือน้ำตาให้ร้องไห้ ทั้งที่เมื่อวานนี้ก็ร้องไปจนเรี่ยวแรงหดหาย

 

   คนที่ถูกดึงให้อยู่หายใจอึดอัด ไม่อยากเห็นท่าทางเจ็บปวดทรมานแล้วเธอต้องมายืนดูไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งที่มันบาดใจจนเหวอะไม่รู้จะเหวอะอย่างไร ต้องแสร้งทำเป็นคนใจร้ายยืนนิ่งดูดายอยู่เฉยๆ

หยุดร้องสักทีแล้วเธอก็ทนไม่ไหวเปล่งเสียงเรียบนิ่งใส่คนที่ไม่มีทีท่าจะยอมหยุดร้องง่ายๆ

ฉะ..ฉัน

เธอจะเป็นหนักจนต้องอยู่นี่ต่อมันก็ไม่ใช่เรื่องของฉัน ฉันไม่ได้มีเวลามาอยู่เป็นเพื่อนเธอทั้งวัน อยากร้องก็ร้องให้ตาย เสียเวลาฉันมากพอแล้ว  หากอีกฝ่ายยังไม่หยุดจะเป็นเธอเองที่ควบคุมตัวเองไม่ได้เผลอตัวทำอะไรที่แสดงออกมาว่าเธอแคร์ แคร์ทั้งที่มันเจ็บ

 คนได้รับคำพูดเจ็บแสบกดริมฝีปากเขาหากันแน่น ถึงจะรู้ว่าเขาโกรธเธอแต่ก็อยากให้เขาสนใจ เธอจะเรียกร้องอะไรได้ เธอไม่ใช่คนสำคัญของเขาอีกแล้ว ความน้อยเนื้อต่ำใจทำให้คนเคยดื้อดึงสายน้ำเกลือออกแล้วทำเป็นเก่งจะลุกจากเตียง

ทำบ้าอะไรของเธอหะ!เสียงของเขาเกรี้ยวกราดขณะโฉบเข้ามาคว้าตัวเธอที่พยายามจะสลัดตัวให้หลุดออกจากวงแขนของเขา

ฉันจะกลับบ้าน

อ๋อ อยู่กับฉันมันจะตายใช่มั้ย ถึงอยากกลับไปหาชายชู้ไวๆแววตาของเธอสั่นระริกด้วยความเสียใจเผลอใช้สายตามองเขาด้วยความตัดเพ้อ ทั้งที่รู้ว่าฝ่ายผิดและเริ่มก่อนคือเธอแต่ยังเรียกร้องเอาจากเขาอยู่เหมือนเดิม

ปล่อยเธอกระแทกกระทั้นทั้งที่รู้ว่าเขาตัวเล็กว่ามากจนเกือบทำให้คนจับเธอล้มลงกระแทกพื้น

อยากจะตายมากรึไง ถึงทำเก่งอยู่ได้มินามิแผดเสียงด้วยความโกรธจัดกำข้อมือของผู้หญิงแพศยาแน่นจนหมอพยาบาลที่ได้ยินเสียงวิวาทแห่กันเข้ามาบริเวณสังเกตอาการของผู้ป่วย แล้วต้องตกใจกับสภาพของคนป่วยที่จัดการปลดสายน้ำเกลือเรียบร้อย

คุณจะทำอะไรครับ ใจเย็นๆก่อนนะครับคุณหมอร้องห้ามมินามิที่กระชากร่างอ่อนแรงลงมาจากเตียงนั่งกองพับอยู่บนพื้น

ในเมื่อไม่อยากรักษาก็ดี ไปกลับ ไป!เธอขับไล่อย่างหมดความอดทน ผู้หญิงอวดดีหอบใจหายแรงน้ำตาไหลอาบข้างแก้มอย่างต่อเนื่อง

หยุดนะครับคุณ! ปล่อยคนไข้นะครับ

อย่ายุ่งได้มั้ย  มันเรื่องภายในครอบครัว! ในเมื่อไม่อยากอยู่ก็ดี เธอจะตายฉันจะไม่สน

แล้วจะมายุ่งด้วยทำไม!

ใครกันที่มายุ่งกับฉันก่อน! เคยไล่ฉัน เคยบอกฉันว่าไม่ต้องการเห็นหน้าอีก!ฉันก็ทำให้หมดแล้ว เธอกลับจะมาทำไม!!  เส้นเลือดบนขมับของคนไม่ได้ป่วยเต้นตุบๆเธอดึงแขนให้คนไม่มีแรงลุกยืนลากจะพาออกจากโรงพยาบาลทั้งพยาบาลและหมอวิ่งตามกันให้วุ่นวาย

หยุดก่อนนะคะคุณ! ถ้าคุณทำอย่างนี้คนไข้จะยิ่งแย่นะคะ

ก็ดี อยากอวดเก่งทำไม ไม่ต้องให้อยู่ดูอาการแล้ว ขึ้นรถ!

คุณหยุดนะคะเสียงนางพยาบาลทวงห้ามกันเป็นเรื่องราวใหญ่โต มีคนกำลังจะกดโทรศัพท์แจ้งความกับตำรวจ หากคนไข้ไม่พูดว่าขอกลับบ้านไม่ต้องการรักษาแล้ว ต้องเกิดการจลาจลขึ้นในโรงพยาบาลแน่ๆ เล่นเอาหมอพยาบาลทำตัวไม่ถูก อยากจะห้ามปราม ตามเอาผู้ป่วยกลับมาอยู่ในโรงพยาบาลหากทว่าก็ทำไม่ได้เมื่อเป็นความประสงค์ของผู้ป่วยเอง

 

  เกิดความเงียบตลอดทางเส้นทางที่ขับรกออกมาจากโรงพยาบาล คนอวดเก่งนอนระส่ำระส่ายหอบหายใจถี่บ่งบอกอาการที่ย่ำแย่เต็มทนให้คนขับรถนึกหงุดหงิดกับการแผงฤทธิ์ไม่รู้จักเวลาล้ำเวลาทำให้เขาโกรธจัดจนต้องลากตัวกันออกมาจากโรงพยาบาลอย่างนี้

หากผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรหนักมากกว่านี้เพราะเขาจริงๆ เขาคงให้อภัยตัวเองไม่ได้

ค่ะ คุณหมอเหรอคะ

ใช่ค่ะ

เมื่อสักครู่ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะคะ

ค่ะ

ช่วยมาที่บ้านด้วยนะคะ

ค่ะ ตอนนี้เลยค่ะ เตรียมน้ำเกลือมาด้วยเลยนะคะ

ค่ะ อาการหนักอยู่เหมือนกันค่ะ

 อัตสึโกะสะลึมสะลือได้ยินเสียงคนขับรถคุยโทรศัพท์กับใครบางคนก่อนจะหลับตาลงอย่างหมดแรงอีกครั้ง เธอรู้สึกหนักอึ่งบนหัวไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอถึงได้ปวดหัวขนาดนี้

ทำไมถึงชอบทำอย่างนี้คนพึ่งวางโทรศัพท์เคลื่อนสายตามองคนที่นอนกอดตัวเองอย่างอ่อนใจ เธอต้องโทรกลับไปหาทางโรงพยาบาลขอให้หมอมาดูอาการคนไข้อวดเก่งที่บ้านเธอแทน เธอรู้ดีกว่าใครว่านิสัยผู้หญิงคนนี้เป็นยังไง ลองให้ได้ดื้อดูสักครั้ง บอกจะกลับก็คือกลับให้ได้ ถึงเธอไม่โมโหชวนทะเลาะเป็นเรื่องราวใหญ่โต จะห้ามให้นอนโรงพยาบาลต่อผู้หญิงคนนี้ก็คงไม่ทำ

เฮ้อ

อย่าทำอย่างนี้อีกนะ  เธอเกลียดความใจอ่อนของตัวเองและมันดันเกิดกับผู้หญิงที่เธอไม่อยากให้เกิดมากที่สุด

เธอไม่สามารถห้ามมันได้ ห้ามไม่ได้ไม่ให้รู้สึก

 เพราะเธอรู้ว่าเธอไม่ลืม

 ขนาดเจ็บเจียนตายมาแล้วมันก็ลืมไม่ได้

ลืมไม่ได้ว่าเธอรัก คนที่อยู่บนเบาะข้างๆกันนี้มากแค่ไหน

Share this post


Link to post
Share on other sites

Ch.10 อยากให้ฟัง

 

               รถถูกจอดสนิทในโรงจอดรถเป็นที่เรียบร้อยหากคนที่ขับรถคันโปรดกลับมาถึงบ้าน กำลังขมวดคิ้วมุ่ย เธอจะทำอย่างไรกับผู้หญิงที่นอนหลับอยู่เบาะรถข้างคนขับ ลำพังเธอคงพาขึ้นบ้านคนเดียวไม่ไหวเพราะส่วนสูงที่ต่างกันมากพอสมควร สงสัยคงต้องลองปลุกให้อีกฝ่ายร่วมมือกับเธอช่วยพยุงตัวเองเข้าไปในบ้าน

สัมผัสแผ่วเบาแตะลงบนไหล่ลาดของคนที่นอนสั่นระริกเพราะอุณหภูมิร่างกายไม่ปกติและราวกับมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน ความโหยหาทำให้คนที่เคยมีอดีตร่วมกันมานิ่งค้าง สายตาเคลื่อนสำรวจใบหน้าของคนหลับเป็นครั้งแรก ใบหน้าเคยอิ่มเอมเมื่อคราวอยู่กับเธอซูบลงไปมาก ดวงตาที่ยังปิดสนิทปูดจนเห็นชัด มีรอยซ้ำอยู่รอบขอบดวงตา เธอเผลอเคลื่อนมือแตะอย่างลืมตัวก่อนรีบชักมือกลับเพราะอีกฝ่ายเริ่มขยับตัวเปลี่ยนท่า  เธอถอนหายใจโล่งอกที่คนข้างกายยังไม่ตื่นขึ้นมา

 

นี่ ตื่น เข้าบ้าน ฉันแบกเธอเข้าไปไม่ไหวหรอกนะ

ตื่น  แรงเขย่าไม่เบาปลุกให้อัตสึโกะสะลึมสะลือปรือตาขึ้นมามอง

ปะปวดหัว

รู้แล้ว ตื่นแล้วช่วยตัวเองลุกขึ้นมาก่อน ฉันแบกเธอไม่ไหวหรอกนะ ทีก่อนนี้ละอวดเก่งดีนักคุณอัยการอดจะแขวะไม่ได้ ลึกๆพอเห็นท่าทางทรมานของคนเคยมีอดีตร่วมกันเธอก็เป็นห่วง

 

เธอไม่ได้อยากพูดไม่ดีใส่สักหน่อย

 

ร่างเล็กดึงมือตัวเองที่แตะอยู่บนไหล่ของคนรู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้างกลับมา เพราะกะลงไปเปิดประตูรถอีกฝั่งพาร่างของผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคู่ชีวิตของเธอเข้าบ้านทว่ามือของเธอกับถูกฉวยคว้าจนต้องสะบัดหน้ามองกลับ

ปล่อย

ฉะ.. ฉันขอโทษ  เธอเมินหน้าหนีออกไปมองนอกรถดึงมือกลับด้วยท่าทางไม่แยแสแล้วก้าวเท้าลงข้างล่าง ไม่ได้สนว่าจะทำให้คนที่นั่งข้างกันมีสีหน้าเศร้าอย่างไร ก่อนเปิดประตูฝั่งคนป่วย กลั้นใจสอดแขนเข้ารัดรอบเอวอีกฝ่ายแล้วจับแขนที่อ่อนแรงของคนป่วยพาดบนคอเธอ กลิ่นกายที่แสนคุ้น สัมผัสที่อุ่นครุ่นอยู่ในใจกำลังเล่นงานให้หัวใจของเธอให้ดีดกระเด้งด้วยความรุนแรง

 

จะบอกห้ามก็ไม่ทัน จะปรามก็ไม่ได้

 

อัตสึโกะอยากปล่อยให้ตัวเองจมลงกับกระแสแห่งความใกล้ชิดแม้มันจะปวดหนึบเป็นระลอกเมื่อพบกับท่าทางเย็นชาของเขา อยากบอกเขาเหลือเกินว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเธอไม่ได้อยากทำ เธอเองก็เจ็บไม่ต่างกัน

 ไม่กี่นาทีต่อมาร่างของเธอก็ถูกวางลงบนเตียงนอนที่อวบอวนไปด้วยกลิ่นกายอันน่าโหยหา อดใจไม่ไหวต้องฝั่งจมูกลงบนหมอนสูดดูมกลิ่นหอมแทนกายที่เธอไม่อาจสัมผัส เปลือกตาที่เคยลืมด้วยความหนักปิดกลับเหมือนเดิม  มีเพียงความรู้สึกว่าเตียงข้างตัวยุบลงในนาทีต่อมาแล้วสัมผัสอันแผ่วเบาก็ที่กดขึงขมับเหมือนดังสวิทช์กระตุ้นให้ดวงตาของเธอลืมอีกครั้ง จังหวะนั้นดวงตาของเธอผสานเข้ากับเขาอย่างจัง เกิดเพียงความเงียบที่กัดกร่อนหัวใจของเธอ

มินามิรีบหลบตา

มิ..นามิเธอเรียกชื่อเขาอย่างกล้าๆกลัวๆใช้มือที่ไร้เรี่ยวแรงจับแขนเสื้อเขาเอาไว้

ฉันขอโทษ

ทำไมถึงเอาแต่พูดคำนี้ออกมา เธอมาขอโทษตอนนี้ให้ได้อะไร

ฉะ…”

นอนไปเถอะ ฉันไม่อยากฟังอะไรคนแสร้งใจร้ายตัดบทเสียงเรียบ ทุกคำพูดของเธอคนนี้เป็นดั่งคมมีดไร้รูปร่างที่กรีดหัวใจเขาทีละแผลให้ทรมานจนสุดต้านทาน ทว่าคนป่วยกลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามดันตัวลุกขึ้นมาโถมน้ำหนักเข้าหาพร้อมสองแขนรัดรอบแผ่นหลัง

 

มินามิไม่สามารถขยับตัวตอบสนองนอกจากนั่งนิ่งเป็นรูปปั้น เสียงสะอื้นน้อยๆกำลังบาดใจช้าๆ

 

ฉะฉันขอโทษ ฉัน..วิญญาณของคนงอแงถูกกระชากติดออกไปกับเจ้าของริมฝีปากที่ขยับวงหน้าแตะปิดปากให้หยุดร้อง ร่างสมสวมถูกรัดช้าๆขณะปลายลิ้นของคนบุกรุกควานชิมเข้าไปในริมฝีปาก  อัตสึโกะปล่อยให้สมองว่างเปล่า จูบตอบอย่างหวั่นเกรง รู้ตัวอีกทีก็เห็นน้ำตาใสๆของอดีตคนรักไหลลงมา

ทำไมถึงได้เอาแต่ขอโทษฉัน เธอเอาแต่ขอโทษฉัน ขอโทษอยู่อย่างนี้ เธอรู้มั้ยว่าฉันเจ็บแค่ไหน

มินามิ

ทำไมเธอถึงต้องทำอย่างนี้! บอกไม่ต้องการกันแล้วกลับมา กลับมาเรียกร้องทุกอย่าง ขอให้ฉันอยู่ด้วย แล้วฉันจะต้องทำยังไง! เธอรู้มั้ยว่ามันเจ็บ!!มินามิอยากผลักร่างของผู้หญิงที่ตนกอดออกไปไกลๆ ไล่ไปให้พ้นๆหน้า ทว่าใจเธอมันอ่อนแอเกินกว่าจะทำอะไรได้ทั้งนั้น เอาแต่คิดถึงผู้หญิงคนนี้อยู่ร่ำไปแม้รสสัมผัสยังทำให้รู้สึกดีทั้งที่เธอบอกว่ารังเกียจมัน

ฉันรักเธอคราวนี้เล่นเอาร่างของมินามิกระตุ้นสะเทือนไปด้วยหยาดน้ำตาเธอทั้งโกรธทั้งอยากฆ่า เอามือบีบคอคนที่ทิ้งเธอไปอยู่กับชู้แต่ยังกล้าบอกรักเธอหน้าด้านๆ

ฉันไม่อยากรู้ รักแต่หนีไปอยู่กับชู้ เหอะ น่าเชื่อตาย!

มินามิ ฉันจำเป็นต้องทำ

คงจะจำเป็นมาก!มินามิประชดด้วยคำพูดเสียดแทง เธอจะเชื่อสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้พูดอย่างไร หลักฐานมันก็เห็นอยู่คาตา จะให้เธอโง่ถูกหลอกอีกงั้นหรือ

ปล่อย!

ไม่ มินามิ ฉันจะไม่ปล่อยเธออีก ไม่อีกแล้วไฟโทสะได้แผดเผาอยู่ในหัวอกของเธอให้หมดความอดทนผู้หญิงอวดดีดึงรั้งร่างเธอลงกอดไว้แนบแน่น

พายุอารมณ์ที่กระหนำแผดเผาความยับยั้งชั่งใจ เธอเผลอพุ่งซาดซัดคลื่นอารมณ์ใส่ร่างอ่อนแอบนเตียงนอนแรงขบกัดฝาดฟันบนผิวเนื้ออ่อนแดงระเรื่อดุจมีผืนขึ้นตามตัว อารมณ์โกรธปนคิดถึงแสดงออกมาเป็นความรัญจวน

อัตสึโกะกัดฟันแน่นทนต่อแรงที่โหมกระหน่ำ สัมผัสอ่อนโยนซึ่งเคยได้รับหลงเหลือเพียงความเจ็บปวดดังเขาต้องการระบายทุกอย่างลงบนตัวเธอ เสียงทัดทานคัดคานถูกเก็บเงียบ ริมฝีปากร้อนฉ่าเจ่อปวมขึ้นมาตามแรงบดขย้ำซ้ำๆ

 

เธอมันน่ารังเกียจคำนี้สะท้านถึงขั้วหัวใจ เขาไม่แม้จะมองหน้าเธอ กัดลงบนบ่าด้วยความรุนแรงเสื้อผ้าถูกปลดเปลื้องเหลือเพียงผิวเนื้อสัมผัสกับอากาศ แรงอารมณ์ยังถูกโหมดังพายุเกรี้ยวกราด แขนสองข้างเธอถูกถูกจับชูขึ้นและถูกรวบมันไว้ด้วยเข็มขัดหนัง

 เธอไม่มีแรงจะต่อต้านหรือต่อให้มีเธอก็ไม่คิดจะทำตั้งแต่แรก ถ้านี่เป็นสิ่งที่เธอไถ่โทษให้เขาได้เธอก็ยอม เธอน้อมรับความเจ็บปวดที่เขากระทำ

คนอย่าเธอมันก็แค่ผู้หญิงสกปรก นอนกับคนอื่นไม่เลือกหน้า!คำตราหน้าของเขายังเจ็บเสียยิ่งกว่าสิ่งที่เขาทำกับเธออยู่ เขาไม่ได้สัมผัสเธอด้วยความรักหากสัมผัสด้วยแรงแค้นที่สุดประมาณ

 

น้ำตาของเธอไหลลงอย่างห้ามใจไม่ได้

 

รังเกียจฉันมากขนาดถึงร้องไห้เลยรึไง!

 

เธอส่ายหน้าปฏิเสธจะรังเกียจเขาได้อย่างไร ไม่เคยเลย ไม่เคยคิด

ต่อให้เขาจะทำอย่างไรกับเธอเธอก็ยินยอม ไม่ได้รังเกียจเขาเลย

ฉันรักเธอคำว่ารักของเธอเต็มไปด้วยความขมขื่นหากมันกลับเป็นดังคลื่นระลอกแล้วระลอกเล่าที่เสียดแทงหัวใจของคนฟัง

               มินามิกัดลงบนเนินอกด้วยความรุนแรงแทนการระบายความแค้นและเกลียดชัง คำว่ารักของหญิงแพศยามีค่าเป็นแค่ยาพิษ เมื่อก่อนเธอเคยเสพติดมันจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด  ครั้งนี้เธอจะไม่ยอมหลงอยู่ใต้อำนาจของมันอีก  เธอไม่สนคนดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดเคลื่อนมือลงด้านล่างทั้งริมฝีปากยังกัดตามเนื้อตัวร้อนเพราะฤทธิ์ไข้

มิ..นามิ

อย่าเรียกชื่อของฉันมันไม่เชิงความรู้สึกสะอึดสะเอือนเมื่อนึกถึงว่าผู้หญิงคนนี้เคยทำแบบนี้กับคนอื่น มันน่ารังเกียจจนอย่าหยุดทุกสัมผัสไม่อยากแตะต้องผู้หญิงหลายใจ นิ้วมือเคลื่อนเข้าจุดไวต่อสัมผัสก่อนดันมันเข้าไม่แย่แสสนใจว่าคนถูกกระทำจะพร้อมหรือไม่

อัตสึโกะปล่อยน้ำตาด้วยความเจ็บแปลบเสียดขึ้นมากลางกายพยายามจะถีบดันร่างเขาออกไป

จะเจ็บ

แค่นี้มันยังน้อยไปกับสิ่งที่เธอทำไว้!คนโกรธหัวเราะหึในลำคออย่างสมเพชทั้งที่เป็นคนทำเขาเองแท้ๆ แต่ทำไมเธอกลับต้องมารู้สึกปวดใจเพราะผู้หญิงคนนี้สะอื้นร้องไฟ้

 ความคับแน่นแทบขยับไม่ได้ทำให้หัวคิ้วเธอขมวดด้วยความกวนใจ เป็นครั้งแรกที่เธอมองหน้าคนร้องไห้

จะ...เจ็บ

บอกมาว่าเธอทำอย่างนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

ฉัน..

พูดมาเดี๋ยวนี้!

กะ..กับเธอ

 มินามิผลักตัวนั่งนิ่งคร่อมคนที่ฝังหน้าร้องหายไห้ด้วยความไม่มั่นใจว่าตอนนี้เธอรู้สึกอย่างไร มันสับสนงงงวย ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้โกหกเธออยู่รึเปล่า

อย่ามาโกหก!

แค่กับเธอ ครั้งสุดท้ายกับเธอน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวด อัตสึโกะช้อนตาเกาะพราวไปด้วยหยาดน้ำตามองคนที่กัดริมฝีปากแน่น

หมายความว่ายังไง!น้ำตาเขารินไหลหยดลงใส่ผิวกายเปลือยเปล่าของเธอเหมือนเด็กเล็กๆที่ไม่เข้าใจ เต็มไปด้วยความสงสัย เธออยากดึงเขาลงมากอด แต่เขาคงไม่ยอมให้เอใกล้

ฉันเป็นของเธอ แค่ของเธอ

  เธอกับเขาประสานสายตากันนิ่งเงียบต่างคนต่างปล่อยให้ความเงียบเข้ามาเป็นสื่อกลาง ไม่ต้องการคำพูดใดระหว่างกัน

 มินามิปลดเข็มขัดหนังที่เคยรัดข้อมือคนบนเคียงออกก่อนเหยียดตัวลุกขึ้นตรง

ใส่เสื้ออัตสึโกะเพิกเฉยคำพูดเย็นชา โถมตัวลุกตรงเข้ากอดแนบผิวกายไร้สิ่งใดปกปิดกับร่างอันสั่นเทา

ฉันบอกให้ใส่เสื้อ!

มินามิ

อย่าเรียกชื่อของฉัน! จะให้ฉันเชื่อได้ยังไง! จะให้เชื่อได้ยังไงแววตาเขาสั่นระริกบอกว่าทรมานแค่ไหนกับคำพูดที่ได้ยินไปเมื่อครู่ เขาเกลียดกลัวมารยา กลัวความเจ็บปวดอีกไม่รู้กี่ครั้ง

ก่อนร่างกายจะถูกดึงรั้งให้นั่งลงในวงแขนของผู้หญิงที่เขาไม่เคยลืม เสียงร้องเบาๆบาดเข้าหูฝังลึกลงไปถึงหัวใจ

ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ ฮือๆไม่มีคำพูดใดดีกว่าคำพูดที่ถูกใช้ซ้ำๆนี้อีกแล้ว อยากบอกว่าให้เชารู้ว่าเธอเสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป มินามิไม่ยอมเคลื่อนไหวปล่อยให้ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นอดีตร้องไห้แน่นิ่งอยู่กับซอกคอ ไม่แม้จะพูดปลอบโยน เพราะความสับสนที่กัดกินหัวใจ

แล้วเสียงโทรศัพท์ก็แผดดึงรั้งสถานการณ์อึดอัด  มินามิขยับถอยกายลุกขึ้นรับ เป็นโทรศัพท์จากแพทย์เจ้าของไข้ที่จะมาดูอาการให้อัตสึโกะ

ค่ะ รอสักครู่นะคะ จะลงไปรับเธอเคลื่อนสายตามองคนที่นั่งกอดเข่าบนเตียงหลังจากวางสายจากแพทย์เจ้าของไข้เรียบร้อย

 ใส่เสื้อซะฉันจะลงไปรับหมอขึ้นมาดูอาการให้ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความช้ำใจเสียดแทงหัวใจของเธอจนรู้สึกระบมช้ำ ต้องขอบคุณการทำงานที่ทำให้เธอรู้จักเก็บอาการ เธอจัดเสื้อผ้าให้เข้าทีแล้วหันหลังออกจากห้อง

มินามิทำอย่างไรเขาจะยอมเชื่อเธอ ทำอย่างไรทุกอย่างจะกลับมาเป็นดังเดิม

เธอท้อท้อยากถอนหายใจเป็นล้านครั้ง ก็รู้ว่าอดีตคนรักของเธอเป็นยังไง

 

 

เอาล่ะครับ เรียบร้อยแล้วนะครับ คราวนี้ต้องให้คนไข้พักผ่อนเยอะๆกินยาให้ครบ แล้วผมขออย่าพึ่งให้มีเรื่องกันเหมือนก่อนหน้านี้นะครับคุณหมอหนุ่มเงยหน้าพูดกับญาติคนไข้ที่ยืนกอดอกมองคนป่วยอยู่ห่างๆ เหตุการณ์วิวาทฉุดกระชากกันที่โรงพยาบาลเขายังจำได้ฝั่งใจจนแอบหวาดผู้หญิงสองคนนี้

ก่อนหน้านี้ต้องขอโทษจริงๆนะคะมินามิก้มหัวยอมรับผิดโดยดุษฎี ที่โรงพยาบาลเขาเองออกจะทำเกินไปหน่อย

ไม่เป็นไรครับ ยังไงก็ใจเย็นๆ ค่อยๆคุยกันนะครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ หากคนไข้อาการไม่ดีหรืออย่างไร ก็โทรบอกผมได้ครับ”  คุณหมอขอตัวกลับไปแล้วโดยที่มินามิตามลงไปส่งก่อนจะกลับขึ้นมาอีกครั้ง หากคนที่ควรจะหลับกลับมองมาตาปรือ

หมอบอกให้พักไม่ใช่รึไง รีบๆนอนไป

มินามิ

อะไร

พูดด้วยกันเหมือนเดิมได้รึเปล่าคะอัตสึโกะได้ยินเสียงหัวเราะเหอะในลำคอ แววตาของเขาที่มองเธอแข็งกร้าว มันทำเอาเธอเหนื่อย เธอท้อ ก็รู้ดีอยู่ว่าเขาใจแข็งขนาดไหน

มันไม่สำคัญ

มินามิ

รำคาญเรียกอยู่ได้ เธอเห็นชื่อฉันมันเป็นอะไร คิดอยากจะเรียก คิดจะมาหาเมื่อไหร่ก็ได้รึไง ฉันไม่ใช่ที่แก้เหงาของเธอ

มิ..

ถ้าเธอยังเรียกฉันอีกคำเดียวฉันจะลงไปอยู่ข้างล่างเขาถอนหายใจอย่างหัวเสียก่อนจะทิ้งตัวนิ่งอยู่บนปลายเตียง

นอนได้แล้ว อย่าให้ฉันเสียเวลามากกว่านี้เธอไม่รู้จะโต้ตอบอย่างไรกับความใจแข็งของเขา ได้แต่มองด้วยแววตาเว้าวอน ขอให้เขาอภัยให้เธอ

ไม่ต้องมอง อย่าคิดว่าฉันจะสงสาร ทำตัวเองทั้งนั้น

ใช่ เธอทำตัวเองทั้งนั้น ทุกอย่างที่ผ่านมา อัตสึโกะข่มความน้อยใจเก็บเอาไว้ คนอย่างเธอจะมีสิทธิเรียกร้องอะไร ขนาดเสียงของเธอเขายังไม่อยากฟังแล้วเขาจะยอมฟังเธออธิบายได้อย่างไร เธอกำผ้าห่มขึ้นคลุมหน้าน้อยใจเกินต้านทาน ไม่อยากทำให้เขารำคาญเธอมากกว่านี้ แค่ได้ใกล้ แค่ได้มาอยู่ในสถานที่ของเขา แค่ได้แนบชิดไม่นาน สำหรับเธอมันก็มีค่ามากเหลือเกิน

 มินามิลุกจากเตียงที่นั่งอีกครั้งเธอเปิดตู้หยิบผ้าขนหนูเดินหายเข้าไปในห้องน้ำก่อนจะกลับออกมา  เธอแตะผ้ามาดลงบนแขนคนน้อยใจเบาๆแต่กลับกลายเป็นกระแสสะท้านไปถึงหัวใจคนนอน

มินามิ

เงียบน่าคนหน้าร้อนแสร้งมองไปทางอื่น ไม่อยากพบเจอสายตาดีใจของคนนอน หากมือเธอกลับถูกคว้าแล้วคนนอนก็ดันพลิกตัวมากอดรัดแนวเอไว้แน่น

ปล่อย

มินามิ ยอมฟังกันอธิบายได้รึเปล่าคะ ฉันมีเหตุผลที่ต้องทำอย่างนั้นเกิดความนิ่งเงียบขึ้นอีกครั้ง เธอก้มลงมองมือที่กอดรัดรอบตัว

ฉันไม่รู้ว่าเธอมีเหตุผลอะไร แต่เธอทำให้ทุกอย่างมันเป็นอย่างนี้คำพูดคราวนี้เบาที่สุดตั้งแต่คุยกันมาทว่าแววตายังเป็นไปด้วยความตัดเพ้อ

ฉันก็ไม่อยากให้ทุกอย่างเป็นอย่างนี้คนป่วยบอกเสียงอู้อี้ในจังหวะที่ซบหน้าเข้ามาหาเธอ

อัตสึโกะ  เพียงแค่ชื่อของตนเองเท่านั้น ที่ทำให้คนนอนถึงกลับน้ำตาคลอเบ้าผงกหัวขึ้นมองตาเขาอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

ฉันจะยอมฟังเธออธิบายก็ต่อเมื่อเธอหายดี อย่าดื้อได้มั้ยมินามิยกมือลูบผมของคนที่ขยับศีรษะเข้ามาซุก เธออดใจไม่ไหว กี่ครั้งแล้วที่เธอแพ้ให้ความดื้อด้านของผู้หญิงคนนี้

มินามิ

พอน่า จะร้องทำไมเยอะแยะ แค่นี้ยังตาช้ำไม่พออีกรึไง

ก็มัน…”

ไม่ต้องพูดแล้วมินามิส่ายหน้า ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเธอเหลือเยื่อใยอยู่เต็มหมดหัวใจ ปล่อยให้คนเจ้าน้ำตาหลับตาพริ้ม ค่อยๆนำผ้าอุ่นเช็ดไปตามร่างกายอย่างเบาเมื่อ

มินามิ

อะไรอีก

อยู่จนกว่าจะหลับได้มั้ยคะหากจะต่อรองหากจะเอาแต่ใจ อัตสึโกะขอทำมันให้ถึงสุดเพื่อตักตวงความสุขเล็กๆตอนนี้เอาไว้

มากไปรึเปล่า

มินามิ

ก็ได้ๆฉันรำคาญหรอกนะเสียงเขาบ่นกระปอดกระแปดมันทำให้เธอยิ้มบางๆ

แล้วมานอนอยู่อย่างนี้ ไม่คิดจะติดต่อกลับไปที่บ้านรึไง

มินามิหมายถึงใครคะถ้าคนที่บ้าน คนที่อยากติดต่อ ที่อยากให้ห่วงก็คนที่นั่งเช็ดตัวให้เธออยู่ตรงนี้ จะให้ เธอหาใครที่ไหนอีก

เยอะแยะ ไหนจะเพื่อนเธอ ไหนจะชู้รัก แล้วไหนจะเด็กนั่น

จูริเหรอคะเธอไม่สนคำประชดประชันของเขาเจาะจงถามสิ่งที่อยากรู้

ฉันไม่ได้อยากรู้จักชื่อแค่คิดถึงว่าผู้หญิงคนนี้เคยทรยศเธอหัวใจก็เจ็บแปลบ เธอหยุดชะงักมือที่จับผ้าหากมันถูกฉวยกุมเอาไว้

เด็กคนนั้นเป็นลูกของมินามินะคะสิ่งที่หลุดออกมาจากปากคนนอนทำให้ดวงตาเธอเบิกกว้างเหมือนถูกหินทับใส่ศีรษะ  อีกครั้งที่เธอมองคนจับมือเธอไว้อย่างสับสนงงงวยไม่เข้าใจ ผู้หญิงคนนี้จะปั่นหัวเธอไปถึงเมื่อไหร่

มินามิฉันพูดความจริง จูริเป็นลูกของมินามิหรือจะต้องให้พาไปตรวจดีเอ็นเอมั้ยคะถึงจะเชื่อ

เธอส่ายหน้าคล้ายคนเหม่อลอยกระตุกมือมากุมศีรษะเอาไว้

เธอจะหลอกอะไรฉันอีก

มินามิ

เธอจะโกหกฉันอีกฉันใช่มั้ย

มินามิ มัน…”

ก็เธอบอกว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของคนอื่นแล้วเธอจะมาบอกว่าเป็นลูกของฉันได้ยังไง!

มินามิ ฉันขอโทษอัตสึโกะเบือนหน้าหนี เธอเจ็บไม่ต่างจากเขาที่ต้องโกหกเรื่องราวในอดีต โกหกว่าลูกไม่ใช่ลูกของเขา

พอ! ฉันยังไม่อยากฟังอะไรตอนนี้แววตาเขาเต็มไปด้วยความตัดเพ้อ เธอเห็นเขาผ่อนลมหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน เธออยากขอโทษ อยากทำทุกอย่างให้เขาหายโกรธ ให้เขากลับมาเป็นมินามิของเธอคนเดิม

ฉันจะขอคำอธิบายจากเธอแน่ แต่มันก็เป็นหลังจากที่เธอไม่ได้อยู่ในสภาพนี้เสียงดุดันของเขาคาดโทษ

เธอทำท่าจะเรียกชื่อเขาแต่ถูกปรามด้วยเสียงเย็นๆ

บอกแล้วว่าไม่ต้องพูดอะไรอีก ฉันจะลงไปหาข้าวให้ อยากทำอะไรก็รีบๆทำ จะโทรหาใครก็เรื่องของเธอ กระเป๋าอยู่บนหัวเตียงอัยการร่างเล็กลุกออกจากเตียงด้วยความขุนเคือง หากจะนับความรู้สึกที่มีตั้งแต่ต้นเธอบอกเลยว่าตอนนี้เธอโกรธมากกว่าตอนแรก เธอไม่เข้าใจ เหมือนเธอไม่เคยรู้จักกับผู้หญิงคนนี้มาก่อน ผู้หญิงที่เก็บซ่อนและปิดบังทุกอย่างจากเธอ เธอมันก็แค่คนนอกสายตา ไม่มีค่าอะไร

 

ยูโกะเหลือบมองโทรศัพท์ที่พึ่งวางสายไปเมื่อสักครู่ เธอได้รับรายงานเรื่องของอัตสึโกะจากปากลูกน้องมาว่าเกิดอะไรขึ้น เล่นเอาเป็นห่วงแทบตาย สุดท้ายก็ต้องไปนอนในบ้านอดีตคนรัก หวังว่าจะไม่มีเรื่องอะไรให้ปวดหัวเตามมาอีกหรอกนะ  กลับมาเธอจะบ่นให้หูชาก็รู้ว่าอาการตัวเองยังไม่ได้หายดี อต่กลับทำเรื่องิย่างนี้  ดีนะ มรามีแรงโทรกลับมาหาเธอ ไม่งั้นเธอจะบอกให้ลูกน้องเข้าไปตามตัวในบ้านคุณอัยการจริงๆ  เฮ้อ อัตสึโกะนะอัตสึโกะ

ท่านประธานค่ะ ได้เวลาแล้วเธอเงยหน้ามองเลขาที่ค่อนข้างจะไวใจได้สูงใส่สูทพอดีตัวถือซองเอกสารสีน้ำตาลเข้ามาให้

เร็วดีจริงๆเธอลุกจากโต๊ะที่นั่งแช่ตั้งแต่วนกลับมาที่บริษัทแทนจะเป็นที่บ้านหลังจากไปส่งเพื่อนสนิทเข้าสำนักอัยการพิเศษ เพราะปัญหาที่เธอต้องเข้ามาจัดการในบริษัทนิดหน่อย

รออยู่ในนั้นใช่มั้ย?”

ค่ะ ท่านประธานเธอยักไหล่ก่อนแย้มรอยยิ้มด้วยท่าทางสนุก

สงสัยงานนี้เราจะได้สนุกกันแล้ว

สนุกไม่สนุกก็ต้องรอดู นี่เธอกำลังจะได้เจอกับลูกนกตัวน้อยๆปีกกล้าขาแข็งที่ริอาจมาทำตัวกร่างในบริษัทของเธอ งานนี้เป็นไงเป็นกัน เธอไม่คิดจะสนเรื่องมิตรภาพยาวนานของตระกูลอะไรพรรณนั่นถ้ามันต้องแลกกับอิสรภาพของเพื่อนเธอ

 

คนที่ปล่อยข่าวแปลกๆเกี่ยวกับบริษัทออกไปให้ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เป็นเธอเองสินะ ไม่คิดว่าเด็กอย่างเธอจะกล้า

พอดีทางนั้นเขาให้เงินดีนิค่ะคนพูดยกมือเท้าคางบนโต๊ะประชุมตัวยาวที่ถูกเชิญกึ่งบังคับมาโดยคนของประธานบริษัท  เธอรู้โอชิมะ ยูโกะไม่ใจดีขนาดจะปล่อยใครไปง่ายๆ

ว่าแต่ว่า หูตาไวเหมือนกันนะคะ

หึ เธอเล่นผิดที่แล้วล่ะ ตอนนี้หลักฐานอยู่ในมือฉันหมดแล้วยูโกะโยนซองเอกสารลงบนโต๊ะประชุมอย่างไม่ยี่ระ

แต่คุณก็ยังไม่เอาผิด บอกจุดประสงค์มาดีกว่าค่ะ ว่าจะให้ดิฉันทำอะไร เพราะคุณคงไม่ใจดีขนาดให้คนของคุณไปเชิญฉันมาจากบ้านใช่รึเปล่าคะ

ก็คงงั้นยูโกะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามด้วยท่าทางเป็นต่อ เธอพยักพเยิดให้เลขาของเธอจัดการกับของที่เธอบอกเอาไว้ ไม่นานเอกสารสีขาวที่ถูกพิมพ์อย่างเป็นระเบียบก็ถูกยื่นให้คนที่คิดจะล่นอะไรแผลงๆในบริษัทของเธอ

โอ้ นี่ สัญญาทาสเหรอคะคนที่ตกเป็นรองพูดจาไม่ทุกข์ร้อนขณะอ่านเอกสารที่ถูกโยนให้อย่างใจเย็น

รีบเซ็นซะสิ ก่อนฉันจะส่งหลักฐานพวกนี้ให้ตำรวจ ฉันรู้ว่าเธอแค่แหย่เพื่อจะดูการเคลื่อนไหวของฉัน แต่มันก็ไม่ค่อยดีหรอกนะ ที่มาทำให้หุ้นบริษัทฉันตกแบบนี้

คุณก็เลยจะใช้ฉันจัดการกับคนพวกนั้น

ยูโกะยกยิ้มอย่างถูกใจ เธอก็เข้าใจอะไรเร็วดีนิ

คุณเองก็ปีศาจไม่ต่างจากผู้ชายคนนั้น

ฉันเลือกจะเป็นปีศาจกับคนที่สมควร เธอก็รู้ว่าคนที่จ้างเธอทำอย่างนี้มีจุดประสงค์อะไร

ไม่ได้เกี่ยวกับฉันนิค่ะคู่สนทนาของยูโกะเลื่อนเอกสารลงแล้วยิ้มกระเหี้ยม

คุณคิดว่าคุณจะส่งฉันเข้าคุกได้จริงๆ!?” หน้าตาที่ไม่ทุกข์ร้อนทำให้ยูโกะเผยรอยยิ้มเหนือชั้นอีกครั้ง

อ๋อ เผื่อเธอยังไม่รู้ว่าเพื่อนของคุณอัยการนั่นผู้บังคับการตำรวจ แค่นี้พอจะช่วยจัดการกับอิทธิพลของคนที่คุ้มหัวเธออยู่ได้มั้ยล่ะ วาตานาเบะ มายุคนถูกตรอกหน้ากัดปากตวัดปากกาลงในเอกสารสัญญาที่อีกฝ่ายร่างส่งกลับคืนให้

แค่นี้คงพอใจแล้วใช่มั้ย!

ก็แค่นั้น เธอเองก็ทำงานให้ดีล่ะ แม่นกน้อยสองหัวหรือจะเป็นหนูผู้ลอบกัด อย่างไหนจะดีกว่ากันนะ

เหอะมายุชักสีหน้าอย่างขัดใจ เธอคิดผิดเองที่เดินเกมพลาดปล่อยให้คนของโอชิมะ ยูโกะ เข้าถึงตัวเธอในวันที่นัดพบกับคนบ้านตระกูลมาเอดะเพื่อตกลงเรื่องเงินตามข้อเสนอที่ฝ่ายนั่นขอให้เธอทำ

ฉันไปก่อนนะ หวังว่าเธอจะทำงานให้ฉันพอใจยูโกะลุกจากเก้าอี้เดินไปเกี่ยวเอาซองเอกสารที่โยนลงโต๊ะเมื่อครู่กลับขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มของผู้ชนะ เธอไม่ได้โง่ขนาดจะปล่อยให้ผู้ถือหุ้นในบริษัทอยู่เฉยๆโดยไม่มีคนจับตาดู  เมื่อไม่กี่วันก่อนเริ่มมีข่าวลือแปลกๆในบริษัทว่า ที่นี่กำลังจะถูกคนเทคโอเวอร์เพราะสินค้าล็อตล่าสุดขาดทุนอย่างหนัก เธอซึ่งที่เป็นประธานไม่สามารถหาทางแก้ไขได้ และคนปล่อยข่าวก็ไม่ใช่ใครที่ไหน คือคนที่เธอพึ่งคุยด้วยไป แม่นี่ยังสร้างความน่าเชื่อถือโดยการติดต่อกับคนของตระกูลมาเอดะ ให้ทำบัญชีปลอมสับเปลี่ยนกับของจริงแล้วนำรายชื่อของเธอไปอยู่บนแบล็คลิสต์ในตลาดหลักทรัพย์ หุ้นจำนวนหนึ่งเลยถูกขายออกให้คนของแม่หนูน้อยคนนี้ แต่มีหรือเธอจะปล่อยให้หลักฐานสักชิ้นหลุดรอดสั่งลูกน้องเก็บรวมรวบหมด

 

ส่วนคนถูกทิ้งไว้ในห้องประชุดกัดฟันแน่นเธอพลาดพลาดจริงๆที่เล่นกับโอชิมะยูโกะโดยไม่สืบสาวหาข้อมูลให้ดีไม่คิดว่าผู้หญิงที่เข้ามารับตำแหน่งภายในบริษัทใหม่จะมีพิษสงมากขนาดนี้

 

 

เสียงของชอล์กที่กระทบลงบนกระดานอย่างต่อเนื่องไม่อาจดึงสมาธิของยุยกลับมาได้เลยตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงบ่าย เธอถูกอาจารย์คาไซเตือนเรื่องไม่ตั้งใจเรียนเป็นครั้งแรก ขนาดคาวาเอ้ยังเดินมาขมวดคิ้วทำท่าเป็นนักคิดพยายามจะวิเคราะห์หาสาเหตุอาการของเธอ

มันก็จะเพราะอะไรซะอีก! ถ้าไม่ใช่คนที่อมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นั่งโต๊ะตัวใกล้ๆกับเธอ

เล่นมาบีบคับบอกให้เธอคบ แล้วยังมาขโมยจูบเธออีกตั้งสองครั้ง

แล้วจะไม่ให้คิดได้อย่างไร! มันธรรมดาที่ไหน ไม่เข้าใจว่ายัยนักเรียนใหม่คิดอะไรอยู่ ถึงได้ทำอะไรอย่างนี้ ถามความสมัครใจเธอก็ไม่มีสักคำ

คุณทาคาฮาชิ

คุณทาคาฮาชิ

คุณทาคาฮาชิ!

คะ!!ยุยโล่งเสียงดังด้วยท่าทางตกใจผงะหลังติดเกาะอี้พอเงยหน้ามาเห็นอาจารย์ผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์เดินมาหยุดอยู่ตรงโต๊ะเธอเมื่อไหร่ไม่รู้แถมเพื่อนร่วมห้องยังมองมาด้วยสายตาไม่เข้าใจว่าวันนี้รองประธานนักเรียนผู้ควบตำแหน่งหัวห้องของพวกเขาเป็นอะไร

ยุยรู้ว่าระบบชีวิตที่เป็นวางไว้เป็นฉากๆมันกำลังผิดเพี้ยนผิดพลาดเพราะยัยนักเรียกใหม่ตัวยุ่งแท้ๆ

 คุณทาคาฮาชิไม่สบายรึเปล่า เห็นได้ยินมาจากอาจารย์คาไซว่าเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เช้า

เอ่อ ไม่เป็นอะไรค่ะ

ครูว่าเดินไปให้อาจารย์ห้องพยาบาลดูหน่อยก็ดีนะ วันนี้แปลกๆ

ไม่ดี…”

เดี๋ยวหนูขออนุญาตพาไปได้รึเปล่าคะอาจารย์ คือเมื่อเช้าพวกหนูบังเอิญเจอกันระหว่างทางก่อนมา เห็นว่าเขาอาการไม่ดีตั้งแต่เช้าแล้วคะ หนูกลัวจะเดินไปไม่ไหว อาจารย์ก็รู้ว่าเขาเป็นคนชอบฝืนตัวเองเกินเหตุพารุสบโอกาสใส่จริตมารยาเต็มที เธอเบื่อวิชานี้จะแย่แต่ยังต้องนั่งถางตาเรียนแล้วไหนจะคนข้างๆที่มีอาการเหม่อแปลกๆจนน่าแกล้ง!? อย่างนี้เขาเรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

 เธอจะได้รู้ด้วยว่าอาการที่เป็นอยู่มันเกิดจากอะไร ถ้าเกิดจากเธอล่ะก็….น่าสนุกว่ามั้ยล่ะ

ก็ดีเหมือนกัน อาจารย์รบกวนหน่อยยุยตวัดตามองคนที่แอบยิ้มถูกอกถูกใจ เธออยากจะลากยัยนี่ออกไปยืนหน้าห้องนัก ตัวเองเป็นคนทำแท้ๆแล้วยังหาข้ออ้างหนีเรียนได้หน้าตาเฉย

อาจารย์หนูไม่…”

ไปเร็วสิยุย ฉันจะได้รีบกลับมาเรียนยุยแทบจะกระโจนฉีกอกคนมีจริตก้าน กล้าพูดนะว่าอยากกลับมาเรียนเร็วๆสายตาเป็นประกายวิบวับขนาดนี้ อยากกลับมาเรียนตาย

ไปเถอะคุณทาคาฮาชิ ไปให้อาจารย์พยาบาลเขาดูหน่อย

ค่ะ อาจารย์อาจารย์ดันเห็นดีเห็นงามแล้วเธอที่ไม่ได้ป่วยอะไรแต่ถูกป้ายสีให้ป่วย จะมีทางเลือกมั้ย!!

 ก็ได้แต่ต้องยิมปล่อยให้คนมีจริตมารยาเข้ามาจับตัวทำเหมือนเธอป่วยใกล้ตายเดินไปห้องพยาบาล

ลูกเล่นเยอะจริงนะยุยกระซิบเสียงเบาหลังจากออกมาจากห้อง เธอพยายามดึงแขนที่ถูกเกาะออกอย่างไม่พอใจ

ก็เธอมีอาการแปลกจริงๆนิน่าพารุยิ้มถูกใจให้คนที่ตีหน้าเข้มใส่เธอ คอยดูเถอะ จะทำให้ตีหน้าขรึมไม่ได้เลยคอยดู

มันเพราะใคร

อ้ออ อย่างนี้เองเหรอคะ คิดถึงเรื่องของเราว่างั้น”  คนถูกย้อนขบกราม ยัยนี่จะขยันยั่วโมโหเธอไปถึงไหน

อย่าใช้คำกำกวมได้มั้ย

ตรงไหนกัน ลืมแล้วรึไงคะ ว่าเมื่อเช้าเราคบกันแล้ว

เธอบังคับฉันยุยพูดความจริงก่อนต้องหน้าแดงก่ำรีบกัดปากที่จะตะโกด่าคนยืนจมูกมาชนแก้มเธอ

ทำบ้าอะไรของเธอ นี่มันที่สาธารณะเกิดมีคนมาเห็นเขาจะทำยังไงพารุไม่ได้สนใจเสียงรอดไร้ฟันกับดวงตาเขียดปัดที่จ้องเธอ หยักคิ้วกวนๆกลับคืนให้

แสดงว่าถ้าไม่ใช่ที่สาธารณทำได้?”

เธ..เธอรีบเอามือตะครุบปากรองนักเรียนไว้ก่อนจะส่งเสียงดังรบกวนห้องอื่นๆ

เบาๆสิคะ เราอยู่บนระเบียงทางเดินเดี๋ยวคนก็โผล่กันออกมาดู ยุยป่วยอยู่ไม่ใช่เหรอคะ

เอามือออก ฉันไม่ได้ป่วยยุยแกะมือของคนที่เอาปิดปากเธอไว้ด้วยความหงุดหงิด ไม่ใช่แม่นี้หรือที่สร้างเรื่องว่าเธอป่วย

แย่จังนะคะ นึกว่าจะเป็นไข้ใจเสียอีก

เธ..

ชู่ๆบอกว่าเบาๆไงค่ะ นั่นห้องน้ำ อยากเสียงดังเข้าไปในนั่นดีกว่า

เธอ..อะอำอะไออ่อยอะ…”ยุยดิ้นพยายามสะบัดตัวออก ยกมือแกะพยายามแขนคนที่ล็อกตัวเธอลากไปฆ่าในห้องน้ำหญิงออก ก่อนจะถูกผลักเข้าไปในห้องในสุดพร้อมเสียงลงกล่อนดัง แกร็ก

ยัยบ้าทำอะไรของเธอ!

เป็นรองประธานนักเรียนที่ขี้โวยวายชะมัด ก็คุณเหม่อทั้งวันนึกว่าอยากจะคุยเรื่องเมื่อเช้ากับฉันก็เลยลากออกมาด้วยกัน ก็แหม…”

ทำไม!

เวลายุยเป็นอย่างนี้น่ารักชะมัดเพียงคำชมว่า น่ารักกับมีผลต่อรองประธานนักเรียนอย่างมากใบหน้าจึงขึ้นสีเลือดฝาด

อย่าพูดมากได้มั้ย

เฮ้ย นิสัยปากเสียคุณคงแก้ไม่หาย

แล้วจะทำไม

นี่ กังวลเรื่องเมื่อเช้าอยู่จริงๆเหรอ

ใครไม่กังวลก็บ้า เธอคิดอะไรของเธออยู่ๆมาบังคับให้ฉันคบ ถามความเต็มใจฉันก็ไม่มี แล้วยัง…”

ยัง…” พารุแกล้งสงสัยไปงั้นเห็นหน้าแดงก่ำก็รู้แล้วว่าเรื่องอะไร

 ช่างมันเถอะน่ายุยเบือนหน้าหนีไม่ต้องการจะสบตากับยัยนักเรียนใหม่ที่ยิ้มไม่น่าไว้ใจ

ยังอย่างนี้เหรอคะไม่ใช่แค่ถามแต่ปลายคางของยุยยังถูกช้อนขึ้น พารุไม่รอให้รองประธานนักเรียนขัดขืนประกบริมฝีปากลงไป คราวนี้ไม่ใช่แค่จูบผิวเผินแต่มันลึกจนยุยแข่งขาอ่อนรีบใช้มือดันไหล่อีกฝ่าออกก่อนยัยนักเรียนใหม่จะทำอะไรมากกว่านี้

เธอ.. ทำ..บ้าอะไรเสียงพูดปนเสียงหายใจหอบทำให้คนมองแอบขำ

ก็ทำแบบเมื่อเช้ายังไงคะ

เธอจะกวนฉันใช่มั้ย

เปล่าสักหน่อยหรืออยากให้ทำมากกว่านี้พารุสาวเท้าเข้าหา คนที่รู้ว่าตัวเองเสียเปรียบรีบตั้งการ์ดป้องกันแม้ว่าร่างเธอจะขาเธอจะรู้สึกอ่อนแรงจนยืนไม่ไหวก็ตาม

อย่าโหดน่าคุณ ฉันไม่ได้จะทำอะไรไม่ดีสักหน่อย

ตรงไหน!!ยุยสวนทันควันเธอถูกขโมยจูบนินะ ไม่ใช่เรื่องไม่ดี

เราคบกันแล้วนะคุณ

เธอบังคับฉันชัดๆ

แน่นะคะว่าบังคับพารุยิ้มเจ้าเล่ห์อีกครั้งเธอหาทางประณีตประนอมให้คนตั้งหน้าสู้สุดตัวใจเย็นลง

 แล้วไม่ใช่รึยังไง

งั้นก็บอกมาสิคะว่ายุยไม่ได้รู้สึกดีกับ จูบ’ “

คนถูกจี้ใจดำทำตัวไม่ถูกเผลอยืนนิ่งจนปล่อยให้พารุประชิดตัวได้อีกครั้ง คราวนี้เธอถูกกดให้นั่งลงบนซักโครกแล้วแม่ตัวดีดันทิ้งตัวลงมานั่งตักเอามือสองข้างคล้องคอเธอเสร็จสรรพ

ปล่อยฉันเสียงของรองประธานนักเรียนขาดๆหายๆเธอหลบตาด้วยความเขินอายเพราะลมหายใจร้อนที่เปาอยู่ใกล้ๆแก้ม

นี่ ฉันชอบคุณนะเธอเหมือนคนหูดับไปชั่วขณะเสียงหัวใจเต้นตึกตักจนไม่ได้ยินเสียงรอบช้าง

 ยะ อย่างเธอเนี่ยนะ

อย่างฉันแล้วทำไมพารุค้อนเอือมมือขึ้นดึ่งแก้มยุยแรงๆเป็นเป็นการทำโทษ

มันเจ็บนะ

ใครเริ่มก่อนยุยชักสีหน้าขัดใจอึดอัดเหลือเกินที่ต้องอยู่ใกล้คนทำให้หัวใจเต้นแปลกๆ

จะลุกออกจากตัวฉันได้ยังฉันหนัก

คุณก็ยอมรับมาก่อนสิว่า คุณเต็มใจคบกับฉัน

เธอทำไมเรื่องมากขนาดนี้มาขนาดนี้ยังถามเธออยู่ได้ ก็รู้คำตอบดีอยู่แล้วไม่ใช่รึไงเล่า

ก็ฉันอยากได้ยิน ฉันอุสาพูดความรู้สึกตัวเองไปแล้วนะมาแล้วมารยาพร้อมกับบีบน้ำตาให้ดูเหมือนคนน่าสงสาร

ไม่เต็มใจ ฉันคงฆ่าเธอตายตั้งแต่เธอขโมยจูบเมื่อวาน!

แสดงว่าคุณก็รู้สึกดีกับฉันยุยไม่อยากยอมรับแต่ก็ต้องยอมพยักหน้าให้

ไม่เอาแบบนี้ มาเป็นคำพูดสิคุณ

ก็ใช่  พารุอย่างเบะปากใส่ตยเก๊กเยอะท่ามากด้วยความหมั่นไส้ จะยอมรับว่าชอบเธอง่ายๆไม่มีอ่ะ คนอุสาเริ่มก่อนมาจนถึงขนาดนี้ ยังปากแข็งอยู่ได้

ใช่อะไรล่ะคุณ

ก็เอ่อ

ป๊อดรึไง แค่จะบอกชอบหรือบอกรู้สึกดี ไม่ยากขนาดนั้นเลยรึไง

ฉันรู้สึกดีกับเธอ พอใจรึยังยุยตัดบทก้มมองมือที่จับกำด้วยความเขินอายเหมือนเด็กทำตัวไม่ถูกพอเจออะไรใหม่ๆ ไม่ต้องถามว่าพารุถูกใจขนาดไหนถึงกับก้ดลงหอมแก้มรองประธานนักเรียนซ้ายทีขวาที แล้วยังจูบหนักๆที่ริมฝีปากเป็นการปิดท้าย

พอแล้วน่ายุยถึงกับต้องร้องเตือน เพราะกลัวมันจะไม่หยุดแค่ถูกฟัด

ขอเวลาให้เธอพักหายใจหายคิมั้งเถอะ

ยัยนักเรียนใหม่ตัวป่วน ยัยคนวุ่นวาย มาก่อกวนเธอจนไม่เป็นตัวของตัวเอง

แค่นี้เองคุณ แล้วจะกลับเข้าห้องเรียนเลยมั้ย

ฉันไม่ใช่เด็กเกเรอย่างเธอนะพารุถึงกับหัวเราะชอบใจแต่วันนี้เธอคงต้องทำให้รองประธานนักเรียนกลายเป็นเด็กเกเรเสียแล้วเพราะเธอรู้สึกถูกใจ จนอยากจะแกล้งให้อยู่กับเธอนานๆเหลือเกิน

 

 

 มินามินั่งมองคนที่เข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความอ่อนใจ เธอบอกไม่ถูกเหมือนกันระหว่างความน้อยใจกับความดีใจ เธอไม่อยากจะยอมรับว่าลึกๆเธออยากให้ผู้หญิงคนนี้กลับมาหา เคยคิดว่ามันเป็นความฝันลมแล้งๆ ไม่มีทางเป็นจริงไปได้ แต่แล้วจู่ๆผู้หญิงคนนี้ก็ดันมาปรากฏตัวต่อหน้าเธอ

อยากจะโกรธให้มากกว่านี้แต่พอเห็นน้ำตา ใจมันก็เริ่มหวั่น

ทั้งที่กลัวเจ็บเหมือนเก่าแต่ยังปรารถนาให้ความรักยังคงเหมือนเดิม

เธอบ้าชะมัด

ฝ่ามือของคุณอัยการเคลื่อนไปตามพ่วงแก้มชื่นด้วยหยาดเหงื่อราวกับต้องมนตร์ความคิดถึงเข้าตีจนปั่นป่วนไปทั้งระบบหัวใจ อยากบอกให้ตัวเองหยุดแต่ใจมันกลับค้าน ก็ดูจากท่าทีที่แสดงออกมา

คุณพ่อ!เสียงไม่เบามากอุทานด้วยความตกใจ มินามิชะงักมือรีบเคลื่อนใบหน้ามองคนที่เปิดประตูเข้ามาและดูเหมือนจะช็อกอยู่มาก

ทะ..ทำไม เอ่อคนที่พึ่งกลับมาบ้านอ้ำอึ้งทอะไรไม่ถูก เสียงของเธอหายกลับเข้าไปในลำคอ ทะ ทำไม แม่ถึงมาอยู่ที่บ้านไดด้

 เรื่องมันยาวน่ะมินามิบอกด้วยความหนักใจเธอผละตัวลุกจากเตียง

ขอโทษนะยุย ทั้งที่พ่อรู้ว่าลูก...

ไม่เห็นต้องขอโทษเลยนิค่ะยุยแทรกออกมา เธอยังไม่ได้บอกพ่อเรื่องเมื่อวาน พ่อคงยังไม่รู้ว่าเธอปรับความเข้าใจกับแม่แล้ว

แล้ว เอ่อ...แม่เป็นอะไรคะทำไมถึงมาอยู่ที่นี่

 เธอไปหาพ่อที่ทำงาน ก็รู้ว่าตัวเองไม่ไหวยังชอบฝืนทำอะไรอย่างนี้มินามิแอบแขวะคนอวดเก่งด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลง

แล้วเอ่อ...พ่อคุยกับแม่รึยังคะยุยกลั้นใจถามอย่างลุ้นคำตอบ หวังให้คำตอบเป็นสิ่งที่ทำให้ตัวเองพึ่งพอใจ

ถามอย่างนี้แสดงว่า ลูกคุยกับผู้หญิงคนนี้แล้วใช่มั้ยคนถูกย้อนถึงกลับสะดุ้งเฮือกกลืนน้ำลายฝืดๆลงคอ

ยุยบอกพ่อมาค่ะ เมื่อวานหนูไปไหนมา พ่อขอความจริงบางทีเธอก็ไม่อยากให้พ่อเป็นอัยการ เธอจะได้โกหกได้ ดูเธอพูดอยู่ไม่กี่คำพ่อก็รู้ว่าเธอไปทำอะไร

คือว่า...

ไปเจอผู้หญิงคนนี้มามินามิเน้นถ้อยคำช้าๆชัดๆเล่นเอาลูกสาวต้องพยักหน้าอย่างจำยอม

คือ...หนูไม่ได้ตั้งใจจะโกหกนะคะ หนูแค่ไม่อยากให้พ่อไม่สบายใจ

แล้วผู้หญิงคนนี้คงพูดอะไรบางอย่างกับลูกมินามิยังสันนิฐานต่อได้อย่างถูกเผงจนลูกสาวได้แต่ยิ้มเสียวๆยกธงขาวยอมแพ้ถ้าเธอมีศัตรู ขอให้พ่อเป็นคนสุดท้าย

พ่อค่ะ หนูรู้นะคะว่าพ่อรู้สึกอย่างไร แต่หนูอยากให้พ่อเปิดโอกาสแม่อธิบายสักครั้ง แม่มีเหตุผลที่ทำเรื่องในตอนนั้นลงไปแววตาของยุยสั่นไหวเจ็บปวดเพราะความจริงที่พึ่งรู้ มันแย่มากสำหรับเธอ กับชีวิตของพ่อแม่ของเธอ

แสดงว่าผู้หญิงคนนี้คงเล่าเรื่องให้ลูกฟังหมดแล้วถูกมั้ยคนถูกถามค่อยๆพยักหน้าให้กับน้ำเสียงคาดคั้นนุ่มๆอย่างใจเย็น เธอรู้ว่าพ่อเธอมีเหตุผลกับเรื่องที่ต้องการให้มันชัดเจน ดูจากคำพูดพ่อคงจะรู้อะไรมาบ้างพอสมควรและใจเย็นลงมาก ถึงได้พูดคุยเรื่องนี้กับเธออย่างปกติ

พ่อคะหนูรู้ว่าถ้าขอตอนนี้มันอาจจะมากเกินไปสำหรับพ่อ แต่หนูอยากให้เรากลับมาเป็นครอบครัวกันนะคะ

พ่อต้องการรู้เพียงเรื่องเดียวค่ะตอนนี้ พ่อไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้บอกลูกมั้ย จูริ’ …เด็กคนนั้น… ”

แม่ยืนยันกับหนูเองค่ะว่าเป็นน้องของหนู เป็นลูกของคุณพ่อมินามิยืนเงียบอย่างใช้ความคิดก่อนไล่สายตามองคนหลับสนิท

ตอนนี้พ่อไม่รู้จะพูดอะไร มันทั้งสับสนมึนงง ไม่ใช่พ่อไม่อยากฟังคำอธิบาย หรือไม่อยากอภัยให้กับสิ่งที่ผู้หญิงคนนี้เคยทำเอาไว้แต่ว่ามันเจ็บ พ่อเป็นเหมือนคนโง่ที่ถูกปล่อยไม่ให้รู้เรื่องอะไร

ยุยโผล่เขากอดร่างที่สั่นน้อยๆของพ่อตัวเอง เธอเข้าใจพ่อของเธอมากกว่าใครทั้งหมด เธอรู้ว่าพ่อยังไม่พร้อมเพราะความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันพึ่งจะสดๆร้อนๆเหมือนแผลที่ถูกน้ำร้อนลวกใหม่ๆความจริงบางทีก็น่าเจ็บปวดเกินไป คนหลายคนถึงไม่อยากจะยอมรับมัน แม้ท้ายที่สุดเราก็ต้องเผชิญหน้ากับความจริง

หนูขอโทษที่บอกให้คุณแม่มาหาพ่อ ทั้งที่หนูรู้ว่าพ่อจะต้องเจ็บ แต่หนูยังอยากให้คุณแม่มาหา คุณพ่อ หนูอยากให้ครอบครัวเรากลับมาจริงๆนะคะ คุณแม่เขาต่อสู้ตัวคนเดียวมากพอแล้ว

ยุยมินามิลูบหัวลูกสาวเบาๆอย่างปลอบขวัญไม่คิดว่าลูกจะร้องตามเขาอย่างนี้

พ่อขอเวลาอีกสักหน่อยนะคะ ไม่ใช่พ่อไม่อยากรู้ว่าเกิดอะไร ให้พ่อทำใจแล้ว พ่อจะรอฟังจากปากของผู้หญิงคนนี้เอง

หนูเข้าใจค่ะยุยผละกอดออกช้าๆมองแม่ที่หลับอยู่บนเตียง

ลูกพึ่งกลับมาถึงลงไปกินข้าว อาบน้ำ จัดแจงตัวเองให้เสร็จก่อนนะคะแล้วค่อยขึ้นมาดู พ่อรู้ว่าหนูอยากอยู่ในนี้ยุยยิ้มบางๆให้คำพูดคาดการณ์ของผู้ให้กำเนิด พ่อเธอพูดถูกเหมือนเข้ามานั่งอยู่ในใจเธออย่างนั้น

ก่อนหนูขึ้นมา หนูให้เวลาพ่อนะคะมินามิส่ายหัวขณะมองตามแผ่นหลังที่หายออกไป เธอเข้าใจว่าลูกสาวต้องการสื่ออะไร เธอจะต้องการเวลาอะไรอีกในเมื่อตอนนี้ ยังไม่ถึงเวลาที่สมควรจะเริ่มอะไร ก่อนหันมองคนบนเตียงอีกครั้ง เป็นผู้หญิงที่ทำให้เธอว้าวุ่นใจได้ตลอดเลยสิน่า มาเอดะ อัตสึโกะ

 

 

 

  ตะวันลอยล่องขึ้นสู่ขอบฟ้าแสงแดดแย่งตาหลุดลอดผ่านเข้ามาในช่องผ้าม่าน หญิงสาวร่างสมส่วนขยับตัวเล็กน้อยขับไล่ความเมื่อยขบตามร่างกาย แต่ทำได้ไม่ถนัดนักจนต้องลืมตาขึ้นมาดู จังหวะนั้นหัวใจแทบหยุดเต้นอยากจะยิ้มก็ยิ้มได้ไม่เต็มที่ กลัวเขาจะโกรธตื่นมาไล่ตะเพิดเธออออกจากบ้าน

จะว่าไปเมื่อคืนเธอสะลึมสะลือจำได้ล่างๆว่าตัวเองบ่นหนาวๆแล้วก็ดึงเขาลงมานอนด้วย

คิดแล้วหน้าก็ร้อนฉ่าขยับตัวซุกลงบนหมอนใบโตใบเดียวกับคนที่กอดเธอจากด้านหลัง

 

เมื่อคืนนิดหน่อย เธอตื่นมาไม่รู้ว่าเวลาเท่าไหร่เห็นมินามินั่งอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้งในชุดนอนตามองผ่านกระจกมายังเธอให้มีอาการเขินจนต้องหลบ

เป็นยังไง ดีขึ้นรึยังเสียงเขายังคงมีแง่กับเธอดังเดิมคือไม่ได้เป็นมิตรหรือศัตรู เป็นน้ำเสียงกลางๆนึ่งๆซึ่งทำให้เธอเดาอารมณ์เขาไม่ถูก เธอไม่รู้ว่าจะพูดยังไงถึงเข้าหูเขาจึงเลือกจะเงียบ

ป่วยจนกลายเป็นใบ้?”

มินามิเดินมาทิ้งตัวลงเตียงอีกฝั่งที่ไม่ได้ถูกยึดเป็นที่นอนของเธอเล่นเอาหัวใจเธอเต้นตุ้มๆต่อมๆ พลิกตัวมองหน้าเขาทันที

มองอย่างนี้หมายความว่ายังไง

เอ่อ จะนอนที่นี่เหรอคะ

ห้องฉันรึเปล่า จะให้ฉันไปนอนที่ไหนเธอมองคนหลบหน้าด้วยความหงุดหงิด มันฝ่ายเธอมั้ยจะต้องอึดอัด

อ๋อ ถ้ามันอึดอัดเธอมาก ฉันจะไปตามลูกมานอนแทน

อัตสึโกะรีบคว้าแขนของเขาโดยไวก่อนคนพูดจะทำตามอย่างที่พูดจริงๆ

ยุยกลับมาแล้วเหรอคะ

มันกี่โมงแล้ว นี่จะตีหนึ่งแล้วนะอัตสึโกะตาโตนี่เธอหลับไปนานขนาดไหนกันเชียว แต่จะตีหนึ่งแล้วเขาพึ่งจะอาบน้ำนอนอย่างนั้นหรือ

ยุยพึ่งกลับออกไปจากห้องฉันตอนห้าทุ่ม มาอยู่กับเธอตั้งนานจนฉันคิดว่าจะนอนค้างที่นี่ นิ สายตาน่ะ ไม่ต้องมองหน้าฉันอย่างนั้น ฉันเองก็มีงานให้ต้องจัดการมั้ย ใครจะนอนเป็นคนว่างงานเหมือนเธอมินามิประชดด้วยความหมั่นไส้คนที่ตำหนิเธอผ่านสายตาว่า ดึกป่านนี้แล้วทำไมพึ่งจะอาบน้ำนอนก่อนทิ้งหัวลงหมอนใบข้างๆ พยักพเยิดให้ดูกองเอกสารที่เธออุสาลงไปหอบขึ้นมาจากชั้นหนึ่งเพื่อให้ได้เฝ้าคนป่วย 

เธอเองคุยอะไรกับลูกเอาไว้ เข้าข้างกันดีนะแหม อยู่ในห้องก่อนหน้านี้ บอกคุณแม่อย่างโน้น อย่างนี้ เห็นไม่สบายตั้งแต่เมื่อวาน รู้จักรู้ทางกันดีจริงๆ

อัตสึโกะทำตัวไม่ถูกกับอารมณ์ที่แปรป่วนของอดีตคนรัก มันไม่ใช่ว่าเขาจะหายโกรธเธอหรืออภัยให้เธอ มันยังมีเส้นบางๆกันเอาไว้ระหว่างสองสิ่งนี้ แต่ละคำพูดถึงแดกดันประชัดประชันกันเหลือเกิน เหมือนจะงอนกันอยู่มากกว่า

ลูกเล่าให้ฟังเหรอคะคนถูกถามส่ายหน้า

ฉันบอกแล้วยังไงว่า จะรอฟังจากเธอพูดจบมินามิก็นอนพลิกตัวหันหลังเป็นการตัดบทสนทนา คิดว่ายังไม่ถึงเวลาต้องพูดอะไรอีก พอเห็นว่าเป็นเช่นนั้นอัตสึโกะก็เงียบเสียงลง

กระทั่งเวลาผ่านไปอีกประมาณช่วงโมงกว่าๆ

หนาว

อะไรของเธออีกเนี่ย

หนาว

แอร์ก็ไม่ได้เปิดแรงเลยนะ หรือต้องลุกไปปิดให้มินามิงัวเงียขึ้นมาบ่น เท้าคางมองคนที่นอนขดตัวเป็นดักแด

หนาว

ดื้อจนได้เรื่องจริงๆจะไม่ให้เธอบ่นได้ยังไง พอเป็นหนักแล้วดูสิเดือดร้อนเธอชัดๆ ไม่ทันที่เธอจะได้พูดโวยวายอะไรต่อคนที่พึมพำว่าหนาวก็คว้าเธอเข้าไปกอด

ปล่อยเธอเค้นเสียงดุอย่างไม่พอใจแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลคนที่เอาแต่พึมพำหนาวเบียดตัวเข้ามาหาเธอจนชิดราวกับจะสิงค์ร่างของเธอ จนแล้วจนรอดก็ต้องยอมทิ้งตัวลงหมอนใบเดียวกันแล้วกระซับเอาร่างที่งอแงด้วยฤทธิ์พิษไข้มาไว้ในวงแขนแต่โดยดี

 

อัตสึโกะตัดสินใจพลิกตัวกลับเผชิญหน้ากับคนที่กอดจากด้านหลัง ใบหน้ายามหลับในความทรงจำไม่ได้ต่างจากตอนนี้เลย ดวงตาของเขาที่เธอปรารถนาให้มองมาที่เธอด้วยความอบอุ่นอีกครั้งบัดนี้ยังคงปิดสนิท ริมฝีปากที่เคยประทับลงบนตัวเธออย่างอ่อนโยนเผยยิ้มบางๆ คล้ายราวกับคนฝันหวาน หากสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงจังหวะเวลานี้เป็นสิ่งที่เธอคิดไปเอง เธอก็ขออยู่กับมันตลอดกาลไม่รู้ว่าเผลอตัวขนาดไหนถึงได้ใจกล้าเอาหลังมือสัมผัสบนแก้มของเขากระทั่งดวงตาที่ปิดสนิทกระพริบถี่

 คิดจะทำอะไรน้ำเสียงงัวเงียเจือความขุ่นมั่วของเขาเล่นเอาเธออยากปล่อยหัวเราะ แต่ก็ไม่กล้า มือของเธอถูกจับออกจากแก้มด้วยความรวดเร็ว

คิดถึงเธอเป็นเหมือนคนละเมอสติไม่ดีเวลาที่อยู่ใกล้เขาหลังจากห่างหายไปนาน

มินามิขบปากเป็นเส้นตรง กลัวใจตัวเองเหลือเกินว่ามันจะวิ่งกลับเข้าไปอยู่ในกำมือของผู้หญิงคนนี้อีกครั้ง ดูสิแค่ผู้หญิงคนนี้บอกคิดถึงมันยังดีดดิ้นจนน่าหมั่นไส้

พูดได้อย่างนี้แสดงว่าหายแล้ว?”

มินามิ

ทำไม

ถ้าฉันอธิบายตอนนี้ มินามิจะฟังรึเปล่าคะ

สภาพอย่างนี้เนี่ยนะมินามิเผลอค้อนผู้หญิงในอดีตอย่างไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าทำไมใจมันไม่เคยแข็งพอเลยกับเรื่องของผู้หญิงคนนี้ อีกฝ่ายหัวเราะเธอได้น่าไล่ออกจากบ้านมาก มันตลกใช่มั้ยที่มาล้อเล่นกับความรู้สึกเธอเนี่ย

 เห็นฉันตลกด้วยมั้ย ฉันยังไม่หายเคืองเธอนะคนประชดลุกขึ้นนั่งให้อัตสึโกะต้องลุกตาม

มินามิ ฉันรู้ว่าทำอะไรก็ไม่สามารถไถ่โทษกับสิ่งที่เคยทำได้ แต่ว่าฉัน…”

ฉันไม่ได้จะรับไหวทุกเรื่องหรอกนะเธอมองหน้าคนที่มีแววตาเศร้าสลดอย่างจริงจัง

แต่ที่ฉันต้องฟังมันเพราะมันคือเรื่องของเธอ เรื่องที่เกี่ยวกับฉัน

มินามิ

ฉันรู้ว่าเธอต้องการอะไร ฉันเองก็ต้องการไม่ต่างกัน แต่ขอเวลาให้ฉันได้มั้ย มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น จะให้ลืมความเจ็บปวดที่ผ่านมาเพียงชั่วข้ามคืนนินะ ฉันถูกผู้หญิงใจร้ายทิ้ง เธอก็รู้มินามิยอมให้ผู้หญิงที่เธอพึ่งจะต่อว่าไปมาดๆเข้ามากอดง่ายๆพร้อมกับคำพูดขอโทษๆเธออยู่ซ้ำๆ

นี่ ขอโทษฉันได้แต่อย่าร้องไห้เธอระอาที่ต้องมาตามเช็ดน้ำตาของผู้หญิงคนนี้มันมากมายและบีบใจเธอได้เสมอ

ก็มัน…”

แค่นี้เอง สรุปว่า จูริ เป็นลูกฉันแล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น ฉันขอคร่าวๆไม่ต้องลงรายละเอียดมาก เพราะฉันพอจะประติดประต่อเหตุผลโง่ๆที่เธอใช้โกหกฉันว่าไปนอนกับคนอื่นอัตสึโกะเผยยิ้มอย่างไม่รู้ตัว

นี่ถือว่าเป็นลางดีใช่มั้ย ต่อจากนี้ไปเขาจะยอมฟังเธอ และทุกอย่างที่เธอหวัง มันจะกลับกลายเป็นเหมือนเดิม ทาคาฮาชิ มินามิ จะกลับมาอยู่เคียงข้างเธอ เส้นทางคู่ขนานของเราจะสิ้นสุดลงเสียที

Share this post


Link to post
Share on other sites

ch.11 ครอบครัว

 

        ถึงแม้ความจริงจะถูกถ่ายทอดแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกที่เสียไปกลับคืนมา มันแย่มากๆ เจ็บใจที่ต้องกลายเป็นคนโง่ซ้ำซาก ปล่อยให้คนเคยรักหลอกซ้ำแล้วซ้ำอีก ทั้งที่สถานะของเธอมันไม่ใช่แค่คนรู้จัก แต่อัตสึโกะกลับเลือกจะกันเธอออกไปให้เป็นคนนอกในเรื่องที่เธอสมควรจะรู้มากที่สุด

เธอมันงี่เง่า!อีกครั้งที่มินามิต่อว่าด้วยน้ำเสียงอัดอั้นความเจ็บช้ำ สะเทือนใจจนทนอยู่เฉยไม่ได้ ยกมือผลักไหล่ดันอดีตคนรักออกห่าง

เธอมันงี่เง่า งี่เง่าที่สุด!เธอไม่ยอมหยุด ถ้ามันจะลบล้างเอาความเจ็บปวดออกไปจากใจ เธอก็จะทำในสิ่งที่คิดว่ามันสามารถลดทอนความเจ็บปวดลงได้ การต่อว่าผู้หญิงคนนี้ให้สาแก่ใจก็เป็นส่วนหนึ่งเช่นเดียวกัน

ทำไมถึงไม่ยอมถาม! ไม่ถามกันว่าฉันต้องการมั้ย! ทำอย่างนี้ทำไม! ยัยโง่!สุดท้ายก็ต้องปล่อยให้น้ำตาแห่งความผิดหวังไหลตามออกมา อยากจะรู้เหมือนกันว่ามันจะเจ็บจนตายรึเปล่า

 บ้าที่สุดเลย!!

มินามิ  ฉัน...

งี่เง่า!ตอนนี้ไม่รู้ว่าเธอด่าใครระหว่างตัวเองกับผู้หญิงคนนี้  เมื่อมันเจ็บช้ำระทมใจ ความรู้สึกภายในซอกเล็กลีบแทรกซึมผ่านรอยแยกออกมากอบกุบหัวใจทั้งดวงพลันชาวาบ เอื้อมมือไปรั้งร่างชุ่มน้ำตาเข้ามาโอบกอด หวังให้สัมผัสทั้งมวลบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นอย่างเงียบเฉียบของเธอและผู้หญิงคนนี้

 ยัยบ้า อัตสึโกะ!

มินามิ

ทำไมถึงไม่ยอมบอกฉัน เธอเก็บเรื่องแบบนี้ไว้คนเดียวได้ยังไง เธอตัดสินใจคนเดียว ไม่ยอมให้ฉันรับรู้อะไร เธอเห็นฉันเป็นใคร เป็นคนอื่นสำหรับเธอใช่มั้ย!? เธอมันงี่เง่าที่สุด ดีเลย! ถ้าอย่างนั้นก็ไป ไปไม่ต้องกลับมา ไม่ต้องมาให้เห็นหน้า!

มินามิ

 บ้าที่สุดเลย ฉันเกลียดเธอ!

ฉัน…”

ฉันเกลียดเธอ!!

ฉันขอโทษมันไม่ใช่ ไม่ใช่อย่างนั้น เธอไม่ได้หมายความว่าเกลียดในแบบที่เธอเกลียดอยู่ เป็นเธอต่างหากที่สมควรจะคำว่าขอโทษบ้าง ในฐานะที่ทิ้งอีกฝ่ายให้เผชิญหน้ากับปัญหาคนเดียว 

อย่าทำอย่างนี้ อย่าทำอีก

ฉันแย่มากใช่มั้ยเสียงร่ำร้องสั่นเครือบาดใจชนิดที่ความคมของมีดยังเทียบไม่ได้  เธอเลือกจะพูดความจริงก่อนจับสันกรามคนขี้แยให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากันและกดจุมพิตทิ้งไว้บนริมฝีปากแห้งผาด  ปล่อยให้ความรู้สึกนำทาง ไม่ต้องอะไรอีกแล้ว ไม่สนอะไรอีกแล้ว แค่อย่าจากกันไปไกลมากกว่านี้ เพราะทุกครั้งที่นึกถึงกันมันช่างทรมานเหลือเกิน

มินามิ

เธอน่ะแย่มาก! แย่ที่สุด! ถ้าจะทำอะไรบ้าบออย่างนี้ก็ช่วยมาปรึกษากันก่อนได้มั้ย ไม่ใช่ตัดสินใจเองทุกอย่าง! คิดมั้ยว่าฉันจะเจ็บขนาดไหน แล้วมันเจ็บมากกว่าเดิมมั้ย พอรู้ว่าผู้หญิงงี่เง่าแบบเธอทำทั้งหมดมันเพื่ออะไร ยัยบ้า!มินามิถอนริมฝีปากออกพลันก้นด่าไม่หยุด เพื่อไม่ให้คนเคยรักจับสังเกตได้ว่าพ่วงแก้มของเธอกำลังเปลี่ยนสีกลายเป็นสีแดงก่ำ จากที่สัมผัสแตะต้องกันเมื่อครู่

ก็ตอนนั้น...

ฉันจะยอมมั้ย! ฉันไม่มีวันปล่อยให้ใครมายุ่งวุ่นวายกับคนของฉัน! เธอมันงี่เง่า! ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องเธอกับลูก ยัยโง่!มินามิไม่ยอมให้อีกฝ่ายมีโอกาสพูดแก้ตัว ฉุนน้ำคำยกตัวให้ดูดีขึ้นมาแม้มันจะจริงอยู่บ้าง แต่ใครจะยอมรับ

ขอโทษ

ฟังจนเบื่อ ไม่มีคำที่มันดีกว่านี้แล้วรึไง

ฉันรักเธอคราวนี้มินามิตัวชาดิกไหล่สั่นราวกับถูกช็อตด้วยเครื่องช็อตไฟฟ้า เคลื่อนสายตามองออกไปทางประตูหน้าต่าง  ไม่ต้องการได้ยินคำพูดทำร้ายกัน

มินามิ

ฉันรู้  เธอแค่ไม่พร้อม รับมันไม่ไหวหรอกนะหากอัตสึโกะคิดจะเล่นตลกกับหัวใจดวงนี้อีกครั้ง

ฉันบอกแล้วว่าใช่มั้ยว่า ไม่ใช่จะทำใจรับได้ทุกอย่าง ช่วยทำให้มันดีขึ้นก่อนได้มั้ย ถ้าจะมาพูดอะไรอย่างนี้

แสดงว่าฉันไม่ควรมาสินะ

งี่เง่า! หรืออยากให้ฉันพูดว่าไม่คนปากแข็งถึงกับต้องหันหน้ามาดุ ไม่ได้บอกสักคำว่าไม่ให้มา คิดเองเออเองแล้วเดี๋ยวก็จะมาเสียใจเอง

 แสดงว่า…”

ก็แล้วแต่เธอคิด โตแล้วคนแสร้งหงุดหงิดชักสีหน้า รู้สึกว่าพวงแก้มร้อนอุ่นๆ เรื่องแค่นี้ทำไมไม่รู้ว่าเธอคิดถึง อยากให้มาอยู่ใกล้ๆกันเหมือนก่อน พร้อมจะวางทิ้งทุกอย่างหากผู้หญิงคนนี้ยอมใช้ใจเดินกลับเข้ามาหากัน มันเป็นการยอมรับโดยดุษฎีว่าเธอผ่ายแพ้แก่ผู้หญิงคนนี้ทุกครั้งคราว

รักอย่างไร ก็ยังรักอยู่วันยังค่ำ ขนาดถูกทำให้ช้ำใจจนเกือบตาย

เธอควรสมเพชตัวเอง ให้ตายสุดท้ายก็หนีกันไม่พ้น

 แล้วความโกรธ โมโหมาแรมปี มันเตลิดหนีหายไปไหน ทำไมมาแพ้ให้กับผู้หญิงง่ายๆ 

เธอยอมสิ้นทุกอย่าง ขอแค่อย่ามาตีบทบาทเจ้าน้ำตาให้เห็นอีกก็พอ

 

 

 

   ยูโกะนั่งชันเข่าอิงแอบคนรักอยู่บนโซฟามองลูกสาวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เห็นว่าอีกฝ่ายลงมาเช้ามากกว่าปกติ ไหนจะรอยยิ้มอันหาดูได้ยาก ร้อยวันพันปีไม่เห็นจะแย้มยิ้มรับอรุณ ปกติหน้าบูดไม่อยากตื่นนอน

ใครกันช่างเก่งทำลูกสาวเธออารมณ์ดีแต่เช้า  ชักอยากจะเห็นหน้า

พารุหนูจะไปโรงเรียนแล้วเหรอคะเธออดทักไม่ได้ ด้วยความเป็นพ่อเป็นแม่ก็ย่อมห่วงและหวงเป็นธรรมดา ดูสิ  พอเธอพูดว่าโรงเรียน กระตือรือร้นขึ้นมาราวกับว่ามีอะไรดีๆรออยู่ที่นั่น เมื่อก่อนไม่ยักกะเป็นอย่างนี้

ค่ะ ป๊า

แล้วน้องล่ะคะยังไม่ทันสิ้นเสียงดี ลูกสาวของเพื่อนสนิทก็โผล่หน้าเข้ามาอยู่หลังลูกสาวของเธอในชุดกระโปรงนักเรียนเรียบร้อยสะพายกระเป๋าเป้สีแดงพร้อมด้วยหมวกใบเหลืองบนศีรษะ หากสีหน้าแววตากลับไม่สดใสเหมือนสีหมวก ตรงข้ามกับลูกสาวเธอลิบลับ

อ่า สังสัยเพราะเมื่อวานแน่ๆ

น้าอัตสึโกะยังไม่มาอีกเหรอคะคำถามของลูกสาวเธอช่างเข้าตรงประเด็น ได้แต่พยักหน้าให้เล็กน้อย ตั้งแต่เมื่อวานที่รู้เรื่องอัตสึโกะไม่กลับ จูริก็ซึมลงอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

 ป๊ากำลังจะโทรไปหาพอดี เธอสรรหาคำพูดให้จูริสบายใจ เรียกหลานสาวให้เข้ามาในห้องทานอาหาร ไม่ต้องกังวลนะคะ เดี๋ยวหม่ามี้หนูก็กลับมา

เธอลูบศีรษะจูริเบาๆ รู้ว่าอัตสึโกะเองเป็นห่วงลูกสาวมากขนาดไหน ไม่อย่างนั้นคงไม่ตั้งใจฝากฝัง เพราะไม่เคยจะทิ้งกันให้ห่างกาย หวังแต่สภาพร่างกายของอีกฝ่ายคงจะเอื้ออำนวยให้กลับมาบ้านก็เท่านั้น แล้วไม่ทันจะได้ขยับตัวหยิบโทรศัพท์กดโทรออกมันก็ส่งเสียงร้องดังขึ้นมาเสียก่อน

นี่ไงค่ะ โทรมาแล้วเธอชูมันให้หลานสาวได้เห็น จังหวะนั้นแววตาจูริเต้นระส่ำ

 ยูโกะ จูริเป็นยังไงบ้าง  กดรับสายไม่ทันได้พูดทักทายต้นสายเรียกเข้าก็กรอกเสียงถามไถ่อย่างร้อนร้น มันเจือปนความกังวลจนยูโกะสัมผัสได้ เธอเปิดลำโพงให้ดังพอจะได้ยินกันทั่วถึง

ยืนอยู่ตรงนี้ด้วยกันล่ะ คุยมั้ยแล้วก็ลดโทรศัพท์ลงใกล้หลานสาวที่ออกอาการชัดเจนว่าต้องการจะคุยกับอัตสึโกะมากขนาดไหน

หม่ามี๊

จูริ หนูเป็นยังไงบ้างคะ 

หม่ามี๊จะกลับมาเมื่อไหร่คะคำถามของสาวน้อยเฉือนใจคนฟังให้นึกขอโทษอยู่ซ้ำๆ เธอเป็นแม่ที่แย่มาก ถึงได้ปล่อยลูกไว้คนเดียวทั้งที่รู้ว่าลูกจะต้องกังวลมากอย่างไร

หม่ามี๊กำลังจะกลับแล้วค่ะ

หม่ามี๊จะมาแล้วจริงๆใช่มั้ยคะการถามหาความมั่นใจไม่ได้เป็นไปบ่อยนัก น้อยครั้งจนอัตสึโกะนับได้ เนื่องจากจูริเป็นเด็กฉลาด ทุกครั้งจึงพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้คนเป็นแม่ไม่สบายใจ แต่ครั้งนี้มันคงหนักเกินกว่าที่เจ้าตัวจะตั้งรับได้ ในเมื่อที่พึ่งหนึ่งเดียวหายไป

ค่ะ แล้วหนูทำอะไรอยู่คะ

หนูกำลังจะไปโรงเรียนจูริพูดเสียงอ่อนบอกว่าวันนี้ไม่ได้มีความรู้สึกอยากจะไปสิ่งที่เรียกว่าโรงเรียน   ซึ่งยูโกะเข้าใจดีที่สุด ตวามรู้สึกโดดเดียวบางทีมันก็น่ากลัวเกินกว่าจะคิดได้ เธอจึงเลือกพูดในสิ่งที่คิดว่ามันดีสำหรับทั้งสองฝ่าย

ให้ฉันพาจูริไปหามั้ย

แต่...อัตสึโกะอึกอักจะขัด ประเด็นแรก คือ ไม่รู้ว่าเขาพร้อมจะเจอจูริมั้ย ประเด็นที่สอง คือ เธอไม่อยากให้จูริหยุดเรียนกะทันหัน

 ฉันขอคุยกับเขาหน่อยสิ

 ยูโกะ มัน…” ราวกับเพื่อนสนิทอ่านความคิดเธอได้อย่างนั้น

เถอะน่า เขาอยู่แถวนั้นใช่มั้ยคนถูกถามกรอกตามองคนที่กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่ในครัวหลังจากที่เธอดึงดันจะลงมาข้างล่าง บอกว่าอย่างไรวันนี้ก็ต้องกลับบ้าน  เขาเลยยื่นขอเสนอให้เธอทานข้าว กินยาให้เรียบร้อยแล้วจะพาไปส่ง

อยู่ค่ะ

ให้ฉันคุยนะ ยูโกะยังคงเกลี้ยกล่อมเชื่อว่าถ้าอีกฝ่ายยอมทุกอย่างมันจะดีขึ้น  ถึงแม้จะต้องสร้างความลำบากใจให้อัตสึโกะ ที่ไม่รู้ว่าควรจะถือสายไปให้มินามิดีหรือไม่ ทว่า

มีอะไรคนที่เป็นประเด็นดันเดินเข้ามาถามไม่ให้ซุ่มไม่ให้เสียงด้วยสีหน้านิ่งเรียบเล่นเอาคนถือโทรศัพท์สะดุ้งจนเกือบหลงกดตัดสาย

คือ…”

อัตสึโกะคนน้ำท่วมปากอึดอัดเพราะเสียงที่ดังแววๆออกมาจากสายเป็นชื่อเธอ ทั้งที่ยังสบตากับเจ้าของบ้าน ในที่สุดก็ตัดสินใจยื่นโทรศัพท์ให้เขาเล่นเอาใบหน้านิ่งเรียบมีเครื่องหมายคำถาม

ยูโกะอยากคุยด้วยค่ะ  มือเธอยังจับโทรศัพท์แน่นอย่างลังเลไม่กล้าปล่อยสักที กลัวว่าเขาไม่รับไปแล้วเธอจะหน้าแตกไม่เหลือชิ้นดี

ฉันอุ่นข้าวให้แล้ว ถ้าไม่ได้เป็นง่อยก็ลุกไปกินไปคำพูดของเขายังคงเสียดบาด ร้ายกาจอย่างกันท่า เป็นสิ่งที่ทำให้เธอขาดมั่นใจ เพราะรู้ว่ายังไงเขาก็ยังโกรธเธอ ถึงได้แต่ชะเงยมองอย่างอาลัยเมื่อเขาเดินออกไปพร้อมกับโทรศัพท์ของเธอ

 

    คนรับโทรศัพท์มาเลือกจะไม่เดินไปไกลเพราะต้องคอยสังเกตอาการคนหัวรั้นที่ป่วยขนาดหนักแล้วยังมีหน้ามาขอให้เธอพากลับบ้าน แทบจะอยากไล่ตะเพิดออกจากบ้าน ด้วยความสัจจริงว่า เธอไม่ได้อยากอนุญาตให้อีกฝ่ายลงมาข้างล่างหรืออนุญาตให้กลับบ้านแต่อย่างใด ถ้าเจ้าตัวไม่เอาเรื่องลูกมาอ้าง เธอไม่มีทางปล่อยให้ไป

คุณคุยกับอัตสึโกะรึยังคะมินามิขานรับเสียงอ่อย อยากขอโทษเจ้าของสายที่คราวก่อนเธอใช้อารมณ์มากเกินไป ไม่ยอมฟังที่อีกฝ่ายต้องการอธิบาย และการที่ฮารุนะตบหน้าเธอบนรถมันยังน้อยไปหากเทียบกับสิ่งที่เธอได้ต่อว่าอดีตคนรักเมื่อคราวนั้น

ฉันฝากขอโทษฮารุนะด้วย ยูโกะเพียงยิ้มๆไม่ได้เคืองเรื่องที่อีกฝ่ายทำเพราะเข้าใจผิด และดูสิคนที่เจ้าตัวต้องการขอโทษนั่งหน้าบูดอยู่ข้างๆเธอ ทั้งยังงึมงำประมาณว่าตั้งนานแล้วพึ่งจะมาสำนึกได้เหรอ  ฮ่าๆ เธอได้แต่ส่ายหน้าให้อย่างยอมใจ  เอาไว้ปล่อยเพื่อนสนิทเขาไปเคลียร์กันเองดีกว่า

 ถ้าคุณเข้าใจก็ดีแล้วค่ะ ฉันเองก็อยากฝากอัตสึโกะเอาไว้ก่อน จริงๆช่วงนี้ค่อนข้างไม่ปลอดภัยเท่าไหร่ ไม่กล้าจะปล่อยไว้ให้อยู่คนเดียว แล้วฉันมีเรื่องจะขอ ให้ฉันพาจูริไปหาคุณได้มั้ย พอดีฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณด้วยมินามิอึกอักพอรู้ว่าปลายสายกำลังขอร้องกันเรื่องอะไร มันเป็นความรู้สึกกึ่งๆที่เธอไม่สามารถอธิบายได้ ก็รู้ว่าเธอยังไม่พร้อมเจอลูกสาวอีกคน

เอ่อ..คือมันก็ได้อยู่หรอกแต่รีบหน่อยได้มั้ย ฉันไม่อยากพาคนหัวดื้อแถวนี้ไปส่ง  สุดท้ายก็ปฏิเสธไม่ออก จำยอมรับชะตากรรม หากจะต้องเจอกันยังไงก็หนีไม่พ้นอยู่ดี ก็แม่ของเจ้าตัวเขาอยู่นี่ จะไม่อนุญาตให้มาก็ใช่เรื่อง

ขอบคุณนะคะ ถ้าอย่างนั้น คืนนี้ให้ทั้งสองค้างอยู่ที่นั่นได้เลยรึเปล่า ฉันจะได้เอาเสื้อไปเผื่อให้อัตสึโกะด้วย

ฝากด้วยนะมินามิเสียงอ่อนเหนื่อยใจกับตัวเองที่มันยอมให้อดีตคนรักไปเสียทุกอย่าง

มันก็แค่เป็นเรื่องของอัตสึโกะ เป็นแค่เรื่องที่เธอทำเฉยเมยไม่ได้

ถ้างั้นช่วยรออีกสักพักนะคะ เดี๋ยวฉันเก็บของแล้วโทรบอกกับทางโรงเรียนของจูริเสร็จจะรีบออกไป 

    มินามิขานรับแผ่วๆรอจนปลายสายวางโทรศัพท์เสร็จเรียบร้อยแล้วถึงดึงมันออกมาจากใบหู อย่างว่าพอเป็นเรื่องของตัวเองแล้วอะไรมันก็ดูหนักอึดอัดไปหมด อยากจะเริ่มเดินหน้าแก้ไขก็ไม่รู้จะเริ่มจะตรงไหน เธอจำใจเดินเอาโทรศัพท์ไปส่งคืนให้เจ้าของเครื่องที่นั่งกินข้าวแล้วแอบมองเธออยู่เป็นระยะ 

ยะ... ยูโกะว่ายังไงบ้างคะคนที่วางมือจากถ้วยข้าวต้มใจกล้าถามสิ่งที่สงสัย ซึ่งไม่ง่ายที่จะได้คำตอบจากคนที่ไม่คิดจะตอบคำถาม มินามิทิ้งตัวนั่งลงตรงข้าม

กินอิ่มแล้วใช่มั้ย กินอิ่มแล้วก็ไปกินยา

แต่…”

ไปกินยาหรือมือเท้าเกิดใช้การไม่ได้

มินามิ

อัตสึโกะ ลุกไปกินยา

มินามิไม่ตอบอัตสึโกะทำเป็นใจกล้าต่อปากต่อคำ ซึ่งมันทำให้คนรู้จักนิสัยกันดีเอือมระอา ถอนหายใจเบาๆในเมื่ออัตสึโกะเริ่มจะเอานิสัยเสียๆของตัวเองกลับมาใช้ใส่กันอีกครั้งเหมือนเมื่อก่อน ขี้งอน ขี้น้อยใจ

อยู่ในข้อตกลง?” แล้วคนเบื่อการเถียงหรือต้องเอารมณ์ขึ้นๆลงๆมาลงใส่อดีตคนรักก็ลุกไปหยิบเอายาพร้อมน้ำดื่มมาวางลงบนโต๊ะกินข้าวหวังบ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่องให้มันจบๆไป

เอานี่กินสักที อยากรีบกลับไม่ใช่รึไง

ฉันอยู่ด้วยแล้วมินามิรำคาญมากเลยใช่มั้ย

ใช่ รีบๆกินสักทีคำพูดเจ็บแสบไม่ต้องตะคอกหรือตะโกนมันก็เจ็บไปทั้งใจ อัตสึโกะกลั่นกลืนก้อนสะอื้นลงคอรับเอาเม็ดยาขมๆกับน้ำมากรอกลงคอด้วยความปวดแสบปวดร้อน มันคล้ายฤทธิ์ของหนามที่แม้จะถูกทิ่มตำเพียงเล็กน้อยแต่ก็สร้างความเจ็บราวได้มาพอที่จะเปล่งเสียงร้องออกมา

 มินามิของเธอเป็นเหมือนหนามคอยแต่จะทิ่มแทงกีดกันเธอออกไป

แค่ยาเม็ดเดียวไม่ทำให้ขมจนตายเหมือนคำพูดของคนไม่มีใจให้กันแล้ว มันก็แค่นี้ ชีวิตเธอ

กินเสร็จ ก็ไปนอนไป

จะกลับค่ะ  อัตสึโกะยื่นคำขาด เขาไม่ยอมลดเธอก็ไม่ยอมลง เขาไล่เธอไม่ใช่รึไง เขาบอกว่าเธอน่ารำคาญ แล้วทำไมต้องมาพูดเหมือนห่วงใยให้เธอต้องช้ำใจเพิ่ม

 อย่ามางี่เง่าน่า ไปนอนไป ตัวเองไม่สบายอยู่แท้ๆ

แล้วใครบอกว่าจะพากลับบ้าน คิดจะผิดคำพูดเหรอคะ

แล้วเธอเคยรักษาคำพูด!?” มินามิยอกย้อนได้เจ็บแสบเหมือนเดิม เมื่อคนเคยรักผิดสัญญา ทิ้งกันได้หน้าด้านๆ

 มินามิอัตสึโกะรู้สึกเสียงที่เปล่งออกมาสั่นเครือ เธอเสียใจกับเรื่องทั้งหมดไม่ได้ต่างจากเขา ทำไมเขาไม่เข้าใจเสียที ทั้งที่บอกทุกเรื่องจนไปหมดเปือก ไม่เหลือเรื่องอะไรให้เก็บซ่อนอยู่อีกแล้ว

ไปนอน อย่ามาดื้อได้มั้ย

แต่ฉันต้องกลับมันเป็นหน้าที่ของเธอ หน้าที่ของคนเป็นแม่ เธอทิ้งลูกอยู่คนเดียวนานกว่านี้ไม่ได้

เถอะน่า กลับไปตอนนี้ลูกเธอก็ไปโรงเรียนแล้วมั้ย จะกลับไปหาใคร หรือว่าคิดถึงใครมากห๊ะแล้วคนชอบประชดประชีนก็ดันตัวเองขึ้นจากเก้าอี้ใช้สองแขนคร่อมอยู่บนโต๊ะ

 อย่าทำให้ฉันเหนื่อยกว่านี่ได้มั้ย

ก็ถ้ามินามิเหนื่อยมากจะมาสนใจกันทำไมคะมันทนไม่ไหวน้ำตาเริ่มวกกลับมา ยิ่งเห็นว่าตัวเองไร้ค่าใจมันก็ชาวาบปวดราว เขานึกสนุกอะไร บอกว่ารำคาญ บอกว่าเหนื่อยใจ แต่ไม่ยอมปล่อยให้เธอได้ไปตามทางของเธอ

แล้วไม่สนได้มั้ย ใครกันมาก่อกวนหา!มินามิจับข้อมือของคนเจ้าน้ำตารั้งขึ้นมาหากไม่ได้ใส่แรงกระเทกกระทั้นเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเจ็บ  ทีเรื่องแบบนี้ล่ะโง่จริง ไม่เข้าใจรึไงว่าเธอเหนื่อย เธอรำคาญเพราะอิทธิพลอันน่ากลัวที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

อย่าร้องได้มั้ย ไปนอนนะ อัตสึโกะ ก็รู้ว่าสภาพร่างกายตัวเองเป็นยังไง ฉันรู้ว่าเธอห่วงลูก ฉันเองก็เป็นห่วงลูกที่ไม่ได้หมายถึงว่าคนไหนแต่มันทำให้ยิ่งร้องไห้ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แล้วเธอต้องวางตัวอย่างไร เขายังรู้สึกกับเธออยู่อีกมั้ย มันไม่กล้าเดินหน้าพอๆกับถอยหลังไปไหน ได้แต่อยู่กลางๆระหว่างความสุขกับความทุกข์ของเขาและเธอ

อย่าดื้อนะ ไปนอนก่อนปลายนิ้วที่เขี่ยเกลี้ยน้ำตาออกให้ตยไม่สบายอย่างใจอ่อน สงสารไม่อยากให้ร้ององแงมากกว่านี้

นอนตรงนั่นนะอัตสึโกะหันมองที่โซฟาซึ่งเธอฝังตัวมานานตั้งแต่ตื่นลงมา

เธอจะมาทำให้ตัวเองลำบากทำไมมันตอบไม่ได้ เธอแค่ไม่อยากอยู่คนเดียวแล้วให้เขาต้องขึ้นๆลงๆอย่างน้อยถ้าอยู่ด้านล่าง เขาก็จะดูแลเธอง่ายกว่า

มินามิ  คนถูกเรียกชื่อถอนหายใจ  ก็รู้ว่ามันเป็นการเอาแต่ใจของอีกฝ่าย และมันก็ทำให้เธอกำลังอ่อนลง

ถ้าอย่างนั้นนั่งรออยู่เฉยๆ อย่าแอบกลับออกไปเด็ดขาด ฉันจะขึ้นไปเอาหมอนกับผ้าห่มลงมาให้ ถ้ารู้ว่าเธอไป ฉันจะไม่มีทางให้อภัยเธอ!  ให้อภัยในความหมายไหนอัตสึโกะไม่อาจรู้ แต่เธอแค่ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา มันดีใจราวกับว่าเขากำลังบอกว่าอย่างน้อยเธอก็ยังมีค่ากับเขาเหมือนเดิม

 

 

   ไม่นานคนขึ้นไปชั้นสองก็หยิบจับหมอนและผ้าห่มลงมาจัดแจงแปลงโซฟาให้กลายเป็นที่นอนของคนหัวดื้อ อีกสักพักพอยาออกฤทธิ์ได้หลับเป็นตายแน่คราวนี้ เมื่อคืนกว่าเธอจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบตีสี่ตีห้าเพราะอัตสึโกะระส่ำระส่ายนอนดิ้นไปมาอยู่ได้

 นอนด้วยกันก่อนได้มั้ยคะคนทิ้งตัวลงโซฟามือไวจับแขนของมินามิไว้ก่อนเจ้าตัวจะทันเดินหนีไปทำอะไรต่อ

เรื่องอะไร ไม่คิดว่าฉันจะรังเกียจเธอมั้งรึไงคนป่วยซึมสลด เผลอได้ใจมากไปถึงได้กล้าพูดอะไรให้เขาตอกหน้ากลับมา หากทว่าไม่นานก็มีร้อยยิ้มกว้างเมื่อเขาทิ้งตัวลงมานั่งข้างๆ

นอนได้แล้ว มัวแต่ยิ้มไม่กี่นาทีต่อมาร่างของเธอก็ถูกฉุดลงบนโซฟา วงแขนของเขากระซับหลวมๆพอให้เธอได้ขยับตัวเข้ามาวางศีรษะพิงเข้ากับไหล่อุ่น มันดีใจ อยากจะร้องไห้อีกรอบ ถ้าไม่กลัวว่าเขาจะด่าว่าแล้วผลักเธอออกจากวงแขน เธอจะร้องออกมาให้สมกับคำว่าคิดถึงมาแสนนาน

เห็นว่าไม่สบายหรอกนะ 

 เขาจะให้เหตุผลว่ายังไงเธอไม่รู้ ขอเขายังอ่อนโยนกับเธอเหมือนเดิมก็พอ

 

 

 

        ผ่านมาชั่วโมงกว่าๆแล้วที่มินามิยังนอนพิจารณาใบหน้าของคนหลับอยู่ในวงแขน มันมีความรู้สึกรุนแรง ราวกับลาวาใต้ปล่องภูเขาไฟที่รอเวลาปะทุไหลและพอมันเริ่มออกมาก็ไม่มีใครสามารถหยุดได้อีกต่อไปจนกระทั่งถึงเวลาของมันเอง ความรู้สึกตอนนี้ไม่ต่างกัน เพียงแค่มันไม่สามารถหยุดตามกาลเวลาเท่านั้นเอง มันกำลังเพิ่มพูน ดีดเด่งพองออกมา คนที่อยู่ในวงแขนเธอจะรู้ตัวรึเปล่าว่ามันไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลยและจะไม่มีทางเปลี่ยนเด็ดขาด ตั้งแต่ทั้งแรกจนถึงตอนนี้ ทั้งที่กลัวจะแย่ว่าหากกลับเป็นเหมือนเดิมแล้วจะเจ็บอีกมั้ย  หากทุกครั้งที่ห้ามใจ มันก็บอกว่าอยากจะใกล้เหลือเกิน

    เอาแต่วิ่งออกมาต้อนรับผู้หญิงที่ชื่อ มาเอดะ อัตสึโกะ  ไม่รู้ว่าถูกหล่อนเล่นมนต์อะไรใส่ ถึงได้รู้สึกมากกมายอย่างนี้

     คนตัวเล็กกว่าเคลื่อนริมฝีปากกดลงบนแก้มเจือสีเลือดฝาดสูดกกลิ่นกายอันแสนโหยหาเข้าปอด

คิดถึง คิดถึงเหลือเกิน ได้แต่พรำบอกเงียบๆคนเดียวพลางกระซับวนแขนกอดรัด ยอมให้หล่อนได้รับไออุ่นจากเธอคนเดียว

      ใจไม่เคยแข็งพอให้กับผู้หญิงคนนี้จริงๆ  เมื่อก่อนเคยรักยังไง ตอนนี้ก็รู้ซึ้งแล้วว่ายังรักอยู่อย่างนั้น ต่อให้รู้สึกโกรธมากอย่างไร สิ่งที่รู้สึกมามันก็เหมือนไฟที่ถูกสายฝนชะล้าง

  เบื่อตัวเองชะมัด จะใจอ่อนให้กันถึงไหน

จนกระทั่งเสียงกริ่งหน้าบ้านดังติดกันราวสามสี่ครั้ง คนกำลังเพลินกับการสัมผัสถึงต้องรีบยันตัวลุก เดาไม่ผิดคนที่นัดคงมาถึง คราวนี้ใจเริ่มเต้นตุ้มๆต้อมๆ บอกได้คำเดียวว่ากำลังวางตัวไม่ถูก

    เสียงกริ่งหยุดลงแล้วก่อนจะดังอีกครั้ง คราวนี้เจ้าของบ้านลนลานประคองตัวลุกอย่างระวังไม่ให้รบกวนคนนอนแล้วจับผ้าห่มที่ตกเพราะเธอยกขึ้นคลุมจนถึงหน้าอกของคนที่ขยับพลิกตัวอีกครั้ง นึกขอบคุณฤทธิ์ยาที่ช่วยจัดการกับฤทธิ์เดชของคนเอาแต่ใจเสียอยู่หมัด ไม่ให้ตื่นมาก่อนเวลาอันสมควร

    เธอไม่ปล่อยให้แขกรอนานรีบโผล่หน้ามายังประตูไฟฟ้าอัตโนมัติและกดเปิดมันจากรีโมทในมือต้อนรับรถยุโรปคันหรูราคาเหยียบแปดหลักเข้ามาในตัวบ้าน อาการตื่นเต้นที่คิดว่าเก็บได้อยู่หมัดมันกำลังกลับมาอีกครั้งเมื่อเจ้าของรถคันนั้นก้าวเท้าลงมาพร้อมกับเด็กสาวซึ่งเธอเคยเจอเพียงครั้ง

ลูกสาวอีกคนของเธอจังหวะหัวใจกำลังเต้นผิดไปอย่างชัดเจน สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบบนฝ่ามือตัวเอง ก็คนมันไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน จะเข้าหาอย่างไร

เอ่อ คือ เข้าไปข้างในดีกว่ามินามิตัดสินใจหลบแววตาคู่ใสที่มองอย่างกล้าๆกลัวๆอยู่หลังของเพื่อนสนิทอดีตคนรัก ไม่พร้อมจริงๆที่จะเผชิญหน้ากับเด็กที่พึ่งจะรู้จักกัน

 อัตสึโกะล่ะค่ะยูโกะกู้บรรยากาศที่ยังไม่ทันไรก็อึมครึมกลับคืนมาโดยการถามถึงเพื่อนสนิทที่เป็นสิ่งที่จูริอยากรู้อยู่เต็มอก ?

พึ่งจะให้กินยาลดไข้ไปไม่นาน ตอนนี้นอนอยู่ด้านในน่ะ เอ่อ ฮารุนะไม่ได้ไม่ด้วยเหรอคะ   เจ้าของบ้านอยากตบหน้าตัวเองแรงๆสักร้อยครั้ง ร้อยวันพันปี ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นตัวเองเท่านี้มาก่อน ไม่สมกับตำแหน่งและฉายาที่ได้รับมาเลย พอเป็นเรื่องใกล้ตัวหน่อย ทำไมจัดการไม่ได้นะ

รายนี้เขาไปส่งลูกยังไม่มาเลย เดี๋ยวก็คงตามมาทีหลังแขกที่มาเยือนแต่เช้ามองเจ้าของบ้านสลับกับลูกสาวของเพื่อนสนิทที่เขยิบตัวจนชิดกับต้นขาของเธอ ชัดเจนออกว่าไม่ได้เป็นมิตรกับเจ้าของบ้านหลัง ทั้งที่เจ้าตัวพอจะทราบแล้วว่าศักดิ์ของคนตรงหน้า คือ พ่อแท้ๆของเจ้าตัว

เสียดายจัง กะว่าจะขอโทษสักหน่อยยูโกะอมยิ้มกับคำพึมพำเบาๆนั้น มันเป็นอาการของคนที่พอจะทราบว่าตัวเองกำลังถูกงอนอยู่แน่นอน ถ้าตัดเรื่องผิดใจกันก่อนหน้าออกยูโกะมองว่า อดีตคนรักของอัตสึโกะเป็นคนน่าคบเป็นเพื่อนมากด้วยจริงๆ

เอาเป็นว่ามาทางนี้ดีกว่าเจ้าของบ้านผายมือเชื้อเชิญแขกเข้ามาในตัวช้าน หากยังเลี่ยงที่จะพูดคุยกับจูริอย่างเดิม

   ยูโกะคิดว่าตัวเองพอจะเข้าใจความรู้สึกนั้น เป็นเธอมันก็ลำบากใจอยู่ไม่น้อยที่จู่ๆก็ต้องมาเผชิญหน้ากับลูกอีกคนที่ตัวเองไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่ามีมาก่อน กระทั่งเมื่อถึงห้องรับแขกเด็กตัวเล็กที่เกาะขาเธอแน่นเปลี่ยนเป้าหมายแทบจะทันที พุ่งกระโจนเข้าไปทางโซฟาซึ่งมีร่างซึ่งยังนอนหันหลังให้กันอยู่

หม่ามี๊น้ำเสียงสั่นเครือปนความดีใจออกมาพร้อมน้ำตา เจ้าตัวเล็กพยายามจะปลุกอัตสึโกะทว่าเจ้าของบ้านกับก้าวขาไวๆรั้งไหล่เล็กเอาไว้ไม่ให้กวนคนนอน

 อย่าพึ่งปลุกน