Sign in to follow this  
Followers 0

[SF] my heart หัวใจฉัน.. เป็นของเธอ (atsumina,kojiyuu,yuiparu) EP.6

39 posts in this topic

เม้นแรกอีกละ 555 เชียร์ยุยพารุแปป รู้สึกผิดต่ออัตสึมินะจัง

ถถถถถ ข้าน้อยสนับสนุนให้เชียร์ // อักก โดนถีบ

Share this post


Link to post
Share on other sites

พึงเห็นเรื่องนี้ไรท์ อ้ากกกกกกก พลาดสุดๆ

เป็นเรื่องที่มาม่าเยอะมากสำหรับคู่พ่อแม่

ข้าน้อยสงสารอัตสึมากายขอรับ อย่าให้อัตสึเจ็บปวดมากไปกว่านี้เลย

ส่วนคู่ลูก มันฮาได้อีกนะไรท์ โดยเฉพาะเพื่อนๆมโนกระจาย ชงกันจนเข้ม

ลุ้นๆว่าพลุจะเค็มเข็มข้นกว่าหรือจะเป็นยุยที่นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว ใครกันจะเป็นผู้อยู่รอด

รออยู่เสมอนะคะไรท์ สู้สู้  :dookdik_greenTea_2:

Share this post


Link to post
Share on other sites
ไรต์มาแล้วววววว
สงสารอัตสึจัง แต่จะโทษยุยก็ไม่ได้ด้วย
รอต่อไปค่า

Share this post


Link to post
Share on other sites
ลงดึก5555เพิ่งมาอ่าน กรี๊ดดรู้สึกชอบยุย

Share this post


Link to post
Share on other sites
มาแล้วววววรอมานาน

พี่ยุยจะพลุไปทำไร
พลุก็ร้ายไม่เบานะ
สงสารอัตสึอ่ะเจอลูกแต่ลูกดันหนี

Share this post


Link to post
Share on other sites

Ch 4 อุบัติเหตุหรือจงใจ

 

ร่างบอบบางของนักเรียนใหม่ถูกเหวี่ยงเข้าไปในห้องสภานักเรียนก่อนจะตามด้วยเสียงปิดประตูดัง ปัง พารุกำลังจะอ้าปากด่าไอ้คนที่ลากเข้ามาโดยไม่สนว่าเธอจะเจ็บหรือไม่ แต่ไม่ทันไรอีกฝ่ายก็ชิงโวยวายใส่จนต้องรียกมือปิดหู

 

“เธอกล้ามากที่ทำแบบนั้นหน้าโรงเรียน!

 

 อะแฮม ก็ใครใช่ให้เก๊กมาดละ หมั่นไส้

 

“ฉันกล้าทำอะไรล่ะคะ ยุยจัง”

 

“นิเธอ!” ยุยสาวเท้าเข้าประชิดคนหาเรื่องก่อนเอากำปั้นทบโต๊ะดัง ตึงพารุแอบสะดุ้งเล็กน้อย ท่าทางแมวน้ำจะโกรธให้แล้วทีนี้

 

มีหรือคนอย่างเธอจะยอมขอโทษง่ายๆ เสียศักดิ์ศรีหมด

 

“แหม เข้ามาใกล้ฉันขนาดนี้จะทำอะไรล่ะคะ” พารุเชิดหน้าท้าทาย เชิญชวนอีกฝ่ายว่า ถ้ากล้าก็ลองดูสิ เธอจะเอาไปป่าวประกาศให้รู้กันทั้งโรงเรียนเลยว่ารองประธานนักเรียนผู้เก๊กมาดชอบรังแกคนอ่อนแอกว่า

 

“มันจะมากเกินไปแล้วนะคุณโอชิมะ ฉันไม่ใช่คนที่เธอจะมาเล่นหัวเล่นหางด้วย!

 

ยุยฉุดข้อมือของร่างบางกำไว้แน่น

 

“ก็ไม่ได้เล่นหัวเล่นหางนิค่ะ หรือคุณเป็นหมา”

 

“นิ เธ..

 

“พอแล้วค่ะ ฉันปวดหู อีกอย่างนะคะ ช่วยกรุณาปล่อยแขนฉันด้วย”

 

“ไม่!” ยุยดึงแขนของพารุเข้ามาทางตัวเองมากขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มจะต่อต้านพยายามสะบัดข้อมือให้หลุดจากแรงบีบของเธอ

 

“ปล่อยค่ะ”

 

“ไม่”

 

“ปล่อยคะ”

 

“ไม่”

 

 พารุเริ่มจะโมโหบ้าง เธอสะบัดมือออกอย่างแรง แต่ยุยก็ยังไม่ปล่อยจนเธอทนไม่ไหวยกมือข้างที่ไม่ได้ถูกจับไว้ฝาดใส่ใบหน้าของรองประธานนักเรียนอย่างจัง

 

“เพียะ”

 

“เธอ!!

 

 คนถูกตบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่กระชากร่างของพารุเข้ามาหาตัวเอง ด้วยสวนสูงที่ไม่ต่างกันมาก ทำให้ร่างบอบบางคนของที่ไม่ทันตั้งตัวถลาตัวเข้าหา ริมฝีปากชนเข้ากันอย่างไม่ได้ตั้งใจ ยุยเบิกตาโพลงก่อนจะรู้ตัวอีกทีก็ถูกตบหน้าอีกข้างไปเสียแล้ว

 

 “เพียะ”

 

“เธ

 

“ปัง! คนถูกตบหน้าพึ่งจะได้สติกลับมา ยกแขนค้างจะเรียกคนที่พึ่งตบหน้าเธอไปเมื่อครู่ก็ไม่ทันซะแล้ว

 

เมื่อกี้ เธอไม่ได้ตั้งใจนะ!!!!

 

มันเป็นอุบัติเหตุ

 

ไม่ได้ตั้งใจให้มันออกมาอย่างนี้!!

 

ทำยังไงดีละ  ยิ่งง้อคนไม่เป็นอยู่

 

หูยย เจ็บชะมัด ยัยเด็กเรียนใหม่มือหนักเป็นบ้า

 

 

 

 

 

   ฝ่ายคนโกรธจัดก้าวเท้าบึงปังมาถึงห้องเรียน เธอเหวี่ยงกระเป๋าลงโต๊ะ ฟุบหน้าลงไม่อยากคุยกับใครแม้แต่คาวาเอ้ที่เข้ามาทักจนอีกฝ่ายงงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

 

“พารุ เธอเป็นอะไร หลับอยู่รึเปล่า”  คนหลับบ้านไหนจะตอบได้ เธอไม่ได้หลับแค่อารมณ์ไม่ดี

 

แล้วอีกอย่าง เธออยากอยู่คนเดียว เข้าใจมั้ย อยากอยู่คนเดียว เพราะไอ้แมวน้ำบ้านั้นแท้ๆ

 

นั้นมันจูบแรกของเธอนะ!!!

 

 “นี่ พารุ”

 

อย่ามายุ่งกับฉันได้มั้ย  ไปจัดการกับเพื่อนของเธอโน้น! ไอ้รองประธานบ้า งี้เงา

 

ฉันเกลียดคนแบบนี้ที่สุด!

 

“พารุ”

 

“หนวกหูน่า!! เธอเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะตะโกนใส่อาวาเอ้อย่างเหลืออด อยากมีเรื่องกับเธอมากนักรึไง แต่เห็นอีกฝ่ายยิ้มแหะๆชี้ให้เธอดูหน้าห้องเท่านั้นแหละ..

 

 เธอหุบปากที่อ้าคางไว้แทบไม่ทัน รู้สึกหายใจไม่ออกชั่วขณะ

 

อาจารย์คาไซฉีกยิ้มหวานยกมือกอดอก เธอก็รับรู้ชะตากรรมของตัวเองทันทีว่า

 

งานเข้า!!

 

 “การที่ครูเข้ามามันทำให้เธอหนวกหูขนาดนั้นเลยเหรอค่ะคุณโอชิมะ ฮารุกะ”

 

แหม มาซะเต็มยศเลยนะคะ ท่านอาจารย์ที่เคารพรัก

 

  “นะ.หนูขอโทษค่ะ”

 

เธอรีบลุกขึ้นโค้งให้อาจารย์แล้วนั่งลงด้วยพวงแก้มที่เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเพราะเสียงหัวเราะจากทั่วทั้งห้อง  และท่านอาจารย์อันแสนน่าเคารพรักยังกรุณาอบรมสั่งสอนเธอเกือบสิบห้านาที ให้ต้องรีบปาดเหงื่อกันเลย

 

หูเธอบอดไปแล้วมั้ง ถึงได้อื้ออึงอย่างนี้

 

 เธอได้แต่ขยับปากสาปแช่งไอ้คนที่ไม่รู้จักบอกให้เร็วกว่านี้

 

   มีการกระซิบบอกเธออีกนะว่า ฉันพยายามบอกเธอแล้วนะ

 

แต่ไอ้ที่ก่อนหน้ามันพยายามกวนเธอนิหน่า ใครจะไปอยากฟังกันเล่า!!

 

แล้วไอ้หัวหน้าห้องมันไปไหน ปกติต้องเป็นหน้าที่มันมาเตือนไม่ใช่เหรอ

 

 ไอ้คนไม่รับผิดชอบเอ้ย!

 

 เธอลืมไปรึเปล่าว่าเธอไปตบหน้าเขามา พารุ

 

“ขอโทษนะคะ ที่เข้าสาย”

 

  คนที่เธอกำลังสบถด่าอยู่ในใจ จู่ๆก็เปิดประตูห้องเข้ามาโค้งหัวขอโทษอาจารย์ แต่กลับเรียกสายตาตกใจจากทุกคนในชั้นเรียน อนึ่งอาจเป็นเพราะไม่เคยเห็นรองประธานนักเรียนเข้าสาย ยกเว้นมีประชุมสภาและสองคงเป็นเพราะพวงแก้มทั้งสองติดแผ่นความเย็นลดการอักแสบ

 

ดูก็รู้ว่าพึ่งออกมาจากห้องพยาบาล

 

 สมนำหน้า

 

“เกิดอะไรขึ้น! คุณทาคาฮาชิ”

 

อาจารย์คาไซทำหน้าตกใจเวอร์มาก ยกมือเข้าไปแตะบ่าทั่งสองข้างของไอ้แมวน้ำแล้วเขย่าตัวเบาๆ เธอว่าก่อนไอ้แมวน้ำนั้นจะได้ตอบคำถามคงเวียนหัวตายพอดี

 

ยุยลอบมองคนทำแล้วถอนหายใจ เพราะยัยแสบนี้แท้ๆ

 

“โดนลูกหลงนิดหน่อยตอนเข้าห้ามคนตีกันน่ะค่ะ”

 

 อาจารย์คายิ้มแหะๆ ยกมือเตะหัวเตะแก้มไอ้แมวน้ำอย่างเป็นห่วง

 

จะห่วงอะไรขนาดนั้นค่ะ อาจารย์

 

อาจารย์กำลังห่วงแต่เธอกำลังหวง เฮ้ยย ไม่ใช่ หมั่นไส้ต่างหาก หมั่นไส้

 

 “เอ่อ..ไปนั่งที่เถอะ”

 

“ขอบคุณค่ะ”

 

 คนอะไรโกหกไหล่ลื่นชะมัด

 

แบร่ ถ้าอาจารย์ไม่อยู่ เธอจะทำให้ไอ้แมวน้ำจนตรอก สารภาพความผิดที่ไปก่อมาต่อหน้าคนทั้งห้องเลย ค่อยดู

 

บังอาจมาชิงจูบแรกเธอ

 

พูดแล้วโมโห เธอตวัดสายตาจ้องคนกำลังเดินมานั่งที่ก่อนเชิดหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง

 

 คนถูกโกรธถึงกับหน้าซีด มันไม่ใช่ความผิดของเธอสักหน่อย!

 

แถมคนที่หาเรื่องกันก่อนก็ยัยนักเรียนใหม่แท้ๆ

 

 

 

 

 

  

 

   เฮ้อ ทำไมต้องนึกถึงเรื่องพรรค์นี้นะ

 

   วันนี้เธอได้ออกมาทำงานนอกสถานที่แล้วบังเอิญผ่านสวนสาธารณะที่เมื่อก่อนชอบมาเดินเล่นกับผู้หญิงคนนั้นบ่อยๆ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ มือแสนอบอุ่นที่จับจูงกันคู่นั้น

 

  พอนึกถึงเรื่องนี้ทีไร ไม่รู้ทำไมถึงเจ็บจนหายใจไม่ออก รู้ตัวอีกทีน้ำตาก็ไหลเสียแล้ว

 

ไม่อยากเจอ..แต่ก็โหยหา

 

ไม่อยากได้ยินเสียง...แต่ก็คิดถึง

 

บางครั้งเธอก็อยากให้เรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตเธอเป็นแค่ความฝัน

 

   เธอทอดน่องยาวมาถึงมุมประจำก่อนนั่งลงไปบนพื้นหญ้า มองสายน้ำพุที่ขึ้นมาจากสระแล้วยิ้มเศร้า  บางครั้งก็เกลียดตัวเองที่เป็นคนความจำดีเกินไป

 

ไม่ลืมแม้กระทั้งมุมโปรดของผู้หญิงคนนั้นในสวนสาธารณะแห่งนี้

 

ชอบพาเธอมานั่งตรงนี้ เอนศีรษะมาพิงแล้วชวนคุยเรื่องราวขบขัน

 

เธอเจ็บปวดทั้งที่ไม่ได้ทำผิด

 

คิดถึงคนที่ไม่เห็นค่าของเธอ

 

งี้เง่าชะมัด เธอน่ะ

 

 “คุณชอบตรงนี้มากเหรอคะ” น้ำเสียงหวานนุ่มคุ้นหูทำให้เธอเงยหน้าขึ้นไปดู จึงพบกับมาสคอตรณรงค์ของสวนสาธารณะแห่งนี้ เจ้ากระต่ายสีขาว

 

ทำไมเจ้าตัวนี้ถึงทำให้หัวใจของเธอทุกข์ทรมานได้นะ

 

ไม่ยุติธรรมกับเธอเลย ที่เธอต้องมาจำเรื่องมากมายเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น

 

ยัยนั้น ชอบเจ้านี้ถึงขนาดรบเร้าขอให้เธอถ่ายรูปคู่ให้

 

เธอเคยแอบอิจฉา เพราะผู้หญิงคนนั้นสนใจเจ้าตัวนี้มากกว่าเธอ

 

“ไม่ได้ชอบค่ะ” เธอตัดสินใจตอบด้วยคำพูดสุขภาพแล้วเบือนหน้าออกไปยังบึงน้ำเหมือนเดิม

 

“แต่ฉันชอบตรงนี้มากนะคะ” เจ้ามาสคอตเสียมารยาทนั่งลงข้างเธอโดยที่ไม่สนว่าเธอจะเต็มใจให้นั่งด้วยหรือไม่และคำพูดที่เหมือนจะแฝงนัยอะไรเอาไว้

 

เธอแกล้งทำเป็นไม่สนใจ ทั้งทีอีกใจก็อยากให้เจ้ากระต่ายพูดให้จบ

 

 “ดูคุณมีเรื่องไม่สบายใจนะคะ”

 

“ปกติมาสคอตเขาห้ามพูดไม่ใช่เหรอคะ”

 

“กรณีพิเศษค่ะ ฉันเห็นคุณไม่สบายใจอยู่”

 

“นอกจากเป็นมาสคอตแล้วยังเป็นหมอดูด้วย?

 

 “ฉันก็พอจะดูคนออกนะคะ” เธอเห็นเจ้ามาสคอตกระต่ายขาวยกนิ้วโป้งให้จนต้องแอบส่ายหน้าและถอนหายใจออกมา

 

“การถอนหายใจทำให้พลังชีวิตหายไปนะคะ คุณไม่สบายใจเรื่องอะไรถึงขนาดต้องถอนหายใจ”

 

“ฉันแค่กำลังนึกถึงเรื่องเมื่อก่อนของคนบางคนน่ะค่ะ” มินามิตัดสินใจบอกความจริงออกมาอยากรู้เหมือนกันว่าคู่สนทนาจะแสดงท่าทีอย่างไร

 

 “ฉันขอถามคุณหนึ่งคำถามได้มั้ยคะ”  เจ้ากระต่ายหันมองมาทางเธอด้วยน้ำเสียงเว้าวอน แล้วอย่างนี้ถ้าเธอไม่เปิดโอกาสให้ถามก็ดูจะใจร้ายเกินไปหน่อย

 

 “อะไรคะ”

 

“ถ้าสมมุติมีคนที่ทำผิดกับคุณมากๆแต่เขามีเหตุผลบางอย่างที่บอกคุณไม่ได้ คุณจะให้อภัยเขามั้ยค่ะ” เธอขมวดคิ้วลงทันที  ชั่งเป็นคำถามที่จี้ใจเธอเหลือเกิน

 

ต้องการเอาคำตอบไปตอบกับใครกันละ

 

“ถ้าในทางทฤษฎี ฉันคงต้องฟังเหตุผลก่อนมั้งค่ะ แต่ในความรู้สึก ฉันไม่รู้หรอกค่ะ อาจจะไม่มีทางให้อภัยเลยก็ได้” มินามิลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นที่เสื้อผ้าก่อนหันมองเจ้ากระต่ายขาว

 

“แล้วคุณละคะ เคยทำผิดกับใครไว้ ความรู้สึกของคนไม่ใช่สิ่งที่จะเอามาล้อเล่นหรอกนะคะ” แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปวดราวจนคนในชุดมาสคอตกระต่ายรู้สึกหน้าชา

 

“ฉันขอตัวก่อนนะคะ”  

 

อยากจะเอือมมือไปรั้งเขากลับมา แต่เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีสิทธิ์ เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ยิ่งเห็นเขาเดินไกลออกไป เธอก็ไม่สามารถห้ามหยาดน้ำตาให้มันหยุดไหลได้

 

คิดถึง คือ คำคำเดียวที่กำลังร้องดังในจิตใจของเธอ

 

 

 

ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ยูโกะมานั่งเฝ้าเพื่อนสนิทซึ่งมีสภาพเหมือนคนใกล้ตาย ไม่ยอมพูดกับเธอสักคำตั้งแต่กลับมาถึงบ้าน หลังจากโทรศัพท์ขอให้เธอไปรับอยู่สวนสาธารณะ ซึ่งเจ้าตัวตั้งใจไปทำงานพิเศษ เธอห้ามแล้วห้ามอีก เพราะกลัวจะมีเรื่องอะไร

 

และแล้ว.. ก็มีเรื่องตามคาด อีกอย่างเกิดพวกนั้นมันหาตัวอัตสึโกะเจอไม่แย่หรือ

 

เอาแต่ใจตัวเองจริงๆเพื่อนเธอเนี่ย

 

“เธอจะไม่พูดอะไรใช่มั้ย อัตจัง” ยูโกะถามย้ำอีกครั้ง ฝ่ายนั้นก็เอาแต่ส่ายหน้า

 

“เอาอะไรร้อนๆหน่อยมั้ย เดี๋ยวฉันไปหยิบให้”

 

“ไม่เป็นไร ยูจังไปทำงานเถอะ”

 

“เธอจะไม่เป็นอะไรได้ไง ดูสภาพเธอสิ หรือต้องให้ฉันเอากระจกมาให้ดู”  

 

ทำไมอัตสึโกะหัวดื้ออย่างนี้

 

“เธอยังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่มั้ย อัตจัง”

 

มาตรการสุดท้ายถูกงัดออกมาใช้ เธอจับมือของอัตสึโกะมกอบกุม ขอให้เชื่อใจว่าเธอพร้อมจะรับฟังและช่วยแก้ปัญหา

 

 “ฉันขออยู่คนเดียวก่อนนะ ยูจัง” อัตสึโกะค่อยๆดึงมือกลับไปพร้อมกับน้ำตาที่รินไหลต่อ แค่เห็นหน้าเขาคนนั้นเธอก็ทนไม่ไหว ความรู้สึกมากมายพุ่งปะทุออกมาเหมือนไม่เคยเกิดมาก่อน อยากตะโกนบอก ว่ารักเขา อยากขอโทษเขากับเรื่องที่ผ่านมา อยากอธิบายให้เขารู้ว่าเธอไม่มีวันลืมเขาได้ อยากบอกกับเขาว่า เธอคิดถึงเขาแค่ไหน แต่เธอก็กลายเป็นแค่คนน้ำท่วมปาก  

 

 ทำไมโชคชะตาถึงต้องค่อยกลั่นแกล้งเธอ  ครั้งก่อนส่งลูกมาเจอเธอแล้วยังไม่พอใช่มั้ย ถึงต้องส่งเขามาทำร้ายเธอ แล้วเธอจะใจแข็งได้อย่างไร เมื่อหัวใจของเธอร้องเรียกหาเขาอยู่อย่างนี้

 

 “ฉันจะรอฟังตอนที่เธอพร้อมนะ อัตจัง”

 

ยูโกะยกมือลูบศีรษะของเพื่อนสนิทเบาๆ

 

ใครกันที่ทำให้เพื่อนเธอเป็นได้ขนาดนี้...

 

 

 

 

 

 

 

 ไม่ว่าจะด้วยเหตุอะไรเอาเป็นว่าตอนนี้ทาคาฮาชิ ยุยกำลังเดินตามยัยนักเรียนย้ายใหม่ตั้งแต่หน้าห้องเรียนถึงหน้าประตูโรงเรียนหลังจากที่เลิกเรียนได้ไม่นาน

 

ยัยนั้นก็เดินฉับๆถือประเป๋าออกจากห้อง ไม่สนใจเสียงเรียกของเธอ แถมตอนกลางวันก็เอาแต่หลบหนี้กต่างหาก

 

ชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ

 

“คุณโอชิมะ” เธอเดินเร็วๆเข้าไปฉุดแขนให้อีกฝ่ายหันมา ซึ่งมันได้ผลตามคาดเมื่อฝ่ายนั้นตวัดดวงตาขุ่นมัวมองเธอก่อนบัดมือเธอออกอย่างแรง

 

“ถ้าจะขอโทษก็บอกแล้วว่าฉันไม่ต้องการ กลับไปทำหน้าที่ของคุณไม่ดีกว่าเหรอค่ะ คุณรองประธาน”

 

“เธอจะโกรธอะไรฉันนักหนามันเป็นแค่อุบัติเหตุ”

 

แค่อุบัติเหตุงั้นเหรอ!  ไอ้แมวน้ำซื่อบื้อ ไอ้แมวน้ำหน้าโง่ ไอ้แมวน้ำงี้เงา

 

“คุณก็ไม่ต้องอธิบายอะไรอีก ฉันเข้าใจ และตอนนี้ฉันก็รีบมาก”

 

“เดี๋ยวสิ” ยุยวิ่งไปขว้างหน้าคนที่กำลังจะเดินหนี “จะให้ฉันไถ่โทษยังไงว่ามา”

 

อะไรนะ” นี้ เธอไม่ได้หูแววไปเองใช่มั้ย ไอ้แมวน้ำบอกว่าจะไถ่โทษเธอ

 

“ก็บอกว่าจะไถ่โทษให้”

 

 พารุชักสีหน้าไม่พอใจ ก็ดี เธอจะได้แกล้งให้เข็ด

 

“โอเค เริ่มจากพูดดีๆกับฉันซะก่อนสิ ฟังคำสั่งฉัน ห้ามขัดใจ แค่นี้ทำได้รึเปล่า”

 

“นิเธ.. เอ่อ..จะให้ฉันทำทั้งหมดจริงๆเหรอ” ยุยรีบเปลี่ยนคำพูดพอเห็นสายตาถูกดูของอีกฝ่าย ประมาณว่าแค่จะเริ่มพูดดีๆด้วยก็ทำไม่ได้ซะแล้ว

 

 “ทำไมมีปัญหารึยังไง อ๋อ ฉันลืมไปรองประธานนักเรียนผู้ดีอย่างเธอคงไม่มาทำอะไรอย่างนี้เหรอมั้ง”

 

“ทำไมฉันจะทำไม่ได้” ยุยขึ้นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์ “ของแค่นี้ ฉันทำได้สบาย”

 

“แล้วฉันจะรอดูนะคะ ยุยจัง” พารุยกยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจและเดินผ่านตัวคนที่ขว้างทางไปโดยไม่ลืมจะสร้างความปั่นป่วนให้ เธอก้มลงไปขโมยหอมแก้มที่แปะแผ่นเย็นก่อนจะชิ่งหนีไป

 

ให้คนโดนแกล้งยืนค้างใบหน้าขึ้นสีเลือดฝาดเหมือนคนมีไข้

 

 

 

“ยัยนักเรียนใหม่!! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ  เกิดอะไรกับหัวใจเธอมันเต้นแรงจนรู้สึกร้อนไปหมดแล้ว

 

 

 

 

 

   ไม่รู้ทำไมถึงต้องอารมณ์ดีเดินไปยิ้มทั้งทางอย่างนี้ สงสัยเพราะเธอเอาชนะรองประธานสุดขี้เก๊กได้ละมั้ง

 

“ยิ้มอะไรคะ พี่พารุ”  สาวน้อยจูรีเอียงคอถามอย่างสงสัยหลังจากพี่สาวมารับกลับ ก็เห็นเอาแต่ยิ้มออกอาการจนผิดสังเกต

 

“ไม่มีอะไรค่ะจูรีจัง” พูดจบคนเป็นพี่ก็พยายามหุบยิ้ม ไม่อยากให้มีพิรุธต่อหน้าน้องสาว แต่ใครจะห้ามได้ละ เมื่อนึกถึงหน้าสำนึกผิดของรองประธานนักเรียนมันก็ทำเอาเธอขำทุกที

 

ค่อยดูเถอะ เธอจะแกล้งให้เข็ด ไอ้คุณรองประธานหน้าแมวน้ำ

 

 “พี่พารุ รถมาแล้วค่ะ”

 

 สาวน้อยสะกิดพี่สาวที่ดูท่าทางเหมอลอยจนหลุดจากภวังค์ รีบจูงน้องขึ้นรถบัส  

 

เพราะไอ้แมวน้ำนั้นแท้ๆเชียว หลุดออกจากความคิดของเธอเลยนะ!

 

 

 

 มินามิเลี้ยวรถมาจอดที่หน้าโรงเรียนของลูกสาวหลังจากโทรบอกได้ไม่นานว่า จะแวะมารับ ซึ่งยุยดูจะประหลาดใจพอสมควร ในเมื่อปกติเวลานี้เป็นเวลาที่ปะป๋าคนขยันของเธอจะนั่งเคลียร์งานจนเสร็จก่อนกลับมากินข้าวเย็นที่บ้าน

 

เธอเปิดประตูรถคันหรูเข้าไปนั่งเบาะข้างคนขับเห็นพ่อส่งยิ้มให้พร้อมกับคำถามที่เอาเธอหน้าเหวอ

 

“ใครแกล้งมาคะ แก้มบวมเชียว”

 

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่เข้าไปห้ามคนตีกัน ถูกลูกหลงมาเท่านั้น.. ทำไมวันนี้ถึงมารับละคะ” เธอหาทางเปลี่ยนเรื่องให้เร็วที่สุด รู้ดีว่า พ่อเป็นอัยการเท้าความเก่งยิ่งกว่าอะไร ขืนยังพูดเรื่องนี้ต่อไป เธอจะเป็นฝ่ายสารภาพความจริงกับพ่อเสียเอง

 

โอ๊ยย คิดแล้วปวดหัวชะมัด

 

 เพราะมัวเอาแต่คิดถึงเรื่องของตัวเอง ยุยเลยไม่ทันสังเกตแววตาไหววูบไปช่วงนึ่งของคุณพ่อสุดที่รักก่อนจะกลับมาปกติอีกครั้ง

 

“พ่อออกมาทำงานนอกสถานที่แล้วผ่านทางโรงเรียนลูกน่ะ”  มินามิยังคงระบายยิ้มอ่อนโยนให้ลูกสาว แม้ว่าภายในใจยังคงวนเวียนถึงเรื่องเมื่อกลางวัน

 

ถ้าสมมุติมีคนที่ทำผิดกับคุณมากๆแต่เขามีเหตุผลบางอย่างที่บอกคุณไม่ได้ คุณจะให้อภัยเขามั้ยค่ะ

 

 กับสิ่งที่เธอทำ เธอคิดว่าฉันจะให้อภัยเธอรึไง

 

ทำไมถึงยังมาให้ฉันเห็นอีก

 

เธอเป็นคนบอกเองว่าไม่ต้องการฉัน แล้วจะมาวุ่นวายกับชีวิตฉันทำไม

 

เธอไม่รู้ หรือ แกล้งไม่รู้จริงๆว่า ฉันจะไม่รู้ ว่าคือเธอ อัตสึโกะ

 

  ฉันอยากจะลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมเรื่องที่เคยเกิดขึ้นระหว่างเราสองคน

 

ทำเหมือนพวกเราไม่รู้จักกัน ทำเหมือนว่าทุกอย่างเป็นแค่คำพูดของคนแปลกหน้าสองคน

 

 ฉันโง่มั้ยละ โง่ที่ยังรักเธอ ทั้งที่เธอทำกับฉันขนาดนี้

 

ขอให้วันนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่เจอกัน..

 

เพราะครั้งต่อไป

 

ฉันจะไม่ทำดีกับเธออย่างนี้อีก

 

 

 

……………………………………………………………………………………………….

 

 

 

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

Ch.5 โลกกลม

 

‘Rrrr’ เสียงโทรศัพท์ดังตั้งแต่เข็มสั้นยังไม่กระดิกไปถึงเลขเจ็ดปลุกให้คนในผ้าห่มโผล่หน้าออกมาควานหาเครื่องมือสื่อสารขนาดจิ๋วก่อนจะรีบกดรับสายที่เข้ามารบกวนการพักผ่อนตั้งแต่เช้า

 

“อือ.. รู้แล้วๆ”

 

“จำได้ๆ.. แค่นี้นะ” เธอกดตัดสายโทรศัพท์ไปก่อนโยนมันวางไว้ที่ไหนสักแห่งบนที่นอน ไม่นานก็ค่อยๆโผล่ตัวออกมาจากผ้าห่ม

 

“อื่ออ”  ถูกรบกวนการนอนตั้งแต่เช้าทั้งที่อุสาลาหยุด เพื่อวันนี้จะได้อยู่บ้านสบายๆ

 

    หลังจากเหตุการณ์ในสวนสาธารณะ เธอยังรู้สึกไม่อยากทำอะไร แม้แต่วันนี้ที่เพื่อนสนิทนัดไว้ยังอยากโทรไปขอยกเลิกนัดเสียด้วยซ้ำ ถ้าไม่ติดว่าจะเสียมารยาทกับครอบครัวนั้น และเพื่อนสนิทเธอที่โทรตามตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงอย่างนี้

 

เฮ้ออ  กลัวเธอจะเบี้ยวนัดขนาดนั้นเชียว คุณนายโอชิมะ

 

 

 

เธอนึกขันเพื่อนตัวเองก่อนจะหันไปหยิบกรอบรูปบนเตียงนอนมาดู

 

 ไม่กี่ปีลูกสาวของเธอโตขนาดนี้แล้ว เมื่อก่อนยังมาขอนอนห้องเดียวกับเธออยู่บ่อยๆเลย

 

ชอบฟังนิทานก่อนนอน ชอบให้ร้องเพลงให้ฟัง ชอบให้วาดรูปให้ดู ชอบให้พาเล่นเกม

 

เด็กน้อยยุยในตอนนั้นกลายมาเป็นคนที่พึ่งพาตัวเองได้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ

 

พอคิดว่าจะไม่ได้เห็นภาพของยุยที่เป็นอย่างนั้นแล้ว คนเป็นพ่อก็ใจหาย

 

ทั้งที่ยังอยากให้เป็นเด็กไปนานๆแท้ๆ

 

มินามิเอี่ยวตัวนำกรอบรูปวางไว้ที่เดิม

 

ตัดสินใจลุกจากเตียงตรงไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำ

 

เธอดีใจนะ ที่สามารถเลี้ยงเขาให้เติบโตสมบูรณ์แข็งแรงด้วยตัวคนเดียว

 

 

 

 

 

  กินหอมของอาหารที่ลอยอบอวลออกจากห้องครัวทำให้มินามิต้องส่ายศีรษะ ขนาดวันหยุดแท้ๆลูกสาวเธอยังตื่นเช้ามาทำอาหาร นิสัยเหมือนกันไม่มีผิด

 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ”

 

มินามิเดินเข้าไปลูบหัวลูกสาวจอมขยันก่อนนั่งลงบนโต๊ะอาหาร กาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล ลูกสาวเธอรู้ใจเสมอ เธอใช้เวลาในการละเมียดละไมรสชาติของมันอยู่สักพักก่อนยกหนังสือพิมพ์ประจำวันขึ้นมาอ่าน

 

 “เราตื่นเช้าเกินไปรึเปล่ายุย”

 

  “มันชินนิค่ะ” เจ้าตัวจัดการปิดเตาแก๊สก่อนจะยกอาหารที่เตรียมเสร็จหมาดๆมาให้ปะป๋าสุดที่รัก

 

“เย็นนี้เตรียมตัวพร้อมรึยังคะ” ยุยส่งเสียงแซวคุณพ่อร่างเล็ก เรื่องที่จะออกไปเจอกับเพื่อนสนิทตอนเย็น ซึ่งพ่อห่างหายจากงานสังสรรค์มานาน วันนี้ถึงได้ดูดีใจมากกว่าปกติ ถึงพ่อจะไม่ได้แสดงออก เธอก็พอจะสัมผัสได้จากน้ำเสียงและแววตาของพ่อ

 

“เดี๋ยวนี้กล้าแซวพ่อเหรอเราน่ะ” มินามิยกมือไปยีหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู

 

 ยุยพยายามจับมือของคุณพ่อร่างเล็กออกเพราะตอนนี้ผมของเธอกำลังจะยุ่ง แต่กลับทำให้คุณพ่อยิ่งแกล้งเธอจนต้องขอยอมแพ้ บอกปะป๋าให้เลิกยีหัวสักที

 

“ดูสิค่ะ ยุ่งหมดเลย” ยุยส่งค้อนให้ผู้ให้กำเนิดที่ยังหัวเราะไม่หยุด เห็นคุณพ่อมีความสุขเธอก็อดยิ้มไม่ได้ ไม่บ่อยเลยที่คุณพ่อจะหัวเราะ ทั้งทีเธออยากให้พ่อหัวเราะทุกวันแท้ๆ แต่ก็ทำไม่ได้

 

 คงจะมีแต่แม่คนเดียวที่ทำได้ ในเมื่อแม่เป็นคนพรากมันไปด้วยมือของตัวเอง

 

 พูดถึงแม่ หลังจากเหตุการณ์ที่เจอกันในห้องสรรพสินค้า เธอยังไม่มีโอกาสได้บังเอิญเจออีกเลย

 

มันอาจดีต่อตัวเธอเองก็ได้ เพราะไม่รู้เจอกันเธอจะทำตัวอย่างไร

 

 ในเมื่อโลกของเธอตอนนี้ มีแค่เธอกับพ่อเท่านั้น

 

เธอหนักใจจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องของแม่ แต่ยังรวมถึงเรื่องของตัวเอง

 

ยัยนักเรียนใหม่ อาทิตย์นี้ทำกับเธอไว้แสบมาก ใช้เธออย่างกับทาส

 

พอยอมหน่อยได้ใจใหญ่ ไม่กลัวเธอแถมยังมีการเอาข้อต่อรองมาขู่

 

เธอยอมเพราะรู้สึกผิดเรื่องอุบัติเหตุเท่านั้น ไม่งั้นอย่าหวังว่ายัยนักเรียนใหม่นั้นจะได้ขมเธอ

 

“ยุยลูก คิดอะไรอยู่ พ่อเรียกเราตั้งนานแล้วนะ”

 

ยุยสะดุ้งจากภวังค์เมื่อมือพ่อเตะแขนเธอเบาๆ เธอเงยหน้าส่งยิ้มให้พ่อเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ

 

“ช่วงนี้เหมอบ่อยนะเรา”

 

“โธ่..พ่อค่ะ หนูบอกแล้วไงค่ะว่าช่วงนี้งานเยอะ คิดเรื่องงาน”

 

“แน่ใจนะว่าแค่เรื่องงาน” นั้นไงมาแล้ว วิธีจับผิดของพ่อ

 

“แน่ใจสิค่ะ”

 

“ไม่ใช่ว่าเพราะเพื่อนที่โทรหาลูกช่วงนี้บ่อยๆเหรอคะ”

 

“ไม่ใช่ค่ะ!” เธอตกใจเผลอตะโกนเสียงดัง ไม่คิดว่าพ่อจะรู้ถึงขั้นนั้น เห็นพ่อกลั้นยิ้มขำเธอรีบหาทางแก้ตัวต่อเป็นพัลวัน

 

“ไม่ใช่ค่ะพ่อ หนูบอกแล้วไงค่ะว่าเรื่องงาน หรือพ่อไม่เชื่อหนูคะ”

 

 มินามิกลั้นขำจนปวดท้อง ลูกสาวคิดว่าเขาดูไม่ออกรึไงว่าแอบทำตัวแปลกๆไปในช่วงนี้ ครั้งก่อนก็เรื่องที่แก้มบวมไปรอบหนึ่ง ซึ่งเจ้าตัวบอกเข้าไปห้ามคนตีกัน

 

 เอาตามตรง.. เธอไม่เชื่อ อย่างยุยหรือจะยอมให้ใครทำร้ายง่ายๆ เห็นอย่างนี้เธอให้ลูกเรียนศิลปะป้องกันตัวตั้งแต่เด็ก ไม่มีทางเสียหรอกจะถูกลูกหลงขนาดนี้

 

ดูยังไงรอยนั้นก็เป็นรอยที่ถูกตบในระยะประชิดเหมือนคนกำลังยืนเผชิญหน้ากันมากกว่าจะโดนลูกหลงอย่างเจ้าตัวว่ามา..

 

ส่วนสาเหตุของการที่ถูกตบเธอไม่อยากสืบหรอกนะ

 

เรื่องของลูกก็ควรปล่อยให้ลูกจักการเอง เธอแค่สังเกตการอยู่ห่างๆพอ

 

“ยังไม่ได้บอกเลยนะคะว่าไม่เชื่อ แล้ววันนี้ไม่ต้องออกไปไหนเหรอคะ”

 

คำทึกทักของปะป๋าทำให้คนที่พึ่งนึกออกว่ามีนัดตาโต ยัยนั้นดันโทรบอกเธอเมื่อคืนว่า เช้านี้จะออกไปซื้อของให้ตามไปช่วยขนหน่อย

 

เกินไปมั้ยละ! วันหยุดเธอยังไม่เว้น  เธออุสาปฏิเสธเพราะวันนี้มีนัดกับพ่อ แต่ฝ่ายนั้นไม่พอใจทำเสียงประชดประชันใส่ว่าแค่นี้ยังช่วยไม่ได้ ก็ไม่ต้องมาไถ่โทษ เธอเลยต้องเออออห่อหมกตาม

 

นี้ ถ้าพ่อไม่พูดเธอคงลืมไปเสียสนิท

 

ขอเบอร์เธอจากคาวาเอ้ได้ก็เอาใหญ่เลยนะ วันนี้เธอจะคุยให้รู้เรื่องค่อยดู

 

“หนูเกือบลืมไปเลย เดี๋ยวหนูขึ้นไปอาบน้ำก่อนนะคะ” ยุยถอดผ้ากันเปื้อนสีสันสวยงามออกแล้วรีบวิ่งขึ้นไปชั้นสองของบ้านให้คุณพ่อร่างเล็กหัวเราะไล่หลัง

 

ยังไม่ทันจะแปดโมงด้วยซ้ำไม่รู้ลูกจะรีบไหน

 

 

 

 

 

 สุดท้ายยุยก็มาถึงก่อนเวลานัด เธอก้มลงมองนาฬิกาที่ตอนนี้พึ่งจะเก้าโมงสิบห้านาที ยัยนักเรียนใหม่นัดเธอไว้ตอนสิบโมง

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอต้องรีบมา คงเพราะกลัวว่ายัยเด็กเรียนใหม่จะหาเรื่องเธอถ้าเธอมาช้ากว่านี้

 

 

 

ปากร้าย กวนประสาท นิยามที่เธอตั้งให้บุคคลที่กล่าวถึง

 

 

 

ยุยตัดสินใจทิ้งตัวลงบนม้านั่งหินอ่อนกลางลานน้ำพุหน้าห้างสรรพสินค้า คิดว่าการออกมาก่อนเวลาดีตรงที่ว่า เธอมีเวลานั่งเล่นมองบรรยากาศยามเช้าสบายๆ ไม่ต้องรีบร้อนกระวนกระวายเพราะกลัวจะมาไม่ทัน

 

 เธอไม่ได้ขอให้พ่อมาส่งหรอกนะ เพราะอยากให้ท่านพักอยู่บ้านๆสบายๆ จึงนั่งรถประจำทางมาเอง

 

  ไม่ทันไรเสียงเครื่องมือสื่อสารขนาดจิ๋วก็ร้องเตือนให้เธอต้องหยิบมันขึ้นมาดู

 

  และเป็นดังคาดเมื่อเธอล่วงมันออกจากกางเกงยีนส์สีดำตัวโปรดก็เจอกับชื่อที่โชว์เด่นหลา ยัยจอมกวนสงสัยจะโทรมาเตือนเธอเรื่องนัด เสียใจด้วยยัยจอมหาเรื่อง ฉันมาถึงที่นัดหมายแล้ว

 

“ค่ะ ว่าไงคะ” รู้สึกกระด่างปากจริงๆที่ต้องพูด คะ ขา กับยัยนี้ ถ้าไม่เป็นเพราะข้อตกลงที่ให้ไว้อย่าหวังเลยว่า เธอจะพูด

 

“ยุย ตื่นรึยัง” จำไม่ได้ว่าอนุญาตให้เรียกเธอว่า ยุย เฉยๆเมื่อไหร่ ยัยนักเรียนใหม่เนียนเฉยเลย มันน่าอารมณ์เสียมั้ย

 

   “จนมาถึงแล้ว..คะ” เธอแอบกวนประสาทยัยนักเรียนใหม่แต่ก็ยังพยายามบังคับปากให้เติมคำว่า คะ ลงไปนะ

 

 ไม่รู้ทำไมทรมานหัวใจอย่างนี้ เธออยากจะบ้าตาย

 

“ถึงแล้ว!

 

“จะตะโกนทำไมเนี่ย..คะ” เกือบจะลืมพูด คะ แหนะ

 

“ก็จะรีบออกไปไหน คุณรู้มั้ยว่าคนอื่นจะคิดยังไงที่เห็นคุณไปนั่งรอฉันก่อนอย่างนี้”  

 

อ้าว นี้เธอกลายเป็นฝ่ายผิดรึไง แม่คุณ

 

“เอาเป็นว่าฉันผิดโอเคที่มาก่อน เธอไม่ต้องรีบ แค่นี้ละ” พูดจบก็ตัดสายทิ้งไปโดยไม่สนใจว่าพารุจะพูดอะไรต่อ เพราะเธอขี้เกียจฟังยัยเด็กเรียนใหม่โวยวาย

 

 ไอ้แมวน้ำบ้า! ไอ้แมวน้ำงี้เง่า!!

 

แล้วมาบอกให้ไม่ต้องรีบ  เห็นเธอเป็นคนยังไงกัน!! เดี๋ยวแม่ปล่อยให้รอสักสามชั่วโมงเลยดีมั้ย

 

พารุรีบเด้งตัวลงจากเตียงตรงดิ่งไปเข้าน้ำแบบลวกๆ ไม่สนใจแต่งตกแต่งตัวมันแล้ว หยิบชุดไหนได้ก็ใส่ๆไป ไปในสภาพนี้แหละ ชั่งมัน ขนาดป๊าม๊ายังทักเธอเลยว่าจะรีบไปไหน

 

 

 

 

 

ผ่านมาเกือบยี่สิบนาทีคนที่ยุยนั่งรอก็บึ่งรถเข้ามาในสภาพที่ต้องแอบลอบยิ้ม เมื่อเห็นผมยุ่งๆหน้าแทบไม่ได้แต่งเติม สงสัยแต่งตัวไม่ทันแน่ๆถึงมาในลุกกระแซะกระเซิงอย่างนี้

 

 “ไม่ต้องมายิ้มมันความผิดคุณนั้นแหละ” พารุหันไปขอบคุณคนของพ่อที่ขับรถมาส่งให้แล้วสาวเท้าเข้ามาต่อว่ายุยที่นั่งไม่รู้ไม่ชี้

 

“ก็บอกว่าไม่ต้องรีบ” ยุยส่งขวดน้ำยื่นให้คนที่กำลังยืนหอบหายใจ  ฝ่ายนั้นมองมาอย่างสงสัย ไม่ยอมรับไปดื่มที

 

“เหนื่อยไม่ใช่รึไง ดื่มซะสิ ”  เธอไม่ได้ซื้อมาเผื่อยัยนี้หรอกนะ แค่ถือเงินไปเกินก็เลยซื้อมาสองขวดเท่านั้นเอง

 

“ขะ..ขอบใจนะ” เอาอีกแล้วอาการหายใจไม่ทันอย่างนี้  ทำไมต้องเกิดขึ้นตอนที่แมวน้ำทำดีด้วย พอรับขวดน้ำมาแล้วเธอก็ดื่มโดยที่ไม่ทันสังเกตว่าหน้าตัวเองแดงขนาดไหน จนไอ้แมวน้ำเอามือมาแตะหน้าผากเธอจนเกือบสำลักน้ำตาย

 

“แค๊กๆ ทำบ้าอะไรของเธอเนี่ย”

 

 ยุยมองแขนเสื้อเชิ้ตของตัวเองที่เปียกน้ำด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายก่อนจะมองกลับมายังคนที่ต่อว่าไม่หยุด

 

“ก็เห็นหน้าแดงๆนึกว่าไม่สบาย”

 

ฉันจะไม่สบายเพราะเธอนี้แหละ ไอ้แมวน้ำบ้า

 

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย ใครเขาพากันวัดไข้แบบนี้”

 

ยุยอยากเถียงคืนไปมากว่าคนทั่วไปนั้นละ ไม่รู้จะตกใจอะไรนักหนา

 

“แล้วสรุปจะให้ฉันมาช่วยถืออะไร”  เธอจบปัญหาโดยการเปลี่ยนเรื่อง เถียงก็แพ้ เงียบดีกว่า เบื่อ เซ็ง ทำอะไรก็ไม่ได้ ยังต้องมาเปียกเพราะน้ำที่ยัยนี้พ้นออกมาอีก

 

“ของฝากให้น้อง”

 

“เธอมีน้องด้วยเหรอ” อ้าว.. ก็ในประวัติบอกว่าเป็นลูกคนเดียว เธอไม่มีทางจำผิดแน่ๆ

 

หยุด ใครว่าเธอสืบประวัติยัยนี้ เธอแค่จำได้จากเอกสารข้อมูลที่ทางโรงเรียนส่งมาให้อ่าน ยัยนี้เล่นย้ายมากลางเทอม เด่นขนาดนี้ เธอต้องจำข้อมูลพื้นฐานได้เป็นธรรมดาอยู่แล้ว

 

“มีสิ น้องสาวฉันน่ารักมากเลยนะ พูดเก่ง ฉลาด แล้วยังขี้อ้อนมากๆ” บรรยายสรรพคุณน้องสาวเสร็จสรรพก็เดินนำเข้าไปในห้าง ให้คนที่ยังยืนงงๆอยู่รีบเดินตาม นี้ ไม่คิดจะขอโทษเรื่องแขนเสื้อเธอหน่อยรึไง อย่างน้อยก็ควรพาเธอเข้าไปล่างตัวเอาสิ่งสกปกออกนะ

 

เฮ้ออ เธอควรจะปลงดีมั้ย

 

“ไม่ใช่น้องแท้ๆเธอละสิ”

 

“ลูกของเพื่อนสนิทพ่อฉันน่ะ” นั้นไงเธอกะแล้ว

 

ฝ่ายคนถูกถามไม่ได้เอะใจว่ายุยรู้ได้อย่างไรว่าเด็กที่พูดถึงไม่ใช่น้องแท้ๆของเธอ

 

“แล้วเธอไม่มีพี่น้องบ้างรึไง” คำถามนี้ราวกับเป็นคมมีดที่ปักลงกลางใจของยุย เธอกัดริมฝีปากเล็กน้อยก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ จนคนถามไม่เข้าใจว่าเธอถามอะไรผิดตรงไหน

 

“ไม่มีหรอก”

 

ทำไมต้องทำหน้าเหมือนฝังใจอะไรขนาดนั้น

 

 

 

จากที่เธอวางแพลนว่าวันนี้จะแวะเข้าดูอัตสึโกะที่บ้านเก่ากลายเป็นว่าอัตสึโกะย้ายมาอยู่ในบ้านที่เธอจัดหาให้เร็วกว่ากำหนด วันนี้เธอจึงว่างทั้งวัน.. ซึ่งเหมือนจะเป็นอย่างนั้นสุดท้ายเธอก็ต้องมานั่งอยู่เป็นเพื่อนอัตสึโกะที่ดูไม่ปกติในหลายวันที่ผ่านมา

 

“หรือ..เธอเจอหมอนั้น” ผู้ชายที่อยากได้อัตสึโกะจนตัวสั่น นึกแล้วอยากเข้าไปกระทืบมันดูสักตั้งสองตั้ง ข่าวล่าสุดรายงานว่าหมอนั้นเข้าไปบ้านใหญ่ของอัตสึโกะ ไม่รู้ว่าเข้าไปติดต่ออะไรกับพ่อของอัตสึโกะอีกรึเปล่า

 

แค่ได้ยินเธอก็หนักใจ กลัวความเคลื่อนไหวของทางพ่ออัตสึโกะเหมือนกัน

 

ทำไมถึงต้องทำลูกแท้ๆของตัวเองขนาดนี้นะ

 

ทั้งที่ท่านน่าจะสำนึกได้ว่าอัตสึโกะเป็นคน มีจิตใจ ไม่ใช่หุ่นเชิดของท่านเหมือนอย่างที่ท่านกำลังทำอยู่

 

 “วันนี้ ยูจัง จะพาออกไปกินข้าวที่ไหนคะ ได้ข่าวว่าจะเจอกับเพื่อนสนิทของฮารุนะด้วย” นอกจากไม่ยอมตอบคำถามแล้วยังพาเธอเปลี่ยนเรื่องได้หน้าตาเฉย นี้ก็เหลือเกิน

 

 เธอหมดหนทางจะคาดคั้นจริงๆ ความจริงก็ไม่อยากคาดคั้น ถ้าเพื่อนสนิทไม่มีสีหน้าผิดปกติตั้งแต่วันเกิดเรื่องที่สวนสาธารณะ

 

 ไม่รู้ไปเจออะไรมา

 

“ร้าน sps ติดริมแม่น้ำน่ะ ” เธอยอมๆปล่อยไปก่อน บทจะเงียบต่อให้เอาครีมมาง้างปากอัตสึโกะก็ไม่ยอมพูดหรอก  

 

“แล้วตกลงเธอบอกความจริงเรื่องพ่อเขากับลูกยัง”  เธอเห็นแววตาหม่นหมองไหววูบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกลับมานิ่งเหมือนเดิม นี้ก็คงจะไม่ได้บอกสินะ

 

“ฉันยังไม่มีโอกาสดีๆได้บอกสักที” นั้นไงกะแล้ว

 

  อัตสึโกะยิ้มออกมาด้วยความเศร้า หวนนึกถึงใบหน้าที่ได้เจอกันเมื่อไม่นาน เขาซูบผอมลงไปมาก ไม่รู้เพราะโหมงานหนักรึเปล่า

 

 ยิ่งเจอยิ่งคิดถึง ยิ่งอยากเข้าหา อยากเข้าไปถามว่าเขาเป็นอย่างไร

 

 “แล้วจูรี..

 

“ลูกบอกว่าจะรอจนกว่าฉันจะพร้อมเล่าให้ฟัง”

 

“เป็นเด็กดีนะ”

 

“ใช่..เป็นเด็กดีมาก” เหมือนเขาคนนั้น

 

ลูกทำให้เธอคิดถึงเขาได้มากขนาดนี้เลยหรือ

 

“ถ้าเธอมีอะไรจะเล่าก็เล่าได้นะอัตจัง”

 

“ขอบใจนะ แต่ว่า.. ฉันยังไม่พร้อมจริงๆ” ยูโกะตบบ่าเพื่อนสนิทเบาๆบอกว่าเธอเข้าใจ จะไม่เซ้าซี้อีก

 

“เอาเป็นว่า เธอเตรียมตัวรอนะ ให้สวยที่สุดในค่ำคืนนี้เลย เราไปเที่ยวกัน”

 

อัตสึโกะยกยิ้มเล็กน้อยกับคนทำหน้าทะเล้นขยิบตาให้เธอ แค่ไปกินข้าวกับเพื่อนสนิทของคนรัก นินะ ยูจัง

 

 

 

   ฮารุนะเดินออกจากบ้านมาพักใหญ่นั่งรอคนรักที่หายเข้าไปภายในบ้านหลังข้างกันนานสองนาน ตั้งแต่กินข้าวเสร็จ คนรักของเธอก็หายหน้าหายตาออกจากบ้านเพื่อไปอยู่กับเพื่อนสนิท

 

เธอไม่ได้อยากเห็นแก่ตัวหรอกนะ แต่เธอกำลังรู้สึกน้อยใจที่ความสำคัญของเธอลดลงไปทั้งที่ปกติยูโกะจะใช้เวลาเอื่อยเฉื่อยอยู่กับเธอในช่วงเวลาวันหยุดก่อนถึงเวลานัดไปไหนแท้ๆ

 

หมู่นี้..ยูโกะใส่ใจอัตสึโกะมากเกินไปจนเธอกลัว..

 

ทั้งที่ยังอยู่ด้วยกันทุกวันแต่เธอกลับเริ่มรู้สึกถึงความห่างไกล

 

“ฮ้าว ฮารุนะ” เสียงทักอันคุ้นเคยทำให้เธอรีบปั้นหน้ายิ้มส่งให้คนรัก

 

“ทำไมมานั่งตรงนี้คะ” ยูโกะถามด้วยความเป็นห่วง แม้ตรงนี้จะมีเงาของต้นไม้ต้นใหญ่บด แต่ทว่าอากาศข้างนอกค่อนข้างร้อน เธอกลัวคนรักจะเป็นลมเวียนหัวไปซะก่อน

 

“ออกมานั่งคิดอะไรเพลินๆ อยู่ในบ้านแล้วเบื่อๆน่ะค่ะ” เธอก้มลงมองพื้น ต้องเบื่ออยู่แล้วถูกทิ้งให้อยู่ภายในบ้านเพียงคนเดียวนิ

 

 ไม่ใช่ว่ายูโกะไม่สังเกตอาการผิดปกติของคนรัก แต่เธอคิดว่าคนรักของเธออาจจะเหนื่อยหรือกลุ้มใจอะไรหลายๆเรื่องในช่วงนี้ถึงได้ทำตัวแปลกๆ

 

 เธอจับมือของฮารุนะมากุม

 

“วันนี้แต่งตัวให้สวยเลยนะคะ ได้เจอเพื่อนทั้งที ฉันจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงให้เอง”เธอทำท่าตบกระเป๋าเหมือนพวกเสี่ยที่ชอบทำในภาพยนตร์ชื่อดังทำให้คนรักของเธอค่อยๆยิ้มออกมา

 

แค่นี้เธอก็โล่งใจแล้ว

 

“เลี้ยงไหวแน่เหรอค่ะ”

 

“ไหวสิค่ะเพื่อภรรยาสุดที่รักทั้งที” เธอก้มลงไปขโมยหมอแก้มคนรักฟอดใหญ่จนถูกฝ่ามือปะทุสะร้าย

 

คนบ้า เป็นคำที่ฮารุนะค้อนเธอก่อนจะเดินหายเข้าไปในบ้าน

 

ได้หยอกฮารุนะวันละนิดวันละหน่อย แค่นี้เธอก็มีความสุขแล้ว

 

ใครจะเชื่อว่าฮารุนะแสนเซ็กซี่ของเธอจะเขินให้เธอเวลาที่เธอแสดงความรักอย่างนี้

 

 

 

 

 

     เวลาผ่านมาเกือบจะห้าโมง มินามิได้รับข้อความจากลูกสาวว่าจะตามไปเจอที่ร้านอาหารเพราะป่านนี้คนที่ชวนไปซื้อของยังหาของถูกใจไม่ได้เลย และ..ตัวลูกของก็ยังไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้

 

 เป็นเรื่องน่าขบขันอย่างหนึ่งที่ลูกเธอยอมตามใจคนอื่น ถึงขนาดเรียกว่าตามใจในระดับไม่ธรรมดา อยากจะรู้นักว่าเป็นลูกเต่าเหล่าใครถึงสามารถควบคุมลูกสาวเธอได้

 

จวนจะใกล้เวลานัดเสียงโทรศัพท์ก็ร้องเรียกอย่างไม่ขาดตกบกพร่องหน้าที

 

รู้งานจริงนะ  โทรเช้า โทรเย็นเลย

 

 เห็นเธอคนไม่รักษาสัญญาตั้งแต่เมื่อไหร่ ยัยฮารุนะ

 

“คนบ้างาน อยู่ไหนแล้ว” คำทักทายทำให้มินามิคิ้วขมวด เมื่อไหร่จะเลิกเรียกฌะออย่างนี้นะ

 

“กำลังจะออกไป”  

 

“แล้วเจอกันนะ ฉันมีคนจะแนะนำให้เธอรู้จักด้วย” 

 

คนที่นั่งอยู่แบะหลังส่งยิ้มแหะๆ เธอรู้สึกเกรงใจอยู่ที่มาด้วยทั้งที่ไม่ได้มีความเกี่ยวโยงกัน แต่เพราะยูโกะคะยั้นคะยอขอให้เธออกมาตั้งแต่หลายวันก่อน โดยให้เหตุผลว่า ไม่อยากทิ้งเธอกับลูกไว้ที่บ้านเพียงลำพังเพราะกลัวคนของพ่อเธอจะตามตัวเจอ ด้วยเหตุผลนี้เธอถึงปฎิเสธไม่ได้

 

“อะไรของเธอหะ  ฮารุนะ ไม่เห็นบอกฉันก่อนเลย” มินามิบ่นใส่ปลายสาย นี้จะมีคนอื่นนอกจากคนในครอบครัวไปด้วยเหรอ ไม่รู้จักบอกเธอล่วงหน้า แล้วเธอจะทำตัวถูกมั้ยละทีนี้

 

“เอาน่า ถึงแล้วเธอก็รู้จักเอง คนนี้เป็นเพื่อนสนิทของคนรักฉัน เธอเป็นคนดีน้า เป็นกันเอง น่ารักด้วย”  คนถูกชมก้มหน้างุดพวงแก้มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ ถูกคนอื่นชมต่อหน้าอย่างนี้เป็นใครใครก็ต้องเขิน

 

“ก็คนกันเองสินะ เอาเถอะๆ ฉันจะรีบออกไป” มินามิตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะกดตัดสายเพื่อนสนิท มีคนเพิ่มมาอีกก็น่าจะทำให้มืออาหารนี้มีสีสันขึ้นละมั้ง

 

ชอบทำอะไรไม่ปรึกษากันอยู่เรื่อยเพื่อนเธอคนนี้

 

 

 

 

 

    ยุยกระวนกระวายอยู่พักใหญ่หลังจากมองนาฬิกาที่เข้าใกล้เวลานัดกับพ่อเข้าไปทุกที ออกมาตั้งแต่เช้าเดินขาลากมาจนเย็น แต่อีกฝ่ายยังไม่มีท่าจะหยุดซื้อของจนเธอชักจะทนไม่ไหว

 

 “เสร็จรึยัง ฉันรีบอยู่นะ” เธอชักสีหน้าต่อว่าคนที่ไม่รู้จักสำนึกว่ากำลังจะทำให้เธอเดือดร้อยโดยการผิดนัดกับผู้ใหญ่

 

“คุณจะรีบไปไหนของคุณ”

 

“ก็บอกแล้วว่าฉันมีนัดกับพ่อที่ร้านอาหารตอนห้าโมงครึ่ง” พารุก้มมองนาฬิกา ขาดอีกห้านาทีก็จะห้าโมง ไม่แปลกใจว่าทำไมแมวหน้าน้ำนิ่งถึงแสดงอารมณ์ไม่พอใจออกมา

 

 ถ้าเธอยังแกล้งต่อก็ดูจะไม่ให้เกียรติอีกฝ่าย เอาเถอะ ถือว่าวันนี้พอแค่นี้ก่อน เพราะเธอเองก็มีนัดกับครอบครัวเหมือนกัน

 

“กลับก็กลับสิ”  พารุเดินนำออกไปจากห้างโดยโยนของทั้งหมดที่ซื้อมาให้ยุยถืออีกตามเคย

 

ไอ้แมวน้ำหรือจะกล้ามีปากเสียง ในเมื่ออยู่ในช่วงไถ่โทษเธออยู่

 

“แล้วนี้เธอจะกลับยังไง” ไม่รู้ทำไมถึงต้องถาม คงเป็นเพราะท้องฟ้าเริ่มมืดและท้องถนนคับคั่งด้วยรถยนต์ หากอีกฝ่ายจะโดยสารรถประจำทางกลับก็คงไม่มีทางทันเวลานัดที่บอกไว้

 

เธอไม่ได้เป็นห่วงสักนิด

 

“ฉันจะนั่งแท็กซี่ไปเจอพ่อที่ร้านอาหารเลย” 

 

ผู้หญิงคนเดียวนั่งแท็กซี่นินะ ฆ่าตัวตายชัดๆ

 

“เอาอย่างนี้ ไปกับฉัน เดี๋ยวฉันแวะไปส่ง”

 

“ไม่ต้อง”

 

“คุณยังมีข้อตกลงกับฉันอยู่นะ” เธองัดไม้ตายมาต่อรองให้คนที่ต่อปากต่อคำไม่กล้าเถียงต่อ

 

“จะไปลงที่ไหน”

 

“ร้านอาหาร sps” คำตอบของรองประธานนักเรียนทำให้พารุยืนแข็งทื่อจนเผลออุทาออกมาว่า

 

“อะไรนะ”

 

“ก็บอกว่าร้าน sps

 

 มันจะบังเอิญเกินไปรึเปล่า มันร้านเดียวกับที่ป๊านัดเธอไว้ แถมเวลายัง….

 

หวังว่าคงไม่..

 

“งั้นไปกับฉัน ไม่ต้องปฏิเสธ”

 

ยุยถูกลากแขนไปด้วยความมึนงง อะไรของยัยนี้กัน..

 

เดินลิ่วๆไม่ห่วงสวัสดีภาพเธอเลย ช้าหน่อยก็ได้แม่คุณ

 

ถ้าของที่ไปถล่มซื้อมาเสียหาย เธอจะไม่รับผิดชอบด้วยนะ

 

 

 

 

 

    เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะหลังจากมินามิเดินเข้ามาถึงโต๊ะที่เพื่อนสนิทโบกมือเรียกให้เข้าไปนั่ง ภาพของผู้หญิงในชุดกระโปรงสีดำเกล้าผมเก็บเรียบร้อยแต่งหน้าอ่อนๆกำลังสบตากับเธอด้วยความตกใจ ทำให้เธอเผลอกำหมัดแน่น ลำคอแห้งผาดไล่สายตามองไปยังเด็กตัวเล็กที่กอดผู้หญิงแพศยาไว้และแสยะยิ้มออกมาก่อนก้าวขาออกจากร้านโดยไม่สนใจเสียงเรียกของเพื่อนสนิทที่ตะโกนไล่หลังเธอ

 

“มินามิ เดี๋ยว..!” คนบนโต๊ะยังมึนงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ยูโกะเห็นคนรักวิ่งออกจากร้านำปเพื่อตามเพื่อนของตัวเองกลับมา ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของบริกรและแย่กว่า คืออัตสึโกะกำลังปล่อยน้ำตาออกมาโดยไม่สนว่าลูกจะอยู่ด้วยรึเปล่า จูริไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ร้องไห้ตามคุณแม่

 

  โชคดีที่เธอจองร้านในมุมที่ค่อนข้างเป็นสวนตัว ไม่เช่นนั้นคงมีสายตาหลายร้อยคู่มองมาที่โต๊ะเธอเป็นตาเดียวกัน

 

“อัตสึโกะ” เธอลูบหลังของเพื่อนสนิทให้หยุดร้อง หน้าของอัตสึโกะเหมือนคนกำลังจะขาดใจ เธอไม่เข้าใจสถานการณ์ว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้น แล้วเพื่อนสนิทของฮารุนะกับอัตสึโกะรู้จักกันมาก่อนรึไง ถึงได้มองกันด้วยสายตาอย่างนั้น

 

“ยูจัง ฮึก เขา เขาคนนั้น เขาคือ คนนั้นๆ” ความจริงที่ออกมาปนเสียงสะอื้นทำให้ยูโกะตาโต หันควับมองประตูร้าน

 

“อะไรนะ! เธอพลาดแล้ว พลาดมากๆ เธอลืมไปได้ยังไงกันว่ารูปคนรักที่อัตสึโกะเคยเอาให้ดูเป็นคนเดียวกับเพื่อนสนิทของฮารุนะ!!

 

แล้วแบบนี้เธอจะทำอย่างไร ในเมื่อเธอเป็นคนยื่นมีดให้เพื่อนสนิทด้วยตัวเอง

 

ไม่ได้แล้ว เธอต้องตามผู้หญิงคนนั้นกลับมาคุยกับอัตสึโกะให้รู้ความจริง

 

 

 

...................................................................

 

เนื่องจากหายไปนาน ขอไถ่โทษให้โดยการลงสองตอนเลย
เอาแล้วไง น้ำเดือนปุดๆเลย อัตสึมินะ เจอกันแล้ว 

Share this post


Link to post
Share on other sites
On 7/11/2016, 10:36:05, W_rose159 said:

พึงเห็นเรื่องนี้ไรท์ อ้ากกกกกกก พลาดสุดๆ

เป็นเรื่องที่มาม่าเยอะมากสำหรับคู่พ่อแม่

ข้าน้อยสงสารอัตสึมากายขอรับ อย่าให้อัตสึเจ็บปวดมากไปกว่านี้เลย

ส่วนคู่ลูก มันฮาได้อีกนะไรท์ โดยเฉพาะเพื่อนๆมโนกระจาย ชงกันจนเข้ม

ลุ้นๆว่าพลุจะเค็มเข็มข้นกว่าหรือจะเป็นยุยที่นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว ใครกันจะเป็นผู้อยู่รอด

รออยู่เสมอนะคะไรท์ สู้สู้  :dookdik_greenTea_2:

5555+ เรื่องนี้ท่านอาจจะได้กินมาม่าคู่พ่อแม่จนอิ่ม
ส่วนเด็กๆมารอลุ้นกันที่กว่าว่า ใครจะได้เปรียบใคร 

 

On 7/12/2016, 1:25:16, MilkyWay said:

ไรต์มาแล้วววววว
สงสารอัตสึจัง แต่จะโทษยุยก็ไม่ได้ด้วย
รอต่อไปค่า


อัตสึก็ยังคงน่าสงสารต่อไป หลังจากเจอลูกแล้ว มาเจอพ่อกันต่อดีกว่า...

On 7/12/2016, 2:18:15, to juri said:

ลงดึก5555เพิ่งมาอ่าน กรี๊ดดรู้สึกชอบยุย

ชอบให้ถูกแกล้งหรือท่าน

On 7/12/2016, 7:06:46, NEW48 said:

มาแล้วววววรอมานาน

พี่ยุยจะพลุไปทำไร
พลุก็ร้ายไม่เบานะ
สงสารอัตสึอ่ะเจอลูกแต่ลูกดันหนี

พาไปทำไม่ดีไม่ร้าย! ผิดๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

อัตสึมินะ คงจะมาม่าอีกหลาตอนสินะ

ยุยจะกลับมาเป็นผู้นำได้ไหมเนี้ย

Share this post


Link to post
Share on other sites

Ch.6 คราบน้ำตา

 

 ความรู้สึกแรกที่พบกันราวกับหัวใจฉันจะหยุดเต้น มันกำลังขาดสะบั่นลงช้าๆ ช้าๆ และช้าๆ

 

ไม่มีรอยแผล ไม่มีแม้แต่ร้องให้ได้ยิน

 

มีเพียงแต่น้ำตาที่ไหลอาบลงข้างแก้ม

 

สวรรค์กลั่นแกล้งกันเกินเหลือ ใยจึงต้องส่งกันมาเจอคนที่กลายเป็นอดีต ส่งมาตอกย้ำให้รู้ถึงความโง่ของตัวเองไปถึงไหน แค่นี้ไม่ยังไม่พออีกใช่ไหม

 

 “มินามิ มินามิ เปิดประตูก่อน” ฮารุนะลงมือทุบกระจกรถด้านคนขับด้วยความร้อนรน เป็นครั้งแรกที่เธอเห็นเพื่อนสนิทมีอาการอย่างนี้และตนก็งงงวยเต็มทีว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เพราะภายในไม่กี่นาทีที่ผ่านมามินามิได้วิ่งหนีออกจากร้านทั้งที่ไม่มีแววครึมฟ้าครึมฝน

 

 ความนิ่งเงียบเป็นปฏิกิริยาตอบกลับทำให้คนที่ยืนรอภายนอกรู้สึกว่าต้องทำอะไรบางอย่าง ไม่นานเธอก็เห็นคนรักวิ่งตามออกมาจากร้านอาหารด้วยสภาพเหงื่อท่วมตัว

 

ยูโกะหน้าซีดจัดจ้องตาฮารุนะอยู่สักพักก่อนแทรกตัวเข้าไปจัดการกับประตูคนขับ

 

“ฉันขอร้องเปิดประตูออกมาก่อน  คุณมีเรื่องที่ยังต้องรู้อีกมาก ออกมาฟังฉันอธิบายก่อน”

 

 ไม่มีสิ่งใดตอบกลับมาเลยนอกจากความเงียบ

 

มินามิไม่แม้แต่จะเงยหน้าออกจากพวงมาลัยรถที่ซบใบหน้าไว้ เมื่อหัวใจมันราวเกินกว่าจะรับฟังอะไรนอกจากเสียงร้องแห่งความเสียใจ กระทั่งเสียงของเครื่องมือคู่ชีพแผดร้องออกมา อาจไม่ใช่อารมณ์ที่ควรจะสนใจถ้ามันไม่ใช่สายเรียกเข้าของลูกสาวเพียงคนเดียว

 

ความลังเลเริ่มเกิดขึ้นบวกกับเสียงของเพื่อนสนิทที่ดังอยู่ด้านนอกทำให้มินามิค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองออกไปภายนอกรถและไม่นานเสียงโทรศัพท์ก็เงียบลงไปอีกครั้ง มินามิได้ยินเสียงข้อความดังขึ้นมาแทน ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากในการตวัดสายตาอ่านข้อความสั้นๆนั้นรวดเดียวจนหมด

 

[หนูถึงแล้วนะคะ] ยุยฮัง

 

อ่า เธอควรทำอย่างไร เธอควรเข้มแข็งเพื่อลูกไม่ใช่หรืออย่างไร

 

 “มินามิ ออกมาเดี๋ยวนี้!เธอยังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่ไหม มีอะไรก็บอกกันสิ ไม่ใช่เอาแต่ร้องไห้!” ฮารุนะทุบกระจกรถดัง ตึง หน้าตาของเธอบอกว่าจะไม่ทนอีกแล้วหากฉันยังปฏิเสธที่จะคุยกับเธอ

 

 คนจำใจเจ็บต้องแบกเอาใจราวๆเปิดล็อคประตูรถเพื่อเชิญให้เพื่อนสนิทเข้ามานั่งด้านใน

 

“ยูจังกลับเข้าไปก่อนนะคะ ทางนี้เดี๋ยวฉันเคลียร์เอง” เจ้าของชื่อทำท่าอักอึก เมื่อเธอเองก็มีเรื่องอยากจะคุยกับคนที่นั่งแช่ตัวอยู่ในรถ จนกระทั่งได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่สั่นเตือน ซึ่งไม่ต้องหยิบจับก็พอจะรู้ว่าใครโทรเข้ามา

 

“ฝากทางนั้นหน่อยนะคะ ยูจัง” เธอจำใจถอยห่างออกมาช้าๆ หากยังเฝ้ารอสถานการณ์ว่าจะเกิดอะไรไม่คาดฝันขึ้นรึเปล่า

 

 

 

“อย่านั่งเงียบแบบนี้ มินามิ”

 

“แล้วเธอจะให้ฉันพูดอะไร! ฮารุนะ!” มินามิเผลอแผดอารมณ์ออกมาจนคนด้านข้างตกใจ เธอพึ่งเคยจะเห็นมินามิเป็นอย่างนี้ครั้งแรก เพราะอะไรเพื่อนเธอถึงได้ดูเสียใจมากขนาดนี้ มีเพียงเรื่องเดียวที่เธอพอจะนึกออกและก็เป็นเพียงเรื่องนั้น

 

 “อัตสึโกะซัง คือผู้หญิงที่ทิ้งเธอไปใช่มั้ย” ฮารุนะโยนหินตามทาง เพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้เดาเรื่องทั้งหมดผิดและเหตุผลที่ว่าทำไมเธอถึงได้คุ้นหน้าคุ้นตาอัตสึโกะมากนัก อาจจะเพราะรูปสมัยก่อนที่อีกฝ่ายเอาให้เธอดูก็เป็นได้

 

และการอีกฝ่ายไม่ยอมตอบคำถามเพียงแค่แสยะยิ้มที่มุมปาก นั้นทำให้เธอรู้คำตอบให้เธอแล้วว่า  มันใช่!

 

 “อะไรจะบังเอิญขนาดนี้” ฮารุนะยกมือทาบอกครางเสียงต่ำ มองมินามิด้วยแววตาเห็นใจ อยากจะบอกความจริงออกไป ว่าทำไมอัตสึโกะคนนี้ถึงได้ทิ้งเพื่อนของเธอ แต่ไม่ใช่เรื่องที่เธอควรเล่าด้วยตัวเอง แม้เธอพอรู้ละเอียดอยู่บางเพราะได้ฟังมาจากสามี

 

“มินามิ ฟังฉันนะ ทุกคนย่อมที่เหตุผลของตัวเอง บางทีอัตสึโกะซังก็ไม่ได้อยากทำให้เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้น” 

 

มินามิตวัดสายตาแข็งกร้าวขึ้นมามอง และฮารุนะไม่คิดว่าเธอจะได้ยินคำพูดร้ายกาจแบบนี้จากปากของมินามิ

 

“เธอคงถูกผู้หญิงคนนั้นล้างสมองมาสินะ จ้างเธอเท่าไหร่ละ ถึงยอมพูดกับฉันแบบนี้ หรือผู้หญิงคนนั้นจะพูดเอาดีเข้าตัวจนตัวเองกลายเป็นคนน่าสงสาร!

 

 ราวกับมินามิคนนี้เป็นคนที่เธอไม่รู้จัก ความเกรี้ยวกาจในแววตาที่แสดงออกมานั้นทำให้ใจเธอเกิดความรู้สึกหวั่นไหว

 

 มินามิเจ็บ เจ็บมากเกินไป จนไม่อยากจะฟังเธอพูดอะไร

 

“เธอลืมแล้วหรือว่าฉันเป็นคนอย่างไร ถ้าเขาไม่น่าสงสารฉันคงไม่พูดกับเธอแบบนี้ เปิดใจเธอฟังสักนิดสิ คนที่ทิ้งเธอไปเขาก็เจ็บอะไรไม่ต่างกับเธอนะ”

 

“คงจะเจ็บมากสินะที่ทิ้งฉันไปอยู่กับคนใหม่ เหอะ เธออย่ามาพูดตลกๆน่า ฮารุนะ เธอก็เห็นเด็กคนนั้น พยานรักของคนที่ผู้หญิงแพศยาคนนี้ตอนไปมีชู้”

 

“เพียะ!

 

“มินามิ มีสติหน่อยได้มั้ย! ฉันไม่ได้อยากทะเลาะกับเธอ เธอจะพูดยังไงก็ได้แต่อย่าพูดถึงจูรี หรืออัตสึโกะแบบนี้ เขาอาจจะผิดที่ทิ้งเธอไป แต่เขาไม่เคยนอกใจเธอ!

 

 เป็นครั้งแรกที่มินามิถูกเพื่อนสนิทตบหน้า เธอทั้งโกรธและรู้สึกหน้าชา คำพูดของฮารุนะไม่ได้มีคำใดเข้าหัวเธอเลยด้วยซ้ำ

 

“เหอะ!! ไม่นอกใจเหรอ แล้วเรื่องที่ฉันเจอมามันคืออะไร! มันยังเจ็บไม่พออีกรึไง!อย่างเธอมันจะมาเข้าใจอะไร เธอไม่ได้มาเจ็บเหมือนฉัน ก็ดี ฉันจะได้รู้ว่าเธอถูกผู้หญิงแพศยาพรรค์นั้นล้างสมอง จริงสินะ สามีเธอก็สนิทกับผู้หญิงคนนั้น คงจะช่วยใสสีตีไข่จนทำให้ตัวเองดูดีขึ้นมาสิท่า”

 

“มินามิ!” ฮารุนะคิดไม่ถึง คิดไม่ถึงจริงๆว่าตอนมินามิร้ายจะเป็นอย่างนี้ ไม่เหลือเคาของมินิมที่เธอรู้จักเลย มินามิคนนี้เกี้ยวกาจและเย็นชาราวกับปีศาจ

 

ฮารุนะกัดริมฝีปากแน่น พยายามจัดการกับอารมณ์ก่อนลงมือเปิดประตูเพื่อออกไปข้างนอก

 

“ฉันจะบอกให้เธอรู้ไว้ว่า อัตสึโกะไม่ได้ทรยศเธอ! ไม่เคยเลยแม้กายหรือใจ”

 

“ปัง” เธอปิดประตูแล้วก้าวขาไวๆ ไม่ได้เหลียวมองคนที่ได้ก้มหน้าปล่อยน้ำตากับพวงมาลัยอีกครั้งอีกคราว

 

 มินามิแค่พวกแสร้งทำเก่ง ปากร้าย ทั้งที่รู้ว่าใจมันราว เธอรู้ว่าเธอต้องการผู้หญิงใจร้าย เธอเฝ้าภาวนาขอให้เขากลับมา แม้จะสั่งให้ใจมันเกลียด ไม่คิดถึง ไม่รู้สึก ก็ยังทำไม่ได้ เธอไม่เคยปฏิเสธตัวเอง ว่าเธอไม่เคยลืม ไม่เคยลืมผู้หญิงใจร้าย

 

 เจ็บปวดเกินกว่าจะทำใจยอมอภัยให้ได้จริงๆ แม้ไม่ได้อยากเกลียดเลย

 

เพราะไม่เคยลืมว่ารักมากเพียงไร และไม่เคยลืมว่าต้องเจ็บปางตายอย่างไร..

 

 

 

ยุยฮังยังยืนกระวนกระวายอยู่หน้าร้านเนื่องจากต่อสายถึงผู้ให้กำเนิดไม่ติด

 

สงสัยว่าจะมีเรื่องอะไรหรือเปล่า หรือคุณพ่อร่างเล็กจะปิดเสียงไว้จนไม่ทันได้ยินเสียงสายเรียกเข้าของเธอ แล้วเธอจะทำอย่างไร ไม่รู้เสียด้วยว่าเพื่อนของพ่อและพ่อนั่งอยู่โต๊ะไหน ก่อนเหลือบมองคนด้านข้างที่พึ่งวางโทรศัพท์ไปเมื่อครู่

 

 “ทำไม โทรหาพ่อไม่ติดหรือไง” ยุยส่ายหน้าให้อย่างจำใจ ปกติ ถ้าไม่ใช่เวลาทำงานพ่อจะเปิดโทรศัพท์ไว้ตลอดนิน่า แล้วทำไมถึงไม่ยอมรับสายนะ ที่แปลกเข้าไปใหญ่คือเธอส่งข้อความไปแล้วพ่อยังไม่ยอมตอบกลับมา

 

“เอางี้ เดี๋ยวฉันช่วยเดินหาหรือเธอจะเข้าไปนั่งโต๊ะที่เดียวกับฉันก่อน พ่อฉันกำลังเดินมา” พารุยังพูดไม่ทันขาดคำก็เห็นร่างของปะป๋าวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยความรีบร้อน

 

 ยูโกะพยายามแสร้งยิ้มให้ลูกสาวทั้งที่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เลวร้ายขนาดไหน อย่าว่าแต่จะให้นั่งกินข้าวเลยไม่รู้ว่าคนที่อยู่ด้านในร้านจะหยุดร้องไห้แล้วหรือยัง นึกถึงแล้วอดเป็นห่วงไม่ได้

 

  “ป๊าคะ นี่เพื่อนหนูชื่อ

 

“สวัสดีค่ะ ทาคาฮาชิ ยุยค่ะ

 

“ทาคาฮาชิ!” ยูโกะไม่อยากเชื่อสายตาอะไรจะบังเอิญขนาดนี้ แสดงว่าเด็กคนนี้ก็

 

“เออ ยินดีที่ได้รู้จักจ๊ะ หนูทาคาฮาชิ”

 

“เรียกยุยก็ได้ค่ะ คุณน้า”  แหมที่กับเธอละไม่ยอมให้เรียกนะ ไอ้แมวน้ำบ้า! ที่กับป๊าเธอทำเป็นสุภาพนอบน้อม ยอมให้เรียกชื่อต้น สร้างภาพชะมัด!

 

ยูโกะถอนหายใจเฮือกใหญ่ เธอจะต้องตัดสินใจว่าสมควรพาเด็กคนนี้เข้าไปในร้านด้วยรึไม่ เพราะถ้าพาเข้าไป.. ใช่ เพื่อนของเธออาจจะต้องเจ็บปวดซ้ำสองกับการพบเด็กคนนี้ พบกับลูกสาวตัวเอง

 

แต่ก่อนจะอะไรนั้นเธอก็เห็นฮารุนะเดินเข้ามา และส่งเสียงเรียกเธอกับลูกเอาไว้

 

“ยูจัง พารุ”

 

“ม๊า” ยุยหันมองคนที่ยัยนักเรียนใหม่เรียกว่าม๊าแล้วต้องตะลึงเพราะผู้หญิงที่เข้ามาสวยราวกับนางแบบ หุ่นดีจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นผู้หญิงที่ผ่านการแต่งงานมีลูกมาแล้ว  หากมาเจอกันลำพังเธอคงคิดว่าเป็นไฮโซสาวสวยที่ไหนมานั่งกินข้าวคนเดียว

 

 ครู่นั้นยูโกะสบตากับฮารุนะพยายามจะบอกว่าเด็กคนนี้เป็นลูกสาวของคนที่อยู่ด้านล่าง และไม่นานเสียงของโทรศัพท์ยุยก็ดังขึ้นให้เจ้าตัวหันไปสนใจ พอรู้ว่าใครโทรเขามายุยก็เลี่ยงขอตัวออกมารับโทรศัพท์ท่ามกลางสายตาหนักใจของสองสามีภรรยาตระกูลโอชิมะ

 

“ยูจัง เขาไปดูอัตสึโกะก่อนเถอะค่ะ ทางนี้เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

 

“ฮารุนะ”

 

“ไปเถอะค่ะ ฉันรู้ว่ายูจังเป็นห่วงอัตสึโกะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง” ยูโกะพยักหน้าให้อย่างรวดเร็วและไม่รีรอที่จะกลับเข้าไปในร้านคงมีแต่ลูกสาวคนเดียวอย่างพารุที่ยืนงงว่าป๊ากับม๊าของตนกำลังคุยอะไรกันอยู่

 

 “เกิดอะไรขึ้นคะม๊า”

 

ฮารุนะสบตาลูกสาวที่จ้องจะเอาคำตอบอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจที่จะไม่เล่าเรื่องใดออกมา

 

“วันนี้ม๊าขอโทษหนูด้วยนะคะ แต่อีกสักพักเราคงต้องกลับบ้านกัน”

 

“อ้าว ทำไม

 

“เออ ขอบใจมากนะที่อุสาพามา แต่ฉันต้องกลับแล้วละ พ่อบอกว่ารออยู่ที่รถ ลาก่อนนะคะคุณน้า”

 

“อ้าว นี่ เธอ เดี๋ยว..” พารุยิ่งุนงงหนักกว่าเดิมที่เห็นคนพึ่งคุยโทรศัพท์เสร็จรีบล่ำลาเธอกับแม่แล้วเดินตรงไปยังลานจอดรถของร้านอาหาร

 

สรุปว่ามันเกิดอะไรขึ้นละเนี่ย

 

 

 

   กลับมาภายในห้องรับประทานอาหาร ยูโกะตรงกลับเข้ามาก็เห็นคนที่นั่งร้องไห้อยู่ก่อนหน้ากำลังจับกระดาษทิชชูบนโต๊ะซับน้ำตาตัวเองช้าๆ ข้างๆมีจูรีที่บีบมือของคุณแม่อย่างให้กำลังใจ เธอรู้สึกสะเทือกจับภาพที่เห็นจนทำได้แต่เงียบแล้วเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่ว่างด้านข้าง

 

“ฉันขอโทษ”

 

“ไม่ใช่ความผิดของเธอจะขอโทษทำไมเล่า ยูโกะ”

 

อ่า อัตสึโกะพยายามยิ้มให้เธอ แต่เป็นรอยยิ้มที่ดูเศร้าเหลือเกิน

 

 “อัตสึโกะ”

 

“ยูจัง ฉันน่ะ..

 

“ฉันเข้าใจ” เธอจับมืออีกข้างของเพื่อนมาบีบไว้อย่างให้กำลังใจเช่นเดียวกับจูริ เธอเองก็สงสารจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ได้เพียงขอโทษที่ทำให้เพื่อนต้องมาเสียใจอย่างนี้

 

“เธอไม่ร้องนะ ต้องเข้มแข็งเพื่อจูริสิ”

 

ชื่อของลูกทำให้เธอฝืนกล่ำกลืนความขมขืนลงไปภายในหัวใจแล้วจับเอาเจ้าของร่างเล็กที่จ้องเธอด้วยสายตาน่าสงสารขึ้นมานั่งไว้บนตัก เธอกอดเด็กคนนี้แน่นราวกับกลัวว่าใครจะมาแย่งไป

 

 “ถึงเวลาแล้วค่ะ จูริ ที่หนูต้องรู้ความจริง”

 

จังหวะนั้นเองที่ประตูห้องอาหารถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของผู้หญิงสองคนที่พากันเข้ามา ยูโกะกำลังจะบอกให้ภรรยาพาลูกสาวออกไปก่อน แต่อัตสึโกะกลับส่ายหน้าปฏิเสธ

 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะยูจัง”

 

“แต่มันเรื่องภายในครอบครัวเธอนะ”

 

 อัตสึโกะส่วยหน้า เธอยืนกรานให้ทั้งสองคนมาใหม่เข้ามานั่งที่เดิมจนยูโกะไม่มีสิทธิ์ค้าน

 

พารุรู้สึกเกรงใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะเธอกำลังรู้สึกว่าตัวเองเสียมารยาทที่ได้เข้ามาฟังเรื่องส่วนตัวของคุณน้าอัตสึโกะแต่จะให้ออกไปตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว

 

“ก่อนอื่นฉันต้องขอโทษทั้งยูโกะแล้วก็ฮารุนะซังด้วยนะคะ หนูพารุด้วยนะ ที่ทำให้การมารับประทานอาหารในครั้งนี้ต้องกร่อย”

 

“อัตสึโกะ” ผู้ใหญ่สองคนมองหน้ากันอย่างเข้าใจ ไม่เคยคิดจะโทษเลย ทางเขาต่างหากที่ควรขอโทษเพราะทำให้เพื่อนต้องมาเจ็บปวดกับการพบกันอีก

 

“แล้วก็จูริค่ะ หนูเห็นผู้หญิงคนเมื่อกี้รึเปล่า”

 

“เขาทำให้มามี้ร้องไห้”  คำทักท้วงอย่างไม่ชอบใจจากปากของเด็กสาวที่ช้อนสายตามองหน้าของอัตสึโกะทำให้คนเป็นแม่ต้องกระซับกอดแน่นขึ้นอย่างสงบใจ

 

เธอไม่อยากให้ลูกว่าเขา ไม่อยากให้ลูกใจเขาผิด

 

“ไม่ใช่ค่ะ เขาไม่ได้ทำให้มามี้ร้องไห้แต่เป็นมามี้ต่างหากที่ทำให้เขาร้องไห้” มาตลอด ทำให้เขาทนทุกข์มาตลอด มินามิ ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ

 

“ไม่เห็นจริงเลยก็เมื่อกี้เขาเข้ามามามี้ของจูริก็ร้องไห้”

 

พารุยังไม่เข้าใจสถานการณ์ตั้งแต่เมื่อตอนที่อยู่หน้าร้าน ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น แล้วใครอะไร ทำไมคุณน้าอัตสึโกะถึงร้องไห้ นี่หรือคือสาเหตุที่ทำให้การดินเนอร์ถูกยกเลิกไป แล้วตัวเธอเองควรอยู่ฟังเรื่องนี้จริงๆหรืออย่างไร เพราะดูท่าจะไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลย

 

 “จูริฟังนะคะ คนที่หนูเจอเมื่อกี้นี่ เขาเป็นพ่อแท้ๆของหนู”

 

     “จริงเหรอคะ มามี้” จูริดูจะช็อกมากกับสิ่งที่คุณแม่เล่าให้ฟังจนนั่งตัวแข็งราวกับรูปปั้น คนเมื่อกี้เป็นคุณพ่อแท้ๆของเธอ จริงใช่มั้ย พ่อของเธอไม่ใช่คนเดียวกับที่คุณตาบอก ไม่ใช่คนที่ชอบมาหาคุณแม่แล้วทำให้คนแม่เจ็บตัว

 

 “ใช่ค่ะ จูริ มันเป็นความจริง แล้วหนูยังมีพี่สาวแท้ๆอีกหนึ่ง ชื่อ ทาคาฮาชิ ยุย หนูจำได้รึเปล่าค่ะว่าหนูเคยเจอพี่เขาตอนที่ไปซื้อของกับมามี้”

 

“พี่สาวคนนั้น” ด้วยความเป็นเด็กทำให้จูริไม่รู้จะพูดอะไรออกมากับความสับสนของตัวเองเมื่อมีข้อมูลใหม่ที่ผิดจากความเข้าใจเดิมถูกป้อนเข้ามา ซึ่งตรงกันข้ามกับพี่สาวอีกคนราวกับถูกหินถล่มใส่หัว

 

อะไรนะ!

 

ไม่สิ มันต้องเป็นคนละคนสิ  นาม สนุกทาคาฮาชิ มีคนใช้เยอะจะตาย แล้วทำไมเธอถึงต้องคิดว่าเป็นไอ้แมวน้ำงี้เง้านั้น

 

เธอไม่มีน้องบ้างรึไง

 

ไม่มีหรอกเธอจำได้คำตอบที่เย็นชาของไอ้แมวน้ำที่บอกกับเธอได้ดี ว่าตัวเองไม่มีน้อง เพราะฉะนั้นต้องเป็นคนละคนสิ หรือถ้าไม่แล้ว ทำไมไอ้แมวน้ำถึงไม่ยอมรับว่าตัวเองมีน้อง หหรือแท้จริงเพราะไม่รู้ว่าตัวเองมีน้อง

 

“มามี้ขอโทษนะคะที่บิดบังหนู  มามี้มีความจำเป็นค่ะ เพื่อตัวหนูเอง มามี้ต้องปกป้องหนูจากคุณตา คุณตาเขาพยายามจะทำร้ายหนู  อย่าโกรธคุณพ่อหนูเลยนะคะที่เขาทำกับมามี้กับหนูอย่างนี้ เพราะเขาไม่รู้ว่าหนูเป็นลูก ไม่รู้ว่ามามี้ไม่ได้ทรยศเขา“ อยู่ๆเด็กสาวในอ้อมแขนของอัตสึโกะก็ร้องไห้เสียงดังซึ่งทำให้ผู้ใหญ่ที่กันบนโต๊ะอาหารตกใจพยายามจะเข้าไปช่วยอัตสึโกะที่แนบแก้มลงไปบนศีรษะของลูกสาวแล้วโยกตัวของคนในอ้อมกอดไปมาเบาๆเพื่อปลอบให้ลูกหยุดร้องไห้

 

 อัตสึโกะเข้าใจว่าลูกอาจจะรับไม่ได้ที่จู่ๆเธอก็เล่าเรื่องอะไรอย่างนี้ให้ฟัง เพราะเธอปิดบังที่จะพูดถึงพ่อของเจ้าตัวมาตลอด สำหรับจูรีแล้วที่บ้านใหญ่ตระกูลมาเอดะก็คือบ้าน ซึ่งแตกต่างจากเธอที่คิดว่ามันคือนรก

 

“แล้วทำไมเขาถึงไม่อยู่กับมามี้ เขาปล่อยให้มามี้อยู่คนเดียวได้ยังไง”

 

“เพราะมามี้ผิดเองค่ะ มามี้โกหกเขาว่าจูรีไม่ใช่ลูกของเขา”

 

“มามี้” อัตสึโกะกัดฟันแน่นเมื่อเรื่องราวในอดีตกำลังฉายชัดขึ้นมาเป็นฉากๆ เธอแทบจะไม่มีแรงที่จะขยับปากต่ออีกเลย เธอทำผิดกับเขามากเหลือเกิน และทำผิดกับลูกมากเหลือเกิน

 

“มามี้ขอโทษค่ะจูริ ถ้าหนูจะโกรธอย่าโกรธคุณพ่อเลยนะคะ ให้หนูโกรธมามี้ เพราะมามี้เป็นคนสร้างเรื่องเอง” เด็กสาวผู้ร่ำร้องพยายามเก็บเสียงงอแงของตัวเองไม่ให้ออกมาอีกเมื่อเห็นดวงตาแสนเศร้าสร้อยของคนเป็นแม่ คุณแม่ตอนนี้ดูไม่มีความสุขอีกแล้ว

 

“มามี้ หนูอยากขอร้อง”

 

“คะ”

 

“กลับไปคืนดีกันได้มั้ยค่ะ” คำขอที่แสนใสซื้อของเด็กสาวเหมือนเป็นใบมีดที่ปักเข้าไปในใจของผู้ใหญ่ให้รู้สึกปวดราว ไม่ใช่ไม่อยากทำอย่างนั้นเลย แต่มันทำไมได้

 

“จูริ”

 

“เพราะคุณตาใช่ไหมคะ” อัตสึโกะพูดไม่ออก จูรีเป็นเด็กที่หัวไวและสิ่งที่ลูกพูดมันก็ถูกเกือบทุกอย่าง ใช่ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะพ่อของเธอแล้วผู้ชายที่แสนจะเลวร้ายคนนั้น

 

“มามี้ หนูอยากเห็นมามี้มีความสุข” ความปรารภนาของเด็กน้อยทำให้ผู้ใหญ่อีกครอบครัวสบตากัน พวกเธอสงสาร สงสารจูริเหลือเกิน ทั้งที่หนึ่งชีวิตเล็กๆนี้ควรมีความสุขกับชีวิตครอบครัวแท้ๆ แต่ทำไมผู้ใหญ่พวกนั้นถึงได้ใจร้าย กล้าใช้เด็กตัวเล็กแค่นี้เป็นเครื่องมือ

 

“จูริ มามี้ขอโทษ”

 

“หนูรู้นะคะ ว่ามามี้ไม่มีความสุขตอนอยู่บ้านกับคุณตา มามี้ไม่ยิ้มให้คนอื่นเลยนอกจากหนูกับคุณลุงพ่อบ้าน หนูอยากเห็นมามี้มีความสุข ฉะนั้นคืนดีกันได้มั้ยค่ะ”

 

 ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่น้ำตาซึ่งเคยแห้งเหือดไปไหลออกมาอีกครั้งจนกระทั่งสัมผัสอบอุ่นของมือเล็กๆคู่นี้ เช็ดออกไปให้เธอ

 

จูริทำให้เธอยิ่งคิดถึงมินามิ เด็กคนนี้เหมือนมินามิมากจริงๆ นิสัย  การพูดการจา แล้วจะไม่ให้เธอคิดถึงได้อย่างไร

 

   ไม่ใช่เธอไม่อยากทำ แต่เธอทำไมได้ต่างหาก เธอจะยอมให้สิ่งที่ทำมาสูญเปล่าไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด

 

“มามี้ขอโทษที่ทำให้หนูในตอนนี้ไม่ได้ สำหรับตอนนี้แค่หนูยังอยู่ยังเข้าใจมามี้ มามี้ก็มีความสุขแล้วค่ะ”

 

  ยูโกะเผลอกำหมัดจนแน่น เธอต้องทำอะไรสักอย่างให้สองคนนี้หันหน้าเข้าหากัน อัตสึโกะเผชิญปัญหาคนเดียวมามากพอแล้ว เธอไม่อยากเห็นภาพของเพื่อนที่ต้องเจ็บปวดเพราะทนคิดถึงเจ้าของหัวใจซ้ำแล้วซ้ำอีก

 

เธอจะต้องจัดการอะไรบ้างอย่างกับบ้านตระกูลมาเอดะ

 

 

 

 

 

  อีกทางด้านหนึ่งที่มีสภาพดูไม่จืดเช่นกัน ตลอดทางที่คุณพ่อร่างเล็กขับรถกลับบ้านคุณพ่อแทบจะไม่ยอมพูดอะไรกับเธอ ซึ่งค่อนข้างผิดปกติอย่างมาก และที่สำคัญกว่าคือรอยแดงบนใบหน้าของคุณพ่อ ซึ่งดูอย่างไรรอยนี่ก็เป็นรอยถูกตบ

 

ใครเป็นคนทำร้ายคุณพ่อแล้วมันเกิดอะไรขึ้นที่ร้านอาหารแห่งนั้น คุณพ่อถึงได้บอกเธอว่าตัวเองกับเพื่อนได้ยกเลิกนัดกันกะทันหันแล้วรอรับเธอกลับบ้านอยู่ที่ลานจอดรถ

 

 ยุยพาตัวเองเดินเข้ามาจัดการเปิดไฟในตัวบ้านที่อยู่กันเพียงสองคนพ่อลูกก่อนเข้าไปในครัวเพื่อหยิบน้ำมาให้กับคนที่พึ่งจะจอดรถเสร็จ

 

   มินามิทิ้งตัวลงบนโซฟาห้องรับแขกแล้วรับแก้วน้ำมาจากลูกสาวพลางส่งยิ้มบางๆแทนคำขอบคุณ ไม่มีทางที่ลูกจะไม่รู้ว่าเธอร้องไห้เพราะขนาดเธอยังรู้สึกปวดทั้งตา ปวดทั้งแก้ม แต่ลูกก็ยังเลือกที่จะไม่ถามเธอ และรอคอยคำฟังตอบจากเธอในยามที่เธอพร้อม

 

  “เรื่องวันนี้พ่อขอโทษนะคะ”

 

“เกิดอะไรขึ้นค่ะคุณพ่อ”

 

“วันนี้ที่ร้านอาหาร..พ่อเจอ..ผู้หญิงคนนั้น”

 

“อะไรนะคะ!” ยุยตาโตแทบจะทันทีที่ได้ยินคำสารภาพของคุณพ่อร่างเล็ก เธอดึงมือของพ่อมากุมไว้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีใครบอกเธอกูรู้ว่าพ่อเจ็บปวดมากแค่ไหน ขนาดเธอเองยังทำใจไม่ได้ แล้วพ่อละ พ่อของเธอจะเป็นอย่างไร

 

อ่า เธอสงสารเหลือเกิน คุณพ่อไม่ควรมาเจอกับเรื่องอย่างนี้เลย

 

“พ่อขอโทษจริงๆนะคะ ที่ดึงเอาหนูออกมาทั้งที่หนูไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย”

 

“คุณพ่อ” ยุยส่ายหน้าให้คุณพ่อร่างเล็กแล้วเข้ากอดคุณพ่อของเธอเอาไว้ คุณพ่อไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ที่ไม่ได้ให้เธอเจอกับผู้หญิงคนนั้น คุณพ่อก็แค่ต้องการปกป้องเธอ เพราะคุณพ่อรู้ว่าเธอคงจะเสียใจไม่ต่างกันถ้าเธอได้เจอกับแม่

 

“ลูกอยากเจอเขารึเปล่า”  ยุยรีบส่ายหน้าด้วยความรวดเร็ว เธอไม่ได้มีความต้องการนั้นอยู่เลย ไม่อยากเจออีกแล้วคนที่ทำให้พ่อต้องเจ็บปวด

 

 “ยุย”

 

“คุณพ่อขึ้นไปพักดีกว่านะคะ คืนนี้หนูขอนอนด้วย” เธอไม่อยากให้พ่อต้องเจ็บปวดมากกว่านี้หากยังพูดถึงเรื่องของแม่ต่อไป พ่อจะต้องเสียใจมากกว่าเดิมเพราะมียังมีอิทธิพลกับพ่ออยู่มาก แค่ตอนนี้พ่อก็เสียใจกับแม่มากพอแล้ว ทำไมทุกสิ่งทุกอย่างถึงได้บังเอิญอย่างนี้ ให้เธอได้เจอแม่ไม่พอ ยังให้พ่อของเธอได้เจอแม่อีก ไม่รู้หรืออย่างไรว่ามันเป็นการยื่นยาพิษให้พ่อของเธอ

 

 

 

หลังจากจัดการกับสภาพที่ดูไม่ได้ของตัวเองเสร็จสิ้น มินามิฝังร่างของตัวเองลงบนเตียงนอนขนาดใหญ่ที่วันนี้ดูจะแคบลงไปเพราะเตียงนอนอีกฝั่งถูกใช้งานโดยลูกสาวที่หลับไปก่อนแล้ว สงสัยเธอจะอยู่ในห้องน้ำนานเกินเพราะมัวแต่คิดเรื่องที่ยังคงคาราคาชังในหัว ความเจ็บปวดที่เกาะกินใจเธอไว้แน่นหนาทำให้เธอไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้  

 

ไม่เคยทรยศเธองั้นหรือ แล้วภาพในวันนั้นมันคืออะไร

 

คำพูดของผู้หญิงคนนั้นเธอจำได้ขึ้นใจ

 

เราหย่ากันเถอะค่ะ เพราะฉันท้องกับคนอื่น

 

ผู้ชายแปลกหน้าที่ถูกผู้หญิงแพศยาควงเข้ามาพร้อมกับใบตรวจครรภ์ว่าผู้หญิงแพศยาท้องกับมัน ผู้หญิงหน้าด้านไม่รู้จักพอ เล่นชู้กับคนอื่นในขณะที่อาศัยอยู่กับเธอ

 

ทำไมถึงต้องฆ่าฉันให้ตายทั้งเป็นแบบนี้ด้วยอัตสึโกะ

 

หรือเพราะความจริง เธอไม่เคยรักฉันเลย

 

 

...................................................................................................................................................................................................


แอบเสียใจที่อันเก่าลงไว้หายไป ตอนล่าสุดไรท์ไม่ได้เซฟไว้ในเครื่องด้วย ขอทำใจนั่งแต่งใหม่ก่อน T^T

Share this post


Link to post
Share on other sites

โอ้วววววว ลงตอน 6 แล้ว ขอบคุณมากครับไรท์ T_T

 

ถ้าจำไม่ผิดตอนที่ 7 น่าจะประมาณว่ายูโกะทะเลาะกับเนี้ยงนิดหน่อย แล้วก็นัดมากามินะให้มาคุยด้วยใช่รึเปล่าครับ ????

Share this post


Link to post
Share on other sites
6 minutes ago, wargreymon44 said:

โอ้วววววว ลงตอน 6 แล้ว ขอบคุณมากครับไรท์ T_T

 

ถ้าจำไม่ผิดตอนที่ 7 น่าจะประมาณว่ายูโกะทะเลาะกับเนี้ยงนิดหน่อย แล้วก็นัดมากามินะให้มาคุยด้วยใช่รึเปล่าครับ ????

ใช่แล้วค่ะ แล้วเป็นตอนที่ไรท์ไม่ได้เซฟไวในเครื่องเลยต้องนั่งเขียนใหม่ T^T

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now
Sign in to follow this  
Followers 0