Sign in to follow this  
Followers 0

[Two Shots](Keyakizaka46)Halloween…จุดเริ่มต้นของสองเรา (Hirate x Neru) Part 2 (16/11/09) End

9 posts in this topic

Halloween…จุดเริ่มต้นของสองเรา

moblwwgin.jpg

 

 

Neru :)

 

ถนนข้างทางถูกประดับตกแต่งด้วยไฟสีส้ม ไม่ต่างจากร้านค้าที่ตั้งอยู่เรียงราย รูปฟักทองแกะสลักให้มีใบหน้าที่น่ากลัว หรือที่เราเรียกกันว่าแจ็กโอแลนเทิร์น คงเป็นสัญลักษณ์ของ

 

วันฮาโลวีนไปแล้วผู้คนหลั่งไหลเข้ามาใจกลางย่านช็อปปิ้ง เสียงดังจอแจดังขึ้นรอบทิศ รอยยิ้มบนใบหน้า ความครื้นเครงรื่นรมย์ที่ได้เห็นทำให้ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าวันที่มิติคนตายและ

 

คนเป็นถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันมันน่าสังสรรค์ตรงไหน หรือเพราะพวกเขาไม่ได้กลัว แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่ ฉันมาเดินเตร่อยู่ยามดึก อาจเพราะกำลังกลัว กลัวที่จะต้องอยู่ในห้องเงียบๆคนเดียว

 

ถึงผู้คนแต่งตัวคอสเพลล์แนวแฟนตาซีเดินสวนกันไปมาจะทำให้ฉันอุ่นใจ แต่บางคนถึงกับทำให้ฉันสะดุ้งได้เหมือนกัน อดคิดขำๆขึ้นมาไม่ได้ว่าตอนนี้ฉันกำลังอยู่มิติไหนกันแน่นะ

 

บางทีการมาเดินย่านการค้าในวันเทศกาลแบบนี้ ก็เหมือนฉันเป็นตัวประหลาดเข้าไปทุกที ฉันที่ใส่เสื้อผ้าธรรมดา จับผ้าพันคอผืนหนาให้กระชับขึ้นอีก ความหนาวเย็นในยามค่ำคืน

 

แบบนี้ ทำให้สองเท้าก้าวเข้าไปยังคาเฟ่เล็กๆในตรอกที่ผู้คนไม่เดินพลุกพล่านนัก ทันทีที่เดินเข้าไปเสียงกระดิ่งดังกรุ๊งกริ๊งบ่งบอกถึงมีผู้มาเยือน กลิ่นหอมอ่อนๆของกาแฟลอยเข้ามา

 

แตะจมูก  พนักงานเด็กสาวหน้าตาน่ารักพามานั่งที่โต๊ะมุมหนึ่งของร้าน บานกระจกขนาดใหญ่ที่ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ด้านนอกอย่างชัดเจน แม้จะอยู่ในร้านกาแฟแต่บรรยากาศของ

 

งานเทศกาลก็ยังคงอยู่ แสงไฟภายในร้านที่ส่องแสงเป็นสีส้มอ่อนๆ เข้ากับผนังของร้านที่ตกแต่งด้วยไม้สีน้ำตาลมันวาว มีลูกฟักทองลูกเล็กๆถูกแกะสลักวางไว้ทุกๆโต๊ะ แสงเทียนที่อยู่

 

ด้านในส่องสว่างไสวราวกับมีชีวิต เพียงไม่นานเครื่องดื่มเอสเพรสโซร้อนที่สั่งไว้ก็ถูกนำมาเสิร์ฟ ไอร้อนที่ยังคงมีให้เห็น กลิ่นที่ลอยออกมาเชิญชวนให้ลิ้มลอง ฉันยกแก้วเซรามิคขึ้นมาจิบ

 

หลับตาปี๋เข้าให้กับความขมของกาแฟ การที่ไม่ใส่น้ำตาลหรือนมเลยเนี่ยกินยากจริงๆเลยนะ ทั้งๆอีกไม่กี่วันก็จะสิ้นปีแท้ๆ รสชาติของการเป็นผู้ใหญ่มันช่างขมขื่นราวกับกาแฟถ้วยนี้จริงๆ

 

ฉันนั่งมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาอยู่อย่างนั้น ก่อนจะหยิบหนังสือขึ้นมา ใช้นิ้วกรีดไปให้แต่ละหน้าจดจ่ออยู่กับตัวหนังสือ เรื่องราวต่างๆที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านตัวอักษร ผู้เขียนต้องไป

 

ค้นคว้าขนาดไหนกันนะกว่าจะสามารถเขียนหนังสือซักเล่มได้ แต่บางครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเขารู้ได้อย่างไร ในเมื่อเรื่องโลกหลังความตายไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ แต่ก็ยังปักใจเชื่อ

 

เป็นตุเป็นตะ ฉันอ่านหนังสือพวกนี้มาหลายเล่มล้วนทุกเล่มไม่ได้มีอะไรแตกต่างกันมากนัก จินตนาการของมนุษย์ กับความเชื่อหรือถูกทำให้เชื่อไปตามนั้น ทำให้ผู้คนคล้อยตามได้ขนาดไหน

 

เรื่องเศร้าในอดีตที่เกิดมาจากความเชื่อของมนุษย์ ดั่งเช่นแม่มดที่ถูกล่า บางทีถ้าคนพวกนั้นเป็นแม่มดจริงๆทำไมถึงไม่เสกคาถาหาทางเอาชีวิตรอดหล่ะ การที่เกิดโศกนาฏกรรมแบบนั้นผู้คน

 

ต่างระแวง สงสัยกันเอง ถูกรังเกียจ ถูกใส่ร้ายป้ายสี หรือถูกทรมาน เรื่องทั้งหมดที่ทำจะทำให้หายหวาดกลัวได้จริงๆหน่ะเหรอ ทั้งๆที่ทุกๆอย่างมนุษย์จินตนาการไปเองทั้งนั้น มันเป็นเรื่องที่พิสูจน์

 

ไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่ามันมีจริงๆ แต่คงเพราะเป็นเรื่องลึกลับที่เราไม่อาจรู้ความจริง เลยทำให้เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ ฉันปิดหนังสือลง หลับตาลงช้าๆเพื่อลดความปวดเมื่อยที่ดวงตา บางทีก็คิดขำให้

 

กับความคิดของตัวเองสงสัยฉันก็คงอ่านเรื่องพวกนี้มากเกินไป แม่มด เวทมนต์ หรือคาถา มันก็เป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์ทุกวันนี้ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้เช่นกัน แต่ฉันก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่าแม่มดก็ต้อง

 

เสกคาถาได้สิซะอย่างนั้น

 

 

 

 

 

 

ฉันลุกออกจากเก้าอี้ไม้สุดคลาสสิคที่เข้ากับบรรยากาศของร้านได้เป็นอย่างดีไปยังตู้กระจกหน้าเคาน์เตอร์ที่มีเค้กหลายชนิดให้เลือกสรร ยิ่งเป็นในช่วงเทศกาลแบบนี้แต่ละร้านมักจะมีเค้กที่เป็น

 

เฉพาะเทศกาลอยู่ นั่นป็นสิ่งที่ทำให้ฉันสนใจ การตกแต่งเค้กในฤดูกาลนี้เรียกว่าขายการตกแต่งเลยก็ว่าได้ การที่ได้ถ่ายภาพสวยๆกับเค้กรูปแปลกๆคงกลายเป็นธรรมเนียมไปแล้ว แต่บางครั้งก็

 

อดสงสัยไม่ได้อยู่ดีการตกแต่งในบางครั้งก็อาจทำให้รู้สึกยี้ได้เหมือนกัน อย่างทำเป็นลูกตา หรือสมอง มันไม่ได้เชิญชวนน่ากินเลยซักนิด ฉันถึงได้บอกว่ามันเป็นการขายไอเดียซะมากกว่า

 

แต่ก็อาจมีคนชอบอะไรแนวๆนี้อยู่มากเหมือนกันนะ ถึงได้มีทำออกมาเกลื่อนขนาดนี้ ฉันเลือกเค้กมองบลังค์ซึ่งจะเปลี่ยนจากเกาลัดมาเป็นฟักทองเป็นเมนูพิเศษสำหรับขายวันนี้เท่านั้น

 

เพราะมันพิเศษเลยดูน่าสนใจกว่าของที่ขายทุกวัน นั่นจึงเป็นเรื่องปกติที่ฉันจะเลือกชิ้นนี้

 

ฉันตักชิมครีมฟักทองที่มีรสชาติหวานนิดๆกำลังดี ความหวานละมุนที่กระจายไปทั่วปาก บางทีวันน่ากลัวแบบนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ความหวานของเค้กชิ้นนี้ช่วยบรรเทาจิตใจได้ดีจริงๆ

 

“ขอโทษนะคะ ช่วยคิดเงินด้วยค่ะ” ฉันเรียกพนักงานหน้าตาน่ารักคนนั้นมา

 

“ทางร้านเรามีโปรโมชั่นสำหรับวันฮาโลวีน ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าสนใจจะเล่นหน่อยไหมคะ”

 

“ค่ะ”  เธอหยิบกล่องออกมายื่นให้ฉัน ภายในบรรจุไปด้วยลูกบอลหลากสี ฉันหยิบมาลูกหนึ่งและยื่นให้เธอ

 

“คุณได้เทะจินะคะ”

 

“คะ?” ฉันไม่เข้าใจว่าอะไรคือเทะจิที่เธอพูดถึง

 

Trick of Treat หลอกหรือเลี้ยงงั้นเหรอ

 

Treat” จะมีใครบ้าเลือกถูกหลอกบ้างหล่ะ เอ๊ะแต่ฉันไม่มีลูกกวาดหรืออะไรติดตัวมาเลยนะ แคมเปญแปลกๆของร้านนี้มันยังไงเนี่ย

 

“ขอบคุณที่ร่วมกิจกรรม นี่ของที่ระลึกจากร้านเราค่ะ ขอฝากเด็กน้อยคนนี้ด้วยนะคะ” เธอยื่นพวกกุญแจแจ็กโอแลนเทิร์นมาให้ฉัน พร้อมกับคำพูดแปลกๆไว้ทิ้งท้ายประโยค

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“เฮ้อ” ฉันโยนกระเป๋าสายพายลงที่นอน ก่อนจะทิ้งตัวลงตามให้ตายสิวันนี้ขอนอนเปิดไฟซักวันแล้วกันนะ

 

“นี่จะนอนทั้งอย่างนั้นเลยเหรอไม่ลุกมาอาบน้ำก่อนหล่ะ” อยู่ๆก็ได้ยินเสียงปริศนาดังขึ้น

 

เดี๋ยว!! ฉันเช่าห้องนี้อยู่คนเดียวนะ ฉันลืมตาโพลงลุกขึ้นมาหันซ้ายหันขวาหรือฉันจะหูฝาดไป ฮ่าๆ คงเพี้ยนไปจริงๆนั่นแหละ คงกลัววันนี้จนหลอนไป คงต้องรีบนอนจริงๆนั่นแหละ

 

ฉันเลยทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง

 

“ก็ถามว่าไม่อาบน้ำก่อนเหรอ” คราวนี้ฉันลืมตาตื่น ฉันไม่ได้หูฝาดไป แล้วเมื่อกี้ก็ไม่มีใครอยู่ในห้อง หรือว่าจะเป็น

 

“ไม่นะ มันไม่มีอยู่จริง มันไม่มีอยู่จริง วิทยาศาสตร์ยังพิสูจน์ไม่ได้ ฉันแค่หูฟาดไป สงสัยจะนอนไม่พอ” ฉันดึงผ้าห่มมาคลุมโปง และตอนนี้ฉันกำลังสติแตก ถึงฉันจะชอบอ่านหนังสือ

 

เรื่องลี้ลับแต่อ่านเพราะอยากพิสูจน์ว่ามันไม่มีจริง ใช่แล้วหล่ะ ฉันหวังมาตลอดว่ามันจะไม่มีจริง

 

“นี่ บ่นพึมพำอะไรอยู่เหรอ” ได้ยินเต็มๆข้างๆหูแบบนี้ไม่ผิดแน่

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

 

“เฮ้ หยุดกรี๊ดได้แล้ว เดี๋ยวคนข้างห้องก็ตกใจกันพอดี” ฉันทำใจกล้าแง้มผ้าห่มออกมา พบกับเด็กผมสั้นคนหนึ่งยืนเอามือปิดหูอยู่ ว่าแต่เด็กคนนี้เป็นใคร

 

“เธอเป็นใคร เข้ามาในห้องฉันได้ยังไง” ฉันรัวคำถามใส่เธอ

 

“ฉันก็เข้ามาพร้อมพี่นั่นแหละ”

 

“เป็นไปไม่ได้”ก็ตอนฉันเข้ามาฉันมั่นใจเลยนะว่าเดินเข้ามาคนเดียวแถมปิดประตูห้องเองกับมือ

 

“พี่จะมุดหน้าออกจากผ้าห่มมาคุยกับฉันไปถึงเมื่อไหร่”

 

“ไม่ ฉันไม่ออกไปไหนทั้งนั้น” ก็อยู่ในนี้รู้สึกปลอดภัย ฉันดึงผ้าผืนหนาให้กระชับกว่าเดิม

 

“พี่กำลังทำให้ฉันขำ ออกมาคุยกันดีๆเถอะ”

 

“เธอเป็นคนหรือว่า” ฉันเว้นวรรคออกไป หวังว่าคงไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดนะ

 

“แล้วพี่คิดว่ายังไงหล่ะ” เธอยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วเดินเข้ามาใกล้ๆ

 

“อย่าเข้ามานะ”

 

“ไม่ต้องกลัวไปหรอก เพราะฉันไม่ได้ทำอะไรพี่ซักหน่อย”

 

“แล้วเธอเข้ามาในห้องฉันทำไม ถ้าอยากจะเอาอะไรก็เอาไปเถอะ” ฉันไม่ได้คิดว่าเธอเป็นวิญญาณเพราะเธอมีเงาบนพื้น ตามหลักทฤษฎีที่เคยอ่านในหนังสือ

 

ฉันเดาว่าเธอคงเป็นขโมยที่มาแอบอยู่ในห้องก่อนที่ฉันจะกลับมา

 

“ฉันไม่ได้เป็นขโมยซักหน่อย”

 

“เธอรู้ได้ไงว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่”

 

“ฉันรู้ทุกอย่างที่พี่คิดนั่นแหละ” เธอจับคางฉันให้สบตากับเธอ

 

“…”

 

“ตอนนี้พี่กำลังชมฉันอยู่สินะถึงจะมีใครบอกว่าฉันหน้าตามีเสน่ห์ยังไง ฉันก็ไม่ได้สนใจมากนักหรอกนะ แต่พอพี่คิดแบบนี้ฉันก็ชักรู้สึกชอบพี่ขึ้นมาจริงๆซะแล้วสิ พี่ก็น่ารักมากเหมือนกันนะ รู้ตัวไหม”

 

ทำไมฉันถึงมาใจเต้นแบบนี้หล่ะ เป็นอะไรไปเนี่ยใจของฉัน

 

“เธอเป็นใครกันแน่”

 

“ขอโทษที่เสียมารยาท ฮิราเตะ ยูรินะ หรือพี่จะเรียกฉันว่าเทะจิก็ได้นะฉันไม่ถือ ส่วนพี่ฉันขอเรียกว่าเนรุแล้วกันนะ” เทะจิอย่างนั้นเหรอเหมือนได้ยินชื่อนี้มาจากที่ไหน

 

“พี่ลืมไปแล้วเหรอ ทั้งๆที่พี่ห้อยไว้ตรงกระเป๋าแท้ๆ” ฉันหันไปดูกระเป๋าที่โยนทิ้งไว้บนเตียงตั้งแต่เข้าห้องมาพวงกุญแจแจ็กโอแลนเทิร์น ที่มีสลักว่าTechi อยู่ นี่หรือว่า

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดด อย่าเข้ามานะ ฉัน.. ฉันมีพระนะ มีน้ำมันด้วย สายสิญจน์ก็มี กระเทียมก็มี มีไม้กางเขนด้วย ออกไปนะ” นะโม นะโม อะไรนะ ทำไมเวลานี้ถึงได้ลืมบทสวดแบบนี้

 

“นี่เอาให้มันแน่เถอะว่าจะปราบผีหรือแดร๊กคิวล่ากันแน่”

 

“ฮือออออออ ออกไปนะ”

 

“ฉันไม่กลัวของพวกนั้นหรอก ฉันไม่ใช่วิญญาณร้ายซักหน่อย”

 

“วิญญาณไม่มีอยู่จริง มันไม่มีอยู่จริง”

 

“นี่ เลิกมุดอยู่ในผ้าห่มแล้วพึมพำซักทีเถอะ”

 

“ม่ายยยยยยยยยยยยยย อย่าดึงน๊า” ตอนนี้ฉันกำลังยื้อแย่งผ้าห่มกับคนตรงหน้า

 

“พี่กลัวฉันเหรอ” อยู่ๆคนตรงหน้าก็หยุดแย่งผ้าห่มกับฉัน แถมยังทำหน้าสลดแล้วยังมีน้ำตาคลอ อย่ามามองด้วยสายตาแบบนั้นนะ แบบนี้ก็เหมือนฉันเป็นคนผิดหน่ะสิ

 

“อะ เอ่อ คือ” ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นพูดจากตรงไหนก่อน แต่คนตรงหน้าก็ดูไม่ได้เลวร้ายอะไรอีกอย่างจับสัมผัสได้แสดงว่ามีตัวตน มีเงาด้วย ฉันเชื่อมโยงทุกอย่างเพื่อวิเคราะห์ว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่ภาพหลอน

 

“ไม่ต้องพูดอะไรหรอก บอกแล้วว่าฉันรู้ว่าพี่กำลังคิดอะไรอยู่”

 

” สะดวกดีเหมือนกันแฮะ เอ๊ะ ไม่ๆ แบบนี้ฉันคิดอะไรคนตรงหน้าก็รู้หมดเลยสิ

 

“รู้ทุกอย่างเลยหล่ะค่ะ”

 

“ไม่ต้องมาย้ำหน่า”

 

“อ๊ะ จริงสิ ในเมื่อพี่เป็นเจ้านายคนปัจจุบันของฉัน พี่สามารถขอพรได้3ข้อ รีบๆขอก่อนเช้าวันถัดไปจะมาถึงนะ”

 

“แล้วมันจะเป็นจริงเหรอ”

 

“อื้ม ถ้ามันไม่ได้ผิดกฎหล่ะนะ”

 

“มีกฎด้วยเหรอ”

 

“มีสิ อย่างห้ามบังคับจิตใจ ห้ามฟื้นคืนชีพ อะไรทำนองนั้นหล่ะ”

 

“งั้นก่อนอื่นอยากกินเนื้อย่างหล่ะ”

 

“พี่แน่ใจนะว่าจะขอพรกับเรื่องอย่างนั้นหน่ะ”

 

“ก็ฉันไม่มีอะไรจะขอนี่” ฉันออกจากผ้าห่มมานั่งดู อาจเพราะบรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไปหรือจะเรียกได้ว่าฉันคงไม่กลัวคนตรงหน้าแล้วหล่ะ วิญญาณในความคิดฉันคือต้องน่ากลัวมากแน่ๆ

 

แต่นี่ดันเป็นเด็กหน้าตาน่ารักซะอย่างนั้น อีกอย่างฉันอยากพิสูจน์ด้วยตาตัวเองว่าสิ่งที่ฉันคิดมาตลอดว่าเป็นไปไม่ได้นั้น จะมีอยู่จริงรึเปล่า

 

ทันทีที่เธฮหลับตาลง แสงสว่างบนโต๊ะอาหารทำให้แสบตาถึงกับทำให้ฉันต้องหลับตาปี๋ เมื่อเปิดตาขึ้นมาก็พบกับเนื้อที่ตั้งอยู่เรียงรายเต็มโต๊ะ

 

“นี่เธอทำได้ยังไงหน่ะ” ฉันตื่นตะลึงกับเรื่องที่เห็น สาบานเลยว่าในตู้เย็นฉันไม่มีเนื้อโกเบ

 

“แค่นี้เล็กน้อยหน่า”

 

“เรื่องแบบนี้มัน ไม่น่าเชื่อ”

 

“แต่พี่ก็เห็นกับตาแล้วนี่”

 

“ใช่ฉันเห็น แต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี”

 

“เรื่องบางอย่างไม่จำเป็นต้องมีทฤษฎีหรอกนะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“มานั่งกินเนื้อย่างเวลานี้ พี่ไม่กลัวอ้วนรึไง”

 

“อย่ามาพูดเรื่องน้ำหนักตอนนี้สิ” ฉันที่กำลังพลิกเนื้อบนเตาอยู่รู้สึกผิดขึ้นมา ก็เดือนนี้มันขึ้นมาตั้งสองกิโลหน่ะสิ

 

“พี่กินหมดโต๊ะนี้คงเพิ่มมาอีกกิโลอะ”

 

“นี่!!

 

“เอาเถอะ เดี๋ยวมันก็ลดเอง พี่กำลังคิดแบบนี้อยู่ใช่ไหม”

 

“แล้วจะทำไม มีปัญหารึไงห๊ะ”

 

“เวลาหิวเนี่ยห้ามพูดเรื่องน้ำหนักสินะน่ากลัวชะมัด”

 

“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ”

 

“เปล่า!!ไม่ได้พูดอะไรเลยนะ”

 

“ไม่กินด้วยกันรึไง”

 

“ฉันไม่จำเป็นต้องกินอะไร”

 

“มากินด้วยกันสิ นั่งกินคนเดียวมันเหงานะ”

 

“แต่พี่ยังอยู่คนเดียวได้เลยนี่ มาเหงาทำไมตอนนี้หล่ะ”

 

“ก็ตอนนี้มีเทะจิอยู่ด้วยแล้วนี่” เธอเพียงยิ้มให้ฉันแต่ก็ยอมมานั่งกินเป็นเพื่อน

 

“พี่นี่แปลกจริงๆนะ ฉันเพิ่งเคยเห็นคนขอพรแบบพี่นี่แหละ”

 

“ก็มันอร่อยนี่ ลองกินดูสิ” ฉันคีบเนื้อย่างที่สุกแล้วจ่อไปที่ปากเด็กน้อยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

 

“อื้มมม!! อร่อยอะ”เธอทำตาโตหลังจากกินเนื้อย่างเข้าไป นะ น่ารัก เอ๊ะนี่ฉันกำลังคิดอะไรอยู่

 

“ใช่ม๊า”

 

“อย่าจ้องกันขนาดนี้สิ”

 

“เอ๊ะ!

 

“ฉันรู้นะว่าพี่กำลังคิดอะไรอยู่” คำพูดเพียงสั้นๆของคนตรงหน้าทำเอาใบหน้าร้อนผ่าว มันไม่ยุติธรรมเลยนี่ที่เธอจะเข้าใจความคิดฉันอยู่ฝ่ายเดียว อ๊ะ จริงสิ

 

“เทะจิ”

 

“หืม” เธอเงยหน้าขึ้นมาจากเนื้อย่าง ที่ตอนนี้กำลังเคี้ยวตุ๊ยๆอยู่ในแก้มอย่างน่าเอ็นดู

 

“ฉันคิดพรข้อที่สองออกแล้วหล่ะ ขอเลยได้รึเปล่า”

 

“อื้ม”

 

“แน่ใจนะว่าขอได้ทุกอย่างหน่ะ”

 

“พี่ก็เห็นแล้วนี่”

 

“งั้นรับปากก่อนสิว่าจะทำให้มันเป็นจริง”

 

“ถ้าทำตามกฏหล่ะก็นะ”

 

“แน่นอน ไม่บังคับใจใครและไม่ได้ไปชุบชีวิตใครด้วย”

 

“แบบนั้นก็ไม่มีปัญหา ว่ามาสิ”

 

“ฉันขอให้ฉันอ่านความคิดเธอได้เหมือนที่เธออ่านความคิดของฉันได้”

 

“หา!!!

 

“เธอสัญญาแล้วนะเทะจิ”

 

“พี่ขี้โกงนี่”

 

“แบบนี้ก็เท่าเทียมกันดีใช่ไหมหล่ะ พูดแล้วนะว่าจะทำให้เป็นจริงหน่ะ”

 

“ฉันจะขัดอะไรพี่ได้หล่ะ” เธอทำหน้างอนแก้มป่องแต่ก็ยอมทำตามคำขอฉันอยู่ดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทำไมพี่เนรุถึงต้องขอพรอะไรแบบนี้ด้วยนะ

 

“ได้ยินจริงๆด้วย แบบนี้มันยอดไปเลยไม่ใช่เหรอ”

 

“ไม่กินเนื้อย่างแล้วรึไง”

 

“อิ่มแล้วหล่ะ นี่ๆคิดอีกสิอะไรก็ได้” เหมือนกับได้ของเล่นใหม่ที่ไม่เคยเล่นมาก่อนในชีวิต ฉันเพิ่งจะได้เห็นเรื่องประหลาดแบบนี้ครั้งแรก และฉันก็เป็นหนึ่งในคนที่ทำเรื่องมหัศจรรย์แบบนี้ได้

 

ไม่นึกไม่ฝันว่าวันนึงฉันจะทำเรื่องที่วิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้แบบนี้

 

เพี้ยนรึเปล่าเนี่ย

 

“ว่าฉันเพี้ยนงั้นเหรอห๊ะ”

 

“ใช่ เพี้ยนมากด้วย”

 

แต่ไม่รู้ทำไมฉันถึงสนใจคนตรงหน้าได้ขนาดนี้ ฉันคงหลงรักพี่เข้าให้แล้วจริงๆ

 

 

“อย่าเงียบสิ ไม่คิดจะตอบหน่อยเหรอ พี่ก็สนใจในตัวฉันอยู่ใช่ไหมหล่ะ” เธอที่ขยับมานั่งเก้าอี้ตัวข้างฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ฝ่ามืออุ่นของเธอลูบไปตามแก้มใสของฉันเบาๆ

 

แต่ตอนนี้เหมือนสติฉันจะล่องลอยออกไป

 

“เอ่อคือ

 

“หน้าพี่มันฟ้องอยู่นะว่าพี่รู้สึกยังไงกับฉัน” ฉันไม่อาจละสายตาจากคนตรงหน้าได้ ใบหน้าที่ค่อยๆใกล้เข้ามาทำเอาฉันหลับตาปี๋

 

 

 

 

 

 

 

 

“โอ๊ย มาดีดหน้าผากฉันทำไมเนี่ย” เทะจิยิ้มขำด้วยท่าทางสนุกสุดๆ ส่วนฉันเหรอไม่น่าเคลิ้มไปกับคนตรงหน้าเลย ให้ตายสิ

 

“ก็พี่น่าแกล้งเองนี่ ฉันไม่ผิดซักหน่อย”

 

“เด็กบ้า”

 

“หน้าพี่แดงหมดแล้วนะ”

 

“ก็เพราะใครกันหล่ะ” ฉันได้แต่บ่นด้วยเสียงเบาหวิวกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน

 

“พี่พูดว่าอะไรนะ”

 

“เปล่านี่” 

 

“ถึงพี่ไม่พูดฉันก็ยังได้ยินนะ”เธอยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมกับใช้นิ้วเคาะไปที่หัว ฉันลืมมันไปได้ยังไงกันนะว่าเธออ่านความคิดฉันได้ เลิกฟุ้งซ่านซักทีเนรุ ฉันได้แต่บอกตัวเองอยู่อย่างนั้น

 

 

-----------------------------

Happy Halloween ٩(òωó๑)۶

มาเสิร์ฟตอนที่1ในยามค่ำคืน

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

โอ้~:dookdik_bun_20:เทะจิทะเล้นจริง อ่านแล้วอยากเอากลับบ้าน//โดนไรท์ถีบ

มาตอน2 เร็วๆนะไรท์ รอ รอ

ปล.ถ้าแต่งเรื่องนี้จบแล้ว แต่ง ไมยังกับเสะสักเรื่องจิ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ชายเทะกับเนรุอีกแล้ววว >< ขอบคุณมากนะครับที่แต่งมาให้อ่าน จะรอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อเลยละครับ ผมชอบคู่นี้มากเลยแต่ฟิค 46 หายากชะมัดทุกวันนี้คือต้องตามอ่านภาษาอังกฤษ

Share this post


Link to post
Share on other sites

เนรุเทะจิน่าร้ากกกก><รอตอนต่อไปค่าาา

Share this post


Link to post
Share on other sites

Part 2

Hirate :)

 

 

 

เมื่อหลายชั่วโมงก่อน

 

 

 

เสียงกระดิ่งดังขึ้นบ่งบอกว่ามีผู้มาเยือน เมื่อฉันจ้องดวงตาคู่สวยราวกับต้องมนต์สะกด เหมือนเธอมีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้ฉันสนใจในตัวเธอ

 

 

 

นี่ๆ อากาเน็น นะๆ ให้ฉันไปเถอะนะฉันกำลังอ้อนวอน เกาะแขนเพื่อนซี้คนสนิท

 

แต่…’

 

ไม่มีกฎข้อไหนห้ามไม่ให้เลือกเจ้านายเองนี่

 

แต่มีกฎว่าห้ามหลงรักมนุษย์

 

รู้แล้วหน่า  นะๆอากาเน็นนนนนนถึงจะรู้ แต่ใจฉันก็ฝ่าฝืนกฎนั้นเข้าให้ซะแล้ว

 

ไม่ต้องมาอ้อน รู้รึเปล่าว่าแบบนั้นมันโกงคนอื่นนะ

 

ไม่สนอะ ฉันอยากได้เธอเป็นเจ้านายจริงๆนะ

 

เรายังเด็กไปเธอลูบหัวฉันแต่ฉันปัดมือเธอออก

 

ฉันไม่ใช่เด็กแล้ว ฉันโตพอที่จะดูแลตัวเองได้แล้ว

 

มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆหรอกนะที่เธอจะทำให้เจ้านายพอใจได้หน่ะ

 

แต่คนนี้ฉันไม่อยากยกให้ใครทั้งนั้นฉันจ้องตาเธอกลับ

 

เฮ้ออออ ให้ตายสิ ก็ได้ๆ

 

ขอบคุณนะเน็น รักอากาเน็นที่สุดเลย

 

ไม่ต้องทำมาเป็นพูด ฉันเตือนไว้ก่อนเลยนะเทจจัง อย่าคิดที่จะรักเธอ สุดท้ายแล้วมันจะทำให้เธอเจ็บปวด

 

อื้ม ฉันรู้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฉันรู้แต่ก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้ ถ้าเมื่อกี้ฉันไม่หยุดไว้ บ้าเอ้ย

 

ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้ ทำไมคนตรงหน้าถึงได้ทำให้ฉันเป็นได้ถึงขนาดนี้กันนะ

 

ฉันซึ่งเป็นตัวตนที่ไม่สมควรมีอยู่บนโลกใบนี้ แต่เพียงแค่วันเดียวของปีเท่านั้นที่ฉันจะสามารถมีร่างกาย

 

ถ้าผ่านพ้นวันนี้ไปฉันคงเป็นได้แค่วิญญาณที่เธอไม่สามารถมองเห็นฉันได้ นั่นแหละเป็นสิ่งที่อากาเน็นเตือนฉัน ฉันรู้ว่าคนตรงหน้ารู้สึกยังไงกับฉัน และนั่นทำให้ฉันยิ่งเจ็บปวด ฉันไม่อยากให้เธอต้องเสียใจเพราะฉัน

 

 

 

 

 

“นี่เทะจิ ทำไมถึงเงียบไปหล่ะ”

 

“เปล่านี่”

 

“นี่ นั่งเฉยๆไม่ได้คิดอะไรเหรอ”

 

“จะให้คิดอะไรหล่ะ”

 

“ก็ไม่เห็นจะได้ยินเลยนี่ว่าเธอคิดอะไรอยู่”

 

“ก็เพราะไม่ได้คิดอะไรยังไงหล่ะ” ฉันกำลังโกหกในเมื่อฉันทำให้เธอได้ยินในสิ่งที่ฉันคิดได้ และฉันก็สามารถทำให้เธอไม่สามารถได้ยินว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่ได้เช่นกัน

 

“น่าเบื่อชะมัด” เธอทำแก้มป่องก่อนจะเดินไปนั่งบนโซฟา

 

ฉันยิ้มขำเมื่อคิดถึงตอนที่เธอเจอฉันครั้งแรก เธอในตอนนี้แตกต่างจกเมื่อหลายชั่วโมงก่อน

 

ก่อนหน้านี้ยังไม่กล้าออกจากผ้าห่ม แถมยังคิดอะไรต่อมิอะไรที่ทำเอาฉันเกือบหลุดขำ คิดได้อยู่อย่างเดียวว่าเพี้ยนสุดๆเลยยัยนี่ ทั้งๆที่ตอนอ่านหนังสืออยู่ในร้านยังดู

 

เป็นคนขรึมๆเลยแท้ๆ แถมแนวที่อ่านก็ไม่นึกว่าเธอจะเป็นคนขี้กลัวได้ขนาดนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 “ง่วงก็ไปนอนซะสิ” ฉันบอกกับคนที่นั่งหาวอยู่ข้างๆ

 

“เทะจิ”

 

“หืม”

 

“เธอจะไม่หายไปไหนใช่ไหม

 

“ถ้าพี่อยากให้ฉันอยู่ด้วยหล่ะก็นะ” ฉันยักคิ้วกวนประสาทไปให้เธอ

 

“หลงตัวเองชะมัด”

 

“ถ้าฉันไม่อยู่พี่คงเหงาแย่”

 

“ใครว่าหล่ะ”

 

“งั้นถ้าไม่มีฉันอยู่พี่จะอยู่ได้ใช่ไหม” ฉันลองถามเธอไปอย่างนั้น สังเกตุเห็นแววตาที่วูบไหวก่อนจะฝืนยิ้มออกมา

 

“ฉันก็อยู่คนเดียวมาตลอดอยู่แล้วนี่” ฉันรู้ถึงเธอจะพูดออกมาแบบนั้นแต่จริงๆแล้วเธอไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยซักนิด น้ำตาที่เอ่อล้นมาที่ขอบตาของคนตรงหน้าทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดจริงๆ

 

“พี่อย่าร้องสิ”

 

“อย่าพูดว่าจะหายไปไหนแบบนี้สิ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเครือ

 

“ฉันไม่อยากเห็นพี่เป็นแบบนี้” ฉันใช้มือเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของเธอ

 

“พูดมาก่อนสิว่าเธอจะไม่หายไปไหน”

 

 

“พูดออกมาสิ” เธอใช้มือเล็กๆนั่นทุบเข้าที่ไหล่ของฉัน ฉันจับหน้าเธอให้เงยขึ้นมามองฉัน

 

“อย่าทำหน้าแบบนี้สิ ไม่สมเป็นพี่เลยนะ” ฉันส่งยิ้มไปให้เธอ แต่ก็ต้องตกใจเมื่ออยู่ๆเธอก็ประกบริมฝีปากของเธอเข้ามาก่อนใช้มือโอบรอบคอของฉันไว้

 

“อย่าทิ้งฉันไปไหนนะ” เธอพูดด้วยดวงตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้ ฉันไม่ได้พูดอะไรออกไปได้แต่ดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้ ฉันควรทำยังไงดี คนที่ทำให้เธอเจ็บปวดคือ

ฉันสินะ ความรู้สึกแบบนี้ ฉันไม่ชอบเลยจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

ฉันนอนกอดเธอไว้และเธอผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของฉัน ฉันโน้มหน้าไปประทับริมฝีปากอวบอิ่มนั้น จ้องมองใบหน้ายามหลับของคนตรงหน้าอยู่นาน

 

“อย่าไปไหน อยู่กับฉันนะได้โปรด” เสียงละเมอของคนที่หลับอยู่บนเตียงทำเอาน้ำตาที่ฉันกลั้นไว้ไหลออกมา เสียงสะอื้นเบาๆดังอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ

 

ฉันก็ไม่อยากไป ฉันอยากอยู่กับพี่ แต่ฉันไม่มีสิทธิที่จะทำแบบนั้น ฉันขอโทษ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ไงเทะจิ กลับมาแล้วเหรอ” ทันทีที่ฉันเดินเข้ามาในร้านที่คุ้นเคย ใช่มันเปรียบเสมือนบ้านของฉัน

 

“อากาเน็น ฮือออออออ” ทันทีที่เห็นเพื่อนสาวคนสนิทฉันก็เข้าไปกอดเธอทันทีปล่อยให้น้ำตาแห่งความเสียใจไหลพรั่งพรูออกมา

 

“ก็บอกแล้วยังไงหล่ะว่าอย่าไปหลงรักมนุษย์เข้า”

 

“ก็มันช่วยไม่ได้นี่ ฉันรักเขาอากาเน็น”

 

“รู้อยู่แล้วหล่ะ ให้ตายสิกฎของเรามีตั้งไว้ทำไมเธอรู้รึเปล่า”

 

“เพราะเรากับมนุษย์รักกันไม่ได้”

 

“มันจะทำให้พวกเธอเจ็บปวด”

 

“ฉันรู้อากาเน็น ฉันไม่น่าไปหาเธอเลย ฉันทำให้เธอเจ็บปวด ทุกอย่างเป็นเพราะฉัน” นึกถึงใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาหัวใจฉันแทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

 

“ถ้าเธอจะผิด ฉันก็คงผิดด้วยเหมือนกันที่ปล่อยให้เธอไป”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Neru :)

 

 

 

ฉันตื่นมาภายในห้องของฉัน แต่คนที่อยู่ด้วยเมื่อวานกลับหายไป

 

“เทะจิ” ฉันรีบลุกขึ้นจากเตียงเมื่อไม่พบคนที่น่าจะอยู่บนเตียงข้างๆฉัน แต่ไม่ว่าจะหายังไงก็ไร้วี่แวว

 

“ทำไมหล่ะ” น้ำตาที่เคยเหือดแห้งกลับไหลออกมาอีกครั้ง ทำไมเธอถึงทิ้งฉันไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฉันปาดน้ำตาออกก่อนจะรีมลุกขึ้นทันที นี่ไม่ใช่เวลามานั่งร้องไห้นะ ฉันออกจากห้องไปยังร้านๆเดิม จุดเริ่มต้นทุกอย่างที่ทำให้ฉันมาพบกับเทะจิ

 

ทันทีที่มาถึงทำให้ฉันถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงที่ถนนตรงข้ามกับที่ตั้งของร้านเมื่อคืนร้านที่เคยมีอยู่มันหายไป ราวกับเรื่องทั้งหมดเป็นแค่ฝัน

 

“ไม่จริงหน่า” ฉันกำพวกกุญแจแจ็กโอแลนเทิร์นไว้แน่น เพราะสุดท้ายมันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันเชื่อว่าเรื่องทั้งหมด ไม่ได้เป็นแค่ฝัน

 

“ทำไมถึงเป็นแบบนี้” ฉันร้องไห้โฮอยู่ตรงมุมถนนนั้น โชคดีที่ไม่ค่อยมีคนผ่านไปมามากนัก อาจเป็นเพราะร้านค้าแถวนี้เปิดในช่วงเย็นก็ได้

 

“นี่”อยู่ๆก็มีคนมาสะกิดฉันจากด้านหลัง เสียงที่ฉันเคยได้ยิน

 

“เธอ!!

 

“ไม่ได้เจอกันนานนะ ไม่สิ เราเพิ่งเจอกันเมื่อวานสินะ” สาวสวยตรงหน้าพูดขึ้นด้วยท่าทางเป็นมิตร

 

“ทำไมถึงมานั่งร้องไห้เอาตรงนี้หล่ะ”

 

“คือว่า จะให้ฉันพูดยังไงดีหล่ะเนี่ย เรื่องทั้งหมดราวกับเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้นจริง

 

“ว่า

 

“พวงกุญแจอันนี้หน่ะค่ะ เอ่อ คือ

 

“อ๋อ ของขวัญร่วมกิจกรรมสินะ” จริงๆฉันมีเรื่องอยากจะถามพนักงานสาวสวยคนนี้ตั้งมากมาย แต่ฉันไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหน

 

“ฉันรู้ว่าเธอคงมีหลายคำถามเกี่ยวกับเรื่องทั้งหมด”

 

“คุณรู้”

 

“แต่มีไม่บ่อยหรอกนะที่จะมีลูกค้ามานั่งร้องไห้จะเป็นจะตายอยู่ตรงข้ามร้านแบบนี้”

 

” ทันทีที่เธอพูดจบ ฉันก็รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นที่ใบหน้า

 

“ที่จริงหลังจากที่ทุกคนสมปรารถนากับคำอธิษฐาน เรื่องราวทั้งหมดจะถูกลบออกจากความทรงจำ แต่เคสของเธอมันมีความพิเศษอยู่นะ”

 

“พิเศษงั้นเหรอ”

 

“เธอขอพรไปเพียงสองข้อเท่านั้น แต่เพราะคำขอของเธออีกข้อ ฉันอยากจะมายืนยันว่าเธอยังต้องการอยู่รึเปล่า”

 

“คำขออีกข้อเหรอ”

 

“ใช่ ตอนที่เธอละเมอออกมา ฉันอยากรู้ว่าเธอต้องการให้มันเป็นจริงรึเปล่า อยากให้เทะจิอยู่ด้วยหน่ะจริงรึเปล่า” ทันทีที่คนตรงหน้าพูดชื่อเทะจิออกมา ฉันไม่จำเป็นต้องคิดอะไรด้วยซ้ำ

 

“ค่ะ ฉันอยากให้คำขอนั้นเป็นจริง” อยากเจอ

 

“เอานี่” เธอยื่นลูกกวาดมาให้ฉัน ฉันรับมันมาอย่าง งงๆ

 

“ถ้าอยากจะเจอเทะจิหล่ะก็นะอมนี่ไว้แล้วหลับตาซะ แต่มันอาจมีผลข้างเคียงนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้แย่นักหรอกนะ ฝากดูแลเทะจิด้วยหล่ะ” เธอยิ้มให้แล้วก็เดินจากไป

 

ฉันได้แต่มองแผ่นหลังนั้นเดินลับสายตาไป หันมามองเจ้าลูกกวาดในมือ กำลังหลอกเด็กอยู่รึไง แต่ฉันก็อมลูกกวาดนั่น ทุกอย่างที่ฉันพบมามันคือเรื่องน่าเหลือเชื่อจะ

 

ผิดอะไรถ้าฉันจะลองมันอีกซักครั้ง เมื่อฉันลืมตาขึ้นมาก็พบกับคนตรงหน้าที่ฉันอยากจะเจอมาโดยตลอด

 

“เทะจิ”

 

“พี่เนรุ” เธอจริงๆด้วย เธอยืนอยู่ตรงหน้าฉัน ฉันวิ่งไปเพื่อจะสวมกอดเธอ แต่…. ฉันทะลุตัวเธอออกมา อย่าอย่าบอกนะว่านี่คือ

 

“วิญญาณของฉันเอง” เธอยิ้มพร้อมกับหัวเราะออกมา ราวกับมันเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับฉัน

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด” ผีหลอกกลางวันแสกๆ

 

“สัมผัสตัวฉันไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่ได้ยินเสียงพี่นะ หูฉันจะดับไหมเนี่ย”

 

“ก็คนมันตกใจนี่” จะว่าไงดีหล่ะ ฉันไม่ถูกกับเรื่องแบบนี้จริงๆนะเนี่ย ทุกวันนี้ยังเปิดไฟนอนอยู่เลยTT^TT

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Hirate :)

 

 

 

ฉันยิ้มขำให้กับพี่สาวตรงหน้า เอาเป็นว่าตอนนี้สีหน้าเธอซีดเผือกเลยหล่ะ

 

จริงๆแล้วฉันก็ยืนข้างๆเธอมาตลอดหล่ะนะ เพียงแต่เธอจะไม่เห็นฉันเท่านั้นเอง

 

ถึงยังไรฉันก็ต้องขอบคุณอากาเน็นหล่ะนะ เพราะเธอ คนตรงหน้าถึงมองเห็นฉัน

 

แค่นี้ฉันก็มีความสุขแล้วหล่ะ

 

“ยิ้มอะไรหน่ะ”

 

“เปล่านี่”

 

“เธอกำลังขำฉันอยู่ใช่ไหม”

 

“พี่รู้ได้ยังไงเนี่ย” อ๊ะ ลืมบอกไปสินะว่าพรที่ขอไป จะมีอายุจนถึงเมื่อเช้าวันใหม่มาถึง แต่พรข้อสุดท้ายของเนรุคือการบอกให้ฉันอยู่กับเธอ มันเลยเป็นกรณีพิเศษหล่ะนะ

 

“เด็กบ้า”

 

“แล้วรักป่ะหล่ะ” พี่เนรุก้มหน้างุด แต่เวลาทำพี่เขาเขินเนี่ย น่ารักจริงๆเลยนะ ดูสิหน้าแดงไปหมดแล้ว

 

“ฉันจะกลับห้องแล้ว”

 

“นี่รอด้วยเซ่”

 

” อยู่ๆพี่เนรุก็หยุดเดิน

 

“มีอะไรเหรอ”

 

“นั่น นั่น กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด” เธอชี้ไปยังชายที่สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง สีแดงเปรอะเต็มเสื้อ มีบาดแผลบนใบหน้า แขนที่บิดงอผิดรูป กำลังเดินลากขาใกล้เข้ามา

 

“อ๊ะจริงสิ อากาเน็นไม่ได้บอกพี่สินะ ว่าลูกกวาดนั่นจะทำให้พี่เห็นสิ่งที่ไม่ควรเห็นด้วยหน่ะ”

 

“เทะจิ ทำยังไงดีเขาเดินมาใกล้แล้วอะ ฮือออออออออออ” พี่เนรุที่เข่าทรุดนั่งเอามือปิดตาร้องไห้อยู่นั้น ทำเอาฉันขำขึ้นมา 

 

“เขาไม่ทำอะไรพี่หรอกหน่า”

 

“ม่ายยยยยยยยยยยยย แบบนี้ไม่เอานะ”

 

“แต่ผลข้างเคียง อยู่แค่ครึ่งชั่วโมงหล่ะนะ”

 

“ไม่จริงหน่า”

 

“แป๊ปเดียวเอง”

 

“มันแป๊ปเดียวซะที่ไหนกันเล่า”

 

“ลืมตาขึ้นมาสิ”

 

“ม่ายยยยยยยยยยย จนกว่าจะครบ 30นาทีฉันจะไม่ลืมตาเด็ดขาด” พี่เนรุยังคงนั่งร้องไห้หลับตาปี๋เหมือนกับเด็กๆ

 

“พี่รู้รึเปล่าว่าตอนนี้คนที่เดินผ่านไปมาเขากำลังมองพี่อยู่นะ”

 

“ฉันไม่สน”

 

“นอนดูเด็กผู้หญิงนั่งร้องไห้เหมือนเด็กๆกำลังพูดอยู่คนเดียว” ได้ผล พี่เนรุลืมตาโพลงขึ้นมา

 

“ฉันเหมือนคนบ้าขนาดนั้นเลยเหรอ”

 

“คนอื่นเขามองไม่เห็นฉันนะ ตอนนี้คงมองเห็นแต่พี่ที่นั่งพูดอยู่คนเดียวทั้นแหละ”

 

“ในที่สุดพี่เนรุก็เดินก้มหน้าออกไปจากตรงนั้น”

 

“เฮ้ รอกันก่อนเซ่”

 

“เทะจิ”

 

“และอีกครั้งที่พี่เนรุหันหน้ามาหาฉัน”

 

” เมื่อฉันเงยหน้าขึ้นก็พบกับสิ่งที่เนรุกลัว จะกลัวก็ไม่แปลกหรอกนะ เล่นเดินอยู่เต็มไปหมด

 

“มานี่สิ” ฉันเรียกเธอเดินมาที่ซอกตึก

 

“จะไปไหน”

 

“นั่งลงสิ”

 

“อื้ม”

 

“มองหน้าฉัน”

 

“เอ๊ะ?”

 

“ถ้ากลัวนักหล่ะก็มองหน้าฉันก็ได้นะ อย่างน้อยก็ยังดีกว่าเห็นอย่างอื่น”ฉันเบนหน้ามองไปทางอื่น ฉันเองก็อายเป็นเหมือนกันนะ

 

“เทะจิ เธอจะไม่หายไปไหนอีกแล้วใช่ไหม”

 

“ตราบใดที่พี่ยังอยากให้ฉันอยู่ด้วย แต่ถึงพี่ไม่อยากให้ฉันอยู่ด้วย ฉันก็ยังคงอยู่กับพี่อยู่ดี”

 

“อยู่แบบนี้ด้วยกันตลอดไปเลยนะ”

 

“อื้ม ฉันรักพี่นะ”

 

“พะ พะ พูดอะไรหน่ะ”

 

ฉันรักพี่จริงๆนะ แบบที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน แล้วพี่หล่ะรักฉันบ้างรึเปล่า”

 

“แล้วที่ฉันต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้มันเพื่อใครกันหล่ะ”

 

“ถ้าพี่ไม่พูดออกมา ฉันก็ไม่รู้หน่ะสิ”

 

“เธออ่านความคิดฉันได้นี่”

 

“แต่ฉันอยากได้ยินจากปากพี่มากกว่านี่”

 

“เด็กดื้อ”

 

“พี่ต่างหากที่ดื้อ ฉันบอกพี่ไปแล้วนะ พี่ก็บอกฉันบ้างสิ”

 

 

“อย่าเงียบสิ”

 

“จะไม่ให้เตรียมตัวเตรียมใจหน่อยรึไง”

 

“ฉันรอฟังอยู่นะ”

 

“พี่ก็รักเธอ เทะจิ” เมื่อเธอพูดเสร็จเธอก็หลบตาฉัน แก้มสีชมพูอ่อนที่ค่อยๆแดงขึ้นเรื่อยๆ น่ารักจริงๆเลยนะ ชักติดใจกับการเป็นเด็กดื้อแล้วสิ

 

 

 

 

 

และแล้วเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

 

 นี่พี่เนรุ อย่าเดินยิ้มสิ เดี๋ยวคนก็หาว่าพี่บ้าหรอก” ฉันไปกระซิบเบาๆที่ข้างหู ถึงคนอื่นจะไม่ได้ยินเสียงฉันก็เถอะ

 

เพราะใครกันหล่ะ” เธอหันมาตะโกนใส่ฉัน

 

คนมองใหญ่แล้วนะ” และฉันก็อดยิ้มไม่ได้ก็ตอนนี้เธอทำหน้างอนแก้มป่องใส่ฉันอยู่

 

จำไว้เลยนะเทะจิ”

 

“อื้ม ไม่ลืมอยู่แล้วหล่ะว่าพี่รักฉัน”

 

“เทะจิ!!

 

“ชู่ว์” ฉันเอานิ้วชี้มาปิดปากไว้ ส่งสัญญาณให้คนตรงหน้าว่าอย่าเสียงดังไป เธอทำได้เพียงเอามือลงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วก็เดินออกไป ฉันวิ่งไปเดินข้างๆเธอ

 

เฮ้อ เมื่อไหร่จะถึงฮัลโลวีนอีกนะ อยากหอมแก้มพี่เนรุชะมัด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความรักอาจไม่มีทฤษฎี ความรู้สึกอาจอยู่เหนือเหตุผล

 

 

 

แต่แค่รัก มันก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอ

 

 

 

กับการที่อยากจะอยู่เคียงข้างใครซักคน

 

 

 

 

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

 

Akanen :)

 

ให้ตายสิเทะจิ เด็กน้อยคนนั้นหัดไปมีความรักแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

เอาเป็นว่าฉันก็ไม่เคยเห็นเทะจิเป็นแบบนี้มาก่อน ร้องไห้เจียนตาย

 

จนฉันต้องทำทุกวิถีทางให้ทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกครั้ง

 

ฉันคงไม่พิสมัยนักหรอกนะ ถ้าจะเห็นเทะจินั่งร้องไห้เหมือนจะขาดใจตายไปตรงนั้น

 

เหมือนฉันเป็นคุณแม่เข้าไปทุกที ที่กำลังมองดูลูกกำลังเติบโต

 

สุดท้ายนี้

 

“ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ใช้บริการ ร้านเราจะเปิดทำการในทุกๆคืนของวันฮัลโลวีน”

 

“สนใจร่วมกิจกรรมหน่อยไหมคะ หรือจะรับลูกกวาดซักเม็ดดี”

 

“แต่ต้องขอโทษด้วยที่เทะจิไม่สามารถมาร่วมในกิจกรรมในครั้งต่อๆไปได้”

 

“แต่ถึงอย่างนั้นคุณยังอยากจะลองเสี่ยงดูไหม?”

 

 

 

 

 

>_____________________<

 

มาเสิร์ฟตอนที่สองจ้า

 

ขอบคุณที่กลับมาอ่านอีกเช่นเคย ^^ หรืออาจจะหลงเข้ามาก็ขอบคุณที่อ่านจนจบถึงบรรทัดสุดท้าย 55

 

เจอกันใหม่เรื่องหน้าจ้า

 

Share this post


Link to post
Share on other sites
On 31/10/2559 02:49:54, なぁめぐ said:

โอ้~:dookdik_bun_20:เทะจิทะเล้นจริง อ่านแล้วอยากเอากลับบ้าน//โดนไรท์ถีบ

มาตอน2 เร็วๆนะไรท์ รอ รอ

ปล.ถ้าแต่งเรื่องนี้จบแล้ว แต่ง ไมยังกับเสะสักเรื่องจิ

[One shot](Nogizaka46) Honey…ขอบคุณที่รักกัน (Maiyan x Nanase) Ft. WakaRei End

เคยอ่านเรื่องนี้แล้วยังเอ่ย (เอาฟิคเก่ามาขาย ฮุฮุ) ชิราเสะเรื่องใหม่ตามมาแน่นอนจ้า (แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ 55 แต่มาแน่ๆจ้า>w<)

On 31/10/2559 19:15:35, BasicNote said:

ชายเทะกับเนรุอีกแล้ววว >< ขอบคุณมากนะครับที่แต่งมาให้อ่าน จะรอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อเลยละครับ ผมชอบคู่นี้มากเลยแต่ฟิค 46 หายากชะมัดทุกวันนี้คือต้องตามอ่านภาษาอังกฤษ

รออ่านเรื่องต่อๆไปได้เลยจ้า // นี่พยายามทุบไหเอามาแต่งต่ออยู่หลายเรื่อง 555

 

On 31/10/2559 23:43:32, Atchariya2002 said:

หน้ารักจังเลยน้า จะรออ่านตอนที่สองน้าาาา

 

มาเสิร์ฟตอนที่สอง พร้อมกับความน่ารักมุ้งมิ้งกว่าเก่า!? 555

 

On 2/11/2559 19:45:01, plyply said:

เนรุเทะจิน่าร้ากกกก><รอตอนต่อไปค่าาา

มาเสิร์ฟตอนสอง มดไต่ มดไต่ หวานเจี๊ยบ รึเปล่า !? 555

 

ขอบคุณอีกครั้ง >o<

Share this post


Link to post
Share on other sites

อยากเล่นค่ะ เพื่อจะได้อากาเน็นไปกอดที่บ้านซักวัน :dookdik_bun_5: //โดนไล่กระทืบ

เทะจินี่ทะเล้นจริง เนรุก็น่ารัก อ๊ายยยยยย//นอนบิดไปมาที่พื้น

สนุกมากอ่ะ รออ่านเรื่องใหม่เน้อ

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now
Sign in to follow this  
Followers 0