Sign in to follow this  
Followers 0

keyakizaka46 One Shot - Some Where [Hirate x Neru]

6 posts in this topic

คุณเคยลืมอะไรที่สำคัญมากๆไปไหม

ลืม..ทั้งๆที่เคยคิดไว้ว่าชั่วชีวิตนี้จะไม่มีวันลืมมันไปได้ 

เหมือนเป็นเวลาเพียงแค่ชั่วครู่ที่โดนพรากเอาของสำคัญไปพร้อมๆกับคำสัญญา...

'ฮิราเตะ!!!!' ฉันสะดุ้งเฮือกหลังจากที่มีเสียงตะคอกของชายวัยกลางคนกระชากฉันกลับมาจากโลกแห่งความฝัน ค่อยๆยกหัวที่ฟุบลงไปกับแขนอย่างไม่ตั้งใจขึ้นมาสบตากับอาจารย์คณิตสุดโหดที่ยืนตีหน้าเคร่งอยู่ข้างโต๊ะ

'เรียนมาจะจบปีแล้วจะมีสักคาบไหมที่เธอจะไม่หลับในคาบของครูน่ะ!'

'ขอโทษค่ะอาจารย์'

'จริงๆเลย ไหนๆนี่ก็เป็นคาบสุดท้ายที่อาจารย์จะสอนพวกเธอแล้ว จะไม่ทำโทษก็ได้ วันนี้พอแค่นี้แหล่ะ!' อาจจะเป็นโชคดีของฉันก็ได้ที่วันนี้ไม่โดนสั่งให้ลงไปวิ่งรอบสนามเหมือนอย่างเคย

...คาบสุดท้ายงั้นหรอ อ่า อีกไม่นานฉันก็จะจบ ม.ปลายแล้วนี่นะ เวลาผ่านไปไวจังเลย

'เทะจิช่วงนี้ดูเหนื่อยๆนะ' ทันทีที่อาจารย์ออกไปแล้วเพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวของฉันก็หันขวับมาถามอย่างห่วงๆ

'ก็กิจกรรมชมรมน่ะ พวกปีสามกำลังจะออกกันหมดแล้วก็เลยอยู่เล่นกันจนดึก' ถึงมันจะผิดกฎอยู่ก็เถอะ

'ทุกคนฟังกันหน่อยนะคะ! แบบสำรวจนี่น่ะยังมีคนไม่ได้ส่งเลย รบกวนช่วยส่งที่ฉันก่อนพักเที่ยงด้วยค่ะ' เสียงของหัวหน้าห้องสุไก ยูกะดังขึ้นขัดพวกเราไปชั่วครู่ แบบสำรวจนั่น ดูเหมือนจะเป็นแบบสำรวจเรื่องเรียนต่อสินะ...จะว่าไปก็ยังไม่ได้ส่งเลย

'เทะจิจบไปแล้วจะทำอะไรงั้นหรอ' ซูมินหันกลับมาถามฉันพลางชะเง้อมองแบบสำรวจอันว่างเปล่าในมือ

'ไม่รู้สิ'...รู้สึกเหมือน ลืมอะไรบางอย่างไป

'เอ๋! นี่เราจะจบกันอาทิตย์หน้าอยู่แล้วนะ เรื่องที่อยากทำอะไรแบบนี้ไม่มีเลยหรอ'

'ซูมินเคยรู้สึกว่าลืมอะไรที่สำคัญมากๆไปรึเปล่า'

'เอ๊ะ?'

'ฉันกำลังนึกอยู่ละ...สิ่งที่จะทำน่ะ มันมีแน่ๆ...แต่ว่า มันคืออะไรกันนะ' ประโยคสุดท้ายฉันพึมพำกับตัวเองแล้วโบกแบบสอบถามไปมา

ถ้าส่งไปแบบนี้จะโดนอาจารย์บ่นมั้ยนะ แต่ๆไหนก็จะจบแล้วนี่นา

'นั่นน่ะถ้าไม่รีบเขียนรีบส่งเดี๋ยวก็โดนสุไกดุเอาหรอก'

'เอ~ ว่าแต่ ซูมินอยากจะทำอะไรหรอ' ฉันหันไปถามซูมินบ้าง

'ฉันหรอ ก็คงเรียนต่อละมั้ง'

'เรียนต่อสินะ'

'เดี๋ยวสิ! ทำไมถึงเขียนตามล่ะ'

'ก็ฉันยังนึกสิ่งที่อยากทำไม่ออกนี่นา ขอยืมก่อนแล้วกันนะ' ว่าจบก็ลุกขึ้นเอาแบบสำรวจไปส่งให้คุณหนูสุไก ถึงจะโดนซูมินบ่นๆนิดหน่อยแต่สุดท้ายก็เปลี่ยนเรื่องไป....

ถึงแบบนั้นก็ยังคาใจอยู่ดี...

ฉันเคยอยากทำอะไรกันนะ จำได้ว่าเคยมี

แล้วก็เคยจริงจังกับมันมากๆด้วย

แต่อะไรกันนะที่ทำให้คนอย่างฉันอยากทำน่ะ ตั้งแต่จำความได้นอกจากบาสก็ไม่เคยอยากทำอะไร

'จะเกี่ยวกับคุณแม่รึเปล่านะ' คุณแม่กับพ่อของฉันน่ะหย่ากันตั้งแต่ฉันอายุได้ขวบกว่าๆ หลังจากนั้นพอฉันอายุ 5 ขวบคุณแม่ก็เสียด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ทำให้ต้องย้ายมาอยู่กับพ่อ...แต่เจ้าตัวที่เอาแต่ลุ่มหลงภรรยาใหม่ของเขาหัวปักหัวปำก็ละเลยหน้าที่ในฐานะพ่อไป

ฉันโตมาแบบนั้น...ฉันยังคิดถึงคุณแม่อยู่ตลอด เคยแอบเก็บรูปคุณแม่เอาไว้ตอนเด็กๆแต่ก็ถูกพ่อเอาไปทิ้ง ที่เหลืออยู่ก็มีแค่ใบเดียวเป็นตอนที่คุณแม่กำลังอุ้มฉันอยู่ในบ้านหลังเก่า

'นี่ซูมิน พรุ่งนี้ว่างมั้ย'

'ก็ว่างนะทำไมหรอ จะชวนไปเที่ยวไหนอีกละ' ซูมินเงยหน้าจากโทรศัพท์ในมือขึ้นมาถามฉันขณะที่เรากำลังยืนรอรถไฟเทียบท่า

บ้านของฉันกับซูมินยังต้องนั่งรถไฟไปอีกสี่สถานี เพราะบ้านใกล้กันด้วย ฉันกับซูมินเลยเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่ที่ฉันย้ายมาอยู่กับพ่อ

'อืม อยากไปเยี่ยมคุณแม่บ้างน่ะ'

'เอาสิ จะว่าไปเทะจิก็ไม่ได้ไปเลยนี่นะตั้งแต่ย้ายมาน่ะ' ซูมินว่าเป็นเวลาเดียวกับที่รถไฟมาพอดี

'อื้ม พ่อห้ามไว้น่ะจริงๆก็ไม่ได้ไกลหรอกนั่งรถไฟสายนี้นี่ล่ะไปอีกราวๆหกสถานีได้'

'ก็ไม่ได้ใกล้ซะทีเดียวนะ ว่าแต่พ่อของเทะจิเนี่ยจนตอนนี้ก็ยังไม่ยอมให้เทะจิพูดหรือนึกอะไรเกี่ยวกับคุณแม่อีกหรอ'

'ก็ประมาณนั้น ที่จะไปนี่ก็คิดว่าจะไม่บอกเหมือนกัน' ฉันตอบกลับ หลุดหัวเราะออกมานิดๆที่เจ้าตัวแขนไม่ถึงราวจับด้านบนเลยพยักเพยิดให้ไปนั่งที่ที่เพิ่งมีคนลุกออกไปแทน

ปกติเราก็จะกลับอีกเที่ยวนึงล่ะนะ แต่เพราะวันนี้อยู่เคลียร์งานกันจนเย็นเลยต้องมาเบียดเสียดกับผู้คนในชั่วโมงเลิกงานแบบนี้แทน

'สถานี Akihabara! สถานี Akihabara!'

'เหวอ!!' ฉันไม่ค่อยชอบเท่าไรแต่พอถึงสถานีนี้ทีไรผู้คนก็จะกรูกันออกไปจนวุ่นวาย เกือบจะกวาดเอาฉันที่ยืนอยู่ใกล้ประตูออกไปด้วยทุกที

ให้ตายสิ! ฉันถึงไม่ชอบขึ้นรถไฟที่คนเยอะๆไง!

'ขอโทษนะคะ ขอทางหน่อย'

ฉันตีหน้ายุ่งก่อนจะเบี่ยงตัวหลบให้ผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งแทรกตัวออกไป แต่เพราะคนมันเยอะทำให้เธอที่ตัวเล็กอยู่แล้วถูกเบียดมาชนฉัน

'อ๊ะ! ขอโทษค่ะ' เธอเงยหน้าขึ้นมากล่าวขอโทษชั่วครู่แล้งแทรกตัวออกไป

แต่แม้เพียงแค่แปปเดียวแต่กลิ่นหอมๆที่ติดตัวเธอนั่นทำให้ฉันมองตาม

....ร่างกายเล็กบาง ผมสีดำยาวลงมาถึงกลางหลัง ผิวขาวสะอาด ใบหน้ากลมๆ คิ้วก็ขมวดกันยุ่ง มันเหมือนกับ...

'เทะจิรักพี่เนรุนะ พอเทะจิโตขึ้นเทะจิจะมาอยู่กับพี่เนรุ'

เฮ้ย!!! เพราะเหมือนถูกกระตุ้นด้วยความคุ้นเคยนั้นทำให้ฉันชักเท้ากำลังจะก้าวตามเธอออกไปด้วยความรีบร้อน

หมับ!

'เดี๋ยวสิจะไปไหนน่ะ! เราต้องลงสถานีหน้านะ เอ๋อรึไง' ซูมินคว้าแขนของฉันไว้ และพริบตานั้นประตูก็ปิดลงต่อหน้าต่อตา ฉันหันมองซูมินแล้วเหลียวกลับไปมองตามผู้หญิงคนนั้น

เธอหายไปกับฝูงชนแล้ว

'ซะ ซูมิน....'

'เป็นอะไรรึเปล่าน่ะเทะจิ' ซูมินขมวดคิ้วถามเพราะเห็นสีหน้าของฉันที่ไม่ค่อยดีเท่าไร

'ฉัน...เจอแล้ว'

'ห๊ะ?'

'ฉันเจอแล้วซูมิน! ฉันนึกออกแล้วว่าฉันเคยให้คำสัญญากับใครไว้!!'...ใช่แล้ว ฉันมีมันอยู่จริงๆ เรื่องที่ต้องทำน่ะ

...ตอนนั้น ที่คุณแม่เพิ่งเสียใหม่ๆฉันไม่ได้ถูกส่งมาอยู่กับพ่อทันที

ยังมีอีกคนหนึ่ง

มีอีกคนที่อยู่กับฉันด้วย

นากาฮาม่า เนรุ....น้องสาวของคุณแม่ เธออยู่กับฉันแล้วก็คุณแม่ตั้งแต่ที่คุณแม่ยังไม่เสีย ถึงจะยังนึกช่วงเวลาดีๆที่เคยมีกันสามคนไม่ออกแต่ก็รู้ได้ว่ามันเคยมีความสุขมาก

วันนั้นที่คุณแม่จากไป...ที่โรงพยาบาล ต่อหน้าร่างไร้วิญญาณใต้ผ้าขาวของคุณแม่ ฉันไม่ได้อยู่คนเดียว!

'ไม่เป็นไรนะเทะจิ ฮึก พี่ยังอยู่กับเทะจินะ' เด็กสาววัย 15 ที่กอดร่างกายเล็กๆของฉันกล่าวแบบนั้นไว้ด้วยเสียงสั่นๆ เพราะเธอเองก็ร้องไห้ไม่ต่างกัน

'พี่เนรุ~ ทำไมคุณแม่ถึงไม่มาเล่นกับเทะจิล่ะ ทำไมคุณแม่ถึงเอาแต่นอน ฮืออออ~' ฉันในตอนนั้น ไม่รู้หรอกว่าความตายมันเป็นยังไง ก็แค่ร้องไห้เพราะคุณแม่ไม่ลุกมาเล่นด้วย

'คุณแม่ของเทะจิเหนื่อยแล้ว เทะจิให้คุณแม่พักนะ..ต่อจากนี้ พี่จะดูแลเทะจิเอง' นั่นเป็นคำพูดที่เธอบอกกับฉัน...

แต่ถึงเธอจะบอกแบบนั้น...ตัวของพี่เนรุในตอนนั้นเองก็เพิ่งจะอายุ 15 ไม่มีงาน ไม่มีเงินเดือน ยังไม่ได้ขึ้น ม.ปลายด้วยซ้ำ กับการต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองไปพร้อมๆกับเด็ก 5 ขวบอีกคนนึงน่ะ...

มันต้องไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว

'เทะจิพี่จะทำยังไงดี พี่ดูแลเราไม่ไหวหรอก แต่พี่ไม่อยากให้เธอไปอยู่กับเขา!! พี่รับปากแม่ของเทะจิไว้แล้วว่าจะไม่ให้เทะจิไปอยู่กับพ่อ' ตอนนั้นพี่เนรุก็คงจะร้องไห้ ฉันพอจะจำได้แล้วล่ะ...ความเจ็บปวดของพี่เนรุน่ะ จำได้แล้วว่าตอนนั้นพี่เนรุกอดฉันแน่นขนาดไหน

'พี่เนรุ~'

ไม่เป็นไรหรอกฉันเข้าใจ...

'อึก ฮือออ'

ถึงฉันจะยังเด็กมาก...

'พี่เนรุ พี่เนรุ พี่เนรุ~'

ตอนนั้นฉันไม่รู้หรอกว่าพี่เนรุร้องไห้ทำไม

'อึก ว่าไงคะ' พี่เนรุยิ้มทั้งน้ำตาแล้วลูบหัวฉันเบาๆ

'เทะจิจะไปอยู่กับคุณพ่อ'

'เทะจิ...'

'เทะจิรักพี่เนรุนะ พอเทะจิโตขึ้นเทะจิจะมาอยู่กับพี่เนรุ' ฉันใช้มือเล็กๆกำคอเสื้อของพี่เนรุแล้วพูดออกไปแบบนั้น ฉันน่ะ....

....ก็แค่อยากให้พี่เนรุยิ้ม

และนั่นก็เป็นคำสัญญาที่ฉันให้ไว้กับพี่เนรุก่อนที่จะย้ายมาอยู่กับคุณพ่อ คำสัญญาเมื่อ 13 ปีก่อน

บ้าจริง!! ทั้งๆที่เรื่องสำคัญขนาดนั้น ทำไมฉันถึงลืมมันไป

เพราะพ่อเอาแต่ปิดกั้นฉันจากคุณแม่...

ทั้งๆที่...ฉันรักพี่เนรุขนาดนั้นแท้ๆ!!
.
.
.
'แล้ว....คิดว่าจะหาตัวเธอง่ายขนาดนั้นเลยหรอ' ซูมินหันมาถามฉันหลังจากที่เรามาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านชั้นเดียวหลังเล็กๆหลังหนึ่งที่ห่างจากบ้านเราถึงเจ็ดสถานี

'ไม่รู้สิ' พอนึกออกวันรุ่งขึ้นก็ต้องเปลี่ยนแผนมาที่บ้านที่ฉันเคยอยู่กับพี่เนรุแทน

'ดูเหมือนจะไม่อยู่นะ' ซูมินว่าพลางมองลอดรั้วเข้าไป

'นี่มันวันเสาร์นะ เย็นแล้วด้วย' เพราะโดนพ่อห้ามไม่ให้มาแถวนี้แถมยังไม่ได้มาซะนานทำให้เสียเวลาไปกับการหลงทางพักใหญ่ๆจนพระอาทิตย์จะตกดินอยู่แล้ว

'คิดว่าจะได้เจอง่ายๆแบบนั้นเลยหรอ ไม่ได้เจอหันมากี่ปีแล้วน่ะ' ซูมินหันมาถามเชิงบ่นกลับ

'แต่ว่านะ..ดูเหมือนจะยังไม่ย้ายออกไปล่ะ' ฉันตอบก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ๆรั้ว พอลองขยับดู

ตึ่ง! ก็ต้องล็อคอยู่แล้วสิ

'เอาไงดี' คิดว่าซูมินคงอยากจะถามว่าจะรอหรือจะกลับมากกว่าละนะ

'ปีนเข้าไปเลยดีมั้ยนะ' รั้วดูจะไม่สูงมากด้วยสิ

'ได้ที่ไหนเล่า'

'อ๊ะ! ไม่ต้องห่วง ถ้าซูมินปีนไม่ถึงละก็ฉันเข้าไปคนเดียวก็ได้นะ'

โป๊ก!!

'ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้นซักหน่อย!!' โธ่! แค่นี้ทำไมต้องเขกหัวกันด้วยไม่ได้จะปีนจริงๆซักหน่อย ถึงจะแอบหาทางอยู่ก็เถอะ

'ก็..คงต้องรอละนะ' ฉันตอบ พอลองมองลอดเข้าไปด้านในก็เห็นสนามเล็กๆที่เคยวิ่งเล่นกับพี่เนรุ

คุณแม่น่ะสุดยอดไปเลยนะ ผู้หญิงตัวคนเดียวกลับเลี้ยงฉันมาได้แถมยังส่งเสียพี่เนรุเรียนอีก...ขาดคุณแม่ไป ฉันกับพี่เนรุลำบากน่าดู

'นี่!! ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องตามน่ะ!!' เสียงตะคอกที่ดังมาตามทางเรียกความสนใจของพวกเราให้หันไปมอง เพราะยืนลับๆล่อๆอยู่หน้าบ้านคนอื่นซูมินเลยคว้าคอเสื้อของฉันเข้าไปหลบอยู่มุมเสาไฟฟ้า 

พอลองมองออกไปก็เห็นร่างของคนสองคน ไม่สิ! คนหนึ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามอีกคนหนึ่งมาทางนี้ แล้วคนที่เดินนำมานั้นก็คนคนเดียวกับที่ฉันหาอยู่!

'เรายังเคลียร์กันไม่จบนะ!!' คนที่เดินตามหลังมาคว้าแขนของผู้หญิงตัวเล็กเอาไว้

'ก็ได้! ขอถามจริงๆเถอะ...ริสะเคยรักฉันบ้างมั้ย' ดูเหมือนจะเป็นแฟนกันอะไรทำนองนั้นรึเปล่านะ...กับผู้หญิงตัวสูงที่ตามมาน่ะ ทะเลาะกันอยู่หรอ?

'เนรุ...'

'ถ้าที่ผ่านมาคนที่อยู่ในใจของริสะมาตลอดไม่ใช่ฉันละก็..ปล่อยฉันไปเถอะ อย่าฝืนมันต่อไปเลย' ผู้หญิงตัวเล็กคนนั้นว่า ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา คงเพราะสะกดอารมณ์อยู่

'ฉัน....'

'กลับไปเถอะริสะ ฉันขอร้อง...เรา เลิกกันเถอะ' เป็นแฟนกันจริงๆด้วย แต่จะพูดให้ถูกอดีตแฟนมั้ยนะ ถึงอย่างนั้นก็เถอะ

ก็เจ็บอยู่เหมือนกันนะ...

'มีแฟนแล้วแหะ' ซูมินกระซิบ

'โสดแล้วต่างหาก' ฉันตอบ แต่สายตายังจับจ้องไปที่ร่างตรงหน้าไม่วางตา คนที่ชื่อริสะคนนั้นจากไปแล้ว ส่วนพี่เนรุ...

พอคล้อยหลังคนคนนั้นก็ทรุดตัวลง ยกมือปิดหน้าแล้วก็ปล่อยน้ำตาออกมาที่ตรงนั้นแบบไม่อายใคร โชคดีที่ไม่มีใครผ่านมาด้วย

'แล้วจะเอายังไงละ'

แปะ! แปะ! แปะ! ฉันและซูมินเงยหน้ามองท้องฟ้าที่อยู่ๆฝนก็ตกลงมา แล้วหันกลับไปมองร่างเล็กๆของผู้หญิงคนเดิมที่ยังไม่ไปไหน แม้ร่างกายจะเปียกปอนไปเยอะแล้ว

'ซูมินว่า.....ฉันหน้าตาเปลี่ยนไปจากตอนเด็กรึเปล่า'

'ตอนเด็กหรอ ก็เปลี่ยนไปเยอะอยู่นะ...ไม่เหลือร่องรอยเทกคุงคนใสซื่อคนนั้นเลย นี่!! เดี๋ยวสิ!!'

พอได้รับคำตอบที่น่าพอใจฉันก็ไม่สนใจเสียงเรียกของซูมินอีก...ฉันวิ่งออกมาจากตรงนั้น

จะทำะไรน่ะหรอ...ไม่รู้สิ

ก็เคยบอกไปแล้วไงว่าฉันแค่ไม่อยากให้พี่ร้องไห้

'พี่สาว มานั่งร้องไห้ทำไมตรงนี้น่ะ ฝนกำลังตกอยู่นะ' ฉันวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าคนตัวเล็ก เอื้อมมือแตะไหล่เจ้าตัวเบาๆแล้วถามออกไป

'อึก ฮือออ' ดูเหมือนเธอนะไม่สนใจฉันเลยนะ ฝนนี่เองก็ด้วย

'นี่!! พี่! ถึงจะเสียใจขนาดไหน มันไม่คุ้มนะ!!' ฉันจับตัวเธอเขย่า ตอนนั้นล่ะที่เธอเงยหน้าขึ้นมา

'แล้วเธอเป็นใคร...' เธอปาดน้ำตาแล้วถามฉัน

'เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ บ้านพี่อยู่ไหน' ก็แกล้งเนียนถามไป ลำพังวิ่งเข้ามาทักก็ดูเป็นคนแปลกๆแล้วละ

'บ้าน..หลังนั้น...' ฉันรีบคว้ามือเธอให้ลุกขึ้นแล้วตรงไปที่บ้านเจ้าตัวทันที หนาวชะมัด..พอเหลือบมองตรงเสาไฟฟ้า ซูมินก็ไม่อยู่แล้ว รู้งานดีมากเพื่อน!

'เดี๋ยวสิ!'

'ล็อคอยู่รึเปล่า กุญแจละ' ช่วยไม่ได้ละนะ ฉันไม่อยากให้เธอไปนั่งทำเป็นนางเอก MV ตรงนั้นนี่

'นี่' ฉันคว้ากุญแจจากมือเธอแล้วรีบไขก่อนจะยัดเธอเข้าไปในตัวบ้าน ใช้มือทั้งสองค้ำวงกบเอาไว้แล้วจ้องหน้าเธอ

'หน้าพี่สาวไม่เหมาะกับน้ำตาเลยนะ แล้วก็..อย่าทำร้ายตัวเองแบบนั้นเลย' ฉันตั้งใจจะบอกแค่นั้น แต่พอหันหลังกลับมาเธอก็คว้าชายเสื้อเอาไว้

'เธอเป็นใครกันแน่ มาช่วยฉันทำไม'

'ฉัน แค่ไม่อยากเห็นคนร้องไห้...' ฉันหันกลับมา น้ำตาของเธอยังไหลอยู่..แล้วฉันก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการหยิบผ้าเช็ดหน้าสีอ่อนส่งให้เธอ

'ขอบใจ...ถึงฉันจะไม่รู้จักเธอก็เถอะ' เธอรับมันไปด้วยรอยยิ้มน้อยๆ น้ำตาเองก็เริ่มจะหยุดไหลแล้วด้วย ฉันถึงได้ยิ้มตอบออกไปได้

'อะ อืม..'

'เข้ามาก่อนสิ บ้านเธออยู่แถวนี้รึเปล่า ฝนตกแบบนี้จะกลับได้ยังไง' ก็นะ..พอมาชวนแบบนี้จะปฏิเสธลงได้ไง

'พี่สาวนี่ไว้ใจคนง่ายจังเลยนะ'

'เธอดูไม่มีพิษภัย แล้วก็...พอเห็นเธอยิ้ม มันก็รู้สึกอบอุ่นแปลกๆ' พอมาบอกแบบนี้มันก็เขินนะ! ใครเขาพูดอะไรแบบนี้กันได้หน้าตาเฉยเล่า

'งั้นก็ รบกวนด้วย' พอถอดรองเท้าแล้วเดินเข้ามา ภายในบ้านเปลี่ยนไปนิดหน่อย ถึงแบบนั้นก็เป็นบ้านที่สะอาดและมีระเบียบเหมือนตอนที่คุณแม่อยู่ไม่มีผิด ครัวตรงนั้นที่ชอบวิ่งเข้าไปแอบดูคุณแม่ทำขนม โซฟาตรงนั้นที่ชอบแกล้งหลับให้พี่เนรุอุ้มไปนอน ทีวีที่ทุกๆเย็นจะมาแย่งรีโมตกับพี่เนรุ โต๊ะกินข้าวที่ยังคงมีเก้าอี้วางอยู่สามตัว 

13 ปีที่ผ่านมา มันยังมีกลิ่นอายของพวกเรา...

'ขอบใจนะ เรื่องเมื่อกี้..ถ้าเธอไม่วิ่งเข้ามาคงนั่งร้องไห้เสียสติอยู่ตรงนั้น' พี่เนรุพูดขึ้นก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวส่งให้

'ว่าแต่ทำไมพี่สาวถึงไปนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นล่ะ คนผ่านไปมาตั้งเยอะแยะ' ฉันตีหน้าซื่อถามออกไป มือก็เช็ดหัวไปด้วย

'เพิ่งเลิกกับแฟนน่ะ'

'แฟนพี่สาวนี่โง่เนอะ ทิ้งพี่สาวน่ารักๆแบบนี้ไปได้ลงคอ' อันนั้นฉันคิดจริงๆนะ

'ก็ไม่เคยรักกันอยู่แล้วนี่ ทั้งวันเกิด วันครบรอบ จะสำคัญขนาดไหนก็ไม่เคยจำได้ ทั้งๆที่ก็มีคนที่รักอยู่แล้วจะมาจีบทำไมกัน' เจ้าตัวว่าเสียงสั่นๆ เหมือนเป็นความอึดอัดที่เก็บมานาน พอทำท่าจะร้องไห้อีกรอบฉันก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าดึงเธอเข้ามากอด

'ทำไมกันนะ...' ฉันได้แต่โทษตัวเอง ผู้หญิงในอ้อมกอดของฉันคนนี้ช่างดูโดดเดี่ยว

'พี่สาวคบกับคนคนนั้นมานานแล้วหรอ'

'กะ ก็..ปีกว่าได้' เธอพยายามตอบฉันพร้อมกับปาดน้ำตาไปด้วย

'งั้นหรอ คงจะ..เสียใจมากเลยใช่มั้ย' ฉันยกมือขึ้นลูบผมเธอเบาๆโดยไม่สนว่าเธอจะอายุมากกว่า

'....'

'เอ๋? อะไรหรอ' ฉันเลิกคิ้วถามเพราะเธอไม่ยอมตอบแถมเอาแต่จ้องตาฉันไม่กระพริบ

'ก็..แปลกนะที่ไม่เจ็บมากเท่าเมื่อกี้แล้ว' ฉันยกยิ้มน้อยๆ มือปาดเอาคราบน้ำตาที่หยุดไหลไปแล้ว

'คงเพราะได้ร้องไห้ออกมาละมั้ง'

'ช่วงหลายวันมานี้ฉันร้องไห้ทุกวัน..แค่ไม่มีใครมากอด มาคอยเช็ดน้ำตาให้ ถึงออกจะแปลกไปซักหน่อยที่เราไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ฉันอยากรู้จักเธอ' ใจของฉันเต้นระส่ำด้วยความตื่นเต้น ฉันยังพอมีหนทางอยู่ใช่ไหม

'ฉันยังพอมีหวังใช่ไหม' ฉันถาม

'ก็..ฉันยังไม่ได้ลืมเขาหรอกนะ แต่มันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะยึดติด ตั้งแต่เมื่อกี้ฉันไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงวิ่งเข้ามา ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงช่วยฉัน รวมไปถึงไม่รู้ว่าตัวเองทำไมถึงได้ลืมความเจ็บนี้ไปชั่วขณะเพียงแค่อ้อมกอดของเธอ' เอาเป็นว่าฉันพึงพอใจกับคำตอบละนะ ฉันคลี่ยิ้มตอบเธอ

'ฉันไม่ขอหรอกนะว่าถ้าพี่สาวจะเปิดใจก็ให้นึกถึงฉันน่ะ...เพราะฉัน จะทำให้พี่สาวลืมคนคนนั้นเอง'
.
.
.
ฉันทิ้งท้ายไว้เท่านั้น หลังจากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก ฉันไม่ได้บอกชื่อเธอ ไม่ได้บอกอะไรมากไปกว่าขอตัวกลับ ถึงแม้จะเป็นเวลามืดมากแล้วแต่ในคืนนั้นฉันก็ทันรถไฟเที่ยวสุดท้ายเพื่อกลับบ้านพอดี ฉันบอกกับเธอว่าฉันจะไปหาอีกแต่นั่นก็อาทิตย์กว่ามาได้แล้ว เพราะฉันยังไม่พร้อมที่จะกลับไปตอนนี้ละนะ

ฉันยังมีเรื่องให้สะสางอยู่...

'พ่อ! ฉันไปละนะ!' ฉันหันกลับไปตะโกนบอกพ่อหลังจากผูกเชือกรองเท้าเสร็จ แต่แปลกไปจากเดิมแทนที่ชายวัยกลางคนคนนี้จะนั่งจิบกาแฟอยู่ในบ้านวันนี้เขาเดินออกมา

'ทำไมไปเร็วนักละ'

'วันนี้จะมีพิธีจบการศึกษา'

'งั้นหรอ...' ให้ตายสิ! พ่อก็ยังเป็นพ่อ แม้ในวันสำคัญที่สุดของฉันก็ยังคงลืม

'อืม อาจจะกลับช้าหน่อยนะ' หรือบางทีอาจจะไม่กลับมาเลยก็ได้...

'อืม' เขาตอบรับแค่นั้นแล้วก็จากไป ฉันหันกลับมาให้ความสนใจกับของข้างตัวที่พ่อไม่ได้สังเกตุเห็นมันสักนิด กระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่บรรจุเสื้อผ้าของฉันไว้จำนวนนึง

'เอาเถอะถึงจะยังไม่พร้อมดี แต่ก็ปล่อยพี่เนรุให้อยู่คนเดียวอีกไม่ได้แล้วละนะ'
.
.
.
'นี่เทะจิจะเอาแบบนี้จริงๆหรอ'

'อื้ม ว่าแต่ซูมินไม่เห็นต้องตามมาเลยนี่นา' ตอนนี้เราสองคนยืนอยู่หน้าบ้านที่คุ้นเคย หลังจากพิธีจบการศึกษาเราสองคนก็ขึ้นรถไฟมาที่นี่ทันทีเพราะความใจร้อนของฉันละนะ

'มาส่งไง' ซูมินตอบกลับก่อนจะยกมือขึ้นกดออดให้

'งั้นก็กลับได้แล้ว ขอบใจนะ' ก็ไม่ได้อยากจะไล่หรอกนะแต่ซูมินเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆนี่นาให้กลับรถไฟดึกๆไม่ได้นะ

'งั้นก็ลาละนะ' ฉันโบกมือให้ซูมินที่กำลังแยกออกไป

แกร๊ก!! คล้อยหลังซูมินไม่ทันไรฉันก็ต้องหันขวับกลับมาพร้อมด้วยรอยยิ้มใสซื่อให้เจ้าของบ้านคนเดิมที่เดินออกมาเปิดประตู...พี่เนรุ

'เธอ...'

'ไงพี่สาว ขอเข้าไปหน่อยได้รึเปล่า' ฉันฉีกยิ้มกว้างหลังจากที่เธอเบี่ยงตัวหลบให้เดินเข้าไปก่อนจะปิดประตู

'ไม่นึกว่าจะมาอีก' พี่เนรุที่เดินตามมาพูดขึ้น ดูเหมือนว่าจะกำลังทำกับข้าวรึเปล่านะได้กลิ่นซุปหอมๆลอยมาด้วย

'ก็บอกไปแล้วนี่นา ฉันจะตามตื๊อพี่จนพี่รำคาญเลยล่ะ'

'ก็หายไปอาทิตย์กว่าแล้ว' ฉันชะโงกหน้าเข้าไปในครัวอย่างถือวิสาสะ ซุปจริงๆด้วย

'ก็ฉันยังเป็นนักเรียน ม.ปลายนี่นา จะว่าไปคงต้องพูดว่าอดีตสิฉันเพิ่งจบการศึกษามาวันนี้เอง'

'เอ๋! จริงด้วย ใส่ชุดนักเรียนอยู่นี่นา' พี่เนรุจัดตัวของฉันหมุนดูอย่างตื่นเต้น สงสัยจะห่างหายจากชุดนักเรียนไปนาน

'นี่ๆมันมึนหัวนะพี่สาว'

'เรียกพี่สาวๆอยู่ได้ ฉันมีชื่อนะบอกไปแล้วไง เนรุน่ะเนรุ'

'ฮะฮะ รู้แล้วๆพี่เนรุ' นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเรียกชื่อเธอทำให้เธอชะงักกึก

'อะไรหรอ' 

'...เปล่า แค่นึกถึงใครคนนึงน่ะ ว่าแต่วันนี้จะบอกชื่อของเธอได้รึยังล่ะ'

'ไม่จำเป็นต้องบอกหรอกน่า' ฉันละความสนใจจากซุปที่คงยังไม่ได้ที่แล้วเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟา

'หมายความว่าไงที่ว่าไม่จำเป็นน่ะ นี่ตั้งใจจะจีบฉันจริงๆรึเปล่าเนี่ย' พี่เนรุเดินตามมา

'บ้านนี้พี่อยู่คนเดียวหรอ' เป็นอีกครั้งที่คำถามของฉันทำให้พี่เนรุชะงัก เธอมองไปรอบๆบ้านด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึก

'...ก็ เคยอยู่กับพี่สาวน่ะ แต่เสียไปนานมากแล้ว'

'หรอ..งั้นมาอยู่ด้วยได้สินะ'

'จะเป็นไปได้ยังไง' พี่เนรุขมวดคิ้วเชิงดุที่พูดอะไรไม่เข้าท่า นี่ขนาดยิ้มกว้างสุดๆไปแล้วนะ

'อะไรกันไม่ได้หรอ' ฉันตีหน้ายุ่งบ่นเสียงเนือยๆ

'ต้องไม่ได้สิ'

'ทั้งๆสัญญากันแล้วแท้ๆ'

'....'

'หื้ม....' ฉันเลิกคิ้วข้างหนึ่ง เพราะจบประโยคนั้นทางนั้นก็เงียบไปเลยเงยหน้าขึ้นดู

'..สัญ..ญา?' 

'ใช่สิ ไหนบอกว่าพอโตขึ้นแล้วจะให้มาอยู่ด้วยไง' ฉันขมวดคิ้วจนยุ่งแล้วถามออกไป

'...เธอ..'

'อะไรกันจำไม่ได้หรอ' ฉันถามย้ำ

'...เทะจิ...หรอ' ฉันพยักหน้ารับ

'ใช่สิ...หวา! อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ!' พี่เนรุทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้ว

'...ทำไมเธอถึง...' ฉันอ้าแขนรับร่างกายของคนที่โถมตัวเข้ามา อ้อมกอดที่รุนแรงจนล้มลงไปกับโซฟาทั้งคู่

'คุณพ่อ..ไม่ยอมให้มาหาเลย..ขอโทษนะพี่เนรุ' ฉันว่าแล้วกอดตอบเธอให้แน่นยิ่งกว่าที่เธอกอดฉัน

'ทำไมถึงไม่บอกกันละ'

'...ฉันไม่อยากกลับมาเพราะเป็นหลานของพี่'

'...เอ๊ะ' พี่เนรุเงยหน้ามองฉันอย่างสงสัย ฉันสบตาตอบทั้งยังไม่คลายกอดอยากจะแสดงให้รู้ว่าฉันจริงจังกับสิ่งที่จะพูดมากจริงๆ

'ฉันบอกไปแล้วไง..ว่าจะทำให้พี่ลืมเขา...ฉันน่ะ รักพี่เนรุนะ มาตลอดตั้งแต่ตอนเด็กๆ รักแบบที่ชีวิตนี้จะไม่รักใครแบบนั้นอีกแล้ว วันนั้นเมื่อ 13 ปีก่อนที่ฉันเห็นพี่ร้องไห้ ฉันก็บอกกับตัวเองว่าฉันจะทำทุกทางให้พี่ยิ้ม แต่ถึงแม้ฉันจะเสียสละมากมายขนาดนั้น...คนคนนั้นก็ทำให้พี่ร้องไห้ เขาทำให้ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรไปจากพี่ ฉันจะไม่หันหลังให้พี่อีกแล้ว จะไม่มีวันลืม ทั้งคำสัญญานั่นและก็คำสัญญาในวันนี้ ฉันจะดูแลพี่ ความรักอย่างที่คนคนนึงจะให้ใครสักคนได้ฉันจะให้พี่ทั้งหมด....ให้ฉันได้เป็นคนคนนั้นได้ไหม' ประโยคยาวเหยียดที่ฉันบอกออกไป ไม่รู้หรอกว่าตอนนี้พี่เนรุจะรับมันได้มากแค่ไหน ฉันอาจจะไม่ใช่หลานคนเดิมที่พี่เนรุรักนักหนา แต่ฉันเองอยากลองเสี่ยงดูบ้าง ฉันเสียเวลาไปมากพอแล้ว

'....อืม ขอบคุณที่กลับมา ความอบอุ่นของเทะจิแล้วก็ความอ่อนโยนนี้ก็ด้วย มันช่วยเยียวยาได้เยอะเลยล่ะ ซักวันนึงก็อยากจะรักเทะจิแบบเทะจิรักบ้าง' พูดจบก็ซบลงกับอกของฉัน ฉันกระชับกอดให้แน่นขึ้นอีก

เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว...

การที่ได้กลับมาพบกับพี่เนรุอีกมันทำให้ฉันรู้ว่าตัวเองไม่เคยลืม

ความรู้สึกที่มีต่อพี่เนรุ มันยังคงเดิม

มันเพียงแค่ถูกปิดผนึกไว้เพื่อที่จะรอ สักวัน

รอให้ฉันได้นึกออกแล้วหาเธอเจอในที่ไหนสักแห่งบนโลก....

 

----------------------------------------------

ครับสำหรับฟิคเรื่องใหม่ของผมนี้เป็น 'ฟิคแก้บน' ของผมครับ เพราะอยู่ในช่วงสอบเลยห่างหายจากการเขียนฟิคไปนานพอสมควรเลย ยังไงก็แล้วแต่คาดไว้ว้าจะแต่งต่อๆไปถ้ามีเวลาแล้วก็พยายามจะอัพสกิลการเขียนของตัวเองครับ

ถ้างานที่เสร็จอย่างรีบๆนี้ดำเนินเรื่องเร็วไปสักหน่อยก็ขอโทษด้วยนะครับ ตามที่ผมบนเอาไว้คือจะลงในนี้เรื่องนึงแล้วก็ทวิตอีกเรื่องนึงครับในส่วนของทวิตคงอีกสัก 2-3 วันได้ยังไงก็ฝากด้วยนะครับผม

ส่วนนี่ทวิตของผมนะครับ

@AMYouAN 

ผมไม่ค่อยมีคนคบเท่าไรครับ ^^ ปกติก็เลื่อนๆอ่านไปเรื่อยๆในหน้าฟีดยังไงก็คุยกันได้นะครับ

ถ้ายังมีตรงไหนแปลกๆก็ติชมกันได้นะครับแล้วจะปรับปรุงในเรื่องต่อๆไปให้ดีขึ้นครับ

สุดท้ายก็ขอบคุณมากครับที่อ่านจนจบ

*EDIT เพิ่มเติมในส่วนของทวิตที่ลงแล้วครับ

https://twitter.com/AMYouAN/status/825290809230581760

Share this post


Link to post
Share on other sites

ฟินมากกกกกก:dookdik_bun_17:นึกว่าจะมาม่าซะละ

เดี๋ยวตามไปอ่านในทวิตเน้อออ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ฟินนนนนนนนน >w<

สนุกมากค่ะ

น้องเทะน่ารักละเกินนนนน

Share this post


Link to post
Share on other sites

เทะจิแกร้ายทั้งแต่เด็กเลยนะมีการแกล้งหลับแล้วหรอกให้เนรุอุ้มเนียนะ
ชอบฟิคนี้มากมันกินใจสุดๆ:dookdik_005_mushroom: อยากให้มีตอนต่ออีกจัง

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now
Sign in to follow this  
Followers 0