Sign in to follow this  
Followers 0

[FIC] เธอก็คือเธอ (TechiNeru,YukkaNen) 04 (17/03/17)

9 posts in this topic

ทุกคนเชื่อเรื่องโชคชะตากลั่นแกล้งไหม?


แกล้งให้เรามาพบอะไรที่ไม่ควรเจอ


แกล้งให้เราต้องมารักใครที่ไม่ควรรัก


แบบที่ฉันกำลังสัมผัสอยู่ตอนนี้

 

 

ฉันชื่อฮิราเตะ ยูรินะ นักเรียนม.1 ในโรงเรียนบ้านนอกเขตชานเมืองจังหวัดไอจิ ครอบครัวของฉันก็คล้ายๆกับครอบครัวทั่วๆไป ต่างแค่ฉันไม่มีแม่ แม่ออกจากบ้านไปหลังฉันคลอดได้ไม่นาน ทิ้งให้ฉันอาศัยอยู่กับพ่อและพี่ชายที่อายุห่างกันมากโข มากจนเหมือนมีพ่อสองคนอยู่ในบ้าน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกแย่อะไร เพราะทั้งคู่ก็ทดแทนส่วนที่ฉันขาดได้เป็นอย่างดี

 

ฉันใช้ชีวิตในฐานะนักเรียนธรรมดาๆมาตลอด จนกระทั่งวันนั้น

 

วันที่ฉันจบม.1 พอดี

 

    เพราะวันนั้นเป็นวันสอบเสร็จ ฉันเลยไปฉลองกับเพื่อนๆในตัวเมืองนาโกย่าจนเย็น ก่อนจะมุ่งหน้ากลับบ้าน เส้นทางเดิมๆ กลิ่นอายเดิมๆของทุ่งนาและลำธารเล็กๆที่ตัดผ่านหมู่บ้าน ในวันนั้นมีบางอย่างแปลกไป ความเงียบสงบในยามเย็นที่เป็นปกติของหมู่บ้านถูกทำลายด้วยเสียงไซเรนดังลั่นไปทั่วบริเวณ แสงไฟจากทั้งรถตำรวจและรถฉุกเฉินวิ่งขวักไขว่ไปทั่ว ในตอนนั้นสิ่งที่รู้คือฉันออกวิ่งไปอย่างสุดกำลัง เพราะปลายทางที่รถฉุกเฉินทั้งหลายมุ่งไปนั้นมันคือหน้าบ้านฉันเอง 

 

ครอบครัวของฉันถูกฆาตกรรม

 

ทั้งพ่อและพี่ชาย รวมถึงคุณปู่ที่มาเยี่ยมจากตัวเมือง ทุกคนเสียชีวิตทั้งหมด

 

และตั้งแต่วันนั้น โลกที่ฉันเคยรู้จักก็พังทลายลงไปแล้ว
 

Share this post


Link to post
Share on other sites

ใครฆ่าครอบครัวน้องเทจของฉัน สร้างบ้านเตรียมขนมไว้ จุดไฟรอเลยค่ะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

เฮ้ย!! โอ้ย!!!!”

เพราะฝันร้ายในวัยเด็ก ปลุกให้ฉันสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาจนหัวไปฟาดกับเตียงชั้นบนในห้องนอนเข้าอย่างจัง

 

เทจิ! มันใช่เวลาเอาหัวมาเคาะเตียงชาวบ้านเล่นไหมเนี่ย ฉันตื่นเลยโว้ย!”

ตามมาด้วยเสียงโวยของคนที่นอนอยู่บนเตียงชั้นบน...

 

เอาน่า อากาเนะ นี่ก็เช้าแล้ว ถือซะว่าตื่นเร็วกว่าเวลาปกติซักสิบกว่านาทีแล้วกันนะ

หือ? เดี๋ยวนะ เตียงข้างบนมันควรมีคนนอนแค่คนเดียวนี่... พอตั้งสติได้ฉันก็รีบหันไปมองอีกมุมหนึ่งของห้อง ซึ่งมีเตียงเดี่ยวอีกเตียงตั้งอยู่ แต่มันไม่มีเงาของคนที่ควรจะนอนอยู่บนนั้นแล้ว

 

พี่ยูกะ พี่อากาเนะ พวกพี่ขึ้นไปนอนด้วยกันอีกแล้วหรอ ถ้าซักวันเตียงมันถล่มลงมาทับหนู หนูฆ่าพวกพี่จริงๆนะ

ฉันเดินออกมาให้พ้นขอบเตียงแล้วมองขึ้นไปยังเตียงชั้นบน ใช่จริงๆ พวกเขาสองคนขึ้นไปนอนด้วยกันอีกแล้ว ให้ตายเถอะ

 

ก็อากาะเนะกลัวผีนี่... เอาน่าๆ อย่าบอกพ่อนะเดี๋ยวพวกพี่จะโดนกันหมด

เฮ้อ... สองคนนี้นี่จริงๆเลย ฉันได้แต่ส่ายหัวอย่างหน่ายๆให้กับความคิดของพี่สาวต่างมารดาทั้งสองคน แต่ก็รับปากว่าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปฟ้องพ่อ เหมือนเช่นทุกครั้ง

 

                ฉันชื่อฮิราเตะ ยูรินะ เป็นนักเรียนชั้นม.4 ของโรงเรียนหญิงล้วนเอกชนเคยากิ โรงเรียนหญิงล้วนระดับแนวหน้าในญี่ปุ่น โรงเรียนที่ฉันไม่น่าจะมีโอกาสแม้แต่ได้เดินผ่านด้วยซ้ำ

                ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน หลังจากเกิดเรื่องนั้น ฉันก็ได้แต่ซึมแล้วเก็บตัวอยู่ในบ้าน ใช่แล้ว บ้านที่ทุกคนถูกฆ่าตาย ในตอนนั้นฉันสับสนไปหมดว่าควรทำยังไงดี แม้คนร้ายจะถูกจับได้แต่ทุกคนก็ไม่ฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว ถึงเพื่อนบ้านที่เป็นห่วงจะพยายามชักชวนให้ไปอาศัยอยู่บ้านพวกเขาเป็นการชั่วคราวแต่ฉันก็ปฏิเสธไปหมด เพราะที่นี่เป็นที่ที่เคยอยู่กับทุกคน ทั้งพ่อ พี่ชาย และคุณปู่ที่มาหาเป็นระยะๆ

                จนกระทั่งวันหนึ่งที่หน้าบ้านมีรถหรูสองสามคันขับมาจอด ก่อนที่ฉันจะได้ยินเสียงไขกุญแจหน้าบ้านและเสียงเลื่อนบานประตูไม้ออก แปลก แปลกมาก ก็ตอนนี้ไม่น่าจะมีใครที่มีกุญแจไขเข้าบ้านอีกแล้วนอกจากฉัน แล้วคนที่เข้ามานั่นเป็นใคร ฉันคิดพลางหันไปหยิบลูกบาสที่อยู่ใกล้มือที่สุด หวังว่าอย่างน้อยเกิดอะไรขึ้นก็ปามันใส่หน้าผู้บุกรุกได้ เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แถมไม่ได้มีแค่หนึ่ง...

 

ใคร?!”

ฉันตะโกนออกไปเมื่อได้ยินว่าเสียงฝีเท้าเหล่านั้นหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องนั่งเล่นที่ฉันอยู่ ในมือกำลูกบาสแน่นถึงจะรู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลยก็ตาม

 

ยูรินะ?

จากอีกฟากของประตู มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก เผยให้เห็นเด็กผู้หญิงสองคนที่น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน กับผู้หญิงวัยกลางคนอีกหนึ่ง

 

คุณเป็นใคร?

แน่นอนว่าฉันไม่ไว้ใจแน่นอน ยิ่งกับที่เพิ่งผ่านสถานการณ์แบบนั้นมา...

 

หนูจำแม่ได้รึเปล่า?

อึ้ง... ฉันได้แต่อึ้งกับคำถามที่ถูกถามกลับมาจนลืมแล้วด้วยซ้ำว่านั่นไม่ใช่คำตอบ คนคนนี้ เรียกแทนตัวเองว่า แม่กับฉันงั้นเหรอ?

 

แม่ขอโทษที่ทิ้งหนูไป ในตอนนั้นเรามีเหตุจำเป็นจริงๆ แต่ตอนนี้ไม่จะอยู่ข้างหนู จะไม่ทิ้งให้หนูอยู่คนเดียวอีกแล้ว ไปอยู่โตเกียวกับแม่เถอะนะ

เธอพูดออกมาแบบไม่เหลือเวลาให้ฉันตัดสินใจ แต่ความไม่ไว้ใจที่มีมาสลายหายไปหมด ฉันหันไปมองกรอบรูปที่ตั้งอยู่ริมประตู รูปเดียวของแม่ที่มีอยู่ในบ้าน รูปที่พ่อ พี่ชาย และผู้หญิงอีกคนกอดฉันที่เป็นทารกเอาไว้ และผู้หญิงคนนั้นก็คือคนเดียวกับที่ยืนอยู่ข้างหน้าฉันตอนนี้

 

 

อืม...

ฉันได้แต่พยักหน้าตอบไป ก่อนที่จะปล่อยให้น้ำตาไหลอาบสองแก้ม และวิ่งเข้าไปกอดแม่ อ้อมกอดแรกที่ฉันได้สัมผัสจากผู้เป็นมารดา

 

นี่ๆ เธอชื่อยูรินะเหรอ ฉันชื่อโมริยะ อากาเนะ เรียกว่าเน็นก็ได้นะ

หนึ่งในสองเด็กแปลกหน้าทักขึ้นมาทำลายความเงียบบนรถหรูที่กำลังวิ่งตัดผ่านท้องนาเข้าสู่ตัวเมือง

 

เอ๋...

 

ไม่ต้องเอ๋น่า จากนี้ไปจะมาอยู่ด้วยกันนี่ รู้จักกันไว้ไม่เสียหายหรอก เนอะ ยูกะ

โมริยะยังคงชวนฉันคุยต่อโดยที่ไม่สนว่าฉันจะตั้งตัวไม่ทันด้วยซ้ำไป ซ้ำร้ายยังพยายามดึงเอาเด็กผู้หญิงอีกคนที่นั่งเงียบมาตลอดเข้าร่วมวงสนทนานี้อีก

 

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันชื่อสุไก สุไก ยูกะ

เด็กผู้หญิงอีกคนขยับแว่นขอบกลมก่อนจะหลบหน้าอย่างเขินอาย

 

                แม่ของฉันในช่วงที่ออกจากบ้านไป ได้ไปแต่งงานใหม่อยู่กับนายทุนสุไก ซึ่งเพิ่งจะสูญเสียภรรยาเก่าไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ไม่นานนัก ซึ่งพี่ยูกะคือลูกสาวของนายทุนที่ว่า ส่วนพี่อากาเนะเท่าที่ได้ยินมาคือเป็นลูกของคนสนิทแม่ของยูกะ ที่เสียชีวิตไปพร้อมๆกันในอุบัติเหตุครั้งนั้น นายทุนสุไกจึงรับพี่อากาเนะมาไว้ในอุปการะ และเลี้ยงดูให้เติบโตมาด้วยกันแบบพี่น้องพร้อมกับลูกสาวคนเดียวของตน ก่อนที่นายทุนสุไกและแม่ของฉันจะได้ข่าวเรื่องที่พ่อและพี่ของฉันถูกฆ่าตาย จึงมารับฉันไปอยู่ด้วย

                พวกเราสามคนโตมาด้วยกันแบบพี่น้อง พี่ยูกะกับพี่อากาเนะอยู่ชั้นม.6 เท่ากัน ส่วนฉันอยู่ม.4 และถึงจะไม่มีความเกี่ยวพันธ์ทางสายเลือดกับนายทุนสุไก แต่ท่านก็ใจดีอนุญาตให้ฉันเรียกว่าคุณพ่อได้ และรักฉันเหมือนลูกแท้ๆคนหนึ่ง กับพี่สาวทั้งสองแม้จะไม่มีใครที่เกี่ยวข้องทางสายเลือดอย่างแท้จริง แต่ก็เป็นเหมือนพี่สาวของฉัน ที่มีส่วนช่วยให้ฉันกลับมาร่าเริงได้หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น

Share this post


Link to post
Share on other sites

พี่อากาเนะโว้ย!! เร็วเข้าเซ่ เดี๋ยวก็ไปไม่ทันหรอก!!”

 

เห็นได้ชัดว่าการโดนฉันปลุกก่อนเวลาไม่ได้ช่วยให้พี่สาวของฉันคนนี้ทำอะไรเร็วขึ้นเลย สุดท้ายฉันก็ต้องออกมาโวยวายรออยู่หน้าบ้านโดยมีพี่ยูกะคอยปรามไม่ให้ส่งเสียงดังเกินไปอยู่ข้างหลัง ก่อนที่ซักพักพี่อากาเนะจะพุ่งออกจากประตูมาขึ้นรถหรูของที่บ้านซึ่งเตรียมไปส่งเราที่สถานีรถไฟ

 

ส่งแค่นี้ก็พอค่ะ

พี่ยูกะพูดกับคนขับรถอย่างนอบน้อมแล้วลงจากสถานีไป ก่อนที่พี่สาวทั้งสองจะแยกกันเดินไปคนละทาง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ทั้งคู่เวลาอยู่ที่โรงเรียนจะทำตัวไม่ถูกกันตลอดเพราะไม่อยากเป็นจุดเด่นมากเกินไป และนั่นเป็นสาเหตุที่พวกเราเลือกให้คนขับรถมาส่งที่สถานีรถไฟแทนที่จะเป็นหน้าโรงเรียน

 

                ส่วนตัวฉันเอง... ฉันก็มีที่ของฉัน ที่ที่ฉันอยากไปอยู่แล้วล่ะ

                ฉันมุ่งหน้าไปที่จุดรอรถไฟบริเวณกลางๆด้วยความเคยชิน ก่อนจะมองเห็นเป้าหมายทั้งสามคนยืนอยู่ลิบๆ

 

หวัดดี!!”

ฉันพุ่งไปกอดคนร่างสูงทั้งสองคน เนื่องจากส่วนสูงที่ใกล้เคียงกันทำให้กอดง่ายกว่าอีกคนที่ตัวเตี้ยกว่า

 

ไม่เอาน่าเทจจัง พี่บอกแล้วไงว่าอย่ากอดแบบนี้ มันตกใจนะ

คนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยเสียงเนิบๆ

ฮิราเตะ แกอยากลองดีเหรอไง

ส่วนอีกคนแม้จะมีวิธีพูดที่ชวนทะเลาะกันแต่เช้า แต่สีหน้าที่แสดงออกมาก็ตรงข้ามกับคำพูดที่พูดโดยสิ้นเชิง

อรุณสวัสดิ์ เทจิ

ก่อนที่คนสุดท้ายที่อยู่ตรงหน้าฉันจะเริ่มเปิดปากบ้าง และเมื่อทุกคนกล่าวทักทายกันครบก็ถึงคราวฉัน

 

หวัดดี พี่ริกะ ริสะ เนรุ

ฉันฉีกยิ้มกว้างให้ทั้งสามคน ริสะกับเนรุเป็นเพื่อนร่วมชั้นของฉันเอง ส่วนพี่ริกะอยู่ห้องเดียวกับพี่สาวทั้งสองคนของฉัน ซึ่งทั้งสามคนเป็นเพื่อนร่วมทางไปโรงเรียนในเวลาที่พี่สาวทั้งสองคนกำลังตีบทคนเกลียดกันอยู่

 

                ฉันสนิทกับทั้งสามคนแทบจะทันทีที่ย้ายเข้ามาเรียนม.ต้นที่โตเกียว เพราะทั้งสามคนขึ้นรถที่สถานีเดียวกันตลอด แน่นอนว่าเวลากลับบ้านด้วยเช่นกัน จากที่ได้ยินมาดูเหมือนว่าเนรุจะอาศัยอยู่กับสองพี่น้องวาตานาเบะ อยู่กันลำพังแค่สามคนเนื่องจากเหตุผลทางหน้าที่การงานของพ่อแม่ทั้งสองครอบครัว แต่ก็ไม่ได้อยู่อย่างขัดสนอะไรเพราะพ่อของพี่น้องวาตานาเบะเป็นถึงนายตำรวจยศสูง ซึ่งนั่นทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายภายในบ้านมากนัก ถึงจะอาศัยอยู่ลำพังแค่เด็กนักเรียนก็ตาม

 

วันนี้มาช้านะ?เนรุเอียงคอถามฉัน

 

อืม พอดีเมื่อเช้าพี่สาวจอมป่วนดันเตรียมตัวช้าน่ะ

 

พวกพี่สาวเธอนี่ก็จริงๆนะ จะทำตัวห่างเหินกันทำไมในเมื่ออยู่บ้านเดียวกันแท้ๆคราวนี้เป็นริสะที่ออกปากบ่น

 

นั่นสิ เวลาอยู่ในห้องนี่แผ่ออร่าจะฆ่ากันให้ตาย ถ้าความแตกว่าอยู่บ้านเดียวกันขึ้นมาคนทั้งห้องคงช็อคแน่เลยเสริมด้วยพี่ริกะที่เงียบมาตลอด

 

                ถึงทั้งสามคนจะไม่รู้รายละเอียด แต่เพราะต้องขึ้นรถจากสถานีเดียวกันตลอดทำให้เรื่องนี้ปิดไม่มิด แต่ทั้งสามคนก็ไม่คิดจะเอาไปพูดกับใครที่ไหนซึ่งถือเป็นเรื่องดี

 

 

 

 

 

เทจิ

เสียงนิ่มๆของเนรุหยุดฉันที่กำลังจะเดินออกจากประตูโรงเรียนไปพร้อมกับพี่ยูกะ พอหันกลับไปก็เจอเนรุกับริสะยืนอยู่

ไปคาราโอเกะกันเหอะ

ริสะเพยิดหน้าไปทางประตูโรงเรียนอีกฝั่งซึ่งสุดทางออกจะเป็นย่านการค้า เป็นแหล่งฆ่าเวลาของเด็กนักเรียนส่วนใหญ่ในโรงเรียนแห่งนี้

 

แต่นั่นไม่ใช่กับฉัน

 

ฮิราเตะ?

คงเพราะฉันเงียบไปนาน ริสะถึงทวนชื่อฉันอีกครั้ง แต่นั่นดันไปกระตุ้นต่อมระเบิดในหัวฉันเข้าโดยที่เจ้าตัวเองยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

 

ไม่ไป!”

ฉันเผลอตะคอกใส่หน้าริสะและเนรุออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ก่อนจะเดินหันหลังหนีทั้งคู่ออกจากประตูโรงเรียน จนพี่ยูกะต้องขอโทษทั้งคู่แล้ววิ่งตามฉันออกมา ตามด้วยพี่อากาเนะที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี

 

                ฉันนั่งเงียบในรถหรูของที่บ้านโดยที่มีพี่สาวอีกสองคนนั่งขนาบสองข้าง ทันทีที่พ้นมุมโรงเรียนเข้าสู่จุดลับสายตาคนฉันก็ทรุดลงแล้วร้องไห้ออกมา จนพี่สาวทั้งสองคนที่วิ่งตามมาถึงกับรีบโทรตามให้รถของที่บ้านมารับ

 

เธอยังฝังใจเรื่องนั้นอยู่เหรอ?

เป็นพี่ยูกะที่เริ่มถามก่อน ใช่สิ ในเวลาแบบนี้เธอมักเป็นคนที่เข้าใจฉันที่สุดเสมอ แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะตอบนอกจากจะปล่อยให้ความเงียบที่พี่ยูกะทำลายไปได้เมื่อครูกลับมาครอบคลุมรถอีกครั้ง

 

                ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นั้นมา ทันทีที่โรงเรียนเลิก แม้จะไปซื้อขนมหรือแวะร้านน้ำชาบ้างตามประสาเด็กม.ปลาย แต่ฉันก็ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองใช้เวลาอยู่กับเพื่อนนานเกินไปจนลืมคนที่บ้านอีกเลย และจะกลับบ้านเร็วเสมอ ซึ่งในจุดนั้นพี่สาวทั้งสองรู้ดีอยู่แล้ว

 

 

ในอีกด้าน วาตานาเบะ ริสะที่เห็นฮิราเตะฟิวส์ขาดแล้วพุ่งออกจากประตูโรงเรียนไปต่อหน้าต่อตาก็ไม่ได้เผยให้เห็นสีหน้าตกใจใดๆราวกับคาดไว้อยู่แล้วว่าเรื่องแบบนี้ต้องเกิดขึ้น แม้แต่วาตานาเบะ ริกะที่เดินตามมาทีหลังยังไม่มีสีหน้าประหลาดใจใดๆเลย

ยกเว้นก็แต่นากาฮามะ ที่ออกอาการซึมอย่างเห็นได้ชัดจากท่าทางที่ฮิราเตะแสดงออกมา

 

ฉันบอกแล้วไงว่าเธอควรเลิกพยายาม 

ริสะเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ เรียบจนไม่รู้ว่าเจ้าตัวพูดออกมาด้วยความรู้สึกไหน

 

เนรุ พี่เข้าใจเธอนะ แต่เรื่องนี้มันไม่น่าจะเป็นไปได้อยู่แล้ว

ริกะเดินเข้ามาโอบไหล่นากาฮามะ ก่อนจะดึงคนตัวเตี้ยให้ไปพิงไหล่ เพราะสัมผัสได้ว่าร่างกายของอีกคนเริ่มจะสั่นเกินควบคุมได้แล้ว

 

 

 

ความลับมันไม่มีในโลกอยู่แล้ว เธอควรหยุดแค่คำว่าเพื่อนร่วมห้อง ก่อนที่มันจะเกินเลยไปมากกว่านี้และซักวันฮิราเตะจะรู้ความจริงที่เธอเก็บไว้

หลังจากนากาฮามะเริ่มจะหยุดร้องไห้ ริสะก็เอ่ยปากขึ้น

 

ริสะ!!” ริกะปรามน้องสาวตัวเองที่กำลังจะพูดเรื่องไม่เป็นเรื่อง ซึ่งนอกจากจะไม่ช่วยอะไรแล้วยังทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก

 

ฉันแค่พูดความจริง กลับบ้านกันเถอะริสะพูดก่อนจะหยิบกระเป๋านักเรียนเดินจากไป ทิ้งพี่สาวตัวเองและเพื่อนสนิทให้ลนลานเก็บกระเป๋าแล้ววิ่งตาม

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

พี่เน็นกลัวผี 555เทจแกจะตะโกนเพื่อ

เนรุมีความลับไรนะ:dookdik_bun_13:

Share this post


Link to post
Share on other sites

 

 

ความลับมันไม่มีในโลกอยู่แล้ว เธอควรหยุดแค่คำว่าเพื่อนร่วมห้อง ก่อนที่มันจะเกินเลยไปมากกว่านี้และซักวันฮิราเตะจะรู้ความจริงที่เธอเก็บไว้

 

ฉันรู้สึกอยากจะตบหน้าตัวเองทันทีที่ปล่อยให้ประโยคนั้นหลุดออกจากปาก ทั้งๆที่ฉันควรจะเป็นคนที่ปลอบใจเธอได้ดีที่สุดในเวลาแบบนี้ แต่ฉันกลับเลือกที่จะปล่อยให้อารมณ์หงุดหงิดที่ผุดออกมาจากไหนไม่รู้ครอบงำจนได้

 

 

 

ริสะ!!”

 

ยิ่งได้ยินเสียงตวาดเตือนของพี่ฉันยิ่งโกรธตัวเองเข้าไปใหญ่ อะไรทำให้ฉันเลือกจะพูดแบบนั้นแทนที่จะนั่งลงข้างๆเนรุแล้วปลอบเธอเงียบๆกันนะ

 

 

 

ฉันแค่พูดความจริง กลับบ้านกันเถอะ

 

ความรู้สึกอยากตบหน้าตัวเองหวนกลับมาอีกครั้งหลังจากที่ฉันเลือกจะคว้ากระเป๋าแล้วเดินหนีออกมาจากตรงนั้น แทนที่จะขอโทษคนตัวเล็กแล้วปลอบเธอ บ้าจริง ทุกครั้งที่เห็นเนรุพยายามจะเข้าหาฮิราเตะ มันทำให้ฉันรู้สึกประสาทเสียแทบบ้า

 

 

 

                เพราะเธอกับฮิราเตะไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้

 

                เพราะทั้งสองคนนั้นเป็นเส้นขนานที่ถูกกำหนดให้ไม่มีวันบรรจบกันได้ตลอดกาล

 

 

 

เนรุ ไม่กินเหรอ?

 

ฉันเงยหน้าจากจานข้าวตัวเองที่กินหมดเกลี้ยงแล้วก็เห็นอีกคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามไม่กินอะไรเลย ไม่สิ บอกว่าไม่ได้แตะอะไรบนโต๊ะเลยดีกว่า

 

 

 

วันนี้ฉันไม่หิว

 

เนรุพูดแล้วเดินขึ้นชั้นสองไป ดูท่าทางแล้วเธอโกรธฉันไม่หายแหงๆ...

 

 

 

ริสะ เธอพูดแรงไป เธอก็น่าจะรู้นี่ว่าเนรุรู้สึกยังไงกับเรื่องนี้

 

ริกะที่กำลังล้างจานอยู่หันมาพูดใส่ฉันเสียงเรียบแบบที่เห็นได้ไม่บ่อยนัก ใช่สิ ทำไมฉันจะไม่รู้ คิดว่าฉันลืมหรือไง...

 

 

 

 

 

                ช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิของชั้นม.1 จู่ๆพ่อก็พาเด็กคนนึงมาที่บ้านแล้วบอกพวกฉันว่าจากนี้จะให้เด็กคนนี้อาศัยอยู่ด้วย เธอชื่อนากาฮามะ เนรุ ตอนแรกเนรุเป็นเด็กเก็บตัวไม่ยอมคุยกับพวกฉันเลย ถึงจะนอนห้องเดียวกันแต่เธอก็ไม่ปริปากคุยอะไรด้วยซักคำ ถึงฉันกับพี่จะเปิดตี้ไปถามพ่อกี่สิบรอบก็ได้คำตอบมาแค่ว่าเธอมีความจำเป็นต้องอยู่ที่นี่ ให้ญาติดีกับเธอด้วย พูดก็ง่ายสิ แต่กับเด็กที่ไม่ปริปากพูดอะไรเลยแถมยังไม่รู้หัวนอนปลายเท้าแบบนี้จะให้เริ่มยังไงล่ะ ตอนนั้นฉันได้แต่แอบเถียงพ่อในใจแบบนั้น

 

 

 

                ฉันอาศัยอยู่กับเนรุโดยที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลย จนกระทั่งผ่านไปเป็น เดือน ฉันเกิดอยากไปเที่ยวในตัวเมืองเลยเอ่ยปากชวนพี่ไป แต่ก็ไม่กล้าพอจะทิ้งเนรุเอาไว้ที่บ้าน สุดท้ายก็เลยลากเนรุไปเที่ยวด้วยซะเลย

 

 

 

น่ารักดีนี่เนรุ พี่ซื้อให้เอาไหม?

 

จำได้ว่าตอนนั้นฉันหันไปมองพี่กำลังพูดกับเนรุที่ยืนมองชุดบนหุ่นโชว์อยู่เงียบๆ ซึ่งแน่นอนว่าเธอส่ายหัวออกมาแทนคำปฏิเสธ แล้วเธอก็ขอตัวออกไปรอหน้าร้าน ฉันที่จ่ายเงินเสร็จก่อนก็เดินออกมาตามก่อนจะพบว่าเนรุไปนั่งคุดคู้อยู่ตรงที่นั่งสาธารณะริมฟุตบาท ตอนที่ฉันเดินตามเข้าไปนั่งด้วยรู้สึกได้ว่าเธอสะดุ้งออกมานิดๆ

 

 

 

ตกใจอะไร ฉันเป็นคนไม่ใช่ผี

 

แน่นอนว่าฉันแค่จงใจจะกวนโอ๊ยเธอเท่านั้น

 

 

 

กลัวว่าจะเป็นพ่อ... เอาเถอะ ไม่มีอะไรหรอก

 

เนรุหลุดปากออกมาแค่นั้นแล้วเงียบไป ซึ่งนั่นทำให้ฉันคิดว่าพ่อของเธอคงจะดุมากแน่ๆเลย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรกับเรื่องนั้นเท่าไหร่ ยังไงซะฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรเรื่องชาวบ้านอยู่แล้ว

 

 

 

                ฉันยังคงใช้ชีวิตอยู่กับเนรุแบบนั้นไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่ได้คุยกันเกินจำเป็นซักนิด ซึ่งก็ไม่ได้เป็นปัญหาเท่าไหร่ จนวันหนึ่งฉันถูกพ่อใช้ให้เอาของจากบ้านไปส่งให้ที่สำนักงาน ฉันถึงมีโอกาสได้เข้าไปในห้องทำงานของพ่อเป็นครั้งแรก

 

                บนโต๊ะของพ่อมีเอกสารหนาปึกนึงวางอยู่ ซึ่งฉันก็เข้าไปวางของบนโต๊ะก่อนสายตาจะสะดุดไปอ่านชื่อเอกสารนั้น

 

 

 

ฆาตกรรมหมู่ ในเขตชานเมืองจังหวัดไอจิ

 

ฉันละสายตาจากกองเอกสารนั้นไม่พ้น ข่าวใหญ่เมื่อช่วงเดือนกว่าๆที่ผ่านมา คดีที่พ่อฉันถึงกับต้องบินไปจัดการเองถึงไอจิ แต่มันก็ปิดแล้วนี่ คนร้ายก็โดนจับได้แล้ว ทำไมเอกสารเป็นปึ้งถึงยังวางทิ้งไว้บนโต๊ะพ่อล่ะ สุดท้ายก็เหมือนมีแรงดึงดูดให้ฉันเอื้อมมือไปเปิดอ่านมัน เปิดผ่านไปเรื่อยๆจนเจอหน้าท้ายมีข้อความเขียนกำกับเอาไว้

 

 

 

ลูกสาวเพียงคนเดียวของคนร้าย ได้ผู้กำกับวาตานาเบะรับไปดูแล

 

เอกสารเขียนไว้แบบนั้นและหน้าต่อไปของเอกสารแผ่นนั้นก็เป็นหนังสือรับรองสิทธ์การดูแลอย่างถูกต้องพร้อมด้วยลายเซ็นของพ่อฉันเอง

 

                และชื่อที่ระบุไว้ในเอกสารรับรองสิทธิ์ที่ว่านั่น... นากาฮามะ เนรุ

 

 

 

ก็ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้จนถึงบ้าน ก่อนที่ฉันจะลากพี่ริกะที่นั่งดูทีวีอยู่ พุ่งตรงเข้าห้องนอนของเนรุแล้วเข้าไปถามเธอโดยตรงถึงเรื่องทั้งหมด เนรุได้แต่ร้องไห้แล้วเล่าเรื่องที่พ่อของเธอเป็นพวกขี้เมาที่ทำงานจับฉ่ายทั่วไปอยู่ในเขตจังหวัดไอจิและทิ้งเธออาศัยอยู่กับย่า ถึงจะกลับบ้านที่นางาซากิแค่นานๆครั้งแต่ทุกครั้งที่กลับไปก็เอาแต่ทุบตีเธอตลอด และนั่นทำให้เธอกลัวพ่อมาก จนวันหนึ่งย่าที่เลี้ยงเธอมาเสียไปด้วยโรคชรา เธอก็ต้องย้ายมาอยู่กับพ่อที่ไอจิ ก่อนที่พ่อของเธอจะก่อคดีสะเทือนขวัญอย่างการฆ่ายกครัว ผู้กำกับวาตานาเบะหรือก็คือพ่อของฉันที่รับผิดชอบคดีใหญ่นี้พอรู้เรื่องที่เนรุไม่มีใครอีกแล้วก็เกิดความสงสารจึงรับตัวเธอมาอยู่ด้วย

 

นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นน้ำตาของเนรุ และเป็นครั้งแรกที่ได้ยินเธอพูดมากเสียขนาดนั้น และนั่นทำให้ฉันตัดสินใจว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะปกป้องเด็กคนนี้ให้ได้ ใช่ ฉันคิดอย่างนั้นนะ จนกระทั่งวันเปิดเทอมแรกของชั้นม.2

 

 

 

 

 

สวัสดีค่ะ ฉันชื่อนากาฮามะ เนรุค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ

 

ฉันมองเนรุที่เข้ามาแนะนำตัวหน้าห้องในฐานะนักเรียนใหม่ ก่อนสายตาจะเลื่อนไปมองที่เด็กอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆเนรุ ก็ได้แต่แปลกใจว่าเทอมนี้มีคนย้ายมาตั้งสองคนเลยเหรอ

 

 

 

ฉัน ฮิราเตะ ยูรินะ ย้ายมาจากจังหวัดไอจิค่ะ ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ

 

ฉันขมวดคิ้วให้กับชื่อนักเรียนใหม่อีกคนที่คุ้นเหมือนเคยเห็นแต่ดันนึกไม่ออก ฉันคุ้นมากเหมือนเพิ่งเห็นชื่อนี้เมื่อไม่นานมานี้ ก่อนที่จะหันไปเห็นเนรุที่ยืนข้างหลังเด็กคนนั้นหน้าซีดเผือด ตอนนั้นแหละที่ฉันนึกออกทั้งหมด ชื่อฮิราเตะ ยูรินะ เป็นชื่อของเด็กที่รอดจากเหตุการณ์ฆ่ายกครัวที่พ่อเนรุก่อขึ้น

 

 

 

                ลูกของฆาตกร และลูกของเหยื่อในคดีเดียวกันต้องมาเรียนห้องเดียวกัน

 

 

 

                แค่คิดแบบนั้นฉันก็แทบบ้าแล้ว ดูจากฮิราเตะที่ไม่แสดงออกทางท่าทางใดๆก็พอเดาได้ว่าเจ้าตัวคงไม่รู้ว่าเนรุเป็นใคร แต่สีหน้าของเนรุบ่งบอกชัดเจนมากว่าเธอรู้ รู้ว่าฮิราเตะเป็นผู้เสียหายจากสิ่งที่พ่อของตัวเองก่อเอาไว้ และนั่นทำให้วันนั้นทั้งวันฉันไม่เข้าไปคุยกับฮิราเตะเลยเพราะเอาแต่ภวงค์เรื่องความรู้สึกของเนรุ

 

                เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้งเป็นที่สุด ทั้งๆที่ฉันกับเนรุไม่เข้าไปคุยอะไรกับฮิราเตะเลยแท้ๆ แต่เธอดันเข้ามาทักพวกฉันเองบนรถไฟกลับบ้าน ใช่ เรากลับรถไฟสายเดียวกัน เลวร้ายยิ่งกว่าคือลงที่สถานีเดียวกัน ฉันแทบบ้าตอนที่จูงมือเนรุลงจากรถไฟแล้วพบว่าอีกคนก็เดินลงมาด้วย ถึงเจ้าตัวจะบอกว่าบังเอิญแต่สำหรับฉันเรื่องนี้มันบ้าเกินไป 

 

 

 

เนรุ...

 

ตลอดทางจนกระทั่งฮิราเตะเดินแยกออกไปฉันแทบไม่กล้ามองหน้าคนข้างๆเลย ไม่รู้ว่าเธอคิดยังไง เพราะวันนี้เธอเงียบแทบจะทั้งวันหลังจากได้ยินชื่อฮิราเตะไปตอนเช้า

 

 

 

ฉันไม่เป็นไรหรอก

 

เนรุหันมายิ้มให้ เป็นยิ้มที่เศร้าๆ ชวนอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

 

 

 

ไหวแน่นะ?

 

 

 

อืม แน่สิ

 

 

 

                แน่นอนว่าฉันรู้ดีว่าเธอคิดยังไงกับเรื่องนี้ และเธอก็คงรู้สึกผิดกับเรื่องที่ตนเองไม่ได้ก่ออยู่ไม่น้อย แต่เพราะด้วยการเดินทางที่ต้องร่วมทางกันตลอดทำให้ฮิราเตะกับฉันและเนรุสนิทกันไปโดยปริยาย จนบางครั้งเธอถึงกับไปรอพี่ริกะที่ตอนนั้นอยู่ม.4 เป็นเพื่อนพวกฉัน โดยให้เหตุผลว่าจะได้รอพี่สาวของเธอสองคนเช่นกัน แม้ฮิราเตะจะไม่เคยพูดเรื่องครอบครัวแต่ฉันก็รู้ได้ทันทีว่านั่นต้องไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ ยิ่งตอนที่ได้ยินจากพี่ตัวเองว่าคนที่ฮิราเตะไปรอเป็นลูกของนายทุนใหญ่ก็ยิ่งมั่นใจว่าเธอเองก็คงถูกบ้านอื่นรับไปอุปการะเหมือนกับที่บ้านฉันรับเนรุมา

 

                แน่นอนว่าจนถึงทุกวันนี้เราก็ยังเก็บเรื่องนี้ไว้ ให้เป็นแค่ความลับของพวกเรา 3 คน และฮิราเตะก็ยังไม่รู้เรื่องนี้ และฉันจะไม่มีวันให้เขารู้อย่างแน่นอน ฉันจะเป็นคนปกป้องเนรุเอง

 

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

Ch. 4

 

Sugai

 

งั้นพวกเราไปนอนก่อนนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ เทจิ ฝันดีนะ

ฉันกับอากาเนะบอกลาภรรยาใหม่ของพ่อ หรือก็คือแม่ของเทจิและตัวเทจิเองที่วันนี้อยากจะขอนอนกับแม่ ก็นะ โดนพูดสะกิดแผลใจแบบนั้นก็คงคิดถึงครอบครัวอยู่แหละ 

 

ยูกะ คืนนี้ฉันไปนอนเตียงเธอได้ไหม~”

ทันทีที่ปิดประตูห้องนอน เสียงอากาเนะอ้อนแรงมาแต่ไกลเลย แย่จริงๆ

 

ก็เอาสิคะ เดี๋ยวฉันไปนอนเตียงเทจิเอง

ไม่ใช่ว่าฉันไม่เข้าใจความหมายที่อีกคนจะสื่อหรอกนะ ฉันแค่อยากจะแกล้งเล่นแค่นั้นแหละ

 

ไม่เอา!! จะนอนกับยูกะ! ฉันกลัวผีจะตายเธอก็รู้ให้ฉันนอนคนเดียวได้ไง

ตามคาด อากาเนะโวยวายออกมาแบบให้ตายก็ไม่ยอม ตรงนี้แหละที่น่ารักดี และน่ารักเสมอมาตั้งแต่เด็กๆ

 

ค่าๆ ได้ค่า งั้นก็มานอนด้วยกัน

ฉันคลานขึ้นเตียงตัวเองแล้วเขยิบเข้ามุม ก่อนที่อากาเนะในชุดนอนปุยๆนุ่มๆจะกระโดดตามขึ้นมา ถึงเตียงเดี่ยวของฉันจะแคบไปนิดสำหรับคนสองคน แต่ก็ยังดีกว่าเสี่ยงปีนขึ้นไปบนเตียงสองชั้นแล้วตกลงมาแบบที่เทจิกลัวมาตลอดล่ะนะ

 

 

 

นี่ ยูกะ

ฉันกำลังเคลิ้มหลับอยู่เลย แต่เสียงของอากาเนะก็ปลุกให้ฉันตื่นขึ้นมาอีกจนได้

 

คะ?

 

เธอไม่เหงาเหรอ?

ฉันเอี้ยวตัวหันไปมองอีกคนที่นอนอยู่ข้างๆ ประโยคที่เธอพูดออกมาวันนี้ดูไม่สมเป็นตัวเธอเลยแฮะ

 

เธอพูดเรื่องอะไร?

 

เทจิน่ะ บางทีฉันก็อิจฉานะที่เธอมีแม่อยู่...

ประโยคที่ออกจากปากของเธอทำให้ฉันถึงกับสะดุ้ง จากที่ง่วงๆจะหลับอยู่นั่นก็ตาสว่างขึ้นมาทันที มีไม่บ่อยนักที่อากาเนะจะหยิบเรื่องนี้มาพูด แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ยกเว้นว่าเธอจะทนไม่ไหวแล้วจริงๆ แต่นี่มันไม่ถูกต้องนะ...

 

อากาเนะ เทจิผ่านอะไรๆมาเยอะกว่าพวกเรานะ เธอก็รู้

ถึงฉันจะปรามไปแบบนั้นแต่ก็ไม่ใช่ว่าฉันไม่เข้าใจเธอ ฉันรู้ดีว่าอากาเนะคิดยังไง

 

ฉันรู้ ฉันรู้สึกดีมากที่พ่อบอกให้ฉันเรียกว่าพ่อได้ รู้สึกดีมากที่โตมากับเธอแบบพี่น้อง แต่ว่านะ ฉันคิดถึงพ่อฉัน คิดถึงแม่ฉัน พ่อแม่ที่แท้จริงน่ะ บางทีมันก็...

ไม่รอให้จบประโยค ฉันรีบพลิกตัวกลับไปหาเธอแล้วกอดเอาไว้ ฉันเข้าใจเธอดี เข้าใจดีที่สุด

 

เมื่อก่อนอากาเนะไม่ได้เข้มแข็งขนาดนี้ เธอมักร้องไห้บ่อยๆ ฉันเองก็ด้วย แต่ตั้งแต่เทจิเข้ามาอยู่ที่บ้านมันทำให้พวกเราเปลี่ยนไป พวกเราจำเป็นต้องโตขึ้นเพื่อดูแลน้องคนเล็กที่เพิ่มเข้ามา น้องคนเล็ก...ที่ผ่านอะไรๆมามากกว่าที่พวกเราสองคนเจอมาทั้งชีวิต

 

 

 

พี่ยูกะ เมื่อวานหนูขอโทษนะที่ทิ้งให้พี่ต้องไปไล่ขอโทษพวกเนรุ

เช้าวันถัดมาเทจิที่กลับมาแต่งตัวและเก็บของที่ห้องเปิดปากคุยกับฉัน เป็นประโยคแรกที่ได้ยินหลังจากตอนนั้น

 

ไม่เป็นไร แต่อย่าลืมไปขอโทษพวกเนรุด้วยตัวเองด้วยนะ

ตอนนั้นบันดาลโทสะทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะ แต่ถ้าเจ้าตัวไม่ขอโทษเองมันก็คงไม่มีความหมาย

 

อืม

เทจิยิ้มออกมาจนได้

 

 

วันนี้ก็ส่งตรงนี้พอนะคะ

ฉันพูดกับคนขับรถเหมือนที่พูดอยู่เป็นกิจวรรตประจำวัน วันนี้เราออกมากันเช้าหน่อยอาจเพราะอากาเนะร้องไห้หนักจนนอนเร็ว และทำให้ตอนเช้าเธอดูกระปรี้กระเปร่ามากกว่าทุกวัน

 

นี่... ริสะกับเนรุจะยังโกรธหนูอยู่ไหมนะ...

ยิ่งใกล้เวลาที่สามคนนั้นจะมา เทจิยิ่งแสดงความกังวลมากขึ้น

 

เอาน่าๆ พวกฉันก็อยู่เป็นเพื่อนอยู่นี่ไง กับสามคนนั้นไม่ต้องปิดเพราะงั้นพวกฉันจะอยู่กับเธอเอง

อากาเนะเข้าไปกอดไหล่เทจิแล้วเอามือยีหัวคนอายุน้อยกว่าเล่นจนผมที่อุตส่าห์เซตมาอย่างดีกระเซิงผิดทรง และแน่นอนว่าเทจิต้องรีบสะบัดเธอออกไปก่อนจะหยิบกระจกมาส่องดูทรงผมที่เสียไปแล้วของตน

 

อ้าว มาแล้วๆ

พอหันตามเสียงอากาเนะไปก็เห็นเงาของทั้งสามกำลังเดินเข้ามาในช่องตรวจตั๋วของสถานีพอดี ฉันกับอากาเนะโบกมือทักทายทั้งสามอย่างเป็นมิตร แต่เทจิก็ยังคงดูกังวลและประหม่าที่จะได้เจอริสะและเนรุอยู่เลย

 

หืม มาแปลกนะ กัปตันชมรมเทนนิสกับประธานนักเรียนวันนี้ไม่ตีบทกัดกันเหรอ?

ริสะเห็นฉันกับอากาเนะยืนอยู่ด้วยกันก็เลิกคิ้วอย่างส่งสัยและถามขึ้นมาด้วยคำพูดในแบบของเธอ นี่ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วยริสะคงโดนว่าเรื่องที่ไม่มีสัมมาคารวะกับรุ่นพี่ แต่เอาเถอะ ตั้งแต่ริสะกับเนรุสนิทกับเทจิ ก็พลอยทำให้พวกฉันสนิทไปด้วย และสุดท้ายเมื่ออยู่นอกโรงเรียนเรา 6 คนก็แทบจะเป็นกลุ่มเดียวกันอยู่แล้ว

 

ตัวแสบมีเรื่องจะพูดน่ะ แถมยังงอแงให้พวกเราอยู่ด้วย

อากาเนะ... ฉันว่าเธอพูดเกินจริงไปนิดนึงนะ

 

พี่อากาเนะโคตรมั่วเลย...

เทจิที่ซุกตัวอยู่ข้างหลังฉันตั้งแต่เห็นเงาของริสะกับเนรุเดินเข้ามาแอบพึมพำคนเดียวเงียบๆ

 

เทจิ มีอะไรเหรอ?”

เนรุเดินเข้ามาทางฉันและเทจิก่อนจะเอี้ยวตัวผ่านฉันไปมองหน้าเทจิตรงๆ แล้วเอ่ยปากถาม

 

เอ่อ... คือ... ขอโทษนะเนรุ เมื่อวานนี้...

เทจิพอหมดทางหนีก็ถึงกับพูดติดอ่างออกมา

 

หือ...?

เนรุยังคงมีท่าทีงงๆกับกริยาเขินๆแปลกๆของเทจิ

 

ที่ฉันตวาดเธอไปน่ะ ขอโทษนะ ริสะด้วย ขอโทษนะ

ในที่สุดเทจิก็รวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยคำขอโทษออกมาได้ตรงๆ ถึงจะยังดูติดๆขัดๆอยู่บ้างนิดหน่อยก็เถอะ

 

เฮ้อ ฉันก็ไม่ได้ขัดใจอะไรที่เธอทำหรอกนะ แต่ถ้าเราเป็นเพื่อนกันก็ขอเหตุผลอธิบายหน่อยได้ไหม

ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่าแต่เหมือนเสียงริสะจะแข็งขึ้นนิดหน่อย ถึงสีหน้าเรียบเฉยนั่นจะไม่ต่างจากปกติเท่าไหร่ก็ตาม แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นเท่าสิ่งที่ริสะกำลังขอให้เทจิทำ...

 

เอ่อ... เกี่ยวกับเรื่องนั้นพอดีว่าเทจิมัน...

อากาเนะที่เห็นท่าไม่ดีกำลังจะเข้ามาช่วย แต่จู่ๆ...

 

ริสะ!”

พวกฉันสามคนถึงกับสะดุ้งกับเสียงของเนรุและริกะจังที่ดังขึ้นมาในจังหวะเดียวกัน ระดับเสียงไม่ใช่เบาๆซะด้วย

               

                ฉันไมเคยเห็นริกะจังทำหน้าเครียดขนาดนั้น และไม่เคยเห็นเนรุหน้าเสียขนาดนั้นเหมือนกัน แต่จะเพราะอะไรก็แล้วแต่ พวกฉันก็ไม่สามารถให้เทจิพูดเรื่องนี้ออกไปได้จริงๆ

 

รถไฟจะมาแล้ว เราควรรีบไปกันได้แล้วนะ

อากาเนะที่หายอึ้งเดินเข้ามากั้นระหว่างริสะกับเทจิ ก่อนที่จะชวนริกะจังไปขึ้นรถไฟส่วนหัวขบวน

 

งั้นวันนี้พี่ขอไปด้วยแล้วกันนะ ได้ใช่ไหมทุกคน?

ฉันหันไปถามอีกสามคนที่แผ่บรรยากาศแปลกๆออกมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว วันนี้แปลกมากจริงๆ ทั้งริสะที่เหมือนโกรธอะไรมา ทั้งเนรุที่จู่ๆก็หน้าซีดหลังจากที่ริสะโพลงเรื่องแบบนั้น ส่วนเทจิ... แผลใจแผลใหญ่ที่เพิ่งปิดไปเมื่อเช้าดูเหมือนจะเปิดออกมาอีกแล้ว

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

รอคอยอย่างมีหวัง☺️☺️ ติดตามต่อค่ะ เข้มข้นขึ้นเรื่อยแล้ว

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now
Sign in to follow this  
Followers 0