Sign in to follow this  
Followers 0

[Fiction] Atsumina ประธานตัวเล็ก กับ นางเอกสุดสวย Special 3 ค่ะ

240 posts in this topic

 

  บทนำ

   บนรถที่กำลังเคลื่อนที่สู่เป้าหมายมีเสียงสนทนาดังแผ่วๆมาตลอดเส้นทาง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับงาน อาชีพที่คนนั่งข้างคนขับกำลังอยู่ ณ ขณะนี้ 

"อัตสึโกะ หลังจากนี้ต้องเข้าบริษัทไปรับงานต่อนะ”

“อ้าว เหรอคะ แล้วงานอะไรคะ” คนที่มีสีหน้าอ่อนเพลียยกศีรษะขึ้นมาจากเบาะรถอย่างแปลกใจ จำไม่ได้ว่าต่อจากนี้ต้องเข้าไปที่บริษัทอีกครั้งเพื่อรับงาน คิดว่าหลังจากถ่ายโฆษณาเสร็จจะได้กลับไปพักผ่อนที่คอนโดเลยเสียอีก

“อย่าบอกนะว่าเธอจำไม่ได้ วันนี้คุณซายากะจะนัดคุยงานเรื่องละครเรื่องใหม่ไง ฉันย้ำเธอไปสามรอบได้แล้วมั้ง”

“เหมือนจะจำได้ลางๆนะคะ แหะๆ” ริเอะส่ายหน้า ไม่แน่ใจว่าไอ้ที่จำไม่ได้ เป็นเพราะแต่ละครั้งไม่ได้ตั้งใจฟังเธอพูดรึเปล่า ก็เข้าใจอยู่ว่างช่วงนี้งานมันเยอะ พอพักได้ทีแม่นี้เป็นหลับตลอด

“จริงๆเลยเธอนี่มัน”

“ขอโทษนะคะ”  เจ้าตัวเสียงอ่อยอย่างสำนึกผิด เกิดเป็นงานสำคัญกว่านี่ เธอคงแย่ ได้เสียเครดิตกันพอดี
โชคยังดีที่มีริเอะเป็นผู้จัดการ ไม่งั้นตัวคนเดียวเธอลำบากน่าดู

“ไม่เป็นไรหรอก คราวหน้าคราวหลังก็ตั้งใจฟังกันหน่อยนะ ฉันรู้ว่าช่วงนี้เธอเหนื่อย  ก็เล่นได้นอนแค่วันละ 3 ชั่วโมงเอง"  
คนที่เธอกำลังพูดด้วยชื่อ มาเอดะ อัตสึโกะ เป็นดาราที่กำลังดังอยู่ในขณะนี้ด้วยฝีมือและหน้าตา ที่ไม่ว่าจะร้อง เล่น เต้น รำ ก็ทำออกมาได้ดีพอสมควร  บวกกับรอยยิ้มพิมพ์ใจอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ใครที่ได้พบเห็นต่างพากันตกหลุมรัก ทำให้มีงานการแสดง งานโฆษณาแห่เข้ามาไม่ขาดสาย กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆของบริษัทในขณะนี้

  พูดถึงบริษัท อัตสึโกะทำงานในสังกัดบริษัทอากิฮาบาระกรุ๊ป เป็นบริษัทใหญ่และมีชื่อเสียงอันดับต้นๆในประเทศ ไม่ว่าใครก็อยากจะเข้ามาอยู่ในสังกัดบริษัทนี้เพราะสวัสดิ์การและเบี้ยเลี้ยงที่สูงมากถ้าเทียบกับที่อื่นๆ

“ถึงแล้ว” ริเอะเอ่ยขึ้นเบาๆในขณะที่สำรวจสิ่งก่อสร้างตรงหน้าที่ค่อนข้าง,มีความเก่าอยู่มากแม้จะมีการซ่อมบำรุงตัวตึกไปแล้วก็ตามก่อนจะเลี้ยวรถเข้าไปสู่ลานจอดรถภายในตัวบริษัท  ไม่แน่ใจว่าคนที่นั่งมาด้วยข้างๆหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ หันมองอีกทีก็เห็นน้ำลายหยดลงเบาะเสียแล้ว ดูสิใครมาเห็นแม่นี้ตอนนี้ได้เสียภาพพจน์นางเอกคนดังระดับประเทศหมด

อะไรจะเหนื่อยขนาดนี้แม่คุณ

“อัตสึโกะๆ  ตื่นได้แล้ว ถึงแล้วนะ"

"อื่อ.. ถึงแล้วหรอค่ะ"  ยังมีการมางัวงียขยี้ตาให้ดู ตื่นเถอะแม่คุณ เดี๋ยวจะต้องคุยงานต่ออีกนะ

“ใช่ ถึงแล้ว เร็วเข้า เดี๋ยวก็ได้สายกันพอดี คุณซายากะยิ่งไม่ชอบคนไม่ตรงเวลาอยู่ เธอก็รู้”

“ค่ะ ริเอะซัง สักครู่นะคะ” แล้วแม่คุณนางเอกชื่อดังก็เริ่มจัดแจ้งกับสภาพตัวเองเพื่อจะได้เข้าไปภายในบริษัท  

ทั้งสองพากันลงมาจากรถจนมาถึงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ที่มีพนักงานใส่สูทสีแดงยืนตอบรับด้วยท่าทางสุภาพ แววตาเป็นประกายกันเชียว พอได้เจอแม่นางเอกนี้ 

ริเอะเป็นฝ่ายเข้าไปแจ้งธุระของตนเองกับพนักงานที่เข้าเวรอยู่ 

“ขอโทษนะคะ ดิฉันมาพบหัวหน้าแผนกซายากะน่ะค่ะ” 

“สักครู่นะคะ"  ประชาสัมพันธ์สาวยิ้มเขินพอได้สบตากับคุณนางเอกที่ยืนรอถัดจากผู้จัดการส่วนตัว

ตัวจริงสวยกว่าในทีวี! คนอะไรทำไมสวยอย่างนี้

ก่อนรีบก้มหน้าหลบซ่อนแก้มแดงๆตรวจเช็ดตารางเวลานัดในเครื่องคอมพิวเตอร์ให้คุณนางเอกคนดัง

"คุณริเอะ กับ คุณอัตสึโกะใช่มั้ยคะ เชิญที่ชั้น 6 ห้องหัวหน้าซายากะเลยค่ะ”

“ค่ะ  ขอบคุณมากค่ะ” ริเอะขอบคุณอย่างเร่งรีบมองดูนาฬิกาข้อมือที่จวนจะใกล้เวลานัดแนะแล้วคว้าข้อมือแม่นางเอกคนดังไปขึ้นลิฟต์ก่อนให้แม่นางเอกกดลิฟต์ไปยังชั้นที่ต้องการ

“ว้าว...เธอ นั่นคุณอัตสึโกะตัวจริงนิ กรี๊ด ฉันพึ่งเคยเจอครั้งแรกเลย” พนักงานหน้าเคาน์เตอร์บิดตัวด้วยความอาย รู้งี้ติดกระดาษมาขอลายเซ็นด้วยก็ดี  ใครจะคิดว่าคุณอัตสึโกะจะเข้ามาตึกเอาป่านนี้

“นั้นซิ สวยกว่าใน TV อีกนะ” พนักงานอีกคนที่ยืนใกล้กันทำหน้าเคลิ้ม ถ้าไม่เกรงใจว่าคุณอัตสึโกะต้องขึ้นพบหัวหน้าจะขอถ่ายรูปด้วยสักสองสามรูป พูดแล้วตื่นเต้น อยากเจออีกจัง

“พวกเธอนิยังไม่ชินอีกเหรอ คุณอัตสึโกะก็ต้องเข้ามารับงานในบริษัทอยู่แล้ว”  คนที่อยู่มานานพูดด้วยความเบื่อหน่าย พวกบ้าดาราก็งี้

“หรือว่าเธอไม่ชอบคุณอัตสึโกะล่ะ”   คนแรกที่ยังคงหน้าแดงไม่หายหันมาประชันฝีปาก 

“ชอบซิ”

"เธอก็พอกันนั้นแหละ!"

 

อีกฝากหนึ่ง

หลังจากที่ทำงานเสร็จเรียบร้อยหัวเรือใหญ่แห่งอากิฮาบาระกรุ๊ปจึงได้ชวนเลขาของตนไปหาร้านอาหารเพื่อนั่งทานข้าวด้วยกันสบายๆ เมื่อเลยเวลาทำงานมามากพอสมควรแล้ว นึกแล้วก็สงสารเลขาตัวเองที่ต้องอยู่กับเจ้านายบ้างานอย่างเธอ

“ยุยพอจะมีร้านแนะนำไหม” ประธานของบริษัทถามด้วยแววตาครุ่นคิด ปกติทำงานเสร็จเธอก็ไม่ค่อยแวะไหน ส่วนใหญ่ก็มีทานข้าวในห้องทำงาน

“มีค่ะ รับลองว่าที่นั่นอาหารอร่อยแน่ค่ะ ท่านประธาน” ยุยตอบด้วยท่าทางนอบน้อมติดเกรงใจอยู่มากแม้ท่านประธานจะให้ความสนิทสนมก็ตามที

“ก็ดีสิ นำทางเลย” 

"ค่ะ ท่านประธาน" ยุยตอบรับ ในระหว่างที่พวกเธอคุยกันอยู่นั้นก็เดินส่วนกับใครบางคนเข้าโดยไม่รู้ตัว

 

 

 จะว่าไปชั้นนี้ ทำไมชั้นนี้มันแปลกๆนะ เงียบผิดปกติ หรือหัวหน้าซายากะจะย้ายห้องทำงาน เมื่อครู่เห็นพนักงานเดินผ่านมาแค่สองคนเอง  มันยังไงกันนะ
อัตสึโกะคิดพลางเดินสำรวจไปรอบๆ ชั้นที่ขึ้นมา เธอมั่นใจว่ามาไม่ผิดนะ

“อัตสึโกะ เธอกดลิฟท์ผิดชั้นแล้วนะ นี่มันชั้น8 ไม่ใช่ ชั้น 6” ริเอะตะโกะบอกคนกดชั้นผิดแล้วยังเดินออกไปไม่ได้ดูเลขลิฟท์เลย อยากจะเอามือกุมหัวกับความไม่รอบคอบของแม่คุณนางเอกจริงๆ

“เอ๋...ผิดชั้นเหรอคะ ขอโทษค่ะ ริเอะซัง”  คนหน้ามึนยังตอบได้อย่างไม่ทุกข์ร้อนขณะที่พาตัวเองกลับเข้าไปภายในลิฟท์ ริเอะล่ะอยากจะผูกคอตาย

“เธอนินะ อัตสึโกะ” ริเอะพูดออกมาอย่างเหนื่อยใจกับอีกคน ก่อนจะกดลิฟท์ลงไปยังชั้นที่ต้องการ โดยที่พวกเธอไม่ได้สังเกตป้ายหน้าลิฟท์เลยว่า 

 

"ชั้น8ห้องประธานบริษัท ทาคาฮาชิ มินามิ"

………………………………………………………………………..

 

 

....ตัดสินใจอยู่นานเลยค่ะ กว่าจะกล้าเอามาลง 

อาจเขียนไม่สนุก หรือภาษาที่ใช้ไม่ดีเท่าที่ควร  แต่นี้ก็เป็นนิยายเรื่องแรกที่เราเขียนไว้
แล้วก็เป็นความดีใจเล็กๆของเราที่ได้เขียนมันขึ้นมา ยังไงก็ฝากด้วยนะคะ

ปล. เราปรับปรุงแก้ไขบ้างจุดนะคะ 

Share this post


Link to post
Share on other sites
โอ้..มาเจิมคนแรกเยย! เห็นตั้งแต่ที่ไรต์ลงในคัมออนแล้ว.. รออีกเรื่องอยู่น้า~

สู้ๆค่ะ #เป็นกำลังใจให้

555555555555555

Share this post


Link to post
Share on other sites

อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยย ไรท์เตอร์คนนี้

เราติดตามตั้งแต่ในคัมออนแล้วค่ะ 

ดีใจที่ไรท์เตอร์เอามาลงที่นี่ >< คิดถึงเรื่องนี้

Share this post


Link to post
Share on other sites

Ch.1 งานที่น่าตกใจ

 

 

 

หลังจากที่พวกเธอขึ้นลิฟท์ผิดไปยังชั้น 8 ของบริษัทก็กินเวลาไปนานพอสมควรกว่าจะมาถึงจุดหมายที่ต้องการ เพียงประตูกระจกถูกเปิดข้ามาด้านในก็พบกับหัวหน้าซายากะที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ทำให้ริเอะแอบรู้สึกผิดเล็กน้อย

 

อ้าว มากันแล้ว”  ซายากะเงยหน้าจากเอกสารร้องทักคนที่เธอเรียกเข้าพบเพื่อรับงานชิ้นใหม่ ต้องยอมรับในฝีมือของนางเอกดาวรุ่งคนนี้เพียงไม่กี่ปีก็ไต่เต้าขึ้นมาอยู่ในแนวหน้าของบริษัทได้ ยิ่งผลงานล่าสุดยิ่งเป็นที่ถูกพูดถึง

 

“ขอโทษด้วยนะคะที่มาช้า  ริเอะพร้อมด้วยแม่คุณนางเอกโค้งหัวขอโทษเป็นอันดับแรก  แอบลอบสังเกตสีหน้าคุณหัวหน้าซายากะอยู่เป็นพักๆพอเห็นว่าไม่มีแววโกรธเคืองอันใด ก็หายใจโล่งท้องขึ้นมาหน่อย

 

ไม่เป็นไรๆ ที่เรียกมา แค่จะบอกว่างานคราวนี้พวกเธอต้องไปคุยกับท่านประธานโดยตรงน่ะ เหมือนว่าโปรเจคนี้ท่านประธานจะเป็นคนลงมือเองนะ"

 

ท่านประธานหรอค่ะ!ริเอะร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ ถึงพวกเธอจะเข้ามารับงานที่นี่บ่อยครั้ง ก็ยังไม่มีครั้งไหนที่ได้เจอกับประธานบริษัทโดยตรง ส่วนใหญ่ก็รับงานผ่านหัวหน้าซายากะ  ได้ยินเพียงชื่อเสียงว่า เป็นคนที่ค่อนข้างเป๊ะเรื่องงานมาก

 

 แล้วแบบนี้พวกเธอจะรอดมั้ยเนี่ย ขอแอบปาดเหงื่อก่อน

 

ใช่แล้วล่ะ  เบื้องบนมีมติลงมาว่าให้อัตสึโกะรับบทเป็นนางเอกของละครเรื่องนี้น่ะ ส่วนรายละเอียดท่านประธานน่าจะบอกพวกเธออีกที พรุ่งนี้มีประชุม ชั้น5 เวลา 10.00. อย่าไปสายกันล่ะ รายนั้น เวลาโมโหน่ากลัวเอาการเลยนะ”

 

รายนั้นซายากะไม่ได้พูดชื่อออกมาว่าเป็นใคร แต่ริเอะก็พอๆจะเดารู้อยู่ว่าคงจะเป็นคนมีอำนาจมากสุดในบริษัทนี้เป็นแน่ เพราะฉะนั้นพรุ่งนี้ พวกเธอต้องเตรียมตัวขึ้นเขียง เฮ้ย เข้าประชุมกับท่านประธาน

 

“รับทราบแล้วค่ะ”  ริเอะรับคำอย่างแข้งขันอดไม่ได้จะหันกระซิบกับคนข้างกาย

 

อยู่ดีๆก็ได้งานใหญ่เลยนะ อัตสึโกะ”

 

“นั้นสิค่ะ”  คุณประธานบริษัท คุณจะเป็นเหมือนที่เขาร่ำลือรึเปล่านะคะ ในความเก่ง ความเป๊ะเรื่องงานของคุณ อยากจะลองเจอตัวจริงดูสักครั้งเหมือนกัน

 

 

 

 

 

ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง สองสาวที่พึ่งจะปลดตำแหน่งของตนทิ้งไว้ที่บริษัทนั่งคุยกันอย่างสบายๆในร้านอาหารที่เปิดดนตรีคลอเบาๆท่ามกลางแสงไฟที่ถูกรี่ให้สลัวๆ เหมาะแก่การมานั่งผ่อนคล้ายหลังเลิกงาน จนคุณประธานบริษัทพวงด้วยตำแหน่งเจ้าของอดจะชื่นชมไม่ได้

 

ร้านนี้ใช่ได้เลยนะ พึ่งจะรู้ว่ามีร้านแบบนี้อยู่ในโซนนี้ด้วย อาหารที่นี้ก็อร่อย การตกแต่งของร้านก็ดูแล้วสบายตาดี ไม่มากไม่น้อยเกินไป ฉันชอบที่นี่นะ

 

ดีใจนะคะที่ท่านประธานชอบ  ที่จริงแล้วที่นี้ป็นร้านของเพื่อนฉันเองค่ะ

 

"งั้นหรอเนี่ย  เอาไว้ว่างๆต้องหาโอกาสแวะมาอีกให้ได้ แล้วก็ยุยน่ะ ไม่ต้องทางการขนนาดนั้น ทาคามินะเฉยๆก็พอ มาซะเต็มยศเลย อย่าลืมสิตอนนี้ออกจากงานแล้วนะ"

 

“ขอโทษค่ะท่าน..ทาคามินะซัง” ยุยกดริมฝีปากเข้าหากันแทบจะทันทีเมื่อเจอสายตาดุๆของท่านประธาน เนื่องจากเธอหลงเรียกตำแหน่งของอีกฝ่ายแทนชื่อเล่นที่อีกฝ่ายอยากให้เรียก

 

“แบบนั้นล่ะๆ ยุยนิตลอดเลย ขอฉันเป็นคนธรรมดาๆกับเขามั้ง” คนพูดหัวเราะชอบใจ   ต้องบอกก่อนว่ากับเลขาคนนี้เธอสนิทในระดับหนึ่ง และไว้ใจให้ดูแลงานหรือเอกสารสำคัญแทนได้

 

ด้วยความที่ยุยเป็นคนซื้อสัตย์และมีความรับผิดชอบสูงมาก ดูสิขนาดเธอบอกให้กลับก่อนยังไม่ยอมกลับ รอจนเธอออกจากบริษัทเจ้าตัวถึงกลับบ้าน บ้างวันเธอสงสารยุยที่ต้องกลับดึก ก็เลยพยายามจะเลิกงานให้เร็วเพื่อคุณเลขาได้กลับบ้าน

 

แล้วทาคามินะซัง คิดว่าโปรเจคคราวนี้ที่มาเอดะ อัตสึโกะจะมาแสดงเป็นนางเอกจะเป็นยังไงบ้างคะ คราวนี้ยุยถามถามหัวหน้าของตนด้วยความอยากรู้ เอาเข้าจริงเธอก็ยังไม่เคยเจอนางเอกคนนี้ตรงๆเสียที มีแต่ได้ยินกิตติศัพท์มาจากคนอื่นๆว่าเป็นคนที่มีฝีมือพอตัวและไม่มากเรื่องเวลาร่วมงานด้วย

 

นั้นซิ ฉันว่าน่าสนุกนะ ก็อยากจะลองร่วมงานด้วยสักครั้งเหมือนกัน เล่นมีแต่คนพูดถึงนิหน่า ตั้งแต่เข้ามาที่นี่ ฉันเองก็ยังไม่เคยเจอเสียทีด้วย อย่างมากก็เห็นผ่านๆตามทีวีกับปกนิตยสาร ก็รายนี้ซายากะจัดการหมดเลยนิหน่า” ถ้าเกิดพูดกันตามจริงแล้ว ดาราในสังกัดบริษัทเธอ ซายากะจะเป็นคนคัดเข้ามาทำงาน แล้วส่งประวัติมาให้เธอที่หลัง มีไม่กี่คนหรอกที่เธอเป็นคนคัดเข้ามาทำงานด้วยตนเอง

 

ก็แปลกดีเหมือนกันนะ ที่อยู่ในสังกัดมาตั้งนาน แต่เป็นคนเดียวที่ฉันยังไม่ได้เจอสักที”

 

“นั้นสิค่ะ” ยุยคิดตาม มันก็แปลกจริงอย่างที่หัวหน้าตนว่า ไม่เคยมีงานไหนเลยที่ท่านประธานจะได้พบกับคุณมาเอดะ อัตสึโกะ ส่วนใหญ่ที่เจอบ่อยจะเป็นคุณฮารุนะเพื่อนสนิทท่านประธานเสียมากกว่า และในระหว่างที่บทสนายังดำเนินต่อไปด้วยความเข้มข้น ก็มีเสียงร้องทักยุยให้ต้องหันไปหาที่มาของเสียงเรียก

 

 

 

อ้าว  ยุย ทำไมแกจะมาถึงไม่บอกฉันล่ะ แล้วนี้มากับใครน่ะ อย่าบอกนะว่าแฟนแกน่ะ

 

แกนิปากเสียเหมือนเดิมเลยนะ เสียมารยาทน่า คนนี้เจ้านายของฉัน ทาคาฮาชิ มินามิยุยแวดอย่างอดไม่ได้ก่อนรีบหันมาขอโทษหัวเรือใหญ่แห่งบริษัทที่เพื่อนดันพูดจาไม่ดีใส่ แล้วแนะนำให้เพื่อนเธอได้รู้จัก

 

“เอ่อต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่พูดจาไม่ดีใส่ก่อนหน้านี้ ฉันยามาโมโตะ ซายากะ เรียกสั้นๆว่าซายาเน่ก็ได้ค่ะ” พอรู้ว่าคนที่พูดด้วยเป็นเจ้านายของเพื่อน เจ้าของร้านก็นอบน้อมแทบจะทันที

 

ค่ะ ทาคามินะซังเจ้าของชื่อยิ้มรับรู้สึกพอใจที่ได้ยินชื่อเล่นของตนแบบสบายๆ ก่อนจะต้องหลุดอุทานออกมาเมื่อเหลือบไปเห็นนาฬิกาก็พบว่าเป็นเวลาที่มืดค่ำมากพอสมควรแล้ว

 

เอ่อ ขอโทษนะคะ เดี๋ยวฉันต้องกลับแล้ว ช่วยคิดเงินให้เลยได้มั้ยคะ

 

อ้อ ได้ค่ะ ซายาเน่รีบหันเรียกพนักงานใกล้ๆมาทำตามความต้องการของลูกค้าคนพิเศษในวันนี้

 

“แล้วยุยล่ะจะกลับเลยรึเปล่า” ที่ต้องถามเพราะว่า พวกเธอมาด้วยกัน แต่ดูเหมือนเลขาของเธอจะอยากอยู่คุยกับเพื่อนต่อมากกว่า

 

“ยังค่ะทาคามินะซัง เดี๋ยวให้ซายาเน่ไปส่งก็ได้ค่ะ”

 

“โอเค แล้วเจอกันพรุ่งนี้เช้านะยุย”

 

“ค่ะ ทาคามินะซัง” ยุยบอกลาแล้วไม่ลืมจะเดินไปส่งประธานของตนที่รถ รอจนทาคามินะขับรถลับตาแล้วจึงเดินกลับเข้าไปด้านใน

 

นี่ ยุย แกทำงานบริษัทอะไรนะ ฉันว่าฉันคุ้นชื่อเจ้านายแกมากเลยนะซายากะถามด้วยความสงสัยหลังจากเดินมาสมทบกับเพื่อนสนิท

 

 

 

นี้!! แกจำไม่ได้หรอ  ยุยพูดขึ้นพร้อมง้างมือไปตบหัวซายากะแรงๆเพื่อเพื่อนเอมันจะจำได้มั้ง

 

"พลั่ว"

 

โอ๊ย!!!  มันเจ็บนะเว้ยยุยซายากะโวยวายหนเตาบูดบึง

 

เจ็บก็ซิดี แกจะได้จำ ฉันทำงานอยู่ที่บริษัทอากิฮาบาระ ที่เดียวกับแฟนแกสังกัดอยู่ไงเล่า! จำได้รึยังยุยบอกด้วยท่าทางเซ็งจัดที่เพื่อนมันไม่เคยใส่ใจเรื่องของเธอเลย ที่เรื่องแฟนดันจำได้หมด

 

อ๋อ..ใช่ ห๋า.. งั้นเมื่อกี้นี้ก็!!!

 

ก็เอ่อซิ ประธานบริษัทอากิฮาบาระกรุ๊ป ทาคาฮาชิ มินามิ!

 

แกทำไมไม่บอกฉันแต่แรกวะ!” ซายาเน่ออกอาการหงุดหงิด เพื่อนของเธอมันก็รู้อยู่ว่าเธอปลื้มคนนี้

 

ฉันบอกแกไปแล้วนิว่าเจ้านายฉัน แล้วอีกอย่างนะคุณทาคามินะก็แนะนำตัวไปแล้วด้วย  แกจำไม่ได้เองนิยุยหัวเราะเยาะอย่างสะใจ สมน้ำหน้า!

 

ยุย แกนะแก แกก็รู้ว่าคุณทาคามินะเป็นไอดอลของฉัน

 

“แกดันจำไม่ได้เองนิหว่า มาโทษฉันได้ไง แล้วนี่ วันนี้ไม่ไปรับมิลกี้รึไง

 

อ๋อ วันนี้มิลกี้มีคิวงานถึงเที่ยงคืนน่ะ พูดถึงเรื่องนี้แล้วซายากะก็ถอนหายใจ นึกเป็นห่วงคนรักขึ้นมา เมื่อไม่กี่วันก่อนก็กลับมาเกือบตีสาม ช่วงนี้เป็นช่วงที่คิวงานค่อนข้างจะแน่นน่าดู

 

มีแฟนเป็นดาราก็ลำบากเหมือนกันนะ”

 

ก็นะ ทำไงได้ ฉันชินแล้วล่ะ จะมีก็แต่ความเป็นห่วงนั้นล่ะ ไม่อยากให้หักโหมมาก”

 

“มิลกี้โชคดีนะ ที่ได้เธอเป็นแฟน”

 

“แน่นอน” ยุยเบะปากใส่คนหลงตัวเอง ไม่มีปฏิเสธเลยสักนิด แต่ก็ต้องยอมรับว่าเพื่อนของเธอดูแลแฟนได้ดีจริงๆ ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม แล้วเมื่อไหร่เธอจะมีแฟนกับเขาบ้างสักทีนะ

 

 

 

ในรถระหว่างทางที่อัตสึโกะใช้กลับไปยังคอนโดก็อดจะถามในสิ่งที่ค้างคาใจไม่ได้

 

“ริเอะซังค่ะ คิดว่าประธานอากิฮาบาระกรุ๊ปเป็นคนแบบไหนเหรอ”  

 

“จะว่ายังไงดีล่ะ ฉันเองก็ไม่เคยเจอเหมือนกัน ได้ยินจากคุณยูโกะผู้จัดการของคุณฮารุนะ น่ะว่า เป็นคนที่เก่งมากเลยนะ ชอบลุยงานเองอยู่เรื่อย ทำเป็นตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ เรียกได้ว่าทำได้ทุกหน้าที่ในกองถ่ายน่ะ ตั้งแต่เขียนบทละครยันช่างไฟ ตัวเล็กพอๆกับคุณยูโกะล่ะ เท่าที่ฉันได้ยินมานะ”

 

“อยากลองร่วมงานด้วยจังเลยนะคะ” คนเก่งที่ตัวเล็กซินะ  ชักจะอยากเจอเธอมากขึ้นมาจริงๆแล้วซิ ท่านประธานตัวเล็กแห่งอากิฮาบาระกรุ๊ป

 

 

 

......................................................................................................................

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

พบรักเพราะกดลิฟท์ผิดชั้นหรือเปล่านะ

^ ^รอลุ้นต่อไปนะคะ 
 

อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยย ไรท์เตอร์คนนี้

เราติดตามตั้งแต่ในคัมออนแล้วค่ะ 

ดีใจที่ไรท์เตอร์เอามาลงที่นี่ >< คิดถึงเรื่องนี้

 

โอ้..มาเจิมคนแรกเยย! เห็นตั้งแต่ที่ไรต์ลงในคัมออนแล้ว.. รออีกเรื่องอยู่น้า~

สู้ๆค่ะ #เป็นกำลังใจให้

555555555555555

อิอิ >< ขอบคุณนะคะที่ยังติดตามกันอยู่ และก็ขอบคุณสำหรับกำลังใจดีๆนะคะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

เเอร๊ยย เราก็รออยู่ค่ะ เเบบว่าเพิ่งอ่านจากที่นั่นจบปึ๊ปป มันก็หายไปเลยอ่ะ 55 ยังติดตามอยู่ค่า

อยากอ่านหลายๆรอบบ >//<

Share this post


Link to post
Share on other sites

อ๊าดีจังเลยที่ยังมีอยู่ เสียใจที่ในคัมออนมันไม่มีแล้ว

แต่ยังตามยุนะค๊าาาาา สู้ๆไรท์เตอร์

Share this post


Link to post
Share on other sites

งื้อ ~ ฟิคอัีตสึมินะเน้นๆ พลาดไม่ได้อยู่แล้ว !

 

><  รอมาต่อครับ ~~ พระนางเจอกันยากเชียวแหม๊ ~

Share this post


Link to post
Share on other sites

ch.2 การพบกันที่น่าตกใจ

 

เช้าวันถัดมาที่บริษัทอากิฮาบาระกรุ๊ป ท่านประธานตัวเล็กยิ้มทักทายพนักงานอย่างเป็นกันเองเหมือนดังเช่นทุกวัน ที่เลือกจะเข้ามาทางด้านหน้าบริษัทแทนการใช้ลิฟท์ที่มีไว้สำหรับผู้บริหาร อีกเหตุผลหนึ่ง คือ เพื่อจะได้ตรวจดูความเรียบร้อยของบริษัทไปในตัว

ขอออกตัวก่อนว่า วันนี้มีการประชุมโปรเจคตัวใหม่ทำให้พนักงานที่เกี่ยวข้องในหลายๆฝ่ายต่างมาทำงานเช้ากันมากเป็นพิเศษจนเธออดยิ้มขำไม่ได้ ความจริงเธอก็ไม่ได้เข้มงวดอะไร ขอแค่ให้รักษาเวลาแล้วงานออกมาใช้ได้มันก็พอ สงสัยแต่ละคนจะตื่นเต้น ก็วันนี้มันเป็นวันรวมดาวของบริษัทเลยนิหน่า

 ทันใดที่ลิฟท์เคลื่อนตัวมาถึงชั้นที่  8 อันเป็นที่ประจำของเธอ ก็ได้ก้าวเท้าออกจากลิฟท์ เข้าไปทักทายเลขาหน้าห้องที่มาถึงก่อนเสมอ ทำงานเกินเงินเดือนจริงๆคนนี้

 “มาเช้าเหมือนเดิมเลยนะ” คนที่กำลังจัดเรียงเอกสารใส่แฟ้มรีบเงยหน้าขึ้นมาแล้วโค้งทักทาย

สวัสดีค่ะท่านประธาน ดิฉันเตรียมเอกสารการประชุมวางไว้บนโต๊ะให้แล้วนะคะ 

ขอบใจเธอมาก แล้วเรื่องห้องประชุมจัดการเรียบร้อยรึยัง

“เรียบร้อยแล้วค่ะท่านประธาน ให้คนไปตรวจดูความเรียบร้อยให้แล้วค่ะ”

“สมกับเป็นยุยจริงๆ ทำงานเรียบร้อยตลอดเลย” ท่านประธานยิ้มให้เลขาอย่างชื่นชมที่ทำงานได้ไม่เคยตกหล่นสักครั้ง 

“เอ่อ ไม่หรอกค่ะ ดิฉันแค่ทำตามหน้าที่”

“เอาน่าไม่ต้องทำถ่อมตัว เดี๋ยวประมาณครึ่งชั่วโมงเข้าไปตามฉันลงไปห้องประชุมหน่อยนะ”

“รับทราบค่ะท่านประธาน”

เวลาผ่านไปจนเป็นเวลาเกือบ 9.40 นาที คนที่รับคำสั่งมาจากเจ้านายก็ปฏิบัติหน้าที่เข้าไปตามคนที่นั่งทำงานอยู่ภายในห้อง เธอเคาะประตูเบาๆสองสามครั้งก่อนเปิดเข้าไป เพื่อไม่เป็นการเสียมารยาทและรบกวนเวลาทำงานของคนในห้องที่ชอบเข้าสู่โลกส่วนตัวทุกครั้งเวลาอยู่กับกองเอกสาร

“ท่านประธานคะ ได้เวลาแล้วค่ะ” คนถูกเรียกผงกศีรษะขึ้นมาแล้วพยักหน้าให้คนเลขาเล็กน้อย

“โอเค เดี๋ยวฉันตามออกไป”

“ค่ะ ท่านประธาน”

 

และแล้วทั้งสองคนก็ใช่เวลาไม่นานในการลงมายังห้องประชุมที่อยู่ชั้นห้าฝั่งด้านขวาของตัวตึกที่มีการปรับโครงสร้างใหม่เพื่ออัพเดตระบบรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะ

            มินามิชวนเลขาคุยด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนขอตัวแยกออกไปเข้าห้องน้ำ โดยไม่ลืมสั่งคุณเลขาให้ไปว่างเอกสารในการประชุมรอไว้ก่อน ในระหว่างขากลับไปยังห้องประชุมนั้นเอง จังหวะที่เธอก้มหน้ามองนาฬืกาข้อมือ ก็ชนเข้ากับบางอย่างจนล้มลงพื้นอย่างจัง

“โอ๊ยย เจ็บชะมัดเลย   ประธานบริษัททร้องโอดโอยเอามือลูบสะโพกที่ปวดหนึบไม่ได้สนใจว่าตนชนเข้ากับอะไรเมื่อความเจ็บปวดยังเล่นงานไม่หาย  เอวจะเคล็ดรึเปล่าเนี่ย ก่อนต้องสะดุ้งด้วยความตกใจเพราะเสียงร้องอีกเสียงที่ได้ยินจากคนนั่งอยู่ด้านหน้า

“เจ็บนะ”

“เอ่อ คือว่า ขอโทษนะคะ เป็นอะไรมากรึเปล่าคะ” คนผิดถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงพลางยื่นมือไปช่วยคนที่ดูแล้วว่าน่าจะสูงกว่าให้ลุกขึ้นยืน เพียงไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นก็ราวกับโลกของเธอหยุดเคลื่อนไหว หัวใจเต้นถี่อย่างไร้การควบคุม เพียงแค่สบตาที่ช้อนขึ้นมองของฝ่ายตรงข้าม ในขณะที่ฝ่ายนี้ยอมรับการช่วยเหลือจับมือของเธอไว้  สัมผัสจับต้องเป็นเหมือนมีกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่าน เลือดลมถึงได้สูบฉีดมากกว่าปกติจนแก้มรู้สึกร้อน

 เป็นอะไรของเธอ ทำไมต้องเขินฝ่ายตรงข้ามด้วย

ไม่เป็นไรค่ะ  เพียงแค่คำตอบไม่พอยังตามมาด้วยรอยยิ้มหวานเป็นมิตร คนเหมือนถูกหว่านเสน่ห์ถึงกับทำตัวไม่ถูกได้แต่ก้มหน้าหลบตา  กลัวอีกฝ่ายเห็นว่าเธอหน้าแดงขนาดไหน

เป็นอะไรของเธอ ทั้งที่เห็นคนสวยมาก็เยอะ แต่ไม่เคยมีอาการอย่างนี้เลย

คุณคะ  คุณคะ  เป็นอะไรรึเปล่าคะ หน้าแดงเชียว นี่ เธอคนนี่ เห็นด้วยหรือว่าเธอหน้าแดงอยู่ แล้วอย่างนี้ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

โอ๊ยย เขิน

หาทางแถๆไปก่อนดีกว่า

เอ...เอ่อ ..มะ..ไม่เป็นไรค่ะ ทำไมต้องพูดตะกุกตะกักด้วยนะ  เดี๋ยวก็ถูกสงสัยกันพอดี

อยากหนีออกไปจากสถานการณ์นี้เร็วๆจัง ว่าแล้วก็ลืมเรื่องสำคัญอย่างการประชุมไปเลย

เอ่อ.. ถ้าไม่เป็นไรแล้ว มือคุณน่ะค่ะ   คนถูกจับมือไม่ปล่อยทักทวงอย่างมีมารยาท เล่นจับไว้อย่างนี้เธอก็เขินเหมือนกันนะ

อ่ะ  เอ่อ ขอโทษค่ะ คนพึ่งรู้ตัวรีบปล่อยมือนุ่มของอีกฝ่ายอย่างตกใจ คราวนี้ไม่ใช่แค่หน้าแดงธรรมดาแต่ยังเล่นล่ามไปถึงใบหูเชียว

 ทำอะไรไปเนี่ยฉัน ขายหน้าหมดแล้ว ไปจับมือเขาอยู่นานสองนานได้อย่างไรกัน

“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอตัวก่อนนะคะ”   คนถูกเอาเปรียบแจกรอยยิ้มให้ด้วยความถูกใจ มองไปมองมาก็น่ารักน่าแกล้งดีเหมือนกันนะคนนี้เนี่ย  แล้วไหนจะอาการเขินออกนอกหน้าทำให้เธอยิ่งอยากแกล้งเข้าไปใหญ่ หวังว่าคงได้เจอกันอีก ถ้าผู้หญิงคนนี้ยังทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน

ไม่นานคุณนางเอกก็ได้ยินเสียงผู้จัดการดังมาอยู่ไกลๆว่าให้รีบไปได้แล้วเดี๋ยวจะสายจึงได้โบกมือลาให้คนที่ยังไม่ยอมเงยหน้าจากตรงนั้น

จะเขินอะไรขนาดนั้นล่ะคะ

แล้วเจอกันใหม่นะคะ”

"ปี๊ด"  ท่านประธานถึงกับเขินควันออกหู รีบยกมือทาบหัวใจที่ไม่ยอมอยู่แกร่งไปแกร่งมาเสียที มันดีใจ ตื่นเต้น ไม่เป็นตัวเองของเอง  

บ้าไปแล้ว เป็นอะไรของเธอ ถึงได้ดีใจประโยคพื้นๆ เพียงแค่ประโยคเดียว

 

 

 

ด้านของคนที่ถูกคนแปลกหน้าเข้ามาชนพอแยกตัวออกมาได้ ก็เอาแต่อมยิ้มน้อยอมยิ้มใหญ่จนคนที่เดินมาตามอดที่จะสงสัยไม่ได้

อัตสึโกะยิ้มอะไรน่ะ

“ไปเจอเรื่องดีๆมาก็เท่านั้นเองค่ะ”  คุณนางเอกพูดแล้วหุบยิ้มไม่ลง เมื่อยังคงนึกถึงภาพพ่วงแก้มสีแดงระเรื่อที่ตกใจทำอะไรไม่ถูก

เธอนิน่า ประจำเลย ริเอะชักเสี่ยวสันหลังอย่างไร ไม่รู้หลังจากนี้แม่นางเอกตัวแสบของเธอจะทำเรื่องปวดหัวอะไรให้

 

 

 

 ตัดภาพมาที่ห้องประชุม  ขณะนี้เหล่าสมาชิกที่ต้องเข้าร่วมการประชุมต่างพากันมาครบทุกคนเหลือแค่ประธานบริษัทที่พ่วงตำแหน่งประธานในที่ประชุมเท่านั้นเอง ซึ่งสร้างความประหลาดใจมากพอสมควรให้กับคนที่นับได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทของประธานบริษัทที่ต้องมาห้องประชุมก่อนเวลาเสมอ

วันนี้ทาคามินะมาช้า สงสัย ฝนจะตกหนัก พายุจะเข้านะเนี่ยยูโกะออกปากนินทาคนยังมาไม่ถึง แต่ไม่ลืมจะสอบถามเลขาของท่านประธาน ว่าเกิดเรื่องอะไรกับเพื่อนเธอรึเปล่า เนื่องด้วยปกติรายนี้จะเข้ามารอในห้องประชุมก่อนอยู่แล้ว จึงได้รับคำตอบมาว่าท่านประธานไปห้องน้ำยังไม่มา

ท้องเสียหรืออย่างไร ถึงได้มาช้าจัง

จะเป็นอะไรรึเปล่า ให้ยุยลองไปดูดีมั้ยฮารุนะถามความเห็นจากผู้จัดการส่วนตัว ต้องบอกก่อนว่านอกจากตำแหน่งผู้จัดการแล้ว คนนี้ยังพ่วงตำแหน่งผู้จัดการหัวใจด้วย

 

นั้นซิค่ะ พี่ยูโกะมิลกี้หนึ่งทีมนักแสดงที่นั่งใกล้ฮารุนะเห็นด้วยกับความคิดเมื่อครู่ นึกเป็นห่วงประธานบริษัทอยู่ไม่น้อย

รออีกสักพักก็น่าจะมานั่นล่ะ ยูโกะถอนหายใจ  โทรไปรายนั้นคงไม่รับเพราะใกล้จะประชุมทีไรทาคามินะชอบปิดเครื่องตลอด  ก่อนสายตาจะเคลื่อนสำรวจคนที่เธอพึ่งเคยร่วมงานด้วยครั้งแรก มาเอดะ อัตสึโกะ ปกติจะเจอกันตามงานอีเว้นท์ แต่ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ ถือโอกาสที่ทาคามินะยังไม่มา ลองผูกมิตรดูหน่อยละกัน เพราะยังต้องร่วมงานกันอีกนาน จนกว่าโปรเจคนี้จะจบ

ยูโกะกำลังจะเรียกชื่อของคุณนางเอก แต่ไม่ทันไรประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดเข้ามาเสียก่อนให้เธอชะงัก มองไปทางประตูแทน

ขอโทษนะทุกคนที่มาช้า ทาคามินะรีบก้มหัวขอโทษคนในห้องประชุมที่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจ นอกจากเข้าประจำที่เตรียมรอฟังเนื้อหาการประชุม บรรยาการผิดกับเมื่อครู่ลิบลับ

คงมีเพียงอัตสึโกะที่ตกใจ รู้สึกราวกับร่างกายถูกสต๊าฟเอาไว้

ใครจะคิดคนที่เธอชนเธอจะเป็นประธานบริษัท!

และเหมือนไม่ใช่แค่อัตสึโกะเท่านั้น คนพึ่งมาถึงได้กวาดสายตามองผู้เข้าร่วมประชุมก็หยุดค้างเหมือนกัน

เป็นไปได้ยังไง!

ถึงว่าสิ คุ้นหน้าจากที่ไหน!

ที่แท้ผู้หญิงคนนี้คือ มาเอดะ อัตสึโกะ

มันจะบังเอิญเกินไปแล้ว!!

 

เอ่อ ท่านประธานค่ะยุยเรียกทาคามินะที่ยืนนิ่งเหมือนกำลังตกใจอะไรอยู่ เพราะถ้าปล่อยให้ท่านปรานยื่นนึงอยู่ท่านี้ต่อไปคงไม่ได้ประชุมกันพอดี

พวกเรามาเริ่มประชุมกันเถอะ คนพึ่งได้สติกลับมาแกล้งตีเนียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ท่าทางน่าสงสัยอย่างนั้น ก็ทำเอาคนทั้งห้องประชุมมองด้วยสายตาจับผิดแล้วว่า เกิดอะไรขึ้นกับ ทาคาฮาชิ มินามิกันแน่

ต้องขอบอกก่อนว่า โปรเจคคราวจะเป็นการถ่ายทำละครร่วมกับดาราในสังกัดบริษัทอื่น ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกันสองคน คือ มิยาซาวะ ซาเอะ กับอิตาโนะ โทโมมิ ทางบอร์ดบริหารรีเควสมาน่ะ อยากให้คุณมาเอดะกับมิยาซาวะแสดงละครด้วยกันสักเรื่อง ทาคามินะลอบมองเจ้าของชื่ออยู่เป็นระยะ ซึ่งผิดวิสัยเธออยู่มากที่จะมาทำอะไรอย่างนี้

“ส่วนเรื่องถ่ายทำฉันจะเป็นคนลงไปคุมด้วยตัวเอง โปรเจคครั้งนี้ค่อนข้างจะใหญ่ เราเลยต้องรอบคอบกันมากเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้เสียชื่อเสียงของบริษัทเราด้วย บทตามที่แจกให้นะทุกคน”

ทุกคนในที่ประชุมพยักหน้าเข้าใจก่อนดูเอกสารที่ยุยนำมาแจกให้ว่าคนไหนได้รับบทอะไร

เอ่อ..คะ..คน..แรก มาเอดะ อัตสึโกะ รับบทนางเอกที่จะแสดงคู่กับมิซายาวะ ซาเอะ"  คนพูดแสร้งทำเป็นมองบทในมือเพื่อหลบซ่อนอาการประหลาดของตัวเอง มันก็แค่ชื่อน่าชื่อ เสียงจะสั่นทำไมเล่า!

หากอาการเล่านี้หรือจะรอดพ้นสายตาของเพื่อนสนิทที่แอบยิ้มมุมปากเล่นด้วย ดูท่าว่า งานนี้จะไม่ธรรมดาเสียแล้ว

ต่อไปก็ฮารุนะ

ค่ะ

ครั้งนี้คงต้องขอให้รับบทเป็นตัวร้ายนะ ไม่มีปัญหาใช่มั้ย เพราะบทค่อนข้างจะเครียดอยู่มาก”

ไม่มีปัญหาค่ะฮารุนะได้อ่านบทคราวๆแล้วก็ส่งยิ้มให้เพื่อนสนิท นอกจากยูโกะจะสนิทกับทาคามินะแล้วเธอเองก็สนิทด้วยเหมือนกัน เพราะเรียนที่เดียวกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม ตอนที่อยากจะเป็นดาราเพื่อนสนิทก็ชวนเข้ามาทำงานที่นี่ แต่บอกก่อนนะว่าเธอไม่ได้ใช้เส้น คัดตัวเข้ามาเหมือนกับคนอื่นๆเขานั่นล่ะ

“เป็นอันตกลงนะ คนต่อไปก็  มิลกี้  เแสดงเป็นน้องสาวของ เอ่อ..มาเอดะซังนะ  อัตสึโกะย่นคิ้วลงเล่นน้อยอย่างแปลกใจ ทำไมคนอื่นท่านประธานถึงเรียกชื่อด้วยความสนิทสนม  แต่พอถึงคิวเธอถึงเรียกแต่นามสกุลตลอด

"ค่ะ ท่านประธาน"

ต่อไปก็ มายูยุ  งานครั้งนี้ให้ร้องเพลงประกอบละครเรื่องนี้นะ เนื้อเพลงตามนี้เลย คนได้ร้องเพลงยกยิ้มอย่างถูกใจก่อนจะหันไปหาคุณผู้จักการส่วนตัวแล้วทำหน้าอ้อนประมาณว่า ได้ร้องเพลงในละครเรื่องนี้ด้วยล่ะ เล่นเอาคนถูกอ้อนหน้าแดงแต่ก็ยกมือลูบหัวน้องเบาๆ

ยูโกะต้องแอบกระแอมไอใส่น้องสาวกับคุณผู้จัดการตามประสาพี่สาวที่ห่วงน้องก็เท่านั้น แม้จะสนิทกับผู้จัดการของน้องสาวอยู่ตาม

ก็คนมันห่วงนี้หน่า

"ที่เหลือก็ตามนั่นเลยนะ ประชุมครั้งหน้ามิยาซาวะกับอิตาโนะ จะมาร่วมประชุมกับเราด้วยขอให้ทุกคนตั้งใจรับผิดชอบงานในส่วนของตัวเองให้ดีด้วยล่ะ”

ค่ะทุกคนตอบรับพร้อมกันก่อนที่ทาคามินะจะพูดอะไรต่ออีกนิดหน่อยและสั่งทุกคนให้เลิกประชุมได้

 

หลังจากที่ทุกคนออกไปจากห้องประชุมกันหมดแล้ว ก็เหลือคนแค่สองคนที่ยังนั่งอยู่ในห้องประชุมเนื่องจากริเอะไปเข้าห้องน้ำ ทำให้คุณนางเอกต้องรอผู้จัดการส่วรตัวอยู่ที่นี่ ส่วนคุณประธานก็เช็ดเอกสารเล็กน้อยก่อนจะบอกให้เลขานำไปเก็บ จังหวะนั้นอัตสึโกะจึงลุกขึ้นยืนเดินอ้อมโต๊ะตัวยาวเข้าไปทักทายด้วยรอยยิ้ม

เจอกันอีกแล้วนะคะ ท่านประธาน

เอ่อค่ะ เรื่องก่อนหน้านั้นต้องขอโทษด้วยจริงๆนะคะ เรียกฉันว่าทาคามินะเหมือนคนอื่นก็ได้ค่ะ  ไม่ต้องเรียกว่าประธานหรอก คนพูดพยายามไม่สบตาด้วยเพราะรอยยิ่มแท้ๆที่ทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะอย่างนี้

ไม่เอาหรอกคะ คำพูดเหมือนคนไม่พอใจทำให้ท่านประธานจำต้องเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย ว่าตนพูดอะไรผิดไปงั้นหรือ

 

ก็ไม่อยากเรียกเหมือนคนอื่นนิค่ะประโยคหลังของอัตสึโกะเป็นเหมือนอาวุธคมที่ปักลงกลางอกของมินามิให้แทบตายจะไม่ออก แล้วก็ต้องเขินขึ้นมาเสียดื้อๆ

เอ่อ..งั้นเรียกว่า มินามิก็ได้ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องยอมตามใจคุณนางเอกง่ายๆอย่างนี้ เธอถูกเล่นของใส่รึเปล่าเนี่ย

มินามิงั้นหรอคะ ตกลงก็ได้ค่ะอัตสึโกะยิ้มกว้างอย่างถูกใจก่อนสาวเท้าเข้าใกล้คุณประธานจนใบหน้าชิดอยู่ริมใบหูเล่นเอามินามิทำตัวไม่ถูกมือที่จับโต๊ะอยู่ถึงกับอ่อนแรงอย่างฉับพลัน

งั้นมินามิช่วยเรียกฉันว่า อัตจัง แทนมาเอดะซังด้วยนะคะ ไม่พอแค่นั้นคุณนางเอกยังแอบขโมยหอมแก้มท่านประธานไปหนึ่งที เล่นเอาคนนั่งอยู่ดีๆสติหลุดออกจากร่างไปเลย

 

แล้วเจอกันใหม่นะคะมินามิ

จบคำพูดไม่ทันไรตัวการของเรื่องก็วิ่งหายออกไปจากห้องประชุมเสียแล้ว

 

เธอทำอะไรกับฉันกันแน่คุณนางเอกมาเอดะ อัตสึโกะ!!

กลับมารับผิดชอบเรื่องที่ทำเดียวนี้เลยนะ

โอ๊ยย ไปหมดแล้วสตงสติฉัน

…………………………………………………………………

Share this post


Link to post
Share on other sites

เเอร๊ยย เราก็รออยู่ค่ะ เเบบว่าเพิ่งอ่านจากที่นั่นจบปึ๊ปป มันก็หายไปเลยอ่ะ 55 ยังติดตามอยู่ค่า

อยากอ่านหลายๆรอบบ >//<

ตอนนั้นต้องขอโทษด้วยนะคะ - /\ -

อ๊าดีจังเลยที่ยังมีอยู่ เสียใจที่ในคัมออนมันไม่มีแล้ว

แต่ยังตามยุนะค๊าาาาา สู้ๆไรท์เตอร์

 

ติดตาม ทุกฟิคที่มี ทาคาฮาชิ มินามิ :dookdik_003_mushroom: 

 

งื้อ ~ ฟิคอัีตสึมินะเน้นๆ พลาดไม่ได้อยู่แล้ว !

 

><  รอมาต่อครับ ~~ พระนางเจอกันยากเชียวแหม๊ ~

ขอบคุณนะคะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ 55 ^^ ฟินระยะยาวว 555 อย่างน้อยก็ได้อ่านหลายรอบเเหละค่ะ บ๊ะะ

โซจังถูกเเกล้งอีกเเล้วน้าาา ^3^ :dookdik_bun_23:

Share this post


Link to post
Share on other sites

อัตจังงงง น่ารัก >< 

คู่นี้น่ารักจริง แอบมีมายูกิด้วย ฟินค่าาาาาาาาาา

Share this post


Link to post
Share on other sites

ch.3 เริ่มงานคู่แข่ง

 

หลังจากการประชุมครั้งที่สองที่มิยาซาวะ ซาเอะและอิตาโนะ โทโมมิได้เข้าร่วม ก็มีกำหนดการให้เปิดกองละคร โดยเริ่มแรกในช่วงเช้าตั้งแต่เวลาเจ็ดโมง ได้มีการจัดพิธีบ่วงสรวง ซึ่งให้อัตสึโกะกับฮารุนะรับหน้าที่เป็นตัวหลักในการแสดง

มินามิยอมรับว่าตัวเองนั่งมองคนที่ใส่ชุดขาวราวกับเทพธิดาตาค้าง ไม่กล้าแม้จะกระพริบตากลัวพลาดช็อตสำคัญ ยิ่งได้มองชายผ้าขาวที่ปลิวไสวกับการเคลื่อนไหวของคุณนางเอก ก็ราวกับหัวใจล่องลอยอยู่บนกลีบเมฆ เคลิ่มไปทุกชั่วขณะ นี่หรือนางฟ้าจำแลงกาย ผมปล่อยยาวลูพลิ้วไปตามจังหวะเคลื่อนไหว ดนตรีขับแผ่กระจายเส่นห์เสียใครจะกล้าเอ่ยคำใดออกมา  ในระหว่างที่สบตา รอยยิ้มทำลายฟ้าปฐพีก็เล่นเอาใจเหลวลงไม่เป็นท่า ใบหน้ารอยฉ่า รู้สึกว่าแดดวันจะแรงมากเป็นพิเศษ

และแล้วการแสดงที่ทำให้ท่านประธานไม่เป็นตัวของตัวเองก็จบลง  อัตสึโกะไม่ลืมจะยิ้มตบท้ายก่อนจะเดินหายไปทางห้องแต่งตัว

จงใจแกล้งกันชัดๆ

มินามิยกมือปาดเหงื่อที่ไหลออกมาจนจะเข้าตาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ได้แต่ค้อนขอดคุณนางเอกคนสวยในใจ คราวนั้นที่แอบหอมแก้มเธอ ยังไม่ได้คิดบัญชี แล้วการประชุมครั้งที่สองที่พึ่งผ่านมา ยังแอบเอามือเธอไปจับก่อนจะออกจากห้องไปอีก ดีนะที่ไม่มีคนเห็น ไม่งั้นเธอคงต้องแทรกแผ่นดินหนีจริงๆ

 ชอบแกล้งให้เธอเขินอยู่เรื่อยเลย เจอกันกี่ครั้งก็ไม่ชินเสียที

ในระหว่างที่กำลังแอบต่อว่าคุณนางเอกอยู่  มิซายาวะ ซาเอะกับอิตาโนะ โทโมมิที่พึ่งมาถึงก็เข้ามาทักทาย   เธอรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าส่งยิ้มอย่างเป็นมิตรทำเหมือนว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอ

 “สวัสดีค่ะ ทาคามินะซัง”

 อ้าว มากันแล้วหรอซาเอะ โทโมจิน นั่งรอก่อนนะ ตอนนี้นักแสดงคนอื่นเข้าไปเปลี่ยนชุดอยู่น่ะ”  จากที่ได้เจอกันคราวก่อน ท่านประธานก็รู้ว่าสองคนนี้อัธยาศัยดีมากเป็นพิเศษ เข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่เป็น ขนาดคุณผู้กำกับยังชมให้ฟัง ก็ต้องยอมรับว่าโล่งใจในระดับหนึ่งที่สองคนนี้เขาไม่ได้มีปัญหากับคนอื่น

 “ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ไม่ได้มารวมพิธีบ่วงสรวง”

“ไม่เป็นไรหรอก ทางนั้นแจ้งฉันมาก่อนแล้วนิหน่า” แจ้งมาว่าทั้งสองมีงานในช่วงเช้าทั้งคู่ ไม่สามารถมาเข้าร่วมพิธีได้แต่จะมาถึงก่อนเริ่มถ่ายทำในช่วงสาย

   ทั้งสองจึงเดินไปนั่งยังที่ที่ถูกจัดให้ หากสายตาของซาเอะก็ยังคงเหลือบมองไปทางห้องแต่งตัวตลอดเวลา ด้วยความหวังที่ว่าจะได้พบใครอีกคนไวๆ  เมื่อตนนั้นแอบชอบนางเอกของเรื่องนี้มาตั้งนาน ตั้งแต่ได้รู้จักกันผ่านงานต่าง ๆ ด้วยความโดดเด่น ทั้งรอยยิ้มและรูปร่างหน้าตา ทำให้อยากคว้ามาไว้ข้างกาย คนทั้งเมืองจะอิจฉาขนาดไหน ถ้าเขาคนนี้ได้ มาเอดะ อัตสึโกะมาเป็นแฟน

 แล้วพอมาได้เจอตัวจริงในวันประชุมกองร่วม ต้องบอกเลยว่าหัวใจหลุดบินไปวางแทบเท้า คนอะไร สวย น่ารัก ยิ้มทีโลกทั้งใบเป็นสีชมพู เธอตั้งเป้าไว้เลยว่า ไม่ว่าอย่างไร ก็ต้องจีบคนนี้ให้ได้

ไม่นานหลังจากนั้นคนที่พึ่งเข้าไปแต่งตัวต่างก็พากันทยอยออกมา อัตสึโกะตรงดิ่งเข้ามาหาทาคามินะราวกับคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี  เล่นเอาคนนั่งอยู่ไม่ไกลออกอาการ อยากจะเข้ามาคุยด้วยก็กลัวเสียมารยาท ได้แต่เพียงทักทายแล้วมองตามตาไม่กระพริบ

มินามิอัตสึโกะเรียกคนที่กำลังตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้ในการถ่ายทำ ให้ขึ้นมาสบตากัน

 

อะ..เอ่อ มีอะไรหรออัตสึโกะ คนขี้อายพยายามเลี่ยงไม่อยากคุยด้วยเท่าไหร่ หันส่งสายตาขอความช่วยเหลือจากใครสักคนไม่เว้นแม้แต่เพื่อนสนิทอย่างยูโกะกับฮารุนะที่แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แถมยังมองมาด้วยสายตาไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไหร่อีกต่างหาก

“มินามิ บอกว่าให้เรียก อัตจังยังไงล่ะ” ทาคามินะโอดครวญในใจ แต่เรียกชื่อจริงก็เชินจะแย่ กว่าจะทำใจเปลี่ยนจาก มาเอดะซัง มาอัตสึโกะมันไม่ง่ายเลยนะ

จะไม่เรียกใช่มั้ยคะ”

“ก็มันเอ่อ ก็ได้ค่ะ อัตจัง” ท้ายที่สุดท่านประธานก็ต้องจำยอมเล่นเอายูโกะที่ยืนสังเกตอยู่ข้างคนรักแอบหัวเราะ อาการทาคามินะมันฟ้อง  ตอนแรกก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะคิดถูก  แต่พอหลายๆครั้งเข้ามันก็ชัดเจน ว่าคนที่ลั่นวาจาว่าจะไม่รักใคร เหมือนว่าจะได้เรียนรู้จักความรักเสียแล้ว

 

“เนี้ยงว่ายังไงบ้างคะ”

“ชัดเจนขนาดนี้ ไม่ต้องว่ายังไงแล้วค่ะ” ฮารุนะหัวเราะชอบใจ นี่ถ้าพี่สาวอีกคนในกลุ่มอยู่ด้วยคงสนุกมากกว่านี้

เรามาเป็นกามเทพช่วยให้สองคนนี้ลงเอยกันเร็วๆดีมั้ยค่ะ”

ก็น่าสนุกเหมือนกันนะคะ” ฮารุนะหัวเราะ หึๆ ข้างคนรักก่อนต้องสะดุ้งตกใจเพราะเสียงที่ดังมาจากด้านหลัง

ให้ฉันช่วยด้วยซิ

“ริเอะ!” ยูโกะถึงกับทำหน้าไม่ถูก ก็ตนแอบเอาเด็กเขามาพูด แถมคุณผู้จัดการยังมาได้ยินอีกต่างหาก

 

เห็นอย่างนั้นน่ะ ปากแข็งนะคะ ชอบทำตัวเหมือนหมาหยอกไก่ไปเรื่อย”

เอ่อ คือ ได้ยินตั้งแต่แรกเลยหรอ” ฮารุนะถามเสียงอ่อยๆ ส่วนคนถูกถามก็พยักหน้าอย่างนึกสนุก เล่นเอาสองคู่รักหันมองหน้ากันแทบจะทันทีด้วยความคิดที่ตรงกันว่า คราวหน้าจะพูดถึงใครพวกเธอควรจะระวังมากกว่านี้สินะ

 

กลับมาที่ด้านของทาคามินะ ซึ่งเหมือนกับว่ากำลังเล่นเกมจ้องตาวัดใจกับคุณนางเอกก่อนคนที่อุสาเดินมาหาจะเข้าประเด็นหลักยื่นโทรศัพท์มาให้เธอทำหน้างง

“ขอเบอร์หน่อยสิคะ” ซาเอะได้ยินคำพูดนี้เต็มสองรูหู ไม่เข้าใจว่าดาราจะขอเบอร์ประธานบริษัทไปทำไม พลันเกิดไอร้อนขึ้นมาในกายแทบนั่งติดเก้าอี้ไม่ได้อีกต่อไป ถ้าสไตล์ลิสไม่เข้ามาเรียกไปเช็ดผมสียก่อน เธอคงเสียมารยาทเข้าไปแทรกบทสนทนาของคนที่แอบชอบ

อัตสึโกะ สนใจประธานบริษัทอย่างนั้นหรือ!?

เธอจะต้องจับตาดูเสียแล้ว

จะ..จะเอาไปทำอะไรคะถึงจะถามไปอย่างนั้น ทาคามินะก็ยอมกดเบอร์โทรศัพท์ให้อย่างง่ายได้  คิดในแง่ดีไว้ อีกฝ่ายคงเอาไว้ติดต่อเรื่องงาน หรือเธอจะลืมไปว่าปกติเรื่องงานโทรผ่านเลขาเธอก็ได้

ก็เอาไว้ติดต่องานไงค่ะ นั้นไง เรื่องงานจริงด้วย เธอไม่เห็นต้องคิดมาก หากทาคามินะจะเอ๊ะใจสักนิดกลับรอยยิ้มที่มุมปาก ก็จะรู้ว่าตัวเองพลาดมากที่ให้เบอร์โทรศัพท์คุณนางเอกไป

“ฉันโทรเข้าเครื่องของมินามิไปแล้วนะคะ อย่าลืมกลับไปเมมนะคะ ท่านประธาน” คนได้ของถูกใจไม่ลืมยิ้มร่ำลา เดินกลับไปหาผู้จัดการส่วนตัวอย่างอารมณ์ดี ปล่อยให้ทาคามินะได้แต่ล่วงโทรศัพท์ออกมาดู นี่ หรือเบอร์ของคุณนางเอก

แล้วทำไมเธอต้องเขิน ก่อนจะมีข้อความเข้าจากเจ้าของเบอร์มาดๆให้ต้องหน้าร้อนฉ่า  เมื่อมันเขียนมาว่า

“ทำงานเหนื่อยหน่อยนะคะ ท่านประธาน” พร้อมรูปหัวใจและริมฝีปาก

เธอคิดว่าเธอถูกแกล้งแล้วเห็นๆ!

 

กระทั่งละครได้เริ่มถ่ายทำ ทาคามินะถึงได้กลับมาจริงจังเหมือนเดิม ซาเอะเป็นคนเข้าฉากคนแรก เล่นได้ดีสมชื่อเสียงที่สะสมไว้ บทของตัวเอกทั้งสองฝั่งเป็นบทค่อนข้างหนักเอาการโดยเฉพาะบทของอัตสึโกะที่ต้องเจอมรสุมชีวิตสารพัดกว่าจะได้พบกับพระเอก มาฉากแรกก็ต้องเล่นบทคนเจ้าน้ำตา บีบคั้นอารมณ์ออกจนสุด เมื่อถูกคนรักเก่านอกใจกำลังมีอะไรกับหญิงอื่นต่อหน้าต่อตา แล้วหญิงอื่นที่ว่าไม่ใช่ใครที่ไหนกับเป็นเพื่อนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน โดยคนวางแผนคือนางร้ายที่ไม่ชอบนางเอกมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ด้วยเหตุผลทางบ้าน

 

อีกด้านหนึ่งในระหว่างที่ถ่ายละครกันอยู่สองสาวที่ยื่นมองนักแสดงกำลังแอบหวานไม่ค่อยแคร์สื่อเท่าไหร่

   ยูกิรินคิดถึงจังเลยมายุอ้อนกอดเอวยูริกินแน่เนื่องจากมาเข้ามาถึงกองเป็นคนสุดท้ายเพราะพึ่งจะอัดเสียงเสร็จไปเมื่อสักครู่

คิดถึงอะไรกัน เราไม่ได้เจอกันแค่ชั่วโมงเดียวเองนะมายุ แม้จะบ่นคนพูดอย่างเอามือลูบเส้นผมของคนที่กอดไว้แน่นอย่างเอ็นดู

ก็เค้าคิดถึงยูกิรินตลอดเวลาเลยนิหน่า

นิ มายุพูดอะไรอายยูโกะบ้างซิยูกิด้วยพ่วงแก้มแดงระเรื่อดหลือบมองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลกันมากนัก

 

ไม่ต้องอายหรอกน่า ฉันชินแล้วล่ะ

 รุมแกล้งเธอเข้าไปนะ สองพี่น้องนี้นิ

  ยูกิรินส่ายหน้า ยอมเลยจริงๆ ต้องบอกก่อนว่า เธอกับยูโกะสนิทกัน เพราะยูโกะมาขอให้เธอเป็นผู้จัดการส่วนตัวให้มายุที่เป็นน้องสาว แต่อย่างไรไม่ทราบ  เธอถึงได้เป็นมากกว่าผู้จัดการ เล่นเอาพี่สาวขี้หวงน้องเคืองเธอไปหลายวัน หาว่าเธอล่อลวงน้องสาวตัวเองเสียอย่างนั้น

เธอว่าเธอถูกล่อลวงมากกว่านะ

 และแล้วเสียงสั่งคัดก็ดึงสมาธิของเธอกลับมาสนใจที่กองถ่าย เห็นนักแสดงต่างพากันทยอยออกมาหาผู้จัดการส่วนตัว ดูเหมือนจะมีนักแสดงคนหนึ่งสีหน้าไม่ดีอยู่  ริเอะที่ยืนถัดจากเธอไปไม่มาก ถึงต้องรีบเดินเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง และดูเหมือนจะไม่ใช่แค่ริเอะเพราะคนหลังกล้องตรงนั้นก็มองมาด้วยสายตาที่มากกว่าเป็นห่วงเสียอีก

สองคนนี้ยังไงกันแน่นะ ต้องลองหาเวลาถามยูโกะดูเสียแล้ว

 “ดีขึ้นรึยังอัตสึโกะ” เจ้าตัวพยักหน้าให้ช้าๆ เวลาที่อินจัดกับฉากเธอจะชอบมีอาการแบบนี้ประจำ คือยังคิดว่าตัวเองยังเป็นตัวละครในเรื่องแล้วหยุดร้องไห้ไม่ได้

“นั่งรออยู่ตรงนี่ก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปหยิบน้ำมาให้”  ไม่ทันที่ริเอะจะได้ลุกขวดใส่น้ำทรงสูงก็ถูกยื่นมาให้อัตสึโกะ เจ้าตัวถึงกับต้องมองคนนำมาให้อย่างงงงวย เพราะไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น

“นี่ค่ะ น้ำ” ส่อแววชัดเจน ริเอะได้แค่ร้องครางในใจ ดูเหมือนว่างานจับคู่ให้นางเอกกับท่านประธานจะไม่ได้หมูอย่างที่คิดเสียแล้ว เพราะมีตัวแปรเข้ามาร่วมแจมด้วยอีกคน

เอ่อ...ขอบคุณค่ะ มิยาซาวะซัง อัตสึโกะเพียงแค่รับน้ำมาตามมารยาท หันมองริเอะอย่างขอความเห็น เจ้าตัวได้แต่ส่งสัญญาณมาว่าให้ตามน้ำไปก่อน

ไม่เป็นไรหรอก เรียกฉันซาเอะก็พอ มิยาซาวะซังมันยาวเกินไปน่ะ เจอกันแต่ล่ะครั้งไม่ค่อยได้คุยกันเลย ฉันแค่อยากจะทำความรู้จักน่ะ” แค่อยากทำความรู้จักอย่างนั้นหรือ ริเอะแอบมองบน น่าเชื่อตาย สายตาคุณเธอเล่นวิบวับจนจับสังเกตได้ ต่างจากแม่นางเอกนี่เวลามองท่านประธานเสียเมื่อไหร่

เอ่อ..ค่ะ ซาเอะซังอัตสึโกะยิ้มแก่นๆเนื่องจากวางตัวไม่ถูก ถ้าผู้หญิงตรงหน้าเป็นคนที่ทำให้เธอแกล้งสนุกก็ว่าไปอย่าง แล้วก็ได้แต่มองหาคนวุ่นวายอยู่หลังกล้อง

อยากให้เงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอจังเลยนะ คงได้เห็นแก้มแดงๆอีกเป็นแน่

เเหม่ ยังเติมซังอีก ซาเอะเฉยๆก็พอจะได้ดูสนิทกัน เนอะ อัตสึโกะ คำว่า เนอะ อัตสึโกะทำให้คนที่ไม่ได้ตั้งใจฟังหันมาตอบอย่างลนลานเพราะมัวแต่แอบมองท่านประธานอยู่

เอ่อ ค่ะ ซาเอะ

แล้วเมื่อไหร่เธอจะหลุดออกจากพระเอกของกองละครเสียทีนะ

วินาทีนั้นราวกับว่ามีเสียงสวรรค์เมื่อท่านประธานสั่งให้เข้าฉากอีกครั้ง เธอขอตัวแบบไม่มีรีรอ

หลุดรอดออกไปได้เสียที

 

ผ่านมาประมาณสามชั่วโมงกว่าเหลือเวลาอีกไม่กี่นาทีก็จะเข้าสู่ช่วงเย็น ท่านประธานผู้มีอำนาจสูงสุดในกองจึงสั่งพักให้แต่ละคนไปทานข้าวก่อนเข้าสู่การถ่ายทำฉากสุดท้ายของวันนี้ อัตสึโกะหลังจากปลีกตัวออกมาจากซาเอะได้ เนื่องจากฝ่ายนั้นถูกผู้ใหญ่ในกองชวนไปทานข้าวก็เข้ามาคุยกับท่านประธาน  ตั้งแต่ช่วงบ่ายมา เธอเห็นนะว่าท่านประธานมีสีหน้าแปลกไป จะเป็นอะไรรึเปล่านะ

ไม่ไปกินข้าวเหรอคะ คนถูกถามเพียงช้อนตาขึ้นมองเล็กน้อยก่อนกลับมาสนใจภาพในจอสี่เหลี่ยมขนาดเล็กเหมือนเดิม เล่นเอาอัตสึโกะไปต่อไม่ถูก เธอไปทำอะไรให้ท่านประธานไม่พอใจอย่างนั้นหรือ

ฉันยังไม่หิวน่ะ ตอบเหมือนประชดเธอเลย

ไม่หิวจริงๆหรอคะอัตสึโกะยิ้มใจดีสู้เสือ ก็คุณผู้จัดการของตัวละครหลักอีกคนพึ่งมาบอกว่า ท่านประธานที่เอาแต่สนใจงานฝากซื้อข้าวเข้ามา แล้วจะไม่หิวได้อย่างไร

ด้วยความที่คุณผู้จัดการโอชิมะยูโกะไม่อยากทำตามคำสั่ง จึงไหว้วานให้เธอมาชวนอยู่นี่

“ใช่ค่ะ ยังไม่ จ๊อก~~~”  คุณนางเอกแทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่ยิ่งเห็นท่านประธานตัวเล็กหน้าแดงไปถึงใบหู ก็อดจะส่งสายตาหยอกล้อไม่ได้

ไม่หิวแต่ท้องร้องนินะคะ  ท่านประธาน

ถ้าอัตจังหิวก็ไปก่อนสิ ไม่ต้องรอหรอก ฉันฝากยูโกะซื้อข้าวเข้ามาให้แล้วล่ะ”

“ก็ยูโกะซังฝากให้ฉันมาชวนมินามิไปกินข้าวด้วยกันนิคะ ไปด้วยกันนะคะ”  คุณนางเอกไม่ยอมถอย มาถึงขนาดนี้แล้วจะถอยอย่างไร

“อัตจังไปเถอะค่ะ ฉันออกไปซื้อเองก็ได้”

“นะคะ เรายังไม่เคยไปกินข้าวด้วยกันเลย”

“เอ่อคือ” มาเขินอะไรตอนนี้เล่า ถึงกับต้องพยายามหายใจเข้าออกช้าๆเมื่อเจอลูกอ้อนที่มีพลังทำลายล้างมหาศาล

“นะคะมินามิ” ไม่ทันไรคนมือไวก็ยื่นมือมาจับมือเธอ เล่นเอาเส้นเลือดฝาดขึ้นมาบนใบหน้า จำใจตอบตกลงอย่างช่วยไม่ได้

ก็ได้ค่ะ ไปด้วยก็ได้ ไม่จะจบประโยคดีด้วยซ้ำริมฝีปากชุ่มชื่นด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อนก็ทาบทับลงบนแก้ม เล่นเอามินามิตัวแข็งทื่อ สมองหยุดประมวลผลไปดื้อๆ

 

ทำอะไรคะ!! อัตจัง คนเขินอายยกมือลูบแก้มโวยวายเอาเรื่องคนชอบฉวยโอกาส

โอ๊ยย หัวใจเต้นโครมครามๆ รู้สึกเหมือนจะมีไข้เสียอย่างนั้น

 

ก็แค่ทดสอบลิปสติก ว่าจะหลุดรึเปล่า”

ห๋า!!! ทดสอบลิป มันจำเป็นต้องที่แก้มเธอมั้ย

“ดูเหมือนจะไม่หลุด ไม่ติดด้วยนะคะ หรืออยากได้แบบที่ติดดี”

เธอว่ามันแปลกๆนะ!  ถึงกับต้องมองค้อนคนขี้แกล้งเลยทีเดียว

เหตุผลน่าเชื่อตรงไหน

“ไปกันเถอะค่ะ เดี๋ยวคนอื่นจะรอนานนะคะ”  มินามิได้แต่อ้าปากค้างปล่อยให้ถูกจูงลากไปเหมือนคนที่สติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว

โดนเล่นมนตร์ใส่ชัดๆ สองครั้งแล้วนะ ที่เธอทำกับฉันอย่างนี้ อัตสึโกะ!

………………………………………………………………………………

Share this post


Link to post
Share on other sites

กรี๊ดดดดด อ่านกี่ครั้งกี่ครั้งก้ยังฟินนนนนนนนนนนน

W_rose159 likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites

ฮรืออออออออออ สองตอนติดกัน ฟินสุดๆๆ !!

♥__♥  รักคนเขียนจัง ~~

มินามิน่ารักมาก ขนาดคนอ่านยังอย่างลองหอมแก้มแบบอัตจังเลย #โดนอัตจังถีบ

Share this post


Link to post
Share on other sites

อร๊ายยยยย เขินแทนทาคามินะ อร๊ายๆๆๆๆ บร้าาาาาา (ผิดสินะ! คนเขินต้องเป็นอัตสึโกะสินะ ="=! )

Share this post


Link to post
Share on other sites

ฟินคร้า คู่ atsumina นี้น่ารักจริงๆนะ mayuki เบาๆด้วย โอ้ยฟินคร้าา

Share this post


Link to post
Share on other sites

ฟินนนนนนนนนนน

 

atsumina ดาเมจแรงเวอร์

 

รอติดตามตอนต่อไปนะครับ

 

ทากามินะน่าแกล้งจิงไรจิง :dookdik_bun_4:

Share this post


Link to post
Share on other sites

ch.4 ความรู้สึก

 

            กว่าที่คุณนางเอกจะลากท่านประธานมาทานข้าวด้วยกันได้ก็เสียเวลาอยู่ไม่น้อย ตลอดระยะทางบนรถไม่ได้มีเสียงพูดคุยกันเกิดขึ้น เพราะคนที่กลายเป็นสารถีจำเป็นเอาแต่นั่งยิ้มเขินๆไม่ยอมมองหน้าคุณนางเอกสักทีจนถึงร้านอาหาร

 

            อัตสึโกะไม่รอช้าฉวยโอกาสทันทีที่ลงมาจากรถคว้ามือของท่านประธานมาจับกุม ซึ่งทาคามินะถึงกับต้องมองค้อน  พยายามจะดึงมือกลับมาอยู่บ่อยครั้ง แต่มือของคุณนางเอกกลับยิ่งจับแน่น

 

 นี่ อัตจัง ถึงแล้วนะ ปล่อยมือได้แล้วอดจะปราบผ่านเสียงไม่ได้เมื่อเห็นสายตาอยากรู้อยากเห็นของพนักงานในร้านอาหาร

 

ชื่อเสียงแม่คนนี้เขาน้อยเสียเมื่อไหร่ มาทำอะไรอย่างนี้คนเขาจะได้เข้าใจผิดกันพอดี

 

ไม่ได้เป็นอะไรกันเสียหน่อย เอ๊ะอะ จับไม้จับมือ

 

เสียดายจัง คนถูกเอ็ดพูดเสียงเบาหวิวปล่อยมือที่เยื้อไว้อย่างจำยอม

 

พูดว่าอะไรนะคะ

 

“เปล่าค่ะ รีบเข้าไปกันเถอนะคะ”  คนถูกจับผิดยิ้มหวานกลบเกลื่อนเสียคนอยู่ใกล้อดใจสั่นไม่ได้ 

 

อย่ายิ้มอย่างนี้ได้ไหมใจฉันละลายพอดี

 

“เอ่อค่ะ” เธอตอบรับได้เพียงเท่านี้ มารู้ตัวอีกทีก็ถูกจูงเข้าไปในร้านเสียแล้ว

 

 

 

 

 

โอยย กว่าจะพากันเข้ามาได้  นึกว่าจะอิ่มกันแล้วซะอีกยูโกะเปิดฉากแซวทั้งสองตั้งแต่เข้ามาถึงโต๊ะ แหม ไม่ค่อยจะเนียนเลยนะ มือน่ะมือ เมื่อไหร่จะปล่อยมิทราบ เห็นตั้งแต่หน้าร้านที่แสดงบทพระนางเยื้อแย่งกันจนเธอกับเหล่าคุณๆนักแสดงในวงเครือญาติที่สนิทกันเมาท์เรื่องสองคนนี้ไปถึงดาวอังคาร

 

อิ่มอะไรล่ะยูโกะ ฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย จะอิ่มได้ยังไง นี่ บทจะซื่อก็ซื่อเกินจนยูโกะอยากเอาศีรษะโขกลงกับโต๊ะ ต่างจากอีกคนลับลิบ ออกอาการเขินซะ ชัดขนาดนั้น

 

“อิ่มทิพย์ไงอิ่มทิพย์ จับมือกันซะไม่ยอมปล่อย ติดใจรึไงทาคามินะ” แล้วเสียงบนโต๊ะก็เฮตามมาอย่างถูกใจ ให้คนที่พึ่งเข้าใจความหมายรีบสะบัดมือออกแล้วดุเรื่องอื่นกลบเกลื่อน

 

“เงียบน่า! เธอน่ะ ฉันอุสาวานให้ซื้อข้าวเข้าไปให้ แล้วทำไมไม่ซื้อ” ยูโกะถึงกับเหวอ อยากถามประมาณว่า จะโกรธเธอเรื่องนี้จึงดิ โธ่ ท่านประธาน ไม่มีเรื่องอื่นใช้เบี่ยงความสนใจแล้วหรือไง ถึงเอาเรื่องแบบนี้มาพูด

 

 “ก็มากินอย่างนี้มันสะดวกกว่านิหน่า  แถมเธอยังได้มากินข้าวพร้อมกับอัตสึโกะ ไม่เห็นมีอะไรเสียหาย เธอควรยกความดีความชอบให้ฉันสิ”

 

ไม่เสียหายตรงไหนกัน ! แล้วคนอื่นนี่มันขยันเฮกันจัง จับหักเงินเดือนให้หมดเลยดีมั้ย

 

“พูดอะไรของเธอห๊ะ!

 

“ฉันพูดจริง หน้าแดงขนาดนี้ คิดไปถึงไหน ฉันแค่จะบอกว่าเธอจะได้ทำความรู้จักกับอัตสึโกะเพิ่มมากขึ้นไง ยังไงก็ต้องร่วมงานกันอีกหลายเดือน”  เหตุผลเหมือนจะฟังขึ้นถ้าไม่มีสายตาวิบวับนั่นน่ะนะ

 

 “เอาน่า รีบนั่งเถอะ ฉันรอเธอจนท้องร้องหมดแล้วเนี่ย” ยูโกะตัดบท ขืนปล่อยให้มินามิพูดต่อ เธอคงต้องยกมืออุดหู เพราะดูท่าว่ามินามิจะไม่ยอมจบง่ายๆ

 

จนแล้วจนรอดมินามิก็ต้องนั่งลงข้างอัตสึโกะเพราะเก้าอี้ที่จงใจเว้นไว้ติดกันสองตัว ก่อนบริกรจะนำเมนูอาหารมาให้ดู ระหว่างนั้นคนบนโต๊ะก็อดแกล้งท่านประธานต่อไม่ได้ ใครจะคิดว่ามินามิจะมาตกม้าตายเรื่องผู้หญิง

 

 นิ นิ อัตสึโกะ คิดว่าทาคามินะเป็นคนยังไงเหรอ?” คำถามที่มาไม่ทันตั้งตัวของฮารุนะเล่นเอาคุณถูกถามแอบตกใจ รวมถึงคนที่นั่งข้างกันได้แต่ส่งสายตาปรามเพื่อนว่าถามอะไรออกมา

 

เพราะจะมีสื่งใดหรือที่ทำให้มินามิเขินได้เท่ากับสิ่งมีชีวิตที่ชื่อมาเอดะ อัตสึโกะ  แล้วคุณนางเอกยังเล่นมองเสี้ยวหน้าของท่านประธานด้วยแววตาหวานเชื่อมก่อนตอบคำถามอีกต่างหาก  แทบจะทำให้คนได้เห็นอยากจะกรีดร้องออกมา หากมีผ้าเช็ดหน้าคงกัดจนขาด

 

เจตนาจัดเจนมาก มองขนาดนี่ไม่กินเข้าไปเลยล่ะคะ คุณนางเอก

 

เป็นคนเก่งที่น่ารักดีนะคะ วินาทีนั้นเสียงฮิ้วดังระงม คนถูกชมแทบจะหมุดตัวลงใต้โต๊ะ แก้มร้อนฉ่าจนเป็นสีชมพู  ไม่กล้าแม้แต่จะพูดคำใดออกมาสักคำ

 

" คนเก่งที่น่ารักล่ะ ทุกคน" ยูโกะล้อเลียนอย่างขำขัน  บอกใครจะเชื่อว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มินามิถูกจีบ แต่ไม่มีใครเลยต่างหากที่จีบมินามิแล้วเจ้าตัวจะมีอาการอย่างนี้

 

แบบนี้สิถึงแกล้งสนุก ขณะที่ยูโกะกำลังจะอ้าปากแซวต่อ แขกไม่ได้รับเชิญ ไม่สิ เรียกแบบนี้ดูไม่เป็นมิตร เอาเป็นว่าคนที่เธอไม่ได้ชวนมาด้วยเข้ามาทักทาย  ทำเอาเธอออกอาการเช็งจัด

 

มาได้จังหวะเกิน ร้านอาหารมีตั้งเยอะ ทำไมต้องเป็นที่เดียวกัน

 

สวัสดีค่ะ ทุกคน มาทานข้าวที่นี่เหมือนกันเหรอคะ อัตสึโกะก็มาด้วยเหรอ”

 

ทักทายทุกคนก็จริง แต่รอยยิ้มนี่จงใจส่งให้อัตสึโกะเพียงคนเดียวชัดๆ

 

เอ่อ...ค่ะ ซาเอะอัตสึโกะอ้ำอึ้ง รูดสึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

 

งั้นฉันขอนั่งด้วยคนได้ไหม พอดีพึ่งแยกกับพวกผู้ใหญ่มาซาเอะขออนุญาต ซึ่งมันทำให้ทุกคนในโต๊ะถึงกลับเงียบกริบ ก็ดูเจตนาฝ่ายนี้ออก ว่าจงใจป่ออัตสึโกะชัดๆ

 

นั่งซิ ซาเอะ ทานข้าวด้วยกัน แล้วคนมีตำแหน่งสูงสุดในกองก็เป็นฝ่ายเชิญนั่งอย่างเป็นมิตร แล้วใครจะกล้าขัด  ได้แต่หันมองหน้ากัน ด้วยความคิดเดียวกันเลยว่า งานเข้าแล้วไง 

 

ขอบคุณค่ะ ทาคามินะซัง

 

 

 

 

 

งานเข้าไม่เข้าไม่รู้ ยูโกะแค่รู้สึกกว่าตอนนี้เหมือนมีลูกระเบิดเวลาอยู่ใกล้ๆ ตั้งแต่ที่อาหารถูกนำมาเสิร์ฟซาเอะก็กลายเป็นผู้ที่มีจิตใจบริการเล่นตักอาหารใส่จานอัตสึโกะไม่หยุด ประเด็นสำคัญคือคนนั่งข้างอัตสึโกะต่างหาก บอกสิว่าออร่าสีดำที่แผ่ออกมา มันคืออะไร???

 

อัตสึโกะกินนี้ซิ อร่อยนะ ครั้งที่สิบห้าได้แล้วมั้ง ยูโกะพ้นลมพลางสบตากับคนรัก ดูหน้าทาคามินะแล้วเสี่ยวสันหลังแปลกๆ

 

เอ่อ ค่ะ ขอบคุณนะคะ  แล้วคนที่ปฏิเสธไม่ได้ก็ต้องรับมาอย่างจำยอมพลางตอบอร่อยด้วยรอยยิ้มตามมารยาท  และวินาทีนั้นเองที่เสียงตบโต๊ะดังสะนั่น เล่นเอาทุกคนสะดุ้งพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย มายุที่นั่งอยู่กับยูกิรินเกือบทำช้อนส้อมหลุดมือ

 

ขอโทษ แหะๆ พอดีมือมันลื่นน่ะ ทุกคนเดี๋ยวฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ แล้วจู่ๆคนที่ลุกพรวดออกจากที่นั่งก็เดินก้าวฉับๆหายเข้าไปทางห้องน้ำ ทิ้งให้ทั้งโต๊ะได้แต่มองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่ว่าไม่อยากกินอะไรเสียแล้ว

 

ใครจะได้ทันเห็นว่าคนสร้างเรื่องแอบยิ้มเล็กๆที่มุมปาก ราวกับว่ายกนี้ตนเป็นฝ่ายชนะไป

 

ก่อนออกไปกินข้าวกับผู้ใหญ่เธอลืมโทรศัพท์ไว้ในกองถ่าย จึงวนกลับเข้าไปเอาทันได้เห็นช็อต สำคัญที่อัตสึโกะทาบริมฝีปากลงบนแก้มของท่านประธาน เล่นเอาเธอเลือดขึ้นหน้า

 

ยอมไม่ได้เด็ดขาด เธอจะไม่ยอมยกอัตสึโกะให้ใครแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

 

ในห้องน้ำ ร่างเล็กเอาแต่ก้มหน้ามองอ่างล้างหน้าอย่างไม่สบอารมณ์ตัวเอง ไม่เข้าใจความรู้สึกอึดอัดที่เกิดขึ้นเพียงแค่มีคนมาเอาใจอัตสึโกะ แล้วก็งึมงัมใส่กระจกอย่างช่วยไม่ได้

 

ตัวเองต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

 

ทำไมอยู่ๆถึงได้หงุดหงิดขนาดนี้   เธอกำลังทำอะไรกับฉันกันแน่ อัตสึโกะ”

 

 สองครั้งแล้วนะ ตั้งแต่ในกองถ่าย  ฉันไม่ชอบเลยเวลามีใครเข้ามาใกล้เธอ

 

ทำอย่างไรหรืออารมณ์ขุ่นมัวที่เกิดขึ้นจึงจะหายไป เพราะขืนออกไปนั่งร่วมโต๊ะด้วยกันตอนนี้ ก็กินข้าวไม่ลงเหมือนเดิม

 

 

 

 

 

สุดท้ายทาคามินะก็ขอตัวกลับก่อนโดยยกเหตุผลมาอ้างว่าเธอต้องกลับไปตรวจเช็กความเรียบร้อยของกองถ่ายก่อนเริ่มถ่ายทำครั้งสุดท้าย

 

 

 

ทว่า... คนที่มาด้วยกันคงไม่ยอมปล่อยให้หนีกลับคนเดียวง่ายๆ

 

 

 

ขอไปด้วยนะคะอัตสึโกะลุกจากเก้าอี้จับแขนของคนกำลังจะเดินออกจากโต๊ะด้วยแววตาเว้าวอน หากมินามิไม่อยู่ เธอเองก็หมดอารมณ์จะอยู่ต่อเหมือนกัน

 

เขาจะกลับ เธอก็จะกลับ

 

จริงด้วยทาคามินะ อัตสึโกะมากับเธอนิ ให้กลับไปด้วยกันสิ ยูโกะรีบออกตัวสนับสนุนเพราะเห็นเพื่อนสนิทยังคงเงียบกริบ ลางไม่ดีสุดๆ

 

“เอ่อ ถ้าไม่รังเกียจเดี๋ยวฉัน ซาเอะเองก็ไม่น้อยหน้าหาทางฉวยโอกาสไปกับอัตสึโกะสองต่อสอง  แต่ยังช้ากว่าผู้จัดการส่วนตัวของอัตสึโกะที่ลุกจากโต๊ะเข้าขอร้องท่านประธานด้วยตนเอง

 

ทาคามินะซัง ฉันฝากอัตสึโกะหน่อยนะคะ พอดีว่าฉันต้องออกไปทำธุระสำคัญน่ะค่ะ คงไปส่งไม่ได้ อย่างไรอัตสึโกะก็มากับทาคามินะซัง ถ้าให้กลับด้วยกันเจ้าตัวน่าจะสบายใจกว่า ฝากคนอื่น ริเอะต่อประโยคที่เหลือในใจ เธอแอบมองสีหน้าขัดใจของพ่อพระเอก ไม่มีทางเสียหรอกที่เธอจะปล่อยเด็กของตัวเองเข้าปากจระเข้

 

ถ้าอย่างนั้น..ก็ได้ค่ะ คนจนมุมในที่สุดก็ยอมตอบเสียงอ่อยๆแล้วค่อยๆดึงแขนกลับมาแนบลำตัว ให้คุณนางเอกมองตาละห้อย

 

เธอทำอะไรผิดงั้นหรือ จู่ๆ มินามิถึงได้เย็นชาใส่

 

ทั้งสองพากันก้าวออกจากร้านไปให้คนทั้งโต๊ะลุ้นตามจนตัวโก่งแล้วต้องถอนหายใจออกมา  เมื่อมิยาซาวะ ซาเอะ  เองก็ขอตัวเหมือนกัน

 

โอ๊ย  ฉันไม่คิดเลยว่าจะเจอสถานการณ์แบบนี้ยูโกะบ่นด้วยท่าทางหัวเสีย เธออุสาวางแผนจับคู่มาเสียดิบดีดันมีตัวแถมเข้ามาทำลายแผนเธอไม่เหลือชิ้นดี

 

นั้นซิ เวลาโมโหเอาเรื่องน่าดูนะ คนนั้นน่ะ” ฮารุนะปาดเหงื่อ ไม่บ่อยนักหรอกจะเห็นเพื่อนสนิทตีหน้าเรียบ สงสารก็แต่อัตสึโกะ ที่เหลือขึ้นอยู่กับฝีมือล้วนๆว่าจะยังไงต่อ

 

“ที่เหลือก็คนที่พึ่งจะตามไป ฉันปวดหัวแทนอัตสึโกะจริงๆ” ริเอะยกมือนวดขมับ ไม่ต่างจากคนในโต๊ะที่มองหน้ากันด้วยความเซ็ง

 

ซวยแท้ๆ มินามิเอ้ย!

 

 

 

 

 

ด้านคนที่เข้ามานั่งในรถยุโรปสีดำซึ่งกำลังเคลื่อนตัวกลับไปยังกองถ่าย  พยายามหาจังหวะชวนคนขับคุยหลายครั้ง แต่อีกฝ่ายทำราวกับว่าเธอเป็นเพียงอากาศ  รู้แค่ว่ามีอยู่แต่ไม่มีตัวตนในสายตา มินามิใจร้ายกับเธอเกินไปแล้ว!

 

แถมพอเข้ามาถึงกองถ่าย เจ้าตัวก็เอาแต่ตรงดิ่งเข้าไปดูฉากไม่ได้สนใจเลยว่าเธอตตามเข้ามาด้วยรึเปล่า เธอตัดสินใจเข้าไปคุยกับมินามิให้รู้เรื่อง เพราะเรื่องที่ผ่านมาไม่ใช่ความผิดเธอสักหน่อย

 

แล้วดันไม่ระวังตัวเพราะเอาแต่คิดถึงเรื่องของคนตรงหน้าทำให้ขาสะดุดเข้ากับสายไฟอย่างจัง

 

“โครม!” เสียงของอุปกรณ์ถ่ายภาพในสตูดิโอล้มลงเรียกให้ทาคามินะหันไปมองหาต้นเสียงแล้วต้องตกใจวิ่งเข้าหาคนนั่งกุมเท้าของตัวเองทันทีพร้อมๆกับที่หัวใจหล่นหายไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่สนใจสักนิดว่าอุปกรณ์ที่ล้มลงมาจะเสียหายหรือไม่  เพราะหากเสียเธอก็ซื้อใหม่ได้แต่ถ้าอัตสึโกะเป็นอะไร  เธอคงได้แต่โทษตัวเอง

 

เป็นอะไรมากรึเปล่า คำถามแรกผุดขึ้นมาในใจ เธอไม่รีรออะไรจับข้อเท้าที่คุณนางเอกกุมไว้มาดู

 

เจ็บอัตสึโกะบีบมือของมินามิแน่น ไม่ต้องการให้เขาสัมผัสส่วนที่เริ่มม่วงช้ำเป็นรอยอย่างเห็นชัด

 

“ขอดูหน่อยนะ แปบเดียว”   มินามิต่อรองอย่างอ่อนใจ ลูบไหล่ของคนน้ำตาซึมอย่างปลอบประโลม

 

“มินามิ เจ็บ”

 

รู้แล้วค่ะ รู้แล้ว เหมือนข้อเท้าจะแพลงนะ เสร็จแล้วคุณหมอจำเป็นก็ปล่อยมือออกจากข้อเท้าด้วยความระวัง  เธอไม่น่าเอาแต่ใช่อารมณ์เลย  ถ้าเธอสนใจดูแลอัตสึโกะสักนิด คงไม่เกิดอุบัติเหตุหรอก

 

ลุกไหวมั้ยคะ เธอถามคนเจ็บอย่างกังวล  จะต้องพาอัตสึโกะไปนั่งปฐมพยาบาลก่อนข้อเท้าจะบวมมากกว่านี้ 

 

เจ้าตัวจะรู้รึเปล่าว่าสายตาที่มองอย่างอาทรกำลังทำให้หัวใจของคุณนางเอกเต้นไม่เป็นจังหวะ

 

ถ้าเธอเจ็บตัวแบบนี้ แล้วมินามิจะเป็นห่วงเธอขนาดนี้นะ เธอยอมเจ็บตัวดีกว่า

 

ไหวค่ะไหว  เพราะไม่อยากทำให้เขาเป็นห่วงมากเธอเลยฝืนที่จะลุกขึ้นยืน แต่สิ่งที่คิดกับความเป็นจริงดันตรงกันข้าม เมื่อความเจ็บแล่นผ่านเส้นประสาททำให้เธอต้องทิ้งตัวนั่งลงไปใหม่

 

“อัตสึโกะ!” มินามิดูตกใจมากกว่าเดิม  ถ้าไม่ไหวอย่าฝืนสิ 

 

คนที่ตัวเล็กกว่าใช้แขนข้างหนึ่งช่วยพยุงอัตสึโกะลุกขึ้นมาอีกรอบพร้อมกับโอบประคองร่างเอาไว้ในวงแขนอย่างระวัง ส่วนสูงที่ต่างกันทำให้เธอค่อนข้างจะเดินลำบาก  หากคุณนางเอกที่ไม่คิดว่าจะมาอยู่ในท่าล่อแหลมกลับหน้าแดง

 

มินามิจะรู้ตัวรึเปล่าว่า กำลังทำเหมือนคู่รักเวลาจะพากันไปไหนเลย  พลันอัตสึโกะก็ได้เห็นว่าคนที่โอบประคองมีพ่วงแก้มสีแดงระเรื่อไม่ต่างกัน เพียงเท่านั้นเธอก็อมยิ้มด้วยความสุขใจ

 

ขอยืดเวลาออกไปอีกสักนิดได้มั้ย

 

กระทั่งมาถึงเก้าอี้ผ้าใบร่างเธอถูกจับนั่งลงอย่างระวังไม่ให้เท้าข้างที่เจ็บสะเทือน

 

ไม่นะ เรื่องแค่นี้ ทำไมถึงต้องอยากยิ้มมากขนาดนี้ด้วย

 

นั่งอยู่เฉยๆก่อนนะ เดี๋ยวจะไปหายามาให้ 

 

เขาบอกกับเธอแบบนั้นแล้วหายไปไม่นานก็มาพร้อมกับกล่องพยาบาล

 

ยื่นเท้าออกมาสิ” อะไรนะ!

 

ดะเดี๋ยวฉันทำเองก็ได้ค่ะเล่นมาบอกกันอย่างนี้เธอก็อายเป็นนะ จะให้ยื่นเท้าให้มันก็ยังไงๆอยู่

 

เถอะน่า เธอเจ็บอยู่คงขยับได้ไม่สะดวกหรอก”

 

“แต่” มินามิไม่รอให้คุณนางเอกปฏิเสธอีกรอบเอื้อมมือจับเท้าของคนไม่ยอมมาอย่างระวัง เพื่อจะได้ทำการปฐมพยาบาล  เป็นการบังคับให้อัตสึโกะต้องยินยอมเท้าอ้อม

 

ก็ลองเธอขยับดูสิได้น้ำตาเล็ดแน่ๆ

 

เนื้อครีมยาหลอดสีฟ้าแตะลงผิวอย่างแผ่วเบาแต่กลับทำให้อัตสึโกะชักเท้าถอยหลัง มีหรือคนทายาจะยอมยังลงมือทาต่อด้วยความนิ่มนวลที่สุด

 

“เจ็บเหรอคะ” เจ้าตัวพยักหน้าตอบให้จนมินามิอดสงสารไม่ได้

 

อ่า ถ้าเธอไม่แกล้งทำเป็นไม่สนใจ อัตสึโกะคงไม่เจ็บตัวอย่างนี้

 

“อีกนิดนะคะ”  เธอใจแข็งทายาบนรอยซ้ำต่อให้เสร็จก่อนนำผ้าสำหรับพันข้อเท้ามาพันให้คนเจ็บเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อเท้าของคุณนางเอกบวมไปมากกว่านี้

 

"ขอบคุณนะคะ"

 

“อื่อ” เจ้าตัวขานรับคำขอบคุณด้วยความเขินอาย วางเท้าของคุณนางเอกลงพื้นอย่างระมัดระวังที่สุด

 

“อัตสึโกะ เป็นอะไรน่ะ” มาแล้ว เสียงที่อัตสึโกะไม่อยากได้ยินทั้งเธอและมินามิต่างมองไปที่คนเรียกชื่อเธออย่างพร้อมเพรียง มินามิตัดสินใจหลบฉากให้คนมาใหม่ได้เข้ามาคุยใกล้ชิดคนนั่งเจ็บหากแขนของเธอกลับถูกคว้าให้ต้องมองว่าคนเจ็บต้องการอะไร

 

“อย่าไปนะคะ” เสียงกระซิบผ่านการขยับริมฝีปากราวกับสะกดให้เธอก้าวขาไม่ออก ขณะที่เจ้าตัวได้หันไปโต้ตอบกับคนพึ่งเข้ามา

 

“เหมือนข้อเท้าจะแพลงน่ะค่ะ”

 

“ไปทำอะไรมา เจ็บมากรึเปล่า” แววตาเป็นห่วงเกินธรรมดาพร้อมกับการเข้ามาจับมือถือแขนอัตสึโกะ  เล่นเอามินามิอยากจะหายไปจากตรงนี้ ถ้าไม่ติดว่าถูกขอร้องให้อยู่

 

อึดอัดอีกแล้ว ทั้งอึดอัดแล้วหงุดหงิด ไม่ชอบใจเลยที่ซาเอะเข้าใกล้อัตสึโกะ

 

 “ตอนนี้ไม่เท่าไหร่แล้วค่ะ ฉันไม่ระวังตัวเองล่ะ” อัตสึโกะขยับตัวเพื่อให้พ้นจากการสัมผัสที่เธอไม่เต็มใจ

 

“ต้องขอบคุณท่านประธานนะคะ ที่ช่วยปฐมพยาบาลให้”  ครู่ที่มองทาคามินะแววตาของอัตสึโกะเป็นประกายโดยที่เจ้าตัวไม่ทันรู้ตัว  ทำให้ซาเอะเผลอจ้องมินามิอย่างแค้นเคียงทำไมต้องเป็นคนนี้ด้วย ที่อัตสึโกะสนใจ

 

“คราวหลังต้องระวังตัวให้มากนะคะหรือให้ฉันมาช่วยดูแลใก็ได้”

 

“ขอบคุณนะคะ แต่คงไม่รบกวนซาเอะขนาดนั้นหรอกคะ” อยากบอกเหลือเกินว่า ถ้าจะดูแลขอคนข้างหลังได้ไหม ก็คนนั้นเธอสนใจนิ

 

ถ้าอยู่ใกล้มากกว่านี้คงแอบสะกิด หยอกให้เขินเธอเหมือนคำขอบคุณเมื่อกี้

 

“ไม่รบกวนหรอกค่ะ”

 

อีกฝ่ายตื้อไม่เลิก อัตสึโกะก็ไม่รู้จะยังไงต่อ ได้แต่ขอให้คนอื่นกลับมาโดยไว เพราะเธอกระอักกระอวยใจเหลือเกิน

 

มินามิเล่นไม่ยอมพูดอะไรกับเธออีกจนได้

 

 

 

กว่าทุกคนจะกลับเข้ามาคุณนางเอกเกือบลมใส่เพราะสลัดอย่างไรซาเอะก็ไม่ยอมไปไหนเสียที ทุกคนตกใจที่อัตสึโกะบาดเจ็บพากันถามไถ่คนละทีสองทีจนทาคามินะถึงกับต้องบอกให้เงียบเพราะสงสารคนที่ต้องมานั่งตอบคำถาม

 

วันนี้เราคงต้องยกเลิกการถ่ายทำไปก่อน ดูแล้วอัตสึโกะคงเข้าฉากต่อไม่ได้

 

ทีมงานพยักหน้าเข้าใจ เตรียมแยกกันไปเก็บอุปกรณ์

 

ทว่า

 

ไม่เป็นไรค่ะ ฉันยังไหว ฉะนั้นอย่ายกเลิกเลยนะคะ ฉันไม่อยากเป็นสาเหตุทำให้ทุกคนต้องเสียงาน คนนั่งอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบโพล่งออกมา เธอจะปล่อยให้งานล่าช้าเพราะเธอคนเดียวไม่ได้

 

ไม่ได้หรอก เมื่อกี้เธอยังยืนไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

 

“ขอร้องล่ะคะ มินามิอัตสึโกะอ้อนวอน ประคองตัวลุกขึ้นยืนด้วยแววตามุ่งมั่น

 

เธอจะต้องรับผิดชอบงาน ในส่วนนี้ให้เสร็จ

 

เล่นเอามินามิหนักใจหันมองที่งานที่รอคำตอบจากเธอ

 

“แน่ใจนะคะว่าไหว”

 

“ค่ะ” น้ำเสียงไม่มีความลังเลอย่างนี้เธอต้องยอมใช่มั้ย

 

มินามิพยักหน้ายอมแพ้แล้วสั่งให้ทีมงานเตรียมตัวเช็ดฉาก

 

เธอหันมาเผชิญหน้ากับคนหัวดื้อ

 

“ฉันไม่ยอมให้เธอเข้าฉากเฉยๆหรอกนะ ฉันมีข้อแม้ว่าถ้าเธอแสดงออกมาว่าเจ็บเพียงนิดเดียว ฉันจะสั่งคัดแล้วพาเธอไปหาหมอทันที”

 

อัตสึโกะยอมรับข้อตกลงก่อนให้คนเข้ามาช่วยไปยุ่งไปเข้าฉาก เล่นเอาท่านประธานต้องถอนหายใจ

 

ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณนางเอกดาวรุ่งจะดื้อขนาดนี้

 

 

 

เวลาถ่ายทำดำเนินต่อเนื่องไม่มีติดขัด อัตสึโกะทำตามข้อตกลงจวบจนวินาทีสุดท้าย ไม่ยอมแสดงอาการเจ็บใดๆออกมาเสียทีมงานทุกคนชื่นชมเป็นเสียงเดียวกัน กระทั่งเสร็งงานมินามิถึงกับต้องกระโจนมาจากเก้าอี้ข้างผู้กำกับเข้ามาดูคนนั่งทำหน้าเหยเกถูกน้ำแข็งประคอบข้อเท้า

 

“เหมือนจะบวมขึ้นนะคะ ท่านประธาน” มินามิถึงกับต้องส่งสายตาดุใส่คนเจ็บ ไม่สนแม้กระทั่งซาเอะที่มาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ

 

 เราจะเริ่มถ่ายทำอีกที หลังจากที่อัตสึโกะหายดีแล้วนะ  เธอออกคำสั่งเสียงเข้ม เป็นห่วงคนเจ็บมากกว่าอะไรทั้งนั้น

 

งานจะช้าก็ปล่อยช้าไปสิ ถ้าอัตสึโกะไม่หายเจ็บเธอก็จะไม่ยอมให้ถ่ายต่อเด็ดขาด

 

หากเกิดปัญหาเธอนี่ล่ะจะเป็นคนไปรับหน้ากับเบื้องบน

 

ดูสิใครมันจะกล้า

 

ค่ะ ท่านประธาน

 

 

 

“ยังลุกไหวไหม เดี๋ยวฉันพาไปหาหมอ” คราวนี้มินามิหันมาสบตาคนที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว นึกโกรธอยู่นิดๆ ที่แม่นางเอกคนนี้ทำให้ข้อเท้าช้ำเพิ่ม

 

ทาคามินะซังคะ เดี๋ยวฉันพาอัตสึโกะไปหาหมอเองดีกว่าซาเอะเข้าแทรกบทสนทนาอย่างเสียมารยาท เธอไม่ยอมหรอก ถ้าจะให้อัตสึโกะไปกับท่านประธานสองต่อสอง

 

ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันพาอัตจังไปเองดีกว่า ริเอะฝากให้ฉันดูแลด้วย ฉันเองก็ต้องรับผิดชอบ จะปล่อยให้ไปกับคนอื่นมันดูไม่ดีน่ะ คำพูดธรรมดาๆแต่ทำให้คนได้ยินถึงกับหน้าชา  เพราะความหมายแฝงในประโยคท้ายที่ว่า ฝากให้ฉันดูแล และคนอื่น

 

ทีมงานที่อยู่ใกล้ถึงกับนั่งอึ้ง ไม่คิดว่าท่านประธานจะพูดอะไรที่มันชวนคิดอย่างนี้ แล้วก็ได้แต่กุลีลุจอทำตามคำสั่งช่วยกันพาคุณนางเอกไปที่รถท่านประธาน

 

ทิ้งให้ซาเอะยืนกำหมัดกับการประกาศสงครามเมื่อครู่

 

 

 

……………………………………………………………………………

 

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

ฟินนนนนนนนนนน

 

atsumina ดาเมจแรงเวอร์

 

รอติดตามตอนต่อไปนะครับ

 

ทากามินะน่าแกล้งจิงไรจิง :dookdik_bun_4:

อิ อิ เวลาที่ทาคามินะโดนแกล้ง เป็นอะไรที่น่ารักสุดๆแล้วค่ะ ฮ่าๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now
Sign in to follow this  
Followers 0