Sign in to follow this  
Followers 0

[Fiction] Atsumina ประธานตัวเล็ก กับ นางเอกสุดสวย Special 3 ค่ะ

240 posts in this topic

อ่านกี่ทีก็ยัง สมน้ำหน้าพี่เอะอยู่ 555

อัตจังนี่ดื้อจริงๆเลยน้าาา 555555555

Share this post


Link to post
Share on other sites
มาต่อไวๆนะค่ะ รออ่านอยู่นะค่ะ
อัตจังใจกล้ามากๆเลยอ่าาา(>\\\<)

Share this post


Link to post
Share on other sites

ยิ่งตอนนี้ยิ่งฟินเลย ~~  -///-  พโธ่ !

ทาคามินะน่ารักน่าแกล้งจริงๆเบย !!

 

อัตจังอย่าทำอะไรเค้านะเค้าล้อเล่น #วิ่งหนี

Share this post


Link to post
Share on other sites

อ๊าาา น่ารักสุดๆ เลย ><

>< อิ อิ เดี๋ยวมันจะน่ารักขึ้นกว่านี้ (รึเปล่านะ)
 

เราชอบเรื่องนี้มากๆ >< 

 

เราอยากอ่านอีกเรื่องด้วย T^T 

ขอบคุณนะคะ เดี๋ยวเอาไว้ลงเรื่องนี้เสร็จแล้วจะลงอีกเรื่องให้นะคะ
 

อ่านกี่ทีก็ยัง สมน้ำหน้าพี่เอะอยู่ 555

อัตจังนี่ดื้อจริงๆเลยน้าาา 555555555

เราอ่านหลายรอบก็แอบสงสารอยู่นะคะ ฮ่าๆๆ
 

มาต่อไวๆนะค่ะ รออ่านอยู่นะค่ะ
อัตจังใจกล้ามากๆเลยอ่าาา(>\\\<)

รายนี่้ คงจะใจกล้ามากกว่านี้อีกค่ะ

ยิ่งตอนนี้ยิ่งฟินเลย ~~  -///-  พโธ่ !

ทาคามินะน่ารักน่าแกล้งจริงๆเบย !!

 

อัตจังอย่าทำอะไรเค้านะเค้าล้อเล่น #วิ่งหนี

ใช่ไหมค่ะ ทาคามินะน่าแกล้งมากๆ // อัก << โดนทาคามินะ กับ อัตจังถีบ

Share this post


Link to post
Share on other sites

อ่านแล้วรู็สึกหมั่นไส้ซาเอะขึ้นมาอีกรอบเฮะ

อย่าไปขัดเค้าสิ เค้ากำลังหวานกันยุ ^^

Share this post


Link to post
Share on other sites

ch.5 โรงพยาบาล

 

หลังออกมาจากกองถ่ายรถยุโรปคันหรูก็มุ่งตรงสู่โรงพยาบาล ทาคามินะกำลังตั้งใจฟังคุณนางเอกคุยกับผู้จัดการส่วนตัวขณะที่รถคันหรูติดไฟแดงได้ประมาณสามนาที นึกสงสารก็แต่คนนั่งเจ็บที่พยายามเก็บอาการเหลือเกินว่าไม่เป็นอะไร

 

กลัวเธอจะเป็นห่วงล่ะสิ แค่นี้ก็ห่วงจะแย่อยู่แล้ว

 

ไม่อยากให้นั่งห้อยเท้านานๆเลย

 

[อัตสึโกะ ตกลงจะให้ฉันตามไปไหม จะได้รับกลับมาเลย]

 

 [สักครู่นะคะ เดี๋ยวขอถามมินามิก่อน] คนขับรถได้ยินชื่อตัวเองก็อดไม่ได้จะหันเสี้ยวหน้ามอง และได้เห็นว่าคนที่คุยโทรศัพท์จ้องมาก่อนแล้ว

 

มินามิ ริเอะซังบอกว่าจะมารับที่โรงพยาบาลน่ะค่ะ จะเอายังไงคะ

 

บอกว่าไม่ต้องมาหรอก เดี๋ยวไปส่งให้ก็ได้” เจ้าตัวตอบแทบจะทันทีที่ก่อนหันกลับไปสนใจเหยียบคันเร่งต่อเพื่อออกรถมุ่งต่อไปยังโรงพยาบาล

 

ส่วนคนได้รับคำตอบน่าพอใจยิ้มจนแก้มปริคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงผิดจากตอนแรกลิลลับ

 

รเอะนึกแล้วก็แอบหมั่นไส้

 

[ไม่ต้องมานะคะ มินามิบอกว่าจะไปส่งฉันค่ะ]

 

เชื่อเขาเลย ตอนเธอบอกจะไปรับหงอยเป็นลูกหมา พอคนนั้นบอกจะไปส่งหน่อยไม่ได้เลยนะ

 

สงสารก็แต่ท่านประธานจะรู้รึเปล่านะว่าได้ไปพัวผันกับจอมเจ้าเล่ห์เข้าเสียแล้ว

 

[อะแฮม เสียงน่ะเสียง ไม่ต้องดีใจขนาดนั้น เอาเป็นว่าเจอกันพรุ่งนี้นะ ]

 

 

 

[ค่ะ ริเอะซัง]  คนถูกแซวไม่ได้ถือสาว่างโทรศัพท์แล้วเอาแต่นั่งอมยิ้มต่อ

 

 เจ็บแล้วได้อย่างนี้ มันก็คุ้ม

 

 

 

พอมาถึงตัวโรงพยาบาลก็มีบุรุษพยาบาล 2-3 คนมาช่วยประคองคนเจ็บไปนั่งบนรถเข็นขณะคนที่พามาส่งนำรถไปจอดยังสถานที่จอดรถของโรงพยาบาล ก่อนเดินวนเข้ามาสบทบกับคนเจ็บและเดินเรื่องทะเบียนประวัติให้

 

 ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้างคะ คนที่กลายเป็นคนเข็นรถเข็นชั่วคราวก้มหน้าถามคนเจ็บระหว่างที่รอนางพยาบาลจัดการเอกสารและรอคุณหมอเจ้าของไข้เรียกชื่อ

 

นิดหน่อยค่ะ คุณนางเอกยิ้มแล้วอดแซะไม่ได้ “ห่วงเหรอคะ”

 

วินาทีนั้นเธอช้อนตาขึ้นมองใบหน้าของคุณประธานที่จู่ๆก็กลายเป็นสีแดงก่ำ มินามิไม่ยอมตอบเพียงเชิดหน้ามองตรงไปทางประตูห้องตรวจ

 

ไม่กล้ายอมรับว่าเป็นห่วงมาก!

 

เชิญคุณมาเอดะ อัตสึโกะ ที่ห้องตรวจหมายเลข1 เลยค่ะและในเวลาไม่นานเสียงเรียกชื่อของคนเจ็บก็ดังออกมาจากหน้าห้องตรวจพร้อมกับคุณพยาบาลที่ถือแฟ้มเอกสารออกมายืนรอ ต้องบอกว่าตั้งแต่คุณนางเอกคนดังเข้ามาที่โรงพยาบาลทั้งพยาบาลและคนไข้ต่างพากันซุบซิบเรื่องแม่นี่ไม่หยุด ยังดีหน่อยที่มีมารยาทรู้จักเกรงใจ ไม่เข้ามาถามสร้างความเดือดร้อนใจให้เธอ

 

 มินามิเข็นรถตามพยาบาลเข้าไปในห้องตรวจดังกล่าวแล้วเป็นเธอเองที่ต้องยืนค้าง ตกใจจนเบิกตากว้างทั้งที่ยังไม่ทันเข้าไปในห้องตรวจ

 

“มาริโกะซัง!

 

 อ้าวทาคามินะ คุณหมอทักทายอย่างแปลกใจหากไม่สะทกสะท้านใดๆกับใบหน้าตกใจของอีกฝ่าย

 

 

 

ไม่ต้องมา อ้าว ทาคามินะเลยค่ะ ไหนบอกว่าไปอยู่อเมริกาไงคะ คนถูกทัยทายส่งค้อน สมควรต้องอธิบายให้เธอฟังไหม ยังมาทำหน้านิ่งอีก

 

เอ้า เข้ามานั่งกันก่อนซิ คุณหมอบอกด้วยท่าทางสบายใจแอบยิ้มที่ได้แกล้งแหย่คนไม่ได้เจอกันนาน  ถ้าเธอจำไม่ผิดคนที่ทาคามินะพามานี่ เป็นนางเอกคนดังไม่ใช่หรือ

 

เกิดอะไรถึงมาด้วยกัน  ถ้ามากับฮารุนะเธอจะไม่แปลกใจเลย

 

แล้วนี่ พากันเป็นอะไรมา ถึงว่าพยาบาลซุบซิบกันทั่วโรงพยาบาลคุณหมอยังพาเปลี่ยนเรื่องต่อหน้าตาเฉยจนทาคามินะอกแยกเขี้ยวไม่ได้

 

“ก็รายนี่น่ะสิค่ะ สะดุดสายไฟล้ม สงสัยข้อเท้าจะแพลง แล้วยังฝืนเข้าฉากต่อ”

 

“อ๋อ เด็กเธอว่างั้น ห่วงออกอาการไปนะ”

 

“ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ!” ทาคามินะโวยวายกับคำแซวชวนคิดไปไกล กลัวอัตสึโกะจะเข้าใจผิด หากคนเจ็บกลับนั่งนิ่งมีเพียงรอยยิ้มบางๆส่งให้คนหมอ  

 

“งั้นแฟนสิ อาการเธอมันฟ้อง ทาคามินะ”

 

“พูดอะไรค่ะ! ตกลงจะรักษาไหมคะ  ถ้าไม่รักษา จะได้พาเปลี่ยนโรงพยาบาล”  มาริโกะอดไม่ได้จะพ่นหัวเราะออกมากับอาการเขินจนหน้าแดงแล้วยังพยายามโวยวายกลบเกลื่อน ปฎิกิริยาคุณนางเองก็ไม่ต่างกันนัก เอาแต่ก้มหน้าพวงแก้มแดงระเรื่อ

 

คู่นี้มันยังไงๆอยู่นะ สงสัยต้องไปอัพเดตข่าวสักหน่อย

 

ปกติทาคามินะเคยออกอาการเขินเพราะเรื่องอย่างนี้กับใครเขาที่ไหน

 

“รักษาสิ ไหนข้อดูข้อเท้า” มาริโกะไม่พูดเปล่ายังจับเท้าที่ปวดช้ำของคุณนางเอกเข้ามาใกล้ คนยังไม่ทันตั้งตัวได้แต่ร้องเสียงหลง

 

 

 

โอ๊ยย

 

นี่ ตรวจให้มันเบาๆหน่อยสิคะ!!

 

มาริโกะถึงกลับต้องส่งสายตาล้อเลียนใส่คนที่แสดงออกว่าเป็นห่วงคนเจ็บคนนี้มากเป็นพิเศษ

 

แหม อยากจะรู้จักกับคนที่เธอรักษาให้เสียแล้วว่าทำอย่างไร มินามิคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเฉยเมย เย็นชากับเรื่องความรัก ถึงหวั่นไหวได้มากขนาดนี้

 

 

 

อัตสึโกะที่เห็นทาคามินะเป็นแบบนนั้น เธอก็หัวเราะออกมาจนเธอลืมความเจ็บไปเลย ก็ดูเอาเถอะ เธอเป็นคนเจ็บแท้ๆแต่ร่างเล็กกลับโวยวายแทนเธอซะงั้น

 

 

 

 อื่อ.. อาการหนักอยู่นะ คงต้องให้เธอพักสักอาทิตย์ล่ะ อย่าพึ่งให้ลงน้ำหนักมาก เดี๋ยวฉันจักพวกยาแก้อักแสบให้ มินามิพยักหน้ารับคำ สมควรจะเป็นหนักอยู่หรอก ก็เล่นฝืนตัวเองไปเข้าฉากต่อ มันน่าโกรธจริงๆเลยคุณนางเอก

 

เอาล่ะ เสร็จแล้ว ออกไปรอรับยานะ แล้วว่างๆฉันติดจะติดต่อกลับไป เรื่องที่ถามไปก่อนหน้าฉันเองก็พึ่งกลับมาได้ไม่กี่เดือนนี่เอง ยังไม่ว่างโทรหาพวกเธอสักที ก็เห็นนิว่าดึกขนาดนี้แล้วฉันยังไม่เลิกงงานเลย

 

มินามิพยักหน้าเข้าใจอดสงสารมาริโกะไม่ได้ เป็นหมอก็ลำบากไปอีกแบบ ไม่มีเวลาไปไหน นอกจากใช้ชีวิตอยู่ในห้องตรวจของโรงพยาบาล

 

“แล้วเจอกันนะคะ” ทาคามินะโค้งศีรษะขอบคุณกำลังจะเข็นรถพาคุณนางเอกไปยังจุดรับยาหากก็ถูกแซวตบท้ายเสียก่อน

 

 

 

 

 

เธอเองก็ดูแลแฟนดีๆล่ะ ครั้งหน้าก็พามาทำความรู้จักกันมั้ง

 

บอกแล้วไงคะว่า” ทาคามินะยังพูดไม่ทันจบคุณหมอก็แกล้งเดินหนีไปด้านหลังห้องตรวจเสียอย่างนั้น

 

เชื่อเขาเลยมาริโกะซามะ

 

มาทำให้พวกเธอเขินหน้าแดง มองหน้ากันไม่ติดนินะ!

 

อะ..เอ..เอ่อ อัตจังอย่าไปถือสามาริโกะซังเลยนะ เธอขี้เล่นแบบนี้ล่ะ เธอรีบแก้ตัวกับคุณนางเอกกลัวฝ่ายนี้จะคิดมากกับคำแซวเมื่อครู่

 

ไม่ถือสาหรอค่ะ”  คุณนางเอกยิ้มด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย เธอคิดว่าถ้าได้เป็นอย่างคำแซวนั้นก็ดีเหมือนกัน

 

คุณหมอคนนี้  น่ารักดีนะคะ รู้จักเธอกันนานแล้วเหรอคะ

 

“ค่ะ ตั้งแต่สมัยเรียนแล้วค่ะ” คนตอบหน้าซึมลงเล็กน้อย ไม่ชอบใจเลยที่ได้ยินคำชมคนอื่นจากคุณนางเอก ไม่เข้าใจตัวเองเลย อาการปวดตุบๆที่ใจมันคืออะไรนะ

 

“อย่างนั้นเหรอคะ” เป็นอะไรของไปอีกล่ะทีนี้อยู่ๆก็ดูเงียบๆไป

 

 

 

หลังจากที่ทั้งสองรับยาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทาคามินะก็พาคุณนางเอกไปส่งที่คอนโดของเจ้าตัวตามที่เจ้าตัวได้บอกเอาไว้

 

พึ่งจะรู้ว่าอัตสึโกะพักอยู่คอนโดแถวนี้ ไม่ลืมจะแอบสำรวจระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่ขณะที่นำรถเข้าไปจอดด้านใน

 

“ขอบคุณนะคะ” คุณนางเอกพูดด้วยรอยยิ้มเปิดประตูเตรียมลงจากรถ ทว่า

 

หยุดก่อนสิ คนขับเอื้อมมือคว้าแขนไว้ด้วยใบหน้ายุ่ง  จะปล่อยให้เดินเข้าไปคนเดียวก็ไม่ได้ ระยะทางไม่ใช่ใกล้ๆเลยนะ ถึงจะมีไม้ช่วยค้ำเดินก็เถอะ

 

เดี๋ยวฉันไปส่ง เธอปล่อยแขนที่จับแล้วรีบลงจากรถไปยังประตูอีกฝั่ง

 

จะดีเหรอคะกลายเป็นคุณนางเอกเริ่มจะขัดเขิน ให้เขาไปส่งถึงห้องมันก็ยังไงๆอยู่ นอกจากริเอะก็ยังไม่มีใครเคยได้มาที่คอนโดของเธอเลยนะ

 

เอาเถอะ ไม่เป็นไรหรอก หรือว่ารบกวนเธอล่ะ 

 

“ไม่ค่ะไม่” สุดท้ายคุณนางเอกก็ยอมให้ท่านประธานแห่งบริษัทอากิฮาบาระกรุ๊ปช่วยประคองตัวเองเข้าไปในคอนโด ระหว่างทางเดินไม่ได้มีเสียงพูดคุยกันเกิดขึ้น เพราะทั้งสองตั้งใจที่จะปล่อยให้เสียงหัวใจเต้นต่อไปอย่างเงียบๆ จนมาถึงห้องพัก

 

เดี๋ยวฉันขอตัวกลับก่อนนะ อย่าเดินเยอะล่ะเข้าใจนะคนจะกลับไม่ลืมกำชับคุณนางเอกที่ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างเป้นห่วง

 

ค่ะ ขอบคุณนะคะ มินามิ ถ้าไม่เจ็บขาอยู่ คงจะแกล้งดึงเขาลงมานั่งบนตักแล้วกดปลายจมูกลงบนแก้มแรงๆ อยากจะรู้นักว่าเขาจะออกอาการเขินเธอมากแค่ไหน

 

ตอนนี้ก็ได้แต่ต้องปล่อยไปก่อน

 

ไม่เป็นไรหรอก ฉันเติมใจน่ะ คนพูดเสตามองไปทางอื่น หลุดออกไปแล้วทำยังไงดี

 

อะไรนะคะ คนได้ยินเต็มสองรูหูอดแกล้งไม่ได้ หัวใจมันเต้นแรงยินดีกับคำว่าเต็มใจจนต้องยิ้มออกมา

 

 เปล่าๆๆๆ ไม่มีอะไรค่ะ  งั้นไปแล้วนะคะ คนร้อนร้นเกินเหตุทำให้อัตสึโกะปล่อยหัวเราะ ได้แต่มองแผ่นหลังที่หนีเธอไปเสียแล้ว

 

น่ารักชะมัดเลยท่านประธาน ว่าแล้วก็ส่งข้อความไปหยอกหน่อยดีกว่า อุสาได้เบอร์เขามาทั้งที

 

 

 

 

 

ติ๊ด..ติ๊ด..” เสียงข้อความเข้าทำให้คนที่พึ่งถึงรถต้องหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วต้องยิ้มด้วยความขวบเขินเพราะชื่อที่ส่งข้อความเข้ามาเด่นหราอยู่มุมบน

 

[ ฝันดีนะคะ คุณประธาน  ถ้าจะดีมากฝันถึงฉันด้วยนะคะ]  by…..ATSUKO

 

เหมือนกับมีคนมาดึงหัวใจให้กระตุกขึ้นมา ทาคามินะได้แต่ยิ้มกับโทรศัพท์ ก่อนจะยอมพิมพ์ข้อความตอบกลับไป

 

[ฝันดีเช่นกันค่ะ แล้วอย่าลืมกินยานะคะ] by…. Minami

 

[ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง ไม่ลืมหรอค่ะ มินามิก็อย่าทำงานหนักนะคะ  ] by….ATSUKO

 

แค่เขาบอกว่าอย่าทำงานหนัก แล้วทำไมเธอต้องยิ้มจนปวดแก้มอย่างนี้

 

มาเอดะ อัตสึโกะ

 

เธอทำอะไรกับฉันกันแน่  เธอต้องเล่นมนตร์ใส่ฉันแน่ๆเลย

 

ฉันถึงหยุดยิ้มไม่ได้แค่คำพูดไม่กี่คำของเธอ

 

แล้วคืนนี้ฉันจะนอนหลับไหม!?

 

 

 

..................................................................................................................................................

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

อ่านแล้วรู็สึกหมั่นไส้ซาเอะขึ้นมาอีกรอบเฮะ

อย่าไปขัดเค้าสิ เค้ากำลังหวานกันยุ ^^

อย่าพึ่งรีบหมั่นไส้ซาเอะซิค่ะ เดี๋ยวซาเอะจะร้ายกว่านี้อีก (อ้าว)

Share this post


Link to post
Share on other sites
อัตสึิมินะ หวานนนนนนนนนน
ทากามินะนี่น่าแกล้งที่สุดละ ฮ่าๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

กรี๊ดดดดด อัตสึมิน๊าาาาาาาาาา >//////////////<

เห้นด้วยเป้นอย่างยิ่งว่าโซจังน่าแกล้ง และน่ารักมาก

Share this post


Link to post
Share on other sites

ch.6 ความบังเอิญ+ผู้ร่วมอุดมการณ์

 

เวลาผ่านไปเร็วเสมอ โดยเฉพาะเวลาของคนที่ต้องมานั่งเพ้อคิดถึงคนบางคนที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นอาทิตย์หลังจากเหตุการณ์ที่ต้องหามกันส่งโรงพยาบาลวันนั้น ปลายปากกาดูกดค้างอยู่บนกระดาษ มินามิยกมือข้างหนึ่งเท้าคาง ยอมรับตามตรงว่า เธอไม่เคยมีอาการอย่างนี้มาก่อน

 ทำไมถึงได้คิดถึง เป็นห่วงจนไม่มีสมาธิทำงาน  นี่แค่แฟ้มเดียวเธอต้องอ่านซ้ำเกือบ 10 นาทีได้แล้วมั้ง เพราะคุณนางเอกคนเดียวเลย ป่านนี้จะเป็นยังไงมั้งนะ

เลิกๆ ไม่มีสมาธิทำงานแล้ว

จวนจะบ่ายแล้วด้วย เธอไปหาอะไรกินเรียกสมาธิหน่อยดีกว่า เผื่อจะลดความคิดถึงลงได้บ้าง ก่อนที่จะได้ลุกเดินออกนอกห้องทำงานที่แสนจะน่าอึดอัดในตอนนี้ เสียงโทรศัพท์ก็ร้องเรียกดังลั่น

“omoide no hotondo wa sou isshou ni tsukutta ne~~”

[สายเข้า-------มาริโกะซัง] บอกจะโทรมาก็โทรมาหากันเลยนะ บทจะหายก็หายเข้ากลีบเมฆ เชื่อพี่ใหญ่คนนี้เลย

[ฮัลโหล มาริโกะซัง นึกยังไงถึงติดต่อมาได้คะ หรือพึ่งจะว่าง]

[ใช่น่ะสิ แล้วนี่ ฉันโทรมากวนเธอรึเปล่า ทำงานอยู่ไหม]

[ไม่หรอกค่ะ กำลังจะออกไปหาอะไรกินพอดี มีเรื่องอะไรรึเปล่าคะ]

[งั้นดีเลย เย็นนี้เธอว่างไหมล่ะ ฉันนัดพวกฮารุนะไปกินข้าวด้วยกันน่ะ] มาริโกะยกยิ้มพอใจ ได้เวลาที่เธอต้องซักไซร้น้องคนนี้เสียแล้ว

 

[ก็ไม่ได้ไปที่ไหนนะคะ แล้วจะให้ไปเจอที่ไหนคะ] ทาคามินะตอบรับอย่างง่ายดาย หลังจากที่คำนวณดูแล้วว่าเย็นนี้ไม่มีงานหรือธุระที่ไหนต่อ  

[ร้านอาหารXXX เจอกัน 19.00. ทาคามินะ]

[ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ]   หลังจากนัดแนะกันเป็นที่เรียบร้อยทั้งสองก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันต่อเล็กน้อยก่อนต่างคนจะกดวางสาย  และก็ได้เวลาที่คุณประธานจะได้ไปหาอะไรรองท้องก่อนถึงเวลานัดด้วย

 

 

ด้านคุณนางเอกที่ได้พักผ่อนจนเท้ามีอาการดีขึ้น วันนี้ก็เดินสายถ่ายแบบโฆษณาให้ยาสระผมยี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง

เสร็จแล้วครับ  ขอบคุณมากนะครับ  อัตสึโกะซัง ตัวแทนทีมงานนำช่อดอกไม้พร้อมของที่ระลึกมามอบให้คุณนางเอกแทนการขอบคุณที่ทุ่มเทให้กับการถ่ายโฆษณาครั้งนี้เป็นอย่างดีทั้งที่พึ่งหายจากอาการบาดเจ็บเมื่อไม่นานมานี้

 ขอบคุณเหนื่อยเช่นกันค่ะ"  อัตสึโกะส่งยิ้มหวานรอบด้านขอบคุณความตั้งใจของทีมงานที่ทำให้งานออกมาสำเร็จลุล่วงได้เป็นอย่างดี ต้องบอกว่ากว่าจะได้ผลงานออกมาสักหนึ่งชิ้นไม่เพียงดารานักแสดงหน้ากล้อง แต่ทีมงานเองก็เป็นส่วนสำคัญที่ขาดไปไม่ได้ ซึ่งหากขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปงานที่ได้ก็จะไม่มีทางออกมาเสร็จสมบูรณ์

ทีมงานทั้งชายและหญิงต่างก็ยิ้มเขินให้คุณนางเอกชอบเหลือเกินกับรอยยิ้มที่ทำให้เห็นโลกทั้งใบเป็นสีสมพู

"ผมดีใจมากเลยนะครับที่ได้ร่วมงานกับคุณอัตสึโกะ" ทีมงานคนหนึ่งพูดออกมาจากใจจริง ปลาบปลื้มคุณนางเอกคนนี้เป็นพิเศษ ด้วยนิสัยที่อะไรหลายๆอย่าง บอกให้ทำอะไรก็ทำ ไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลเหมือนดาราบางคน อยากได้อย่างโน่นอย่างนี่ จนเขาบางทีก็ขยาด ไม่อยากจะร่วมงานด้วย  และยื่งปลื้มเข้าไปใหญ่ที่รู้ว่าคุณนางเอกพึ่งหายเจ็บข้อเท้ามาดๆยังทุ่มเทให้กับงานมากมายขนาดนี้

“ทางนี้ก็เหมือนกันค่ะ” อัตสึโกะยิ้มรับอย่างเป็นมิตร และเอ่ยขอตัวลาทีมงานที่ได้ร่วมงานกันในวันนี้  

เดี๋ยวต้องขอตัวกลับก่อนนะคะ ก่อนจะลาจากทุกคน คุณนางเอกไม่ลืมโค้งคำนับแล้วมุ่งตรงไปที่รถซึ่งคุณผู้จัดการไปถอยมารอรับอยู่ก่อนแล้ว

 "นิ นายว่าปะ อัตสึโกะน่ารักจริงๆเลยเนอะ"  หนึ่งในทีมงานที่กำลังเก็บอุปกรณ์อดชมไม่ได้ ทำได้เพียงมองตามตาเป็นประกาย

"นั้นสิ น่ารักจังเลยนะ นี่ฉันเองก็รอฟังข่าวอยู่ทุกวัน ว่าใครจะจะได้ใจนางเอกคนนี้ไปครอบครอง”

ถ้าพวกเขากล้าพอก็อยากจะลงสนามขอคุณนางเอกมาเป็นแฟนเหมือนกัน

 

 

 

ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

หลังจากที่จอดรถเทียบในที่ลานจอดของห้างสรรพสินค้าที่ผู้คนคับคั่งเนื่องจากเป็นเวลาเลิกงานเรียบร้อย คนขับก็เดินเก้าขาฉับๆด้วยความรวดเร็วเข้าไปในตัวห้าง เนื่องจากความหิวที่ทำให้กระเพาะอาหารเริ่มส่งเสียงร้องประท้วง

เอาตามจริง เธอไม่เคยมาห้างในเวลาแบบนี้มาก่อนเลย กว่าเธอจะออกจากงาน เวลาก็ปาเข้าไปตอนที่พระอาทิตย์โบกมือลาท้องฟ้า ถ้าหิวช่วงเย็นขึ้นมาเธอก็ใช้ให้คุณเลขาไปหาซื้อมาให้ แย่หน่อยที่วันนี้ยุยลาหยุดงาน เพราะมีธุระทางบ้าน

 

เลยเป็นเหตุให้เธอต้องโผล่หน้าออกมาจากห้องทำงาน ที่แม้จะทำไปตอนนี้ก็เหมือนไม่ได้ทำ

ระหว่างที่ยังเดินเหม่อมองร้านอาหารอยู่ด้วย ร่างของเธอก็ปะทะเข้ากับสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างจะสูงกว่าอย่างจัง

"ตุ๊บ"

“โอ๊ย” เสียงอุทานของฝ่ายตรงข้ามทำให้เธอตกใจ เป็นอีกครั้งที่เธอชนใครสักคนล้มลงพื้น จึงได้แต่รีบลุกขึ้นยืน ไม่สนว่าตัวเองจะเจ็บเหมือนกันรึเปล่า ส่งมือหมายช่วยอีกฝ่ายลุกขึ้นยืน และพูดขอโทษแทบจะทันที หากกลับต้องชะงักค้างพอได้เห็นดวงตาที่พ้นแว่นกันแดดสีดำอันโต อัตสึโกะ!!เป็นอะไรรึเปล่า และคนที่ยืนยันให้เธอได้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากคนที่กำลังวิ่งตามเข้ามาด้วยท่าทางเป็นเดือดเป็นร้อน จ้องมองเธอด้วยความเคืองก่อนฝ่ายนั้นจะยืนอึ้งที่เห็นเธอส่งยิ้มแหะๆให้ เธอไม่ได้ตั้งใจและไม่คิดว่ามันจะบังเอิญขนาดนี้

“ทาคา

“ไม่เป็นไรค่ะ ริเอะซัง”  คุณนางเอกขานตอบแทรกเสียงที่กำลังจะหลุดออกมาจากลำคอของผู้จักการส่วนตัว ทั้งยังก้มหน้าลูบบั่นท้ายของตนเอง ไม่ได้สังเกตเลยว่าบรรยากาศรอบตัวเป็นอย่างไร

“อัตสึโกะ คือ” ริเอะฉุดอีกฝ่ายให้รับลุก ดูว่าใครยืนอยู่ตรงหน้า และเป็นครั้งแรกที่สองสายตาประสานกัน อัตสึโกะดวงตาเบิกกว้างอย่างตกใจ ในขณะที่ท่านประธานได้เอาแต่โค้งตัวขอโทษด้วยความรู้สึกผิด  

“ขอโทษจริงๆนะคะ เป็นอะไรมากรึเปล่า ฉันนี่แย่จัง เดินไม่ดูทางเลย” เธออดตำหนิตัวเองไม่ได้ทั้งที่รู้แก่ใจว่าอัตสึโกะพึ่งจะมีอาการที่ข้อเท้าดีขึ้น

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มินามิครู่นั้นอัตสึโกะยิ้มกว้าง เหมือนมีใครยื่นขนมแสนอร่อยมาให้ทาน ชอบความบังเอิญแบบนี่จัง ชอบพวงแก้มที่กำลังแดงเล็กน้อยด้วยความเขินอาย

ดูเขาสิ ทำหน้าพิลึกชะมัด คิ้วขมวดเขาหากันจนจะกลายเป็นตัว แล้ว

“ยังไงก็ต้องขอโทษนะคะ ริเอะด้วย ขอโทษนะ” ริเอะทำตัวแทบไม่ถูกพอถูกประธานบริษัทที่ตัวเองทำงานมาขอโทษอย่างนี้

“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะทาคามินะซัง ใช่ไหม อัตสึโกะ” ริเอะหันหาแนวร่วมที่พยักหน้างึกงัก ดูแม่คุณดีใจเกินหน้าเกินตาเหลือเกิน อะไรจะชอบใจขนาดนั้น

“ ไม่เป็นไรจริงๆค่ะ แล้วมินามิมาทำอะไรที่นี่ค่ะ”   แค่มองตาก็รู้ใจ ริเอะบอกเลยว่า แม่นางเอกกะจะหาเรื่องชวนทาคามินะซังไปนั่งกินข้าวด้วยชัวร์ๆ

“อ๋อ เพิ่งเลิกงานน่ะค่ะ เลยว่กะว่าจะออกมากินข้าว”

“แล้วกินรึยังคะ” แม่นางเอกคนดังลุ้นน่าดูขณะที่สวมแว่นกันแดดสีดำกลับเข้าไปสู่ดวงตา ไม่รู้ว่าจะพรางตัวหรือหลบซ่อนสายตาเจ้าเล่ห์ที่แอบมองท่านประธานอยู่กันแน่

“ยังเลยค่ะ เผลอเดินชนอัตจังก่อน” เจ้าตัวยอมรับความจริงด้วยใบหน้าแดงก่ำ  ริเอะไม่เคยจะแปลกใจเลยว่า ทำไมแม่นางเอกของเธอ ถึงได้ถูกใจท่านประธานขนาดนี้

แน่สิ มีคนให้แกล้ง แกล้งแล้วยังออกอาการให้แม่นี้เห็น แม่นี้ก็ยิ่งได้ใจ ยิ่งแกล้งใหญ่

“ถ้าอย่างนั้น ไปกินด้วยกันนะคะ” ไม่รู้นี้เป็นประโยคคำถามแน่รึเปล่าเพราะคุณนางเอกที่พึ่งจะหายเจ็บข้อเท้าลากแขนของท่านประธาน เข้าไปในร้านอาหารที่เจ้าตัวหมายมั่นว่าจะมาเป็นที่เรียบร้อยเสียแล้ว

 

 

ในร้านอาหาร

 อัตสึโกะตัดสินใจถอดแว่นกันแดดสีดำอันโตออกโดยไม่ค่อยจะสนใจสายตาของพนักงานเสิร์ฟที่มองมาอย่างตื่นเต้นเสียเท่าไหร่  เพราะค่อนข้างมั่นใจว่าร้านนี้ปลอดภัยและให้ความเป็นส่วนตัวกับลูกค้ามากพอจะไม่เข้ามาวุ่นวายกับเวลาส่วนตัวของเธอ

“กินอะไรดีคะ” อัตสึโกะถามคนที่นั่งตรงข้ามพร้อมยิ้มหยอกล้อคนหน้าแดงเพราะเขินเธอ ถ้าเธอคิดแบบชั่วร้าย ตัดริเอะออกไปก็เหมือนกับได้มาดินเนอร์กันเลย

ทาคามินะบอกเมนูที่ต้องการแผ่วเบา พยายามหันหน้าหาริเอะ เธอจะได้ไม่ต้องเขินกับสายตาแปลกๆของคุณนางเอกที่มันดูหวานเกินปกติ

หลังจากบริกรเดินออกไปด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็นว่าคุณนางเอกมานั่งทานเข้าวกับใคร ริเอะก็เริ่มชวนทาคามินะคุยมากขึ้น ยอมอยู่เป็น กคข ด้วยความหมั่นไส้เด็กได้ความดูแลล้วนๆ

“ปกติมาแถวนี้บ่อยรึเปล่าคะ”

“อ๋อ ไม่หรอก นานๆทีน่ะ ปกติมีอะไรจะฝากยุยจัดการให้เลย พอดีวันนี้รายนั้นเขามีธุระ เลยเป็นอย่างที่เห็นนี่ล่ะ”  มินามิพูดอย่างเป็นกันเองเหมือนทุกที่ที่ไม่ได้อยู่ในเวลางาน แล้วไม่ได้บอกเหตุผลสำคัญว่าทำไมตัวเองนั่งอยู่ในห้องทำงานต่อไม่ได้ ก็เพราะคุณนางเอกคนนี้ไงที่เล่นเข้ามาโปร่ยเสน่ห์อยู่ในหัวเธอทุกๆสองนาที

แล้วริเอะล่ะ ทำไมถึงได้มาที่นี่ได้”

“รายนี้พึ่งถ่ายโฆษณาเสร็จน่ะค่ะ เลยแวะกันที่นี่เพราะผ่านทางกลับพอดี”

“อย่างนี้เอง แล้วข้อเท้าดีขึ้นแล้วใช่ไหมคะ อัตจัง” คราวนี้ท้ายประโยคมินามิหันไปถามคนที่เอาแต่จ้องหน้าเธอให้รู้สึกว่าอุ่นภูมิในร่างกายไม่ปกติ

หายดีแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ” คุณพูดเอามือขึ้นมาเท้าคางส่งยิ้มหวาน เล่นเอาริเอะอยากขัดขว้างแกล้งกระแอมไอเล็กน้อยจนได้รับค้อนวงโตจากคุณนางเอก

น้อยๆหน่อย เธอขยับปากบอก แล้วถามเรื่องงานกับท่านประธานบริษัทต่อ

“แล้ว ทาคามินะซังค่ะ จะเริ่มถ่ายละครอีกทีวันไหนเหรอคะ จะได้ตัดตารางงานของอัตสึโกะได้ถูก”

นั้นสิ  ฉันคิดว่า คงอีกห้าวันหลังจากนี้ล่ะ มะรืนจะมีว่าจะเรียกประชุมเพื่อคุยเรื่องนี้กันอยู่พอดี แต่คงต้องจัดให้คนคิวทองว่างยาวหน่อยล่ะ เพราะคราวนี้ต้องออกนอกสถานที่กัน ใช่เวลาหลายวันอยู่ อัตสึโกะดูตื่นเต้นพอได้ยินคำว่า นอกสถานที่ แบบนี้เธอมีสิทธิ์ลุ้นจะได้พักกับท่านประธานใช่ไหม

ว่าแต่ อีกฝ่ายจะไปด้วยรึเปล่านี่สิ

“มินามิได้ไปด้วยรึเปล่าคะ” เธอถามไม่มีรีรอ เพราะถ้าช้าเธอจะคิดแผนการต่างๆนาๆไม่ออก

“ต้องไปสิ งานนี้ฉันต้องรับผิดชอบคุมทั้งงานนะ” แค่ได้ยินคำตอบอัตสึโกะก็ส่งยิ้มหวานดวงตาเป็นประกาย เล่นเอาท่านประธานสังหรณ์ใจอย่างไรไม่รู้

ริเอะได้แต่แอบถอนหายใจ งานเข้าท่านประธานแน่ๆแบบนี้

ยังไง ต้องขอโทษด้วยนะคะ เพราะฉันบาดเจ็บแท้ๆเลย เลยทำให้การถ่ายทำล่าช้าไปด้วย พอได้พูดประโยคนี้คุณนางเอกก็อดจะรู้สึกผิดไม่ได้ เธอไม่น่าซุมซ่ามเลยจริงๆ เป็นเรื่องเลย

ไม่ใช่ความผิดของอัตจังนะคะ อุบัติเหตุ มันเกิดขึ้นได้ทุกเวลา แค่อัตจังไม่เป็นอะไรแล้ว ก็ดีแล้วค่ะ

แต่ว่า..

ก็บอกว่าไม่ใช่ความผิดของอัตจังไงค่ะ  ไม่ต้องคิดมากน่า ฉันเองก็ยังไม่ได้กำหนดวันฉายไว้เลย  เพราะงั้นไม่เป็นไรหรอกนะคะ อย่าคิดมากเลยทาคามินะส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ไม่อยากให้คุณนางเอกต้องมากังวลเพราะเรื่องแบบนี้ เธอบอกแล้วว่าถึงเกิดปัญหาขึ้นมา เธอก็รับมือไหว ขอแค่คุณนางเอกไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว

ขอบคุณนะคะ” สายตาสองคู่สบกันนิ่ง ราวกับบนโต๊ะอาหารมีเพียงสองเรา ริเอะอยากจะพาตัวเองถอยออกไปอย่างเงียบๆจริงๆ เพราะอยู่ตรงนี้ก็แทบจะกลายเป็นอากาศอยู่ทุกที

 

ในขณะที่อัตสึโกะกับทาคามินะกำลังหวาน(?)กันอยู่นั้น พนักงานก็นำอาหารที่พวกเธอสั่งไว้มาเสิร์ฟให้ ทานอาหารกันได้สักพัก ริเอะก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำเพราะเธอไม่อยากอยู่เป็นกขค.อีกต่อไป เพราะดูเหมือนว่ายิ้งอยู่ยิ่งกลายเป็นส่วนเกินอย่างไรไม่รู้

 

คุณนางเอกสบโอกาสที่ได้อยู่สองต่อสองไม่รอช้า

มินามิ ซอสเลอะปากน่ะ เธอไม่พูดเปล่ายังเอาหยิบกระดาษทิชชู่ไปซับออกให้คนที่กำลังจะเงยหน้ามาถามด้วยความสงสัย ได้อายม้วนกันไปอีกรอบ

อยู่สองคนทีไร ถึงเนื้อถึงตัวตลอดนะคะ คุณนางเอก

"เอเอ่อ ขอบคุณนะค

ไม่เป็นไรค่ะ ทานเลอะบ่อยๆก็ดีนะคะ เธอเต็มใจบริการ ครั้งหน้าอาจจะไม่ใช่แค่ทิชชู่ก็ได้นะ

ม....มองอะไรคะ  อัตจังคนที่ตั้งหน้าตั้งตาทาอาการในจานถึงกับต้องเงยหน้าขึ้นมาประท้วงเพราะคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามนอกจากจะไม่แตะอาหารของตัวเองแลเวยังจ้องเธอตาไม่กระพริบ

เธอเองก็เขินเหมือนกันนะ

มองคนน่ารักไงคะ มองไม่ได้เหรอคะ

พะ..พูดอะไร..น่ะ” คนหน้าแดงถึงกับต้องวางช้อนส้อมไปต่อไม่ถูกกับการถูกอีกฝ่ายหยอดกันตรงๆอย่างนี้

ใจเย็นไว้ ใจเย็น เต้นช้าๆด้วยนะหัวใจ เธอชักรู้สึกว่าเลือดมันจะสูบฉีดดีเกินไปแล้ว

พูดความจริง ผิดด้วยเหรอคะอัตสึโกะไม่ยอมหยุดยังเอือมมือไปลูบแก้มที่แดงจัดให้ทาคามินะสะดุ้งวาบ นั่งตัวเกร็งติดพนักผิงเก้าอี้

ไม่ต้องมือไวก็ได้คุณนางเอก แค่นี้หัวใจเธอก็เต้นจนไม่ได้ยินเสียงรอบข้างแล้ว

เป็นอะไรคะ จู่ๆ ก็เงียบไป

จะไม่ให้เงียบได้ยังไงเล่า! มินามิอยากจะค้อนวงโตๆใส่แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะสมองมันประมวลผลอะไรไม่ได้เลย

ปะ..เปล่า..ไม่มีอะไร กะ กินข้าวกันต่อเถอะค่ะ ถึงจะบอกอย่างนั้น แต่เธอนิสิชักจะกินอะไรไม่ลง ไหนจะประโยคไม้ตายของอัตสึโกะที่ทำเอาเธอแทบสลบคาโต๊ะ

“กินมินามิแทนไม่ได้เหรอคะ”

จังหวะนั้นริเอะเดินกลับมาพอดี ถือว่าได้ช่วยชีวิตท่านประธานจากคนขี้แกล้งได้อย่างหวุดหวิด

มินามิรีบก้มหน้ากินข้าวต่อทั้งที่หน้ายังแดงจัดกับประโยคที่เหมือนระเบิดปรมาณูเมื่อครู่

ประโยคเดียวทำลายล้างทั้งเมือง!

สาบานได้ สักวันหนึ่งเธอคงหัวใจวายเพราะคุณนางเอกคนนี้แน่

 

 

 

หลังจากที่พวกเธอกินข้าวกันเสร็จแล้ว

ก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ค่อนข้างเสีเวลาเล็กน้อย

จะเรื่องอะไรเสียอีก ถ้าไม่ใช่เรื่อง

เดี๋ยวจ่ายเองค่ะทาคามินะรีบจับข้อมือของคนที่กำลังจะหยิบบัตรเครดิตในกระเป๋าสตางค์ออกมา

ไม่เอาค่ะ เดี๋ยวฉันจ่ายเอง อัตสึโกะก็ไม่ยอม เธอจะให้เขาเลี้ยงข้าวมันก็ยังไงๆอยู่

"ไม่เอาค่ะ เดี๋ยวจ่ายให้" คนนี้เองก็ไม่ยอมแพ้ ทำให้พนักงานได้แต่มองทั้งสองสลับกันไม่กล้าจะรับเงินมาจากใครสักคน เพราะกลัวจะมีปัญหา

เอาแบบนี้แล้วกันนะคะ คราวนี้มินามิยอมให้ฉันเลี้ยง แล้วคราวหน้ามินามิค่อยเลี้ยงคืนไงค่ะ เราจะได้ไม่ต้องเกี่ยงกันอีก คนเจ้าเล่ห์ออกอุบาย แบบนี้เขาเรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว นอกจากจะจบปัญหาเรื่องใครจะจ่ายเงิน เธอยังมีโอกาสได้มากินข้าวกับเขาอีกครั้งด้วย

งั้นก็ได้

ตกลงตามนี้นะคะ

“ค่ะ ครั้งหน้าต้องยอมให้เลี้ยงจริงๆนะคะ”

นี่ก็ใสซื่อเสียเหลือเกิน ไม่รู้เลยว่าตัวเองสมัครใจเดินลงหลุมพรางแบบไม่รู้ตัวเข้าเสียแล้ว

เห็นจะมีแต่คุณนางเอกที่ยกยิ้มพอใจและคุณผู้จัดการที่ส่ายหัวให้อย่างปลงๆ

แบบนี้ท่านประธานจะไปไหนรอด

เหลือก็แต่จะทำอย่างไรให้แม่นางเอกเลิกเล่นเป็นหมาหยอกไก่เสียที

 

 

 

หลังจากที่ทั้ง 3 คนจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยต่างก็แยกกันออกไปทำธุระของตน โดยทาคามินะเองก็ขอตัวไปตามนัดที่ได้นัดแนะเอาไว้กับมาริโกะ

ที่ร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง

กว่าจะมาได้นะมาริโกะทักทายคนที่พึ่งจะเดินเข้ามาถึงในร้าน

คนอื่นๆล่ะคะ มาริโกะ

“คงใกล้ถึงแล้วล่ะ”  มาริโกะพูดได้ไม่ทันไรเสียงไล่หลังไวๆก็เรียกให้ทั้งสองไปสนใจคนที่พึ่งจะเข้ามาในร้าน

โทษทีๆ พอดีรถติด เลยมาช้า ดูจากเครื่องหน้าที่ยังอยู่ครบ  มินามิกับมาริโกะก็รู้ทันทีว่าฮารุนะพึ่งจะเสร็จงานเมื่อไม่นานนี้เอง

เป็นดารานักแสดง ก็ลำบากเหมือนกันแหะ

ครบสักที ทางนี้เลย  มาริโกะเป็นคนเดินนำเข้าไปที่โต๊ะซึ่งถูกจองไว้ภายในโซน vip เพื่อความเป็นส่วนตัวของพวกเธอ ตั้งแต่เธอไปแลกเปลี่ยนก็ไม่มีโอกาสได้เจอพวกน้องๆเลย

ดูสิ แต่ละคนโตเป็นผู้ใหญ่ มีการมีงานทำเต็มตัวกันเสียแล้ว

 

            ทุกคนทยอยนั่งลงบนโซฟาครึ่งวงกลมสีม่วงเข้ม โดยเริ่มจากมาริโกะ ยูโกะ ฮารุนะ และทาคามินะ ซึ่งคุณดาราคันปากจนอดถามไม่ได้ว่าพี่ใหญ่กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะไม่ใช่จะติดต่อหากันเสียที

มาริจังน่ะ มาที่นี่เมื่อไหร่ ไม่ยอมบอกกันเลยนะ”

 

อย่างอนสิ ฉันพึ่งจะมาถึงเมื่อปลายเดือนก่อนเอง ก็กะว่าจะบอกพวกเธอนานแล้วล่ะ แต่พอได้ทำงานมันก็ยุ่งจนไม่มีเวลา กลับถึงบ้านฉันก็สลบคาเตียงทุกทีจะเอาเวลาไหนมาโทรหาล่ะ”

ทีเวลาอย่างนี้กลับโทรได้นะมาริโกะซามะ ยูโกะแอบคิดในใจ หากมาริโกะไม่มีเรื่องสงสัยอยากรู้อะไร ไม่มีทางโทรมานัดแนะกันแน่นอน

เอาน่า ไม่ต้องจ้องฉันขนาดนั้น แล้ว ทาคามินะเถอะ ไม่พาแฟนมาด้วยหรอ

บอกแล้วไงว่าไม่ใช่ค่ะ!!!! คนที่อยู่เฉยๆก็ถูกแซวแววเสียงดัง ภาพที่ถูกคุณนางเอกหว่านเสน่ห์ใส่กันไหลย้อนกลับมาฉายให้เห็นเป็นฉากๆยิ่งทำให้เขินเข้าไปใหญ่

จะมีก็แต่คู่รักที่มองหน้ากันตาปริบๆ มินามิไปมีแฟนเมื่อไหร่ทำไมพวกเธอไม่รู้

หืมม แน่นะ  ผู้หญิงคนนั้นก็สวยมากเลยนะ ถ้าไม่ใช่แฟนเธองั้นฉันขอจีบแล้วกัน

ไม่ได้ค่ะ!!! คนหวงก้างถึงกับตวัดสายตาไม่พอใจใส่พี่ใหญ่ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรถึงได้รู้สึกโมโหอย่างบอกไท่ถูก

“เอ๊า ก็เธอบอกไม่ใช่แฟน แล้วเป็นอะไรกับเธอคนนั้นกันล่ะ ใครนะ รู้สึกจะชื่อว่าอัตสึโกะสินะ”

คราวนี้มินามิถึงกับมองอย่างระแวงที่มาริโกะจำชื่แของแม่นางเอกคนดังได้ ปกติไม่เคยเห็นจะสนใจใครที่ไหน คุณประธานคงลืมไปว่า  มาเอดะ อัตสึโกะ ถ้าบ้านมีทีวีเป็นใครก็ต้องรู้จัก

สองคู่รักถึงกับร้อง อ๋อ ในใจ แสดงว่ามาริโกะได้เจอคนที่ทำให้มินามิหวั่นไหวแล้วงั้นสิ

มิน่า ถึงนัดพวกเธอออกมา ที่แท้ก็อยากได้ข้อมูลของคุณนางเอกคนดังนี้เอง

“เป็นคนในความดูแลค่ะ”

“ดูแลถึงขั้นไหนกัน ถ้าเป็นแค่เด็กในสังกัดก็ไม่มีปัญหานิหน่า”

“บอกว่าไม่ได้ไงค่ะ!” สายตาที่จ้องเธออย่างเอาเรื่องทำให้มาริโกะยิ้มขำ หากไม่มียูโกะกับฮารุนะนั่งคัน ทาคามินะอาจจะประทุษร้ายเธอก็ได้

ส่วนคนนั่งคันกลางก็ได้แต่นั่งเงียบ รอฟังพี่ใหญ่ต้อนคนปากแข็งอย่างใจจดใจจ่อ

“ไม่มีเหตุผลน่า ทาคามินะ ฉันตัดสินใจว่าจะจีบแล้วเธอมีสิทธิ์อะไรมาห้าม แฟนก็ไม่

“ฉันชอบอัตสึโกะ!” คำตอบด้วยอารมณ์โมโหทำให้ทั้งตกเงียบกริบได้ยินแม้กระทั้งเสียงน้ำแข็งละลายก่อนทุกคนจะพร้อมใจกันปล่อยหัวเราะออกมา

“แหม่ ยอมรับสักทีนะว่าชอบ สายตาเธอมันฟ้องออกบ่อย” ยูโกะที่เงียบมานานได้โอกาสพูดบ้าง นับถือมาริโกะมากที่ทำให้ทาคามินะเปิดปากเรื่องนี้ได้

คนถูกแซวถึงกับมองตาขว้างพวงแก้มแดงก่ำเพราะคำสารภาพเมื่อครู่

 ยอมรับก็ดีแล้วนิ”  มาริโกะยิ้มหยอกล้อแม้จะได้รับสายตาค้อนมาเป็นระยะ

“เริ่มอยากจะรู้จักแบบจริงจังแล้วนะเนี่ย เก่งนะ ที่ทำให้เธอชอบได้น่ะ”

“ไม่ต้องเลยค่ะ มาริโกะซัง” คนกำลังอายรีบปราม กลัวพี่ใหญ่จะทำอะไรนอกกรอบจนเธอปวดหัว แค่อยากรู้จักหรืออยากแกล้งเธอกันแน่

“เอาน่า ยังไงๆตอนนี้มาริโกะก็รู้แล้ว ถือว่ามาขอความช่วยเหลือเลยแล้วกัน”

“เรื่องอะไรยูโกะ” ทาคามินะถึงกับต้องเลิกคิ้วอย่างสงสัย มีอะไรที่ต้องขอให้พี่ใหญ่ช่วยด้วยอย่างนั้นหรือ

“เธอนี่มันซื่อหรือบื่อกันแน่ ทีเรื่องอื่นล่ะไวนัก เรื่องแค่นี้ล่ะทำเป็นไม่รู้ ต้องปล่อยให้มิยาซาวะ มาคาบแม่คุณนางเอกของเธอไปก่อนใช่ไหมถึงจะรู้สึก”

“เดี๋ยวนะ ยูโกะมันยังไงกันเนี่ย” คนที่คันปากอยู่ก่อนแล้ว ไม่รอช้าเล่าเหตุการณ์ไม่กี่วันที่ผ่านมาให้พี่ใหญ่ฟังเป็นชุดพร้อมใส่สีตีไข่ จนคนที่ถูกเผาต้องออกปากขัดเป็นระยะเพราะเนื้อหาที่มันเกินจริงเกินไป

“แบบนี้ก็น่าสนุกดีนะ ทาคามินะ ถ้าเธอบอกว่าชอบคนนี้ ฉันช่วยสนับสนุนเต็มที ยังไง หลายหัวก็ดีกว่าหัวเดียว” มาริโกะยิ้มเล็กๆที่มุมปาก งานนี้คงไม่ได้หมูสินะ เมื่อคู่แข่งเล่นรุกหนักขนาดนี้

ยังดีที่คุณนางเอกชัดเจนกว่ารายนี้เขาเยอะ

เธอยิ่งชอบอะไรที่มันต้องได้ใช้เล่ห์ใช้กลอยู่ด้วย

มาลองวางแผนช่วยให้น้องสมหวังเร็วๆก็น่าสนุกดีเหมือนกัน

 

…………………………………………………………………………………

Share this post


Link to post
Share on other sites

เย้!! ดีใจจัง ไรต์เอามาลงให้อ่านอีกรอบ  :dookdik_bun_27:  :dookdik_bun_27:

 

เราชอบมากๆเลย  ขอบคุณมากนะคะไรต์  ช่วงนี้ไม่ค่อยได้มาเข้าห้องเท่าไหร่   พอได้ยินว่าไรต์เอามาลงใหม่เรารีบมาเลย :dookdik_bun_1:  :dookdik_bun_1: ฮาๆ  ดีใจมากๆเลยขอบอก

ปล. ขอบคุณมากเลยค่ะไรต์ ไม่รู้จะพูดยังไงดี  ดีใจมากๆเลย :dookdik_bun_17:   อย่างงี้ต้องไปฉลอง ^^ 

ปล2.  ถ้ามีคนแบบคราวก่อนอีก ไรต์อย่าไปสนใจนะ !!  ยังแค้นไม่หายเลยขอบอก หึ (โหดๆ  ฮาๆ)  เดวรีดเดอร์จัดการ ฮาๆ :dookdik_penguin_17:  :dookdik_penguin_17: (หยอกๆ) 

Share this post


Link to post
Share on other sites

พี่เอะ ระวังตัวไว้ 555 ถึงจะรู้เรื่องเเล้วก็เถอะ 

เเต่ก็ยังอยากอ่านอ๊าา >.<  :dookdik_bun_20:  :dookdik_bun_2:

Share this post


Link to post
Share on other sites

=,,=  หุหึหุหึ  มินามิต่างก็โดนทุกคนแกล้ง

ไอ้ตัวเล็กนี้มัน ... .  น่ารักจริงๆเลยให้ตายสิ ! #พูดพร้อมกับเช็ดเลือดกำเดาที่จมูก

อัตจังงงงงง !! ถีบเราแรงๆสิ ทาคามินะ อ่า ~ มองด้วยสายตาแบบนั้นอีกสิ #นอนจมกองเลือดแบบมีความสุข #พแว๊!!ผิด

Share this post


Link to post
Share on other sites

เเค่ทาคามินะสารภาพไปก็จบเเล้ว! ฮิ้ววววว

Share this post


Link to post
Share on other sites

เย้ มีตัวช่วยมาแล้ว ><

ช่วยป่วนใช้ไหมค่ะ 555
 

สนุกมากๆเลยค่ะ

ขอบคุณนะคะ
 

พี่เอะ ระวังตัวไว้ 555 ถึงจะรู้เรื่องเเล้วก็เถอะ 

เเต่ก็ยังอยากอ่านอ๊าา >.<  :dookdik_bun_20:  :dookdik_bun_2:

ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวจะรีบพยายามทยอยลงนะคะ
 

เย้!! ดีใจจัง ไรต์เอามาลงให้อ่านอีกรอบ  :dookdik_bun_27:  :dookdik_bun_27:

 

เราชอบมากๆเลย  ขอบคุณมากนะคะไรต์  ช่วงนี้ไม่ค่อยได้มาเข้าห้องเท่าไหร่   พอได้ยินว่าไรต์เอามาลงใหม่เรารีบมาเลย :dookdik_bun_1:  :dookdik_bun_1: ฮาๆ  ดีใจมากๆเลยขอบอก

ปล. ขอบคุณมากเลยค่ะไรต์ ไม่รู้จะพูดยังไงดี  ดีใจมากๆเลย :dookdik_bun_17:   อย่างงี้ต้องไปฉลอง ^^ 

ปล2.  ถ้ามีคนแบบคราวก่อนอีก ไรต์อย่าไปสนใจนะ !!  ยังแค้นไม่หายเลยขอบอก หึ (โหดๆ  ฮาๆ)  เดวรีดเดอร์จัดการ ฮาๆ :dookdik_penguin_17:  :dookdik_penguin_17: (หยอกๆ) 

อ่านเม้นแล้วเขินจังเลยค่ะ แอบตกใจกับคำว่ารู้ข่าว (ฮา)
ตอบ ปล.2 นะคะ  เราจะพยายามไม่สนใจนะคะ แต่เนื่องด้วยที่เราเป็นคนเซ้นซิทีฟมากๆ เลยทำให้เราชอบเก็บคำพูดพวกนั้นไปคิดค่ะ = =

แต่เราก็ไม่ได้โกรธอะไรเขานะคะ มันคงเป็นเพราะเราแต่งไม่ดีจริงๆเขาเลยพูดแบบนั้น 
แล้วเราก็ยอมรับความคิดของเขานะคะ แต่ตอนนั้นเราเหนื่อยแล้วก็ท้อจริงๆ เราเลยตัดสินใจลบนิยายออกดีกว่า
ตอนนี้เราก็รู้สึกดีมากขึ้นแล้วค่ะ เลยตัดสิ้นใจเอานิยายกลับมาลง^ ^

 

กรี๊ดดดดด อัตสึมิน๊าาาาาาาาาา >//////////////<

เห้นด้วยเป้นอย่างยิ่งว่าโซจังน่าแกล้ง และน่ารักมาก

 

อัตสึิมินะ หวานนนนนนนนนน
ทากามินะนี่น่าแกล้งที่สุดละ ฮ่าๆ

มินามิคงจะทำตัวน่าแกล้งมากขึ้นกว่านี้ค่ะ(?) ฮ่าๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

=,,=  หุหึหุหึ  มินามิต่างก็โดนทุกคนแกล้ง

ไอ้ตัวเล็กนี้มัน ... .  น่ารักจริงๆเลยให้ตายสิ ! #พูดพร้อมกับเช็ดเลือดกำเดาที่จมูก

อัตจังงงงงง !! ถีบเราแรงๆสิ ทาคามินะ อ่า ~ มองด้วยสายตาแบบนั้นอีกสิ #นอนจมกองเลือดแบบมีความสุข #พแว๊!!ผิด

 

เรายังอยากเข้าไปร่วมแกล้งมินามิเลยค่ะ  

อัก!  // โดนทาคามินะเอารองเท้าปาหัว

 

 

เเค่ทาคามินะสารภาพไปก็จบเเล้ว! ฮิ้ววววว

ใช่ไหมค่ะ มัวแต่ปากแข็งอยู่ได้

Share this post


Link to post
Share on other sites

ch.7 มาเป็นแฟนกันซิ

 

            เมื่อวันที่มีการจัดประชุมได้มาถึง บริษัทอากิฮาบาระจึงวุ่นวายเป็นพิเศษเพราะเหล่าพนักงานผู้คลั่งไคล้ดาราต่างพากันมายืนออกันอยู่ที่ล็อบบี้ของบริษัท เพื่อดูคู่จิ้นแห่งปี ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจาก คุณนางเอกดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งวงการมายากับมิยาซาวะ ซาเอะ ผู้ได้รับฉายาว่าเจ้าชาย ทั้งสองบังเอิญเข้ามาในจังหวะไล่เลี่ยกันนั้นทำให้เกิดเสียงกรี๊ดลั่นบริษัท

 

 “ขยับเข้ามาอีกก็ได้ อัตสึโกะ”  ซาเอะสบโอกาสยกมือโอบเอวของคุณนางเอกสาวให้เข้ามาใกล้จนคนที่มุ่งอยู่ต้องกรี๊ดออกมาด้วยความชอบใจ พร้อมแซวกันให้แซดว่า “ช่วยลดความหวานลงหน่อยคะ คนโสดอิจฉา” ซึ่งคุณนางเอกก็ได้แต่ข่มความไม่พอใจแสร้งยิ้มไปตามน้ำ มันเป็นงานเธอจะทำอย่างไรได้ รู้อย่างนี้มาช้าสักหน่อยก็ดี   

 

 เหมาะสมกันจังเลยเนอะแก ยังกับเจ้าชาย กับ เจ้าหญิงแนะ

 

นั้นซิ บอกว่าเป็นแฟนกันจริงๆก็เชื่อ”

 

พอได้ยินเสียงซุบซิบเธอยิ่งอึดอัด กลัวว่าใครอีกคนลงมาได้ยินจะไม่สบายใจ

 

ใครก็ได้เข้ามาช่วยเธอที และราวกับฟ้ามาโปรด เมื่อคุณนางร้ายเดินตรงเข้ามาร่วมเฟรมกับเธอ ทำให้ซาเอะต้องถอยหางอย่างจำใจ

 

“แหม มีแต่รู้คู่พระนาง ไม่มีรูปคู่นางเอกกับนางร้ายด้วยเหรอคะ” เสียงแซวอย่างเป็นกันเองของฮารุนะทำให้คนรอบข้างยิ้มขำก่อนจะขอให้ฮารุนะมารวมถ่ายรูปกับอัตสึโกะ

 

            “ขอบคุณนะคะ” เธอขยับปากบอกเบาๆ ซึ่งเจ้าตัวพยักหน้ารับรู้ขณะสายตายังโฟกัสกล้องที่อยู่เบื้องหน้า แอบเห็นคุณผู้จัดการของเจ้าตัวยิ้มราวกับพอใจอยู่กับผู้จัดการของเธอ

 

 

 

            และแล้ว 15 นาทีต่อมาที่พวกเธอยังขยับไปไหนไม่ได้เพราะพนักงานยังไม่ยอมกลับเข้าแผนก  กระทั่งประตูลิฟท์ใกล้เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เปิดออกปรากฏร่างของคนในชุดสูทกระโปรงสีน้ำเงินเรียบร้อยก้าวขาออกมา เล่นเอาพนักงานที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นแตกฮือ พากันกุลี้กุจอหลบหน้าหลบตา เพราะเห็นว่าใครลงมา

 

 หยุดเดี๋ยวนี้!!!!!" พนักงานพากันก้าวขาไม่ออก ตัวแข็งทื่อ พอเจอกับเลขาท่านประธานในโหมดของมาเลฟิเซนต์พร้อมด่ากราดทุกคนที่อยู่บริเวณนี้

 

"มาทำอะไรกันตรงนี้! เจ้านายฉันจ้างให้มาทำงาน ไม่ได้จ้างมามุงดารา!  ถ้ายังไม่อยากโดนท่านประธานไล่ออก รีบไปทำงานซะ! พวกเธอทำพวกนักแสดงขึ้นไปประชุมสายกันแล้วรู้ไหม!”  

 

เพียงแค่จบประโยคด่าของเลขาท่านประธาน พนักงานในบริษัทก็พากันยกเท้าวิ่งขึ้นบันไดกลับไปยังชั้นที่ตนทำงาน ดัง “ตึงตังๆ” ให้คนที่รออยู่ห้องประชุมแอบกุมขมับเพราะพอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“สงสัยต้องบอกซายากะ เตือนพนักงานสักหน่อย”

 

 

 

 

 

 

 

“พวกนี่นิ ไม่ไหวเลย”  ยุยส่ายหน้าก่อนเดินเข้าหาเหล่านักแสดงที่ท่านประธานนัดพบ

 

“ขอโทษด้วยนะคะ”  แต่ละคนถึงกับทำตัวไม่ถูกได้แต่มองตากันปริบๆ

 

ไม่กล้า ไม่กล้าพูดอะไรออกมาเพราะกลัวทำให้ยุยผู้เรียบร้อยกลายร่างเป็นนางฟ้าปีศาจอีกครั้ง

 

ยูโกะบอกตามตรงเลยว่า พึ่งจะเคยเห็นยุยโหมดนี้เหมือนกัน สงสัยจะอยู่กับทาคามินะมากเกินไป เวลาโมโหทีไรถึงได้เหมือนกันราวกับแกะเช่นนี้

 

 

 

 

 

เมื่อมาถึงชั้นที่เป็นห้องประชุม ยุยก็เนำทางไปจนถึงห้องประชุมก่อนลงมือเคาะประตูของอนุญาตคนนั่งรอด้านในและผลักเข้าไปด้านใน จังหวะนั้นคนที่ตามเข้ามาด้านหลังจงใจส่งยิ้มให้ท่านประธานที่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะเล่นเอาคนไม่ทันตั้งตัวได้แต่เขินปั้นหน้าไม่ถูก สั่งทุกคนนั่งเพื่อกลบเกลื่อนความเขินของตัวเอง

 

 ไม่ขาดใครนะ” มินามิมองสำรวจ

 

“ค่ะ”

 

 “ถ้าอย่างนั้นมาเริ่มกันเถอะ”  ผู้เข้าร่วมประชุมแสดงการตอบรับก่อนจะได้รับเอกสารจากคุณเลขาท่านประธานที่พึ่งไปวีนพนักงานแทนเจ้านายตัวเองมา เล่นเอาไม่มีใครกล้าจะทำให้คุณเลขาโกรธเพราะกลัวจะถูกด่า

 

ฉันกำหนดวันถ่ายละครไว้เป็นวันเสาร์นี้ หรือก็คืออีก 3 วัน หลังจากนี้ ขอให้ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม เพราะการถ่ายทำครั้งนี้จะใช้เวลาเกือบ 2 อาทิตย์ ส่วนสถานที่  คือ...ทะเลเมื่อท่านประธานพูดคำว่า ทะเลเล่นเอาเหล่านักแสดงดีใจกันออกนอกหน้า ต่างหันหน้าซุบซิบให้ทาคามินะต้องกระแอมไอบอกให้เงียบ

 

ฉันรู้ว่าทุกคนดีใจ แต่เงียบก่อน เราจะเดินทางโดยรถบัสของบริษัทพร้อมทีมงาน ในเช้าวันเสาร์ เวลา 7.30 . ฉะนั้นขอให้ทุกคนระวังเรื่องเวลาด้วย ส่วนถ้าใครอยากจะไปเองให้แจ้งกับยุยเอาไว้ก่อนที่จะเดินทาง”

 

เข้าใจแล้วค่ะทุกคนขานรับด้วยความดีใจ เพราะนานๆทีจะได้ถ่ายละครต่างจังหวัด ปกติอยู่ในฉากพื้นเขียว เบื่อจะแย่

 

แล้วมีใครอยากจะถามอะไรไหม”

 

เอ่อ ทาคามินะซังค่ะ แล้วเรื่องห้องพักล่ะคะคำถามของมิลกี้ดึงความสนใจของทุกคนได้เป็นอย่างดี หันมองหน้าคนจะพาไปด้วยความอยากรู้ เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก ถ้าให้นอนกับคนไม่สนิทมันก็ยังไงๆอยู่

 

เรื่องนั้นฉันจะให้ทุกคนจับฉลากเลือกห้องเอา ถ้าใครจับได้เบอร์ห้องเดียวกันก็อยู่ด้วยกัน เพื่อความยุติธรรมน่ะ จะได้ไม่มีฉันสนิทกับคนนี้ฉันจะนอนกับคนนี้ ฉันไม่สนิทกับคนนั้น ฉันจะไม่นอนกับคนนั้น   เราทำงานด้วยกัน  ความสามัคคีถือเป็นเรื่องสำคัญ หวังว่าทุกคนจะเข้าใจนะ ส่วนเรื่องเตียง ฉันให้ยุยจองไว้เป็นห้องเตียงคู่น่ะ ไม่ต้องห่วง

 

ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยประโยคที่ทาคามินะพูด ถึงแม้ความจริงมันจะทำได้ยากสักหน่อยก็เถอะ ขนาดท่านประธานที่เป็นคนพูดเองยังแอบแสดงสีหน้าหนักใจให้เห็นเลย

 

 แล้วเรื่องการจับฉลาก เราจะจับกันตอนที่ไปถึงแล้ว 

 

ค่ะเสียงตอบรับของแต่ละคนยังคงดูตื่นเต้น อาจจะเพราะมีเรื่องการจับฉลากเข้ามาเอี่ยวด้วยเลยเหมือนจะเพิ่มความตื่นเต้นเข้ามาอีก

 

เอาล่ะ แล้วไม่มีใครสงสัยอีกไหม 

 

พอไร้ซึ่งเสียงตอบรับคนที่เป็นประธานนั่งหัวโต๊ะก็สั่งเลิกประชุมชี้แจ้งกำหนดการ และยังไม่ทันที่ท่านประธานจะได้ลุกออกจากที่นั่ง มิซายาวะ ซาเอะก็เดินผ่านหน้าโต๊ะเข้าไปทำคะแนนกับคุณนางเอก ให้มินามิได้แอบลอบถอนหายใจ รู้สึกว่าตัวเองชักแปลกไปทุกวัน

 

อัตสึโกะดูสิ  เราจะได้ไปเล่นละครที่ทะเลด้วยกันเลนะ ดีใจไหมซาเอะจับมือคุณนางเอกขึ้นมาเขย่า  เรียกสายตาเอือมๆจากคุณผู้จัดการอย่างริเอะจนอดแซะไม่ได้

 

“เขย่าแรงขนาดนี้เดี๋ยวมือแม่นางเอกฉันถลอกพอดี”

 

“แหะๆ ต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีฉันดีใจมากไปหน่อย”

 

“ดีใจหรืออยากฉวยโอกาส” ริเอะงึมงำ ดูท่าทางแม่นี้จะไม่สนใจใครนอกจากอัตสึโกะเลยจริงๆ เห็นแล้วก็สงสารเด็กเธอที่ต้องมาปั้นหน้ายิ้มรับแขก แล้วเผอิญท่านประธานยังอยู่

 

ดูสีหน้าก็เริ่มรู้ ว่าไม่พอใจอย่างแรง

 

ครู่ต่อมาริเอะต้องกลืนน้ำลายลงคอเพราะเห็นท่านประธานเคลื่อนสายตามองแม่นางเอกของเธอแวบหนึ่งแล้วทำท่าจะเดินออกจากห้องประชุม บอกเลยว่าแม่นางเอกไม่รีบตาม เกิดเรื่องใหญ่โตแน่งานนี้

 

 มันยังดีที่ยูโกะหัวไว คว้ามับเข้าข้อแขนท่านประธาน

 

เดี๋ยวสิ ทาคามินะ  ฉันมีเรื่องจะถามต่อสักหน่อย ไปห้องข้างๆกันดีไหมยูโกะส่งสายตามีความนัยให้ริเอะก่อนจะพาเพื่อนเดินไปอีกทาง

 

 

 

มันจะล่มหรือมันจะรอดฮะ งานนี้ ผู้จัดการของคุณนางเอกทำหน้าหน่ายใจพลางมองซาเอะที่ยังจอไม่หยุดสักที  

 

เอ..เอ่อ ซาเอะซังค่ะ ฉันขอยืมตัวอัตสึโกะไปคุยตารางงานก่อนนะคะ

 

เอ่อ..ค่ะ ตามสบายเลยค่ะซาเอะจำต้องปล่อยอัตสึโกะไปเพราะไม่มีเหตุผลอะไรจะมารั้งไม่ให้คุณนางเอกไปคุยงานกับผู้จัดการส่วนตัว

 

ริเอะถึงกับปาดเหงื่อพอพาอัตสึโกะออกมาจากคนช่างจ่อได้

 

 

 

ขอบคุณนะคะ ริเอะซัง”

 

“เปลี่ยนจากคำขอบคุณ เป็นไปคุยกับทาคามินะซังให้เรียบร้อยเถอะ ไม่อย่างนั้นระเบิดพลีชีพคงลงที่บริษัท” อยากจะหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก เธอเห็นทุกการกระทำของท่านประธานตัวเล็กที่แสดงออกมา  สายตาแบบนั้นมันเป็นของคนที่กำลังหึงชัดๆ

 

ก็ดูเอาสิแม่นางเอกของเธอ เล่นทั้งอ้อยเล่นทั้งหยอด ท่านประธานไม่รู้สึกอะไรให้มันรู้ไปสิ

 

 

 

 ที่ด้านของทาคามินะกับยูโกะ ซึ่งขณะนี้ราวกับว่าอุณหภูมิในห้องสี่เหลี่ยมลดต่ำลงอย่างแปลกประหลาด ยูโกะไม่เคยต้องรู้สึกว่าตัวเองจนมุมอย่างนี้มาก่อน ไหนจะคำถามที่จี้ไม่ยอมหยุดของเพื่อนสนิท

 

เอา! ตลกงมีอะไรจะถามล่ะ ยูโกะ เล่นเสียงแข็งขนาดนี้ใครจะกล้าถาม ก็รู้อยู่ว่ากำลังร้อน แต่ช่วยใจเย็นสักนิดเถอะคุณเพื่อน ต้องยอมรับว่าอัตสึโกะมาแรงจริง ถึงทำให้เพื่อนเธอเป็นได้ขนาดนี้

 

เอ่อ..คือ.....แล้วเธอก็พูดอะไรไม่ออก เพราะความจริงไม่ได้มีเรื่องอะไรเลยที่ต้องถาม

 

รีบๆพูดมา ฉันจะรีบกลับ

 

แหม ที่จะรีบกลับเพราะทนเห็นภาพบาดตาบาดใจไม่ได้ว่างั้น

 

ไม่เคยคิดเลยว่าเพื่อนของเธอจะทำตัวงี่เง่ากับเขาก็เป็น

 

“เอ่อ.. แบบว่า

 

มั่วแต่อ้ำอึ้ง ถ้าไม่มีอะไร ฉันจะแอ๊ด...ทาคามินะยังพูดไม่ทันจบ ประตูก็ถูกเปิดเข้ามาขัดจังหวะ ร่างสูงของหญิงสาวที่ทำให้อารมณ์เธอไม่ปกติค่อยๆเดินเข้ามาในห้องประชุมเล้กเล่นเอาเธอถึงกับเงียบกริบจ้องฝ่ายนั้นด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

 

งั้นฉันขอตัวก่อนล่ะ ไว้เจอกันนะ ทาคามินะยูโกะอาศัยจังหวะนี้รีบชิงออกนอกประชุม

 

“อ้าว เดี๋ยวสิ ยู

 

“ปัง”

 

“แกร๊ก” เสียงสุดท้ายที่ได้ยินตามมาจากหลังประตูถูกปิดลง ทำให้ท่านประธานเม้มปาก รู้เลยว่าแผนของเพื่อนสนิทแน่นอนที่ล่อเธอเข้ามาในห้องนี้ แล้วยังจับขัง ใช่จับขังไว้กับคนที่พึ่งเข้ามาใหม่!!

มันน่านัก!

 

เธอได้แต่ตวัดสายตามองใส่ด้วยความเคือง  

 

เอ่อ... มินามิโกรธอยู่เหรอคะ  คุณนางเอกถามออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆพยายามจะเดินเข้าใกล้คนอารมณ์ร้อนอย่างใจเย็น  พอเจอท่านประธานในโหมดนี้ เธอเองก็รับมือไม่ถูกเหมือนกัน

 

ไม่ค่ะ แล้วเข้ามามีอะไรรึเปล่าคะ

 

ใครจะเชื่อว่า ไม่ อัตสึโกะเถียงในใจ

 

มาทั้งน้ำเสียงทั้งสีหน้าขนาดนี้

 

แล้วแบบนี้จะต้องง้อยังไง เกิดมาพึ่งจะเคยต้องมาง้อใครอย่างนี้ด้วย

 

ถ้าบอกว่าเข้ามาง้อล่ะคะ” แล้วคุณนางเอกกับสาวเท้าเข้าใกล้ในระยะที่คว้าตัวของท่านประธานได้สำเร็จ ไม่รอช้าเธอรั้งร่างเล็กเข้าสู่ออมกอด

 

ทาคามินะตาโต พยายามดิ้นให้หลุดจากวงแขน

 

“ทำอะไรอย่างนี้คะ ปล่อยนะ!” ไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะโกรธหรือเขินมากกว่ากัน แล้วกลิ่นหอมอ่อนๆจากเครื่องประทินผิวของคุณนางเอกยังลอยเข้ามาแตะจมูกให้รู้สึกว่าเรี่ยวแรงที่เคยมีอยู่เริ่มหดหาย คล้ายจะเคลิ้มอย่างไรไม่รู้

 

“ไม่ปล่อยหรอกค่ะ อยากลองกอดแบบนี้มาตั้งนานแล้วนะคะ บอกหน่อยสิคะว่า โกรธอะไรกันอยู่”

 

“กะ ก็บอกว่าไม่ได้โกรธ”

 

“โกหกค่ะ”  นอกจากบอกอีกฝ่ายว่าโกหกแล้วคุณนางเอกยังจงใจกดปลายจมูกใส่ผิวแก้มของคนในอ้อมกอดจนมันขึ้นสีชมพูอ่อน ทาคามินะหมดแรง ส่งค้อนใส่คุณนางเอกที่มาทำอะไรอย่างนี้

 

“ปล่อยนะคะ”

 

“ไม่ค่ะ จนกว่ามินามิจะบอกก่อนว่าโกรธอะไร ถ้าบอกว่าไม่  จะโดนทำโทษแบบเมื่อกี้อีกนะคะ”

 

“ยอมแล้วค่ะ ยอมแล้ว”

 

“ดีค่ะ งั้นบอกมาค่ะ”

 

“ปล่อยก่อนไม่ได้เหรอคะ” อยู่ในท่านี้มันเขินนะ คนยิ่งใจไม่ดีอยู่

 

“ไม่ได้ค่ะ ถ้ามินามิไม่รีบบอก

 

“ก็ได้ค่ะ ก็ได้” คุณประธานยกธงขาวยอมแพ้ สายตาของคุณนางเอกไม่น่าไว้ใจสักนิด

 

“เรื่องที่ไม่ได้โกรธพูดจริงๆค่ะ แค่ไม่ชอบใจ ตอนที่เห็นอัตจังคุยกับ

 

“ซาเอะ” อัตสึโกะพูดต่อคำที่เหลือแล้วอมยิ้มพอใจ แค่พูดชื่อซาเอะออกมาคนในวงแขนก็ตีหน้าบูดเสียแล้ว

 

“หึง อย่างนั้นเหรอคะ”

 

“เปล่าสักหน่อย!” ทาคามินะร้อนตัว

 

“ไม่ได้เป็นอะไรกันจะ..อื่ออ” เป็นอีกครั้งที่ไม่มีโอกาสได้ตั้งตัวคางของเธอก็ถูกเชิดขึ้นให้ลองรับการลงมาของริมฝีปาก คราวนี้เล่นเอาสมองหยุดทำงาน ตาเธอลายจนมองเห็นดาว

 

มันเกิดอะไรขึ้น

 

 ก็มาเป็นแฟนกันสิค่ะ

 

เธอจำได้ว่าเธอได้ยินประโยคลอยผ่านเข้ามาในหูก่อนสติทั้งหมดจะดับวูบลง

 

“อ้าว เป็นลมไปซะแล้ว” อัตสึโกะหัวเราะ ไม่คิดว่าท่านประธานจะเป็นลมเพราะเรื่องแค่นี้  เอาเถอะ รออีกฝ่ายตื่นมาตอบคำถามเธอก็ยังไม่สาย

 

ตอนนี้เธอให้ยืมตักนอนหนุนไปก่อนละกัน ท่านประธาน

 

 

 

 

 

เวลาผ่านไปเกือบ2ชั่วโมง

 

ทาคามินะเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา น่าจะเพราะว่าช่วงนี้เธอได้นอนน้อย พอมีเวลานอนหน่อยเธอเลยหลับยาว แล้วต้องตกใจถึงกับผงะเมื่อพบว่าตัวเองกำลังนอนหนุนตักของคุณนางเอก  เธอพยายามจะดันตัวลุก

 

แต่ทว่า....

 

ตื่นแล้วหรอค่ะอัตสึโกะที่หลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้สะลืมสะลื่อส่งยิ้มให้คนตัวเล็กกว่า ไม่พอยังดันไหล่เขาลงให้หนุนบนตักเธอต่อ

 

ค่ะ แล้วเอ่อทาคามินะกำลังคิดลำดับเหตุการณ์ที่ทำให้ตนเองมาตกอยู่ในสภาพนี้แล้วก็หน้าร้อนฉ่า

 

มินามิ ยังไม่ตอบคำถามฉันเลยนะนั้นไง!

 

เธอพึ่งจะได้สติเองนะ อยู่ๆจะมาทวงคำตอบกันอย่างนี้เลยหรือไง

 

แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องดีกว่า

 

“เรื่องอะไรคะ ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย”

 

“มินามิรู้ตัวไหมคะว่า เป็นคนที่โกหกได้ไม่เนียนที่สุดในโลก  ตอบมาเลยนะคะ อุสาขอแล้วด้วย” เล่นเอาท่านประธานจนมุมหาทางหลบแววตาซุกซนของคุณนางเอกที่ทำให้เธอต้องหน้าร้อนทุกที

 

ว่าไงค่ะ มินามิ

 

ก็..เอ่อ..

 

รออยู่นะคะ”

 

ค่ะ”

 

อะไรนะคะ ไม่เห็นได้ยินเลย

 

ค่ะ”

 

ค่ะ อะไรคะอัตสึโกะยังแกล้งไม่เลิกทั้งที่ตอนนี้หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก

 

ตกลงเป็นแฟนด้วยก็ได้ค่ะ!!คราวนี้มินามิลุกขึ้นจากตักพร้อมตะโกนออกมาก่อนต้องก้มหน้ามองพื้นด้วยความอายกับสิ่งที่พึ่งทำลงไป

 

“ก็แค่นี้เองค่ะ” คนขี้แกล้งยกยิ้มพอใจขยับใบหน้าเข้าใกล้คนแก้มแดงแล้วกดจูบเบาๆลงผิวแก้มเนียน “เป็นแฟนกันแล้วนะคะ”

 

“ฉวยโอกาสตลอดเลยค่ะ”

 

“แบบนี้เขาไม่ได้เรียกว่าฉวยโอกาสสักหน่อย  เขาเรียกว่าหากำไรจากแฟนตัวเองต่างหาก”

 

แล้วมันต่างกันยังไงล่ะคะคุณนางเอก มินามิไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดผิดหรือคิดถูกที่ตกลงเป็นแฟนกับคนเจ้าเล่ห์อย่างนี้

 

ยังไงก็เถอะค่ะ กลับกันนะคะ ดูเวลาสิ ดึกมากแล้วด้วย “

 

“อย่างนั้นก็ได้ค่ะ แต่มินามิต้องพาไปกินข้าวก่อนนะคะ” อัตสึโกะไม่รอช้าหยิบโทรศัพท์มาส่งข้อความไปบอกริเอะว่าทางนี้เรียบร้อย ไม่ต้องห่วง บอกคุณยูโกะมาเปิดประตูให้ด้วย

 

“ตามรับสั่งทุกอย่างเลยค่ะ”

 

คนพูดได้แต่ยิ้มกับตัวเอง แล้วมองมือของคุณนางเอกที่เอื้อมมาจับกุมให้ลุกออกไปจากห้องประชุมด้วยกัน  ไม่รู้ว่าอย่างนี้เรียก  ความรักรึเปล่า รู้แค่ว่าตอนนี้หัวใจมันอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูกเลยจริงๆ

 

.......................................................................................................................................................

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

สรุปกลุ่มตัวช่วยนี่ไม่มีความหมายอะไรเลยสินะคะ เพราะอัตจังจัดการ(?)เองหมดเเล้ว ฮาาา

 

ทะเล 2 อาทิตย์......ทาคามินะเธอไม่รอดแน่ๆ!!!

 

ปล.ไรเตอร์ช่วยอัพตอนตรงหัวกระทู้ให้หน่อยได้ไหมอ่ะคะ? แบบว่าเราจะได้เข้ามาอ่านทันตอนไรเตอร์อัพสดๆอ่ะ

 

(นี่ขนาดว่ากลัวจะอ่านไม่ทันยังตอบซะคนเเรกเลย ฮาา)

Share this post


Link to post
Share on other sites

สรุปกลุ่มตัวช่วยนี่ไม่มีความหมายอะไรเลยสินะคะ เพราะอัตจังจัดการ(?)เองหมดเเล้ว ฮาาา

 

ทะเล 2 อาทิตย์......ทาคามินะเธอไม่รอดแน่ๆ!!!

 

ปล.ไรเตอร์ช่วยอัพตอนตรงหัวกระทู้ให้หน่อยได้ไหมอ่ะคะ? แบบว่าเราจะได้เข้ามาอ่านทันตอนไรเตอร์อัพสดๆอ่ะ

 

(นี่ขนาดว่ากลัวจะอ่านไม่ทันยังตอบซะคนเเรกเลย ฮาา)

เราออยากอัพอยู่นะคะ แต่เราทำไม่เป็นอ่ะ T^T 
 

Share this post


Link to post
Share on other sites

อ๊ายตอนนี้เป้นตอนที่ชอบที่สุดเลย กรี๊ดดดดดดด

รอตอนไปทะเล ถึงจะอ่านแล้วก้เถอะแต่ก้อยากอ่านไวๆงะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now
Sign in to follow this  
Followers 0