[Fiction] the vampire series | 【The Awakening】 : EP01“The Birthday” (11/05/2014)

680 posts in this topic

ชั่วๆครบสูตรแบดเกิร์ลเลยจูเอ๊ย//ปรบมือ#ทำไมเราชอบคนเลวแบบนี้

กินน้ำมะเขือเทศแทนไม่ได้เหรอจู....#นั่นแวมไพร์....

จูมีความหลังอะไรกับยูกิสินะ....เรื่องนี้เรนะคู่กับซาเอะแต่แอบมีความสัมพันธ์กับจู...รึเปล่า#ไม่จริงมั้ง...แต่ทำไมความคิดนี้เด้งมาอันแรก

อยากเห็นน้องแย่งแฟนพี่แงๆ#ไม่ใช่ล่ะ

รอตอนต่อไปแน่นอนค่ะ!!!!

Share this post


Link to post
Share on other sites

นึกว่าจูงาบน้องนกหมดในคืนเดียวแล้วซะอีก

เลวอย่างมีเสน่ห์ หุหุ

Share this post


Link to post
Share on other sites

จูแค้นพี่ซาเอะที่ทำให้ยูกิรินตายสินะเลยหมายตาเรนะไว้   (แต่กิรินตายแล้วจริงเหรอ?)   

อากาเนะก็ตกเป็นแหล่งอาหารให้จูอยู่  โถ... แม่นกน้อยที่น่าสงสาร  TT o TT

เรื่องนี้มีไอริน  และไอรินอาจจะเป็นคนคว้าพุงเรนะไปกิน(?)   5555   

 

ติดตามค่ะ  เป็นกำลังใจให้นะคะ   

Share this post


Link to post
Share on other sites

โฉดมหาโคตรเลยนะไอ้เด็กนี่....

ป๊าดดดดดดดดดดดดดดด จัดไปเลยจูจัง ซาเอะไปกินมังเหอะ ฮ่ะๆๆๆๆ

สู้ต่อไปไรเตอร์ เรารออ่านต่อ เคี๊ยกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

นี่มัน...แวมไฟร์มังสวิรัตสินะแต่กินเลือดหมู :huh:

Share this post


Link to post
Share on other sites

มันต้องยังงี้สิ เลว ทราม และหล่อ พ่อพระเอกยุคไหนเนี่ย !?

แต่ชอบนะ เอาแบบตบจูบๆ ไม่ใช่แระๆ เพราะเรื่องนี้กัดอย่างเดียวววว

Share this post


Link to post
Share on other sites

Edit: ไม่แก้คำผิด

EP03 “It’s wasn’t  real, Jurina”

 

เรนะ:

 

 

                คาบสุดท้ายของวันนี้ วิชาประวัติศาสตร์...

 

อาจารย์อากิโมโต้ไม่มาสอนวันนี้แล้วนั่นก็ทำให้ฉันพบกับผู้ช่วยอาจารย์ มิยาซาว่าซัง อย่างเป็นทางการ  ทุกครั้งที่ฉันมองไปที่เธอฉันไม่สามารถละสายตาไปจากเธอได้เลยราวกับว่าฉันกำลังถูกมนต์สะกดอะไรบางอย่าง  ฉันชอบบุคลิกภายนอกที่ดูสุขุมใจเย็นของมิยาซาว่าซัง ฉันกล้าบอกได้เลยว่าเธอเป็นคนที่สมบูรณ์แบบชนิดแบบไร้ที่ติ  สีผิวออกแทนๆที่หายากนี้ทำให้ใครหลายคนที่เธอเดินผ่านต้องเหลียวคอหันไปมอง และที่พิเศษไปกว่านั้นเธอมีนัยน์ตาสีทองชวนฝันที่สามารถทำให้นักเรียนสาวๆในห้องพากันคลั่งไคล้

 

            พารุปลุกฉันให้ตื่นจากภวังค์ “นี่...เรนะ เลิกแล้วนะ”

 

            ฉันกวาดตามองไปรอบห้องที่หลงเหลือนักเรียนเพียงไม่กี่คนเพราะนอกนั้นกำลังทยอยกลับ  ฉันหันไปหาที่นั่งของอากาเนะที่อยู่ถัดไปแต่ดูเหมือนว่าเธอจะกลับไปก่อนหน้านั้นแล้ว  พารุยักไหล่มองตามสายตาฉัน “เห็นบอกว่าต้องรีบกลับเพราะว่าแฟนมารอรับ”

 

            “ฉันไม่ยักรู้ว่าอากาเนะจะติดแฟนขนาดนี้” ฉันพูดขึ้นลอย ๆ แล้วยิ้มให้พารุ “แล้วเธอล่ะ? เธอคงจะไม่หาแฟนอีกคนหรอกนะ” พารุได้ยินดังนั้นก็รีบถลึงตาใส่ฉันใหญ่ “ใครจะมาชอบผู้หญิงพิลึกๆแบบฉันล่ะ เรนะ!”

 

            “ยุยฮังไง”

 

            “หยุดพูดเถอะ...ฉันไม่ได้ชอบยุย” พารุพูดแล้วสะบัดหน้าหนีจากฉัน  เธอหยิบกระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายหลังแล้วยิ้มให้ฉัน “ฉันกลับก่อนนะ วันนี้ฉันต้องค้างบ้านยายด้วย”

 

            “อื้ม! แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ” ฉันยิ้มให้พารุแล้วก็มองดูพารุเดินออกจากห้องเรียนไป พารุเคยเล่าให้ฉันฟังเสมอว่าในบรรดาครอบครัวของเธอแล้วเธอถูกเลี้ยงดูโดยยายมาตลอด พ่อของเธอมักติดธุระเสมอ และแม่ของเธอก็ได้หายสาบสูญไปตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก ดังนั้นแล้วพารุจะไม่ค่อยชอบพูดเรื่องแม่ของเธอเท่าไหร่  เมื่อพารุเดินหายไปจนลับสายตาแล้วฉันจึงรีบเก็บข้าวของทุกอย่างลงในกระเป๋าแล้วรีบสะพายใส่ข้างหลังเดินออกมาจากห้องเรียนเหมือนเช่นเคย

 

            มีเสียงดังแซ่ก ๆ ดังขึ้นมาระหว่างระเบียงทางเดินฉันได้แต่กวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัย เพียงชั่วอึดใจฉันก็ได้ยินเสียงกรีดร้องก๊าดังๆของอีกา   มันเกาะยึดตัวอยู่กับขอบระเบียงทางเดินแล้วยังเอียงหน้าเอียงคอมองฉันเหมือนเรารู้จักกันก็ไม่ปาน

 

            “สวัสดี...นก...”

 

ฉันทักทายเจ้าสัตว์ตัวเล็กที่กำลังเกาะอยู่ที่ระเบียงทางเดิน “ชิ่วๆ!” ฉันใช้มือไล่ ๆ อีกาตัวนั้นแต่ดูท่าทางมันจะขู่ร้องคำรามใส่ซะน่ากลัวแถมยังเรียกเพื่อนมาอีกสักสองตัว ฉันรู้ว่ามันเป็นสัญญาณที่ไม่ดีนัก ในตอนนั้นฉันได้แต่บอกตัวเองว่าให้สาวเท้าหนีออกมาให้ไวที่สุด   แน่นอนว่าฉันรีบวิ่งลงบันไดจนทำตัวเองหกล้มได้แผลที่เข่ามา  ฉันพยายามลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลแล้วพยายามวิ่งมาจนถึงรั้วประตูโรงเรียน  ทันใดนั้นเองฉันก็สามารถสัมผัสถึงสิ่งกีดขวางที่อยู่ตรงหน้า  ใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงบริเวณนั้นโดนฉันวิ่งชนเข้าให้อย่างเต็มแรง

 

            “ขอโทษค่ะ!” ฉันรีบพูดแล้วเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของร่างนั้น

 

            มิยาซาว่าซัง...

 

“เรนะ” มิยาซาว่าซังเรียกชื่อฉันด้วยชื่อต้น  เธอทำคิ้วขมวดหรี่ตามองมาที่ฉันด้วยสายตาแปลก ๆ  “...เธอเลือดไหลเหรอ?”  ฉันยิ้มขำๆกับตัวเองก้มหน้าลงถลกกระโปรงขึ้นเล็กน้อยเพื่ออวดแผลที่หัวข่าวที่เกิดจากซุ่มซ่ามของฉันเอง

 

            “เมื่อกี้ฉันตกบันไดมาน่ะค่ะ” ฉันพูดพลางเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้มิยาซาว่าซังแต่ก็พบแต่ความว่างเปล่า...

 

 

 

 

**********************************************
 

 

           

 

            “เหล้าไหม?” ประโยคแรกที่จูรินะทักทายพี่สาวของเธอ     จูรินะก้มหน้าลงรินเหล้าใส่แก้วแล้วยื่นส่งให้ซาเอะที่กำลังยืนจ้องหน้าเธอนิ่ง   แวมไพร์สาวคนน้องรีบยกเหล้าในมือกรอกเข้าปากของตัวเองแทนเพราะดูเหมือนว่าพี่สาวของเธอจะไม่พอใจกับไมตรีครั้งนี้เสียเท่าไหร่   ซาเอะปัดแก้วเหล้าหลุดจากมือของจูรินะแล้วตรงไปกระชากคอเสื้อของอีกคน 

 

            “อะไรอีก?” จูรินะพูดแล้วหัวเราะในลำคอ

            “แกเลิกเอาลูกสมุนของแกไปสอดแนมเรนะซะที!” ซาเอะบอกอีกคนด้วยน้ำเสียงดุดันแล้วก็ผลักร่างของจูรินะออกจนจูรินะเซถอยไปข้างหลังแต่โชคดีที่จูรินะแข็งแรงกว่าเธอจึงไม่ล้มลงไปกองบนพื้นเสียก่อน   ซาเอะหันหน้าหนีให้จูรินะที่กำลังมองมาที่เธอด้วยแววตาท้าทาย   หญิงสาวไม่อยากจะทำร้ายจูรินะเพราะความเป็นพี่เป็นน้องของทั้งคู่ยังหลงเหลืออยู่ “...ทำไมแกถึงไม่เลิกรังควานฉันซะที หะ จูรินะ?”

 

            “ฉันกล้าพูดเลยว่าฉันไม่อยากให้เธอมีความสุข”

            “...เพราะยูกิน่ะเหรอ?”

            ซาเอะเงยหน้าขึ้นแล้วมองไปที่ใบหน้าของจูรินะที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเจื่อน ๆ เธอเดินเข้ามาแตะไหล่จูรินะเบา ๆ ด้วยความปรารถนาดี “ฉันขอโทษแต่ยูกิตายแล้ว จูรินะ – แล้วที่แกเกลียดฉันก็เพราะว่าแกรักยูกิ... แล้วที่แกพยายามทรมานฉันนั่นก็เพราะว่าแกยังคงรักเธออยู่”

 

            “หุบปาก...” จูรินะแกะมือของซาเอะที่วางบนไหล่ของเธอออกแล้วเลือกที่จะหันหลังให้พี่สาวของเธอ 

 

            “มันไม่ใช่เรื่องจริงหรอกนะ จูรินะ... ความรักของเราที่มีต่อยูกิ

 

            จูรินะเงียบ ซาเอะเข้าใจว่าน้องสาวของเธอรู้สึกอย่างไร ความเจ็บปวดที่จูรินะต้องทนทุกข์มาตลอดหลายปีความเจ็บปวดที่หลงรักผู้หญิงคนหนึ่งมาตลอดทั้งชีวิต แต่ซาเอะก็ได้พิสูจน์ให้จูรินะให้รู้แล้วว่าทุกเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ใช่เรื่องจริง ความรู้สึกที่ทั้งเธอและจูรินะมีต่อยูกินั้นไม่ใช่เรื่องจริง

 

            จูรินะค่อย ๆ หันหน้ามาเผชิญหน้ากับซาเอะที่พยายามยัดเอาความเชื่อบ้า ๆ ของซาเอะใส่หัวของเธอ

 

                “...เธอจะไปรู้ดีกว่าฉันได้ยังไง ซาเอะ”

 

            .

 

 

            .

 

            สิ้นประโยคนั้นจูรินะก็โบกมือให้ซาเอะเดินหันหลังออกจากบ้านหลักใหญ่หลังนี้ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น     เรื่องของยูกิทำให้จูรินะรู้สึกเหมือนหลงทางอีกครั้งเธอไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่เธอได้เข้ามาในบ้านของอากาเนะแล้วมาปรากฏตัวอยู่ที่ปลายเตียงของสาวเจ้า   เธอปลุกอากาเนะด้วยการจุมพิตเบา ๆ ที่หน้าผาก

 

            “หื้อ...จูรินะ...?” อากาเนะมองจูรินะด้วยแววตาประหลาดใจส่วนจูรินะกลับยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน “ยังรู้สึกเพลียอยู่หรือเปล่า? ฉันดื่มเลือดเธอไปเยอะเลยทีเดียว...” อากาเนะมองไปที่นัยน์ตาสีฟ้าด้วยความรู้สึกสงสัย

 

“จูรินะคะ ทำไมคุณต้องดื่มเลือดด้วย?”

 

            จูรินะล้มตัวลงนั่งข้าง ๆ แล้วดึงร่างของอากาเนะเข้ามาใกล้  “เพราะว่าฉันเป็นแวมไพร์ แล้วฉันก็ชอบมากเวลาที่ฉันได้ดูดเลือดจากคอของหญิงสาวน่ารักๆ”  ความกลัวที่กำลังแล่นผ่านเข้าสมองของอากาเนะแต่เธอก็ขัดขืนอะไรไม่ได้นอกเสียไปจากว่ายอมทำตามที่จูรินะบอกทุกอย่าง   จูรินะช่วยลบความกลัวออกไปจากอากาเนะอย่างง่ายดาย  เธอพยายามนุ่มนวลกับอากาเนะด้วยการจุมพิตเบา ๆ ที่ริมฝีปากของหญิงสาว

 

            “เธอรักฉันไหม?”

 

            “ไม่รู้สิคะ...แต่คุณหน้าตาดี แล้วก็เซ็กซี่...แล้ว...” จูรินะมองจ้องเข้าไปนัยน์ตาสีน้ำตาลของอากาเนะเพื่อให้สาวเจ้าหยุดพล่ามอะไรที่น่าเบื่อออก  อากาเนะยอมสงบปากสงบคำในที่สุด  จูรินะจึงถามคำถามเดิมๆออกไปอีกครั้ง “เธอรักฉันไหม อากาเนะ?”

 

            อากาเนะยิ้มลอยๆให้จูรินะ  “...ฉันรักคุณค่ะ จูรินะ”

 

            “อื้ม...ฉันหิว...” จูรินะกระซิบเบา ๆ ข้างใบหูของหญิงสาว   อากาเนะค่อย ๆ ใช้มือปัดผมของเธอไปด้านข้างเผยลำคอสวย ๆที่ยังคงหลงเหลือร่องรอยของเขี้ยวของจูรินะฝากไว้

 

            “คุณจะดื่มเลือดฉันก็ได้นะคะ จูรินะ?”

 

             จูรินะยิ้มที่มุมปากอีกครั้งกับคำถามของอากาเนะ

 

            “ไม่ใช่เลือดหรอกนะ แต่ร่างกายของเธอตะหาก” พูดแล้วจูรินะก็ดึงอากาเนะเข้ามาจูบอย่างโหยหาแล้วค่อย ๆ ผลักร่างของอากาเนะลงบนเตียงอย่างนุ่มนวล   จูรินะพยายามจูบอากาเนะอย่างอ่อนโยนเท่าที่แวมไพร์จะทำได้  เธออยากจะระลึกถึงความเป็นมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในขณะที่ร่างกายของเธอกลับมีเลือดของอากาเนะไหลพล่านอยู่...

 

            “อื้ม...” เสียงหวาน ๆ ในลำคอของอากาเนะดูน่าฟังกว่าเสียงแหลมๆของเธอที่ชอบพูดโอ้อวดเรื่องชมรมเชียร์เสียอีกแล้วในขณะเดียวกันนั้นมันก็ปลุกเร้าร่างกายของจูรินะได้เป็นอย่างดี  อากาเนะใช้มือทั้งสองโอบไว้ที่รอบคอของจูรินะ  เธอปล่อยให้ร่างกายตอบสนองต่อบทรักที่เพิ่งเริ่มขึ้น

 

            ทุกสัมผัสของปลายจมูกโด่งของจูรินะที่กำลังสัมผัสลงบนเนื้อผ้าบางของชุดนอนบริเวณหน้าอกของเธอมั่นช่างร้อนรุ่มจนเธออยากจะให้แวมไพร์สาวตนนี้กระชากเสื้อของเธอออกซะเดี๋ยวนี้ 

 

            “ฉันสามารถทำให้เธอมีความสุขกว่าเดิมนะ”

 

            “ก็ทำเลยสิ”

 

 

 

 

**********************************************
 

 

           

           

เรนะ:

 

 

 

 

            ฉันเริ่มเขียนไดอารี่มาเมื่อไม่นานมานี้เอง เพราะจิตแพทย์แนะนำว่าหากฉันไม่สามารถระบายมันออกมาด้วยคำพูดฉันต้องเขียนมันลงบนกระดาษ  แล้ววันนี้ฉันก็มีเรื่องมากมายที่น่าประหลาดใจ ฉันเขียนเรื่องคำทำนายของพารุลงไปด้วย ทุกอย่างที่พารุได้บอกฉันนั้นเป็นเรื่องจริง   ฉันรู้สึกเหมือนว่าฉันกำลังถูกไล่ล่าด้วยอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้  แล้วหลังจากนั้นอากาเนะก็มีแฟนเป็นผู้หญิง น่าช็อกใช่ไหมล่ะ? เพราะบางทีอากาเนะก็ชอบทำตัวคลื่นไส้ใส่ฉันที่ฉันเคยคบหากับไอริน แต่มีเรื่องหนึ่งที่ฉันไม่ลืมที่จะเขียนมันลงไป...

 

            ฉันพบใครบางคน...ใครบางคนที่ดูลึกลับจนฉันอยากจะเข้าไปค้นหาด้วยตัวเอง  มิยาซาว่าซังที่โผล่มาจากที่ไหนไม่รู้เธอช่วยชีวิตฉันจากลูกบาสเกตบอล  ฉันยังจำหน้าของเธอได้ขึ้นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสายตาคู่นั้นที่มิยาซาว่าซังมองมาที่ฉัน แล้วที่น่าประหลาดใจไปกว่านั้นเธอเรียกฉันว่า เรนะ มันแปลกใช่ไหมล่ะ?

 

            “เรนะ!”

 

            เสียงเรียกของน้ามินามิทำให้ฉันต้องหยุดเขียนไดอารี่ต่อ  ฉันรีบขานตอบกลับ “ค่ะ มีอะไรเหรอคะ?”

 

            “มีเพื่อนของเธอมาหาน่ะ”

 

            น้ามินามิยื่นหน้าเข้ามาในห้องแล้วบอกด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์   ฉันขมวดคิ้วนิ่วหน้าแล้วยิ้มให้ตัวเอง “เพื่อนน่ะเหรอ?” พูดกับตัวเองเสร็จฉันก็รีบลงบันไดไปแล้วเปิดประตูต้อนรับแขกผู้มาใหม่   ฉันมองไปที่แผ่นหลังสูงที่พอมองเพียงปราดเดียวฉันก็รู้เลยว่าเธอเป็นใคร

 

            “คุณจะเข้ามาไหมคะ มิยาซาว่าซัง?”

 

            มิยาซาว่าซังหันมาหาฉันด้วยใบหน้าประหม่า “ไม่ล่ะ เอ่อ... เรนะ ฉันสามารถเรียกชื่อเธอว่าเรนะได้ไหม?”

 

            “คะ? อย่าบอกนะว่าคุณมาที่นี่เพื่อที่จะมาขออนุญาตเรียกชื่อฉัน”

 

            มิยาซาว่าซังน่ารักมากโดยเฉพาะในเวลาที่เธอกำลังอายหน้าแดงแบบตอนนี้  มิยาซาว่าซังยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน “ที่จริงฉันอยากจะมาขอโทษเธอที่เสียมารยาทกับเธอ ทั้งเรื่องที่เรียกชื่อเธออย่างสนิทสนม  เรื่องที่อยู่ๆก็หนีกลับบ้านไปก่อน...แผลเธอดีขึ้นหรือยัง?”

 

            “ดีขึ้นแล้วค่ะ แล้วคุณละคะ?” ฉันถามพลางกอดอกแน่น “คุณเป็นพวกกลัวเลือดเหรอคะ?”

 

            มิยาซาว่าซังหัวเราะร่วนกลบเกลื่อนความอาย “ที่จริงเวลาฉันได้คุยกับคนน่ารักแล้วฉันก็มักจะเป็นแบบนี้ตลอด... ตื่นตูม...อะไรทำนองนั้น”

 

            “ฉันเรียกคุณว่า ซาเอะได้ไหมคะ?” ฉันย้อนถามกลับบ้างแล้วได้แต่ภาวนาว่ามิยาซาว่าซังจะยอมให้ฉันสนิทสนมด้วย  มิยาซาว่าซังผงกหัวให้ฉัน “ได้สิ ถ้าเรนะอยากจะเรียกฉันว่าแบบนั้น”

 

            “ซาเอะ”

           

            เธอมองมาที่ฉันไม่วางตา “เรนะ...ฉันไม่รู้ว่าเธอนึกเอะใจอะไรบ้างหรือเปล่านะแต่เธอทำหนังสือตกไว้น่ะตอนที่เราอยู่หน้าโรงเรียน” มิยาซาว่าซัง ไม่สิ! ซาเอะยื่นหนังสือบันทึกลับสมัยเอโดะให้ฉัน  ฉันได้แต่รีบรับมันมาจากมือซาเอะ  มือของเราสัมผัสกันเพราะฉันตั้งใจแล้วตาของเราทั้งคู่ก็กำลังประสานมองกัน

 

            “ขอบคุณค่ะ ซาเอะ”

            “ฉันมีหนังสือพวกนี้ที่บ้านเยอะเลย ถ้าเธอสนใจเรื่องประวัติศาสตร์ เพราะว่าฉันก็ชอบมันมากเหมือนกัน”

            “ฉันชอบเรื่องเก่าๆค่ะ ประวัติศาสตร์เป็นกรณีศึกษาที่ดีมากค่ะ”

            “งั้นครั้งหน้า...ฉันจะเอาเล่มที่สนุกที่สุดมาให้เธออ่าน...”

 

            วินาทีนั้นฉันรู้สึกว่าหัวใจมันเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมา  ฉันได้แต่หวังว่าซาเอะจะไม่ได้ยินเสียงหัวใจของฉันหรือบางทีเธออาจจะได้ยินแล้วก็ได้  ฉันยิ้มเก้อเขินให้ซาเอะแล้วได้กล่าวขอบคุณเธอเบา ๆ  “ขอบคุณมากค่ะ”

 

            ทุกประโยคที่เราได้สนทนากันมันไม่ได้ทำให้เราทั้งคู่ละสายตาจากกันและกัน

 

            “เอ่อ คุณรู้ได้ไงว่าบ้านฉันอยู่ตรงนี้?”

 

           “ฉันถามคนโน้นคนนี้เอา ตระกูลมัตสึอิเป็นหนึ่งในตระกูลผู้ก่อตั้งเมือง ไม่มีใครไม่รู้จักหรอก





------------------------------------------------------------------------

 

 

tumblr_mg849uhPcF1rj47bco1_500.png

Share this post


Link to post
Share on other sites

ซาเอะคุงรุกเต็มที่เลย -0-

จูรินะเอ้ยย ดูใจอ่อน สับสนง่ายจริงเชียว

Share this post


Link to post
Share on other sites

อา...เฮียซาเอะหล่อจัง...

จูก็หล่อ...แต่หล่อในทางที่...แอ๊//สลบ

ยูกิรินคะ...ฟื้นมาเคลียร์สองพี่น้องด่วนๆเลย//โดนตบตีเตะต่อย

ปล.อยากอ่านต่อจังเลย>w<)

Share this post


Link to post
Share on other sites

อือ หือ จูจัง !

มีอดีตที่เจ็บปวด แต่ปัจจุบัน ณ ตอนนี้ รู้สึกอิจฉาเบาๆนะตั๊ว!

ซาเอะก็หล่อแบบพระเอกที่แสนดี ส่วนจูอ่านะ ...แบดๆสิ ฉันชอบ \\ >w< //

Share this post


Link to post
Share on other sites

Edit: ไม่แก้คำผิด

 

EP04 “1864”

 

 

 

ค.ศ. 1864

 

 

 

            คาชิวางิ ยูกิ...

 

 

            หล่อนเดินทางมาพร้อมกับเรือสำราญยักษ์ของเศรษฐีชาวฝรั่งเศสผู้คบค้างานศิลป์กับตระกูลมิยาซาว่า  และในบรรดาคนผมทองผมหยิกทั้งหลายหล่อนเป็นเพียงคนเดียวที่มีผมสีดำคลับและใบหน้าละม้ายคล้ายคนเอเชียมากที่สุด  ทั้งซาเอะ และจูรินะมาทราบภายหลังว่าหล่อนเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกเลี้ยงดูโดยครอบครัวเศรษฐีชาวฝรั่งเศสที่เป็นนักสะสมงานศิลปะ  ยูกิเป็นผู้หญิงรูปร่างสูงหุ่นดีและแต่งตัวทันสมัยแบบชาวตะวันตก พูดจาฉะฉานและอ่อนน้อมในคราเดียวกัน ฉลาดปราดเปรื่อง ชำนาญภาษาทั้งฝรั่งเศส อังกฤษ และญี่ปุ่น เป็นหญิงสาวผู้มีความมั่นอกมั่นใจซึ่งหาได้ยากยิ่งนักในยุคสมัยนั้นของชาวญี่ปุ่น.            เพื่อที่จะแลกความรู้ และสร้างสัมพันธ์ไมตรีอันดีงามต่อกัน ข้อแลกเปลี่ยนอันเล็กน้อยระหว่างที่ยูกินั้นมาอาศัยร่วมชายคาบ้านหลังใหญ่ของตระกูลมิยาซาว่านั้นหล่อนจะต้องเป็นคนแปลหนังสือการค้าช่วยงานกับลูกสาวคนโตของบ้าน มิยาซาว่าคนโต ชื่อว่า ซาเอะ และยังต้องสอนภาษาให้กับมิยาซาว่าคนน้องที่ชื่อว่า จูรินะ อีกด้วย

 

 

            มิยาซาว่าคนพี่อายุยี่สิบต้น ๆ เป็นคนหัวดื้อ ทระนงตน และหยิ่งในศักดิ์ศรี ส่วนมิยาซาว่าคนน้องนั้นอายุเพียงแค่สิบแปดปีเป็นคนหัวอ่อน ว่านอนสอนง่าย และเป็นพวกไม่ค่อยกล้าแสดงออก  มันเป็นเรื่องจริงที่ทั้งสองเป็นพี่น้องกัน และหลงรักผู้หญิงคนเดียวกัน โดยที่ต่างฝ่ายต่างทราบดีว่าอีกฝ่ายนั้นรู้สึกอย่างไรกับผู้หญิงที่ชื่อ คาชิวางิ ยูกิ

 

 

            ยูกิมีเด็กรับใช้ที่ชื่อ วาตานาเยะ มายุ ติดสอยห้อยตามไปทุกที่ และที่สำคัญหล่อนมีความลับอันน่าสะพรึงกลัวปิดบังทุกคนอยู่... บางที มิยาซาว่า จูรินะ อาจจะเป็นคนแรกที่ได้รับรู้เรื่องประหลาดประเภทนี้ก็เป็นไปได้ เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นในคืนเงียบสงัด มีเสียงนกฮูกแทรกเข้ามาเป็นช่วง ๆ นานครั้งจะได้ยินเสียงนกฮูกร่ำร้องมิหนำซ้ำบรรยากาศยามราตรีเช่นนี้มันชวนให้นึกถึงเรื่องความตาย และภูติผี

 

 

            จูรินะที่กำลังนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงไม้ฮอกกานีถึงกลับปิดหนังสือลงฉับ หญิงสาวคว้าตะเกียงไฟขึ้นมาเดินอ้อมเตียงไปยังหน้าต่างที่เปิดอ้าทิ้งไว้  สายตาคู่สวยมองลงไปข้างนอกด้วยความสงสัยคลางแคลงใจในอะไรบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ข้างนอก 

 

 

            เงาตะคุ่ม ๆ ที่น่าสงสัยนั่น... จูรินะคิดแล้วรีบก้าวเท้าเดินออกจากห้องนอนอย่างทันที    ในมือข้างหนึ่งก็กำตะเกียงไฟไว้แน่น ส่วนอีกข้างหนึ่งก็ถือปืนสั้นแบบลูกล้อไว้  ขณะเดียวกันก็รู้สึกสองจิตสองใจหวาดระแวงไปพร้อมกัน  ขโมยหรือเปล่า? หญิงสาวคิดแล้วสั่นหัวแรง ๆ มันเป็นไปไม่ได้เพราะในอาณาบริเวณนี้ถูกดูแลเป็นอย่างดี   บางทีอาจจะเป็นแรงงานของคนในไร่ก็เป็นได้! แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องระวังไว้ก่อน หากเป็นแรงงานจริงวันพรุ่งมันจะต้องโดนตัดเงินเดือนโทษฐานมาทำตัวเป็นพิรุธให้เธอเห็น

 

 

            "หยุดนะ!" จูรินะโพล่งขึ้นเสียงแหลมพลางยกปืนจ่อไปที่แผ่นหลังบางของหญิงสาวผู้นั้น  ในไม่ช้าเจ้าของร่างปริศนาเงาตะคุ่ม ๆ นั้นก็หมุนตัวหันมาเผชิญหน้ากับจูรินะ "ยะ-ยูกิซัง?" คราแรกจูรินะว่าลดปืนลงแต่กลับเปลี่ยนใจถือจ่อหญิงสาวตรงหน้าไว้ นั่นเพราะเวลานี้ยูกิดูน่ากลัวกว่าทุกครั้ง ใบหน้าของหล่อนเป็นสีซีดเผือด มิหนำซ้ำริมฝีปากยังมีคราบเลือดสีแดงสดเปรอะเปื้อนเลอะเต็มไปหมด ขนาดยืนห่างกันขนาดนี้กลิ่นเลือดยังลอยคละคลุ้งมาเตะจมูกของจูรินะให้สามารถรับกลิ่นได้อีก

 

 

            "คุณอีกแล้วเหรอ? จูรินะ...เมื่อสองสามวันก่อนฉันก็เจอคุณแบบนี้สงสัยว่าฉันคงจะลบความจำคุณแบบทุกครั้งไม่ได้อีกแล้ว" ยูกิกอดอกพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย หล่อนก้าวเข้ามาใกล้จนปลายกระบอกปืนนั้นชนกับอกของหล่อน จูรินะได้แต่ตัวสั่นผวาสะดุ้งถอยหลังด้วยความหวาดระแวง "คุณพูดเรื่องอะไร?!"

 

 

            จูรินะหันไปมองศพของคนงานที่กำลังนอนคอพับตัวอ่อนอยู่ด้านหลังยูกิไปไม่กี่ก้าวด้วยความตื่นตระหนก " นี่อย่าบอกนะว่าคุณฆ่าเขา! -

เดี๋ยวนะ... อย่าบอกนะว่าไอ้ที่คนงานหายตัวไปทีละคน ๆ น่ะฝีมือของคุณ! !"

 

            "เมื่อวันก่อนคุณก็พูดแบบนี้น่ะค่ะ จูรินะ เสมอต้นเสมอปลายจังเลยนะคะ"

            "คุณเป็นตัวอะไรกันแน่?!"

 

            "ฉันรู้ว่าฉันทำให้คุณกลัวนะคะ" ยูกิบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาหล่อนค่อย ๆ ดึงปืนออกมาจากมืออันสั่นเทาของจูรินะพร้อมกับเคลื่อนตัวเข้ามาประชิดตัวของอีกคนแล้วจ้องมองเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายเพื่อที่จะเริ่มต้นสะกดจิตคนตรงหน้าอีกครั้ง "ฉันรู้ว่าคุณกำลังกลัวนะคะ จูรินะ... ตอนนี้คุณกลัวใช่ไหมละคะ?"

 

 

            "ใช่...ฉันกลัวมาก"

            "แล้วคุณจะยังรักฉันอยู่ไหมคะ ถ้าคุณรู้ว่าฉันเป็นฆาตกร?"

            "ฉันรักคุณ ยูกิ...ถึงจะโกรธคุณแต่ฉันก็จะหาทางช่วยเหลือคุณให้พ้นผิดให้ได้"

 

            "ขอบคุณนะคะที่รักฉัน...จูรินะ" ยูกิพูดแล้วยื่นหน้าเข้ามาจูบริมฝีปากของจูรินะอย่างแผ่วเบา  "...ฉันคิดว่าอีกไม่นานคุณก็จะรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวฉันแต่ว่าตอนนี้สิ่งที่คุณควรจะทำนั่นก็คือลืมเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในคืนนี้สิ่งที่คุณจำได้ก็คือคุณต้องรีบเข้านอน และพรุ่งนี้มาพบฉันนะคะ...ฉันจะรอที่ห้องหนังสือ"

 

 

 

 

 

 

**********************************************

 

 

 

 

           

           

            "คนงานในไร่หายตัวไปอีกแล้วน่ะ นี่ทั้งวันก็ใช้คนในไร่ค้นหาแต่ก็ไม่พบ..." ซาเอะหันไปพูดกับน้องสาวคนเล็กที่กำลังนั่งเหม่ออยู่กับเก้าอี้  "จูรินะ...ถ้าเป็นไปได้กลางค่ำกลางคืนไม่ต้องออกไปไหนให้มันบ่อยนักละ ฉันรู้ว่าเธอชอบนอนดึก...ว่าแต่พักนี้เจออะไรแปลก ๆ ไหม?"

 

 

            "แปลกยังไงเหรอ?" จูรินะถามเสียงห้วน ซาเอะยักคิ้วขึ้นสูง "ก็...อะไรที่มันผิดปกติ ๆ น่ะ นอนดึกบ่อยนี่นาก็น่าจะเห็นอะไรผิดสังเกตุบ้างแหละ จริงไหม?"

 

 

            "อื่ม... เมื่อคืนฉันอ่านหนังสือแล้วก็หลับไปเลยไม่เห็นมีอะไรผิดปกติเลย" จูรินะบอกไปตามความจริง

 

 

            "อีกเรื่องหนึ่งนะ...คุณพ่อไปต่างจังหวัดน่ะ  ช่วงนี้ท่านก็เลยฝากให้พวกเราดูแลเรื่องที่ทำงาน ที่บ้าน และในไร่ด้วย" ซาเอะพูดพลางยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่ม "เธอก็ดูแลในบ้านนะ ส่วนฉันดูแลในส่วนเรื่องที่ทำงานเอง ส่วนเรื่องในไร่เราก็ช่วยดูแลกันระหว่างก็ตามหาคนงานที่หายตัวไป เอาให้มันแน่ ๆ ว่าสรุปหนีงาน หรือว่าอะไรกันแน่... อ้อ แล้วเรียนภาษาไปถึงไหนแล้วละ?"

 

 

            "ช่วงนี้ก็พอจะแปลเอกสารได้บ้างแล้วละค่ะ ต้องขอบคุณยูกิซังเธอช่วยกิจการเราค่อนข้างเยอะเลย" จูรินะพูดแล้วหน้าก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ "อ่า...ว่าแต่วันนี้ยูกิซังไม่มาทำงานด้วยเหรอ?"

 

 

            "เห็นบอกว่ารู้สึกไม่สบายก็เลยขอลากลับไปก่อน - เอ่อ... ยังไงวันนี้เธอก็อยู่บ้านทั้งวันนี่นา  ฝากดูแลยูกิซังด้วยละกันถ้าขาดเหลืออะไรเนี่ยก็ให้คนมาบอกฉันได้นะ" ซาเอะพูดแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานเอกสารบนโต๊ะทำงานต่อ  จูรินะหยุดมองพี่สาวของตนด้วยความสนอกสนใจ "นี่ดูท่า...ซาเอะจะเป็นห่วงยูกิซังมากเลยนะ"

 

 

            "อยากฟังเรื่องจริงไหมละ น้องสาว?" พูดเสร็จซาเอะก็รีบเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง "ที่จริง...ฉันรู้สึกพิเศษกับยูกิซังน่ะ เธอคงจะเข้าใจใช่ไหม? - จูรินะเองก็...คิดเหมือนกันใช่ไหม?"

 

 

            "เอะ...เอ่อ...ไม่ใช่...แบบนั้น"

            "จะชอบคนเดียวกันก็ได้ฉันไม่ได้โกรธอะไรหรอกนะ" ซาเอะพูดติดตลก

 

 

                "เกรงว่าจะไม่ใช่แค่ชอบน่ะสิ" จูรินะบอกแล้วยิ้มเจื่อนให้คนเป็นพี่ที่กำลังหยุดยิ้ม  หญิงสาวย่นคิ้วตัวเองเล็กน้อยเมื่อฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอรู้สึกเหมือนว่ากำลังมีอะไรบางอย่างรอคอยเธออยู่  "จริงสิ ฉันต้องรีบกลับบ้านแล้วล่ะ เหมือนว่ามีหนังสือเล่มหนึ่งที่ฉันต้องไปหาที่ห้องหนังสือ...ไว้เจอกันตอนเย็นนะ ซาเอะ"

 

 

            "อืม...เดินทางดีๆละ"

 

            "ค่ะ"

 

 

 

 

 

 

**********************************************
 

 

 

 

 

 

           

           

            "วันนี้คุณไม่สวมยูกาตะเหรอคะ?" เสียงหวานชวนฝันนั้นดังขึ้นมาจากด้านหลังของจูรินะที่กำลังเอื้อมมือไปหยิบหนังสือจากชั้นบนสุด  หญิงสาวเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวแล้วรีบหันไปเผชิญหน้ากับหญิงที่เธอแอบรัก จูรินะสบตากับยูกิอย่างต้องมนต์  เผลอแป๊บเดียวใบหน้าของเธอก็ต้องเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ทั้งที่รู้จักมักจี่กับสาวตรงหน้ามาเป็นระยะเวลาเกือบจะหนึ่งเดือนเต็มแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมความขวยเขินไว้ได้  จูรินะยิ้มเกร็ง ๆ ที่มุมปาก "...ก็ยูกิซังบอกว่ามันดูน่าเบื่อไม่ใช่เหรอคะ?"

 

 

            "อื้ม... ใช่ค่ะ ฉันเป็นคนพูดเองค่ะ...ทำไมจะจำไม่ได้ละคะ หื้อ?" ยูกิพูดแล้วเดิมเข้ามาประชิดกายของจูรินะ  หล่อนใช้นิ้วเกี่ยวเข็มขัดสายเอี๊ยมของจูรินะแล้วดึงอีกฝ่ายให้เข้าหาตน "จูรินะคะ...ครั้งแรกที่ฉันเห็นคุณรู้ไหมฉันคิดอะไรอยู่..."

 

 

            "คิด...อะไรเหรอคะ..." จูรินะแค่นถามเสียงแหบพร่า เธอสามารถรับรู้ได้เลยว่าเสียงการเต้นของหัวใจของเธอนั้นดังกว่าเสียงพูดของเธอเสียอีก ยูกิยกยิ้มหวานให้จูรินะที่กำลังทำหน้าเป็นกังวลใจ "คุณมันน่ารักน่าเอ็นดู ไร้เดียงสาแล้วก็ดูอ่อนโยนอีกด้วย"

 

 

            "ยูกิซัง..."

 

 

            "ยูกิริน...คุณควรจะเรียกฉันแบบนั้นนะคะ" ยูกิพูดแล้วลดมือลงไปหมดเข็มขัดขอสายเอี๊ยมออกจากตัวของจูรินะ  แน่นอนว่าจูรินะไม่เพียงตื่นตกใจเพียงอย่างเดียว หญิงสาวยังสะดุ้งเฮือกเผยความตื่นตระหนกออกมาให้อีกฝ่ายได้หัวเราะขำขันอีกด้วย "ดูหน้าคุณซิ - ช๊อกอะไรเหรอคะ?"

 

 

            "คุณจะทำอะไรน่ะ?"

 

 

            "คุณยังเวอร์จิ้นอยู่สินะคะ" คำศัพท์แสลงแบบนั้นจูรินะทราบความหมายของมันดี   ใช่...เธอยังเป็นสาวพรหมจรรย์อยู่  จูรินะหลุบตามองริมฝีปากสีแดงฉ่ำไม่วางตา  มันอยู่ห่างจากริมฝีปากของเธอเพียงนิด "ยูกิริน...นี่มันห้องหนังสือนะ...ฉันเกรงว่า -." นิ้วชี้เรียวสวยของยูกิปิดทาบทับริมฝีปากที่แห้งผากของจูรินะเพื่อไม่ให้สาวเจ้าได้พร่ำเพรื่อประโยคแสนขี้ขลาดนั้นออกมาอีก

 

 

            "ฉันให้สาวใช้ฉันเฝ้าไว้นานแล้วค่ะ แน่นอนว่า...จะไม่มีใครมาขัดจังหวะเราสองคนแน่นอนค่ะ ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณจะกลัวฉันน่ะ จูรินะ..." หล่อนฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ให้จูรินะ "มีบางอย่างทีคุณต้องทราบเกี่ยวกับตัวฉัน"

 

 

            "อะไร..."

            "ฉันไม่ใช่มนุษย์..."               

            ดวงตากลมใสที่เคยอ่อนโยนของยูกิเริ่มแข็งกร้าวแล้วแปรเปลี่ยนเป็นประกายสีแดง  จูรินะสามารถมองเห็นเส้นเลือดฝอยที่กำลังปูดอยู่บริเวณรอบขอบดวงตาของเจ้าหล่อนอย่างชัดเจน และเจ้าสิ่งนั้นทำให้จูรินะรู้สึกขนลุกซู่  แต่ที่น่าสะพรึงกลัวไปมากกว่านั้นคือเขี้ยวคมที่กำลังเผยอวดโฉมให้จูรินะได้เห็นอย่างชัดเจน

 

 

            "ยะ...ยูกิริน..." จูรินะเรียกชื่ออีกคนเสียงสั่นพลางทาบมือเรียวไว้บนแก้มของยูกิอย่างหวาดระแวง  ยูกิรีบหุบริมฝีปากลงแล้วยิ้มให้จูรินะอย่างอ่อนโยน  บัดนี้รอยปูดของเส้นเลือดค่อย ๆ ลดลงจนไม่หลงเหลือร่องรอยอะไรอีกเช่นเดียวกันกับนัยน์ตาของเจ้าหล่อน  จูรินะเผลอกระตุกยิ้มให้ยูกิอย่างช่วยไม่ได้   น่าแปลกเหลือเกินว่าสิ่งที่ยูกิทำให้เธอเห็นมันทำให้เธอรู้สึกประทับใจจนเกินกว่าจะบรรยายได้ 

 

 

            "คุณคือแวมไพร์เหรอ?"

 

 

            "คุณกลัวฉันไหมคะ?" ยูกิถาม จูรินะรีบสั่นหัวตอบแล้วยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้าอย่างจริงใจ  

 

 

                "ฉันไม่กลัว ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไรก็ช่าง ฉันก็จะรักคุณตลอดไป"

 

 

 

 

------------------------------------------------------------



y1xrr.png

Share this post


Link to post
Share on other sites

กิรินนนน เธอสินะที่ทำให้จูที่น่ารักกลายมาเป็นแบดเกิร์ลได้ขนาดนี้...

สนุกค่ะ!!!อยากอ่านต่อ!!

Share this post


Link to post
Share on other sites

บทซาเอะเหมือนพระรองที่แสนดี ที่โดนพระเอกนิสัยไม่ดีเอานางเอกไปกินเลยอ่ะ // โดนตบไปไกล

ยังงัยก็รอตอนต่อไปอยู่นะค่ะ :)

Share this post


Link to post
Share on other sites

จูจังที่แสนใสซื่อ(?)

ซึ่งต่างจากปัจจุบันมากกกกกก

 

รอต่อไป ^/\^

Share this post


Link to post
Share on other sites

Edit: ไม่แก้คำผิด
 

 

EP05 “Our Ex-Girlfriend”

 

 

 

 

 

เรนะ:

 

 

 

 

            รอยยิ้มนั่น...

 

 

            สำหรับครั้งแรกที่เราพบกันจนกระทั่งวันนี้      ฉันไม่เคยรู้สึกสนุกแบบนี้มานานแล้วถึงแม้จะเป็นเวลาแค่อาทิตย์เดียวที่ฉันได้รู้จักกับ มิยาซาว่า ซาเอะ  เราคุยฟุ้งเรื่องประวัติศาสตร์ สงครามกลางเมือง เธอเป็นคนที่ฉลาด และมีความจำที่ดีมาก   ฉันไม่ค่อยคุยกับซาเอะอย่างเปิดเผยนักเวลาเราอยู่ที่โรงเรียนแต่ก็คิดว่ามีคนไม่น้อยนักหรอกที่รู้ถึงความสนิทสนม อย่างน้อยก็มีพารุ และอากาเนะที่ทราบว่าซาเอะกำลังจีบฉันอยู่ ไม่สิ! ฉันกำลังจีบซาเอะตะหากล่ะ!

 

 

 

            อากาเนะนัดพารุและฉันที่ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งในเมือง   ฉันมีเวลาเหลือประมาณสี่ชั่วโมงก่อนที่จะกลับถึงบ้านเพราะวันนี้ฉันเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากน้ามินามิว่าทีสิธของเธอเสร็จดังนั้นแล้วฉันจึงอยากจัดงานเลี้ยงฉลองเซอร์ไพร์น้าสาวสักหน่อย

 

 

 

            “ฉันอยู่เมาท์กับพวกเธอนานไม่ได้นะ” ฉันชิงพูดขึ้นมาก่อน อากาเนะได้ยินดังนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นสูงเธอมองมาที่ฉันนิ่ง “อย่าบอกนะว่าเธอมีเดทกับซาเอะน่ะ! – ทำไมจูรินะไม่ชวนฉันเดทแบบนี้บ้างนะ”

 

 

 

            “นี่พวกเธอจะไม่พูดเรื่องแฟนของตัวเองสักพักได้ไหม?” พารุพูดขึ้นมาฉันรู้ว่าเธอรู้สึกยังไงแต่ฉันก็ไม่ใช่พวกทิ้งเพื่อนหรืออะไรหรอกนะเพียงแต่หลายวันมานี้การที่ได้คุยกับซาเอะมันสนุกจริง ๆ ฉันหันไปมองพารุทีอากาเนะทีก่อนจะยิ้มให้ทั้งคู่ “ฉันไม่ได้ไปเดท วันนี้น้ามินามิอยากจะฉลองที่เธอทำทีสิธเสร็จแล้ว ว่าแต่พวกเธอสองคนว่างไหมตอนเย็น?”

 

 

 

            “วันนี้ฉันต้องไปโตเกียว” พารุบอกแล้วยิ้มให้ฉัน “แต่ยังไงก็ฝากบอกน้ามินามิด้วยนะ ยินดีด้วย”

            “แล้วเธอล่ะ อากาเนะ?” ฉันหันไปหาอากาเนะที่กำลังทำหน้าคิดสักพักเธอก็ให้คำตอบกับฉัน “ฉันไม่แน่ใจนะ เรนะ...แต่ยังไงก็ถ้าจะไปฉันจะโทรหาเธออีกทีนะ”

 

 

 

            “...แย่จัง ฉันคิดว่าจะได้ลูกมือช่วยทำอาหารแล้วซะอีก!”

 

 

           

            “ทำไมเธอไม่ชวนซาเอะไปช่วยล่ะ?” อากาเนะโพล่งขึ้นมาแล้วเธอก็หันมาหาฉันด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย นั่นสิ ทำไมฉันไม่นึกชวนซาเอะเลยนะ บางทีฉันอาจจะไม่พร้อมที่จะเปิดตัวซาเอะหรือบางทีฉันก็ไม่อยากให้น้ามินามิมาตั้งแง่กับฉัน  ฉันถอนหายใจส่ายหน้าตอบ “...ฉันไม่อยากให้มีปัญหา”

 

 

 

            “เธอนี่มันช้าอย่างกับเต่า” อากาเนะพูดแล้วกลอกตาไปมาขณะเดียวกันนั้นพารุก็หันมายิ้มปลอบใจฉัน “ฉันแนะนำเธอนะ เรนะ อย่าไปฟังคำแนะนำของเด็กใจแตกเลย”

 

 

            “ไม่เอาน่า พารุ...เธอไม่เคยคบใครเธอไม่รู้หรอก นี่เรนะ จูรินะเล่าให้ฉันฟังว่าซาเอะน่ะเพิ่งอกหักมาไม่นานเธอต้องรีบดามใจเค้าน่ะถึงจะถูก

ฉันไม่เคยพบจูรินะมาก่อนแต่ก็ได้ยินเรื่องเล่ามากมายจากปากของอากาเนะ แต่เรื่องนี้ฉันไม่เคยรู้มาก่อน ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าก่อนหน้านั้นซาเอะเคยคบใครมาก่อน “...แล้ว? เธอจะให้ฉันทำยังไงล่ะ อากาเนะ ฉันคิดว่าเราควรจะค่อยเป็นค่อยไปซะอีก?”

 

 

            “เธอก็ชอบเค้านิ เธอไม่ควรจะปล่อยโอกาสนี้หลุดลอยไปนะ เดทกับเค้าซะไม่งั้นก็ไปบอกรักเค้าเลย ถ้าเป็นฉัน ฉันจะทำ” อากาเนะตอบแล้วยักคิ้ว  อากาเนะพูดถูกฉันชอบซาเอะ ชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอกัน  ฉันรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้วางเงินไว้บนโต๊ะขณะที่สองสาวที่นั่งร่วมโต๊ะกลับทำหน้าตาสงสัยใส่ฉัน  พารุขมวดคิ้วมองหน้าฉันนิ่ง “เธอจะไปไหน เรนะ?”

 

 

            “อากาเนะพูดถูก....ฉันไม่ควรปล่อยโอกาสนี้หลุดมือไป

 

 

 

            ฉันยิ้มให้อากาเนะ กับพารุที่กำลังทำหน้าเหวอ “...แล้วเจอกันนะ!”

            อากาเนะพูดถูกฉันไม่ควรปล่อยโอกาสนี้หลุดมือไป   ฉันรีบขับรถแวนของน้ามินามิมุ่งไปยังบ้านของซาเอะที่อยู่ท้ายซอยลึก  บ้านหลังใหญ่ที่เงียบสงบ และไม่อยากจะเชื่อว่าเธอใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว ซาเอะบอกว่าน้องสาวของเธอที่จูรินะไม่ค่อยกลับบ้าน และชอบค้างที่หอพักใกล้โรงเรียนมากกว่า  นี่อาจจะเป็นโอกาสที่ดีที่ฉันจะได้ถามซาเอะอย่างตรงไปตรงมาเสียทีว่าที่ซาเอะพยายามป้วนเปี้ยนเข้ามาในชีวิตฉัน  ...เธอคิดอะไรกับฉันหรือเปล่า?

 

 

 

            ฉันจอดรถแวนไว้ที่ลานจอดรถกว้าง ๆ  แล้วลงจากรถเดินตรงมากดกริ่งที่หน้าประตูบ้าน...แต่ไม่มีสัญญาณใดๆตอบกลับมานอกจากความเงียบสงบ  “...คงไม่ได้ไปมหาวิทยาลัยหรอกนะ” ฉันพึมพำกับตัวเองแล้วพยายามกดกริ่งอีกครั้งแต่ทุกอย่างก็ยังคงเงียบสงบ  ฉันถึงกลับหลุดหัวเราะออกมาอย่างนึกขำ

 

 

 

                ให้ตายสิ...นี่ฉันคงจะเสียสติไปแน่ๆ ! บุกมาบ้านคงที่ชอบนี่นะ ! !

 

 

 

            ฉันตัดสินใจเดินหันหลังออกจากไปแต่เมื่อฉันก้าวถอยออกมาหนึ่งก้าวเสียงแอ๊ดยาว ๆ ก็ดังขึ้นฉันรีบหันไปหาต้นเสียงพร้อมกับบานประตูที่ถูกเปิดต้อนรับราวกับเชิญชวนให้เข้าไปย่างกรายสัมผัสความลึกลับของบ้านหลักเก่าที่ทำด้วยไม้ชั้นดีทั้งสิ้น   ฉันค่อย ๆ ก้าวเข้าไปข้างในบ้านในมือทั้งสองข้างก็จับสายสะพายกระเป๋าเป้ไว้แน่น

 

 

 

           “ซาเอะ!” ฉันตะโกนเรียกหาเจ้าของบ้านแต่ก็ไม่มีวี่แววใดๆตอบกลับมานอกจากเสียงของลมที่พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่  ฉันเดินเข้ามาถึงระหว่างทางขึ้นบันไดไปข้างบน และห้องนั่งเล่นรวมที่มีเตาผิง  ทันใดนั้นเองเสียงกรีดร้องของเจ้าสิ่งมีชีวิตบินได้ที่ฉันไม่ได้ยินมานานนับอาทิตย์นั้นก็ดังขึ้น  ฉันสะดุ้งเสียหลักไปด้านหลังเมื่อมีอีกาที่ไหนก็ไม่รู้จากในบ้านบินโฉบตัดหน้าฉันออกไปที่บานประตูที่ฉันเปิดทิ้งไว้

 

 

            “อ๊ะ” ฉันร้องอุทานเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับร่างกายอุ่นๆของใครบางคน   จังหวะนั้นเองฉันก็รีบหันไปเผชิญหน้าด้วยสีหน้าตื่นตระหนกตกใจสุดขีด  เจ้าของร่างกายอุ่น ๆ ที่ฉันได้ถือวิสาสะพิงเข้าไปเต็มแรงนั้นส่งยิ้มให้ฉันที่มุมปาก   เธอเป็นหญิงสาวที่ดูเหมือนจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับฉัน เธอไว้ผมสั้น  ผิวของเธอขาวผ่อง  ใบหน้าของเธอสวยได้รูป  ดวงตาของเธอเป็นสีฟ้า  จมูกของเธอโด่ง  และริมฝีปากของเธอก็เป็นสีแดงฉ่ำ

 

 

            “ฉันขอโทษ...คือประตูมัน...เปิดทิ้งไว้” ฉันหันไปมองบานประตูที่บัดนี้ปิดสนิทแต่ฉันไม่ได้โกหกมันเปิดต้อนรับฉันจริง ๆ  คนฟังถึงกลับเอียงคอยิ้มๆให้ฉันอย่างเป็นมิตร “ฉันขอโทษค่ะ ฉันคิดว่าซาเอะอยู่ที่นี่”

 

 

 

            “พี่สาวของฉันน่ะเหรอ?”

 

 

            จูรินะ?

 

 

            “คุณคือ...”

 

 

            “มิยาซาว่า จูรินะ – …น้องสาวของซาเอะเมื่อหญิงสาวตรงหน้าแนะนำตัวเสร็จสรรพเธอก็ผายมือไปข้างหน้ายังห้องหนังสือ “ฉันได้ยินมาว่าเธอน่าจะเป็นคนพิเศษของซาเอะ” จูรินะพูดขึ้นมาลอยๆแต่มันก็ทำให้ฉันถึงกลับหน้าแดงก่ำ ทั้งเรื่องจูรินะกำลังเอ่ยถึง และเรื่องการที่จะต้องมายืนใกล้คนที่ดูดีอย่างเธออีก  จูรินะพาฉันมายังห้องหนังสือขนาดใหญ่  เธอยิ้มให้ฉันอย่างภาคภูมิใจ

 

 

            “พี่สาวของฉันชอบเรื่องเก่าๆ” จูรินะหันมากระซิบข้างใบหูฉัน เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้กับฉัน “ฉันดีใจที่เธอมาที่นี่นะ เรนะ? ฉันเรียกเธอว่าเรนะได้ไหม? เธอจะเรียกฉันว่า จูรินะก็ได้นะ” ดูเหมือนว่าจูรินะจะเป็นคนที่เป็นมิตรกับผู้คนมาก เธอดูพูดเก่ง และไม่ค่อยขี้อายเท่าซาเอะ  ฉันผงกหัวลงยิ้มๆให้จูรินะเล็กน้อย

 

 

            “อย่างที่ฉันบอกนั่นแหละ ซาเอะชอบเรื่องเก่าๆ พี่สาวของฉันอาภัพนักเธอยังตัดใจจากแฟนเก่าไม่ได้ ฉันดีใจที่เธอจะทำให้เค้าลืมเรื่องของแฟนเก่าได้อย่างหมดจด” จูรินะบอกแล้วยิ้มกว้างให้ฉัน “ซาเอะไม่เคยเล่าเรื่องแฟนเก่าของเค้าให้เธอฟังเหรอ?”

 

 

            “ไม่เคย” ฉันพยายามตอบให้น้ำเสียงนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่จูรินะกลับทำหน้าหงอเหมือนสุนัขที่เจ้านายไม่รัก “ซาเอะไม่ค่อยอยากให้ฉันกลับบ้านเท่าไหร่นักหรอก เราทะเลาะกันบ่อย ครั้งสุดท้ายที่เราทะเลาะกันเราก็ทะเลาะกันเรื่องยูกิรินนี่แหละ... แย่จังนะ ที่ชอบผู้หญิงคนเดียวกัน

 

 

 

            ฉันกลืนน้ำลายลงคอดังอึกรู้สึกอึดอัดไปหมดทั้งเรื่องที่จูรินะกำลังพูดให้ฟัง

 

 

 

            “...แล้วตอนนี้ยูกิรินไปไหนแล้วล่ะคะ?”

 

 

            “ดูเหมือนว่าจะมีคนแอบฟัง...” จูรินะพูดขณะที่เธอยังคงมองมาที่ฉันก่อนจะเหล่ไปหาใครอีกคนที่เพิ่งเดินเข้ามาด้วยสีหน้าขึงขัง  ฉันรีบหันไปหาซาเอะที่เพิ่งกลับเข้ามา  “ซาเอะ...”

 

           “เธอมาที่นี่ทำไม?” ซาเอะถามฉันราวกับว่ากำลังติเตียนฉัน

 

 

 

              ฉันไม่เข้าใจทำไมเธอถึงดูเหมือนโกรธ?

 

 

 

           “ฉันกำลังจะกลับค่ะ” ฉันรีบตอบแล้วหันไปหาจูรินะที่กำลังแจกยิ้มหวานให้ฉัน “ฉันต้องไปแล้วล่ะค่ะ จูรินะ”

 

         

 

           “โอ้!” จูรินะทำเสียงเซอร์ไพร์ใส่ฉันแล้วเธอก็คว้ามือของฉันขึ้นมากุมไว้แน่นแล้วก้มลงจุมพิตเบา ๆ “หวังว่าเราจะได้พบกันอีกนะ เรนะจัง... ฉันคิดว่าฉันน่าจะเข้าเรียนบ้างสักหน่อยนะ” หลังจากจูรินะทำแบบนั้นกับฉัน  ฉันก็รีบชักมือถอยออกมาอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินนำหน้าซาเอะออกไปที่ประตู

 

          “อื่ม...ฉันจะโทรหาคุณนะคะ ซาเอะ” ฉันหันไปหาซาเอะที่กำลังทำหน้าไม่พอใจ “ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรมาหาคุณที่นี่แต่ฉันอยากจะคุยกับคุณก็แค่นั้นเองแล้วตอนนี้ฉันก็รู้เหตุผลแล้วว่าทำไมคุณถึงดูเศร้านัก  คุณกับจูรินะดูเหมือนว่าจะมีปัญหาต่อกัน...”

 

 

           “เรนะ...” ซาเอะพูดแล้วสบตากับฉัน “ถ้าจะมาที่นี่เธอน่าจะโทรบอกฉัน”

 

 

           “คุณโกรธฉัน?”

 

 

 

           “ฉันไม่ได้โกรธเธอ ฉันแค่...”

 

 

            “ทำไมคุณถึงไม่เล่าให้ฉันฟังเรื่องผู้หญิงที่ชื่อยูกิริน?” ฉันเผลอหลุดปากพูดออกมาแล้วสิ่งนั้นก็ทำให้ซาเอะอึ้งไม่ใช่น้อย  ซาเอะรีบเดินออกมาจากบ้านใช้มือปิดประตูบ้านแล้วพาฉันออกมาให้ไกลพ้นจากระยะของตัวบ้าน  เธอคว้ามือของฉันมากุมไว้แน่น “เรนะ...ฉันไม่รู้ว่าจูรินะเล่าอะไรให้เธอฟังแต่ฉันอยากจะบอกว่ามันจบแล้ว”

 

 

             “พวกคุณสองคนรักเธอ?”

 

 

 

             “อื่ม...แต่ยูกิเลือกฉันแล้วทำให้จูรินะต้องเศร้า” ซาเอะบอกฉันแล้วยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน “ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เธอได้ยินมาจากจูรินะ...มันไม่ใช่ความจริงทั้งหมด  ฉันแค่อยากให้เธอเข้าใจแล้วเชื่อใจฉัน”

 

 

             ฉันหลุบตาหลบสายตาเศร้าๆของซาเอะ “...แล้วยูกิตอนนี้เธอไปอยู่ไหน?”

 

 

 

             “เธอตาย ... เพลิงไหม้

 

 

 

             “หะ...” ฉันอุทานออกมาเสียงแหลมแล้วรีบขอโทษซาเอะ “ฉันขอโทษค่ะ ซาเอะ ฉันไม่ควรจะถามคุณมัน – มันอาจจะทำให้คุณต้อง...เจ็บปวด” ซาเอะส่ายหัวตอบฉัน  เธอเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ฉันอย่างช้า ๆ กระซิบบอกฉันว่าเธอไม่ได้เจ็บปวดอะไรทั้งนั้นก่อนจะบรรจงจุมพิตลงบนหน้าผากของฉันเบา ๆ

 

 

 

            “ฉันไม่เจ็บปวดอะไรแล้ว เพราะฉันได้พบใครบางคนแล้ว”

 

 

             ซาเอะใช้นิ้วเกลี่ยผมหน้าม้าของฉันให้เป็นระเบียบ “...ผู้หญิงที่ทำให้ฉันยิ้มได้ ... รอยยิ้มนั่นของเธอทำให้ฉันอยากจะปกป้องเธอ...”

 

 

            “ฉันรักเธอนะ เรนะ”

 

 

            หลังคำสารภาพนั้นฉันเป็นฝ่ายจูบซาเอะก่อน

 

 

            “ฉันก็รักคุณค่ะ”

 

 

 

 

 

 

 

**********************************************
 

 

 

 

 

 

                “ฉันรักเธอนะ เรนะ”

                “ฉันก็รักคุณค่ะ”

 

           

           

            ระยะที่คนสองคนนั้นยืนอยู่มันไม่ได้ไกลสำหรับจูรินะเพราะเพียงแค่ระยะห่างจากหน้าประตูถึงห้องนั่งเล่น   จูรินะก็สามารถได้ยินทุกประโยคที่สองคนนั้นกำลังพูดกัน     ความรักของคนสองคนนั้นกำลังเริ่มต้นล้นเอ่อไปด้วยความหอมหวาน แต่ความจริงก็ยังคงเป็นความจริงอยู่ดี  ถ้าหล่อนรู้ความจริงเข้าว่าแท้จริงแล้วซาเอะไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น...หล่อนคงวิ่งหนีตะเหลิดเป็นคนแรกๆ จูรินะคิดแล้วขณะรินเหล้าใส่แก้ว

 

 

 

            ขณะที่เธอกำลังกระดกเหล้าเข้าปากเพื่อดับความกระหายอยากสูบเลือดจากคอคน  เธอก็ได้ไอเดียอะไรบางอย่าง... ทำไมเธอถึงต้องแสร้งทำเป็นใจเย็นดื่มเลือดจากอากาเนะเพียงคนเดียวด้วยนะ? ข้างนอกนั้นมีหญิงสาวตั้งหลายคนที่พร้อมจะมาเป็นเหยื่อให้เธอลิ้มรสเลือด แค่คิดก็สนุกแล้ว

 

 

 

            จูรินะหันไปหาซาเอะที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “...เรนะรับรักแล้วเหรอ?”

 

 

 

            “เสียใจนะที่แผนการของเธอในการยุเรนะมันไม่ได้ผล แต่ก็ขอบคุณที่ทำให้ฉันกับเรนะเข้าใจดีขึ้น – อื้ม... เธอจะอยู่ที่นี่ก็ได้นะ จูรินะ” เมื่อซาเอะใจเย็นลงเธอก็ไม่ใช้สรรพนามแย่ๆกับจูรินะอีก  เธอตรงเข้ามาตบบ่าของจูรินะแรง ๆ “ฉันต้องไปดินเนอร์ข้างนอก”

 

 

 

            “เดทเหรอ?” จูรินะแสร้งถาม

 

 

           

            “อย่าอิจฉาล่ะ!” ซาเอะหันมาบอกยิ้ม ๆ แน่นอนว่าพี่สาวของเธอคงไม่ได้เฉลียวใจอะไรบางอย่างเพราะในขณะที่ซาเอะกำลังดีใจที่ได้ไปดินเนอร์  ซาเอะก็ไม่รู้ว่าอากาเนะได้รายงานให้จูรินะฟังจนหมดเปลือกแล้วว่าเรนะกำลังเตรียมงานเซอร์ไพร์น้าสาวของหล่อน

 

 

 

            ...แล้วจะเป็นยังไงถ้าเธอไปเซอร์ไพร์ในดินเนอร์?

Share this post


Link to post
Share on other sites

จริงๆแล้วคิดว่าคงเพราะว่าจูรินะเชื่อในตัวเองมากเกินไป

มากเกินกว่าจะฟังความจริงมากกว่า ว่าตัวเองไม่ได้รักยูกิ

เมื่อก่อนอาจจะใช้ยูกิเป็นที่พึ่งทางใจ ทางกาย จนแยกไม่ออกว่า

อันไหนรัก อันไหนหลง .. . (เพราะรู้สึกว่าตอนปี 18 น้องโดนล่อลวงมากกว่าจะเป็นความรัก LOL)

 

ถ้าน้องจูลองปรับมุมมาคุยกับซาเอะดูอาจจะได้เห็นอะไรบางอย่าง

ที่ตัวเองยังไม่เห็นมาสามสิบปีกว่าปี แต่อย่างว่า...

จะแบดต้องแบดแบบนี้ค่ะ เอาให้สุดๆ ชอบบบบบบ แบดดดดดดดด

 

สรุปคือสงสารเรนะค่ะ ฮ่ะๆ ตอนนี้หัวปั่นที่ตกหลุมรักคนพี่

แต่คนน้องมันก็คอยจะมายุ่มย่าม แนะนำให้เอาลิ่มตอกจูรินะเลยนะ ไม่ก็เอากระเทียมไล่

*ส่งกระเทียมให้นางเอก* ฮ่ะๆๆๆๆ

 

รอตอนต่อไปนะคะ :)

Share this post


Link to post
Share on other sites

ดีมากจูรินะ จะแบดทั้งที่ต้องไม่สิ้นแผนการ

Share this post


Link to post
Share on other sites

สนุก!!!

ตามอ่านมาตั้งแต่ Tumblr แล้วครับ #เผยตัว

ติดตามตอนต่อไปครับผม

Share this post


Link to post
Share on other sites
เอ่อ...จูรินะจะ...ไปไหน.สนุกลุ้นเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป?

Share this post


Link to post
Share on other sites

จัดให้แบดกว่าเดิมเลยค่าาาาาาาาาาาาา ไรเตอร์

ฉันชอบจูจังแบบนี้ ฟินนนนนนนนนนนนนน >w<

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now