[Fiction] the vampire series | 【The Awakening】 : EP01“The Birthday” (11/05/2014)

680 posts in this topic

สนุกมากค่ะ  

ยูกิไม่เลือกจูและตายไป  จูเลยแค้นซาเอะเหรอ?

จะมันส์มากถ้าคราวนี้ก็รักผู้หญิงคนเดียวกันอีก  ฮ่าๆ

ลุ้นว่าจูจะไปกัดคอใครในงานอีกหรือเปล่า

Share this post


Link to post
Share on other sites

ทำไมรู้สึกเฮียรุกจัง ไปหาพี่เอะถึงบ้านเพื่อจะสารภาพรัก

น้องจูก็แบดบอยเหลือเกิน ดีค่ะ พี่ชอบ wwwww

Share this post


Link to post
Share on other sites

Edit: ไม่แก้คำผิด

 

 

 

 

EP06 “Invite Me In”

 

 

 

 

 

            ในเย็นวันเดียวกันนั้นซาเอะกับเรนะช่วยกันเตรียมดินเนอร์มื้อพิเศษสำหรับน้าสาวของเรนะ   บนเคาเตอร์ในห้องครัวจึงเต็มไปด้วยของมากมายที่ไปเหมามาจากซูปเปอร์มาเก็ตแถวบ้าน  เรนะมีความสุขมากหล่อนค่อนข้างโอเคกับทุกอย่างในวันนี้  อย่างน้อยช่วงเวลาแห่งความสุขก็กลับมาเยือนอีกครั้ง  ซาเอะเหลือบไปมองเรนะที่กำลังหั่นเครื่องเทศสำหรับไก่งวงอบ  เธอยิ้มให้เรนะก่อนจะถาม “...ฉันควรทำตัวยังไงเวลาเจอน้าเธอ?”

 

 

 

             “คุณไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น อ๊ะสาวเจ้าหลุดอุทานออกมาเสียงหลงเมื่อทำมีดบาดมือ   ซาเอะยืนมองของเหลวสีแดงสดที่ส่งกลิ่นหอมหวานน่าลิ้มรสนั่นนิ่งขณะที่เรนะนั้นกลับไม่รู้สึกเฉลียวใจแต่อย่างใด  หล่อนได้แต่หัวเราะติดตลกในความสะเพร่าของตัวเอง   “...ขอโทษ มันมักเป็นแบบนี้เสมอเลยเวลาฉันทำงานครัวน่ะค่ะ” หล่อนพูดแล้วเงยหน้าขึ้นมาซาเอะที่ดูผิดปกติ  โดยเฉพาะรอยปูดของเส้นเลือดที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่บริเวณดวงตาที่เริ่มเป็นสีแดงก่ำของซาเอะ

 

 

 

            “คุณโอเคหรือเปล่า?”

 

 

 

            ซาเอะรีบหันหลังให้เรนะแล้วหลับตาลงภาวนาให้อาการนี้หายไปให้ไวที่สุด  เรนะค่อย ๆ คว้าไหล่ของซาเอะดึงคนรักของหล่อนให้หันกลับมา สีหน้าเมื่อครู่นั้นหายไปหมดหลงเหลือเพียงใบหน้าเดิมของซาเอะที่เห็นในทุกวัน “คุณไม่สบายหรือเปล่า?”

 

 

 

            ซาเอะจ้องหน้าเรนะค้าง ริมฝีปากสั่นระริก “ฉันคง...นอนน้อยไปหน่อย”

 

 

           “ฉันตกใจหมดเลย...” เรนะพูดแบบนั้นออกไปเพราะหล่อนรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ “โรคกลัวเลือดกำเริบเหรอคะ คิก คิก...” ขณะที่ทั้งคู่กำลังหยอกล้อกันอยู่ในครัวเสียงกริ่งหน้าประตูบ้านก็ดังขึ้น  เรนะคว้านาฬิกาเรือนที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาดูแล้วขมวดคิ้วเพราะยังเหลือเวลาเตรียมการตั้งสองชั่วโมง   หล่อนรีบเดินไปเปิดประตูบ้านโดยมีซาเอะเดินตามมาติด ๆ

 

 

           “เซอร์ไพร์!!” เสียงแหลมของอากาเนะทำให้เรนะตาโตดูเหมือนว่าเพื่อนสาวคนนี้จะหิ้วคู่เดทมาด้วย   จูรินะยิ้มหวานให้เรนะขณะที่มือของหญิงสาวยังคงเกี่ยวอยู่รอบเอวของอากาเนะ  เธอมองลอดเข้ามาในบ้านก่อนจะพบกับซาเอะที่กำลังยืนจ้องมาที่เธออย่างสงบนิ่ง   อากาเนะก้าวมาข้างหน้าในมือของหญิงสาวถือกล่องเค้กกล่องโตที่ไปซื้อมาจากเบเกอรี่ชื่อดังในถิ่นนี้

 

 

 

            “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว...ฉันกับจูรินะเราไปซื้อเค้กมาสำหรับการฉลองให้น้ามินามิ” อากาเนะพูด

            “สาวๆชอบกินเค้ก” จูรินะเสริม

 

 

 

            ซาเอะเดินมาหยุดใกล้ๆกับเรนะ  เธอจ้องเขม็งไปที่จูรินะ “เธอมาที่นี่ทำไม?”

 

            “เฉลิมฉลอง” จูรินะตอบเสียงห้วนๆ  แล้วหันไปสบตาหวานซึ้งกับเรนะ “ไม่ชวนฉันเข้าบ้านหน่อยเหรอ?”

 

           

            “เข้ามาสิคะ!” เรนะบอกแล้วยิ้มให้จูรินะอย่างเป็นมิตร  ไม่รู้ทำไมหล่อนอยากจะผูกไมตรีกับจูรินะไว้ในฐานะที่เธออายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอ มิหนำซ้ำยังเป็นน้องสาวของคนรักของเธออีกด้วย  ซาเอะเดินเข้ามาขวางจูรินะไม่ให้อีกฝ่ายได้เดินย่างกรายเข้าไปในบ้าน “...ไม่ต้องหรอก เรนะ –  จูรินะต้องกลับบ้านเพราะไม่มีใครเฝ้าบ้าน...

 

 

            “เห็นไหม? พี่สาวยังโกรธฉันอยู่เลย...” จูรินะหันไปกระซิบกระซาบกับเรนะที่กำลังปั้นหน้างอใส่ซาเอะ “ซาเอะ ให้จูรินะมาฉลองให้น้ามินามิเถอะคะ น้าคงดีใจมากที่ได้รู้จักพวกคุณ” อากาเนะถลนตามองทั้งสามคนอย่างหงุดหงิดก่อนที่สาวเจ้าจะโพล่งขึ้นมาตามสไตล์สาวมั่น

 

 

            “ไม่รู้ละ ฉันเข้าบ้านก่อนละกันเพราะข้างนอกยุงเยอะ!” พูดจบอากาเนะก็เบียดเรนะจนเจ้าหล่อนเซไปชนกับจูรินะส่วนซาเอะก็รีบดึงเรนะเข้ามาใกล้ตัวอย่างหวงๆ  จูรินะเชิดหน้ายิ้มให้ให้ทั้งคู่อย่างมีเลศนัย  เธอค่อยๆก้าวเท้าขวาไปข้ามผ่านบานประตูเข้าไปข้างในบ้านของเรนะก่อนจะหันมาหาเรนะที่กำลังนิ่วหน้า

 

 

 

            “ขอบคุณที่เชิญฉันเข้าบ้าน”

 

 

 

            จูรินะเดินลัดผ่านห้องนั่งเล่นตรงไปที่ห้องครัวแล้วกอดอกหันไปมองเรนะกับซาเอะที่เดินตามหลังเธอเข้ามา

 

 

            “โอ้...พวกเธอสองคนกำลังทำมื้อค่ำกันอยู่เหรอ? – รู้อะไรไหม เรนะ? อย่าชวนซาเอะเข้าครัวเลย...” ซาเอะถึงกลับเลิกคิ้วขึ้นสูงไม่เข้าใจว่าจูรินะกำลังคิดวางแผนอะไรอยู่แต่ที่แน่นอนจูรินะได้ทำสำเร็จไปเรื่องหนึ่งแล้ว  ในตอนนี้จูรินะสามารถเข้าออกบ้านเรนะได้ทุกเวลาถ้าเธอต้องการ

 

 

            “ทำไมละคะ?” เรนะถามเพราะความอยากรู้

 

 

            “ซาเอะเป็นโรคกลัวเลือด เธอไม่รู้เหรอ?” จูรินะได้พูดจาอะไรบางอย่างเป็นนัย ๆ เธอจ้องหน้าซาเอะนิ่ง “หรือว่าเธอหายกลัวเลือดแล้ว...อากาเนะ!” จูรินะเรียกหาแฟนสาวผมสีน้ำตาลดัดเป็นลอนที่กำลังนั่งสบายตัวในบนโซฟาในห้องเล่น  เรียกไม่ทันขาดคำอากาเนะก็รีบเสนอหน้ามาหาจูรินะ

 

 

 

            “คะ?”

 

 

            “ทำไมเธอถึงไปช่วยซาเอะจัดโต๊ะอาหารล่ะ?” จูรินะหันมาบอกอากาเนะแต่สาวเจ้ากลับหัวเราะร่วนออกมาเบาๆ  แล้วกลอกตาไปมา “ฉันไม่ทำงานประเภทนั้นหรอก” ดูเหมือนอากาเนะมักจะชอบทำให้แผนการของเธอนั้นพังไม่เป็นท่าตลอด   จูรินะจ้องไปที่นัยน์ตาสดใสของอากาเนะเพื่อสะกดหญิงสาวอีกครั้ง “…ทำไมเธอไม่ไปช่วยซาเอะจัดโต๊ะล่ะ?”

 

 

 

            อากาเนะนิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะโพล่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงยินดี “ชัวร์! ซาเอะไปช่วยกันจัดโต๊ะกันเถอะค่ะ”

           

 

 

            จูรินะมองดูซาเอะที่ถูกอากาเนะดึงลากแขนออกไปจากห้องครัวด้วยแววตาสะใจพิลึกพิกลก่อนจะหันมาหาเรนะที่ดูประหลาดใจชอบกล  เรนะเดินตามหลังจูรินะที่เดินอ้อมไปที่เคาเตอร์หยิบฉวยมีดของเธอมาสับเครื่องเทศต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

 

           “หืม? มีดบาดนิ้วเหรอ?” จูรินะถาม แต่เรนะไม่ตอบแต่ค้นพลาสเตอร์ยาในลิ้นชักมาปิดปากแผลที่ปลายนิ้วของหล่อนอย่างทันที

 

 

 

            “แล้ว...คุณคบกับอากาเนะมานานแค่ไหนแล้วคะ?” เรนะถามเพื่อเปลี่ยนประเด็น   ส่วนจูรินะเองก็ได้แต่หันมายิ้มให้เรนะ “ก็พอๆที่เธอคบกับซาเอะนั่นแหละ”

 

 

 

            “นี่คุณรักเพื่อนฉันจริงๆเหรอ?”

 

            จูรินะยิ้มที่มุมปาก “ฉันชอบอากาเนะ - ชอบกับรักมันแตกต่างกันนะ

 

 

            “ถ้างั้นคุณก็รักยูกิ? แล้วการที่คุณพยายามมาคุยกับฉันก็เพราะว่าคุณอยากจะแกล้งซาเอะ?” เรนะพูดแล้วกอดอกมองหน้าของอีกคนนิ่ง  มองสีหน้าทะเล้นที่เริ่มเปลี่ยนเป็นใบหน้าแน่นิ่งยากเกิดกว่าคาดเดาอารมณ์  จูรินะค่อย ๆ วางมีดลงบนเคาเตอร์หันมาเผชิญหน้ากับเรนะอย่าท้าทาย “...หื้อ...แล้วเธอรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับยูกิริน?”

 

 

 

            นัยน์ตาสีฟ้าของจูรินะมันดูเย็นยะเยือกกว่าครั้งใดแล้วเธอก็ย่างก้าวเข้ามาใกล้เรนะที่กำลังค้างอยู่กับที่

 

 

            “เธอไม่รู้อะไรดีดังนั้นเธอไม่มีสิทธิ์มาพูดเหมือนว่าเธอรู้ดีทุกเรื่อง”

 

 

 

            จูรินะกำลังโกรธฉุนเฉียว...

 

 

 

            “ฉันขอโทษค่ะ....เกี่ยวกับยูกิ... - คุณก็สูญเสียหล่อนไปเหมือนกัน”

 

 

 

 

            จู่ๆ เรนะก็พูดขึ้นมาราวกับว่าหล่อนเพิ่งนึกได้ว่าได้เผลอพูดในสิ่งที่หล่อนไม่ควรพูดออกไป   คำขอโทษที่แสนอ่อนโยนของเรนะทำให้จูรินะหยุดหน้ามืดเพราะความโกรธ   เธอสบตากับเรนะแล้วยิ้มน้อย ๆ ที่มุมปากให้หญิงสาวทำเหมือนว่าไม่แคร์บทสนทนาก่อนหน้านั้น

 

 

 

            “ฉันขอโทษนะ จูรินะ” เรนะกล่าวด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด

           

            “อย่าเศร้าเสียใจไปเลย เรื่องมันก็นานมาแล้ว...” จูรินะบอกปัดๆแล้วแสร้งทำเป็นหัวเราะใส่คนตรงหน้า

 

 

 

            “คุณบอกได้ไหมคะว่ามันนานแค่ไหน?” เรนะรู้ว่าไม่ควรถามแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่สามารถห้ามความอยากรู้อยากเห็นของหล่อนไปได้  หล่อนวางมือลงบนมือของจูรินะที่กำลังเท้าวางกับเคาเตอร์ “จริงๆแล้วฉันอยากรู้...อยากรู้เรื่องของเธอคนนั้นเต็มไปหมด...ถ้าคุณจะกรุณา ช่วยเล่าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหมคะ?”

 

 

 

            “ยูกิรินเป็นคนที่สวยที่สุดที่ฉันพบมา แล้วฉันก็ตกหลุมรักยูกิรินตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกัน แล้วบางครั้งผู้หญิงสวยก็มักจะนำพามาแต่เรื่องราวแสนพิเศษ...” จูรินะพูดแล้ววางมือบนหลังมือของเรนะเบา ๆ “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าซาเอะจะเล่าอะไรให้เธอฟังแบบไหนแต่ถ้าเธอถามฉัน ฉันก็จะบอกเล่าในฐานะมุมมองของฉัน - แต่ตอนนี้เราควรจะรีบทำดินเนอร์เสียก่อนที่จะไม่ทันการเอานะ...”

 

 

 

            “ขอบคุณค่ะ” เรนะพูดแล้วยิ้มขอบคุณจูรินะ

 

 

 

            จูรินะยิ้มตอบกลับเรนะอย่างเป็นมิตรที่สุดที่เขาเคยทำต่อเพื่อนมนุษย์  เธอละมือถอยออกมาจากมือของเรนะแล้วชี้นิ้วมาที่หญิงสาวอย่างอารมณ์ดี “ฉันชอบเธอนะ...”

 

 

 

            เรนะหัวเราะเบา ๆ “งั้น....ก็ขอบคุณอีกรอบนะคะ

 

 

 

 

           

            ...แต่เรนะไม่เคยรู้มาก่อนว่าจูรินะหมายความว่าแบบนั้นจริง ๆ

           

 

 

 

 

 

 

 

 

**********************************************
 

 

 

 

 

 

 

 

            ขณะที่ซาเอะและอากาเนะนั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่นนั้น  ซาเอะที่กำลังลอบมองใบหน้าของอากาเนะอยู่ห่าง ๆ นั้นดันไปสะดุดสายตาเข้าที่ผ้าพันคอของอากาเนะ “ผ้าพันคอสวยดีนะ เธอได้มาจากไหน อากาเนะ?”

 

 

 

            อากาเนะยิ้มให้ซาเอะน้อย ๆ แล้วก็ก้มดูผ้าพันคอที่พันรอบคอของเธอ

 

 

            “จูรินะซื้อมาให้ฉันในเดทครั้งแรกของเรา”

 

 

            ซาเอะเลิกคิ้วแล้วถามสาวเจ้าด้วยความอยากรู้ “ขอฉันดูหน่อยได้ไหม?”

 

 

            “ฉันถอดออกไม่ได้” อากาเนะตอบ

 

 

 

            “ทำไม? มีใครบอกให้เธอไม่ต้องถอดออกหรือเปล่า?” ซาเอะพูดแล้วเอื้อมมือมาเปิดผ้าพันคอขึ้น  หญิงสาวสังเกตเห็นรอยกัดหลายรอยที่จูรินะฝากทิ้งไว้  อากาเนะรีบปัดมือของซาเอะออกอย่างทันทีเธอจ้องมองไปที่ใบหน้าซาเอะอย่างตื่นตระหนก “ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้ถอดมันออก ซาเอะ!”

 

 

 

            “ทำอะไรกับแฟนของฉัน” จูรินะโพล่งขึ้นมาแล้วตรงมาหาอากาเนะที่รีบสวมกอดจูรินะอย่างหวาดกลัว    จูรินะจุมพิตหน้าผากมนๆของอากาเนะแล้วกระซิบบอกอากาเนะเบาๆ “ทำไมเธอไม่ลองไปช่วยเรนะที่ครัวดูล่ะ?”

 

 

           

            อากาเนะพยักหน้าแล้วรีบเดินไปที่ห้องครัวโดยไม่ยอมหันหลังมามองพี่น้องสองคนนั้นที่กำลังจ้องหน้ากันอย่างเป็นเอาตาย   ซาเอะรีบลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปจนเกือบจะชิดจูรินะ  เธอจ้องเข้าไปนัยน์ตาสีฟ้ากวนประสาทของจูรินะ “ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังวางแผนอะไรอยู่นะแต่นี่มันไม่ใช่เรื่องตลกหรอกนะ  ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้เธอทำอะไรตามใจอีกต่อไปแล้ว  เธอจะทำให้อากาเนะตาย ทำให้หล่อนเป็นบ้าเพราะเธอเล่นสะกดหล่อนทุกครั้ง บังคับหล่อนทุกอย่าง ดื่มเลือดหล่อน”     

           

 

 

            “บางทีฉันอาจจะเปลี่ยนเหยื่อ... น้าสาวของเรนะจังเป็นไง?

 

 

            “ไอ้จู-”

 

            “จุ๊ๆ” จูรินะทำเสียงที่ปากเบา ๆ ก่อนจะยิ้มเยาะใส่พี่สาวของตัวเอง “ทำยังไงดีนะ?...ฉันได้รับเชิญเข้าบ้านนี้แล้วนี่นา ... คราวนี้ฉันจะมาที่นี่เมื่อไหร่ก็ได้”

 

 

 

            “ออกไป ออกห่างจากเรนะและเพื่อนของเรนะซะ...”

 

 

 

            “ไล่ฉันเหรอ? - โอเค...

 

 

            พูดจบจูรินะก็ถอยหลังออกห่างไปยังบานประตูหน้าบ้าน  เธอส่งรอยยิ้มชั่วร้ายให้ซาเอะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเปิดประตูเดินออกจากบ้านหลังนี้ไปโดยไม่ได้บอกลาเจ้าของบ้านอย่างเรนะ และปล่อยทิ้งคู่เดทอย่างอากาเนะไว้ที่นี่  เมื่อซาเอะแน่ใจว่าจูรินะออกไปจนลับสายตาแล้วเธอจึงถอนหายใจออกมายาว ๆ

 

 

 

            ...ฉันจะจัดการกับจูรินะยังไงดี?

           

           

            “ซาเอะ”

 

 

 

            เสียงเรียกของเรนะทำให้ซาเอะตื่นจากภวังค์  เธอหันไปหาเรนะกับอากาเนะที่กำลังช่วยกันนำอาหารออกมาจัดวางบนโต๊ะ    เธอรีบเดินเข้าไปช่วยเรนะอย่างทันทีในขณะที่อากาเนะกลับมองหาแต่จูรินะ   หญิงสาวอ้าปากค้างหันมาหาซาเอะ “...จูรินะไปไหนหรือคะ?”

 

 

 

            “จูรินะไปแล้ว” ซาเอะตอบแล้วหันไปสบตากับเรนะ “เห็นบอกว่ามีธุระสำคัญ”

 

 

            อากาเนะหยิบโทรศัพท์มือขึ้นมาแล้วกดโทรหาใครบางคน  เธอเดินผ่านหน้าซาเอะ และเรนะไปยังห้องนั่งเล่น

 

 

            “คุณไม่ทะเลาะกันใช่ไหมคะ?” เรนะถามอย่างเป็นห่วง

 

 

            ซาเอะเงียบไม่ตอบ

 

 

            “ซาเอะ...” เรนะเดินเข้ามาจับแขนของซาเอะที่กำลังเหม่อลอย “...คุณไม่เป็นไรนะคะ?”

 

 

            “ฉันไม่รู้...”

 

 

 

            ขณะที่เรนะกำลังลูบหลังปลอบใจซาเอะอยู่นั้นอากาเนะก็โผล่พรวดเข้ามาในห้อง  ใบหน้าของหญิงสาวนองไปด้วยน้ำตา    มือขวาของอากาเนะยังคงถือโทรศัพท์มือถือไว้เหมือนเพิ่งได้วางสายจากใครบางคนมาก่อนหน้านั้น   เรนะหันไปมองอากาเนะด้วยสีหน้าตกใจ

 

 

 

            “เกิดอะไรขึ้น?”

 

            “จูรินะบอกเลิกฉัน ฉันไม่รู้ว่าฉันทำอะไรผิด...ฉัน...”

 

 

 

            เรนะรีบเดินเข้าไปกอดอากาเนะเพื่อปลอบประโลมเพื่อนสาวโดยมีซาเอะยืนมองอยู่ห่าง ๆ ด้วยความรู้สึกผิด

 

           

 

 

 

--------------------------------------------------------------


fdffs.png

 


 

Share this post


Link to post
Share on other sites

เย้!  จูชอบเรนะ  (แต่กลัวน้องจะชอบแบบอยากฆ่าเสียจริง - -")

 

จูคงวางแผนอะไรไว้สินะถึงได้บอกเลิกอากาเนะกะทันหันแบบนี้  

Share this post


Link to post
Share on other sites

บ๊ะ เดี๋ยวงานจะเข้าซาเอะไหมเนี่ย

ถ้ามองในมุมเรนะจูคงดูเป็นคนน่ารัก น่าคบหาสุดๆเลย

Share this post


Link to post
Share on other sites

ทำไมรู้สึก สงสารพี่นกยังไงไม่รู้แฮะ

จูก็มาป่วนงานเลี้ยงท่านเตี้ยอีก คงไม่ได้กินแล้วมั่ง

ว่าแต่ไก่งวงนี่พี่นกไม่เป็นไรหรอ เห็นว่าไม่กินไก่ wwwwwww

Share this post


Link to post
Share on other sites

สงสารพี่นกแฮะ เป็นแค่หมากหนึ่งตัวของน้องจู

เลยโดนซะแบบนี้.... - -'' ไม่ได้ทำอะไรผิดเล้ย แถมโดนสะกดอีกต่างหาก

ว่าแต่พี่นกโดนกัดแล้วไม่ตายเนี่ยไม่ได้กลายเป็นแวมไพร์ใช่มั้ยคะ

เป็นแค่เสบียงอาหารของจูรินะเฉยๆรึเปล่า?

 

ถ้าชอบเรนะแล้วต่อจากนี้ก็คงจะมายุ่มย่ามสุดๆแบบเปิดเผยสินะ

ซาเอะก็คงจะโดนป่วนมากกว่านี้อีกเท่าตัว (แค่นี้ยังป่วนไม่พอเรอะ...)

คือที่น้องจูทำอยู่ก็บีบพี่มันทุกทางแล้วนะ

บีบแบบโยงทุกเรื่องที่เกี่ยวกับซาเอะให้คนรอบๆตัวเจ็บไปด้วย ซึ่งอันนี้เราว่าจูรินะไม่แฟร์เท่าไหร่

คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย่างพี่นกเงี้ย แล้วจะมีรายต่อไปรึเปล่าก็ยังไม่รู้

เสียใจทีหลังนี่ไม่รู้ด้วยนะ จูรินะ LOL

 

รอต่อตอนไปค่ะ :)

Share this post


Link to post
Share on other sites

เบิ้ลอิจงเจริญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญ จัดไปโลดดดดด ก๊าซๆๆๆๆๆๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอนจบอาจจะมีคนตายหลายรายอยู่นะ เจ็บไปทั่ว ฮาา

Share this post


Link to post
Share on other sites
แบดๆ ๆ ๆ ๆๆๆๆๆ
แต่ชอบนะแบบนี้ เลวได้ใจเลยจู
สรุปจูมันชอบเรนะชิ๊มิ

Share this post


Link to post
Share on other sites

จู...เธอนี่มันแบดเกิร์ลของแท้...หมากเสียไปตัวนึงแล้วไงจูเอ้ย...

รับพาราซักเม็ดมั้ยซาเอะคลุง...จูเอ้ย!!!จะกินทาคามินะเหรอ...แน่ใจ??

เหยื่อคนต่อไปเป็นใครกันนะ~...

Share this post


Link to post
Share on other sites

โอ้ย จูวางแผนอะไรไว้อีกเนี้ย เรนะระวังตัวหน่อยนะ

จะกัดทาคามินะด้วยเหรอ ระวังอัตจังจะมาจัดการเอานะ

มาต่อไว้นะไรท์เตอร์

Share this post


Link to post
Share on other sites

Edit: ไม่แก้คำผิด

 

 

 

 

EP07 “Just another victim”

 

 

 

 

            เธอกำลังมา...

           

 

 

            จูรินะคิดขึ้นมาลอย ๆ ในหัวขณะที่กำลังยืนสูบเลือดของนักศึกษาสาวคนหนึ่งในซอยมืด ๆ ที่ใกล้ไม่ไกลจากผับบาร์   แวมไพร์สาวใช้แขนเกี่ยวรอบลำตัวของหญิงสาวที่กำลังเคลิบเคลิ้มเพราะมนต์สะกดขณะที่กำลังฟากฝังรอยเขี้ยวลงไปบนเนื้อนุ่ม ๆ ละเอียด   กระแสเลือดอุ่น ๆ ไหลผ่านเข้าริมฝีปากอย่างระมัดระวังเพราะจูรินะไม่อยากให้เสื้อของเธอต้องมีร่องรอยใดๆแต่งแต้มบนเสื้อของเธอ  หลังจากสูบเลือดออกจากกายของหญิงสาวจนหมดเธอก็ปล่อยให้ร่างนั้นทรุดล้มลงบนพื้นอย่างน่าสังเวช

 

 

 

            “บาย...” จูรินะเอ่ยลาเจ้าของร่างไร้วิญญาณที่นอนแน่นิ่งบนพื้นก่อนจะรีบเดินออกมาจากที่ตรงนั้นราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น   เธอเดินมุ่งหน้าไปยังรถเชฟวี่ปี1969สีดำของเธอที่เธอจอดทิ้งไว้  ท่าทางจะเป็นที่สนใจไม่ใช่น้อยสำหรับวัยรุ่นแถวนั้น

 

 

 

            “เฮ้! คุณเป็นเจ้าของรถเหรอ?”

 

            สาวน้อยผมสั้นปะบ่าหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มเป็นคนทักเธอก่อนเป็นคนแรกก่อนคนอื่น ๆ  จูรินะหันไปส่งยิ้มให้เจ้าหล่อนอย่างเป็นมิตร  “...เธอคงคืออัตจัง?” เหยื่อสาวน่ารักคนนี้จูรินะรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดีอย่างน้อยก็เคยเห็นเจ้าหล่อนแวะเวียนแถวนี้อยู่บ่อยครั้ง

 

 

            “ทำไมคุณถึงรู้ชื่อฉันล่ะคะ ?”

            “เพราะว่าเธอสวยที่สุดในที่นี่...”

 

 

            ชื่อของเจ้าหล่อน มาเอดะ อัตสึโกะ เด็กนักศึกษามหาวิทยาลัยผู้ตกหลุมรักอาจารย์สาวทาคาฮาชิ มินามิ  ทำไมจูรินะถึงรู้ชื่อเธอละเอียดยิบขนาดนี้เลยล่ะ? นั่นก็เพราะว่าจูรินะรู้ว่านักศึกษาสาวคนนี้ชอบเที่ยวกับกลุ่มเพื่อนใหญ่ๆแล้วก็แวะเวียนสลับเข้าร้านในละแวกนี้สลับกัน  นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจูรินะถึงแวะมาที่นี่เกือบจะทุกคืน มาหาเหยื่อรายอื่น แล้วก็ล่อเหยื่อรายหลักด้วยเช่นกัน แล้วตอนนี้เองจูรินะคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เธอจะก้าวขั้นแผนร้ายของเธอ...

 

 

 

            เธอคว้าแขนเล็ก ๆ ของอัตสึโกะแล้วดึงเจ้าหล่อนเข้ามาใกล้  “ที่จริงแล้วฉันรู้จักมินามิ”

 

 

 

            “อาจารย์มินามิ” อัตสึโกะหน้าเสียเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของอาจารย์สาวที่มหาวิทยาลัยที่หล่อนตกหลุมรัก “มินามิเฮงซวยนั่นน่ะเหรอ? ไร้รสนิยม? ทำไมอาจารย์ต้องปฏิเสธเด็กนักศึกษาที่สวยที่สุดในคลาสด้วยนะ!”

 

 

            “เธอโดนหักอกสินะ” จูรินะแสร้งทำเสียงเศร้าส่วนอัตสึโกะกลับทำเป็นเบะปากทำหน้าเบื่อหน่าย “มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยให้เธอเซ็งบ้าง อัตจัง?”

 

 

            “เลี้ยงเหล้าฉันสิแล้วฉันจะไปกับคุณ?” อัตสึโกะยื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างๆหูจูรินะท่ามกลางความอิจฉาของเพื่อน ๆ เธอเพราะดูเหมือนว่าอัตสึโกะจะเป็นคนเดียวที่จูรินะยอมคุยด้วย  จูรินะเหล่ตามองไปที่เพื่อนสาวคนอื่น ๆ ของอัตสึโกะด้วย “...แล้วเพื่อนๆของเธอล่ะ?”

 

 

            “คุณก็จะได้ทั้งหมดนั้นเลย...” อัตสึโกะพูดแล้วกัดริมฝีปากของตัวเอง  จูรินะก้มหน้าลงจนเกือบจะชิดกับใบหน้าสวยของหญิงสาวตรงหน้า “แต่รถของฉันมีที่นั่งเพียงที่เดียว ดังนั้นที่ฉันต้องการก็มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้น”

 

 

             จูรินะเดินไปเปิดประตูรถให้อัตสึโกะ “เชิญค่ะ...”

 

 

             อัตสึโกะหันไปโบกมือลาเพื่อนๆของหล่อนที่กำลังโอดครวญก่อนจะรีบกระโดดขึ้นรถเชฟวี่สีดำของจูรินะอย่างทันทีทันใดโดยไม่ต้องเปลืองเวลาคิดเลยสักนิด   จูรินะคาดการณ์ว่าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นพวกเพื่อนๆของอัตสึโกะทั้งหลายคงจะให้คำตอบที่ไม่สมบูรณ์แบบเพราะแต่ละคนก็ดูเหมือนพวกเมายาคุยไม่รู้เรื่อง...

 

           

             อัตสึโกะลอบมองใบหน้าสวยหล่อในคราวเดียวของจูรินะก่อนจะหยุดมองที่แหวนวงโตที่จูรินะสวมไว้บนนิ้วกลาง “แหวนประจำตระกูลเหรอคะ? หน้าตาพิลึกดีนะ?”

 

 

            จูรินะยิ้มที่มุมปาก “...นี่เหรอ? แหวนวิเศษตะหาก”

 

 

            อัตสึโกะหัวเราะคิดคักอย่างชอบอกชอบใจ “วิเศษยังไงคะ?”

 

 

                “มันทำให้ฉันเดินกลางแดดได้” จูรินะตอบแล้วขยิบตาให้อัตสึโกะที่กำลังหัวเราะร่วน  อัตสึโกะชะเง้อคอออกไปข้างนอกกระจกข้างแล้วหันมาถามจูรินะที่กำลังขับรถอยู่ “แล้วเราจะไปไหนกันคะ?”

 

 

             “ไปหามินามิ...” จูรินะหันมาตอบด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ อัตสึโกะยู่หน้าใส่จูรินะแล้วเอนหลังกับเบาะอย่างหมดอารมณ์  “เธอรู้ไม่ใช่เหรอว่ามินามิอยู่ที่ไหน?”

 

 

             “ฉันรู้แต่ว่าทำไม? ฉันไม่อยากไปพบอาจารย์เค้า!” อัตสึโกะเริ่มทำตัวไม่น่ารักหล่อนเริ่มเหวี่ยงใส่คนแปลกหน้าอย่างจูรินะ   แต่พอจูรินะหันไปสบตากับอัตสึโกะเพียงครู่เดียวเจ้าหล่อนก็เปลี่ยนทีท่าอย่างทันที  เจ้าหล่อนยิ้มกว้างให้จูรินะ “...อื้ม ฉันอยากจะเซอร์ไพร์ที่อาจารย์จะได้เป็นดอกเตอร์เต็มตัวจังเลยค่ะ”

 

 

 

                  “โอเค... งั้นไปบ้านมินามิกันเถอะ!”

           

 

 

 

 

 

 

 

**********************************************
 

 

 

 

 

 

 

 

            หลังจากหมดดินเนอร์ฉลองน้าสาวของเรนะอากาเนะขอตัวกลับไปเป็นคนแรกๆ  ส่วนที่เหลืออย่างมินามิ เรนะ และซาเอะก็ช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาด   ซาเอะไม่ค่อยได้คุยกับมินามิมากนักเพราะว่าเจ้าตัวก็ประหม่าไม่ใช่น้อยดังนั้นเธอจึงเลี่ยงที่จะชวนทุกคนคุย

 

 

 

            “น้าเอาขยะไปทิ้งก่อนนะ” มินามิพูดแล้วหิ้วถุงขยะดำๆเดินออกไปข้างนอกบ้านโดยปล่อยให้ซาเอะอยู่กับเรนะตามลำพังในห้องครัว  เรนะเอาศอกทุ้งใส่ซาเอะก่อนจะยิ้มให้คนรักของเธออย่างขำๆ “น้ามินามิออกจะชอบคุณ...”

 

 

 

            “นั่นก็เพราะว่าเรามีความสนใจในเรื่องเดียวกันตะหาก” ซาเอะตอบด้วยน้ำเสียงเป็นกลาง

            ขณะที่ทั้งสองคนกำลังหยอกล้อกันอยู่ในห้องครัว  เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอย่างฉับพลันเรื่องของเรื่องคือมินามิที่กำลังทิ้งถุงขยะดำลงถังขยะดำอยู่นั้นบังเอิญพบร่างของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนอนหมดสติอยู่บริเวณสวนด้านหน้าบ้าน  มินามิค่อย ๆ เดินมาหาร่างนั้นแล้วประคองเจ้าหล่อนให้พลิกตัวกลับมา

 

 

 

            “อัตสึโกะ!”

           

 

 

            มินามิมองดูเลือดที่ไหลปริ่มออกมาจากรอยกัดของอะไรบางอย่างที่ต้นคอของอัตสึโกะ   เธอก้มลงมองอัตสึโกะที่กำลังปรือตามองเธอน้ำตาคลอ “อาจารย์...คะ...”

 

 

 

            “ใครทำอะไรเธอ หะ!”

 

 

 

            “แวมไพร์...”

 

 

 

            หล่อนพูดเจ้าสิ่งที่ทำร้ายหล่อนออกมาก่อนจะหมดสติไปในอ้อมแขนของอาจารย์สาว    ซาเอะวิ่งพรวดออกมาข้างนอกบ้านพร้อมกับเรนะเพราะเธอได้ยินเสียงดังของมินามิ    แวมไพร์สาวได้แต่ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตกใจ  ร่างของหญิงสาวที่ถูกกัดจนเลือดไหลท่วมท้นไปตามเสื้อผ้าของหล่อนขณะเดียวกันนั้นเรนะก็ถลาตัวไปช่วยมินามิพยุงร่างของอัตสึโกะขึ้น

 

 

 

            “ซาเอะ เรียกรถพยาบาลที!”

 

 

 

            ซาเอะรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดโทรเรียกรถพยาบาล   “...มีคนบาดเจ็บค่ะ ส่งคนมาที่บ้านเลขที่.-.”  หลังจากแจ้งให้ทางโรงพยาบาลทราบแล้วเธอจึงก้มลงมองร่างของอัตสึโกะที่กำลังหายใจแผ่ว ๆ ไม่ต้องเดาเธอก็รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร ...จูรินะ? ซาเอะคิดชื่อของน้องสาวคู่ปรับตลอดกาลออกเพียงชื่อเดียว  เธอพยายามใช้สายตาที่แม่นยำของเธอนั้นสอดส่องไปรอบ ๆ จนกระทั่งสายตาของเธอไปสะดุดอยู่ที่รถเชฟวี่สีดำคันคุ้นเคยที่กำลังกลับรถขับถอยออกไปโดยที่ไม่มีใครผิดสังเกต

 

 

 

 

           ไม่มีความเป็นมนุษย์หลงเหลือในตัวของจูรินะอีกต่อไปแล้ว

 

 

            ไม่มีอะไรดี

 

 

            ไม่มีความปราณี

 

 

            ไม่มีความรัก...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

**********************************************
 

 

 

 

 

 

 

 

            ที่โรงพยาบาลนั้นอัตสึโกะถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉินเพราะเธอเสียเลือดค่อนข้างมาก   เรนะพยายามนั่งตัวติดกับซาเอะอยู่ตลอดเวลาหล่อนกุมมือสั่น ๆของซาเอะไว้แน่น   ส่วนมินามิก็เอาแต่เดินเป็นกระวนกระวายอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน    และในขณะที่ทั้งสามกำลังรอหมอออกมาจากห้องฉุกเฉินนั้นช่องข่าวรอบเที่ยงคืนก็ออนแอร์  ซาเอะค่อย ๆ แหงนคอมองข่าวการตายของผู้หญิงในย่านกลางคืนในละแวกนี้   ศพถูกสูบเลือดออกไปจนเกลี้ยงคาดว่าจะเป็นเพราะสัตว์ป่าที่หลุดออกมาจากป่า  ทางผู้คุมสัตว์ป่าแจ้งว่าพบเสือภูเขาหลุดมาและคาดว่าเจ้าสัตว์นี้แหละคือฆาตกรของเหยื่อก่อนหน้านั้นอีกหนึ่งราย

 

 

 

            “...เสือภูเขาเคลื่อนย้ายตัวไวจัง?” เรนะบ่น

 

           

            มินามิหันมาหาเรนะกับซาเอะด้วยแววตาจริงจัง “...มันไม่ใช่เสือหรอก”

 

 

            “อัตสึโกะบอกว่า...แวมไพร์...”  ซาเอะได้ยินดังนั้นก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้  หญิงสาวหันมายิ้มให้น้าหลานคู่นี้อยู่ครู่หนึ่ง “มันเที่ยงคืนแล้ว

ฉันคิดว่าฉันคงต้องกลับบ้านก่อนแล้วล่ะ ยินดีที่ได้รู้จักคุณ ทาคาฮาชิซัง” ซาเอะก้าวถอยออกห่างมาได้สิบก้าวเธอก็รีบหลบไปอยู่หลังกำแพงแล้วลอบแอบฟังบทสนทนาระหว่างมินามิ และเรนะ

 

 

 

 

 

                “อัตสึโกะบอกว่าเป็นแวมไพร์แต่ฉันคิดว่าเธอคงเมายา”

 

                “หะ? นักศึกษาน้าเสพยาเหรอ?”

 

                “เธอชอบเที่ยวผับคบเพื่อนเล่นยา ถ้าฉันจะคิดแบบนั้นมันคงไม่แปลก”

               

 

 

 

 

            พอได้ยินดังนั้นซาเอะก็ถอนหายใจออกมายาว ๆ เธอได้แต่หวังว่าคนอื่นจะเชื่อว่าเป็นแวมไพร์ เพราะเธอไม่อยากทำให้คนที่เมืองนี้ต้องมาหวาดผวากับเรื่องพวกนี้อีกต่อไปแล้ว  สิ่งที่เธอปรารถนาก็มีเพียงแค่การใช้ชีวิตให้เหมือนมนุษย์ธรรมดาก็เท่านั้นเอง  เธอไม่อยากจะจากเมืองนี้ไปอีกครั้ง และไม่อยากจะทิ้งความรักที่เธอมีต่อเรนะ

 

 

 

           

            หลังจากที่ซาเอะไปช่วยชีวิตเรนะขึ้นมาจากอุบัติเหตุในวันนั้น

 

 

 

            เธอเสียใจที่ไม่สามารถช่วยชีวิตพ่อแม่ของเรนะออกมาได้ แต่เธอก็ดีใจที่สามารถช่วยชีวิตอันมีค่าของเรนะออกมาได้ และหลังจากเรนะหญิงสาววัยสิบแปดปีรอดจากความตายในวันนั้นแม้ว่าหล่อนจะจำเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้  ซาเอะก็อยากจะปกป้องหล่อน

 

 

 

 

            แม้จะต้องกำจัดจูรินะก็ตาม...

 

 

 

            แต่เธอไม่อยากจะฆ่าจูรินะ เพราะจูรินะเป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของเธอ

 

 

 

           

            “...ต้องใช้เจ้านั่นสินะ”

           

 

 

 

 

 

 

 

 

**********************************************
 

 

 

 

 

 

 

 

            ก๊า!

 

 

 

            .

 

 

            .

 

 

 

        เสียงร้องของอีกาทำให้อากาเนะที่กำลังนอนหลับสนิทนั้นสะดุ้งตื่นอีกครั้ง   หญิงสาวชายตามองแผ่นหลังสูงของคนที่กำลังนั่งอยู่ที่ปลายเตียง    แขกพิเศษที่ชอบแวะเวียนมาตอนกลางค่ำกลางคืนแบบไม่ให้สุ่มให้เสียง  อากาเนะค่อย ๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่งแล้วเดินมาแตะไหล่ของจูรินะ

 

 

 

            “ฉันไม่เข้าใจ...” อากาเนะถามด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ “ทำไมคุณถึงต้องทำแบบนี้กับฉัน?”

 

 

 

            จูรินะระบายยิ้มบาง ๆ ให้ตัวเองก่อนจะหันมาหาอากาเนะ “เพราะว่าฉันรู้ว่าเธอยังจำเป็น ดังนั้นฉันจึงกลับมาหาเธออีกครั้งยังไงล่ะ อากาเนะจัง?” พูดแล้วก็ใช้มือลูบผมหนาๆของหญิงสาวคนตรงหน้า “ฉันชอบเธอนะ...ถึงแม้ว่าเธอจะพูดจาน่ารำคาญไปมากก็เถอะ...”

 

 

 

            “แต่คุณบอกเลิกฉัน”

 

 

 

            “เพราะว่าฉันกำลังหงุดหงิด” จูรินะตอบพลางล้วงเอาสร้อยคริสตัลสีทองอำพันออกมาจากเสื้อแจ็กเก็ต  เธอหยิบมันมาวางไว้บนมือของอากาเนะ “...สวยไหม?” จูรินะถาม อากาเนะได้แต่ก้มลงมองคริสตัลสีทองอำพันที่ส่องแสงประหลาดออกมาจนบางครั้งก็ดูน่ากลัวส่วนจูรินะกลับยิ้มกว้างกับเจ้าสิ่งนี้

 

 

 

            “ก็สวยแต่...ฉันไม่อยากสวมมันหรอกนะ มันโบราณเกินไป

 

 

            “เธอจำเรื่องเล่าที่ฉันเคยเล่าให้เธอฟังได้ไหม?” จูรินะพูดนึกย้อนไปถึงวันแรกที่เธอพบกับอากาเนะหลังจากที่เธอได้ดื่มเลือดของอากาเนะ  ดูเหมือนว่าจูรินะจะเล่าเรื่องของแวมไพร์สาวที่ชื่อยูกิรินอะไรนั่นให้อากาเนะฟัง 

 

 

            จูรินะยิ้มให้ “ฉันมีแผนการที่ยิ่งใหญ่...”

 

 

            “คุณอยากให้ยูกิรินของคุณกลับมา หากคุณทำสำเร็จคุณจะปล่อยฉันเป็นอิสระ”

 

 

            “อื้ม” จูรินะพยักหน้าลงแล้วกุมมือของอากาเนะไว้แน่น “...ดังนั้นแล้วฉันอยากให้เธอเก็บเจ้าสิ่งนี้เอาไว้มันสำคัญมาก ...ฉันคิดว่าการที่มันอยู่ในมือของใครสักคนที่ไม่ใช่ตัวฉัน มันจะปลอดภัยมากขึ้น

 

 

            “ทำไมคุณถึงอยากให้ยูกิรินกลับมา?”

 

 

            “เพราะว่าฉันรักยูกิริน…ฉันจะไม่มีวันทอดทิ้งยูกิรินแบบที่ซาเอะทำ” พูดจบจูรินะก็มองเข้าไปในนัยน์ตาสีน้ำตาลของอากาเนะอีกครั้งเพื่อสะกดจิต “สิ่งที่เธอควรรู้ก็คือเธอจะเก็บรักษาเจ้าสิ่งนี้ไว้ยิ่งชีพ รวมทั้งเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้เธอจะลืมมันทั้งหมด และพรุ่งนี้เธอจะแฮปปี้มากๆที่พบฉันที่โรงเรียน

 

 

 

                แล้วเมื่อหญิงสาวลืมตาขึ้นมา

 

                ก็จะพบแต่ความว่างเปล่าและคริสตัลสีทองอำพันในอุ้งมือขวาเท่านั้น

 

 

 

---

ลืมแปเชฟโรเล็ตบ้านมิยาซาว่าเคร๊อะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

อื้อหือ  จูมันหลอกใช้อากาเนะเต็มๆเลยนี่นา  ฉลาดแบบแบดๆจริงๆ

เรื่องนี้นกน้อยน่าสงสารสุดๆเลยแฮะ

ยูกิรินจะกลับมาได้ด้วยวิธีไหนกันนะ  อยากรู้จนจะรอต่อไปไม่ไหวแล้ว  >__<  

Share this post


Link to post
Share on other sites

รถสวย เห็นแล้วละลาย //ไม่ใช่ละ

โอวว..ที่แท้จูจะคืนชีพให้ยูกินี่เอง พี่นกนี้น่าสงสารโดนใช้ตลอด

รออ่านตอนต่อนะคะ (ノ´∀`)

Share this post


Link to post
Share on other sites

tumblr_mjcuw1KjXq1rj47bco1_r1_500.gif

 

 

 

 

 

Edit: ไม่แก้คำผิด

 

EP08 “Beauty of The dark”

 

 

 

 

 

 

ค.ศ. 1864

 

 

 

 

 

 

 

            ฉันสะดุ้งตื่นขึ้น... บนเตียงของยูกิริน...

 

            ส่วนยูกิรินกลับหายไป...

 

 

 

                จูรินะรีบตะเกียดตะกายลุกขึ้นจากเตียงทั้งที่เนื้อตัวนั้นถูกห่มด้วยเสื้อผ้าอันน้อยชิ้น  หญิงสาวรีบโน้มตัวไปหยิบยูกาตะสีเทาที่พาดไว้กับแขนเก้าอี้มาสวมอย่างลวก ๆ ก่อนจะพาร่างตัวเองมาหยุดอยู่ที่หน้ากระจกตั้งพื้นที่มุมห้อง   เธอใช้มือซ้ายแตะแนบที่แผลรอยกัดที่ซอกคอของเธอ

 

 

                รอยเขี้ยวของยูกิรินยังประทับอยู่ตรงนี้ จูรินะคิดแล้วกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่  หัวใจของสาวเจ้าเต็มโครมครามเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกค่ำคืนนับตั้งแต่วันนั้นที่เธอได้มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับยูกิในห้องหนังสือ  เธอเหลียวคอหันไปมองเตียงนอนที่ว่างเปล่า  ยูกิรินไปไหนของเธอน่ะ?

 

 

                ขณะที่กำลังครุ่นคิดถึงอีกคนอยู่นั้น ยูกิก็โผล่พรวดพราดเข้ามาจากทางหน้าต่างกว้างของห้องนอน

 

 

                แวมไพร์สาวขยิบตาให้จูรินะทีหนึ่งก่อนที่เจ้าหล่อนจะเดินเข้ามากอดอีกคนแน่น  คนถูกกอดหน้าเริ่มเป็นสีแดงก่ำร้อนผ่าวไปด้วยความเขินอาย  "ยะ...ยูกิริน... เธอไปไหนมา?"

 

 

                "เรื่องบางเรื่อง จูรินะไม่จำเป็นต้องรู้หรอกค่ะ" ยูกิยื่นหน้าเข้ามากระซิบใกล้ ๆ จูรินะ "...บอกฉันสิคะ ว่าจูรินะไม่อยากรู้เรื่องที่ว่าฉันหายไปไหนแล้วน่ะค่ะ" ยูกิบอกแล้วจ้องเข้าไปในดวงตาแสนไร้เดียงสาของจูรินะ  ไม่รู้ทำไมทุกครั้งที่ถูกจ้องโดยยูกิจูรินะจะรู้สึกราวกับว่าความคิดทุกอย่างในหัวมันโล่งว่างเปล่าจนเป็นสีขาวโพลนไปในที่สุด เธอหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ว่าเหตุใดทำไมเธอถึงไม่อยากรับรู้เรื่องนั้นอีกเลย

 

 

                "ฉันไม่อยากรู้แล้วล่ะ...ยูกิริน"

                "นั่นสินะคะ" ยูกิบอกเสริมพร้อมกับยกยิ้มหวานให้จูรินะที่เพิ่งถูกร่ายมนต์สะกดไป "...ฉันอยากให้จูรินะกลับห้องได้แล้วนะคะ"

 

 

                "ยูกิรินคงต้องการพักผ่อนสินะ - นอนหลับฝันดีนะคะ" จูรินะพูดแล้วโน้มหน้าเข้าไปหอมแก้มของแวมไพร์สาวก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างว่าง่าย   จูรินะเดินออกจากห้องไปได้ไม่ถึงห้านาทีเสียงเคาะประตูปริศนาก็ดังขึ้น  แวมไพร์สาวรีบเปิดประตูต้องรับแขกผู้มาใหม่อย่างทันที  แล้วนั่นก็ทำให้หล่อนได้พบกับมิยาซาว่าคนพี่

 

 

                "ยูกิซัง..."

                "อ้อ...ซาเอะซัง - มีธุระอะไรกับฉันในยามวิกาลแบบนี้ล่ะคะ?"

 

 

                "ไม่ใช่เรื่องสำคัญนักหรอก แต่ฉัน...." ซาเอะรีบเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ยูกิพร้อมกับใช้มือทั้งสองกุมมือเย็นเฉียบปานน้ำแข็งของยูกิ  ดวงตาสีดำสับกลอกไปด้วยความสับสนในตัวของคนตรงหน้า ขณะเดียวกันริมฝีปากกลับพ่นสิ่งที่ในนึกออกไปอย่างไม่อายปาก "....ตั้งแต่ฉันพบเธอ ฉันหยุดคิดถึงเธอไม่ได้เลย... ฉันรู้... ฉันรู้ว่าเธอกับจูรินะ - ฉันรู้ว่าพวกเธอแอบมีสัมพันธ์เชิงชู้สาวกัน แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าฉันรังเกียจเธอหรอกนะ... เธอ...เธอชอบฉันบ้างไหม?"

 

 

                ยูกิยิ้มหวานให้ซาเอะ  "...ฉันชอบทั้งสองคนค่ะทั้งคุณ และจูรินะ - แต่ฉันชอบคุณที่สุด"

 

 

                "ยูกิ...ซัง"

 

 

                "แต่ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอกคุณอีกเรื่องหนึ่ง"

 

 

                "เรื่องสำคัญ?"

 

 

                แวมไพร์สาวรีบรวบมือของซาเอะแล้วดึงเข้ามาในห้องนอนอย่างรวดเร็ว  ประตูปิดตัวพร้อมกับลงกลอนอย่างรวดเร็วกว่าที่ซาเอะจะทันตั้งสติได้ร่างของเธอก็ถูกโยนลงไปนอนบนเตียงเสียแล้ว   ในขณะที่ซาเอะกำลังจะลุกขึ้นนั้น เธอก็ถูกยูกิดันตัวลงกลับไปนอนบนเตียงดังเดิม  ความคิดแรกที่ว่าจะลุกหนีโดนกลืนหายไปลงไปในที่สุดคงจะเหลือแต่ความตื่นเต้นที่กำลังเต้นระรัวอยู่ที่หัวใจดวงน้อย ๆ ของซาเอะ

 

 

                นี่มันอะไรกัน? เธอคงไม่อยากให้เราทำเรื่องแบบนั้นกันใช่ไหม?

 

 

                ซาเอะช้อนตามองยูกิที่นั่งซ้อนบนลำตัวของเธอ  ใบหน้าอันเย้ายวนของเจ้าหล่อนเป็นใครเล่าจะอดใจไหว หากแต่ว่ามันจะไม่ดูเป็นการไร้เหตุผลไปหน่อยเลยหรือ? ซาเอะฉุกคิดขึ้นมา เธอพยายามดันตัวยูกิออกห่างจากตัวเอง "เดี๋ยว... ยูกิซัง เรื่องสำคัญที่ว่า..." ยูกิโน้มหน้าเข้ามาหาซาเอะที่กำลังเบือนหน้าหนี แวมไพร์สาวหลุดหัวเราะคิกคักออกมาอย่างชอบอกชอบใจ

 

 

                "ซาเอะซังนี่น่ารักจังเลยนะคะ ดูสิ...เขินจนหน้าแดงแล้วนะคะเนี่ย"

 

                "ยูกิซัง..."

 

                "คุณไม่ชอบฉันเหรอ ซาเอะ...?"

 

                "เรื่องนั้น..."

 

 

                "เรื่องที่คนสองคนเขาชอบทำกันในตอนที่อยู่ตามลำพังสองต่อสองยังไงละคะ?" นั่นสินะเรื่องที่คนสองคนเขาชอบทำกันเวลาอยู่ตามลำพังกันแค่สองต่อสอง ยูกิเป็นฝ่ายโน้มตัวเข้าหาซาเอะ หล่อนจูบซาเอะเบา ๆ ที่ริมฝีปากแล้วค่อย ๆ พร่างพรมจูบลงบนต้นคอของอีกฝ่าย ส่วนมือทั้งสองก็ทำการปลดกระดุมเสื้อนอกของซาเอะอย่างช่ำชอง หากแต่ใช้เวลาเพียงไม่นานนัก เสื้อผ้าอาภรณ์อันเป็นอุปสรรคต่อทั้งคู่ก็อันตธานหายไปราวกับเวทมนต์

 

 

                ซาเอะรวบตัวของยูกิเข้ามาใกล้แล้วจูบหล่อนอย่างหิวกระหาย แต่ทว่าความหิวกระหายของทั้งคู่นั้นต่างกัน ความหิวกระหายของซาเอะยังคงอยู่ในรูปธรรม แต่ความหิวกระหายของยูกินั้นอยู่ในนามธรรม หล่อนค่อย ๆ อ้าปากกว้างเผยคมเขี้ยวขาวออกมาในขณะที่ซาเอะกำลังเคลิบเคลิ้มไม่ทันระวัง   ทันใดนั้นเองซาเอะก็รีบลืมตาขึ้นแล้วหญิงสาวก็จ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาสีแดงฉาดราวปีศาจของยูกิด้วยความตื่นตกใจกลัว และสิ่งที่ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นก็รวดเร็วเกินกว่าที่เธอจะทันตั้งตัว  ยูกิได้ใช้เขี้ยวคมนั้นฝังลงบนต้นคอของซาเอะพร้อมกับดูดกลืนเลือดหวาน ๆ ที่กำลังไหลปริ่มออกมา

 

 

 

 

                "ยะ...ยูกิ..." 

 

 

 

                นั่นเป็นเสียงสุดท้ายที่ซาเอะเปล่งออกมาก่อนที่เธอจะเป็นลมสลบไปในที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

**********************************************
 

 

 

 

 

 

 

                "ได้รอยนั่นมาจากไหน?" จูรินะเอ่ยถามพี่สาวขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินดูงานในไร่  ซาเอะเงียบไม่ยอมปริปากพูดแต่ถึงซาเอะจะไม่เอ่ยมันออกมาจูรินะเองก็คิดว่าเธอมีคำตอบของเธอแล้ว    จูรินะรีบดึงรั้งแขนยาว ๆ ของซาเอะไว้ไม่ให้อีกฝ่ายเดินนำหน้าไปก่อน  คนเป็นพี่หันมามองน้องสาวอยู่ครู่หนึ่งด้วยแววตาขุ่นมัว "...มีอะไรหรือเปล่า จูรินะ?"

 

 

                "เธอยังไม่ตอบว่าได้รอยนั่นมาจากไหน?"

 

 

                "มันก็เป็นรอยเดียวกันกับที่คอของเธอนั่นแหละ จูรินะ" ซาเอะตอบ แล้วหรี่ตามองพื้นเอ่ยพล่ามออกมาเสียงสั่น "...ใช่... ฉันรู้ความลับของยูกิซังแล้ว หล่อนน่ะไม่ใช่คนธรรมดาแบบเรา ๆ และที่สำคัญหล่อนก็ไม่ได้กินแบบเราอีกด้วย"

 

 

                "...กลัวยูกิรินเหรอ?" จูรินะถามด้วยน้ำเสียงผิดหวัง

 

                "ฉันเองก็อธิบายไม่ได้หรอกนะ แต่ตอนนี้ฉัน...ฉันไม่อยากเผชิญหน้ากับยูกิซังเท่าไหร่" ซาเอะบอกแล้วสบตากับน้องสาวที่ทำหน้ามุ่งมั่นผิดกับเธอ ซาเอะจ้องหน้าจูรินะนิ่ง "จูรินะเอง...พยายามอยู่ห่างยูกิซังไว้ก็ดี เพราะสาเหตุที่คนงานหายตัวไปอย่างลึกลับ ฉันคิดว่าตัวต้นเหตุ คือ ยูกิซัง"

 

 

                "ฉันรักยูกิริน"

 

 

                "จูรินะ..."

 

 

                "รักมากเสียยิ่งกว่าที่ซาเอะรักอีก ฉะนั้นแล้ว...ฉันจะไม่เลิกยุ่งกับยูกิรินเด็ดขาด..." จูรินะบอกแล้วกลอกตามองไปรอบข้างอย่างหวาดระแวง "ซาเอะ... เราต้องตกลงกัน - เราต้องปกป้องผู้หญิงคนนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม"

 

 

                ซาเอะขมวดคิ้วทำหน้าเคร่งเครียด "แต่...เราอาจจะถูกฆ่าได้ - เธอก็รู้ว่าพ่อเราไปเข้าร่วมสมาพันธ์ต่อต้านพวกลัทธินอกรีตอยู่ด้วยแล้วช่วงนี้ก็มีการวางหน่วยลาดตะเวนไว้รอบเมือง  - ฉันไม่เห็นทางออกว่าเราจะสามารถปกป้องอะไรยูกิซังได้"

 

 

                "ฉันไม่คิดว่างั้นหรอกนะ ซาเอะ"

 

 

 

                จูรินะกลอกตามองซาเอะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเป็นฝ่ายเดินหันหลังจากไปอย่างกระฟัดกระเฟียด  ซาเอะได้ยืนมองแผ่นหลังสูงของคนน้องไปอย่างเป็นห่วง อันที่จริงเธอค่อนข้างตกใจที่ดันไปได้ยินคำสารภาพอย่างตรงไปตรงมาของจูรินะเข้า  เมื่อคืนเธอจำเหตุการณ์ไม่ค่อยได้เท่าไหร่  เธอจำได้แต่เพียงว่าเธอกับยูกิกำลังทำเรื่องแบบนั้นกันอยู่แล้วจู่ ๆ เจ้าหล่อนก็ฝังเขี้ยวใส่ต้นคอของเธอแล้วดูดเลือดออกไปพอสมควร พอตื่นขึ้นมาก็กลับพบแต่ความว่างเปล่า และสาวใช้วาตานาเบะมายุที่เสนอมาบอกเธอว่า ยูกิไปทำธุระข้างนอกเมือง

 

 

 

                "จูรินะ... แต่ฉันแคร์ความเป็นพี่น้องของเรามากกว่านะ... - ทำไมเธอถึงได้หลงยูกิซังซะหน้ามืดตามัวแบบนั้น"

 

 

 

 

 

 

 

 

**********************************************
 

 

 

 

 

 

                ตั้งแต่เกิดเรื่องคนงานหายสาบสูญแล้วเมื่อไม่นานมานี้มีการพบศพมิหนำซ้ำผลของการชันสูตรของแพทย์ยังให้การตรงกันหลายกับหลายศพว่าถูกสูบเลือดจนหมดตัว  เรื่องความเชื่อของผีดูดเลือดกลายเป็นที่แพร่สะพัดใน ณ ขณะนี้  สำหรับตัวของยูกิเองก็คงไม่ได้ออกล่าเหยื่อบ่อยเหมือนเช่นเคย  หากแต่คืนนี้แวมไพร์สาวไม่รู้เป็นอะไรนึกครึ้มอยากออกล่าเหยื่อแต่คราวนี้หล่อนเลือกที่จะหิ้วใครสักคนจากพี่น้องมิยาซาว่าไปด้วย  หล่อนยืนพินิจคนทั้งคู่อยู่นาน สุดท้ายแล้วก็เลือกที่จะเป็นคนน้องเสียมากกว่าคนพี่ เพราะซาเอะเองก็มีทีท่าหวาดกลัวเธออยู่มากโข นี่หากไม่ใช่เพราะใช้มนต์สะกดบังคับจิตใจของซาเอะไว้แล้วล่ะก็... ป่านนี้สาวเจ้าคงสติแตกปากพล่อยไปบอกผู้เป็นบิดาที่เคารพเสียแล้ว

 

 

                "จูรินะ..." ยูกิเรียกชื่อมิยาซาว่าคนน้องที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่น  หล่อนตรงเข้าไปกอดอีกฝ่ายจากด้านหลังพลางวางคางมนไว้บนบ่าขวาของจูรินะแล้ววางทีท่าออดอ้อนใส่จนซาเอะที่หายในร่วมห้องนั้นยังเกิดความรู้สึกอิจฉาขึ้นมาเสียช่วยไม่ได้   จูรินะยิ้มน้อย ๆ ที่ริมฝีปากแล้วเอียงคอหันไปหายูกิ  "มีอะไรเหรอคะ ยูกิริน?"

 

 

                "อยากจะชวนไปเดินเล่นซะหน่อยน่ะค่ะ"

 

 

                ซาเอะกระแอมขึ้นเสียงดังขัดจังหวะทั้งคู่อย่างจงใจ  "มันดึกเกินไปที่จะเดินเล่นแล้วล่ะนะ อีกอย่าง...อาจจะมีพวกลัทธิแปลกๆ ดักทำร้ายระหว่างทางก็ได้" ที่ซาเอะจงใจพูดแบบนั้นก็เพราะว่ายังมีผู้ใหญ่ที่รู้จักนั่งปรึกษาหารือกันอยู่ที่โต๊ะถัดไป ยูกิยิ้มยียวนให้ซาเอะจงใจให้เจ้าหล่อนตะบละแตก

 

 

 

                "...ซาเอะอาจจะนึกอิจฉาที่ฉันไม่ชวนซาเอะไปเดินเล่นสินะคะ" ยูกิพูดแล้วหัวเราะคิกคักเบา ๆ   จูรินะได้ยินดังนั้นก็รีบปิดหนังสือลงฉับขัดอารมณ์คนสองคนที่กำลังยืนจ้องหน้ากันเป็นมัน  หญิงสาวทำหน้านิ่งใส่ซาเอะแล้วเลือกที่จะยิ้มให้ยูกิเพียงคนเดียว  

 

 

                "มีแค่ฉันคนเดียวก็เพียงพอสำหรับยูกิรินแล้วล่ะค่ะ"

 

 

                พอเห็นสายตาเว้าวอนของซาเอะแล้วมันก็ดูน่าสงสารดีอยู่หรอกนะ... ยูกิคิดแล้วแอบยิ้มเมื่อหันหลังให้กับคนตัวสูงที่กำลังยืนทำตาละห้อย  หล่อนช้อนตามองจูรินะคนข้างกายด้วยความรู้สึกไม่ชอบใจชอบกล พักหลังมานี้คน ๆ นี้มักแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของกับเธอมากเกินไปผิดกับอีกคนอย่างสิ้นเชิง แล้วไหนจะเรื่องความภัคดีอีกด้วย 

 

 

                บางทีจูรินะก็ชอบทำตัวน่าเบื่อเหลือเกิน

 

 

                "มายุ..." ยูกิหันไปบอกสาวใช้ประจำตัวที่กำลังจะเดินตามทั้งคู่ออกไปข้างนอก มายุหยุดเดินแล้วยิ้มให้ยูกิ "เข้าใจแล้วล่ะค่ะ คุณหนู..." สาวใช้คนสนิทบอกแล้วก็รีบเดินกลับเข้าไปในบ้านอย่างทันทีปล่อยทิ้งไว้ให้เหลือแต่ความสงสัยในจิตใจของจูรินะ  จูรินะมองมายุที่กำลังเดินหายเข้าไปในบ้านสลับกับใบหน้ายิ้มกรุ่มกริ่มของยูกิ

 

 

                "ยูกิรินคุยอะไรกับวาตานาเบะเหรอคะ?"

 

 

                "แค่ฉันคิดมายุก็อ่านความคิดฉันได้แล้วล่ะค่ะ จูรินะ..." ยูกิบอกแล้วหยิกแก้มของอีกคนด้วยความรู้สึกหมั่นเขี้ยว "ฉันไม่ได้บอกเหรอคะว่ามายุเป็นแม่มด...แวมไพร์ทุกตนมีมิตรสหายเป็นแม่มดจะเป็นศรีแก่ตัวนะคะ" หล่อนพูดแล้วก็เดินนำหน้าจูรินะไปโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ตั้งตัว จูรินะรีบสาวเท้าเดินตามยูกิโดยที่ไม่ได้เอ่ยปากถามเจ้าหล่อนสักคำว่ากำลังไปที่ไหน หากแต่ออกตัวเร่งเท้ามาไกล...ไกลเหลือเกินจนลับสายตาผู้คน

 

 

                "ยูกิริน! เรากำลังจะไปที่ไหนกัน?!" จูรินะตะโกนถามเจ้าของแผ่นหลังที่กำลังเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างไม่เหน็ดไม่เหนื่อย  แวมไพร์สาวหยุดเดินเพื่อหันมาเจรจาฉันท์มิตรกับคนที่เริ่มทำหน้าหงิกหน้างอ "อย่างที่เธอเคยถามฉันไงล่ะ? เธอรู้ไหมว่าฉันวางแผนอนาคตของเราไว้เสียดิบดี ทั้งเธอ ฉัน และซาเอะ"

 

 

                "อนาคต?  - แต่...แต่ฉันแค่อยากอยู่กับเธอก็แค่นั้น"          

 

 

                "แล้วเธอก็ตายจากฉันไปน่ะเหรอ? - ไม่เอาน่า... จูรินะ เราเกิดมาเพื่อกัน และกัน  นั่นหมายถึงเธอจะต้องกลายเป็นแวมไพร์ แล้วเราก็จะอยู่ด้วยกันตลอดไป"

 

 

                "แวมไพร์....?"

 

 

                "แล้วนี่ก็คือขั้นต้นที่เธอจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการเป็นแวมไพร์..."  การออกล่ายังไงล่ะ? ยูกิพูดแล้วกระชากตัวจูรินะเข้ามาใกล้ก่อนจะโยนสาวเจ้ากระเด็นไปที่ถนนลูกรังจนบัดนี้เนื้อตัวของสาวเจ้าถูกคลุกไปด้วยฝุ่นสกปรก  จูรินะไอค่อก ๆ แค่ก ๆ เสียงดังพยายามยันตัวลุกขึ้นนั่งแต่กลับถูกยูกิตะโกนสั่งออกมาเสียงดัง

 

 

 

                 "ห้ามขยับไปไหน ! นอนอยู่ตรงนั้นซะแล้วดูสิ่งที่จะเกิดขึ้น นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป!"

 

 

                "...อ๊ะ...เธอพูดเรื่องอะไร....ยูกิริน..." จูรินะตอบเสียงกระอักกระอ่วนไม่นานแสงไฟจากรถม้าที่กำลังแล่นผ่านถนนเส้นนี้ก็ทำให้จูรินะหลับตาปี๋  เธอล้มตัวลงนอนอย่างว่าง่าย ถึงจะไม่เข้าใจว่ายูกิต้องการอะไรกันแน่ จู่ ๆ แวมไพร์สาวก็กรีดร้องออกมาเสียงแหลมมิหนำซ้ำยังตะโกนร่ำร้องขอความช่วยเหลือ

 

 

 

                "ช่วยด้วย! ช่วยด้วยค่ะ!!" หล่อนร้องเสียงแหลมแล้ววิ่งถลาไปที่รถม้าที่กำลังชะลอตัวหยุดลง  คนขับรถม้ารีบหยุดรถลงแล้วรีบลงจากรถ    เขาหันมาหายูกิด้วยสีหน้าตกใจ    "มีอะไรหรือครับ คุณผู้หญิง?"

 

 

                "ช่วยด้วยค่ะ... น้องสาวของฉันเค้าเป็นลม... ได้โปรดช่วยน้องสาวของฉันด้วยนะคะ!!" หล่อนบอกดังนั้น คนขับรถม้าก็รีบวิ่งไปดูอาการของจูรินะที่แกล้งทำเป็นลมอยู่บนท้องถนนลูกรัง  แวมไพร์สาวรีบหันไป เหยื่อ ชายร่างท้วมแต่งตัวมีฐานะที่กำลังเปิดประตูรถม้าออกมา  เขาจ้องหน้ายูกินิ่ง

 

 

                "มีอะไรให้ฉันช่วยไหม แม่หนู?"

 

 

            "มีเยอะเลยค่ะ..." พูดจบแวมไพร์สาวก็แยกเขี้ยวคมออกมาแล้วรวบตัวของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเข้ามาใกล้เพื่อฝังคมเขี้ยวลงบนต้นคอของเขา  หล่อนสูบเลือดออกจากกายนั้นจนหมดในชั่วพริบตาก่อนจะโยนร่างปวกเปียกนั้นทิ้งไปอย่างไม่ใยดี  ยูกิวิ่งมาเหยื่ออีกคนก่อนจะจบชีวิตชายคนนั้นด้วยการหักคอดังกร๊อบต่อหน้าต่อตาจูรินะ

 

 

                "ยูกิริน..."

 

 

                จูรินะรีบลุกขึ้นยืนเนื้อตัวยังสั่นไปด้วยความหวาดผวานี่นับว่าเป็นครั้งแรกที่เธอเห็นยูกิทำการโหดเหี้ยมต่อหน้าต่อตาของเธอ  เสียงม้าร้องครวญครางราวกับว่ามันรู้ว่าเจ้านายของมันได้จบชีวิตลงไปแล้ว  จูรินะได้แต่มองมันอย่างเวทนาก่อนจะหันไปหายูกิ  แสงไฟจากรถม้านั้นที่ตกกระทบลงบนใบหน้าสวยของยูกิยิ่งฟ้องให้เห็นหลักฐานชิ้นโบว์แดงที่ติดริมฝีปากของเธอมาด้วย

 

 

                เลือดสีแดงสด ๆ นั้นเลอะเปรอะเปื้อนริมฝีปากสวยแล้วเจ้าหล่อนก็กำลังยิ้มแสยะให้จูรินะ

 

 

                น่าขนลุกอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว...

 

 

                ยูกิเป็นฝ่ายโอบคอจูรินะแล้วโน้มตัวเข้ามาจะจูบจูรินะแต่จูรินะกลับจะยัดเยียดผ้าเช็ดหน้าให้เจ้าหล่อนลูกเดียว  คงจะทนเห็นสภาพที่น่าสะอิดสะเอียนไม่ไหวจนอยากจะใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดกระมัง "ยะ..ยูกิริน...เช็ดปากก่อนดีไหม?"

 

 

                "ใครแคร์ล่ะ...? อีกหน่อยเธอจะได้ชิน..."

 

 

                จูรินะกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อกก่อนจะหลับตาปี๋ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับเลือดชวนสะอิดสะเอียดที่ติดริมฝีปากของยูกิ  ยูกิจูบจูรินะอย่างโหยหา  แวมไพร์สาวบังคับยัดเยียดเลือดสด ๆ ให้จูรินะต้องดูดกลืนมันลงคอ   อย่างไรก็ตามในความกระอักกระอ่วนชวนคลื่นไส้นี้ก็ยังมีความร้อนแรงของมันอยู่ เพียงไม่นานเลือดที่จับเกาะบนริมฝีปากของยูกิก็ถูกทำความสะอาดไปจนหมดด้วยฝีมือของจูรินะ

 

 

 

                "ยูกิริน...ฉันทนไม่ไหวแล้ว..." จูรินะกระซิบบอกเสียงแหบพร่า ความต้องการของเธอมันพุ่งพรวดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อยูกิจูบเธอแล้วบัดนี้เธอไม่อาจจะห้ามอารมณ์ที่อยากจะสานต่อได้ จะในป่าก็ได้เธอไม่แคร์อะไรทั้งสิ้นแล้วขอเพียงแค่ได้สัมผัสไออุ่นจากกายของอีกฝ่ายก็พอ   "...ฉันรักเธอนะ ยูกิริน... เราจะต้องอยู่ด้วยกันตลอดไป..."

 

 

 

                ชั่วนิรันดร์

Share this post


Link to post
Share on other sites

จากไรเตอร์:

เวรกรรม อยากจะตอบคอมเม้นนะคะแต่มันมัลติยังไงให้ได้หลายหน้านะ ;____;
อ่า ช่างมันเถอะ...ตอบรวบยอดแทนล่ะกันค่ะ ; A ;
ก่อนอื่นเรื่องนี้ได้แรงบัลดาลใจมากจาก TVD กับ TRUEBLOOD  ค่ะ #แต่ตอนนี้เราเป็นแฟนTVDมากกว่า 555+
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นของผู้อ่านทุกท่านที่ได้ติดตามค่ะ
ส่วนน้องจูจะแบดแค่ไหนก็ให้ติดตามอ่านนะคะ เพราะมันจะค่อย ๆ ค่อย ๆ ค่อย ๆ ค่ะ เอ๊ะ 55555

ช่วงนี้อาจจะบ้าพลังหน่อยเพราะ RR จบแล้วเลยอัพฟิครัวๆ :D

ขอบคุณก๊า!

Share this post


Link to post
Share on other sites

อ่าน 8 ตอนรวดค่า 5555

กริ๊ดดดดดดดดดด จูแบดเกิร์ล

เพราะยูกิรินคนเดียว กิรินมันรว้ายยยย ;w;

ทำนุ้งจูจากใสๆ กลายเป็นแผนการ ชอบบังคับคนอีก วรั้ยยยย เท่เอ้าะ 555555

 

เรนะจังก็ปิ๊งซะเอะง่ายจัง ก็หล่อเนอะ! 5555555

 

ป.ล. เคยดู TVD เหมือนกันค่า แต่ยังไม่จบ ss1 เร 5555

ดีใจที่ได้อ่านฟิคแนวนี้มากค่ะ >w< 

ป.ล. 2 ยูกิรินมันรว้ายยยยยยยยยยยยยยยยย ย

Share this post


Link to post
Share on other sites

ได้อ่านรวดเดียวแล้ว อื้อหือ ชอบน้องจูแบบนี้อ่ะ ><

Share this post


Link to post
Share on other sites

ยูกิรินรำคาญจูรินะหน่อยๆเพราะหัวอ่อนสินะ

แบบว่าพูดอะไรก็ฟัง ให้ทำอะไรก็ทำ เชื่อไปทุกอย่าง

ผิดกับซาเอะที่รั้นๆดื้อๆในตอนแรก แล้วก็ไม่ยอมทำตามง่ายๆ

แต่คือจูรินะก็หลงจริงๆนั่นล่ะ...

ขนาดกลัวยังแบบว่า ได้ยูกิ ฉันจะทำเพื่อเธอ เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป

เด็กน้อยมากๆค่ะ น้องจู

 

พอรู้ว่าอีกฝ่ายชอบพี่มากกว่าอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ตัวแปรนี่คือ
พี่ไปฆ่าคนที่ตัวเองคิดว่ารัก (หรือหลง?)

ผสมกับไม่มีที่ยึดเหนี่ยวแล้วเลยตู้มออกมากลายเป็น โกโก้ครันซ์เลยสินะ

แบดไม่เลือกหน้า - -'' แล้วจะมานึกเสียใจทีหลังมั้ยว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง

ใครจะมาเจ็บเพราะแกบ้างเนี่ย

 

อีกอย่างถ้ายูกิฟื้นขึ้นมาจริงๆ แล้วเรื่องไม่ได้เป็นแบบที่จูรินะคิดนี่...

ที่ทำไปถือว่าเฟลเลยนะ น้องจู เอ้ย....

 

รอตอนต่อไปค่ะ สนุกมาก :D

Share this post


Link to post
Share on other sites

จูนี่แผนเยอะจัดจริงๆ...แบดเกิร์ลสุดยอด...

กิรินนนน!!!เธอทำให้้เด็กหัวอ่อนหลงและสุดท้ายก็กลายเป็นแบดเกิร์ล....โถ่ถังงง

แอบชอบจูเลวๆแบบนี้จัง...ความผิดกิริน!!!#ไม่เกี่ยว

เฮียซาเอะก็...หล่อนะ...แต่จะว่าดีเกินไปดีมั้ยนะ...เรนะ...รีบๆหักมุมมาชอบจูที!!!#ไม่ใช่ล่ะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

Edit: ไม่แก้คำผิด

 

EP09 “Weird Dream”

 

 

 

เรนะ:

 

 

 

            กลางดึกในคืนหลอนคืนนั้นฉันสะดุ้งตื่นขึ้นตอนตีสอง   ฉันพยายามพยุงตัวเองนั่งพยายามสงบสติอารมณ์ที่ว้าวุ่นของตัวเองบางทีอาจจะเป็นเพราะว่าฉันเป็นคนเดียวที่อยู่ในบ้านหลักใหญ่หลังนี้   เพราะครอบครัวของอัตสึโกะละเลยเธอมาตั้งแต่ยังเล็ก และน้ามินามิก็เป็นเพียงคนเดียวที่มีวุฒิภาวะเพียงพอที่จะเซ็นรับเป็นผู้ปกครองของผู้ป่วยในฐานอาจารย์มหาวิทยาลัย และอาจารย์ที่ปรึกษา

 

 

            แต่บางสิ่งก็คอยย้ำเตือนว่าฉันไม่ได้อยู่ที่นี่เพียงคนเดียว...

 

           

            ฉันเห็นอีกาอีกครั้ง

 

 

            และสิ่งที่มันกำลังทำอยู่ก็คือเกาะขอบหน้าต่างแล้วชะเง้อมองมาที่ฉันราวกับว่ามันพยายามจะคุ้มครองฉัน ถ้าฉันไม่ได้คิดไปเองเพียงคนเดียว  นับว่าเป็นครั้งแรกที่ฉันไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวมันตรงกันข้ามฉันกลับรู้สึกผ่อนคลาย  ฉันลุกขึ้นจากเตียงเดินไปยังหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้ก่อนจะวางมือลูบหัวเรียบแปล้ของอีกา  น่าแปลกที่มันไม่หนีเมื่อมนุษย์แตะตัวมัน!  ฉันยิ้มให้มัน “มันแปลกดีเนอะ...ว่าไหม?”

 

 

 

 

            “แปลกตรงไหน?”

 

 

 

            เสียงนุ่มทุ้มของจูรินะดังขึ้น  ฉันมั่นใจว่าเป็นเสียงของจูรินะอย่างแน่นอนฉันรีบหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงนั้นผู้มีใบหน้าสวยจนไร้ที่ติ  จูรินะอยู่ในชุดสีดำ สีเหมือนอีกาไม่มีผิดย่างสามขุมมาที่ฉันด้วยใบหน้านิ่ง ๆ ฉันจึงได้แต่พยายามถอยหลังหนีหลบเธอแต่ทว่าก็พลาดท่าให้เธอเสียจนได้  ฉันไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงไปอยู่ในอ้อมแขนของเธอได้ เธอยิ้มให้ฉัน  รอยยิ้มที่มุมปากแสนเย่อหยิ่งของเธอทำให้ฉันรู้สึกขนลุก

 

 

 

            “คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง!” ฉันแว้ดใส่จูรินะเสียงแหลมทั้งตกใจและโมโหในเวลาเดียวกัน  จูรินะค่อย ๆ เจื่อนยิ้มลงมองหน้าฉันด้วยแววตานิ่ง ๆ “เพราะว่าฉันหิว...” สิ้นประโยคนั้นจูรินะก็กลายเป็นอีกคนที่ฉันไม่เคยรู้จัก  นัยน์ตาประกายฟ้าสวยๆนั้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงดั่งอสูรกาย  บริเวณรอบขอบตาของเธอมีเส้นเลือดปูดขึ้นมาจนน่ากลัว  ริมฝีปากที่เคยยิ้มกลับอ้าเปิดกว้างอวดเขี้ยวคมแหลมออกมา

 

 

 

            “กรี๊ด!!” ฉันกรีดร้องออกมาเสียงแหลมเมื่อจูรินะกัดเข้าที่คอของฉัน

 

 

 

            .

 

            .

 

            ตึง! !

 

           

 

 

            แต่...

 

 

 

            ฉันแค่ฝันไป...  ฉันสะดุ้งตื่นอีกครั้งเหงื่อแตกเต็มตัวฉันรีบลุกนั่งหันซ้ายหันขวาด้วยความหวาดกลัวมองดูบานหน้าต่างที่ปิดเข้าหากันเพราะแรงลมพยายามใช้มือขวาเปียกๆนั้นลูบไปตามลำคอของตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าฉันไม่ได้ถูกกัด  เมื่อไม่พบสัญญาณผิดปกติฉันจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

 

 

 

            พระเจ้า...ทำไมฉันถึงฝันแปลกเหลือเกิน บางทีอาจจะเป็นเพราะไปฟังเรื่องที่น้ามินามิเล่าให้ฟังก็ได้  แวมไพร์อะไรนั่นจะมีจริงได้ยังไงกันล่ะ? ฉันคิดแล้วก็พยายามเอนตัวลงนอนอย่างใจเย็น  ในขณะที่ตอนนี้เป็นเวลาตีสองเหมือนเช่นในความฝัน บางทีฉันควรจะหลับแล้วตื่นมาเรียนพรุ่งนี้เช้าให้ทัน

 

 

 

 

 

 

 

**********************************************
 

 

 

 

 

 

            “เฮือก!” ซาเอะส่งเสียงร้องออกมาหลังจากสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก   แวมไพร์สาวหายใจหอบแรงกว่าครั้งใดก่อนจะมองไปที่ปลายเตียงแล้วพบกับจูรินะที่กำลังนั่งอ่านไดอารี่ของเธออยู่แน่นอนว่าจูรินะเองก็คงรู้ว่าซาเอะเพิ่งฝันร้ายไปหมาด ๆ “...ฝันร้ายเหรอ ซาเอะ?”

 

 

 

            “จูรินะ...” ซาเอะเรียกชื่อน้องสาวที่พยายามเข้ามาปั่นป่วนในความฝันของเธอ  จูรินะยิ้มให้ซาเอะ “ฉันบอกแล้วว่าเธอควรดื่มเลือดมนุษย์บ้างไม่งั้นแล้วล่ะก็เธอก็จะปล่อยให้อะไรๆเข้ามาในหัวได้ง่าย”

 

 

 

            “แกกลับมาเมื่อไหร่?”  ซาเอะถามเสียงห้วนพลางลุกขึ้นจากเตียงเดินไปดึงไดอารี่ส่วนตัวของเธอออกมาจากมือของจูรินะ “ฉันไม่รู้ว่าแกไปก่อเรื่องอะไรมานะแต่ว่านี่จะเป็นการเตือนครั้งสุดท้าย...”

 

 

 

            “ไม่ได้ดูข่าวเหรอ ซาเอะ  - เขาจับฆาตกรได้แล้ว เสือภูเขาไง” จูรินะพูด

 

            “...แล้วเด็กผู้หญิงที่ชื่ออัตสึโกะล่ะ?”

 

            “โอ้! ฉันลืมไปเลย...” จูรินะตอบแล้วทำหน้าเศร้า “ทำยังไงดีถ้าเธอปากโป้งเรื่องแวมไพร์ออกไป”

 

 

            “ฉันลบความจำของเด็กคนนั้นเรียบร้อยแล้ว” ซาเอะบอกแล้วหันมาจ้องจูรินะเขม็ง “แล้วเด็กคนนั้นก็จะลืมเรื่องแวมไพร์ที่แกพยายามรื้อฟื้นให้กับเมืองๆนี้ด้วย!”

 

 

            จูรินะเชิดใบหน้าขึ้นสูงยิ้มให้พี่สาวอย่างชื่นชม “แล้วฉันก็จะคอยดูว่ามนต์สะกดของซาเอะนี่จะได้ผลอยู่หรือเปล่า? เธอแน่ใจเหรอว่าอัตสึโกะจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว... ก็ซาเอะในตอนนี้ดูอ่อนแอเหลือเกิน” จูรินะลุกขึ้นยืนยัดถุงเลือดอยู่ในอุณหภูมิหกสิบองศาใส่มือของซาเอะ

 

 

 

            “ฉันได้มาจากโรงพยาบาล หวังว่าพี่สาวจะชอบ”

 

            “ไม่...” ซาเอะปฏิเสธแล้วส่งมันคืนให้จูรินะ “…ฉันไม่จำเป็นต้องดื่มเลือดมนุษย์!”

 

 

 

 

            “ตามใจ!” จูรินะบอกแล้วหยิบหลอดบนโต๊ะมาดูดเลือดกรุ๊ปโอจากถุงเลือดที่ได้จากโรงพยาบาล “อื้ม อร่อยแฮะ ไม่กินจริงน่ะ?” ว่าแล้วก็ยื่นล่อหน้าล่อตาซาเอะอีกครั้ง “เธอไม่ได้ฆ่าใครสักหน่อย  - เลือดพวกนี้มีคนบริจาคมาโอเค งั้นฉันไปล่ะ...”

 

 

 

            ซาเอะรอคอยให้จูรินะเดินพ้นออกไปจากห้องของเธอ เธอถึงจะเดินมาที่โต๊ะทำงานที่มีหนังสือกองเกะกะไปหมดดูท่าทางจะเป็นเพราะจูรินะรื้อออกมาอ่านฆ่าเวลาขณะที่เข้าไปปั่นป่วนในความฝันของเธอ   แวมไพร์สาวเก็บหนังสือทุกเล่มเก็บเข้าชั้นจนสะดุดเก็บไดอารี่เล่มสีแดงเลือดหมูที่ทำหลุดมือตกลงบนพื้นนั่น

 

 

            เธอมองดูหน้าไดอารี่ที่เปิดกางหราไว้พร้อมกับที่คั่นหนังสือที่เป็นรูปถ่ายของยูกิ

 

 

 

            “ยูกิ...”

 

 

 

 

 

 

 

**********************************************
 

 

 

 

 

 

 

เรนะ:

 

 

 

            ฉันตื่นเช้าไปโรงเรียนเหมือนเช่นทุกวันแต่วันนี้ฉันได้ภาวนาขอพรพระเจ้าอย่าได้มีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นกับลูกเลย    ก่อนออกจากบ้านฉันสวนทางกับน้ามินามิที่เพิ่งกลับเข้ามาเราคุยกันได้ไม่นานนักเพราะฉันมีเรียน และน้ามินามิเองก็คงอยากพักผ่อนหลังจากเฝ้าอัตสึโกะทั้งคืน   พารุขับรถมารับฉันไปโรงเรียนเหมือนเช่นทุกครั้ง เธอเล่าเรื่องสนุกๆให้ฉันฟังไม่หยุดดูเหมือนการไปโตเกียวครั้งนี้จะมีแต่เรื่องสนุกเต็มไปหมด และเมื่อพารุถามฉันเรื่องเมื่อวานฉันกลับเล่าเรื่องชวนขนลุกให้เธอฟังอย่างเช่นฉันพบกับจูรินะ จูรินะบอกเลิกอากาเนะแล้วอากาเนะก็ร้องห่มร้องไห้ไม่หยุดจนต้องขอตัวกลับบ้านไปก่อน และไหนจะเรื่องลูกศิษย์ของน้ามินามิโดนทำร้ายเสียเลือดไปมากพอโข แถมหล่อนยังมีอาการเหมือนเพ้อยาเพ้อเรื่องแวมไพร์ไม่หยุด

 

 

 

            “สยองดีนะ!”

 

            นั่นเป็นประโยคเด็ดของพารุ

 

 

 

 

            เมื่อฉันลงจากรถฉันเห็นรถเชฟวี่สีดำขับเข้ามาตวัดโค้งเข้าเบียดช่องแคบๆระหว่างรถของพารุและรถข้างๆ  เสียงเพลงยุค’90เปิดดังชวนโหวกเหวกโวยวาย  พารุเขยิบเข้ามาใกล้ฉันสะกิดฉันด้วยนิ้วชี้ “นั่นใครน่ะ? นักเรียนใหม่เหรอ?”

 

 

             ฉันมองไปจูรินะที่ลงมาจากรถเชฟวี่สีดำพร้อมกับแว่นกันแดดสีดำ   เธอดูเท่ และกระล่อนดีแท้!

 

 

 

             “จูรินะ”

 

 

             “แฟนอากาเนะ?”

 

 

 

             “อดีตตะหาก” ฉันบอกด้วยเสียงเจ็บใจนึกแค้นที่จูรินะบอกเลิกอากาเนะ  ดังนั้นนี่แหละคือโอกาสเหมาะเพราะขณะที่จูรินะกำลังยืนแจกยิ้มหวานให้สาวๆที่เดินสวนแถวนั้นอยู่ฉันก็เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเธอได้อย่างสวยงาม   จูรินะหยุดมองฉันนิ่ง  ยิ้มที่มุมปากเหมือนเช่นทุกครั้ง

 

 

 

             “กู๊ดมอนิ่ง เรนะจัง!”

 

 

 

            ฉันง้างมือขึ้นแล้วตบหน้าจูรินะเข้าให้อย่างแรงจนคนรอบข้างพากันร้องสะดุ้ง “นี่สำหรับที่เธอทำกับอากาเนะไว้!” พูดจบฉันก็รีบเดินออกมาแล้วควงพารุถอยออกมาจากจูรินะให้ไวที่สุด  ฉันรู้ว่าจูรินะกำลังจ้องมาที่ฉันแต่พอหลังจากตบหน้าจูรินะแล้วฉันก็ไม่ขอพบหน้าเธออีกเป็นครั้งที่สอง

 

 

 

            “ทำไมเธอถึงต้องไปตบหน้าเค้า?” พารุถามเสียงทึ่งๆ  ฉันทำได้แค่สั่นหัวตอบ ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อกี้อะไรมาเข้าสิงให้ฉันทำแบบนั้นลงไป  ฉันยิ้มฝืดๆให้พารุ “ฉันแค่อยากจะสั่งสอนจูรินะ ไม่อยากให้เค้ามาทำตัวมักง่ายกับคนอื่นแบบนี้อีก”

 

 

 

            “เค้าเป็นน้องแฟนเธอนิ...” พารุบอก

 

 

            ฉันกลอกตามองพารุแล้วหันหน้าเข้าห้องเรียนแต่ดันพบซาเอะแทนเสียนี่ !

 

 

            “สวัสดี เรนะ...พอดีว่าฉันอยากจะคุยกับเธอนิดหน่อยน่ะ”

 

 

 

            “เดี๋ยวฉันตามไปนะ” ฉันหันไปบอกพารุแล้วเดินตามซาเอะไปที่ลับสายตาผู้คน  ยังไงความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับซาเอะในที่โรงเรียนเราจำเป็นต้องรักษาระยะห่างให้มากกว่านี้   ซาเอะก้มหน้าลงหยิบกล่องสีดำออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเธอแล้วเธอก็ส่งมันให้ฉัน

 

 

 

            “อะไรคะ?”

 

 

 

            ซาเอะยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน เธอไม่ได้พูดอะไรนอกจากพยายามยิ้มเก็บอาการแบบสุดขีด ฉันรีบแกะกล่องนั้นออกแล้วภาวนาว่ามันน่าจะเป็นอะไรที่พิเศษ  และเมื่อฉันเห็นเจ้าสิ่งนั้นฉันก็พูดไม่ออก  สร้อยล็อกเก็ตสวยๆที่ดูเหมือนจะเป็นของตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น “ซาเอะ...มัน...แพงหรือเปล่าเนี่ย?”

 

 

 

            “เป็นของๆฉันเอง...” ซาเอะตอบแล้วหยิบมันออกมาแล้วถือวิสาสะสวมมันให้ฉันอย่างทันที  เธอหยิบล็อกเก็ตนั้นขึ้นมาดูอย่างชื่นชม “สัญญากับฉันได้ไหมว่าเธอจะไม่ถอดมันออก”

 

 

 

            “ค่ะ...ขอบคุณนะคะ” ฉันกล่าวขอบคุณแล้วจับที่ล็อกเก็ตรู้สึกเหมือนได้กลิ่นหอมโชยมาจากล็อกเก็ต “คุณใส่อะไรลงไปคะ หอมจัง”

 

 

 

            “สมุนไพร เป็นสมุนไพรที่จะช่วยป้องกันอันตราย” ซาเอะพูดถึงสรรพคุณที่ดูเหมือนว่าเธอจะขี้โม้ซะมากกว่าแต่ช่างมันเถอะยังไงฉันก็รู้สึกขอบคุณสำหรับของขวัญชิ้นแรกที่เธอมอบให้ฉัน  ฉันยิ้มให้ซาเอะ “ฉันจะไม่ถอดมัน ฉันสัญญา”

 

 

 

            “โอเค...งั้นฉันไปสอนก่อนนะ”

 

 

            “ค่ะ”

 

 

 

            ฉันมองซาเอะเดินหายเข้าไปในห้องทำงานก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องเรียน   พารุดึงฉันเข้าไปใกล้แล้วเธอก็ได้กระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับฉัน “...เมื่อกี้จูรินะมาที่นี่แล้วเธอก็เรียกอากาเนะให้ออกไปหาด้วย” ฉันได้ยินดังนั้นก็ตกใจรีบเดินออกตามหาอากาเนะอย่างทันทีโดยมีพารุวิ่งตามมาติด ๆ

 

 

 

            “ฉันคิดว่าพวกเค้าอยู่ตรงนี้ซะอีก” พารุพูดด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย

 

 

 

            “เดี๋ยวฉันตามหาอากาเนะเอง รบกวนเธอจดแล็กเชอร์แทนฉันหน่อยนะ พารุ!” ฉันบอกแล้วก็รีบวิ่งลงบันไดไปโดยไม่ได้ฟังเสียงตะโกนของพารุที่ดังตามหลังเลย   ฉันวิ่งไปที่ลานจอดรถ  รถเชฟวี่สีดำของจูรินะยังคงจอดอยู่ที่เดิม   ฉันเห็นยุยฮังที่เพิ่งเดินออกมาจากโรงยิมข้างๆ บางทีเธออาจจะเห็นสองคนนั้น

 

 

 

            “ยุยฮัง!”

            “อ้าว! เรนะ โดดเรียนเหรอ?” ยุยฮังแซวฉัน

            “เปล่า ว่าแต่...เธอเห็นอากาเนะกับนักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ไหม?” ฉันถามเสียงร้อนรน  ยุยฮังทำหน้าอ้อแล้วชี้ไปที่หลังโรงยิม  “ขอบคุณนะ ยุยฮัง!” ฉันรีบกล่าวขอบคุณยุยฮังแล้ววิ่งไปตามหาสองคนนั้นต่อที่หลังโรงยิมที่เต็มไปด้วยโต๊ะเก้าอี้ที่ไม่ใช่แล้ว

 

 

 

 

 

 

            “อากาเนะ!”

 

 

 

 

            ฉันตะโกนเรียกอากาเนะแต่ก็ไม่มีสัญญาณใดตอบกลับมานอกจากเสียงตะกุกตะกักเมื่อฉันเดินเข้าไปใกล้ ๆ ฉันก็พบว่าจูรินะกำลังจูบไม่สิเธอกำลังทำร้ายอากาเนะด้วยการกัดเจ้าหล่อนจนเลือดออก  ฉันรีบวิ่งไปผลักจูรินะออกห่างจากอากาเนะที่ดูสะลืมสะลือ

 

 

 

            “จูรินะ คุณเป็นบ้าอะไร หะ?” ฉันหันขึ้นเสียงใส่จูรินะที่ริมฝีปากเปื้อนไปด้วยเลือดก่อนจะหันไปมองอากาเนะที่มีแต่รอยกัดเต็มคอของเธอ เมื่อเห็นดังนั้นฉันที่พยายามสงบสติอารมณ์นั้นจึงกลายเป็นคนที่โกรธมากที่สุด “...ออกห่างจากเพื่อนฉันเลยนะ!”

 

 

            “เกิดอะไรขึ้น เรนะ?”

 

            “ไอริน”

 

 

            ไอรินโผล่เข้ามาได้ทันเวลาพอดี  เธอเข้ามาช่วยพยุงอากาเนะที่เกือบจะทรุดตัวเป็นลมหมดสติกับพื้น  ฉันหันไปหาไอรินด้วยสายตาอ้อนวอน “ได้โปรดพาอากาเนะไปห้องพยาบาลที...” ฉันมองไอรินที่พยายามหิ้วปีกแขนอากาเนะเดินออกไปจนลับสายตาก่อนจะหันมาหาจูรินะที่กำลังใช้แขนเสื้อสูทของยูนิฟอร์มนักเรียนเช็ดปากเปื้อนๆของตัวเอง

 

 

 

            “คุณมันโรคจิต!”

 

            จูรินะหรี่ตามองเรนะด้วยสายตาเหยียด ๆ “...หูฉันไม่ค่อยดีน่ะ เมื่อกี้เธอว่าฉันเหรอ?”

 

            “เลิกยุ่งกับอากาเนะได้แล้ว... ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคุณจะบ้าขนาดนี้ บ้าทำร้ายคนอื่นขนาดนี้! !”

 

 

 

            จูรินะยืนฟังฉันอย่างนิ่งสงบก่อนที่เธอจะตัดสินใจเดินตรงรี่มาฉันแล้วคว้าแขนขวาของฉันมาบีบไว้แน่น   เธอจ้องฉันเขม็ง  สายตาของเธอดูน่ากลัวและดุดันกว่าครั้งใด “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายอากาเนะหรอกนะ เพียงแต่เวลาพอเวลาเราจะเริ่ม ฉันหมายถึง...เวลาที่เรากำลังจะมีอะไรกันฉันก็จะเผลอกัดเธอก็แค่นั้น… - แล้วตอนนี้พอเธอฟังเรื่องนี้แล้ว เธอก็รู้สึกอยากจะจูบฉันใช่ไหมล่ะ?”

 

 

 

            “อะไร? คุณนี่มันประหลาด!” ฉันบอกแล้วทำหน้ายี้ใส่จูรินะ

 

 

            จูรินะเลิกคิ้วขึ้นสูงกระพริบตาใส่ฉันถี่ ๆ “...เกิดอะไรขึ้น?”

 

 

            “ฉันตะหากที่ควรจะเป็นคนพูดประโยคนั้น!”

 

 

 

            “ทำไมเธอถึง...” จูรินะพูดแล้วชะงักไปครู่หนึ่งแล้วจากนั้นเธอก็ยิ้มที่มุมปากอีกครั้ง “ฉันรู้แล้วว่าทำไม? อื้ม...สร้อยสวยดีนะ” เธอพูดไม่พอยังเอื้อมมือมาแตะสร้อยล็อกเก็ตที่ซาเอะเพิ่งให้ฉันเมื่อครู่  ฉันรีบถอยออกมาจากจูรินะหนึ่งก้าวอย่างระมัดระวัง ใจหนึ่งก็กลัวว่าจะโดนหางเร่ทำร้ายไปด้วยอีกคน

 

 

 

            “คุณมันน่ารังเกียจ”

 

 

            “ฉันรู้หรอกน่า...ว่าฉันน่ารังเกียจ!” จูรินะพูดแล้วถลึงตามองฉัน   เธอก้าวเข้ามาใกล้ฉันยิ้มเหยียดๆให้ฉันแล้วก็เดินจากไปราวกับว่าเธอไม่ได้สำนึกผิดในสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไปเลยสักนิด

 

 

 

            นั่นมันอะไรน่ะ ยังกับความแปลกๆเมื่อคืนนี้เลย...?

 

 

 

            ฉันได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองด้วยความสงสัย

///

 

talk:
เจอกันเวลาค่ำๆเวลาเดิม

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now