[Fiction] Tenma ตอนที่ 25 update 20.12.2014 (Atsumina, Kojiyuu, WMatsui)

451 posts in this topic

[attachment=4934:Tenma2_3.jpg]

 

[attachment=5110:Kojiyuu2.jpg]

 

[attachment=4810:3.jpg]

 

[attachment=6295:Wmatsui.jpg]

 

[attachment=6433:Tenma.jpg]

 

[attachment=9865:tentomomari.jpg]

 

 

[attachment=9890:tenMayuHaruka.jpg]

 

 

บทนำ

 

ตอนที่ 1  ,  ตอนที่ 2  ,  ตอนที่ 3  ,  ตอนที่ 3.1

 

ตอนที่ 4  ,  ตอนที่ 5  ,  ตอนที่ 6  ,    ตอนที่ 7  

 

ตอนที่ 8  ,   ตอนที่ 9 ,  ตอนที่ 10  , ตอนที่ 11 

 

ตอนที่ 12  ,  ตอนที่ 13  ,  ตอนที่ 14  ,  ตอนที่ 15

 

        ตอนที่ 16 ,  ตอนที่ 17  ,  ตอนที่ 18  ,  ตอนที่ 19         

 

ตอนที่ 20 , ตอนที่ 21 , ตอนที่ 22 ,  ตอนที่ 23

 

ตอนที่ 24  ,  ตอนที่ 25

 

Tenma special parts 1

 

 

 

ถึงจะหารูปฮารุนะที่ถูกใจไม่ได้ แต่ก็รู้สึกผิดถ้าไม่มีปกรูปฮารุนะ ทีนี้ก็โอละ 555++

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทนำ

 

            ในความมืด เสียงหอบหายใจนั้นมาพร้อมกับเสียงฝีเทาเป็นจังหวะกระชั้นของใครบางคนที่กำลังหนีอย่างไม่คิดชีวิต กลุ่มอันธพาล จากร้านปาจิงโกะ  3-4 คน วิ่งตามหลังเธอมาไม่ห่างนัก ย้อนกลับไปเมื่อราวๆ 5-6 นาทีก่อน ฮารุนะคิดตำหนิในความโง่เง่าของตัวเอง ที่ดันเลือกที่จะกลับบ้านด้วยทางลัดที่ต้องเดินผ่านซอยเปลี่ยวที่มีร้านปาจิงโกะอยู่ด้วย ทั้งที่ทำโอทีอยู่ดึกขนาดนี้คนเดียว และยิ่งรู้สึกโง่ขึ้นไปอีก เมื่อดันตัดสินใจวิ่งหนีเข้ามาในซอยลึกเข้ามา แทนที่จะวิ่งกลับออกไป ช่างเป็นความคิดที่โง่ที่สุด

อย่างไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวก็สะดุดล้มลงบนพื้นลื่นชื้นแฉะและสกปรก

 

 

 

            “ตามมาทันจนได้สินะ โธ่เอ๊ย! ถ้ายอมไปด้วยกันซะตั้งแต่แรกก็ไม่ต้องมาฟกช้ำด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้หรอกนะ พวกพี่คิดจะไปเปิดห้องให้ได้นอนตากแอร์สบายๆแท้ๆ แต่ดันวิ่งมาที่แบบนี้ก็.... ช่วยไม่ได้นะ ที่ไหนมันก็ขึ้นสวรรค์ได้เหมือนกันนั่นละนะ มาเถอะ พวกพี่จะพาไปนะจ๊ะ”

 

 

               “อย่าทำอะไรฉัน อย่าเลยนะ ปล่อยฉันไปเถอะนะ ขอร้องละ จะเอาเงินรึอะไรก็เอาไปเถอะ แต่ปล่อยฉันกลับบ้านเถอะนะ” หญิงสาวร้องขออย่างน่าเวทนา ขวัญเสียจนไม่อาจกลั้นน้ำตาแห่งความกลัวออกมาได้

“ไอ้ของพวกนั้นน่ะ ไว้ค่อยให้พี่หลังจากพี่พาน้องไปมีความสุขกันก่อนก็ได้ ไม่ต้องรีบร้อนหรอก” ชายหื่นแต่งตัวเป็นกุ๊ยที่ดูแล้วน่าจะเป็นหนัวหน้าคนดิมพูดขึ้น พลางพยักหน้ากับบรรดาลูกน้อง 2-3 คนที่ล้อมเหยื่อไว้ให้จัดการจับหญิงสาวกดลงกับพื้นสกปรก หญิงสาวได้แต่กรีดร้องขอความช่วยเหลืออย่างตกใจน้ำตานองหน้าทั้งที่ถูกจับขึง ทั้งที่ถูกชายอุบาทกำลังซุกไซร์ซอกคอเธออย่างน่ารังเกียจ หญิงสาวตัดสินใจ กัดปากขเงชายหื่นทันทีที่มันหมายจะจูบเธอ

 

 

               “โอ๊ย ! อีนี่! ฤทธิ์เยอะนักนะ” ผู้ชายที่ควรถูกเรียกแค่ว่าสัตว์ตัวผู้ตัวนี้เงื้อมือตบหน้าหญิงสาวเข้าเต็มแรง ฮารุนะแทบจะสินสติลง

 

 

                แต่ก่อนที่ไอ้สัตว์ตัวผู้นั่นจะได้อทำอะไรตามความหื่นกระหายขอมันต่อไปก้อนหินก้อนเล็กๆก็ถูกเขวี้ยงใส่หัวมันเข้าอย่างจัง ไม่ถึงกับแตกแต่ก็แรงมากพอที่จะทำให้รู้สึกถึงเลือดเหนียวๆไหลซึมออกมาตรงจุดที่โดน

 

 

               “เฮ้ย!... อะไรวะ” ทั้งกลุ่มหันหน้าไปมองทิศเดียวกัน

 

 

               “ทำอะไรกันอยู่น่ะพี่ชาย” สาวตัวเล็ก ใสชุดเสื้อเชิ้ตแขนกุดสีขาว กางเกงขาเดฟสีดำ มือทั้งสองไขว้หลัวไว้ ผมหน้าม้า ที่ด้านหลังยาวเป็นลอนหยักศกเล็กน้อยถูกรวบเกล้าสูงไว้ที่ หน้าตาน่ารัก ดูไม่มีพิษภัย ยื่นหน้ามา ฉีกยิ้มขี้เล่นเห็นเขี้ยวเล็กๆนั้นชัดเจน

“เอ๋...น้องสาว ทักทายพี่ได้สนุกจริงๆเลยนะ อยากจะร่วมสนุกด้วยรึไงกัน”

 

 

              “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยฉันด้วย ได้โปรดเถอะ” ฮารุนะพยายามรวบรวมสติที่แทบจะหมดไปเพราะโดนตบเมื่อครู่ร้องขอความช่วยเหลือ ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ถ้านี่เป็นความหวัง เธอก็ขอคว้ามันเอาไว้ให้ถึงที่สุด

 

 

              “นี่เธอ....คิดจะขอร้องให้ยัยผู้หญิงตัวเล็กๆนี่น่ะ ช่วยเธองั้นหรอ! ฮ่าๆๆๆ คิดอะไรของเธอน่ะ ให้มันเอาตัวเองให้รอดก่อนดีกว่า” ว่าแล้วก็ลุก ย่างสามขุมเข้ามาเงื้อมือหมายจะตบใบหน้าเล็กๆนั่นให้เต็มแรงแต่แล้วก็ต้องชะงัก

 

 

              “แล้วทำไมฉันต้องไม่รอดล่ะ” สาวร่างเล็กเอียงคออย่างสงสัย รอยยิ้มที่เคยขี้เล่น กลับกลายเป็นเยือกเย็น ดวงตาส่องประกาย จากสีน้ำตาลอมเทา กลายเป็นสีส้มอำพันเกือบแดง เพียงแค่สบดวงตาคู่นั้นเท่านั้นเอง ความกลัว บาดแผลลึกที่ซ่อนอยู่ในใจ อยู่ๆก็ฉายชัดขึ้นมาในดวงตาของชายหยาบจนไม่อาจยืนด้วยสองขาได้ไหว ค่อยๆล้มตัวลงคุกเข่าเอาสองมืออุดหู “อย่าๆ อย่าทำอะไรฉันเลย ปล่อยฉันไป ปล่อยฉันออกไปจากที่นี่ที”

 

 

             “รู้สึกเหมือนว่า นายจะเข้าใจแล้วสินะ ว่าคำขอร้องจากความกลัวที่ไม่ได้รับความเมตตา มันเป็นยังไง” คนตัวเล็กก้มลงกระซิบข้างหูชายที่ดูเหมือจะคุ้มคลั่งมากยิ่งขึ้นจนลงไปนอนดิ้นทุรนทุลายไม่ทราบสาเหตุ ก่อนที่สาวตัวเล็กจะเงยหน้าขึ้นมองแล้วส่งยิ้มสดใสแววตาดูสนุกให้กับพวกที่เหลือที่ได้แต่ตกตะลึง งงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนทำอะไรไม่ถูก “มีใครอยากลองดูมั๊ย จะได้รู้ว่าเขาเป็นอะไร” พวกที่เหลือได้สติต่างพากันตั้งท่าออกวิ่ง “เฮ้..... นายควรลากเพื่อนนายไปด้วยนะถ้าโชคดี อีกสัก 2-3 ชั่วโมง ก็จะดีขึ้นเองน่ะ แต่จะกลับมาเป็นปกติรึเปล่า...นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าจะจิตแข็งพอจะเผชิญหน้ากับเรื่องเลวร้ายพวกนั้นแค่ไหนละนะ” คนตัวเล็กพูดอย่างอารมณ์ดีเหมือนเป็นเรื่องสนุกสนานทั่วไป กลุ่มอันธพาล กลับมากึ่งจูงกึ่งลากถูลู่ถูกังเพื่อนออกไป

ฮารุนะได้แต่นั่งมองเหตุการณ์นั้นอย่างตกตะลึง

 

 

              “มอมแมมหมดเลยนะ” คนตัวเล็กลงนั่งยองๆกอดเข่าข้างๆ ส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร แต่ฮารุนะก็คิดว่าไม่น่าไว้ใจเสียแล้ว

 

 

              “คุณทำ....ได้ไง?” ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง

 

 

               “ยอมเป็นเจ้าสาวของฉันสิ แล้วฉันจะบอก...ทุกอย่างที่เธออยากรู้” สาวตัวเล็กส่งยิ้มหวานแววตาขี้เล่นให้คนตรงหน้า ฮารุนะเดาไม่ถูกว่า นี่มันเรื่องอะไร สถานการณ์แบบนี้ คำพูดขี้เล่นหยอกล้อนี้มันอะไรกันแน่ ?

 ................................................................................

 

ขอบคุณการ์ตูนหลายๆเรื่องที่ผมได้ดู ขอบคุณนิยายหลายๆเล่มที่ผมได้อ่าน ขอบคุณฟิกชั่น 2-3 เรื่องที่ผมได้ติดตาม ขอคุณจินตนาการที่พาผมมาเขียนเรื่องบ้าบอนี่ขึ้นมา ขอเขียนสนองนีสสสสสส ตัวเอง นีสสสส นึง.........

 

ที่สำคัญ ขอบคุณ คุณด้วย ที่หลงเข้ามาอ่านครับ  

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอนที่ 1

          ฮารุนะเดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย หญิงสาวอยู่ในชุดกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน กับเสื้อกล้ามสีฟ้า เดินใช้ผ้าขนหนูขยี้เช็ดผมที่ยังไม่แห้งออกมาเปิดตู้ยาหยิบกล่องอุปกรณ์ปฐมพยาบาล ก่อนเดินมานั่งบนเบาะนวมตรงโต๊ะญี่ปุ่น หน้าโทรทัศน์ มองกระจกเงาบานเล็กที่ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะญี่ปุ่น น่าแปลก ทั้งที่เธอโดนตบแรงขนาดนั้น แต่ตอนนี้บนใบหน้ากลับไม่มีริ้วรอยว่าจะบอบช้ำเลย โชคดีรึโชคร้ายกันนะ หญิงสาวถอดหายใจหนักหน่วง เธอเพิ่งผ่านเหตุการณ์เลวร้าย แต่ก็รอดพ้นมันมาได้เพราะผู้หญิงแปลกๆคนหนึ่ง เหตุการณ์ที่น่ามึนงงก็โผล่เข้ามาในหัว

 

           หลังจากที่รอดพ้นจากอันธพาล เธอไม่มีเวลาได้จดจ่ออยู่กับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไปมากนัก สาเหตุมาจากยัยตัวเล็กที่ช่วยเธอไว้ วุ่นวาย และพูดมาก จนเธอสับสนไปหมดว่าควรต้องทำอะไรต่อไป

 

          “ฉันควรไปแจ้งความ” ฮารุนะพูดขึ้นเมื่อรวบรวมสติได้ หลังจากผ่านเหตุการณ์แปลกๆ กับคำพูดแปลกๆ จากผู้หญิงแปลกๆ อย่าง ‘ยอมเป็นเจ้าสาวของฉันสิ’ ไปหมาดๆ

 

          “ทำไมละ อืม...แต่ถ้านั่นเป็นวิธีที่มนุษย์ทั่วไปเขาทำกันเธอก็ไปทำเถอะ” อะไรคือมนุษย์ทั่วไป แล้วอะไรคือมนุษย์ไม่ทั่วไป ยัยนี่เพี้ยนแน่ๆ ฮารุนะได้แต่คิดในใจ “แต่ถ้าเป็นฉันละก็ มอมแมมขนาดนี้ฉันจะรีบกลับบ้านไปอาบน้ำดีกว่า แล้วก็” คนตัวเล็กที่นั่งกอดเขาอยู่ข้างๆ ขยับเข้าไปใกล้อีก มองหน้าหญิงสาวตรงหน้านิ่ง ก่อนยกมือขึ้น ฮารุนะหลับตาเอียงหน้าหลบโดยสัญชาตญาณเกรงว่าจะถูกทำร้ายอีก หากแต่คนตัวเล็กกลับสัมผัสหน้าเธออย่าอ่อนโยน “แผลน่ะ ถ้าไม่รีบทำอาจจะเป็นแผลเป็นก็ได้นะ”

 

          สิ่งที่ฮารุนะบอกได้คือมือนุ่มๆ กับสัมผัสที่รู้สึกอบอุ่นแปลกๆ ความเจ็บที่ชาๆอยู่เมื่อครู่ ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นจนแทบจะเป็นปกติ แต่สิ่งที่หญิงสาวไม่รู้คือรอยบวมช้ำที่แก้มซ้ายของเธอที่เกิดจากการโดยทำร้ายนั้น มันหายไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกินขึ้นมาก่อน หญิงสาวค่อยๆลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเมื่อคนตัวเล็กผละมือออกไปกอดเขาอยู่ตรงหน้าเธอ และยังทำหน้าทะเล้นอารมณ์ดีเหมือนเดิม

 

         “ที่ลงมาช้าไปหน่อย ขอโทษนะ”

 

         “เอ๊ะ!” ลงมา? จากไหน? อะไร? ยังไง? 

 

         “มาเถอะ ฉันจะเดินไปส่ง” ว่าแล้วก็ลุกขึ้น ยื่นมือให้หญิงสาวตรงหน้า ฮารุนะยื่นมือให้ฉุดลุกขึ้นมาอย่างว่าง่าย แม้จะยังงงๆ

 

          ระหว่างทางคนตัวเล็กที่คอยประครองมาก็ยังจ้อไม่หยุดเรื่องรอยแผลฟกช้ำที่เต็มตัวฮารุนะไปหมดอย่างกังวล “ไม่เป็นไรหรอกมั๊งนะ มนุษย์เขาก็มีวิธีรักษาของเขากันใช่ไหมล่ะ พวกรอยแผล รอยฟกช้ำนี่น่ะ จะว่าไป จริงๆแล้วน่ะนะ พวกอนเมียว ก็ชอบหาวิธีที่จะมาสร้างรอยแผลให้พวกฉันอยู่เรื่อยเลยล่ะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ ผู้หญิงน่ะถ้ามีรอยแผลเป็นมันก็มีตำหนิน่ะสิ พวกฉันก็ต้องหาวิธีที่จะลบมันออกอยู่เรื่อยเลย แล้วพวกอนเมียวก็จะไปคิดวิธีมาใหม่มา บางทีก็หาวิธีทำให้เราหมดแรง ขยับลำบาก เป็นแบบนี้อยู่เรื่อยๆ ถ้าอยากมีชีวิตอยู่รอดก็เลยต้องปรับตัว อย่างเมื่อก่อนนี้เกลียดพวกกลิ่นสมุนไพรที่พวกนั้นผสมขึ้นมามากๆเลยล่ะนะ แต่เดี๋ยวนี้กินน้ำจากที่พวกนั้นต้มมายังได้เลยล่ะ เพราะว่าต้องหัดกินเรื่อยๆวันละนิดๆ เมื่อก่อนแค่ได้กลิ่นก็จะเป็นลมแล้วเดินไม่เป็นกันเลย แต่สิ่งที่ยังเอาชนะไม่ได้ก็ต้องเป็นเงินกับทองคำบริสุทธิ์นี่ละน๊า... ยังไงก็ยังไม่ได้เลยจริงๆ เวลาเป็นแผลจากเจ้าพวกนี้ทีไรนะ จะชอบทิ้งรอยแผลเป็นจางๆไวอยู่เรื่อยเลยล่ะ แล้วยิ่งถ้าโดนเข้าจุดสำคัญละก็ตายได้เลยนะ แล้วก็............”

 

           ฮารุนะไม่ได้ใส่ใจฟังอะไรนักหรอก หญิงสาวอ่อนเพลียเกินไป เรื่องหนักๆวันนี้มากเกินไป เสียงเจื้อยแจ้วข้างๆหูนี่ก็พูดอะไรที่ไม่เข้าใจมากเกินไป จนกระทั่งมาถึงหน้าอพาร์ทเม้นที่เธอเช่าพักอยู่

 

          “ถึงแล้วล่ะคะ ขอบคุณมากนะคะที่มาส่ง”

 

          “อืม...”คนตัวเล็กตอบยังคงยืนมองหน้าระรื่น

 

           “จริงสิ” ฮารุนะ หากล่องนามบัตรในกระเป๋าก่อนโค้งสุดตัวส่งนามบัตรให้คนตรงหน้าด้วยสองมือ “ฉันโคจิมะ ฮารุนะค่ะ เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทยามะค่ะ บุญคุณที่ช่วยเหลื่อฉันในครั้งนี้ จะต้องหาทางตอบแทนให้ได้ค่ะ”

 

            สาวตัวเล็กเอามือไพ่หลังแล้วก้มตามแต่ไม่ใช่การโค้งรับ หากแต่พยายามจะมองให้เห็นหน้าที่ก้มอยู่นั้นต่างหาก ก่อนพูดออกมาว่า “อืม....”

 

             ฮารุนะเงยหน้าขึ้น นึกแปลกใจที่อีกฝ่ายไม่ยอมรับนามบัตรไป “เอ่อคือ.... นามบัตรน่ะค่ะ เก็บไว้เผื่อจะได้ติดต่อกันได้น่ะค่ะ”

 

             “อ่อ....” ว่าแล้วก็รับนามบัตรนั้นมาหันซ้ายหันขวาอย่างไม่รู้จะเก็บไว้ตรงไหนดีก่อนจะเหน็บลงไปที่ข้างๆกางเกง แล้วหันมายิ้มทำหนาระรื่นมอคนตรงหน้าเหมือนเดิม 'อาจจะเพี้ยนจริงๆก็ได้ อยู่ดีจากพูดมากๆ กลายเป็นคนพูดน้อยไปซะงั้น'

 

           “เรื่องวันนี้ขอบคุณที่ช่วยไว้นะคะ” ฮารุนะโค้งให้อีกครั้ง แล้วบรรยากาศก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ที่จริงแล้วอีกฝ่ายควรจะตอบรับอะไรบ้างอย่าง ไม่เป็นไร ไม่ต้องเกรงใจ แล้วก็ขอตัวกลับไปอะไรอย่างนี้มั๊ยนะ?

 

           “เอ่อ... ขึ้นไปทานน้ำที่ห้องฉันก่อนมั๊ยคะ” ฮารุนะอึดอัดนึกอยากจะกัดลิ้นตัวเองอยู่เหมือนกัน แต่สถานการณ์มันทำให้เธอคิดอะไรไม่ออกจนต้องถามไปแบบนั้น ทั้งที่คิดอยู่ว่าแม่สาวเพี้ยนนี่น่าไว้ใจขาดชวนขึ้นไปดื่มน้ำบนห้องได้เลยรึยังไง แต่ว่ามารยาทละ ยังไงยัยนี่ก็ช่วยเธอไว้จากอันธพาลนะรึยังไงดี ควรรึเปล่าที่จะชวนคนท่าทางแปลกๆนี่ขึ้นไปบนห้อง แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นมาล่ะ

 

           “เอ๋.... เธอชวนคนที่มาส่งเธอครั้งแรกขึ้นไปบนห้องทุกคนเลยหรอ” คนถามยื่นหน้าเข้าไปใกล้ประกายสายตายังคงส่อแววขี้เล่น แต่คนถูกถามถึงกับตาโตเหมือนโดนตำหนิ “ไม่ละ เรายังมีโอกาสได้พบกันอีกแน่ๆ ว่าแต่...อย่าลืมทำแผลละนะ” ว่าแล้วก็หันหลังทำท่าจะเดินออกไปจากตรงนั้น

 

           “คุณชื่ออะไรหรอคะ ฉันยังไม่รู้จักคุณเลย”

 

           “อ่อ... ชื่อของฉันน่ะหรอ...” คนโดนทักหันหลังกลับมายื่นหน้าเข้าหาอีกฝ่ายที่เอนตัวไปข้างหลังหนีแต่ไม่ถึงกับก้าวถอยออกไป “โอชิมะ ยูโกะ..... โอชิมะ ที่แปลว่าเกาะใหญ่ ยังไงล่ะคุณเกาะเล็ก” แล้วสายตาที่อยู่ระดับหน้าอกพอดีก็ผลุบลงไปมองเนินอกของอีกฝ่ายอย่างจงใจ “อืม.....ก็ไม่เล็กเท่าไหร่ละมั๊งนะ”

 

             ฮารุนะตาเบิกกว้างถอยหลังเอามือกอดหน้าอกอย่างตกใจ สาวตัวเล็กเดินหันหลังหัวเราะร่วนออกไปจนลับตา

 

            “อะไรของเขานะ ?” หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง พลางเปิดกล่องอุปกรณ์ทำแผล และเริ่มใส่ยาตามรอยฟกช้ำตามร่างกาย   

…………………………………………..

 

 

 

 

 

           ในมุมมือของตึกสูงกลางกรุงโตเกียว เงาของใครคนหนึ่งนั่งอยู่กำแพงดาดฟ้าของตึกนั้น เฝ้ามองลงมายังเบื้องล่าง การอยู่บนที่สูง ทำให้เงียบ สงบ ไม่มีสิ่งรบกวนให้วุ่นวาย แม้ห่างไกล แต่จิตสัมผัสได้ถึงใครบางคนอย่างชัดเจน... มนุษย์ธรรมดา ที่ทำให้รู้สึกสงบได้อย่างประหลาด  การเกิดมาเป็นสายเลือดใกล้เคียงกับเทพ ทำให้เธอมาพร้อมกับความสามารถพิเศษบางอย่างติดตัวมาด้วย มันไม่ใช่แค่การอ่านใจ หรือสะกดให้ใครทำตามที่ใจต้องการประเดี๋ยวประด๋าวอย่างที่พวกปีศาจชั้นสูงทั่วไปทำกัน แต่เป็นความสามารถในการควบคุมความคิดได้โดยสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่อ่านใจ แต่มันเป็นการขุดลึกลงไปจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ จนสามารถดึงเอาความกลัว ความสิ้นหวังขึ้นมาจากหัวใจของคนอื่นได้ หรือฝังความเชื่ออะไรลงไปก็ได้ นั่นต่างหากที่เป็นความสามารถเฉพาะของเธอ แม้แต่กับปีศาจ หรือต่อให้เป็นเทพ ผู้ที่จิตไม่แข็งพอ ก็ไม่สามารถต่อต้านได้ ความคิดและสิ่งที่เก็บไว้ในก้นบึ้งของจิตใจช่างน่ากลัว ผ่านมาหลายศตวรรษ ยูโกะรู้ซึ้งถึงข้อนี้ดี แต่ฮารุนะต่างออกไป ผู้หญิงที่ซื่อตรงต่อความรู้สึกของตัวเอง มองโลกในแง่ดีเสียจนบางทีก็น่าหงุดหงิด แต่ความน่าหงุดหงิด เปลี่ยนเป็นความเงียบสงบเมื่อเฝ้ามองเธอ ความคิดที่ไม่ซับซ้อน ทำให้บ่อยครั้งยูโกะไม่สามารถอ่านใจเธอได้ ไม่แค่นั้น แต่ยูโกะพบว่าเธอไม่สามารถสัมผัสเข้าไปถึงก้นบึ้งหัวใจของฮารุนะได้เลย รู้สึกได้เพียงแค่เส้นบางๆของชีวิตที่ดำเนินไปเรื่อยๆเท่านั้นเอง เฝ้ามองเป็นอย่างนี้มานานหลายปีโดยที่ฮารุนะไม่เคยรู้ตัว

 

            “มาแอบเป็นพวกถ้ำมองอยู่นี่เองสินะ” เสียงใครบางคนดังขึ้น

 

             ว่าไอ้ที่นั่งอยู่ข้างบนกำแพงนั่นเตี้ยแล้ว แต่ไอ้ที่คนมาทีหลังเดินถือขนมไทยากิเคี้ยวตุ้ยก่อนจะเอาหลังพิงกับกำแพงที่อีกคนนั่งห้อยขาสบายใจอยู่เมื่อครู่ ยังเตี้ยกว่าได้อีก

 

             “นี่รู้ถึงไหน อายถึงนั่นเลยนะเนี่ย เป็นถึงเทนมะสายเลือดบริสุทธิ์ใกล้เคียงเทพ แต่ดันใช้ความสามารถไปกับการเป็นพวกถ้ำมองน่ะ” ว่าพลางกินพลางอย่างสบายอารมณ์

 

               คนฟังได้แต่อมยิ้มขำ “อิจฉาหรอทาคามินะ วันหลังก็อย่าเที่ยวไปผูกจิตกับใครซี้ซั้ว แล้วยิ่งกับพวกอนเมียวด้วย”

 

              “นั่นมันอุบัติเหตุเฟ่ย! ไม่ได้อยากจะไปผูกกับยัย...” ก่อนที่จะจบประโยค หางตาก็เห็นแสงวาบของวัตถุบางอย่างวิ่งเข้ามาใกล้ เทนมะทั้งสองต่างหายวับไปจากจุดนั้นในชั่วพริบตา

 

              เด็กสาวที่เฝ้ามองผ่านกล้องส่องทางไกลถึงกับแปลกใจ “เอ๊ะ! หายไป....หายไปไหนกัน รึว่าโดนแล้ว”

 

             “ทักทายกันอย่างนี้ไม่น่ารักเลยนะยัยเด็กเมื่อวานซืน” เสียงของทาคามินะดังขึ้นจากด้านบน เทนมะสาวกอดอกลอยตัวอยู่เหนือเด็กน้อยจากด้านหลังทักขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์นัก

 

             “เอ๋...แวมไพร์บินได้ด้วยหรอ?” เด็กสาวร้องขึ้นอย่างตื่นเต้น

 

              ทาคามินะมองอย่างแปลกใจ “ไอ้ที่ร้อง....เอ๋....นี่มันอะไร? แล้วใครเป็นแวมไพร์ ล่าอะไรอยู่ยังไม่รู้เลย ใครเป็นอนเมียวจิที่ฝึกนายกัน นี่กะจะส่งมาตายรึไง” แล้วเสียงลูกธนูก็แหวกอากาศเข้ามาใกล้ ทาคามินะหายไปอีกครั้ง

 

              เจ้าของลูกธนูนั้นหัวเราะชอบใจ “ไม่เอาน่าทาคามินะ ฉันแค่อยากพามาแนะนำตัวแล้วก็ลองเครื่องมือใหม่ๆที่เจ้าเด็กนี่คิดขึ้นน่ะ กระสุนที่ยิงไปนั่นแค่น้ำมันดอกลาเวนเดอร์เท่านั้นเอง ของฝากจากอัตสึโกะนะ” น้ำมันดอกลาเวนเดอร์ แค่คิดก็ขนลุกแล้ว มนุษย์อาจจะชอบกลิ่นของมัน แต่สำหรับเทนมะโดยเฉพาะทาคามินะ พร้อมนอนสลบได้เลย

 

            “นี่ก็ไม่น่ารักเลยนะซาเอะ” เสียงของยูโกะดังขึ้นจากด้านหลังของมิยาซาว่า ซาเอะ อนเมียวจิ มือฉมังที่รู้จักกันมานาน ซาเอะหันหลังแล้วง้างธนูจะยิงใส่ แต่ยูโกะก็หายไปแล้ว ซาเอะอนเมียวจิสาวผมสั้น รูปร่างสูงโปร่งรีบวิ่งตรงไปยังเด็กน้อยผู้เป็นอนเมียวจิฝึกหัด

 

             “ไม่เป็นไรนะ จูรินะ” ซาเอะเอ่ยถามเด็กน้อยที่พยักหน้ารับแววตาสนุกสนานมากกว่าจะหวาดกลัวรึหวั่นใจ “ไม่เห็นบอกเลยว่าแวมไพร์บินได้ด้วย” ซาเอะยิ้มขำที่จูรินะดูไม่ตื่นกลัว “นั่นไม่ใช่แวมไพร์ นั่น ‘เทนมะ’ ปีศาจกึ่งเทพต่างหากล่ะ”  ตอบก่อนจะหันหลังชนกับจูรินะ กระชับอาวุธในมือพร้อมยิงทุกเมื่อ

 

               สองเทนมะลอยอยู่เหนืออนเมียวจิทั้งสอง ปรากฏตัวขึ้นให้เห็นอีกครั้ง “ส่งยัยเด็กไม่รู้เรื่องรู้ราวนี่มา ไม่ดูถูกกันไปหน่อยรึไง” ทาคามินะโวย

 

               “แหมก็บอกแล้วไงว่าพามาแนะนำตัวน่ะ อย่าถือเป็นจริงเป็นจังไปหน่อยเลยหน่า ก็แค่แว๊บๆ ยังไม่ถากด้วยซ้ำ อย่าถือเลยนะ”

 

                “เทนมะ ปีศาจกึ่งเทพ เหล่าผู้พิทักษ์ราชินีแห่งโลกปีศาจ ไม่คิดเลยนะว่าจะเตี้ยขนาดนี้น่ะ” เด็กน้อยพูดแทรกขึ้นอย่างตื่นเต้น ไม่รู้เรื่องรู้ราว

 

                “ว่าไงนะ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน” ทาคามินะ ตาโต เห็นได้ชัดว่ากำลังควันออกหู “แกต้องตายอยู่ที่นี่เท่านั้น” ทากามินะเริ่มโวยวายสติแตก แต่ยูโกะล็อกคอเอาไว้ “หน่าๆทาคามินะ หน่านะ” แต่คนตัวเล็กกว่าก็ดิ้นๆอย่างไม่ยอมแพ้ จนยูโกะต้องดึงตัวทาคามินะหายไป

 

                 ซาเอะถอนหายใจอย่างโล่งอก ลดคันธนูลง ก่อนจะหันมาหาเด็กน้อยที่ยังคงตื่นตาตื่นใจกับการออกภาคสนามเป็นครั้งแรก “วันหลังอย่าได้พูดเรื่อง ‘เตี้ย’ อีกเป็นครั้งที่สองนะ”

.....................................................................

Share this post


Link to post
Share on other sites

ฮ่าๆๆสนุกมากเลย กร๊ากกกกกก

เน๊้ยงๆไม่ว่าจะเรื่องไหนๆนางก้เกือบโดนข่มขืนทุกทีรึไง??

ลุงแกเป้นพวกถ้ำมองเรอะ!!?? O_o

โซจังก้น้าร้ากกกกกกกก เจอคำว่า"เตี๊ย"เป้นสติแตกเลย 5555

อัตจังส่งของอันตราย??(มั้ง)มาให้โซจังได้ไงเนี้ย ><

จูรินะนี้ก้ไม่กลัวอะไรเล้ย เกือบโดนโซจังเชือดแล้วไม่ล่ะ ^^

ซาเอะมาอย่างหล่อ >/////////<

 

รอติดตามตอนต่อไป สู้ๆไรท์เตอร์ >0<

Share this post


Link to post
Share on other sites

น่าสนใจมากค่ะ ฮายูโกะกับทากามินะ โดยเฉพาะทากามินะ 5555555555

จูรินะก็นะ ไม่รู้ว่ามันซื่อหรือจงใจกวน... 555555555

ฮารุนะก็โดนได้ตลอดนะเนี่ย แล้วก็จะเป็นยูโกะเข้ามาช่วย ฮ่าๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

เเจ๋วชะมัดด ~ >< เนี้ยงๆก็.. จะโดนอย่างนี้ตลอดเลยหรือไงนะ -^-

ลุงเป็นพวกถ้ำมองเรอะ 555 สกิลเเขนงนึงสินะ ฮึๆ

โซังจังควันออกหูเลยทีเดียวว เอ๊ะ เเต่ก็งงๆเล็ก ๆ # อ่านใหม่ 5555

อัตจังยังไม่โผล่มาเลยนะ เเต่เเค่ ไอ่กลิ่นลาเวนเดอร์นี่ น่ารักจังง เอิ๊กกก~ 

เจ้าจู เจ้าไม่กลัวโดนเชือดคอหรือไงกันน เอ๊ะ ทำไมเตี้ยจังง # เอียงคอ ทำหน้าไร้เดียงสา 5555 

ซาเอะโผล่มาได้เท่มักก คิกคิก 

ว่าเเต่ทั้งสองเป็นเพื่อนกันใช่ไหมค่ะ ไรเตอร์ อ่านไปอ่านมาดูเหมือนพวกนั้นจะฆ่ากันเลยอ่ะ 

ติดตามค่ะ ไรเตอร์ วู้ววว ~  

Share this post


Link to post
Share on other sites

สนุกค่าา >< แฟนตาซีๆแบบนี้ชอบเลย สองเตี้ยฮา 555

มาต่อไวๆนะคะ ติดตามๆ 55

Share this post


Link to post
Share on other sites

อุ้ย ลุงเป็นพวกถ้ำมองสิ่นะคะ 55555555555

ส่วนโซจังเนี่ย

เรื่องเตี้ยนี่พูดถึงไม่ได้ 55555

เกือบตายแล้วมั้ยหละ น้องจูวววว

 

สนุกดีค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ อิอิ

Share this post


Link to post
Share on other sites

lol กับชื่อของทั้งสองคน โอชิมะกับโคจิมะ แต่ตัวจริงนี่คนละเรื่องกับชื่อ คนนึงเตี้ยสุดๆ อีกคนก็สูงสุดๆซะงั้น

Share this post


Link to post
Share on other sites

ฮ่าๆๆสนุกมากเลย กร๊ากกกกกก

เน๊้ยงๆไม่ว่าจะเรื่องไหนๆนางก้เกือบโดนข่มขืนทุกทีรึไง??

ลุงแกเป้นพวกถ้ำมองเรอะ!!?? O_o

โซจังก้น้าร้ากกกกกกกก เจอคำว่า"เตี๊ย"เป้นสติแตกเลย 5555

อัตจังส่งของอันตราย??(มั้ง)มาให้โซจังได้ไงเนี้ย ><

จูรินะนี้ก้ไม่กลัวอะไรเล้ย เกือบโดนโซจังเชือดแล้วไม่ล่ะ ^^

ซาเอะมาอย่างหล่อ >/////////<

 

รอติดตามตอนต่อไป สู้ๆไรท์เตอร์ >0<

 

ขอบคุณนะคร๊าบบ ดีใจจริงๆที่มีคนอ่านแล้วบอกว่าสนุก อร๊ายยย ๐(><๐ )

 

 

น่าสนใจมากค่ะ ฮายูโกะกับทากามินะ โดยเฉพาะทากามินะ 5555555555

จูรินะก็นะ ไม่รู้ว่ามันซื่อหรือจงใจกวน... 555555555

ฮารุนะก็โดนได้ตลอดนะเนี่ย แล้วก็จะเป็นยูโกะเข้ามาช่วย ฮ่าๆ

 

555++ ขอบคุณมากๆเลยครับ ช่วยตามอ่านต่อไปด้วยนะคร๊าบบบบบ m( >"<  )m

 

 

เเจ๋วชะมัดด ~ >< เนี้ยงๆก็.. จะโดนอย่างนี้ตลอดเลยหรือไงนะ -^-

ลุงเป็นพวกถ้ำมองเรอะ 555 สกิลเเขนงนึงสินะ ฮึๆ

โซังจังควันออกหูเลยทีเดียวว เอ๊ะ เเต่ก็งงๆเล็ก ๆ # อ่านใหม่ 5555

อัตจังยังไม่โผล่มาเลยนะ เเต่เเค่ ไอ่กลิ่นลาเวนเดอร์นี่ น่ารักจังง เอิ๊กกก~ 

เจ้าจู เจ้าไม่กลัวโดนเชือดคอหรือไงกันน เอ๊ะ ทำไมเตี้ยจังง # เอียงคอ ทำหน้าไร้เดียงสา 5555 

ซาเอะโผล่มาได้เท่มักก คิกคิก 

ว่าเเต่ทั้งสองเป็นเพื่อนกันใช่ไหมค่ะ ไรเตอร์ อ่านไปอ่านมาดูเหมือนพวกนั้นจะฆ่ากันเลยอ่ะ 

ติดตามค่ะ ไรเตอร์ วู้ววว ~  

 

ลองตามลุ้นดูนะครับ ตอนหน้านี่ คิดว่าอธิบายอะไรเยอะแยะไปหมดเลยล่ะนะ เลยยังไม่เสร็จซะทีน่ะคับ 5555++ \(^^

 

 

สนุกค่า รอตอนต่อไปลงไวๆน้า ><

 

ขอบคุณมากครับ จะพยายามนะครับ (>< )

 

 

สนุกค่าา >< แฟนตาซีๆแบบนี้ชอบเลย สองเตี้ยฮา 555

มาต่อไวๆนะคะ ติดตามๆ 55

 

คับผมก็ชอบอ่านแฟนตาซีเหมือนกันฮะ จะพยายามต่อให้เร็วเท่าที่จะสามารถครับ (>< )

 

 

อุ้ย ลุงเป็นพวกถ้ำมองสิ่นะคะ 55555555555

ส่วนโซจังเนี่ย

เรื่องเตี้ยนี่พูดถึงไม่ได้ 55555

เกือบตายแล้วมั้ยหละ น้องจูวววว

 

สนุกดีค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ อิอิ

 

ขอบคุณครับ ช่วยอ่านตอนต่อไปด้วยนะครับ จะรีบต่อให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ

 

 

 

lol กับชื่อของทั้งสองคน โอชิมะกับโคจิมะ แต่ตัวจริงนี่คนละเรื่องกับชื่อ คนนึงเตี้ยสุดๆ อีกคนก็สูงสุดๆซะงั้น

 

555++ ขอบคุณมากนะครับ 

 

 

 

 

 

ขอบคุณทุกความเห็นนะครับ ผมก็จะพยายามมาลงต่อให้เร็วครับ แต่ว่าเรื่องเวลานี่ก็....แล้วแต่จะเอื้ออำนวยละนะ (ตั้งใจไว้ว่าจะลงสามวันต่อหนึ่งตอนครับ แต่บางทีอาจจะไม่ว่างเลยคิดว่าต้องมีช้ากว่านั้นบ้างล่ะนะ น่ะครับ) ยังไงก็รบกวน แล้วก็ฝากตัวด้วย ขอบคุณมากคร๊าบบบบ ....m( _ " _   )m

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตายละ อ่านแล้วสนุกสุดๆ ฮ่าๆๆๆๆ รอติดตามตอนต่อไปนะคะ  :dookdik_bun_3:

Share this post


Link to post
Share on other sites
อินโทมาก็ขอเป็นเจ้าสาวซะแหละ
แล้วยูโกะเป็นเทนมะ ปีศาจกึ่งเทพ!? 0.0
ลุงนี้ก็นักถ้ำมองตังยง 555
ซาเอะโผล่มาแบบเท่มาก
ตัวอัตจังยังไม่มา แต่ส่งกลิ่นลาเวนเดอร์มาให้
จูรินะพูดเตี้ยเข้าไป ทาคามินะฟิวขาดส์ควันออกหูเลยทีเดียว
 
แฟนตาซีชอบเลยครับ ^^

Share this post


Link to post
Share on other sites
มาลงชื่อว่าอ่านแล้ว เปิดตัวทากามินะได้น่ารักมั่กๆ
ว่าแต่หัวไม่แตกแล้วเลือดออกได้ไงแอบงง


ปล. รอให้มาริโกะมาด้วย จงมาแบบเท่ห์ฝุดๆ 555

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตายละ อ่านแล้วสนุกสุดๆ ฮ่าๆๆๆๆ รอติดตามตอนต่อไปนะคะ  :dookdik_bun_3:

 

ท่าน HaLau ขอร๊าบบบบบ ขอบคุณมากเลยขอร๊าบบบบ ๐(//>///<//๐ ) 

 

 

 

 

 

อินโทมาก็ขอเป็นเจ้าสาวซะแหละ
แล้วยูโกะเป็นเทนมะ ปีศาจกึ่งเทพ!? 0.0
ลุงนี้ก็นักถ้ำมองตังยง 555
ซาเอะโผล่มาแบบเท่มาก
ตัวอัตจังยังไม่มา แต่ส่งกลิ่นลาเวนเดอร์มาให้
จูรินะพูดเตี้ยเข้าไป ทาคามินะฟิวขาดส์ควันออกหูเลยทีเดียว
 
แฟนตาซีชอบเลยครับ ^^

 

 

 

คร๊าบบบบ หวังว่าจะไม่ทำให้ผิดหวังนะคร๊าบบบ จากที่พิมพ์ๆอยู่รู้สึกว่าตอนหน้านี่ก็กลัวๆอยู่จะพาออกทะเลไปสู่ความเวิ้งว้าง ยังหาหนทางทางกลับเข้าฝั่งมาหาฮารุนะอยู่เลยล่ะ \(^ ^ 

 

 

 

มาลงชื่อว่าอ่านแล้ว เปิดตัวทากามินะได้น่ารักมั่กๆ
ว่าแต่หัวไม่แตกแล้วเลือดออกได้ไงแอบงง


ปล. รอให้มาริโกะมาด้วย จงมาแบบเท่ห์ฝุดๆ 555

 

ไม่รู้ดิครับ 5555+ ตอนเด็กๆผมเคยละ คือสำหรับผมนะถ้าแตกมันต้องเลือดอาบแผลใหญ่ต้องไปให้หมอเย็บ แต่ของผมมันคงไม่ถึงกับแตกมั๊ง(คิดเองเออเอง) มันมีเลือดซึมๆออกมาไม่เยอะมากมั๊งหมอก็เลยไม่ได้เย็บ จำได้กลับมาให้แม่ล้างแผลหยอดเบตาดีน 3-4 วันตกสะเก็ดเองได้ 555555++ สงสัยหัวแข็ง ^^! ตกลงว่าตอนนั้นเค้สเรียกหัวแตกหรือเปล่าละหว่า ......เริ่มสงสัย ="= 5555++

Share this post


Link to post
Share on other sites

ตอนที่ 2

 

 

          เช้าวันใหม่ ...... คฤหาสน์ทรงยุโรปหลังใหญ่ ตั้งอยู่นอกเมือง อาณาบริเวณกว้างบางส่วนเห็นสีม่วงสว่างเป็นริ้ว แถวยาวของทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ทั้งยังมีสวนสวยถูกตกแต่งไว้อย่างงดงาม มีทั้งสวนญี่ปุ่นและสวนยุโรป ล้วนแต่ได้รับการดูแลอย่างดีจากบรรดาภูติผู้ดูแลตัวจิ๋ว... ใช่แล้ว นี่ไม่ใช่แค่คฤหาสของคนธรรมดา แต่นี่เป็นคฤหาสของตระกูลมาเอดะ หนึ่งในสายตระกูลอนเมียวจิผู้สืบทอดความสามารถทางด้านพลังเวทปราบปีศาจมาหลายยุคหลายสมัย

         

          “สุดยอดไปเลยล่ะ” เสียงดังมาจากห้องโถงใหญ่ “ฉันยิงเฉี่ยวหัวเทนมะไปนิ๊ดด...เดียว...นิดเดียวจริงๆ แล้วอยู่ๆนะก็บินมาโผล่อยู่ข้างหลังล่ะ” จูรินะ เล่าอย่างออกรสออกชาติ ชนิดที่เรียกว่าเวลาทั้งหมดที่ได้เจอกับเทนมะตัวเป็นๆ ไม่น่าจะเกิน 5 นาที แต่เจ้าตัวก็บรรยายให้เหล่าอนเมียวจิ 3 คนที่อยู่ในห้องฟังได้เรื่อยๆ อย่างสนุกสานมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว แถมหนึ่งในนั้น ยังเป็นคนที่พาเธอไปลงสนามมาเองอีกต่างหาก

 

          “ฉันก็ยังไม่เห็นด้วยหรอกนะ ที่จะส่งอนเมียวจิฝึกหัดไปลงสนามแบบนั้น ยังเร็วเกินไป จูรินะบ้าบิ่นเกินไป เธอยังไม่รู้ความน่ากลัวของพวกนั้นเลยด้วยซ้ำ” อากิโมโต้ ซายากะ สาวสวยหุ่นดี ร่างกายแข็งแกร่ง เหมาะแล้วที่จะเป็นสายบู๊ หนึ่งในอนเมียวจิสุดยอดฝีมือของตระกูลมาเอดะกล่าวขึ้นอย่างกังวล

 

          “หน่าน่า... ก็ถึงได้พาไปทดสอบกับทาคามินะยังไงล่ะ ยังไงยัยนั่นยังไงไม่กล้าฆ่าคนของตระกูลมาเอดะอยู่แล้วล่ะ ไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องกังวล สบายใจได้” ซาเอะเดินถือแก้วกาแฟตรงไปกอดคอเพื่อนสาว พลางยกขึ้นจิบก่อนจะนึกขึ้นมาได้ “อืม....แต่มีข้อแม้ว่าอย่าได้บังอาจพูดเรื่อง ‘เตี้ย’ อีกก็แล้วกันน่ะนะ”

 

            “ใช่แล้ว พอพูดว่า ‘ไม่คิดว่าเทนมะจะเตี้ยแบบนี้’ ก็เหมือนจะโดนโกรธล่ะ” จูรินะพูดต่ออย่างนึกขึ้นมาได้

 

            “พูดกับทาคามินะซังไปแบบนั้นหรอคะ แล้วรอดมาได้ยังไงกันคะเนี่ย? ไม่ต้องสู้กันใหญ่โตเลยหรอ” มัตสึอิ เรนะ สาวน้อยน่ารัก ชาญฉลาด รอบรู้เรื่องของบรรดาเวท และข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ หนอนหนังสือผู้สวมแว่นตาอยู่เกือบตลอดเวลา อนเมียวจิฝ่ายป้องกัน ที่นั่งกอดหมอนอู่บนโซฟา ตั้งใจฟังมานานถามขึ้นเพราะรูจักทาคามินะดีอยู่พอสมควร

 

            “ก็เพราะว่า...” ซาเอะถือโอกาสเดินไปนั่งบนที่เท้าแขนของโซฟาตัวที่เรนะนั่งอยู่ แล้วใช้แขนข้างที่ว่างอยู่โอบไหล่เรนะเอาไว้  “พี่เก่งไงล่ะจ๊ะน้อง” ไม่พูดเปล่า แต่ส่งสายตาเท่ๆไปให้อีกต่างหาก เรนะได้แต่มองคนข้างๆ ตาปริบๆ สายตานิ่งสนิทไม่บ่งบอกว่าเชื่อหรือไม่ แต่ที่แน่ๆไม่ได้ชื่นชมอะไรด้วย ที่จริงมันก็ต้องโทษหน้าตาโดยปกติของเรนะที่ไม่ค่อยแสดงอารมณ์อะไรอยู่แล้วนั่นละ

 

            จูรินะที่นั่งอยู่บนโซฝาอีกตัวกระแอมเสียงดัง เดินมาแทรกกลางนั่งแทนที่จนซาเอะต้องขยับหนีออกมา “เฮ้ย ! อะไรๆ นั่งอยู่ตรงนั้นก็ดีแล้วไงมาทำไมตรงนี้”

 

          “ไม่จริงหรอกนะเรนะจัง” จูรินะหันไปมองสาวแว่นทำหน้าจริงจัง “ที่จริงน่ะ เพราะเทนมะอีกตัวลากออกไปต่างหากล่ะ”

 

          “อีกตัวนึงหรอคะ?” เรนะถามอย่างสงสัย

 

          ซายากะที่เพิ่งรู้ว่า ไม่ใช่แค่ทาคามินะเท่านั้น แต่ยังมีเทนมะอีกตัวนึงถึงกับตาโตหันไปมองซาเอะที่กำลังทำท่าจะย่องหนีออกไป “อีกตัวนึงงั้นหรอ ซะเอะ! ถ้าถูกจู่โจมล่ะ จะทำยังไง”

 

          “โธ่ๆ คิดซี้ๆ เทนมะที่จะอยู่กับทาคามินะน่ะ จะใครที่ไหนกันล่ะห๊ะ!” ซาเอะหันกลับมานั่งบนโซฟาที่ว่าง วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกลางอย่างหมดทางหนี

 

          “ยูโกะซังสินะคะ” เรนะเป็นคนตอบ ซาเอะชูนิ้วโป้งทั้งสองมือให้เรนะ จะไปยากอะไร เทนมะตัวที่จะอยู่กับทาคามินะได้ในตอนนี้น่ะก็คงจะมีแค่ยูโกะ หนึ่งในเทนมะผู้พิทักษ์ที่เหลืออยู่บนโลกมนุษย์อีกตนในตอนนี้เท่านั้นล่ะ

 

          “จะตนไหนก็เหมือนกันทั้งนั้นละ จูรินะต้องรู้ว่าพวกเทนมะน่ะไม่ใช่พวกที่จะเชื่อใจได้ ถึงพวกนั้นจะมีหน้าที่คอยกำจัดและตามล่าพวกปีศาจชั่วร้ายที่หลงมายังโลกมนุษย์ แต่พวกนั้นยังไงก็ยังทระนงตนว่าตัวเองเป็นกึ่งเทพ ไม่ได้เห็นชีวิตคนธรรมดามีค่าหรอกนะ อย่าลืมเรื่องที่พวกนั้นเคยทำกับตระกูลมาเอดะสิ” ซายากะรีบลุกขึ้นท้วงด้วยอารมณ์ไม่พอใจ โดยไม่ทันได้รู้สึกถึงเสียงฝีเท้าที่กำลังก้าวเข้ามาในห้องโถงจากด้วนหลัง พอรู้สึกตัวอีกที ก็พูดประโยคนั้นออกไปเสียแล้ว

 

          หญิงสาวผู้มาใหม่ เธอสวมเสื้อเชิ้ตด้านในสีขาว คลุมทับด้วยแจ๊กเก็ตสูทรหนังสีน้ำตาล กางเกงสีน้ำตาลอ่อน รองเท้าบูทยาวถึงเข่าสีดำ ในมือยังถือหมวกและถุงมือจ๊อกกี้ที่คงจะเพิ่งถอดออกเผยให้เห็นนิ้วเรียวยาวขาวละอาดกับผมที่ยาวสยายเป็นลอนที่ปลายเล็กน้อย ดวงตาของเธอกลมสวย ส่วนริมฝีปากเป็นกระจับอวบอิ่มได้รูป จมูกไม่ได้โด่งเป็นสันแต่มันช่างจัดวางได้เหมาะพอดีกับใบหน้าเรียวนั้น ทั้งที่หน้าจะดูหวานขนาดนี้ แต่เมื่อมันปราศจากรอยยิ้มกลับให้ความรู้สึกที่ดูหยิ่งๆอย่างบอกไม่ถูก เวลานี้หน้าตาของเธอดูเรียบเฉยกว่าผู้หญิงทั่วไปมากนัก เดินตรงเข้ามาในห้อง สีหน้านิ่งสนิทนั้นไม่ได้บ่งบอกถึงอารมณ์หรือความรู้สึกใดๆ แต่จะให้คิดว่าไม่ได้ยินก็คงเข้าข้างตัวเองกันเกินไปก็เล่นโวยวายซะเสียงดังลั่นทุ่งขนาดนั้น สามอนเมียวจินิ่งเงียบต่างไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรหรือพูดอะไรต่อไปดี

 

          จะมีก็แต่ยัยอนเมียวจิฝึกหัดที่หน้าตาผ่องใสไร้กังวลเพราะไม่รู้เรื่องอะไรกับชาวบ้าน รีบลุกขึ้น วิ่งตรงไปเกาะแขนผู้มาใหม่ที่ยังไม่ได้ฟังเรื่องวีรกรรมของตัวเองในคืนที่ผ่านมา

 

          “นี่อัตจังเพิ่งกลับมาจากคอกม้าหรอ .... เธอต้องไม่เชื่อแน่ๆเลยละนะว่าฉันไปเจออะไรมาเมื่อคืนน่ะ ซาเอะบอกฉันว่าจะพาไปล่าปีศาจละ ตอนแรกพอเห็นนะก็คิดว่าเป็นแวมไพร์เพราะมองผ่านญาณมองปีศาจก็เห็นเป็นคนชัดเจน แต่ที่ไหนได้ดันไปเจอเข้ากันเทนมะมาล่ะ ตัวเป็นๆเลยนะ ซาเอะบอกให้ฉันลองใช้ปืนลมที่ประดิษฐ์ใหม่ล่าสุดของฉันยิงขวดน้ำมันดอกลาเวนเดอร์ใส่พวกนั้นดูล่ะ เฉี่ยวหัวไปนิดเดียวเองละนะ” จูรินะเล่าด้วยความตื่นเต้น รอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้แต่ใครจะสนล่ะก็ยังไม่ได้โม้กับอัตสึโกะเลยนี่ คิดแล้วก็ฉุดหญิงสาวมานั่งที่โซฝายาวด้วยกันหน้าระรื่น

 

          “อ๋า..... ไม่โดนหรอกหรอ น่าเสียดายนะ” มาเอดะ อัตสึโกะพูดด้วยน้ำเสียงสนุกตาม ใบหน้าที่เรียบเฉยเมื่อกี้เริ่มปรากฏแววตาสีหน้าเสียดาย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เริ่มฉายชัด “นั่นน่ะอุตส่าห์สกัดเข้มข้น กะส่งไปให้เป็นของฝากเชียวนะ บอกให้ส่งให้ถึงมือไงล่ะซาเอะจัง แบบนี้ก็เสียของแย่สิ” หญิงสาวหันไปหาคนผมสั้นที่นั่งตัวแข็งทำอะไรไม่ถูกอยู่ “โอ๊ะ!....อืมใช่....เสียของหมดเลย” ซาเอะรีบตอบ นึกขอบคุณจูรินะที่ยังระรื่นไม่รู้เรื่องรู้ราว กล้าเข้าไปชวนอัตสึโกะคุย แถมยังทำท่าสนุกสนานซะเต็มที่

 

          “ก็ช่วยไม่ได้นี่ พลาดไปนิดเดียวเท่านั้นล่ะอัตจัง ก็พวกนั้นดันหายตัวได้นี่น่า”

 

          “นั่นไม่ใช่การหายตัวหรอกนะ จูรินะ...แค่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเท่านั้นเอง ถ้าเธอจับเทนมะได้ พวกนั้นก็หายไปไหนไม่ได้หรอก นี่แสดงว่ายังเตรียมตัวไม่พออย่างที่ซายากะว่าไว้เลย ใช่มั๊ยซายากะ” อัตสึโกะหันไปถาม คนที่ถูกเรียกชื่อสะดุ้งเล็กๆ “อืม... ก็บอกแล้วว่ายังเด็กเกินไป ยังไม่พร้อมออกสนามหรอก”

 

          อัตสึโกะยกมือลูบหัวคนตรงหน้าอย่างเอ็นดู “ตอนฉันเป็นอนเมียวจิเต็มตัวน่ะฉันเพิ่งสิบหกเองละนะ จูรินะจังตอนนี้สิบแปดปีนี่ก็ ไม่เด็กแล้วน๊า....ออกจะดูเป็นผู้ใหญ่ ตัวก็โตกว่าฉันซะอีกละมั๊งเนี่ย” จูรินะทำหน้าภูมิใจ ท่าทางนั่นทำอัตสึโกะยิ้มจมูกย่นจนตาที่กลมนั้นหรี่เล็ก ยกมือสองข้างขึ้นตบไหล่เด็กสาวเบาๆ พลางพูดขึ้น “แต่ว่าความเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่ได้วัดกันที่ส่วนสูงรึอายุหรอกนะ ยังไงเธอต้องเรียนรู้เพิ่มละ” รอยยิ้มกับคำพูด เรียกเสียงหัวเราะทำให้ในห้องที่อึมครึมกลับครึกครืนและผ่อนคลายลง

 

 

 

          “จริงสิ... คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงสินะ เย็นๆ มิเนกิชิซังคงจะมา คืนนี้เรามีงานถอนเขี้ยวมนุษย์หมาป่ารออยู่ละนะ ยังไง ซายากะ กับซาเอะจัง ก็เตรียมตัวกันด้วยล่ะ” อัตสึโกะหันไปสั่งงาน เรื่องมิเนกิชิ มินามิมนุษย์หมาป่าในความคุ้มครองของอนเมียวจิ ซึ่งพูดตามจริงก็คือขังเธอนั่นละ แถมยังต้องจ่ายค่าให้ช่วยขังเธอเป็นเขี้ยวของตนเองตอนเป็นมนุษย์หมาป่า เพราะหากว่าเธอไม่มา แล้วออกอาละวาดละก็อาจจะถูกพวกเทนมะฆ่าตายเอาเลยทีเดียว แต่หากว่ามาให้อนเมียวจิคุ้มครองในคืนพระจันทร์เต็มดวงที่จะกลายร่าง พวกเทนมะก็จะไม่ยุ่งด้วยเพราะถือว่าไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้มนุษย์ “ส่วนเธอจูรินะ ไปนั่งท่องตำราเวทกับเรนะจังซะ คืนนี้คงไม่มีใครว่างพาเธอไปทัวร์ปีศาจแน่นอน จริงอยู่ว่าพื้นฐานของผู้ที่จะเป็นอนเมียวจิได้ที่สำคัญที่สุดคือญาณมองปีศาจ แต่ความรู้ในตำราน่ะ สำคัญไม่น้อยไปกว่าประสบการณ์จริงหรอกนะ ถ้าเธอไม่เตรียมตัวให้พร้อม ประสบการณ์ครั้งสองครั้งก็อาจจะเป็นการพาเธอไปตายก็ได้ มันต้องควบคู่กัน เข้าใจนะ” หญิงสาวหันไปคุยกับคนที่อายุน้อยกว่าด้วยอ่อนโยน ยกมือขยี้หัวเด็กสาวอย่างเอ็นดูอีกครั้ง “อ่อ... ว่าแต่เรนะจัง หมู่นี้รู้สึกว่าไอปีศาจมันหนาแน่นผิดปกติรึเปล่า”  อัตสึโกะหันไปถามอนเมียวจิสายป้องกัน ผู้ญาณสัมผัสเหนือกว่าอนเมียวจิทั่วไป

 

          “อัตสึโกะซังก็รู้สึกสินะคะ ฉันเองก็กำลังหาคำตอบเรื่องนั้นอยู่ค่ะ” เรนะตอบ เธอเองก็รู้สึกแปลกอยู่เหมือนกันที่ไอปีศาจเหมือนจะฟุ้งกระจายอยู่ทั่วไปหมดอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน  

 

          “อืม หวังว่าคงไม่ใช่เพราะยัยสองเทนมะนั่นละเลยหน้าที่ตัวเองหรอกนะ... เอาละ... ระหว่างนี้ก็พักผ่อนตามอัธยาศัยเถอะ ส่วนฉันก็.....จะไปสกัดน้ำมันดอกลาเวนเดอร์ขวดใหม่สำหรับทาคามินะล่ะ” แค่คิดแววตาก็ฉายแววสนุกขึ้นมาเป็นประกายระยิบ สามอนเมียวมองแววตาสดใสนั้นแล้วขนลุกแทนผู้รับของขวัญ ไม่อยากนึกภาพ ..... ทาคามินะ กับกลิ่นลาเวนเดอร์ที่แสนเกลียดชัง.....ถ้าโดนเข้าไปตรงๆคงนอนสลบสไลสามวันอาจจะไม่ฟื้น ว่าแล้วหญิงสาวก็ลุกเดินออกจากห้อง ตรงไปที่บันไดเพื่อขึ้นห้องปรุงยา ฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ซายากะ ซาเอะถอดหายใจออกมาแทบจะพร้อมกัน เรนะที่นั่งกอดหมอนอยู่นิ่งๆมาตั้งแต่แรก ดูจะมีปฏิกิริยาที่น้อยที่สุดแล้ว เพราะที่จริง เรื่องที่พวกนี้ดันไปสะกิดแผลในใจอัตสึโกะก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอสักนิด

 

          “งั้น....ฉันอยู่ที่ห้องหนังสือนะคะ” เรนะว่าแล้วลุกเดินออกไปอีกคน จูรินะรีบลุกวิ่งตาม “เรนะจัง ฉันไปด้วยสิ”

 

          ปล่อยให้สองหน่อที่เหลืออยู่นั่งมองหน้ากัน “เกือบไปแล้วล่ะ” ซาเอะพูดขึ้น ซายากะได้แต่พยักหน้ารับถี่ๆ

......................................

 

 

          ห้องหนังสือ คลังความรู้ขนาดใหญ่ ห้องกว้างที่ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกมองออกไปเป็นสวนร่มรื่นผสองด้านถูกสร้างเป็นชั้นหนังสือสูงจรดเพดานสูง อีกด้านหนึ่งเป็นมีชั้นลอยวางตู้เก็บหนังสือแถวยาว ที่ใช้แทนหมุนเพื่อขยับตู้ที่ชิดติดกันให้เกิดช่องว่างเพื่อเข้าไปหยิบหนังสือในแต่ละตู้ ตรงกลางห้อง มีโต๊ะไม้เก่าขนาดใหญ่ที่มีตำรับตำราบางเล่มถูกกางไว้ บนนั้น ติดกันเป็นโต๊ะขนาดพอดีที่มีจอคอมพิวเตอร์ตั้งอยู่  อุปกรณ์ต่างๆบนโต๊ะถูกวางไว้เป็นระเบียบ ที่จริงแล้ว ซาเอะเคยบอกจูรินะไว้ว่าที่นี่เป็นเหมือนบ้านของเรนะเลยทีเดียว เด็กสาวได้แต่คิดในใจว่า ถึงจะยังไม่เคยไปโลกปีศาจ แต่คิดว่าห้องนี้นี่ ช่างน่ากลัวซะยิ่งกว่าเสียอีก 

 

          “ตำราเวทอยู่ทางด้านนั้นค่ะ แต่ถ้าเป็นพวกความรู้เรื่องปีศาจละก็ อยู่ทางนี้ ประวัติศาสตร์อนเมียวจิ ตาราพยากรณ์ อยู่ตรงนั้น แล้วก็ อ๊ะ !” เรนะว่าพลางชี้โน้นชี้นี่ไปพลาง ส่วนจูรินะที่ยังตื่นตาอยู่กับตำรามหาศาลก็เดินตามหลังมองไปมองมาอย่างทึ่งๆจนไม่ทันระวังว่าหญิงสาวตรงหน้าหยุดเดินแล้วหันหลังกลับมาอย่ากระทันหัน ทำให้จูรินะชนเข้ากับร่างบางอย่างจังดีที่คนตัวสูงกว่าคว้าเอวบางเอาไว้ทันก่อนที่เรนะจะหงายหลังล้ม ใบหน้าที่อยู่ห่างกันแค่คืบทำให้ท่าทางในตอนนี้ดูคล้ายว่าจะโอบกอดกันอย่างใกล้ชิดเสียมากกว่า ในความงุนงงชั่วขณะ เรนะได้สติขึ้นมาก่อนขยับตัวออกจากการโอบกอดนั้น บนใบหน้าที่ปกติซีดขาวกลับปรากฎสีชมพูระเรื่อจนถึงใบหู

 

          “อ๊ะ!....ขอโทษนะเรนะจัง ฉันไม่ทันระวังน่ะ” ถึงแม้จะรู้สึกเสียดายที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดขนาดนั้นแล้วแท้ๆ แต่จูรินะที่ได้สติทีหลังก็รีบโค้งขอโทษ คนตัวเล็กกว่า

 

          ถึงแม้จะนามสกุลมัตสึอิเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลย ก็ช่วยไม่ได้นี่นะ ยังไงเรนะก็ยังคงเห็นเธอเป็นเด็กน้อย ถึงจะสูงกว่า ดูเป็นผู้ใหญ่ทั้งที่เด็กกว่าหลายปีแท้ๆ แต่เจ้าเด็กนี่ก็เอาแต่เรียกเรนะจังๆ เพิ่งรู้จักกันมาได้ 6 เดือนกว่าๆเท่านั้น แต่ก็ทำตัวสนิทสนมไปกับเค้าซะหมด “จูรินะจังก็หาอ่านหนังสือที่สนใจได้ตามสบายนะคะ ที่จะบอกเมื่อกี้ก็หนังสือที่หยิบออกมาจากชั้นแล้วไม่ต้องเก็บนะคะ เอาไปวางที่โต๊ะตัวใหญ่นั่น ฉันจะเก็บให้เองค่ะ แล้วมีอะไรที่ต้องการจะเพิ่มเติมตรงไหนก็ค่อยถามฉันก็แล้วกัน” คนพูดไม่ได้สบตาคนฟัง แถมพูดเสร็จก็หมุนตัวกลับเดินดิ่งไปนั่งที่เก้าอี้ประจำตรงโต๊ะคอมพิวเตอร์ ปล่อยจูรินะที่ดูอารมณ์ดีผิดปกติเดินสำรวจห้องไปเรื่อยๆ

 

          หลังจากที่ทำเป็นเลือกหนังสือไป แล้วก็แอบมองสาวที่นั่งนิ่งจนเหมือนว่าโลกทั้งหมดหมุนอยู่แค่หนังสือตรงหน้าเท่านั้น จูรินะก็เลือกหยิบหนังสืออะไรบางอย่างออกมาแล้วเดินเตร่ไปที่โต๊ะใหญ่ “นี่เรนะจัง...มีอะไรที่ฉันต้องรู้เกี่ยวกับพวกเทนมะบ้างรึเปล่า ทำไมดูซายากะจะไม่ชอบใจพวกนั้นมากขนาดนั้น ทั้งที่ซาเอะดูไม่กังวลอะไรเลยน่ะ นอกจากที่ฉันรู้ว่าพวกเทนมะเป็นผู้พิทักษ์ราชินีโลกปีศาจแล้วก็เป็นผู้รักษาสมดุลโดยการล่าพวกปีศาจที่มาสร้างความเดือดร้องให้มนุษย์ ฉันก็ไม่รู้อะไรเลยล่ะนะ อย่างทั้งที่อนเมียวจิกับเทนมะต่างก็น่าจะร่วมมือกันกำจัดปีศาจได้แท้ๆ แต่ทำไมถึงต้องคอยหาทางทำร้ายกันด้วยล่ะ”

 

          คนถูกถามละสายตาจากหนังสือตรงหน้า เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ใช้ความคิกว่าควรจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี ถึงจะสามารถอธิบายให้เข้าใจ “จูรินะรู้มั๊ยคะว่าราชินีโลกปีศาจที่ว่านั่นคือใครแล้วทำหน้าที่อะไร เธอคือชิโนดะ มาริโกะ ที่จริงแล้วเธอเป็นเทพผู้รักษาประตูโลกปีศาจค่ะ”

 

          “เทพหรอ ?” นี่เรื่องใหม่ และออกจะงงเล็กน้อย ก็จากที่เธอเคยรู้ ราชินีแห่งโลกปีศาจ ก็น่าจะเป็นปีศาจสิ ออกจะวาดภาพไว้ว่าจะคล้ายๆปีศาจแปลงกายเป็นสาวสวย แล้วก็มีบรรดาปีศาจห้อมล้อมเอาใจอะไรแบบนั้นเลยทีเดียว

 

          “ค่ะ... เพราะบรรดาเทพเจ้า ก็จะไม่ข้องเกี่ยวกับชะตาชีวิตของมนุษย์มากจนเกินไป การข้องเกี่ยวกับชะตาของมนุษย์ ก็จะส่งผลกระทบไปถึงตัวของเทพเจ้าเองด้วย แต่เพราะมนุษย์ส่วนใหญ่น่ะอ่อนแอเกินไป ไม่สามารถจะต่อสู้บรรดาปีศาจได้ด้วยตัวเอง จึงถูกคุกคาม เทพเจ้าจึงสร้างโลกปีศาจขึ้น แล้วขับไล่บรรดาปีศาจให้ไปอยู่ยังโลกนั้นค่ะ  แต่บรรดาเทพเจ้าน่ะ ต่างก็มีพลังอำนาจ และหน้าที่ไปกันคนละอย่าง ไม่สามารถจะเฝ้าดูประตูที่เชื่อมต่อระหว่างโลกปีศาจกับโลกมนุษย์ได้ตลอดเวลา พวกเขาจึงแบ่งพลัง แล้วสร้างเทพขึ้นมาหนึ่งองค์ เพื่อรักษาประตูนั่นเอาไว้ ไม่ให้ปีศาจหลุดเข้ามาโดยง่าย เทพที่ถือกำเนิดจากพลังของบรรดาเทพเจ้านั่นก็คือ ท่านชิโนดะ มาริโกะ สาเหตุที่ตำราบางเล่มเรียกเธอว่าราชินีแห่งโลกปีศาจ ก็เพราะอย่างนี้ล่ะคะ”

 

          “โอ้ว......ความรู้ใหม่เลยนะเนี่ย แต่ไม่เห็นเกี่ยวกับเทนมะตรงไหนเลย” เด็กสาวที่ตอนนี้นั่งขัดสมาธิ โยกตัวไปมาอยู่บนเก้าอี้ใหญ่ที่ลากมาไว้ข้างๆเรานะเอ่ยขึ้นอย่างกวนๆ หน้าตาของเรนะจะยังคงนิ่งสนิทประดุจเดิม

 

          “เทนมะก็ถือกำเนิดจากตรงนี้ล่ะคะ พวกนั้นถือกำเนิดมาจากเศษพลังของทวยเทพตอนที่ให้กำเนิดท่านมาริโกะ แต่เพราะได้รับไอปีศาจเข้าไปด้วยจึงทำให้แปดเปื้อนค่ะ จะเป็นเทพก็ไม่ใช่ เป็นปีศาจก็ไม่เชิง พวกนี้ไม่อาจมีชีวิตอมตะได้ด้วยตัวเองอย่างเทพ แต่จริงๆแล้วพวกเทนมะน่ะมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการดูดกลืนพลังวิญญาณค่ะ”

 

          “หมายถึง....การฆ่าน่ะหรอ” จูรินะเริ่มสนใจอย่างจริงจังแล้วในตอนนี้

 

          เรนะพยักหน้ารับ ก่อนจะเล่าต่อ “ไม่ว่าจะเป็นวิญญาณของปีศาจ มนุษย์ หรือต่อให้เป็นเทพที่พวกเขาล่าได้ เทนมะน่ะ ก็สามารถนำพลังวิญญาณไปใช้เพื่อต่ออายุขัย และเพิ่มพลังของตัวเองได้ทั้งหมด  เรียกว่า...ปีศาจที่เกิดจากความผิดพลาดของเทพเจ้าก็ได้ล่ะมั๊ง จะมีก็แต่ท่านมาริโกะ ที่เห็นเหล่าเทนมะเป็นเหมือนน้องสาว  จึงได้ทำสัญญา ให้เป็นผู้พิทักษ์คอยกำจัดปีศาจที่แอบหนีมาแล้วสร้างความวุ่นวายในโลกมนุษย์น่ะค่ะ แต่...เพราะตัวเองก็มีสายเลือดของปีศาจ เทนมะบางตนก็เลย.... เห็นมนุษย์เป็นเหยื่อมากกว่าน่ะค่ะ”

 

          “เอ๋ มีเรื่องแบบนั้นด้วยหรอ ? แล้ว เทนมะมีกี่ตัวกัน”

 

          “สี่ค่ะ เดิมน่ะเทนมะผู้พิทักษเคยมีกันสี่ตน แต่ตอนนี้ที่ยังอยู่บนโลกมนุษย์ก็เหลือแค่ที่จูรินะจังเห็นนั่นละค่ะ เพราะเมื่อแปดปีก่อนการต่อสู้กับจอมอสูรปีศาจโอโรจิที่หลุดมาทำให้โอโนะ เอเรนะเทนมะที่เหมือนน้องสาวคนเล็กสลายไป ส่วนอิตาโนะ โทโมมิ เทนมะอีกตนก็ถูกมาริโกะซามะเนรเทศไปอยู่โลกปีศาจ เพราะคุ้มคลั่งอาละวาดฆ่าทั้งปีศาจ ทั้งมนุษย์ รวมถึงพวกภูติ หรือแม้แต่เทพระดับล่าง พยายามจะชุบชีวิตน้องสาวขึ้นมาน่ะค่ะ” เรนะหันมามองเด็กสาวข้างๆที่กำลังจะตั้งท่าถามเป็นเจ้าหนูจำไม แล้วชิงพูดก่อน “เทนมะน่ะไม่ตายหรอกค่ะ เพราะพวกนี้น่ะ มีแต่พลังวิญญาณ ไม่มีดวงจิต เพราะการตาย คือการที่ดวงจิตถือกำเนิดใหม่ในอีกภพ แม้แต่ดวงจิตที่ถูกเทนมะดูดเอาพลังวิญญาณไป ก็ยังสามารถสะสมพลังวิญญาณขึ้นใหม่แล้วไปเกิดได้ แต่สำหรับเทนมะน่ะมันก็แค่สลายไป เพราะไม่ได้มีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเองมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จึงไม่มีการเกิดใหม่”

 

          “งั้นแล้ว...ทำไมซาเอะถึงเชื่อว่าเทนมะที่ชื่อทาคามินะ จะไม่ฆ่าคนของตระกูลมาเอดะกันล่ะ?”

          เรนะหันหน้าหนีสายตาของอีกฝ่าย ถึงตอนนี้สีหน้าของเรนะที่เคยเรียบเฉยแสดงแววตาแห่งความสะเทือนใจออกมา แม้จะเล็กน้อย แต่เพราะจูรินะที่คุ้นชินกับใบหน้าเฉยเมย จึงรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ “ที่จริง....ก็เพราะเรื่องที่โทโมะมิซังเกิดคุ้มคลั่ง พยายามหาทางชุบชีวิตเอเรนะซังในตอนนั้นนั่นล่ะ ถึงได้ทำให้ตระกูลมาเอดะ ตระกูลอนเมียวจิเก่าแก ก็เลยพลอยโดนผลกระทบไปด้วย”

…………………………………………………….

 

 

 

 

 

 

 

    ตอนที่ 2 ล่ะคับ ว๊ากกกก............. นั่งคิดพลอตไป คิดพลอตมา ไม่อยากบอกเลยว่า ยังหาทางกลับมาให้ลุงได้ป่วยฮารุนะจังไม่เจอเลย โอ้ทะเลแสนงาม.... ฟ้าสีครามสดใส........ ไม่เห็นอะไร....... มีแต่ท้องทะเล.......ทะเล๊....... ทะเล............ 

Share this post


Link to post
Share on other sites

แก้ไขได้แต่ลบไม่ได้ หรอครับ งงนะ แล้วจะแก้ชื่อเรื่องยังไง งงกว่าอีก

 

อ่า.... ฉลาดนิดนึงละครับ 5555++

Share this post


Link to post
Share on other sites

เอ๊!!?? ค้างอะตกลงทำไมโซจังจะไม่ทำร้ายตระกูลมาเอดะล่ะเนี้ย O_o!!

แล้วโมะจินทำอะไรตระกูลมาเอดะล่ะ?? พี่จินโดนเนรเทศ T^T

ฮื่อๆ เอเรนะไม่น่าเลย TT^TT

แผลในใจอัตจังคืออัลไล?? อัตสึโกะซาดิสเกินไปแล้วไม่น่าเลยโซจังผู้เคราะห์ร้าย ^^

เบิ้ลอิๆ ฟินๆๆๆๆ >///////< กรี๊ดดดดดดดดดดดดด 

โคจิยูไม่มีบทเลย 555555555

ซาเอะหลงตัวเองมาก ฮ่าๆๆๆ อากิกอริลจะเกลียดเทนมะเกินไปไหม

บทราชิณีโลกปีศาจเข้ากับมาริโกะซามะจิงๆ ><

Share this post


Link to post
Share on other sites
หนุกๆ พอได้ยินราชินีปีศาจ หน้ามาริก็ลอยมาเลย
คนเขียนอวยอัตสึมาก บรรยายโคตรละเอียด 5555555

ปล.ลืมบอกไปตอนที่อ่านตอนแรกจบ อยากเป็นไอ้ตัวโกงที่จับกดฮารุนะ อยากโดนเนี้ยงกัดปากมาก 555 +=ω=ノ

Share this post


Link to post
Share on other sites

อัตจังให้ของพิเศษแก่ทาคามินะเสมอเลย

มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นในอดีตกัน -0-

Share this post


Link to post
Share on other sites

เอ๊!!?? ค้างอะตกลงทำไมโซจังจะไม่ทำร้ายตระกูลมาเอดะล่ะเนี้ย O_o!!

แล้วโมะจินทำอะไรตระกูลมาเอดะล่ะ?? พี่จินโดนเนรเทศ T^T

ฮื่อๆ เอเรนะไม่น่าเลย TT^TT

แผลในใจอัตจังคืออัลไล?? อัตสึโกะซาดิสเกินไปแล้วไม่น่าเลยโซจังผู้เคราะห์ร้าย ^^

เบิ้ลอิๆ ฟินๆๆๆๆ >///////< กรี๊ดดดดดดดดดดดดด 

โคจิยูไม่มีบทเลย 555555555

ซาเอะหลงตัวเองมาก ฮ่าๆๆๆ อากิกอริลจะเกลียดเทนมะเกินไปไหม

บทราชิณีโลกปีศาจเข้ากับมาริโกะซามะจิงๆ ><

 

5555++ เอาจริงๆคือว่า ผมก็กำลังหาทางกลับฝั่ง จะพาลุงมาหาฮารุนะอยู่เหมือนกันน่ะครับ แต่เหมือนตอนหน้าก็จะยังลอยอยู่ในทะเล (หรือเปล่านะ เพราะก็ยังไม่ถึงไหนเลยน่ะ? (="=! )......) 

 

 

 

หนุกๆ พอได้ยินราชินีปีศาจ หน้ามาริก็ลอยมาเลย
คนเขียนอวยอัตสึมาก บรรยายโคตรละเอียด 5555555

ปล.ลืมบอกไปตอนที่อ่านตอนแรกจบ อยากเป็นไอ้ตัวโกงที่จับกดฮารุนะ อยากโดนเนี้ยงกัดปากมาก 555 +=ω=ノ

 

เราต่างก็รู้ว่ามันอวยกันจริงๆ 5555++ บรรยายซะแบบ...หน่ะ....อย่างกับกลัวคนเค้านึดหน้าอัตสึโกะไม่ออกเลยทีเดียว 5555++

 

 

 

อัตจังให้ของพิเศษแก่ทาคามินะเสมอเลย

มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นในอดีตกัน -0-

 

น่านล่ะครับๆ จงใจอ่อยเหยื่อเลยล่ะฮะ \(^ ^

 

 

 

เจ๊มาริโกะเท่ตลอดดดด

5555555555

 

เนอะ!!... เจ๊เราต้องเท่ๆสิ \(^ ^

Share this post


Link to post
Share on other sites

เจ้มะลิ เจ้มีตำเเหน่งที่เท่เท๊เเหะ 555 อาราบาฮาาา ~ 

ทาคามินะได้เน่าเพราะน้ำหอมลาเวนเดอร์เเน่นอนน 555 # อัตจังอ่ะ สงสารทาคามินะบ้างจิ 5555

สงสารโอะโนะจริง ตายซะเเล้วว โมะจินด้วยย คุ้มคลั่งซะ แหมมม - ^ -

ดูครอบครัว อนเมียวจิ ช่างอบอุ่นนักก เเต่ไอ่เจ้าเท็นมะ 2 ตัวนั่นน นี่มันเรียกว่าเร่ร่อนนี่น่าา # เจอต่อยตาเขียวว T^T

 

ติดตามค่ะไรเตอร์ คึกคึก ~ เข้าใจเเล้วค่ะ ไรเตอร์ ^^

Share this post


Link to post
Share on other sites

กำลังอ่านเำพลินเลยว่าทำไมไม่ทำร้ายตระกูลมาเอดะ

เจ๊มาริโกะก็สมกับเป็นราชินีจริง ๆ อิอิ

ถ้าทาคามินะโดนกลิ่นนั้นเข้าไป อัตจังคงพอใจน่าดู 555

 

มีเบิ้ลอิเพิ่มมาแล้ว เบิ้ลอิ! เบิ้ลอิ! >.<

ann48 likes this

Share this post


Link to post
Share on other sites

มาร่วมติดตามและให้กำลังใจ ....แต่ยังไม่ได้อ่านนะ รอให้เขียนจบก่อน ^^

Share this post


Link to post
Share on other sites

แปะโป้งไว้หลายวันว่าจะเข้ามาอ่าน วันนี้เข้ามาแล้ววว

สนุกมากค่า เนื้อเรื่องเขียนดีเลย อนเมียวเทพผีปีศาจเนี่ย
โอชิมะซํง โผล่มาได้น่ารักมากกก เล่าบบรยากาศออกมาได้ดีทีเดียวค่ะ ^^~

เป็นกำลังใจให้นะคะ เข้ามาอ่านทีเดียว ตอนนี้ค้างค่ะ ฮ่าๆๆๆ

 

ปล.เรนะใส่แว่น พกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ><

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now