[SF] Yui l Miyuki :: บังเอิญ :: SP.เรื่องหลัก+ชี้แจง 27/01/57

83 posts in this topic

[media]http://www.youtube.com/watch?v=Ve9cBwI-pAg[/media]

 

 

 

 

 

Intro.

 

 

 

 

 

เธอ เป็นคนเก่ง น่ารัก นิสัยดี มีอนาคตที่ดี ทุกคนในโรงเรียนรู้จักเธอ และเธอชอบยิ้ม

 

.

 

.

 

ฉัน เป็นนักเรียนธรรมดา หน้าตาธรรมดา การเรียนปานกลาง มีแค่บางคนในโรงเรียนที่รู้จักฉันและฉันชอบขมวดคิ้ว

 

.

 

.

 

.

 

มันคงจะเป็น ความบังเอิญ ที่ทำให้เราได้รู้จักกัน

 

 

YuiMiyuki : บังเอิญ : 1 2 3 4 End SP

 

OS OS2

 

 

 

 

ปล.มีคำหยาบเล็กน้อย

ไรเตอร์ talk. สวัสดีพี่น้องทุกคน ข้าพเจ้ากลับมาลงฟิคอีกครั้งหลังจากหายไปนาน มั้ง? ไม่มีอะไรมากแค่เห็นรูปสองคนนี้ก็เลยมโนแต่งมันซะเลย ตอนแรกมันควรจะเป็นวันช็อตแสนสั้นๆไปๆมาๆ กลายช็อตฟิคเฉย ยังไงก็ฝากติดตามกันด้วยเน้อ. คู่แปลกมั้ง ฮาา

Share this post


Link to post
Share on other sites

อ่านๆ เค้าชอบอ่านคู่แปลก-3-

 

ปลูกบ้านพร้อมจิบน้ำชารอ ข่มเม้นบน แอ้ก(me/โดนโบก) 555555

Share this post


Link to post
Share on other sites
เราเป็นแฟนคลับลับๆคู่นี้ล่ะ 555
กางมุ้งรอจ่ะ

Share this post


Link to post
Share on other sites

[media]http://www.youtube.com/watch?v=t6qNa5XmPMo[/media]

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

1.

 

 

 

 

กริ๊งงงงงงง

 

 

 

 

เสียงกริ่งเลิกเรียนของคาบนี้ดังขึ้น บรรดานักเรียนในห้องจึงลุกขึ้นทำความเคารพครูและรีบลงไปซื้อข้าวกลางวันกิน อย่างที่รู้ว่าการซื้อข้าวในโรงอาหารของนักเรียนตอนกลางวันนั้นมันคือ สงคราม ขนาดย่อมดีๆนั้นเอง ยกเว้นบางคนที่ทำข้าวกล่องมาจากบ้านเลยไม่ต้องลงไปแย่งชิงเหมือนคนอื่นเค้า

 

 

 

 

ปัง!!

 

 

 

 

เสียงตบโต๊ะดังขึ้น ทำให้ร่างที่ฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะนั้นยกหัวขึ้นมามองตัวต้นเหตุที่ทำให้เกิดเสียงดังออกมา หรี่ตามองคนตรงหน้าได้สักพัก มือก็เริ่มควานหาแว่นที่เหน็บไว้ในกระเป๋าเสื้อมาใส่ จากภาพเบลอๆเลยกลับมาชัดเจนอีกครั้งทำให้รู้ว่าใครเป็นคนขัดจังหวะการนอนของตนเอง

 

 

 

" เชี่ยเน่ ตบโต๊ะหาพระแสงอ่อ "

 

 

 

" แหม ไอ่คุณยุย แหกตาดูสิว่าคนอื่นเค้าหายไปหมดแล้ว มีมึงอ่ะหลับอยู่คนเดียวแล้วจะกินข้าวกับกูหรือจะกินคนเดียว "

 

 

 

" ไปกินคนเดียว มึงไปเหอะ "

 

 

 

" เออๆ งั้นไปละ "

 

 

 

 

ยามาโมโต้  ซายากะ หรือ ซายาเน่ กับ โยโกยาม่า ยุย ทั้งคู่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยประถมจนปัจจุบัน ม.ปลาย อยู่โรงเรียนเดียวกัน นั่งข้างกันเลยกลายมาเป็นเพื่อนซี้กันโดยปริยาย ซายาเน่ เป็นเพื่อนคนเดียวที่ยุยสนิทด้วยมากที่สุดเพราะเจ้าตัวไม่ค่อยชอบเข้าหาเพื่อนใหม่ถึงตอนนี้จะมีกลุ่มพักเป็นเรื่องเป็นราวแต่เจ้าตัวก็ชอบโดดไปกินข้าวคนเดียวอยู่ดีบวกกับยุยรำคาญเวลาแฟนคลับเพื่อนซี้มันมาดักรอเลยขอมาคนเดียวดีกว่า เรียกได้ว่ายุยจะมาเข้ากลุ่มก็เฉพาะตอนทำงานกลุ่มเท่านั้นแหละ แตกต่างจากซายาเน่ที่เข้าหาคนเก่ง เล่นกีตาร์เป็นทำให้สาวๆชอบเยอะถึงจะเป็นโรงเรียนหญิงล้วนก็เถอะ

 

 

 

 

ว่าแล้วเจ้าตัวก็ลุกขึ้นหยิบข้าวกล่องแล้วเดินไปที่ประจำของตัวเองด้วยความคุ้นเคยโดยไม่อาจรู้ได้เลยว่า วันนี้มันจะไม่เหมือนกับทุกๆวัน

 

 

 

 

 

 

 

 

***************************************

 

 

 

 

 

 

 

สวนหลังโรงเรียน สถานที่ประจำที่ยุยมักมานั่งกินข้าวหรือมานั่งเล่นตอนเย็นในวันที่ไม่อยากกลับบ้าน เป็นที่ๆไม่ค่อยมีคนมาอาจจะเพราะมันดูไกลเกินไปกว่าที่จะมานั่งละมั้ง เมื่อขาก้าวถึงที่เป้าหมายกลับพบว่าเก้าอี้ใต้ต้นไม้ที่ปกติจะต้องว่างอยู่เสมอกลับมีใครบางคนนั่งอยู่ เป็นคนปกติคงหันหลังกลับไปหาที่อื่นนั่งแต่กับยุยคงไม่ได้ผล ขายาวๆก้าวเท้าไปยืนอยู่หน้าเป้าหมายที่นั่งอยู่ที่ประจำของตน

 

 

 

 

คนที่นั่งก้มหน้าจดงานอยู่พอรู้ว่ามีอะไรมาบังแสงตนจึงเงยหน้าขึ้นมามองก็พบกับคนที่ยืนถือกล่องข้าวมองมาทางตนเอง จึงขมวดคิ้วทำหน้าสงสัยจนอีกฝ่ายพูดออก

 

 

 

 

" เธอนั่งที่ประจำฉันอยู่ "

 

 

 

 

" คะ? "

 

 

 

 

" ก็บอกว่า เธอนั่งที่ประจำฉันอยู่ ไงเล่า "

 

 

 

 

ยุยบอกพลางขมวดคิ้วเล็กน้อยบอกความหงุดหงิดในใจ ตอนแรกที่คนตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมาเพียงแวบหนึ่งที่ยุยคิดว่า น่ารัก แต่พอเอามาหักล้างกับการที่มานั่งที่ประจำเค้ามันเลยกลายเป็นเฉยๆไปในที่สุด มันอาจจะไร้สาระที่ว่าทำไมต้องมาทวงที่นั่งด้วยแต่สำหรับยุยมันไม่ไร้สาระเพราะมันเป็นที่ที่สงบ คนไม่ค่อยรู้ว่ามีที่นี้อยู่และเค้าชอบมัน

 

 

 

 

อีกฝ่ายพอได้ยินแบบนั้นแทนที่จะโมโหหรือารมณ์เสียกลับยิ้มแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ  เป็นอีกครั้งที่ยุยคิดว่าคนตรงหน้านี้น่ารัก เพียงแค่แวบเดียวความคิดนั้นก็หายไป ยุยขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม นั่งก็ไม่ได้นั่ง ข้าวก็ยังไม่ได้กิน เวลาพักก็จะหมด แถมมาเจอผู้หญิงคนนี้อีก อะไรมันจะแย่ขนาดนี้

 

 

 

 

 

" มันน่าขำตรงไหน ฉันหิวจะแย่แล้ว "

 

 

 

 

พึมพำเบาๆพลางเตรียมตัวหันหลังเดินกลับไป ไปหาที่ใหม่ดูจะมีความหวังมากกว่ามายืนเฉยๆตรงนี้แต่จังหวะที่หันกลับไปนั้นมือของอีกฝ่ายก็เอื้อมมาจับชายเสื้อของยุยไว้พลางออกแรงกระตุกให้ยุยนั้นหันกลับมา ยุยมองคนตรงหน้าอย่างงงๆ กำลังจะเอ่ยปากถามคนตรงหน้าก็พูดสวนมาเสียก่อน

 

 

 

 

" นั่งด้วยกันสิ จะรีบไปไหน "

 

 

 

 

รีบไปจากเธอไงเล่า!  คิดอยู่ในใจพลางมองคนตรงหน้ายกของออกจากที่นั่งที่ตอนแรกเก้าอี้เต็มไปด้วยสิ่งของมากมายของเจ้าตัว จนตอนนี้มันสามารถนั่งได้ ยุยมองหน้าอีกฝ่ายก่อนบอก ‘ขอบคุณ เบาๆ อีกฝ่ายเพียงแค่ยิ้มรับและหันหน้าไปเขียนงานของตนต่อไปและเป็นอีกครั้งที่ยุยคิดว่ารอยยิ้มของผู้หญิงคนนี้ น่ารักมากจริงๆ

 

 

 

 

ยุยนั่งลงข้างๆอีกฝ่ายพลางเปิดข้าวกล่องของตนกินไปพลางและเหลือบตาแอบมองหน้าอีกคนไปพลาง  ผมของอีกฝ่ายตกลงมาบังด้านข้างจนหมดแต่ถึงจะเป็นแบบบนั้นยุยก็ยังคงคิดว่า ดูมีเสน่ห์ อยู่ดี  เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวว่าถูกมองจึงหันหน้ามามองแล้วยิ้ม  บางทียุยก็อดคิดไม่ได้ว่ามันเป็นนิสัยส่วนตัวของคนตรงหน้ารึเปล่าที่ชอบยิ้มไปทั่วคิดได้แบบนั้นยุยก็รีบหันหน้ากลับมาแล้วเอานิ้วเกาแก้มแก้เขินเบาๆ ที่โดนจับได้ว่าแอบมอง พลางเหลือบตามองอีกฝ่ายที่กำลังรวบผมที่ร่วงปิดด้านข้างไปทัดหูและมันทำให้ยุย อดหน้าแดง ไม่ได้จริงๆ

 

 

 

 

กริ๊งงงงงงง

 

 

 

 

เสียงกริ่งหมดเวลาพักดังขึ้นยุยกับอีกคนจึงรีบเก็บของของตัวเองเพื่อที่จะไปห้องเรียน ในขณะที่กำลังจะก้าวเท้าเพื่อเดินกลับห้องเรียนนั้นไม่รู้อะไรดลใจให้หันกลับมามองอีกคนที่กำลังเก็บของอยู่ กองหนังสือและเอกสารมากมายของอีกฝ่ายทำให้ยุยอดคิดไม่ได้ว่าตอนมาที่นี้อีกฝ่ายแบกมันมาได้ยังไง ความจริงยุยไม่ต้องสนใจอีกคนมากขนาดนั้นก็ได้แต่แค่คิดว่าแขนผอมๆนั้นจะต้องยกกองพวกนี้ อยู่ดีๆ ขามันก็ก้าวไปหาอีกคนโดยอัตโนมัติ

 

 

 

 

" ให้ช่วยมั้ย? "

 

 

 

 

อีกฝ่ายที่กำลังก้มเก็บของอยู่นั้นหันมามองหน้ายุยงงๆ สักพักเจ้าตัวก็ยิ้มออกมาพลางส่ายหน้าเบาๆเป็นเชิงปฏิเสธ

 

 

 

 

" รบกวนเปล่าๆ ไม่เป็นไรฉันยกเองได้ "

 

 

 

 

อีกฝ่ายตอบกลับมาพลางเรียงเอกสารทับกันจนมันสูงซะยุยคิดว่าถึงยกได้ก็คงมองไม่เห็นทางแน่ๆ พลางบ่นพึมพำว่า ‘ตอนมาเอามาได้ยังกันคนที่ได้ยินก็เพียงแค่ยิ้มและหัวเราะเบาๆ จนยุยขมวดคิ้วทำหน้าไม่เข้าใจ

 

 

 

 

" มันตลกตรงไหนกัน "

 

 

 

" เปล่าๆ รีบกลับเข้าห้องเรียนเถอะ เดี๋ยวครูจะว่า "

 

 

 

" ฉันจะช่วยเธอก่อน เธอยกไม่ไหวหรอกเยอะแบบนี้

 

 

 

" ไม่เป็นไรหรอก รบกวนเปล่าๆ "

 

 

 

" ฉันบอกว่าจะช่วยคือจะช่วยอย่าเถียงได้มั้ยเพราะยิ่งเถียงมันยิ่งเสียเวลาหยิบของแล้วเดินนำฉันไปได้แล้ว "

 

 

 

 

ยุยแย่งกองหนังสือกับเอกสารส่วนใหญ่มาถือไว้โดยเหลือส่วนน้อยให้อีกคนถือเพราะยังไงซะคนที่เคยอยู่ชมรมยูโดคงจะมีแรงมากกว่าคนที่แขนผอมๆและตัวผอมๆแบบนั้นแน่นอน พลางส่งสายตาให้อีกฝ่ายเป็นนัยๆว่าให้รีบเดินนำไปได้แล้ว และแน่นอนว่ายุยคงคิดว่าอีกคนต้องแอบยิ้มแน่ๆ

 

 

 

ใช่ แล้วหล่อนก็ยิ้มจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

*************************************

 

 

 

 

 

 

 

 

ม.ปลายปี 2 ห้อง A

 

.

 

.

 

.

 

 

 

ยุยเงยหน้ามองป้ายหน้าห้องสลับกับหน้าของอีกฝ่าย ห้องเอ ห้องของพวกเด็กเก่งและคงแก่เรียน ต่างจากเด็กห้องซีอย่างเค้าที่เป็นพวกธรรมดาการเรียนไม่ได้หรูหราแต่เรื่องใช้กำลังขอให้บอก

 

 

 

 

พอเปิดประตูห้องเข้าไป ห้องที่เคยเสียงดังกลับเงียบสนิทและทุกสายตาก็มองมาที่ยุยกับอีกคนที่นำเค้าเข้ามา ยุยเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเด็กห้องเอต้องจ้องเค้ามากขนาดนั้นทำหยั่งกับว่าไม่มีคนต่างห้องมาเข้าห้องนี้ซักร้อยปียังไงยังงั้น เลยกวาดสายตาใต้กรอบแว่นไปรอบๆพลางขมวดคิ้ว จนกระทั่งได้ยินเสียงดังขึ้น

 

 

 

 

" ครูไม่เข้าหรอ "

 

 

 

" อืม เห็นว่ามีประชุมด่วนกันคาบนี้เลยว่าง "

 

 

 

 

ยุยเลยหันมามองอีกฝ่ายที่กำลังคุยกับเพื่อนที่นั่งหน้าห้อง เหมือนอีกคนจะรู้ว่ายุยจะบอกว่าอะไรเลยตอบกลับมาว่าให้ยุยเอาของไปว่างหลังห้อง ยุยพยักหน้าเบาๆแล้วรีบเดินเอาไปไว้หลังห้องเพราะเค้ารู้สึกอยากกลับไปนอนที่ห้องใจจะขาดเมื่อรู้ว่าคาบนี้ว่าง เมื่อว่างของเสร็จแล้วยุยกำลังจะออกจากห้องแต่มีเสียงเรียกไว้ก่อน

 

 

 

 

" เดี๋ยวคะ !   ...เธออยู่ห้องไหนหรอ "

 

 

 

" ห้องซี ทำไมอ่อ "

 

 

 

 

ยุยขมวดคิ้ว ถ้าอีกฝ่ายชอบยิ้มเค้าก็คงเป็นพวกชอบขมวดคิ้วเป็นนิสัยละนะ  อีกฝ่ายยิ้มบางทียุยก็คิดว่าอาจจะเป็นเพราะยิ้มนั้นหรือเปล่าที่ทำให้เค้ายอมช่วยหล่อนยกของมาทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่เคยคิดจะช่วยใครแท้ๆ

 

 

 

 

" ขอบคุณที่ช่วยยกของมานะ "

 

 

 

" อืม ไม่เป็นไร ถ้าเธอยกมาคนเดียวฉันว่าป่านนี้ก็ยังไม่ถึง "

 

 

 

 

พูดจบยุยก็มองอีกฝ่ายงงๆ ที่อยู่ดีๆ ก็เดินเข้ามาใกล้กันซะจนยุยต้องถอยหลังไปเสียเอง แล้วก็รู้สึกได้ถึงมืออีกฝ่ายที่จับอยู่ตรงด้านข้างลำตัวโดยมีเสื้อคลุมของนักเรียนบังอยู่ก่อนที่จะ

 

 

 

 

 

" โอ้ยยย ! "

 

 

 

 

เสียงร้องดังลั่นจนยุยเอามือปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน คนในห้องเอมองมาทางทั้งคู่อย่างงงๆ ก่อนจะรีบหันกลับไปเพราะเจอสายตาพิฆาตจากทั้งยุยและอีกคน

 

 

 

 

" ทำอะไรเนี่ย หยิกมาได้มันเจ็บนะ! "

 

 

 

" สำหรับที่ปากเสียเมื่อกี้ไงคะ "

 

 

 

 

ยุยขมวดคิ้วมองหน้าอีกฝ่ายอย่างหงุดหงิดแต่แล้วหน้าผากยุยก็โดนนิ้วมืออีกฝ่ายจิ้มให้คิ้วที่แทบจะผูกกันเป็นปมคลายออก

 

 

 

 

" อย่าทำแบบนั้นบ่อยสิ มันไม่ดีนะ "

 

 

" เธอก็อย่ายิ้มบ่อยมั้งสิ "  มันก็เริ่มไม่ดีต่อฉันเหมือนกัน

 

 

 

 

อีกฝ่ายยิ้ม ยุยก็เลยขมวดคิ้วกลับบ้าง จนอีกคนหัวเราะและนั้นมันทำให้ยุย เผลอยิ้มตาม

 

 

 

 

" ชื่ออะไร เธอหนะ "

 

 

 

" ไม่รู้จักฉันงั้นหรอ "

 

 

 

" ถามตลก ถ้ารู้จักจะถามทำไมเล่า "

 

 

 

" ก่อนถามชื่อคนอื่นก็บอกชื่อตัวเองมาก่อนสิแล้วก็เลิกทำหน้าเครียดซักทีสิ "

 

 

 

" งั้นก็เลิกเอามือมาจิ้มหน้าผากฉันได้แล้ว! "

 

 

 

 

ยุยพูดพลางเอามือของตัวเองปัดมือของอีกฝ่ายที่จิ้มหน้าผากเค้าอยู่ออกออกก่อนทำหน้ายุ่งแล้วถอนหายใจออกมา

 

 

 

 

" โยโกยาม่า ยุย ทีนี้ตาเธอแล้ว "

 

.

 

.

 

.

 

‘ วาตานาเบะ มิยูกิ ยินดีที่ได้รู้จักนะยุยจัง

 

 

 

 

นั้นแหละชื่อของเธอ ผู้หญิงที่ชอบยิ้มคนนั้น

 

 

ในตอนนั้นฉันไม่รู้หรอกว่าเธอเป็นคนดังในโรงเรียน แต่...มาคิดดูอีกทีเป็นแบบนั้นก็ดีแล้วละ

 

 

 

 

Talk. ตอน 1 มาแล้วแบบงงๆ ตอนหน้าๆก็จะพยายามแต่งให้ยาวประมาณนี้เป็นการฝึกไปในตัว จบแน่นอนแต่แค่จะจบเมื่อไหร่แค่นั้น ฮาาา ยังไงก็ฝากเรื่องนี้ไว้ด้วยเน้อ

คู่แปลก

Share this post


Link to post
Share on other sites

อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ยุยมิ้ลกี้มันน่ารักเว่อร์!!!!!!!

นานๆจะได้อ่านแบบไทย ไม่ต้องดิ้นรนหาอ่านเวอร์ชั่นอังกฤษ (ซึ่งใช้เวลาสี่ชั่วโมงเศษๆในการแปลแต่ละตอน- -')

ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง(ก้มลงกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์)

 

ปล.แต่ขออย่างนึง ตอนจบขอสมหวังนะคุณคนเขียน

เห็นมีเฮียเน่ด้วยเลยชักหวั่นๆ-__-'

 

ปล2.คุณคนเขียนคิดมากกับคำว่าคู่แปลกของเค้าป่ะเนี่ย55555

ถ้าคิดมากก็อย่าคิดมากเลยนะ เดี๋ยวหน้าแก่ (ไม่ใช่ละ)

ประเด็นคือสำหรับเราซึ่งเป็นแม่ยกคู่ที่ไม่ค่อยมีคนนิยม เจอคนอื่นเขาว่าจนชินชาแล้วง่ะ(ปาดน้ำตาแป๊บ)

Share this post


Link to post
Share on other sites
คู่นี้แปลกดี ไม่เคยเจอ
เรื่องน่ารักมากเลยค่ะ
เป็นกำลังใจให้ ( ง• ̀ω•́ )ง

Share this post


Link to post
Share on other sites

คู่แปลกสุดๆ แต่น่ารักสุดๆ โอ๊ย เขิล ยัยมิลค์ยิ้มไรนักหนา 
ยุยคือน่ารักมากอ่ะ 


เป็นกำลังใจให้ค่า 

 

Share this post


Link to post
Share on other sites

ยุยมิลกี้ล่ะ~~~~!! คู่ที่หายากที่สุดในรอบ 10 ปี(เวอร์)

ยุยกับมิลกี้เล่นกันมุ้งมิ้งมากกกกกกกกกกกกกกกก#ฟินค่ะ

ตอนที่เห็นแต่ชื่อเรื่องนึกว่าจะมาแบบคู่ซายะมิลกี้แล้วยุยเป็น กขค.

แต่ว่า...ก็ต้องอ่านต่อไปว่ายุยจะสมหวังกะมิลกี้หรือว่ายุยจะเป็น กขค. จริงๆ

รออ่านตอนต่ออยู่ครัช สู้ๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites

อะ เฮื้อออออ ตาย นอนฟินตายอย่างสงบ

คู่นี้มันมุ้งมิ้ง บุ้งบิ้ง กุ๊งกิ๊ง งุ้งงิ้งมากอ่ะ อร๊ายยยยย เขิลแปป

รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ =w=

Share this post


Link to post
Share on other sites

โอ๊ะ ยุยมิลกี้ เคมีเข้ากันสุดๆ >.< อ่านแล้วฟินนนน
จะมีซายาเน่มาแจมด้วยหรือเปล่าน๊า 

Share this post


Link to post
Share on other sites

อร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ยุยมิ้ลกี้มันน่ารักเว่อร์!!!!!!!

นานๆจะได้อ่านแบบไทย ไม่ต้องดิ้นรนหาอ่านเวอร์ชั่นอังกฤษ (ซึ่งใช้เวลาสี่ชั่วโมงเศษๆในการแปลแต่ละตอน- -')

ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง(ก้มลงกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์)

 

ปล.แต่ขออย่างนึง ตอนจบขอสมหวังนะคุณคนเขียน

เห็นมีเฮียเน่ด้วยเลยชักหวั่นๆ-__-'

 

ปล2.คุณคนเขียนคิดมากกับคำว่าคู่แปลกของเค้าป่ะเนี่ย55555

ถ้าคิดมากก็อย่าคิดมากเลยนะ เดี๋ยวหน้าแก่ (ไม่ใช่ละ)

ประเด็นคือสำหรับเราซึ่งเป็นแม่ยกคู่ที่ไม่ค่อยมีคนนิยม เจอคนอื่นเขาว่าจนชินชาแล้วง่ะ(ปาดน้ำตาแป๊บ)

 

โอ้ววว ขอบพระคุณเหมือนกันที่สนใจอ่านเรื่องนี้ ไม่ได้คิดมากกับคำว่าคู่แปลกเพราะมันแปลกจริงๆ ฮาาา

คู่นี้ไม่เคยเจอแม้กระทั้งฟิคไม่ว่าจะเป็นภาษาอะไรก็ตามแต่แค่รู้ก็ดูจะฟินได้ *-*

ส่วนเนื้อเรื่องต้องติดตามดูต่อไปว่าปรี้ยุยจะสมหวังมั้ย

 

 

คู่นี้แปลกดี ไม่เคยเจอ
เรื่องน่ารักมากเลยค่ะ
เป็นกำลังใจให้ ( ง• ̀ω•́ )ง

 

ขอบคุณมากเลยจ้า =w=

คนเขียนไม่ค่อยถนัดแนวดราม่า(รึเปล่า) ฮาาา

 

 

คู่แปลกสุดๆ แต่น่ารักสุดๆ โอ๊ย เขิล ยัยมิลค์ยิ้มไรนักหนา 
ยุยคือน่ารักมากอ่ะ 


เป็นกำลังใจให้ค่า 

 

 

ยัยมิลค์กี้ต้องยิ้มแบบนี้แหละ ส่วนปรี้ยุยผู้รักความสงบก็ต้องมีมุมน่ารักบ้างเนอะ

เข้ากันดี!! ชงๆ ขอบคุณสำหรับกำลังใจจ้า

 

 

ยุยมิลกี้ล่ะ~~~~!! คู่ที่หายากที่สุดในรอบ 10 ปี(เวอร์)

ยุยกับมิลกี้เล่นกันมุ้งมิ้งมากกกกกกกกกกกกกกกก#ฟินค่ะ

ตอนที่เห็นแต่ชื่อเรื่องนึกว่าจะมาแบบคู่ซายะมิลกี้แล้วยุยเป็น กขค.

แต่ว่า...ก็ต้องอ่านต่อไปว่ายุยจะสมหวังกะมิลกี้หรือว่ายุยจะเป็น กขค. จริงๆ

รออ่านตอนต่ออยู่ครัช สู้ๆ

 

คู่ที่หายากที่สุดในรอบ 10 ปี(เวอร์) ไม่เวอร์นะ ฮาา

ถ้ามันจะหายากมันก็ต้องมุ้งมิ้ง ครุคริหยั่งงี้แหละ!

ต้องดูกันต่อไปว่าพี่ยุยจะแพ้เพื่อนเน่สุดเท่รึเปล่า เอ๊ะ หรือเพื่อนเน่สุดเท่จะมีบทมากกว่านี้มั้ยตะหากละ

ติดตามมม

 

 

อะ เฮื้อออออ ตาย นอนฟินตายอย่างสงบ

คู่นี้มันมุ้งมิ้ง บุ้งบิ้ง กุ๊งกิ๊ง งุ้งงิ้งมากอ่ะ อร๊ายยยยย เขิลแปป

รอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ =w=

 

อย่าพึ่งนอนฟินตายสิครัชช พึ่งตอนแรกฮาา

งุ้งงิ้ง มุ้งมิ้งเพราะจิ้มคิ้วสินะครัชช

 

 

โอ๊ะ ยุยมิลกี้ เคมีเข้ากันสุดๆ >.< อ่านแล้วฟินนนน
จะมีซายาเน่มาแจมด้วยหรือเปล่าน๊า 

 

ถ้าเคมีเข้ากันเราต้องชงๆๆ ต่อไป =w=

นั้นสิเพื่อนเน่จะได้ออกมาอีกมั้ยน้า ฮาา

 

 

ขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจ คู่แปลก มากๆเลย กำหนดการอัพเรื่องนี้จะตกอยู่ที่ประมาณอาทิตย์ละตอน ถ้าเกิดการดองจะแจ้งให้ทราบ เอ้ย!!

ช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นโอตะทุกท่านรักษาสุขภาพกันด้วยเน้อครัชช อนึ่งนี้คือการทดลองตอบเม้นครั้งแรก จะเริ่มหัดตอบบ้าง เนื่องด้วยความโง่ในเทคโนโลยีของตัวเรายังใช้งานบอร์ดไม่แตกฉานจึงต้องฝึก ฮาาา

กราบขอบพระคุณ.

Share this post


Link to post
Share on other sites

2.

 

 

 

บังเอิญแน่ๆ  

 

 

 

ดวงตาภายใต้กรอบแว่นของยุยจ้องมองไปยังคนคุ้นหน้าที่ยืนกดมือถืออยู่ในมุมหนึ่งของรถไฟ ยุยจำได้ว่าเป็นเพื่อนใหม่ที่แนะนำตัวเองว่าชื่อ มิยูกิ

 

 

 

เพื่อนใหม่ที่แสนจะยิ้มง่ายคนนั้น

 

 

 

มองได้สักพักก็ละสายตาจากคนตรงหน้าหันมามองวิวข้างทางในขณะที่รถไฟกำลังแล่นผ่านเส้นทางเดิม แม้จะเห็นอยู่ทุกวันแต่ก็ยังคงให้ความรู้สึกผ่อนคลายเสมอโดยเฉพาะในตอนเย็นที่รถไฟเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่กำลังกลับบ้าน ยุยยิ้มน้อยๆให้กับวิวตรงหน้าก่อนที่จะหันกลับมามองที่ตำแหน่งเดิมที่มีอีกคนยืนอยู่แต่ก็พบกับความว่างเปล่า ยุยถอนหายใจและยิ้มให้ตัวเองอีกครั้งพลางคิดไปว่าบางทีเพื่อนใหม่คนนี้ก็เข้ามาอยู่ในความคิดของเค้ามากเกินไป

 

 

 

บางทีอาจจะลงไปแล้วละมั้ง ’ 

 

 

 

คิดได้แบบนั้นก็ก้มหน้ากดมือถือของตน ก่อนที่จะรู้สึกถึงแรงสะกิดจากด้านหลังจึงละสายตาจากหน้าจอแล้วหันหลังกลับไปดูก็พบกับคนที่คิดว่าน่าจะลงจากรถไฟไปแล้ว

 

 

 

 ไงเจอกันอีกแล้วนะ ยุยจัง

 

.

 

.

 

.

 

.

 

 

เท่าที่จำได้ตั้งแต่เรียนที่โรงเรียนนี้ ไป – กลับด้วยรถไฟทุกวัน ลงป้ายเดิมทุกวัน ถึงจะไม่ค่อยใส่ใจกับสิ่งรอบตัวแต่เค้าก็พอจะรู้ว่ามีรุ่นพี่ รุ่นน้องหรือเพื่อนคนไหนอยู่แถวบ้านหรือลงป้ายเดียวกับเค้าบ้าง แต่เท่าที่ยุยจำได้ ไม่มีมิยูกิอยู่ในนั้น ยุยคิดพลางขมวดคิ้วทำหน้าสงสัยระหว่างทางที่เดินกลับบ้านโดยมีอีกคนเดินมาด้วยกัน

 

 

 

ยุยจังอยู่แถวนี้งั้นหรอ    มิยูกิเอ่ยถามขึ้นระหว่างทาง ยุยส่งเสียงตอบรับในลำคอเบาๆ เหลือบตามองอีกฝ่ายก่อนที่จะหยุดเดินทำให้อีกคนต้องหยุดตาม

 

 

 

เรียกฉันว่า ยุย เหมือนคนอื่นเถอะเรียก ยุยจัง มันแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้    ยุยพูดขึ้นพลางสบตาของอีกฝ่าย อีกคนเพียงแค่ยิ้มและหัวเราะอย่างที่เจ้าตัวชอบทำก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ยุยรู้สึกแปลกใจ

 

 

 

ก็...ฉันไม่อยากเรียกเหมือนคนอื่นนี้

 

 

 

พูดจบมิยูกิก็เดินออกไป ทิ้งยุยที่กำลังประมวลผลกับคำพูดของอีกคนไว้แบบนั้น หมายความว่ายังไง?  แต่กว่ายุยจะตั้งสติแล้วเดินตามอีกฝ่ายไปนั้น หล่อนก็หายไปจากตรงนั้นแล้ว

 

.

 

.

 

.

 

.

 

ยุยเดินกลับมาถึงบ้านของตน ควานหากุญแจบ้านในกระเป๋าตาก็เหลือบไปเห็นบ้านข้างๆ ที่กำลังขนของย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ เมื่อหากุญแจเจอยุยก็ละสายตาจากบ้านข้างๆ หันมาเปิดประตูและเดินเข้าบ้านของตนไป

 

 

 

กลับมาแล้วค่า ~ “

 

 

ยุยจังมาแล้วหรอ ดีเลยแม่ว่าจะออกไปช่วยข้างบ้านขนของไปด้วยกันเลยมาๆ

 

 

อะไรนะแม่ พึ่งกลับมาเองนะ

 

 

อย่าบ่นไปเหมือนคนแก่หน่อยเลยเจ้ายุย พ่อเองก็ต้องออกไปช่วยด้วยเหมือนกันนั้นแหละ

 

 

 

ยุยถอนหายใจ ก่อนจะขอตัวขึ้นไปเก็บของและเปลี่ยนชุดบนห้องหลังจากโดนพ่อและแม่ขอร้องแกมบังคับให้ไปช่วยขนของให้บ้านข้างๆ ที่ย้ายมาอยู่วันนี้ ยุยหันไปมองเจ้า บิสุ เจ้าแมวสัตว์เลี้ยงแสนรักของยุยที่กำลังเดินนวยนายมาทางตนก่อนจะนั่งลงและจ้องนายของมันตาแป๋ว

 

 

 

เกิดเป็นแกถ้าจะดีเนอะวันๆ ไม่ต้องทำอะไร นั่งๆ นอนๆ

 

 

 

ยุยบ่นกับบิสุ เหมือนมันจะเข้าใจสิ่งที่ยุยพูดจึงลุกขึ้นเดินไปที่ที่นอนของมันก่อนจะหาวแล้วล้มตัวลงนอน เปิดตามองเจ้านายมันอีกครั้งก่อนจะหลับตาลงแล้วนอนอยู่แบบนั้น ทิ้งให้ยุยจ้องมองมันด้วยสายตาที่หมั่นไส้ปนอิจฉา

 

 

 

ชิ ไอ้แมวขี้เกียจ

 

.

 

.

 

.

 

.

 

ยุยวางกล่องอันสุดท้ายลงบนพื้นพลางหันหน้าไปหาเจ้าของบ้านที่กำลังพูดขอบคุณกับพ่อและแม่ของเค้าอยู่ เท่าที่จำได้ดูเหมือนว่าเจ้าของบ้านคนใหม่นี้จะแนะตัวเองว่า โคจิม่า ฮารุนะ ยุยจับใจความได้ว่าหล่อนย้ายมาอยู่ที่นี้กับน้องสาวอีกคนหนึ่งที่กำลังเรียนอยู่ม.ปลาย สรุปบ้านนี้มีแค่ผู้หญิงสองคนสินะยุยคิดระหว่างที่กำลังนั่งฟังพ่อแม่และฮารุนะซังคุยกัน

 

 

 

หลังจากคุยกันมายาวนานพ่อกับแม่เลยตัดสินใจชวนฮารุนะซังและน้องสาวของหล่อนไปกินข้าวเย็นที่บ้านโดยให้เหตุผลว่า พึ่งย้ายมาวันแรกบ้านยังไม่ได้จัด กินข้าวไม่สะดวกหรอกไปกินบ้านน้าดีกว่า ฮารุนะซังที่ตอนแรกปฏิเสธพอได้ยินก็หันไปดูสภาพรอบๆ บ้านก่อนจะหันมาสบตากับยุย ยุยจึงยิ้มรับนิดๆ ก่อนส่งสายตาประมาณว่า ยอมแพ้เถอะ นั้นแหละถึงได้ข้อตกลงในที่สุด

 

 

 

หลังจากนัดเวลากับฮารุนะซังเสร็จเลยขอตัวกลับมาเตรียมข้าวเย็นที่บ้าน เมื่อมาถึงพ่อกับแม่ก็เข้าครัวเริ่มทำอาหารในขณะที่ยุยนั่งดูทีวีที่โซฟา จู่ๆ เจ้าบิสุก็กระโดขึ้นมาบนตักของยุยและล้มตัวนอนลง ยุยมองมันขำๆ ก่อนจะเอามือลูบหัวมัน พลางหันไปดูทีวีอีกครั้งก่อนที่จะรู้สึกถึงความเหนื่อล้าที่เข้าจู่โจมเลยผล็อยหลับไปพร้อมๆ กับเจ้าบิสุ

 

 

 

เสียงกดกริ่งหน้าบ้านทำให้ยุยสะดุ้งตัวตื่นขึ้นพร้อมกับเจ้าบิสุที่นอนอยู่บนตัก ยุยอุ้มมันวางไว้ข้างๆ ก่อนที่จะได้ยินเสียงแม่บอกว่าให้ไปเปิดประตูบ้าน ยุยมองดูนาฬิกาที่บอกเวลาว่าประมาณ 6 โมงก่อนที่เจ้าตัวจะสะบัดหน้าไล่ความง่วงแล้วลุกขึ้นเดินไปที่ประตูหน้าบ้าน

 

 

 

เมื่อเดินไปหน้าบ้านก็พบกับฮารุนะซังที่ยืนรออยู่ ยุยเปิดประตูบ้านให้ฮารุนะก่อนจะบอกให้หล่อนเข้าไปในบ้าน ก่อนมองไปรอบๆ แล้วขมวดคิ้วทำหน้าสงสัย ไหนน้องสาวอีกคนละ และเหมือนอีกฝ่ายจะเข้าใจเลยชิ่งพูดออกมาว่าน้องสาวของตนนั้นกำลังเปลี่ยนชุดอยู่ที่บ้านกำลังจะมา ยุยพยักหน้ารับรู้ก่อนจะบอกให้อีกฝ่ายเข้าบ้านไปและอาสารอน้องสาวของฮารุนะซังแทน

 

 

 

ยุยขมวดคิ้วระหว่างที่นั่งรอคนข้างบ้าน พลางกระชับเสื้อคลุมของตนเมื่อโดนลมหนาวจู่โจม ก้มหน้าลงมองบิสุและบ่นกับมันเบาๆ

 

 

 

 ช้าชะมัดเลยเนอะ บิสุ

 

 

 

 เมี๊ยว ~ “

 

 

 

ยุยยิ้มพลางเอาเท้าเขี่ยเจ้าแมวอ้วนเบาๆ และในตอนนั้นเองที่เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ยุยละสายตาจากบิสุก่อนจะหันไปมองแขกผู้มาใหม่ที่คาดว่าน่าจะเป็นน้องสาวของฮารุนะซัง และวินาทีที่ยุยได้สบตากับคนตรงหน้า ยุยขมวดคิ้วขึ้น

 

 

 

บ้าน่า บังเอิญไปแล้วมั้ง

 

.

 

.

 

.

 

วาตานาเบะ มิยูกิมาทำอะไรที่นี้

 

 

 

 

 

****************************************

 

 

 

 

 

เสียงพูดคุยบ่นโต๊ะอาหารดังขึ้นไม่หยุดตั้งแต่มิยูกิเดินเข้ามาแนะนำตัวเองในบ้าน พ่อกับแม่ดูจะถูกใจสองพี่น้องข้างบ้านที่ย้ายมาเอามากๆ หลังจากซักถามชีวประวัติและความสงสัยเรื่องนามสกุลของพี่น้องคู่นี้ว่าทำไมถึงแตกต่างกัน จนสุดท้ายก็ได้คำตอบมาว่าฮารุนะซังใช้นามสกุลพ่อส่วนมิยูกิใช้นามสกุลแม่ ยุยนั่งก้มหน้าก้มตากินข้าวในจานให้หมดโดยที่หูเองก็ยังฟังบทสนทนาบนโต๊ะอาหาร

 

 

 

“ ยุยจัง วันหลังก็ไปโรงเรียนกับมิยูกิจังสิลูก

 

 

 

ยุยเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงแม่ของตัว พลางหันไปสบตากับเจ้าของชื่อ มิยูกิขยับยิ้มขึ้นบางๆ ก่อนที่จะหันมาสบตากับยุยและนั้นทำให้ยุยต้องเบือนหน้าหนีอีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

...บางทีคงต้องยอมรับว่ารอยยิ้มนั้นมีอิทธิพลกับเค้าจริงๆ

 

 

 

“ ขอฉันเรียกว่า ยุยจัง มั้งได้มั้ยคะ? “

 

 

 

เสียงของมิยูกิดังขึ้น ยุยหันไปมองหน้าอีกฝ่ายก่อนละสายตาหันไปมองรอบๆ โต๊ะดูเหมือนว่าทุกคนกำลังตั้งใจฟังสิ่งที่ยุยจะพูดออกมาซะเต็มประดา ยุยหันไปมองหน้าของมิยูกิอีกครั้งก่อนจะเห็นเจ้าตัวยิ้มแบบที่ชอบทำประจำ ความจริงแล้วยุยอยากจะตอบว่า ไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่าคำพูดในตอนเย็นของอีกฝ่ายที่ลืมไปแล้ว อยู่ดีๆ ก็กลับมาชัดเจนในความทรงจำอีกครั้ง

.

 

.

 

.

 

ก็...ฉันไม่อยากเรียกเหมือนคนอื่นนี้

.

 

.

 

.

 

สุดท้ายก็ต้องทำใจยอมรับว่าตัวเองสู้รอยยิ้มนั้นไม่ได้ คล้ายๆ มีเวทมนต์ บางทีถ้าหล่อนยิ้มแล้วสั่งให้คนอื่นไปทำอะไรทุกคนก็คงทำและยุยคิดว่าตัวเองก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนตอนนี้

 

 

 

อืม จะเรียกอะไรก็เรียกไปเถอะ   ยุยตอบแล้วรีบลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารไป

 

 

 

ยุยนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านกับบิสุที่นอนให้ยุยเกาพุงของมันอยู่ ก่อนจะรู้สึกว่ามีใครบางคนมายืนอยู่ข้างๆ เมื่อหันไปก็พบกับมิยูกิที่กำลังนั่งลงข้างตน

 

 

 

น่ารักจังเลย มันชื่ออะไรหรอ

 

 

 

มิยูกิพูดขณะที่อุ้มตัวเจ้าแมวอ้วนบิสุไปนั่งที่ตักของตนแทนและดูเหมือนมันจะชอบมากเสียด้วย แค่แวบหนึ่งเท่านั้นแหละที่ยุยอยากเป็นบิสุตะหงิดๆ แค่แวบเดียวจริงๆ ชิ ไอ้แมวทรยศ

 

 

 

มันชื่อ บิสุ  ยุยตอบ

.

 

.

 

เธอจะมาเล่นกับมันที่บ้านก็ได้นะ

 

 

 

ยุยพูดในขณะที่สายตามองไปที่เจ้าแมวบนตักของอีกคน มิยูกิมองหน้าอีกฝ่ายอย่างแปลกใจก่อนจะยิ้มน้อยๆ แล้วหันหน้าไปมองบิสุพลางลูบหัวมันไปเรื่อยๆ เสียงครางของเจ้าแมวดังขึ้นเหมือนจะบอกว่า มันพอใจมาเลยนะ ทำให้คนสองคนมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ

 

 

 

ไอ้แมวขี้เกียจ “  ยุยว่าพลางเอานิ้วจิ้มท้องมันก่อนจะโดนอีกคนตีมือแล้วส่งสายตาดุๆ ให้ ยุยนั่งลูบมือตัวเองที่โดนอีกคนตีแล้วบ่นพึมพำเบาๆ จนอีกคนเห็นแล้วก็อดหัวเราะปนสงสารไม่ได้พลางยื่นมือมาลูบหน้ายุยเบาๆ ทำให้ยุยหันหน้ามามองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ

 

 

 

ยุยจังเองก็อยากโดนฉันลูบหัวเหมือนบิสุใช่มั้ยละ

 

 

 

ใช่ที่ไหนเล่ายัยบ้า! “  ยุยว่าพลางปัดมือของอีกฝ่ายออกจากแก้มของตน ยุยขมวดคิ้วขึ้นแล้วนึกในใจ วันนี้สองครั้งแล้วนะที่อีกคนเอามือมาแตะหน้าของตน

 

 

 

เมี๊ยว ~

 

 

 

“ เห็นมั้ย บิสุมันยังเห็นด้วยเลย “  มิยูกิพูดอย่างขำๆ พลางเอามือลูบหัวบิสุต่อไป ปล่อยให้ยุยนึกสาปแช่งเจ้าแมวอยู่ในใจ

 

 

 

“ มิยูกิ กลับบ้านกันเถอะ “  เสียงของฮารุนะดังขึ้น ทำให้ยุยและมิยูกิที่นั่งอยู่ต้องลุกขึ้นยืน ยุยรับเจ้าบิสุมาจากอีกฝ่ายก่อนหันไปโค้งให้ฮารุนะ

 

 

 

“ แล้วพรุ่งนี้เช้าเจอกันนะ...ยุยจัง

 

 

 

ยุยมองตามอีกฝ่ายไปก่อนจะเอามือของตนมาแตะที่แก้มที่ตำแหน่งเดียวกันกับที่มือของมิยูกิเคยแตะ ถึงแม้มิยูกิจะไม่ได้อยู่ตรงหน้าแล้วแต่ยุยรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่หลงเหลืออยู่และดูเหมือนว่า

 

 

.

 

.

 

.

 

 

บางอย่างที่อีกฝ่ายทิ้งไว้จะเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของยุย

 

 

 

 

Talk. ตอนสองมาแบบง่วงๆ ดูเหมือนก็มีคนแอบซุ่มชอบคู่นี้แฮะ พึ่งสังเกตอย่างจริงจังว่ายุยสูงกว่าและตัวใหญ่กว่า 2 คู่หูนัมบะเยอะเลย ยังไงก็ตามเจอกันตอนหน้าเน้อครัชช        

Share this post


Link to post
Share on other sites

บังเอิญ โลกกลม พรหมลิขิต ป่ะคะเนี่ย ฮิ้ววววว

ว่าแต่เรื่องนี้มันจะมีพลิคล็อคในตอนท้ายป่ะเนี่ย

เราเล็งเห็นมือที่สามสองคนแล้ว...ตอนแรกก็เฮียเน่ ตอนสองก็น้องบิสุ(แมวจ่ะแมว ไม่ใช่คน- -')

55555 แต่มันเป็นไปได้นา บางทีคุณคนเขียนอาจจะจิ้นยุยบิสุเงียบๆในใจเหมือนเราก็เป็นได้ :3

 

ปล.ยุยไม่ได้สูงหรอก สองคู่หูนับะเตี้ยต่างหาก 555555

Share this post


Link to post
Share on other sites

ปรี้ยุย....... "ใช้แมวล่อสาวเรอะ!!" อยู่ๆความคิดนี้ก็พุดขึ้นมา....

อะไรน่ะจะเล่นกันน่ารักเกินไปแล้วนะคู่นี้!! แล้วทำไม...ตูที่เป็นอ่านถึงอยู่ดีๆก็ "อิจฉาแมว เหมือนปรี้ยุยล่ะวะ!!"

ทำไมบิสุถึงน่าอิจฉาขนาดนี้กันนะ... มีทั้งปรี้ยุยและยัยนม...#แผ่รังสีอิจฉาใส่แมว

Share this post


Link to post
Share on other sites

[attachment=5700:yuimiyuki02-1.jpg]

 

 

 

3.

 

 

 

 

 

ไอ้ยุยมาสายนะวันนี้

 

 

 

เออ นิดนึงน่า

 

 

 

ยุยวางกระเป๋าลงบนโต๊ะก่อนจะฟุบหน้าลงนอนหลังตอบคำถามของเพื่อนสนิทเสร็จ สาเหตุที่มาสายไม่ใช่เพราะอะไรหรอกก็เพราะมัวแต่รอคนข้างบ้านอยู่นั้นแหละ อะไรๆ มันก็เลยดูรวนๆ ไปซะหมด เลยทำให้มาช้ากว่าปกตินะสิ

 

 

 

ไอ้ยุยมันจะนอนทั้งวันเลยไงวะ   เสียงของ โจนิชิ เคย์ เพื่อนอีกคนในกลุ่มยุยดังขึ้น

 

 

แล้วมันไปนอนบนหัวแกไงวะ บ่นไปมันก็ไม่สนหรอก ซายาเน่ตอบกลับมา อีกฝ่ายเลยเงียบไปก่อนจะเปลี่ยนไปคุยในหัวข้ออื่นที่ไม่มีชื่อ โยโกยาม่า ยุย อยู่ในนั้น

 

 

 

เสียงคุยในห้องดังจอแจก่อนจะเงียบไปเพราะผู้ที่เปิดประตูเสียงดัง เรียกความสนใจจากคนในห้อง โอกาซาวาระ มายุ หรือ ม่าจุง แหล่งข่าวประจำห้องเดินเข้ามาคล้ายกับมีเรื่องใหญ่ระดับชาติมาบอก

 

 

 

มีคนเห็นไอ้ยุยมันเดินมากับดาวโรงเรียนเมื่อเช้านี้!!  “

 

 

 

สิ้นเสียงของม่าจุงทั้งห้องก็พร้อมใจกันหันหน้ามามองยุยที่กำลังฟุบหน้านอนอยู่บนโต๊ะ ก่อนที่จะรู้สึกตัวเหมือนกับว่ามีคนมองจนต้องเงยหน้าขึ้นมามองก็พบกับสายตาเป็นสิบๆ คู่ที่กำลังจ้องมองตนอยู่ ยุยขมวดคิ้วน้อยๆ มองภาพตรงหน้า

 

 

 

นี้แก รู้จักกับดาวโรงเรียนด้วยอ่อวะ ”  ซายาเน่พูดขึ้น พร้อมกับเพื่อนทั้งห้องที่รอฟังคำตอบจากยุย

 

 

ใครวะ ดาวโรงเรียน

 

 

ก็...  

 

 

 

ก่อนที่ที่ซายาเน่จะพูดจบเสียงกริ่งบอกเวลาเรียนก็ดังขึ้นพร้อมกับอาจาร์ยที่เดินเข้ามาในห้องทำให้ฝูงชนที่กำลังรอฟังข่าวเมื่อกี้ต้องสลายตัวไปอย่างช่วยไม่ได้ และเหมือนเรดาร์ตรวจจับภายในตัวยุยบอกเค้าว่า วันนี้มันต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ

 

 

 

 

 

*************************************

 

 

 

 

.

.

.

 

 

โรงอาหารของโรงเรียนเป็นสถานที่ที่ยุยไม่ค่อยจะชื่นชอบมันซะเท่าไหร่ทั้งเสียงที่ดังจนหนวกหูและบรรดาสายตาหลายสิบคู่บนโต๊ะอาหารที่กำลังนั่งมองหน้ายุยอยู่ตอนนี้ ไม่เข้าใจจริงๆ เลยว่ากะอีแค่ดาวโรงเรียนคนเดียวทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้แล้วที่สำคัญ ใครมันคือดาวโรงเรียนฟระ!!

 

 

 

ยุยตกลงแกรู้จักกับมิยูกิได้ไงวะ   เสียงของซายาเน่ดังขึ้น ทำให้สมองน้อยๆ ของยุยต้องประมวลผลคำถามใหม่อีกรอบ มิยูกิ ชื่อคุ้นๆ นะเหมือนจะเคยได้ยิน.....เดี๋ยวนะมิยูกิเรอะ!

 

 

ไอ้เน่แกบอกว่าดาวโรงเรียนชื่อไรนะ

 

 

วาตานาเบะ มิยูกิ ไงเล่า   สิ้นเสียงของซายาเน่ ยุยก็ขมวดคิ้วขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

ทำไมฉันไม่เห็นจะรู้เรื่องเลยวะ

 

 

แกเคยใส่ใจไรบ้างมั้ย วันๆ เห็นแต่นอน   ม่าจุงพูดขัดขึ้น

 

 

ฉันจะสาธยายให้ฟังว่ามิยูกิซังเค้าเป็นคนยังไง ทั้งสวย น่ารัก ยิ้มง่ายแถมเรียนดีสุดๆ ไม่หยิ่งอีกด้วย    เคย์พูดขึ้นพลางทำหน้าเพ้อฝัน

 

 

" และที่สำคัญ... "   จูรินะ เพื่อนอีกคนในกลุ่มพูดขึ้นพลางมองหน้าคนในกลุ่มที่เหลือก่อนที่ทั้งหมดจะพูดขึ้นพร้อมกันว่า

 

 

 

ยังโสด!!   “

 

 

 

เสียงดังๆ ของโต๊ะยุยทำให้ทุกคนในโรงอาหารหันไปสนใจก่อนที่จะก้มหน้าก้มตาหัวเราะคิกคักกันต่อไปอย่างไม่รู้สึกผิดเลยซักนิดจนผู้คนเลิกมองไปในที่สุด ยุยทำหน้าเซ็งนิดๆ ที่ต้องมานั่งฟังไอ้พวกเพื่อนๆ นั่งพร่ำพรรณนาถึงมิยูกิที่แสนจะน่ารักแบบนั้นแบบนี้จนถึงขนาดมีสมาคมพิทักษ์ ปกป้องอะไรซักอย่างที่ยุยก็ไม่ได้ฟังชื่อเต็มๆ มันมาด้วย

 

 

 

พวกแกท่าจะอาการหนัก ทีไอ้เน่ไม่เห็นมันจะมีสมาคมอะไรมาปกป้องมันเลย    ยุยพูดขึ้น

 

 

โหยไอ้เน่อะนะ บึกบึนอย่างมันไม่ต้องให้ใครมาปกป้องหรอก    จูรินะพูดขึ้น ทำให้แทบต้องโยกตัวหลบฝ่ามือพิฆาตจากซายาเน่แทบไม่ทัน

 

 

ไอ้จูมันก็พูดเรื่องจริงนี่หว่า

 

 

ไอ้เคย์!! “

 

 

 

เสียงของซายาเน่ดังขึ้นก่อนจะตัวจะสะบัดหน้าหนีพลางบ่นออกมาทำให้เพื่อนในกลุ่มหัวเราะกับภาพที่เห็นรวมทั้งยุยด้วย พอรู้สึกถึงแรงสะกิดที่ไหล่ทำให้ยุยต้องหยุดและหันหน้ามามองตามแรงนั้นก่อนจะเจอเข้ากับบุคคลที่เป็นหัวข้อสนทนาเมื่อซักครู่นี้

 

 

 

มิยูกิ    เสียงเรียกเบาๆ ของยุยทำให้ทั้งโต๊ะหันมามองตำแหน่งเดียวกัน

 

 

หัวเราะอะไรท่าทางน่าสนุกจังนะ ยุยจัง

 

 

 

มิยูกิพูดขึ้นพลางกวาดสายตามองเพื่อนของยุยที่อยู่รอบๆ โต๊ะก่อนจะหันมามองหน้ายุยแล้วยิ้มแบบที่เจ้าตัวชอบทำ ส่งผลให้คนที่นั่งอยู่ตรงนั้นมือไม้อ่อนกันไปหมดเพราะยุยได้ยินเสียงใครซักคนในกลุ่มทำแก้วน้ำหล่นไปแล้ว ยุยมองหน้ามิยูกิก่อนที่จะดึงมือของอีกฝ่ายที่อยู่บนไหล่ของตัวเองออก พลางถอนหายใจน้อยๆ

 

 

 

ทำไมชอบโดนตัวกันอยู่เรื่อย

 

 

 

บ่นเบาๆ พอเป็นพิธีก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนในกลุ่มที่ตอนนี้จ้องเค้าตาไม่กระพริบยิ่งกว่าตอนแรก ก่อนจะแนะนำอีกฝ่ายที่ดูเหมือนเพื่อนของตนจะรู้จักดีอยู่แล้วให้ฟังอีกรอบ

 

 

 

นี้ วาตานาเบะ มิยูกิ เพื่อนบ้านฉันเอง

 

 

 

พอยุยพูดจบจูรินะที่พึ่งหยิบแก้วน้ำขึ้นมาก็มืออ่อนทำมันตกอีกรอบแถมไอ้เคย์กับม่าจุงก็ทำหน้าเหมือนสำลักน้ำในขณะที่คนที่เหลือนั่งนิ่งไปแล้ว ไม่เข้าใจเลยจริงๆ มันจะอะไรนักหนาฟระ ยุยขมวดคิ้วน้อยๆ ก่อนจะหันไปมองตัวต้นเรื่องอย่างมิยูกิที่กำลังยิ้มอยู่ที่เดิมและดูเหมือนเจ้าตัวจะรู้หน้าที่เหลือเกินว่าจะต้องทำยังไง

 

 

 

วาตานาเบะ มิยูกิค่ะ ฝากตัวด้วยนะเพื่อนๆ ของยุยจัง

 

 

 

เอ๊ะ มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ!!

 

 

 

 

 

*********************************************

 

 

 

 

 

วันนี้ขอบคุณมากเลยคะ!!

 

 

 

เสียงขอบคุณของบรรดานักเรียนในชมรมยูโดดังขึ้นหลังจากเสร็จจากการฝึกซ้อมในช่วงเย็นของชมรม นักเรียนต่างพากันทยอยออกจากชมรมเหลือเพียงแต่พวกปีสูงๆ ที่กำลังจัดการกับห้องหรือโรงฝึกของชมรมอยู่ซึ่งยุยเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ถึงแม้ยุยจะออกจากชมรมนี้ไปตอนช่วงขึ้นม.ปลายแต่ก็มักจะแวะมาช่วยรุ่นพี่ฝึกซ้อมเป็นประจำวันนี้ก็เช่นกัน

 

 

 

ขอบใจนะยุย ลำบากแย่มาช่วยบ่อยๆ   เสียงของ โอชิมะ ยูโกะ ประธานของชมรมดังขึ้น ยูโกะเป็นผู้หญิงที่มีขนาดตัวเล็กกว่ายุยแต่ฝีมือในการเล่นยูโดนั้นเข้าขั้นสุดยอดเรียกได้ว่าเห็นตัวเล็กๆ แบบนั้นแต่จับผู้ชายตัวใหญ่ๆ ทุ่มมาแล้วเป็นสิบคน

 

 

 

ไม่เป็นไรหรอกยูโกะซัง ชมรมตอนนี้มันก้ไม่ค่อยทำอะไรกัน   ยุยตอบพลางนึกถึงชมรมดนตรีที่เข้าตามเพื่อนไปเพราะไอ้เจ้าพวกนั้นขอร้องมา เป่าฮาร์โมนิก้าก็ถือว่าเป็นความสามารถใหม่ที่ดูดีอยู่นะ

 

 

ยุยเนี่ยน่าจะย้ายกลับมาเลยน้า จะได้มาเป็นประธานต่อ   คาชิวากิ ยูกิ รุ่นพี่อีกคนในชมรมพูดขึ้นพลางถอนหายใจน้อยๆ

 

 

ฉันยังไม่เห็นใครมีแววสืบทอดเจตนารมณ์ชมรมยูโดสุดเจ๋งของฉันได้ซักคนนอกจากยุย   ยูโกะพูดขึ้นพลางถอนหายใจอีกคนทิ้งให้ยุยยืนยิ้มแหยๆ ไว้ก่อนจะหันไปเก็บข้าวของๆ ตนเพื่อที่จะกลับบ้าน

 

 

 

เราสามคนไปนั่งกินราเม็งกันมั้ย นานๆ ที   ยูโกะพูดขึ้นหลังจากเก็บของเรียบร้อยแล้วพลางหันไปมองนาฬิกาที่บอกเวลาเกือบ 6 โมงเย็น

 

 

เอาดิไม่ได้ไปด้วยกันมานานละ ยุยแกต้องไปฉันบังคับ   ยูกิพูดขึ้น ยุยขมวดคิ้วขึ้นน้อยๆอย่างที่ชอบทำก่อนจะถอนหายใจ

 

 

 ก็ได้คะ

 

 

 

ทั้งสามคนเดินออกมาจากโรงฝึกก่อนที่ยุยจะสังเกตเห็นใครบางคนที่เป็นหัวข้อสนทนาเมื่อตอนกลางวันนี้ มิยูกิเดินอยู่กับเพื่อนๆ เจ้าตัวที่ยุยไม่รู้จัก ก่อนที่มิยูกิจะหันมาเห็นยุยและเอ่ยปากทักด้วยรอยยิ้ม

 

 

 

อ่าวยุยจัง ยังไม่กลับอีกหรอ

 

 

อืม   ยุยพยักหน้ารับน้อยๆ ตามคำเรียกและเดินมาหยุดตรงกลุ่มของมิยูกิ

 

 

มายุ ไปกินราเม็งกันมั้ย? “  เสียงของยูกิดังขึ้น ยุยหันไปมองก็พบกับคนที่ทำผมทรงทวิลเทลยืนหอบหนังสือสองสามเล่มอยู่ในอ้อมแขน ดูๆ ไปต้องเรียกว่าแทบจะทุกคนมีหนังสือเล่มหนาๆ ยกเว้นก็แต่กลุ่มยุยสามคน

 

 

 

ก็อยากไปอ่า แต่หนังสือหนักมากเลย ยูกิช่วยถือหน่อยสิ

 

 

สองคนนี้เป็นแฟนกันละ   ยูโกะกระซิบบอกยุยที่ยืนทำหน้างงเมื่อเจอบทสทนาของสองคนนี้ก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ พลางหันไปมองยูกิที่ตอนนี้เปลี่ยนสถานะจากรองประธานชมรมยูโดผู้น่าเกรงขามไปทำหน้าที่แฟนที่ดีซะแล้ว

 

 

 

สงสัยจะไปไม่ได้แล้วมั้ง   ยูกิหันมาบอกหน้ายุยและยูโกะในขณะที่แขนเต็มไปด้วยหนังสือของคนตัวเล็กเมื่อครู่

 

 

ไว้วันหลังก็ได้ ร้านไม่ไปไหนหรอก พรุ่งนี้ก็วันหยุดค่อยไปกินก็ได้   ยูโกะพูดยิ้มๆ

 

 

โทษทีน้า ไว้โทรมาละกัน ไปก่อนนะทุกคน

 

 

ไปก่อนนะทุกคน 

 

 

 

ยูกิและมายุหันมาพูดและเดินออกจากโรงเรียนไปในขณะที่ยูโกะก็ขอตัวเดินออกไปก่อนพลางบอกว่าจะส่งเมลล์ไปนัดกินกันวันหลัง ส่วนเพื่อนอีกคนของมิยูกิที่ยุยรู้มาว่าชื่อ มินะรุน ก็ขอตัวกลับหลังจากยูโกะไปนิดเดียวเหลือเพียงแค่ยุยกับมิยูกิที่ยังคงอยู่ที่เดิม สองคน...

 

 

 

ยุยกระแอ่มเบาๆ หลังจากความเงียบเริ่มเข้าปกคลุมทั้งคู่ ก่อนที่จะเอ่ยปากชวนอีกคนกลับบ้านนั้นแหละถึงเริ่มได้ยินเสียงพูดอีกครั้ง ยุยลอบมองหน้าคนข้างๆ ที่เดินมาด้วยกันก่อนจะเห็นอีกฝ่ายหอบหนังสือพรุงพรังไม่แพ้กับเพื่อนของเจ้าตัว พึ่งมาสังเกตจริงจัง นี้เค้าสูงกว่ามิยูกิขนาดนี้เลยแฮะ

 

 

 

ระหว่างที่เดินไปสถานีรถไฟนั้นอยู่ดีๆ ยุยก็หยุดเดินและหันมาหามิยูกิส่งผลให้เจ้าตัวทำหน้าแปลกใจก่อนที่ยุยจะแย่งหนังสือที่เจ้าตัวหอบไว้มาถือเองแล้วเดินจ้ำอ่าวออกไปโดยไม่ฟังเสียงเรียกของมิยูกิเลยสักนิด ส่งผลให้อีกคนต้องวิ่งตามมา

 

 

 

นี่...! “

 

 

ฉันจะถือให้เป็นโปรโมชั่นพิเศษต้อนรับเพื่อนบ้านคนใหม่ ที่เป็นถึงดาวโรงเรียน

 

 

 

ยุยพุดขัดขึ้นก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดอะไรออกมาส่งผลให้มิยูกิยิ้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ยุยที่เห็นแบบนั้นก็หันหลังและเดินไปเรื่อยๆ ก่อนจะรู้สึกถึงแขนของอีกฝ่ายที่คล้องแขนตนมาและมือของมิยูกิที่เอื้อมมาดึงแก้มของยุยเอาไว้พลางหัวเราะคิกคัก ส่วนยุยก็ทำหน้าเซ็งไปตามระเบียบ

 

.

 

.

 

.

 

 

หวังว่าโปรคงไม่หมดเร็วๆ นี้นะเพราะของฉันเยอะมากเลย   มิยูกิพูดพลางยิ้มน้อยขณะพิงผนังในรถไฟ

 

.

 

.

 

 

ก็คงไม่หมดเร็วๆ นี้หรอก   ยุยตอบพลางยิ้มน้อยๆ และหันหน้าไปมองวิวข้างทางแบบที่ทำประจำ

 

 

 

 

ยุยจังเนี่ย ใจดีจริงๆ ด้วยนะ

 

 

 

 

 

...บางทียุยก็คิดว่าคำพูดพวกนี้มันทำให้หัวใจเค้าเต้นเร็วเกินไป...

 

 

 

 

 

 

 

Talk. เอาโปสเตอร์มาลงแล้วก็ 50 เปอที่เหลือ ยุยรู้สึกอะไรแล้วสินะ ตัวละครชักเยอะ สุดท้ายนี้.ขอบคุณที่ติดตามฟิคแปลกๆของข้าพเจ้าเน้อ

ปล.โปสเตอร์มันหดหู่+แปลกๆชอบกล ฮาา สกิลอังกฤษติดลบ

Share this post


Link to post
Share on other sites

ทั้งโต๊ะโดนเดมเมจกันทั่วหน้าสินะคะ  :dookdik_003_mushroom:

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now