REI

Members
  • Content count

    87
  • Joined

  • Last visited

3 Followers

About REI

  • Rank
    Future Girls

Contact Methods

  • Twitter @MARISA_KTL

Profile Information

  • Oshi-Members Yukirin Kamioshi
    AKB48 : Minarun,Anin
    HKT48 : Madoka,Natsu
  1. จูรินะซื้อภาพจากร้านขายของเก่า ภาพนั้นถูกบรรจุอยู่ในกรอบไม้ทาทับด้วยทองคำที่พร่าเลือนไปตามกาล เวลา หญิงสาวในภาพขมุกขมอมไปด้วยคราบฝุ่นที่เกาะอยู่บนผิวกระจก เธอไปเห็นภาพนี้เข้าที่มุมหนึ่งของ ร้านขายของเก่าเจ้าประจำ หากได้เห็นเมื่อครั้งที่ยังใหม่กว่านี้ หญิงสาวในภาพคงจะสวยสดใสเหมือนมีชีวิต..   เธอในภาพเป็นหญิงสาวไม่สวมอาภรณ์ใด ผมสีดำสนิท มีโครงหน้าและผิวพรรณแบบคนญี่ปุ่น เพียงแต่ว่า ดวงตาของเจ้าหล่อนเป็นสีม่วงเข้มเหมือนเปลือกมังคุด อาจจะเพราะกาลเวลากระมังที่ทำให้สีนั้นผิดเพี้ยนไป จากเดิมแต่ก็ไม่ทำให้ความงดงามของสรีระสตรีลดลงได้ ใครหนอผู้เป็นช่างวาด วาดได้งดงามเหลือเกิน     ดวงตาสีดำขลับจ้องลึกเข้าไปในภาพวาดราวกับตกอยู่ในภวังค์..   "จูรินะ"   ใครเรียกฉัน?   เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งในระยะที่ใกล้ขึ้นจากด้านหลัง   "จูรินะ"   หญิงสาวในภาพวาดยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ความงามเหมือนมีประกายระยิบเกาะตามผิวกายทำให้จูรินะจ้อง มองอย่างไม่วางตา หล่อนอยู่ในชุดเสื้อคลุมใกล้กับหน้าต่างบานใหญ่ของบ้านหลังเก่าสไตล์การตกแต่งแบบ ยุคกลางที่จูรินะมาเช่าอยู่ เธอเป็นคนชอบศิลปะ ชอบความงดงามทั้งแบบตะวันตกและตะวันออก การได้มา อยู่ในที่ที่มีศิลปะอยู่รายรอบตัวในราคาแสนถูกเธอก็พร้อมที่จะตอบตกลง แม้จะต้องแลกกับความกล้าจาก ตำนานลึกลับที่เล่าต่อๆกันมาก็ตามที   "เธอ…"   "เรนะ"   เจ้าหล่อนตอบชื่อของตนออกมาอย่างรู้ในสายตาสงสัยที่จ้องมองมาของจูรินะ เธอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงไป ในลำคออย่างยากลำบาก   "ฉันฝัน?"   เธอได้คำตอบเป็นรอยยิ้มเย็น..   รอยยิ้มที่ว่าแผ่ความเย็นมาถึงปลายเท้าราวกับที่ตำนานลึกลับได้ว่าไว้..   ชายหนุ่มผู้ที่ได้ย่างกรายเข้ามาในบ้านหลังนี้จะต้องมีอันเป็นไปจากสภาพความหนาวเย็นและสีหน้าหวาดกลัว สุดขีด หากแต่ว่าอยู่ๆผู็ที่มาอยู่ในบ้านหลังนี้คนต่อๆมาได้ทำลายอาภรรพ์ของบ้านนี้ทิ้งเสียจนกระทั่งเธอนึกได้ ว่า   อาจจะเป็นภาพอาถรรพ์ รูปวาดเจ้าของบ้านที่ถูกนำไปขายหรือบ้างก็ว่าถูกทำลายไปแล้ว   "ฉันอยู่ที่นี่จูรินะ ฉันไม่ได้ถูกทำลาย และเธอผู้ที่นำฉันกลับมา"   เหมือนกับได้ยินเสียงสั่นเปรี้ยของไม้กรอบประตูแล้วเธอได้สติ   เด็กๆในหมู่บ้านใกล้บริเวณบ้านนั่นเอง เล่นปาลูกไม้ลูกหินใส่กันหลบซ้ายทีขวาทีอยู่หลังต้นไม้ เสียงนั้นเรียก สติของเธอกลับมา เธอยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่ได้ขยับเปลี้ยนแม้แต่องศาเดียว กรอบรูปหนาก็ยังคงถูกถืออยู่ในมือ นั้นเอง   ราวกับความฝันที่ทิ้งร่องรอยความเย็นยะเยือกเอาไว้   เธอจัดการทำความสะอาดภาพนั้นเสีย แล้วเอาไปแขวนที่ผนังหน้าเตาผิง มุมหน้าเตาผิงนี้เป็นส่วนที่เธอชอบ มานั่งจ้องมองเปลวสีเหลืองนวลและเงี่ยหูฟังเสียงดีดลั่นของฝืนไม้จากเตาแบบเก่า โซฟาผ้ากำมะหยี่ศิลปะ แบบยุคกลางปรั่งสีส้มเมื่อเนื้อกำมะหยี่สีแดงต้องเปลวสว่างของไฟสีเหลือง ความอบอุ่นที่กระจายออกมา จากเครื่องทำความร้อนตรงหน้าทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นมากเมื่อพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าลงไป   เจ้าของบ้านเอนกายลงกับความนุ่มนั้น หล่อนปิดเปลือกตาลงอย่างผ่อนคลายเคล้าเสียงฝืนจากในเตาผิง ไม่ นานเธอก็หลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการตะลอนไปมาทั้งวัน ยังไม่นังรวมภาพหญิงสาวในภวังค์นั่น ใน ใจรู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อยหากไม่ติดว่าเธอยังรักบ้านหลังนี้อยู่มาก อีกอย่างในตำนานที่เล่าปากต่อปากเขา ก็ว่ามีแต่ชายหนุ่มผู้ย่างกรายเข้ามาในนี้เท่านั้นที่จะสิ้นลมหายใจไปตลอดกาล   ภาพนั้นวูบไหวด้วยเปลวเพลิงกำลังจ้องมองมายังร่างที่กำลังทอดลมหายใจสม่ำเสมอ..   พลันหญิงสาวในภาพทิ้งตัวนั่งลงที่ข้างเก้าอี้ตัวยาว หล่อนเท้าใบหน้ากับท่อนแขนเพื่อที่จะได้อยู่ในระดับ สายตาเดียวกับจูรินะเมื่อเธอลืมตาตื่น ปลายนิ้วบางเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าด้วยความแผ่วเบา   “เรนะ?”   “ฉันเอง..”   เสียงนำพาความหนาวเย็นมาสัมผัสผิวกายทว่าน้ำเสียงช่างอ่อนโยนนัก   “ฉันรอเธอมานานเหลือเกิน”   ในห้วงฝันร่างของหญิงสาวอยู่ใกล้ชิด หล่อนนั่งอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่โดยที่มีจูรินะหนุนนอนอยู่บนหน้าตัก ท่อน แขนกลมกลึ่งเคลื่อนไหวเพื่อที่จะลูบศีรษะของคนที่นอนอยู่   “เธอรอฉันอยู่อย่างนั้นรึ? เราเคยรู้จักกันเหรอเรนะ”   จูรินะถามด้วยความสงสัยให้เรนะยิ้มบางๆด้วยนัยตาเศร้าสร้อย หล่อนช่างดูน่าสงสารเหลือเกินเมื่อหยด น้ำตานั้นไหลลงอาบพวงแก้มฝาดสีชมพูนั่น   “ได้โปรดอย่าลืมฉันอีกเลย” หล่อนพูดเสียงเย็น กระทั่งหยดน้ำตาใสกลายเป็นโลหิตสีแดงข้น   จูรินะสะดุ้งตื่น หล่อนถลันตัวลุกขึ้นนั่งด้วยอารามตกใจกับเรื่องในความฝัน เธอหันขวับกลับมาดูหญิงสาวใน รูปภาพหน้าเตาผิง ใบหน้านั้นยังคงเปล่งความงามและนัยตาสีเปลือกมังคุยก็ยังคงความเศร้าไว้ไม่ผิดเพี้ยน จากเดิม   “น่ากลัวชะมัด”   เจ้าของบ้านพูดพลางลูบแขนตัวเองเพื่อลดอาการขนลุกของพองกับเรื่องสยองขวัญ ในใจก็คิดว่าหล่อนควร จะทำอย่างไรดีกับภาพนั้น เธอไม่ควรหาเรื่องใส่ตัวด้วยการไปซื้อภาพเก่ากลับมาติดเพื่อให้ได้อารมณ์ยุค กลางเอาเสียเลย ว่าแล้วก็ทิ้งเรื่องหนักหัวไว้ที่หน้าเตาผิงแล้วตัดสินใจขึ้นไปนอนในห้องให้มันดีๆเสียดีกว่า เรื่องยุ่งยากค่อยยกยอดไปไว้วันพรุ่งนี้ หล่อนจัดการดับไฟที่เตาผิงให้เรียบร้อยแล้วขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของ ตัวบ้าน   พื้นไม่ลั่นเอียดอาดเพราะอากาศที่เย็นตัวลงทำให้เนื้อไม้ค่อนข้างมีระยะห่าง ความหลวมคับต่างไปจากเดิม เสียงร้องครางของท่อนไม้ฟังดูหน้ากลัวเมื่อคิดภาพรวมกับความฝัน เรนะเคยอยู่ที่บ้านหลังนี้ หล่อคือเจ้าของ บ้านคนเก่าที่กำลังเฝ้ารอเธออยู่   เฝ้ารอ?   แสดงว่าเธอก็เคยอยู่ที่นี่?   ช่างน่ากลัวเสียเหลือเกินความคิด.. จูรินะเดินเลี้ยวตรงหัวมุมก่อนที่จะเข้าห้องนอนของเธอที่อยู่ริมสุดขอชั้น สอง เธอทิ้งตัวลงนอนลงบนเตียงสี่เสาแบบยุโรป กลิ่นของความเก่า อับ โชยเข้ามาในจมูก แม้จะไม่มากแต่ พอที่จะทำให้คนจมูกไวอย่างเธอรู้สึกได้   จูรินะหลับตาลงอีกครั้ง หล่อนทิ้งความครุ่นคิดไว้เบื้องหลังก่อนที่จะเข้าสู่ห้วงนิทรา   ในความเย็นยะเยือกนั้น สายลมหวีดหวิวนำพาร่างอรชรมาซุกตัวลงที่ข้างกายของหญิงสาวเจ้าของบ้าน เจ้าของบ้านคนเก่าตระกรองกอดร่างนั้นไว้อย่างแสนรัก เพียงแค่ซุกใบหน้าลงบนอกที่กระเพื่อมขึ้นลงจาก การหายใจก็ทำให้หล่อนรู้สึกอิ่มเอมกับอ้อมกอดแต่เพียงฝ่ายเดียวนั้น   ภาพภวังค์ในห้วงลึกกำลังบอกเล่าไปเมื่อครั้งอดีตราวกับสายธารที่ไหลย้อนกลับ..   ตัวบ้านหลังนี้ยังใหม่อยู่มาก เครื่องประดับตกแต่งยังคงอยู่อย่างครบถ้วน สะอาดสะอ้าน และเป็นระเบียบ หล่อนรู้สึกได้ถึงไอแดดที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง ความอบอุ่นที่ทอดกายอยู่บนตัวของเธอ เรนะนั่นเอง เธอ อยู่ในชุดนอนผ้าบางสีครีมแขนยาวแบบฝรั่ง ใบหน้าละมุนขับพวงแก้มสีชมพูปลั่งทำให้ดูน่ารักแม้ในยามที่เจ้า ตัวยังไม่ทันลืมตาตื่น   วงแขนของเธอที่กอดกุมเอวคอดของร่างนั้นอยู่สัมผัสได้ว่าหล่อนมีเลือดเนื้อ กำลังนอนหลับอย่างแสนสบาย และกำลังหายใจ ไม่นานคนที่ซุกหน้าอยู่บนอกก็ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆท่ามกลางไออุ่นในยามเช้า   “ตื่นนานแล้วหรือคะ?”   หล่อนว่าพลางขยี้ดวงตากลมโตไปมาอย่างงัวเงียแล้วก็ทิ้งหัวลงบนอกของจูรินะอีกครั้งทั้งๆที่เพิ่งหงกมันขึ้น มาได้ครู่เดียว จูรินะขยับตัวเพิ่งที่จะให้หญิงสาวได้นอนบนหมอนสบายๆ ใบหน้าของเธอโน้มลงไปใกล้อย่าง เคยชิน เรียกได้ว่า หล่อนควบคุมตัวเองไม่ได้ก็ไม่ผิด เธอพยายามรั้งตัวขัดขืนการกระทำนั้นด้วยสติที่ดีพร้อม ทั้งผลักทั้งตะโกน แต่ก็เหมือนว่าภาพนั้นคงดำเนินต่อไปโดยที่ตัวเธอก็ยังคงเป็นตัวเธออยู่อย่างนั้น   น่าตลกที่ไม่สามารถต่อต้านการกระทำของตนเองได้ หรือกระทั่งต่อต้านจุดความรู้สึกเล็กๆที่ราวกับถูกไขออก ด้วยกุญแจแห่งความทรงจำ   คงเพราะมันคือความฝัน หรือความจริงเมื่อครั้งอดีตที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง   เธอได้แต่มองภาพใบหน้าของคนข้างกายในระยะใกล้ จุมพิตลงบนหน้าผาก และกอดเอาไว้ ครั้นเมื่อมันนำ ความรู้สึกวาบหวิวมาให้ร่างนั้นก็ยอมตื่นขึ้นมาสบตากันเสียที ทีนี้ได้สัมผัสริมฝีปากบนริมฝีปากของอีกฝ่าย     ไม่ใช่ความหวานเหมือนรักแรก ไม่ใช่ความหวามของการหลงรัก   ราวกับความรู้สึกถ่ายทอดและรับรู้ผ่านทางร่างกายของเธอได้ เธอรู้ว่าการจับต้องของเรนะทำพาความรู้สึก อบอุ่นราวกับร่างกายต้องแสงแดดในวันหิมะโปรยปราย ดวงตาไหววูบจากดวงใจในอกเต้นระส่ำ ความรู้สึก ประหม่ามีอยู่น้อยเพราะความคุ้นเคยกัน กลิ่นหอมอ่อนๆจากร่างของคนในอ้อมกอดทำให้ต้องกดจมูกลงกับ ผิวซอกคอนั้น ไล้ละเลียชิมด้วยริมฝีปากราวกับจุมพิตคือถ้อยคำบอกรัก   ห้วงความคิดถวิลหาต้องการครอบครอง แม้เพียงรักนั้นต้องแลกด้วยลมหายใจ   จูรินะเข้าใจแล้วว่าตั้งแต่ที่เธอห้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ทำไมถึงได้เจอแต่เรื่องประหลาด เพราะเรนะต้องการให้ เธอรู้เรื่องราวในอดีต รับรู้ให้ได้ถึงความรักที่เคยมีมาก่อน   แม้ร่างจะสลาย แต่วิญญาณรักไม่เคยพรากจาก   “เราจะอยู่ด้วยกันใช่ไหม?”   เสียงของเรนะถามเอากับร่างที่กำลังหลับฝัน ริมฝีปากของจูรินะคลี่ยิ้มก่อนจะตอบทั้งที่ยังไม่รู้สึกตัวตื่น   “อยู่สิ ฉันจะอยู่กับเธอ” . .   .   ราวกับตำนานถูกเปลี่ยนแปลงด้วยน้ำมือแห่งความรัก   ภาพเก่าถูกแขวนอยู่หน้าเตาผิงที่ในเตามีแต่เถ้าฝืนของคืนที่พ้นผ่าน ความยะเยือกจากไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงแต่ร่างแน่นิ่งของหญิงสาวบนเตียงยุโรปแบบสี่เสาประดับด้วยผ้า กำมะหยี่และผ้าทอปักลายวิจิตร   ใบหน้าของหล่อนคลี่ยิ้มอ่อน ดวงตาปิดสนิท ผิวกายนั้นแข็งเย็นเฉียบราวกับทำจากหิน หล่อนจากไปแล้ว พร้อมกับการสานต่อตำนานหน้าใหม่ สตรีที่ถูกพรากลมหายใจพร้อมด้วยรอยยิ้มในเช้าวันใหม่และไอแดด     ภาพเก่าถูกแขวนอยู่หน้าเตาผิงที่มีแต่เถ้าฝืนของคืนที่พ้นผ่าน ภาพนั้นถูกบรรจุอยู่ในกรอบไม้ทาทับด้วย ทองคำที่พร่าเลือนไปตามกาลเวลา หญิงสาวสองคนในภาพขมุกขมอมไปด้วยคราบฝุ่นที่เกาะอยู่บนผิว กระจกเก่าที่ไม่ใสนัก   บ้านหลังใหญ่ ศิลปะแบบยุโรปถูกปิดตายจากภายนอกด้วยก้อนศิลาที่เรียงตัวแน่นแล้วโบกทับด้วยปูนอย่าง แน่นหนา ทิ้งตำนานรักแห่งความยะเยือกไว้แต่เพียงในภาพนั้นตลอดกาล..     จบ.