Search the Community

Showing results for tags 'sayamilky'.

  • Search By Tags

    Type tags separated by commas.
  • Search By Author

Found 5 results

  1. Intor Mom   “อรุณสวัสดิ์ครับ ท่านประธานคาชิวากิซัง”   เสียงของพนักงานหนุ่มกล่าวทักทายคาชิวากิ ยูกิ นักธุรกิจสาววัย 30 ต้น ๆ หญิงสาวได้ดำรงในตำแหน่งประธานบริษัท K.World Group., Ltd เนื่องจากรับช่วงต่อจากผู้เป็นพ่อบวกกับฝีมือในการบริหาร จึงทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับบริษัทของเธอมีรายได้เข้ามาอย่างมหาศาล และกลายเป็นบริษัทต้น ๆ ของประเทศ และต่างประเทศ   คาชิวากิ ยูกิ จัดว่าเป็นผู้หญิงที่ดูสมบูรณ์แบบทุกอย่าง ทั้งหน้าตาที่สวย รูปร่างที่ดี การบริหารที่ยอดเยี่ยม และต้นตระกูลที่ดี จึงไม่แปลกที่เธอจะมีผู้ชายมากมายหลายวัยเข้ามาขายขนมจีบ แต่ผู้ชายเหล่านั้นก็ต้องรับประทานแห้วกันทุกคน เพราะหญิงสาวมีลูกสาวหน้าตาน่ารักอย่างวาตานาเบะ มายุอยู่แล้ว…   “อรุณสวัสดิ์จ๊ะ”   หญิงสาวตอบกลับพร้อมกับยิ้มบาง ๆ ให้ชายหนุ่มได้ละลายเล่น ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องทำงานของตัวเองพร้อมกับฮัมเพลงอย่างมีความสุข ซึ่งทำให้บอดี้การ์ดสาวที่เดินตามมาตั้งแต่แรกอย่างโยโกยามะ ยุยถึงกับยิ้มขึ้นมา เพราะรู้ดีว่าเหตุผลที่เจ้านายของเธอนั้นอารมณ์ดีเช่นนี้คืออะไร   “เมื่อคืนคุณนายคงมีความสุขมากเลยสินะคะ”   ยุยพูดขึ้นมาหลังจากปิดประตูห้องพร้อมล็อกกลอนประตูอย่างดี เพื่อไม่ให้คนภายนอกได้ยินเรื่องราวของเจ้านายสาวที่ปิดบังเอาไว้   “รู้ใจฉันดีนี่ยุยฮัง...ก็เมื่อคืนลูกสาวคนดีของฉันตามใจฉันนี่นา...”   ยูกินั่งลงบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แล้วนึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับลูกสาวคนสวย   “ค...คุณแม่...”   เสียงที่สั่นเครือของเด็กสาววัยมัธยมปลายเรียกสรรพนามของร่างสูงที่กำลังระดมจูบลงบนต้นคอขาวพร้อมลูบไล้ไปมาตามร่างกายของเด็กสาวภายใต้ชุดนอนลายการ์ตูนที่มายุชอบ   “คะ?”   หญิงสาวถามสั้นโดยไม่ละออกจากคอระหง มายุพยายามกลั้นความรู้สึกที่ถูกปลุกให้ร้อนรุ่ม ความสัมพันธ์ภายนอกที่หลายคนรู้คือแม่ลูก แต่ความสัมพันธ์ภายในของทั้งสองมันมากกว่านั้น   เด็กสาวรู้สึกสับสน และพยายามหาคำตอบเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอกับผู้หญิงตรงหน้าที่เธอเรียกว่าแม่   “คุณแม่คิดยังไงกับมายูยุคะ?”   น้ำเสียงหวานเอ่ยถามด้วยความสงสัย ความสัมพันธ์ทางกายที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเธอสองคนถือว่าเป็นเรื่องต้องห้าม   “คิดยังไงอย่างนั้นเหรอ?”   ยูกิเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเด็กสาวที่ใบหน้าแดงกล่ำ เนื่องจากถูกกระตุ้นความรู้สึกจนเกิดความร้อน มือเรียวยื่นไปจับแก้มใสของมายุพร้อมกับลูบอย่างเบามือ   “คิดว่ามายูยุเป็นของยูกิรินค่ะ”   คำตอบนั้นทำให้เด็กสาวถึงกับตาโตขึ้นมาด้วยความตกตะลึง   “ค...คุณแม่...”   “หืม? บอกแล้วใช่ไหมว่าเวลาที่อยู่กันแค่สองคนต้องเรียกกันว่ายังไง?”   ยูกิส่ายหน้าไปมาเบา ๆ พร้อมกับยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม ผมยาวสยายที่มักจะถูกมัดเป็นทรงทวินเทลถูกปล่อยอย่างเป็นอิสระ อีกไม่นานเด็กสาวก็จะเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว กำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ   “ย...ยูกิริน...อื้ม~~”   เด็กสาวถึงร้องออกมาเมื่อถูกคนอายุมากกว่าจัดการปิดปากด้วยการจูบ ลิ้นของหญิงสาวสอดเข้ามาในโพรงปากของเด็กสาวพร้อมกับทักทายลิ้นเล็ก ๆ ของร่างเล็กไปด้วย   มายุตอบรับจูบแสนร้อนแรงปนความหวาน หญิงสาวตรงหน้าของเธอคือคนแรกที่ได้ร่างกาย และหัวใจของเธอไป ถึงจะรู้ว่ามันผิด แต่เธอก็ไม่สามารถห้ามใจได้เลย แม้ครั้งแรกจะขัดขืน แต่สุดท้ายก็แพ้ใจตัวเอง ยอมมอบร่างกายที่แสนบริสุทธิ์ให้กับผู้หญิงตรงหน้าแทน   ชุดนอนของทั้งสองถูกถอดทิ้งลงข้างเตียงสีขาวไซต์คิงอย่างไม่ใยดี ความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศของห้องนอนไม่สามารถดับความร้อนแรงของบทรัก   สองร่างเปลือยเปล่ากอดรัดกันจนแทบหลอมละลายเป็นร่างเดียว เตียงนอนแสนกว้างสั่นไหวไปตามบทเพลงรักที่ถูกบรรเลงตามความปรารถนาของอารมณ์ ก่อนที่ทั้งสองจะกรีดร้องออกมาพร้อมร่างกายที่กระตุกไปพร้อมกันเมื่อพากันแตะถึงสวรรค์กับบทรักแล้ว   เสียงเหนื่อยหอบของทั้งสองพร้อมเหงื่อที่ไหลออกมาจากการแสดงบทรักที่เพิ่งจบไป ยูกิก้มลงซบตรงคอระหงของเด็กสาวที่นอนหอบอยู่ข้างล่าง   “น...หนักค่ะ...”   มายุบอกยูกิด้วยความอ่อนหวานปนเหนื่อยพร้อมกับใช้มือดันร่างสูงให้ออก แต่คนตัวสูงกลับขยับใบหน้าพร้อมกับขบเม้มที่ใบหูแทน   “อื้ออออ~~”   “พรุ่งนี้คงต้องลาหยุดให้มายูยุแล้วล่ะคะ เพราะเด็กน้อยของยูกิรินคงไปเรียนไม่ไหวแน่ ๆ ”   ร่างสูงเงยหน้าพร้อมส่งสายตา และรอยยิ้มจอมเจ้าเล่ห์ให้ร่างเล็กที่รู้ดีว่าคนตัวสูงคงไม่หยุดง่าย ๆ แน่นอน...   -------------------------------------------------------------------- Hi~~~ ฟิคเรื่องล่าสุดค่าาาา (เรื่องล่าสุดยังไม่จบเลย แหะ ๆ) ยังรักษามาตรฐานเช่นเดิมค่ะ โลลิอีกแล้วครับท่าน ฮ่า ๆ เรื่องอาจดราม่านะคะ เพราะฉะนั้นกรุณาต้มน้ำรอด้วยค่ะ ส่วนเรื่องออดิชั่น BNK ไรท์ไม่ได้ลงสมัครออฯค่ะ (แม้จะแอบเสียดาย) ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุก ๆ คนที่ทั้งเข้ารอบ และไม่เข้ารอบด้วยนะ ถ้ารัก 48 จริง ๆ ไม่ได้มาเพื่อฉาบฉวย ไรท์ยินดีสนับสนุนเต็มที่ค่ะ ขอแค่รัก 48 ก็พอค่ะ (รอเปย์ 5555555) รุ่นที่ 1 อาจจะต้องเหนื่อยหน่อย เพราะเป็นรุ่นบุกเบิกที่ต้องทำให้คนรู้จัก และกลายเป็นศิลปินแนวหน้าให้ได้ เชื่อว่าทุกคนมีความพยายามทำในสิ่งที่ตัวเองรักค่ะ ขอให้สู้ ๆ นะคะ แต่ตอนนี้ไรท์ขอไปนอนแล้วค่ะ บายยยยย~
  2. S.A.IN. SS.2   นำเรื่อง l 01 l 02 l 03 l 04 l 05 l 06 l 07 l 08 l   09 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l ...       S.A.IN. SS.1   นำเรื่อง l 01 l 02 l 03 l 04 l 05 l 06 l 07 l 08 l 09 l 10 l 11 l 12 l 13 l 14 l 15 l 16 l 17 l 18 l   19 l 20 l 21 l 22 l 23 l 24 l 25 l 26 (END) l                                 นำเรื่อง                                 ‘ยานเดินทางเจดับบลิวเอ็กซ์เอ็กซ์ไฟว์ เดินทางจากยูโรปาถึงดาวเคราะห์โลกใช้เวลา 21 วันกับอีก 3ชั่วโมง ระยะทางทั้งสิ้น 35 นาทีแสง พร้อมออกเดินทางในอีก 1 นาที ท่านผู้โดยสารที่ต้องการรับบริการเพิ่มเติมหรือมีข้อสงสัยใด ๆ สามารถสอบถามกับสเปซโฮสเตสของเราได้ตลอดเวลา ขอบคุณครับ”           เสียงประกาศจบลง พร้อมกับหญิงสาวที่ค่อย ๆ ทิ้งตัวลงนั่งตรงที่นั่งริมทางเดินในยานอวกาศขนาดเล็ก ก่อนเขาจะหยิบหนังสือเล่มออกมาจากกระเป๋า และเปิดอ่านส่วนที่เขาอ่านค้างเอาไว้     รับรู้ถึงแรงกระตุกเล็กน้อย ระหว่างการการปล่อยตัวของยานอวกาศ เงยหน้าขึ้นมองเพื่อเช็คความเรียบร้อย ก่อนจะใช้เวลาที่เหลือหมดไปกับสิ่งที่อยู่ในมือ                       “หนังสือกระดาษ อย่างนั้นหรอคะ"   คำถามนี้ ทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมาจากตัวหนังสืออีกครั้ง หลังจากที่เขาจมความสนใจของตัวเองไปกับมันเป็นชั่วโมง ๆ เขาหันมองเจ้าของเสียงที่ถามคำถาม หญิงสาวคนที่นั่งอยู่ที่นั่งข้างเขาด้านใน                   “ค่ะ”   เขาตอบรับพร้อมรอยยิ้ม ปิดหนังสือลง ก่อนจะพลิกให้หญิงสาวหน้าหวานเห็นมันชัด ๆ ท่าทางเธอคงเก็บความสงสัยเอาไว้ไม่ไหวจนต้องถามออกมา    “คุณคงไม่เคยเห็น”                               “ไม่เคยค่ะ ครั้งนี้เป็นครั้งแรก มันพกพาไปไหนมาไหนไม่ลำบากหรอคะ”                   “ก็ลำบากอยู่เหมือนกัน แต่ฉันคิดว่าหนังสือกระดาษ เวลาอ่านแล้วได้อารมณ์มากกว่าหนังสือฮอโลกราฟิก แม้มันจะไม่มีภาพและเสียงก็ตาม”                   “แล้วหนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไร”                   “มันเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ค่ะ แต่ว่า...มันออกจะเชยไปหน่อย เห็นว่าตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อพันกว่าปีมาแล้ว”   เขาระบายยิ้มออกมา พร้อมมองปกหนังสือ   “มันเกี่ยวกับการปฏิวัติของพวกหุ่นยนต์”       พอจบคำพูดของหญิงสาวเจ้าของหนังสือ หญิงสาวผมยาวอีกคนถึงกับทำหน้านิ่ว เธอไม่ค่อยชอบคำว่าปฏิวัติ ยิ่งเป็นเรื่องการปฏิวัติของพวกหุ่นยนต์ เธอยิ่งไม่ชอบใจ                       “นักเขียนคงจะบอกให้เรารู้ว่า ถ้าเกิดการกดขี่จนถึงขีดสุด ไม่ว่าคนหรือหุ่นยนต์ก็ไม่สามารถทนรับได้”  เขาเปรยออกมา   “ความเท่าเทียมเป็นสิ่งที่ทุกคนแสวงหา”                   “แต่การปฏิวัติก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุด”   เธอพูดออกมา พร้อมกับกำมือแน่น                   “การปฏิวัติก็เป็นการแสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และแสดงให้เห็นว่า ความร้ายกาจที่เกิดขึ้นในระบบ มันรุนแรงจนทนรับไม่ได้”   เขาหันมองหญิงสาว ที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกับเขาสักเท่าไหร่                   “เหมือนอย่างการปฏิวัติของแอนดรอยด์เมื่อ 20 ปีก่อน จนเกิดเป็น สงครามระหว่างมนุษย์กับแอนดรอยด์ อย่างนั้นหรอ”    เธอถามเสียงไม่พอใจ    “การแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงไม่ใช่ทางออก เอาการฆ่าฟันมาแลกกับการขดขี่ ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง มันเป็นเพียงแค่การระบายอารมณ์ แต่ไม่ใช่การแก้ปัญหา เป็นการแสดงตัวว่าเหนือกว่า และบางทีท้ายที่สุด ถ้าแอนดรอยด์เป็นฝ่ายชนะในตอนนั้น มนุษย์คงไม่มีชีวิตยืนยาวมาถึงตอนนี้”       เจ้าของหนังสือกระดาษเงียบไป ก่อนจะมีสีหน้าครุ่นคิดในคำพูดของหญิงสาวที่ระบายอารมณ์ออกมา หญิงสาวอีกคนก็รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน ที่เธอเผลอพูดอะไรซะยืดยาว และดูท่าจะเป็นการเริ่มต้นปฏิสัมพันธ์ที่ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย                       “ฉันทำให้คุณโกรธรึเปล่า”   เธอถามคนที่ยังถือหนังสือกระดาษอยู่ในมือ                   “ไม่หรอก มันอาจจะจริงอย่างที่คุณพูด”   เขายิ้มออกมาบาง ๆ    “การปฏิวัติด้วยความรุนแรงเป็นทางออกที่ไม่ถูกต้อง และไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ว่าในช่วงขณะนั้น ทางเลือกอื่นอาจจะไม่มี”       การพูดคุยเรื่องการปฏิวัติของแอนดรอยด์จบลงไปโดยปริยาย หญิงสาวที่นั่งด้านในคิดว่าเธอควรจะเปลี่ยนเรื่อง แต่เหนืออื่นใด เธอควรจะแนะนำตัวกับคนข้าง ๆ เธอเสียก่อน เพราะอย่างน้อย เธอกับเขาแลกเปลี่ยนความคิดกันขนาดนี้ แต่จะไม่ทำความรู้จักกันเลย คงไม่ดีแน่                         “ขอโทษนะคะ ที่ไม่ได้แนะนำตัวก่อนหน้า เรนะ มัตสึอิ ชาวโลกสีคราม จากอาณาเขตตะวันออก”   เรนะยื่นมือไปเพื่อจับทักทายกับหญิงสาวอีกคน                   “จูรินะค่ะ ชาวยูโรปา แต่เติบโตบนโลกใบเดียวกับคุณ”       ทั้งสองจับมือทักทายกัน แต่เรนะยังมีอีกข้อที่เธอสงสัย                       “แล้วชื่อท้าย...”       ไม่ทันที่เรนะจะได้ถามจนจบประโยค เสียงกัปตันยานก็ดังขึ้นอีกครั้ง                       ‘ผู้โดยสารทุกท่านกรุณานั่งประจำที่ ยานอวกาศเจดับบลิวเอ็กซ์เอ็กซ์ไฟว์ จะทำการวอร์พ ไดร์ฟ ในอีก 15 นาที ผู้โดยสารทุกท่านกรุณารัดเข็มขัดนิรภัยประจำที่นั่ง เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่สภาวะจำศีล หากมีปัญหาเกิดขึ้นกับที่นั่งของท่าน กรุณาแจ้งแก่สเปซโอสเตสของเรา เพื่อช่วยเหลือท่านให้เข้าสู่สภาวะจำศีล ขอบคุณครับ’       เรนะเงยหน้ามองลำโพงที่อยู่ด้านบนของยาน มันเป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวมาเป็นร้อยเป็นพันปี การมองไปตามทิศทางของเสียง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ที่ไม่มีใครสามารถไขปริศนาได้เลยว่า ทำไมมนุษย์ต้องมองไปทางที่ต้นกำเนิดเสียง ทั้ง ๆ ที่หูก็ได้ยินชัดเจน                       “คงต้องกล่าวราตรีสวัสดิ์กันแล้ว”        จูรินะบอกกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก่อนจะดึงเข็มขัดนิรภัยเหนือไหล่ทั้งสองข้างลงไปล็อกกับเข็มขัดนิรภัยที่เอว เข็มขัดนิรภัยดังกล่าวจะช่วยป้องกันการกระแทกจากการวอร์พ ไดร์ฟ และสร้างสภาวะจำศีลให้ผู้ใช้งาน เขายิ้มให้กับเรนะ ก่อนจะหลับตาลง                       “ราตรีสวัสดิ์”       เรนะพูดตอบเขาเสียงแผ่วเบา และดึงเข็มขัดนิรภัยออกมาใช้งานเช่นกัน เธอมองไฟในยานอวกาศที่หรี่ลง พลังงานทั้งหมดถูกดึงไปใช้ในการ วอร์พ ไดร์ฟ หลังจากนั้น... เธอหันมองหน้าจูรินะที่เข้าสู่สภาวะจำศีลไปแล้ว เธอยิ้ม ก่อนจะหลับตาลง และภาวนาให้การเดินทางอีกสามอาทิตย์ถัดไประหว่างที่เธอหลับ ราบรื่น และเป็นไปด้วยดี           ………………………         TBC.                       =====================================   หาเรื่องเข้าตัวแล้วครับ 555 เรื่องนี้เป็นเรีื่องที่ผมแต่งคู่ขนานไปกับนิยายของผม พูดง่าย ๆ ก็เอานิยายภาคปกติมาปรับบทแหละครับ   เนื้อหาอาจจะหนักไปหน่อย ถือเป็นฟิคแนวทดลองแล้วกันครับ ฮ่า   ครั้งแรกด้วยที่อาจหาญ? แต่งเน่มิ้ล (แต่เหมือนยังไม่ปรากฎ) ฝากเรื่องนี้ด้วยครับ     ส่วนตอนแรกของเรื่อง... น่าจะเป็นหลังสงกรานต์ครับ เฮ้ว!!! ยาวนานดีจริง ๆ
  3. เรื่องนี้เหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะสายโลลิ   Chu 1~ อาบน้ำด้วยกันเถอะ~ Chu 2~ มายูยุของจุนนะ! Chu 3~ ฉันรักน้องแก Chu 4~ ดูแล VS ทำลาย Chu 5.1~ ก็แค่เมา... Chu 5.2~ พบกันใหม่... Chu~ 6 เค้าโตแล้วนะคะ! Chu~ 7.1 ฉันก็เป็นแบบแกนั้นแหละ Chu~ 7.2 เกินห้ามใจ   My Kid(Kiss) Intor   หญิงสาวร่างสูงเพรียว ผิวขาว ผมยาวสลวยสีน้ำตาลอ่อนที่มัดรวบขึ้นหลวม ๆ ดวงตาเรียวภายใต้แว่นตากลมโตหนาเตอะกำลังอ่านตัวหนังสือในสมุดอย่างขมักเขม้น ซึ่งหนังสือกองโตยังคงวางรอคิวอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือในห้องนอนของเธอ ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! หญิงสาวหันไปมองตามเสียง ก่อนจะเดินไปเปิดประตูผู้มาเยือน หลังจากมองตาแมวว่าบุคคลที่มาเยือนไม่สร้างเรื่องอันตรายแน่นอน แอ๊ด... "ว่าไง แกมีอะไรหรือเปล่า? ยัยขี้อ่อย" คาชิวากิ ยูกิ ผู้เป็นเจ้าของห้องพักเอ่ยถามหญิงสาวร่างบางที่ยิ้มกว้างให้ภายใต้หมวกปีกกว้างใบหนา แถมสวมแว่นตากันแดดสีชา ดูท่าทางแล้วหญิงสาวน่าจะเป็นคนดัง หรือไม่ก็พวกอาชญากร(?) "ขอเข้าไปห้องก่อนได้ป่ะ? เดี๋ยวพวกนักข่าวหรือคนอื่นเห็น..." "เออ ๆ เข้ามาสิ" ยูกิหลบทางให้ผู้มาเยือนที่จูงเด็กหญิงหน้าตาน่ารักที่ไหนไม่รู้มาด้วย จึงทำให้ร่างสูงถึงกับดวงตาเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน "เฮ้ย ๆ มิยูกิ นั้นแกพาเด็กที่ไหนมาด้วยวะ?" วาตานาเบะ มิยูกิ ไอดอลสาวชื่อดังที่มีดีกรีการตกเหยื่อให้ตกหลุมรักภายใน 3 วินาทีต้องรีบวิ่งเอามือเข้ามาปิดปากเพื่อนสนิทของตนพร้อมกับปิดประตูล็อคกลอนอย่างรวดเร็ว "แกจะเสียงดังหาพระบิดามารดาแกหรือไง!?" ยูกิถึงกับดิ้นไปมา ก่อนจะแกะมือของมิยูกิออกได้สำเร็จ "เค็มชะมัดเลยมือแกเนี่ย! ว่าแต่เด็กคนนี้เป็นอะไรกับแก...อย่าบอกนะ...ว่าเป็นลูกอ่ะ!?" "ใช่ เอ้ย! จะบ้าหรือไงเล่า? ฉันสวย โสด ซิงสนิทย่ะ!" มิยูกิพูดแล้วสะบัดบ๊อบใส่เพื่อนสาวอย่างแรง "โอ๊ย! ยัยอ่อย! ผมแกทิ่มตาฉัน" ยูกิพูดพร้อมกับเช็ดตาตัวเองอย่างเบามือ "จะทิ่มได้ไง ก็แกใส่แว่นอ่ะ" มิยูกิชี้นิ้วไปที่แว่นตาอันแสนหนาเตอะที่ร่างสูงสวมใส่ "ก็มันลอดผ่านแว่นอ่ะ!" "เออ ๆ ช่างมันเถอะ ยูกิ...ฉันมีเรื่องอยากจะขอความช่วยเหลือจากแกได้ป่าวเพื่อนรัก?" มิยูกิทำหน้าตาแสนเศร้าใส่เพื่อนสนิท ซึ่งทำให้ยูกิถึงกับใจอ่อนให้กับเพื่อนสนิทด้วยการพยักหน้าขึ้นลงตอบรับ "อยากให้ช่วยอะไรล่ะ" "สัญญานะว่าจะไม่ปฏิเสธกันโดยเด็ดขาด" "เออ สัญญา" มิยูกิยิ้มกว้างขึ้นมากับคำตอบของยูกิ ถึงแม้จะดูไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่ แต่ก็...แล้วไงอ่ะ ใครสน อิอิ "มายูยุมานี่สิคะ มาหาพี่ยูกิสิคะ" มิยูกิเรียกเด็กหญิงตัวเล็ก ผิวขาว ทรงผมทวินเทล หน้าตาน่ารักเหมือนหลุดมาจากการ์ตูนที่สะพายกระเป๋าลายปอมปุริน ซึ่งทำให้ยูกิถึงกับมองเหมือนถูกต้องมนต์สะกดเอา ก่อนจะคืนสติตัวเองกลับมาได้ทัน เพื่อไม่ให้ยัยเพื่อนสนิทจับได้จนหัวเราะเยาะเอา "นี่วาตานาเบะ มายุ หรือมายูยุ น้องสาวของฉันเอง พอดีพ่อกับแม่ต้องไปต่างประเทศน่ะ เลยมาขอฝากให้ดูแลกับฉันไว้ แต่ฉันไม่ค่อยมีเวลาดูแลมายุสักเท่าไหร่เลยมาขอจ้างให้แกเลี้ยงน่ะ" "ทุกวันตอนเย็นแกจะมารับว่างั้น?" "เปล่า ให้อยู่กับแกไปเลยจนกว่าพ่อกับแม่จะกลับมาาาา~" "ก็ดีนะ ฉันจะได้ไม่เหงา ห๊าาาาาาาาาา! กี่เดือน!?" ยูกิตะโกนร้องออกมาด้วยความตกตะลึง ก่อนจะถามกลับไปด้วยสีหน้าที่ยังตกตะลึงอยู่ มิยูกิจึงยกหนึ่งนิ้วทั้งสองข้างขึ้นมาเป็นคำตอบ "อ้อ...สองเดือน เฮ้อ...โล่งอก" "เปล่า ไม่มีกำหนดต่างหาก" มิยูกิทำเป็นรูปกากบาทพร้อมยิ้มกว้างขึ้นมา ซึ่งทำให้ร่างสูงถึงกับหันขวับจ้องเขม็งเพื่อนสนิททันที "อิขี้อ่อย..." น้ำเสียงเย็นที่แทบเสียวสันหลังวาบ ทำให้มิยูกิแอบยิ้มเจื่อนให้ ก่อนจะนึกอะไรดี ๆ ออก "ฉันจ้างแกเดือนละสามแสน ตกลงป่ะ?" มิยูกิชูเช็คที่เขียนลายเซ็นพร้อมยอดจำนวนเงิน แต่ไม่ทำให้สีหน้ายูกิหายนิ่งเลย... "แกคิดว่าเงินพวกนี้จะทำอะไรฉันได้งั้นเหรอ?" ชาติที่แล้วแกเกิดเป็นแอร์เหรอ เย็นทั้งชื่อเย็นทั้งเสียง... "หรือว่าแกไม่เอา?" "เอา!" ------------------------------------------------------------- TBC~ เรื่องที่สองแล้วค่าาาา~ นำเสนอความโลลิ เรื่องราวความรักต่างวัยของพี่เลี้ยงจำเป็นจอมเนิร์ดกับเด็กน้อยน่ารักน่าฟัด(?) ว่าแต่ว่าเมื่อกี้เหมือนจะได้ยินเสียงแปลก ร้องหวอ~ หว๊อ~ ช่วยติดตามกันเยอะ ๆ ด้วยนะค่าาาา~
  4. ชีวิตของคนเรา ล้วนเกี่ยวข้องกับอะไรหลายๆอย่าง   ทั้งเรื่อง การงาน ชีวิตส่วนตัวหรือแม้กระทั่ง สิ่งๆหนึ่งที่เรียกกันว่า   ความรัก                 โย่ ขอโทษที่หายไปนานนะจ๊ะ   พอดี เพิ่งมีเวลาว่างนะ   ก็แหม่ คนเขียนอยู่ปี 4 แล้ว อีกไม่นานก็จะจบ   เลยต้องขลุกอยู่กับการเรียนซะก่อน    ตอนนี้มันว่าง 3 อาทิตย์ เลยมีเวลามาหาทุกคนนะจ๊ะ   สำหรับตอนแรกของเรื่องนี้นั้น จะมาในวันพรุ่งนี้   ยังไงก็ช่วยดูผ่านๆตาด้วยนะ
  5. คำเตือน   เรื่องนี้มีพล็อตหลักมาจากเรื่องที่ทุกท่านรู้จักกันดี คือ Battle Royal มีฉากที่คาดว่าจะสะเทือนใจมากมาย มีการใช้ถ้อยคำรุนแรงและมีการสูญเสียแน่นอน   อนึ่ง คู่ต่างๆมีตามที่ Tag จะได้ไม่ต้องลุ้นกัน   โปรดทำใจยอมรับก่อนอ่าน   -----------------   Till the last of us   -Prologue- | 01 | 02 | 03 | 04 | 05 | 06 |  | 07 | 08 | 09 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |  | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | .. | | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |   -----------------   -Prologue-   ----------------- "...ถ้าฉันยอมเสียตัวให้คุณ คุณจะยอมทำตามแผนของฉันรึเปล่าล่ะ"   หญิงสาวกัดฟันแน่น ข่มคำพูดกรอดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผงความเกลียดแค้นคนตรงหน้าจับใจ นัยน์ตาคลอน้ำตาใสจ้องเขม็ง เฝ้ารอคำตอบที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิต และสถานการณ์เป็นตายทั้งหมดนี่ "แน่นอน วาตานาเบะ มายุ"   หญิงสาวอีกคนผู้กุมอำนาจตัดสินชีวิตคนอื่นด้วยปืนมัจจุราชสีดำที่คร่าชีวิตใครมานักต่อนัก บัดนี้มัจจุราชนั้นกำลังชี้ตรงมาที่เธอ คาชิวากิ ยูกิ เหยียดยิ้มชั่วร้าย ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ฉันจะเล่นตามแผนของเธอ ถ้าเธอยอมเป็นของเล่นให้ฉันตลอดไป..." ----------------- "ขอโทษ... พี่ขอโทษนะ ...พี่ไม่น่าพาเธอมาในที่แบบนี้เลย" หญิงสาวผู้ที่ใบหน้ากลมขาว เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลนของผืนป่า พูดด้วยเสียงสั่นเครือ นัยน์ตาใสนั้นมีน้ำตาคลอเพราะความรู้สึกผิดเต็มหัวใจ "มะ... ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่เรนะ แค่กิ่งไม้เอง" เด็กสาวที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกันตอบกลับ เธอหอบหายใจ เรียกอากาศที่สูญเสียไปจากการวิ่งที่ยาวนาน ที่ขานั้นมีเลือดไหลออกมาจากแผลถลอกที่โดนกิ่งไม้บาด เรนะเอื้อมมือไปคว้าเอาดาบยาวคาตานะที่ร่วงหล่นอยู่ด้านข้างตัวจากการล้มกลิ้งตกเนินเมื่อครู่นี้ขึ้นมา เธอกำมันไว้ด้วยสายตาทีเจ็บปวด แต่ก็แน่วแน่ "พี่จะปกป้องน้องเอง ...น้องจะต้องได้กลับไป" -----------------   "อย่าเข้ามา!!" "เดี๋ยว ใจเย็นๆก่อน ชิมาซากิ" "ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่!" หญิงสาวกวัดแกว่งมีทำครัวในมือไปมาอย่างสะเปะสะปะ พยายามป้องกันตัวเองจากผู้หญิงผมดำอีกคนที่ตั้งใจเดินเข้ามา "นี่ฉันเอง โยโกยาม่า ไง... ที่เราเคยเล่นด้วยกันตั้งแต่เด็กๆ จำได้มั้ย" "ไม่จริง! เธอมันไม่ใช่ ยุย ที่ฉันรู้จัก! อย่าเข้ามานะ!" ยุยค่อยๆก้าวเดินเข้าไปหาอีกคนที่มีท่าทางตื่นกลัว ก้าวแต่ล่ะก้าว ทำให้คนตรงหน้ายื่นมีดตรงมาด้วยมือที่สั่นเทา "พารุ... นี่ฉันเอง วางมีดลงเถอะนะ" ยุยยกมือซ้ายขึ้นตรงไป ทำท่าห้ามปราม พยายามสงบสติอารมณ์อีกคน "ไม่จริง... ไม่ใช่... เลิกโกหกกันสักที!!" "ถ้าเธอเป็นยุยจริงๆ แล้วในมือนั่นมันอะไร!" พารุตะโกนก้อง ความเงียบสงบยามราตรี ทำให้เสียงสะท้อนดังไปทั่วป่า สายตาที่หวาดกลัว จับจ้องไปยังมือขวาของหญิงสาวผมดำที่อ้างชื่อว่าเป็นเพื่อนสนิทเธอ ยุยมองสิ่งของที่อยู่ในมือตัวเอง หน้าไม้ขึ้นคันศรพร้อม กับของเหลวสีแดงที่เปรอะเปื้อนมันทำให้ดูน่ากลัว รอยเหยียดยิ้มพร้อมขมวดคิ้วถูกเผยออกมาจากคนที่พยายามสงบสถาณการณ์ เจ้าของหน้าไม้ ยกมือขึ้นมา ตั้งศูยน์เล็งไปยังผู้ที่ยืนสั่นอยู่ตรงหน้า "...ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้" "...แล้วเจอกันใหม่นะ พารุ ..."     -----------------   "ซายาเน่ รอด้วยสิ ลืมฉันไปแล้วรึยังเนี่ย" น้ำเสียงงอนๆ วิ่งตามมาด้วยท่าทีเหนื่อยล้า บนเนินชันตรงหน้าเธอนั้นมีผู้หญิงผมสั้น ท่าทางทะมัดทะแมง สายตาคมนั่นหันกลับมามองจ้องตามเสียงเรียก   "เราต้องรีบหาที่ปลอดภัยนะ มิยูกิ" ซายากะหยุดเดิน ย้อนกลับมาหิ้วปีกพยุงหญิงสาวผมยาวร่างบางที่ทำหน้าตาง้องอน   "จะหาที่ปลอดภัยทำไม ใครก็เข้ามาทำอันตรายเราไม่ได้หรอก..." "ซายาเน่มีไอ้นั่นอยู่นี่นา" มิยูกิเพยิดหน้าไปยังกระเป๋าข้างเอว ที่มีวัตถุโลหะดำแขวนอยู่ ปืนกลเบาขนาดเล็ก ที่บรรจุกระสุนพร้อมลั่นไกได้ทุกเมื่อ   "มันไม่ใช่สิ่งที่จะปกป้องเราได้ตลอดไปนะมิ้ลกี้" ซายากะพูดเสียงดุ พยายามเดินต่อพร้อมสอดส่องหาที่ที่พอจะสามารถหลบภัยให้พ้นคืนนี้ไปได้ "และฉันก็ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ฆ่าใครโดยไม่จำเป็น" "ทำมาพูด ทีเมื่อกี้ยังฆ่าไปแล้วเลย... ตั้งสามคน" มิยูกิพึมพำ แต่คำพูดเบาๆเพียงแค่นั้น ก็ทำให้สีหน้าของซายากะเปลี่ยนไป น้ำเสียงเศร้าสลดถูกข่มผ่านไรฟันออกมา   "...เรื่องนั้น ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ" "มันแค่การป้องกันตัวเอง..." -----------------