Sign in to follow this  
Followers 0

[One Short] The Selected [Sakura x Paruru] Full!

6 posts in this topic

            มาเอดะ อัตสึโกะกับทาคาฮาชิ มินามิเป็นคู่หูที่สุดยอด ทุกๆการกระทำที่ทั้งสองคนได้อยู่ใกล้กันมันมีแต่บรรยากาศของความอบอุ่นล้อมรอบ เพียงแค่มองตาก็เข้าใจกันและกันโดยไม่ต้องมีคำพูดใดๆ...

 

น่าอิจฉา นั่นสิน้า เอซก็ต้องคู่กับกัปตันอยู่แล้ว เหมือนเธอที่ต้องคู่กับเขาไง เขาที่เป็นถึงโซคันโตคุคนปัจจุบัน เป็นกัปตันคนสำคัญของทีมที่คอยเป็นเสาหลักค้ำจุนคนทั้งกรุ๊ปเอาไว้ กับฉันที่เป็นแค่เด็กกะโปโลจากบ้านนอกจะเอาอะไรไปสู้เขา

 

.....จะเอาอะไรไปเรียกร้องให้เธอที่เป็นเอซคนสำคัญหันมาสนใจ

 

                แม้ในตอนนี้ฉันก็ยังคงตัวเล็ก แม้จะนั่งอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆร่วมวงแต่เสียงพูดคุยเฮฮาของพวกนั้นก็ไม่อาจแทรกเข้ามาในโสตประสาทได้ ในงานเลี้ยงวันจบการศึกษาของทาคามินะซัง ฉันได้แต่นั่งทอดสายตาเหม่อมองเธอคนนั้นที่นั่งอยู่กับกลุ่มเพื่อนของตัวเอง ผู้หญิงตัวเล็กๆ ผิวขาวๆสะท้อนกับแสงไฟตัดกับเรือนผมสีดำขลับ ดวงตากลมโตแล้วก็ริมฝีปากแดงสด.....น่ารัก

 

                และฉันอาจจะเผลอยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีถ้าข้างกายของเธอไม่ใช่เขาคนนั้น ‘โยโกยาม่า ยุย’ โซคันโตคุที่ทาคามินะซังไว้ใจฝากฝังอนาคตของวงนี้ไว้ให้ดูแล...เวลาเธออยู่กับเขา เธอช่างดูมีความสุข รอยยิ้มของเธอดูเปล่งประกาย มันทำให้ฉันได้รู้ว่าคนอย่างฉันไม่ควรเอาตัวเองไปเทียบกับเขาเลยจริงๆ ไม่ว่าจะฉันมองหรือแฟนคลับมอง ยังไงก็ต้องเป็น ‘ยุยพารุ’ นั่นล่ะที่เหมาะสมกันที่สุด

 

“เฮ้ย! ซากุระ” ฉันหันไปตามเสียงเรียกของจิโยริที่นั่งอยู่ข้างๆ มันย้ายไปอยู่ทีม A ช่วงเดียวกับที่ฉันไปควบทีมนอกจากนั้นยังสนิทกับเธอคนนั้นพอสมควร...เพราะงั้นมันถึงมองฉันด้วยสีหน้าที่เป็นห่วง ไม่เหมาะกับจิโยริเลยจริงๆสีหน้าจริงจังแบบนั้นน่ะ

 

“อะไร” ฉันถามกลับเบาๆเพราะตอนนี้เสียงฉันค่อนข้างสั่น ดีที่ไม่ค่อยมีใครสนใจฉันเท่าไรนักจะมีก็แต่....ตัวต้นเหตุที่ทอดสายตามองมาทางฉันอย่างห่วงๆ

 

“ยังจะมาอะไรอีก น้ำตาไหลแล้วโว๊ย! มานี่เลย” ทันทีที่ฉันเบนสายตาหลบน้ำตามันก็พรูออกมาซึ่งมันอาจจะทำให้เมมเบอร์คนอื่นๆตกใจได้ถ้าไม่ใช่เพราะจิโยริมันเอาแขนล็อคคอของฉันให้ก้มลงไปแล้วลากๆออกมาจากวงตามด้วยผ้าเช็ดหน้าโป๊ะลงมาแบบไร้ซึ่งความอ่อนโยน

 

“ขอบใจ” ฉันพึมพำตอบไปแบบนั้นแล้วรีบเช็ดน้ำตาออกจากหน้าลวกๆ

 

“ไหวไหมเนี่ย ถ้าดูแล้วเจ็บปวดแบบนี้จะไปจ้องทำไมเนี่ย” จิโยริบ่นไปแล้วก็ขยี้หัวฉันไปแถมด้วยเสียงพึมพำเบาๆประมาณว่า ‘บอกไม่รู้กี่ครั้งแล้ว’ ซึ่งนั่นก็จริง

 

“ไม่ไหว ขอไปเดินเล่นก่อนนะ” แล้วสุดท้ายฉันก็เลือกที่จะหนีไป

 

...เหมือนกับครั้งก่อนๆ ฉันเดินผละจากจิโยริที่ไม่คิดจะเอ่ยห้ามออกมาจากห้อง เดินเรื่อยๆเอื่อยๆแบบไร้อารมณ์ไปตามทางเดิน สายลมด้านนอกที่พัดมาบาดผิวกายให้รู้สึกสะท้านจนอยากจะกลับเข้าไปข้างใน....ฉันเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ ตัวฉันที่อ่อนแอแบบนี้

 

พลั่ก!! ห้วงความคิดของฉันชะงักกึกเมื่อสัมผัสได้ว่าตัวเองที่เดินมาช้าๆแบบไร้สติชนเข้ากับใครบางคนเบาๆแต่ก็มีแรงมากพอจะทำให้ใครคนนั้นหยุดแล้วหันมาสนใจฉัน....ฉันเงยหน้ามอง แล้วก็ต้องตกใจพลางรีบก้มหัวขอโทษอีกฝ่าย....

 

                มาเอดะ อัตสึโกะซัง....

 

“ขอโทษค่ะมาเอดะซัง!” แน่นอนว่ามาเอดะซังไม่โกรธ เจ้าหล่อนยกยิ้มกว้างตอบกลับมาประมาณว่า ‘ไม่เป็นไร’

 

“อ๊ะ! เป็นอะไรรึเปล่าซากุระจัง” แล้วก็เปลี่ยนมาเลิกคิ้วถามเมื่อสังเกตเห็นคราบน้ำตาบนใบหน้าของฉัน

 

“ปะ เปล่าค่ะ” ฉันรีบก้มหน้าแล้วตอบออกไป

 

“ถึงเราจะไม่สนิทกันเท่าไรแต่ถ้าไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร...ฉันก็ยินดีรับฟังนะ” แล้วฉันก็รู้สึกถึงฝ่ามืออุ่นๆที่วางลงมาบนหัวให้รู้สึกผ่อนคลาย พอเงยหน้ามองก็พบกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่ถูกส่งมา....เหมือนเป็นกุญแจที่ไขประตูหัวใจให้ความรู้สึกที่ถูกผนึกไว้พรั่งพรูออกมา

 

“มาเอดะซังคะ.....”

 

“หื้ม” ฉันเอ่ยเรียกชื่อเธอแผ่วเบาก่อนที่เธอจะส่งเสียงรับคำในลำคอบอกว่า เธอฟังอยู่

 

“เอซน่ะต้องคู่กับกัปตันเท่านั้นงั้นหรอคะ” มาเอดะซังเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ...ฉันเองก็ไม่ได้หวังแบบนั้น ไม่เคยมีใครเข้าใจมันมาตั้งแต่ต้นเพียงแต่ฉัน......

 

“ฉันที่เป็นแค่เด็กไม่เอาไหนจากวงน้อง...จะเอาอะไรไปสู้เขาที่เป็นถึงโซคันโตคุคนสำคัญได้หรอคะ”

 

“ฉันจะต้องทำยังไง...ถึงจะหลุดพ้นจากความเจ็บปวดนี้”

 

“ต้องทำยังไง ตัวฉันที่อ่อนแอจะหายไป”

 

                ...หยุดไม่ได้ ทั้งคำพูดที่เก็บเอาไว้ไม่เคยบอกใคร....ทั้งน้ำตาที่ไหลรินออกมาเป็นสาย มาเอดะซังเพียงแค่ยืนมองฉันร้องไห้อยู่ตรงหน้าเงียบๆด้วยสีหน้าที่คาดเดาไม่ถูก ยืนฟังฉันระบายมันออกมา.....

 

“ฉัน.....” ประโยคของฉันถูกหยุดไว้แค่นั้นเมื่อมาเอดะซังส่งนิ้วเรียวของตัวเองมาเกลี่ยน้ำตาบนใบหน้าของฉันแล้วลากมันขึ้นไปลูบหัวของฉันเบาๆด้วยความต้องการจะปลอบโยน

 

“ยึดติดมากไปแล้วนะ” ฉันสบตากับเธอ ดวงตาอ่อนโยนของเธอที่ทำให้ใจสงบลง ไหนจะยังคำพูดด้วยน้ำเสียงปนเอ็นดูนั่นอีก...

 

“ซากุระเองก็ไม่ใช่คนไม่เอาไหนสักหน่อย.....” มาเอดะซังว่า มือเรียวยังคงลูบหัวฉันช้าๆ

 

“ฉันน่ะ อะไรก็ไม่ได้ดีสักอย่าง....ฉันยังอ่อนแอ ไม่มีอะไรสักอย่างที่จะเอาไปสู้กับคนที่อยู่ข้างๆเขา” ฉันตอบกลับทั้งน้ำตายังไม่หยุดไหล...ยิ่งพูดมันออกมาก็ยิ่งเจ็บปวด ทำไมกันนะคำพูดที่ไม่เคยพูดให้ใครฟัง ความรู้สึกเจ็บปวดเหล่านั้น พอมันมาอยู่ต่อหน้ามาเอดะซัง กลับรู้สึกสบายใจ

 

“ซากุระจัง.....โตขึ้นมากนะ” ฉันไม่เข้าใจคำพูดของเธอเลยสักนิด

 

“เอ๊ะ?”

 

“ซากุระสูงขึ้นด้วยสินะ”

 

“0_0 ?” ฉันได้แต่ทำหน้างงตอบคำถามของเธอ อาจจะเพราะมันตลกก็ได้มาเอดะซังจากที่ยิ้มๆอยู่เลยหลุดขำออกมาน้อยๆแล้วจ้องตาฉันที่หยุดร้องไห้แล้ว

 

“แววตาของซากุระน่ะเปลี่ยนไปนะ ถึงแม้ความทรงจำของฉันเกี่ยวกับซากุระจะเลือนรางแต่ฉันก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศรอบๆตัวซากุระที่มันเปลี่ยนไป....ซากุระไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆคนนั้นอีกแล้ว เธอเป็นเอซคนสำคัญของวง เป็นอีกหนึ่งความหวังของเมมเบอร์รุ่นใหม่ไม่ใช่หรอ....” มาเอดะซังว่าต่อด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ใจสงบ ฉันรับฟังคำพูดของเธอเงียบๆในหัวก็ประมวลผลตาม

 

“เอซเองก็แบกรับอะไรหลายๆอย่างไม่ต่างจากคนเป็นกัปตัน....ซากุระที่ยืนอยู่ตรงนี้เองก็เหมือนกัน เธอไม่ได้เข็มแข้งน้อยไปกว่ายุยเลยนะ ถึงซากุระจะมองว่าตัวเองไม่เอาไหนแต่ซากุระยังสำคัญกับคนอื่นๆ” สิ้นประโยคของมาเอดะซัง อ้อมแขนอุ่นๆกอดรัดร่างของฉัน....มันอ่อนโยน ปลอบประโลมฉันราวกับอ้อมกอดของแม่ ฉันอิจฉาทาคามินะซังจริงๆที่มีผู้หญิงที่อบอุ่นได้ถึงขนาดนี้คอยอยู่เคียงข้างกาย

 

“.......และซากุระเอง ก็ควรจะให้โอกาสตัวเองได้เป็นคนที่ถูกเลือกนะ” มาเอดะซังกระซิบข้างหูของฉัน เห็นได้จากทางหางตาว่าตอนนี้สายตาของเธอไม่ได้สนใจที่ฉันอีกแล้ว....แต่เป็นอะไรบางอย่างที่ด้านหลังของฉัน

 

                ....ชิมาซากิ ฮารุกะ......นั่นคือคำตอบที่ฉันพบหลังจากที่มาเอดะซังผละจากอ้อมกอดแล้วจับฉันหมุนกลับไป....พารูรุซังยืนอยู่ตรงนั้น มองมาทางเราทั้งคู่ด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ

 

“ทำไมอยู่คนเดียวล่ะพารูรุ” มาเอดะซังเอ่ยถามออกมาทั้งมือยังโอบไหล่ของฉันอยู่

 

“เดินเล่นน่ะค่ะ.....แล้ว...ทำไมมาเอดะซังถึงอยู่กับซากุระล่ะคะ” พารูรุซังตอบรับและถามต่อ

 

“ปลอบเด็กขี้แย่น่ะ” มาเอดะซังคนทรยศ!! ว่าจบแล้วหันมาลูบหัวฉันหน้าตาเฉยด้วยล่ะ!

 

“ขี้แย?” พารูรุซังทวนคำงงๆแล้วจ้องมาที่หน้าของฉัน

 

“อ๋า! ฉันตามหาทาคามินะอยู่นี่นา” สมแล้วที่เป็นนักแสดง ถึงจะดูกลบเกลื่อนไม่เก่งเท่าไรแต่เจ้าตัวรีบทำหน้าตกใจเหมือนเพิ่งนึกขึ้นมาได้ทันที

 

“ทาคามินะซังอยู่ในห้องกับพวกอิตาโนะซังค่ะ” พารูรุซังขมวดคิ้วแล้วตอบให้ พยักเพยิดไปทางห้องที่ใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงในคืนนี้

 

“อ๊ะ! ขอบใจนะพารูรุจัง งั้นฉันฝากเด็กน้อยคนนี้ด้วยล่ะ”

 

“คะ?” ฉันเผลออุทานแล้วหันขวับไปทางมาเอดะซัง เจ้าตัวยกยิ้มรับแล้วจับฉันหันกลับไปหาพารูรุซัง

 

“พยายามเข้าล่ะ” มาเอดะซังกระซิบที่ข้างหูฉันก่อนที่จะออกแรงผลักฉันเบาๆให้ก้าวไปหาเธอ

 

“ดะ เดี๋ยวสิคะ! มาเอดะซัง!” พอรู้สึกตัวแล้วจะหันไปแย้งเธอก็หายไปแล้ว!?! ทิ้งฉันให้ยืนเผชิญหน้ากับพารูรุซังแค่คนเดียว....อะไรกัน! มาเอดะซัง! แล้วฉันจะทำยังไงในสถานการณ์แบบนี้

               

“อ่ะ เอ่อ.......” ฉันค่อยๆหันกลับไปเผชิญหน้ากับพารูรุซังที่ก้าวเข้ามายืนอยู่ใกล้แค่เอื้อม

 

“ซากุระร้องไห้หรอ” ไม่ถามเปล่าพารูรุซังยังทำท่าจะเอื้อมมือมาแตะใบหน้าของฉันด้วย นั่นทำให้ฉันตกใจผงะถอยหลังมาตั้งหลักอีกหลายก้าวเลยล่ะ

 

“ปะ เปล่าค่ะ.....มาเอดะซังคงพูดไปอย่างนั้นเอง” ฉันตอบออกไปแบบนั้นและรู้ดีว่ามันคงไม่น่าเชื่อเพราะน้ำเสียงของฉันช่างร้อนรนแถมมาด้วยเหงื่อที่แตกพลั่กบนหน้าผาก

 

“....” พารูรุซังเองก็ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมานั่นยิ่งทำให้บรรยากาศน่าอึดอัดเข้าไปใหญ่...ฉันคาดเดาไม่ได้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ สีหน้าไม่บ่งบอกอารมณ์ที่เอาแต่จ้องฉันนิ่งๆ

 

                ....ไม่ไหวแล้ว......ต้องหนี

 

“ฉะ ฉันออกมานานแล้ว......ขอตัวกลับเข้าไปก่อนนะคะ” สุดท้ายฉันก็เลือกที่จะหนีอีกครั้ง ฉันตอบเธอไปแบบนั้นแล้วก้าวยาวๆผ่านหน้าเธอไป....

 

หมับ! ตึง!!!.......

 

....จะ เจ็บ นั่นคือความรู้สึกแรกที่แล่นเข้ามาเมื่อพารูรุซังอาศัยจังหวะที่ฉันกำลังจะเดินผ่านไปคว้าเอาแขนของฉันแล้วผลักไปชนกับกำแพง........หลังจากนั้นน่ะหรอ สัมผัสที่สองที่ฉันรู้สึกได้คือริมฝีปากนุ่มๆที่สัมผัสลงมาอย่างแผ่วเบา แต่ก็รวดเร็วแบบที่ไม่ทันให้ตั้งตัว.......จูบเนินนานที่อ่อนหวานชวนให้คล้อยตาม ฉันหลับตาลงแล้วก็ซึมซับเอาความรู้สึกนี้ไว้อย่างว่าง่าย

 

เห็นๆอยู่ว่าพารูรุซังกำลังหงุดหงิด....มากๆด้วย ถึงพารูรุซังจะดูอ่อนแอแต่ฉันพนันได้เลยว่าเธอน่าจะมีแรงมากกว่าฉันในสถานการณ์แบบนี้....

 

“พะ พารูรุ ซัง” ฉันพึมพำชื่อของเธอหลังจากที่เธอผละจุบออกแล้วมองสบตาฉันในระยะแค่ลมหายใจผ่าน....ไม่ดีเลยสำหรับหัวใจของฉัน ไม่ดีเลยที่พารูรุซังดูหงุดหงิดแบบนี้

 

                คาดเดาอะไรไม่ได้เลย......

 

“เธอเป็นแบบนี้ตลอด.......เอาแต่ร้องไห้แล้วก็วิ่งหนี” พารูรุซังพึมพำเบาๆแต่นั่นก็ทำเอาน้ำตาที่มาเอดะซังอุตส่าห์ช่วยหยุดให้พาลจะไหลออกมาอีกรอบ

 

“....ฉันทำให้เธอเจ็บปวดตรงไหนหรอ” พารูรุซังถามต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แววตาก็ด้วย....มันดูเคล้าความเศร้า สลดจนฉันต้องรีบส่ายหน้าปฏิเสธ...

 

“แล้วทำไมเธอถึงร้องไห้ล่ะ” ฉันชะงักกึกเพราะนอกจากคำถามนั้นฉันจะไม่กล้าตอบแล้วที่ดวงตากลมโตของเธอ.....มันยังมีน้ำใสๆคลอๆไม่ต่างกับฉัน พอเห็นแบบนั้นความรู้สึกที่อดกลั้นไว้มันก็ทะลักออกมาพร้อมกับน้ำตา

 

“ขอโทษค่ะ....พารูรุซัง”

 

“ทำไมเธอถึงไม่เคยยอมพูดอะไรเลย” พารูรุซังก้มหน้าแล้วถามฉันเสียงสั่นๆ มือเรียวที่คว้าไหล่ฉันเอาไว้กำเสื้อของฉันแน่น

 

“ทำไมถึงเอาแต่วิ่งหนี”

 

“...เพราะเธอเป็นแบบนี้ตลอดฉันถึงไม่รู้สึกทีว่าเธอคิดยังไงกับฉัน”

 

“เธอมีเคยหันหน้ามาเผชิญกับฉันตรงๆเลย”

 

“ไม่เคยมีสักครั้งที่ฉันจะได้เห็นความรู้สึกในหัวใจของเธอ”

 

“พารูรุซัง” สถานการณ์ตอนนี้ฉันไม่เข้าใจ น้ำตาของพารูรุซังหยดลงมาเป็นวงชื้นบนอกเสื้อของฉัน หัวทุยๆซุกเข้ามาตรงตำแหน่งหัวใจแล้วไหนจะยังมือทั้งสองข้างที่เสื้อของฉันจนสั่น

 

.....พารูรุซังกำลังร้องไห้....

 

                ...............ทำไมกัน...........

 

“ขอร้องล่ะ.....สักครั้งหนึ่ง.........หยุดหนี แล้วบอกฉันได้ไหม........” พารูรุซังเว้นช่วงแล้วเงยหน้าขึ้นมาให้ฉันได้เห็นแววตาอ้อนวอนด้านหลังม่านน้ำตา....

 

“สิ่งที่อยู่ในใจของเธอ......เธอคิดยังไงกับฉัน” คำถามของเธอทำให้ฉันสะอึก....ไม่กล้าแม้จะขยับตัวไปไหน อยากจะวิ่งหนีก็ทำไมได้

 

                วินาทีนั้นราวกับต้องมนต์ สีหน้าของฉันที่มองเธอเป็นอะไรที่ฉันเองก็ไม่สามารถอธิบายได้ถูกมันผสมปนเปกันไปหมดรวมทั้งความคิดหลากหลายที่แล่นพล่านอยู่ในหัวเองก็ได้....

 

                ทำไมพารูรุซังถึงถามฉันแบบนี้

 

                ไหนจะยังแววตาแบบนั้นอีก.....ต่อให้เธอไม่จับไหล่ฉันแน่นขนาดนี้ยังไงซะฉันก็หมดทางหนีแล้ว รู้สึกเหมือนช่วงเวลาที่ตัวเองต้องยืนอยู่ปากเหว เลือกเอาระหว่างกระโดดลงไปกับถอยกลับมาอย่างคนขี้ขลาด ความจริงฉันจะเลือกโกหกแล้ววิ่งหนีกลับมาเหมือนที่เคยทำทุกครั้งก็ได้.......ใช่สิ! ฉันหนีมานับครั้งไม่ถ้วน จะหนีอีกสักครั้งเป็นอะไรไป แต่ว่า..........

 

                .......ความมืดมิดตรงหน้ากำลังจะกลืนกินฉัน เพียงแค่มองลึกลงไปในแววตานั่นมันกำลังเรียกร้องให้ฉันกระโดดลงไป....ฉันรู้สึกว่าถอยไปไหนไม่ได้แล้ว ไม่กล้าแม้แต่จะหนี สุดท้ายก็ได้แต่ปล่อยกายทิ้งดิ่งลงไปให้ความมืดในหุบเหวนั่นกลืนกิน

 

“ฉัน........ชอบพารูรุซัง......” ในที่สุดก็ได้พุดออกไป....ด้วยเสียงอันแผ่วเบา วินาทีนี้ฉันไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับเธอแต่รู้สึกได้ถึงแรงบีบที่ไหล่กำลังผ่อนคลายลงตามด้วยแรงโอบกอดที่เอว พารูรุซังซุกใบหน้ากลับมาที่อกข้างซ้ายของฉันเหมือนเดิม.....นั่นทำให้หัวใจฉันยิ่งเต้นแรง ฉันมั่นใจว่าเธอต้องได้ยินมัน ทั้งคำสารภาพของฉัน

 

.......และเสียงยืนยันของหัวใจ

 

“...............” การกระทำของพารูรุซังแม้แต่ตอนนี้ฉันก็ยังคาดเดาไม่ได้ นี่เป็นการให้ความหวังฉันรึเปล่านะ....หรือพารูรุซังเพียงแค่อยากรู้เหตุผลที่ฉันทำตัวแปลกไปเท่านั้น

 

                เอาเถอะ ยังไงซะก็แปรเปลี่ยนความจริงที่ว่า ‘ฉันเพิ่งสารภาพรักกับพารูรุซังไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน’ ไม่ได้อยู่ดี...มันหมดแล้วล่ะค่ะมาเอดะซัง สิ่งที่ฉันพอจะทำได้ในตอนนี้

 

“พารุรุซังคะ?” ฉันเอ่ยเรียกชื่อเธอเมื่ออยู่ๆเธอก็เมแรงกอดรัดตัวของฉัน ความชิ้นที่อกเสื้อก็ยังคงอยู่....

 

“ฉันเอง.....ชอบเธอมากจริงๆ.........” คำตอบของพารูรุซังทำให้ฉันเบิกตากว้าง คว้าไหล่ของพารูรุซังอย่างลืมตัวถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่ยอมผละอ้อมกอดออกมา....ถ้าเธอไม่ได้กำลังร้องไห้ คงกำลังหัวเราะเยาะฉันแน่ๆที่เพียงแค่คำพูดเพียงไม่กี่คำได้เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจฉันแบบนี้ มันเต้นแรงจนหยุดไม่อยู่แล้ว.....

 

“......และเพราะฉันชอบเธอมาก....ทุกครั้งที่เธอวิ่งหนี...ทุกครั้งที่เธอต้องร้องไห้เพราะฉัน........ฉันเสียใจนะ” พารูรุซังผละออกมาและยกมือขึ้นเกลี่ยคราบน้ำตาบนแก้มของฉัน แววตาอบอุ่นและอ่อนโยนแบบที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน

 

“ซากุระ...ต้องเจ็บปวดขนาดนี้เลยหรอ.....” เสียงของพารูรุซังเริ่มสั่นขึ้นเรื่อยๆยิ่งพูดก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นกว่าเก่า

 

“...จนฉันได้แต่คิดกับตัวเอง.....ว่าให้ฉันเจ็บแทนเธอได้ไหม............

 

...หัวใจของฉันจะได้ไม่ทรมานขนาดนี้” ประโยคสุดท้ายช่างแผ่วเบาแต่มันหนักแน่นสะท้อนก้องอยู่ในหัว ว่าที่ผ่านมาไม่ใช่เพียงฉันแค่คนเดียวที่ต้องเจ็บปวด.....การหนีของฉัน มีปกป้องฉันโดยการทำร้ายความรู้สึกของใครอีกคน....

 

                ฉันเองที่พารูรุซังต้องร้องไห้เพราะความอ่อนแอของฉัน.......ฉันก็เสียใจไม่แพ้กัน

 

                ไวเท่าความคิดสองมือของฉันกอบกุมแก้มนิ่มๆของพารูรุซังแล้วประกบริมฝีปากลงไป ร่างกายของพารูรุซังในอ้อมแขนของฉันยังคงสั่นถึงอย่างนั้นก็ยังคงตอบรับจูบนี้.....หวานยิ่งกว่าครั้งแรกที่ได้สัมผัส อ่อนละมุนชวนหลงใหล แขนเรียวที่เคยเกี่ยวกระหวัดอยู่ที่เอวถูกยกขึ้นคล้องลำคอของฉันแล้วกดลงให้จูบนี้ยิ่งแนบแน่น........เนินนานจนเริ่มจะขาดอากาศหายใจถึงได้เป็นฝ่ายดันเธอออกเบาๆ น้ำตาเธอหยุดไหลแล้ว ดวงตากลมโตสีดำสนิทที่จับจ้องมาที่ฉันไร้ซึ่งม่านน้ำตา แต่มันเต็มไปด้วยความรู้สึก....ฉันยิ้มให้เธอน้อยๆปลอบประโลมว่าฉันไม่เป็นอะไร เพราะฉะนั้นไม่ต้องเจ็บปวดแทนฉันอีกแล้ว....

 

“ฉันอาจจะเป็นแค่เด็กไม่เอาไหน ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเหมือนใคร....แต่ฉันจะเติบโตขึ้น” ฉันหยุดแวบหนึ่ง กลั้นหายใจแล้วจับจ้องไปที่พารูรุซังที่กำลังตั้งใจฟัง...อยากให้เธอรู้ว่าคำพูดต่อไปนี้ฉันหนักแน่นกับมันจริงๆ

 

“....ได้โปรดคบกับฉันนะคะ” พารูรุซังยิ้มกว้างที่สุดเท่าที่เคยเห็นแล้วก็กระโดดกอดคอของฉันจนแทบจะเซล้มลงไปกับพื้น แต่ดีที่ฉันตัวสูงกว่าก็เลยรับเอาไว้ได้เหมาะพอดี....ร่ายกายของฉัน อาจจะถูกสร้างมาเพื่อการณ์นี้ก็ได้

 

“มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว...ฉันเสียน้ำตาไปกับซากุระเยอะแล้วนะ” พารูรุซังตอบกลับตามด้วยเสียงหัวเราะ ฉันโอบกอดเอวบางแล้วโยกไปมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

 

                ต้องขอบคุณความกล้าจากมาเอดะซัง....ถึงแม้ตอนท้ายๆจะดูเหมือนผลักกันให้มาตายเอาดาบหน้าก็เถอะแต่ผลตอบรับทำให้พอมองข้ามไปได้ละนะ

 

“ทีนี้ก็เลิกเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับยุยได้แล้วนะ” เห?...ยะ อย่าบอกนะว่า.....

 

“คะ!?!”

 

“ฉันได้ยินทั้งหมดนั่นล่ะ ที่ซากุระคุยกับมาเอดะซัง” ได้ไงกัน!! ตั้งแต่ต้นเลยหรอ!....หน้าฉันคงตลกอีกแล้ว พารูรุซังมองแล้วก็เลยหัวเราะเบาๆแล้วขยี้ผมฉันซะยุ่ง

 

“ฉันเห็นซากุระร้องไห้.....เลยตามออกมาดู เดินตามมาเรื่อยๆจนเธอชนกับมาเอดะซังนั่นล่ะ” ชัดเจนว่าตั้งแต่ต้นเลยจริงๆ....แบบนั้นมันน่าอายออกนี่นา -///-

 

“ทำไมถึงไม่เรียกกันล่ะคะ” ฉันถามออกไปแผ่วเบา ไม่กล้าแม้จะเงยหน้ามอง....เอ๊ะ! อยู่ด้านหลังฉันมาตลอดงี้มาเอดะซังก็สมรู้ร่วมคิดด้วยน่ะสิ

 

“ถ้าเรียกแล้วฉันจะได้รู้ไหมล่ะว่าที่ซากุระชอบทำตัวแปลกๆชอบร้องไห้แถมวิ่งหนีฉันอีกมันเพราะอะไร....ฉันสังเกตอยู่ตลอดนั่นล่ะ ทุกครั้งที่เธอหลบหน้าฉัน” พารูรุซังตอบให้ฉันยิ่งอายเข้าไปใหญ่

 

“โธ่!”

 

“แล้วก็นะ....ทีฉันละทำหลบหน้า มาเอดะซังถามไม่กี่คำปากเปราะขึ้นมาทันทีเลยนะ” ประโยคท้ายติดเสียงจะงอนๆหน่อยๆ.....แต่เอาตามจริงฉันก็ไม่เคยพูดกับใครเลยนะ แค่บรรยากาศรอบๆตัวมาเอดะซังมันทำให้ผ่อนคลายอบอุ่นเหมือนได้คุยกับคุณแม่เท่านั้นเอง แต่อธิบายไปคงยาว....รีบชิ่งดีกว่า

 

“เอ๋? พูดเรื่องอะไรน่ะคะ......อ่า กลับเข้าไปในงานกันเถอะค่ะหายออกมาทั้งคู่แบบนี้ไม่ดีแน่เลย” ว่าจบก็รีบคว้าแขนของพารูรุซังแล้วก้าวฉับๆกลับเข้าไปในห้องทันทีไม่รอให้เจ้าตัวแย้งทัน....

 

                เอาเถอะ อย่างน้อยๆวันนี้ก็เป็นวันที่ดีล่ะนะ......

.

.

.

“จบแล้วใช่ไหมอ่ะ” ที่สุดทางเดินมุมหนึ่งปรากฏร่างของคนสามคนซุ่มกันอยู่ในเงาของตึกอย่างแนบเนียน....พอคล้อยหลังของคนสองคนที่เพิ่งเคลียร์ปัญหาหัวใจกันจบแล้วก็พากันเดินออกมาจากมุมมืดนั้น

 

“เฮ้อ ซากุระกับพารูรุเนี่ย.....เป็นคู่ที่คาดไม่ถึงเลยนะ” โซคันโตคุคนเก่า ‘ทาคาฮาชิ มินามิ’ หันไปเอ่ยกับคนตัวสูงข้างกายแบบไม่ค่อยเชื่อสายตาเท่าไรนัก.....เธอแค่จะเดินไปเข้าห้องน้ำเนี่ยล่ะ แต่โดนอัตสึโกะดักไว้ก่อนไม่ให้เข้าไปขัดบรรยากาศ

 

“บรรยากาศของสองคนเนี้ยดูไม่ดีมาซักพักแล้วน่ะค่ะ...แต่ก็ดีนะคะที่มาเอดะซังมาช่วยบิ้วไม่งั้นฉันคงรู้สึกผิดบาปอยู่ในใจไปอีกนานเลยที่ทำให้สองคนนี้เข้าใจผิดกัน” โซคันโตคุคนปัจจุบันหันไปพูดกับทาคามินะ.....ถ้าจะถามว่าเธอมาได้ยังไงน่ะหรอ ตามพรูรุมาอีกทีน่ะสิแล้วก็สบโอกาสสมคบคิดกับมาเอดะซังคอยช่วยกันกันคนไม่ให้เข้าไปในเขตซะเลยถือเป็นการช่วยเพื่อนและรุ่นน้องเท่าที่เธอทำได้แล้ว

 

“ก็เธอสองคนสนิทกันจริงๆนี่นา ฉันยังแอบคิดเลยนะเนี่ย” ทาคามินะหันไปตอบ

 

“ไม่เอาแบบนี้สิคะทาคามินะซัง ฉันกับพารูรุเนี่ยยังไงก็แค่เพื่อนกันนั่นล่ะ” ยุยหันไปแย้ง

 

“งั้นช่วงหลังๆก็ระวังหน่อยแล้วกัน...ไปปรับความเข้าใจกับซากุระจังซะนะ” อัตสึโกะที่ยืนเงียบอยู่นานแทรกขึ้นมาก่อนจะคล้องแขนทาคามินะแล้วจากไป ทิ้งเจ้าตัวให้ยืนดูผลงานของตัวเองถูลากถูกังกันเข้าไปในห้องด้วยรอยยิ้ม......

 

“ฉันกับพารูรุน่ะเป็นได้แค่เพื่อนกันเท่านั้นล่ะค่ะ.......ก็คนที่อยู่ในหัวใจของพารูรุมาตั้งแต่แรก ไม่ใช่ฉันนี่ค่ะถึงแม้ฉันจะไม่เข้าใจก็ตามว่าซากุระจะดูแลพารูรุได้ดีกว่าฉันตรงไหน.....แต่ยังไงเขาก็คือคนที่พารูรุเลือกอยู่ดี”........ใช่แล้ว ทั้งเธอทั้งซากุระน่ะ ไม่มีสิทธิ์เลือกหรอก เพราะ.........

 

                .....จะเป็นเพื่อน หรือคนรัก.....คนที่จะตัดสินใจมอบสถานะไหนให้เราทั้งคู่ได้ มีแค่พารูรุเท่านั้น

 

======================================

 

จบไปแล้วล่ะฮะสำหรับฟิคชั่ววูบที่ผมไม่รู้เหมือนกันว่าไปเอาแรงบันดาลใจจากไหนมาแต่ง

 

ภาษาอาจจะไม่ลื่นแถมพล็อตแปลกๆไปนิดหน่อยแต่ก็ขอฝากคู่นี้ด้วยนะครับ

 

เห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกันน่ารักมากๆเลย...>///<

Share this post


Link to post
Share on other sites
น่ารักมากมายคู่นี้
เจอรุกหน้านิ่งแบบพารุเข้าไปนี่ตายเลย

Share this post


Link to post
Share on other sites

โอ้ยยยยยยยยยยยยยน่ารักมากกกกกกกกกก พี่พารุเท่มากค่า
น้องซากุระเดเระได้ใจพี่จริงๆ

Share this post


Link to post
Share on other sites
ฟินนนนนนนนน =\\\\\\=
เปิดมาอย่างขี้แย555 ต้องขอบคุณอัตจังนะเนี่ย
ดูอบอุ่นมากกก ให้อารมณ์แม่จริงๆ555
จริงๆเราชอบยุยพารุนะคะ แต่ชอบเวลาเห็นโมเมนต์ซากุพารุมากกก
คู่ที่เป็นไปไม่ค่อยได้นี่แหละทำให้ยิ่งฟินเวลามีโมเมนต์><
อ่านOSของไรท์ก็ฟิน =\\\= ขอบคุณนะค๊าา

Share this post


Link to post
Share on other sites

Create an account or sign in to comment

You need to be a member in order to leave a comment

Create an account

Sign up for a new account in our community. It's easy!


Register a new account

Sign in

Already have an account? Sign in here.


Sign In Now
Sign in to follow this  
Followers 0