[One Shot] You’re My Hero (SayaMilky)
You’re My Hero
__________________________________________________________________
“แล้วเรา…จะเป็นแฟนกันมั๊ย?”
“หา?”
คุณเคยรู้สึกพิเศษกับใครสักคนมากๆมั๊ยคะ? จนถึงตอนนี้ฉันเองก็ยังไม่รู้ว่าความรู้สึกนั้นมันเป็นยังไง เวลาที่เรารักใครสักคนเราจะรู้สึกยังไง หลายต่อหลายคนต่างนิยามคำว่ารักออกมามากมาย แต่ฉันก็ไม่อาจจะเข้าใจมันได้สักที แต่ถ้าจะบอกว่าความรักคือความผูกพันธ์ล่ะก็ กับคนตรงหน้าฉันนี้อาจจะใช่ก็ได้นะ…
“อึก ฮือๆๆๆ”
“มิยูกิ! เกิดอะไรขึ้น?”
“ซายาเน่ ฮืออออ”
“ไม่เป็นไรแล้วนะ ฉันอยู่นี่แล้ว โอ๋ๆๆ”
ไม่ว่าเมื่อไหร่ เขาก็มักจะเป็นคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยฉันเสมอ ราวกับว่าเมื่อฉันต้องการความช่วยเหลือ เพียงแค่เรียกหา เขาก็จะมาช่วยในทันที ซายาเน่ เขาคือฮีโร่ของฉัน
“มิยูกิ ไม่เป็นไรใช่มั๊ย?”
“ฉันไล่มันไปให้แล้วนะ”
“อ่ะ นี่ไง เธออยากได้ใช่มั๊ยล่ะ ^^”
“ร้องไห้อีกแล้วหรอ ไม่เป็นไรแล้วๆ ฉันจะคอยอยู่ข้างๆเองนะ”
“หิวหรือเปล่า”
“อ่ะนี่ ไอติม”
“ให้ช่วยมั๊ย?”
“เป็นอะไรมั๊ย เจ็บตรงไหนรึเปล่า?”
เขาคอยดูแล ใส่ใจฉัน ไม่ว่าฉันจะต้องการอะไร เขาก็หามาให้ ไม่ว่าฉันจะขี้แยแค่ไหน เขาก็จะคอยปลอบฉันอยู่ข้างๆไม่ห่างไปไหน ซายาเน่เป็นเหมือนพี่ของฉันคนนึงเลยก็ว่าได้ ทั้งที่จริงๆแล้วเราก็อายุเท่ากัน เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ยังหัดเดินด้วยซ้ำ แต่เขากลับเป็นผู้ใหญ่กว่าฉันในทุกๆด้าน เราประคับประคองกันมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ก็นะ เรียกว่าซายาเน่ช่วยประคับประคองฉันมาตั้งแต่เด็กๆคงจะถูกต้องกว่า
ตอนนั้น…ฉันและซายาเน่อายุเพียง 13 ปีเท่านั้น เราทั้งสองอยู่ ม.ต้น โรงเรียนเดียวกัน
“มิยูกิ ขอโทษนะ แต่วันนี้ฉันคงกลับด้วยไม่ได้ ติดซ้อมชมรมน่ะ” หลังออดเลิกเรียนดังขึ้น ซายาเน่ก็หันมาพูดกับฉันที่กำลังเก็บของเข้ากระเป๋า
“อืม ไม่เป็นไรหรอก ใกล้แข่งแล้วนี่นะ สู้ๆล่ะ” ฉันพูดกับเขาโดยไม่ได้หันไปสบตา ถึงจะเหงาแต่ฉันก็โตแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีซายาเน่มาคอยตามดูแลตลอดหรอก
“เธอกลับคนเดียวได้แน่นะ?” ซายาเน่ถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง
“ได้สิ ถ้าเธอเป็นห่วง เดี๋ยวฉันกลับกับยูกิรินก็ได้ บ้านเธอก็อยู่ใกล้ๆบ้านเรา”
“…โอเค งั้นฉันไปนะ” ซายาเน่เดินจากไปอย่างช้าๆด้วยท่าทางอาลัยอาวรฉันอย่างสุดจะบรรยาย ไม่ต้องทำให้มันเว่อร์มากก็ได้มั๊ง
“ไปเถอะน่า ตั้งใจซ้อมล่ะ” ฉันโบกมือให้ซายาเน่ที่ยืนเกาะประตูห้องอยู่เพื่อส่งสัญญาณบอกว่าให้เขาไปได้แล้ว จริงๆเลย ฉันไม่ใช่เด็กน้อยแล้วนะ
“เอาล่ะ กลับบ้านดีกว่า” ฉันพูดกับตัวเองหลังจากเก็บของเสร็จ ในห้องนี้ไม่มีใครอยู่แล้ว ทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน
ส่วนที่ฉันบอกซายาเน่ไปว่าจะกลับกับยูกิรินน่ะโกหก เพราะอะไรน่ะหรอ เพราะฉันรู้ดีว่ายูกิรินมักจะไปส่งมายุรุ่นน้องที่เจ้าตัวกำลังตามจีบอยู่ถึงที่บ้านเสมอเลยน่ะสิ แล้วบ้านของเด็กคนนั้นก็ดูเหมือนจะอยู่คนละทางแล้วก็คนละโยดกับบ้านยูกิรินเลยด้วย ดังนั้นฉันขอกลับเองคนเดียวดีกว่า ใครจะไปอยากเดินเหงาๆเป็นก้างขวางคอสองคนนั้นล่ะ
ตึก ตึก ตึก
ฉันเดินก้าวลงบันไดอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องประสบพบเจอกับอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด กันไว้ดีกว่าแก้อยู่แล้ว
“อ๊ะ วาตานาเบะซัง พอดีเลย” เสียงทุ้มเรียกชื่อฉันที่กำลังเดินลงบันไดอย่างเรื่อยเปื่อยทำให้ฉันต้องหยุดชะงัก
“อาจารย์อาโอกิ…” เจ้าของเสียงนั้นก็คืออาจารย์ อาโอกิ ชินจิโร่ นิสิตฝึกสอนวิชาพละที่ทำหน้าที่สอนให้ห้องของฉัน
“ครูวานให้ช่วยอะไรหน่อยได้มั๊ย?”
.
.
.
“เอ้า อึ้บ”
ตุบ
“เห้อ เสร็จซะที” ฉันถอนหายใจพลางปาดเหงื่อที่ไหลหลั่งเป็นสายน้ำ ภายในห้องที่ไร้ซึ่งช่องระบายอากาศอย่างห้องเก็บอุปกรณ์กีฬานี้ อาจารย์อาโอกิขอให้ฉันช่วยจำแนก เช็คจำนวน แล้วก็เก็บอุปกรณ์ทดสอบสมรรถภาพร่างกายให้หน่อย ซึ่งฉันก็ทำมันจนลุล่วง จนตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว นี่ควรเป็นเวลาที่ฉันจะต้องกลับถึงบ้าน แต่ฉันกลับยังอยู่ในโรงเรียน
ฉันเดินออกจากห้องไปยังห้องพักครูพละเพื่อรายงานความสำเร็จของตัวเองจะได้กลับบ้านสักที รอบๆนี้ไม่มีใครอยู่เลย นักเรียนคงทยอยกลับบ้านกันไปจนเกือบหมดแล้ว
“อาจารย์คะ หนูเก็บเสร็จเรียบร้อยแล้วนะคะ” เมื่อมาถึงห้องฉันก็บอกกับอาจารย์ทันที
“โอ้ ดีมากเลย เดี๋ยวครูเข้าไปตรวจเช็คความเรียบร้อยก่อน จากนั้นเธอก็กลับบ้านได้เลย ตามมาสิ” ฉันตามอาจารย์ไปแต่โดยดีเพื่อที่จะได้กลับบ้านเร็วๆ
ครืดดดด
“อืม ทำงานเรียบร้อยดีนะ ดีมากวาตานาเบะซัง เดี๋ยวครูบวกคะแนนให้” อาจารย์อาโอกิหันมายิ้มให้ฉันอย่างใจดี
“ขอบคุณมากค่ะ” ฉันโค้งก้มหัวขอบคุณอาจารย์ตามมารยาท
“แต่ก่อนหน้านั้น…”
“หือ?” คำพูดประโยคสุดท้ายของอาจารย์ ทำให้ฉันที่ก้มหัวอยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมามอง แต่ใบหน้าที่ฉันเห็น ณ วินาทีนั้นกลับไม่ใช้อาจารย์ผู้ใจดีอีกต่อไป แต่กลับเป็นใบหน้าของปีศาจหื่นกามที่กำลังจ้องจะกินฉันทั้งตัว
“กรี๊ดดดดดดดด” ฉันกรีดร้องจนสุดเสียง ก่อนจะหันหลังเพื่อออกตัววิ่ง
หมับ
แต่ไม่ทันการ ฉันถูกมือใหญ่สากๆนั่นคว้าข้อมือเอาไว้และบีบจนแน่น แรงของเขาเยอะเสียจนแทบจะทำกระดูกฉันแตกเป็นเสี่ยงๆ
“ปล่อยนะ! ใครก็ได้ช่วยด้วยยยย!” ฉันร้องตะโกนให้ดังเท่าที่จะดังได้ หวังแค่ให้มีใครสักคนได้ยินและมาช่วยฉันจากเงื้อมือของปีศาจ
“ไม่มีใครมาช่วยเธอหรอก วาตานาเบะซัง…อย่าโวยวายไปเลย ฉันจะอ่อนโยนกับเธอนะ เธอผิดเองนะ ที่มาอ่อยฉันก่อนน่ะ ฮ่าๆๆ” ปีศาจตนนั้นพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงน่าขนลุก สีหน้าและแววตาทีเหมือนกับคนโรคจิตนั่นยิ่งทำให้ฉันกลัว ใครก็ได้…ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย ซายาเน่…
“ซายาเน่!!!!!” ฉันตะโกนเรียกชื่อคนแรกและคนเดียวที่ฉันนึกถึงในตอนนี้ออกมาดังลั่นราวกับจะกึกก้องไปทั่วฟ้า ฉันไม่รู้ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน และไม่รู้ว่าเขาจะได้ยินมั๊ย ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ทำไมฉันถึงเรียกชื่อเขา
ตุบ!!!!
“อรั่กกกก” ปีศาจตรงหน้าฉันดวงตาเบิกกว้างพร้อมกับเด้งตัวอย่างแรงเนื่องจากแรงกระแทกที่ด้านหลัง ก่อนที่เขาจะล้มลงสลบเหมือดตรงหน้าฉัน ทันทีใดนั้นเอง ที่ด้านหลังเขาก็มีคนๆหนึ่งที่ฉันไม่คาดคิดว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่ กำลังถือไม้เบสบอลที่เปื้อนเลือดอยู่ ส่งผลให้น้ำตาฉันเอ่อล้นและถูกปลดปล่อยออกมา
“ซายาเน่ ฮือออออออ” ฉันทรุดลงแต่ก็ได้เขาเข้ามาช่วยพยุงเอาไว้และโอบกอดร่างกายที่สั่นเทาของฉันเอาไว้แน่น ฉันปล่อยน้ำตาและความกลัวที่สั่งสมไว้ออกมาจนหมด
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขามักจะมาช่วยฉันเสมอ…
“เจ็บตรงไหนรึเปล่า มิยูกิ” เขาถามขึ้นในขณะที่ยังคงกอดอยู่กับฉัน ประโยคเดิมๆที่ฉันได้ยินมาตั้งแต่เด็ก ไม่รู้ว่าฉันได้ยินประโยคนี้มากี่ร้อยครั้งแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกว่าประโยคนี้มันซาบซึ้งกว่าที่เคย ฮีโร่ที่มักจะปรากฏตัวมาช่วยฉันทุกครั้งที่ถูกวายร้ายรังแก ฮีโร่ที่ขอแค่เรียกชื่อก็จะมาช่วยได้ทันเวลา ถ้าฉันไม่มีเขา ฉันก็ไม่รู้เลยว่าจะมีชีวิตอยู่ยังไง
“ซายาเน่…” ฉันเรียกชื่อเขาแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือของฉันยังคงสั่นไม่หยุดแต่ก็เลื่อนไปจับใบหน้าของเขาเอาไว้ ฉันค่อยๆเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ วินาทีที่นั้นทั้งลมหายใจและไออุ่นจากตัวเขามันช่างทำให้ฉันสบายใจเหลือเกิน
ฉันหลับตาลงหวังจะให้เขาช่วยปลอบประโลม และเขาเองก็ตอบสนอง เขาเลื่อนหน้าเข้ามาจนริมฝีปากของเราประกบกันอย่างแผ่วเบาราวกับถูกขนนกแตะที่ริมฝีปาก ไม่ได้มีการรุกล้ำใดๆนอกเหนือจากนี้ ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้ฉันลืมความกลัวไปชั่วขณะ
ฉันไม่รู้ว่านั่นมันคืออะไร ถ้าเรียกว่าจูบก็คงจะใช่ แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกพิเศษหรือใจเต้นอะไร เพียงแต่รู้สึกว่าเขานั้นช่างอ่อนโยน รู้สึกสบายใจ เหมือนเขาได้เข้ามาเติมเต็มอะไรสักอย่างในตัวฉัน นั่นจะใช่ความรักหรือเปล่าฉันก็ยังไม่รู้ อาจเป็นเพราะเราสองคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ความผูกพันธ์เลยทำให้ฉันสับสนจนถึงตอนนี้…
“แล้วเรา…จะเป็นแฟนกันมั๊ย?” คำถามที่ฟังดูกล้ากลัวๆออกมาจากปากคนที่นั่งตรงหน้าฉัน ในคาเฟ่เล็กๆริมถนน
“หา?” ฉันประหลาดใจจนต้องย้อนถาม เขาทำให้ฉันทำอะไรไม่ถูกได้แต่เลิกลั่ก ไม่คิดว่าเขาจะโพล่งออกมาแบบนี้ เมื่อกี๊ยังคุยเรื่องงานกันอยู่ดีๆ
“ก็…เราสองคนเองก็เรียนจบ ม.ปลาย แล้ว ฉันก็เลยคิดว่าเราคงโตพอแล้วที่จะลองคบกันเป็นแฟน…หรือเธอไม่โอเคหรอ?” คำถามนั้นดังวนไปวนมาในสมองฉัน คบกันเป็นแฟนหรอ ไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย
“คือ…ไม่รู้สิ” เป็นแฟนกับซายาเน่หรอ แค่คิดก็รู้สึกแปลกๆแล้ว ความรู้สึกแบบนี้มันอะไรกัน
“ฉันอยากปกป้องเธอ…ในฐานะคนรักน่ะ” ซายาเน่พูดโดยพยายามกลบความเขินอาย แต่ก็กลบไม่มิดหรอก ดูสิม้วนต้วนเชียว
“ฉันนึกว่าเธอคิดกับฉันแค่พี่น้องกันซะอีก…คือ ไม่ใช่ว่าฉันไม่ชอบเธอนะ แต่ฉันยังไม่รู้เลยว่ารักมันเป็นยังไง”
“งั้นก็เรียนรู้มันจากนี้ไง…เป็นฉันไม่ได้หรอ” ซายาเน่ทำหน้าหงอยขึ้นมาเล็กน้อย หยุดนะ มันทำให้ฉันรู้สึกผิด
“แล้ว…เธอคิดว่าผู้หญิงธรรมดาจะสามารถรักกับฮีโร่ได้หรอ?” ฉันถามออกไปโดยที่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองหวังจะได้คำตอบแบบไหนจากเขา
“หา? อะไรล่ะนั่น?”
“…ก็…แบบว่า…” ทำไมฉันถึงถามแบบนั้นออกไปนะ เขาไม่รู้สักหน่อยว่าฉันมองว่าเขาเป็นฮีโร่นะ น่าอายเป็นบ้า
“ฮ่าๆๆ” เขาหัวเราะ?
“หัวเราะอะไร?”
“เธอเนี่ย ไม่รู้อะไรเลยนะ ฮีโร่เขาก็รักกับผู้หญิงธรรมดากันทั้งนั้นแหละ หนังเรื่องไหนๆก็เป็น ไม่อย่างงั้นฮีโร่จะปกป้องใครล่ะ จริงมั๊ย?”
“ก็ปกป้องประชาชนที่เดือดร้อนไง นางเอกไม่เห็นจำเป็นต้องเป็นคนธรรมดาเลย”
“แต่ก็ไม่จำเป็นต้องมีพลังวิเศษ…ใช่มั๊ยล่ะ ^^” ซายาเน่พูดพลางยิ้มให้ฉันอย่างจริงใจ รอยยิ้มนั้นทำเอาฉัน…
“( o///o)”
“คนพิเศษน่ะ ไม่ใช่คนที่มีอะไรพิเศษ แต่เป็นคนที่เรารู้สึกพิเศษด้วยเท่านั้นก็พอแล้ว…แล้วเด็กขี้แยอย่างเธอก็คือคนนั้นสำหรับฉันไงล่ะ” พูดจบเขาก็เลื่อนมือมากุมมือฉันที่วางอยู่บนโต๊ะ อุ่นจัง แล้วก็สบายใจด้วย ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเฉพาะเวลามีซายาเน่อยู่ด้วยเท่านั้น เขาเป็นคนเดียวที่ฉันอยู่ด้วยแล้วสบายใจ
“ว่าใครเป็นเด็กขี้แยห้ะ” ถึงจะรู้สึกดีอยู่แต่ฉันก็ไม่วายที่จะแว้ดใส่ บังอาจมาว่าฉันเป็นเด็กขี้แย ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ
“เอ้า ก็เธอไงเด็กขี้แย ฮ่าๆๆ”
“ไม่ใช่นะ!!!”
“ต้องใช่สิ”
“บอกว่าไม่ใช่ไง”
หลังจากนั้นเราก็เถียงกันไปเถียงกันมาจนลืมเรื่องขอเป็นแฟนไป แต่นั่นอาจไม่สำคัญเท่าตอนนี้เราทั้งสองต่างมีความรู้สึกดีๆ และไว้เนื้อเชื่อใจให้แก่กัน เท่านั้นก็อาจจะเพียงพอแล้วก็ได้สำหรับตอนนี้ ขอแค่มีเธอฉันก็ไม่ขออะไรมากกว่านี้แล้วล่ะ ฮีโร่ผู้แสนดีของฉัน
…จบปิ้ง…
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ดึกแล้วอาจมึนนิดนึงนะคะ
อิอิ แต่งซายะมิ้ลครั้งแรก เขินจรุง
มิ้ลเรื่องนี้คาแรกเตอร์แลต่างออกไปแต่ไรท์ว่าน่ารักดีนะ
พี่เน่ก็หล่อเกิ๊นนนน ใจละลายแล้ววว
โอ๊ยยยย ละลายยยย ความรู้สึกที่เน่มีต่อมิลนี่เหมือนมาร์ชเมโล่นุ่มๆที่กำลังถูกเคี้ยว มันอ่อนโยนมากกกก กริ๊ดๆ ><
เรื่องนี้มิ้วซึนแทนหรอ เลียนเ่มาก แต่ละคำพูดพี่แก น่ารักน่ากัดจริงๆ
???????????? //// >////<
ไม่ได้มาเป็นคำพูด ขอส่งให้รัวๆ
อุ๊ยๆๆ ละลายแปป~ รอบนี้มิ้ลซึนจัง
แอร้ยย~ มิ้ลซึนน
ส่วนเน่นี่มาแมนมากค่ะ55555
น่าร้ากกกกกกกกก><
พี่เน่นี่ยิ่งกว่าซุปเปอร์แมนอีก
โอ๊ยยยย ละลายยยย ความรู้สึกที่เน่มีต่อมิลนี่เหมือนมาร์ชเมโล่นุ่มๆที่กำลังถูกเคี้ยว มันอ่อนโยนมากกกก กริ๊ดๆ ><